คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_MANAGEMENT

ขอเชิญรับชม Webinar หัวข้อ Seamlessly move your VMware workloads to Oracle Cloud ในงาน Oracle Cloud Day 21 ต.ค. 2021 เวลา 14.15น.

VMware และ Oracle ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ รับชม Webinar หัวข้อ Seamlessly move your VMware workloads to Oracle Cloud ภายในงาน Oracle Cloud Day วันที่ 21 ต.ค. 2021 เวลา 14.15น. – 14.45น. เพื่อเรียนรู้ถึงความสามารถของ Oracle Cloud VMware Solution ที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งาน VMware บน Oracle Cloud ได้ โดยสามารถย้ายระบบได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือต่างๆ และผสานระบบเข้ากับโซลูชันอื่นๆ ของ Oracle ได้ทันที

Seamlessly move your VMware workloads to Oracle Cloud @ Oracle Cloud Day

วันที่: 21 ตุลาคม 2021
เวลา: 14.15 – 14.45น.
ผู้บรรยาย: Khun Thanatip Yindee, Principal Technology Solutions Architect, Oracle และ Khun Charlie Kumpeeraparb, Senior Solution Architect, VMWare Thailand
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://go.oracle.com/LP=116962

รับชมทางเลือกใหม่ในการใช้งาน VMware Cloud บน Oracle Cloud ด้วย Oracle Cloud VMware Solution (OCVS) ที่จะช่วยให้การใช้งาน VMware บน Cloud นั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย สามารถเชื่อมผสานเข้ากับระบบของ VMware ที่ใช้งานเดิมอยู่ภายในองค์กรเพื่อทำงานร่วมกันแบบ Hybrid Cloud ได้ทันที

ใน Webinar หัวข้อนี้ คุณจะได้พบกับประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • ความสามารถของ Oracle Cloud VMware Solution
  • แนวทางการย้ายระบบเดิมที่มีอยู่ขึ้นไปใช้งานบน OCVS
  • การทำงานร่วมกันระหว่างระบบภายใน OCVS และความสามารถส่วนอื่นๆ บน Oracle Cloud

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้ารับชมเนื้อหาดังกล่าว พร้อมกับเนื้อหาอื่นๆ ในงาน Oracle Cloud Day ได้ทันทีที่ https://go.oracle.com/LP=116962

from:https://www.techtalkthai.com/seamlessly-move-your-vmware-workloads-to-oracle-cloud-at-oracle-cloud-day/

[รีวิว] PROEN Any Cloud คลาวด์ Infrastructure and Platform Service สัญชาติไทย สร้างเร็ว ใช้งานง่าย ทำ Hybrid Cloud ก็ได้ ส่งข้อมูลข้าม Region ก็ฟรี

เกริ่นนำ

ในช่วงยุคปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเป็นยุคของการใช้งานคลาวด์เป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าเราจะหันไปที่หน้าจออะไรเราก็จะเจอแอปพลิเคชันสักอันอย่างน้อยที่มีการประมวลผลอยู่บนคลาวด์อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครที่เป็นนักพัฒนาระบบ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือผู้ดูแลระบบแล้วนั้น เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงจะมีการใช้งานคลาวด์กันอยู่แล้วสักที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น AWS, GCP, Azure หรือที่อื่น ๆ อีกมากมาย

ในรีวิวครั้งนี้ ทางทีม TechTalkThai จะมารีวิว Any Cloud ของทาง PROEN บริษัทผู้ให้บริการคลาวด์สัญชาติไทยที่ได้รับรางวัลการันตีผลงานมากมาย รวมทั้งยังมีคลาวด์ให้บริการในหลายภูมิภาค (Region) แล้วด้วย อีกทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Ruk-Com Cloud ที่ทาง TechTalkThai ได้รีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว มีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมอีกบ้าง ไปติดตามกันในบทความนี้ได้เลยครับ

PROEN Any Cloud คืออะไร ?

สำหรับคลาวด์ที่ทาง PROEN Any Cloud ให้บริการนั้นจะมีลักษณะเป็น Cloud Infrastructure and Platform Service  ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าจะเป็นคลาวด์ที่สามารถให้บริการได้ทั้งแบบ Infrastructure-as-a-Service (IaaS) และ Platform-as-a-Service (PaaS)  โดยคลาวด์ชนิดนี้จะมีการจัดเตรียมระบบและทรัพยากร (environment) ต่าง ๆ ไว้ให้พร้อมใช้งานได้เลย ทำให้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาระบบหรือเหล่า DevOps ได้อย่างมาก

โดยหลักการของ PROEN Any Cloud นั้นจะเป็น Public Cloud ที่มีให้ใช้งานกันผ่านอินเทอร์เน็ตเหมือนกับ Public Cloud เจ้าอื่น ๆ ที่มีให้บริการอยู่ แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการทำ Any Cloud ของ PROEN นั้นคือตามชื่อเลย โดยหากทางผู้ใช้งานต้องการคลาวด์ในลักษณะแบบ Private Cloud, Multi Cloud หรือว่าจะเป็นแบบ Hybrid Cloud ทาง PROEN ก็สามารถรองรับสนับสนุนได้หมดตามที่ต้องการนั่นเอง โดยสามารถนำเอาแพลตฟอร์มของทาง PROEN ไปต่อยอดได้ทันที 

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นบน PROEN Any Cloud 

สำหรับ PROEN Any Cloud ที่มีให้บริการอยู่บน Public Cloud นั้น เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์สนับสนุนมากมายและตั้งค่าได้อย่างสะดวก ซึ่งในบทความนี้จะขอยกเฉพาะฟีเจอร์เด่น ๆ ภายใน PROEN Any Cloud มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ครับ

สร้างทรัพยากรอย่างรวดเร็วด้วยหน้าจอ New Environment

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นอย่างแรกที่อยากจะพูดถึงมาก ๆ คือการสร้างทรัพยากร (New Environment) ขึ้นมาได้อย่างสะดวก โดยบนเว็บไซต์มีหน้าจอ UI ที่สนับสนุนให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกกำหนดทรัพยากรต่าง ๆ ที่ต้องการใช้งานได้อย่างรวดเร็วในแต่ละส่วนที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Load Balancer, Application Server, Cache, SQL Database, NoSQL Database, Storage และ VPS ที่เลือกได้ว่าจะต้องการวางสถาปัตยกรรม (Architecture) ใช้งานอย่างไร 

ตัวอย่างการเลือกทรัพยากรที่มี NGINX, Apache Server และ MongoDB สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว

โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้และตั้งค่าในแต่ละส่วนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Application Server มีรองรับภาษา Java, PHP, Ruby, .NET, Node.js, Python, Golang ที่จะสนับสนุนให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเลือก Application Server ตามภาษาที่ต้องการพัฒนาได้อย่างสะดวก โดยแต่ละส่วนที่มีให้บริการบน PROEN นี้ได้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยโดยทีมวิศวกรของทาง PROEN แล้วด้วย ดังนั้น กดคลิกเลือกไม่กี่ทีก็สามารถสร้างทรัพยากรต่าง ๆ ขึ้นมาพร้อมใช้งานได้ทันที แถมสบายใจเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

อีกส่วนหนึ่งที่จะประโยชน์สำหรับนักพัฒนาในยุคปัจจุบันอย่างมากอย่างแน่นอน นั่นคือบน PROEN Any Cloud นั้นสามารถรองรับการใช้งาน Container หรือ Kubernetes ได้เลย โดยสามารถเลือกสร้าง Container จาก Image บน Docker Hub ได้โดยกดเพียงหนึ่งคลิกเท่านั้น และหลังจากที่ผู้ใช้เลือกทรัพยากรต่าง ๆ ที่ต้องการใช้งานเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถใช้พัฒนาต่อยอดหรือว่านำผลิตภัณฑ์ที่มีเข้าไปติดตั้งแล้วก็เริ่มให้บริการลูกค้าได้ทันที

การเลือกใช้ Container Image หรือสร้าง Kubernetes Cluster ได้เพียงไม่กี่คลิก

PROEN Any Cloud กับการเลือกใช้ Container จาก Docker Hub ได้ทันที
PROEN Any Cloud มี NGINX Plus ให้ใช้งานด้วย รวมค่าใช้จ่าย License ไว้ให้แล้วเรียบร้อย

Import ไฟล์ที่เป็น IaC หรือเลือกจาก Marketplace มาสร้างทรัพยากรก็ได้

หากคุณเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ถนัดการเขียนสถาปัตยกรรมเป็นโค้ดหรือ Infrastructure as Code (IaC) ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ .yaml .yml .json แล้วนั้น บน PROEN Any Cloud มีรองรับวิธีการนี้ด้วยเช่นกัน โดยไฟล์จะอยู่บนเครื่องตัวเองหรือวางไว้อยู่บน GitHub หรือ Gitlab แล้วก็สามารถนำเข้ามาที่ PROEN Any Cloud ได้เลย

หน้าจอสำหรับการ Import นำเอาไฟล์ที่เป็น IaC เข้า PROEN Any Cloud

นอกจากนี้ PROEN Any Cloud ยังมี Marketplace ให้เข้าไปเลือกใช้ทรัพยากรตามประเภทของ Application Server ที่ต้องการใช้ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย อย่างระบบยอดนิยมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ELK, Grafana, WordPress, Moodle, Magento นั้นมีให้บริการอยู่ครบถ้วน หรือว่าจะสร้างเป็น Cluster อย่าง Kubernetes, Jenkins, Docker Swarm ก็ทำได้เพียงแค่หนึ่งคลิกเช่นกัน (มี Microservices ของ IOTA Node ด้วยนะ เผื่อใครสนใจ) 

หน้า Marketplace ให้ผู้ใช้สามารถเลือกสร้าง Application Server ได้อย่างรวดเร็ว

Scale ได้แบบ Vertical Scaling และ Horizontal Scaling

ส่วนการ Scale บน PROEN Any Cloud นั้นถือได้ว่าสามารถตั้งค่าได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเข้าใจง่าย โดยสามารถตั้งค่า Vertical Scaling ที่ต้องการได้โดยกำหนดจำนวน Cloudlet ที่จองใช้งานและจำกัดการขยาย Cloudlet ให้ไปได้ถึงเท่าใดผ่านหน้าจอได้เลย และถ้าหากใช้งานไปจนถึงระดับที่จำกัดไว้บน Vertical Scaling แล้ว ก็ยังสามารถทำ Horizontal Scaling เพื่อเพิ่ม Node ขยายออกมาได้ทันที 

ที่สำคัญในส่วนนี้ คือผู้ใช้สามารถเลือกตั้งค่าการ Scale แยกแต่ละส่วนได้เลย ไม่จำเป็นจะต้องเลือก Scale  ทั้งหมดทุกอัน จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อย่างมาก

ตัวอย่างการ Scale เฉพาะ Python Application Server ให้จองไว้ 28 Cloudlets และ Limit ไว้ที่ 256 (เต็มสุด)

จ่ายตามจริงตามที่ใช้งาน แถมส่งข้อมูลข้าม Region ได้ฟรี

อีกส่วนหนึ่งที่ลืมพูดถึงไม่ได้เลย นั่นคือเรื่องของค่าใช้จ่าย ซึ่งตามภาพที่แสดงก่อนหน้าจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่าย ทาง PROEN จะคิดแยกในแต่ละส่วนตามที่ตั้งค่าไว้ทั้งหมดโดยจะคิดตามจริงที่ใช้งานเท่านั้น แถมยังมี SLA อยู่ที่ 99.9% อีกด้วย และที่สำคัญ PROEN ปัจจุบันได้เป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการอีกหลายแห่งในโลก (รวมทั้ง Ruk-Com Cloud ด้วย) จึงทำให้การใช้งาน PROEN Any Cloud สามารถเลือกสร้างทรัพยากรในที่อื่นอีก 3 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ หรือญี่ปุ่น ได้ด้วย และถ้าหากมีการส่งข้อมูล (transfer) ข้ามภูมิภาค (Region)กันแล้ว ทาง PROEN จะไม่ได้คิดค่าบริการส่วน Bandwidth ตรงนั้นแต่อย่างใดอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นอีกข้อได้เปรียบหากใช้บริการของทาง PROEN Any Cloud จริง ๆ 

เชื่อม Git หรือจะต่อ CI/CD ได้ผ่าน UI ไม่กี่คลิก

ภายใน PROEN Any Cloud นี้ยังมีฟีเจอร์ที่สามารถ Clone เอา Git มาใส่ไว้ได้เลยอีกด้วย โดยสามารถ Add Repository เข้ามาเก็บไว้ได้ทันทีผ่านหน้าจอ UI และเลือกที่จะ Deploy เข้าไปใส่ไว้ในทรัพยากรที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกอย่างทำผ่านหน้าจอ UI ได้ทั้งหมด

ใช้เป็น Private Cloud, Multi Cloud หรือ Hybrid Cloud ก็ทำได้หมด

สำหรับผู้ที่ใช้งานคลาวด์อยู่แล้วอยากจะได้เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล อยากจะเก็บข้อมูลไว้ภายในออฟฟิศเท่านั้น ไม่อยากเอาข้อมูลขึ้น Public Cloud ก็สามารถใช้ PROEN Any Cloud ในลักษณะของ Private Cloud ได้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถนำเอาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มของทาง PROEN Any Cloud ไปติดตั้งและขึ้น Private Cloud ได้อย่างรวดเร็ว  และถ้าหากว่าต้องการทำ Multi Cloud หรือ Hybrid Cloud ก็สามารถใช้บริการของทาง PROEN Any Cloud ได้เช่นกัน โดยจะมีซอฟต์แวร์ของทาง PROEN ไป build ต่อยอดใช้งานได้อย่างสะดวก ดังนั้น PROEN Any Cloud จึงสามารถสนับสนุนได้ทุกรูปแบบตามที่ต้องการใช้งานคลาวด์ได้เลย

PROEN Any Cloud Platform

ทดลองใช้ PROEN Any Cloud

การสร้างทรัพยากรผ่านหน้าจอ New Environment เรียกได้ว่าสะดวกและรวดเร็วมาก ตัวอย่างเช่น หากต้องการสร้างเว็บไซต์หนึ่งขึ้นมาโดยวางสถาปัตยกรรมที่ต้องการว่าอยากให้มี Load Balancer เป็น NGINX พร้อมกับใช้ Apache Web Server เวอร์ชัน 2.4.50 ด้วย PHP 8.0.11 พร้อมกับเลือกใช้ MemCache 1.6.12 และฐานข้อมูล Percona 8.0.23 กดไม่กี่คลิกตามที่ต้องการแล้วกด Create จากนั้น รออีกสักพักหนึ่ง (ประมาณ 10 นาที) ทรัพยากรเหล่านั้นก็จะขึ้นมาให้พร้อมใช้งานได้ทันที 

ตัวอย่างการกำหนดสถาปัตยกรรมที่ต้องการผ่านหน้า New Environment
รอไม่ถึง 10 นาที ทรัพยากรที่กำหนดไว้ก็พร้อมให้เข้าไปใช้งานต่อได้เลย

ส่วนที่อำนวยความสะดวกภายใน PROEN Any Cloud ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือในแต่ละส่วนนั้นสามารถเพิ่ม Add-Ons เข้าไปได้ด้วย แถมกดเลือกผ่านหน้าจอ UI ที่ PROEN Any Cloud บริการให้ได้ทันที

เพิ่ม Add-Ons เข้าไปผ่านหน้า UI ของ PROEN Any Cloud ได้

สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์หรือผู้ดูแลระบบที่ต้องการจะแก้ไขไฟล์บนนั้น ก็ดำเนินการผ่านหน้าเว็บได้เลย อย่างเช่น อยากจะแก้ไขการตั้งค่า NGINX หรือว่า Cron เป็นต้น ก็กดเข้าไปผ่าน UI บนเว็บแล้วแก้ไขได้เลย หรือถ้ารู้สึกไม่ถนัด อยากจะเข้า SSH ไปแก้ไขด้วย vi หรือ vim ถนัดกว่า PROEN Any Cloud ก็มี Terminal บริการโดยสามารถเข้าผ่าน Web SSH ได้ทันที

แก้ไขไฟล์ผ่าน PROEN Any Cloud ได้ทันที
ใช้ Web SSH ผ่าน PROEN Any Cloud ได้เลย

นอกจากนี้ PROEN Any Cloud จะมี Statistics ที่แสดงการสถิติใช้งานของแต่ละส่วนให้บริการอีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องไปใช้คำสั่งอื่น ๆ หรือหาซอฟต์แวร์มาติดตั้งเพื่อดูรายละเอียดต่าง ๆ แล้ว มีพร้อมให้ใช้ได้เลย

ดู Statistics ผ่าน PROEN Any Cloud ได้เลย

หากใครถนัด Docker อาจจะมีเขียน Docker Compose ไว้อยู่แล้ว ก็สามารถสร้างทรัพยากรผ่านทาง Docker Engine แล้วก็ Clone Repository จาก Git ที่พัฒนาไว้แล้วก็รันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว โดย PROEN Any Cloud จะมีให้ Public IP มาใช้งานก่อน 1 IP Address ที่สามารถ Attach เพื่อเข้าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ในตอนเริ่มต้น ซึ่งตัวอย่างตามภาพ เพียงไม่กี่คลิกและพิมพ์ไม่กี่ที ซอฟต์แวร์ ElasticSearch, Kibana และ Logstash ก็ขึ้นมาให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

การสร้างทรัพยากรบน Docker Engine บน PROEN Any Cloud
Kibana ที่ขึ้นพร้อมใช้งานจาก PROEN Any Cloud ผ่านพอร์ต 5601
ElasticSearch ที่ขึ้นพร้อมใช้งานจาก PROEN Any Cloud โดยตอบกลับมาพอร์ต 9200

PROEN Any Cloud เหมาะกับใคร ?

เห็นได้ชัดเจนว่า PROEN Any Cloud นี้เหมาะกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ดูแลระบบ หรือว่าเหล่า DevOps อย่างมากในการใช้งาน ที่จะสามารถตั้งสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์และทรัพยากรต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะกับองค์ธุรกิจในทุกขนาดที่มีความต้องการใช้งานคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น Freelance ธุรกิจระดับ SMB หรือองค์กร Enterprise ธุรกิจขนาดใหญ่ก็สามารถใช้งาน PROEN Any Cloud เพื่อใช้เป็นทรัพยากรสำหรับพัฒนาหรือทดสอบ (Dev/Test) หรือว่าจะให้บริการในระดับ Production ในระดับ Scale ใหญ่ก็สามารถรองรับได้อย่างแน่นอน 

โครงการ PROEN håi

สำหรับใครที่เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลหรือการแพทย์สาธารณสุข กลุ่มการศึกษา และกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพ ตอนนี้ทาง PROEN มีโครงการ “PROEN håi” ที่มอบสิทธิพิเศษให้กับ 3 กลุ่มธุรกิจดังกล่าวให้ใช้งานคลาวด์ของทาง PROEN ได้ฟรี! โดย PROEN håi เป็นโครงการที่ทาง PROEN อยากจะส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมไทยผ่านทาง 3 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดีมาก ๆ หากใครเข้าข่ายตามเงื่อนไขที่ PROEN กำหนดแล้วสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ลิงก์นี้

ทดลองใช้งาน PROEN Any Cloud ได้ฟรี 14 วัน

หากใครสนใจอยากทดลองใช้งาน PROEN Any Cloud สามารถทดลองใช้งานเบื้องต้นก่อนได้ฟรี โดยสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://app.manage.proen.cloud/ ซึ่งสามารถสมัคร Signup ได้ง่าย ๆ เพื่อเริ่มต้นทดลองใช้งานได้เลย 14 วัน ซึ่งหลังจากนั้นระบบจะแจ้งให้ทำการอัปเกรดให้เป็นแบบเสียเงินหากต้องการใช้งานต่อไป

บทสรุป

จากการทดลองใช้งาน PROEN Any Cloud แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าการจะสร้างทรัพยากรบน PROEN Any Cloud นั้นสามารถดำเนินการได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว ด้วยหน้าจอ UI ต่าง ๆ ที่สามารถกดเลือกทรัพยากรต่าง ๆ ตามที่ต้องการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และ PROEN Any Cloud ก็จะสร้างทรัพยากรเหล่านั้นขึ้นมาด้วยเวลาที่ไม่นานมากนัก ทรัพยากรเหล่านั้นก็พร้อมใช้ให้สามารถเข้าไปตั้งค่าพัฒนาต่อยอดหรือเอาผลิตภัณฑ์ขึ้นไปติดตั้งเพื่อให้บริการลูกค้าต่อไปได้อย่างทันท่วงที หรือว่าใครที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงเทคนิคมาก ๆ อยากจะปรับแต่งเองก็สามารถเลือกสร้างทรัพยากรผ่านโค้ดไฟล์แบบ IaC หรือจะพัฒนาแบบ Container หรือ Kubernetes ก็มีรองรับไว้หมดแล้ว อีกทั้งถ้าหากว่าต้องการ Private Cloud, Multi Cloud หรือ Hybrid Cloud ทาง PROEN Any Cloud ก็สามารถรองรับได้ในทุกรูปแบบได้ตามที่ต้องการใช้งานอย่างสะดวกและรวดเร็ว

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้คลาวด์ไม่ว่าจะเป็นการใช้พัฒนาซอฟต์แวร์ของระดับ SMB, Enterprise หรือเพื่อให้บริการในระดับ Scale ใหญ่ก็ตาม ทาง PROEN Any Cloud นั้นสามารถรองรับตามความต้องการได้หมด ด้วยค่าใช้จ่ายที่คิดตามจริงตามที่เลือกใช้งาน พร้อมกับค่า Bandwidth ที่มีการส่งข้อมูลข้ามภูมิภาคกันก็ไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม แถมยังมี SLA ให้ในระดับ 99.9% อีกด้วย และถ้าหากว่ามีปัญหาการใช้งานก็ยังสามารถติดต่อทีมวิศวกรและทีม Support ของทาง PROEN ที่เป็นคนไทยคอยให้บริการแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหาได้ จึงถือได้ว่า PROEN Any Cloud นี้เหมาะกับองค์กรธุรกิจในทุก ๆ ระดับที่ต้องการใช้งานคลาวด์จริง ๆ

ติดต่อ PROEN ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้งาน PROEN Any Cloud หรือมีข้อสงสัยใด ๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน PROEN ได้ทันทีผ่านทางอีเมล sales@proen.co.th หรือโทร 02-690-3888 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ proen.cloud ได้เลย

from:https://www.techtalkthai.com/review-proen-any-cloud-thai-cloud-infrastructure-and-platform-service/

CloudJump webinar: Manage Modernize and Secure your Data with Veeam & AWS [26 ต.ค. 2021 – 13.30น.]

AIS Business ร่วมกับ AWS และ Veeam ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนา CloudJump webinar ในหัวข้อ Manage Modernize and Secure your Data with Veeam & AWS ในวันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 13:30 – 15:00 น.

โดยในงานนี้ ท่านจะได้รู้จักกับ Solution จาก Veeam และ AWS ที่จะช่วยให้ท่านสามารถทำการสำรองข้อมูลต่างๆที่อยู่ภายใต้ Hybrid Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล และยังสามารถทำการย้ายข้อมูลได้อย่างยืนหยุ่นและปลอดภัย

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

วันที่ 26 ตุลาคม 2021
เวลา 13.30น. – 15.00น.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://app.livestorm.co/ais/cloudjump-webinar-manage-modernize-and-secure-your-data-with-veeam-and-aws?type=detailed 

พบกับเนื้อหาดังต่อไปนี้ในงาน Webinar ครั้งนี้

Modern Data Protection

Solution จาก Veeam ที่จะช่วยจัดการข้อมูลต่างๆที่อยู่ภายใต้ Hybrid Cloud ให้สามารถทำการโยกย้ายได้อย่างอิสระ ในการทำ Cloud Data Management ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องมือจัดการข้อมูลองค์กร ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปกป้องข้อมูล และการกู้คืนข้อมูลได้ในระดับที่ธุรกิจองค์กรต้องการด้วย

Transform your data to Cloud with AWS

บริการพื้นที่เพื่อจัดเก็บ และปกป้องข้อมูลบน Cloud ไม่ว่าปริมาณเท่าใด รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ใช้งานได้ง่าย มีบริการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด การกำกับดูแล และ รองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนด จาก AWS

Data Backup as a Service with AIS

บริการ จาก AIS สำหรับจัดเก็บข้อมูล cloud ของลูกค้าที่ใช้งานอยู่แบบ On premise หรือ Enterprise cloud ไปไว้ที่ AWS -S3 ผ่านซอฟต์แวร์ Veeam license และบริการ backup managed service ที่จะคอย monitor จากทำงานให้ลูกค้า

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ครั้งนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://app.livestorm.co/ais/cloudjump-webinar-manage-modernize-and-secure-your-data-with-veeam-and-aws?type=detailed

from:https://www.techtalkthai.com/cloudjump-webinar-manage-modernize-and-secure-your-data-with-veeam-and-aws-by-ais-business/

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Oracle Cloud Day [21 ต.ค. 2021 – 13.30น.]

Oracle ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Oracle Cloud Day ในวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2021 เวลา 13.00น. – 15.45น. เพื่อร่วมเรียนรู้เทคโนโลยี Cloud ล่าสุดจาก Oracle พร้อมอัปเดตเทรนด์ล่าสุดด้าน Data, Applciation, AI และ Analytics สำหรับธุรกิจองค์กร

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้

Oracle Cloud Day

วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2021
เวลา: 13.00น. – 15.45น.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://go.oracle.com/LP=116962

ทำไมคุณจึงควรเข้าร่วมงาน Oracle Cloud Day?

ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในการใช้งาน Cloud มากน้อยเพียงใด งานสัมมนาออนไลน์ Oracle Cloud Day นี้ก็จะยังคงนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อคุณเพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น

งานสัมมนาออนไลน์ Oracle Cloud Day นี้จะทำให้คุณได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดและ Best Practice ที่เป็นประโยชน์และนำไปใช้งานจริงได้ รวมถึงจะทำให้คุณมีโอกาสไปพบปะกับผู้คนจำนวนมากที่กำลังเผชิญโจทย์ความท้าทายเดียวกับคุณและสนใจเทคโนโลยีเดียวกันกับคุณ มาร่วมรับชมเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาในแต่ละอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้คุณปรับปรุงธุรกิจให้ทันสมัยและใช้ข้อมูลที่มีอยู่สร้างคุณค่าให้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ลูกค้าของเราที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จในงานนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าคุณเองก็สามารถเปลี่ยนจินตนาการของคุณให้เป็นความจริงได้ด้วยเช่นกัน

ไฮไลท์ของงาน

  • เนื้อหา Keynote จากทีมผู้บริหารของ Oracle, ลูกค้า, นักวิเคราะห์, พันธมิตร และผู้นำทางวิสัยทัศน์ที่จะลงลึกถึงแนวโน้มถัดไปทางด้าน Data, Application, AI และ Analytics
  • เนื้อหาจำนวน 4 Track ที่ถูกออกแบบมาสำหรับประเด็นด้านการบริหารจัดการข้อมูลยุคใหม่, แอปพลิเคชันยุคใหม่, การใช้ AI และ Analytics เพื่อสร้างองค์ความรู้ และการสร้าง Smart Application รวมถึงกิจกรรมพูดคุยเชิงเทคนิคและแล็บแบบ Hands-on
  • การแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จจากลูกค้าของ Oracle
  • Virtual Innovation Lounge ที่ซึ่งคุณจะสามารถทำความรู้จักกับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ และพูดคุยสื่อสารแบ่งปันข้อมูลกับพันธมิตรของเรา และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมกันได้

กำหนดการ

13:30 – 13:45 Welcome & Ignite Session by Khun Taveesak Saengthong, Managing Director, Oracle Thailand

13:45 – 14:15 Empowering English Premier League with Oracle Cloud – Reimaging FC Experience by Khun Tidaporn Santimanawong, Senior Director, ASEAN & SAGE Cloud Engineering, Oracle Corporation

14:15 – 15:45 Break Out

  • Track 1: Agile-Data and Digital Modernization Platform รับชมเนื้อหาเกี่ยวกับ Oracle Cloud VMware Solution, Oracle Cloud Data Platform, Advanced Analytics & Conversational AI
  • Track 2: The Future of Data Driven รับชมเนื้อหาเกี่ยวกับ Oracle Database 19c, Oracle Database 21c, Data Mesh, PDPA
  • Track 3: Modern Data Platform รับชมเนื้อหาเกี่ยวกับ Autonomous Converged Database Platform, Data Protection & Security, Oracle Cloud Native
  • Track 4: Intelligent Business Experience with AI & ML รับชมเนื้อหาเกี่ยวกับ Intelligent Performance Management, AI for Customer Experience, Modernize HR 4.0

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ทันทีที่ https://go.oracle.com/LP=116962

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-cloud-day-2021/

รวมทุกอัปเดตจากงาน VMworld 2021 จบในบทความเดียว

ในงาน VMworld 2021 ที่กำลังจัดขึ้นอยู่นี้ถือเป็นงานครั้งใหญ่ที่เปิดตัวอัปเดตใหม่ๆ เยอะที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ขอนำสรุปทุกประเด็นสำคัญที่คนในวงการ IT Infrastructure ควรทราบเอาไว้ดังนี้ครับ

หมายเหตุ: อันที่เด่นๆ เราทำสีส้มเอาไว้จะได้ดูง่ายนะครับ

Credit: VMware

Multi-Cloud

  • VMware Cloud on AWS รองรับบริการ Managed Tanzu Services, รองรับการใช้ VMware NSX Advanced Firewall และ Carbon Black รวมถึงรองรับการใช้ Intelligent Availability Zone ทำ HA ได้แล้ว
  • VMware Cloud on AWS Outposts สามารถใช้ VMware Cloud บน AWS Outposts ได้โดยตรง ทำ Hybrid Cloud ร่วมกับ VMware Cloud on AWS ได้
  • vRealize Cloud Universal สามารถตรวจสอบและทำ Multi-Cloud ให้กับ App ได้แล้วด้วย vRealize Operations Enterprise Universal Add-On รวมถึงยังมีการเปิดตัวความสามารถใหม่สำหรับติดตามและจัดการ Horizon ได้ และสามารถตรวจสอบวิเคราะห์ระบบเครือข่ายของ VMware และ 3rd Party ได้
  • VMware Cloud on Dell EMC with Tanzu Services รองรับ Tanzu บน VMware Cloud on Dell EMC แล้ว
  • VMware Cloud Disaster Recovery สามารถกู้คืนข้อมูลในระดับไฟล์ได้เพื่อรับมือกับเหตุ Ransomware โดยเฉพาะ รวมถึงทำ Data Protection บน VMware Coud on AWS ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Software ใดๆ เพิ่มเติม
  • vSphere 7 Update 3 ปรับให้ตั้งค่า NSX-T ได้ง่ายขึ้นบน vSphere Client, ปรับปรุง VMware Service for GPU ให้รองรับระบบ AI ได้ดีขึ้น, มีการปรับแต่งประสิทธิภาพและการใช้งาน Persistent Memory ให้ดีขึ้น, สามารถใช้ NVMe over TCP ได้แล้ว
  • vSAN 7 Update 3 เพิ่ม Statefule Service สำหรับ vSAN Data Persistence Platform รองรับงานของ Developer ได้ดีขึ้น, ปรับปรุงระบบ Monitoring และ Health Check ให้สามารถตรวจสอบแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น, รองรับ Key Persistence และเพิ่มความทนทานให้กับการใช้งานที่ Edge
  • vRealize Cloud Management สามารถบริหารจัดการ Oracle Cloud VMware Service, Google Cloud VMware Engine, Azure VMware Service และทำการจัดการ App, การ Provision และทำ Automation ได้, รองรับการทำ Multi-Cloud ได้ และปรับปรุงการบริหารจัดการในหลายส่วน
  • CloudHealth by VMware รองรับการจัดการและการ Deploy ระบบให้ Kuberentes ได้, ปรับปรุงหน้าจัดการค่าใช้จ่ายให้ดีขึ้น และจัดการความมั่นคงปลอดภัยให้กับ Kubernetes ได้ดีขึ้น
  • Google Cloud VMware Engine รองรับ Horizon, vRealize Automation, vRealize Operations, vRealize Network Insight, NSX Advanced Load Balancer, SD-WAN ได้ พร้อมรับประกันความคุ้มค่าได้จากงานวิจัยโดย VMware Cloud Economics
  • Oracle Cloud VMware Solution รองรับ Billing ได้แบบยืดหยุ่น และได้ลดราคาจากการตกลงใช้งาน 1-3 ปี, ผ่านการรับรองด้านประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยโดย IL5 P-ATO จาก US FedRAMP Join Authorization Board, เปิดสาขาใหม่สำหรับรองรับหน่วยงานภาครัฐที่ออสเตรเลีย
  • VMware Cloud Universal รองรับการบริหารจัดการ Kubernetes แบบ Multi-Cloud โดยสามารถใช้ Kubernetes แบบ Open Source ได้ และมีรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายแบบใหม่ที่ยืดหยุ่น
  • เปิดตัว Project Arctic บริการ SaaS ที่ทำงานร่วมกับ vSphere เพื่อให้ทำงานแบบ Hybrid Cloud ได้ง่ายขึ้น และจัดการผ่าน vCenter ได้
  • Project Monterey ใช้ VMware Cloud Foundation และ VMware vSphere บน DPU ได้ ทำให้สามารถ Deploy VMware บน Environment ที่หลากหลายและคุ้มค่าได้มากขึ้น
  • เปิดตัว Project Ensemble รวมความสามารถของ vRealize ทั้งหมดเอาไว้ในระบบเดียวให้จัดการได้จากศูนย์กลางและรองรับ Multi-Cloud ได้ โดยมีระบบ Insight ใหม่ที่เหมาะกับผู้ใช้งานในแต่ละบทบาทมากขึ้น

Security

  • CloudHealth Secure State ติดตามความมั่นคงปลอดภัยบนระบบ Multi-Cloud ได้ง่ายขึ้นด้วยหน้า Search และปกป้อง Kubernetes ได้ดีขึ้น รวมถึงทำ Autoamtion ด้าน Security ได้มากขึ้น
  • VMware Carbon Black Container ปกป้อง Container ได้โดยผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งใน CI/CD Pipeline และทำงานได้แบบอัตโนมัติ
  • Risk-Prioritized Vulnerability Management จัดระดับความเสี่ยงได้ด้วย CVSS, Machine Learning และ Predictive Modeling
  • VMware Carbon Black Workload for VMware Cloud on AWS รองรับการติดตั้งใช้งานได้แบบ Agentless ผ่าน vSphere
  • Zero Trust Security Inside and Across the Multi-Cloud ทำ Zero Trust ได้สำหรับ Multi-Cloud โดยมี API สำหรับพูดคุยระหว่าง Application ได้เมื่อตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติ, ปกป้อง Edge ได้ดีขึ้น และรับมือกับภัยคุกคามได้เร็วยิ่งขึ้น
  • Multilayer Ransomware Defense ใช้ AI/ML ตรวจจับ Ransomware ในระดับไฟล์และทราฟฟิก และนำข้อมูลไปผนวกกับข้อมูลจาก MITRE ATT&CK
  • VMware Cloud Web Security โซลูชันใหม่สำหรับปกป้อง Website จาก Malware และ Zero-Day Attack โดยเฉพาะ

Networking

  • vRealize Network Insight 6.4 เพิ่มหน้าจอตรวจสอบใหม่สำหรับ NSX-T, Azure VMware Solution, Google Cloud VMware Engine, VMware Cloud on Dell EMC และรองรับ NSX-T Federation สำหรับแก้ไขปัญหาในหลาย Data Center รวมถึงวิเคราะห์ขจ้อมูลแก้ไขปัญหาจากข้อมูลหลายแหล่งได้เร็วขึ้น
  • VMware SASE 4.5 รองรับการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาเชื่อมต่อไปยัง Cloud และ Data Center ที่ต้องการได้อย่างปลอดภัย โดยสามารถบริหารจัดการเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยได้จากศูนย์กลาง รวมถึงมี AIOps ช่วยดูแลแก้ไขปัญหา
  • Edge Network Intelligence สามารถตรวจสอบ User Experience ของการทำงานจากทุกที่ได้ รองรับการทำ Application Assurance ได้ แลละมี AIOps ช่วยตรวจสอบแก้ไขปัญหาได้
  • VMware Secure Access บริการ Cloud Tunnel ที่ทำให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อไปยัง Cloud หรือ Data Center ได้โดยไม่มีคอขวดในระบบ VPN อีกต่อไป
  • Modern Connectivity with Tanzu Service Mesh รวม Service Mesh และ Ingress Service เข้าด้วยกัน มี Behavior-bases Security Model ให้ใช้สำหรับ Service, API และ Data รวมถึงเสริมความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยหลากหลายเข้าไปในระบบ

App Modernization

  • Tanzu Community Edition ใช้ Tanzu ได้ฟรีแล้วแบบ Community Edition
  • Tanzu Application Service เพิ่มอายุ Certificate, เพิ่มความสามารถให้ NSX-T, RBAC และใช้ TLS1.3/TLS Everywhere
  • Tanzu Observability by Wavefront ปรับแต่งการแจ้งเตือนแบบละเอียดได้, ปรับแต่งการรวบรวมข้อมูลของ Kubernetes Cluster ได้, รองรับ PromQL และเปิดตัวความสามารถ Beta ใหม่ได้แก่ Automated Probable Root Cause และการตรวจสอบแจ้งเตือนจาก vRealize Operation Cloud SDDC ใน Tanzu Observability ได้
  • Tanzu Mission Control รองรับการจัดการ Tanzu Kubernetes Grid Cluster บน VMware Cloud และ Azure Cloud ได้, ติดตั้งและจัดการ TAnzu ได้จาก Tanzu Mission Control, ทำ Data Protection/Restore ข้าม Storage Location และ Namespace ได้
  • เปิดตัว Tanzu Mission Control Starter รุ่นฟรีที่ใช้งานได้แบบ SaaS
  • Tanzu Kubernetes Grid Introduces New Features เริ่มรองรับ Windows Container แบบ Experimental Support, รองรับ GPU Workload ได้ใน Tanzu Kubernetes Grid for AWS, Azure และ vSphere, จัดการ Lifecycle Managed Packages ได้ผ่าน Tanzu CLI และใช้ Credential ที่แตกต่างกันใน Cluster บน VMware vSphere ได้แล้ว
  • VMware Tanzu Standard for VMware Cloud Universal ใช้ Tanzu Standard Edition ทำงานเป็น Standalone Service ใน Cloud Univeral เพื่อจัดการ Kublerntes Cluster ในแบบ Multi-Cloud ได้
  • Tanzu Service Mesh Enterprise จัดการ Network และ Security ได้ครบ รวมถึงรองรับการเสริม Data Security ใน DevOps Tool และ CI/CD Pipeline, รองรับการทำ Security แบบ Shift Left ได้

Anywhere Workspace

  • Future Ready Workforce Solutions รองรับการทำ Multi-Factor Authentication ได้ และมีโซลูชันสำหรับ Endpoint Security, ZTNA, Cloud Web Security ให้เลือกใช้
  • Horizon สามารถ Deploy บน Private Cloud และ Public Cloud ได้, มี Horizon Control Plane บริการแบบ SaaS สำหรับจัดการ VDI และ App, มีโซลูชัน Edge สำหรับ Provision และ Manage ระบบ Virtual Desktop และ App อัตโนมัติ
  • Workspace ONE Unified Endpoint Management รองรับอุปกรณ์และ OS เพิ่มขึ้น, มีเครื่องมือจัดการได้แบบ Low-Code/No-Code, มีการวัดคะแนน EX Score เพื่อวัดประสบการณ์ของผู้ใช้งานและสามารถวิเคราะห์หาต้นเหตุของปัญหาได้โดยอัตโนมัติ, สามารถบริหารจัดการ SaaS App ได้ด้วย VMware SaaS App Management

Edge

  • VMware Telco Cloud Platform รองรับการจัดการ CNF และ VNF ได้จาก Core ถึง Edge, รองรับการทำ Multi-Layer Automation และมี Certified Ecosystem Solution ช่วยให้นำโซลูชันจากผู้ผลิตรายอื่นๆ มาใช้งานร่วมกันได้ง่ายขึ้น
  • VMware Telco Cloud Platform RAN เปลี่ยน RAN ให้กลายเป็น 5G Multi-Services Hub ได้, ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และทำการ Provision ระบบจำนวนมากไปยัง RAN หลายสาขาได้
  • VMware Telco Cloud Infrastructure รองรับ Multi-Vendor VNF ได้, มีระบบ Resource Guarantee และสามารถติดตามการทำงานแก้ไขปัญหาระบบได้จากศูนย์กลาง
  • VMware Telco Cloud Automation มีมาตรฐานกลางเพื่อให้สามารถออกแบบติดตั้งใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้รวดเร็ว, เพิ่มการทำ Multi-Cloud และ Cloud-Native รวมถึงการทำ Lifecycle Management Automation เข้าไป, รองรับการจัดการแบบอัตโนมัติได้ทั้งสำหรับ VM และ Container
  • VMware SD-WAN ปรับปรุงการใช้งานให้ง่ายขึ้น, จัดการประสิทธิภาพบนหลาย WAN ได้ดีขึ้น และรองรับการเชื่อมต่อตรงไปยังบริการ Cloud ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น

Emerging Technologies

  • เปิดตัว Project Capitola ระบบ Software-Defiend Memory สำหรับ Data-Centric Computing เป็นความร่วมมือระหว่าง VMware, ผู้พัฒนา Memory และผู้พัฒนา Server ที่นำ DRAM, PMEM, NVMe มาผสานรวมกัน เพื่อให้ Application สามารถเข้าถึงหน่วยความจำเหล่านี้ได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และใช้งานได้อย่างง่ายดาย

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วม VMworld เพื่อรับชมเนื้อหาต่างๆ, เข้าร่วม Workshop หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ จาก VMware สามารถเข้าร่วมได้ที่ https://www.vmware.com/vmworld/en/index.html นะครับ

from:https://www.techtalkthai.com/vmworld-2021-new-updates-summary/

AWS จับมือ VMware ประกาศพร้อมให้บริการ VMware Cloud on AWS Outpost

ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือของโซลูชันจาก AWS และ VMware ที่จับ VMware Cloud on AWS ลงไปไว้ใน Outpost

VMware Cloud on AWS ก็คือการยกแพลตฟอร์ม VCF ของตนไปติดตั้งบนฮาร์ดแวร์ของคลาวด์จาก AWS ส่วน AWS Outpost เป็นฮาร์ดแวร์พิเศษที่ออกแบบและจัดการโดย AWS เพื่อให้ลูกค้ายกไปตั้งไว้ที่ไซต์ตัวเอง แต่ได้รับการดูแลโดย AWS ตอบโจทย์เรื่อง Compliance หรือ Latency ของลูกค้า ทั้งนี้ VMware Cloud on AWS Outpost จึงหมายถึงการนำซอฟต์แวร์ที่ใช้ใน VMware Cloud on AWS ไปลงบน Outpost นั่นเอง ซึ่งท่านสามารถดูตารางเปรียบเทียบได้ดังด้านล่าง

credit : VMware

VMware Cloud on AWS Outpost จะถูกดูแลโดย VMware เป็นด่านแรกแต่หากเกิดปัญหาเรื่องฮาร์ดแวร์ AWS ถึงจะเข้ามาจัดการ อย่างไรก็ดีโซลูชันสามารถเชื่อมต่อทำงานร่วมกันบริการคลาวด์หลักของ AWS ได้ปกติเหมือน Outpost แต่จะเร็วแค่ไหนก็ขึ้นกับลิงก์ที่ผู้ใช้มีด้วย ในส่วนของเรื่องข้อมูลโดยพื้นฐานข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในเครื่อง มีเพียงข้อมูล metadata ที่ช่วยให้ AWS สามารถรับทราบสถานะการทำงานที่จำเป็นเท่านั้นที่จะถูกส่งกลับไปเช่น ฮาร์ดแวร์ยังดีอยู่ไหม ยังเพียงพอหรือมีปัญหา เป็นต้น

สำหรับความพร้อมตอนนี้ยังเปิดให้แค่ในสหรัฐฯเท่านั้นนะครับที่ US East (N. Virginia) และ US West (Oregon) ก็ต้องรอติตตามต่อไปว่าจะเข้าไทยหรือไม่เมื่อไหร่

ที่มา : https://aws.amazon.com/blogs/aws/vmware-cloud-on-aws-outposts-brings-vmware-sddc-as-a-fully-managed-service-on-premises

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-cloud-on-aws-outpost/

VMware ออกบริการ Cross-Cloud Service รองรับการทำงานแบบ Multi-Cloud พร้อมเปิดตัวโซลูชันสนับสนุนมากมาย

ที่งาน VMworld 2021 วานนี้ทาง VMware ได้มีการออกบริการใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีของแอปพลิเคชันในระดับองค์กร ที่ส่วนใหญ่ล้วนมีการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าปะปนกัน อย่างไรก็ดีตัว Portfolio ใหม่ที่ชื่อ Cross-Cloud Service จะเป็นรวมทั้งบริการเดิมที่มีอยู่แล้วและมีการเปิดตัวบริการใหม่ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-cloud ในหลายแง่มุม

เครดิต : VMware

แนวคิดของ Cross-Cloud Service

จากการที่องค์กรมีพฤติกรรมในการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าร่วมกัน โดยโซลูชันกลุ่มใหม่ของ VMware หรือ Cross-Cloud Service มีประโยชน์ต่อลูกค้าใน 3 ด้านคือ ต้องช่วยให้ลูกค้าไปคลาวด์ ต้องมีความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย มีความยืดหยุ่นและควบคุมจัดการข้ามคลาวด์ใดๆก็ได้ โดยใน Cross-Cloud Service ประกอบไปด้วยบริการหลายตัว แต่ลูกค้าจะต้องมีอิสระในการเลือกบริการใดก็ได้ที่สนใจนำไปใช้งานบนคลาวด์ใดก็ได้ ซึ่งองค์ประกอบของ Cross-Cloud Service มีอยู่ 5 ด้านคือ

  1. แพลตฟอร์มที่ช่วยในการสร้างและ deploy แอปพลิเคชันในลักษณะ Cloud-native
  2. Cloud Infrastructure ที่สามารถใช้เพื่อบริหารจัดการและรันแอปขององค์กร
  3. สามารถบริการจัดการคลาวด์ ติดตามการทำงานเพื่อสามารถควบคุมประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายของแอปในหลากหลายคลาวด์
  4. ตอบโจทย์เรื่องของ Security และ Networking ที่สามารถทำงานข้ามคลาวด์เชื่อมต่อแอปอย่างปลอดภัย
  5. สอดคล้องสนับสนุนการทำงานแบบ Digital Workplace 

โดยการประกาศบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นใดในงาน VMware 2021 จะสอดรับกับนโยบายเรื่อง Cross-Cloud Service ในหลายด้านเช่น

  • Cloud Infrastructure and Management – ออกนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลูกค้าใช้คลาวด์ได้เร็วและปลอดภัย รองรับ Modernize Application
  • App – เพิ่มขีดความสามารถในเรื่อง VMware Tanzu ให้ตอบสนองการทำงานของนักพัฒนาตั้งแต่การ build run และ manage
  • Edge – ออกโซลูชันใหม่ที่ชื่อ VMware Edge ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการแอปพลิเคชันแบบ ‘edge-native’ และสามารถทำงานข้ามคลาวด์ได้
  • Security & Networking – ความสามารถใหม่ที่ทำให้การทำงานเป็นไปตามแนวคิด Zero Trust ไม่ว่าท่านจะมีการใช้งาน ทำงาน รันแอป ในรูปแบบใด

และเนื้อหาส่วนต่อไปจากนี้คือการเปิดตัวหรือเพิ่มขีดความสามารถโซลูชันเดิมเพื่อตอบโจทย์ของ Cross-Cloud Service ที่ VMware พูดถึงในงานนี้

1.) Project Arctic

VMware ได้เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมใหม่ของซอฟต์แวร์ vSphere ซึ่งการจะเป็นเพื่อการตอบโจทย์แบบ Hybrid Cloud เป็นค่าพื้นฐาน พร้อมทั้งยัง integrate การเชื่อมต่อเข้าสู่คลาวด์ได้เนียนมากขึ้น โดยภายในยังมีคีย์เวิร์ดอีก 3 ตัวคือ

  • Project Capitola – Software-defined Memory ที่จะเข้ามาช่วยในแอปที่ต้องใช้งานหน่วยความจำเยอะ
  • Project Cascade – ช่วยกำหนดการใช้งานสำหรับ Infrastructure และ Container สำหรับ Multi-cloud
  • Project Ensemble – หน้าจอบริหารจัดการเดียวที่สามารถจัดการ VMware Cloud

2.) VMware Edge

โซลูชันใหม่นี้มุ่งเน้นเพื่อแอปพลิเคชันบนโครงสร้างของ Edge หรือ VMware เรียกการรันแอป ณ จุดที่ใกล้กำแหล่งกำเนิดข้อมูลนี้ว่า Edge-native โดยมีการออกแพลตฟอร์มใหม่ภายใน Hypervisor หรือ ESXi-RT ทั้งนี้จะเริ่มต้นใน vSphere 7 U3 ซึ่งมีการ integrate เรื่องของ VM และ Container-based รวมถึง VMware Edge Compute Stack ที่ช่วยให้สามารถจัดการ Application แบบ Edge-native ที่ตั้งอยู่ใน Edge ณ สถานที่ต่างๆได้ ครอบคลุมไปถึงเรื่อง Observability, Installation, Config

เบื้องต้น VMware ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้าน Edge และแน่นอนว่ามี VxRial รวมไปถึง Lenovo เช่นกัน (อาจมีการขยายความร่วมมือกับ Vendor อื่นในอนาคต) ในด้านการตลาด VMware Edge ถูกแบ่งออกเป็น 3 Edition คือ Standard, Advance และ Enterprise แต่ VMware เผยว่ากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับ Lightweight Application ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ในส่วนของ VMware Edge ยังได้มีการรวมเอาโซลูชัน SASE ของตนเข้ามาด้วย เพื่อสนองแนวคิด Zero Trust คือไม่ว่าการทำงานจะผ่านมาจากทางใดทุกอย่างจะจบลงที่ศูนย์กลางด้วย SASE ของตน ที่ยังสามารถดูแลป้องกันภัยคุกคามในระดับ microservices

3.) VMware Tanzu

นอกจากในเรื่องของการออก Tanzu Community Edition (https://www.techtalkthai.com/vmware-tanzu-community-edition-opensource-tkg/) หรือโอเพ่นซอร์สของ Tanzu Kubernetes Grid (TKG) แล้ว VMware ยังมีแผนอื่นสำหรับโซลูชันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ Cross-Cloud Service ด้วยเช่น

  • อนาคตอันใกล้จะใช้ได้ฟรีบน VMware Cloud on AWS
  • ออก Subscription ใหม่ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้งาน
  • TKG รองรับ GPU นอกเหนือจาก vSphere แต่บนสภาพแวดล้อมอื่นด้วยเช่น Azure หรือ AWS เพื่อตอบโจทย์ AI Workload

อย่างไรก็ดียังมีแง่มุมอื่นๆที่ VMware ได้ทำด้วยเช่น พัฒนาความสามารถ vRealize Cloud Management ให้รู้จักกับแอปได้กว่า 200 ตัว หรือความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายโซลูชันของตน

ที่มา : https://news.vmware.com/releases/vmworld-2021-cross-cloud-services และ https://www.networkworld.com/article/3635895/vmware-takes-aim-at-multicloud-services-security.html และ https://www.lightreading.com/service-provider-cloud/vmware-launches-cross-cloud-services-for-multi-cloud-management/d/d-id/772581 และ https://www.zdnet.com/article/vmwares-project-arctic-aims-to-make-hybrid-cloud-the-default-operating-model/ และ https://www.zdnet.com/article/vmware-streamlines-app-modernisation-in-multi-cloud-environments/ และ https://www.zdnet.com/article/vmware-edge-launched-to-service-enterprises-developing-multi-cloud-apps/ และ https://www.networkworld.com/article/3635889/vmware-reveals-new-software-services-for-the-edge.html

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-cross-cloud-service-in-vmworld-2021/

รู้จัก Classmethod ผู้ช่วยมือโปรในการออกแบบติดตั้งระบบบน AWS เจ้าของรางวัล Consulting Partner of the Year 2020

Cloud Computing นั้นได้กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับธุรกิจทุกประเภทในปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง และความสามารถที่ต่อยอดไปได้หลากหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงระบบมาใช้งานคลาวด์นั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายหากธุรกิจไม่คุ้นเคยกับแนวคิดและแนวปฏิบัติของคลาวด์ที่เลือกใช้ ดังนั้นสำหรับมือใหม่ด้านคลาวด์แล้ว การหาที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น 

Classmethod เป็นผู้ให้บริการคำปรึกษา วางแผน และติดตั้งระบบบน AWS Cloud Service ซึ่งมีผลงานการทำงานร่วมกับธุรกิจมามากกว่า 10,000 โปรเจกต์ ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ Classmethod และงานของพวกเขากัน

Classmethod เป็นบริษัทที่ถูกก่อตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในปี 2004 ก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดย Classmethod ยึดมั่นในแนวคิดของการนำเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ของ AWS, แอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน, หรือการวิเคราะห์ข้อมูล เข้าไปสนับสนุนการสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆของธุรกิจ 

เป็นที่ทราบกันดีว่า การใช้บริการ Public Cloud นั้นจะช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้งานและดูแลรักษาระบบ สามารถติดตั้งระบบได้อย่างรวดเร็ว และมีการรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม ทว่าการจะพัฒนาระบบให้คุ้มค่า เหมาะกับความต้องการ และมีประสิทธิภาพที่สุดนั้น อาจต้องอาศัยการศึกษารายละเอียดของบริการอย่างลึกซึ้งและประสบการณ์จากการลงมือทำจริง จุดนี้เองที่ Classmethod สามารถเข้ามาช่วยธุรกิจได้

ประเด็นหนึ่งที่ธุรกิจมักมาปรึกษากับ Classmethod และตัวบริษัทเองก็มีความเชี่ยวชาญ คือการย้ายระบบไปสู่คลาวด์ของ AWS (AWS Migration) ไม่ว่าจะจากเซิฟเวอร์แบบ On-premise หรือผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น โดย Classmethod มั่นใจว่าจะสามารถย้ายและปรับแต่งระบบคลาวด์ให้เป็นไปตามความต้องการและเงื่อนไขของธุรกิจ ซึ่งนอกจากบริการย้ายแล้ว Classmethod ยังให้บริการออกแบบและติดตั้ง Service อื่นๆของ AWS ด้วย

Classmethod มีประสบการณ์การร่วมมือกับบริษัทในอุตสาหกรรมหลายประเภท พัฒนาโซลูชันหลายรูปแบบ ตั้งแต่โซลูชันพื้นฐานอย่างการจัดเก็บข้อมูล, API ของเว็บไซต์และแอป ไปจนถึงโซลูชันเทคโนโลยีอย่าง IoT, AI และ Big Data Analytics  โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี ไอที และบริษัทสตาร์ทอัพ

Classmethod เป็น Consulting Partner อย่างเป็นทางการของ AWS ดำเนินการโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง โดยธุรกิจจะได้รับการซัพพอร์ตจากเจ้าหน้าที่ตลอด 365 วัน ในภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยในปีที่ผ่านมา ทางบริษัทเพิ่งได้รับรางวัล AWS Consulting Partner of the Year 2020 จาก AWS ด้วย 

นอกจากบริการของ AWS แล้ว Classmethod ยังพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลอื่นๆ เช่น แอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน การทำการตลาดแบบดิจิทัล การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดทำฐานข้อมูลลูกค้าด้วยระบบ CRM 

เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีฟรี โดย Classmethod 

หากท่านใดสนใจอยากจะทำความรู้จักกับทีมงาน Classmethod อีกนิด สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ที่ Blog แบ่งปันความรู้ซึ่งมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับเทคนิคและแนวคิดของการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบคลาวด์

นอกจากนี้ Classmethod กำลังจะมีเซสชั่น Webinar ในวันที่ 22 ตุลาคม 2654 เวลา 14.00 น. ที่งาน JRIT-ICHI  Cyber Market Station ซึ่งเป็น Virtual Event ที่เปิดให้ผู้ที่สนใจ Solution ด้านการตลาดและไอทีสามารถลงทะเบียนเข้างานเพื่อรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยงานนี้ทีมงาน Classmethod จะขนสาระความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Cloud มาเล่าให้ฟังแบบจัดเต็ม 

หากสนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังได้ในงาน JRIT ICHI JRIT-ICHI สามารถลงทะเบียนได้ ที่นี่  หรือ ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ผ่าน JRIT-ICHI Line Official ได้จาก ที่นี่ รวมถึง www.jrit-ichi.com

ติดต่อทางทีมงาน Classmethod Thailand ได้โดยตรงที่ inquiry@classmethod.co.th  หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.classmethod.co.th/th 

from:https://www.techtalkthai.com/classmethod-aws-system-design-deploy-migrate/

NetApp เข้าซื้อกิจการ ‘CloudCheckr’ สตาร์ปอัปด้าน Cloud Optimization

NetApp ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้าน Cloud Optimization ที่ชื่อ CloudCheckr

Credit: ShutterStock.com

NetApp ตระหนักดีในปัญหาของการใช้คลาว์ในปัจจุบัน ที่ว่าองค์กรมักถามถึงเรื่องความคุ้นทุนและค่าใช้จ่ายมากกว่าว่าเท่าไหร่ ไม่ได้กังขาว่าจะไปอย่างไร ด้วยเหตุนี้เอง CloudCheckr สตาร์ปอัปหน้าใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2011 ที่นำเสนอเรื่องของการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพร้อมกับตอบโจทย์ด้านความมั่นคงปลอดภัยจึงเข้าตาในการลงทุนของ NetApp ให้สามารถตอบคำถามของลูกค้าในสมัยปัจจุบันได้ และยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน FinOps ขององค์กรด้วย

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/netapp-acquires-cloud-optimization-platform-cloudchekr/ และ https://www.netapp.com/blog/spot-by-netapp-and-cloudcheckr-continued-commitment-more-cloud-less-cost/

from:https://www.techtalkthai.com/netapp-to-acquire-cloudcheckr-support-roi-and-finops-strategy/

[Video Webinar] รู้จักกับ Red Hat Enterprise Linux with Smart Management

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Red Hat Webinar เรื่อง “รู้จักกับ Red Hat Enterprise Linux with Smart Management” พร้อมแนะนำเครื่องมือของ Red Hat สำหรับช่วยเหลือการจัดการระบบ IT ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Public Cloud, Private Cloud หรือ On-premises ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณธนกร อินทรัตน์ Senior Pre-Sales Engineer จาก VST ECS

รายงานจาก IDC ระบุว่า การขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง เป็นความท้าทายสูงสุดในการใช้บริการ Cloud แบบ IaaS โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ระบบ IT กระจายอยู่ทั้งบน On-premises และบน Cloud การใช้เครื่องมือและกระบวนการต่างๆ ที่ไม่ผสานรวมกันเป็นแบบบูรณาการ ทำให้เกิดความซับซ้อนทั้งด้านการจัดการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ

เข้าร่วม Webinar นี้ เพื่อรู้จักกับ Red Hat Enterprise Linux 8 ที่ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพ ความเสถียร และความมั่นคงปลอดภัยให้สอดคล้องกับการใช้งานในรูปแบบ Hybrid ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมไปถึง Red Hat Smart Management ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการทั้งบน Cloud และ On-premises กลายเป็นเรื่องง่าย

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • แนะนำ Red Hat และภาพรวมของบริการ
  • รู้จักกับ Red Hat Enterprise Linux และ Smart Management
  • การคำนวณ Subscription ของ Red Hat
  • สาธิตการใช้งานจริง

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-red-hat-enterprise-linux-with-smart-management-by-vst-ecs/