คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

แนะนำ 4 กล่อง sSD ใส่ NVMe ใช้เซฟงานได้ Clone Windows ก็ดี

หลังจากเลือกได้แล้วว่าเราจะซื้อ SSD รุ่นไหนมาใช้ ฟันธงได้ว่าจะเอาความจุกี่ GB มาใช้งานได้แล้ว กล่อง SSD สำหรับใช้เป็นตัวใส่ฮาร์ดดิสก์ทั้งแบบ SATA 2.5″ หรือ M.2 ก็เป็นของจำเป็นขึ้นมาทันที เวลาต้องการ Clone Windows จากฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าเข้ามาอยู่ใน SSD ลูกใหม่จะได้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้นไม่ต้องมาเสียเวลาติดตั้ง Windows ใหม่ด้วย

ยิ่งตอนนี้ราคาของ SSD แบบ M.2 NVMe ยิ่งถูกลงเรื่อย ๆ และมีโปรโมชั่นลดราคาและเซลส์กันอย่างต่อเนื่องจนหลาย ๆ คนน่าจะมี NVMe ใช้กันและอาจจะอยากเอามาเปลี่ยนกับฮาร์ดดิสก์เก่าในเครื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าจะหาซื้อกล่องใส่ SSD ตัวไหนมาใช้ดีและกลัวว่าซื้อมาจะใช้งานไม่ได้ด้วย ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจกันว่ามันมีวิธีดูและเลือกง่าย ๆ อย่างไรบ้าง

กล่อง ssd
มีเอาไว้ใช้เป็น External Harddisk ถ่ายข้อมูลเร็ว ๆ หรือเอาไว้ Clone Windows ก็เวิร์ค!

ก่อนซื้อมาเข้าใจ NVMe ของเรากันก่อน

Screenshot 2021 02 24 143731

เวลาเราเปิดดูเรื่องสเปคของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่นเมนบอร์ดหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ M.2 NVMe ในส่วนของ Storage นั้น เราจะเห็นว่าบรรทัดข้อมูลของ SSD M.2 NVMe จะมีการวงเล็บตัวเลข 4 ตัวเอาไว้อยู่ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันหมายถึงอะไร และทำไมต้องเขียนเอาไว้เยอะขนาดนั้น

เช่นในภาพตัวอย่างในกรอบสี่เหลี่ยมที่มีลูกศรชี้อยู่ จะเห็นว่าสเปคเมนบอร์ดนี้รองรับ M.2 NVMe SSD แบบ 2242/ 2260/ 2280/ 22110 นอกจากนี้ถ้าเห็นตรงหัวข้อ 3x M.2 slots จะมีวงเล็บว่า Key M เอาไว้ด้วย

b0996abe9746c0cc29fa97abee839650 e1614151081964

ส่วนแรก ตัวเลข 4 ตัว ในหน้าสเปคหมายถึงขนาดของ M.2 NVMe ที่เมนบอร์ดรวมทั้งกล่อง SSD รุ่นนั้น ๆ สามารถใช้ได้ ซึ่งหมายถึงความกว้างและยาวของ M.2 SATA และ M.2 NVMe ชิ้นนั้น ๆ เวลาอ่านจะต้องแบ่งการอ่านออกเป็นคู่ เช่น M.2 NVMe 2280 นั่นคือ NVMe กว้าง 22 มิลลิเมตร และยาว 80 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของ NVMe หลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันนี้

ดังนั้นเวลาเราจะเลือกซื้อเมนบอร์ดหรือกล่อง SSD มาใช้ หรือกลับกันถ้าเราจะซื้อ NVMe SSD มาใส่กับเมนบอร์ดหรือกล่องใส่ SSD ก็ตาม ก็ต้องเลือกขนาดให้เข้ากันด้วย

M2 FAQ Q17 BOTTOM

ถัดมาในส่วนของ Key M ตรงบรรทัดบนจากภาพที่แล้ว จะหมายถึงส่วนของจุดเชื่อมต่อของ M.2 SSD เข้ากับขั้วตัวรับของเมนบอร์ดหรือกล่อง SSD ซึ่งในภาพตัวอย่างจะเห็นว่า M.2 SSD นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือแบบ B-Key และ M-Key และลูกผสมอย่าง B & M Key

วิธีการสังเกตคือให้เรานับจำนวนขีด (Pin) ตรงหัวเล็กของ M.2 SSD ว่ามีจำนวนกี่เส้น ถ้ามี 6 อันคือ B-Key ส่วนแบบ 5 อัน คือ M-Key ส่วนแบบที่แตกเป็นสองหัวคือ B & M Key โดยมีข้อแตกต่างกันคือ

  1. B-Key – สามารถใช้รับส่งข้อมูลให้ M.2 NVMe แบบ SATA และ/หรือ PCIe ก็ได้ แต่ใช้ได้แค่อินเตอร์เฟส PCIe x2 จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วสุดตามหน้าสเปคคือ 1,000MB/s 
  2. M-Key – สามารถใช้รับส่งข้อมูลให้ M.2 NVMe แบบ SATA และ/หรือ PCIe ก็ได้ และใช้อินเตอร์เฟส PCIe x4 ทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วถึง 2,000MB/s ทีเดียว และ M.2 SSD หลายรุ่นในปัจจุบันนี้ก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง NVMe รุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันนี้จะใช้เป็น M-Key กันแทบทุกรุ่นแล้วเพราะสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว
  3. B & M Key – ขั้วแบบลูกผสม ช่วยให้ติดตั้งได้หลายอุปกรณ์ยิ่งขึ้น รับส่งข้อมูล M.2 NVMe แบบ SATA และ/หรือ PCIe ก็ได้ แต่ใช้อินเตอร์เฟส PCIe x2 เหมือนกันกับ B-Key จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วสุดเพียง 1,000MB/s เท่านั้น

b key
m key

ดังนั้นก่อนเราจะซื้อกล่อง SSD มาใส่ M.2 NVMe ก็ควรเช็คสเปคก่อนเสมอ ซึ่งเราสามารถคลิกอ่านได้ที่หน้าสเปคของกล่อง SSD รุ่นนั้น ๆ ที่เราสนใจและสังเกตตรงหัวข้อ Input หรือ Interface ทางผู้เขียนจะระบุเอาไว้ว่ากล่องนี้รองรับ M.2 NVMe แบบ B-Key หรือ M-Key นั่นเอง

4 กล่อง SSD แนะนำ ใส่ NVMe SSD ได้แน่นอน

ถ้าใครกำลังหากล่อง SSD สำหรับใส่ NVMe ไว้ใช้ Clone Windows หรือทำเป็น External Harddisk เพราะมี NVMe อันเก่าอยู่ในบ้านแล้วไม่ได้ใช้งาน บทความนี้เราได้รวบรวมรุ่นที่เป็น M-Key ซึ่งใช้งานกับ M.2 NVMe SSD ได้อย่างแน่นอนมาให้เลือกกัน 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. ORICO TCM2-C3 (990 บาท)
  2. CHOETECH PC-HDE03 (1,258 บาท)
  3. UGREEN M.2 PCI-e (1,350 บาท)
  4. ORICO PVM2-C3 (1,490 บาท)
1. ORICO TCM2-C3 (990 บาท)

1 31 3 e1614158793312

ORICO TCM2-C3 เป็นกล่องสำหรับ M.2 NVMe SSD ดีไซน์สวยซึ่งบอดี้ภายนอกเป็นพลาสติกใสและมีซิ้งค์อลูมิเนียมช่วยระบายความร้อนให้ NVMe ให้ไม่ร้อนเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้ตัวกล่องยังมีขนาดเล็กระดับใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย ๆ 

สเปคจะรองรับ NVMe ทั้ง M-Key และ B & M-Key ใส่ได้ตั้งแต่ขนาด 2230, 2242, 2260 และ 2280 ส่วนพอร์ตบนตัวกล่องจะเป็น USB 3.1 Type-C สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็ว 10Gbps รองรับ NVMe ความจุสูงสุดที่ 2TB ใช้งานร่วมกับ Windows, macOS และ Linux ได้ ในแพ็คเกจแถมสาย USB Type-C to Type-A แบบ USB 3.0 มาให้หนึ่งเส้น

สเปคของ ORICO TCM2-C3

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key และ B & M Key
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • รองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux
  • ราคา 990 บาท (Advice)
2. CHOETECH PC-HDE03 (1,258 บาท)

615Bir35D0L. SL1500 e1614159729207

CHOETECH PC-HDE03 เป็นกล่อง SSD น่าใช้อีกรุ่นซึ่งทางเว็บไซต์ SpecPhone เคยทำรีวิวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยเป็นเคสอลูมิเนียมขนาดพกพาง่ายและระบายความร้อนได้ดีและดีไซน์ให้มีช่องด้านข้างเคสเพื่อระบายความร้อนระหว่างใช้งานได้ด้วย สามารถเลื่อนสลักตรงท้ายกล่องแล้วเปิดฝามาใส่ M.2 NVMe เข้าไปแล้วขันน็อตเพื่อใช้งานได้เลย ซึ่งใช้งานได้สะดวกมากและยังคงพกพาง่ายเช่นเดียวกับกล่อง SSD รุ่นอื่น

สเปคจะรองรับ M.2 NVMe แบบ M-Key เท่านั้น สามารถติดตั้งขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ลงไปได้ พอร์ตของเคสเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็ว 10Gbps เช่นกัน รองรับการใช้งานกับ Windows และ macOS ได้ แต่จุดสังเกตของกล่อง CHOETECH คือไม่ระบุว่ารองรับ NVMe ความจุสูงสุดกี่ TB และไม่มีสาย USB Type-C แถมมาให้ ถ้าจะซื้อรุ่นนี้ควรมีสาย USB-C Gen 2 สำหรับเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลด้วย

สเปคของ CHOETECH PC-HDE03

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key เท่านั้น
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS
  • ราคา 1,258 บาท (Shopee CHOETECH Official Shop)
3. UGREEN M.2 PCI-e (1,350 บาท)

60354 1 3 363293 560x e1614160884357

UGREEN M.2 PCI-e นั้นถือเป็นอีกรุ่นจากแบรนด์ราคาไม่แพง จึงได้ใจคนชอบอุปกรณ์ไอทีราคาคุ้มค่าไปโดยง่าย ซึ่งกล่องนี้ของ UGREEN เองก็ออกแบบมาเป็นเคสอลูมิเนียมเช่นเดียวกันกับแบรนด์อื่นเพื่อช่วยระบายความร้อนให้ M.2 NVMe ให้เย็นลง ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น และสามารถถอดมาใส่ SSD ได้ง่ายมาก เพียงสไลด์แล้วขันน็อตเท่านั้น

สเปคของเคส UGREEN ตัวนี้จะมีแบ่งเป็นรุ่น M-Key และ B-Key ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อของเรา โดยรุ่น M-Key จะเป็นกล่องเทาเข้ม สามารถใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260 และ 2280 ได้ ตัวกล่องเป็นพอร์ต USB 3.1 Gen 2 Type-C สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps รองรับ SSD ความจุสูงสุด 2TB เช่นกัน ใช้งานกับ Windows, macOS, Linux และ Chrome OS ได้ด้วย เรียกว่ารองรับกว้างขวางมากรุ่นหนึ่งทีเดียว ส่วนในกล่องจะแถมสาย USB Type-C to A มาให้ 1 เส้น

สเปคของ UGREEN M.2 PCI-e

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key หรือ B-Key ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกซื้อ
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • รองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux และ Chrome OS
  • ราคา 1,350 บาท (Shopee UGREEN Official Shop)
4. ORICO PVM2-C3 (1,490 บาท)

4 7 61 e1614162366164

ORICO PVM2-C3 ก็เป็นกล่อง SSD ดีไซน์เรียบร้อยหรูหรารุ่นหนึ่งที่ทั้งแข็งแรงเพราะตัวเคสใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมและระบายความร้อนได้ดีทีเดียว ซึ่งตัวเคสอลูมิเนียมแบบทั้งตัวจึงกันน้ำ, รอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี แต่เวลาจะใส่หรือถอด M.2 NVMe จำเป็นต้องใช้ไขควงไขน็อตตรงท้ายกล่องเสมอ แต่เมื่อซื้อสินค้ามาแล้วจะมีไขควงสำหรับใช้ไขถอดน็อตและขันน็อต NVMe แถมมาให้ด้วยพร้อมกับสาย USB-C to C อีกหนึ่งเส้น

สเปคของ ORICO PVM2-C3 จะรองรับ M.2 NVMe แบบ M-Key ขนาด 2230, 2242, 2260 และ 2280 ซึ่งครอบคลุมขนาดมาตรฐานในปัจจุบันทั้งหมด มีพอร์ต USB 3.1 Type-C Gen 2 สำหรับรับส่งข้อมูล มีความเร็วสูงสุด 10Gbps และตัวกล่องนี้จะรองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB ด้วยกัน ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS

สเปคของ ORICO PVM2-C3

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • รองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS
  • ราคา 1,490 บาท (JIB)

สรุป – ซื้อกล่อง SSD รุ่นไหนไปใส่ NVMe ดี

สำหรับกล่อง SSD สักรุ่นนั้นจะมีตัวเลือกในตลาดคละกันอยู่หลายรุ่นทั้งแบบ B-Key และ M-Key ซึ่งถ้าเราเช็คข้อมูลกล่องรุ่นนั้น ๆ ให้ดี ก็จะช่วยให้เราเลือกซื้อสินค้าได้ถูกรุ่นและไม่เสียเงินฟรีอีกด้วย สำหรับสเปคโดยสรุปของทั้ง 4 รุ่น จะมีดังนี้

รุ่น / สเปค ประเภทของ Key ขนาดของ NVMe
ที่รองรับ
ความจุสูงสุด พอร์ตที่กล่อง ระบบปฏิบัติการ จุดเด่น ราคา
ORICO TCM2-C3 M-Key
และ
B & M Key
2230

2242

2260

2280

2TB USB 3.1 Type-C

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

Linux

เคสแบบใสดีไซน์สวยงาม และราคาไม่แพงมาก 990 บาท
CHOETECH PC-HDE03 M-Key 2230

2242

2260

2280

USB 3.1 Type-C Gen 2

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

ถอดเปลี่ยน NVMe ในกล่องได้ง่าย 1,258 บาท
UGREEN M.2 PCI-e M-Key
หรือ
B-Key

ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ซื้อ

2230

2242

2260

2280

2TB USB 3.1 Type-C Gen 2

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

Linux

Chrome OS

ถอดเปลี่ยน NVMe ในกล่องได้ง่าย

รองรับระบบปฏิบัติการหลายรุ่น

1,350 บาท
ORICO PVM2-C3 M-Key 2230

2242

2260

2280

2TB USB 3.1 Type-C Gen 2

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

ดีไซน์สวยดูดี แข็งแรง

กันน้ำและรอยขีดข่วน

มีไขควงแถมมาให้ในกล่อง

1,490 บาท

เมื่อเราศึกษาข้อมูลของกล่อง SSD และรู้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับเราแล้วค่อยเลือกซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ไปใช้งานได้เลย ซึ่งไม่ว่ารุ่นไหนก็จัดว่าคุ้มค่าและน่าลงทุนทั้งนั้นเพราะนอกจากเราจะใช้เป็นอุปกรณ์ใช้ Clone Windows ไปยัง NVMe อันใหม่ได้แล้ว ก็สามารถใส่ NVMe อันอื่นเอาไว้เป็น External Harddisk เพื่อเซฟข้อมูลสำคัญเอาไว้ใช้ยามจำเป็นได้และรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ดังนั้นจึงคุ้มค่าน่าเลือกซื้อมาใช้เป็นของใช้ส่วนตัวสักชิ้นเป็นอย่างมาก

from:https://notebookspec.com/web/578920-4-recommended-nvme-ssd-enclosure-case

Razer Kiyo Pro เว็บแคมใส่ CMOS กล้องวงจรปิด ราคา 6 พันบาท

ยุคนี้มีมีสตรีมเมอร์เกิดใหม่เปิดช่องสตรีมเกมกันมากมายจนทำให้กล้องเว็บแคมเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญทีเดียว ทาง Razer จึงเปิดตัว Razer Kiyo Pro รุ่นอัพเดทของ Razer Kiyo ที่เคยแนะนำไปในบทความ “แนะนำ 5 กล้องสตรีมเกม สเปคดีจบในตัวสำหรับเกมเมอร์อยากไลฟ์” ออกมาให้เป็นตัวเลือกใหม่ให้เกมเมอร์ได้เลือกไปใช้งานกัน

ดีไซน์ของ Kiyo Pro นั้นจะคล้ายกับรุ่นเดิมแต่อัพเกรดสเปคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แต่สังเกตว่ารุ่น Pro ตัดวงแหวนแสงที่ติดตั้งไว้รอบเลนส์ออกไปแล้ว นั่นเพราะเซนเซอร์ตัวนี้เป็นตัวใหม่แบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องวงจรปิดเลยทำให้เซนเซอร์ของ Kiyo Pro สามารถเก็บแสงในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นมาก

razer kiyo pro

สเปคของ Razer Kiyo Pro

Razer จัดการอัพเกรด Kiyo Pro ซึ่งสเปคตัวกล้องมีความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล Autofocus เซนเซอร์ 1/2.8 CMOS ของ Sony แบบในกล้องถ่ายภาพ มี STARVIS ที่ใช้ในกล้องวงจรปิด ทำให้ Webcam รุ่นใหม่นี้สามารถรับแสงในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น และตัว Kiyo Pro สามารถจัดการพื้นที่แสงเกิน (over exposed areas) ที่กระทบเซนเซอร์ได้ทันทีด้วยตัวเอง และเกลี่ยเงาในฉากหลังได้อัตโนมัติและแสง RGB จากเคสหรืออุปกรณ์ในห้องจะไม่กวนกล้องให้ภาพสีเพี้ยนอีกด้วย

ด้านไฟล์วิดีโอที่อัดจากกล้องนี้จะได้เป็นไฟล์แบบ H.264 กับไมโครโฟน Omni-directional เก็บเสียงได้หลายทิศทาง Audio Codec ได้เป็น 16 Bit 48 KHz รองรับ Windows 8 หรือใหม่กว่า ซึ่งถ้าใช้ Windows 10 อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา รองรับโปรแกรม Open Broadcaster และ Xsplit อีกด้วย

3 range fov

Kiyo Pro จะถ่ายคลิปได้ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) 60fps ถ้าเปิด HDR ก็ยังได้ Full HD เหมือนเดิมแต่ลดไปเหลือ 30fps นอกจากนี้ยังตั้งค่ามุมกล้องให้กว้างหรือแคบก็ได้ตั้งแต่ 80, 90 หรือ 103 องศา ทำให้เก็บฉากหลังและใช้เป็นทำ Video Call เป็นกลุ่มได้ โดยผู้ใช้ต้องตังค่าผ่านโปรแกรม Razer Synapse 3 

kiyo pro tripod

usb3 img
privacycap img

สำหรับตัว Kiyo Pro นั้นไม่จำเป็นต้องล็อคอยู่กับหน้าจอเท่านั้น เพราะ Razer ออกแบบให้ตัวกล้องสามารถพลิกปรับองศาไปมา, เอาไปติดกับขาตั้งกล้องหรือ Tripod ก็ได้ ช่วยให้ใช้งานได้หลากหลายยิ่งกว่าเดิม ส่วนกระจกปิดเลนส์หน้าใช้ Gorilla Glass 3 เพื่อความแข็งแรงและลดรอยขีดข่วน เวลาไม่ได้ใช้งานก็มีตัวครอบเลนส์เอามาปิดหน้ากล้องได้อีกด้วย ด้านการเชื่อมต่อ Kiyo Pro จะต่อกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คผ่าน USB 3.0

อย่างไรก็ตามชื่อ Razer เมื่อไหร่ราคาก็จะสูงสักหน่อย ซึ่ง Razer Kiyo Pro สามารถสั่งซื้อได้แล้วหน้าเว็บไซต์ของ Razer เปิดราคามา 199.99 ดอลลาร์ หรือราว 6,000 บาท แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ซึ่งถ้ามีแผนจะซื้อเว็บแคมตัวใหม่มาสตรีมเกม Kiyo Pro รุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

ที่มา : Razer, Rock Paper Shotgun, GameSpot

from:https://notebookspec.com/web/578921-razer-kiyo-pro-with-cmos-sensor

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 บาท 6 รุ่นแนะนำ คุ้มค่าราคาไม่แพง สเปก Ryzen + GTX แรงเล่นเกมลื่นไหล

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม ปี 2021 จัดเต็มเรื่องประสิทธิภาพความแรงต่อความคุ้มค่า กับช่วงราคา 20,000 – 30,000 บาท ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H หรือ Ryzen 3000H ตอบสนองประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ที่ถึงแม้จะไม่ใช่สเปกใหม่ล่าสุดอย่าง Ryzen 5000H ก็ตาม แต่ก็จัดว่าแรงเพียงพอต่อราคาประหยัดแล้วล่ะ 

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ส่วนฟีเจอร์และดีไซน์ก็ล้ำหน้าไม่แพ้กัน รวมไปถึงมีลูกเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งเสริมให้เรามีประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็น Notebook เพื่อการทำงานหรือเล่นเกม สมกับแบรนด์ต่างๆ ทั้ง Acer / ASUS / HP / Lenovo  ที่ตั้งใจนำเสนอ Notebook เล่นเกมที่เหนือชั้นในราคาไม่แพง แต่ได้ความแรงที่มากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในการเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำ 6 รุ่น โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 – 30,000 บาท คุ้มค่าราคาไม่แพง สเปก Ryzen การ์ดจอ GTX แรงเล่นเกมลื่นไหล ได้หน้าจอขนาดมาตรฐานที่ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 60Hz / 120Hz / 144Hz ในส่วนของแรมที่ 8 – 16GB และ SSD 512GB ก็ใส่เต็มพร้อมใช้งานทันที ในราคาที่ถูกสุดแค่ 20,990 บาทเท่านั้น จะมีรุ่นอะไรบ้างไปชมกันต่อเลย

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 – 30,000 บาท 6 รุ่นแนะนำ


1. Acer Nitro 5 AN515-43 ราคา 20,900 – 22,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-43 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้สเปกที่เป็น AMD Ryzen 3000H ได้ชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 ในราคา 20,900 – 22,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 60 – 120Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที

พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันรุ่นปี 2019 ได้ฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนเรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD + NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งเล่นเกมได้ลื่นไหลแน่นอน เพราะเลือกใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce  GTX 1650

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook การ์ดจอรุ่นนี้ที่ถูกสุดในตลาด สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อมอัพเกรด HDD 2.5″  ได้ พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดสูง ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง ที่ Refresh Rate 144Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 AC / 6 AX 2×2 MU-MIMO

Aspire%20Nitro%205%202019 f

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

Acer Nitro 5 AN515-43-R0T3 ราคา 20,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 3750H (4C/8T , 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 10 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 2400MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 120Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-43-R1QY ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 3750H (4C/8T , 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 10 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 2400MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

2. Lenovo IdeaPad Gaming 3 ราคา 22,900 – 28,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมเน้นความคุ้มค่า โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า 

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB DDR4 3200MHz และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 22,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

ดีไซน์ด้านในของ Lenovo IdeaPad L340 Gaming ก็คล้ายกับโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไป แต่ได้ดีไซน์ขอบจอบางทั้งซ้ายและขวา ส่วนกล้องเว็บแคมอยู่ด้านบนตรงกลางพร้อมไมค์สองตัว มีความพิเศษตรงที่เราสามารถเปิดปิดได้ด้วยการเลื่อนไปมา (Privacy Shutter) มีโลโก้ Lenovo อยู่ที่มุมล่างซ้ายล่างของคีย์บอร์ด

IdeaPad%20Gaming%203 f

เรียกได้ว่าเป็น DNA ของทางแบรนด์ Lenovo เลยก็ว่าได้ ทั้งในส่วนของ IdeaPad / YOGA / Legion ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX

มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก โดยรวมแล้วการดีไซน์ของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 รุ่นใหม่นี้ถือทำได้ดีมาก ใครจะเอาไปทำงานก็ดูเรียบๆ หรือใครจะเอาไปเล่นเกมก็ตอบสนองได้ดีเป็นรองตระกูล Legion เลย เชื่อได้เลยว่าจะเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่ทำให้ตลาดคึกคักทีเดียว

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006UTA ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY001HTA ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006WTA ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006XTA ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

3. HP Pavilion Gaming 15 ราคา 23,900 – 25,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD + NVIDIA ถือว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / Ryzen 7 4800H ผสานกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น มีแรมขนาด 8GB DDR4 และได้ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้ ในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรงทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

รายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H เรียกได้มีความสดใหม่ โดยใช้พื้นฐานเดียวกันสเปกก่อนหน้าอย่าง AMD Ryzen 3000H ตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กลง พร้อมทั้งมีให้เลือกหน้าจอ IPS คุณภาพสูง ซึ่งมี Refresh Rate ที่ 144Hz จึงจัดได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล Ryzen 4000H รุ่นหนึ่ง ที่ได้สเปกการ์ดจอ GTX 1650 ที่คุ้มค่า

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน แต่แตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Realtek Wi-Fi 5 แบบ MU-MIMO มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คจอขนาด 15.6 นิ้ว ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม พกพาง่าย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้านและบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

Pavilion%2015%20AMD%20Green f

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS สำหรับการเล่นเกมที่ดี ด้วย Refresh Rate สูงสุด 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

HP Pavilion Gaming 15-ec1026AX ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

HP Pavilion Gaming 15-ec1027AX ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 7 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

4. ASUS TUF Gaming A15 FA506 ราคา 24,900 – 26,900 บาท

ASUS TUF Gaming A15 FX506 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากกดีไซน์โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมการออกแบบสไตล์รังฝังที่ยอมรับว่าสวยงามจริงๆ แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป  

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)

แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล พร้อมอัพเดทมีรุ่นได้ โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม

Gaming%20A15%20FA506 l

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ พร้อม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกอีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS

ASUS TUF Gaming A15 FA506IH-HN128TS ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Insurance

ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN162TS ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Insurance

5. Acer Nitro 5 AN515-44 ราคา 25,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-44 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD Ryzen 4000H ได้การ์ดจอ NVIDIA GeForce เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม ซึ่งได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนจาก Acer Nitro 5 ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 25,990 บาทเท่านั้น ทุกรุ่นได้ประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ชิปประมวลผล Rezen 5 4600H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce GTX 1650 Ti ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 8GB DDR4 Bus 3200MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที โดยแบตเตอรี่ใช้งาน 7 ชั่วโมง

ดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H หรือ Acer Nitro 5 AN515-44 รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับ Acer Nitro 5 AN515-55 ที่เป็นสเปก Core i Gen 10H โดยวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra

Nitro%205%20AN515 55 f

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย

Acer Nitro 5 AN515-44-R28F ราคา 25,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

6. Lenovo Legion 5 ราคา 27,700 บาท

Lenovo Legion 5 นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ได้รับความสนใจพอตัวในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน ซึ่งที่เลือกมาแนะนำเป็นสเปกชิปประมวผล AMD Ryzen 7 4800H ที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่คุ้มค่า เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง

แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650  ที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 8GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที หน้าจอเป็นขนาด 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

รับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่ สนนราคาเพียง 27,700 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย 

ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับกลางๆ ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว คือ อยากได้โน๊ตบุ๊คเอาไปเล่นเกม แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming ที่ดูจริงจังอย่างสีแดงฉูดฉาดมากเกินไป เพราะเครื่องเดียวกันนั้นต้องพกพาไปใช้งานด้วย 

Legion%205 c

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว 67 ใบและท่อนำความร้อนแบบทองแดง ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ด้วยพัดลม 2 ตัว ฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ 3 เส้นพร้อมแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่

Lenovo Legion 5-82B5001DTA ราคา 27,700 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 7 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 120Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service + 2 Years Insurance

ตารางเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊คเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม CPU GPU RAM Storage Display Warranty Price
Acer Nitro 5 AN515-43 Ryzen 7 3750H GTX 1650 8 – 16GB SSD 512GB 15.6″ IPS 60 – 120Hz 3Y On-site 20,900 – 22,900
Lenovo IdeaPad Gaming 3 Ryzen 5 4600H / 7 4800H  GTX 1650 / 1650 Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 120Hz 2Y On-site + + 2Y Insurance 22,900 – 28,900
HP Pavilion Gaming 15 Ryzen 5 4600H / 7 4800H  GTX 1650 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y On-site 23,900 – 25,900
ASUS TUF Gaming A15 FA506 Ryzen 5 4600H GTX 1650 / 1650 Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y + 1Y Insurance 24,900 – 26,900
Acer Nitro 5 AN515-44 Ryzen 5 4600H GTX 1650Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 3Y On-site 25,900
Lenovo Legion 5 Ryzen 7 4800H GTX 1650 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 120Hz 2Y On-site + 2Y Insurance 27,700

 

 

 

 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/578568-gaming-notebook-2021fb-value-20000-baht

รวมศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คทุกยี่ห้อในไทย ฉบับอัพเดทปี 2021

ก่อนจะซื้อโน๊ตบุ๊คมาใช้งานสักเครื่องหนึ่ง นอกจากสเปคแล้วหลายคนก็ต้องหาข้อมูลว่าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีหรือเปล่าและรอเคลมสินค้านานหรือทำงานเร็วตามเว็บบอร์ดหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างแน่นอน จะได้รับรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้ด้วยกันว่าแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีและรวดเร็วหรือไม่อย่างไร

ปัจจุบันนี้หลายแบรนด์ก็มีวิธีการดูแลหลังการขายและการส่งซ่อมที่ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยให้ลูกค้าที่อุดหนุนสินค้าของทางบริษัทสามารถรับบริการดูแลเครื่องได้สะดวกขึ้นเรื่อย ๆ โดยในบทความนี้รวมวิธีการส่งเคลมโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่าง ๆ ฉบับง่ายและรวดเร็วให้เพื่อน ๆ ได้ใช้บริการกัน

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คมีปัญหาก็ยกเข้าศูนย์ให้เขาดูแลกันไป

ก่อนยกเครื่องไปศูนย์บริการโน๊ตบุ๊ค เตรียมของให้พร้อมด้วย

90346545 3802603603115134 2161290511862726656 o
อุดหนุนใครมาก็กลับไปร้านนั้นเลยก็ได้ ง่ายดีเหมือนกันก็แค่นานหน่อย

อันที่จริงการเคลมโน๊ตบุ๊คแต่ละแบรนด์นั้นเราสามารถนำเครื่องของเราไปส่งเคลมหน้าร้านที่เราซื้อเครื่องมาเลยก็ได้ แต่ก็จะเสียเวลาเนื่องจากทางหน้าร้านต้องทำตามขั้นตอนการรับเคลมสินค้าตามขั้นตอนและนโยบายของทางบริษัท ซึ่งอาจต้องผ่านไปตามขั้นตอนกว่าจะถึงศูนย์รับซ่อมของแบรนด์นั้น ๆ ซึ่งก็จะกินเวลาพอควรทีเดียว แต่ถ้ามีประกันแบบ Onsite Service ก็จะช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากส่วนนี้ไปได้มาก

สำหรับการส่งเคลมหรือซ่อมโน๊ตบุ๊คของแบรนด์ต่าง ๆ ด้วยตัวเองนั้น นอกจากจะไปศูนย์บริการสาขาหลักแล้ว เราก็สามารถส่งเคลมกับผู้ให้บริการรายอื่นที่ได้รับสิทธิ์ให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ด้วย ซึ่งสิ่งของสำคัญห้ามลืมทุกครั้งเวลาจะนำเครื่องไปเคลม คือ

  1. โน๊ตบุ๊คเครื่องที่มีปัญหา – เพื่อส่งเครื่องให้ช่างนำไปซ่อมและแก้ปัญหาที่เราเจอ
  2. ปลั๊กของโน๊ตบุ๊ค – สำหรับปลั๊กให้เตรียมเอาไปในกรณีที่เครื่องมีปัญหากับการชาร์จแบตเตอรี่เข้าเครื่อง เพื่อให้ช่างเช็คได้ว่าปัญหาที่เกิดนั้นมาจากตัวปลั๊กหรือช่องเสียบปลั๊กของตัวเครื่องนั้น ๆ กันแน่
  3. ใบเสร็จที่ซื้อสินค้า – เพื่อยืนยันว่าเราเป็นเจ้าของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นจริง และเป็นเครื่องที่ขายในประเทศไทย แต่บางครั้งผู้ให้บริการก็เช็คจาก Serial Number ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้น ๆ ได้เช่นกัน

รวมศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คทุกแบรนด์ในไทย

สำหรับศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คที่รวบรวมมาในบทความนี้จะเน้นเป็นแบรนด์หลักที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย โดยมีเบอร์โทรศัพท์, เว็บไซต์ และวิธีเคลมที่ง่ายสุดที่แนะนำให้ทำ เพื่อช่วยประหยัดเวลาการนำเครื่องไปเคลมด้วย โดยแต่ละแบรนด์ คือ

  1. Apple
  2. ASUS
  3. Acer
  4. Dell
  5. HP
  6. Huawei
  7. Lenovo
  8. MSI
Apple

iCare K Village Sukhumvit2

สำหรับสินค้าของ Apple นั้นจะมีแบ่งหน้าร้านเป็น 3 กลุ่ม ตามผู้จำหน่ายสินค้า 3 เจ้าหลัก คือ iCare ของ Studio 7 เจ้าของเดียวกับ Banana IT, iServe ของ Copperwired เจ้าของ iStudio by copperwired กับ U-Store บางสาขา, iCenter ของ SPVi เจ้าของ iStudio ที่เราติดปากกัน ซึ่งเราสามารถนำ MacBook, iPhone, iPad เข้าไปใช้บริการได้ นอกจากนี้ Apple ยังมีหน้าเว็บไซต์สำหรับให้บริการช่วยดูแลปัญหาการใช้งานและเบอร์โทรติดต่อศูนย์ด้วย

โดยทั้งสามเจ้าหลักนี้เป็นผู้ให้บริการซ่อมสินค้าที่ Apple ให้การรับรองเป็น Authorised Service Provider หรือผู้ให้บริการซ่อมอย่างเป็นทางการ โดยเราสามารถนำสินค้าเข้าไปเคลมซ่อมได้ถ้ายังมีประกัน AppleCare อยู่ โดยมีศูนย์หลักให้บริการดังนี้

iCare สาขากรุงเทพฯ

สำหรับ iCare เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11:00-20:00 น. ทุกสาขา โดยสาขากรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ จะมีแนะนำตามรายชื่อด้านล่างนี้ ส่วนผู้ใช้ที่อยู่จังหวัดอื่นสามารถคลิกดูจังหวัดของตัวเองได้ที่ลิ้งค์นี้

 

  • iCare สาขา ศูนย์การค้าเทสโก้โลตัส ปิ่นเกล้า โทร. 0643022878 
  • iCare สาขา ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค ศรีนครินทร์ โทร. 0819091115
  • iCare สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สุราษฏร์ธานี โทร. 0643022878
  • iCare สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี โทร. 038053931, 0953727488

iserve 07

iServe

ด้าน iServe จะมีให้บริการตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ โดยมีเวลาเปิดช่วง 10:00-11:00 น. และปิดให้บริการเวลา 21:00-20:00 น. ซึ่งสามารถเช็คสาขาที่ให้บริการทั้งหมดได้ที่นี่ และในลิ้งค์สามารถแจ้งนัดหมายเข้ารับบริการได้ด้วย

  • iServe สาขา Amarin Plaza ชั้น 3 เปิด 10:00-21:00 น. โทร. 026522324-5
  • iServe สาขา Sena Fest ชั้น G เปิด 11:00-21:00 น. โทร. 020872070
  • iServe สาขา Park Ventures Ecoplex ชั้น 2 เปิด 10:00-20:00 น. โทร. 021082252
  • iServe สาขา The Circle Ratchapruk เปิด 10:00-22:00 น. โทร. 028638700-1
icenter

สำหรับ iCenter ที่หน้าเว็บไซต์จะมีรายการค่าซ่อมแซมสินค้าทั้งหมดให้ผู้ใช้สามารถเช็คเพื่อเตรียมค่าใช้จ่ายเข้ารับบริการก่อนได้ พร้อมข้อมูลโปรโมชั่นบัตรเครดิตและรายชื่อศูนย์บริการทั้งหมดของทางบริษัทให้เลือกดูได้ และมีสาขาให้บริการอยู่หลายแห่ง ซึ่งสาขาหลัก ๆ ได้แก่

  • iCenter สาขาแจ้งวัฒนะ เปิด 11:00-20:00 น. โทร. 0953725592, 028353993-4
  • iCenter สาขาจีทาวเวอร์ ถ.พระราม 9 เปิด 10:00-20:00 น. ถ้าเป็นวันศุกร์-อาทิตย์ ปิด 21:00 น. โทร. 0953725558, 021174903-4
  • iCenter สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ชั้น 1 เปิด 11:00-20:00 น. โทร. 0953725557, 052020866
  • iCenter สาขาศูนย์การค้า Passione (แหลมทองพลาซ่า) ชั้น 2 โทร. 0953725530, 038010909
ASUS

CH Service 1

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ ASUS นั้นจะมีอยู่ทั่วประเทศและเข้ารับบริการได้ง่ายมากแบรนด์หนึ่ง ซึ่งเราสามารถค้นหาศูนย์บริการของ ASUS ใกล้บ้านเราได้จากหน้าเว็บไซต์โดยตรง โดยแยกเป็น ASUS Royal Club ซึ่งทาง ASUS เป็นผู้ให้บริการโดยตัวเองและ Authorized Service Center หรือผู้ให้บริการรายย่อยที่ได้รับการรับรองจาก ASUS เอง

  • ASUS Royal Club ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ (ชั้น 2) เลขที่ห้อง 004-005 เปิด 10:00-19:00 น. 
  • ซินเน็ค นครราชสีมา 1135/7-8 ถ.สุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิด 08:30-17:30 น. โทร. 044271365
  • ศูนย์บริการเอซุส ฟิวเจอร์อิเล็คโทรนิคส์ เซอร์วิส 68/104 (อาคารพาณิชย์เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์) ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. 099-2874457-59
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไฮเทค คอมพิวเตอร์ แอนด์ เน็ตเวอร์ค 144/1 ถ.กรมหลวงชุมพร ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร โทร. 077507172

นอกจากนี้ยังสามารถส่งเคลมได้ตามร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศไทยอีกด้วย โดยอ่านรายละเอียดการส่งเคลมสินค้าได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการศูนย์บริการของวีเซิร์ฟพลัสเพื่อเคลมสินค้าได้ด้วยเช่นกัน โดยเช็คสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่

Acer

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ Acer จะมีอยู่ 10 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นศูนย์ในกรุงเทพฯ 3 แห่ง คือ สาขาพระราม 3, เซียร์ รังสิต, ฟอร์จูนทาวน์ และ 7 แห่งอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด ซึ่งสาขาต่างจังหวัดจะอยู่ที่ชลบุรี, เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น, นครราชสีมา, สงขลา และภูเก็ต โดยมีสาขาหลัก ๆ ดังนี้ ส่วนรายละเอียดแต่ละสาขาอ่านได้ที่นี่

สำหรับเบอร์โทรศัพท์ใช้เบอร์ร่วมกันคือ โทร. 021539655 เป็นเบอร์โทรขอคำปรึกษาด้านเทคนิคและขอรับบริการนอกสถานที่ ส่วนเช็คสถานะการซ่อมเคลมหรือข้อมูลทั่วไป โทร. 021539600

  • สำนักงานใหญ่ สาขาพระราม 3 ถนนนางลิ้นจี่ เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. 
  • สาขาเซียร์ รังสิต เปิดทุกวัน เวลา 10:30-19:00 น. 
  • สาขาเชียงใหม่ 161/38-39 ม.4 ต. หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น.
  • สาขาหาดใหญ่ ถ.ปุณณกัณฑ์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น.
Dell

dell

สำหรับศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คอย่างเป็นทางการของ DELL จะใช้บริการดูแลของ Synnex ซึ่งเราสามารถใช้เช็คข้อมูลรับประกันได้ด้วย ส่วนการส่งซ่อมเครื่องสามารถใช้วิธีการจองคิวออนไลน์ได้ด้วยที่ลิ้งค์นี้ แต่จะรองรับเพียงสาขาเซียร์ รังสิต, ซีคอนสแควร์, IT Mall ฟอร์จูนทาวน์ และ สนง.ใหญ่ ถ.สุคนธสวัสดิ์ เท่านั้น โดยสาขาทั้งหมดของ Synnex สามารถเช็คได้ที่ลิ้งค์นี้ ส่วนสาขาหลักตามหัวเมืองใหญ่จะมีดังนี้

  • สนง.ใหญ่ SYNNEX 433 ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวง/เขตลาดพร้าว กทม. เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 025538888
  • SYNNEX สาขาเชียงใหม่ ที่ K Park Business Center เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 053284023, 0909805317
  • SYNNEX สาขานครราชสีมา 179/31 ซ.มิตรภาพ 4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 044271365, 044922808-9
  • SYNNEX สาขาหาดใหญ่ 119 ซ.10 ถ.เพชรเกษม ตำบล/อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-18:00 น. ส่วนวันเสาร์ให้บริการเฉพาะวันเสารที่ 2 ของเดือนเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 09:00-15:30 น. โทร. 074895039,  0909805305

นอกจากนี้ Dell ยังมีบริการ Dell Premium Support ที่รองรับซีรี่ส์ Inspiron, XPS, G Series และ Alienware อีกด้วย โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาให้บริการถึงที่แบบ On-site Service ในอีก 1 วันทำการถัดไป โดยสามารถอ่านรายละเอียดในบทความนี้ของทาง Notebookspec ได้

HP

Pavilion Family Epic Entertainment Desktop

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ HP จะสามารถเช็คได้ที่หน้าเว็บไซต์ของ HP โดยจะรวมโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Consumer PC) กับโน๊ตบุ๊คธุรกิจ (Business PC) และปริ้นเตอร์ (DesignJet) เอาไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถหาได้โดยกรอกรหัสไปรษณีย์และกำหนดรัศมีที่เราต้องการ ซึ่งระบบจะกำหนดขั้นต่ำเอาไว้ที่ 50 กม. และเราสามารถตั้งค่าเพิ่มได้ตามต้องการอีกด้วย โดยสาขากรุงเทพและหัวเมืองใหญ่จะมีดังนี้

  • HP Repair Center สาขาพระราม 3 เลขที่ 905 พระราม 3 ซอย 49 โทร. 0628753470
  • HP Service Center สาขาระยอง 267/87-88 ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง โทร 038608736
  • HP Service Center สาขาเชียงใหม่ 184/2-3 ถ.ช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.053281175
  • HP Service Center สาขาหาดใหญ่ 4 ซอย 15/1 ถ.เพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทร.074234205

นอกจากนี้เจ้าของโน๊ตบุ๊ค HP ยังเข้าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของวีเซิร์ฟพลัส สาขาต่าง ๆ ได้เช่นกัน โดยคลิกอ่านสาขาทั้งหมดได้ที่นี่

Huawei

7bc9f4a8 73ba 404a a02b 2cceea71d4b9

สำหรับผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของ Huawei MateBook รุ่นต่าง ๆ ก็มีศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ Huawei ที่ใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนในค่าย ซึ่งครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่หลายแห่งทีเดียว โดยเราสามารถเลือกดูศูนย์บริการที่อยู่ใกล้บ้านเราได้ที่ลิ้งค์นี้

  • สาขาไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ทาวน์ ชั้น 2 เปิดให้บริการเวลา 11:00-20:00 น. โทร. 0956203011
  • สาขาเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ชั้น 5 เปิดให้บริการเวลา 10:30-19:30 น. โทร. 020644000
  • สาขาเชียงใหม่ 300/3 ถ.มณีนพรัตน์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ. เชียงใหม่ โทร. 0909805938, 0909036093
  • สาขาสุราษฎร์ธานี 141/119 ถ.กาญจนวิถี ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โทร. 077212932-3, 0909805173
Lenovo

Screenshot 2021 02 23 162252

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ Lenovo นั้น หลัก ๆ แล้วจะใช้วิธีการส่งเคลมกับร้านที่ขายสินค้าให้กับเราโดยตรง หรือจะส่งไปเคลมที่ศูนย์บริการเลอโนโว โดย วีเซิร์ฟพลัสก็ได้ ซึ่งมีให้บริการครอบคลุมตามหัวเมืองใหญ่เช่นกัน ได้แก่

  • ศูนย์บริการ Lenovo โดยวีเซิร์ฟพลัส อาคารฟอร์จูนทาวน์
    • ชั้น 3 โทร. 026410154-55 ต่อ 301
    • ชั้น 4 โทร. 026410154-55 ต่อ 401-407
  • สาขาพันธุ์ทิพย์พลาซ่า โทร. 026566054, 026566037
  • สาขาร่มเกล้า โทร. 026669600

สำหรับสาขาต่างจังหวัดมีสาขาหาดใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, ระยอง, พิษณุโลก, เชียงใหม่ ทั้งหมดสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่ ส่วนเจ้าของเครื่อง Lenovo ที่เครื่องมีปัญหาและต้องการส่งเคลมเครื่องและไม่แน่ใจว่าเครื่องของเราเข้าเงื่อนไชการเคลมหรือไม่สามารถอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้

MSI

contact us banner 1

ศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ MSI จะมีอยู่ 2 สาขาในประเทศไทยด้วยกัน คือ สาขาราษฎร์บูรณะที่ทาง SVOA ให้บริการ กับสาขาของไอที ซิตี้ ที่ตึกพันธุ์ทิพย์พลาซา ประตูน้ำ ซึ่งถ้าต้องการเคลมซ่อมโน๊ตบุ๊คของ MSI ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ แนะนำให้ไปพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำจะสะดวกกว่า โดยที่อยู่และเบอร์โทรของทั้งสองสาขานี้ คือ

  • สาขา SVOA 131 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30-17:30 น. โทร. 028492777
  • สาขา อาคารพันธุ์ทิพย์พลาซา ชั้น 5-6 (ไอที ซิตี้) เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10:30-20:00 น. โทร. 026565030

นอกจากนี้ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คของ MSI สามารถเลือกหาศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คของ MSI ได้ที่ลิ้งค์นี้ด้วย

จะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์จะมีสาขาและวิธีการเช็คศูนย์ให้บริการของตนเองแตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะนำโน๊ตบุ๊คของเราเข้าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คเพื่อซ่อมหรือเคลม ขอแนะนำให้โทรติดต่อศูนย์ที่เราต้องการเข้าใช้บริการเสมอเพื่อเช็คว่าทางศูนย์พร้อมให้บริการเราหรือไม่ เพื่อประหยัดเวลาและไม่ต้องไปเสียเที่ยวเปล่าอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/578745-all-laptop-service-center-in-thailand

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB ปี 2021 เน้นทำงานพกพา แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ จอ 13.3″ – 14.5″ สเปก Core i เบาสุดน้อยกว่า 1 โล เริ่ม 2x,xxx บาท

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB เน้นทำงานน่าซื้อ หน้าจอ 13.3″ / 14″ / 14.5″ ช่วงต้นปี 2021 จากการที่ได้หน่วยความจำแรม 16GB โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake ใหม่ล่าสุดที่การผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมมี AI ช่วยทำงานในบางโปรแกรม อีกทั้งมีการ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Iris Xe Graphics มาช่วยแสดงผลความละเอียดสูง หรืองาน 3D ด้วย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่ปี 2021 มาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz / 4266 MHz นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเบา พกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สเปกอื่นๆ ที่นำมาแนะนำก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13.3″ / 14″ / 14.5″  ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD หรือมากกว่าเป็นระดับ 2K QHD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพดีเยี่ยม บางรุ่นระดับ sRGB 100% ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB บางรุ่นได้การ์ดจอแยก NVDIA รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุด

และโน๊ตบุ๊คแรม 16GB หลายๆ รุ่นยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วย Word / Excel / Power Point มาให้ฟรีๆ ติดเครื่องใช้งานยาวๆ ทันที ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 10 – 17 ชั่วโมงด้วยกัน ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ

  1. Lenovo ThinkBook 13 G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท
  2. HP Pavilion 13 ราคา 29,900 บาท
  3. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,900 บาท
  4. Acer Swift 5 SF514-55 ราคา 33,990 – 41,990 บาท
  5. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL ราคา 38,900 บาท
  6. Dell Inspiron 14 7400 ราคา 42,400 บาท

 

1. Lenovo ThinkBook 13s G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ThinkBook Series คอมพิวเตอร์ซับแบรนด์จาก Lenovo สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2021 ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด 2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.26 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

Lenovo ThinkBook 13s รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเริ่มต้นเพียง 27,755 บาทเท่านั้นเอง 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานสุดๆ สำหรับหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i5) ราคา 27,755 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i7) ราคา 32,100 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year

2. HP Pavilion 13 ราคา 29,900 บาท

HP Pavilion 13 นั้นถือเป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB  ปี 2021 ที่ได้ความบางเบาหรูหรา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ล่าสุดได้สเปก Core i Gen 11 ในราคาคุ้มค่าเหมือนเดิม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สวยงามลงตัว จากดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา พกพาสะดวก พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่เกินราคา ในราคา 27,990 บาท ประกัน 2 ปี On-site Service และบริการอื่นๆ 

ได้สเปกจะเป็น Intel Core i7-1165G7 การ์ดจอออนชิป ris Xe Graphics หน่วยความจำแรม  RAM 16GB DDR4 Bus 3200MHz ได้ที่เก็บข้อมูล SSD 1TB ส่วนหน้าจอเป็นแบบจอเป็นขนาด 13.3″ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมกับ Windows 10 และโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

HP Pavilion 13 มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบใหม่เบาเพียง 1.24 กิโลกรัม บางเพียง 17.7 มิลลิเมตร ขอบจอบางเฉียบ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คยุคปัจจุบันที่มาพร้อมสีสันที่สวยงามลงตัวอย่าง Natural Silver โดยฝาหลังและตัวเครื่อวภายในจะเป็นเงินโทนสว่าง จะมีเพียงขอบหน้าจอเท่านั้นที่เป็นสีดำ เชื่อได้ว่ายังโดนใจวัยรุ่นเพราะมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

มีหน้าตาออกไปทางเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยการเล่นกับการออกแบบที่มีความโค้งเว้ามีมิติในหลายๆ ส่วนวัสดุที่ HP Pavilion 13 เลือกใช้ในบริเวณฝาหลังของเครื่องจะเป็นอลูมิเนียมเกรดสูงตัดด้วยโลโก้ของ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ส่วนด้านในเครื่องบริเวณหน้าจอเป็นแบบด้านลดแสงสะท้อน พร้อมด้วยยางรองขอบรอบตัวจอ

สำหรับตัวเครื่องด้านในบริเวณรอบๆ แป้นพิมพ์ ที่พักมือ ใช้วัสดุพลาสติกโลหะสูงเช่นกัน ที่สำคัญยังได้ลำโพง Bang & Olufsen ที่เสียงดีกว่าลำโพงทั่วไปอีกด้วย และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ผ่านทาง Windows Hello

HP Pavilion 13-bb0015TU ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

3. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,900 – 42,900 บาท

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ซึ่งเป็นโมเดลไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yoga มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัมบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10 และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ทำให้เหนือชั้นกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุด 

ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่ ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่านการทดสอบ 9 อย่าง ความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD-810G โดยมาพร้อมกับการรับประกันแบบ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปให้ใช้งานอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 จึงให้การทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมได้เทคโนโลยีกราฟฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์

ทำให้ YOGA Slim 7i Carbon รองรับการเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560 × 1600 QHD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่างขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริง ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TÜV Rheinland Eye Comfort Certified ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา

คุณภาพเสียงจากลำโพง 2 x 2W ระบบ Dolby Atmos ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิติ พร้อมมีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน  Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังแบตเตอรี่ ในส่วนของระบบปฏิบัติการได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที 

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV002BTA ราคา 34,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600) 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV003LTA ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600) 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

4. Acer Swift 5 SF514-55 ราคา 33,990 – 41,990 บาท

Acer Swift 5 SF514-55 เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย อาทิ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ ที่หน้าจอและทัชแพด โดยสเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11  แบ่งเป็น 2 สเปกอย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรง

ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2 อีกทั้งได้ได้การเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 อีกด้วย ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

Acer Swift 5 SF514-55 มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 1.05 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ที่แรงลื่นใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเกรด 

รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 SF514-55 ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับมากๆ

แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

Acer Swift 5 SF514-55TA-519K ราคา 33,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years (1 Year On-site Service)

Acer Swift 5 SF514-55TA-7494 ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years (1 Year On-site Service)

5. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL ราคา 38,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UX435 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่ สเปก Core i Gen 11 + MX450 สายทำงานบางเบาประสิทธิภาพสูง มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14.9 มม. และเบาสุดที่น้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด โดยมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด 2 พอร์ต

อีกทั้งนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง + พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา อย่าง Pine Grey ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 11 Tiger Lake อย่าง Core i7-1165G7 ที่มี AI ช่วยประมวลผล พร้อมการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 รุ่นใหม่ ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16GB LPDDR4X Bus 4266 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นความละเอียด Full HD พาเนลเกรดสูง IPS สีสันสวยงามมุมมองกว้าง 

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคาเพียง 38,900 บาท ได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ในปีแรกมาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาแต่ประสิทธิภาพสูง รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแน่นอน 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สดุหลักเป็นอลูมิเมียมและแม็กนีเซียมอัลลอยด์แบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา อย่าง Pine Grey ให้ความหรูหราพรีเมียมไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องมีความทนทานระดับ US MIL-STD 810G ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างแท้จริง รวมไปถึงแบตเตอรี่เองก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 17 ชั่วโมง ได้ความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า 3D IR Camera

ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL-KC031TS ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

6. Dell Inspiron 14 7400 ราคา 42,400 บาท

Dell Inspiron 14 7400 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ขอบบางเฉียบ ขนาดพิเศษที่ 14.5″ ไม่เหมือนใคร ความละเอียด 2K QHD 2560 x 1600 พิกเซล สัดส่วน 16:10 เน้นพกพา มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ใหม่ล่าสุด มีการ์ดจอออนบอร์ด Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก GeForce MX350 เป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.25 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 16.75 มิลลิเมตร แนวคิดโดยรวม ถอดแบบมาจาก Dell XPS Series ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย

ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อกางหน้าจอใช้งานจากการที่ขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงยิ่งขึ้น พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา จากสีสันสีเงินที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน หรือสีชมพูที่เหมาะกับสาวๆ พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมสำหรับฝาหลัง และพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วสนนราคาที่ 42,400 บาท

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 4267 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX (2×2)  และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน 

Dell Inspiron 14 7400-W567154107THW10ราคา 42,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX350
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4267 MHz 
  • DISPLAY: 14.5″ IPS QHD 16:10 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service 

สรุปปิดท้ายบทความแนะนำโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ปี 2021 เน้นทำงานพกพา 6 รุ่นน่าซื้อ จอ 13.3″ – 14.5″ สเปก Core i Gen 11 Tiger Lake เบาสุดน้อยกว่า 1 โล เริ่ม 2x,Xxx บาท บางรุ่นยังได้แพลตฟอร์ม Intel Evo ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงความอัจฉริยะของเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการออกแบบและทดสอบแล้วว่าให้การตอบสนอง ประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่และความสามารถในการชาร์จที่ดีและเร็วขึ้น

ตารางเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊คแรม 16GB

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB CPU GPU RAM Storage Display Office Price
Lenovo ThinkBook 13 G2 i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 13.3″ IPS QHD No 27,775
HP Pavilion 13 i7-1165G7 Iris Xe 16GB DDR4 SSD 1TB 13.3″ IPS FHD Yes 29,900
Lenovo Yoga Slim 7i Carbon i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 13.3″ IPS QHD Yes 34,900 – 42,900
ASUS ZenBook 14 i7-1165G7 Iris Xe + MX450 16GB LPDDR4X SSD 1TB 14″ IPS FHD Yes 38,900
Acer Swift 5 i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 14″ IPS FHD Yes 33,990 – 41,990
Dell Inspiron 14 7400 i7-1165G7 Iris Xe + MX350 16GB LPDDR4X SSD 512GB 14.5″ IPS QHD No 42,400

from:https://notebookspec.com/web/578571-notebook-ram16gb-buyerguide-spec-core-i

ทีมงานยืนยัน Diablo 2 Resurrected จะไม่เซฟทับภาคเก่าแน่นอน

Diablo 2 Resurrected ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการในงาน BlizzCon 2021 เป็นเกมภาครีเมคจากเกมภาคดั้งเดิมที่เปิดตัวเมื่อปี 2000 หรือกว่า 21 ปีก่อน ซึ่ง Diablo II ก็ทำให้มีเกมสไตล์ RPG Hack and Slash ขึ้นมาและยังมีแฟนเกมอย่างเหนียวแน่นและมีเกมเมอร์สร้าง Mod ให้เกมนี้ออกมาเรื่อย ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม Blizzard เคยมีคดีเก่าเรื่อง Warcraft 3: Reforged คือ ตัวเกมภาครีเมคนั้น เวลาติดตั้งเกมลงพีซีที่มีเกม Warcraft 3 ภาคเก่าอยู่ด้วยเมื่อไหร่ ภาค Reforged จะไปลงทับเกมภาคเก่าไปเลยจนทำให้เกมเมอร์ที่เล่นภาคเก่ามานานเซฟหายไปจนหมดจนโดนเกมเมอร์รุมถล่ม แถมยังตัดหลาย ๆ โหมดออก โดยเฉพาะ Custom Gampaign ทิ้งไป เลยทำให้เกมเมอร์ยิ่งหัวร้อนไปอีกจนเกมเมอร์พากันโหวตว่าภาค Reforged เป็นเกมยอดแย่ไปโดยปริยาย

Diablo 2 Resurrected

ทีมพัฒนาแถลง Diablo 2 Resurrected ถือเป็นอีกเกมจึงไม่ทับ Diablo 2 ดั้งเดิม

ในงาน BlizzCon 2021 ปีนี้ Rob Gallerani หัวหน้าทีมดีไซนเนอร์ของเกมได้ประกาศในงานว่าทาง Blizzard ได้เรียนรู้ปัญหาทั้งหมดจาก Warcraft 3: Reforged มาแล้วและประกาศว่า ภาค Resurrected นั้นจะแยกเป็นอีกเกมจาก Diablo 2 ภาคดั้งเดิมโดยสมบูรณ์ จะไม่เกิดปัญหาเซฟทับกันแล้วทำให้ข้อมูลเกมภาคเก่าหายอย่างแน่นอน จะเปิดเกมภาคดั้งเดิมกับ Resurrected เล่นไปพร้อมกันเลยก็ยังได้

barbarian

สำหรับ Diablo 2 ภาคใหม่นี้จะได้ทีม Vicarios Visions ผู้พัฒนาเกม Tony Hawk ภาค 1, 2 มาช่วยพัฒนา เล่นได้ใน PC, PS5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch และผู้เล่นจากคนละแพลตฟอร์มสามารถข้ามมาเล่นด้วยกันได้ และยังมีอาชีพดั้งเดิมมาครบทั้ง Amazon, Assassin, Necromancer, Barbarian, Paladin, Sorceress, Druid แต่ภาพกราฟฟิคจะออกมาสวยงามขึ้น และรองรับ Mod จากชาวเกมอีกด้วย

Blizzard ประกาศว่าภาค Resurrected จะเปิดให้เล่นภายในปี 2021 นี้ แต่ก็เปิดให้ลงทะเบียนเล่นแบบ Tech Alpha Opt-In ได้ แค่ Login ไอดี Battle.net ของตัวเองแล้วระบบจะส่งแจ้งเตือนให้เราเข้าไปทดลองเล่นได้ด้วย แต่สำหรับเกมเมอร์ยุค 2000 คนไหนที่คิดถึงอยากเล่นเกมภาคเก่าหรืออยากชดใช้ที่เคยเล่นแผ่นเกมเถื่อนสมัยยังเป็นเด็ก ก็สามารถคลิกซื้อได้ใน Battle.net เช่นกัน

d2r banner

เกมเมอร์คนไหนคิดถึงเกมภาคเก่าแต่อยากได้กราฟฟิคสวยแบบเกมภาคใหม่น่าจะฟินที่เกมในความจำวัยเด็กได้รีเทิร์นอีกครั้งหนึ่งกับภาพสวยขึ้นแบบเกมยุคใหม่นี้ด้วย อย่างไรก็ตามทีมพัฒนายังไม่ได้ประกาศว่าต้องใช้พีซีสเปคไหนถึงจะเล่นเกมภาคนี้ได้ แต่เชื่อว่าคงจะไม่กินสเปคมากนักอย่างแน่นอน

ที่มา : GameSpot, GameSpot (2), Eurogamer, Gamers Grade

from:https://notebookspec.com/web/578746-diablo-2-resurrected-no-overwrite-d2

พรีวิว ASRock B560 Steel Legend สายคุ้ม

หลังจากทีมงานได้มีโอกาสพรีวิวเมนบอร์ด ASRock Z590 Steel Legend ตัวแรงกันไปแล้ว ก็มาถึงเวลาเมนบอร์ดสายคุ้ม ASRock B560 Steel Legend ที่อัพเกรทขึ้นมาไม่แพ้พี่ใหญ่ และที่สำคัญคือรองรับ Intel Gen 11 พร้อมออปชั่นใหม่ที่ยกมาเพียบ

ASRock B560

ASRock B560 Steel Legend เป็นหนึ่งในเมนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ต Intel B560 ที่อัพเกรทขึ้นมาเพื่อใช้งานร่วมกับซีพียู Intel Gen 11 กับซีรีย์เมนบอรืดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในบ้านเราอย่าง Steel Legend โดยจุดเด่นที่อัพเกรทขึ้นมาจากรุ่นก่อนอย่าง B460  ด้วยแรม DDR4 ที่ความเร็วบัส 4800MHz ในโหมดโอเวอร์คล๊อค ระบบเสียง 7.1 CH HD Audio ((Realtek ALC897), Nahimic Audio พอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน รองรับ PCI Express 4.0 แล้ว เสริมฟีเจอร์ Steel Armor มาให้กับสล็อต เพื่อใช้ร่วมกับการ์ดจอขนาดใหญ่ และยังมีตัวเลือกทั้ง SATA3 และ Ultra M.2 มาให้กับผู้ใช้อีกด้วย รวมถึงเสริมหล่อด้วยไฟ RGB บนเมนบอร์ด พร้อมออปชั่นจัดเต็มสำหรับผู้ที่ต้องการเมนบอร์ด ATX ไซท์ใหญ่ และที่สำคัญคือราคาที่น่ารักคุ้มค่า

ฟีเจอร์เด่น ASRock B560 Steel Legend

  • สนับสนุน ซีพียู Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 10 และ ซีพียู Intel® Core™ เจนเนอเรชั่นที่ 11
  • 10 Phase Dr.MOS Power Design
  • สนับสนุน DDR4 4800MHz (OC)
  • 1 x PCIe 4.0 x16, 1 x PCIe 3.0 x16, 2 x PCIe 3.0 x1
  • 1 x M.2 Key-E สำหรับโมดูล WiFi
  • ช่องเชื่อมต่อกราฟิก: HDMI, DisplayPort
  • รระบบเสียง 7.1 CH HD เสียง (Realtek ALC897 เสียง Codec), Nahimic เสียง
  • 6 SATA3, 1 x Hyper M.2 (PCIe Gen4 x4), 1 x Ultra M.2 (PCIe Gen3 x4)
  • 1 x M.2 (PCIe Gen3 x2 & SATA3)
  • 1 x หน้า USB 3.2 Gen2x2 Type-C (20 Gb/s)
  • 1 x หลัง USB 3.2 Gen2 Type-C (10 Gb/s)
  • 6 x USB 3.2 Gen1 (4 x หลัง, 2 x หน้า)
  • Dragon 2.5 Gigabit LAN

razer001 razer002

ASRock B560 Steel Legend มากับซีรีส์ Steel Legend ทาง ASRock ก็ยังใช้รูปแบบกล่องที่เห็นปุ๊ปก็รู้เลยว่าซีรีย์อะไร ในโทนสีเทากับโลโก้ S (Steel)ที่ออกโทนเงิน เสริมด้วยสีฟ้าดูสดใสขึ้น ด้านหลังกล่องใส่ฟีเจอร์ต่างๆ มาอย่างมากมาย

razer003

ภายในกล่องมาพร้อมบันเดิลแบบกระทัดรัด ประกอบด้วยคู่มือการใช้งาน Quick Install และแผ่นปิดด้านหลัง รวมไปถึงยังให้ DVD driver มาอีกด้วย (ให้มาทำไมนิ แถมเป็นแฟลชไดร์ฟเลยยังดีซะกว่า) น๊อต M.2 สายรัด และสติกเกอร์ติดเคสมาอย่างครบครัน

razer004

razer005 razer006

หน้าตาของเมนบอร์ด ASRock B560 Steel Legend ยังคงหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว กับโทนสีดำ-เทา ตัดด้วยชิ้นส่วนและเส้นสายที่เป็นสีขาวเงินของ Armor ด้วยการออกแบบมาใน ATX form factor ไซท์มาตรฐานไม่ใหญ่เกินไปใส่ในเคสมาตรฐานได้เกือบหมด และยังติดตั้งอุปกรณ์ได้เยอะ จึงสามารถยัดฟังก์ชั่นต่างๆ เอาไว้แน่นบอร์ดเลยทีเดียว ติดโลโก้ Steel Legend เอาไว้ชัดเจน เป็นเมนบอร์ดราคาประหยัดที่ออปชั่นครบมากเลยทีเดียว

razer012

ASRock B560 Steel Legend ที่แตกต่างจาก Z590 เลยก็คือ ภาคจ่ายไฟที่ลดลงเหลือ 10 จาก 14 Phase แต่ยังคงเป็น Dr.MOS Power Design ทำให้อาจจะไม่สามารถโอเวอร์คล๊อคได้มากมายเหมือนรุ่นใหญ่อย่าง Z590

razer015

อีกส่วนคือภาคจ่ายไฟของซีพียู 8 PIN 1 ชุด ตามมาตรฐาน จะต่างจาก Z590 ที่มีถึง 2 ชุด

razer007

แรมแบบ 4 Channel รองรับบัสสูงถึง 4800 MHz ในโหมดโอเวอร์คล๊อค โดยในซีพียู11th Gen Intel® Core™ (i9/i7/i5) จะรองรับแรม 3200 MHz เป็นมาตรฐาน ส่วนCore™ (i3), Pentium® และ Celeron® จะรองรับ DDR4 up to 2666 MHz เป็นมาตรฐาน
ส่วนซีพียู 10th Gen Intel® Core™ (i9/i7) จะรองรับ DDR4 ที่ความเร็ว 2933 MHz เป็นมาตรฐาน ส่วนใน Core™ (i5/i3), Pentium® and Celeron® จะรองรับ DDR4 up to 2666 MHz เป็นมาตรฐาน

razer009

M.2 จะรองรับ PCIe 4.0 1 Slot ซึ่งสามารถใช้ได้เฉพาะใน 1th Gen Intel® Core™ และยังมีแบบ PCIe 3.0 อีก 2 ช่อง เท่ากับใส่ SSD M.2 ได้ถึง 3 ช่อง และยังไม่รวมกับช่องสำหรับการ์ด WiFi ที่แยกมาให้ต่างหากอีก 1 ช่อง

razer008

จุดเชื่อมต่อ IO ของเคส จะอยู่แนวด้านล่างทั้งหมด

razer010

พอร์ต SATA มีมาให้ 6 พอร์ต ด้านข้าง 4 และด้านล่าง 2

razer017

พอร์ตเชื่อมต่อ

  • 3 x Antenna Mounting Points
  • 1 x พอร์ต เมาส์และคีย์บอร์ด PS/2
  • 1 x พอร์ต HDMI
  • 1 x DisplayPort 1.4
  • 1 x พอร์ต ออพติคอล SPDIF Out
  • 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C Port (10 Gb/s) (ReDriver) (รองรับการป้องกัน ESD)
  • 4 x พอร์ต USB 3.2 Gen1 (ASMedia ASM1074 hub) (รองรับการป้องกัน ESD)
  • 2 x พอร์ต USB 2.0 (รองรับการป้องกัน ESD)
  • 1 x พอร์ต LAN RJ-45 พร้อมไฟ LED (ACT/LINK LED และ SPEED LED)
  • แจ็คสำหรับ HD เสียง: ลำโพงหลัง / กลาง / เบส / สัญญาณขาเข้า / ลำโพงหน้า / ไมโครโฟน (แจ๊คต่อช่องเสียงแบบสีทอง)

razer018

razer019 razer020

ASRock Z590 Steel Legend ด้านหลังเมนบอร์ดโล่งๆไม่มีอะไรมาก แต่ก็มีการเคลือบเสริมความแข็งแรง และมีจุดที่โชว์ไฟ RGB บริเวณขอบด้วย

razer025

สำหรับท่านที่ต้องการเมนบอร์ดสุดคุ้ม แต่ออปชั่นครบพร้อมรองรับการอัพเกรทในอนาคตได้ ASRock B560 Steel Legend น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ กับซีรีย์เมนบอรืดที่ได้รับความนิยมอย่างสูง พร้อมอัพเกรทชิปเซ็ตใหม่อย่าง Intel B560 ที่นอกจากอัพเกรทให้รองรับซีพียูรุ่นใหม่อย่าง Intel Gen 11 ที่ยังไม่รู้จะมาเมื่อไร แต่ยังยังสามารถใส่ซีพียูอย่าง Intel Gen 10 ได้ด้วย แนอกจากนั้นยังอัพเกรทเทคโนโลยีให้เทียบชั้นคู่แข่ง ทั้งสเปคแรมที่รองรับได้สูงขึ้น มาพร้อม PCIe 4.0 ทั้งการ์ดจอและ M.2 และยังรองรับการโอเวอร์คล๊อคได้พอสมควร

นอกจากนั้นตัวเมนบอร์ดยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะ แรม SSD หรือแม้กระทั่งสล๊อต PCIe ที่ให้มาอย่างเยอะ อีกทั้งตัวเมนบอร์ดยังมาในดีไซน์ที่สวยงามแม้ไม่ได้จัดจ้านมาก แต่ก็มาอย่างเพียงพอไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป หรือเล่นเกมหนักๆ เปิดเครื่องตลอด 24*7 ก็ไม่มีปัญหา สมกับเป็นซีรีย์เมนบอร์ดขวัญใจชาวไทย

ASRock Z560 Steel Legend คาดว่าจะมาในราคาไม่เกิน 5,000 บาท เหมาะกับเพื่อนๆที่ต้องการเมนบอร์ดเพื่อการอัพเกรท ในราคาสุดคุ้ม

จุดเด่น

  • มีสล็อต M.2 มาถึง 3 สล็อต
  • พอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน
  • รองรับ PCIe 4.0
  • ราคาคุ้ม

ข้อสังเกต

  • ยังไม่วางจำหน่าย

from:https://notebookspec.com/web/574505-asrock-b560-steel-legend

SSD รุ่นไหนดี มาดู NVMe 6 รุ่นนี้ได้เลย สเปคดีฟีเจอร์เด็ดแน่

จะพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้ทำงานหรือเล่นเกม ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็มองหา SSD สักรุ่นเอาไปใช้ให้เครื่องทำงานได้เร็วทันใจแน่นอน แต่ปัญหาว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีก็น่าจะวนเวียนอยู่ในหัวของใครหลาย ๆ คน แน่ เพราะแบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์หลายเจ้าก็ผันตัวมาผลิต SSD กันจนมีหลายรุ่นหลากสเปคให้เลือกกันเยอะแยะไปหมด

นอกจากนี้ถ้าหาข้อมูลอีกนิด หลายคนก็จะเห็นว่า SSD มีให้เลือกทั้งแบบ SATA และ NVMe จนไม่รู้ว่าต้องเลือกตัวไหนดีถึงจะคุ้มแล้วแต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์อะไรน่าใช้บ้าง ในบทความนี้เราจะหยิบ NVMe รุ่นน่าสนใจพร้อมฟีเจอร์น่าสนใจมาคลายความสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีให้รู้กัน

SSD รุ่นไหนดี
NVMe SSD ตัวแรงสเปคดียุคนี้หามาใช้ได้ง่ายมากแถมราคาก็ถูกลงไปมาก

SSD รุ่นไหนดี ซื้อSATA หรือไป NVMe เลย

หากใครได้อ่านบทความ “ไขข้อข้องใจ SSD กี่ GB ดี? 256GB หรือ 512GB? หรือ 1TB เลยจบๆ” ไปแล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ คนน่าจะมีคำตอบในหัวของตัวเองแล้วว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีมาติดตั้งในเครื่องของเราดีแต่กำลังอยู่ระหว่างชั่งน้ำหนักกันว่าจะเลือกซื้อ SATA SSD หรือว่าเอา NVMe มาใส่ในพีซีของเราดีกว่า ซึ่งทั้งสองแบบก็มีจุดเด่นและข้อสังเกตกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าจำแนกตามข้อดีและข้อสังเกตก็จะมีดังนี้

wd black sn850 nvme ssd family.png.thumb .1280.1280

NVMe SSD

  • ข้อดี
    • อ่านเขียนข้อมูลได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงกว่า SATA SSD ร่วม 5-7 เท่า
    • ราคาในตอนนี้ไล่เลี่ยกับ SATA SSD หลาย ๆ รุ่นซึ่งมีความจุเท่ากัน
    • บางรุ่นมีฟีเจอร์เข้ารหัสข้อมูล AES-256 ติดตั้งมาในตัว
    • บางรุ่นติดตั้งซิ้งค์ระบายความร้อนมาช่วยระบายความร้อนบนตัวชิป flash memory ทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร และ flash memory เสื่อมสภาพช้าลง
    • ผู้ผลิตมีเฟิร์มแวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ NVMe เปิดให้โหลดไปใช้ได้
  • ข้อสังเกต
    • ดีไซน์ของ NVMe SSD กับ M.2 SSD มีหน้าตาคล้ายกัน ต้องสังเกตที่ขาเชื่อมต่อเข้าพอร์ต PCIe X4 
    • ต้องดูว่าเมนบอร์ดของพีซีหรือโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่ารองรับหรือไม่
    • เมนบอร์ดในปัจจุบันยังรองรับ NVMe สูงสุดเพียง 2 ช่องเท่านั้น ถ้าต้องการทำ RAID 0 หรือ RAID 1 ต้องเลือกเมนบอร์ดที่มี NVMe x 2 ช่อง ถึงจะทำได้
    • NVMe SSD บางรุ่นที่มีฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนไม่สามารถติดตั้งในโน๊ตบุ๊คได้เพราะใหญ่เกินฝาหลังโน๊ตบุ๊ค

331480 des 02 hikvision ssd sata iii c100 120 gb

SATA SSD

  • ข้อดี
    • ราคาเข้าถึงง่าย ปัจจุบันหลายรุ่นหาซื้อได้ในราคาหลักร้อยบาท
    • ใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันได้ทุกรุ่น ใช้แทนฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ในเครื่องได้ทันที
    • สามารถหาซื้ออะแดปเตอร์แปลง SATA เป็น USB 3.0 มาต่อแล้วเปลี่ยนเป็น External Harddisk ได้ด้วย
    • ติดตั้ง SATA SSD ได้มากเท่าที่พอร์ต SATA และสายไฟเลี้ยง SATA มีให้ใช้งาน
    • ทำ RAID ได้เหมือน HDD ทั่วไป ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นและราคาไม่แพงมาก
  • ข้อสังเกต
    • ความเร็วน้อยกว่า NVMe ร่วม 5-7 เท่า เพราะ SSD รับส่งข้อมูลได้เร็วถึงขอบเขตความเร็วสูงสุดของพอร์ต SATA 3 แล้ว
    • ใช้ไฟฟ้ามากกว่า NVMe พอสมควร ถ้าใช้ในโน๊ตบุ๊คจะทำให้ระยะเวลาทำงานด้วยแบตเตอรี่ลดลงไปบ้าง
    • ไม่มีฟีเจอร์เข้ารหัสรักษาความปลอดภัยเช่น AES-256 อยู่ในตัว ถ้าใช้งานกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มี TPM ถึงจะปลอดภัยขึ้น
พีซีเก่าใส่ NVMe ไม่ได้ไม่เป็นไร M.2 PCie Adapter ช่วยได้!

nvme

เมื่อรู้ถึงข้อดีของ NVMe SSD แล้ว ก็เชื่อว่าน่าจะคลายข้อสงสัยว่าจะเลือก SSD รุ่นไหนดีไปได้มากทีเดียว แต่ถ้าปัญหาคือเมนบอร์ดของพีซียังเป็นรุ่นเก่าและยังไม่อยากเสียเงินซื้อเมนบอร์ด, ซีพียู, แรม และอาจรวมถึงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนตัวใหม่ด้วย ก็ยังสามารถใช้งาน NVMe SSD ได้เช่นกัน เพียงหาซื้ออุปกรณ์เสริม เช่น M.2 PCIe Adapter มาใส่ NVMe แล้วติดตั้งเข้าพอร์ต PCIe X4 หรือ X16 บนเมนบอร์ดก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ถ้าเราต่อ M.2 PCIe Adapter ตัวนี้เข้ากับพีซีแล้ว ก็ช่วยแก้ปัญหาเมนบอร์ดมี NVMe SSD เพียงช่องเดียวแล้วต้องการเพิ่ม NVMe ตัวที่สองได้ทันที และตั้งค่าให้ทำ RAID กับ NVMe ตัวหลักได้อีกด้วย ช่วยให้เราจ่ายเงินน้อยลงและไม่ยุ่งยากมากด้วย

แนะนำ SSD สเปคดี ฟีเจอร์เด็ดสำหรับพีซี

สำหรับ SSD แบบ NVMe ในบทความนี้ จะคัดเลือกจาก NVMe รุ่นจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่มองหาอยู่ว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนไปติดตั้งในพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องประจำของเราดี โดยจะเลือกแนะนำเป็นรุ่นความจุ 500GB ประสิทธิภาพดีและราคาไม่สูงมากให้เลือกซื้อไปติดตั้งในเครื่องกัน โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. WD Blue SN550 500GB (2,190 บาท)
  2. Kingston A2000 500GB (2,250 บาท)
  3. ADATA SX8200 Pro 512GB (2,750 บาท)
  4. WD Black SN750 500GB (2,790 บาท)
  5. Samsung 970 EVO Plus 500GB (3,590 บาท)
  6. Seagate FIRECUDA 520 500GB (3,790 บาท)
1. WD Blue SN550 500GB (2,190 บาท)

wd blue sn550 nvme ssd.png.wdthumb.1280.1280 e1613985423532

WD Blue SN550 เป็นรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากและน่าเลือกซื้อรุ่นหนึ่งถ้ากำลังสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี เป็น NVMe M.2 2280 แบบไม่มีฮีตซิ้งค์จึงเอาไปใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้ มีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลอยู่ที่ Read 2,400 MB/s และ 1,750MB/s จัดว่าเร็วมากพอที่จะใช้ทำงานและเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดย Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้วด้วย

นอกจากความเร็วแล้ว ยังมีค่า 4K Read IOPS ถึง 300K IOPS และ 4K Write IOPS ที่ 240K IOPS รวมทั้งความทนทานในการเขียนข้อมูลมากถึง 300TBW (Terabytes Written) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายปี ส่วน flash memory เป็น TLC 

สเปคของ WD Blue SN550

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 2,400 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 1,750 MB/s
  • 4K Read IOPS : 300K IOPS
  • 4K Write IOPS : 240K IOPS
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 2,190 บาท (JIB)
2. Kingston A2000 500GB (2,250 บาท)

a2000

Kingston A2000 ก็เป็นอีกตัวเลือกคุณภาพดีสำหรับคนเลือกซื้อ NVMe ไปใช้งานสักตัวหนึ่ง แม้เรื่องความเร็วจะเป็นรอง แต่ความเสถียรและความปลอดภัยนั้นจัดว่าไว้ใจได้สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี โดยเฉพาะคนทำงานเพราะ Kingston ใส่ฟีเจอร์เข้ารหัสความปลอดภัยอย่าง TCG Opal,  XTS-AES แบบ 256-bit และ eDrive ฝังเอาไว้ในตัวไดรฟ์อีกด้วย จึงไว้ใจเรื่องความปลอดภัยได้เลย รวมทั้งเป็น NVMe M.2 2280 แบบไม่มีฮีตซิ้งค์ ตัวไดรฟ์จึงบางจนติดตั้งในโน๊ตบุ๊คหรือพีซีก็ได้ ซึ่งผู้สนใจสามารถคลิกอ่านรีวิวได้ที่นี่

ด้านประสิทธิภาพของ Kingston A2000 ความจุ 500GB จะมีความเร็วในการอ่าน Read 2,200 MB/s และเขียน Write 2,000 MB/s ส่วนความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล 4K Read IOPS อยู่ที่ 180K และ 4K Write IOPS ที่ 200K มีความทนทานการเขียนข้อมูล 350TBW ทำให้ใช้งานได้นานหลายปีแน่นอน ส่วน flash memory เป็น TLC

สเปคของ Kingston A2000

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 2,200 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,000 MB/s
  • 4K Read IOPS : 180K IOPS
  • 4K Write IOPS : 200K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 350TBW
  • ราคา 2,250 บาท (JIB)
3. ADATA SX8200 Pro 512GB (2,750 บาท)

productGallery7095 Copy

ADATA SX8200 Pro ก็เป็น NVMe M.2 2280 ความจุ 512GB น่าเลือกซื้อในรายชื่อรุ่นแนะนำถ้ากำลังคิดว่าจะเลือก SSD รุ่นไหนดี เพราะมีความทนทาน, ทำงานได้เสถียร และมีโปรแกรม Acronis True image HD สำหรับ Migrate ย้าย Windows 10 จากคอมพ์เครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ได้ง่าย ๆ ให้ใช้งานอีกด้วย

สเปคของ ADATA SX8200 Pro นั้นใช้ flash memory แบบ 3D TLC มีความเร็วในการอ่าน 3,500 MB/s และเขียนเร็ว 3,000 MB/s กับค่า 4K Read IOPS อยู่ 390K IOPS ส่วน 4K Write IOPS อยู่ที่ 380K IOPS และรองรับการเขียนข้อมูลบนไดรฟ์ได้สูงสุด 320TBW ซึ่งถือว่ามากไม่แพ้กับ NVMe ตัวอื่น ๆ ทีเดียว

สเปคของ ADATA SX8200 Pro

  • ความจุ 512GB
  • ชนิดของ flash memory : 3D TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 3,000 MB/s
  • 4K Read IOPS : 390K IOPS
  • 4K Write IOPS : 380K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 320TBW
  • ราคา 2,750 บาท (Advice)
4. WD Black SN750 500GB (2,790 บาท)

wd black sn750 nvme ssd noheatsink1.png.wdthumb.1280.1280

WD Black SN750 จัดเป็น SSD ตัวแรงประสิทธิภาพสูงน่าเลือกซื้อเช่นกัน เชื่อว่าถ้ามีคนถามว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี ก็น่าจะมีหลายคนนึกถึง WD Black SN750 รุ่นนี้หลุดปากออกมาบ้างเหมือนกัน ซึ่งนอกจากจะมีซอฟท์แวร์ WD Align Windows – Powered by Acronis สำหรับใช้ Migrate ระบบปฏิบัติการ Windows 10 จากไดรฟ์เก่ามายัง WD Black ตัวนี้แล้ว ยังมี Western Digital Dashboard สำหรับปรับจูนประสิทธิภาพให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย และสามารถอ่านรีวิวทดสอบความแรงของ WD Black SN750 ได้ที่นี่

สเปคของ NVMe M.2 2280 ตัวนี้เป็น flash memory ของ SanDisk 64-layer TLC มีความเร็วในการอ่านที่ 3,470 MB/s และเขียน 2,600 MB/s มีค่า 4K Read IOPS สูงถึง 420K IOPS และ 4K Write IOPS อยู่ที่ 380K IOPS และความทนทานในการเขียน 300TBW จัดว่าทำงานได้เร็วแรงถึงใจ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ NVMe ประสิทธิภาพสูงไว้ใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างมาก และตอนนี้มีรุ่นใหม่อย่าง SN850 เปิดตัวออกมาแล้วด้วย

สเปคของ WD Black SN750

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : SanDisk 64-layer TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,470 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,600 MB/s
  • 4K Read IOPS : 420K IOPS
  • 4K Write IOPS : 380K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 2,790 บาท (Advice)
5. Samsung 970 EVO Plus 500GB (3,590 บาท)

Screenshot 2021 02 22 173415

Samsung 970 EVO Plus แม้จะเป็นรุ่นที่รองจากตัว Pro ก็ตาม แต่สเปคและประสิทธิภาพก็ไม่น้อยหน้าและมีซอฟท์แวร์สำหรับ Migrate จากฮาร์ดดิสก์ลูกเก่ามายัง 970 EVO Plus และซอฟท์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานอีกด้วย รวมทั้งใช้คอนโทรลเลอร์คุมการทำงานของ Samsung เอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพที่ทำงานได้เร็วอย่างโดดเด่นซึ่งคนที่กำลังคิดว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูงและราคาไม่แพงเกินไป และทาง Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้ว สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สำหรับ Samsung 970 EVO Plus จะใช้ flash memory แบบ Samsung V-NAND 3-bit MLC ถ้าเทียบกันแล้วเทียบเท่ากับ TLC ตัว SSD เป็นแบบ 2280 มีความเร็วในการอ่าน 3,500 MB/s และเขียน 3,200 MB/s ส่วนค่า 4K Read IOPS อยู่ที่ 480K IOPS กับ 4K Write IOPS ที่ 550K IOPS ส่วนความทนทานในการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์อยู่ที่ 300TBW ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบความเร็วและประสิทธิภาพระดับสูง ช่วยให้โหลดโปรแกรมขนาดใหญ่ต่าง ๆ ได้เร็วทันใจทีเดียว

สเปคของ Samsung 970 EVO Plus

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 3,200 MB/s
  • 4K Read IOPS : 480K IOPS
  • 4K Write IOPS : 550K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 3,590 บาท (JIB)
6. Seagate FIRECUDA 520 500GB (3,790 บาท)

520

Seagate FIRECUDA 520 จัดเป็น SSD สเปคเกมเมอร์เน้น ๆ ซึ่งนอกจาก Samsung ในข้อที่แล้วก็มี Seagate FIRECUDA 520 ตัวนี้เป็นรุ่นแนะนำเช่นกัน เนื่องจากเป็น PCIe Gen 4.0 สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีอายุใช้งานยาวนาน ไม่มีฮีตซิ้งค์เลยเอาไปติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คได้เช่นกัน รวมทั้งรองรับ AMD Ryzen 5000 Series แล้วด้วย

สเปคของ Seagate FIRECUDA 520 ความจุ 500GB ใช้ flash memory แบบ 3D TLC เป็น NVMe M.2 2280 มีความเร็วในการอ่าน 5,000 MB/s ซึ่งจัดว่าสูงมากสุดในกลุ่ม NVMe รุ่นแนะนำและเขียน 2,500 MB/s ส่วนค่า 4K Read IOPS อยู่ที่ 430K IOPS และ 4K Write IOPS สูงถึง 630K IOPS ทีเดียว และทนทานมากเพราะรองรับการเขียนลงไดรฟ์ 850TBW มากกว่ารุ่นอื่นร่วมสองเท่า เหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้ NVMe ประสิทธิภาพสูงและใช้งานได้ทนทานระดับลืมไปแล้วว่าซื้อมาเมื่อไหร่เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวของ Seagate FIRECUDA 520 ได้ที่นี่

สเปคของ Seagate FIRECUDA 520

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : 3D TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 5,000 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,500 MB/s
  • 4K Read IOPS : 430K IOPS
  • 4K Write IOPS : 630K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 850TBW
  • ราคา 3,790 บาท (JIB)

สรุป – เลือกซื้อ SSD รุ่นไหนดี ถึงเป็นตัวจบ

จะเห็นว่าสเปคของ NVMe แต่ละรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงมากและมีจุดเด่นแตกต่างกัน ซึ่งถ้าอ่านตามตารางข้างล่างนี้จะเห็นว่าแต่ละรุ่นใช้ flash memory แบบ TLC กันทั้งหมดแล้ว แต่ก็มีอายุการใช้งานยาวนานมากจนไม่ต้องกังวลการใช้งานเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

รุ่น / สเปค ชนิดของ flash memory ความเร็วอ่าน ความเร็วเขียน 4K Read IOPS 4K Write IOPS ความทนทาน ราคา
WD Blue SN550 500GB TLC 2,400 MB/s 1,750 MB/s 300K IOPS 240K IOPS 300TBW 2,190 บาท
Kingston A2000 500GB TLC 2,200 MB/s 2,000 MB/s 180K IOPS 200K IOPS 350TBW 2,250 บาท
ADATA SX8200 Pro 512GB 3D TLC 3,500 MB/s 3,000 MB/s 390K IOPS 380K IOPS 320TBW 2,750 บาท
WD Black SN750 500GB SanDisk 64-layer TLC 3,470 MB/s 2,600 MB/s 420K IOPS 380K IOPS 300TBW 2,790 บาท
Samsung 970 EVO Plus 500GB Samsung V-NAND 3-bit MLC 3,500 MB/s 3,200 MB/s 480K IOPS 550K IOPS  300TBW 3,590 บาท
Seagate FIRECUDA 520 500GB 3D TLC 5,000 MB/s 2,500 MB/s 430K IOPS 630K IOPS 850TBW 3,790 บาท

อย่างไรก็ตามทั้ง 6 รุ่นนี้เป็นเพียงรุ่นน่าสนใจจากมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น เพราะว่า NVMe รุ่นน่าสนใจและประสิทธิภาพดีก็ยังมีให้เลือกอีกมากมายในท้องตลาดและมีรุ่นเด่นสเปคดีที่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถหาซื้อได้ด้วยการสั่งซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้ตามความสะดวกและความชอบของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามอาจจะไม่แนะนำมากนักเนื่องจากไม่มีการรับประกันในประเทศไทย เมื่อเกิดปัญหาก็จำเป็นต้องส่งเคลมกลับไปต่างประเทศ ไม่ก็ต้องยอมรับสภาพและซื้อ NVMe รุ่นใหม่มาเปลี่ยนแทน

สุดท้ายจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าจุดประสงค์เน้นเรื่องการใช้ทำงานทั่วไปหรือเน้นเรื่องการเล่นเกมเป็นหลัก เพียงดูข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกให้เข้ากับรูปแบบของเราใช้งานสักนิดก็จะช่วยให้เราได้สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราไปใช้งานอย่างแน่นอน 

from:https://notebookspec.com/web/578565-6-recommend-ssd-to-speed-up-your-pc

Intel Alder Lake เดสก์ท็อป IPC ดีขึ้น 20% คาดมา กย. 2021

ก่อนหน้านี้มีข่าวคะแนนหลุดซีพียู Intel Alder Lake สำหรับโน๊ตบุ๊คออกว่ามีสเปค 14 คอร์ 20 เธรด มาก่อนหน้านี้ ซึ่งในซีพียูเวอร์ชั่นโน๊ตบุ๊คจะมีคอร์ประสิทธิภาพสูง Golden Cove รองรับ Hyperthreading จับคู่กับคอร์ประหยัดพลังงาน Gracemont เป็นสถาปัตยกรรมแบบ big.LITTLE ซึ่ง YouTuber เจ้าของช่อง Moore’s Law Is Dead ได้ออกมาพูดถึงซีพียูรุ่นที่ 12 ของ Intel นี้ด้วยว่าประสิทธิภาพของชิปใหม่จาก Intel นี้ถ้าเป็นไปตามทฤษฎีทั้งหมดแล้ว มันจะทำงานได้ดีกว่าชิป Rocket Lake และอาจจะดีกว่า AMD Ryzen 9 5900X ทีเดียว

intel alder lake

ประสิทธิภาพของ Intel Alder Lake

YouTuber เจ้าของช่อง Moore’s Law Is Dead ที่มักมีข่าวหลุดเกี่ยวกับซีพียูรุ่นใหม่ออกมาเป็นระยะ ๆ พูดถึงซีพียูอินเทลรุ่นที่ 12 “Alder Lake” ตัวนี้ว่าประสิทธิภาพของ IPC (instructions per cycle/clock) แบบ Single-threaded เหนือกว่า Intel Rocket Lake ที่กำลังจะเปิดตัวร่วม 20%

FN8MkkghoQ2niiqjeG8gpW 970 80

ส่วนของคอร์ประหยัดพลังงาน Gracemont ใน Alder Lake-U จะมีประสิทธิภาพสูงไล่เลี่ยกับซีพียู Intel Core i7-9700k “Skylake” แต่เป็นเวอร์ชั่นลดความเร็วคล็อกซีพียู ใช้พลังงานเพียง 15 วัตต์ เท่านั้น เทียบแล้วแรงไล่เลี่ย Intel Tiger Lake-U แต่ประสิทธิภาพโดยรวมจะน้อยกว่าราว 15% หมายความว่าคอร์ประหยัดพลังงานของอินเทลนั้นนอกจากประหยัดพลังงานยังทำงานได้ลื่นไหลแน่นอนและมี TDP ไม่เกิน 28 วัตต์

intel 1536x834 1

นอกจากนี้อินเทลก็จะมีซีพียู Alder Lake-P ตัวประสิทธิภาพสูง มีค่า TDP เกิน 35 วัตต์ ด้วย ซึ่ง Moore’s Law Is Dead แสดงความเห็นว่าทั้ง Alder Lake-U และ Alder Lake-P นั้นจะเหนือกว่า Tiger Lake-U อย่างมาก และคาดว่า Intel Core i9 “Alder Lake-S” รุ่น 8 คอร์ประสิทธิภาพสูงและ 8 คอร์ประหยัดพลังงานจะมีประสิทธิภาพดีกว่า AMD Ryzen 9 5900X อย่างแน่นอน แต่ค่า TDP จะสูงถึง 125 วัตต์ ในขณะที่ Ryzen 9 5900X ยังมีค่า TDP แค่ 105 วัตต์ เท่านั้น

สำหรับ Intel Alder Lake เวอร์ชั่น PC จะเปลี่ยนไปใช้ LGA 1700 ทำให้ใช้กับเมนบอร์ดรุ่นก่อน ๆ ไม่ได้แน่นอน แต่จะรองรับทั้ง PCie 5.0 และใช้แรม DDR5 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่แกะกล่อง ดังนั้นถ้าใครวางแผนอัพเกรดเครื่องมาเป็น Tiger Lake แต่ไม่ใจร้อน รอได้ถึงไตรมาสที่ 3 ราวเดือนกันยายน 2021 นี้ได้ ก็คุ้มจะรอเปลี่ยนมาใช้ Alder Lake ทีเดียวไปเลย

 

ที่มา : Notebookcheck, TechRadar

from:https://notebookspec.com/web/578526-intel-alder-lake-may-beat-rocket-ryzen

แนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021 จอ 14″ FHD IPS สเปก Core i Gen 11 คุ้มค่า ถูกสุด 16,900 บาท ได้ Windows 10 + Office แท้ ประกัน 3 ปี On-site

โน๊ตบุ๊คบางเบา หน้าจอ 14″ ช่วงต้นปี 2021 เน้นทำงานน่าซื้อ มีให้เราเลือกซื้อได้หลากหลายรุ่นหลากหลายแบรนด์ รองรับในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานทั่วไปหรือมทำงานหนักๆ ในบางกรณี โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม มี AI ช่วยทำงานในตัว โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่มีสะดุดเหมือนรุ่นปีก่อนๆ แน่นอน 

นอกจากนี้โน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ๆ ของแต่ละแบรนด์ยังมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่พกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix ที่สำคัญบางรุ่นได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทไปฟรีๆ ส่วนประกันดีที่สุดเป็นแบบ 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีประกันอุบัติเหตุในปีแรกให้อีกด้วย 

โน๊ตบุ๊คบางเบา

สำหรับคนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบา แต่ได้ประสิทธิภาพสูงด้วย แน่นอนว่าจากการที่ใช้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นล่าสุด อาทิ Core i3-1115G4 / Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ซึ่งประหยัดพลังงานพิเศษ ร้อนน้อย ส่งผลให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รวมไปถึงการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก GeForce ตัวใหม่ที่สวยสมจริงยิ่งขึ้น อีกทั้งได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX เหมือนกัน และใน Notebook บางรุ่นจะได้มาตรฐาน Thunderbolt 4 ล้ำที่สุดด้วย

  • Core i3-1115G4
  • Core i5-1135G7
  • Core i7-1165G7

โน๊ตบุ๊คบางเบา

แนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021 6 รุ่น จอ 14″ Full HD IPS สเปก Core i Gen 11

  1. Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท
  2. HP Pavilion x360 14 ราคา 19,900 บาท
  3. ASUS VivoBook 14 S413 ราคา 22,900 – 26,900 บาท
  4. MSI Modern 14 ราคา 24,900 – 28,900 บาท
  5. Dell Inspiron 14 5402 ราคา 28,900 – 31,900 บาท
  6. Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 ราคา 24,900 – 29,900 บาท

1. Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 โน๊ตบุ๊คบางเบาดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า ขนาดหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS สวยงาม สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่น จากเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร สถาปัตกรรม Tiger Lake เน้นประหยัดพลังงาน พร้อมมี AI ในตัวอีกทั้งได้แรมและที่เก็บข้อมูลพร้อมใช้งานทันที ด้วยราคาที่ไม่แพง แต่ประสิทธิภาพดี สนนราคาที่ 16,990 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 ตอนนี้มีสเปกเพียง 1 สเปกเท่านั้น แต่มีให้เลือกถึง 5 สีสัน ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 พร้อมมีรุ่นการ์ดจอออนชิป Intel UHD Graphics รุ่นใหม่ ส่งผลให้รองรับงาน 2 มิติ และ 3 มิติเบื้องต้น หรือเล่นเกมเบาๆ ได้ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home & Student 2019 ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point ไปใช้งานติดเครื่องไปฟรีๆ ด้วย 

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการใส่ HDD SATA 3 เพิ่ม โดยมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันเป็น 2 ปี ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย

ในเรื่องของการดีไซน์มีความทันสมัย พร้อมสีสันสวยงาม พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง พร้อมมียางรองด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ฝาหลังมาพร้อมกับหลากหลายสีสันมีความเป็นทูโทน ไม่ว่าจะเป็น ดำ Charcoal black / ฟ้า Gracier Blue / เงิน Pure Silver / ทอง Safari Gold และชมพู Sakura Pink ดูมีความพรีเมียมดูดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

โน๊ตบุ๊คบางเบา

Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T : 3.00 – 4.10 GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

2. HP Pavilion x360 14 ราคา 19,900 บาท

HP Pavilion x360 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบา ที่สามารถใช้งาน 2-in-1ได้ สเปก Core i Gen 11 ในราคาคุ้มค่าเหมือนเดิม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สวยงามลงตัว อีกทั้งยังแถมปากกา Stylus ใช้วาดรูปมาให้ในกล่องอีกด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่น่าซื้อ จากราคาไม่แพง แต่ได้ดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา พกพาสะดวก พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่เกินราคา เพียง 19,900 บาท 

สำหรับสเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 ควบคู่กับแรมขนาด 8 GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ส่วนหน้าจอเป็นแบบจอกระจกสัมผัส 14″ รองรับสัมผัสมัลติทัชและปากกา Stylus รองรับแรงกดได้หลายระดับ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมกับ Windows 10 ประกัน 2 ปี On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5.0

HP Pavilion x360 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ ปรับได้หลากหลายโหมด โดยเลือกใช้เป็นพาเนล IPS คุณภาพดี ที่มาพร้อมกับความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล รองรับมัลติทัชกรีน และปากกา HP Active Pen รองรับแรงกดได้หลายระดับ ทำให้ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการขีดเขียนที่สมจริง ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.61กิโลกรัม และบางเพียง 20 มิลลิเมตร ทำให้การพกพาทำได้โดยง่าย

โน๊ตบุ๊คบางเบา

HP Pavilion x360 14 มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบใหม่ ขอบจอบางเฉียบ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คยุคปัจจุบันที่มาพร้อมสีสันที่สวยงามลงตัวอย่าง Mineral Silver โดยฝาหลังจะเป็นเทาเงินโทนสว่างส่วนตัวเครื่องภายในจะเป็นเทาดำที่ดูเข้มกว่า เชื่อได้ว่ายังโดนใจวัยรุ่นเพราะมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ มีหน้าตาออกไปทางเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยการเล่นกับการออกแบบที่มีความโค้งเว้ามีมิติในหลายๆ ส่วน

HP Pavilion x360 14-dw1047TU ราคา 19,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T : 3.00 – 4.10 GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD Touch Screen
  • STORAGE : 256GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years

3. ASUS VivoBook 14 S413 ราคา 22,900 – 26,900 บาท

ASUS VivoBook S14 S413 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาสายทำงานหรือความบันเทิงรูปแบบ Thin & Light อย่างแท้จริง ที่จะเน้นเรื่องของความบางเบาและสวยงามเป็นหลัก พร้อมความหรูหราที่ดูดียิ่งกว่ารุ่นราคาใกล้เคียงกัน โดยมีราคาที่คุ้มค่าสุด ซึ่งขอบจอด้านในจะตัดเป็นสีดำดูแล้วมีความสวยงามลงตัว อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น

มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่มีให้เลือกตั้งแต่ Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ได้ขนาดหน้าจอ 14″ ขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของการ์ดจอออนชิปเป็น Intel Iris Xe Graphics ที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมมีรุ่นติดตั้งการ์ดจอแยกรุ่นอย่าง NVIDIA GeForce MX350 แน่นอนว่าทำให้เราเพียงพอต่อการเล่นเกมได้ลื่นไหล ซึ่งดีกว่า Notebook บางเบาทั่วไป

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ได้แรมขนาด 8GB และ SSD 512GB พร้อม Windows 10 แท้ อีกทั้งได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที ทั้ง Word / Excel / Power Point มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ ASUS ที่สามารถส่งเคลมผ่านทาง 7-11 ได้ รวมถึงถ้าลงทะเบียนในเว็บไซต์ ปีแรกจะมีประกันอุบัติเหตุมาให้ด้วย

VivoBook%2014%20S413FQ%20Gold l

ที่สำคัญยังมีสีสันให้เลือกอย่าง Indie Black / Transparent Silver / Hearty Gold  พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย การออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านในจะเป็นอลูมิเนียม ใต้ตัวเครื่องเป็นวัสดุคุณภาพสูงให้สัมผัสที่ดูดีเกินราคา

ฝาหลังจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูแข็งแรงและสวยงามพร้อมความเรียบง่าย โดยเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ให้ความไลฟ์สไตล์เหมาะทั้งนักเรียนนักศึกษาและคนทำงาน สเปคคุ้มๆ ที่จะมาพร้อมกับสีสันสดใส เป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการเรียน การทำงานสะดวกและง่ายดาย น้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กก. (บาง 17.9 มม.) พร้อมนวัตกรรมขอบจอบาง ให้สัดส่วนจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 86% 

Asus VivoBook 14 S413EA-EB125TS ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Perfect Warranty

Asus VivoBook 14 S413EQ-EB078TS ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Perfect Warranty

Asus VivoBook S14 S413EA-EB158TS ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Perfect Warranty

4. MSI Modern 14 ราคา 24,900 – 28,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่นราคาคุ้มค่า มาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake รุ่นล่าสุด อย่าง i5-1135G7 / i7-1165G7 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin พร้อมมี AI ช่วยทำงานในตัว ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Gaphics ที่แรงสุดในกลุ่ม

ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมา กับช่วงราคาไม่เกิน 30,000 บาท

โน๊ตบุ๊คบางเบา

สำหรับ MSI Modern 14 ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม โดยมีสีให้เลือกถึง 3 สี คือ สีฟ้า Blue Stone / ดำ Carbon Gray / Beige Mousse เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS ความละเอียด Full HD บางเฉียบ ทำให้พกพาได้สะดวก

Modern%2014%20B11M%20Gray l

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 24,900 – 28,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Core i Gen 11 หน้าจอขนาด 14″ ที่ราคาถูกคุ้มค่ามากๆ

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 9 ชั่วโมง พร้อมรองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ด้วย  รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไปด้วย

MSI Modern 14 B11M-208TH ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years 

MSI Modern 14 B11M-200TH ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years

5. Dell Inspiron 14 5402 ราคา 28,900 – 31,900 บาท

Dell Inspiron 14 5402 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่รักความบันเทิงทั้งในส่วนของเกมและมัลติมีเดีย ด้วยฟีเจอร์มีสแกนลายนิ้ว Fingerprint และสเปคภายในที่ครบครัน ได้ชิปประมวลผล Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร และการ์ดจอแยก​ NVIDIA GeForce MX330 อีกทั้งได้แรมขนาด 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ใช้งานทันที

ตามด้วยหน้าจอพาเนล IPS ความละเอียด Full HD ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง สำหรับการเป็นโน๊ตบุ๊คเกณฑ์คุ้มค่าจากทาง Dell ที่เน้นเรื่องของความลงตัวโดยรวมด้วยสเปก ดีไซน์ ฟีเจอร์ และราคาที่ลงตัว มีการรับประกันถึง 2 ปีอีกด้วย แบบ On-site Service คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย นอกจากนี้ยังมี Call Center ช่วยบริการตลอด 24 ชั่วโมงด้วย สนนราคาขายที่ 28,900 – 31,900 บาท จัดได้ว่าสมกับการที่เป็น Dell Notebook จริงๆ

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ดีไซน์การออกแบบของ Dell Inspiron 14 5402 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ สมัยก่อนพอสมควร ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางลง ในปัจจุบันถือว่าเป็นมาตรฐานใหม่ไปแล้ว คือมีน้ำหนักตัวที่เบาลง และตัวเครื่องยังบางกว่าปกติ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.43 กิโลกรัม ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 16.74 มิลลิเมตร พร้อมกับมีดีไซน์ยางรองด้านหลัง ที่ช่วยยกเครื่องให้สูงขึ้นเวลาเปิดหน้าจอใช้งาน

Inspiron%205402%20Blue f

แนวคิดโดยรวม Dell Inspiron 14 5402 ถอดแบบมาจากรุ่นที่เป็นโน๊ตบุ๊คปกติอย่าง Dell Inspiron 14 7000 Series ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา โดยมีให้เลือกทั้งสีสันสีเงิน Platinum Silver หรือสีน้ำเงิน Eden ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

การออกแบบมาอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คงเป็นส่วนของโลโก้ Dell ฝาหลังที่สวยงามเป็นสีเงิน ส่วนตัวเครื่องด้านล่างก็จะมีคำว่า Inspiron ปั๊มเอาไว้ นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวอีก รวมถึงมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนข้างในเครื่องจำนวน 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ

Dell Inspiron 5402-W566154327THW10 ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX330
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Dell Inspiron 5402-W566154325THW10 ราคา 31,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX330
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years On-site Service

6. Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 ราคา 24,900 – 29,900 บาท

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 สเปก Intel Core i Gen 11 + NVIDIA GeForce MX450 ที่เน้นความพกพาแต่ได้ประสิทธิภาพที่ดีด้วยตามสไตล์ของ Ultrabook ที่คุ้มค่าคุ้มราคา มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์การทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ ได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยมีความเบาที่ 1.51 กิโลกรัม มีความบางที่ 19.1 มิลลิเมตร

โน๊ตบุ๊คบางเบา

สำหรับ Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้า 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สเปกใหม่ล่าสุดอย่างชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 สถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 ที่แรงลื่นเทียบเท่าการ์ดจอ Gaming ได้แรมขนาด 8 – 16 GB และ SSD 512GB ประกันเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม สนนราคาที่ 24,990 – 29,990 บาท แน่นอนว่ามี Windows 10 มาให้ ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปฟรีๆ ด้วย

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ที่สามารถ Recovery เพื่อติดตั้งใหม่ได้เองตลอดเวลา และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C / USB 3.1 Type-A / HDMI / SD Card Reader / ช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. และการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 แล้ว

IdeaPad%205%2014 l

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบยุคก่อนๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ด้วยสัดส่วนของจอแสดงผลอยู่ที่ 90% เหมือนเทียบกับตัวเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบบริเวณฝา ส่วนตัวเครื่องด้านในเป็นพลาสติกเกรด ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา 

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็น DNA ของ Lenovo แทบทุกรุ่นที่ใช้งานดีไซน์สไตล์นี้เลย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14ITL05-82FE009TTA ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14ITL05-82FE009UTA ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

ปิดท้ายโน๊ตบุ๊คบางเบาทั้ง 6 รุ่น 6 แบรนด์ ที่นำมาแนะนำกันในบทความนี้ สามารถซื้อตามร้านทั่วไปตามห้างหรือร้านออนไลน์ก็ได้ อันนี้ไม่ว่ากันเอาตามที่สะดวก บอกเลยว่าตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานแน่นอน ซึ่งถ้าใครจะนำไปเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ ก็แนะนำเป็นสเปก Core i5-1135G7 ขึ้นไป แต่ถ้าอยากเอาไปเล่นเกม 3 มิติด้วย ควรเลือกเป็นรุ่นที่มีการ์ดจอแยก GeForce MX450 ไปเลยน่าจะเหมาะสมกว่า ยังไงสามารถดูข้อมูลเทียบได้จากตารางข้างล่างนี้นะครับ

โน๊ตบุ๊คบางเบา CPU GPU RAM SSD Office 2019  ราคา
Acer Aspire 5 A514-54 Core i3-1115G4 UHD Graphics 8GB 512GB Yes 16,900
HP Pavilion x360 14 Core i3-1115G4 UHD Graphics 8GB 256GB No 19,900
ASUS VivoBook 14 S413 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics 8GB 512GB Yes 22,900 
MSI Modern 14 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics 8GB 512GB No 24,900 
Dell Inspiron 14 5402 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics + MX330 8GB 512GB No 28,900
Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics + MX450 16GB 512GB Yes 29,900 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/573708-%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2-14inc-spec-core-i-gen-11