คลังเก็บป้ายกำกับ: Cloud_services

คิดจะย้ายไปใช้ระบบคลาวด์? SD-WAN ช่วยคุณได้!

นี่เป็นครั้งแรกในซีรีส์บล็อกที่มี 2 ตอนซึ่งจะช่วยอธิบายถึงวิธีการที่องค์กรต่างๆ จะสามารถประสบความสำเร็จในการพลิกโฉมการทำงานของระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบโดยการปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบเครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจเป็นหลักซึ่งขับเคลื่อนโดย SD-WAN เพื่อธุรกิจ การปรับเปลี่ยนการใช้งานนี้มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การเชื่อมต่อ IPsec ที่ปลอดภัยแบบอัตโนมัติและการกำหนดเส้นทางทราฟฟิกไปยังผู้ให้บริการคลาวด์อย่างชาญฉลาด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านกลยุทธ์ของศูนย์ข้อมูลโดยที่องค์กรด้านไอทีของบริษัทกำลังเปลี่ยนจากการใช้งานแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลดไปใช้ระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นแบบส่วนตัวหรือแบบสาธารณะ องค์กรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังใช้แอปพลิเคชันการให้บริการซอฟต์แวร์ (SaaS) และบริการคลาวด์ในรูปแบบการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS) จากผู้ให้บริการชั้นนำ เช่น Amazon AWSGoogle CloudMicrosoft Azure และโครงสร้างพื้นฐาน Oracle Cloud สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของรูปแบบทราฟฟิกข้อมูลขององค์กร เนื่องจากมีแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ภายในศูนย์ข้อมูลองค์กรแบบเดิมน้อยลงเรื่อยๆ

มีไดรเวอร์หลายตัวที่ช่วยในการย้ายไปใช้บริการคลาวด์ IaaS และแอป SaaS แต่ความคล่องตัวทางธุรกิจเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ รูปแบบเดิมของไอทีในการเตรียมใช้งานและยกเลิกการใช้งานแอปพลิเคชันนั้นมีความเข้มงวดและไม่ยืดหยุ่น อีกทั้งไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อีกต่อไป

ผลการศึกษา Cloud Vision 2020 ของ LogicMonitor พบว่ากว่า 80% ของเวิร์กโหลดในองค์กรจะอยู่บนคลาวด์ภายในปี 2020 โดยกว่า 40% จะทำงานบนแพลตฟอร์มคลาวด์สาธารณะ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบการใช้แอปพลิเคชันนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน บทความล่าสุดเรื่อง วิธีที่ Amazon Web Services ดึงดูดธนาคารไปสู่ระบบคลาวด์ ซึ่งเผยแพร่โดย CNBC รายงานว่า บางบริษัทได้ย้ายแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลดด้านไอทีทั้งหมดไปยังโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สาธารณะเรียบร้อยแล้ว ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก็คือ ในขณะที่องค์กรจำนวนมากต้องปฏิบัติตามข้อบังคับด้านกฎหมายที่เข้มงวด เช่น PCI-DSS หรือ HIPAA แต่พวกเขาก็ยังคงตัดสินใจย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ เหตุการณ์นี้บอกให้เรารู้สองสิ่ง นั่นก็คือการเติบโตของการใช้บริการคลาวด์สาธารณะและความเชื่อมั่นที่องค์กรเหล่านี้มีต่อการใช้บริการคลาวด์สาธารณะนั้นอยู่ในระดับสูงที่สุดกว่าที่เคยเป็นมา และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเร็วและความคล่องตัว โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

การย้ายไปยังระบบคลาวด์และการนำ SD-WAN มาใช้มีความสัมพันธ์กันโดยตรงหรือไม่

ในขณะที่ระบบคลาวด์ช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น สถาปัตยกรรม SD-WAN ที่มีความต้องการของธุรกิจจากบนลงล่างเป็นตัวขับเคลื่อนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นใจในความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสำนักงานสาขากระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก สถาปัตยกรรม WAN ที่เน้นเราเตอร์แบบเดิมไม่เคยได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการใช้ระบบคลาวด์ในปัจจุบันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของแอปพลิเคชันต่างๆ ด้วยวิธีการใช้ WAN ที่เน้นเราเตอร์แบบเดิม การเข้าถึงแอปพลิเคชันที่อยู่ในระบบคลาวด์ทำให้เกิดการข้ามฮ็อปที่ไม่จำเป็น ทำให้สิ้นเปลืองแบนด์วิดท์ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เวลาแฝงเพิ่มขึ้น และมีโอกาสสูญเสียแพคเก็ตมากขึ้น นอกจากนี้ โมเดล WAN แบบเดิมที่มีอยู่ซึ่งการจัดการค่อนข้างจะเข้มงวด การเปลี่ยนแปลงเครือข่ายที่ซับซ้อนอาจทำให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสาขาใหม่หรือการแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพการทำงาน สิ่งนี้ทำให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพและรูปแบบการดำเนินงานมีราคาแพง ดังนั้น องค์กรต่างๆ จึงได้รับประโยชน์อย่างมากจากการใช้ WAN ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจเป็นหลักเพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณในส่วนของ CAPEX และ OPEX ได้เป็นจำนวนมาก   

แพลตฟอร์ม SD-WAN เพื่อธุรกิจถูกสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดการกับความท้าทายที่มีอยู่ในโมเดลที่เน้นเราเตอร์แบบเดิม และรองรับรูปแบบการใช้ระบบคลาวด์ในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่านโยบายแอปพลิเคชันจะถูกกำหนดตามความต้องการของธุรกิจ โดยการเชื่อมต่อผู้ใช้เข้ากับแอปพลิเคชันโดยตรงและปลอดภัยไม่ว่าแอปพลิชันเหล่านั้นจะอยู่ที่ใด โดยไม่ทำให้เกิดฮ็อปที่ไม่จำเป็นหรือทำให้ความปลอดภัยลดลง ตัวอย่างเช่น หากแอปพลิเคชันมีโฮสต์อยู่ในระบบคลาวด์และเชื่อถือได้ SD-WAN เพื่อธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องแบ็คฮอล์ (Backhaul) ทราฟฟิกไปยัง POP หรือศูนย์ข้อมูล HQ ในขณะนี้ โดยทั่วไปทราฟฟิกนี้มักจะมีการรับส่งผ่านการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตที่ซึ่งตัวของมันเองอาจไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม SD-WAN ที่ถูกต้องจะมีไฟร์วอลล์ Stateful แบบรวมเพื่อทลายข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตในสำนักงานสาขา โดยอนุญาตให้เฉพาะเซสชันที่เริ่มต้นโดยสำนักงานสาขาเข้าสู่สำนักงานสาขา และให้ความสามารถในการผูกโยงทราฟฟิกบริการเข้ากับบริการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์หากจำเป็น ก่อนส่งต่อไปยังปลายทางสุดท้าย หากแอปพลิเคชันถูกย้ายและโฮสต์โดยผู้ให้บริการรายอื่นหรืออาจถูกส่งกลับไปที่ศูนย์ข้อมูลของบริษัท จะต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิกอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าแอปพลิเคชันนั้นจะมีโฮสต์อยู่ที่ใด หากไม่มีระบบอัตโนมัติและระบบการเรียนรู้ของเครื่องในตัว การกำหนดทิศทางทราฟฟิกอย่างคล่องแคล่วและชาญฉลาดจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย  

ดูวิธีการที่แพลตฟอร์ม EdgeConnect ™ SD-WAN edge ของซิลเวอร์ พีคจัดการกับความท้าทายเหล่านี้:

การกำหนดทิศทางทราฟฟิกและการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการคลาวด์โดยอัตโนมัติ

อินสแตนซ์เสมือนจริง EdgeConnect สามารถปฏิบัติงานได้อย่างง่ายดายในผู้ให้บริการคลาวด์ระดับชั้นนำใดๆ ผ่านตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังปลายทางอย่างชาญฉลาด SD-WAN ต้องมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทราฟฟิก HTTP และ HTTPS จะต้องสามารถระบุแอปบนแพคเก็ตชุดแรกที่ได้รับเพื่อกำหนดทิศทางทราฟฟิกไปยังปลายทางที่ถูกต้องตามความต้องการของธุรกิจ นี่เป็นความสามารถที่สำคัญ เนื่องจากเมื่อการเชื่อมต่อ TCP เป็น NAT’d กับที่อยู่ IP สาธารณะ มันจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ ดังนั้น จึงไม่สามารถกำหนดเส้นทางใหม่ได้เมื่อมีการเชื่อมต่อแล้ว ดังนั้น ความสามารถของ EdgeConnect ในการระบุ จัดประเภท และกำหนดทิศทางทราฟฟิกโดยอัตโนมัติตามแพคเก็ตชุดแรก และไม่ใช่ชุดที่สองหรือสิบ ไปยังปลายทางที่ถูกต้องจะให้ความมั่นใจในด้าน SLA ของแอปพลิเคชัน ลดการสิ้นเปลืองแบนด์วิดท์ที่มีราคาแพง และมอบประสบการณ์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ความสามารถที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการปรับประสิทธิภาพการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าการข้ามทราฟฟิกจะจบลงที่ลิงก์ใดตามความต้องการของธุรกิจและข้อกำหนดเฉพาะของแอปพลิเคชัน EdgeConnect จะปรับประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คนโดยการแก้ไขแพคเก็ตที่เสียด้วย Packet Order Correction (POC) หรือแม้แต่ในสภาวะที่มีความหน่วงเวลาสูงซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระยะทางหรือปัญหาอื่นๆ สิ่งนี้ทำได้โดยการใช้ Forward Error Correction (FEC) ที่ปรับเปลี่ยนได้และการเชื่อมช่องสัญญาณที่มีการสร้างช่องสัญญาณเสมือนจริง ส่งผลให้เกิดการซ้อนทับแบบซิงเกิ้ลลอจิคัลที่ทราฟฟิกสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างเส้นทางที่แตกต่างกันในขณะที่สภาวะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละบริการ WAN พื้นฐาน ในวิดีโอสั้นๆ นี้ Dinesh Fernando วิศวกรการตลาดทางเทคนิคของซิลเวอร์ พีคได้อธิบายถึงวิธีการที่ EdgeConnect สร้างช่องสัญญาณอัตโนมัติระหว่างไซต์และผู้ให้บริการคลาวด์ วิธีการที่ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างมัลติคลาวด์ง่ายขึ้น และวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน

หากธุรกิจของคุณอยู่ในระดับโลกและพึ่งพาระบบคลาวด์มากขึ้น แพลตฟอร์ม EdgeConnect SD-WAN edge เพื่อธุรกิจจะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบมัลติคลาวด์ได้อย่างราบรื่น ทำให้เครือข่ายกลายเป็นตัวขับเคลื่อนทางธุรกิจ EdgeConnect มี:

  1. การปรับใช้ที่สอดคล้องกันจากสำนักงานสาขาสู่ระบบคลาวด์ เป็นการขยายขอบเขตการเข้าถึงของ SD-WAN สู่สภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ส่วนตัวแบบเสมือนจริง
  2. ความยืดหยุ่นของมัลติคลาวด์ ทำให้ง่ายต่อการเริ่มต้นและกระจายทรัพยากรไปยังผู้ให้บริการมัลติคลาวด์หลายราย
  3. การปกป้องการลงทุนด้วยการโยกย้ายทรัพยากรไอทีแบบออนพรีมิสไปยังแพลตฟอร์มระบบคลาวด์สาธารณะระดับชั้นนำแบบใดก็ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งอินสแตนซ์ที่โฮสต์บนคลาวด์จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก EdgeConnect

บทความนี้ต้นฉบับถูกเขียนโดย Rami Rammaha ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ของซิลเวอร์ พีค

from:https://www.techtalkthai.com/migrate-to-cloud-sd-wan-can-help-you/

โฆษณา

ZYXEL Webinar: บริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud ด้วย ZYXEL Nebula

ZYXEL Thailand ขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, Network Engineer และ IT Admin เข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “บริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud ด้วย ZYXEL Nebula” พร้อมอัปเดตแนวโน้มด้าน SaaS Cloud Networking ล่าสุดโดยทีมวิศวกรจาก ZYXEL Thailand ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี

** พิเศษสำหรับลูกค้าองค์กรที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟังบรรยาย รับไปเลย ZYXEL NebulaFlex Access Point ไปใช้งานฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: บริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud ด้วย ZYXEL Nebula
ผู้บรรยาย: คุณเกียรติกรณ์ สมบัติโต Technical Manager จาก Zyxel Thailand
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.30 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zyxel.zoom.us/webinar/register/2315615235999/WN_dkGSbTOITWmvBQkxZDOasQ

หัวข้อและกำหนดการ

ในยุค Thailand 4.0 องค์กรทั่วไทยต่างนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล หลายองค์กรต้องปรับปรุงระบบเน็ตเวิร์กเพื่อรองรับการเปลี่ยนไปของระบบ IT ส่งผลให้ระบบเน็ตเวิร์กมีความซับซ้อน บริหารจัดการและติดตามการใช้งานได้ยาก โดยเฉพาะในธุรกิจ SMB ที่มีทรัพยากรบุคคลจำกัด

ด้วยเหตุนี้ ZYXEL Thailand จึงได้นำเสนอโซลูชัน ZYXEL Nebula Cloud ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud โดยมีจุดเด่นที่สามารถรวมศูนย์การบริหารจัดการและติดตามอุปกรณ์บนระบบเน็ตเวิร์กมากกว่า 30 ชนิดไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น Switch, WLAN หรือ Security พร้อมด้วยฟีเจอร์ Zero-touch Deployment ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ ภายในเวลาไม่กี่นาที ลดภาระของผู้ดูแลระบบและช่วยให้องค์กรสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับ

  • อัปเดตแนวโน้มด้าน SaaS Cloud Networking ล่าสุด
  • รู้จักกับ ZYXEL Nebula ระบบบริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud
  • การทำ Zero-touch Deployment เพื่อตั้งค่าอุปกรณ์ล่วงหน้าโดยไม่ต้องแกะกล่อง
  • เทคนิคการบริหารจัดการ ติดตาม แจ้งเตือนปัญหา และจัดทำรายงานโดยอัตโนมัติ
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ Switch, WLAN และ Security สำหรับธุรกิจ SMB เพื่อตอบรับความต้องการในยุค Thailand 4.0
  • ถามตอบปัญหาเกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์กโดยผู้เชี่ยวชาญจาก ZYXEL Thailand

รับฟรีทันที ZYXEL Access Point สำหรับผู้เข้าฟังบรรยาย

สำหรับลูกค้าองค์กรที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟังบรรยายตั้งแต่ต้นจนจบ จะได้รับ ZYXEL Access Point รุ่น NWA1123-AC V2 ไปใช้งานฟรี 1 เครื่อง โดยทาง ZYXEL จะแจ้ง URL สำหรับการลงทะเบียนรับ Access Point ดังกล่าวภายในเซสชันการบรรยาย โดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงดังนี้

เงื่อนไข

  1. ต้องทำงานในตำแหน่งหรือรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ IT หรือระบบเครือข่ายขององค์กรหรือบริษัท
  2. ต้องลงทะเบียนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง
  3. ต้องลงทะเบียนด้วยอีเมลขององค์กรเท่านั้น
  4. โปรแกรมนี้สำหรับองค์กรภาคเอกชนหรือบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  5. พนักงาน ZYXEL และบริษัทตัวแทนจำหน่ายค้าปลีก ค้าส่ง ตัวแทนติตตั้งไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรมนี้

ข้อตกลง

  1. ผู้ลงทะเบียนยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่ลงทะเบียนให้แก่ฝ่ายขายของ ZYXEL
  2. อุปกรณ์ที่ผู้ลงทะเบียนที่เป็นไปตามเงื่อนไขและผ่านการตรวจสอบแล้ว จะได้รับคือ รุ่น NWA1123-AC v2 AC1200 NebulaFlexTM Access Point
  3. ผู้สนใจจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสามารถขอรับการสาธิตผลิตภัณฑ์ (Proof-of-Concept) ได้โดยตรงจาก ZYXEL แทนการขอรับอุปกรณ์ฟรี
  4. กรณีองค์กรหรือบริษัทของผู้ลงทะเบียนมีมากกว่า 1 สาขา ให้ถือว่าสำนักงานใหญ่ขององค์กรหรือบริษัทถือสิทธิ์ในการขอรับอุปกรณ์ฟรีตามเงื่อนไขโปรแกรม
  5. อุปกรณ์ฟรีตามเงื่อนไขโปรแกรมไม่มีการรับประกันสินค้า ยกเว้นกรณี DOA (Dead-on-Arrival) โดยต้องแจ้งภายใน 30 วันหลังได้รับอุปกรณ์
  6. ผู้ได้รับอุปกรณ์ฟรีตามเงื่อนไขโปรแกรมไม่สามารถขายหรือโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอุปกรณ์ได้
  7. ZYXEL อาจขอเอกสารยืนยันตัวตนหรือเอกสารรับรององค์กรหรือบริษัทจากผู้ลงทะเบียนเพิ่มเติม
  8. ZYXEL อาจเรียกคืนอุปกรณ์ฟรีจากผู้ได้รับอุปกรณ์หาก ZYXEL พบว่าผู้เข้าร่วมโปรแกรมไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อตกลง
  9. ZYXEL ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาผู้ลงทะเบียนตามข้อมูลที่ลงทะเบียน และให้ถือว่าคำตัดสินของ ZYXEL เป็นที่สิ้นสุด

from:https://www.techtalkthai.com/zyxel-webinar-introducing-zyxel-nebula-cloud/

Azure ออกบริการ Data Share ตอบโจทย์การแชร์ข้อมูลขององค์กรได้อย่างมั่นใจ

Azure Data Share เป็นบริการ Manage Service ใหม่ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์การแชร์ข้อมูลระหว่างองค์กรบน Blob Storage หรือ Data Lake Storage ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยเพราะมีเงื่อนไขควบคุมที่รัดกุม

credit : azure.microsoft

Azure Data Storage ได้กำเนิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการแชร์ข้อมูลเพราะมีฟีเจอร์การควบคุมข้อมูลอย่างรัดกุม เช่น สามารถตั้งเวลาการแชร์ข้อมูลอย่างอัตโนมัติโดยเลือกเฉพาะข้อมูลใหม่หรือส่วนที่เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุดข้อมูลเฉพาะที่ต้องการได้ รวมถึงยังสามารถควบคุมความสัมพันธ์การแชร์ข้อมูลและกำหนด ‘Term of use’ เมื่อสร้างการแชร์ข้อมูลแต่ละครั้งได้ นอกจากนี้ในการรับข้อมูลผู้รับจะต้องกดยอมรับ ‘Term of Use’ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานยังสามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่คลิกด้วยเครื่องมือที่คุ้นเคยอย่าง Azure Portal นั่นเอง ผู้สนใจสามารถเรียนรู้การใช้งานเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือเริ่มต้นเปิดใช้งานได้ที่ Azure Data Share

ที่มา :  https://azure.microsoft.com/en-us/blog/announcing-preview-of-azure-data-share/

from:https://www.techtalkthai.com/azure-launches-data-share-for-preview/

AWS ประกาศให้ Cloud Development Kit รองรับ TypeScript และ Python แล้ว

AWS ได้ประกาศให้ความสามารถของ Cloud Development Kit (CDK) ที่รองรับ TypeScript และ Python ว่าเข้าสู่สถานะพร้อมใช้งานจริงแล้ว

credit : aws.amazon.com

ด้วยคอนเซปต์ของ Infrastructure as Code ได้เกิดเครื่องมือสนับสนุนขึ้นมากมายซึ่งทาง AWS มองว่าการบริหารจัดการด้วย YAML หรือ JSON นั้นยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นเพื่อทางที่ดีกว่า CDK หรือซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเพื่อตอบโจทย์ Infrastructure as Code ด้วยภาษาโดนใจกับนักพัฒนาจึงถูกปล่อยออกมาให้ทดลองใช้ตั้งแต่ปลายปีก่อน โดยในวันนี้สามารถรองรับภาษา TypeScript (โอเพ่นซอร์สจาก Microsoft) และ Python ได้แล้วด้วย

โดยคอนเซปต์การทำงานของ AWS CDK จะเป็นไปตามรูปด้านบนซึ่งมีคีย์เวิร์ดคือ Construct ที่เป็นตัวแทนของสภาปัตยกรรมอันซับซ้อน เช่น S3, SNS Topic, Static Website เป็นต้น ทั้งนี้ Construct จะครอบ Construct อื่นได้ พร้อมทั้งผู้ใช้สามารถสร้างหลาย Construct เข้าร่วมกันภายใต้ Stack เพื่อ Deploy ใน AWS ได้ซึ่ง Apps จะประกอบด้วยหนึ่ง Stack หรือมากกว่าได้

ผู้สนใจสามารถศึกษาการใช้งาน CDK เพิ่มเติมแบบ Step-by-step ได้ที่นี่ หรือจาก GitHub

ที่มา :  https://aws.amazon.com/blogs/aws/aws-cloud-development-kit-cdk-typescript-and-python-are-now-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-cdk-is-now-support-typescript-and-python/

Amazon Aurora Serverless พร้อมใช้งานรองรับ PostgreSQL ได้แล้ว

Amazon ได้ออกมาประกาศให้ความสามารถที่ Aurora Severless ทำงานรองรับ PostgreSQL เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งานจริงแล้ว

เครดิต : aws.amazon.com

Amazon Aurora คือบริการ Relational Database Engine ที่ทาง Amazon คุยว่าทำงานได้เร็วกว่า MySQL และ PostgreSQL ซึ่งยังทำงานรองรับกับทั้งสองผลิตภัณฑ์ได้ด้วย ดังนั้นผู้ใช้งานจะไม่ต้องแก้ไขแอปพลิเคชันเพิ่มเติม โดย Aurora Serverless จะหมายถึงการที่ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่า Capacity ต่ำสุดและสูงสูงเอาไว้ Scale อัตโนมัติได้ (10GB ถึง 64TB) ซึ่งไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของ Database ด้วย

โดยก่อนหน้านี้ทาง AWS ได้ประกาศ Aurora Serverless ที่รองรับ MySQL เข้าสู่สถานะ GA กันแล้ว ซึ่งปัจจุบันจึงเพิ่มให้รองรับ PostgreSQL แล้วเช่นกัน (ชมภาพประกอบด้านบน) ดังนั้นจึงพร้อมใช้งานแล้วใน Region US East (N. Virginia), US East (Ohio), US West (Oregon), EU (Ireland) และ Asia Pacific (Tokyo)

ที่มา :  https://aws.amazon.com/blogs/aws/amazon-aurora-postgresql-serverless-now-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/amazon-announces-aurora-serverless-to-support-porstgresql/

Microsoft ออก Desktop Analytics ให้ทดลองใช้งาน

Desktop Analytics เป็นบริการใหม่ของ Microsoft เพื่อช่วยแอดมินขององค์กรวิเคราะห์การอัปเดตของเครื่องในองค์กร โดยไอเดียจะคล้ายกับบริการเก่าอย่าง Windows Analytics นั่นเอง

โดย Microsoft ได้กล่าวถึงความคล้ายกันของ Windows Analytics กับ Desktop Analytics ว่า “Desktop Analytics เสมือนเป็นรุ่นต่อของ Windows Analystics ซึ่งเป็นบริการที่ประกอบด้วย Upgrade Readiness, Update Compliance และ Device Health ซึ่งทั้งหมดก็อยู่ใน Desktop Analytics ด้วยและบริการนี้ยังถูก integrate กับ System Center Configuration Manager (SCCM)” ด้วยเหตุนี้ทำให้ยังสับสนว่าอนาคตของ Windows Analytics จะเป็นอย่างไรต่อไป

ดังนั้นไอเดียก็คือแอดมินสามารถใช้ SCCM เพื่อใช้บริการใหม่ที่มี Machine Learning และตั้งอยู่บนคลาวด์มาประเมินการอัปเดตของเครื่องได้ว่าแอปพลิเคชันขององค์กรนั้นจะมีปัญหาหรือไม่หากอัปเกรตเป็น Windows 10 นอกจากนี้ Microsoft ยังชี้ว่าตนมีข้อมูลที่ได้จากองค์กรต่างๆ จากทั่วโลกแล้ว ดังนั้น Desktop Analytics จะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงการอัปเกรตต่อแอปพลิเคชัน

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า Desktop Analytics จะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้องค์กรเอาไว้วางแผนอัปเกรตเกี่ยวกับ Long-term Servicing Channel ของ Windows 10 เพราะ Microsoft ใช้คำว่า “in-place upgrade to Windows 10” ซึ่งน่าจะหมายถึงการอัปเดตของ Windows เวอร์ชันเก่าไปเวอร์ชันใหม่โดยไม่ต้องลบซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้แล้วเสียมากกว่า ทั้งนี้ผู้ใช้งานที่สามารถใช้บริการดังกล่าวได้ต้องมี License ด้านล่างด้วยครับ

  • Windows 10 Enterprise E3, E5 หรือ Microsoft 365 F1, E3, E5
  • Windows 10 Education A3, A5 หรือ Microsoft 365 A3, A5
  • Windows VDA E3 หรือ E5
  • SCCM ต้องเป็นเวอร์ชัน 1902 ที่อัปเดตถึง 4500571 ขึ้นไปด้วย 

นอกจากนี้ Desktop Analytics จะรองรับการวางแผนอัปเดตสำหรับ Windows 10 เวอร์ชัน 1709 ขึ้นไปเท่านั้น ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้จากบล็อกของ Microsoft 

ที่มา :  https://redmondmag.com/articles/2019/07/08/desktop-analytics-preview-available.aspx และ  https://betanews.com/2019/07/08/microsoft-desktop-analytics-public-preview/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-debuts-desktop-analytics-for-preview/