คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

Activision ประกาศ Call of Duty 2021 ได้ Sledgehammer เป็นทีมพัฒนาหลัก

Call Of Duty 2021 เป็นข่าวลือหนาหูอยู่พักหนึ่ง และตอนนี้ทาง Activision คอนเฟิร์มสตูดิโอหลักที่จะพัฒนาเกมภาคใหม่แล้ว

Call Of Duty 2021 นั้นเป็นข่าวลือหนาหูอยู่ชั่วระยะหนึ่งก่อนหน้านี้ว่าจะได้ Sledgehammer เป็นสตูดิโอหลักที่พัฒนาตัวเกมภาคใหม่ออกมาให้เกมเมอร์ได้เล่นกัน แต่ก็ยังไม่มีการคอนเฟิร์มใด ๆ ทั้งสิ้นจนกระทั่งงานประกาศรายรับของ Activision Blizzard ไตรมาสแรกของปี 2021 ที่ผ่านมานั้น ทางบริษัทได้คอนเฟิร์มข่าวลือที่ว่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าได้ทาง Sledgehammer มาพัฒนาจริง ๆ และจะเป็นภาคระดับพรีเมี่ยมของทางสตูดิโออีกด้วย

call of duty 2021

Sledgehammer เผย เป็นแม่งานพัฒนา Call Of Duty ปี 2021

ก่อนหน้านี้ ทวิตเตอร์ของ @ModernWarzone ที่มักทวีตข่าวหลุดเกี่ยวกับเกมสาย Call of Duty ภาคใหม่ ๆ ออกมาได้ค่อนข้างแม่นยำนั้นได้ออกข่าวลือว่า Sledgehammer จะเป็นสตูดิโอหลักที่จะพัฒนาภาคใหม่ของปี 2021 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Activision Blizzard อย่างเป็นทางการจนกระทั่งงานประกาศรายรับของทางบริษัทที่ผ่านมา

ล่าสุด ทาง Sledgehammer ได้ทวีตเผยว่าตอนนี้ทางสตูดิโอเป็นแม่งานพัฒนา Call of Duty ภาคใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนฝั่งของ Activision Blizzard เผยว่าตัวเกมภาค 2021 นี้จะพัฒนาขึ้นมาเน้นประสบการณ์การเล่นระดับ Next-Generation, เพิ่มเติมระบบใหม่ ๆ ที่ปรับปรุงแล้วและผสานเข้าไปในสารระบบของ Call of Duty อีกด้วย ซึ่งส่วนนี้คาดว่าจะมีระบบ Battle Royale และโหมดการเล่นอื่น ๆ เข้ามาด้วย

callduty2021 3457653b

สำหรับผลงานที่ผ่านมาของสตูดิโอ Sledgehammer ก็ถือว่าเป็นสตูดิโอที่ทำงานสาย Call of Duty มาอย่างต่อเนื่องถึง 5 ภาคทั้งเป็นสตูดิโอหลัก, ร่วมพัฒนาและสตูดิโอสนับสนุนการพัฒนาตัวเกมด้วย โดยไล่เรียงได้ดังนี้

  1. Call of Duty: Modern Warfare 3 ปี 2011 เป็นสตูดิโอร่วมพัฒนากับ Infinity Ward ลงให้กับเครื่อง PS3, Xbox 360, Windows
  2. Call of Duty: Advanced Warfare ปี 2014 เป็นผู้พัฒนาหลัก ลงให้กับเครื่อง PS3, PS4, Xbox 360, Xbox One, Windows
  3. Call of Duty: WWII ปี 2017 เป็นผู้พัฒนาหลัก ลงให้กับเครื่อง PS4, Xbox One, Windows
  4. Call of Duty: Modern Warfare ภาครีเมค เป็นสตูดิโอเสริมให้ Infinity Ward ลงให้กับเครื่อง PS4, Xbox One, Windows
  5. Call of Duty: Black Ops Cold War เป็นสตูดิโอเสริมให้ Treyarch และ Raven Software ลงให้กับเครื่อง PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X|S, Windows

sh overview

สำหรับเกมเมอร์ที่รอเกม Call of Duty 2021 อยู่นั้น ทาง Activision Blizzard เผยว่าตัวเกมภาคนี้จะเปิดให้เล่นในช่วงฤดูหนาวปี 2021 หรือช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคมนี้ และการพัฒนานั้นเป็นไปได้ด้วยดี ดังนั้นค่อนข้างมั่นใจได้ว่าเราจะได้เล่นเกมใหม่ช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนเกมเมอร์คนไหนที่ยังไม่ได้ประกอบเกมมิ่งพีซีเอาไว้เล่น Call of Duty ลองดูสเปคเกมมิ่งพีซีเอาไว้คร่าว ๆ ก่อนได้ที่ลิ้งค์นี้เลย

ที่มา : GamesRadar (1), GamesRadar (2)

from:https://notebookspec.com/web/592609-call-of-duty-2021-by-sledgehammer

7 วิธีแก้ปัญหา กล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

กล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 แก้ง่าย ๆ ไม่ต้อง On-site หรือยกเครื่องไปศูนย์

Share image Edit Name 1webcam 1

 

ปัญหากล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 ในยุคที่ผันมาทำงานแบบ WFH กันมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น เรียกว่าเป็นหนึ่งในปัญหากวนใจที่หลายคนไม่ปลื้มแน่นอน ซึ่งหลัก ๆ แล้วปัญหาที่เจอกันนั้นก็มักเกิดจากซอฟท์แวร์มีปัญหาเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ไม่ยากมาก ด้วยการหาไดรเวอร์มาติดตั้ง ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมหรือระบบของ Windows เข้ามาจัดการก็ได้

แต่สิ่งสำคัญเมื่อกล้อง Webcam ไม่ทำงาน เราควรเริ่มหาสาเหตุก่อนว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจากอะไร เกิดจากฮาร์ดแวร์มีปัญหาหรือซอฟท์แวร์เสียหายจนใช้งานไม่ได้กันแน่ ซึ่งถ้าเรารู้สาเหตุว่ามาจากส่วนไหน ก็สามารถแก้ปัญหาได้เร็วและตรงจุดด้วย

กล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10

ดูก่อนว่ากล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้เกิดจากอะไร

webcam

สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกเมื่อกล้องโน๊ตบุ๊คไม่ทำงาน คือให้เราไล่ดูสาเหตุของปัญหาก่อนว่าเกิดขึ้นมาจากอะไร แนะนำให้เริ่มต้นจากฝั่งของฮาร์ดแวร์ก่อนเพราะสามารถหาปัญหาเจอได้ง่ายที่สุด ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถตัดปัญหาแล้วข้ามไปแก้และเช็คฝั่งซอฟท์แวร์ได้เลย

thinkshutter

สำหรับวิธีการเช็คฝั่งฮาร์ดแวร์โดยคร่าว ๆ นั้นจะมีดังนี้

  1. ดูตัวสไลด์ปิดกล้องหน้าก่อน – โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นจะมีตัวบานเลื่อนสำหรับสไลด์ปิดกล้อง Webcam ติดตั้งมาด้วย เช่น ThinkShutter ของ Lenovo หรืออาจจะเรียกว่า Lens cover เพื่อปิดกล้อง Webcam เอาไว้จากแฮคเกอร์ที่เข้ามาใช้กล้องโดยพลการ ซึ่งโน๊ตบุ๊คบางรุ่นที่ไม่มีตัวสไลด์อาจเป็นเทปสีสวยลายต่าง ๆ ปิดกล้องอยู่ แนะนำให้แกะออกแล้วค่อยปิดกลับไปหลังใช้งานเสร็จแล้วก็ได้
  2. เช็คความเสียหายที่ตัวเลนส์ – ส่วนนี้สำหรับผู้ใช้ที่ใช้งานแบบไม่ระวัง บางครั้งตัวเลนส์อาจจะเสียหายแล้วกระจกปิดหน้าเลนส์แตก ถ้าหนักกว่านี้ อาจจะหนักถึงขั้นที่สายแพภายในเครื่องขาดเสียหายได้เลย ซึ่งอาการนี้สังเกตคือ โน๊ตบุ๊คของเราแม้จะลงซอฟท์แวร์แก้ไขก็แล้ว โน๊ตบุ๊คก็ยังฟ้องว่าไม่มีกล้อง Webcam ติดตั้งอยู่ ให้สันนิษฐานว่าสายแพอาจจะขาดก็ได้
  3. ดูก่อนว่าโน๊ตบุ๊คเรามี Webcam หรือเปล่า – ปัจจุบันเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นก็ไม่ได้ฝังกล้องหน้ามาให้ แต่เปลี่ยนเป็นแถมกล้อง Webcam แยกมาให้เลย เช่น Asus ROG Zephyrus บางรุ่นก็แถม Asus ROG Eye มาให้แทน

ดังนั้นถ้าเราเช็คทั้งหมดแล้วฝั่งฮาร์ดแวร์ไม่มีปัญหาอะไรแสดงออกมาชัดเจน ก็ตัดความเป็นไปได้ว่าฮาร์ดแวร์มีปัญหาทิ้งไปก่อนได้แล้ว และย้ายไปเช็คปัญหาฝั่งซอฟท์แวร์ต่อได้เลย

7 วิธี แก้ปัญหาซอฟท์แวร์ทำกล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10

หลังจากเช็คปัญหาฮาร์ดแวร์จนหมดแล้ว แต่กล้อง Webcam เจ้ากรรมยังใช้ไม่ได้ ก็สันนิษฐานปัญหาได้ว่าฝั่งซอฟท์แวร์อาจจะมีไฟล์หรือชุดคำสั่งบางตัวหายไป ซึ่งปัญหาส่วนนี้ก็มีวิธีแก้ได้ง่าย ๆ ซึ่งวิธีแก้ปัญหามีดังนี้

  1. เปิดคำสั่ง Troubleshooter ขึ้นมาแก้ปัญหา
  2. อัพเดทไดรเวอร์ของ Webcam ให้เป็นตัวล่าสุด
  3. อัพเดทไดรเวอร์ไม่หายก็ลบไดรเวอร์แล้วลงใหม่
  4. ตั้งค่าติดตั้งไดรเวอร์ด้วย Compatibility mode
  5. เช็คโปรแกรม Antivirus ด้วยว่ามันขวางการทำงานไหม
  6. เช็คการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของกล้อง
  7. ใช้โปรแกรมอัพเดทไดรเวอร์ต่าง ๆ แก้ปัญหา
1. เปิดคำสั่ง Troubleshooter ขึ้นมาแก้ปัญหา

troubleshooting1

 

การแก้ปัญหากล้อง Webcam เปิดไม่ได้ สามารถเริ่มต้นด้วยการใช้ Troubleshooter ด้วยการเข้า Control Panel แล้วเลือกการมองเห็นไอคอนเป็น Large icons ก่อน เพื่อให้เห็นคำสั่งทั้งหมดที่เราสามารถใช้งานได้ จะเห็นคำว่า Troubleshooting อยู่ด้านล่าง

troubleshooting2

เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว ให้เลือกคำว่า Hardware and Sound เพื่อเปิดคำสั่ง Troubleshooter 

troubleshooting3

ภาพตัวอย่างไม่มีตัวเลือก Webcam เพราะว่าเป็นพีซีที่ไม่มีกล้องครับ

ให้เลือกแก้ปัญหาตามปัญหาที่เกิด ซึ่งตัว Troubleshooter จะมีเป็นรายการไดรเวอร์ที่เราติดตั้งเอาไว้ในเครื่อง ให้เลือกตามอาการที่มีปัญหาซึ่งคือกล้อง Webcam ได้เลย

2. อัพเดทไดรเวอร์ของ Webcam ให้เป็นตัวล่าสุด

Imaging devices

ถ้าขั้นตอนแรกยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้เปิดเข้ามาที่ Device Manager โดยกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์ได้เลย เมื่อเข้าหน้าแบบตัวอย่างได้แล้ว ให้มองหาคำว่า Imaging devices ซึ่งเป็นหมวดหมู่ของไดรเวอร์เกี่ยวกับกล้อง Webcam จากนั้นให้กดลูกศร > ที่อยู่ข้างหน้า แล้วจะเห็นรายชื่อไดรเวอร์เกี่ยวกับกล้องทั้งหมด

เมื่อเจอตัวที่เป็น Webcam แล้ว ให้คลิกขวาที่ชื่อ Webcam แล้วเลือกคำว่า Update Driver software จากนั้นเลือกคำว่า Search automatically for driver ให้ตัวเครื่องค้นหาไดรเวอร์ที่ตรงรุ่นกล้องโน๊ตบุ๊คของเราบนอินเตอร์เน็ต ส่วนตัวเลือก Browse my computer for drivers เป็นกรณีที่โหลดไดรเวอร์ส่วนที่ต้องใช้มาไว้ในเครื่องแล้ว แต่ดับเบิลคลิกติดตั้งตามปกติไม่ได้เพราะไม่มีตัว Installer หรือ Autorun ติดมาด้วย ก็ใช้วิธีนี้แทนได้

ซึ่งวิธีนี้จากประสบการณ์ส่วนตัว ก็มีโอกาสแก้ปัญหากล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 สำเร็จค่อนข้างมาก เพราะบางครั้งไดรเวอร์เกิดอาการรวนจนไม่ทำงานก็มีเช่นกัน

3. อัพเดทไดรเวอร์ไม่หายก็ลบไดรเวอร์แล้วลงใหม่
uninstall driver

ในภาพเป็นตัวอย่างนะ ให้หาไดรเวอร์เกี่ยวกับ Webcam แล้วกด Uninstall เอานะ

จากข้อที่แล้ว ถ้าทดลองทำตามแล้วกล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 ยังมีปัญหาอยู่เหมือนเดิม ให้ทดลองลบไดรเวอร์ตัวนั้น ๆ ทิ้งไปก่อนโดยคลิกขวาที่ไดรเวอร์ตัวนั้น แล้วเลือกที่ Uninstall device เพื่อลบไดรเวอร์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องทิ้งไป

uninstall driver2new

 

จากนั้นให้เลื่อนไปที่ชื่อของพีซีของเราด้านบนจากนั้นคลิกขวา แล้วกดที่คำว่า Scan for hardware changes เพื่อให้เครื่องค้นหาไดรเวอร์ของ Webcam ใหม่อีกรอบ ซึ่งตัวเครื่องจะบูตแล้วค้นหาไดรเวอร์ส่วนที่มีปัญหาหรือใช้งานไม่ได้กลับมาติดตั้งให้ใช้งานได้อีกครั้ง ซึ่งอาจจะใช้เวลาบูตและติดตั้งใหม่เล็กน้อย และก็น่าจะจัดการปัญหากล้องหน้าได้

4. ตั้งค่าติดตั้งไดรเวอร์ด้วย Compatibility mode

Install driver in compatibility mode

นอกจากการไปปรับแต่งและแก้ปัญหาใน Device Manager แล้วการโหลดไดรเวอร์ตรงรุ่นมาแล้วติดตั้งด้วย Compatibility mode ก็เป็นอีกวิธีแก้ปัญหาเมื่อไดรเวอร์กล้องโน๊ตบุ๊คมีปัญหาแล้วใช้งานไม่ได้เช่นกัน

วิธีการคือให้เราคลิกขวาที่ไดรเวอร์ของเราแล้วเข้าที่ Properties เลือกแท็บ Comptibiliy แล้วเลื่อนมาที่ช่อง Compatibility mode ติ๊กถูกคำว่า Run this program in compatibility mode for: จากนั้นเลื่อนไปเลือก Windows เวอร์ชั่นเก่าลงจากเดิมเช่นเป็น Windows 8, Windows 7 ก่อนจะติดตั้งโปรแกรมตามปกติได้เลย

5. เช็คโปรแกรม Antivirus ด้วยว่ามันขวางการทำงานไหม

antivirus tbrn hero

การติดตั้งโปรแกรม Antivirus ไว้สแกนแล้วลบไวรัสกับมัลแวร์ต่าง ๆ ในเครื่องนั้นถือเป็นเรื่องดี แต่บางครั้งมันก็อาจมีปัญหาเมื่อมองว่าการขอใช้กล้องโน๊ตบุ๊คของโปรแกรมติดเครื่อง เช่น Camera หรือโปรแกรมวิดีโอคอลต่าง ๆ แล้ว ตัวแอนตี้ไวรัสอาจจะมองเป็นการกระทำของไวรัสที่ซ่อนอยู่ในเครื่องก็ได้ ดังนั้นถ้ามีปัญหาส่วนนี้ ให้เข้าไปปรับการตั้งค่าของโปรแกรมนั้น ๆ ให้เรียบร้อย เปิดให้โปรแกรมไม่แทรกแซงและห้ามโปรแกรมนั้นใช้กล้อง ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้

6. เช็คการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของกล้อง

บางครั้ง เราอาจจะลืมไปปิดฟังก์ชั่นไม่ให้กล้อง Webcam ทำงานทิ้งเอาไว้แล้วอาจจะลืมไปก็ได้ ซึ่งวิธีการเปิดให้กล้องกลับมาใช้งานได้นั้นมีไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น คือ

camera2

ให้เข้าที่ Settings ก่อนเพื่อแล้วเลือกที่คำว่า Privacy ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นเกี่ยวกับกล้องรวมอยู่ด้วย

camera 3

เมื่อคลิกเข้ามา เลื่อนมาเลือกแท็บคำว่า Camera จากนั้นฝั่งขวามือ เลือกคำว่า Allow apps to access your camera ซึ่งถ้าส่วนนี้ปิด (Off) อยู่ ให้กดเปิด (On) กลับมาอีกครั้ง ซึ่งถ้าลืมเปิดส่วนนี้เอาไว้ กล้องโน๊ตบุ๊คก็น่าจะใช้ไม่ได้ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เปิดฟังก์ชั่นนี้ทิ้งเอาไว้ได้เลยแล้วไปตั้งค่าแยกทีละโปรแกรมว่าจะให้ใช้กล้องได้หรือไม่ได้จะดีกว่า

7. ใช้โปรแกรมอัพเดทไดรเวอร์ต่าง ๆ แก้ปัญหา

driver update

นอกจากนี้ วิธีสุดท้ายที่ง่ายแต่ต้องมาเก็บงานตอนสุดท้ายเล็กน้อย คือการใช้โปรแกรมอัพเดทไดรเวอร์อัตโนมัติ เพื่อไล่ติดตั้งไดรเวอร์ที่หายไปกลับมาได้ง่ายและไม่ต้องเสียเวลาไล่โหลดทีละตัว แต่โปรแกรมไดรเวอร์กลุ่มนี้บางตัวจะมีข้อจำกัดหรือแถมโปรแกรมที่เราไม่ได้ใช้เข้ามาให้ด้วย ดังนั้นเมื่อใช้เสร็จแล้วควรลบและไล่ถอนโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานทิ้งด้วย

สำหรับโปรแกรมติดตั้งไดรเวอร์อัตโนมัติที่ผู้เขียนเคยทดลองใช้และแนะนำมีอยู่ 2 ตัว ได้แก่

  1. Driver Easy – โปรแกรมติดตั้งและสแกนไดรเวอร์ทั้งเครื่องได้อย่างรวดเร็ว สามารถเช็คไดรเวอร์ได้แม่นยำระดับหนึ่ง มีการสแกนและไล่อัพเดทไดรเวอร์ให้เป็นระยะ ๆ รวมทั้งตั้ง Restore point ให้เราย้อนการตั้งค่ากลับมาที่จุดดีที่สุดได้ด้วย สามารถกดติดตั้งไดรเวอร์ได้ 1 ตัวในเวอร์ชั่นฟรี จากนั้นไดรเวอร์ตัวต่อไปจะโดนบีบความเร็วดาวน์โหลด
    1. ข้อสังเกต – ตัวโปรแกรมเรียกร้องให้เราเสียเงินซื้อโปรแกรมทันทีหลังลงไดรเวอร์ตัวแรกไปแล้ว ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายปี ตกปีละ 29.95 ดอลลาร์ ตกปีละ 932 บาท ใช้กับพีซีได้ 3 เครื่องในช่วงโปรโมชั่น จากนั้นเป็นราคา 932 บาทต่อเครื่อง
    2. ดาวน์โหลด Driver Easy มาทดลองใช้งานที่นี่
  2. DriverPack Solution – โปรแกรมฟรีที่โหลดไดรเวอร์ได้เร็วและแม่นยำ ใช้ได้ฟรีและทำงานได้เร็วมาก แนะนำให้ใช้งานเพียงครั้งแรกเพื่อเก็บงานในกรณี Windows 10 บูตไดรเวอร์มาไม่ครบถ้วนหรือเป็นเวอร์ชั่นเก่าอยู่ รวมทั้งไดรเวอร์บางตัวหายก็ได้
    1. ข้อสังเกตระหว่างติดตั้งไดรเวอร์จะมีการยัดไส้โปรแกรมที่บางคนไม่ใช้งานมาด้วย เช่น Mozilla FireFox, Opera Browser ภาษารัสเซีย และ Avast Antivirus ต้องเสียเวลาลบโปรแกรมเหล่านี้ทิ้งถ้าเราไม่ได้ใช้งาน
    2. ดาวน์โหลด DriverPack Solution มาทดลองใช้งานที่นี่

สรุป – แก้ปัญหากล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 มีจุดดีแตกต่างกันอย่างไร

จะเห็นว่าวิธีแก้ปัญหากล้อง Webcam นั้นมีหลากหลายวิธีทีเดียว แต่ก็มีข้อดีข้อสังเกตแตกต่างกันไป ถ้าสรุปจุดเด่นของทุกวิธีการจะเป็นดังนี้

วิธีแก้ปัญหากล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 ข้อดี ข้อสังเกต
ใช้ Troubleshooter โปรแกรมมีติดเครื่อง ใช้งานได้ง่ายและหาไดรเวอร์บนอินเตอร์เน็ตมา ต้องทำทีละตัวและกินเวลาตอนเครื่องไล่เช็คหาไดรเวอร์เวอร์ชั่นใหม่มาติดตั้ง
อัพเดทไดรเวอร์ด้วย Device Manager จัดการและใช้ฟังก์ชั่นในตัวระบบ Winodws เอง ไม่ต้องลงโปรแกรมใหม่ เปิดขึ้นมาใช้งานยาก ผู้ใช้บางคนไม่รู้วิธีการนี้
ลบแล้วลงไดรเวอร์ใหม่ใน Device Manager เป็นการจัดการและสแกนหาไดรเวอร์ด้วยตัว Windows แล้วลบไดรเวอร์ที่มีปัญหาทิ้งเพื่อย้อนกลับเป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้าได้ด้วย ไดรเวอร์จะเป็นเวอร์ชั่นเก่า แต่พอใช้แก้ขัดได้ แนะนำให้อัพเดทอีกครั้งในภายหลัง
ติดตั้งไดรเวอร์ด้วย Compatibility mode แก้ปัญหาไดรเวอร์ที่โหลดมาไม่เข้ากับเครื่องเราได้ง่าย ย้อนกลับไปได้ถึง Windows Xp Service Pack 3
เช็ค Antivirus ป้องกันมัลแวร์จากการแทรกแซงใช้กล้องของได้ บางครั้ง Antivirus บล็อคการทำงานจนทำงานไม่สะดวก
เช็คค่าความเป็นส่วนตัว บล็อคการเปิดใช้งาน Webcam ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะปิดจากตัว Windows โดยตรง บางครั้งอาจจลืมเปิดกลับมาให้ใช้งานได้เหมือนเดิม
ใช้โปรแกรมอัพเดทไดรเวอร์ สะดวกและเร็ว ไม่ต้องไล่หาโหลดไดรเวอร์แยกทีละตัวจากผู้ผลิตแต่ละชิ้นส่วน มีเงื่อนไขการใช้งาน เช่นต้องชำระเงินซื้อเพื่อใช้งานเวอร์ชั่นสมบูรณ์ หรือมีโปรแกรมยัดไส้มาตอนติดตั้งไดรเวอร์

จะเห็นว่าวิธีแก้ปัญหากล้องโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ได้ Windows 10 รวนนั้นสามารถแก้ไขได้หลายวิธีตามความสะดวกและเคล็ดลับของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนจะมีเคล็ดลับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหลังจากจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสร็จแล้ว ถ้าโน๊ตบุ๊คของเรายังมีประกันตัวเครื่องแบบ On-site service อยู่ ก็แนะนำให้เรียกช่างเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหรือนำเครื่องเข้าศูนย์เพื่อซ่อมบำรุงสักครั้ง ถ้าเจอชิ้นส่วนไหนมีปัญหาก็จะได้ซ่อมแซมไปเลย จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้โน๊ตบุ๊คของเราใช้งานได้หลายปียิ่งขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1wfh laptop 1

msi laptop gaming

webcam cover

from:https://notebookspec.com/web/592480-solve-webcam-not-work-in-windows-10

Intel ลงทุน 600 ล้านดอลล่าร์เพิ่มกับ R&D ในอิสราเอล 2 แห่ง เตรียมตั้งโรงงานมูลค่า 1 หมื่นล้าน

แม้มีกระแสว่า Intel อาจจะให้ TSMC ช่วยผลิตชิปก็ตาม แต่ทางบริษัทก็ยังสร้างโรงงานและศูนย์วิจัยใหม่ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยแผนทัวร์ยุโรปของ Pat Gelsinger CEO คนปัจจุบันของอินเทล มีแผนแวะไปยังประเทศอิสราเอล 1 วัน โดยเป็นการประชุมระหว่างฝ่ายบริหารของอินเทลและ Mobileye บริษัทยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ทางอินเทลซื้อมาตั้งแต่ปี 2017 ที่ผ่านมา และ Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของอิสราเอลด้วย

intel

Intel ลงทุนเพิ่ม 600 ล้าน สำหรับ R&D สองแห่งในอิสราเอล

mobileye

การลงทุน 600 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ก้อน ได้แก่ 400 ล้านดอลลาร์ เป็น R&D วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Mobileye ตั้งอยู่ในศูนย์วิจัยนานาชาติของอินเทล ในกรุงเยรูซาเล็ม และ 200 ล้านดอลลาร์ เป็นศูนย์ R&D รหัส IDC12 ตั้งอยู่ในเมืองไฮฟาที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล โดยเป็นศูนย์วิจัยที่เน้นด้านซอฟท์แวร์, ฮาร์ดแวร์และ AI เป็นหลัก

สำหรับศูนย์ออกแบบชิปของทางอินเทลนั้น เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ที่รองรับพนักงานได้กว่า 6,000 คน ซึ่ง Pat เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้จะนำไปสู่อนาคตอันดีของทั้งทางอินเทลและอิสราเอล และถ้าย้อนไปในปี 2019 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอิสราเอลก็พร้อมเพิ่มเงินอุดหนุนให้สร้างโรงงานผลิตซีพียูของทางบริษัท 1 พันล้านดอลลาร์ และตอนนี้ทางบริษัทตัดสินใจเริ่มลงทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเริ่มการก่อสร้างโรงงานในเฟสแรกแล้ว

นอกจากนี้ ทางอินเทลก็มีโรงงาน Fab 28 ใน Kiryat Gat ซึ่งเอาไว้ผลิตชิปขนาด 10 นาโนเมตรแล้ว และเริ่มลงทุนสร้างโรงงานในอาริโซน่าอีก 2 แห่ง สำหรับผลิตชิปขนาด 7 นาโนเมตร ด้วยเงินลงทุน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่โรงงานใหม่ที่เริ่มต้นสร้างนี้ยังไม่เผยว่าเอาไว้ผลิตชิปขนาดกี่นาโนเมตร ซึ่งคาดว่าทางบริษัทจะประกาศออกมาในภายหลัง

intelproductionplant1

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างอินเทลกับอิสราเอลนั้นเรียกว่าผูกพันกันมายาวนานตั้งแต่ปี 1974 ซึ่งทางบริษัทนั้นเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่จ้างงานชาวอิสราเอลมากสุดกว่า 14,000 คน และปัจจุบันนี้มีศูนย์ R&D ของทางบริษัทอยู่ 4 เมืองหลักได้แก่

  1. Haifa : เน้นพัฒนาซอฟท์แวร์, ฮาร์ดแวร์และ AI
  2. Petah Tikvah : ศูนย์พัฒนาด้านระบบการสื่อสารและระบบปัญญาประดิษฐ์
  3. Jerusalem : ศูนย์วิจัยนานาชาติสำหรับยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติโดย Mobileye, ศูนย์วิจัยด้านการสื่อสาร, ซอฟท์แวร์และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  4. Kiryat Gat : ศูนย์การผลิตสินค้าที่ล้ำสมัยที่สุดของอินเทล

ส่วนบริษัทที่ทางอินเทลซื้อเข้ามาอยู่ในเครือนั้น นอกจาก Mobileye ที่ซื้อตั้งแต่ปี 2017 ก็มีบริษัท Habana ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกซื้อเข้ามาในปี 2019 และ Moovit บริษัทประเภท MaaS (Mobility as a Service) รวมทั้งแผนที่ซึ่งเข้ามาอยู่ภายใต้อินเทลเมื่อปีก่อน

อินเทลอิสราเอลนับว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง อัตราส่งออกสินค้าไฮเทคทั้งหลายของทางบริษัทนั้น เพิ่มจาก 6.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019 เป็น 8 พันล้านในปี 2020 จัดเป็นปริมาณ 14% ของสินค้าไฮเทคส่งออกของอิสราเอล มีมูลค่า GDP ของทั้งประเทศร่วม 2% ทีเดียว

ที่มา : Reuters, Intel Israel

from:https://notebookspec.com/web/592481-intel-invest-600-million-rd-in-israel

แนะนำ Acer Swift X สเปก Ryzen 5 5500U + GeForce GTX 1650 จอ 14″ แรงลื่นเทียบ Gaming เบา 1.39 โล พกพาสะดวก ประกัน 3 ปี On-site ราคา 27,990 บาท

Acer Swift X จัดว่าเป็น AMD Notebook รุ่นใหม่ช่วงปี 2021 สเปก Ryzen 5000U + GeForce GTX โดยเป็นการเพิ่มเข้ามาเป็นซีรีส์ใหม่ ซึ่งใช้พื้นฐานดีไซน์ภายนอกมาจาก Acer Swift 3x รุ่นก่อนหน้าที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11  ซึ่งสเปกตอนนี้มีรุ่นเดียวคือ Ryzen 5 5500U สถาปัตยกรรม Zen 2 เทคโนโลยีการผลิตที่ 7nm ใช้การ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง GTX 1650 รองรับการทำงานหนักๆ แบบมืออาชีพได้สบายๆ รวมไปถึงในการเล่นเกมที่ลื่นไหลกว่า Swift รุ่นอื่นๆ ทั้งหมด

Acer Swift X

Acer Swift X มาพร้อมหน้าจอ 14″  หน้าจอความละเอียด FullHD พาเนล IPS แบบจอด้าน โดยมีน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB LPDDR4X Bus 4266MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่บางเบาพกพาสะดวก แต่ได้ประสิทธิภาพที่สูง 

Acer Swift X

เรียกได้ว่า Acer เสนอ Acer Swift X ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่ฮาร์ดแวร์ภายในใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.10 – 4.00 GHz โดดเด่นด้วยการ์ดจอแยกที่ปกติแล้วเห็นใน Gaming Notebook อย่าง GTX 1650 (4GB GDDR6) สนนราคา 27,990 บาท ที่ ส่วนรุ่น Ryzen 7 5700U น่าจะตามมาภายหลังอีกที

Acer Swift X SFX14-41G-R3AD ราคา 27,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

นอกจากนี้ยังมาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 14″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดดี ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง เหมาะทั้งการทำงานแบบความบันเทิง ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจ ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง เพื่อใช้งาน VDO หรือประชุมออนไลน์ 

การเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C (1 ports with one featuring power-off USB charging) , Headset 3.5mm และ Kensington Lock พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 AX แน่นอนว่าได้ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกันแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ที่สำคัญยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point ได้ทันที ซึ่งประสิทธิภาพมีความแรงใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Acer Nitro 5 ทีเดียว ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งจัดว่าทำงานหนักๆ หรือเล่นเกมได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด ของซีรีส์ Swift จากการที่การ์ดจอแยกเป็นตัวแรงสุดๆ ในขนาดจอ 14″

Acer Swift X

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift X วัสดุเป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัม ขนาดบางเฉียบ  ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุดกว่า 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด พร้อมเพิ่มสีสัน Safari Gold แบบทูโทนคือ เงินสลับทองที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3x ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17.5 ชั่วโมงทีเดียว ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็จะมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

Acer Swift X

ซึ่งนอกเหนือจากตัวเครื่อง Acer Swift X คุณภาพดีทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมความสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่า  เพราะเบากว่าเดิมมากๆ ถือมือเดียวสบาย หยิบถือติดตัวไปใช้งานตามร้านกาแฟหรือ Co Working Space ก็ประทับใจสุดๆ

ในส่วนของฟีเจอรที่น่าสนใจก็จะเป็นดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้น อีกทั้งปรับโหมดการใช้งานได้ Fn+ F ซึ่งระบายความร้อนผ่านทางชุดระบายความร้อนทองแดงแบบพิเศษ อีกทั้งยังมี Fingerprint ที่สแกนลายนิ้วมือ ที่ใช้งานผ่านทาง Windows Hello เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย

Acer รุ่นนี้ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 14”ขอบหน้าจอบางก็จริง แต่ก็ยังสามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยตัวปุ่มจะเป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง มีฟอนต์เป็นสีเทา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีขาว ที่ให้ความสว่างสวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ ส่วนเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มจัดว่ามีความใช้ได้เลย

Acer Swift X

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าพอใจในการใช้งานมากๆ 

ด้านลำโพงนั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวแบบ 2W x 2 โดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์  DTS Audio เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับที่น่าพอใจมากๆ

Acer Swift X

ยังไงคนไหนในช่วงกลางๆ ปี 2021 นี้ กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ เทียบเท่า Gaming Notebook อย่าง Acer Nitro 5 หรือสเปกเดียวกันกับ Acer Aspire 7 รุ่นล่าสุด โดยมีฟีเจอร์มากมายกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในราคาไม่แพงล่ะก็ ลองดูเป็น Acer Swift X รุ่นนี้ได้เลย สำหรับรายละเอียดรีวิวและข้อมูลเพิ่มเติม ไว้ติดตามกันอีกทีนะครับ ตอนนี้กำลังทดสอบเครื่องจริงอยู่ 

ตารางสเปก Acer Swift X

  CPU  GPU RAM SSD Display Office 2019 Warranty
Swift X Ryzen 5 5500U Radeon 7 + GTX 1650 8GB 512GB 14″ IPS FHD Yes 3Y On-site

from:https://notebookspec.com/web/592296-acer-swift-x-spec-ryzen5-5500u-gtx-1650

Acer Promotion เมื่อซื้อ AMD Notebook ที่ใช้สเปก Ryzen อาทิ Swift 3 / Nitro 5 / Swift x / Aspire 7 รับของพรีเมียม ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. – 30 มิ.ย.

Acer Promotion สุดปังที่ร่วมกับทาง AMD ฟรีของแถมสุดพรีเมียม ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2564 โดยเมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คหลากหลายรุ่น ทั้งใช้งานทั่วไปได้ประสิทธิภาพสูง บางเบาพกพาสะดวก หรือ Gaming ตอบโจทย์ในการเล่นเกม อาทิ  Swift 3 / Nitro 5 / Swift x / Aspire 7 รุ่นที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen ทั้ง  Ryzen 5000 หรือ Ryzen 4000 ที่ร่วมรายการ โดยแยกออกเป็น 

  • Ryzen 7 : รับฟรี T-Shirt Boxset มูลค่า 890 บาท 
  • Ryzen 5 : รับฟรี Bucket Hat AMD ใส่ได้ทั้ง 2 ด้าน มูลค่า 490 บาท

Acer Promotion

Acer Notebook รุ่นใหม่ๆ ต้นปี 2021 สเปก AMD Ryzen 5000 รุ่นใหม่ๆ อาทิ Swift 3 / Nitro 5 / Swift x / Aspire 7 ใครสนใจที่จะซื้อ Acer Notebook อยู่แล้ว ก็สามารถเลือกดูกันได้ตามงบประมาณ หรือตามการใช้งาน โดยในบทความนี้ที่เราจะมาแนะนำกันมีช่วงราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท ได้ประกันดีที่สุดเป็น 3 ปี On-site และบางรุ่นยังได้ Office Home & Student 2019 แท้ๆ ติดเครื่องอีกด้วย

โดยรุ่นที่น่าสนใจมีทั้งตัวคุ้มค่าบางเบาสุดๆ อย่าง Swift X รุ่นใหม่ ที่มีราคาคุ้มค่า เหมาะแก่การใช้งานเบาๆ ได้สเปกเป็น Ryzen 5 5500U ที่จับคู่มากับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ตัวแรง ได้การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX รวมไปถึง Acer Aspire 7 ที่เน้นหน้าจอใหญ่ 15.6″ เน้นคุ้มค่า หรือถ้าใครอยากได้ Notebook หน้าจอ 14″ บางเบาราคาถูกที่สุดเป็น Acer Swift 3 ก็ได้

ส่วนถ้าเพื่อนๆ คนไหนจะไปสาย Gaming Notebook หรือเน้นงาน 3 มิติ รวมถึงตัดต่อวีดีโอ ก็แนะนำเป็น Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมสเปก Ryzen 5000H จับคู่มากับ GeForce RTX 3060 ที่เล่นเกมได้ลื่นไหนแน่นอนกับราคาที่คุ้มสุด  โดยทุกรุ่นมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย กรณีที่ส่งศูนย์บริการด้วยตนเอง เอาเป็นว่าลองไปชมรายละเอียดสเปกและฟีเจอร์ของแต่ละรุ่นกันเลย

Acer Promotion วิธีแลกรับของแถม

  1. ถ่ายรูปใบเสร็จ (ไม่เกิน14วัน) , S/N , บัตรประชาชน
  2. ส่งไปที่ Line : @amdthailand ระบุชื่อเบอร์โทร ที่อยู่จัดส่ง
  3. ของแถมจัดส่งภายใน 7-10 วันทำการ 

Acer Promotion กับ Ryzen Notebook รุ่นต่างๆ ที่ร่วมรายการ


Acer Swift 3 SF314-43 ราคา 22,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-43 อยู่ใน Acer Promotion เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2021 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 U Series พร้อมขายในไทยแล้ว มีราคาที่ 22,990 บาท ได้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน๊ตบุ๊ค

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 5000U อย่าง Ryzen 5 5500U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย

Acer Promotion

ตัวเครื่องสีสัน Pure Silver สีเงินสว่างๆ ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว 

ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง ที่สำคัญยังได้มีการติดตั้งฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมืออีกด้วย การรับประกันเป็น 2 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง

Acer Promotion

Acer Swift 3 SF314-43-R1N ราคา 22,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : Radeon 7
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years (1 Year On-site Service)

Acer Swift X ราคา SFX14-41G ราคา 27,990 บาท

Acer Swift X อีกหนึ่ง Acer Promotion กับการเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นล่าสุด ประจำซีรีส์ Acer Swift ที่แตกต่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง มีความน่าใช้งาน ได้สเปกแรงๆ อย่าง Ryzen 5 5500U และการ์ดจอแยกระดับ Gaming ด้วย NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) อีกทั้งได้มาตรฐานการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Wi-Fi 6 AX และการเชื่อมต่อที่ครบครัน

เรียกได้ว่า Acer เสนอ Acer Swift X ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น AMD Ryzen 5000U ที่มีความแรงระดับ H Series อีกทั้งจับคู่มากับการ์ดจอแยกแบบเดียวกับ Gaming Notebook ได้แรมขนาด 8GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเพียง 27,990 บาท การรับประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Acer และมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย

Acer Promotion

ที่สำคัญยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point ได้ทันที ซึ่งประสิทธิภาพมีความแรงใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพอย่าง Acer Nitro 5 ทีเดียว ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งจัดว่าทำงานหนักๆ หรือเล่นเกมได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ หน้าจอได้รับการอัพเกรดเป็นรุ่นที่สูงขึ้นในระดับเดียว Acer Swift 5 รุ่นพี่ ได้ค่าขอบเขตสีระดับ sRGB 90% ขึ้นไปนั่นเอง

Acer Swift X เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีให้สัมผัสใกล้เคียงกับ Acer Swift 3 รุ่นก่อนหน้า โดยสีสันเป็น Safari Gold ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยตัวเครื่องมาพร้อมกับบาง และมีน้ำหนักเพียง 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

Swift%20SFX14 c

Acer Swift X SFX14-41G-R3AD ราคา 27,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Aspire 7 A715-42G ราคา 21,990 – 23,990 บาท

Acer Aspire 7 A715 รุ่นใหม่หนึ่งใน Acer Promotion นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่าสเปกดีน่าซื้อน่าใช้งานมากๆ จากการที่ได้สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U ทำงานร่วมกับการ์ดจอเกมมิ่งอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดดี ที่ 144Hz รวมไปถึงเรื่องงานออกแบบดีไซน์ของตัวเครื่องก็ทำได้อย่างลงตัว สีสันก็ดูพรีเมียมหรูหราเรียบง่ายแต่ดูดี แน่นอนว่ามี Windows 10 Home แท้มาให้ด้วย

สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่แรงลื่นแต่คุ้มค่า ซึ่งทาง Acer วางเอาไว้ โดยนำเสนอด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 21,900 บาท จนไปถึง 23,900 บาทเท่านั้นเอง ​ได้แรม 8GB และ SSD M. 512GB ส่งผลให้ตลาดของโน๊ตบุ๊คราคา 2x,xxx บาท มีควาน่าสนใจขึ้นมาก ที่สำคัญเป็นการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์เองก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ด้วย โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงทีเดียว

Acer Promotion

Acer Aspire 7 ปี 2021 เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ ต้องยอมรับเลยว่าได้ DNA จาก Acer Nitro 5 รุ่นปี 2019 มาเต็มๆ แต่มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเรียบหรูดูเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ดูพรีเมียม ตามสไตล์ของ Aspire Series ซึ่ง Aspire 7 ก็ถือว่าเป็นรุ่นท็อปสุด ซึ่งจากการที่ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสี Charcoal Black ตลอดทั้งตัวเครื่องทำให้ดูแข็งแรงทนทานและหรูหรากว่า Acer Aspire 3 / Aspire 5 อย่างเห็นได้ชัด 

เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงาน ที่รับกับน้ำหนัก 2.15 กิโลกรัมได้ ด้วยขอบหน้าจอที่บางเฉียบ มิติโดยรวมตัวเครื่องทั้งหมดมีขนาดที่เล็กกระชับ โดยมาพร้อมกับความบางของตัวเครื่องเพียง 23 มิลลิเมตร  ซึ่งก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสเปกจอ 15.6″ ที่ได้การ์ดจอแยก GTX 1650 จริงๆ แล้วจัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน โดยควบคุมโหมดการใช้งานง่ายๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพื่อเปลี่ยนโหมด ที่เอาไว้ทำงานก็ดี เล่นเกมก็ดีไม่แพ้กัน

Aspire%207%20A715 42G%20Black f

Acer Aspire 7 A715-42G-R7RS ราคา 21,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz (x1)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Aspire 7 A715-42G-R113 ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.20 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz (x1)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-45 ราคา 28,990 – 36,990 บาท

การดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2021 อีกหนึ่งของ Acer Promotiob สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ Acer Nitro 5 ที่เป็นสเปก Ryzen 4000H รุ่นก่อน โดยวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบาตามมาตรฐาน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด ซึ่งมีน้ำหนักตัวเครื่องตามสเปกอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม แน่นอนว่าได้ประกันเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถีงบ้านด้วย

สเปกภายในของ Acer Nitro 5 สเปก AMD Ryzen 5000H ตอนนี้มี 3 สเปก แบ่งเป็น Ryzen 5 5600H / Ryzen 7 5800H ที่ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนาน ที่กับคู่มากับการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) / RTX 3060 (6GB GDDR6)  ส่วนแรมได้มาตรฐานเป็นขนาด 8GB / 16GB แบบ DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลเป็น SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA3 ภายหลัง) พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที

Acer Promotion

หน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง Refresh Rate ที่ 144Hz แบบ 3ms ให้การแสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจ ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย

Nitro%205%20AN515 45 c

Acer Nitro 5 AN515-45-R0ZA/T00A ราคา 28,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H (6C/12T : 3.30 – 4.20 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz (8GB x 1)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-45-R5X5 ราคา 30,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz (8GB x 1)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-45-R31 ราคา 36,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T : 3.20 – 4.40 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz (8GB x 2)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

สรุปปิดท้าย Acer Promotion ซึ่งจะประกอบไปด้วย Acer Notebook รุ่นต่างๆ อย่าง Swift 3 / Nitro 5 / Swift x / Aspire 7 รุ่นที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen ทั้ง Ryzen 5000 รวมไปถึงรุ่นเก่า Ryzen 4000 ที่ร่วมรายการ เพื่อนๆ คนไหนที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว ก็อย่าลืมทำตามกติกาง่ายๆ เพื่อแลกของพรีเมียมกันด้วยนะครับ จัดว่าเป็นกิจกรรมดีของ Acer x AMD ที่ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว ระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2564

ตารางรุ่น Notebook ที่ร่วม Acer Promotion 

Model CPU GPU RAM SSD Display Warranty
Swift 3 Ryzen 5 5500U Radeon 7 8GB 512GB 14″ IPS FHD 60Hz 2Y / 1Y On-site
Swift X Ryzen 5 5500U GTX 1650 8GB 512GB 14″ IPS FHD 60Hz 3Y On-site
Aspire 7 Ryzen 7 5700U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ IPS FHD 60Hz 3Y On-site
Nitro 5 Ryzen 5 5600H RTX 3060 16GB 512GB 15.6″ IPS FHD 144Hz 3Y On-site

หมายเหตุ

  1.  ของแถมมีจำนวนจำกัด บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  2. คำตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ร่วมรายการถือได้ว่าตกลงยอมรับในข้อกำหนดและเงื่อนไขข้างต้นทุกประการ
  3. โปรโมชั่นนี้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อสินค้า Notebook / AIO / Desktop Branded ที่ใช้ CPU AMD Ryzen ในประเทศไทยเท่านั้น
  4. ของพรีเมียมไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินทอนหรือเงินสดได้

 

from:https://notebookspec.com/web/592285-acer-promotion-buy-ryzen-notebook-m2021

แนะนำจอคอม MSI 2K 165Hz ดูหนัง ทำงาน จอเล่นเกม จอเดียวจบ ครบทุกฟังก์ชั่น

แนะนำจอคอม MSI 2K 165Hz ดูหนัง ทำงาน จอเล่นเกม จอเดียวจบ ครบทุกฟังก์ชั่น

จอคอม

เคยรู้สึกยุ่งยากกันมั้ยครับ เวลาจะเลือกจอคอมเล่นเกมกันสักรุ่น เหมือนจะต้องวุ่นวายกับการหารายละเอียดในการเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดหน้าจอ เทคโนโลยี พาแนล ฟีเจอร์ ไปจนถึงราคา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้หลายคนแทบจะถอดใจ เมื่อต้องเลือกซื้อหาจอเกมมิ่งมาใช้ ซึ่งที่จริงแล้ว อาจจะไม่ได้ซับซ้อนมากมายนัก เพียงแต่ว่าคุณอาจจะต้องมีสิ่งที่ต้องการอยู่ในใจสัก 2-3 ข้อ ที่เป็นความต้องการจริงๆ แล้วส่วนที่เหลือ ถือว่าเป็นองค์ประกอบรองๆ ลงไป เท่านี้ก็ง่ายขึ้นแล้ว อย่างเช่นโจทย์ในวันนี้ ที่เราอยากจะนำมาเป็นตัวอย่างในการเลือกใช้ สำหรับคอเกม ที่อยากได้จอแสดงผลขนาดใหญ่ ใช้งานได้ทั้งเล่นเกมและความบันเทิง เพิ่มเติมคือ มีอัตรารีเฟรชเรตที่สูงกว่าจอพื้นฐาน ส่วนความละเอียดก็ตามความเหมาะสม แบบนี้จะเลือกอย่างไรดี


เลือกจอคอมเล่นเกม 2021


เลือกความละเอียด Resolution ใดดี

ในเรื่องของ Resolution หรือความละเอียดของหน้าจอคอมเล่นเกม เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ในทุกยุคที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่มีข้อใดผิดหรือถูกเสียทีเดียว แต่ก็คงต้องดูตามความเหมาะสม ตั้งแต่ในเรื่องของสเปคคอมที่ใช้ ไปจนถึงความต้องการใช้งานในด้านอื่นๆ ประกอบกัน เพราะเวลานี้มีให้เลือกตั้งแต่ Full-HD 1080p, 2K หรือ 1440p QHD หรือจะเป็น 4K 2160p ก็น่าสนใจ เพราะความละเอียดยิ่งสูง ก็จะให้ประสบการณ์ในการใช้งานมากขึ้น แล้วจะเลือกความละเอียดใดดี

จอคอม
ที่มา: thinkware.com

FHD หรือ 2K ความละเอียดของจอภาพระดับ Full-HD 1080p และ 2K QHD (1440p) ตัวเลขอาจไม่ต่างกันมากนัก แต่ในการแสดงผลจะให้รายละเอียดต่างกันในระดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่เล่นเกม แล้วชอบดู Detail หรือชอบสไตล์ของเกมหรือการชมภาพยนตร์ที่มี Source ที่มีความละเอียดสูง ความสวยงามสมจริง จอคอมที่ให้ความละเอียดได้มากกว่า ย่อมแสดงผลภาพได้ดีมีความสมจริงมากขึ้น


ขนาดหน้าจอเท่าไรถึงจะดี?

จอคอม

เรื่องขนาดหน้าจอคอมเล่นเกมในปัจจุบันก็ไม่มีอะไรตายตัว แต่เชื่อได้เลยว่าแนวโน้มของคนที่ซื้อจอคอมใหม่ ส่วนใหญ่ถ้าไม่เบื่อกับภาพแบบเดิมๆ ลูกเล่นเก่าๆ ความละเอียดเดิมๆ หรือขนาดหน้าจอเล็กๆ เริ่มไม่ตอบโจทย์การใช้งานแล้วนั่นเอง ตัวเลือกในปัจจุบันมีให้เริ่มต้นตั้งแต่ 24″ แต่บางคนที่ใช้ 22″ มา ก็อยากจะไปไกลกว่านั้น เช่น จอภาพ 27″ หรือ 32″ เป็นต้น เพราะทำให้เห็นความแตกต่างจากจอภาพที่เคยใช้อยู่เดิมอย่างมาก ส่วนในเรื่องของ Resolution หรือฟีเจอร์อื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น การแสดงผลหน้าจอ รีเฟรชเรต พาแนล ไปจนถึงลูกเล่นการปรับแต่ง เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความลื่นไหลของภาพ และการปรับแต่ง เช่นมี Game Mode เป็นต้น ซึ่งก็อยู่ที่ว่า คุณจะใช้จอภาพไปในทางใดมากที่สุด แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็เลือกสิ่งต่างๆ ให้มีครบไว้ก่อน ในระดับราคาที่คุณสู้ไหว เพราะอย่าลืมว่า จอคอม ไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณซื้อบ่อยๆ เรียกว่าซื้อมาครั้งหนึ่ง ก็ใช้กันจนลืมเลยทีเดียว จ่ายเยอะหน่อย มีลุกเล่นครบตามที่ต้องการ และก็ได้ใช้กันแบบยาวๆ


เลือกจอคอมเล่นเกม

จอคอม

หากต้องการภาพในเกมที่สวยงาม ความละเอียดสูงระดับ 2K (1440p) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากความลื่นไหลต่อเนื่องในขณะเล่นแล้ว ความสวยงามบนความละเอียดที่สูงกว่า Full-HD ก็เป็นสิ่งที่เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหากมีตัวเลือกเป็นจอขนาดใหญ่ ความละเอียดที่สูง ก็ยิ่งเหมาะกับคอเกมที่ต้องการความสนุกสนาน เพราะนอกจากมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ชัดเจนขึ้น ลองนึกดูว่าคุณเล่นด้วยจอขนาด 32″ แต่คู่ต่อสู้ของคุณเล่นบนจอ 24″ บนความละเอียดที่เท่ากัน โอกาสย่อมเป็นของคุณในการที่จะเด็ดชีพศัตรูในจอได้ เนื่องจากเราจะเห็นภาพได้ใหญ่กว่า การจะยิงเข้าเป้า ก็จะมีมากกว่า และในความละเอียดที่สูง ก็ทำให้มองเห็นสมรภูมิรอบๆ ตัวได้มากกว่านั่นเอง หากเกมเมอร์เป็นคนช่างสังเกต ก็อาจจะเห็นศัตรูได้ไวกว่านั่นเอง

จากตัวอย่างภาพทางซ้ายมือ MSI OPTIX G32CQ4 ซึ่งเป็นจอภาพขนาด 32″ บนความละเอียด 1440p และทางด้านซ้ายเป็นจอ MSI OPTIX G27C4 เป็นจอภาพ 27″ ความละเอียด 1080p ซึ่งในแง่ของการเล่นเกมที่ต้องการรายละเอียด จอภาพขนาดใหญ่ที่ให้ความละเอียดสูงกว่า และมุมมองที่กว้างกว่า ย่อมสร้างความได้เปรียบในการเล่น รวมถึงการมองเห็นพื้นที่ รวมถึง Map บนหน้าจอ ที่มองได้ชัด และสังเกตการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดีหากงบประมาณมีจำกัด ตัวเลือกอย่าง OPTIX G32C4 ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะได้หน้าจอขนาด 32″ แต่ความละเอียดจะอยู่ที่ 1080p หรือ Full-HD เท่านั้น

จอคอม

เลือกจอคอมสำหรับการชมวีดีโอสตรีมมิ่ง

จอคอม

นอกจากการเลือกจอคอมเล่นเกมที่ดีสำหรับการเล่นเกมแล้ว การเลือกจอให้ตอบโจทย์ด้านความบันเทิง เช่น การชมภาพยนตร์จาก Netflix วีดีโอ Youtube หรือการชมผ่านทางสตรีมมิ่งแบบต่างๆ ก็น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่คนจะซื้อจอส่วนใหญ่ต้องการ แต่การเลือกจอให้เหมาะกับการชมวีดีโอ ก็ต้องประกอบด้วยกันหลายอย่าง เช่น การเลือกหน้าจอขนาดใหญ่ 27″ หรือ 32″ เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน เพราะจะได้เห็นภาพที่ใหญ่ขึ้นชัดขึ้น อย่างเช่น MSI OPTIX G32CQ4 ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 32″ และความละเอียดสูงถึง 1440p ที่ทำให้การชมภาพยนตร์สนุกสนานมากขึ้น หรือถ้างบประมาณมีจำกันตัวเลือกอย่าง และ OPTIX G32C4 เป็นจอภาพขนาด 32″ เช่นกัน แต่ความละเอียด 1080p ก็ให้คุณสนุกสนานได้ไม่น้อยเลย

จอคอม

นอกจากนี้การเลือกจอภาพที่มีความละเอียดสูง Full-HD หรือ 1080p ขึ้นไป เพื่อให้ได้รายละเอียดของภาพที่ชัดเจน และตอบสนองได้ดีกับคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่เริ่มขยับไปที่ความละเอียด 1440p หรือ 2160p 4K กันมากขึ้น ซึ่งจะให้อรรถรสในการรับชมที่ดีกว่าเดิม รวมถึง การตอบสนองที่รวดเร็ว โดยเฉพาะ Response time ที่สั้นและรวดเร็วในระดับ 1ms จะช่วยให้ภาพมีความนุ่มนวลต่อเนื่องมากขึ้น อย่างเช่น MSI OPTIX G32CQ4 และ OPTIX G27CQ4 กับความละเอียดระดับ 1440p หรือ 2K ก็ให้รายละเอียดได้มากขึ้น เหมาะกับการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงในปัจจุบัน

แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกในการรับชมอยู่บ้าง แต่สำหรับบางคนอาจจะให้ความสำคัญไม่น้อยก็คือ ขอบของจอภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่การชมภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้งานอื่นๆ อีกด้วย ขอบจอภาพที่บาง จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลได้กว้างขึ้น อีกทั้งลดความรู้สึกอึดอัดจากความเทอะทะไปได้เยอะทีเดียว ตัวอย่างเช่น MSI OPTIX G32CQ4 มาพร้อมกับขอบจอที่บางเฉียบ เรียกว่าเกือบไร้ขอบ จึงให้พื้นที่ในการรับชมได้อย่างเต็มที่


เลือกจอคอมสำหรับท่องเว็บไซต์:

จอคอม
MSI OPTIX G32CQ4 (32″ 1440p) and MSI OPTIX G27C4 (27″ 1080p)

สำหรับนักท่องอินเทอร์เน็ต ชอบดูเว็บข่าวสาร ทำเอกสารออนไลน์ เล่นหุ้น หรือแม้จะดูสตรีมมิ่ง หน้าจอพื้นที่กว้าง สามารถเปิดดูได้หลายหน้าต่างพร้อมกัน ดูจะตอบโจทย์การใช้งานได้ดี เพราะจะได้ประโยชน์ทั้งการแบ่งหน้าจอ หรือการเปิดใช้แท็ปบนเว็บเบราว์เซอร์ได้หลายๆ หน้า เรียกว่าชอบการดูเว็บไซต์ หรือใช้ทำงานอื่นๆ ได้พร้อมกันนั่นเอง ซึ่งหากเป็นจอภาพขนาดเล็ก แม้จะแบ่งหน้าต่างโปรแกรมออกได้เช่นกัน แต่หน้าต่างๆ แต่ละช่องนั้น ก็ดูเล็กเกินกว่าจะใช้ได้สะดวก ส่วนถ้าเป็นจอใหญ่ 27″ หรือ 32″ ก็จะมองเห็นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูวีดีโอยูทูป ไปพร้อมๆ กับการดูหุ้นหรือกราฟในการเทรดบิตคอยน์ หรือจะแบ่งอีกหน้าต่าง สำหรับการตามข่าวสารไปพร้อมๆ กัน ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนกว่านั่นเอง

จอคอม
MSI OPTIX G32CQ4 (32″ 1440p) and MSI OPTIX G27C4 (27″ 1080p)

แต่ถ้ามีงบประมาณมากพอ การเลือกจอขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดสูง ก็จะเพิ่มพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้น นั่นหมายถึงคุณจะได้พื้นที่ในการแบ่งหน้าจอออก และใช้งานได้อย่างคล่องตัว จากตัวอย่างที่เราลองแบ่งหน้าจอออกเป็น 4 ส่วน เพื่อใช้งานเปิดหน้าเว็บไซต์ 2 ช่อง พร้อมกับเปิดวีดีโอยูทูป และดูกราฟเทรด Crypto currency ไปพร้อมๆ กัน จอภาพขนาด 32″ ให้พื้นที่ของภาพได้กว้างมากกว่าจอภาพแบบ 27″ สังเกตได้จากคอนเทนต์ในหน้าเว็บไซต์ รวมถึงตัวกราฟที่มีการแสดงผลต่างกันอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง ซึ่งหากคุณมีงบประมาณไม่มากนัก ตัวเลือกที่เป็นหน้าจอขนาด 32″ 1080p อย่างเช่น MSI OPTIX G32C4 ก็เพียงพอต่อการใช้งาน หรือถ้าไม่ได้ซีเรียสมากนัก MSI OPTIX G27C4 ที่เป็นจอภาพ 27″ 1080p ก็เป็นตัวเริ่มต้นที่ดีในราคาระดับหมื่นต้นๆ

จอคอม
MSI OPTIX G32CQ4 (32″ 1440p) and MSI OPTIX G27C4 (27″ 1080p)

ตัวอย่างเปรียบเทียบกันระหว่างจอแสดงผลขนาดใหญ่ MSI OPTIX 32CQ4 หน้าจอ 32″ ความละเอียด 1440p ให้พื้นที่ในการทำงานที่มากกว่า มองเห็นรายละเอียดได้เยอะขึ้น ซึ่งจากตัวอย่างจะเห็นเอกสาร PDF ได้เกือบเต็มหน้า โดยเป็นค่า Default ส่วนจอภาพขนาด 27″ 1080p ตามตัวอย่างนี้ จะเห็นถึงข้อมูลบนหน้าเอกสาร PDF file ได้ไม่เต็มหน้า จากตัวอย่างนี้ หากคุณเลือกหน้าจอใหญ่ ความละเอียดสูง ก็จะได้ประโยชน์ในการดูไฟล์บนหน้าจอได้ง่ายขึ้น รวมถึงใครที่ต้องทำงานข้อมูล เปรียบเทียบเอกสาร หรืองานด้านบัญชี ต้องใช้หน้าเอกสารยาวๆ หรือดู 2 ไฟล์เพื่อเปรียบเทียบกัน เป็นต้น


เลือกจอคอมสำหรับทำงาน:

จอคอม

ในกลุ่มนี้ จะมีทั้งแบบที่ใช้งานด้านเอกสารทั่วไป เช่นงานด้านคีย์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะใช้พื้นที่ในการทำงานผ่านซอฟต์แวร์ด้านการเงิน หรืออย่างน้อยๆ ก็จะเป็น Excel ที่อาจจะต้องการ Cell และ Column ในการคำนวณหรือใส่ข้อมูล เพื่อสร้างกราฟ สำหรับพรีเซนเทชั่นหรือรายงานสรุป หน้าจอขนาดใหญ่ดูจะตอบโจทย์ได้มากกว่า เพื่อให้การสร้างสรรค์งานทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ MSI OPTIX G32CQ4 หรือ MSI OPTIX G32C4 ที่เป็นจอภาพขนาด 32″

จอคอม

หรือในกลุ่มที่ใช้ด้านงานกราฟิก เช่น การแต่งภาพ หรือตัดต่อวีดีโอ นอกจากพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่ ก็อาจจะต้องการความละเอียดที่สูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่ 1080p หรือ Full-HD แต่ระดับ 2K ขึ้นไป ก็จะให้ความสะดวกได้มากกว่า เพราะนอกจากจะมีพื้นที่ในการจัดวางเครื่องมือหรือ Tool ต่างๆ ของโปรแกรมได้มากขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยให้พื้นที่พรีวิว สำหรับการตัดต่อวีดีโอ เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ไม่กรณีที่ยังไม่มีงบประมาณซื้อจอคอมเพิ่มนั่นเอง ตัวอย่าง MSI OPTIX G32CQ4 หรือ MSI OPTIX G27C4Q ที่มาพร้อมความละเอียด 2K 1440p ซึ่งให้การทำงานสะดวกมากขึ้นกว่าจอทั่วไป

จอคอม
1440p (Left) and 1080p (Right)

จากตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของภาพ เมื่อซูมเข้าไปในภาพเดียวกัน ทางซ้ายมือ เป็นจอภาพ MSI OPTIX G32CQ4 ที่มีความละเอียด 1440p 2K ส่วนทางขวาจะเป็นจอภาพ OPTIX G27C4 ซึ่งเป็นจอ 1080p หรือ Full-HD จะเห็นว่าภาพด้านบนที่เป็นรูปคีย์บอร์ด พอให้เห็นความต่างในรายละเอียดอยู่บ้าง ซึ่งอาจจะไม่ได้มีผลมากในการแค่พรีวิวภาพทั่วไป แต่จะมีต่อเมื่อต้องใช้เครื่องมือในการปรับแต่ง ที่จะทำให้การใช้เครื่องมือปรับแต่ง ส่วนด้านล่างที่เป็นภาพด้านหลังของการ์ดจอ จะสังเกตได้ว่า ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในภาพ เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ลูกศรในฝั่งของจอ 2K ที่มีความชัดเจนมากกว่าเล็กน้อยนั่นเอง

และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ขอบเขตสีหรือการแสดงผลบนหน้าจอ เพราะการทำงานเหล่านี้ ต้องอาศัยความแม่นยำของสี เพื่อช่วยให้ชิ้นงานมีความถูกต้องมากที่สุด แม้ว่าจอภาพพื้นฐานหรือจอเกมมิ่ง จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ แต่จอเกมมิ่งบางรุ่นก็มีคุณสมบัติในแง่ของความแม่นยำสีมาด้วย อย่างน้อยก็เพียงพอต่อการทำงานด้านกราฟิก เช่น งานตัดต่อวีดีโอหรือตกแต่งภาพได้ดีพอสมควร โดยตัวอย่างจอภาพ MSI OPTIX G32C4 มาพร้อมค่า DCI-P3 ที่สูงถึง 95% และ SRGB 115% ก็เป็นตัวเลขที่มากพอ สำหรับคนที่ต้องการใช้ในการกราฟิกคุณภาพได้ดี เรียกว่าจอเดียวครบจบทุกงาน


จอเล่นเกมปี 2021 ต้องรีเฟรชเรตสูง

กลายเป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้ว สำหรับจอเกมมิ่งในปัจจุบัน และยังเป็นสิ่งที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต สำหรับอัตรารีเฟรชเรตของจอภาพ เพราะคอเกมส่วนใหญ่ ไม่เพียงต้องการภาพที่สวยงาม หรือแค่มีเฟรมเรตในการเล่นเกมที่สูงเท่านั้น แต่จอคอมก็ต้องมีความสอดคล้องกันด้วย เนื่องจากค่ารีเฟรชเรตที่สูง ทำให้การเล่นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นุ่มนวล ลดอาการสะดุดหรือภาพฉีกขาด และเมื่อทำงานร่วมกับบรรดาเทคโนโลยี Adaptive Sync ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น G-Sync หรือ Free-Sync ก็ตาม ซึ่งในปัจจุบันอัตรารีเฟรชเรตของจอเกมมิ่งทั่วไป อยู่ที่ 144Hz เป็นอย่างน้อย ซึ่งราคาค่อนข้างประหยัด ไปจนถึงระดับ 240MHz ซึ่งมักอยู่ในจอภาพระดับไฮเอนด์ และราคาย่อมสูงตามไปด้วย แต่ก็มีจอในกลุ่มรีเฟรชเรต 165Hz ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์เริ่มต้น และเริ่มเล่นเกมที่จริงจังมากขึ้น อีกทั้งราคาก็ไม่สูงเกินไปนัก ซึ่งจอคอมจาก MSI ทั้ง 4 รุ่นที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ ก็ล้วนแต่มีรีเฟรชเรตที่สูงถึง 165Hz เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอเกมที่ต้องการความลื่นไหลในการเล่นเกมในปัจจุบัน

จอคอม

การเปรียบเทียบการเล่นเกมบนจอ Refresh Rate 165Hz และจอ 60Hz ทั่วไป สามารถเข้าไปชมในวีดีโอที่อยู่ด้านบนนี้ ในช่วงนาที 8:40น กันได้เลย ส่วนการทดสอบร่วมกับเกมต่างๆ ในช่วงที่มีอัตราเฟรมเรตที่สูงก็จะพอเห็นผลได้อย่างชัดเจน โดยภาพที่ได้จะมีความนุ่มนวลต่อเนื่องมากขึ้น และยิ่งทำงานร่วมกับเทคโนโลยี FreeSync หรือ FreeSync Premium บนจอภาพทั้ง 4 รุ่น เช่น MSI OPTIX G32CQ4 และ OPTIX G27C4 ก็จะเห็นได้ชัดว่า ลดปัญหาเรื่องของภาพขาด หรือการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนในขณะที่มีการเปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการทำงานที่สอดคล้องกันระหว่างเฟรมเรต และอัตรารีเฟรชเรตที่สูง ซึ่งส่งผลให้การเล่นเกมสนุกลื่นไหล ไม่เสียอารมณ์ อีกทั้งช่วยให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น เพราะการกระตุกน้อยลง ก็ทำให้ยิงได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกม Battlefield V, PUBG หรือจะเป็นเกมแนว Racing อย่าง NFS ก็ตาม


อัตราตอบสนอง Response time

จอคอม

นอกเหนือจากเรื่องของอัตรารีเฟรชเรตที่สูง MSI OPTIX G32CQ4 และ OPTIX G27C4 ก็ยังมาพร้อมกับอัตราการตอบสนองที่สั้นเพียง 1ms เท่านั้น ด้วย Response time ระดับนี้ ทำให้ภาพที่ปรากฏในเกมมีความชัดเจน ลดอาการเบลอ เมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นโอกาสที่จะโจมตีศัตรูในขณะเคลื่อนที่ก็มีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเกมสงครามอยู่ในสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็น Battlefield V, GTA V หรือจะเป็น PUBG ซึ่งเกมเหล่านี้จะมีตัวละคร และการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นเองก็จะต้องจับสังเกตรอบข้างให้ได้ไว มิฉะนั้นก็อาจจะกลายเป็นเหยื่อแทนที่จะเป็นผู้ล่าก็เป็นได้


จอโค้งหรือจอแบน?

จอคอม

ปัจจุบันจอโค้ง เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้ในกลุ่มของเกมเมอร์และในด้านต่างๆ ยิ่งเป็นคนที่ต้องการจอภาพแบบตัวเดียวจบ ครบทุกการใช้งาน โดยที่สามารถมองเห็นภาพทั้งหมดได้เต็มตา แบบที่ไม่ต้องถอยหลังออกจากหน้าจอจนเสียอรรถรส โดยที่จอภาพ MSI OPTIX G32CQ4 และ OPTIX G27C4 ต่างมาพร้อมกับความโค้งในระดับ 1500R จัดเป็นความโค้งในระดับสายตา ที่โอบกระชับการมองได้ค่อนข้างพอดี เรียกว่าไม่โค้งเกินไป หรือว่าออกแนว Flat จนทำให้ต้องกวาดสายตามากขึ้น เมื่อใช้งานนานๆ และที่สำคัญให้คุณสามารถใช้จอภาพขนาดใหญ่ได้แบบไม่ต้องถอยห่างออกจากจอมากเกินไป

จอคอม

ซึ่งต่างจากจอภาพแบบ Flat ที่แม้ว่าจะมีข้อดีในหลายๆ ส่วน แต่ก็ต้องร่นระยะห่างออกจากจอภาพ กรณีที่คุณใช้จอขนาดใหญ่ระดับ 27″ ขึ้นไป ดังนั้นแล้วการเลือกจอ Curved ก็จะช่วยให้คุณสนุกไปกับความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนัง หรือจะใช้ทำงานเอกสารหรือตกแต่งภาพ โดยที่ไม่ต้องถอยห่างออกมามากจนเกินไป เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่

จอคอม

AMD FreeSync และ Anti-Flicker

จอคอม

บรรดาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงผลภาพ เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเล่นเกม ซึ่งจอเกมมิ่ง MSI OPTIX ทั้ง 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น MSI OPTIX G32CQ4, OPTIX G32C4, OPTIX G27CQ4 และ MSI OPTIX G27C4 ล้วนมาพร้อมกับเทคโนโลยี AMD FreeSync และ FreeSync Premium ที่จะทำให้ภาพที่มีความลื่นไหล เล่นไม่สะดุด โดยจะอยู่ในจอที่มีรีเฟรชเรตสูงกว่า 120Hz ขึ้นไป หากคุณเปิดใช้งาน FreeSync จะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน สิ่งแรกคือ เรื่องของภาพขาดจะหายไป เพราะการเรนเดอร์ภาพ ถูกปรับให้สัมพันธ์กันกับการแสดงผลบนหน้าจอ ภาพที่ออกมาจึงดูต่อเนื่องและนุ่มนวลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมที่มีเอฟเฟกต์ค่อนข้างเยอะ จะเห็นผลได้อย่างชัดเจน เพราะมีการเคลื่อนไหวภายในฉากค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเกม FPS, RTS หรือเกมแนวอื่นๆ ก็ตาม นอกจากนี้ จอภาพ MSI ยังมี Anti-Flicker ที่ช่วยลดการกระพริบของหน้าจอ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เล่นเกม และท่องเว็บ หรือใช้หน้าจอนานๆ ซึ่งจะไม่ต้องเจอกับความเมื่อยล้า เพราะอาการกระพริบ เมื่อใช้งานหน้าจอในโหมดต่างๆ นั่นเอง


Low Blue Light

จอคอม

และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ แม้จะเป็นจอเกมมิ่ง แต่ก็ควรต้องมีฟีเจอร์ที่ช่วยถนอมดวงตาผู้ใช้ โดยเฉพาะกับคนที่ใช้คอมเป็นเวลานานๆ ซึ่งจอภาพจาก MSI ทั้ง OPTIX G32CQ4 และ OPTIX G27C4 ก็มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เรียกว่า Low Blue Light ซึ่งช่วยลดแสงสีฟ้า ที่จะรบกวนสายตา และทำให้เมื่อยล้าเมื่อใช้งานไปนานๆ ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ชอบการท่องเว็บหรือทำงานเอกสารบนหน้าจอเป็นเวลานานนั่นเอง นอกเหนือจากการเล่นเกม ดูหนัง หรือใช้งานอื่นๆ


การปรับแต่งที่ง่าย

จอเกมมิ่งจาก MSI ทั้ง 4 รุ่นนี้ให้การปรับแต่งด้วย OSD settings บนหน้าจอ เป็นรูปแบบที่ง่าย และมีตัวเลือกค่อนข้างละเอียด การปรับแต่งด้วยการใช้นิ้วเดียวในการกดปุ่มนั้น โดยส่วนตัวถือว่าสะดวกกว่าการมีปุ่มกดหลายๆ ปุ่มมาให้ เพราะเราต้องปรับจูน เพื่อให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัว โดยที่หัวข้อ จะมีด้วยกัน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย Gaming, Professional, Image, Input Source, Navi Key และ Settings โดยหัวข้อในการปรับแต่งสำคัญๆ สำหรับคอเกม จะอยู่ที่ Gaming เพราะจะเป็นตัวกำหนดตามรูปแบบของเกม และฟังก์ชั่นที่ช่วยให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การเลือกโหมดเกม FPS, RTS, Racing หรือ RPG เป็นต้น

ส่วนถัดมาก็จะเป็นเรื่องของ Night Vision, GDCR และการปรับค่า Image ในการเลือกเพิ่มหรือลด Brightness, Contrast, Sharpness และ Color Temperature เป็นต้น โดยรวมต้องถือว่า MSI ก็เตรียมฟังก์ชั่นมาให้มาแบบไม่มากไม่น้อย แต่ที่น่าสนใจคือ ไม่ต้องไปปรับตัวมาก กด เลื่อน กด แค่นี้เท่านั้น


MSI OPTIX G32CQ4 จอเกมมิ่ง ฟังก์ชั่นครบ จบทุกความบันเทิง

จอคอม

เรียกว่าเป็นจอคอมไซส์บิ๊ก ที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ MSI OPTIX G32CQ4 ไม่เพียงแค่พื้นที่หน้าจอ 32″ และ Resolution 2560 x 1440 QHD ในแบบ 2K เท่านั้น แต่ยังเสริมฟีเจอร์ต่างๆ มาให้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพาแนล VA ที่มีมุมมองกว้าง อัตรารีเฟรชเรตเอาใจคอเกม 165Hz รวมถึง Response time 1ms เท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium บนหน้าจอแบบ Curved 1500R ที่โอบกระชับสายตา ให้คอเกมได้นั่งเล่นแบบสบายๆ ไม่ต้องถอยหลังออกจากหน้าจอไปมากนัก รวมถึงยังปรับตั้งค่า OSD ได้แบบง่ายๆ ผ่านทาง 5-Way Navigation ที่อยู่ด้านหลัง พร้อมกับฟังก์ชั่นสำหรับคอเกมที่มีอยู่มากมาย ให้ได้เล่นกันอย่างสนุก เช่น Night Vision หรือจะเป็น Screen Assistant เป็นต้น สนนราคาอยู่ที่ 16,900 บาท

สำหรับดีไซน์คงต้องบอกว่า แม้จะเป็นจอคอมขนาด 32″ แต่ทาง MSI ก็ออกแบบมาได้ค่อนข้างกระทัดรัด ส่วนหนึ่งเพราะตัวบอดี้ออกแบบให้มีความบางพอสมควร ตั้งแต่ขอบจอด้านหน้า และมิติด้านข้าง ที่โค้งเรียวไปกับตัวจอ จึงไม่ได้รู้สึกว่าหนักจนเดินไป ตัวจอรวมขาตั้งหนักราว 6.4Kg. เท่านั้น

จอคอม

ฐานเป็นแบบตัว Y ขนาดใหญ่ กางออกไปได้กว้าง ซึ่งดูแล้วให้สมดุลในการรับน้ำหนักของตัวจอขนาด 32″ ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ตัวฐานไม่สามารถหมุนซ้าย-ขวาได้เท่านั้น และขาตั้งจะเป็นโลหะขนาดใหญ่ รูปทรงสามเหลี่ยม สูงขึ้นไปราว 30cm โดยตัวจอจะรองรับการปรับแค่มุมก้ม เงย(Tilting) เท่านั้น

จอคอม

ด้านหลังจะเป็นปุ่ม 5-Way Navigation Joystick ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ด้วยการใช้นิ้วเดียวในการกดปุ่ม โดยที่หัวข้อ จะมีด้วยกัน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย Gaming, Professional, Image, Input Source, Navi Key และ Settings โดยหัวข้อในการปรับแต่งสำคัญๆ สำหรับคอเกม จะอยู่ที่ Gaming เพราะจะเป็นตัวกำหนดตามรูปแบบของเกม และฟังก์ชั่นที่ช่วยให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การเลือกโหมดเกม FPS, RTS, Racing หรือ RPG

ตรงกลางด้านหลังของตัวจอ จะมีโลโก้ MSI ที่เป็นรูปมังกรแดง แต่ไม่ได้มีแสงสีอะไรให้ดูหวือหวา เพราะไม่ได้มาพร้อมลูกเล่นที่เป็นฟีเจอร์ RGB แต่ก็ถือว่าออกแบบมาได้น่าสนใจเลยทีเดียว

จอคอม

พอร์ตต่อพ่วงบนจอรุ่นนี้ ประกอบด้วย DC-In, Display port 1.2a และ HDMI 2.0 จำนวน 2 พอร์ต และ Audio-out

จอคอม
จอคอม

สิ่งที่ทำให้จอเกมมิ่งจาก MSI รุ่นนี้ดูสวยสะดุดตา ก็คือ ขอบจอที่บางพิเศษ เรียกว่าแทบจะไร้ขอบ เพื่อให้พื้นที่การแสดงผลมีมากขึ้น ซึ่งดูแล้วสบายตา ไม่มีขอบภาพมารบกวนมากนัก เมื่อเปิดเล่นเกมหรือดูหนังในโหมด Borderless นั่นเอง จากตัวอย่างกับการเล่นเกม DOTA2 จะเห็นได้ว่ามีขอบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากจะเอาใจคนที่ดูหนัง เล่นเกม ได้ดีแล้ว ใครที่คิดจะใช้ต่อจอแบบมัลติมอนิเตอร์ ก็น่าจะชื่นชอบไม่น้อยเลยทีเดียว

จอคอม

มาถึงการทดสอบเล่นเกมกันบ้าง คงต้องบอกว่าจอภาพขนาด 32″ บนความละเอียด 1440p หรือ 2K นี้ สามารถสร้างแรงดึงดูดให้กับการเล่นเกมได้เป็นอย่างดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเกม Action หรือแนว Racing เพราะทำให้เห็นรายละเอียดในหลายสิ่ง ที่จะไม่ได้พบในจอภาพขนาดเล็ก ซึ่งหากคุณเคยใช้จอคอม 22″ – 24″ มาก่อน คุณจะพบกับสัมผัสใหม่ที่ต่างออกไป ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก็คือ ตัวละครที่คุณเล่น จะใหญ่ขึ้นอย่างผิดหูผิดตา รายละเอียดบนเสื้อผ้าหน้าผม รวมถึงบนฝาผนังและของที่ตกบนพื้น ก็จะเห็นมันได้แบบง่ายๆ รวมถึงบรรดาแผนที่ที่ปรากฏบนตัวเกม ก็จะใหญ่มองเห็นตำแหน่งของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และที่สำคัญ เป็นความรู้สึกส่วนตัวก็คือ การเล่นที่ดีขึ้น เพราะได้สังเกตอะไรที่อยู่รอบๆ ตัวได้ง่าย เมื่อมีการเคลื่อนไหวเข้ามาในระยะ ต่างจากในช่วงที่เล่นจอเล็กๆ ได้อย่างชัดเจน

แต่คงไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดหน้าจอเท่านั้นที่เปลี่ยนไป MSI OPTIX G32CQ4 ยังมาพร้อมรีเฟรชเรตที่สูงถึง 165Hz และการตอบสนองที่ 1ms เท่านั้น ซึ่งสองสิ่งนี้เข้าคู่กับการทำงานของพาแนล VA บนจอรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี กับสีสันที่สดใสและความไวของภาพ ที่มีความต่อเนื่อง ยิ่งทำงานคู่กับเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium ด้วยแล้ว ดูเหมือนว่าจะยิ่งใช้เวลาในการเล่นที่ยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยความต่อเนื่องและลื่นไหล เรียกว่าไม่ยอมจบแมทช์กันแบบง่ายๆ

จอคอม

เช่นเดียวกับการชมภาพยนตร์หรือใครที่เป็นสายสตรีมมิ่ง ชอบดูหนังวีดีโอผ่านทางจอคอม โดยที่ MSI OPTIX G32CQ4 มีให้ครบ จบในตัวกับภาพที่สวย สีสันสดใสจากพาแนล VA มุมมองที่กว้าง ให้ความคมชัด กับการปรับแต่งโหมด Cinema บน OSD settings เพื่อให้ภาพสีสันที่สมจริง และมีความต่อเนื่อง ด้วย Response Time 1ms และในส่วนของ Anti-Flicker ทำให้ดูภาพได้ต่อเนื่อง ไม่กระพริบจนปวดตา เหมาะอย่างยิ่งทั้งคนที่ชอบดูหนังนานๆ และการท่องเน็ตในทุกๆ วัน

จอคอม

กับรายละเอียดของภาพในระดับ 2K 1440p ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้เยอะขึ้น และทำให้มองเห็นรายละเอียดภายในภาพได้อย่างสมจริง จากในตัวอย่างที่เป็นล้อรถ ที่เราจะเห็นรายละเอียดต่างๆ จากระยะที่ห่างออกไปได้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงน็อตล้อและข้อมูลของล้อที่อยู่ตรงกลางได้อีกด้วย ซึ่งจะรวมถึงการใช้งานในงานตกแต่งภาพ และการตัดต่อวีดีโอ ที่คุณจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่กลุ่มผู้ใช้งานด้านกราฟิกจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ก็คือ ขอบเขตสีที่กว้าง Wide Color Gamut ในระดับ 91.43% DCI-P3 และ 114.8% sRGB ช่วยเพิ่มความแม่นยำสีให้กับการทำงานได้เป็นอย่างดี

จอคอม

มาถึงการใช้งานสำหรับนักท่องเว็บ สตรีมมิ่งกันบ้าง กับหน้าจอขนาดใหญ่ระดับ 32″ และความละเอียด 1440p เช่นนี้ ย่อมตอบโจทย์คนที่ชอบพื้นที่ใหญ่ๆ เอาไว้ทำงานหรือจัดการเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก เพราะจะมีพื้นที่แสดงผลกว้างมากยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ได้ ไม่เพียงการดูภาพหรือตัวอักษรที่ดูใหญ่ มองเห็นได้ชัดเท่านั้น แต่ยังทำให้เรา Scroll mouse น้อยลง เพราะคอนเทนต์ที่อยู่บนหน้าจอมีมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น การดูรายละเอียดของสินค้า ก็ดูได้เยอะ และเปรียบเทียบได้ง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งหน้าจอ เพื่อทำการเปรียบเทียบสินค้าและข้อมูลได้สะดวกนั่นเอง

จอคอม

ส่วนใครที่ใช้งานแบบมัลติทาส์กกิ้ง หรือชอบเปิดหลายๆ หน้าต่างพร้อมกัน ยิ่งจะได้ประโยชน์ในส่วนนี้มากขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถแบ่งหน้าต่างการแสดงผลออกได้และเห็นได้ชัดเจนอีกด้วย ไม่ว่าจะใช้ในการดูหนัง ดูเว็บไซต์หรือการเทรด Crypto Currency ก็สามารถตรวจเช็คและเห็นได้ง่าย ถึงแม้ว่าจะเล็กกว่า ก็ทำได้เช่นกัน แต่เรื่องของการมองเห็นจอใหญ่ ย่อมมองได้ง่ายกว่า หรือจะแบ่งครึ่งจอสำหรับการทำงานเอกสารก็ยังสะดวก


MSI OPTIX G27C4 จอเกมมิ่ง สีสดใส ลื่นไหล เพื่อคอเกมมือใหม่

จอคอม

มาถึงจอเกมมิ่งอีกรุ่นหนึ่งจาก MSI ในรุ่น OPTIX G27C4 ที่มาโชว์ความสวยงามให้กับเกมเมอร์ได้สัมผัสกันในราคาเบาๆ ซึ่งในซีรีส์นี้ จะมีด้วยกัน 2 รุ่น OPTIX G27CQ4 และรุ่นที่รีวิวอยู่นี้จะเป็น OPTIX G27C4 ที่เป็นภาพขนาด 27″ รีเฟรชเรต 165Hz รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันตรง ความละเอียดในการแสดงผล โดยที่ G27C4 ความละเอียด 1080p หรือ Full-HD ส่วน G27CQ4 จะเป็น 1440p หรือ 2K นั่นเอง ซึ่งก็เหมาะกับความต้องการที่ต่างกันออกไป โดยในรุ่นที่เป็น Full-HD นี้ ก็เหมาะกับเกมเมอร์มือใหม่ หรือเตรียมจะเทิร์นโปร เข้าสู่การเล่นในกลุ่มของ E-Sport เพราะด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกม และใช้งานในด้านอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่

จอคอม

พาแนลของจอ OPTIX G27C4 รุ่นนี้ เป็นแบบ VA ที่ให้สีสันสดใส ตอบสนองได้ไว และมุมมองที่กว้าง สังเกตได้จากอัตรารีเฟรชเรตที่ได้มาสูงถึง 165Hz และค่า Response Time 1ms เท่านั้น ซึ่งเหมาะกับการใช้งานและการเล่นเกมเป็นอย่างยิ่ง

การออกแบบต้องถือว่าถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง OPTIX G32CQ4 ที่รีวิวไปในด้านบน ไม่ว่าจะเป็นขอบจอที่บาง หน้าจอเป็นแบบ Curved 1500R ที่สอดรับกับสายตาผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ฐานของจอที่เป็นแบบ Y รับกับหน้าจอขนาด 27″ ได้อย่างสบายๆ น้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 5.4Kg เท่านั้น

จอคอม

มาดูด้านหลังกันบ้าง ยังคงตามรูปแบบของรุ่นพี่มาเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโทนสีเทาดำ มีโลโก้ MSI ตรงกลาง และปุ่มคอนโทรลในแบบ 5-Way Navigation ซึ่งควบคุมการทำงานได้ง่ายมากๆ เพราะใช้แค่นิ้วเดียวในการกด ดัน เลื่อน ประมาณนี้ โดยมีฟีเจอร์ในส่วนของ OSD settings ตามในซีรีส์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับ Game Mode สีหรือฟังก์ชั่นสำหรับการเล่นเกมเป็นต้น

จอคอม

โดยจอคอม OPTIX G27C4 มาพร้อมเมาท์แบบ 100 x 100 และขาตั้งแบบสามเหลี่ยม ในส่วนของการปรับเลื่อน มีให้เพียงมุมก้ม เงยที่ระดับ -5 – 20 องศาเท่านั้น ไม่สามารถปรับเลื่อนขึ้นลง หรือหมุนซ้ายขวาได้ พอร์ตต่อพ่วงประกอบด้วย 1x DP (1.2a) และ 2x HDMI (1.4b)

จอคอม

มาที่การเล่นเกม ก็เรียกว่าแม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ในเรื่องความสวยงาม ยังคงตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งในแง่ของสีสัน ที่ดูสดใส ให้ภาพที่มีความต่อเนื่องได้ดี โดยเฉพาะในเกม Action FPS ต่างๆ กับรีเฟรชเรตที่สูงถึง 165Hz ทำให้ภาพที่ได้มีความลื่นไหล เมื่อเปิดการทำงานของ AMD FreeSync ก็ยิ่งทำให้ความไหลลื่นได้ต่อเนื่อง ลดอาการภาพฉีกขาดได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สเปคแรงๆ ก็ยังเล่นได้ภาพที่สวยงาม ซึ่งจากการทดสอบในหลายๆ เกม เช่น Death Stranding หรือ Battlefield V รวมไปถึง PUBG และ Horizon Zero Dawn ก็บอกได้เลยว่ามีความไหลลื่นน่าสนใจไม่น้อยเลย

จอคอม

ในด้านของการเล่นวีดีโอ และการทำงานในด้านกราฟิกและวีดีโอ ก็ยังเต็มตาเต็มอารมณ์สำหรับคนที่ชอบความบันเทิง โดยเฉพาะการแสดงผลบนหน้าจอที่เรียกว่าแทบจะไร้ขอบ ทำให้พื้นที่การดูภาพทำได้เต็มที่มากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ใช้งานแบบจอเดียวจบ ทำงาน เล่นเกม และมัลติมีเดีย แต่ความเป็นจอภาพ 27″ ก็ทำให้ประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานไปได้เยอะ และที่สำคัญเป็นจอโค้งที่โอบกระชับสายตา 1500R จึงทำให้ไม่ต้องถอยห่างออกจากจอ แต่ก็มองเห็นได้แบบครบทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง หรือท่องเว็บก็ตาม

จอคอม

มาว่ากันที่การดูเว็บไซต์ สำหรับใครที่ชอบท่องอินเทอร์เน็ต หรือเน้นดูข้อมูลออนไลน์เป็นหลัก กับหน้าจอขนาด 27″ อาจจะดูเล็กกว่า 32″ อยู่ในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามองถึงการใช้งานบนเว็บไซต์ หลายคนอาจจะมองว่ากำลังพอเหมาะ เพราะสามารถมองเห็นข้อมูลปริมาณมากๆ หรือรองรับการเปิดเว็บไซต์หลายๆ แท็ปได้อย่างสะดวกอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่นการพรีวิวเอกสารในโหมดปกติ 100% ก็ยังเห็นได้เกือบครบทั้งหน้า ส่วนถ้าต้องการดูข้อมูลที่ละเอียดขึ้น ก็ยังให้ความคมชัดสูง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับ Source หรือข้อมูลต้นทาง ว่าจะมีความละเอียดมากน้อยเพียงใด

จอคอม

แต่สิ่งที่สำคัญและดูจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ใช้งานแบบหลายแท็ป เปิดหลายหน้า รวมถึงการแบ่งหน้าจอเดสก์ทอป เพื่อใช้งานในแบบมัลติทาส์ก เราทดสอบแบบคนอ่านข้อมูลบนเว็บไซต์ เปิดดูยูทูปแ ละเช็คราคาของ Crypto Currency แม้ว่าจะค่อนข้างแน่นหนาไปบ้าง บางส่วนอาจจะเห็นได้ไม่ชัดเจน รวมถึงการที่จะพรีวิวดูตัวอย่างของวีดีโอจะไม่ครบถ้วน หรือมองเห็นได้อย่างเต็มที่นัก แต่เมื่อลองปรับย่อขยายในแต่ละหน้าให้เหมาะสม ก็ถือว่าใช้งานได้อย่างไม่อึดอัดนัก ก็เรียกว่าตอบโจทย์การใช้งานได้กับการใช้งานในชีวิตประจำวันเหล่านี้

จอคอม
จอคอม

ส่วนใครที่จะใช้ในด้านของการตกแต่งภาพหรืองานด้าน Video Editing สำหรับ OPTIX G27C4 รุ่นนี้ อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่า นอกจากหน้าจอขนาดใหญ่ระดับ 27″ ทำให้เปิดใช้งานและจัดสรรเครื่องมือได้สะดวกขึ้น รวมถึงพรีวิวภาพเห็นได้ชัดเจน ก็ยังมาพร้อมกับขอบเขตสี ที่กว้างในระดับหนึ่ง 90% DCI-P3 และ 115% sRGB ซึ่งช่วยให้การกำหนดค่าสีและใช้งานด้านกราฟิกได้ดีพอสมควร หลังจากทำการ Calibrate เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง OPTIX G32CQ4 ก็ถือว่าใกล้เคียงเลยทีเดียว หากคุณมีงบประมาณไม่มากนัก แต่ต้องการจอภาพที่ทำงานได้ครอบคลุม สำหรับการเล่นเกมและตกแต่งภาพ ตัดต่อวีดีโอในเบื้องต้น จอคอมจาก MSI รุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

MSI G32CQ4 MSI G32C4 test 123 1

ตารางคุณสมบัติของจอ MSI OPTIX

MSI OPTIX G32CQ4 MSI OPTIX G32C4 MSI OPTIX G27CQ4 MSI OPTIX G27C4
PANEL SIZE 31.5″ 31.5″ 27″ 27″
RESOLUTION 2560 x 1440 1920 x 1080 2560 x 1440 1920 x 1080
REFRESH RATE 165Hz 165Hz 165Hz 165Hz
RESPONSE TIME 1ms (MPRT) 1ms 1ms (MPRT) 1ms
PANEL TYPE VA VA VA VA
BRIGHTNESS (NITS) 250 250 250 250
VIEWING ANGLE 178°/ 178° 178°/ 178° 178°/ 178° 178°/ 178°
CURVATURE 1500R 1500R 1500R 1500R
CONTRAST RATIO 3000:1 3000:1 3000:1 3000:1
ACTIVE DISPLAY AREA 697.344 (H) x 392.256 (V) 698.4(H) x 392.85(V) 596.736(H) x 335.664(V) 597.888(H) x 336.312(V)
PIXEL PITCH (H X V) 0.2724(H) x 0.2724(V) 0.36375(H) x 0.36375(V) 0.2331 (W) x 0. 2331 (H) 0.3114(H) x 0.3114(V)
SURFACE TREATMENT Anti-glare Anti-glare Anti-glare Anti-glare
DCI-P3 / SRGB 91.43% / 114.8% 95% / 120% 92% / 115% 90% / 115%
VIDEO PORTS 1x DP (1.2a), 2x HDMI (2.0) 1x DP (1.2a)
2x HDMI (1.4b)
1x DP (1.2a), 2x HDMI (2.0) 1x DP (1.2a)
2x HDMI (1.4b)
CONTROL 5-way OSD navigation joystick 5-way OSD navigation joystick 5-way OSD navigation joystick 5-way OSD navigation joystick
TECHNOLOGY FreeSync Premium FreeSync FreeSync FreeSync Premium
ADJUSTMENT (TILT) -5° ~ 20° -5° ~ 20° -5° ~ 20° -5° ~ 20°
WEIGHT 6.4 kg 6.4 kg 5.4 kg 5.4 kg
Price 16,900 บาท 10,700 บาท 17,900 บาท 11,590 บาท

Conclusion

สรุปส่งท้าย สำหรับคนที่กำลังมองหาจอเกมมิ่ง ทำงานและความบันเทิง แบบจอเดียวครบจบในตัว อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะคุณจะต้องเสาะหาข้อดีให้ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่หน้าจอ พาแนล รีเฟรชเรต เทคโนโลยี ไปจนถึงเรื่องของราคาที่สอดคล้องกับงบประมาณที่มี เพราะจอคอมมักจะอยู่ด้วยกันกับเรานาน เรียกว่าใช้กันตั้งแต่ทำความรู้จักใหม่ๆ ไปจนถึงเสียหรือจอเสื่อมกันไป ดังนั้นก็อาจจะต้องเลือกให้ตรงจริตกับคุณ แนะนำว่า หากเป็นการเล่นเกมและความบันเทิง ควรจะเลือกจอให้ใหญ่ และมีความละเอียดสูงเข้าไว้ เช่น 27″ หรือ 32″ ความละเอียดอย่างน้อยๆ 1080p หรือ Full-HD แต่ถ้ามีงบประมาณมากพอ การเลือกความละเอียด 2K หรือ 4K ก็น่าสนใจ เพราะจะเปิดโลกทัศน์ในการใช้งานของคุณได้มากขึ้น ตั้งแต่มองเห็นรายละเอียดได้ชัด การเล่นเกมก็จะเห็นภูมิประเทศหรือศัตรูได้ง่ายขึ้น หรือถ้าใช้ดูหนังชมภาพยนตร์ ก็จะเห็นรายละเอียดในภาพ อย่างที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนอย่างแน่นอน

ส่วนคนที่ใช้ทำงานทั่วไป งานเอกสาร หน้าจอใหญ่ๆ เหล่านี้ จะช่วยให้การดูหน้าเอกสารได้ง่ายขึ้น และยังแบ่งหน้าจอสำหรับการทำโครงสร้างงานขนาดใหญ่ หรือจะแบ่งหน้าจอ ใช้สำหรับเปรียบเทียบงานเอกสารง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะลดเวลาในการทำงานของคุณไปได้มาก หรือถ้าใช้ในด้านการตกแต่งภาพหรือการทำวีดีโอ ก็จะมีพื้นที่ในการจัดวาง Tool และดูภาพพรีวิวได้ชัดเจนขึ้นนั่นเอง นอกเหนือจากนี้อาจจะเลือกจอที่มีขอบเขตสีที่กว้าง เพื่อให้ใช้งานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ในการเลือกใช้โทนสีหรือการปรับแต่งต่างๆ ด้วยการดูจากค่า DCI-P3 หรือ sRGB เป็นต้น

แต่ถ้าเวลานี้คุณยังนึกไม่ออก ว่าจะเลือกจอรุ่นใดดี MSI OPTIX ที่เรามาแนะนำกันในวันนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่หน้าจอขนาด 27″ 165Hz ความละเอียด 1080p ราคา 11,590 บาท ไปจนถึงจอภาพขนาด 32″ 165Hz บนความละเอียด 1440p หรือ 2K ที่ราคา 16,900 บาท สามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการของคุณ


Price

MSI OPTIX G32CQ4 ราคา 16,900 บาท

https://msi.gm/3tLp00E

MSI OPTIX G32C4 ราคา 10,700 บาท

https://msi.gm/32FLC6E

MSI OPTIX G27CQ4 ราคา 17,900 บาท

https://msi.gm/3v9sTN9

MSI OPTIX G27C4 ราคา 11,590 บาท

https://msi.gm/3sFTpfw

จอมอนิเตอร์รับประกัน 3 ปีเต็ม
MSI Call Center 02 409 2984

ซื้อสินค้า MSI ได้ที่ : 

https://msi.gm/3v8NzF5

MSI Shout Out รับของสมนาคุณพิเศษ เมื่อแชร์ประสบการณ์ดีๆ จากการใช้สินค้า MSI https://msi.gm/3v9YSwS

ติดตามโปรโมชั่นได้ที่ : 

https://msi.gm/3xesIBX


FAQ

เรื่องน่ารู้ ก่อนเลือกจอคอมพิวเตอร์ 4K หรือ HDR

ในการเลือกจอคอมพิวเตอร์มาใช้งานในปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้นสองสิ่งหลัก ๆ นั่นคือการเลือกจอที่มีเทคโนโลยีช่วยถนอมสายตา เพื่อให้ตอบโจทย์กับการใช้งานหน้าจอทั้งวัน หรือไม่ก็เลือกจอคอม 4K ที่ให้ภาพสวย ความละเอียดสูงระดับ 4K หรือ 8K ตามเทรนด์ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดสมจริงในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยในการเลือกซื้อจอคอมที่เหมาะกับแต่ละท่าน

ความละเอียดภาพระดับ FHD 4K 8K

สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดความสามารถของจอที่มองเห็นได้ชัดที่สุดก็คือตัวเลขของความละเอียดหน้าจอคอมพิวเตอร์ในแบบ จำนวนพิกเซลในแนวนอน x จำนวนพิกเซลในแนวตั้ง โดยตัวอย่างของความละเอียดที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ก็เช่น

  • 1920 x 1080 หรือที่เรียกว่าระดับ Full HD (FHD) มีจำนวนพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซล
  • 3840 x 2160 หรือที่เรียกว่าระดับ 4K มีจำนวนพิกเซลทั้งหมด 8,294,400 พิกเซล มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าระดับ UHD
  • 7680 x 4320 หรือที่เรียกว่าระดับ 8K มีจำนวนพิกเซลทั้งหมด 33,177,600 พิกเซล

ซึ่งถ้าเทียบที่หน้าจอขนาดเท่ากัน เช่น หน้าจอ 50 นิ้ว หน้าจอที่มีความละเอียดสูงกว่า จะให้ภาพที่ดูสวยงาม ส่วนโค้ง ลายเส้นต่าง ๆ คมชัดกว่า เนื่องจากเม็ดพิกเซลจะมีขนาดเล็กและเรียงติดกันจนมีความหนาแน่นของพิกเซลสูง ทำให้การแสดงรอยหยักต่าง ๆ ดูเนียนตากว่า หากจะให้เห็นภาพง่าย ๆ

จอขนาดเดียวกัน แต่มีความละเอียดสูงกว่า (ความหนาแน่นของพิกเซลมากกว่า) ทำให้ได้ภาพที่ดูละเอียดกว่า โดยเฉพาะตรงรอยหยักของส่วนโค้ง ดังนั้น จอที่มีความละเอียดสูงกว่า ก็ย่อมให้ภาพที่ดีกว่า สวยงามกว่า แต่อย่างไรก็ตาม จอที่มีความละเอียดสูงกว่า ก็ย่อมใช้พลังการประมวลผลของฮาร์ดแวร์อย่างการ์ดจอที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าฮาร์ดแวร์ระดับท็อปสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานในปัจจุบันจะรองรับการแสดงผลระดับ 8K ได้แล้วก็ตาม แต่ต้องยอมรับตามตรงว่าประสิทธิภาพ ความไหลลื่นที่ได้นั้น อาจจะยังไม่ยอดเยี่ยมเท่ากับการแสดงผลที่ระดับ 4K และ FHD

การแสดงผลแบบ High Dynamic Range (HDR)

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการเลือกซื้อจอคอมของผู้บริโภค ก็คือความสามารถในการแสดงผลแบบ High Dynamic Range (HDR) ที่ให้ภาพดูสวยงามขึ้นกว่าหน้าจอที่มีการแสดงผลปกติ โดยเฉพาะในส่วนของภาพที่มีแสงสว่างจ้า กับส่วนที่มืดสุดของภาพ ซึ่งขีดจำกัดในส่วนของการแสดงผลทั้งสองสภาพแสงนี้ จะใช้ชื่อเรียกว่า Dynamic Range ครับ ยิ่งจอที่มีคุณภาพสูง ก็จะมาพร้อมกับ Dynamic Range ที่กว้าง ทำให้สามารถแสดงรายละเอียดของภาพในส่วนที่มืดสุดและสว่างสุดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังให้ภาพที่มีสีสันสดใส สวยงามยิ่งขึ้น

ถ้าอยากจะเห็นความแตกต่างแบบชัด ๆ ก็ลองใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพย้อนแสงก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเข้าไปอีกครับ ถึงความแตกต่างของภาพที่ได้จากการถ่ายด้วยโหมด HDR กับภาพที่ปิดโหมด HDR ว่ารายละเอียดในแต่ละจุดของภาพเป็นอย่างไร

นอกเหนือจากความสามารถของจอในการรองรับการแสดงผลแบบ HDR แล้ว สื่อที่นำมาใช้ก็ต้องได้รับการบันทึกมาในมาตรฐาน HDR ด้วยเช่นกัน จึงจะสามารถแสดงผลแบบ HDR ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันทั้งภาพยนตร์และเกมต่างก็รองรับการแสดงผลบนจอ HDR มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว จึงทำให้การเลือกซื้อจอคอมที่รองรับ HDR กลายเป็นสิ่งที่หลาย ๆ ท่านให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา

ซึ่งทั้งสองสิ่งที่กล่าวไปนั้น เป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานในการพิจารณาเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์มาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว แต่พอมาเป็นในช่วงหลัง ๆ เราเริ่มเห็นแต่ละแบรนด์นำเสนอเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยในการถนอมสายตา โดยเฉพาะกลุ่มของจอสำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ตัวอย่างของเทคโนโลยีก็เช่น Flicker Free และ เทคโนโลยีการตัดแสงสีฟ้า (Low Blue Light) เป็นต้น

from:https://notebookspec.com/web/587277-msi-gaming-monitor-2k-165hz

AMD Radeon RX 6000M ชิป RDNA 2 คาดมาครึ่งปีแรก 2021 เล่นเกม 1440p ลื่น แรมสูงสุด 12GB

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลของ AMD Radeon RX 6800M หลุดออกมาแล้ว ตอนนี้ Dr. Lisa Su CEO คนปัจจุบันประกาศว่า AMD Radeon RX 6000M สถาปัตยกรรม AMD RDNA 2 ที่ขนาดทรานซิสเตอร์ 7 นาโนเมตร ผลิตโดย TSMC และมีแผนนำไปประกอบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่น โดยทางบริษัทจะเริ่มส่ง Radeon RX 6000M ให้ผู้ผลิต OEM (Original Equipment Manufacturer) และ ODM (Original Design Manufacturer) เร็ว ๆ นี้และจะได้เห็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คการ์ดจอ AMD ภายในครึ่งปีแรกของปี 2021 

AMD Radeon RX 6000M

รายละเอียดของ AMD Radeon RX 6000M และกลุ่มเป้าหมาย

AMD CES RX6000M 1200x349 1

โดย Radeon RX 6000M นั้นจะแยกชิปเป็น 3 รุ่นด้วยกัน แยกเป็น Navi 22, Navi 23 สำหรับโน๊ตบุ๊คทั่วไป ซึ่งอาจรวมถึงกลุ่มเกมมิ่งระดับเบื้องต้นด้วย และ Navi 24 ที่เป็นการ์ดจอระดับเริ่มต้น (Entry-level)

อิงจากข่าวหลุดที่ผ่านมา การ์ดจอโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์ใหม่ของ AMD จะมีทั้ง RX 6000M และ Radeon Pro W6000M การ์ดจอสำหรับโน๊ตบุ๊คทำงานแบบ Workstation ที่มีคู่แข่งเป็น NVIDIA RTX A-Series นั่นเอง โดยแยกชิปเป็น

  • Navi 22 เป็น Radeon RX 6800M, RX 6700M มีคอร์กราฟฟิค 2,560 คอร์ แรม 12GB, 150W TGP
  • Navi 23 เป็น Radeon RX 6600M, RX 6500M มีคอร์กราฟฟิค 2,048 คอร์ แรม 8GB, 90W TGP
  • Navi 24 เป็น Radeon RX 6400M, RX 6300M มีคอร์กราฟฟิค 1,536 คอร์ แรม 4GB, 50W TGP 

2021 03 17 10 43 17

ซึ่งประสิทธิภาพและสเปคที่หลุดออกมาทั้งหมดนั้น นับว่า AMD Radeon RX 6000M ซีรี่ส์ใหม่นี้จะมีประสิทธิภาพสูงทีเดียวและสามารถเล่นเกมที่ความละเอียด 1440p ได้อย่างแน่นอน ถ้าใครเป็นแฟนคลับ AMD แล้วจะรอเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวใหม่อยู่ ก็เตรียมตัวได้เลย ซึ่งหลาย ๆ ค่ายน่าจะทยอยเปิดตัวกันในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้แล้ว

ที่มา : VideoCardz, Wccftech, AnandTech

from:https://notebookspec.com/web/592024-amd-radeon-rx-6000m-debut-soon-1h-2021

6 ที่วางโน๊ตบุ๊คคุณภาพดีน่าใช้ ตั้งเครื่องแล้วจัดโต๊ะสวยโดนใจแน่นอน

มีที่วางโน๊ตบุ๊คสักอันแล้วต่อจอเสริมสักหน่อย เท่านี้ก็ใช้ดีไม่แพ้พีซีเลย

kickstand cover

สำหรับคนที่มีโน๊ตบุ๊คไม่ว่าจะทำงานหรือเล่นเกมก็ตาม ก็ควรมีที่วางโน๊ตบุ๊คสักอันเอาไว้ใช้ตั้งโน๊ตบุ๊ค จะช่วยให้เราจัดพื้นที่และตั้งโน๊ตบุ๊คให้ได้องศาตามหลักสรีระศาสตร์ไม่พอ ยังช่วยให้เราจัดพื้นที่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้แท่นวางโน๊ตบุ๊คก็มีหลากรุ่นหลายดีไซน์มากกว่าที่เราคิดว่าจะเป็นแท่นธรรมดา ๆ แล้วมีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านใต้เครื่องอีกด้วย ไม่ว่าจะใช้วางเครื่องในแนวตั้ง, แนวนอนแบบบังคับองศาหรือเปลี่ยนองศาก็ได้ รวมทั้งแบบมีตัวยึดกับโต๊ะก็มีให้เลือกซื้อได้ง่าย ๆ ในราคาพันบาทต้น ๆ เท่านั้น

และในยุคนี้ที่เกมเมอร์หลาย ๆ คนเปลี่ยนจากใช้เกมมิ่งพีซีเครื่องหนึ่งมาใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเล่นเกมแล้ว การหาซื้อแท่นวางโน๊ตบุ๊คที่เข้ากับสไตล์ของเรานั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นถ้าใครกำลังมองหาแท่นวางโน๊ตบุ๊คดี ๆ เอาไว้ใช้งานกเลือกดูในบทความนี้ได้เลย

ที่วางโน๊ตบุ๊ค

ข้อดีและจุดสังเกตของที่วางโน๊ตบุ๊คทั้ง 4 แบบ

หลายคนอาจจะคิดว่าแท่นวางโน๊ตบุ๊คนั้นก็มีแค่แบบเดียวที่วางเฉียง ๆ แล้วมีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านใต้ตัวเครื่องเท่านั้น แต่พอยุคนี้ที่พนักงานบริษัทและเกมเมอร์หันมาใช้โน๊ตบุ๊คกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลาย ๆ แบรนด์ก็ออกแบบแท่นวางโน๊ตบุ๊คออกมามากมาย ถ้าจัดกลุ่มแล้วก็จะมี 4 แบบหลัก ๆ โดยมีรายละเอียดกับจุดเด่นแตกต่างกันไปเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและรสนิยมการจัดโต๊ะทำงานของแต่ละคนอีกด้วย โดยทั้ง 4 ดีไซน์หลัก ๆ ได้แก่

1. แท่นวางแบบตายตัว

laptop stand

สำหรับแท่นวางแบบตายตัวนั้นเป็นแท่นพื้นฐาน มีทั้งแบบเตี้ยและมีพัดลมระบายความร้อนที่ต้องต่อสาย USB เข้ากับตัวโน๊ตบุ๊คให้พัดลมทำงานหรือจะเป็นแบบแท่นสูงอย่างในภาพตัวอย่างก็ใช่ โดยข้อดีคือตัวแท่นแบบนี้จะทำให้อากาศไหลเวียนเข้าออกเครื่องได้ดี ลดความร้อนและตัวแท่นจะช่วยยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้มองและวางมือพิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ดได้องศาอีกด้วย

จุดสังเกตเดียวตรงตามชื่อประเภทของแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้ คือมันไม่สามารถปรับองศามุมก้มและเงยได้เหมือนกับแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบอื่น ๆ ดังนั้นตอนซื้อแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้ควรจัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานและปรับความสูงของเก้าอี้ให้พอดีด้วยถึงจะดีที่สุด

2. แท่นวางโน๊ตบุ๊คแนวตั้ง

vertical laptopstand

เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะเห็นเพื่อนและคนใกล้ตัวหลาย ๆ คนหันมาใช้แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้แล้วต่อโน๊ต ก็ตามหันมาใช้แท่นวางแบบนี้ตั้งโน๊ตบุ๊คของตัวเองแล้วต่อโน๊ตบุ๊คเข้ากับหน้าจอเสริมเพื่อใช้งานบนหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นกัน โดยข้อดีของแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้คือไม่กินพื้นที่ เวลาต่อสายต่าง ๆ เข้ากับโน๊ตบุ๊คเสร็จแล้วก็สามารถพับหน้าจอแล้วทำงานบนหน้าจอใหญ่ได้เลย แต่ก่อนจะทำอย่างนั้นก็ควรตั้งค่าให้แสดงผลบนหน้าจอเสริมอย่างเดียวก่อน

taskbar right tab

สำหรับ Windows ให้กดตรง Notification Center ตรงมุมขวาสุดของ Taskbar ก่อน เพราะส่วนนี้นอกจากรวมการแจ้งเตือนทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วยังมีการตั้งค่าสำคัญ ๆ รวมเอาไว้ด้วย

taskbar second screen1

ที่แถบด้านล่างจะรวมการตั้งค่าต่าง ๆ เอาไว้ ให้เลือกคำว่า Project ที่ใช้ปรับแต่งการตั้งค่าหน้าจอ

project

 

ในคำสั่ง Project ตรงนี้ระบบจะมีตัวเลือก 4 แบบคือ PC screen only คือแสดงผลที่หน้าจอหลักหรือหน้าจอของโน๊ตบุ๊คเท่านั้น, Duplicate คือทำหน้าจอเสมือนทั้งหน้าจอหลักและรอง, Extend เอาไว้ต่อสองหน้าจอแล้วเพิ่มพื้นที่ใช้งานมากขึ้น แต่แนะนำให้ใช้กับหน้าจอที่ความละเอียดเท่ากันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาเคอร์เซอร์เมาส์ติดได้, Second screen only หรือแสดงผลแต่หน้าจอที่สองเท่านั้น ให้เลือกตัวเลือกนี้แล้วต่อสายเชื่อมต่อหน้าจอเข้ากับโน๊ตบุ๊คจากนั้นพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คได้เลย

ข้อสังเกตเดียวของแท่นวางโน๊ตบุ๊ตแบบนี้ คือแทนที่เราจะใช้งานหน้าจอโน๊ตบุ๊คเป็นหน้าจอเสริมแล้วทำงานบนหน้าจอหลักได้ด้วย ก็ต้องทำงานบนหน้าจอหลักเท่านั้น กลับกันถ้าใครสะดวกและคิดว่าจะใช้งานโน๊ตบุ๊คเหมือนเดสก์ท็อปเครื่องหนึ่งก็แนะนำให้ใช้แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้ได้เลย

3. แท่นวางแบบปรับระดับความสูงได้

3 1544118342 1447116

แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบปรับระดับความสูงได้นั้นมีข้อดีเรื่องปรับความสูงและองศาความเอียงของแท่นให้เข้ากับตัวเราได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่ง และตัวฐานกับขาพับของหลาย ๆ แบรนด์ก็สร้างออกมาแข็งแรงดี จึงไม่ต้องกังวลว่าใช้งานไปนาน ๆ แล้วข้อต่อจะล้าแล้วร่นลงมาจนเสียองศา นอกจากนี้ยังพับให้แบนราบแล้วใส่กระเป๋าติดไปใช้งานที่ไหนก็ได้และวางโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่ได้ด้วย โดยน้ำหนักที่แท่นแบบนี้วางได้อยู่ราว 10 กิโลกรัม

ส่วนข้อสังเกตมีเพียงอย่างเดียว คือน้ำหนักของแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้จะหนักกว่าแบบอื่น ๆ อยู่บ้าง ถ้าหยิบไปวางที่อื่นอาจจะแค่ย้ายไปมาในบ้านมากกว่าจะหยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานตามร้านกาแฟหรือ Co-working space ต่าง ๆ แต่ถ้าต้องการพกไปด้วยแนะนำให้หาซื้อแบบขนาดเล็กจะมีน้ำหนักเบาแล้วพกพาได้ง่าย

4. แบบเสายึดโต๊ะพร้อมแขนติดแท่นวางโน๊ตบุ๊ค

desk mount

ส่วนแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบยึดกับโต๊ะนั้นจะมีทั้งแบบมีเฉพาะแท่นวางโน๊ตบุ๊คอย่างเดียว หรือจะมีตัวยึดหน้าจอแบบ Vesa mount ติดมาด้วย ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของรุ่นนั้น ๆ ด้วยว่าออกแบบมาอย่างไร โดยข้อดีแบบเห็นได้ชัดคือความแข็งแรง เพราะตัวขาของแท่นวางยึดเข้ากับโต๊ะและแกนเป็นโลหะ รองรับน้ำหนักโน๊ตบุ๊คและหน้าจอได้พร้อม ๆ กันได้โดยไม่มีปัญหา และได้พื้นที่บนโต๊ะคืนเอาไว้วางเมาส์, คีย์บอร์ดและของใช้ต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครต้องการพื้นที่บนโต๊ะเพิ่มขึ้นและมีหน้าจอเสริมด้วย ก็แนะนำให้ใช้แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้ไปเลย

ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัด คือแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้จะยึดเข้ากับโต๊ะตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถขนย้ายหรือนำติดตัวไปได้ ส่วนหน้าจอที่ต้องการเอามาติดกับแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบนี้ก็ต้องระบุเอาไว้ในหน้าสเปคด้วยว่าหน้าจอรุ่นนี้รองรับการต่อ Vesa mount ด้วย

vesa sepc

ตัวอย่างเช่นหน้าจอ ASUS CG32UQ ตัวนี้จะมีระบุเอาไว้ในหน้าสเปคเลยว่าหน้าจอรุ่นนี้รองรับกาต่อ Vesa mount ก็ซื้อมาต่อกับแขนจับหน้าจอได้เลย

มีที่วางโน๊ตบุ๊คแล้วอย่าลืมจัดโต๊ะให้เข้าหลักสรีระศาสตร์ด้วย

ถึงจะมีแท่นวางโน๊ตบุ๊คแล้วก็ตาม ก็ควรจัดโต๊ะให้เข้ากับสรีระของร่างกายด้วย โดยเราสามารถดูในคลิปนี้เพื่อจัดโต๊ะตามได้เลย ส่วนวิธีการโดยสรุปคือ

  1. จัดความสูงของเก้าอี้ให้เข้ากับโต๊ะ โดยข้อศอกของเราต้องทำมุม 90 องศา ถือว่าถูกต้องและขาต้องวางติดพื้นพื้น ถ้าขาไม่ติดพื้นให้หาที่วางขามาเสริม
  2. ตั้งความสูงของหน้าจอให้พอดี เวลาเรามองตรงเข้าไปที่หน้าจอแล้วสายตาต้องแตะขอบบนของหน้าจอ เว้นระยะระหว่างหน้าจอกับใบหน้าของเราให้ได้ระยะ 1 ช่วงแขนแบบพอดี ๆ
  3. ถ้าตั้งสองหน้าจอ ให้หน้าจอหลักอยู่ตรงหน้าเราและหน้าจอเสริมอยู่ด้านข้าง ถ้าใช้สองหน้าจอคู่กัน ให้วางแล้วขอบหน้าจอทั้งสองแตะพอดีกันแล้วอยู่ตรงกลางตัวเราพอดี
  4. สำหรับโน๊ตบุ๊ค ควรใช้เมาส์คีย์บอร์ดเสริม จะได้ไม่ต้องเอื้อมแขนไปวางบนแป้นคีย์บอร์ด
  5. วางเมาส์คีย์บอร์ดและของใช้ส่วนตัวให้พอดีระยะที่แขนทำมุม 90 องศาแล้วไม่ต้องเอื้อมหาของ ป้องกันอาการปวดสะบักหลัง

เมื่อจัดโต๊ะและจัดโน๊ตบุ๊คเข้าที่แล้ว เราก็สามารถใช้โน๊ตบุ๊คหรือพีซีทำงานได้สบาย ๆ และถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์อย่างแน่นอน และนอกจากนี้การจัดวางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ดีแล้วก็ยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะปัญหาอาการเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณมือที่คนใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นประจำมักมีปัญหาได้อีกด้วย

แนะนำที่วางโน๊ตบุ๊ค 6 รุ่นน่าใช้ในงบพันต้น ๆ น่าซื้อมาใช้

ที่วางโน๊ตบุ๊คที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ทั้ง 6 รุ่นจะมีหลากหลายดีไซน์ให้เลือกรวมทั้งราคาก็แตกต่างกันตั้งแต่หลักร้อยต้นไปจนถึงหลักพัน ขึ้นอยู่กับความต้องการและโจทย์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน โดยแท่นที่แนะนำให้เลือกซื้อจะมีดังนี้

  1. IKEA BRÄDA แบรดด้า (149 บาท)
  2. แท่นวางโน๊ตบุ๊คแนวตั้งของ Tata.thai (359 บาท)
  3. Llano ขาตั้งโน๊ตบุ๊คปรับองศาได้ (599 บาท)
  4. Chieftain แท่นวางโน๊ตบุ๊คขาเหล็ก (850 บาท)
  5. Llano แท่นวางโน๊ตบุ๊คปรับความสูงได้ (1,120 บาท)
  6. AJUNE LTS-352 แท่นวางโน๊ตบุ๊คยึดมีขายึดจอ (1,620 บาท)
1. IKEA BRÄDA แบรดด้า (149 บาท)

braeda laptop support black 0256636 pe400738 s5 e1619690319703

IKEA BRÄDA นั้นเป็นแท่นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่ายและรองรับน้ำหนักโน๊ตบุ๊คได้ดีอีกด้วย เป็นแท่นวางแบบตายตัวที่ตัวแท่นมียางกันลื่น ช่วยให้โน๊ตบุ๊คไม่เลื่อนไปไหนเมื่อเราวางเครื่องเอาไว้และเอียงทำมุมได้องศาการมองเห็นพอดี สามารถวางโน๊ตบุ๊คได้ใหญ่สุดถึง 17.3 นิ้วอีกด้วย โดยตัวแท่นเป็นโครงพลาสติกโพลีสไตรีนอย่างดีกับยางสังเคราะห์ เวลาทำความสะอาดก็ใช้แค่ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ เช็ดก็เพียงพอแล้ว

สเปคของ IKEA BRÄDA
  • แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบตายตัว รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 17.3 นิ้วได้
  • ตัวแท่นเป็นโครงพลาสติกโพลีสไตรีนอย่างดีกับยางสังเคราะห์ แข็งแรงและโน๊ตบุ๊คไม่เลื่อนเวลาใช้งาน
  • ราคา 149 บาท
2. แท่นวางโน๊ตบุ๊คแนวตั้งของ Tata.thai (359 บาท)

510353c87f6b68e39460b919ba158db8

ส่วนคนที่ชอบแท่นวางโน๊ตบุ๊คแนวตั้งจะเลือกเป็นแท่นวางโน๊ตบุ๊คตัวนี้ของ Tata.thai ไปใช้งานก็น่าสนใจ เพราะราคาเพียงหลักร้อยต้น ๆ ทำจากอลูมิเนียม CNC และผิวพ่นทรายขัดเงา เข้ากับ MacBook และวางโน๊ตบุ๊คได้ 2 เครื่องพร้อมกัน มีระยะกางตั้งแต่ 14-42 มิลลิเมตร ปรับระยะกางด้วยการขันน็อตด้านใต้ฐานยึด และด้านในตัวจับปิดด้วยซิลิโคนจึงไม่สร้างรอยบนตัวเครื่อง ใช้กับโน๊ตบุ๊คได้หลากหลายขนาด ถึงเป็นรุ่นเก่าก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

สเปคของแท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก Tata.thai
  • แท่นวางโน๊ตบุ๊คแนวตั้ง กางแท่นได้ตั้งแต่ 14-42 มิลลิเมตร ขันน็อตปรับระยะใต้ฐาน
  • ตัวแท่นเป็นอลูมิเนียม CNC ผิวพ่นทรายขัดเงา แข็งแรงและด้านในตัวจับเป็นซิลิโคน
  • ราคา 359 บาท
3. Llano ขาตั้งโน๊ตบุ๊คปรับองศาได้ (599 บาท)

2566d90a7286e1b75b924657d65a3adc

แท่นวางโน๊ตบุ๊คของ Llano รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแนะนำ เพราะนอกจากพับให้ตัวแบนเรียบแล้วพกใส่กระเป๋าไปใช้งานที่ไหนก็ได้แล้ว ยังทำจากอลูมิเนียม H3 แข็งแรงและปรับองศาการตั้งได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ 18-25 องศา ทำให้จัดองศาการมองของเราได้สะดวกขึ้นและมีแผ่นซิลิโคนติดด้านใต้ฐานและแท่นรองเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องไม่เลื่อนง่าย ๆ วางได้ทั้งโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่และแท็บเล็ตตามความสะดวกของแต่ละคน

สเปคของแท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก Llano
  • แท่นวางโน๊ตบุ๊คปรับระดับความสูงได้ ทำจากอลูมิเนียม H3 ปรับองศาการตั้งได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ 18-25 องศา
  • ตัวแท่นเป็นอลูมิเนียมแข็งแรงและติดซิลิโคนใต้ตัวแท่นและตรงหน้าแท่นวางโน๊ตบุ๊คด้วย
  • ราคา 599 บาท
4. Chieftain แท่นวางโน๊ตบุ๊คขาเหล็ก (850 บาท)

a72eb3648d0bf7f5bd5c0615add4f7ff

ถ้าใครวางโน๊ตบุ๊คไว้กับโต๊ะเป็นหลัก ไม่ได้ยกเครื่องไปไหนแล้วต้องการแท่นวางโน๊ตบุ๊คแข็งแรง ๆ เอาไว้ใช้ก็เลือกเป็นตัว Cheiftain ที่ทำจากโลหะล้วนขึ้นรูปจากเหล็กชิ้นเดียวอันนี้ก็ดีเช่นกัน แต่มีข้อจำกัดว่าเป็นดีไซน์แบบตายตัว ปรับความสูงหรือระยะความเอียงไม่ได้ แต่ข้อดีคือรองรับโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่สุดได้ 17.3 นิ้ว น้ำหนัก 20 กิโลกรัมทีเดียว ดังนั้นถ้าใครเอาไปตั้งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่บ้านก็เลือกแท่นนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของแท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก Cheiftain
  • แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบตายตัว ทำจากโลหะหล่อชิ้นเดียวออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์
  • ตัวแท่นวางโน๊ตบุ๊คได้ใหญ่สุด 17.3 นิ้ว รองรับน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัม
  • ราคา 850 บาท
5. Llano แท่นวางโน๊ตบุ๊คปรับความสูงได้ (1,120 บาท)

410a97fb098dcda7319c8ac0ae249822

แท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก Llano รุ่นนี้จะแตกต่างตัวแรกที่แนะนำไป เพราะแท่นนี้จะปรับระดับความสูงได้หลากหลายกว่าและไม่ต้องตั้งตามองศาที่ผู้ผลิตกำหนดเอาไว้ สามารถดึงแท่นแล้วตั้งองศาให้เข้ากับความสูงและมุมมองของเราได้สะดวกกว่าตั้งแต่ 40-320 มม. ตัวแท่นทำจากอลูมิเนียม CNC และปิดแผ่นซิลิก้าไว้กันเครื่องลื่น รองรับน้ำหนักได้มากสุด 10 กิโลกรัม ดังนั้นไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ใช้แท่นนี้ได้เลย แต่ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้กับโน๊ตบุ๊คขนาดไมเกิน 15.6 นิ้ว จะดีที่สุด

สเปคของแท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก Llano
  • แท่นวางโน๊ตบุ๊คปรับระดับความสูงได้ ทำจากอลูมิเนียม CNC ปรับองศาได้ตั้งแต่ 40-320 องศา รองรับน้ำหนักมากสุด 10 กิโลกรัม
  • ตัวแท่นเป็นอลูมิเนียมแข็งแรงและติดซิลก้าใต้ตัวแท่นวางโน๊ตบุ๊คป้องกันการลื่น เหมาะกับโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่ไม่เกิน 15.6 นิ้ว
  • ราคา 1,120 บาท
6. AJUNE LTS-352 แท่นวางโน๊ตบุ๊คยึดมีขายึดจอ (1,620 บาท)

becffeaba8af643223126b373572e368.jpg 2200x2200q80 e1619694771569

สำหรับที่วางโน๊ตบุ๊คอันสุดท้ายจาก AJUNE จะเป็นแบบยึดโต๊ะพร้อมมี Vesa mount ไว้ติดหน้าจอเสริมได้อีก 1 จอได้ตั้งแต่ขนาด 13-27 นิ้ว วางโน๊ตบุ๊คได้ตั้งแต่ 10-15.6 นิ้ว รองรับน้ำหนักได้มากสุดข้างละ 5 กก. และยึดกับโต๊ะได้หนาสุด 10 ซม. ตัวเสาสูง 45 ซม. สามารถปรับความสูงและจุดวางให้เข้ากับการนั่งของเราได้สะดวกยิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าใครใช้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้วจะต่อหน้าจอเสริมไว้เล่นเกมก็เลือกซื้อแท่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของแท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก AJUNE
  • แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบยึดติดโต๊ะ รองรับโน๊ตบุ๊คได้ 10-15.6 นิ้ว ไม่เกิน 5 กิโลกรัม ยึดหน้าจอเสริมได้ตั้งแต่ 13-27 นิ้ว ยึดกับโต๊ะได้หนาสุด 10 ซม. ตัวเสาสูง 45 ซม.
  • ตัวแท่นและเสาเป็นโลหะแข็งแรง ใช้ในสำนักงานหรือที่บ้านก็ได้ เหมาะกับคนใช้โน๊ตบุ๊คทุกแบบและเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คด้วย
  • ราคา 1,620 บาท

สรุป – เลือกที่วางโน๊ตบุ๊คอันไหนไปใช้งานดี

ที่วางโน๊ตบุ๊คนั้น เรียกว่ามีหลากหลายแบบจากหลายแบรนด์ ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์การออกแบบ ซึ่งถ้าสรุปจุดเด่นของทั้ง 6 แท่นที่แนะนำในบทความนี้จะเป็นดังนี้

รุ่น/แบรนด์ ดีไซน์และขนาดโน๊ตบุ๊ค จุดเด่น ราคา
IKEA BRADA แท่นวางแบบตายตัว

วางโน๊ตบุ๊คได้ถึง 17.3 นิ้ว

โครงพลาสติกโพลีสไตรีนอย่างดีกับยางสังเคราะห์ แข็งแรงและน้ำหนักเบา 149 บาท
Tata.thai แท่นวางโน๊ตบุ๊คแนวตั้ง

วางได้ 2 เครื่องพร้อมกัน ระยะกาง 14-42 มม.

อลูมิเนียม CNC พ่นทรายและขัดเงาพื้นผิว

ปิดแผ่นซิลิโคนด้านในแท่นจับป้องกันโน๊ตบุ๊คเป็นรอย

359 บาท
Llano แท่นวางโน๊ตบุ๊คปรับความสูงได้ 18-25 องศา อลูมิเนียม H3 ปรับองศาได้ 4 ระดับ

ติดซิลิโคนเอาไว้ใต้แท่นและใต้ที่วางโน๊ตบุ๊คกันลื่น

599 บาท
Cheiftain แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบตายตัว วางโน๊ตบุ๊คได้ใหญ่สุด 17.3 นิ้ว รับน้ำหนัก 20 กก. ทำจากโลหะขึ้นรูปชิ้นเดียว ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ 850 บาท
Llano แท่นวางโน๊ตบุ๊คปรับความสูงได้ 40-320 องศา ทำจากอลูมิเนียม CNC แข็งแรง รับน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม เหมาะกับโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้ว

มีแผ่นซิลิก้าปิดไว้ใต้แท่นรองโน๊ตบุ๊ค ป้องกันการลื่น

1,120 บาท
AJUNE แท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบยึดกับโต๊ะ วางโน๊ตบุ๊คได้ใหญ่สุด 15.6 นิ้ว ติดหน้าจอได้ใหญ่สุด 27 นิ้ว 1 จอ แท่นวางโน๊ตบุ๊ครับน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม ปรับตำแหน่งการวางบนโต๊ะได้สะดวกยิ่งขึ้น ติดหน้าจอเพิ่มได้ เหมาะกับโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันทุกแบบ 1,620 บาท

pexels skylar kang 6045222

จะเห็นว่าแท่นวางโน๊ตบุ๊คแต่ละแบบนั้นจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไปตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบบแท่นพกพาได้, แท่นเหล็กหล่อชิ้นเดียวแม้แต่แบบที่ยึดกับโต๊ะก็มีข้อดีแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าใครพกพาไปไหนมาไหนบ่อย ๆ ก็แนะนำให้เลือกแบบที่พับและพกพาได้ง่าย ๆ แต่ถ้าต้องการทิ้งเอาไว้ที่ออฟฟิศหรือโต๊ะทำงาน จะเลือกเป็นแบบที่พับไม่ได้แต่แข็งแรงหรือมีขายึดหน้าจอได้ก็ดีเช่นกัน ดังนั้นถ้าเลือกได้แล้วว่ารูปแบบการใช้งานของเราเหมาะกับแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบไหนก็เลือกซื้อได้เลย


บทความที่เกี่ยวข้อง

laptopbackpack cover

cheap laptop

laptop convertible cover

gaming laptop promotion cover

from:https://notebookspec.com/web/591745-6-recommend-laptop-stand-for-your-desk

PUBG NEW STATE เปิด Pre-register ใน Android แล้ว คาดเปิดในปี 2021 นี้

PUBG NEW STATE หรือ PUBG Mobile เวอร์ชั่นใหม่ที่เคยมีกระแสออกมาก่อนหน้านี้ว่าตัวเกมจะอัพเกรดกราฟฟิคและระบบใหม่ ๆ เข้ามานั้น ตอนนี้ตัวเกมเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้ว ทั้งหน้าเว็บไซต์และกดผ่านทางแอพฯ ใน Play Store ได้เลย แต่จากภาพตัวอย่างในเกมนั้น ผู้เขียนคาดว่าเวอร์ชั่นนี้ถ้าอยากให้ภาพในเกมสวยอย่างที่ผู้พัฒนาทำคงจะต้องใช้มือถือระดับเรือธงหรือชิประดับ Snapdragon Series 800 ขึ้นไปอย่างแน่นอน

PUBG: NEW STATE

ภาพและข้อมูลของ PUBG NEW STATE

newstate1

ปัจจุบันตอนนี้ PUBG ใหม่จาก KRAFTON (ก่อตั้งโดย Bluehole บริษัทสร้าง PUBG ภาคดั้งเดิม) นี้เปิดให้เป็น Pre-register และจะเปิดทดสอบใน Android ฝั่งเดียวเท่านั้นแต่ทางบริษัทก็มีแผนขยายไปให้เกมเมอร์ใน iOS ได้เล่นด้วยเช่นกัน และคาดว่าจะเปิดให้เล่นเวอร์ชั่นสมบูรณ์ภายในปี 2021 นี้

newstate2

สำหรับระบบดั้งเดิมของ PUBG นั้นยังอยู่ทั้งหมด ไม่ว่าจะการโดดร่มลงแผนที่พร้อมผู้เล่นอีก 100 คนแล้วเล่นเป็นเกมแนว Battle royale เอาตัวรอดให้เป็นคนสุดท้ายในแผนที่นั้น แต่ส่วนที่อัพเดทเพิ่มเติมเข้ามานั้นคือเรื่องกราฟฟิคที่สวยยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้คาดว่าต้องใช้สมาร์ทโฟนระดับเรือธงถึงจะเล่นได้ลื่นและภาพสวยอย่างที่ผู้พัฒนาทำออกมา

ด้านของฟีเจอร์ใหม่ ๆ คือ

  • เพิ่มความสมจริงตอนใช้ปืนในเกม และหาส่วนเสริมมาแต่งปืนเพิ่มได้เหมือนภาคต้นแบบ
  • เพิ่มเมคานิคในเกมใหม่ ๆ อย่างการพุ่งหลบ, การเรียกโดรนมาช่วยในการต่อสู้, เรียกการสนับสนุนเพิ่มเติม (ส่วนนี้คิดว่าต้องใช้ไอเทมพิเศษที่หาเก็บได้ในเกม)
  • เพิ่มยานพาหนะใหม่ที่มีเฉพาะในภาค NEW STATE เท่านั้น
  • วัตถุต่าง ๆ ในเกมจะมีรายละเอียดใหม่ ๆ ให้ผู้เล่นหยิบใช้ได้มากยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มการได้เปรียบตอนต่อสู้
  • เพิ่มสวนเสริม เป็นฝ่ายใหม่เข้ามาในเกมในส่วนเสริม anarchic 2051
newstate3

คาดว่าเป็นระบบโดรนที่เสริมเข้ามาให้ใช้เล่นใน NEW STATE

newstate5
newstate6
newstate4

นอกจากนี้ทางผู้พัฒนายังประกาศไว้ในรายละเอียดของอัพเดทด้วยว่าภาคนี้เป็นภาคต่อจริง ๆ ของ PUBG ที่เคยเปิดตัวในพีซีเมื่อหลายปีที่แล้ว ถ้าเกมเมอร์คนไหนรอเล่นภาคนี้อยู่แล้วสามารถโหลดแอพฯ มารอหรือลงทะเบียนได้ที่หน้าเว็บไซต์ได้เลยที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้

from:https://notebookspec.com/web/591664-pubg-new-state-pre-register-android

7 วิธีล้างเครื่องโน๊ตบุ๊ค สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่ ฉบับปี 2021

โน๊ตบุ๊คใช้มาสักพักก็มีช้าลงบ้าง มีปัญหานี้เมื่อไหร่ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คสักรอบน่าจะดี

clean laptop cover

ยุคนี้ที่เราทำงานกับพีซีและโน๊ตบุ๊คกันเป็นปกติแล้วและลดการใช้กระดาษไปมาก แต่บางคนที่ใช้งานจริง ๆ ก็อาจจะลืมล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คหรือพีซีของตัวเองได้เช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้เขียนอยากให้มองว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นของเราก็เหมือนโต๊ะทำงานอีกโต๊ะหนึ่งของเรา เวลาหยิบอะไรมาวางมาเขียน ประมวลผลกันทุกวี่วันแต่ไม่ได้เคลียร์ให้เอกสารเป็นระเบียบ เวลาเครื่องจะหาไฟล์อะไรมาทำงานให้เราก็ย่อมช้าเป็นธรรมดา

ซึ่งการล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คสักเครื่องให้สะอาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คส่วนตัวที่ใช้งานมาราวปีหนึ่งแล้ว หรือจะเป็นโน๊ตบุ๊คมือสองที่เพิ่งซื้อมาก็ตาม ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้ทำเป็นระยะ ๆ อาจจะตั้งเวลาแจ้งเตือนในมือถือเอาไว้ก็ได้ว่าควรทำเดือนละครั้ง เพื่อให้เครื่องของเราทำงานได้ดีอยู่เสมอ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลานานมากอีกด้วย

ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊ค

ล้างเครื่องไม่ใช่เอาน้ำชุบแล้วล้างแบบนี้นะ มีขิตกันบ้างล่ะ!

7 ขั้นตอนล้างเครื่องโน๊ตบุ๊ค เคลียร์เครื่องให้ใหม่ ทำงานไวทันใจ!

สำหรับคนที่ไม่อยากล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คแล้วลง Windows ใหม่ ก็สามารถใช้วิธีที่แนะนำเอาไว้ในบทความนี้ แล้วจัดการเคลียร์ไฟล์ขยะต่าง ๆ รวมทั้งตั้งค่าเครื่องให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถทำตามทั้ง 7 ขั้นตอนนี้ได้เลย

  1. ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ทิ้งบ้าง
  2. ลดปริมาณโปรแกรมที่รันตัวเองตอนเปิดเครื่องหน่อย
  3. Defragment เป็นระยะ ๆ (แต่ SSD ห้ามทำนะ!)
  4. Disk Clean-up เป็นระยะ ๆ ล้างไฟล์ขยะออกจากเครื่อง
  5. สแกนไวรัสแบบละเอียดด้วย อย่ากดแต่ Quick Scan
  6. ใช้โปรแกรมเคลียร์ไฟล์ทิ้งไปเลย
  7. เริ่มต้นกันใหม่ด้วย Reset this PC
1. ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ทิ้งบ้าง

programs

 

ถ้ามีโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ค้างอยู่ในเครื่องก็ลบทิ้งบ้าง หรือถ้าใช้อยู่เป็นระยะ ๆ ก็ควรอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่เสมอ สาเหตุเป็นเพราะว่าหลาย ๆ โปรแกรมในยุคนี้จะเปิดตัวเองขึ้นมาทำงานโดยอัตโนมัติในระบบเบื้องหลังและไม่แสดงขึ้นมาให้เราเห็น โดยเฉพาะโปรแกรมประเภทแอนตี้ไวรัสต่าง ๆ ซึ่งข้อดีคือเราจะสามารถเปิดโปรแกรมเหล่านี้ได้เร็วมาก แต่พีซีของเราจะโดนดึงทรัพยากรในเครื่องไปใช้กับโปรแกรมเหล่านี้ด้วย เครื่องเลยทำงานได้ช้าลงนั่นเอง

ดังนั้นถ้าเราติดตั้งโปรแกรมอะไรเอาไว้ในเครื่อง เพราะคิดเอาไว้ว่าอาจจะได้ใช้ก็ควรลบทิ้งจากเครื่องไปเลยแล้วถ้าโปรแกรมไหนมีเวอร์ชั่น Portable ที่เอาใส่แฟลชไดรฟ์ได้ก็เปลี่ยนไปใช้เวอร์ชั่นนั้นแทนก็ได้

ส่วนวิธีการสังเกตว่าโปรแกรมไหนของเราไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน ๆ จะยังไม่มีคำสั่ง Sort หรือเปิดหา Recent app ติดตั้งมาให้ใน Windows 10 แต่ต้องใช้วิธีการสังเกตโดยเปิดแล้วไล่ดูภายใน Apps & features เพื่อดูว่าในเครื่องเรามีโปรแกรมไหนติดตั้งอยู่บ้าง แล้วอยู่ในเครื่องมานานหรือยังแล้วค่อยไล่ลบก็ได้

วิธีการที่ผู้เขียนแนะนำคือให้เปิดดูใน Apps & features โดยกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์คำว่า Apps จากนั้นกด Enter เมื่อเลื่อนลงมาจะเห็นรายชื่อโปรแกรมทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง จากนั้นตั้งค่าฟิลเตอร์ให้เรียงตามวันที่ติดตั้งโปรแกรม แล้วไล่ดูว่ามีโปรแกรมไหนติดตั้งมานานแล้วไม่ได้เปิดใช้หรือไม่คุ้นเลย ก็ลบทิ้งได้เพื่อประหยัดพื้นที่และทรัพยากรในเครื่องเรา

2. ลดปริมาณโปรแกรมที่รันตัวเองตอนเปิดเครื่องหน่อย

startup programs

ก่อนหน้านี้ในยุค Windows 7, Windows 8.1 การเข้ามาปิดโปรแกรมที่รันตัวเองขึ้นมาทันทีเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาทำงานจะมีขั้นตอนยุ่งยากกว่านี้ แต่ใน Windows 10 จะมีส่วนของ Startup Program แยกออกมาให้โดยเฉพาะ

โดยวิธีการเปิดเหมือนกับในข้อที่แล้วแต่ให้เลื่อนลงมากดตรงคำว่า Startup จากนั้น Windows จะแสดงโปรแกรมทั้งหมดที่รันขึ้นมาตอนเปิดเครื่อง ซึ่งถ้ามีโปรแกรมไหนที่เราไม่ได้ใช้งานก็ปล่อยให้โปรแกรมนั้นเปิด (On) เอาไว้ก็ได้ ถ้าโปรแกรมไหนไม่ได้ใช้งานก็กดสลับให้ปิด (Off) แทน จะทำให้เครื่องของเราเปิดขึ้นมาแล้วพร้อมใช้งานได้เร็วยิ่งขึ้น

3. Defragment เป็นระยะ ๆ (แต่ SSD ห้ามทำนะ!)

defragment

เชื่อว่าหลายคนรู้ว่าเราควร Defragment ฮาร์ดดิสก์ของตัวเองเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์จัดเรียงข้อมูลภายในตัวไดรฟ์ให้เข้าที่ ซึ่งควรทำสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้ตัวไดรฟ์เรียกเปิดโปรแกรมและไฟล์ที่บันทึกเอาไว้ข้างในได้ดียิ่งขึ้น โดยให้เราคลิกขวาตรง Harddisk ลูกที่เราต้องการ Defragment จากนั้นกด Properties แล้วเลือกแท็บคำว่า Tools แล้วคลิกคำว่า Optimise and defragment drive 

defragment2

หน้าต่าง Optimise Drive จะเปิดขึ้นมาให้เราเลือกไดรฟ์ที่ต้องการแล้วคลิกคำว่า Optimise ได้เลย แต่ห้ามทำการ Optimise กับฮาร์ดดิสก์แบบ Solid state drive โดยเด็ดขาด เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับ Controller ใน SSD และเปลือง TBW โดยไม่จำเป็น ทำให้ SSD ลูกนั้นเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น เพราะว่าตัว Controller จะคอยจัดการเรื่องพื้นที่และจุดเขียนไฟล์ลงชิปโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

wd black dashboard

หากใครต้องการปรับแต่งให้ SSD ของตัวเองทำงานได้ดีขึ้น ควรโหลดโปรแกรม Dashboard เฉพาะแบรนด์หรือรุ่นนั้นโดยเฉพาะมาติดตั้งแทน เพราะโปรแกรมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ SSD โดยเฉพาะอยู่แล้ว จะทำให้อายุของ SSD ยืนขึ้นและประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ โดยหาส่วนที่เรียกว่า TRIM แล้วกด Run TRIM Now เพื่อให้โปรแกรมสแกนและลบไฟล์ไม่ได้ใช้ที่ตกค้างใน SSD ลูกนั้นทิ้งไป

4. Disk Clean-up เป็นระยะ ๆ ล้างไฟล์ขยะออกจากเครื่อง

การทำ Disk Clean-Up ก็เหมือนการล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คแบบอ่อน ๆ วิธีหนึ่ง เพราะวิธีนี้จะเคลียร์ไฟล์ tmp และ cache ต่าง ๆ ที่โปรแกรมต่าง ๆ สร้างเอาไว้ในเครื่องออกไป ได้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์กลับมาและเครื่องสะอาดยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าใครไม่ได้ทำเป็นระยะ ๆ ก็ควรทำจะช่วยให้เราได้พื้นที่ในเครื่องคืนมาเยอะพอควรทีเดียว

cleanup

โดย Disk Clean-up นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ติดมากับ Windows 10 เลย โดยเราสามารถกดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์คำว่า Clean แล้วกด Enter ได้เลย

cleanup2

หน้าต่าง Disk Clean-up จะเปิดขึ้นมาให้เราเลือกไดรฟ์ที่ต้องการล้างไฟล์ขยะทิ้ง ซึ่งเลือกได้ทุกไดรฟ์บนเครื่อง สามารถกดล้างไฟล์ขยะได้ทุกไดรฟ์ ทั้งฮาร์ดดิสก์ธรรมดาหรือ SSD ก็ได้ ซึ่งความถี่ที่ควรกดล้างไฟล์ขยะในเครื่องนั้น ผู้เขียนแนะนำว่าทำเดือนละครั้งก็เพียงพอแล้ว

5. สแกนไวรัสแบบละเอียดด้วย อย่ากดแต่ Quick Scan

เราไม่รู้หรอก ว่าใช้โน๊ตบุ๊คทำงาน เข้าเว็บไซต์ โหลดไฟล์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ในเครื่องมากมาย ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าไวรัสหรือมัลแวร์จะแทรกเข้ามาในเครื่อง ลอดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ มาฝังเอาไว้ในเครื่องได้ด้วย

และการสั่งรันสแกนไวรัสแบบ Quick Scan นั้น จะรันสแกนได้ไม่ละเอียดมากนัก แนะนำให้สั่งสแกนเครื่องแบบ Full Scan ไปเลย แม้จะใช้เวลาสักหน่อยแต่ก็อุ่นใจกว่า ซึ่งถ้าใครใช้โปรแกรม Antivirus ตัวไหนอยู่ก็เปิดตัวนั้น ๆ ขึ้นมาจัดการได้เลย ส่วนคนที่พึ่งพา Windows Defender เป็นหลักก็ทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้ได้เลย

virus scan

เริ่มต้นให้เรากดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์คำว่า Virus เข้าไป จากนั้นกด Enter เครื่องจะเปิดส่วนที่ใช้จัดการไวรัสและมัลแวร์ในเครื่องขึ้นมา

scan2

ที่หน้า Virus & threat protection ให้เลือกคำว่า Scan options อย่าเพิ่งกดที่ Quick Scan จากนั้นตัวเครื่องจะเปิดตัวเลือกการสแกนออกมา

scan3

ให้กดเลือกที่คำสั่ง Full Scan แล้วกด Scan now ตัวเครื่องจะจัดการรันสแกนไวรัสทั้งเครื่องแบบเต็มระบบ ซึ่งอัพเดทล่าสุดนี้ จะมีตัวเลือกให้เราสั่งสแกนเครื่องแบบไม่ต้องต่อเน็ตก็ได้ โดยเลือกที่ตัวเลือก Microsoft Defender Offline Scan ได้เลย

ข้อดีของ Windows Defender คือ เป็นฟีเจอร์ที่ฝังมากับระบบปฏิบัติการเลย ฟรีและมีอัพเดทแพทช์มาอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนใช้ Windows Defender มาตลอดและไม่ติดตั้งโปรแกรม Antivirus มาหลายปีแล้ว ก็ไม่มีปัญหาไวรัสเข้ามาก่อกวนแต่อย่างใด

6. ใช้โปรแกรมเคลียร์ไฟล์ทิ้งไปเลย

diskwipe

กรณีที่มีฮาร์ดดิสก์ในพีซีหรือโน๊ตบุ๊คแล้วต้องการล้างไฟล์ในไดรฟ์นั้น ๆ ทิ้งไปเพราะไม่ได้ใช้งานเลย หรือต้องการเคลียร์ฮาร์ดดิสก์ทิ้งให้สะอาดเพื่อ Clone ตัว Windows ย้ายไปไดรฟ์นั้น ๆ ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้จัดการได้เลย โดย Disk Wipe นั้นจะช่วยล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คได้อย่างสะอาดรวมทั้งไม่ต้องติดตั้งในพีซีนั้น ๆ ด้วย เพียงแค่ใส่แฟลชไดรฟ์เอาไว้ก็ใช้งานได้ทันที สามารถใช้งานกับไดรฟ์ Windows ได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็น NTFS, Fat, Fat32 ก็ได้เช่นกัน

ข้อดีคือโปรแกรมนี้สามารถโหลดมาใช้งานได้ฟรีอีกด้วย ซึ่งถ้ามีประโยชน์และชื่นชอบก็สามารถกดบริจาคเงินช่วยเหลือผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ก็ได้เช่นกัน ใครกำลังหาโปรแกรมประเภทนี้อยู่ก็กดดาวน์โหลด Disk Wipe ที่นี่

7. เริ่มต้นกันใหม่ด้วย Reset this PC

สำหรับคนที่ใช้งานโน๊ตบุ๊คมาราว 6 เดือนถึง 1 ปี การล้างเครื่องเริ่มต้นใหม่สักครั้งแล้วค่อยตั้งค่ากันใหม่ หรือคนที่ซื้อโน๊ตบุ๊คมือสองมาแล้วในเครื่องเป็น Windows 10 ติดมาด้วยก็แนะนำให้ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คของเราด้วยวิธีนี้ปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

แต่ก่อนจะล้างเครื่องทุกครั้ง ควรแบ็คอัพไฟล์งานสำคัญและโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดเอาไว้ใน External Harddisk จนหมดก่อน แล้วค่อยเริ่มทำตามขั้นตอนในข้อนี้

reset this pc 1

วิธีการรีเซ็ตเครื่องให้เริ่มต้นโดยกดปุ่ม Windows จากนั้นพิมพ์คำว่า Reset ลงไปแล้วกด Enter เพื่อเปิดคำสั่งรีเซ็ตเครื่องขึ้นมาใช้งาน

reset this pc 2

Windows 10 จะเปิดหน้าต่าง Recovery ขึ้นมา ให้เรากดที่คำว่า Get started ใต้หัวข้อ Reset this PC เพื่อเริ่มรีเซ็ตเครื่อง

reset this pc 3

จากนั้นตัวเครื่องจะให้เราเลือกวิธีล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คของเราได้ 2 แบบ คือ

  1. Keep my files : เครื่องจะล้างโปรแกรมและรีเซ็ตการตั้งค่าที่ผิดพลาดของเราออกไป แล้วย้อนกลับไปใช้ค่าตั้งต้นจากทาง Microsoft อีกครั้ง แต่ไม่ลบไฟล์งานของเราที่เก็บไว้ในเครื่อง
  2. Remove everything : วิธีนี้จะลบไฟล์และโปรแกรมทั้งหมดในเครื่องของเราออกไป เหมือนกับการลง Windows ใหม่ให้กับโน๊ตบุ๊คของเรา แต่ไม่ต้องเสียเวลาหา Windows Key มาใส่เครื่องหรือต้องทำ Flashdrive ที่เอาไว้ติดตั้ง Windows

ถ้าใครมีโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้ง Windows 10 มาจากโรงงานแล้ว สามารถเลือกระดับของการรีเซ็ตเครื่องได้ตามความสะดวก ถ้าอยากแก้การตั้งค่าให้กลับไปเป็นค่ามาตรฐานจากทาง Microsoft ก็เลือกแบบแรก แต่ถ้าต้องการล้างทิ้งทั้งหมดจะเลือกเป็นแบบที่ 2 ก็ดีเช่นกัน

ส่วนการรีเซ็ตแบบล้างเครื่องในหัวข้อที่ 2 นั้น เราไม่จำเป็นกังวลว่าจะหา Windows Key จากไหนมาใส่ เพราะตัวเครื่องจะจัดการทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ เพียงรอเวลาที่โน๊ตบุ๊คจัดการตั้งค่าทั้งหมดให้เสร็จแล้วเราก็ติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นทั้งหมดลงไปแล้วใช้งานได้ตามปกติเลย

สรุป – ล้างเครื่องกันบ่อยแค่ไหนดี?

สำหรับจุดเด่นและข้อสังเกตของแต่ละวิธีการนั้น ผู้เขียนขอสรุปเอาไว้เป็นตารางดังนี้

วิธีการ ข้อดี จุดสังเกต
ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ ง่ายและทำได้เร็ว ไม่มีผลกระทบมาก และได้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์คืน เป็นวิธีการพื้นฐานเท่านั้น ไม่ได้แก้การตั้งค่าหรือลบไฟล์สำคัญใด ๆ
ลดปริมาณโปรแกรมที่รันตัวเองตอนเปิดเครื่อง เปิดเครื่องแล้วพร้อมใช้งานได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอเครื่องโหลดทุกโปรแกรมให้พร้อมก่อนถึงจะใช้งานได้ เปิดขึ้นมาปรับแต่งได้ง่าย แต่ถ้าโปรแกรมไหนมีขนาดใหญ่แล้วจะใช้งานก็ต้องเสียเวลาโหลดบ้าง
Defragment ฮาร์ดดิสก์ ทำให้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนจัดเรียงไฟล์ได้เป็นระเบียบ เข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ห้ามใช้กับ SSD โดยเด็ดขาด เพราะ Controller อาจทำงานหนักแล้วเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
Disk Clean-up ล้างไฟล์ขยะที่โปรแกรมและตัวเครื่องสร้างทิ้งเอาไว้ได้ทั้งหมด ได้พื้นที่กลับมาใช้มากขึ้น ถ้าโปรแกรมไหนสร้างไฟล์ tmp เอาไว้เพื่อโหลดตัวเองให้เร็วขึ้นหรือใช้บันทึกรหัสผ่าน เช่นเบราเซอร์ที่เราใช้เป็นประจำ ก็ต้องเสียเวลาล็อคอินใหม่อีกครั้ง
Windows Defender สแกนไวรัสและมัลแวร์ในเครื่องโดยละเอียด ทำให้เราใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเร็วยิ่งขึ้น ต้องรอ Microsoft อัพเดทแพทช์รักษาความปลอดภัยใหม่ ๆ อาจจะช้ากว่าโปรแกรม Antivirus บางตัวที่สร้างมาเพื่องานนี้โดยตรง
ใช้โปรแกรมเคลียร์ไฟล์ ล้างไฟล์ได้สะอาดและกู้ไฟล์กลับมาไม่ได้ เหมาะกับการทำเป็นไดรฟ์ใหม่ในเครื่อง และโปรแกรมเล็กใส่แฟลชไดรฟ์ไปใช้งานได้เลย ควรดึงไฟล์ที่ต้องการใช้งานออกมาก่อนแล้วค่อยล้าง ไม่เช่นนั้นจะกู้ไฟล์กลับมาไม่ได้
Reset this PC ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คได้เหมือนกับการติดตั้ง Windows ใหม่ เลือกได้ทั้งเก็บไฟล์งานของเราไว้ในเครื่องหรือจะลบจนหมดก็ได้ ไม่ต้องหา Windows Key มาใส่เครื่อง ถ้าจะล้างเครื่องเหมือนลง Windows ใหม่ ควรแบ็คอัพไฟล์สำคัญให้เรียบร้อยก่อน

การล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คสักครั้งนั้น ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ดีเช่นกัน เพราะช่วยให้เครื่องของเราสามารถทำงานได้ลื่นยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องระวังและควรแบ็คอัพเครื่องเอาไว้เสมอ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย รวมทั้งการแบ็คอัพไฟล์สำคัญเป็นประจำกับฝากข้อมูลเอาไว้ในบริการ Cloud ต่าง ๆ ก็ช่วยลดความกังวลเวลาต้องรีเซ็ตเครื่องได้อีกระดับหนึ่ง เพราะต่อให้เรารีเซ็ตเครื่องแล้วลงโปรแกรมใหม่ ไฟล์งานสำคัญของเราก็ไม่หายอยู่ดี เพราะเครื่องนั้นเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เราเซฟเอาไว้ในฐานข้อมูลออนไลน์ของเรานั่นเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง

software cover

new laptop1

old laptop

windows cover

from:https://notebookspec.com/web/591238-7-way-to-clean-up-your-pc