คลังเก็บป้ายกำกับ: COINBASE

จับแฮ็กเกอร์คดีแฮ็ก Twitter เพิ่มอีก 2 คน คุยกันผ่าน Discord ถูกตามตัวเจอเพราะ Coinbase

ต่อจากข่าว ตำรวจสหรัฐจับ Graham Ivan Clark วัยรุ่นอายุ 17 ปีในรัฐฟลอริด้าต้องสงสัยแฮกทวิตเตอร์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยังเผยข้อมูลผู้ต้องสงสัยอีก 2 คนที่ร่วมขบวนการกัน คือ Nima Fazeli อายุ 22 ปีอยู่ในฟลอริด้าเช่นกัน และ Mason Sheppard อายุ 19 จากสหราชอาณาจักร

เอกสารคำฟ้องของกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า Clark แฮ็กเข้าไปในเครือข่ายภายในของ Twitter ได้ก่อน จากนั้นสื่อสารกับแฮ็กเกอร์อีก 2 คนที่เหลือผ่านฟอรั่ม OGUsers ใน Discord โดยอ้างว่าเขาทำงานที่ Twitter และยืนยันด้วยการโพสต์ข้อความลงบัญชีทวิตเตอร์ของทั้งสองคนโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

No Description

ข้อความแชท Discord จากคำฟ้องของกระทรวงยุติธรรม

หลังจากนั้น Clark จึงขายสิทธิการเข้าถึงเครื่องมือของ Twitter ให้ทั้งสองคนใช้งาน และทั้งสามคนก็ร่วมกันโฆษณาสินค้าของ Clark ให้แฮ็กเกอร์คนอื่นๆ ใน OGUsers อีกทีหนึ่ง ซึ่งคาดว่ามีแฮ็กเกอร์คนอื่นมาซื้อไปใช้โพสต์ลิงก์ Bitcoin ในบัญชีคนดังแบบที่เราเห็น

เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวดัง FBI จึงเข้ามาสอบสวน โดยได้ข้อมูลแชทล็อกและบัญชีผู้ใช้จาก Discords, ฐานข้อมูลผู้ใช้และหมายเลขไอพีของ OGUsers ที่เคยถูกแฮ็กมาก่อนหน้านี้, ที่อยู่ Bitcoin ของแฮ็กเกอร์จาก Coinbase จนสามารถขยายผลและตามหาทั้ง 3 คนได้

จุดอ่อนสำคัญของแฮ็กเกอร์มาจาก Nima Fazeli ที่ลิงก์บัญชี Discord ของตัวเองกับบัญชีใน OGUsers, ใช้อีเมลเดียวกันลงทะเบียนกับเว็บ OGUsers, Twitter, Coinbase และข้อมูลของเขาใน Coinbase มีใบขับขี่ที่ใช้ยืนยันตัวตนตอนลงทะเบียน ส่วน Sheperd ก็มีความผิดพลาดคล้ายๆ กันคือยืนยันใบขับขี่กับ Coinbase

ที่มา – Justice.gov, ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/117757

Coinbase ให้พนักงานทำงานที่บ้านตลอดไปได้ ประกาศเป็น remote-first company

Coinbase ผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ เจริญรอยตามทวิตเตอร์ ประกาศบริษัทจะกลายเป็น remote-first company หรือให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ตลอดไป แม้จะหมด COVID-19 ไปแล้วก็ตาม

Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase เขียนอธิบายในบล็อกว่า พนักงานส่วนใหญ่ มีทางเลือกในการทำงานที่บ้าน ที่ออฟฟิศ หรือที่ไหนก็ได้ ซึ่งการประกาศว่าบริษัทจะเป็น remote-first company นั้นหมายความว่าประสบการณ์การทำงานของพนักงานจะต้องเหมือนกัน ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในออฟฟิศ 1 วันต่อสัปดาห์ หรือ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือไม่ได้เข้ามาทำงานที่ออฟฟิศเลยก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอนาคตของการทำงาน มาตรการอยู่ห่างกัน 6 ฟุตซึ่งมันจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในอนาคต Armstrong บอกว่าสำนักงานใหญ่ที่ซานฟรานซิสโก ไม่มีพื้นที่พอจะให้พนักงานอยู่ห่างกัน 6 ฟุตได้แน่ๆ เขาจึงอยากให้ Coinbase ปฏิบัติตัวเองให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว และมีแผนที่จะขยายออฟฟิศเล็กๆ ไปในเมืองต่างๆ มากขึ้น สำหรับคนที่โดยเนื้องานแล้วไม่สามารถทำงานที่บ้านได้จริงๆ

No Description

ที่มา – Coinbase

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/116475

เหตุจากไวัรัส COVID-19 บริษัท Google ในไอร์แลนด์เริ่มให้พนักงานทำงานที่บ้านแล้ว

สำนักงาน Google ในยุโรป (ดับลิน ประเทศไอร์แลนด์) เริ่มให้พนักงานทำงานจากที่บ้านแล้ว หลังไวรัส COVID -19 ระบาด และมีพนักงานคนหนึ่งกำลังตรวจดูอาการว่าเข้าข่ายติดเชื้อหรือไม่ Twitter และ Coinbase ก็เริ่มให้พนักงานทำงานจากที่บ้านด้วยเช่นกัน

“เรายังคงใช้มาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และขอให้ทีมดับลินทำงานจากที่บ้านในวันพรุ่งนี้” โฆษกของ Google กล่าว

สัปดาห์ที่ผ่านมา พนักงาน Google ใน Zurich ก็ตรวจพบว่าติดเชื้อ หลังจากนั้นก็ออกนโยบายจำกัดการเดินทางให้พนักงาน ไม่ไปประเทศกลุ่มเสี่ยง นอกจาก Google แล้ว ด้านสำนักงาน Google ในประเทศกลุ่มเสี่ยงที่จีน และไต้หวัน ฮ่องกง ก็ปิดทำการชั่วคราว

บริษัทไอทีใหญ่รายอื่นก็เริ่มให้พนักงานทำงานที่บ้าน คือ Twitter ที่ถอนตัวไม่เข้าร่วมงานสัมมนาเทรนด์โลก SXSW ด้วย และยังมี Coinbase ที่ให้พนักงานทำงานที่บ้าน

No Description
ภาพจาก Google Press Corner

ที่มา – Business Insider

from:https://www.blognone.com/node/114942

Ethereum Classic ถูกโจมตี Double Spending จากกลุ่มมีพลังขุดสูง สร้างสายโซ่มายกเลิกการจ่ายเดิมมูลค่า 35 ล้านบาท

Coinbase รายงานถึงกลุ่มคนร้ายที่ดำเนินการอยู่บนเครือข่าย Ethereum Classic พบความพยายามสร้างสายโซ่แยกสายออกมาหลายครั้ง เพื่อยกเลิกรายการจ่ายเดิม และสร้างรายการจ่ายใหม่ที่สายโซ่ใหม่ (ปัญหา double spending) ทั้งหมด 219,500 ETC หรือประมาณ 35 ล้านบาท

รายงานพบการสร้างสายโซ่ใหม่ครั้งแรกที่บล็อค 7245623 แต่ไม่มีรายการ double spending แต่อย่างใด จากนั้นก็มีการสร้างสายโซ่ใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งครั้งที่สาม เริ่มที่บล็อค 7249343 คนร้ายสามารถโอนเงิน 600 ETC ในสายโซ่แรกและย้ายปลายทางโอนเงินเมื่อสร้างสายโซ่ใหม่

คนร้ายที่สามารถสร้างสายโซ่ขึ้นมาแข่งได้เช่นนี้ต้องมีพลังขุดที่สูงมาก ตอนนี้ไม่มีรายงานว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

คนร้ายทำอย่างเดิมซ้ำอีกหลายครั้งโดยเพิ่มจำนวนเงินขึ้นเรื่อย เป็น 4,000ETC, 5,000ETC, 9,000ETC, 9,000ETC, 15,700ETC, 15,700ETC, 24,500ETC, และ 5,000ETC ตามลำดับ ครั้งหลังๆ พบการจ่ายซ้ำสูงถึง 52,200ETC

ทาง Coinbase หยุดการโอน ETC ออกจากบัญชีไว้ชั่วคราว แม้จะสามารถซื้อขายบนแพลตฟอร์มได้ต่อไป

ที่มา – The Coinbase Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107444

หัวหน้าทีม Blockchain ของ Facebook ประกาศลาออกจากบอร์ด Coinbase บอกเพราะอาจขัดแย้งทางผลประโยชน์

เมื่อหลายเดือนก่อน Facebook ได้ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่น่าสนใจคือ David Marcus ซึ่งเดิมดูแล Messenger ย้ายมารับผิดชอบเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งภาพตอนนั้นยังไม่ชัดเจนมากว่า Facebook จะทำอะไรกับ Blockchain แต่ล่าสุดก็สัญญาณออกมาแล้ว

โดย Coinbase บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลดิจิทัล ยืนยันว่า David Marcus ได้ลาออกจากตำแหน่งบอร์ดบริหารแล้วด้วยเหตุผล ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่ง Marcus ให้เหตุผลเพิ่มเพียง ด้วยตำแหน่งปัจจุบันที่รับผิดชอบงาน Blockchain เขาจึงควรลาออกจากตำแหน่งนี้

ทั้งนี้ Marcus เพิ่งรับตำแหน่งบอร์ดของ Coinbase เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ถึงแม้จะไม่ชัดเจนว่าการที่ Marcus ดูแล Blockchain จะขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริการซื้อขายเงินดิจิทัลอย่างไร เพราะ Facebook เองก็ยังไม่เปิดเผยทิศทางในเทคโนโลยีมากนัก แต่ก็อาจเดาได้ว่า Facebook อาจพิจารณาสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายขึ้นมา หรืออาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพราะประวัติทำงานของ Marcus ก่อนมาดูแล Messenger เขาก็เคยเป็นหัวหน้าทีมที่ PayPal มาก่อน

ที่มา: Business Insider

alt="David Marcus"

from:https://www.blognone.com/node/104506

แก้ปัญหาร้านค้าไม่รับเงินคริปโต Coinbase เปิดให้โอนคริปโตใส่บัตรของขวัญแทน

มาถึงวันนี้ สกุลเงินคริปโตยังไม่สามารถแทนเงินจริงดังที่ฝันไว้ โดยเฉพาะการใช้เงินคริปโตในฐานะ “เงิน” ที่จ่ายตามร้านค้าทั่วไป เพราะนอกจากร้านค้าเล็กๆ บางรายก็แทบไม่มีร้านค้าใดรับเงินคริปโตเลย (งานสัมมนาใหญ่ Bitcoin ประกาศไม่รับจ่ายค่าตั๋วเป็น Bitcoin, ไมโครซอฟท์ยกเลิกการจ่ายเงินด้วย Bitcoin เพื่อซื้อสินค้าดิจิทัล, Steam ประกาศหยุดรับการจ่ายเงินด้วย Bitcoin)

อย่างไรก็ตาม ความฝันของชาวคริปโตที่ต้องการใช้จ่ายแทนเงินจริงๆ ยังไม่จบลง ตัวอย่างความพยายามล่าสุดคือ Coinbase ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินคริปโตชื่อดัง หาทางให้เราจ่ายเงินคริปโตในโลกจริงด้วยการทำเป็นบัตรของขวัญ (gift card)

แนวทางของ Coinbase จับมือกับ WeGift ผู้ให้บริการบัตรของขวัญรายใหญ่ ออกบัตรของขวัญดิจิทัล (e-gift card) ที่ใช้ได้กับร้านค้าดังๆ จำนวนมาก เช่น Tesco, Google Play, Uber, Nike โดยเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินคริปโตของ Coinbase

No Description

ผู้ใช้ Coinbase สามารถแปลงเงินคริปโตของตัวเองเป็นเงินจริง โหลดใส่บัตร e-gift card ของร้านค้าที่ต้องการ (ไม่เสียค่าธรรมเนียมการถอนเงิน) แล้วค่อยนำบัตรของขวัญนี้ไปใช้จ่ายอีกต่อหนึ่ง (อ้อมหน่อยแต่ก็ใช้งานได้จริง) บริการนี้ยังใช้งานเฉพาะยุโรปบางประเทศและออสเตรเลียเท่านั้น แต่ Coibase ก็สัญญาว่าจะขยายจำนวนประเทศต่อไปในอนาคต

Coinbase โฆษณาว่าโมเดลการโหลดเงินใส่บัตรของขวัญของตนเอง เหนือกว่าการซื้อบัตรของขวัญด้วยวิธีการโอนเงินจากธนาคาร เพราะเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่าและโหลดเงินเสร็จแล้วใช้งานได้ทันที

No Description

ที่มา – Coinbase

from:https://www.blognone.com/node/104179

Coinbase สั่งปิดบัญชีสกุลเงินคริปโตของ WikiLeaks Shop เนื่องจากผิดข้อตกลงการใช้งาน

Coinbase เว็บไซต์แลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตชื่อดังได้สั่งปิดบัญชี WikiLeaks Shop ซึ่งเป็นบัญชีสำหรับร้านค้าขายของที่ระลึกของ WikiLeaks อย่างเช่นเสื้อ, เคสโทรศัพท์, แก้วกาแฟ และอื่น ๆ

การสั่งปิดบัญชีจาก Coinbase ส่งผลให้ WikiLeaks Shop ไม่สามารถรับสกุลเงินคริปโตหรือแลกกลับเป็นดอลลาร์ผ่านระบบของ Coinbase ได้ (แต่ยังคงรับสกุลเงินคริปโตผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ Coinbase ได้)

Coinbase ให้เหตุผลว่าที่ WikiLeaks Shop ถูกปิดบัญชีเนื่องจากผิดข้อตกลงการใช้งาน ซึ่ง The Verge ได้สอบถามไปยัง Coinbase โฆษกก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเฉพาะบัญชี แต่ชี้ไปยังข้อกฎหมายที่ว่าต้องปฏิบัติตามกฎของ Financial Crimes Enforcement Network ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ออกมาเพื่อป้องกันการฟอกเงิน

WikiLeaks นั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมาของสหรัฐฯ รวมถึงรัฐบาลประเทศอื่น ๆ มานาน เนื่องจากทางเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลความลับต่าง ๆ เช่น โค้ดระบบคุมมัลแวร์ของ CIA และช่องโหว่ที่ CIA ใช้แฮกคนอื่น เป็นต้น โดย Julian Assange ผู้ก่อตั้ง WikiLeaks เพิ่งจะได้รับสัญชาติเอกวาดอร์หลังจากหลบอยู่ในสถานฑูตมา 6 ปีในข้อหาคดีข่มขืนซึ่งตัวเขาเองปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอด

ที่มา – The Verge

No Description

from:https://www.blognone.com/node/101700

Coinbase เข้าซื้อ Cipher Browser เบราว์เซอร์สำหรับแอพแบบไร้ศูนย์กลางและกระเป๋าเงิน Ethereum

Coinbase ผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ประกาศเข้าซื้อ Cipher Browser แอพเบราว์เซอร์แบบไร้ศูนย์กลางบนเครือข่ายบล็อกเชนบน Ethereum

Cipher Browser คือแอพเบราว์เซอร์แบบไร้ศูนย์กลางหรือ dapp บนอุปกรณ์พกพาบนเครือข่ายของ Ethereum รวมถึงเป็นกระเป๋าสำหรับสกุลเงินคริปโต โดยอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถรับ, ส่ง และเก็บรักษาสกุลเงิน Ether กับโทเคนมาตรฐาน ERC20 ได้ทันที

ภายใต้ดีลนี้ Coinbase จะรวมทีมพัฒนาเบราว์เซอร์ Toshi ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์บล็อกเชนของ Coinbase เข้ากับ Cipher Browser ซึ่ง Cipher Browser นี้ถูกสร้างโดย Pete Kim เพียงคนเดียว และ Kim จะมานั่งในหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมที่ Toshi ซึ่ง Coinbase ก็วางแผนว่าจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Cipher Browser เข้าไปใน Toshi อย่างเช่น Testnet ที่ให้นักพัฒนาทดสอบแอพได้โดยไม่ต้องใช้สกุลเงินคริปโตจริง ๆ

ที่มา – TechCrunch

No Description

ภาพจาก Cipher Browser

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/101495

เล่นเงินคริปโตแบบดัชนี Coinbase Index Fund กองทุนที่ลงทุนเงินคริปโตทุกสกุลบน GDAX

Coinbase ประกาศเปิดตัวกองทุน Coinbase Index Fund กองทุนที่ลงทุนเงินคริปโตทุกสกุลบนตลาด GDAX โดยลงทุนเป็นสัดส่วนเดียวกับมูลค่ารวมของแต่ละสกุล

การลงทุนแบบนี้ทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนในตลาดเงินคริปโตโดยรวมได้ ไม่ต้องมาพิจารณาทีละตัวว่าตัวไหนขึ้นมากหรือน้อยกว่าตัวอื่นๆ

นอกจากนี้ยังเปิดตัว Coinbase Index (CBI) ค่าดัชนีตลาดเงินคริปโตโดยรวมจากวันที่ 1 มกราคม 2015 เรื่อยมา ตอนนี้อัตราส่วนของดัชนีคิดจาก BTC 62%, ETH 27%, BCH 7%, LTC 4% และจะมีกรรมการมาพิจารณาเปลี่ยนโครงสร้างดัชนีทุกๆ ไตรมาส

ที่มา – Coinbase

No Description

from:https://www.blognone.com/node/100380

สรรพากรสหรัฐฯ ใช้หมายศาลขอข้อมูลลูกค้า Coinbase 13,000 คนh

สรรพากรสหรัฐฯ (Internal Revenue Service – IRS) ขอหมายศาลเพื่อเข้าถึงข้อมูล ชื่อ, หมายเลขเสียภาษี, ที่อยู่, และประวัติการซื้อขาย ของลูกค้า Coinbase จำนวน 13,000 คน

ลูกค้า Coinbase ล่าสุดอยู่ที่ 11.7 ล้านคนเมื่อปลายปี 2017

ทาง IRS พยายามเข้าถึงข้อมูลลูกค้า Coinbase มาตั้งแต่ปี 2016 แต่ไม่สำเร็จ ศาลตัดสินครั้งล่าสุดจำกัดจำนวนลูกค้าจากทั้งหมดของบริษัทเหลือ 13,000 คน และข้อมูลการซื้อขายในช่วงปี 2013-2015 เท่านั้น

Coinbase ย้ำว่าบริษัทไม่สามารถให้คำปรึกษาทางกฎหมายหรือภาษีได้

ที่มา – ArsTechnica

from:https://www.blognone.com/node/100191