คลังเก็บป้ายกำกับ: CONTAINER

ไมโครซอฟท์หยุดพัฒนา SQL Server สำหรับ Windows Container

ไมโครซอฟท์ประกาศหยุดโครงการ SQL Server on Windows Containers ที่เปิดตัวเมื่อปี 2017 และค้างอยู่ในสถานะเบต้าโดยไม่ได้ออกมาเป็นโครงการเพื่อการค้าจริงจัง โดยหลังจากนี้ตัวอิมเมจใน Docker Hub จะถูกลบทิ้ง

แม้ว่า SQL Server จะถูกออกแบบมาเพื่อทำงานบนวินโดวส์เป็นหลัก แต่การใช้งานในกลุ่มคอนเทนเนอร์ก็นิยมอิมเมจลินุกซ์มากกว่า ตัวเลขจาก Docker Hub ระบุว่าอิมเมจ SQL Server on Windows Container นั้นมีอัตราการ pull เพียงประมาณ 1 ล้านครั้ง เทียบกับ SQL Server on Linux ที่มีอัตราการ pull มากกว่า 50 ล้านครั้งแล้ว

SQL Server on Linux จะขาดฟีเจอร์จากรุ่นวินโดวส์ไปจำนวนหนึ่ง เช่น database mirroring, merge replication, managed backup

การยกเลิกการซัพพอร์ต SQL Server ครั้งนี้สร้างคำถามต่อ Windows Container โดยรวมที่อาจจะไม่ได้รับความนิยมนัก แพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์เอง เช่น .NET ก็รองรับลินุกซ์ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลูกค้าองค์กรอาจจะเลือกคอนเทนเนอร์ลินุกซ์เหมือนกับคอนเทนเนอร์อื่นๆ มากกว่า

ที่มา – The Register

No Description

from:https://www.blognone.com/node/123604

AWS เปิดบริการ AWS App Runner รันคอนเทนเนอร์แบบไม่ต้องจัดการโครงสร้างเอง

AWS เปิดบริการ AWS App Runner บริการรันคอนเทนเนอร์โดยไม่ต้องจัดการเลเยอร์อื่นๆ รวมถึงไม่ต้องเรียนรู้บริการที่ซับซ้อนอย่าง Kubernetes

ผู้ใช้หลักของบริการนี้น่าจะเป็นเว็บต่างๆ ที่โครงสร้างไม่ซับซ้อน และไม่ต้องการจัดการระบบปฎิบัติการ หรือเวอร์ชั่น Docker เอง โดยบริการ App Runner นี้ทาง AWS จะคอนฟิก load balancer, สร้างใบรับรองเข้ารหัส, และจัดการการ scale ระบบให้เอง

ผู้ใช้สามารถเลือกดีพลอยจากอิมเมจใน ECR หรือจากซอร์สโค้ดโดยตรง โดยตัว App Runner จะเปิดให้คอนฟิกคำสั่ง build และคำสั่งรัน

ค่าบริการ App runner คิดตามทรัพยากรที่คอนเทนเนอร์ใช้งาน โดยมีเครื่องขนาด 1-2 ซีพียู และแรม 2-4 GB คิดค่าบริการรายชั่วโมง ค่าซีพียูคอร์ละ 46 ดอลลาร์ต่อเดือนและค่าแรม 5.04 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีค่า automatic deployment และคิดเวลารัน build ตลอดจนค่าทราฟิกแยกต่างหาก

ที่มา – AWS

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122805

[Guest Post] จับตาไอทีปี 2564 หัวใจคือ Digital และ Trust

จับตาไอทีปี 2564 หัวใจคือ Digital และ Trust :  โดยนายสุภัค  ลายเลิศ กรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

 

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ต่อเนื่องจนถึงปี 2564 ได้สะท้อนปรากฎการณ์การพึ่งพาเทคโนโลยีที่มีผลเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม ธุรกิจ และพฤติกรรมของผู้คนสู่ดิจิทัลชนิดฉับพลันทันด่วน หลายสำนักวิจัยด้านไอที อาทิ การ์ทเนอร์ ไอดีซี ต่างเห็นต้องกันว่า กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีในโลกความปกติใหม่จะยึดโยงคนเป็นศูนย์กลางบนหลักการไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้รองรับการใช้งานซึ่งกระจายไปทุกที่อย่างทั่วถึง สามารถสร้างกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติที่ปรับเปลี่ยนได้ทันทุกการเปลี่ยนแปลง มีระบบความมั่นคงปลอดภัยที่ทนทานต่อภัยคุกคามได้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งวางแนวทางจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกบนความโปร่งใสเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเมื่อถอดรหัสระหว่างบรรทัด จะพบว่า หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีจะต้องตอบโจทย์องค์กรธุรกิจและผู้ใช้งานควบคู่ไปกับการสร้าง กระบวนการทำงานแบบดิจิทัล (Digital Process) และ การบริหารจัดการที่ไว้วางใจได้ (Trust) เพื่อให้องค์กรสามารถต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจไปยาว ๆ  จึงเป็นที่มาของระบบไอทีที่ต้องมีในปี 2564 ซึ่งคือ

 

คลาวด์-เวอร์ช่วลไลเซซัน ต้นทางเทคโนโลยียุคดิจิทัล

            วิกฤตในปีที่ผ่านมาทำให้เราเห็นการพัฒนากระบวนการทำงานแบบดิจิทัลอย่างรวดเร็วด้วย คลาวด์และเวอร์ช่วลไลเซชัน เพื่อรองรับการทำงานออนไลน์จากทุกที่ ส่วนปีนี้ เราจะเห็นการผสานการทำงานของคลาวด์ประเภทต่าง ๆ ในแบบ Hyper Converged ในการเปลี่ยนผ่านระบบงานในปัจจุบัน และพัฒนาระบบงานใหม่ ๆ บนคลาวด์โดยเฉพาะ (Cloud Native) เพื่อนำบริการธุรกิจขึ้นสู่ออนไลน์มากกว่าเดิม ซึ่งรวมถึงองค์กรต้องเพิ่มระบบการทำงานเสมือนหรือเวอร์ช่วลไลเซชันภายใต้การควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined) ให้ครบครันทั้งเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ เน็ตเวิร์ค แอปพลิเคชัน รวมถึงเทคโนโลยี VDI ในการจัดการกับเวอร์ช่วลเดสก์ท็อป เพื่อส่งต่อระบบทำงานที่แม่นยำและเป็นอัตโนมัติตรงจากส่วนกลาง (Automate Deployment) ผ่านการควบคุม ปรับปรุงประสิทธิภาพ และกำกับนโยบายความปลอดภัยในการเข้าใช้งานทรัพยากรได้ครบถ้วนและคุ้มค่า เช่น เทคโนโลยี HPE SimpliVity 380 แพลตฟอร์มคลาวด์องค์กร Nutanix และ Hypervisor AHV หรือ VMware Cloud Foundation ในการสร้างระบบเสมือนที่ครอบคลุมการใช้งานหน่วยประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย แอปพลิเคชัน และการทำงานของเวอร์ช่วลแมชชีนต่าง ๆ

 

คอนเทนเนอร์ กับการพัฒนาแอปฯ บนก้อนเมฆ

มาตรการล็อคดาวน์ทำให้พฤติกรรมคนมุ่งสู่การใช้งานออนไลน์ผ่านอุปกรณ์โมบายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เป็นที่มาของการใช้ เทคโนโลยีเอดจ์คอมพิวติ้ง สำหรับประมวลผลและรับส่งข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อที่รวดเร็วให้กับอุปกรณ์ปลายทาง ทั้งเกิดการใช้ เทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ ที่มากขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ได้รวดเร็ว กะทัดรัด ใช้ทรัพยากรน้อยแต่มีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบันมีการหยิบฟังก์ชันการทำงานของซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ในองค์กรมาย่อส่วนด้วยคอนเทนเนอร์ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อลดขั้นตอนติดตั้งที่ยุ่งยากและส่งขึ้นคลาวด์ในรูปแบบไมโครเซอร์วิสต่าง ๆ ไว้เสริมบริการธุรกิจบนออนไลน์มากมาย โดยมี คูเบอร์เนเตส (Kubernetes) ไว้ควบคุมการทำงานของคอนเทนเนอร์ ซึ่งกระจายตัวบนคลาวด์หรือระบบคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ให้ทำงานได้เหมาะสมและไม่รบกวนกัน อย่างการใช้  HPE Container Platform ในการพัฒนาติดตั้งใช้งานซอฟต์แวร์คอนเทนเนอร์ Blue Data ซึ่งเป็นคอนเทนเนอร์สำหรับการจัดการด้านเอไอ แมชชีนเลิร์นนิ่ง และบิ๊ก ดาต้า หรือ HPE Machine Learning Ops ไว้สนับสนุนการทำงานของแมชชีนเลิร์นนิ่งบนคอนเทนเนอร์ที่เหมาะกับคลาวด์ในองค์กร คลาวด์สาธารณะ หรือ ไฮบริดคลาวด์ โดยมีความปลอดภัยสูง

 

แรนซั่มแวร์ ภัยคุกคามที่ไกลกว่าไวรัสคอมพิวเตอร์

          ในอดีต เราเคยตีกรอบภัยคุกคามไว้แค่ไวรัสที่โจมตีระบบไอที แต่ในโลกดิจิทัลไวรัสตัวจี๊ดอย่าง  แรนซั่มแวร์ได้เปลี่ยนเป้าไปมุ่งสร้างความเสียหายต่อธุรกิจโดยตรง เช่น สร้างอีเมล์ลวงหรือเว็บไซต์ปลอม ก่อกวนระบบด้วยพฤติกรรมเคลื่อนไหวแปลก ๆ เลวร้ายที่สุด คือ การมุ่งขโมยข้อมูลธุรกิจและข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การโจมตีตรงเข้าสู่ฐานข้อมูลหรืออีเมล์เซิร์ฟเวอร์ในองค์กร แฝงตัวผ่านการใช้งานของยูสเซอร์เมื่อมีการเข้ารหัสผ่านเครื่องเดสก์ท็อประยะไกล บลูทูธ โอเอสหรือแอปพลิเคชันของอุปกรณ์โมมาย ไอโอทีต่าง ๆ ดังนั้น การรับมือภัยคุกคามจากนี้ไป ต้องเป็นระบบที่ตรวจสอบได้ครบทั้ง คน (People) และ อุปกรณ์ (Things) ว่าได้รับอนุญาตให้เชื่อมเข้าสู่ระบบหรือไม่ ได้ถึงระดับใด หรือมีพฤติกรรมเคลื่อนไหวใช้งานอย่างไร เพื่อหาทางป้องกันหรือแก้ไขได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดปัญหา เช่น HPE Cohesity ระบบบริหารจัดการข้อมูลบนแพลตฟอร์มกลางตัวเดียวในการสอดส่องการเข้าถึง สำรอง และกู้คืนข้อมูลเมื่อต้องเผชิญกับแรนซัมแวร์ Trend Micro XDR (Detection & Response) ซึ่งวิเคราะห์การและจัดการทุกการโจมตีในหลายลำดับชั้นความปลอดภัยทั้งอีเมล์ อุปกรณ์ปลายทาง เซิร์ฟเวอร์ เน็ตเวิร์ค คลาวด์ หรือ VMware Carbon Black ซึ่งพัฒนามาเพื่อรับมือกับแรนซั่มแวร์โดยตรง

         

ข้อมูลกับความเชื่อมั่นทางดิจิทัล และ PDPA 

          ข้อมูลส่วนตัวในรูปแบบดิจิทัลซึ่งถูกผลิตขึ้นมากมายบนออนไลน์ กลายเป็นสินทรัพย์สำคัญซึ่งสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ การดักจับข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยเอไอ หรือ แมชชีนเลิร์นนิ่งก็เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการที่เข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคใหม่ หรือสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำผ่านเทคโนโลยีเออาร์และวีอาร์ที่เข้าถึงอุปกรณ์โมบายชนิดที่อาจนำเสนอเนื้อหาหรือบริการที่รุกล้ำสิทธิส่วนตัวเกินจำเป็น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA จึงต้องมีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัล (Digital Trust) ซึ่งไม่ได้เป็นการห้ามไม่ให้มีการใช้ข้อมูลแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องนำไปใช้ให้ตรงกับคำขออนุญาต ต้องแสดงให้เห็นกระบวนการวิเคราะห์หรือนำข้อมูลไปใช้งานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงมีการเข้ารหัสข้อมูลในขั้นตอนการทำงานหรืออัลกอริทึมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล เช่น VMware Workspace one เพื่อดูแลการเข้าถึงข้อมูลจากอุปกรณ์ปลายทาง VMware Horizon กำกับการใช้งานข้อมูลและแอปพลิเคชันผ่านเวอร์ช่วลไลเซชันหรือคลาวด์ VMware vSAN เพื่อกำหนดนโยบายและขั้นตอนจัดเก็บข้อมูล VMware NSX ดูแลการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คใน-นอกองค์กรหรือข้ามพรมแดนเพื่อสร้างระบบความปลอดภัยข้อมูลเชิงรุก Data Privacy Manager เน้นการจัดการความปลอดภัยที่เจาะจงต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน ผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางธุรกิจ IBM Security Guardium ในการแยกแยะและป้องกันโดยการเข้ารหัสหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูล IBM MaaS 360 with Watson สำหรับกำกับการใช้งานอุปกรณ์ปลายทางที่เชื่อมผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อตรวจสอบสิทธิเข้าถึงข้อมูล ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง และเพิ่มเครื่องมือระบุตัวตนเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ นอกจากนี้ องค์กรอาจเพิ่มเครื่องมือด้านการบริหาร เช่น เครื่องมือในการค้นหาข้อมูล บริหารจัดการสิทธิของเจ้าของข้อมูล รวบรวมบันทึกความยินยอมในรูปเอกสารหรือจากเว็บเพจต่าง ๆ และจัดการการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการรั่วไหลของข้อมูล เป็นต้น

          เทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ที่อาจจะอยู่กับเราไปตลอดปี 2564 เท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมการพัฒนาระบบไอทีให้พร้อมรับโลกยุคดิจิทัลบนวิถีความปกติใหม่ทั้งในปัจจุบันและอนาคตถัดไป (Next Normal)

                                                            

         

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-yipinsoi-digital-trends-2564-key-digital-and-trust/

Docker แยกโครงการ Registry ออกเป็นโครงการแยก ใช้ชื่อ Distribution พร้อมส่งเข้า CNCF

Docker Inc ผู้ดูแลโครงการ Docker ประกาศแยกโครงการส่วน Registry ออกมาเป็นโครงการใหม่ในชื่อ Distribution พร้อมกับบริจาคโค้ดเข้า CNCF ให้ดูแลโครงการ

แม้ Docker จะเป็นผู้ออกแบบฟอร์แมตไฟล์อิมเมจสำหรับรันคอนเทนเนอร์ทุกวันนี้ (จนคนเรียกสลับกันไปมาระหว่าง Docker และคอนเทนเนอร์) แต่ในโลกองค์กรก็มี Registry ใช้งานกันหลายยี่ห้อ เช่น Harbor ของ VMWare หรือ Quay (คี) ของ Red Hat ทาง Docker ระบุว่าหลายครั้งโครงการมัก fork จาก Docker ออกไปแล้วแก้นิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่ส่งโค้ดกลับเข้าโครงการต้นน้ำ ทำให้ขาดความร่วมมือในการพัฒนา

แนวทางการสร้างโครงการแยกครั้งทาง Docker หวังว่าจะให้ทุกคนมาช่วยกันพัฒนา Registry กลางที่ทุกคนนำไปพัฒนาต่อได้ โดยติดต่อเชิญชวนนักพัฒนาจาก GitHub, Digital Ocean, Mirantis, และ Harbor แล้ว

ที่มา – Docker

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121042

ค่าขนส่งทางเรือหลายเส้นทางทำสถิติสูงสุดใหม่ แถมตู้คอนเทนเนอร์เปล่าขาดแคลนทั่วโลก กระทบผู้ส่งออก

ค่าขนส่งทางเรือหลายเส้นทางทำสถิติสูงสุดใหม่รอบหลายปี ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้ผลิตที่จะส่งของมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาตู้คอนเทนเนอร์เปล่าขาดแคลน ซึ่งกระทบกับผู้ส่งออกรวมถึงผู้ผลิตสินค้าอย่างมาก

Rotterdam Port Container คอนเทนเนอร์
ภาพจาก Shutterstock

ผู้ส่งออกสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เมื่อราคาค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือหลายเส้นทางได้ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปี โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนในหลายท่าเรือหลัก นอกจากนี้ผลกระทบดังกล่าวยังลามไปถึงห่วงโซ่การผลิตในหลายประเทศ และอาจกระทบกับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกได้

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าราคาของค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต เส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้-รอตเตอร์ดัม นั้นทำสถิตสูงสุดใหม่อยู่ที่ 8,900 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ตู้ ซึ่งราคาปกติอยู่ที่ราวๆ ไม่เกิน 3,000 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้-ลอสแอนเจลิส ได้ทำราคาสูงสุดใหม่เช่นกัน อยู่ที่ราวๆ 4,200 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาปกติอยู่แค่เพียงไม่เกิน 2,700 เหรียญสหรัฐ

ทางด้านดัชนี Shanghai Containerized Freight Index ล่าสุดอยู่ที่ 2870.34 จุด ทำลายสถิติใหม่เช่นเดียวกัน ซึ่งตัวชี้วัดดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการขนส่งสินค้าทางเรือกลับมาอีกครั้ง โดยดัชนีดังกล่าวได้วัดจากราคาค่าขนส่งทางเรือจากหลายเส้นทางทั่วโลก

ในช่วงเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมานั้น CMA CGM หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือรายใหญ่จากประเทศฝรั่งเศสนั้นชะลอการรับคำสั่งส่งตู้คอนเทนเนอร์เส้นทางเอเชีย-ยุโรป เนื่องจากความต้องการในการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ไม่เพียงแค่นั้นถ้าหากผู้ผลิตมีการยกเลิกการขนส่งสินค้า อาจทำให้โดนค่าปรับเพิ่มตามมามากกว่าเดิม เนื่องจากความต้องการส่งสินค้ามากเป็นพิเศษ

มีการวิเคราะห์ถึงว่าสาเหตุสำคัญที่ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือราคาขึ้นสูงมาจากปัจจัยสำคัญคือยอดค้าปลีกในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากนักในหลายๆ ประเทศ ขณะเดียวกันยังมีสินค้าที่มีความต้องการสูงอย่างสินค้าไอที สินค้าทางการแพทย์ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบ้าน รวมถึงความต้องการสต็อกสินค้าจากธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก ทำให้ความต้องการส่งตู้คอนเทนเนอร์จึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ค่าขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นก็มาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่ในประเทศจีนขาดแคลนอย่างหนัก จากความต้องการของผู้ผลิตในจีนที่ต้องการส่งออกสินค้า สอดคล้องกับดัชนีภาคการผลิตของจีนที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่อยู่ตามท่าเรือใหญ่ๆ ทั่วโลกก็ไม่เพียงพอกับความต้องการในขณะนี้

ผลกระทบจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นกลับย้อนมาทำร้ายผู้ผลิตหลายๆ รายได้รับผลกระทบทันที โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen ที่โรงงานในทวีปยุโรปต้องปรับลดกำลังการผลิตลง ขณะที่ Honda นั้นโรงงานในประเทศญี่ปุ่นก็ต้องลดกำลังการผลิตลงด้วยเช่นกัน จากค่าขนส่งที่แพงมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเกิดปัญหาที่สินค้าหรือวัสดุที่ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องการกลับส่งมาไม่ทันจากความต้องการขนส่งที่สูงมาก

อย่างไรก็ดีในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของ A.P. Moller-Maersk บริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของโลกได้ออกมากล่าวว่า ราคาค่าขนส่งทางเรือในตอนนี้ยังไม่ใช่จุดสูงสุดเสียด้วยซ้ำ และการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่อาจทำให้ราคาขนส่งทางเรือที่จะทำจุดสูงสุดใหม่สามารถยืดระยะออกไปอีกด้วยซ้ำ

ที่มา – Statista, The Loadstar, Hellenic Shipping News

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ค่าขนส่งทางเรือหลายเส้นทางทำสถิติสูงสุดใหม่ แถมตู้คอนเทนเนอร์เปล่าขาดแคลนทั่วโลก กระทบผู้ส่งออก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/shipping-cost-surge-around-the-world-from-consumer-and-production-demand-14-jan-2021/

ไม่ต้องกังวล Docker, Mirantis ประกาศรับช่วง dockershim ต่อ หลัง Kubernetes หยุดพัฒนา

จากกรณี Kubernetes หยุดรองรับ Docker ในฐานะรันไทม์ (คำอธิบายแบบละเอียด)

แกนกลางของปัญหาคือตัว Docker ไม่รองรับมาตรฐาน Container Runtime Interface (CRI) โดยตรง โครงการ Kubernetes จึงสร้าง dockershim มาเป็นตัวเชื่อมให้ แต่ก็เป็นปัญหาการดูแลในระยะยาว ทำให้ Kubernetes ประกาศว่าจะหยุดซัพพอร์ต dockershim ในอนาคต

ล่าสุดทางบริษัท Docker และ Mitantis (ที่ซื้อบางส่วนของ Docker ไป) ประกาศว่าจะรับ dockershim ไปดูแลต่อให้ ทำให้ผู้ใช้ Docker/Kubernetes ยังทำงานได้ต่อไปเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจาก dockershim ตัวเดิมที่ผนวกมากับ Kubernetes มาเป็นตัวใหม่เท่านั้น

Mirantis บอกว่าคนส่วนใหญ่สร้างอิมเมจด้วย Docker Compose แต่รันคอนเทนเนอร์จริงๆ ด้วยรันไทม์ containerd ซึ่งจะไม่กระทบอะไรอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีลูกค้าของ Mirantis อีกจำนวนหนึ่งที่ยังรันคอนเทนเนอร์ด้วย Docker Engine ตัวเดิมอยู่ จึงตัดสินใจรับ dockershim มาดูแลต่อ

ตอนนี้โค้ดเพิ่งเริ่มพัฒนา โดยจะถูกนำไปไว้ใน GitHub โครงการ cri-dockerd ของ Mirantis

ที่มา – Docker, Mirantis

from:https://www.blognone.com/node/119971

Kubernetes เผยรายละเอียดในการถอด Docker จากรันไทม์ ยืนยันยังใช้ build อิมเมจได้ตามปกติ

ข่าวใหญ่สำหรับวงการคอนเทนเนอร์ที่ผ่านมา คือ Kubernetes ปรับ Docker ในฐานะคอนเทนเนอร์รันไทม์เข้าสู่ deprecated และเตรียมถอดออกในอนาคต ซึ่ง Kubernetes ได้เขียนอธิบายอีกครั้งอย่างละเอียดเกี่ยวกับการถอด Docker ออกจากการเป็นรันไทม์

Kubernetes ระบุว่า มาตรฐาน Container Runtime Interface (CRI) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทำงานข้ามคอนเทนเนอร์รันไทม์ได้ ปัจจุบันรันไทม์ยอดนิยมที่รองรับ CRI มีทั้ง containerd และ CRI-O (รันไทม์ทั้งสองตัวนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ CNCF ผู้ดูแลโครงการ Kubernetes ด้วย) แต่ Docker เองไม่ใช่ตัวคอนเทนเนอร์รันไทม์อย่างเดียว เพราะ Docker หมายถึง stack ที่มี containerd เป็นรันไทม์ และเสริมเข้าไปด้วย UX ต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานพัฒนาระบบบนแพลตฟอร์มคอนเทนเนอร์ได้ง่าย ๆ

เนื่องจากตัว Docker เองไม่มี CRI ทาง Kubernetes จึงสร้าง dockershim ขึ้นมา เป็นโซลูชั่นชั่วคราวให้ Kubernetes ติดต่อกับ Docker ซึ่งเป็นคอนเทนเนอร์รันไทม์ยอดนิยมได้ง่าย ๆ แต่ dockershim ก็เป็นภาระต่อโครงการ Kubernetes จึงต้องวางแผนถอดออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ดี ใน Kubernetes 1.20 จะทำแค่ปรับสถานะ dockershim เป็น deprecated เท่านั้น เท่ากับว่าจะมีคำเตือนตอนที่ kubelet สตาร์ทขึ้นมาโดยใช้รันไทม์เป็น Docker และเนื่องจากการถอด dockershim มีผลกระทบค่อนข้างสูง ทางโครงการจึงขยายไทม์ไลน์ออกไป โดยแผนคร่าว ๆ คือจะถอด dockershim อย่างเร็วสุดคือ 1.23 ที่คาดว่าจะออกในปลายปี 2021 ดังนั้นการประกาศ deprecated คือเป็นคำเตือนผู้ดูแลระบบวางแผนการไมเกรตเป็นคอนเทนเนอร์รันไทม์ตัวอื่นก่อนที่จะถอดออกจริง

สำหรับฝั่งนักพัฒนาที่ใช้คอนเทนเนอร์โดยใช้ Docker เป็นตัว build และรัน ทางโครงการ Kubernetes ระบุว่า ตัวอิมเมจที่ Docker ทำการ build ขึ้นมานั้นเป็นอิมเมจตามมาตรฐาน Open Container Initiative (OCI) อยู่แล้ว ดังนั้นหมายความว่าเครื่องมือใดก็ตามที่รองรับมาตรฐาน OCI (ซึ่งรวมถึง containerd และ CRI-O ด้วย) สามารถนำอิมเมจของ Docker ไปใช้งานได้ทันที เท่ากับว่านักพัฒนายังคงใช้ Docker เป็นเครื่องมือในการพัฒนาได้ตามเดิม

ที่มา – Kubernetes Blog (1, 2), dev.to

No Description

from:https://www.blognone.com/node/119962

AWS เปิดบริการ ECR ฟรีให้กับอิมเมจสาธารณะตามสัญญา Bitnami, Canonical นำอิมเมจมาวางแล้ว

AWS เปิดบริการ Amazon ECR Public โฮสต์อิมเมจสาธารณะฟรี ขนาดพื้นที่ 50GB พร้อมกับโควต้าการดาวน์โหลดอิมเมจฟรีมากถึง 500GB ต่อเดือนโดยไม่ต้องล็อกอิน บริการนี้ทาง AWS ประกาศไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว หลังจาก Docker Hub ประกาศจำกัดปริมาณการดาวน์โหลด

ทาง AWS เองนำอิมเมจของตัวเองมาวางเช่น Amazon Linux แต่ผู้ดูแลคอนเทนเนอร์อิมเมจรายสำคัญอย่าง Bitnami และ Canonical ก็ประกาศร่วมมือกับโครงการนี้ด้วย และนำอิมเมจมาลงพร้อมกับได้รับสิทธิ์บัญชีที่ตรวจสอบแล้ว (Verified account)

ที่มา – AWS

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119959

Kubernetes 1.20 จะเริ่มปรับสถานะ Docker เป็น deprecated เพื่อเตรียมถอดออกในอนาคต

Kubernetes ประกาศให้การซัพพอร์ต Docker เป็นคอนเทนเนอร์รันไทม์เข้าสู่สถานะ deprecated อย่างเป็นทางการใน Kubernetes 1.20 และเตรียมถอดฟีเจอร์นี้ออกในอนาคต

โครงการ Kubernetes ระบุว่า ตัว kubelet ที่เป็นตัวติดต่อกับคอนเทนเนอร์รันไทม์ จะติดต่อผ่าน CRI (Container Runtime Interface) แต่ในกรณีของ Docker นั้น ทางโครงการเลือกใช้ dockershim โมดูลที่อิมพลีเมนต์ CRI ให้ Docker เพื่อเป็นตัวติดต่อระหว่าง Docker และ Kubernetes มาอย่างยาวนาน แต่ช่วงหลังโครงการพบประเด็นหลายอย่างกับ dockershim ทำให้ตัดสินใจว่าจะให้ระบบซัพพอร์ต Docker เข้าสู่สถานะ deprecated และเตรียมถอดออกจาก Kubernetes ในอนาคต

นอกจากนี้ architecture ของ dockershim ค่อนข้างแตกต่างกับ CRI ตัวอื่น คือ dockershim จะติดกับตัว kubelet ในขณะที่ CRI อื่น ๆ จะใช้วิธีรันโปรเซสแยกแล้วติดต่อกันผ่าน GRPC

สำหรับผู้ที่ใช้งาน Docker อยู่ ทางโครงการ Kubernetes แนะนำว่าให้ย้ายคอนเทนเนอร์รันไทม์ไปใช้ตัวที่รองรับ CRI เต็มรูปแบบ อย่างเช่น containerd หรือ CRI-O เป็นต้น

ที่มา – Kubernetes Change Log, Kubernetes GitHub Issue

No Description
ภาพจากข่าวเก่า

from:https://www.blognone.com/node/119921

AWS Lambda รองรับคอนเทนเนอร์แล้ว พร้อมอีมูเลเตอร์ให้รันในเครื่องนักพัฒนาได้

AWS Lambda บริการรันโค้ดแบบ serverless เปิดบริการรองรับคอนเทนเนอร์ ทำให้นักพัฒนาสามารถนำคอนเทนเนอร์ขึ้นไปรันได้แบบเดียวกับ Cloud Run ของกูเกิลที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้

แม้จะสามารถใช้คอนเทนเนอร์ใดๆ ก็ได้ แต่อิมเมจต้องอิมพลีเมนต์ Lambda Runtime API รอรับการเรียก API จาก Lambda และหากต้องการเพิ่มความสามารถในการมอนิเตอร์ก็สามารถอิมพลีเมนต์ Lambda Extensions API เพิ่ม ระหว่างการสร้างอิมเมจทาง AWS มี Lambda Runtime Interface Emulator ให้ทดสอบว่าอิมเมจพร้อมนำไปรันบน Lambda ได้หรือยัง

อิมเมจต้องมีขนาดไม่เกิน 10GB และเก็บไว้บน Amazon ECR สามารถใช้งานได้แล้ววันนี้ในหายภูมิภาครวมถึงสิงคโปร์

ที่มา – AWS Blog

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119890