คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTENT

รีวิว Lenovo ThinkStation P340 Tiny WorkStation ในขนาดแค่ฝ่ามือ

ใครจะคิดว่าวันนึง WorkStation สำหรับการทำงานหนักๆ จะมาในขนาดที่เท่าฝ่ามือ กับวันนี้พีซีในรูปแบบ Tiny หรือพีซีขนาดจิ๋วที่เล็กกว่าพีซีขนาดทั่วไปถึงกว่า 1 ใน 10 แต่ยังให้ประสิทธิภาพ รวมถึงพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันเหมือนกันอย่างในรีวิว Lenovo ThinkStation P340 Tiny WorkStation ตัวนี้ที่แรงแถมยังต่อจอได้มากถึง 6 ตัวพร้อมกัน

Lenovo Tiny ถือเป็นพีซีที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุดของ Lenovo เลยก็ว่าได้ มีมาก่อน Intel NUC เสียอีก แม้จะเล็กไม่เท่า แต่มีจุดเด่นที่โดดเด่นมากๆตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายใหม่ๆ ทั้งความทนทานที่ได้รับการทดสอบทางการทหรา การอัพเกรทอุปกรณ์ที่สามารถทำได้เหมือนพีซีขนาดใหญ่ รวมไปถึงพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันไม่แพ้กัน และแม้จะเล็กแต่ก็ระบายความร้อนดี ด้วยสเปคระดับเครื่องพีซีอย่างใน

Lenovo ThinkStation P340 Tiny WorkStation ที่มีขนาดแค่ราวฝ่ามือเท่านั้น แต่อัดแน่นด้วยสเปคเทียบเท่าเครื่องไซท์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นซีพียูที่สามารถใส่ได้ถึง Up to 10th Generation Intel® Core™ i9-10900T Processor (โดยสเปคที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็น Core i5-10600T) ในรหัส T ที่เน้นประหยัดพลังงาน แต่ก็ยังให้ประสิทธิภาพไม่แพ้รุ่นปรกติ นอกจากนั้นในส่วนของการ์ดจอที่สามารถติดตั้งแบบแยกได้ถึงระดับ NVIDIA® Quadro® P1000 4GB ที่รองรับการต่อจอภาพได้ถึง 4 จอ พร้อมที่เมนบอร์ดอีก 2 พอร์ต รวมต่อจอได้ถึง 6 จอเลยทีเดียว อีกทั้งพอร์ตเชื่อมต่ออื่นๆที่ครบครัน

หน่วยความจำในส่วนของแรมใช้แบบโน้ตบุ๊ค DDR4 รองรับบัส 2,933 MHz ที่มีความเสถียรสูง แรงรับความจุสูงสุดถึง 64 GB พื้นที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 PCIe ที่ติดตั้งได้ 2 ตัว รองรับความจุรวมสูงสุด 4 TB การรันตีความปลอดภัยด้วยชิป TPM 2.0 ป้องกันการโจรกรรมข้อมูล รวมถึงล๊อคพอร์ต USB ได้ตามต้องการ และยังการันตีการใช้งานร่วมกันได้ของซอฟแวร์เฉพาะทางอย่าง Independent Software Vendor (ISV) รวมถึง Autodesk®, Bentley®, Dassault®, PTC® และ Siemens®

Tech Specs

Processor Up to 10th Generation Intel® Core™ i9-10900T Processor with vPro™ (1.90 GHz, up to 4.60 GHz with Turbo Boost, 10 Cores, 20 Threads, 20 MB Cache)
Operating System
  • Windows 10 Home
  • Windows 10 Pro – Lenovo recommends windows 10 Pro for business
Graphics
  • NVIDIA® Quadro® P1000 4GB
  • NVIDIA® Quadro® P620 2GB
Memory Up to 64GB DDR4 2933MHz
Storage Up to 2 x 2TB M.2 PCIe NVMe SSD
Connectivity Optional Intel® AX201 Wi-Fi 6™ 802.11AX (2 x 2) & Bluetooth® 5.0 with vPro™
Security
  • Trusted Platform Module (TPM 2.0)
  • Kensington® lock slot to secure bottom door
Ports / Slots Front:

  • USB 3.2 Gen 2 Type-A
  • USB 3.2 Gen 1 Type-C
  • Headphone / mic jack

Rear:

  • 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A
  • 2 x USB 3.2 Gen 1 Type-A
  • DisplayPort™
  • HDMI
  • RJ45 (1 Gb Ethernet)
  • WiFi Dipole Antenna (included with optional WiFi card)
  • 4 x Mini-DisplayPort (standard with discrete graphics)
Dimensions (H x W x D) 1.4″ x 7.2″ x 7.0″ / 36.5mm x 182.9mm x 179mm
Weight Starting at 2.91lbs (1.32kg)
ISV Certifications
  • Autodesk® AutoCAD, Inventor, Revit
  • AVEVA® PDMS
  • Avid® Media Composer
  • Bentley® MicroStation
  • Dassault® 3DEXPERIENCE, SOLIDWORKS
  • Nemetschek® Vectorworks
  • PTC Creo®
  • Siemens® NX, Solid Edge, Teamcenter, Tecnomatix
  • McKesson Medical Imaging
Green Certifications
  • EPEAT® Silver
  • Energy Star 8.0
  • GREENGUARD®
  • RoHS Compliant
Power Supply Unit
  • 170W (89% efficient)
  • 230W (89% efficient)

อุปกรณ์ในกล่อง จะเป็นคีย์บอร์ดเมาส์มาตรฐาน ดูโบราณ แต่พิมพ์มันส์มาก

Adapter ที่ให้มาเป็น 170W ขนาดใหญ่ น้อง PSU กันเลยทีเดียว

Lenovo ThinkStation P340 Tiny เป็น WorkStation ที่เล็กมากเพียง 1 ใน 10 ของขนาดเคสพีซีทั่วไปก็ว่าได้ ด้วยความหนาแค่ 36.5 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม แต่แม้จะเล็ก แต่ภายในนั้นมาพร้อมสเปคสูงสุดถึง Intel Core i9 แบบเดียวกับที่อยู่ในเครื่องพีซีทั่วไป พร้อมแรม และฮาร์ดดิสค์ที่สามารถเพิ่มหรืออัพเกรทได้เอง

โดยตัวเคสภายนอกผลิตมาจากโลหะคุณภาพดีแข็งแรง ตกกระแทก หรือรองรับน้ำหนักกดทับได้เต็มที่ พร้อมช่องระบายความร้อนที่มีให้มาอย่างเพียงพอ และที่สำคัญคือพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันไม่แพ้พีซีเครื่องใหญ่

พอร์ตด้านหน้านอกจากช่องระบายความร้อนแล้วยังมี

  • ปุ่มเปิดเครื่อง
  • ไฟแสดงสถานะ
  • USB 3.2 Gen 2 Type-A
  • USB 3.2 Gen 1 Type-C
  • Headphone / mic jack

ฝาด้านบนจะมีช่องระบายความร้อที่ตรงกับพัดลม และโลโก้ซีพียู Intel Core i5 vPro 10 Gen ในเครื่องทดสอบ

ฝาเคสด้านนี้นอกจากระบุ S/N รวมไปถึงรายละเอียดของตัว Lenovo ThinkStation P340 Tiny แล้วยังสามารถเปิดเพื่ออัพเกรทแรม รวมไปถึง SSD M.2 PCIe ที่ติดตั้งมาให้แล้ว

พอร์ตด้านหลังจัดเต็ม โดยเฉพาะต่อจอภาพที่ต่อรวมได้มากถึง 6 จอเลย

  • 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A
  • 2 x USB 3.2 Gen 1 Type-A
  • DisplayPort™
  • HDMI
  • RJ45 (1 Gb Ethernet)
  • 4 x Mini-DisplayPort (สำหรับรุ่นการ์ดจอแยก)

ช่องระบายความร้อนครบครันทุด้านของตัวเคส ช่วยในการถ่ายเทอากาศ ช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี แม้ตัวเคสจะมีขนาดที่เล็กมากก็ตาม

ภายในของ Lenovo ThinkStation P340 Tiny ออกแบบมาให้สามารถเปิดภายในเคสได้อย่างง่ายดายแต่ไขน๊อต สไลด์ออกก้เห็นภายในแล้ว โดยฝั่งนี้จะเป็นส่วนของซีพียู ที่อยู่ภายใต้พัดลมระบายความร้อนแบบโบรเวอร์ และการ์ดจอ NVIDIA® Quadro® ที่อยู่ด้านล่าง

การ์ดจอ NVIDIA® Quadro® P1000 ที่ติดตั้งมา จะระบายความร้อนด้วยฮีทไปป์ที่นำไปยังพัดลมระบายความร้อนซึ่งต่อไปใช้งานร่วมกับพัดลมซีพียู โดยเป็นแบบการ์ดแยกที่เชื่อมต่อกับเมนบอร์ดด้วย PCIe x16 ไม่ได้เป็นชิปฝังบอร์ดเหมือนในรุ่นอื่น ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าเหมือนการ์ดจอแยกปรกติเลย

ส่วนอีกฝั่งแค่สไลด์ออกก็จะเห็นช่องแรมแบบโน๊ตบุ๊ค ที่สามารถติดตั้งได้ 2 แถว และ SSD แบบ M.2 PCIe ที่ติดตั้งได้ถึง 2 ตัว

โดย SSD ที่ติดตั้งมาให้เป็น WD SN730 รุ่นพิเศษสำหรับองค์กร เน้นทนทาน ใช้งานยาวนาน ประสิทธิภาพสูง แต่ใช้ไฟน้อยกว่ารุ่นทั่วไป

Lenovo ThinkStation P340 Tiny เทียบกับโน้ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้ว หนากว่าเล็กน้อย ในขนาดที่เล็กกว่าเยอะ และแน่นอนว่าน้ำหนักเบากว่าด้วย

จุดเด่นของพีซีแบรนด์ ThinkStation เลยก็คือซอฟแวร์ที่ช่วยตรวจเช็คตัวเครื่อง เวลาการรับประกันที่เหลือ ไปจนถึงสามารถเช็คอัพเดทโปรแกรมได้

ในส่วนของสเปคที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็น Intel Core i5-10600T รุ่นพิเศษสำหรับพีซีแบรด์ ที่ให้ประสิทธิภาพไม่แพ้รุ่นปรกติ แต่ประหยัดไฟกว่า พร้อมเทคโนโลยี vPro ที่เสริมด้านความปลอดภัยมากขึ้น

แรมที่ติดตั้งมาให้แล้ว 16GB ที่ความเร็วบัส 2,933 MHz  1 แถว และยังสามารถอัพเกรทเพิ่มได้อีก 1 แถว

ประสิทธิภาพของซีพียู Core i5-10600T แรงกำลังดีทีเดียว

การ์ดจอนอกจากออนบอร์ดของ Intel แล้วยังมาพร้อม NVIDIA Quadro P1000 ที่ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ ประสิทธิภาพสูง เพื่อการทำงานเฉพาะทาง มาพร้อมแรมการ์ดจอ 4GB GDDR5

ประสิทธิภาพของตัวซีพียู Core i5-10600T ไม่แรงมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว

 

คะแนนของ Geekbench ทั้ง 4 และ 5 ให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีทีเดียว

SSD PCIe ที่ให้มาเป็น WD SN730 รุ่นแรงเลยทีเดียว อ่านเขียนได้ถึง 3400 MB/s เลยทีเดียว

ทดสอบการใช้งานทั่วไปอุณหภูมิซีพียูอยู่ที่ราว 35 องศาเซลเซียส จัดว่าเย็นดีทีเดียว

และเมื่อรันซีพียู 100% ความร้อนของซีพียูจะอยู่ที่ราว 7-071 องศาเซลเซียส แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก แต่ก็จัดการระบบระบายความร้อนตัวเครื่องได้ดีทีเดียว ไม่ต้องกลัวเลยว่าเล็กแล้วเครื่องจะร้อน

Lenovo ThinkStation P340 Tiny เป็น WorkStation ขนาดจิ๋วที่สามารถตอบโจทย์สำหรับองค์กรโดยเฉพาะผู้ใช้งานเฉพาะทางด้านกราฟิกได้เป็นอย่างดี ด้วยขนาดที่กะทัดรัด จัดวางตรงไหนก็ได้ แต่ก็ยังให้ออปชั่นไม่แพ้เคสไซท์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ตที่ครบครัน การเปิดเครื่องอัพเกรทที่ทำได้และง่าย รวมไปถึงสเปคภายในที่สามารถติดตั้งซีพียูได้ถึง Intel Core i9 รวมไปถึงการ์ดจอแยกสำหรับงานเฉพาะทางอย่าง NVIDIA® Quadro® P1000  และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัย ระบายความร้อนได้ดี พร้อมการันตีว่าใช้งานร่วมกับโปรแกรมเฉพาะทางได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

สุดท้ายเรื่องของราคาที่หลายท่านอาจจะคิดว่าแพงแน่นอน แต่ความจริงแล้ว Lenovo ThinkStation P340 Tiny มีราคาเริ่มต้นแค่ราว 20,000 บาท เท่านั้น กับสเปคเบื่องต้นที่พร้อมใช้งาน หรือจะปรับแต่สเปคตามต้องการก็สามารถทำได้เลย

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัด
  • วัสดุดีแข็งแรง
  • ประหยัดไฟกว่า พร้อมระบบความปลอดภัย
  • อัพเกรทอุปกรณ์ได้สะดวกและง่าย
  • การ์ดจอแยกต่อจอได้มากถึง 6 จอ
  • ประสิทธิภาพสูงไม่แพ้ WorkStation ไซท์ใหญ่

ข้อสังเกต

  • ยิ่งแรงก็ยิ่งแพง
  • ตัวเลือการ์ดจอแยกจะไม่สามารถติดตั้งการืด WiFi ได้

from:https://notebookspec.com/review-lenovo-thinkstation-p340-tiny-workstation/536788/

หมด 9.9 แต่โปร Acer ยังมี GTX1650Ti เหลือ 25,211 /GTX 1660Ti เหลือ 28,100 /RTX 2060 เหลือ 29,190 บาท

โปรโมชั่นสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด หมด 9.9 แล้ว แต่ก็ยังต่อโปรโมชั่นกันต่อกับโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง GTX1650Ti เหลือ 25,211 /GTX 1660Ti เหลือ 28,100 /RTX 2060 เหลือ 29,190 บาท มีโปรโมชั่นผ่อนได้ด้วย ตบท้ายด้วยโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้ม

เปิดด้วยตัวแรงที่มีส่วนลดเยอะ i5-10300H + GTX 1650Ti แรม 16GB มาเลย ไม่ต้องอัพเกรทแล้ว ราคาปรกติราว 31,990 ลดแล้วเหลือ 29,880 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองร้าน 300 + คูปอง JD 12% อีก 3443 บาท เหลือ 25,247 บาท

ไปตำกันได้ที่

ถ้าเน้นเล่นเกมหนักๆ ราคาคุ้มๆเลยต้องตัวนี้ i5-10300H + RTX 2060 แรม 16GB มาเลย ไม่ต้องอัพเกรทแล้ว ราคาปรกติราว 35,990 ลดแล้วเหลือ 33,990 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองร้าน 300 บาท + คูปอง JD 12% อีก 3500 บาท เหลือ 29,190

ไปตำกันได้ที่

งบไม่เยอะมาก เน้นทำงานเล่นเกมบ้างด้วยการ์ดจอแยกที่ดีขึ้นหน่อย i5-10300H + GTX 1660Ti แรม 16GB มาเลย ราคาปรกติราว 34,990 ลดแล้วเหลือ 33,590 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองร้าน 400 บาท + คูปอง JD 12% อีก 3500 บาท เหลือ 28,100 บาท

ไปตำกันได้ที่

ลดรุ่นมานิดนึง หนากว่าอีกหน่อย แต่สเปคแรงไม่แพ้กัยไม่ว่าจะเป็น i5-1035G1 + MX350 มีออฟฟิตแท้ติดเครื่องมาให้เลย ราคาปรกติราว 23,990 ลดแล้วเหลือ 21,490 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองร้าน 400 บาท + คูปอง JD 10% อีก 2109 บาท เหลือ 19,981 บาท

ไปตำกันได้ที่

ลดรุ่นมานิดนึง หนากว่าอีกหน่อย แต่สเปคแรงไม่แพ้กัยไม่ว่าจะเป็น i5-1035G1 + MX350 มีออฟฟิตแท้ติดเครื่องมาให้เลยลดแล้วเหลือไม่ถึง 20,000 บาท

  • ราคาปรกติ 23,990 บาท ลดแล้ว 21,490 บาท คูปอง 400 บาท = ลดเหลือ 18,941 บาท

ไปตำกันได้ที่

งบน้อยแต่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานราคาคุ้ม แนะนำตัวนี้เลย ราคาปรกติราว 15,990 ลดแล้วเหลือ 14,980 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คููปองร้าน 200 บาท + คูปอง JD 7% อีก 1021 บาท เหลือ 13,559 บาท

ไปตำกันได้ที่

งบน้อยแต่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานราคาคุ้ม แนะนำตัวนี้เลยไม่ถึงหมื่นได้จอใหญ่ Full HD ,SSD 512GB ประกัน 2 ปี ซีพียูก็พร้อมใช้งานต่างๆได้สบาย

  • ราคาปรกติ 10,990 บาท ลดแล้ว 10,490 บาท คูปอง 400 บาท = ลดเหลือ 9,556 บาท

ไปตำกันได้ที่

การใช้คูปองลดราคา แนะนำว่าเข้าไปที่หน้าสเปค กดเก็บโค้ด คูปองส่วนลดก่อน จากนั้นกดใส่ตะกร้าสินค้า กดเข้าไปชำระเงิน จะเห็นราคาสุทธิที่เราจะต้องจ่ายแล้ว ซึ่งเป็นไปตามโปรโมชั่นเลยครับ (แต่ต้องใช้ผ่านแอพ JD CENTRALนะครับ) โปรโมชั่นนี่ยังมีถึงวันที่ 12 ตามไปจัดกันโดยไว้

from:https://notebookspec.com/acer-promotion-nitro5-gtx1650ti-gtx-1660ti-rtx-2060/536583/

Lenovo ThinkStation P620 สุดยอด WorkStation ตัวแรกที่มาพร้อม AMD Threadripper PRO

สำหรับสายทำงานโดยเฉพาะสายเฉพาะทางเช่นทำแอนนิเมชั่น CAD/CAM ไปจนถึงการออกแบบทางวิศวกรรมขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้พีซีเฉพาะทางหรือ WorkStation ซึ่งมีความเชื่อมถือและประสิทธิภาพมากกว่าพีซีประกอบทั่วไป อีกทั้งสเปคภายในก้ออกแบบมาเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ อย่าง WorkStation ที่ทีมงานจะขอแนะนำในวันนี้ครบเครื่องทั้งประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมาพร้อมซีพียูรุ่นพิเศษอย่าง AMD Ryzen Threadripper PRO ใน Lenovo ThinkStation P620

Lenovo ThinkStation P620 เป็น WorkStation ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานที่หนักหน่วง ทำงานแบบ 24 / 7 ได้สบายๆ ด้วยโครงสร้างภายในที่ออกแบบมาเพื่อการระบายความร้อนที่สะดวก การจัดวางองค์ประกอบที่สามารถปรับแต่งหรืออัพเกรทอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างต้องการ โดยเฉพาะซีพียูรุ่นพิเศษที่ติดตั้งใน Lenovo ThinkStation P620 เป็นรุ่นแรกอย่าง AMD Ryzen Threadripper PRO

AMD Ryzen Threadripper เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับสายพีซีประกอบที่ต้องการประสิทธิภาพซีพียูที่ดีที่สุด พร้อมรองรับการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง หรือทำงานด้วยโปรแกรมประมวลผลขั้นสูงที่ต้องการซีพียูที่มีคอร์และเทรดจำนวนมาก และได้อัพเกรทเข้ามาสำหรับองค์กรเพิ่มโวลูชั่นด้านความปลอดภัยและความเชื่อถือมากยิ่งขึ้นด้วย AMD Ryzen Threadripper PRO ที่มีให้เลือกตั้งแต่รุ่น

  • Ryzen Threadripper PRO 3945WX Up to 4.3 GHz ,L3 Cache 64MB (12 core / 24 thread)
  • Ryzen Threadripper PRO 3955WX Up to 4.3 GHz ,L3 Cache 64MB (16 core  / 32 thread)
  • Ryzen Threadripper PRO 3975WX Up to 4.2 GHz ,L3 Cache 128MB (32 core / 64 thread)
  • Ryzen Threadripper PRO 3995WX Up to 4.2 GHz ,L3 Cache 256MB (ุ64 core / 128 thread)

จุดเด่นของ AMD Ryzen Threadripper PRO สร้างขึ้นมารองรับความต้องการที่สูงที่สุดในทุกสภาพแวดล้อมการทำงานทั้งพลังในการเรนเดอร์และตัดต่อในวิดีโอความละเอียดระดับ 8K การสร้างภาพเสมือนจริงและการจำลองภาพที่ซับซ้อน และการประมวลผลโค้ดข้อมูล จำนวนมหาศาลที่รวดเร็วเพื่อเพิ่มเวลาในการทำงานที่มากขึ้นให้กับผู้ใช้ระดับมืออาชีพ

  • เวิร์คสเตชั่นสำหรับงานระดับมืออาชีพตัวแรกของโลกที่รองรับ PCIe® Gen 4 ปลดล็อคศักยภาพของกราฟิกการ์ด และการจัดเก็บข้อมูลแบบเต็มรูปแบบ
  • เลน PCIe® Gen จำนวน 128 เลน พร้อมแบนด์วิดท์ที่มีความเร็วสูงขึ้นถึง 5 เท่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับโปรเซสเซอร์แบบดูอัลคอร์ของคู่แข่ง
  • หน่วยความจำแบนด์วิดท์ระดับชั้นนำ พร้อมด้วยการรองรับหน่วยความ ECC รูปแบบ RDIMM, LRDIMM และ UDIMM จำนวน 8 แชนแนล

ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่อัพเกรทขึ้นมาจาก Ryzen Threadripper รุ่นปรกติ

  • AMD PRO security – ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์อยู่ภายในเพื่อปกป้องข้อมูลที่สำคัญ
  • AMD PRO manageability – การปรับใช้ สร้างภาพและการจัดการที่ง่ายยิ่งขึ้น และเข้ากันได้กับโครงสร้างพื้นฐานของผู้ใช้ในปัจจุบัน
  • AMD Memory Guard – การเข้ารหัสหน่วยความจำแบบเต็มรูปแบบเพื่อช่วยป้องกันการโจมตีข้อมูลที่สำคัญ
  • AMD PRO Business Ready – รับรองความเสถียรของซอฟต์แวร์เป็นเวลา 18 เดือน และพร้อมใช้งานตามแผนงานเป็นเวลา 24 เดือน

การ์ดจอสามารถติดตั้งการ์ดจอสายทำงานระดับ NVIDIA Quadro® RTX™ 6000 24GB GDDR6 ได้ถึง 2 ตัว แรมสูงสุดถึง 512 GB DDR4 3200MHz ฮาร์ดดิสค์แบบ 3.5 นิ้ว ใส่ได้ 4 ลูก

ใช้งานได้ยาวนาน หมดห่วงเรื่องความร้อน

ด้วยระบบระบายความร้อน Tri-Channel Cooling ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าฮาร์ดแวร์ภายในจะไม่เกิดความร้อนสะสมจนเกินขีดจำกัด รวมถึงช่องทางระบายอากาศภายในยังเอื้อต่อการทำงานของแรมที่ความเร็วสูง นอกจากนี้ ThinkStation P620 ยังใช้พัดลมจำนวนน้อยกว่าเครื่องอื่น ๆ แต่สามารถระบายความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อรองรับการใช้งานเป็นระยะเวลายาวนาน

ถูกสร้างมาสำหรับทั้งผู้ใช้ตัวจริง และผู้ดูแลด้านไอที

ประสิทธิภาพระดับเวิร์คสเตชัน ช่วยให้สามารถเรนเดอร์ภาพ VR ได้ตามต้องการ ด้วยขุมพลังจาก Ryzen Threadripper PRO และกราฟิกจาก NVIDIA® Quadro® รวมถึงยังผ่านการรับรองมาตรฐาน ISV certified จากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง Autodesk® Bentley® และ Siemens® คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐาน ISV ได้ที่นี่.

ThinkStation P620 ได้รับการออกแบบมาให้สามารถจัดเตรียมเครื่อง ติดตั้ง และดูแลจัดการได้ง่าย ทั้งยังผ่านการทดสอบความทนทานในหลากหลายสภาพแวดล้อม ทำให้คุณเชื่อใจได้ในด้านความน่าเชื่อถือและความทนทาน เมื่อประกอบกับรูปลักษณ์และคุณภาพงานประกอบอันโดดเด่น ความสามารถในการใช้งานได้ยาวนาน ใช้ระยะเวลาในการปิดระบบเพื่อซ่อมแซมระบบน้อยลง ทำให้กลายเป็นข้อได้เปรียบสำหรับการใช้งานระดับองค์กร ที่สำคัญ ด้านของระบบและซอฟต์แวร์ภายใน

ก็สามารถปรับแต่งมาเพื่อให้สามารถใช้งานประสิทธิภาพเครื่องได้สูงที่สุด เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Lenovo Performance Tuner และ Lenovo Workstation Diagnostics มาใช้งาน

ถ้าท่านต้องการ WorkStation เพื่อการทำงานเฉพาะทาง ไปจนถึงการทำงานที่หนักหน่วง ไม่ว่าจะงานด้านวิศวกรรม ไปจนถึงงานตัดต่อที่ลื่นไหลและรวดเร็วยิ่งกว่าด้วย AMD Ryzen Threadripper PRO ใน Lenovo ThinkStation P620 สามารถสั่งซื้อ พร้อมปรับแต่งสเปคได้ตามต้องการที่ตัวแทนจำหน่าย Lenovo แล้ววันนี้

from:https://notebookspec.com/recommend-lenovo-thinkstation-p620-workstation/535217/

Acer @ JD ล๊อต 2 โน้ตบุ๊คสายทำงานนำโดย Swift SF5 เหลือ 25,000 บาท SWIFT SF3 เหลือ 18,000 บาท

มาต่อกับโปรโมชั่น Acer @ JD CENTRAL ล๊อตที่ 2 สำหรับโน้ตบุ๊คสายทำงาน เน้นความบางเบา ลดราคา พร้อมของแถมพิเศษ ราคาก้ได้ของแถมก็มีทั้งราคาเบาๆ ACER A314 ในราคาแค่ 13,000 บาท ไปจนถึงตัวท๊อปสายเบาอย่าง Swift SF5 เหลือ 25,000 บาท พร้อมของแถมพิเศษ

โดยโปรโมชั่นเหล่านี้ เป็นโปรโมชั่นที่ทาง JD CENTRAL ส่งให้ทีมงานก่อนใคร ซึ่งจะได้ราคาพิเศษ รวมถึงโปรโมชั่นโค้ดส่วนลดต่างๆในเวลา เที่ยงคืนของเช้าวันที่ 6 ถึง เที่ยงคืนของวันที่ 12 กันยายนนี้จ้า

โดยวิธีได้ราคาพิเศษนี้ก็แค่กดเก็บโค้ด ใส่ตะกรา จากนั้นกดชำระเงินบนแอพในสมาร์ทโฟนก็ได้ราคานี้แล้ว

เปิดด้วยโน้ตบุ๊คสายทำงานในฝันของหลายท่านด้วยจุดเด่นในด้านความบางเบา พร้อมสเปคที่ครบทั้งทำงานและเล่นเกมเบาๆได้สบาย ด้วย i51035Gq + MX250 ราคาปรกติราว 29,990 ลดแล้วเหลือ 28,590 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองเหลือ  25,159.2 บาท พร้อมแถมเพิ่ม ADATA Micro SD 128 GB + Sony XB01 Bluetooth Speaker รวมเกือบ 3,000 บาท

ไปตำกันได้ที่

ลดรุ่นมานิดนึง หนากว่าอีกหน่อย แต่สเปคแรงไม่แพ้กัยไม่ว่าจะเป็น i5-1035G1 + MX350 มีออฟฟิตแท้ติดเครื่องมาให้เลย ราคาปรกติราว 23,990 ลดแล้วเหลือ 21,490 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองร้าน 400 บาท + คูปอง JD 10% อีก 2109 บาท เหลือ 19,981 บาท

ไปตำกันได้ที่

เปลี่ยนจาก Intel มาเป็น AMD กันบ้างกับ Ryzen 5 4500U บางเบา วัสดุดีไม่แพ้กัน ราคาปรกติราว 22,990 ลดแล้วเหลือ 20,990 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คูปองร้าน 400 บาท+ คูปอง JD 10% อีก 2059 บาท เหลือ 18,531 บาท

ไปตำกันได้ที่

งบน้อยแต่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานราคาคุ้ม แนะนำตัวนี้เลย ราคาปรกติราว 15,990 ลดแล้วเหลือ 14,980 บาท และโปรโมชั่นพิเศษ

  • คููปองร้าน 200 บาท + คูปอง JD 7% อีก 1021 บาท เหลือ 13,559 บาท

ไปตำกันได้ที่

from:https://notebookspec.com/acer-jd-central-promotion-swift-sf5-swift-sf3/536050/

ทำคอนเทนต์ให้อยู่นานตามแนวคิด วงศ์ทนง-สุทธิชัย ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ได้ง่าย

หากเอ่ยถึงการทำงานในวงการสื่อสารมวลชนให้อยู่รอดได้ยาวนาน ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะยุคออนไลน์ที่คนสามารถส่งข้อมูลหรือเรื่องราวต่างๆ ได้แบบทันท่วงที ยิ่งทำให้การทำงานในวงการนี้ต้องแอดวานซ์ขึ้น ในแง่ของสร้างการจดจำ สร้างแบรนด์ให้แข็งแรง หรือสร้างตัวตนให้ยั่งยืน

ในงาน iCreator Conference2020 by All Online ที่ทีมงาน thumbsup ได้เข้าไปฟังงานสัมมนา โดยเลือกฟังผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อสองท่าน คือคุณโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้บริหารสื่อชั้นนำทั้ง A Day และ The Standard กับ คุณสุทธิชัย หยุ่น อดีตผู้ก่อตั้งเนชั่น และครีเอเตอร์รายการสุทธิชัยไลฟ์มาสรุปให้ท่านผู้อ่านได้ฟังกันค่ะ

โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้บริหารสื่อที่มีประสบการณ์ในการปั้นธุรกิจสื่อให้ประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งพี่โหน่งกล่าวยอมรับเองว่า ตัวเขาล้มมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาลุกขึ้นมาสู้ต่อทุกครั้ง

“ความเข้าใจผิดของทุกคนที่มีต่อผม อาจคิดว่าผมประสบความสำเร็จทุกอย่าง แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำแล้วล้มเหลวก็ไม่น้อยเหมือนกัน”

คุณโหน่ง เล่าว่า การล้มครั้งแรกของเขาคือการพลาด “เกียรตินิยม” ในตอนเรียนมหาวิทยาลัย ที่เขาลอกข้อสอบในห้อง เพราะไม่อยากแพ้และถูกพักการเรียน เพราะเชื่อว่าการได้คะแนนสอบที่ดีจะทำให้เส้นทางการทำงานของเขาจะสดใส เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต เพราะหลังจากที่พลาดเป้าในครั้งนี้ ก็ค้นพบเป้าหมายใหม่และรู้สึกว่าการเรียนได้เกรดที่ดีไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตมันเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านเข้ามา

จากนั้น พอได้เริ่มทำงานในฝันคือนิตยสารและพยายามพัฒนาความสามารถ ก็ทำงานมา 4 ปีได้เป็นบรรณาธิการในอายุ 26 ปี กับนิตยสาร Trendy Man และมาเจอปัญหาฟองสบู่แตก บริษัทตัดสินใจปิดหนังสือเล่มนี้ และนั่นก็ทำให้เขาต้องพบกับความล้มเหลวอีกครั้ง

ในชีวิตความเป็นจริง ทุกคนไม่ได้ทำอะไรแล้วราบรื่น ประสบความสำเร็จไปทุกครั้ง ช่วงชีวิตของคนที่ทำงานแล้วไม่เวิร์ค ล้มเหลว ล่มไม่เป็นท่ากันทั้งนั้น

“ผมคิดว่าคนจำนวนมากเวลาเจอปัญหาและอุปสรรคจะตกใจและเสียสติไปกับมัน ผมแนะนำให้คุมสติอย่าตื่นตระหนก และมองปัญหาให้ชัด จากนั้นถอยออกมาและจับตามองว่า ปัญหามีรูปร่างอย่างไร พอถอยออกมาเราจะรู้ว่าปัญหาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด”

ถ้าใช้ความอึด ถึก อดทน จากนั้นให้ฮึดและสู้ คุณจะผ่านปัญหาไปได้ นั่นคือ ทำให้ตัวเองอนทนต่ออุปสรรค ปลุกตัวเองขึ้นมาสู้ สร้างกำลังใจให้กับตัวเอง แล้วก็ลงมือทำอย่างสุดความสามารถ

เคล็ดลับการสร้างแบรนด์ 

ในมุมมองของคุณโหน่งนั้น มีเคล็ดลับที่เขานำมาใช้ในการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จนั้น ประกอบด้วย

  1. Creativity ความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างมูลค่า สร้าง Solution สร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จได้
  2. Design การออกแบบหรือดีไซน์เป็นที่คนมักมองข้าม แต่การออกแบบดึงดูดคนได้ สร้างคุณค่าให้กับงาน
  3. Self-improving contents คอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญของทุกอย่าง The Standard ยึดหลักสร้างคอนเทนต์ที่ช่วยตอบโจทย์การพัฒนาตัวเองทั้งความคิด การทำงาน รวมถึงสุขภาพ
  4. Audience centricity โลกทุกวันนี้ต้องบาลานซ์การสื่อสารระหว่างผู้สื่อสารและผู้อ่าน แต่ต้องสร้างคุณค่าให้กับคอนเทนต์ หรือแม้แต่โฆษณาก็ต้องทำให้มีคุณค่า
  5. Innovation maintenance
  6. Trust ความเชื่อใจระหว่างกัน
  7. Team spirit ยึดหลัก 4 ข้อคือ Empathy ความเข้าอกเข้าใจ, Agile ความคล่องยืดหยุ่น คิดเร็วทำเร็ว, Passion พลังที่ช่วยให้ตื่นขึ้นมาทำงานในสิ่งที่ชอบ, Mission สร้างจุดยืนให้กับตัวเอง ยกตัวอย่าง The Standard ยึดหลัก “ Stand up for the People”

อีกท่านหนึ่งที่เรียกว่าเป็นต้นแบบในการทำสื่อของนักสื่อสารมวลชนหลายท่านให้ความชื่นชม คงหนีไม่พ้นคุณสุทธิชัย หยุ่น ตำนานแห่งวงการสื่อสารมวลชนไทย ที่สามารถปรับตัวเปลี่ยนผ่านมาได้ทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ พอดแคสต์ รวมถึงแอป TikTok ที่มาแรงในตอนนี้

การทำข่าวหรือสื่อมวลชนในอดึตนั้น มีขั้นตอนการทำงานเยอะมากกว่าในปัจจุบัน เช่น การสัมภาษณ์ แกะเทป บางทีอัดเทปแล้วเกิดข้อมูลหาย ก็ต้องอาศัยความจำ ใช้ต้นทุนในการทำงานสูงกว่าทั้งในเรื่องของเงินและจำนวนคน การเล่าก็ต้องน่าสนใจและดึงคนอยู่ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์ยุคไหนสมัยไหน การมีคอนเทนต์ให้น่าสนใจต้องปรับปรุงและเรียนรู้ตลอดเวลา เทคโนโลยีเรียนได้ แต่คอนเทนต์ที่ดีคือ เราต้องกระหายอยากรู้และตื่นเต้นว่าจะสร้างคอนเทนต์แบบไหนให้คนอยากติดตาม

หลายคนอาจคิดว่าการมีคอนเทนต์เยอะๆ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ แต่ที่จริงแล้วคนที่เข้าใจและอยากรับรู้คอนเทนต์ของเราต่างหากถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จในการทำคอนเทนต์

สำหรับผมการที่เราอยู่ในยุคที่มี Social Media ใหม่ๆ เกิดขึ้นถือว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าให้มาได้ดีมากๆ เลย ในสมัยก่อนผมต้องวิ่งไปรอที่ตู้และมีเหรียญหยอดเรื่อยๆ ในการส่งข่าว เป็นความยากลำบากในการส่งข่าวอย่างยิ่ง แต่ในยุคที่เรามีการทำงานทุกอย่างมีความสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก

การเริ่มต้นเข้าสู่โซเชียลมีเดียนั้น ไม่ได้ยาก สิ่งสำคัญคือการปรับตัว เราต้องกล้าที่จะกระโดดเข้าไปลองเล่นในเวทีนั้นๆ และใช้งานจนชิน ชีวิตเราจะเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่น่าขึ้น ในมุมมองของผมคิดว่า สิ่งที่น่ากลัวคือการที่เราไม่กล้าเข้าไปทดลองสิ่งใหม่ๆ แล้วปล่อยโอกาสทิ้งไว้สุดท้ายเเล้วต้องเริ่มเปลี่ยนที่ Mindset ของเราเอง การที่เราไม่กล้าคือเรากลัวและไม่กล้าไปเสียทุกอย่าง ผมต้องการคำตอบเดียวคือทำไมต้องทำ

อย่างการที่ผมเริ่มต้นทำ Tiktok หลายคนบอกว่าผมไม่เหมาะกับแพลตฟอร์มนี้ นั่นเพราะหลายคนมองว่าผมแก่ใช่ไหม แต่สำหรับผมแล้ว ถ้าที่นั่นมีคนชุมนุมเยอะ ผมจะเข้าไปสร้างตลาด ถ้ามันมีตลาดอยู่แล้วผมจะเข้าไป ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ของวัยรุ่นหรือวัยทำงาน ถ้าหาสิ่งที่เหมาะสมกับความสนใจของเขานั่นย่อมเป็นโอกาส

แค่เปลี่ยนวิธีการนำเสนอข่าวของผมให้เหมาะสม พูดให้ได้ สนุกและสั้นภายใน 60 วินาที ปกติผมต้องทำคอนเทนต์ยาว ถ้าเราปรับตัวเรื่องเหล่านี้ตลอดเวลาเราต้องทำให้ได้ ท้าทายตัวเองตลอดเวลา เมื่อเราคิดว่าทำได้ เราก็ต้องทำได้ ความเร็ว ความไว ความสร้างสรรค์ คือจุดเปลี่ยนในการทำคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จ

“การทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มใหม่ๆ ไม่สำเร็จทันทีหรอกครับ ก็ต้องปรับตัว ทำ 10 ครั้ง ไม่เวิร์ค 8 ครั้ง แต่รอดแค่ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้วครับ”

อย่างไรก็ตาม การที่เราเล่นหลายๆ แพลตฟอร์ม จะช่วยให้เราได้ฐานคนดูที่มากและกว้างขึ้น สามารถช่วยให้เรามองอะไรได้กว้างขึ้น มองเห็นสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น

อย่างเช่น Facebook Live ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของวงการโทรทัศน์ ช่วยทำทุกอย่างง่ายไปหมด เปลี่ยนโลกได้ทั้งโลก ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายนอกจากโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว

ปัจจุบันหลายสำนักห่วงแต่เรตติ้ง ต้องการเป็นไวรัล คนเเชร์เยอะ คนอ่านเยอะ จนทำให้เกิดเป็นสื่อที่ขายดราม่า จนทำให้คนดูมองว่าขาดการทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม ขาดการไว้เนื้อเชื่อใจอย่างที่เมื่อก่อนเคยทำได้

ในตอนนี้ทุกคนสามารถหาข้อมูลข่าวสารจากอินเทอร์เน็ตได้ เเละทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์ได้เช่นกัน แต่เส้นบางๆ ที่แบ่งระหว่างนักข่าวกับคนทั่วไปคือความเป็นมืออาชีพและจรรยาบรรณ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้เส้นแบ่งตรงนี้ได้ค่อยๆ เลือนหายไปทำให้วงการสื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

นอกจากนี้ ในอนาคตของสังคมไทยในแง่ของการเสพคอนเทนต์ จะมีการตรวจสอบข่าวเท็จ (Fake News) มากขึ้น, ควรมีพื้นที่ส่วนกลางในการเสนอความคิดเห็นของทุกด้าน สุดท้ายเเล้วสิ่งที่คนทำคอนเทนต์ควรรู้คือ “หาตัวเองให้เจอ แล้วคอนเทนต์จะเกิดขึ้นเอง

from:https://www.thumbsup.in.th/content-offline-to-online?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=content-offline-to-online

Advice ลดแรง โปรโมชั่น คอมมาร์ท ช้อปครบ จบที่เดียว โน้ตบุ๊ค พีซี คอมประกอบ DIY ใน Commart 2020

แอดไวซ์ กลับมาอีกครั้ง!! กับ Commart 20 – 23 ส.ค. 63 นี้ ที่ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 98-99 ยกขบวนสินค้าไอทีแบรนด์ดัง พร้อม โปรโมชั่น ส่วนลดสุดพิเศษ โปรแรง ช้อปครบ จบที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ค พีซี คอมประกอบ DIY และอุปกรณ์ไอทีครบครันพร้อม โปรโมชั่น คอมมาร์ท มากมายในงานที่คุณไม่ควรพลาด !!

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

พบกับโปรผ่อนง่าย….สบายกระเป๋า!! เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

นอกจากนี้เชิญสัมผัส กับ แอดไวซ์ นาทีทอง Online ลดสูงสุด 99% อยู่บ้านก็ลุ้นได้!! เขากับยุค New Normal
Live ทุกวัน เวลา 13.00 น. และ 18.00 น. ติดตามรายละเอียดและร่วมสนุกได้ที่ Fanpage : AdviceClub

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

โปรโมชั่น คอมมาร์ท พบกับ Comset สุด Exclusive พร้อมให้คุณได้เป็นเจ้าในราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 8,990 บาทเฉพาะที่ แอดไวซ์ เท่านั้น!!!

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

Intel Experience Zone สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำ “THE POWER OF 10 “
ขุมพลังที่แท้จริงจาก Processsor Gen ใหม่ล่าสุดจาก Intel พร้อมให้ทดสอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าใคร

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

Shopee x Advice รับส่วนลด 7% สูงสุด 1,500 บาท เมื่อช้อปครบ 15,000 บาท!!

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

ยังเรียนอยู่ไม่มีปัญหา..ถือบัตรนักศึกษามาหาพี่!! โปรโมชั่นพิเศษจาก Thisshop
สำหรับนิสิต-นักศึกษาที่ต้องการผ่อนสินค้าโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต สามารถใช้บัตรนักศึกษามาผ่อนสินค้าที่แอดไวซ์ได้แล้ว!!!

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

โปรโมชั่นของแถมส่งตรงจากญี่ปุ่น เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 5,000 บาท หมุนฟรี Gashapon โมเดลลิขสิทธิ์แท้จาก BANDAI และตู้พิเศษ สำหรับพ่อบ้านใจกล้า แม่บ้านใจถึง ลุ้นรับของรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

โปรโมชั่น คอมมาร์ท

ยังไม่พอสำหรับนักช้อปออนไลน์เชิญพบกับ “Advice IT Expo 2020” 20 – 23 ส.ค. 63
ช้อปสินค้าไอทีออนไลน์กับแอดไวซ์ ราคาเดียวกับงานคอมมาร์ต เปิดโอกาสให้กับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางงานคอมมาร์ต ด้วยโปรโมชั่นพิเศษหน้าเว็บไซต์ www.itexpo.advice.co.th ยกรายการสินค้าและราคาจากงานคอมมาร์ตมาแบบเต็มๆ เอาใจลูกค้าสายช้อปออนไลน์ ที่ไม่ต้องเดินทางมาที่งานเพื่อเลี่ยงสถานที่คนพลุกพล่านและเป็นอีกหนึ่งช่องทางอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดอีกด้วย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Advice

from:https://notebookspec.com/advice-promotion-commart-2020-pc-notebook-diy/533352/

Acer x Intel Project Avenger เปิดให้ร่วมทดสอบเล่นเกม Marvel’s Avengers พร้อมแนะนำ Gaming Notebook

ถือว่าเป็นอีก 1 กิจกรรมที่น่าสนใจจากทาง Acer x Intel Project Avenger งานนี้ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว แค่ลงทะเบียนรับโค้ดทดลองเล่นเกม Marvel’s Avengers ฟรี เพื่อร่วมทดสอบ Closed Beta บนเครื่องพีซี ที่มอบให้เป็นพิเศษจาก Intel เท่านั้น รีบลงทะเบียนกันด่วนๆ โดยโค้ดเกมมีจำนวนจำกัด ที่นับได้ว่าเกม Marvel’s Avengers เป็นอีกหนึ่งสุดยอดเกม จากทาง Square Enix  ซึ่งร่วมมือกับ Partner มากมาย ที่สำคัญคือมี Intel นั่นเอง แน่นอนว่าทาง Acer เองก็เป็นหนึ่งในส่วนร่วมนั้นด้วย คลิกดูข้อมูล

สำหรับเกม Marvel’s Avengers มีรายละเอียดของตัวเกมก็ได้เผยออกมาแล้ว โดยตัวเกมจะดำเนินเรื่องใหม่ทั้งหมดเล่าถึงเหตุการณ์เฉลิมฉลอง A-Day จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทีมต้องแตกหักแยกทางกันแต่เนื้อหาเกมหลักจะอยู่ในช่วง 5 ปีให้หลังที่ผู้เล่นจะต้องรวบรวมทีม Avengers ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้จะมีตัวละครให้เล่น 5 ตัวได้แก่ Captain America, Thor, Iron-Man, Black Widow และ Hulk ตามตัวอย่าง ระบบเกมสามารถเล่นได้ออนไลน์ทั้งแบบคนเดียวหรือ Multiplayer เล่นร่วมกันได้ 4 คน

และล่าสุด Acer ยังมีการจัดข้อเสนอพิเศษไว้สำหรับคนที่กำลังมองหา Gaming Notebook ใหม่ๆ สำหรับเล่นเกมที่หลากหลายแบบ สเปกได้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H มากมาย มาพร้อมกับการ์ดจอตัวแรง NVIDIA GeForce GTX / RTX ได้แรมและ SSD จัดเต็ม ซึ่งมีรุ่นต่างๆ ให้เลือก อาทิ Acer Nitro 5 / Acer Predator Helios 300 / Acer Predator Triton 300 / Acer Predator Triton 500 แต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

Acer Nitro 5 15 / 17 ราคา 29,990 – 41,990 บาท

Acer Nitro 5 AN515 เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ และ Acer Nitro 5 AN517 เป็น Gaming Notebook ขนาดจอ 17.3″ ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ตอนนี้พร้อมขายอย่างเป็นทางการหลากหลายรุ่นแล้ว โดยผสานความแรงร่วมกับการ์ดจอ GeForce รุ่นล่าสุด ซึ่ง Acer Nitro 5 AN515 / Acer Nitro 5 AN517 เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ ราคาคุ้มค่า หนัก 2.3 / 2.7 กิโลกรัม ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515 / Acer Nitro 5 AN517 ใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / GTX 160 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที

Acer Nitro 5 AN515 / Acer Nitro 5 AN517 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.7 กิโลกรัม และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Nitro 5 AN515 / Acer Nitro 5 AN517 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

Predator Triton 300 ราคา 43,990 – 59,990 บาท

Acer Predator Triton 300 มีตัวเลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i5-10300H ทำงานที่ความเร็ว 2.50 – 4.50 GHz แบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด และ Core i7-10750H ทำงานที่ความเร็ว 2.60 – 5.0 GHz แบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงที่ได้ทั้งความแรงและร้อนน้อยกว่าอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) สนนราคาเริ่มต้นถูกสุด ที่ 43,990 บาทในฝั่งของ Gaming Notebook แบรนด์ Predator

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 16GB / 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB / 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz / 3ms ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน 

Acer Predator Triton 300 (2020) ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องสีดำแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook จากทาง Acer Predator ปี 2020 นี้ก็ว่าได้ มีความบางสุด 19.9 มิลลิเมตร และเบาที่ 2.3 กิโลกรัม และถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่ขอบบาง แต่ไม่ได้มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไปแต่อย่างใด เชื่อว่าหลายคนน่าจะถูกใจสิ่งนี้ โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน

สำหรับดีไซน์ตัวปุ่มเองก็มีความพิเศษที่เป็นขอบสีขาวกึ่งโปร่งแสงให้ความสวยงามเวลาใช้งานจริง รวมถึงบริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ให้วิ่งไปมาตามโปรไฟล์ต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ เช่นตั้งไว้เป็นสีขาวหรือสีฟ้าสีเดียว

Predator Helios 300 ราคา 49,990 – 59,990 บาท

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ที่จะจำหน่ายในประเทศไทย มาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา หลักๆ แล้วเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ส่วนการ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) พร้อม แรมขนาด 16GB / 32GB DDR4 Bus 2933 MHz ที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB – 1TB รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

มีตัวเลือกหน้าจอขนาด 15.6″ หรือ 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 144Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง DTS:X Ultra ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2600 Ethernet Controller

Acer Predator Helios 300 (2020) จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง จากการที่ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% โดยได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พกพาพอได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง กับน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม และ 2.9 กิโลกรัม ตามลำดับ

คีย์บอร์ดถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ โดยบริเวณด้านขวาของชุดคีย์บอร์ดยังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเวลาที่จะปรับแต่งการใช้งานโหมดต่างๆ รวมไปถึงการปรับรอบพัดลมหรือปรับสีไฟคีย์บอร์ดด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่เป็นโทนฟ้าต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่สำคัญไฟคีย์บอร์ด LED ก็เป็นแบบ RGB แบ่ง 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้

Predator Triton 500 ราคา 79,990 – 89,990 บาท

Acer Predator Triton 500 ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 10H ในรุ่น Core i7-10875H ทำงานที่ความเร็ว 2.3 – 5.1 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-10750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q (8GB GDDR6) / RTX 2080 Super Max-Q (8GB GDDR6) เป็นตัวแรงที่สุดในฝั่งของ Gaming Notebook 

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 300Hz / 3ms / G-Sync ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 สนนราคา 79,990 / 89,990 บาท

ซึ่งจากสเปกนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A  และ LAN RJ45 Killer Ethernet E3100, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth V5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน Killer Wi-Fi 6 AX1650G

สำหรับ Acer Predator Triton 500 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบาง ขอบจอบางที่ได้ความแรงไม่แพง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 2.1 กิโลกรัม บางที่ 17.9 มิลลิเมตร (จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นนึง) ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

คีย์บอร์ดของ Acer Predator Triton 500 มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไป แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ถูกใจนัก ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจว่าถ้ามีมันจะแน่นเกินไป ดูใช้งานไม่ได้จริงแถมยังไม่สวยงาม ทำให้ทาง Acer ตัดสินใจเลือกที่จะเน้นใช้งานแป้นคีย์บอร์ดหลักด้วยการไว้ตรงกึ่งกลางตัวเครื่องแทน โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน นอกจากนี้บริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก

อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษ ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ Per-Key RGB แบบเต็มรูปแบบ เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย

from:https://notebookspec.com/acer-x-intel-project-avenger/531994/

ซื้อแว่น VR เล่นเกมสุดล้ำ Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ใน Commart 2020 ราคาพิเศษ 9,990 บาท (ปกติ 14,990 บาท)

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมในการเล่นเกมสุดล้ำ สำหรับ Windows Mixed Reality โดยเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AR และ VR เอาทั้ง 2 อย่างนี้มารวมกันเป็นสื่อผสมแบบเสมือนจริง โดยระบบการทำงานนี้จะมีความคล้ายคลึงกับการทำงานบน Microsoft HoloLens โดยจะรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่เป็นตัว Creators Update ขึ้นไปที่ทาง Microsoft ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับ ซึ่งการทำงานจะคล้ายๆ แว่น VR ของ HTC Vive และ Oculus Rift

ล่าสุดด้วยการมาของ Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ซึ่งบอกเลยว่า Acer ทำการตลาดได้รวดเร็วก่อนใครเสมอมา หลายปีก่อนก็ทำออกมาเป็นเจ้าแรก โดยในรุ่นนี้ก็เป็นการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วนด้วย ที่สำคัญคือมีราคาวางจำหน่ายประมาณ 14,990 บาทเท่านั้น ซึ่งในงาน Commart 2020 ครั้งนี้ก็จัดโปรโมชั่นพิเศษลดเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับประสบการณ์เล่นเกมที่เราจะได้

OJO500 Bundle with Optic system, Hard Strip, Headphone & Motion Controllers

  • เต็มอิ่มด้วย Resolution 2,880 x 1,440 พิกเซล พร้อมด้วย Refresh Rate ที่ 90 Hz
  •  แถมหูฟังกับ Controller ไปพร้อมกับ VR
  • รองรับเกมที่เล่นผ่าน Steam  
  • ติดตั้งง่าย ไม่ต้องติดตั้ง Sensor แยก
  • ออกแบบมาให้สวมใส่ได้สบาย ด้วยรูปแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสรีระเฉพาะของแต่ละคน ทำให้สวมใส่ได้นาน
  • ทำจากพลาสติกทำให้น้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงทนทาน
  • สามารถพลิกตัวแว่นขึ้นได้โดยไม่ต้องถอด
  • ราคาเพียงแค่หมื่นต้นๆ (14,990 บาท) ***พิเศษเฉพาะใน Commart 2020 ราคา 9,990บาท***
  • Warranty 1ปี (ถ้าเสียสามารถนำเข้ามาที่ศูนย์บริการของ Acer ทั่วประเทศ)

Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ต้องใช้คอมพิวเตอร์สเปคที่เป็นการ์ดจอ GTX 1650 ขึ้นไป หรืออย่างน้อยก็ควรเป็น GTX 1050 ขึ้นไปแล้วกัน ส่วนชิปประมวลผลก็เป็น Intel Core i5-10300H / AMD Ryzen 5 4600H ขึ้นไป ซึ่ง Gaming Notebook อย่าง Acer Nitro 5 รองรับแน่นอน หรือใครจะเอาไปใช้ Predator Series รุ่นต่างๆ ก็จะใช้งานได้เยี่ยมยอดยิ่งขึ้นไปอีก

จากการใช้งานและงานดีไซน์บอกเลยว่า Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ทุกอย่างดูลงตัว และการใช้งานได้จริงในส่วนของการเล่นเกมแทบไม่แตกต่างจากแว่น VR ตัวแพงรุ่นอื่นเลย ซึ่งตัว Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) นอกจากจะเอามาเล่นเกมแล้ว จุดประสงค์ของมันจริงๆ คือไว้สำหรับใช้งานร่วมกับ Windows 10 ที่เป็น Creators Update ขึ้นไปให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

กล่าวคือเราสามารถใช้ Windows Mixed Reality ในการดูหนัง ฟังเพลง ท่องเว็บ หรือใช้งานโปรแกรมอื่นๆ ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ แตกต่างจากดูหน้าจอคอมปกติแบบเดิมๆ อันแสนน่าเบื่อก็ได้ด้วย กับราคาโปรโมชั่น 9,990 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยกับอุปกรณ์มีฟีเจอร์ฟังก์ชั่นเด็ดๆ แบบนี้ หากเพื่อนๆ คนไหนมีงบประมาณถึงหรืออยากลองเล่น VR บอกเลยว่า Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ตัวนี้สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีแน่นอนทีเดียว

ใครสนใจก็จัดในงาน Commart 2020 ที่จัดขึ้น ณ ไบเทคบางนา ระหว่างวันที่ 20 – 23 สิงหาคมนี้ได้เลย ที่บอกก็เลยว่าราคาพิเศษจริงๆ ใครอยากซื้อก็ซื้อได้เลย เดี๋ยวงานจบราคาจะปรับเป็นปกติที่ 14,990 บาทนะครับ ยังไงก็ไปลองเล่นลองดูที่งานกันก่อนก็ได้ ค่อยตัดสินใจอีกที

from:https://notebookspec.com/acer-windows-mixed-reality-price-9990-baht/532762/

Review – MSI Modern 14 สเปก Ryzen 4000U แรงลื่นคุ้มเบา 1.6 โล แบตนาน 13 ช.ม.

MSI Modern 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่นราคาคุ้มค่า มาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดครั้งแรกใน MSI อย่าง Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 / 7 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมสีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS ความละเอียด Full HD บางเฉียบ ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 19,990 / 23,590 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

from:https://notebookspec.com/review-msi-modern-14-spec-ryzen-4000u/532257/

รีวิว HP 15s โน้ตบุ๊กบางเบา ดีไซน์สวย สำหรับงานในชีวิตประจำวัน ความบันเทิง อัพเกรดได้

ในอดีตนั้นการมองหาโน้ตบุ๊กบางเบา แต่สเปคราคา ราคาสบายกระเป๋า ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในปัจจุบัน คุณสามารถหาซื้อได้ง่ายกว่าเดิม เพียงแต่คุณจะเลือกแบบใด ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และวันนี้ HP 15s จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณ

hp 15s

HP 15s-gu0001AU จัดเป็นโน้ตบุ๊กบางเบา ราคาสบายกระเป๋า จับต้องได้ง่าย เพราะสนนราคาค่อนข้างเป็นมิตร กับดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย สามารถพกพาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวกทีเดียว เพราะน้ำหนักที่เบาเพียง 1.74Kg เทียบกันแล้ว เท่าได้กับพกหนังสือนิยายหนาๆ ไปอ่านเล่นในวันพักผ่อน 2-3 เล่มเท่านั้น หน้าจอขนาด 15.6″ กว้างขวางสำหรับการทำงาน ดูหนังหรือท่องเว็บ โดยคุณสามารถเปิดเอกสาร Word หรือ Excel แบบคู่กัน สำหรับเปรียบเทียบข้อมูลได้ง่าย ด้วยการแบ่งหรือ Split Windows

โดยรุ่นที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ ใช้ซีพียู AMD Athlon 3150U ความเร็วสูงสุดที่ 3.3GHz และเป็นแบบ 2 core/ 4 thread และมีกราฟิก APU ที่เป็น Radeon แชร์หน่วยความจำร่วมกับแรมระบบ ที่มีอยู่ถึง 8GB แม้ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นประหยัด แต่ทาง HP ก็ยังจัด SSD 256GB ในแบบ PCIe ที่มีความเร็วสูงมาให้ และสามารถอัพเกรดหรือเปลี่ยนเป็นความจุที่สูงขึ้นได้ในอนาคต และนอกจากนี้ยังให้หน้าจอ 15.6″ ในแบบ SVA ในแบบ Anti-Glare บนความละเอียด 1920 x 1080 สนนราคาสบายกระเป๋า และยังมี Windows 10 Home มาด้วย แบตขนาด 3-cell, 41Wh ซึ่งรองรับการใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทีเดียว

Specification

  • HP Laptop – 15s-gu0001au
  • Processor: AMD Athlon™ Gold 3150U (2.4 GHz base clock, up to 3.3 GHz max boost clock, 4 MB L3 cache, 2 cores)
  • Chipset: AMD Integrated SoC
  • Memory, standard: 8 GB DDR4-2400 SDRAM (1 x 8 GB)
  • Video graphics: AMD Radeon™ Graphics
  • Hard drive: 256 GB PCIe® NVMe™ M.2 SSD
  • Optical drive: Optical drive not included
  • Display: 39.6 cm (15.6″) diagonal FHD, SVA, anti-glare, micro-edge, WLED-backlit, 220 nits, 45% NTSC (1920 x 1080)
  • Wireless connectivity: Realtek RTL8821CE 802.11b/g/n/ac (1×1) and Bluetooth® 4.2 Combo
  • Network interface: Integrated 10/100/1000 GbE LAN
  • Expansion slots: 1 multi-format SD media card reader
  • External ports: 1 SuperSpeed USB Type-C® 5Gbps signaling rate; 2 SuperSpeed USB Type-A 5Gbps signaling rate; 1 HDMI 1.4b; 1 RJ-45; 1 AC smart pin; 1 headphone/microphone combo
  • Minimum dimensions (W x D x H): 35.85 x 24.2 x 1.99 cm
  • Weight: Starting at 1.74 kg
  • Power supply type: 45 W Smart AC power adapter
  • Battery type: 3-cell, 41 Wh Li-ion
  • Battery life mixed usage: Up to 6 hours
  • Video Playback Battery life: Up to 8 hours
  • Webcam: HP TrueVision HD Camera with integrated dual array digital microphone
  • Audio features: Dual speakers

การออกแบบและฟีเจอร์

hp 15s

ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น HP 15s รุ่นนี้ ไม่ได้เน้นความหวือหวา เรื่องการออกแบบ ยังคงดีไซน์ในปี 2020 ที่เน้นความเรียบง่าย ให้โทนสีเงินแบบเมทัลลิค วัสดุเป็นแบบพลาสติก ที่ค่อนข้างแข็งแรง รวมถึงทำสีสันให้ดูคล้ายอะลูมิเนียม เป็นแบบเดียวกันทั้งบอดี้ งานประกอบแน่นหนามากทีเดียว พร้อมด้วยโลโก้ HP ที่อยู่ด้านบนของ Cover

hp 15s

นอกจากนี้ยังทำพื้นผิวสัมผัสให้เรียบลื่น แต่ก็สามารถติดมือ ไม่ลื่นไหลง่ายเกินไป และไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย การปิด Cover ยังมีความแน่น

hp 15s

จับกระชับ วัสดุสวยงาม ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง จึงค่อนข้างวางใจได้ในการเคลื่อนย้ายและพกพาไปใช้ที่ต่างๆ Cover ไม่บอบบาง และน่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ เพราะไม่เป็นรอยง่ายนั่นเอง

hp 15s

บานพับเป็นแกนเดียว ซึ่งเป็นแกนหลักของตัวเครื่อง มีความแข็งแรง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโน้ตบุ๊กขนาด 15.6″ เช่นนี้ ขอบหน้าจอมีความบาง 2 ด้านซ้าย-ขวา ด้านบนและด้านล่างจะหนาขึ้นมาเล็กน้อย และมีโลโก้ HP บริเวณด้านล่างของหน้าจอ

hp 15s

มุมนี้ทำให้เห็นถึงดีไซน์ที่ค่อนข้างลงตัว เพราะไม่ได้มีความเทอะทะ แต่เน้นพื้นที่ใช้งาน สังเกตได้จากขอบจอที่บาง และขอบด้านข้างคีย์บอร์ด ที่วางได้เต็มพื้นที่

hp 15s

มุมมองจากด้านข้าง ที่บางเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะกับการพกพาไปยังที่ต่างๆ ทำได้สะดวก จับกระชับมือ เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมา ด้านใต้ก็จะยกขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้การระบายความร้อนทำได้ดีขึ้น

hp 15s

ทัชแพด แยกส่วนออกจาก ปุ่มคลิ๊กซ้าย-ขวา ออกจากกัน อาจทำให้คนที่ชอบการใช้งานทัชแพดเป็นหลัก ขัดใจบ้างเล็กน้อย เพราะการปรับเลื่อน หรือใช้งานร่วมกันหลายนิ้ว เพื่อสั่งงานอาจสะดุดอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ดี บางคนอาจจะชอบ เพราะกดคลิ๊กได้แม่นยำมากขึ้น

hp 15s

แถบด้านล่างของหน้าจอ มีขนาดที่ใหญ่พอสมควร ด้านล่างจะเป็นส่วนของลำโพงที่วางยาวตลอดหน้าจอไป

hp 15s

สำหรับเสียงที่ได้จากลำโพง ที่ติดตั้งมาบน HP 15s รุ่นนี้ อาจไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เก็บเสียงแหลมละเอียด หรือเสียงกลางแน่นๆ แต่ถ้าจะใช้ในงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง และความบันเทิงในการเล่นเกม ก็ตอบโจทย์ได้ จากการทดลองเปิดเพลง แนวแจ๊สที่ฟังนุ่มๆ ดูจะเหมาะกับลำโพงชุดนี้ แต่ถ้าเน้นโทนกีตาร์หรือกลองหนักๆ แล้วหวังว่าจะแยกความคมชัดได้ อาจต้องมองในกลุ่มของ Pavilion แทน ส่วนการเล่นเกม เสียงเอฟเฟกต์และความสนุกยังอยู่ครบ

hp 15s

ในส่วนของพื้นที่วางมือ กว้างขวางวางสบาย ในโซนด้านขวา ที่มักมีการติดตั้งอุปกรณ์จำนวนมากเอาไว้ ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน ขอแค่ด้านล่างเปิดทางให้ดูดลมเข้า เป่าลมออกได้ ก็ถือว่าทำงานได้อย่างแน่นอน สามารถดูรายละเอียดการทดสอบอุณหภูมิได้ในช่วงท้าย

hp 15s

ปุ่มเพาเวอร์สำหรับเปิด-ปิด อยู่ทางด้านซ้ายบนของโน้ตบุ๊ก ดูจะเป็นเพียงปุ่มเดียวที่ปรากฏอยู่บนตัวเครื่อง ตามสไตล์ของโน้ตบุ๊กกึ่งทำงาน เรียบง่าย ส่วนปุ่มอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้บนปุ่ม Fn ของคีย์บอร์ดนั่นเอง

hp 15s
hp 15s

มาดูกันที่พอร์ตต่อพ่วงด้านข้างของ HP 15s รุ่นนี้ ประกอบไปด้วย RJ-45, HDMI แบบพอร์ตเต็ม และ USB 3.1 Type-C รวมถึงไฟสถานะการทำงานของ HDD และไฟเพาเวอร์ รวมถึงมีแจ๊คสำหรับหูฟังมาด้วย ค่อนมาทางด้านหน้าเครื่อง ก็สะดวกดีทีเดียว

hp 15s
hp 15s

อีกด้านหนึ่งนั้น จะประกอบด้วย AC Power สำหรับชาร์จไฟ และพอร์ต USB 3.1 Type-A รวมถึง multi-format SD media card reader สำหรับเมมโมรีการ์ด SD

hp 15s

มิติโดยรวมของโน้ตบุ๊ก HP รุ่นนี้ จะค่อนข้างเล็กและบาง เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กขนาด 15.6″ ที่เป็นเกมมิ่ง ด้วยขนาด 35.85 x 24.2 x 1.99 cm และน้ำหนักเพียง 1.74Kg เท่านั้น

hp 15s
hp 15s

สำหรับแบตที่ติดตั้งมานี้ จะเป็นแบบ 3-cell, 41 Wh ในแบบลิเธียมไอออน ระบุการใช้งานมาที่ 6 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานทั่วไป และ 8 ชั่วโมง เมื่อเล่นวีดีโอแบบต่อเนื่อง

hp 15s

ขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งที่ติดตั้งกล้องเว็บแคม HP TrueVision HD Camera มาด้วย พร้อมไมโครโฟนแบบคู่

hp 15s
hp 15s
hp 15s

ขอบจอทางด้านซ้ายและขวา ที่บางเป็นพิเศษ จะเป็นกรอบสีดำ ตัดกับบอดี้ที่เป็นสีเงิน เน้นความเรียบง่าย

hp 15s

แกะดูองค์ประกอบด้านในเครื่อง จะเห็นได้ว่ายังพอมีจุดที่ให้อัพเกรดได้บ้าง เช่น สล็อตแรมที่มีให้ถึง 2 สล็อตด้วยกัน และว่างสำหรับการอัพเกรดเพิ่ม

hp 15s

รวมถึงมี SSD M.2 NVMe PCIe มาให้ 1 สล็อต ติดตั้ง SSD 256GB มาให้ ถ้าใครต้องการปรับเปลี่ยน ก็ต้องถอดตัวเดิมออก แล้วใส่ความจุที่มากขึ้นเข้าไป

hp 15s

การทดสอบ

hp 15s

ข้อมูลจากโปรแกรม CPU-z ระบุว่าเป็นซีพียู AMD Athlon 3150U ทำงานแบบ 2 core/ 4 thread และมีแรม DDR4 2400 8GB ติดตั้งมาให้

hp 15s

ทดสอบด้วย CINEBench R20 ตัวเลขคะแนนอยู่ที่ 632 PTS ซึ่งประสิทธิภาพอยู่ในระดับพอใช้ สำหรับงานประเภทนี้ อีกทั้งโน้ตบุ๊ก HP 15s ออกแบบมาสำหรับใช้งานทั่วไป เน้นความบางเบา ประหยัดไฟ แต่ก็สามารถใช้งานด้านแต่งภาพ หรือกราฟิกพื้นฐานได้เช่นกัน

hp 15s

ในการทดสอบ SSD ตัวเลขที่ได้อยู่ที่ 1,775MB/s สำหรับ Read และ 1,008MB/s สำหรับ Write

hp 15s

มาดูในเรื่องของอุณหภูมิในการทำงานกันบ้าง ในเบื้องต้นเราทดสอบด้วยโปรแกรม OCCT ในโหมด CPU Test อุณหภูมิในช่วง idle บนวินโดวส์ปกติ จะอยู่ที่ประมาณ 35 องศาเซลเซียส และเมื่อ Full load แบบ 4 thread ต่อเนื่อง อุณหภูมิขยับมาที่ 71 องศาเซลเซียสโดยประมาณเท่านั้น ซึ่งถ้ามองในแง่ของการใช้งานจริง โอกาสที่ซีพียูจะทำงานระดับ 100% เรียกว่าน้อยมาก สำหรับแอพพลิเคชั่นพื้นฐานทั่วไป หรือแม้กระทั่งการเล่นเกมก็ตาม

hp 15s

ในการทดสอบการเล่นเกม ด้วยเกม World of Tank Blitz บนความละเอียด Medium หรือ High settings เกมก็ยังไหลไปได้ แทบไม่เกิดอาการกระตุก ก็ถือว่าเป็นแนวเกมที่เหมาะกับกราฟิกบนซีพียูระดับนี้ หรือถ้าเป็นแนวแบบ DOTA ก็เล่นได้เช่นกัน

hp 15s

ทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ ที่มาพร้อมกับ HP 15s รุ่นนี้เป็นแบบ 3-cell ให้ระยะการทำงานต่อเนื่องได้ราว 6-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน ในกรณีที่ใช้งานปกติ ท่องเน็ต เปิดงานเอกสารสลับกันไป อาจไปได้ถึง 8 ชั่วโมง แต่ถ้าดูหนังต่อเนื่องจะอยู่ที่ราว 6 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระดับเสียงและความสว่างของหน้าจอด้วย

hp 15s

ในการทดสอบของทีมงาน เราเปิดระดับเสียงที่ 40% และความสว่างของหน้าจอระดับ 60% ในการเล่นวีดีโอ 4K บน Youtube ตัวเลขที่ได้จะอยู่ที่ราว 6 ชั่วโมงโดยประมาณ ซึ่งถ้าเซ็ตค่าดีๆ ปิดโปรแกรมที่ทำงานเบื้องหลัง และปิดเอฟเฟกต์ รวมถึงการตั้งค่าใน Power Options ก็น่าจะเกิน 7 ชั่วโมงขึ้นไปได้ไม่ยาก

Conclusion

ในภาพรวมต้องถือว่า โน้ตบุ๊กบางเบา HP 15s รุ่นนี้ แม้จะไม่ได้มีหน่วยประมวลผลที่ร้อนแรง เช่นในกลุ่มของโน้ตบุ๊ก Convertible ซึ่งมักจะมีการใช้งานที่หลากหลาย แต่ด้วยความเร็วและแกนหลักที่รองรับกับการใช้งานแอพพลิเคชั่นพื้นฐานในปัจจุบันได้ บนบอดี้ที่มีความบาง และน้ำหนักเบาเพียง 1.74Kg. จึงกลายเป็นจุดแข็งของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ เพราะทำให้พกพาได้สะดวกมากขึ้น จึงเหมาะกับคนทำงาน นักเรียน หรือคนที่ต้องการโน้ตบุ๊กจอใหญ่ สำหรับพรีเซนเทชั่นหรือความบันเทิงในชีวิตประจำวัน และขอบจอที่บางพิเศษ จึงทำให้ได้พื้นที่ในการใช้งานได้เต็มที่ และลดขนาดของบอดี้ลงมา ให้สามารถพกพาไปใช้ และไม่ต้องมีพื้นที่มากมายในการวาง

อีกสิ่งที่สำคัญคือ แม้จะราคาไม่สูง แต่ทาง HP ก็ยังใส่ SSD PCIe 256GB มาให้ รวมถึงแรม 8GB แต่ที่น่าสนใจก็คือ ยังมีสล็อตแรมมาให้เพิ่ม สำหรับการอัพเกรดในอนาคต ส่วน SSD อาจจะไม่ได้เร็วมากนัก ถ้าเทียบกับในรุ่น 512GB ที่ใส่มาใน HP Pavilion แต่ก็ถือว่าเร็วกว่า SSD SATA ทั่วไปอยู่พอสมควร ซึ่งหากไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ก็สามารถเปลี่ยนได้เช่นกัน และในส่วนของการเล่นเกม กราฟิก Radeon ที่มีมานั้น ก็พอรองรับการเล่นเกม 3 มิติพื้นฐานได้ แต่ถ้าปรับ Quality ของเกมให้เหมาะสม ก็น่าจะเล่นได้ในอีกหลายๆ เกม นอกเหนือจาก World of Tank ที่เราได้ทดสอบไป ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ ก็ใช้งาบนได้นานกว่า 6 ชั่วโมง สำหรับงานทั่วไป

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องน้ำหนักเบาเพียง 1.74Kg และบาง พกพาง่าย
  • ติดตั้ง SSD M.2 PCIe มาด้วย
  • เพิ่มสล็อตแรมมาให้ สำหรับการอัพเกรดเพิ่มได้ 16GB
  • ดีไซน์ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ดูดีในแง่ของวัสดุและความเงางาม
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ระดับ 6-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน
  • มาพร้อมพอร์ต USB 3.1 มีทั้งแบบ Type-A และ Type-C
  • รับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service
  • HP SmartFriend (Plus) บริการหลังการขายที่มากกว่า
  • เล่นเกม 3 มิติแบบพื้นฐานได้

ข้อสังเกต

  • ใช้ซีพียู AMD Athlon เป็นแบบ 2 core/ 4 thread
  • ไม่มีสล็อตเพิ่มเติมสำหรับ M.2 แต่เปลี่ยนตัวใหม่ได้
  • ความเร็วของ SSD อยู่ในระดับปานกลาง และให้มาเพียง 256GB

ราคา ประมาณ 11,900 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: HP 15s-gu0001AU

Award

สำหรับ Best Value นี้ ดูจะเหมาะกับโน้ตบุ๊กในกลุ่มที่เน้นความคุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า โดยโน้ตบุ๊ก HP รุ่นนี้ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 11,900 บาท แต่ให้บอดี้ที่สวย มีความบางเบา แต่มีซีพียู 2 core/ 4 thread ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย แม้จะไม่ได้เน้นไปที่โปรแกรมเฉพาะทาง หรือการเล่นเกมที่หนักหน่วง แต่รองรับแอพพลิเคชั่นในชีวิตประจำวันได้ดี อีกทั้งการใช้ซีพียูที่ประหยัดพลังงานนี้ ยังช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น จากการทดสอบอยู่ที่ 6-8 ชั่วโมง รวมกับ SSD PCIe และแรมที่มีให้ 8GB ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าในระดับเดียวกัน จะมาเป็น HDD และแรม 4GB โน้ตบุ๊ก HP 15s รุ่นนี้ ให้ความคุ้มค่าน่าใช้ ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐาน HP ด้วย ถือว่าคุ้มค่า

from:https://notebookspec.com/review-hp-15s-notebook-light-and-slim/531144/