คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

จัดอันดับ MSI Gaming Notebook ลดพิเศษ สูงสุด 55% ในงาน Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports

สำหรับคนที่กำลังมองหา Gaming Notebook แรงๆ คุ้มๆ เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย กับการกลับมาอีกครั้งกับงาน Thailand Game Expo 2020 พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจเหล่าสาวก  มังกรแดง  เตรียมพบกับโปรโมชั่นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุด  ในราคาสุดคุ้ม  พร้อมโปรโมชั่นของพรีเมี่ยม มูลค่าสูงสุดกว่า 5,000 บาท  งานนี้เกมเมอร์ตัวจริงห้ามพลาด!! งานมีตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 นี้เท่านั้น!! เจอกันที่บูธ MSI บริเวณภายในงาน Hall 98, 99, 100 เดินทางมาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีบางนา เดินมาอีกนิดถึงงานเลย

นอกจากนี้ ภายในงาน “ Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports ” ยังมีเครื่อง Gaming Notebook ราคาพิเศษสูงสุด 55% นำมาจัดจำหน่ายในงานครั้งนี้ด้วย โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 25,900 บาทเท่านั้น ย้ำเลยว่าพลาดงานนี้อาจจะต้องรอถึงปีหน้าเลย ห้ามพลาดกับงานดีๆ แบบนี้ พบกับโปรโมชั่นภายในงานนี้งานเดียวเท่านั้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ Gaming Notebook ในงานนี้กัน พร้อมบอกถึงสเปกและรายละเอียดให้เพื่อนๆ ได้ตัดสินใจซื้อกัน ซึ่งจะมีรุ่นไหนบ้าง ของแถมเป็นอะไร ส่วนลดเท่าไร ไปชมกันต่อเลย

from:https://notebookspec.com/buyer-guide-msi-gaming-notebook-thailand-game-expo-2020-by-ais-esports/508156/

Preview – MSI Modern 15 สายทำงานจอ 15.6″ เบา 1.6 โล แบต 9 ชั่วโมง ตัวเครื่องทนทาน เดินทางบ่อยๆ ต้องชอบ

สำหรับคนที่ต้องการ Notebook สายทำงานบางเบาหน้าจอ 15.6″ ราคาไม่แพงในปี 2020 ล่าสุดทาง MSI ได้นำเสนอ MSI Modern 15 ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นพี่ของ MSI Modern 14 ตอบสนองการใช้งานได้เต็มที่ด้วยหน้าจอใหญ่ แต่มาในน้ำหนักตัวเครื่องที่เบามากๆ เพียง 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวก พร้อมประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ตัวแรงอย่าง i7-10510U และมีการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeFroce MX250 ได้แรมขนาด 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ใช้งานพื้นฐานได้ลื่นสบายๆ หรือถ้าเอาไปทำงานหนัก รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ ออนไลน์ก็ยังเอาอยู่ โดดเด่นแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 9 ชั่วโมง

เรียกได้ว่า MSI Modern 15 ตั้งใจตอบโจทย์สายคนทำงาน Content Creator โดยเฉพาะ ที่นอกจากสเปกที่ดีแล้ว งานดีไซน์และงานประกอบก็ลงตัว แลดูทันสมัยและแตกต่างจาก MSI แบบเดิมๆ พร้อมกางหน้าจอได้ 180 องศา และมีฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน ขอบหน้าจอก็มีความบางมากๆ แทบจะไร้ขอบทีเดียว ทำให้จอ 15.6″ แต่ตัวเครื่องเทียบเท่า 14″ อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมขอบเขตสีที่กว้างกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่ายในราคาที่ถูกกว่าด้วย อีกทั้งยังได้มาตรฐานทนทานอย่าง Military Grade ด้วย

MSI Modern 15 มาพร้อมขนาดหน้าจอ 15.6″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 178 องศา ขอบเขตสีที่ได้มีความเที่ยงตรงรองรับกับงานระดับมืออาชีพที่จริงจัง ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 พร้อม รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้มาใช้งานได้ทันทีในการเปิดเครื่องครั้งแรก สนนราคา MSI Modern 15 เริ่มต้นอยู่ที่ 31,900 บาทเท่านั้น พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

สำหรับ MSI Modern 15 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแต่บางเบาขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ถูกต่อยอดมาจาก MSI Prestige รุ่นก่อนๆ (แบ่งเป็น Modern Series ลงมา) ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม ทำให้ถือมือเดียวได้สบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่พรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะเรียบเนียนไปกับชุดคีย์บอร์ดโดยติดตั้งอยู่มุมขวาบน

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สีดำเข้มผิวแบบด้านที่ดูเท่ลุคคลูๆ ตลอดทั้งตัวเครื่อง ตั้งแต่โลโก้ ขอบตัวเครื่อง ทัชแพด แกนบานพับ ช่องระบายความร้อน ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูแล้วทันสมัยเอาใจวัยรุ่นที่ชอบสีดำด้าน ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่เรียบหรูนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีความเจ๋งที่ตัวเครื่องได้รับมาตรฐานทนทาน Military Grade MIL-STD 810G ทำให้รองรับต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คน้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้

และจากการที่ MSI Modern 15 ใช้เทคโนโลยี Cooler Boost แบบพัดลม 2 ตัวอยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง ยิงเป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผล (พัดลม 1 ตัว) และกราฟิกการ์ด (พัดลม 1 ตัว) ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 3 เส้น โดยแยกฝั่ง CPU และ GPU ออกจากกัน ในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม ไม่ว่าเราจะทำงานหนักๆ อย่างต่อเนี่องหรือเอาไปไวเล่นเกมยาวนานหลายชั่วโมงก็ตาม

คีย์บอร์ดของ MSI Modern 15 มีระยะยุบของปุ่มอยู่ที่ 1.5 มิลลิเมตร แน่นอนว่าตอบสนองของแป้นพิมพ์ต่อแรงกดได้ดีเยี่ยม ด้วยการที่รูปแบบปุ่มมีขนาดที่ใหญ่โตกว่าคีย์บอร์ด MSI แบบเดิมๆ ที่สำคัญด้วยไฟ LED สีขาวสวยงาม เข้ากับตัวปุ่มสีดำขอบโปร่งแสงเป็นอย่างดี ดูแล้วสะอาดตา พรีเมียมสุดๆ แน่นอนว่าไม่มีชุด Numpad อยู่แล้ว จากการที่ตัวเครื่องมีมิติที่ลงนั่นเอง ทัชแพดมีขนาดใหญ่มากๆ ลักษณะเป็นฝืนผ้ายาว โดยดูเป็นเนื้อเดียวกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็อาจจะมีความแข็งพอดีๆ การใช้งานโดยจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ

MSI Modern 15 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานบางเบาหน้าจอ 15.6″ ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A , USB 3.1 Type-C, 1x HDMI 1.4, micro-SD Card Reader และ Mic-in/Headphone-out อย่างไรก็ตาม พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ อาจจะดูไม่มากมายเท่าพวกโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ แต่ในการใช้งานจริงก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะ อแดปเตอร์มีขนาดที่เล็กและเบากว่าปกติ ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ น้ำหนักโดยรวมแล้วไม่เกิน 1.9 กิโลกรัมแน่นอน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คสายทำงานจริงจังที่เหมาะกับการใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยมากๆ หรือเดินทางบ่อยๆ เครื่องหนึ่ง

เอาเป็นว่ารอติดตามรีวิวตัวเต็มของ MSI Modern 15 กับอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คสำหรับมืออาชีพหน้าจอ 15.6″ สุดบางเฉียบ ดีไซน์สวยงามทนทาน ที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบา และมีประสิทธิภาพเยี่ยม ทำให้มันกลายมาเป็น Ultrabook ที่มีขนาดกระทัดรัด มาพร้อมกับไฟคีย์บอร์ดสีขาว ทัชแพดก็มีขนาดที่ใหญ่โตมากๆ โดยที่วัสดุตัวเครื่องจะทำมาจากอลูมิเนียม และมีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม เบามากๆ แบตเตอรี่ก็ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมงเหมาะกับการพกพาสุดๆ แต่จะดีจริงแค่ไหน สเปกจะลื่นไหลสุดๆ หรือเปล่า รวมไปถึงคุณภาพหน้าจอนั้นได้ค่า sRGB เท่าไรกันแน่ ติดตามชมกันอีกทีนะครับ

  

 

from:https://notebookspec.com/preview-msi-modern-15-spec-intel-core-i-gen-10/508245/

MSI Promotion – Gaming Notebook ราคาถูกคุ้มในงาน Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. นี้

MSI ขนกองทัพ Gaming Notebook เข้าร่วมงาน Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. นี้…

ชาวเกมเมอร์เตรียมตัวให้พร้อม! กลับมาอีกครั้งกับงาน Thailand Game Expo 2020 พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจเหล่าสาวก  มังกรแดง  เตรียมพบกับโปรโมชั่นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุด  ในราคาสุดคุ้ม  พร้อมโปรโมชั่นของพรีเมี่ยม มูลค่าสูงสุดกว่า 5,000 บาท  งานนี้เกมเมอร์ตัวจริงห้ามพลาด!!

งานมีตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 นี้เท่านั้น!! เจอกันที่บูธ MSI บริเวณภายในงาน Hall 98, 99, 100

พบกับโปรโมชั่นภายในงานนี้งานเดียวเท่านั้น

Alpha 15  เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสายพันธุ์ AMD มาพร้อมการ์ดจอ RX 5500M แรงทะลุพิกัด ราคาพิเศษเพียง 25,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,990 บาท

GF63 9SC-296TH โน้ตบุ๊คเล่นเกมบางเบาน้ำหนักเพียง 1.86 กิโล สเปกจัดหนักไม่เหมือนใคร สนนราคาภายในงานเพียง 28,900 บาทเท่านั้น พร้อมของแถมที่มีเฉพาะในงานนี้ มูลค่า 2,490 บาท (Air backpack , RGB Gaming Mouse)

GL63 8SD-471TH สเปกสุดคุ้ม มาพร้อมการ์ดจอ GTX1660Ti  ราคาพิเศษ 30,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,490 บาท

GF63 9RCX-483TH เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม สเปกสุดคุ้ม ราคาพิเศษ 25,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 2,490 บาท

GL63 8SC-034TH สเปกสุดคุ้ม มาพร้อมการ์ดจอ GTX1650  ราคาพิเศษ 27,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,490 บาท

GL65 สุดยอดเกมมิ่งโน้ตบุ๊กมาพร้อมจอ FHD IPS 120Hz  พร้อมราคาพิเศษภายในงานเริ่มต้นเพียง 37,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับฟรีของพรีเมี่ยมมูลค่าอีกกว่า 3,490 บาท

นอกจากนี้ ภายในงาน “ Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports ” ยังมีเครื่อง Gaming Notebook ราคาพิเศษนำมาจัดจำหน่ายในงานครั้งนี้ด้วย ย้ำเลยว่าพลาดงานนี้อาจจะต้องรอถึงปีหน้าเลย ห้ามพลาดกับงานดีๆแบบนี้

แล้วพบกันในงาน Thailand Game Expo 2020 by AIS eSports วันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ณ ไบเทค บางนา (ฮอลล์ 100) เข้างานฟรี!

ส่วนรายละเอียดโปรโมชั่นและกิจกรรมทั้งหมดในงานนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆนี้ได้ที่

Facebook Fanpage: MSI Gaming (TH)

https://msi.gm/2u6kGeX

from:https://notebookspec.com/msi-promotion-gaming-notebook-thailand-game-expo-2020-by-ais-esports/508212/

Review – HP 15s โน้ตบุ๊คจอ 15.6″ สเปก Intel Core i7-1065G7 แรงลื่นคุ้มค่า บางเบาหรูหรา ประกัน 2 ปี On-site

HP 15s เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่า แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามเกินราคา เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10  หรือ AMD Ryzen 3000 ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s รุ่นที่นำมารีวิวนี้เป็นสเปก Intel Core i7-1065G7 (Ice Lake) ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กลงและดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีให้เลือกทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 ซึ่งจัดว่าเป็นตัวท็อปสุดในรุ่น พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM  8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB อีกด้วย ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD พาเนล TN เกรดดี สนนราคาเพียง 19,990 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

from:https://notebookspec.com/review-hp-15s-spec-ntel-core-i7-1065g7/507745/

Preview – MSI Modern 14 ถึกทนแรงลื่นเบาแค่ 1.19 โล สเปก Core i Gen 10 แบต 10 ช.ม. ราคา 23,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานเน้นความบางเบา พร้อมประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ดีไซน์การออกแบบโดยรวมจัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่มีความเล็กกระชับมากๆ ขอบจอบางเฉียบ วัสดุเป็นอลูมิเนียมสีเงิน (หรือดำ) ตลอดทั้งตัวเครื่อง ซึ่งให้ทั้งความหรูหราและแข็งแรงทนทาน นับว่าทาง MSI ทำได้ดีไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook ของตนเองเลย โดยมีความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักที่เบาเพียง 1.19 กิโลกรัม รูปแบบ Ultrabook เรียกได้ว่าถือมือเดียวได้สบายๆ พกพาไปใช้งานนอกบ้านได้อย่างสะดวก แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U พ่วงมาด้วยกราฟิกการ์ดจาก NVIDIA GeForce MX250 ติดตั้งแรมมาขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD NVMe ความจุ 512GB ได้ Windows 10 ในราคาเพียง 26,900 บาท มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้าใช้งาน Windows 10 ด้วย Fingerprint ที่จะช่วยให้เข้าใช้งานสะดวกดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมขอบเขตสีที่กว้างกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่ายในราคาที่ถูกกว่าด้วย เพียง 26,900 บาท หรือรุ่นที่เป็นการ์ดจอออนบอร์ด 23,900 บาท

สเปกภายในของตัว MSI Modern 14 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ ขอบจอบางเฉียบที่ 5.7 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 178 องศา ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.2GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) ส่วนรุ่น Core i7-10510U น่าจะมีตามหลังอีกที

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ หรือรุ่นที่มีแต่การ์ดจอออนชิป Intel UHD 620 อย่างเดียวก็มีเป็นตัวเลือก สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นแบบความเร็วสูง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ติดตั้งไว้ใต้หน้าจอ เพราะขอบจอบางมากๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

สำหรับ MSI Modern 14  ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คสเปก Core i Gen 10 ที่บางเบา แต่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นนึงในตลาด โดยถูกต่อยอดมาจาก MSI PS42 รุ่นก่อนที่ทำได้ดีมากๆ ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.19 กิโลกรัม ทำให้ถือมือเดียวได้สบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่พรีเมียมหรูหราด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องด้านในเป็นลวดลายแบบปัดเสี้ยน พร้อมกับใช้สีเงินสว่างหรือดำเทาเข้มๆ ตลอดทั้งตัวเครื่อง ตั้งแต่โลโก้ ขอบตัวเครื่อง ทัชแพด แกนบานพับ ช่องระบายความร้อน ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่ให้ภาพลักษณ์ที่ดีเยี่ยมได้แทนนั่นเอง เชื่อได้ว่าหลายคนน่าจะเห็นตรงกันด้วย

ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ตรงกลางเหนือชุดคีย์บอร์ด พร้อมบริเวณรอบๆ ก็เป็นช่องดูดลมเย็นเช่นกันเพื่อให้ช่วยระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม ส่วนไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ต่างๆ จะอยู่ขอบตัวเครื่องด้านซ้ายสวยงาม MSI Modern 14 ใช้เทคโนโลยี Cooler Boost 3 แบบพัดลม 2 ตัวอยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผล (พัดลม 1 ตัว) และกราฟิกการ์ด (พัดลม 1 ตัว) ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 3 เส้น โดยแยกฝั่ง CPU และ GPU ออกจากกัน ในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

ด้านฐานล่างตัวเครื่องเป็นโลหะชิ้นเดียวตลอดทั้งชิ้น ลักษณะเป็นอลูมิเนียมผิวเรียบๆ แตกต่างจากฝาหลังและตัวเครื่องด้านใน พร้อมมียางรองจำนวน 5 จุด ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทาง MSI ใส่ใจเป็นพิเศษอยู่แล้วไม่แพ้ฝั่ง Gaming Notebook เลย

ส่งผลให้ตลอดทั้งตัวเครื่องมีมิติตัวเครื่องที่เล็กลงกว่าโน้ตบุ๊คทำงานหน้าจอ 14″ ทั่วไป ซึ่งโดยรวมแล้ว MSI Modern 14  ไม่ใช่แค่บางเบาและสเปกดีแต่ในประสบการณ์ใช้งานที่ประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในโน้ตบุ๊คสายบางเบาเน้นพกพาช่วงงบประมาณสองหมื่นกว่าบาท ที่แม้ราคาจะไม่แพงแบบแบรนด์อื่นๆ แต่จัดเต็มทุกฟีเจอร์จริงๆ บอกได้เต็มบอกว่าคุ้มค่าน่าซื้อจริงๆ

เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานซีรีส์เล็กสุดสำหรับ MSI Modern 14 ซึ่งจะมีรุ่นพี่กว่านี้จะเป็น MSI Modern 15 ส่วนซีรีส์ที่บนกว่านี้ก็จะเป็นในส่วนของ MSI Prestige 14 / 15 ซึ่งเน้นความบางเบาและแรงลื่นด้วยสเปก Core i Gen 10 + GTX 1650 Max-Q พร้อมได้หน้าจอคุณภาพสูงระดับ 4K รวมไปถึงซีรีส์รุ่นใหญ่สุดจะเป็น MSI Creator 15/17 ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด สเปก Core i รหัส H + RTX Series จัดเต็มด้วยหน้าจอล้ำสุดยิ่งกว่าจาก Mini LED ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นแรกของโลกก็ว่าได้ ไว้ยังไงรอติดตามรีวิวตัวเต็มของ MSI Modern 14 กันอีกทีนะครับ

from:https://notebookspec.com/preview-msi-modern-14-core-i-gen-10/507707/

Preview – Acer Nitro 5 เพิ่มสเปก Ryzen 5 3550H/7 3750H + GTX 1050Ti/1650 เริ่ม 20,900 บาท

เปิดตัวกันไปที่งาน CES 2020 สำหรับ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ ใช้สเปกที่เป็น AMD ชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H/7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1050Ti/1650 ในราคาคุ้มค่าเริ่มต้นที่ 20,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 120Hz แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก AMD ก็จริง แต่เป็น Ryzen + Radeon ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผลสายพันธุ์ AMD ที่ผนวกกับการ์ดจอ NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยได้การ์ดจอ GTX 1650 ที่แรงลื่นยิ่งกว่า RX560X ถือว่าใกล้เคียงกับแบรดน์อื่น สเปกที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แรมขนาด 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ส่วนประกันได้เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก น้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 2×2 MU-MIMO พร้อมซอฟต์แวร์อย่าง NitroSense มาช่วยปรับแต่งเหมือนเดิม

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 120Hz  ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำแซมด้วยสีแดงเอาไว้อยู่ อย่างโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมมีเกล็ดเล็กๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่ง ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อย เวลามือมีเหงื่อออกแล้วไปจับ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ Acer Nitro 5 จะเป็นสีแดงพร้อมกับมีคำว่า Nitro เอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

ด้านในตัวเครื่องงานดีไซน์ก็เหมือนกับ Acer Nitro 5 รุ่นปี 2019 โดยมีพื้นผิวคล้ายกับด้านนอก ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย กดใช้งานได้สะดวกดี การอัพเกรดแรมและ SSD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาหลังนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบสากๆ ทำให้หยิบจำแล้วไม่ลื่นไหล พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว

ทางด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ทางซ้ายเห็นเป็นลักษณะของฟินสีดำสนิท ส่วนช่องทางขวาจะเป็นช่องที่ดีไซน์คล้ายกันเป็นตะแกรงสีดำ แต่ไม่มีพัดลมติดตั้งอยู่ พร้อมแกนฝาพับจะเป็นสีแดง พร้อมมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า Nitro แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ซึ่งดูสวยงามโดดเด่นมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

ไว้อย่างไรมีโอกาสเราคงได้ทำการรีวิว Acer Nitro 5 สเปก 7 3750H + GTX 1650 กันอีกที เรียกได้ว่าตลาด Gaming Notebook ปี 2020 ต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เพราะทาง Acer ต้องเปิดราคามาคุ้มค่าเช่นเดิม แถมได้ประสิทธิภาพความแรงที่ดียิ่งขึ้น (หรือไม่แน่ว่าอาจจะรออัพเดทเป็น AMD Ryzen 4000 Series อีกที) รวมไปถึงส่วนของประกันก็ดีอยู่แล้วที่เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งทุกๆ เชื่อมั่นกัน

from:https://notebookspec.com/preview-acer-nitro-5-ryzen-5-3550h7-3750h-gtx-1050ti1650/507607/

Preview – ASUS ROG Zephyrus G14 จอ 14″ แรงที่สุดในโลก สเปก Ryzen 7 4800HS + RTX 2060 ฝามีไฟ LED ปรับแต่งได้

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น Gaming Notebook ปี 2020 หน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลก สเปก AMD Ryzen 7 4800HS และ NVIDIA GeForce RTX 2060 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่สุดแรงสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงยอดนิยมที่สุด

คุ้มค่าสุดๆ จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน มารวมตัวกันใน ASUS ROG Zephyrus G14 ที่เป็น Gaming Notebook ที่อยู่ในซีรีส์พรีเมียมของ ASUS ที่เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว

  

อีกทั้ง ASUS ROG Zephyrus G14 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Anume Martix ฝาหลังที่เป็นไฟ LED จำนวน 6536 ดวง ที่ปรับแต่งเปลี่ยนแปลงได้ผ่านทางซอฟตฺแวร์ วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมได้สูงสุดที่ 32GB อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับราคาและสเปกยังไม่เคาะขายในไทย แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที และได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย รายละเอียดส่วนนี้รอติดตามกันอีกที

สำหรับสเปก ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายบางเบาแนวใหม่ ด้วยขนาดหน้าจอ 14″ ที่ปกติเราไม่ค่อยได้เห็นกัน ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H (Mobile) ​รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W ) ในเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ที่ร้อนน้อยแรงและแรงขึ้น เช่นเดียวกับ AMD Ryzen 3000 Series (Dekstop) และที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักๆ หรือเล่นเกม 3 มิติก็จะมีความลื่นไหลแน่นอนกว่ารุ่นก่อนๆ

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 17.9 – 19.9 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.6 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.9 มิลลิเมตร ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 120Hz ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุฝาหลังเป็นโลหะให้ดีไซน์ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน ROG ที่เน้นความเรียบง่ายสุดๆ ดูแล้วมีความสดใหม่ เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายทำงานพกพายิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series ที่เน้นคุ้มค่า

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มี 2 สีสันให้เลือกคือ สีขาวและดำ เลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง โดยมุมซ้ายล่างจะเป็นแผ่นสีเงิน ROG ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทานประมาณนึง โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงามทันสมัยพรีเมียม มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus Series

  

ASUS ROG Zephyrus G14 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์สายพกพาบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่าที่เคยมีมาทั้งหมด รวมไปถึงหน้าจอมีขนาด 14″ แบบขอบจอบาง แต่ตัวเครื่องเทียบเท่า 13.3″ เท่านั้น ทำให้ใช้งานได้เต็มตามากขึ้น ส่วนช่องระบายความร้อนมีทั้งหมด 3 ช่อง เป่าออกใต้หน้าจอ 2 ช่อง และด้านขวาอีก 1 ช่อง พัดลม 2 ตัว พร้อมมีระบบ Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย

  

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวสีเดียว (ถ้าเครื่องดำปุ่มจะเป็นสีดำ) ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำพื้นที่ยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์

  

ทัชแพดของ ASUS ROG Zephyrus G14 เองขนาดใหญ่แบบซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน อีกทั้งปุ่ม Power ยังมาพร้อมฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในตัวด้วย

ASUS ROG Zephyrus G14 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 120Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าได้มาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020

  

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องบริเวณขอบที่วางมือซ้ายและขวาซ้ายขวา คุณภาพสูง พร้อมลำโพงซัฟวูฟเฟอร์อีก 2 ตัวด้านใต้ตัวเครื่อง ทำให้กลายเป็นลำโพงมาตรฐาน 2.2 อีกทั้งมี Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

  

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G14 กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่องทั้งหมด มีทั้ง USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต (1 พอร์ตรองรับ DisplayPort 1.4  / USB PD) พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 5 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ยอมรับเลยเลยว่าแอดมินโป้งไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้มานานแล้ว แต่พอได้มาพรีวิว ASUS ROG Zephyrus G14 เชื่อได้เลยว่าตลาด Gaming Notebook สนุกสนานแน่นอน ไม่ใช่แต่เป็นรุ่นหน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลกเท่านั้น  แต่จากการมาของสเปกชิปประมวลผลให้ล่าสุดจาก AMD อย่าง Ryzen 4000 Series ที่ดูแล้วจากรายละเอียดที่เปิดเผยออกมา มีความเหนือกว่า Intel อยู่พอสมควร รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน

แต่จะดีจริงแค่ไหน ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า อันนี้ต้องรอติดตามรีวิวตัวขายจริงกันอีกครั้ง บอกเลยว่าตัวเลือก Gaming Notebook ปี 2020 มีให้เลือกอย่างเยอะ เลือกให้ดีเลือกให้ตรงกับความต้องการก็แล้วกัน เพราะก็ยังมีรุ่นสเปก Core i + GTX / RTX และ Ryzen + Radeon RX / GTX / RTX รุ่นก่อนๆ ในตลาดให้เลือกอยู่พอตัว ปิดท้ายลองไปชมรายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS ROG Zephyrus G14 กันก่อนเลย

from:https://notebookspec.com/preview-asus-rog-zephyrus-g14-gaming-notebook/507288/