คลังเก็บป้ายกำกับ: CORONA_VIRUS

ตามไปดูโซลูชั่นไอทีล้ำสมัยแห่งยุค New Normal จาก G-Able

การระบาดของไวรัส COVID-19 และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น

– ความต้องการ พฤติกรรม และรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า
– รูปแบบการแข่งขันที่ปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง มีคู่แข่งใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา
– เทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
– ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ที่พร้อมจู่โจมองค์กรจากรอบด้าน
– รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงสู่ Remote Work เมื่อพนักงานจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน และเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลา

แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ระบบไอทีเพื่อรองรับการทำงานจากนอกสถานที่มีความปลอดภัยเพียงพอ ทั้งช่องทางการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ และการระบุตัวตนผู้ใช้

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นโจทย์ความท้าทายที่ใหญ่หลวงของฝ่ายไอที ที่ต้องปรับโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบไอทีที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อนำพาองค์กรเคลื่อนผ่านมรสุมความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ที่รออยู่ในอนาคต

G-Able คู่คิดธุรกิจวิถีใหม่

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการช่วยขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ทำให้ G-Able เข้าใจความต้องการของลูกค้า พร้อมให้คำปรึกษาคำแนะนำในการเตรียมความพร้อมของระบบไอที เพื่อตอบรับความต้องการในการทำงานในรูปแบบดิจิทัลและ Remote work ในปัจจุบัน

ซึ่งพนักงานไม่ได้ทำงานเพียงแต่ในออฟฟิศเหมือนแต่ก่อน หลายคนใช้โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต อุปกรณ์โมบายต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ในการเข้าถึงทรัพยากรด้านไอทีขององค์กร ได้จากทุกเวลาและสถานที่

จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเชื่อมต่อนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอ ไม่เกิดช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูล หรือเป็นจุดอ่อนของการโจมตีจากภัยคุกคามภายนอก ที่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ข้อมูลทางธุรกิจ และองค์กรของคุณอย่างคาดไม่ถึง

โซลูชั่นด้านไอทียุค New Normal

เพื่อให้องค์กรคุณมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงข้างต้น เราได้เตรียมโซลูชั่นที่จำเป็นให้เหมาะสมกับแต่ล่ะองค์กร โดยมีโซลูชั่นหลักๆ ดังนี้


โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบไอทีหลักที่เกี่ยวข้องพร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด และเพื่อให้พนักงานทำงานจากนอกสถานที่ได้เสมือนนั่งอยู่ในออฟฟิศ

ระบบรักษาความปลอดภัย (Cyber Security)
เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ครอบคลุมทั้งการระบุตัวตน การรักษาความปลอดภัยของเข้าถึงแอปพลิเคชันและข้อมูลผ่านระบบ VPN การใช้งานระบบคลาวด์ การค้นหา และปิดช่องโหว่ของระบบไอที

ช่วยปกป้องการรั่วไหลของข้อมูล และรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

แพลตฟอร์การทำงานแบบดิติจอล (Digital Workplace Platform)
ระบบที่ทำให้การทำงานร่วมกันและการสื่อสารยุคดิจิทัลเป็นเรื่องง่าย แชร์เอกสาร แก้ไขเอกสาร พร้อมจัดเก็บเอกสารแบบรวมศูนย์ (Centralized) รวมถึงการประชุม การอบรม การทำ Workshop และการทำ Webinar โดยยังคงรักษา Social distancing คู่ไปกับธุรกิจสามารถดำเนินการได้เหมือนปกติ

G-Able ได้ร่วมมือกับ Partner ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด ซึ่ง Cisco Webex เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเพื่อการสื่อสารและประสานการทำงานระดับองค์กร ที่มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลทางธุรกิจต่างๆ จะไม่รั่วไหลออกไปสู่บุคคลภายนอก

โดยการเลือกใช้งานนั้น องค์กรสามารถค่อยๆ ลงทุน ด้วยการเลือกใช้เฉพาะโซลูชั่นที่ต้องการใช้งานเร่งด่วน หรือนำโซลูชั่นต่างๆ ไปผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่อย่างเต็มรูปแบบก็ได้

โซลูชั่นดังกล่าว เป็นสิ่งที่ G-Able มุ่งมั่นช่วยองค์กรรับมือกับความท้าทายของความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่ เราพร้อมนำความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ มาช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

บริษัท จีเอเบิล จำกัด
127/20, 22, 29-31 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี
เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทร. 0-2781-9333
อีเมล์ : inquiry@g-able.com
เว็บไซต์ : http://www.g-able.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/g-able-solution-for-new-normal/

MagBak Halo เครื่องอบมือถือด้วยแสง UV แบบอัตโนมัติ สไตล์เครื่องปิ้งขนมปัง

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ไปทั่วโลก ทำให้ตอนนี้เทรนด์การรักษาความสะอาด และฆ่าเชื้อมือถือเรียกว่ามาแรงไม่มีตก โดยก่อนหน้านี้เราเคยรวบรวมเครื่องฆ่าเชื้อมือถือด้วยรังสี UV หลายๆ รุ่นไปแล้ว ล่าสุดก็ได้มีนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจจากเว็บระดมทุน Kickstarter ออกมาอีก โดยคราวนี้เป็น MagBak Halo เครื่องอบมือถือ UV แบบอัตโนมัติ ที่แค่วางมือถือลงไปบนเครื่อง จากนั้นมันก็จะใช้เวลาแค่ 30 วินาที ในการอบมือถือแบบ 360° โดยที่เราไม่ต้องไปแตะต้องตัวเครื่องเลย

เคยมีการวิจัยออกมาแล้วว่ามือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดีเลยทีเดียว เนื่องจากมือของเราที่ไปจับนู่นจับนี่มา ทั้งราวรถเมล์, เงิน, ราวบันได ฯลฯ เสร็จแล้วก็มาจับมือถือเล่นต่อ ทำให้เชื้อโรคจากที่ต่างๆ มาติดอยู่กับตัวเครื่อง และหน้าจอ ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะดูแลตัวเองด้วยการล้างมือบ่อยๆ แต่พอเราล้างมือเสร็จ แล้วมาจับมือถือเล่นต่อก็แทบจะไร้ประโยชน์ไปเลย เพราะเชื้อโรคจากมือถือก็จะติดมาที่มือของเราอีกนั่นเองครับ

MagBak Halo จึงเป็นอุปกรณ์ฆ่าเชื้อมือถือด้วยรังสี UV ที่สามารถรักษาความสะอาดมือถือของเราได้เป็นอย่างดี ด้วยการสาดรังสี UV ได้รอบตัวเครื่องแบบ 360° แถมยังเป็นการฆ่าเชื้อแบบอัตโนมัติแค่วางมือถือของเราเอาไว้บนช่องเสียบของ MagBak Halo จากนั้นแท่นวางของมันก็จะหดลงไปเพื่อฉายแสง UV พอครบเวลา 30 วินาที เครื่องก็จะเด้งขึ้นมาให้เราหยิบไปใช้ต่อได้เลย (คล้ายๆ เครื่องปิ้งขนมปังที่จะเด้งขึ้นมาเมื่อถึงเวลา)

ซึ่งการที่ MagBak Halo ตั้งเวลาฆ่าเชื้อเอาไว้ที่ 30 วินาที ก็เนื่องจากมันเป็นเวลาที่พอเหมาะในการล้างมือแต่ละครั้งนั่นเอง ก็คือหลังจากวางมือถือลงที่ MagBak Halo แล้วเดินไปล้างมือที่ซิ้งค์ พอมือถือเด้งขึ้นมาก็คือครบกำหนดเวลาในการล้างมือพอดีครับ

MagBak Halo เหมาะสำหรับการใช้งานกับมือถือเกือบทุกรุ่น ซึ่งทางผู้พัฒนาบอกว่ามันสามารถใช้งานได้ตั้งแต่มือถือเครื่องเล็กๆ อย่าง iPhone 5 ไปจนถึง Galaxy Note รุ่นที่ใหญ่ที่สุดเลย นอกจากนี้ช่องวางมือถือยังกว้างพอที่จะใส่เคสเข้าไปด้วย เนื่องจากการฆ่าเชื้อโรคบนมือถือ ไม่ควรจะฆ่าเฉพาะที่ติดอยู่กับตัวเครื่องเท่านั้น แต่ควรจะฆ่าเชื้อที่ติดอยู่กับพื้นผิวเคสที่เราใช้มือจับด้วยนั่นเองครับ 

MagBak Halo เมื่อระดมทุนเสร็จจนถึงขั้นตอนวางจำหน่ายจริงแล้ว จะมีราคาเต็มอยู่ที่ 199 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,300 บาท แต่ถ้าหากร่วมระดมทุนตอนนี้ ก็จะมีโปร Early Bird เหลือ 139 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,400 บาท เท่านั้น ใครสนใจก็เข้าไปร่วมระดมทุนกันได้ที่เว็บไซต์ Kickstarter ตั้งแต่วันนี้ และจะเริ่มจัดส่งภายในเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ปี 2020

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Kickstarter

from:https://droidsans.com/magbak-halo-touchless-phone-sanitizer/

ไม่โครซอฟท์เตือนการระบาดของอีเมล์ที่ชื่อ “Coronavirus Report”

เมื่อไม่นานมานี้มีผู้โจมตีใช้ไฟล์เอกสาร Excel 4.0 ที่เป็นอันตรายในการแพร่กระจาย Remote Access Tool (RAT) ที่ออกแบบมาสำหรับโจมตีโดยเฉพาะผ่านตัว NetSupport Manager ในขบวนการหลอกลวงฟิชชิ่งแบบเจาะจงเป้าหมาย

โดย NetSupport Manager ถือเป็นทูลตามปกติที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคจากระยะไกล แต่ครั้งนี้อาชญากรไซเบอร์ได้ใช้เรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่ามาเป็นเหยื่อล่อ พร้อมทั้งแฝงตัวอยู่ในเอกสารเอ็กเซล เพื่อที่จะหลอกให้เหยื่อกดเปิด RAT ให้ทำงาน

ซึ่งทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของไมโครซอฟท์ได้ออกมาแจ้งเตือนถึงขบวนการนี้ว่าตรวจพบตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการใช้ไฟล์แนบที่ออกแบบมาให้แตกต่างกันหลายร้อยแบบด้วย

โดยพบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการโจมตีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ไฟล์เอ็กเซลที่นำมาใช้ก็มีการผูกสูตรให้ซับซ้อนจนจับแทบไม่ได้ แต่ทุกรูปแบบต่างก็มีมาโครที่เขียนโยงไปยังลิ้งค์ URL เดียวกันเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลอันตราย

ที่มา : threatpost

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-warns-coronavirus-report-emails/

Nutanix หั่นเงินเดือนผู้บริหารลง 10% ชั่วคราว

ทางซีอีโอของ Nutanix คุณ Dheeraj Pandey กล่าวว่า “เราชื่อในการช่วยกันแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมทั่วทุกระดับในองค์กร ดังนั้น ทีมผู้บริหารของเราจึงยอมลดเงินเดือนตัวเองลง 10% ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา“

นั่นคือ คณะผู้บริหารของบริษัท Nutanix จะถูกลดเงินเดือน 10% เป็นการชั่วคราว ในฐานะส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทภายในที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ที่ต้องมองหา “การประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างฉลาด” ในส่วนต่างๆ ของธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

โดยให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งทางการเงินและความยืดหยุ่นเป็นหลัก การจัดการค่าใช้จ่ายและกระแสเงินสดนี้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้า และเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจเพื่อปรับตัวเข้ากับช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาด และในอนาคตข้างหน้า

ทั้งนี้แผนการดังกล่าวมาจากถ้อยแถลงขอซีอีโอระหว่างการประชุมแถลงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่สามของบริษัทเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/nutanix-executive-team-takes-temporary-10/

Dell ประเมินธุรกิจเตรียมรับมือกับด้านเศรษฐกิจ หลังผลกระทบจาก Covid-19

เมื่อเร็วๆ นี้ Dell มีแถลงการณ์ว่า กำลังประเมินธุรกิจของตัวเองเพื่อวางแผนที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาวะปัจจุบัน เพื่อที่จะสนับสนุนสมาชิกภายในทีม ลูกค้า และสังคมให้ดีที่สุด ท่ามกลางปัญหาการแพร่ระบาดในขณะนี้

บริษัท Dell Technologies ได้สั่งระงับการขึ้นเงินเดือนพนักงาน พร้อมทั้งหยุดจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามมาตรา 401(k) รวมทั้งหยุดแผนการจัดจ้างพนักงานใหม่ทั่วทั้งบริษัทเป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับยักษ์ใหญ่ด้านไอทีรายอื่นๆ

ในฐานะมาตรการเพื่อต่อกรกับปัญหาด้านการเงินที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน สำหรับผู้นำระดับโลกด้านสตอเรจ เซิร์ฟเวอร์ และโครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์จากรัฐเท็กซัสรายนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น

ซึ่งล่าสุดได้ออกมายืนยันกับสำนักข่าว CRN ถึงการระงับการขึ้นเงินเดือนและการจ้างงานเพิ่มในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดลงวันที่ 29 มกราคม 2021 โดยปัจจุบัน Dell มีพนักงานทั่วโลกอยู่ประมาณ 160,000 คน

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-economic-concerns-stemming/

SAMART รุกดิจิตอลโซลูชั่น ตอบโจทย์ New Normal

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลกแล้ว ยังเป็นตัวเร่งทำให้เกิด Digital disruption โดยผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมากขึ้น จากการต้องอยู่บ้านและเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคหลายๆอย่างเปลี่ยนไป เกิดเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่หรือเรียกว่า “นิว นอร์มอล” (New Normal) ขึ้น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการที่ผู้คนหันมาทำกิจกรรมต่างๆผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งภาคการศึกษา ภาคเศรษฐกิจ การเงิน ภาคสังคม รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ หลายๆภาคส่วนเริ่มมีการปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีและโซลูชั่นต่างๆเข้ามาใช้มากขึ้น กลุ่มบริษัทสามารถ ในฐานะที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีครบวงจร ได้เตรียมความพร้อมและมีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารธุรกิจ การพัฒนาคน และการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่น ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานและพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ โดยพุ่งเป้านำเสนอธุรกิจที่มีความต้องการสูง และมีโอกาสเติบโต ตามกลยุทธ์ของ “กลุ่มสามารถ” ที่วางไว้คือ Unlimited Solutions โดยเน้น 4 บริการหลัก ที่มีทั้ง Mobile cyber security, E-payment, E-learning และ กล้อง CCTV

“กลุ่มสามารถ” มีการวางแผนและเตรียมพร้อมที่จะรุกธุรกิจด้านดิจิตอลตามนโยบาย Thailand 4.0 ของภาครัฐ ซึ่งเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่เรานำเสนอทั้งหมดได้ผ่านการรับรองจากสถาบันระดับโลก บวกกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียง เพื่อให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการมั่นใจว่าจะได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด”

from:https://www.enterpriseitpro.net/samart-new-normal/

งาน Black Hat และ DEF CON ต้องจัดแบบเวอร์ช่วลแทน เนื่องจาก COVID-19

จากการระบาดหนักของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทำให้ทั่วโลกต่างประสบภัยพิบัติอย่างหนัก จนล่าสุดงานประชุมอย่าง Black Hat และ DEF CON Security ตัดสินใจจัดแบบเวอร์ช่วลแทน แม้เป็นหนึ่งในงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองงานเคยวางแผนที่จะจัดในลาสเวกัส ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม 2020 แต่สุดท้ายเปลี่ยนกำหนดการ โดยเริ่มจากงาน Black Hat เป็นวันที่ 1 – 6 สิงหาคม แล้วตามมาด้วยงาน DEF CON ช่วงวันที่ 7 – 9 สิงหาคม

สาเหตุของการตัดสินใจนี้มาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก ที่ทุกคนต่างพยายามหาวิธีใหม่ในการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านความปลอดภัยไอทีท่ามกลางปัญหาด้านสาธารณสุขกำลังร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง

ทาง Black Hat จึงออกแถลงการณ์ล่าสุดว่าจะไม่จัดงานที่ให้ผู้คนพบปะกันต่อหน้า จะเปลี่ยนงานทุกอย่างมาทำแบบเวอร์ช่วลแทน โดยเปลี่ยนแผนทุกอย่างที่เกี่ยวกับงาน Black Hat USA มาเป็นงานแบบเวอร์ช่วลทั้งหมด

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/black-hat-def-con/

แคสเปอร์สกี้ เผย! โจรไซเบอร์ใช้โรคระบาด Covid-19 หลอกผู้ใช้อย่างสบายๆ

ปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ทั่วโลกมากกว่าสองล้านราย ซึ่งได้สร้างการหยุดชะงักครั้งใหญ่และคุกคามวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เพียงแต่โลกกายภาพเท่านั้น แคสเปอร์สกี้เตือนภัยร้ายที่มาเยือนโลกโลกออนไลน์โดยอาศัยวิกฤตโลกระบาดนี้

นายวิทาลี คัมลัก ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวยืนยันว่า “ไวรัสโรคระบาดกลายเป็นภัยคุกคามไซเบอร์ได้ เพราะเหตุการณ์สำคัญและกระแสใหญ่ๆ ในโลกกายภาพมักจะส่งผลต่อไซเบอร์อยู่เสมอ” นายวิทาลียังระบุว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบไอทีขององค์กรในระดับภูมิภาคและระดับโลกอีกด้วย

มาตรการกักตัวทำให้พนักงานนำคอมพิวเตอร์จากที่ทำงานกลับไปเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กบ้านที่ไม่มีระบบการป้องกัน กระแสการทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home นี้ได้เปิดช่องให้มิจฉาชีพไซเบอร์เข้าโจมตี การปกป้องคอมพิวเตอร์จึงกลายเป็นประเด็นที่องค์กรต้องพิจารณา เพราะพนักงานจำนวนมากที่เข้าใช้ทรัพยากรและเน็ตเวิร์กขององค์กรผ่านดีไวซ์ที่มีช่องโหว่ ซึ่งอาจเข้าใจได้ว่าองค์กรจำเป็นต้องตัดงบ เลือกโซลูชั่นป้องกันไซเบอร์ราคาย่อมเยา และขาดความสามารถในการโต้ตอบกรณีโดนโจตีทางไซเบอร์

การโจมตีโดยใช้วิศวกรรมทางสังคม หรือ Social engineering ยิ่งทำได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตกหลุมพรางได้ง่ายในช่วงที่โลกกำลังวุ่นวาย และมิจฉาชีพไซเบอร์ก็รู้จุดอ่อนตรงนี้ดี ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ตรวจพบมัลแวร์เก่าอายุ 7 ปีในเวียดนามและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ถูกปัดฝุ่นมาใช้โจมตีใหม่โดยใช้วิกฤตโคโรน่าไวรัส

“การใช้ชื่อและคำฮิตที่เกี่ยวโยงกับโรคระบาดปัจจุบัน เป็นการเพิ่มโอกาสให้เวิร์มที่คัดลอกตัวเองมาจากเน็ตเวิร์กหรือยูเอสบีไดรฟ์นั้นถูกเปิดโดยผู้ใช้งาน” นายวิทาลีกล่าวเสริม

รายชื่อไฟล์มัลแวร์ที่ตรวจพบ
– BC rut kinh Nghiem COVID.exe
– Tuyen truyen dich COVID 19.exe
– 2KH CXUNG KICH COVID.exe
– KE HOACH COVID GIAI DOAN 2.2020. chuan.exe

ในส่วนของภัยคุกคามทางเว็บ แคสเปอร์สกี้จับตาการเพิ่มขึ้นของมัลแวร์อินเทอร์เน็ตตั้งแต่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคมจนถึงกลางเดือนมีนาคม และมีอัตราการลดลงที่น่าจับตามองช่วงหลังกลางเดือนมีนาคมจนถึงเมษายน การวิเคราะห์ของนายวิทาลีชี้ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่สหภาพยุโรปและประเทศต่างๆ เริ่มมาตรการเว้นระยะทางกายภาพกับบุคคลอื่นๆ ในสังคม หรือ Social Distancing การกักตัวเข้มงวด และการอยู่แต่ในที่พักอาศัย

ในส่วนของภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์จนถึงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้พบแคมเปญมัลแวร์ 4 รายการที่โจรไซเบอร์ทำการเผยแพร่ URL และไฟล์ติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังพบว่าแคมเปญต่างๆ นั้นมีอัตราการลดลงในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นเพราะคนทำงานจากบ้านแต่ใช้เวลาทำงานเหมือนอยู่ที่ออฟฟิซ และไม่เปิดใช้งานแล็ปท็อปหรือเปิดอีเมลเลยในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ทำให้กิจกรรมออนไลน์และการรับส่งอีเมลลดลง

ในส่วนของอีเมลสแกม หรือการหลอกลวงผ่านอีเมลนั้น นายวิทาลีระบุตัวอย่างที่โจรไซเบอร์ใช้ประโยชน์จากเรื่องโรคระบาดโดยไร้จรรยาบรรณ โดยได้สอดส่องมองหาช่องทางเพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เช่น การเลี่ยงใช้ไฟล์ .zip และ .rar ซึ่งโซลูชั่นความปลอดภัยต่างๆ ป้องกันได้

นายวิทาลีกล่าวถึงกลุ่ม “COVID-19 CTI League” ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาที่ไม่หวังผลกำไร เป็นการรวมตัวของบุคคลและองค์กรมากกว่า 150 รายทั่วโลกที่ช่วยกันสกัดเว็บไซต์ปลอม ตรวจจับมัลแวร์ที่เกี่ยวข้องกับโคโรน่าไวรัส และการเสนอความช่วยเหลือในการโต้ตอบการโจมตี แคสเปอร์สกี้ได้ร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม COVID-19 CTI League นี้ ทำงานควบคู่กับนักวิจัยและบุคลากรจากรัฐบาล สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน

from:https://www.enterpriseitpro.net/kaspersky-covid-19-malware/

Antonio Neri ซีอีโอของ HPE กล่าวว่า เขาเริ่ม “เห็นแสงสว่าง” แล้ว

หลังจากมีวิดีโอของพนักงาน Hewlett Packard Enterprise ในจีนเริ่มกลับเข้าทำงานตามปกติ ทำให้ทางซีอีโอ HPE อย่าง Antonio Neri ออกมากล่าวว่า เขามองเห็นอนาคตที่สดใสจาก “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ของปัญหาไวรัสโคโรน่า

“เรากำลังอยู่ในช่วงที่ท้าทาย แต่ผมก็มั่นใจในอนาคตว่าเราเริ่มเห็นทางออกที่สิ้นสุดปัญหานี้กันแล้ว” Neri กล่าวผ่านบล็อกของตนเอง “ตัวอย่างเช่นในยุโรปนั้น รัฐบาลก็เริ่มวางแผนที่จะผ่อนปรนมาตรการกักกันคนอยู่ในบ้าน”

“เรากำลังสร้างแผนฟื้นฟูเพื่อให้สามารถนำผู้คนกลับมาทำงานตามปกติได้ทีละประเทศ ตามเวลาที่ควรจะเป็น” นอกจากนี้เขายังระบุด้วยว่าตัวเองรู้สึก “ตื้นตันใจ” หลังจากเห็นวิดีโอที่จัดทำขึ้นโดยทีมงาน HPE ในต้าเหลียน ประเทศจีน

ที่มีการกล่าวคำพูดแสดงความหวังในกลุ่มพนักงานว่า “เราสามารถฝ่าฟันโรคระบาดมาได้แล้ว” โดย Neri มองว่า “จีนกำลังฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งขณะที่พวกเรายังสนับสนุนให้ทีมงานทั่วโลกทำงานจากบ้านนั้น ในจีนกลับเริ่มเข้าทำงานในพื้นที่ตามปกติกันแล้ว”

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-ceo-antonio-neri-is-starting-to-see-light-at-end-of-coronavirus-tunnel/

งาน Nutanix .NEXT จะจัดแบบเวอร์ช่วลแทน เนื่องจากปัญหาไวรัสโคโรน่า

งานประชุมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของ Nutanix อย่าง .NEXT จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นแบบดิจิตอลแทนด้วยเหตุผลของปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ที่มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ COVID-19

และเพื่อปกป้องสุขภาพความเป็นอยู่ของทั้งพนักงาน ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และสังคมโดยรวม ทาง Nutanix จึงตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบของการประชุม .NEXT 2020 ของตัวเองมาจัดภายใต้สภาพแวดล้อมแบบดิจิตอลแทน

ตามประกาศของ Nutenix นั้น ก่อนหน้านี้ งาน Nutanix .NEXT 2020 กำหนดจะจัดขึ้นในชิคาโก้ช่วงวันที่ 29 มิถุนายนถึง 2 กรกฎาคม แต่ล่าสุดจะจัดให้รับชมผ่านระบบดิจิตอลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแทนในช่วงวันจัดงานเดียวกัน

ทางสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวเพิ่มว่า งาน .NEXT 2020 ที่จะแปลงสภาพเป็นอีเวนต์แบบเวอร์ช่วลที่จัดต่อเนื่องหลายวันนี้จะมีทั้งการสตรีมมิ่งคีย์โน้ต เซสชั่นที่น่าสนใจต่างๆ การถามตอบแบบถ่ายทอดสด เป็นต้น

from:https://www.enterpriseitpro.net/nutanix-next-becomes-virtual-event-due-to-coronavirus/