คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

แนะนำ Lenovo Legion Y44w จอกว้างมาก ฟีเจอร์จัดเต็ม เล่นเกมก็คุ้ม ใช้งานก็แจ่ม

หากพูดถึงจอเกมมิ่งสักตัว หลายท่านคงนึกถึงจอมาตรฐาน 32:10 ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในตลาด ด้วยขนาดที่ไม่ได้กว้างมาก แน่นอนว่ามันก็ใช้งานได้ดี เล่นเกม หรืองานเอกสารก็ลงตัว แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีจอที่กว้างมากระดับ 32:10 เฉกเช่นเดียวกับโรงภาพยนตร์ ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ดูหนัง แต่ยังช่วยให้เล่นเกมได้ดีขึ้น หรือทำงานเอกสารก็กว้างกว่า อย่างจอภาพที่ทีมงานแนะนำในวันนี้ Lenovo Legion Y44w-10

Lenovo Legion Y44w มากับขนาดจอภาพ 43.4 นิ้ว ที่อัตราส่วน 32:10 ซึ่งกว้างมากเหมาะกับการชมภาพยนตร์ด้วยอัตราส่วนเดียวกับโรงภาพยนตร์ทำให้สามารถชมภาพยนตร์ได้โดนไม่มีขอบดำมากวนใจ ไปจนถึงการเล่นเกมซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Lenovo Legion Y44w ทำให้มุมมองภาพในเกมที่กว้างกว่า เห็นรายละเอียดของศัตรู หรือกระทั่งเกมขับรถที่ให้มุมมองเหมือนอยู่ในรถจริง อีกทั้งยังเป็นจอโค้ง 1800R ทำให้มุมมองของจอภาพคมชัดสีไม่เพี้ยนแม้มองที่ขอบจอ ไปจนถึงงานเอกสารที่สามารถมองไฟล์ Excel ได้เป็นสิบๆแถว หรือใช้งาน 2-4 หน้าต่างได้อย่างสบาย ไม่ต้องคอยมาสลับจอให้วุ่นวาย หรือจะต่อจอเดียวจาก 2 เครื่องก็ยังได้

Lenovo Legion Y44w-10 เป็นจอแสดงผลแบบโค้งขนาด 43.4 นิ้วที่ให้ประสบการณ์การรับชมที่กว้างกว่าจินตนาการของคุณ เวลาตอบสนองที่รวดเร็วอย่างเห็นได้ชัดพร้อม Refresh rate เร็วถึง 144Hz ช่วยลด Motion Blur และมอบประสบการณ์ด้านภาพที่ราบรื่นในขณะเล่นเกม DisplayHDR™ 400 มาตรฐาน VESA ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AMD FreeSync™ 2 และลำโพงแบบถอดได้ที่ได้รับการรับรองจาก Harman Kardon มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นและทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ คุณสามารถขยายขีดความสามารถของจอแสดงผลได้อย่างง่ายดายโดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกสูงสุดสองเครื่องพร้อมกันโดยใช้พอร์ต USB 3.1 Type-C สองพอร์ตที่เป็นนวัตกรรมใหม่, พอร์ต HDMI 2.0 และ DP1.4
มาพร้อมการออกแบบที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ด้วยโทนน้ำเงินดำที่ไม่เหมือนใครด้วยฐานตัว V ที่เจาะรูเพื่อลดน้ำหนัก แต่ก็ยังให้ความแข็งแรงเช่นเดียวกับขาตั้งปรกติ เพิ่มความสวยงามให้ไม่เหมือนใคร อีกทั้งด้านหลังจอภาพเรียบๆ เจอะรูปวงกลมเพิ่มความแตกต่างและช่วยระบายความร้อนไปในตัว อีกทั้งยังสามารถติดกับขาตั้งเสริมได้ด้วย

ฟีเจอร์เด่น

  • 43.4 นิ้วแบบกว้างพิเศษ ค่าความโค้ง 1800R
  • เทคโนโลยี AMD Radeon FreeSync 2 และการรับรอง DisplayHDR400 จาก VESA เพื่อคอเกมในสายเลือดที่แท้จริง
  • ความสว่างของจอแสดงผลสูงสุด 450 nits
  • รีเฟรชเรต 144Hz และอัตราการตอบสนอง 4 มิลลิวินาทีเพื่อประสิทธิภาพที่ลื่นไหลถึงขีดสุด
  • ลำโพงแบบถอดได้ที่ผ่านการรับของจาก Kardon certified เพื่อคุณภาพเสียงขั้นสูงสุด
  • ฟังก์ชั่นภาพต่อภาพด้วยสวิตซ์ KVM เพียงปุ่มเดียวเพื่อความสะดวกในการจัดกับกับสัญญาณภาพจากอุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 2 เครื่อง
  • USB 3.1 Type-C 2 พอร์ตสำหรับการรับสัญญาณภาพและเสียง, รับส่งข้อมูล และชาร์จพลังงานให้พร้อมกับทั้ง 2 อุปกรณ์
  • พอร์ต USB 3.0 และช่องต่อเสียงออกที่ซ่อนอยู่ด้านหน้าที่เปิดได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียวนั้นช่วยเพิ่มช่องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้

ลำโพง Harman Kardon ที่สามารถถอดได้ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับลำโพงในจอภาพ ให้เสียงที่ดีดัง ครบเครื่องทั้งชมภาพยนตร์ เล่นเกม หรือฟังเพลงในหนึ่งเดียวโดยไม่ต้องพึ่งลำโพงแยกเลย หรือถ้าอยากตอลำโพงแยกก็สามารถถอดออกได้ตามต้องการ

พอร์ตเชื่อมต่อที่มากกว่า อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นต่อจอภาพทั้ง DisplayPort 1.4 1 พอร์ต ,HDMI 2 พอร์ต ,USB 3.1 Type-C Gen2 (สลับโหมดเป็น DisplayPort 1.4) 1 พอร์ต ,USB 3.1 Type-C Gen1 (สลับโหมดเป็น DisplayPort 1.2)  1 พอร์ต และ USB 3.1 4 พอร์ต

Lenovo Legion Y44w มาในราคา 37,900 บาทพร้อมการรับประกัน 3 ปีเต็ม เสียเปลี่ยนตัวใหม่

สามารถสั่งซื้อได้ที่

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดจอ
43.4 นิ้ว
ขนาดจอ
จอโค้ง 1800R ขอบบาง
ขอบเขตสี
sRGB, BT.709, DCI-P3
การแสดงภาพ HDR
DisplayHDR™ 400 รับรองโดย VESA
รีเฟรชเรต
สูงสุด 144Hz
เทคโนโลยี
AMD FreeSync™ 2
อัตราการตอบสอง
(GtG) 4ms (พร้อม OD)
ความละอียด
3840 x 1200
มาตรฐาน
ยก เอียง และหมุน
พอร์ต
2 x HDMI 2.0; 1 x DP1.4; 1 x USB 3.1 Type-C Gen2 (สลับโหมดเป็น DisplayPort 1.4); 1 x USB 3.1 Type-C Gen1 (สลับโหมดเป็น DisplayPort 1.2); 1 x ช่องต่อเสียงออก
ฮับ USB
USB 3.1 (4 down + 1BC)
ลำโพง ลำโพงแบบถอดได้รับรองโดย Harman Kardon
การแสดงภาพ PIP และ PBP
ใช่
พลังงาน
ภายใน
อื่น ๆ
การรับรอง TÜV Eye Comfort

from:https://notebookspec.com/preview-lenovo-legion-y44w/489639/

โฆษณา

Acer จับมือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต เปิดตัว PREDATOR ARENA อัด Predator Gaming Set สเปคเทพกว่า 100 ชุด

เอเซอร์ จับมือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต

สร้างมาตรฐานวงการอีสปอร์ต เปิด PREDATOR ARENA
สังเวียนอีสปอร์ตที่ครบวงจรแห่งแรกในภาคอีสาน 
อัด Predator Gaming Set สเปคเทพกว่า 100 ชุด
รองรับความมันส์ในทุกทัวร์นาเมนต์

เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ ร่วมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต เดินหน้าผลักดันอีสปอร์ตเปิด PREDATOR ARENA สนามแข่งขันอีสปอร์ตครบวงจรแห่งแรกในภาคอีสานติดตั้ง Predator Gaming Set ประกอบด้วยเกมมิ่งเดส์กท็อปสเปคสูง มอนิเตอร์ 144hz พร้อมอุปกรณ์การแข่งขันจากพรีเดเตอร์ครบเซ็ทกว่า 100 ชุด ยกมาตรฐานสนามเหย้าเทียบเท่าระดับสากล ตอบรับกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งภายใต้แบรนด์พรีเดเตอร์เสริมทัพเมืองกีฬาที่ครบวงจร

“จากความสำเร็จในการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตในระดับภูมิภาค Asia Pacific Predator League 2019 ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เอเซอร์ได้เห็นถึงศักยภาพของกีฬาอีสปอร์ตที่ทำให้เห็นว่านอกจากการสร้างรายได้จากอาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตได้นั้น ยังเป็นการสร้างโอกาส และต่อยอดให้กับอีโคซิสเต็มส์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอีสปอร์ตทั้งในด้านของการสร้างงานที่ก่อให้เกิดอาชีพใหม่ๆ  รวมไปถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจในกีฬาอีสปอร์ต ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า

ตลาดอีสปอร์ตของประเทศไทยมีผู้เล่นเกมอยู่ถึง 18.3 ล้านคน มีมูลค่าใช้จ่ายในตลาดเกม 19,281 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% จากปี 2560 มีผู้ชมการแข่งขันกว่า 2.6 ล้านราย และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง30% ในช่วง 2560-2564 จากความสำเร็จในการจัดงาน Asia Pacific Predator League 2019 และการเติบโตของกีฬาอีสปอร์ต ทำให้เกิดความท้าทายแก่เอเซอร์ในการผลักดันวงการอีสปอร์ตของประเทศไทยให้ก้าวไปในระดับสากลยิ่งขึ้น”

 

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด  จำกัด กล่าวว่า เอเซอร์ มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับความร่วมมือกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดในครั้งนี้ เอเซอร์มองเห็นความพร้อม ความตั้งใจของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะผลักดันวงการกีฬาอีสปอร์ตด้วยการสร้างทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต และประกาศศักยภาพของทีมด้วยผลงานที่โดดเด่น จนทำให้ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของทีมนักกีฬาอีสปอร์ตของประเทศไทย

เอเซอร์ในฐานะผู้นำนวัตกรรมไอที เรามีความตั้งใจในการสนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมอีสปอร์ตให้ยั่งยืนทั้งอีโคซิสเต็มส์ด้วยการพัฒนาสู่อาชีพในสายต่างๆ รวมถึงการสร้างมาตรฐานให้กับวงการอีสปอร์ต ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนสปอร์ตซิตี้ ที่จะแสดงให้เห็นว่าพลังของเทคโนโลยีจะช่วยเซตเมืองให้โตเร็วยิ่งขึ้น

ต่อไปเราจะเห็นดิจิตอลเข้าไปอยู่ในวงการกีฬามากขึ้น ผู้คนจะคุ้นชินกับการมีเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นกีฬา ขณะเดียวกันเมืองบุรีรัมย์จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและสายตาจากนักลงทุน ซึ่งเอเซอร์มีพร้อมทั้งเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการร่วมผลักดันบุรีรัมย์สู่ภาพความเป็นเมืองแห่งกีฬาและต้นแบบของ อีสปอร์ตซิตี้แห่งแรกในประเทศไทย

 

การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เซคเมนต์ของเกมมิ่งคอมพิวเตอร์มีการเติบโตมากขึ้น เกมเมอร์ส่วนใหญ่ต้องการดีไวซ์ที่มีประสิทธิภาพสูง การจับมือในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเสริมศักยภาพของนักกีฬาอีสปอร์ต ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ของการเล่นเกม การแข่งขันอีสปอร์ตด้วยเกมมิ่งดีไวซ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพให้แก่เกมเมอร์และผู้ชื่นชอบ” นายนิธิพัทธ์ กล่าวเสริม 

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “สำหรับ Predator Arena ที่เปิดอย่างเป็นทางการในวันนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาด้านอีสปอร์ตของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เราต้องการสร้างอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่เมื่อนึกถึงสนามการแข่งขันอีสปอร์ตแล้ว Predator Arena จะต้องเป็นสถานที่แรกที่นึกถึง เราตั้งเป้าให้ Predator Arenaเป็นสนามจัดการแข่งขันทั้งในระดับประเทศ ไปจนถึงระดับภูมิภาค

ด้วยความครบวงจรของสนามที่มีทั้ง ห้องแข่งขัน ห้องฝึกซ้อม ห้องประชุมทีม ห้องพากย์การแข่งขัน ติดตั้งอุปกรณ์การแข่งขันด้วย Predator Gaming Desktop ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดและจอมอนิเตอร์สำหรับการเล่นเกมที่มีความละเอียด 4K HDR 144hz กว่า 100 ชุด นับได้ว่าเป็นสนามอีสปอร์ตแห่งแรกในประเทศไทยที่มีเครื่องสเปคแรงที่สุด รวมถึงความพร้อมด้านสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบถ่ายทอดสด แสง สี เสียง และพื้นที่สำหรับการเข้าชมการแข่งขันที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าชม

นอกจากที่ Predator Arena จะเป็นสนามเหย้าของทีม Buriram United Esports แล้ว ยังเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ และเป็นอะคาเดมี ให้ผู้มีใจรักในกีฬาอีสปอร์ตได้มีพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และเป็นการส่งเสริมเด็กๆ รวมถึงสร้างนักกีฬาหน้าใหม่สู่ความเป็นมืออาชีพในอนาคต

########################

เกี่ยวกับเอเซอร์

ก่อตั้งในปี 1976 เอเซอร์เป็นบริษัทให้บริการในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการ ที่เน้นด้านงานวิจัย การออกแบบ การตลาด การขาย และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ จอมอนิเตอร์ โปรเจคเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สวมใส่ เอเซอร์ยังได้พัฒนาคลาวด์โซลูชั่นเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์. เอเซอร์ครบรอบ 40ปีในปี 2016 และเป็นหนึ่งใน 5 บริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก มีพนักงาน 7,000 คนทั่วโลก และมีสำนักงานอยู่มากกว่า 160 ประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com

from:https://notebookspec.com/acer-and-buriram-united-e-sport-join-hands-establish-the-standard-of-e-sports-open-predator-arena/489199/

ฺBuyer’s Guide – Acer Aspire 5-A515 โน้ตบุ๊คถูกคุ้มค่า สเปก Core i มีการ์ดจอแยก ได้ Windows 10 ราคาเริ่ม 16,990 บาท

Acer Aspire 5-A515 โน้ตบุ๊คดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า คงต้องยกให้แบรนด์ Acer ณ เวลานี้ เพราะ นอกจากตัวซีรีส์ Nitro และ Swift ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยังอีกซีรีส์ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าราคาประหยัดอีกเช่นกันซีรีส์ Aspire โดยครานี้มาพร้อมกับรุ่น Acer Aspire 5-A515 ซึ่งปี 2019 นี้ใช้ดีไซน์ขอบหน้าจอบางเฉียบมิติตตัวเครื่องเล็กลง บนขนาดหน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD เพิ่มเติมคือสเปคใหม่ บางมารุ่นยังมาพร้อมกับ Intel Optane Memory อีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นที่ 16,990 – 25,990 บาท

Acer Aspire 5-A515 มีให้เลือกหลากหลายรุ่น ติดตั้งชิปประมวลผลตัวประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุดเป็น Intel Core i Gen 8 อย่าง i3-8145U / i5-8265U / i7-8565U พร้อมการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX130 หรือรุ่นใหม่กว่าอย่าง MX230 ได้แรมมาตรฐานขนาด 4 – 8 GB DDR4 ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ

ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็นแบบฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB หรือบางรุ่นจะใส่ Intel Optane Memory 16 GB มาด้วย ทำให้ใช้งานได้ลื่นไหลเสมือนเป็น SSD ทั้งลูก มาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในทุกรุ่น พร้อมการรับประกัน 2 ปีเต็ม ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย โดยแบ่งเป็น 4 รุ่นต่อไปนี้

สำหรับ Acer Aspire 5-A515 ในเรื่องของการดีไซน์มีปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมสีสันให้เลือกคือสีเงินและสีดำ ตามยุคสมัยของโน้ตบุ๊คปี 2019 ที่เน้นมิติตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง และบางดูเผินๆ ก็แอบคล้าย Acer Swift 3 / Swift 5 เหมือนกัน ต่างกันแค่ลดความเป็น Ultrabook ลงให้ดูเป็นโน้ตบุ๊คทำงานมากกว่า ซึ่งส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วเรียบง่าย ไม่หวือวา ไม่สะดุดตาหนัก

ฝาหลังสีดำวัสดุเป็นพลาสติก มีลายเป็นเส้นๆ ให้ผิวสัมผัสที่ดีไม่ลื่นมือ ดูมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer สีเงินตรงกลางตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในบอดี้ส่วนที่เป็นคีย์บอร์ดก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหราไม่เบาเลยทีเดียว แต่จุดที่สำคัญเลยสำหรับรุ่นนี้คือ แกนฝาพับหน้าจอที่เป็นสีเทาสวยงามสีตัดกับตัวเครื่อง อีกทั้งยังสามารถงอจอได้มากกว่า 180 องศาอีกด้วย ซึ่งแทบจะเป็นรุ่นเดียวในบรรดาโน้ตบุ๊คหน้า 15.6 นิ้วที่ทำได้แบบนี้

ด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่ายในโทนสีดำทั้งหมด การแกะอัพเกรด Ram หรือ HDD สามารถทำได้ง่ายมากเพียงแค่ขันน็อตเพียงหนึ่งตัว ก็สามารถทำการอัพเกรดได้เลย ส่วนด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง ด้านบนจะเป็นรูช่องดูดระบายความร้อน ซึ่งรุ่นนี้มีพัดลมด้วยกันหนึ่งตัว ส่วนรูเป่าความร้อนออกจะอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง แต่ดูเหมือนว่าจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กไปซะหน่อย

สำหรับความบางก็บางลงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมาก พร้อมน้ำหนัก Acer Aspire 5-A515 มีน้ำหนักอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม ซึ่งถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วที่ค่อนข้างเบารุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ ประสิทธิภาพพอตัว และพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ที่สำคัญทาง Acer ยังเคลมว่าแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้เกือบทั้งวันด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดถึง 7 ชั่วโมง

ตัวเครื่อง Acer Aspire 5-A515 มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว พร้อมติดตั้งคีย์บอร์ด Full size แบบตามมาตราฐานโน้ตบุ๊คทั่วไปให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยมีปุ่มแป้นตัวเลข Numpad มาให้ครบถ้วน ส่วนการสัมผัสแป้นพิมพ์ทำได้ค่อนข้างค่อนข้างนุ่ม งานประกอบดีเลยทีเดียว เหมาะแก่การพิมพ์งานสามารถใช้งานได้อย่างราบลื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในส่วนของทัชแพดนั้นออกแบบมาดูเรียบๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไปปกติ และแผ่นคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่ได้แยกปุ่มออกชัดเจน การสัมผัสและการคลิกถือว่าทำได้ดี มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ

Acer Aspire 5-A515 ติดตั้งหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพดี ตามมาตรฐานโน้ตบุ๊คทั่วๆ ไป พร้อมเทคโนโลยี Acer Color Intelligence ทำให้ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา และรับชมหรือทำงานเป็นเวลานานได้ด้วย Acer BlueLightShield สามารถให้สีสันที่สวยงามในระดับหนึ่ง โดยวัสดุส่วนหน้าจะเป็นพลาสติกสีดำธรรมดา มีโลโก้ Acer อยู่ตรงกลางล่าง ส่วนขอบบนหน้าจอจะมีกล้อง Webcam ความคมชัดระดับ HD 720p ติดตั้งมาให้ด้วย พร้อมกับไมค์สองตัวแบบตัดเสียงเพื่อใช้งาน Video Call ซึ่งกล้องหน้านี้ก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ที่ใต้ตัวเครื่องเครื่องด้านหน้า บริเวณมุมฝั่งซ้ายและขวาด้านล่างของตัวเครื่อง ที่ให้เสียงเป็นแบบ Stereo 2.0 ซึ่งด้วยเทคโนโลยี Acer TrueHarmony ที่ให้เสียงเบสนุ่มลึกกว่าและระดับเสียงที่มากขึ้นผ่านดีไซน์ลำโพงล้ำสมัย โดยคุณภาพเสียงที่ได้นั้นถือว่าธรรมดาทั่วไป มีเสียงที่ดังฟังชัด แยกเสียงมิติซ้ายขวาชัดเจน จะนำไปใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็สามารถทำได้ดีเลยเดียว

Acer Aspire 5-A515 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คมัลติมีเดียขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 1 x USB 3.1 (เป็นแบบ Fast Chart), 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 2.0, HDMI, SD(XC/HC) Card reader, Lan และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 (หรือ 802.11ac) และเทคโนโลยี MU-MIMO 2×2 ตำแหน่งการวางช่องเสาอากาศอย่างมีระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการพกพาและการทำงานแบบไร้สาย

สรุปก็คือ Acer Aspire 5-A515 ทั้งการทำงานต่างๆ บันเทิงดูหนังฟังเพลง รวมไปถึงการเล่นเกมออนไลน์ เครื่องนี้สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียวเหมาะสมกับราคาที่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานทั่วๆ ไปได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากเอาจะไปเล่นเกมหนักๆ ตัดต่อวิดีโอก็คงจะไม่ไหวนัก ส่วนเกมที่กินสเปคไม่มากอย่าง DOTA 2, Overwatch, Fifa Online หรือ CS:GO ก็เล่นได้ลื่นไหลหายห่วง แต่ถ้าหากอยากได้แบบลื่นไหลสุดๆ ก็ควรอัพแรมเพิ่มให้เป็น 8GB รวมไปถึงอัพเกรด SSD M.2 ไปอีกตัวลื่นไหลแน่นอน

โดยรวมแล้ว Acer Aspire 5-A515 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ดีเลยเครื่องหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานหนักไม่หนักมาก อาทิเช่น นักเรียนนักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศ  สำหรับใครที่มีงบประมาณไม่เกิน 20,000 บาท ที่ได้ทั้ง i5-8265U + MX150 + Intel Optane Memory ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าแล้ว เพิ่มแรมไปอีก 4GB ให้เป็น 8GB เรียกได้ว่าใช้งานได้ยาวๆ กับงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ บ้าง

from:https://notebookspec.com/%e0%b8%babuyers-guide-acer-aspire-5-a515-notebook-2019/488378/

ฺีBuyer’s Guide – Acer Aspire 5-A515 โน้ตบุ๊คถูกคุ้มค่า สเปก Core i มีการ์ดจอแยก ได้ Windows 10 ราคาเริ่ม 16,990 บาท

Acer Aspire 5-A515 โน้ตบุ๊คดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า คงต้องยกให้แบรนด์ Acer ณ เวลานี้ เพราะ นอกจากตัวซีรีส์ Nitro และ Swift ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยังอีกซีรีส์ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าราคาประหยัดอีกเช่นกันซีรีส์ Aspire โดยคราวนี้มาพร้อมกับรุ่น Acer Aspire 5-A515 ซึ่งปี 2019 นี้ใช้ดีไซน์ขอบหน้าจอบางเฉียบมิติตตัวเครื่องเล็กลง บนขนาดหน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD เพิ่มเติมคือสเปคใหม่ บางมารุ่นยังมาพร้อมกับ Intel Optane Memory อีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นที่ 16,990 – 25,990 บาท

Acer Aspire 5-A515 มีให้เลือกหลากหลายรุ่น ติดตั้งชิปประมวลผลตัวประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุดเป็น Intel Core i Gen 8 อย่าง i3-8145U / i5-8265U / i7-8565U พร้อมการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX130 หรือรุ่นใหม่กว่าอย่าง MX230 ได้แรมมาตรฐานขนาด 4 – 8 GB DDR4 ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ

ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็นแบบฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB หรือบางรุ่นจะใส่ Intel Optane Memory 16 GB มาด้วย ทำให้ใช้งานได้ลื่นไหลเสมือนเป็น SSD ทั้งลูก มาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในทุกรุ่น พร้อมการรับประกัน 2 ปีเต็ม ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย โดยแบ่งเป็น 4 รุ่นต่อไปนี้

สำหรับ Acer Aspire 5-A515 ในเรื่องของการดีไซน์มีปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมสีสันให้เลือกคือสีเงินและสีดำ ตามยุคสมัยของโน้ตบุ๊คปี 2019 ที่เน้นมิติตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง และบางดูเผินๆ ก็แอบคล้าย Acer Swift 3 / Swift 5 เหมือนกัน ต่างกันแค่ลดความเป็น Ultrabook ลงให้ดูเป็นโน้ตบุ๊คทำงานมากกว่า ซึ่งส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วเรียบง่าย ไม่หวือวา ไม่สะดุดตาหนัก

ฝาหลังสีดำวัสดุเป็นพลาสติก มีลายเป็นเส้นๆ ให้ผิวสัมผัสที่ดีไม่ลื่นมือ ดูมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer สีเงินตรงกลางตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในบอดี้ส่วนที่เป็นคีย์บอร์ดก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหราไม่เบาเลยทีเดียว แต่จุดที่สำคัญเลยสำหรับรุ่นนี้คือ แกนฝาพับหน้าจอที่เป็นสีเทาสวยงามสีตัดกับตัวเครื่อง อีกทั้งยังสามารถงอจอได้มากกว่า 180 องศาอีกด้วย ซึ่งแทบจะเป็นรุ่นเดียวในบรรดาโน้ตบุ๊คหน้า 15.6 นิ้วที่ทำได้แบบนี้

ด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่ายในโทนสีดำทั้งหมด การแกะอัพเกรด Ram หรือ HDD สามารถทำได้ง่ายมากเพียงแค่ขันน็อตเพียงหนึ่งตัว ก็สามารถทำการอัพเกรดได้เลย ส่วนด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง ด้านบนจะเป็นรูช่องดูดระบายความร้อน ซึ่งรุ่นนี้มีพัดลมด้วยกันหนึ่งตัว ส่วนรูเป่าความร้อนออกจะอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง แต่ดูเหมือนว่าจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กไปซะหน่อย

สำหรับความบางก็บางลงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมาก พร้อมน้ำหนัก Acer Aspire 5-A515 มีน้ำหนักอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม ซึ่งถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วที่ค่อนข้างเบารุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ ประสิทธิภาพพอตัว และพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ที่สำคัญทาง Acer ยังเคลมว่าแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้เกือบทั้งวันด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดถึง 7 ชั่วโมง

ตัวเครื่อง Acer Aspire 5-A515 มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว พร้อมติดตั้งคีย์บอร์ด Full size แบบตามมาตราฐานโน้ตบุ๊คทั่วไปให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยมีปุ่มแป้นตัวเลข Numpad มาให้ครบถ้วน ส่วนการสัมผัสแป้นพิมพ์ทำได้ค่อนข้างค่อนข้างนุ่ม งานประกอบดีเลยทีเดียว เหมาะแก่การพิมพ์งานสามารถใช้งานได้อย่างราบลื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในส่วนของทัชแพดนั้นออกแบบมาดูเรียบๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไปปกติ และแผ่นคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่ได้แยกปุ่มออกชัดเจน การสัมผัสและการคลิกถือว่าทำได้ดี มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ

Acer Aspire 5-A515 ติดตั้งหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพดี ตามมาตรฐานโน้ตบุ๊คทั่วๆ ไป พร้อมเทคโนโลยี Acer Color Intelligence ทำให้ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา และรับชมหรือทำงานเป็นเวลานานได้ด้วย Acer BlueLightShield สามารถให้สีสันที่สวยงามในระดับหนึ่ง โดยวัสดุส่วนหน้าจะเป็นพลาสติกสีดำธรรมดา มีโลโก้ Acer อยู่ตรงกลางล่าง ส่วนขอบบนหน้าจอจะมีกล้อง Webcam ความคมชัดระดับ HD 720p ติดตั้งมาให้ด้วย พร้อมกับไมค์สองตัวแบบตัดเสียงเพื่อใช้งาน Video Call ซึ่งกล้องหน้านี้ก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ที่ใต้ตัวเครื่องเครื่องด้านหน้า บริเวณมุมฝั่งซ้ายและขวาด้านล่างของตัวเครื่อง ที่ให้เสียงเป็นแบบ Stereo 2.0 ซึ่งด้วยเทคโนโลยี Acer TrueHarmony ที่ให้เสียงเบสนุ่มลึกกว่าและระดับเสียงที่มากขึ้นผ่านดีไซน์ลำโพงล้ำสมัย โดยคุณภาพเสียงที่ได้นั้นถือว่าธรรมดาทั่วไป มีเสียงที่ดังฟังชัด แยกเสียงมิติซ้ายขวาชัดเจน จะนำไปใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็สามารถทำได้ดีเลยเดียว

Acer Aspire 5-A515 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คมัลติมีเดียขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 1 x USB 3.1 (เป็นแบบ Fast Chart), 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 2.0, HDMI, SD(XC/HC) Card reader, Lan และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 (หรือ 802.11ac) และเทคโนโลยี MU-MIMO 2×2 ตำแหน่งการวางช่องเสาอากาศอย่างมีระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการพกพาและการทำงานแบบไร้สาย

สรุปก็คือ Acer Aspire 5-A515 ทั้งการทำงานต่างๆ บันเทิงดูหนังฟังเพลง รวมไปถึงการเล่นเกมออนไลน์ เครื่องนี้สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียวเหมาะสมกับราคาที่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานทั่วๆ ไปได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากเอาจะไปเล่นเกมหนักๆ ตัดต่อวิดีโอก็คงจะไม่ไหวนัก ส่วนเกมที่กินสเปคไม่มากอย่าง DOTA 2, Overwatch, Fifa Online หรือ CS:GO ก็เล่นได้ลื่นไหลหายห่วง แต่ถ้าหากอยากได้แบบลื่นไหลสุดๆ ก็ควรอัพแรมเพิ่มให้เป็น 8GB รวมไปถึงอัพเกรด SSD M.2 ไปอีกตัวลื่นไหลแน่นอน

โดยรวมแล้ว Acer Aspire 5-A515 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ดีเลยเครื่องหนึ่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานหนักไม่หนักมาก อาทิเช่น นักเรียนนักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศ  สำหรับใครที่มีงบประมาณไม่เกิน 20,000 บาท ที่ได้ทั้ง i5-8265U + MX150 + Intel Optane Memory ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าแล้ว เพิ่มแรมไปอีก 4GB ให้เป็น 8GB เรียกได้ว่าใช้งานได้ยาวๆ กับงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ บ้าง

from:https://notebookspec.com/%e0%b8%ba%e0%b8%b5buyers-guide-acer-aspire-5-a515/488378/

Buyer’s Guide – งบไม่เกิน 15,000 บาท ซื้อ Notebook บางเบา ถูกคุ้ม มี SSD, Windows 10 รุ่นไหนของ Acer ได้บ้าง

Notebook ในปี 2019 มีให้เลือกซื้อหลากหลายมากๆ มีทั้งบางเบา คุ้มค่า หรือสเปกแรงๆ รวมไปถึง ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำการซื้อ Notebook งบไม่เกิน 15,000 บาท จากทางแบรนด์ Acer กัน โดยมีทั้งรุ่นที่เน้นบางเบาเป็นหลัก วัสดุพรีเมียมเป็นโหละ หน้าจอขนาด 14″ เบาแค่ 1 กิโลกรัมกลางๆ รวมไปถึงเน้นใช้งานทั่วไป รูปทรงมาตรฐาน ได้หน้าจอ 15.6″

สเปกก็ได้เป็น Intel หรือ AMD โดยบางรุ่นก็เป็นหน่วยความ SSD ใช้งานได้ลื่นไหล หรือบางรุ่นก็เป็นฮาร์ดดิสก์เน้นความจุที่เยอะ ที่สำคัญคือ ทุกรุ่นมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานทันที สนนราคาเริ่มต้นที่ 13,990 – 14,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี และบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง อีกทั้งมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย ซึ่ง 5 รุ่นที่จะแนะนำมีดังต่อไปนี้

Acer Swift 3 SF314-54-P25J ราคา 13,990 บาท

Acer Swift 3 สเปก Intel Pentium Gold 4417U จัดได้ว่าโน้ตบุ๊คบางเบาดูดีเกินราคา ด้วยดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง ในรุ่นนี้มีราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น เรียกว่าได้ว่าถูกกว่า Acer Swift 3 รุ่นก่อนๆ ที่ราคา 2 – 3 หมื่นบาทพอตัว เป็นผลมาจากทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดกับ Acer Aspire S3 ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้รับการต่อยอดมาโดยตลอด อย่างในส่วนของตระกูล Aspire S Series และล่าสุดจะเป็นตระกูล Swift 1, 3, 5 และ 7

โดยช่วงกลางปี 2019 นี้ทาง Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน้ตบุ๊คบางเบาดูดีแต่ราคาย่อมเยาคุ้มค่าที่สุดอย่าง Acer Swift 3 รุ่นใหม่ล่าสุด สเปกก็ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Intel Pentium Gold 4417U ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 มาพร้อมกับแรมขนาด 4GB DDR4 และ SSD 256GB ความเร็วสูง มี Windows 10 แท้ จอ 14″ Full HD IPS มีสแกนลายนิ้วในตัว สนนราคาที่ 13,990 บาทเท่านั้น เทียบกับคู่แข่งแล้ว จ่ายมากกว่าแค่ 1,000 เดียว แต่คุ้มกว่า !!! โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

Acer Swift 3 SF314-41-R4PZ ราคา 13,990 บาท

Acer Swift 3 สเปก AMD Athlon เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีเยี่ยม โดยมีดีไซน์เหมือนกับสเปก Intel Pentium Gold 4417U ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เข้ากันได้กับทุกคน เหมาะที่จะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยการดีไซน์ที่เรียบง่ายไม่หวือหวาจนเกินงามและยังให้สเปกที่ดีอีกด้วย อีกทั้งงานประกอบก็มีความแน่นหนาจากการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง มีความบางเพียง 18.7 มิลลิเมตร และความเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม ในราคาเพียง 13,990 บาท ได้ Windows 10 มาพร้อมใช้งาน และแบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 11 ชั่วโมงทีเดียว

หมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพาไว้ใช้งานตามร้านกาแฟเสียมากกว่า น่าสนใจไม่แพ้ Acer Swift 3 สเปก Intel Pentium Gold 4417U ที่มีหน้าตาและสเปกอื่นๆ ใกล้เคียงกัน อีกทั้งราคายังเท่ากัน แต่ได้ประสิทธิภาพที่แรงกว่า แต่ก็ร้อนมากกว่าด้วย

Acer Aspire 3 A315-41G-R3EU ราคา 13,990 บาท

Acer Aspire 3 A315 รุ่นนี้จัดได้เป็นโน้ตบุ๊คที่เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย ด้านการออกแบบดีไซน์ของ Acer Aspire 3 A315 รุ่นนี้จะมาในสไตล์เรียบๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก โดยลักษณะรวมแล้วเป็นสีดำแบบด้านและมีลักษณะพื้นผิวเป็นลายผ้า มาพร้อมสเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบครัน ด้วยงบประมาณในเลือกซื้อที่ไม่แพงจนเกินไป ด้านการออกแบบดีไซน์ของ ใหม่นี้จะมาในสไตล์เรียบๆ แต่มีความสวยงาม

โดยเป็นการอัพเดทสเปคภายในเป็น AMD Ryzen 3 3200U พร้อมการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 3 ที่รองรับทุกๆ การใช้งานตามมาตรฐาน ซึ่งพอจะเล่นเกมได้ในระดับนึง ส่วนแรมก็ได้มา 4GB ซึ่งพอใช้งานได้ (แนะนำให้อัพเกรดเป็น 8GB) ฮาร์ดดิสก์ก็ความจุ 1TB สำรองไฟล์ต่างๆ ได้อย่างสบายๆ หน้าจอ 15.6″ 1366 x 768 พิกเซล แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ให้มาด้วย นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ส่วนถ้าจะอัพเกรด ใส่ SSD เพิ่มเข้าไปก็พอแล้ว กับราคาเพียง 13,990 บาท นับว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีค่าตัวไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพของชิปประมวลผล

Acer Aspire 3 A315-41-R5RZ ราคา 13,990 บาท

สำหรับ Acer Aspire 3 A315 ยังมีอีกหลากหลายสเปก นี่เป็นอีกรุ่นที่แนะนำ โดยวัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกเกรดสูงตามสมัยนิยม งานประกอบโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว เทียบแล้วทำได้ดีพอๆ กับรุ่นก่อนหน้า เรียกได้ว่ารูปลักษณ์ของเครื่องนั้นเหมาะสมกับราคาที่ให้มา ซึ่งรูปทรงของ Acer Aspire 3 A315  อาจจะไม่ใช้สายบางเบามากมายอะไร ก็นำไปใช้งานจริงในเรื่องของการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สบาย

ด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 3 3200U พร้อมการ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 3 ให้กำลังในการประมวลผลกราฟิกที่พอเพียงในการใช้งานทั่วไป แรมให้มาขนาด 4GB DDR4 แบบฝังบอร์ด โดยเป็นรุ่นประหยัดพลังงานพิเศษ ทำให้กินไฟต่ำใช้งานได้ยาวนาน หน้าจอขนาด 15.6″ บนความละเอียดมาตรฐานแรมภายในเครื่องมีมาให้ขนาด 4GB แบบ DDR4 ส่วนฮาร์ดดิสก์แบบ SSD NVMe M.2 มีความจุ 256GB ซึ่งรองรับการใช้งานได้ลื่ไหล ติดตั้ง Windows 10 ใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อครบครันด้วยพอร์ตต่างๆ

Acer Aspire 3 A315-53-3558 ราคา 14,990 บาท

คราวนี้มาดูทางฝั่งโน้ตบุ๊คที่เป็นตระกูล Core i กันบ้างกับ Acer Aspire 3 A315 อีกรุ่นที่ใช้สเปคเป็น Intel Core i3-8130U ทำงานแบบ 2 คอร์ด 4 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.2 – 3.4 GHz รุ่นประหยัดพลังงานตัวใหม่ล่าสุด ได้การ์ดจอเป็นออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 ประสิทธิภาพเหมาะสมกับการใช้งานหนักกว่า AMD Ryzen 3 3200U ซึ่งเทียบแล้วจะมีราคาสูงกว่า 1,000 บาท เป็นอะไรที่รับได้

ได้เน้าจอใหญ่ 15.6″ ที่ความละเอียด HD น้ำหนักตัวเครื่อง 2.4 กิโลกรัมพอพกพาไปไหนมาไหนได้ มี Windows 10 แท้ในตัว กับราคาเพียง 14,990 บาท ประกัน 2 ปีเต็ม ตามมาตรฐานของทาง Acer ที่ทุกคนไว้ใจได้ ซึ่งแนะนำเลยสำหรับการอัพเกรดคือใส่แรมเพิ่มเป็น 8GB รวมไปถึงเพิ่ม SSD เข้าไป จะช่วยให้ระบบโดยรวมทำงานได้สอดคล้องกับชิปประมวลผลที่แรงได้ดีขึ้น

from:https://notebookspec.com/buyers-guide-acer-notebook-15000-baht/488379/

5 เหตุผล !!! ทำไม Acer Swift 3 (SF314-55G) เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาปี 2019 ที่ราคาถูกคุ้มค่า น่าซื้อที่สุด

ที่ผ่านมา 2 – 3 ปีนี้ Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊ตบางเบารุ่นนึง ที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม กับราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งอย่างที่รู้กัน Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดอีกด้วย กับ Acer Aspire S3 และในปี 2019 นี้ Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด

ล่าสุดกับ Acer Swift 3 (SF314-55G) ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ พร้อมสเปกใหม่ล่าสุด ที่จัดได้ว่าโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียมเกินราคา จากการออกแบบที่โดดเด่นสวยงามกว่าเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง สำหรับสเปกก็ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Intel Core i เจอเนอเรชั่นรุ่นที่ 8 (Whisky Lake) โดยสเปกเป็นชิปประมวลผล i5-8265U หรือ i7-8565U พ่วงด้วยการ์ดจอ MX250 รุ่นใหม่จาก NVIDIA ได้แรม 8GB และ SSD PCIe ความจุ 512GB ที่สำคัญหน้าจอเป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD พร้อม Windows 10 แท้ ในราคาเพียง 24,990 บาท หรือถ้าเป็นรุ่น Core i3 ก็จะมีราคาเพียง 19,990 บาทเท่านั้นเอง

ในบทความนี้เราจะมาบอกถึง 5 เหตุผล !!! ทำไม Acer Swift 3 (SF314-55G) เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาปี 2019 ที่น่าซื้อที่สุด

1. ราคาถูก สเปกคุ้มค่า เริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาวัสดุดีๆ สเปกแรงใช้งานลื่นไหล ในราคาไม่เกิน 20,000 บาท แต่สำหรับ Acer Swift 3 (SF314-55G) ถือว่าเป็นข้อยกเว้น ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i3-8145U การ์ดจอเป็นออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 ที่ใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้ดีเยี่ยม มาพร้อมแรมขนาด 4GB DDR4 ที่เพียงพอ สนับสนุนการทำงานลื่นไหลด้วย SSD ความจุ 128GB ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก และเราก็สามารถ Restore คืนค่าเมื่อไรก็ได้ด้วย กับราคาเพียง 19,990 บาท ถือว่าไม่แพงเลย (หน้าร้านขายจริงๆ ถูกกว่านี้อีก)

หรือถ้าใครมีงบสูงกว่านี้จะดูเป็นตัวท็อปอย่างรุ่น 27,990 บาท ได้สเปกเป็นชิป Intel Core i7-8565U (Whisky Lake) ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 4.6 GHz ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel UHD Graphics 620 ที่ติดมาในซีพียูจาก Intel พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce  MX250 ที่แรงระดับ GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย

แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 ส่วน SSD PCIe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูง มาตรฐาน M.2 NVMe นอกจากนี้ยังมีเรื่องจอที่ได้กล่าวไปแล้วว่าใช้จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส พอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac แบบ Gigabit และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

พิเศษรุ่นท็อปราคา 27,990 บาท ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรมเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งจะมีรุ่นราคาถูกกว่านี้ กับราคา 24,990 บาท มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-8265U ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เหมือนกันหมด เว้นแต่ประกันจะเป็นแบบ 2 ปีปกติ และซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมง

2. วัสดุโลหะ ดีไซน์พรีเมียม สวยหรูเกินราคา

Acer Swift 3 (SF314-55G) ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดี มีให้เลือก 2 สีสันคือ สีเงิน Silver และสีแดง Lava Red อ โดยทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่า ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับรหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นทองมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์ สำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 (SF314-55G) นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง

3. ประสิทธิภาพดีเยี่ยม ทำงานดี เล่นเกมได้

การทดสอบการใช้งานจริงๆ ของ Acer Swift 3 (SF314-55G) ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คใช้ชิประมวลผล Intel Core i Gen 8 รุ่นล่าสุด พร้อมมีการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX250 ในตัว รวมไปถึงได้แรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe ความเร็วสูงเป็นมาตรฐาน ทำให้แม้ใช้งานหลายอย่างพร้อมกันก็ลื่นไหล อีกทั้งประสิทธิภาพกับโปรแกรมทดสอบต่างๆ ถือได้ว่าโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ

นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นเกมที่เป็นเกมที่ไม่กินทรัพยากรมาก แต่เป็นเกมที่คนส่วนมากนิยมเล่น ด้วยสเปก i7-8565 + MX250 ซึ่งโดยส่วนตัวก็เล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างเลยสำหรับ DOTA 2 แบบ Best Setting โดยรวมแล้วถึงว่าลื่นไหลอยู่

ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Low โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับที่น่าประทับใจ รวมถึงทดสอบเกม PUBG ที่ต้องบอกว่ากินสเปกพอตัว ซึ่งเป็นการปรับค่าเป็น Low พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้ แม้ไม่ได้ลื่นไหลอย่าง 2 เกมแรก สำหรับเกมออนไลน์โหดแนวนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็เล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

4. จอสวยขอบบาง ลำโพงเสียงเพราะ สแกนนิ้วได้

Acer Swift 3 (SF314-55G) ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร เป็นพาเนลคุณภาพสูง IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้ โดยใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10

5. พกพาสะดวก แบตใช้ได้นานตลอดทั้งวัน

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จของ Acer Swift 3 (SF314-55G) เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.5 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง สาวๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3 (SF314-55G) เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 3000 mAh โดยทาง Acer เคลมไว้ว่าสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube (คาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร) ส่วนช่องระบายความร้อนของ Acer Swift 3 จะอยู่ด้านบนของฐานเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อน ที่สำคัญคือไม่รบกสนการทำงานของเราเลย

เรียกได้ว่าเป็น 5 เหตุผลที่ดีเลย ว่าทำไมเราต้องซื้อ Acer Swift 3 (SF314-55G) มาใช้งานด้วย โดยเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาปี 2019 ที่ทีมงาน NotebookSPEC บอกเลยว่าน่าซื้อที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ ใครซื้อมาแล้วก็มาแชร์กันหน่อย ส่วนใครสงสัยตรงไหนก่อนซื้อมาใช้งานจริงๆ ก็สอบถามกันมาได้เลย

from:https://notebookspec.com/5-reasons-why-the-acer-swift-3-sf314-55g-is-the-2019-most-lightweight-notebook/488152/

Review – Acer Nitro 5 : AMD Ryzen 5 3550H + RX560X + RAM 8 + SSD 512 จัดเต็มจอ 144Hz ราคาแค่ 21,990 บาท

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H และใช้การ์ดจอเป็น AMD Radeon RX560X ในราคา 21,990 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 144Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก Core i Gen 9 + GTX ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน แม้การ์ดจออาจจะแรงสูง GTX ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ได้ประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

from:https://notebookspec.com/review-acer-nitro-5-amd-ryzen-5-3550h-rx560x/488021/