คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_GAMING

ไมโครซอฟท์เริ่มเปิดทดสอบ xCloud บน iOS และพีซี ผ่านเว็บเบราว์เซอร์

ไมโครซอฟท์เริ่มเปิดทดสอบ xCloud หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Xbox Cloud Gaming บน iOS และพีซี Windows 10 ตามที่เคยสัญญาไว้

เว็บเบราว์เซอร์ที่รองรับตอนนี้ยังมีแค่ Edge, Chrome, Safari เท่านั้น (บนพีซีเคยระบุว่าจะเปิดให้เล่นผ่านแอพ Xbox ด้วย แต่เหมือนยังทดสอบแต่บนเบราว์เซอร์) การทดสอบยังจำกัดในวงปิด (limited beta) และจะทยอยขยายกลุ่มผู้ทดสอบให้กว้างขึ้นต่อไป ปัจจุบัน Xbox Game Pass เปิดบริการใน 22 ประเทศ

ที่มา – Xbox

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122248

ไมโครซอฟท์ทดสอบแอพ xCloud บนพีซีแล้ว, เพิ่มความละเอียดจาก 720p เป็น 1080p

The Verge รายงานว่าไมโครซอฟท์กำลังทดสอบแอพ Xbox Game Streaming บนวินโดวส์ ซึ่งรองรับการสตรีมเกม 2 แบบคือ

  • จากคอนโซล Xbox Series X|S มายังวินโดวส์ ซึ่งเหมือนกับ remote play ของ Xbox One
  • จากบริการ xCloud มายังวินโดวส์

ปัจจุบัน xCloud ยังรองรับการสตรีมมาบน Android เท่านั้น ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์เผยว่าจะรองรับพีซีและ iOS ในช่วงต้นปี 2021 นี้ โดยเวอร์ชัน iOS จะผ่านเบราว์เซอร์ ส่วนเวอร์ชันพีซีจะได้ทั้งเบราว์เซอร์และแอพ Xbox ตัวนี้

อีกข่าวที่เกี่ยวข้องกันคือ Windows Central รายงานว่าไมโครซอฟท์เริ่มสตรีมเกมผ่าน xCloud ที่ความละเอียด 1080p แล้ว หลังจากมีเฉพาะ 720p อย่างเดียว (คู่แข่งอย่าง Stadia เริ่มต้นที่ 1080p มาตั้งแต่แรก)

เหตุผลที่ xCloud รองรับเฉพาะ 720p เป็นเพราะระบบเซิร์ฟเวอร์เบื้องหลังยังเป็นเบลดที่ใช้ฮาร์ดแวร์ของ Xbox One S ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพ ไมโครซอฟท์เคยประกาศว่าจะอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์มาเป็น Xbox Series X ซึ่งการทดสอบ 1080p แปลว่าไมโครซอฟท์เริ่มอัพเกรดเครื่องไปบ้างแล้วนั่นเอง

ที่มา – The Verge, Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/121445

[ลือ] ยอดผู้เล่น Stadia ไม่เข้าเป้า ต่ำจากเป้าหมายของกูเกิลเป็นหลักหลายแสนคน

Bloomberg รายงานข่าวว่า Stadia มียอดผู้เล่นน้อยกว่าเป้าที่กูเกิลตั้งไว้ “เป็นหลักหลายแสนคน” (hundreds of thousands) และบริษัทผลิตตัวคอนโทรลเลอร์มาเยอะเกินไป จนต้องมาไล่แจกฟรีในภายหลัง

ปัญหาสำคัญคงมาจากตัว Stadia เองที่ช่วงแรกมีเกมน้อย ขาดฟีเจอร์หลายอย่างที่เคยสัญญาไว้ อีกทั้งโมเดลการคิดเงินจำเป็นต้องให้ผู้เล่นมาซื้อเกมใหม่บน Stadia อีกรอบ แทนการเหมาจ่ายรายเดือนแบบที่ Xbox Game Pass ทำ หรือที่ลูกค้าคุ้นเคยมาจาก Netflix

Stadia ยังใช้แนวทางการเปิดตัวที่ต่างไปจากบริการอื่นๆ ของกูเกิล ที่มักทดสอบ Beta เป็นระยะเวลานานมากๆ กว่าจะพร้อมแล้วค่อยเปิดตัวจริงจัง (Gmail อยู่ในระยะ Beta นานถึง 5 ปี) แต่ Phil Harrison หัวหน้าทีมที่มาจากโลกคอนโซล กลับใช้วิธีเปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ฟีเจอร์แบบจัดเต็มก่อน สุดท้ายเมื่อกลับทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ (เช่น การดูคลิป YouTube แล้วกระโดดเข้ามาเล่นใน Stadia ก็ยังไม่เกิดขึ้นมา 2 ปีแล้ว) ทำให้ผู้เล่นผิดหวัง

No Description

ที่มา – Bloomberg, ภาพจาก Stadia

from:https://www.blognone.com/node/121429

[วิเคราะห์] ตลาดเกมไม่ง่าย รวยล้นฟ้าแบบ Google และ Amazon ก็ซื้อความสำเร็จไม่ได้

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวน่าสนใจในวงการเกมที่เกี่ยวเนื่องกันคือ กูเกิลตัดสินใจปิดสตูดิโอพัฒนาเกมของ Stadia และ Amazon Games ประสบปัญหาในการพัฒนาเกมให้ดี แม้เปิดมาหลายปีแล้ว

ทั้งสองข่าวนี้แสดงให้เห็นว่า การเข้ามาสู่วงการเกมไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ Top 5 ของโลก มีเงินล้นฟ้า ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จโดยง่าย หากไม่มีประสบการณ์ในวงการเกมมาก่อน

บทความนี้จะวิเคราะห์การแข่งขันในตลาดเกมยุคหน้า ที่คลาวด์เกมมิ่งกำลังกลายมาเป็นสมรภูมิสำคัญ

No Description

จากคอนโซลสู่คลาวด์เกมมิ่ง เปิดโอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ชิงตลาด

เกมในฐานะ interactive entertainment ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และธุรกิจเกมก็มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหลายบริษัทสนใจเข้ามาชิงเค้กก้อนมหีมานี้

ในอดีตเราอาจเห็นโมเดลการเล่นเกมผ่านคอนโซลที่เป็นระบบปิด ใช้เงินลงทุนสูง (มาก) ต้องลงทุนวิจัยทั้งฮาร์ดแวร์ และสร้างซอฟต์แวร์เกมเพื่อดึงดูดเหล่าเกมเมอร์ให้มาซื้อเครื่อง การแข่งขันที่ดุเดือนทำให้ปัจจุบัน ตลาดคอนโซลจึงเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 3 รายคือ Xbox, PlayStation และ Nintendo

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเครือข่ายที่พัฒนาขึ้นมาก เปิดโอกาสให้เราสามารถให้บริการเกมผ่านสตรีมมิ่ง หรือที่เราเรียกกันว่า “คลาวด์เกมมิ่ง” บนอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ กำแพงเรื่องการเล่นเกมบนคอนโซลหรือฮาร์ดแวร์จำเพาะใดๆ เพียงอย่างเดียวจึงเริ่มถูกทำลายลงไป

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ไม่เคยอยู่ในธุรกิจเกมมาก่อน หันมาสนใจตลาดนี้กันมากมาย โดยรายที่เข้ามาสู่ธุรกิจเกมจริงจังได้แก่

สังเกตว่าบริษัททั้ง 5 รายนี้มียุทธศาสตร์คล้ายกันคือ เริ่มบุกตลาดมาทางฝั่งแพลตฟอร์มก่อน ตัวบริการใช้โมเดล subscription (ส่วนจะเล่นผ่านคลาวด์หรือไม่นั้นอีกเรื่อง) และบางบริษัทเริ่มหันมาสร้างเกมของตัวเองด้วยเพื่อเป็นจุดขาย (Stadia/Amazon)

No Description

บริษัทซอฟต์แวร์เกมเริ่มขยับ จากขายขาดสู่เหมาจ่าย

ในอีกทาง เราเริ่มเห็นบริษัทพัฒนาเกมแบบดั้งเดิม เริ่มขยับตัวจากโมเดลขายขาด (ซื้อเกมแล้วจบ) มาเป็นบริการเหมาจ่ายรายเดือน subscription เล่นเกมได้ไม่อั้นเช่นกัน

บริษัทเกมยักษ์ใหญ่รายแรกๆ ที่ลองทำตลาดด้วยวิธีนี้คือ EA เริ่มทำบริการเหมาจ่าย EA Access ก่อนใครตั้งแต่ปี 2014 ตามด้วย Origin Access บนพีซีในปี 2016 แล้ววิวัฒนาการมาเป็น EA Play ในปี 2020 แถมยังไปจับมือกับ Xbox Game Pass อีกต่างหาก

โมเดลของ EA ถูกตอกย้ำด้วยทิศทางของ Ubisoft ที่เปิดบริการคล้ายๆ กันชื่อ Uplay+ ในปี 2019 แล้วรีแบรนด์เป็น Ubisoft+ ในปี 2020 โดยแนวทางของ Ubisoft ที่เป็นเจ้าของไลเซนส์เกมอย่างเดียว ใช้วิธีไปจับมือกับเจ้าของแพลตฟอร์มคลาวด์ (ที่ยังไม่ค่อยมีเกม) ทั้ง Stadia และ Luna

ตอนนี้เรายังไม่เห็นท่า subscription จากค่ายเกมใหญ่รายอื่นๆ มากนัก เพราะการทำท่านี้ได้ต้องมีคลังเกมในมือจำนวนมหาศาล แต่เราก็เห็นค่ายใหญ่อย่าง Take Two นำเกมลงสตรีมมิ่ง (เช่น Red Dead Redemption 2 บน Stadia) หรือ Cyberpunk 2077 ที่ลงทั้ง Stadia/GeForce Now

No Description

เจ้าของคอนโซลก็ขยับ แต่ด้วยโมเดลที่แตกต่าง

ในฝั่งของเจ้าของแพลตฟอร์มคอนโซลเองก็ไม่ปล่อยให้ผู้เล่นสายคลาวด์มาแย่งตลาดไปง่ายๆ เช่นกัน เพราะมีทุกอย่างครบหมดแล้วทั้งฐานผู้เล่นและซอฟต์แวร์เกมที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ การต่อยอดมาทำคลาวด์เกมมิ่งจึงไม่ยากเลย

เอาเข้าจริงแล้ว เจ้าพ่อคอนโซลอย่าง Sony ถือเป็นผู้ริเริ่มบริการคลาวด์เกมมิ่งรายแรกๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะ PlayStation Now (Gaikai เดิม) เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 แต่จะเป็นด้วยปัจจัยว่ามาก่อนกาล หรือเป็นเพราะวิธีคิดที่มองว่าขัดแย้งกับธุรกิจคอนโซลแบบดั้งเดิม (ซื้อเครื่อง ซื้อเกม) ก็ไม่ทราบได้ Sony กลับไม่ค่อยจริงจังกับ PS Now เท่าที่ควร ตัวเลขสมาชิกที่เปิดเผยล่าสุดคือ 2.2 ล้านคนในปี 2020

กลายเป็น Microsoft ที่มาแรงแซงโค้ง จัดหนักทั้งบริการเกมเหมาจ่าย Xbox Game Pass ที่ทุ่มสรรพกำลังส่งเกมมาให้เล่นแบบ Day 1 และต่อยอดด้วยบริการคลาวด์เกมมิ่ง xCloud เล่นจากที่ไหนก็ได้ (ตัวเลขล่าสุดของสมาชิก Game Pass คือ 18 ล้านคน) เท่านั้นยังไม่พอ ทุ่มเงินมหาศาลไล่ซื้อสตูดิโอเกมอีกรัวๆ โดยเฉพาะเคสสำคัญคือการซื้อ ZeniMax/Bethesda ในปี 2020

ผู้เล่นตลาดคอนโซลรายเดียวที่ยังไม่สนใจขยับมาตลาดนี้คือ Nintendo ซึ่งเรารู้กันดีว่ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง (มาก) และเมื่อยอดขาย Switch ยังไปได้สวย Nintendo ย่อมไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ต้องดิ้นรนออกมาจากฐานที่มั่นตัวเอง

จะเห็นว่าเจ้าของคอนโซลทั้ง 3 รายต่างขยับตัวด้วยโมเดลที่ต่างกัน เริ่มจาก Microsoft ทุ่มสุดตัว (เพราะเป็นรองในตลาดฮาร์ดแวร์), Sony มาบ้างแบบกั๊กๆ (เพราะฮาร์ดแวร์ยังขายดีอยู่) และ Nintendo ที่ไม่สนใจเลย

วิเคราะห์ศึกชิงเค้กคลาวด์เกมมิ่ง

เมื่อเรานำผู้เล่นทั้ง 3 กลุ่มมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกัน จะได้ออกมาเป็นแผนภาพ Venn Diagram ดังที่เห็น

No Description

กลุ่มแพลตฟอร์ม

พยายามชิงตลาดนี้ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มอย่างเดียว (มี Apple รายเดียวที่เป็นเจ้าของ iPhone/Apple TV แต่ก็ไม่ใช่เครื่องเล่นเกมโดยตรง ถือเป็นฮาร์ดแวร์อื่นที่เล่นเกมได้) โดย Google และ Amazon พยายามสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาเกมเอง

ผลคือ Google ล้มเหลวต้องถอนตัว ส่วน Amazon ไม่ประสบความสำเร็จเลย แต่ซีอีโอใหม่ Andy Jassy ก็ยังสัญญาว่าจะสู้ต่อ

ทิศทางของตลาดนี้ในระยะยาวคือ ตัวฟีเจอร์พื้นฐานของแพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิ่งจะทันกันหมด การเล่นเกมเดียวกัน (เช่น Cyberpunk) บน GeForce Now, Stadia หรือ Luna จะไม่แตกต่างกันเลย เจ้าของแพลตฟอร์มจึงต้องไปสร้างจุดขายด้วยวิธีอื่น เช่น ซื้อสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟ (Epic Model!) หรือใช้ประโยชน์จากการขายพ่วงบริการอื่น เช่น Stadia พ่วง YouTube, Luna พ่วง Twitch หรือ Apple Arcade พ่วง iPhone

กลุ่มผู้สร้างเกม

ทิศทางชัดเจนว่าเริ่มเข้าสู่ subscription มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ระดับคือ จ่ายรายเดือน เข้าถึงสิทธิเล่นเกมแบบดั้งเดิม (ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง) และจ่ายรายเดือน เล่นเกมผ่านคลาวด์โดยตรง

บริษัทเกมแบบ EA และ Ubisoft ยังสามารถให้บริการได้เฉพาะในระดับแรก (ดิจิทัลดาวน์โหลดมาติดตั้งก่อน) แต่หากมองไปถึงคลาวด์เกมมิ่ง อาจไม่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีถึงขั้นนั้น ทำให้ทั้ง EA และ Ubisoft ต้องไปจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นแพลตฟอร์ม (EA จับมือ Xbox, Ubisoft จับมือ Stadia/Luna) ซึ่งทิศทางของบริษัทเกมรายอื่นๆ คงไปในลักษณะเดียวกัน

บริษัทเกมมีจุดแข็งคือเป็นเจ้าของเกมอยู่แล้ว (ในโลกของเกม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตัวเกม) อำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มจึงสูงกว่า การขายไลเซนส์เกมให้แพลตฟอร์มจึงเป็นโมเดลที่ปลอดภัยกว่าไปลงทุนทำแพลตฟอร์มเอง

กลุ่มคอนโซล

ถ้าพิจารณาผู้เล่น 2 กลุ่มข้างต้น จะเห็นว่าแต่ละกลุ่มต่างมีจุดอ่อนสำคัญ เจ้าของแพลตฟอร์มคลาวด์ไม่มีเกม เจ้าของเกมไม่มีแพลตฟอร์ม ทำให้ต้องมาร่วมมือกัน

แต่เจ้าของคอนโซลไม่มีปัญหาแบบนั้น เพราะมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ทั้งสตูดิโอเกม แบรนด์ ฐานผู้เล่นมหาศาล

การปรับตัวเข้าสู่บริการเหมาจ่ายและคลาวด์เกมมิ่งจึงไม่ต้องลงทุนมากเท่ากับผู้เล่นกลุ่มอื่นๆ แถมยังมีจุดเด่นเรื่องเกมเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะแพลตฟอร์มนี้เท่านั้น

หากมีแพลตฟอร์มเกมที่เล่นจากที่ไหนก็ได้ (คลาวด์เกมมิ่ง) มีเกมใหญ่ๆ ระดับ Cyberpunk หรือ RDR2 ให้เล่นตั้งแต่วันแรก (หลายแพลตฟอร์มมีเหมือนกัน) แต่มีอยู่หนึ่งแพลตฟอร์มมีเกมอย่าง The Last of Us หรือ God of War ให้เล่นเพียงที่เดียว แทบไม่ต้องคิดเลยว่าผู้เล่นจะเลือกจ่ายรายเดือนให้แพลตฟอร์มไหน

ปัจจัยที่เหลือจึงมีแค่เรื่องเทคโนโลยีคลาวด์ กับความจริงจังในการบุกตลาดนี้เท่านั้น

ตรงนี้ทำให้ Microsoft โดดเด่นกว่า Sony มาก เพราะมีคลาวด์ของตัวเองมาตั้งแต่แรก (และ Sony ต้องใช้คลาวด์ Microsoft) มีแรงจูงใจในการทำตลาดนี้ (เพราะยอดขายคอนโซลเป็นรอง) ที่สำคัญที่สุดคือมีเงิน! เพราะไมโครซอฟท์ร่ำรวยจากธุรกิจอื่นๆ จนสามารถเอาเงินมาทุ่มซื้อสตูดิโอเกมชุดใหญ่ และเอาเงินมาชดเชยการขาดทุนของ Game Pass/xCloud ได้ในช่วงแรก

นั่นแปลว่าในช่วงที่ Stadia เพลี่ยงพล้ำ Amazon ยังเข็นไม่ขึ้น ผู้เล่นรายอื่นในตลาดแพลตฟอร์มยังไม่สามารถหาจุดเด่นที่ดึงดูด ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งดีที่สุดคือ Microsoft ที่มีพร้อมแล้วทุกอย่างนั่นเอง

ภาพประวัติศาสตร์ Sony เซ็นสัญญาใช้คลาวด์ Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/121059

GeForce Now รองรับการเล่นผ่าน Chrome ทั้ง Windows และ macOS เวอร์ชัน M1

NVIDIA ประกาศรองรับการเล่น GeForce Now บน Chrome บน Windows และ macOS แล้วซึ่งครอบคลุมเวอร์ชัน M1 ด้วย โดยอาศัย WebRTC

ตอนนี้ GeForce Now มีเวอร์ชันแอปบน Windows, Mac, Linux รวมถึงบน Android ขณะที่บน iOS ให้เล่นผ่าน Safari เพื่อเลี่ยงปัญหากับแอปเปิลและล่าสุดก็เป็นบน Chrome อย่างไรก็ตามปัญหาหลัก ๆ ของ Geforce Now คือค่ายเกมใหญ่ถอนตัวจากระบบ มีแค่ Epic เท่านั้น (แต่ก็มีอยู่เกมเดียว?) เนื่องจากการให้บริการของ GeForce Now คือการนำเกมที่ผู้เล่นมีอยู่แล้ว เช่นบน Steam มาเล่นผ่านคลาวด์ แตกต่างจากบริการอย่าง xCloud หรือ Stadia ที่เช่าหรือซื้อเกมบนคลาวด์โดยตรง

ที่มา – XDA

from:https://www.blognone.com/node/120916

LG ประกาศทีวี webOS รุ่นที่ออกปี 2021 จะรองรับ Google Stadia และ GeForce Now

LG ประกาศว่าไลน์อัพทีวีที่จะออกในปีนี้เป็นต้นไป จะรองรับ Google Stadia และ GeForce Now ภายในตัว โดย Stadia จะเริ่มให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในประเทศที่ Stadia ให้บริการ ขณะที่ GeForce Now จะตามมาภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตามทาง LG ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคอนโทรลเลอร์ที่รองรับ

LG เริ่มนำผลิตภัณฑ์ไลน์ทีวีหันมาจับตลาดเกมมิ่ง ตั้งแต่การได้รับการรับรอง G-Sync จาก NVIDIA พร้อมนำไปโชว์พลังการเล่นเกม 8K บนทีวี OLED TV ในการเปิดตัว RTX 3090 รวมถึงรองรับ FreeSync และ VRR ด้วย

ที่มา – LG Global, TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/120508

Amazon Luna เปิดให้บริการบนแอนดรอยด์แล้ว เล่นผ่าน Chrome ไม่มีแอปแยก

Amazon Luna เปิดให้บริการบนแอนดรอยด์แล้ว โดยจะไม่มีแอปแยกเหมือนบนพีซี, แมค, และ FireTV แต่จะให้เล่นผ่าน Chrome (เหมือนผ่าน Safari บน iOS)

ขณะที่รุ่นมือถือที่รองรับมีแค่ Pixel (4XL, 4A, 4A 5G, 5), Samsung (Galaxy S10, S10 Plus, Note 10, Note 10 Plus, S20, S20 Plus, S20 Ultra, Note 20, Note 20 Ultra) และ OnePlus (7, 7 Pro, 7 Pro 5G, 8, 8 Pro, Nord, 7T, 7T Pro, 7T Pro 5G) รองรับแอนดรอยด์ 9.0 และ Chrome 86 ขึ้นไปเท่านั้น

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/120139

เมื่อปัญหา Cyberpunk 2077 ช่วยตอกย้ำอีกหนึ่งข้อดีของ Cloud Gaming

เสียงฮือฮาหลังการวางขายของ Cyberpunk 2077 ส่วนใหญ่มาจากทั้งปัญหาบั๊ก ปัญหาบนคอนโซลเจนเก่า รวมถึงการกินสเปคที่ค่อนข้างหนักของตัวเกมโดยเฉพาะการเปิด Ray Tracing

หากเล่นแบบปิด Ray Tracing อาจไม่มีปัญหามากนัก แต่หากเปิด Gizmodo ถึงกับบอกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล่น Cyberpunk 2077 โดยไม่เปิด DLSS พร้อมกันไปด้วย เพราะเฟรมเรทจะอยู่ที่ราว 40 บนความละเอียด FHD และเซ็ตติ้ง Ultra เท่านั้นสำหรับ RTX 3080 (ไม่ต้องพูดถึงการเปิด Ray Tracing บน AMD)

ในทางตรงกันข้าม Joanna Nelius จาก Gizmodo บอกว่าการเล่น Cyberpunk 2077 บน Stadia และ GeForce Now ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าบนพีซีระดับท็อปด้วยซ้ำไป (ในแง่กราฟิคและคุณภาพ) แม้จะเจอบั๊กและแครชประปราย ข้อจำกัดอาจมีแค่ Stadia ไม่มี Ray Tracing และ GeForce Now ความละเอียดสูงสุดแค่ FHD (แต่มี RTX) เท่านั้น

ด้วยโจทย์ของ Cloud Gaming ที่มักจะนึกถึงยูสเคสในแง่การเล่นเกมจากเครื่องไหนที่ไหนก็ได้ แต่ด้วยกรณีของ Cyberpunk 2077 น่าจะยิ่งตอกย้ำอีกหนึ่งจุดเด่นของ Cloud Gaming ที่ช่วยแก้ข้อจำกัดเรื่องฮาร์ดแวร์ไปในตัวด้วย

ที่มา – Gizmodo

No Description

from:https://www.blognone.com/node/120135

Ubisoft+ บริการเกมเหมาจ่าย เปิดให้เล่นบน Stadia แล้ว ซิงก์กับแพลตฟอร์มอื่นได้

เมื่อเดือนตุลาคม Ubisoft เพิ่งประกาศรีแบรนด์บริการเกมเหมาจ่าย Uplay+ เป็น Ubisoft+ โดยรองรับทั้งการใช้งานแบบดั้งเดิม (โหลดไฟล์เกมมาติดตั้งในเครื่องผ่านแอพ Ubisoft+) และผ่านคลาวด์เกมมิ่ง

จุดเด่นของบริการ Ubisoft+ นอกจากได้เล่นเกมใหม่ของค่าย Ubisoft แบบ Day One แล้ว ยังเป็นเกมเวอร์ชันพรีเมียมด้วย

ช่วงแรก Ubisoft+ ยังรองรับเฉพาะ Amazon Luna ล่าสุดเปิดให้ใช้งานบน Google Stadia แล้ว

No Description

Ubisoft+ คิดราคา 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน มีเกมให้เล่นประมาณ 100 เกม แถมยังจ่ายเงินให้ Ubisoft+ ครั้งเดียว เล่นได้บนทุกช่องทาง ทั้งผ่านพีซี, Luna, Stadia และซิงก์สถานะความคืบหน้าระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิ่งอีก (สามารถใช้กับ Stadia รุ่นฟรีได้เลย ไม่ต้องจ่าย Stadia Pro เท่ากับว่าจ่ายให้ Ubisoft 14.99 ดอลลาร์แล้วจบ)

ช่วงหลังเราเริ่มเห็นการจับมือกันระหว่างค่ายเกมใหญ่ๆ กับเจ้าของแพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิ่ง ตัวอย่างเช่น EA Play กับ Microsoft Game Pass และ Ubisoft+ กับ Luna/Stadia ตามข่าวนี้

ที่มา – 9to5google

from:https://www.blognone.com/node/120112

ในที่สุด Google Stadia ให้สตรีมเล่นเกมไปยัง YouTube ได้โดยกดปุ่มเดียว

การกดสตรีมเกม Stadia ไปยัง YouTube ได้นั้น เป็นฟีเจอร์ที่ผู้เล่นคาดหวังกันว่าควรจะมีต้งแต่เปิดตัว Stadia แรกๆ ล่าสุด Google ยืนยันว่าเริ่มเปิดให้ใช้งานแล้ว เริ่ม 8 ธันวาคมนี้

ผู้ใช้งานจะมองเห็นแบนเนอร์ Stream directly to YouTube บนแพลตฟอร์ม Stadia โดยตอนนี้เริ่มใช้งานเฉพาะบน web app ก่อน ส่วน Chromecast หรือบน Android นั้นยังไม่ได้ จากหน้าจอตั้งค่า ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเรื่องเสียงบนสตรีมได้ เช่น ต้องการให้ได้ยินเฉพาะเสียงตัวเองและเสียงเกม หรือเลือกตั้งค่าให้ไม่มีใครได้ยินเสียงเราเลยก็ได้, การตั้งค่าว่าเนื้อหาเหมาะสำหรับเด็กหรือไม่ เป็นต้น

ถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของ Google Stadia หลังเพิ่งครบรอบ 1 ปี ซึ่งล่าสุดได้ประกาศพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 8 ประเทศในยุโรป ออสเตรีย, สาธารณรัฐเช็ก, ฮังการี, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, สโลวาเกียและสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเปิดให้ซื้อเกมที่หลายคนรอคอยอย่าง Cyberpunk 2077 ผ่าน Stadia ได้ด้วย

No Description

อ่านข่าวย้อนหลังเกี่ยวกับ Stadia

ที่มา – The Verge, 9to5Google, Engadget

from:https://www.blognone.com/node/120008