คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_AND_SYSTEMS

Nutanix เปิดตัว 3 บริการ Cloud บน Nutanix Xi รองรับ IoT, DevOps/SRE และ DR

Nutanix ได้ออกมาประกาศเปิดตัว 3 บริการ Cloud ใหม่บน Nutanix Xi ตอบโจทย์การทำ IoT, DevOps/SRE และ Disaster Recovery (DR) ดังนี้

 

บริการแรกคือ Nutanix Xi IoT ซึ่งเป็นระบบ Intelligent Edge Platform ที่รองรับการทำ Real-time Analysis ได้ด้วยโซลูชันแบบ Software-Defined ทั้งหมด เพื่อนำความสามารถในการทำ Compute, Machine Learning และ Intelligence ไปสู่ IoT Edge Device และสามารถส่งข้อมูลขึ้นไปยังผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำอย่าง Azure, AWS, GCP ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งบริหารจัดการระบบ IoT ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง https://www.nutanix.com/iot

Credit: Nutanix

 

ถัดมาคือ Nutanix Xi Epoch ระบบ Monitoring สำหรับ Cloud-Native Application ตอบโจทย์การทำ DevOps และ Site Reliability Engineering (SRE) โดยเฉพาะ โดยสามาถรตรวจสอบการทำงาสของ Application, Service และ Dependency ต่างๆ พร้อมข้อมูลประกอบสำหรับตรวจสอบแก้ไขปัญหา และติดตาม Service Level Objective (SLO) กับ Service Level Indicator (SLI) ได้ https://www.nutanix.com/products/epoch/

Credit: Nutanix

 

สุดท้ายคือ Nutanix Xi Leap โซลูชันการทำ DR สำหรับผู้ที่ใช้งาน Nutanix อยู่เดิม ให้สามารถทำ DR สำหรับ VM ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่ตั้งค่าและกำหนดการทำ Automation ในการ Recover ระบบคืนเท่านั้น

Credit: Nutanix

 

ที่มา: https://www.nutanix.com/press-releases/2018/11/28/nutanix-xi-iot-brings-intelligence-edge/, https://www.nutanix.com/2018/11/28/introducing-xi-epoch-nutanix/, https://www.nutanix.com/2018/11/28/xi-leap-first-no-install-dr/

from:https://www.techtalkthai.com/3-new-cloud-services-are-available-on-nutanix-xi-for-iot-devops-sre-and-dr/

Advertisements

คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน นำเสนอซอฟต์แวร์ที่เพิ่มความถูกต้องแม่นยำ และลดระยะเวลาสำหรับงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ด้วย IBM Robotic Process Automation

เบื่อไหมกับงานที่ต้องทำซ้ำๆเป็นประจำทุกวัน  และยังเป็นงานที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำ จะดีกว่าไหมถ้าในองค์กรเราสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ด้วย  ซอฟต์แวร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานในรูปแบบอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ หรือที่เรียกว่า “Robotic Process Automation” (RPA)

IBM RPA เป็นระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่มีความสามารถในการจัดการกับงานประเภทที่ต้องทำซ้ำ ๆ เช่นการทำงานในแผนกบัญชีอย่างใบเสนอราคา ใบขอเสนอซื้อ ใบกำกับสินค้า การตรวจสอบบันทึก ใบแจ้งหนี้ ใบรับสินค้า และใบชำระเงินเป็นต้น RPA สามารถทำขั้นตอนเหล่านี้ให้กลายเป็นกระบวนการทำงานอัตโนมัติ ด้วยการใช้งานที่ไม่ซับซ้อนของ RPA องค์กรสามารถนำมาปรับใช้กับหน่วยงานได้อย่างรวดเร็วและเรียบง่าย เหมาะกับทุกองค์กรที่ต้องการเริ่มต้นการปรับรูปแบบการทำงานเพื่อระบบที่เป็นอัตโนมัติ ทำให้พนักงานมีเวลาในการพัฒนางานส่วนอื่นได้มากขึ้น

 

 

ในสภาวะปัจจุบัน องค์กรต่าง ๆ เริ่มหันกลับมามองการพัฒนาระบบภายนองค์กรกันมากขึ้นโดยมี

การจับมือกันระหว่าง IBM และผู้นำตลาดในการทำ RPA อย่าง Automation Anywhere ก่อให้เกิดโซลูชั่นครบวงจรที่รองรับการทำระบบอัตโนมัติในจำนวนมหาศาลรวมไปถึงการบริหารจัดการกระบวนการธุรกิจด้วย IBM Business Process Manager(BPM)

  • Automation Anywhere RPA – ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานเพื่อความสะดวกในการบันทึกขั้นตอนการทำงานเสมือนพนักงานดำเนินเอกสารเองโดยมี RPA เป็นตัวจัดการซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบหรือเขียนโค้ดใดๆ
  • IBM Business Process Manager Express Solution – เป็นส่วนบริหารจัดการและมอนิเตอร์การทำงานของ RPA เพื่อทำ workflow optimization และทำการจัดการกับข้อผิดพลาดที่ดียิ่งขึ้น

 

 

การใช้โซลูชั่นร่วมกันระหว่าง IBM Business Process Management(BPM) และ Robotic Process Automation(RPA) สามารถลดค่าใช้จ่ายในธนาคารแห่งหนึ่งในยุโรปถึง 30 เปอร์เซ็นต์

จากเดิมที่ธนาคารมีหน้าจอแสดงผลให้ลูกค้าโดยใช้ IBM BPM ในการทำระบบอัตโนมัติ ธนาคารต้องการเปลี่ยนให้ระบบบริการส่วนอื่น ๆ ที่ยังต้องใช้มนุษย์ในการดำเนินงานให้เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด เพื่อให้ระบบบริการเหล่านั้นไม่ถูกจำกัดเฉพาะแค่เวลาทำการ ด้วยการนำ IBM RPA เข้ามาใช้งาน ธนาคารสามารถขยายเวลาทำการในการใช้งานระบบบริการต่าง ๆเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม เช่นการเปิดบัญชีธนาคาร การขออนุมัติเงินกู้หรือการให้สินเชื่อ นอกจากจะเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้งานระบบของธนาคารและยังสามารถยังลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จากที่ต้องจ่ายกับระบบเดิม ๆ

สุดท้ายนี้ คงจะปฏิเสธกันไม่ได้ว่าองค์กรต่าง ๆ กำลังพยายามปฏิรูปธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ต่างจากเดิม พวกเขากำลังมองหาโอกาศในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตเร็วขึ้นโดยการเพิ่มศักยภาพในการขยายการผลิด การนำ IBM RPA ที่เป็นระบบจัดการกระบวนการแบบอัตโนมัติเข้ามาในระบบถือว่าเป็นการเริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนถ่ายธุรกิจสู่ดิจิตัล สู่นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ต่อไปในอนาคตองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยจะปฏิรูปธุรกิจตัวเองสู่รูปแบบดิจิตัลมากขึ้น เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของตลาด

 

ติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

เขียนบทความโดย วริศ ศศิเศรษฐ์  System Engineer บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

from:https://www.techtalkthai.com/computer-union-ibm-robotic-process-automation-rpa-solution/

9 เทรนด์ของ AI ในปี 2019

Ben Lorica หัวหน้า Data Scientist ของ O’Reilly Media ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มของ AI ที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 ไว้ 9 ข้อ เราจึงสรุปมาให้อ่านเป็นไอเดียกัน

Credit: ShutterStock.com

เทรนด์ที่ถูกกล่าวถึงมีอยู่ 9 ข้อดังนี้

1.เทคโนโลยีใหม่จะทำให้งานบางส่วนมีความเป็นอย่างอัตโนมัติมากขึ้น มีผลวิจัยจาก McKinsey บอกว่า “ปัจจุบันมีอาชีพน้อยกว่า 5% ที่สามารถใช้เทคโนโลยีทำให้เกิดการทำงานแบบอัตโนมัติได้ทั้งหมด แต่ 60% ของอาชีพต่างๆ สามารถนำเทคโนโลยีตอนนี้ไปใช้ในการทำงานให้เป็นอัตโนมัติได้ถึง 30%”

2.AI ระดับองค์กรจะต่อยอดจากแอปพลิเคชัน Analytics คือ เทคโนโลยีใหม่จะมาเข้ามาเสริมในองค์กรที่มีการใช้งานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เช่น อาจจะเป็นการผสานระหว่าง Deep Learning และอัลกอริทึม Machine Learning แบบต่างๆ

3.การออกแบบ UI/UX ต้องทำให้ง่ายเพราะสุดท้ายแล้วต้องเรียกความเชื่อใจจากผู้ใช้ให้ได้

4.ฮาร์ดแวร์เฉพาะสำหรับงานด้าน AI จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั้งในระดับดาต้าเซ็นเตอร์และ Edge

5.วิธีการแบบไฮบริดจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง คือเป็นการผสมผสานระหว่าง Neural Network กับอัลกอริทึมแบบอื่นๆ เช่น Bayesian Inference, Tree Search, Knowledge Graph และอื่นๆ

6.มีเครื่องมือที่ใช้พัฒนาและผลิต AI และ ML ออกมาใหม่และใช้งานได้ง่ายขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของบริษัท

7.มีความท้าทายในเรื่องของ Machine Deception หรือการที่เครื่องจักรสามารถประพฤติตัวเป็นเหมือนมนุษย์หรือเหมือน Agent ตัวอื่นได้ (Bot) ซึ่งความท้าทายที่จะตามมาคือ ข่าวลวง การสร้างกระแสต่างๆ บนโลก Social (สร้างฟาร์ม Bot มาสร้างกระแสเลือกตั้ง)

8.เกิดการตั้งคำถามถึงเรื่องของความน่าเชื่อและความปลอดภัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI อย่างเข้มข้นเพราะปัจจุบัน AI ได้เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานที่มีผลถึงชีวิตมนุษย์ด้วย

9.ช่วยบริษัทผลิตข้อมูลที่ตนเองไม่ได้สร้างออกมาได้ ปกติแล้วงาน AI หรือ Machine Learning จะเก่งตามปริมาณข้อมูลที่มี ซึ่งตอนนี้บริการส่วนผลิตข้อมูลเริ่มมีการนำ Machine Learning เข้ามาช่วยคนให้ทำงานได้ไวและแม่นยำมากขึ้น เช่น Generative Adversarial Networks (GAN) เป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างข้อมูลที่สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้เทรนให้โมเดลได้ ดังนั้นองค์กรเล็กๆ ก็สามารถมีข้อมูลไปแข่งได้มากขึ้นแล้ว

ที่มา : https://www.itproportal.com/features/artificial-intelligence-trends-for-2019/

from:https://www.techtalkthai.com/ai-trend-2019/

ไอบีเอ็มเปิดตัว IBM Cognos Analytics 11.1 BI โฉมใหม่ ผสานพลัง AI เปลี่ยนทุกข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นในราคาเบาๆ

IBM Cognos Analytics 11.1 เป็น BI โฉมใหม่ สวยล้ำ ฉลาดเลิศ ผสานพลัง AI เผยข้อมูลเชิงลึกที่ซ่อนอยู่ why พร้อมตัวช่วย AI ขั้นเทพ เปลี่ยนทุกข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นในราคาเบาๆ ทั้งแบบ cloud และ on premise เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่

 

Credit: IBM

 

Smart Data Discovery and AI Assistant

ความต้องการของผู้ใช้งานไม่ได้มีเพียงเรื่อง Simple Visualization อีกต่อไปแล้ว ไอบีเอ็มจึงนำ Augmented Intelligence: AI มาช่วยในการเตรียมข้อมูลวิเคราะห์ นำเสนอข้อมูลด้วยภาพ และหาคำตอบจากข้อมูลได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ business users ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • นำเสนอข้อมูลที่ชาญฉลาดด้วย AI Assistant – Ask Cognos!
  • แนะนำ Visualization ที่เหมาะสมต่อการวิเคราะห์ข้อมูลตามที่ผู้ใช้ถามด้วย natural language
  • แสดงข้อเท็จจริงที่น่าสนใจที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลเช่นตัวแปรขับเคลื่อน (Drivers) ที่สำคัญจาก Data fields ที่กำลังสนใจ
  • สร้าง Dashboard และ Storytelling อย่างมั่นใจด้วยข้อมูล Insight ที่ระบบแนะนำให้

 

Make Your Data Work for You

เปลี่ยนการเข้าถึงข้อมูลให้ง่ายขึ้นผ่านการใช้ความสามารถของ Data Module เพื่อการ Cleansing และ Shaping ข้อมูลให้พร้อมนำไปวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ระบบเตรียมข้อมูลโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานเพียงอัพโหลดข้อมูลขึ้นไปในระบบ หลังจากนั้นสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้ทันที
  • ระบบมี Auto Join ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน
  • Auto Aggregation โดยเฉพาะการทำ Relative Dates เช่น MTD QTD และ YTD ให้โดยอัตโนมัติ
  • Shaping data ด้วยการสร้าง field ข้อมูลใหม่การสร้าง Custom group/view และการเรียกข้อมูลด้วย Custom SQL ผ่าน Graphic User Interface โดยที่ไม่ต้องมีการ Coding ด้วยภาษาใดๆ
  • สร้างการ Drill up/down อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่คลิก

 

Trusted Analytics Foundation

ระบบในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทุกคนสามารถเชื่อถือได้ในการเข้าถึง การเผยแพร่ และการสร้างเนื้อหาข้อมูล โดยที่ระบุการเข้าถึงเครื่องมือและความปลอดภัยของข้อมูลเพียงครั้งเดียว แล้วสามารถใช้ได้ทั่วทั้งระบบรวมถึง Capabilities ที่สามารถตอบโจทย์ในการเข้าถึงข้อมูลของคนทั้งองค์กรโดยไม่ต้องอาศัยความยุ่งยาก

  • สร้าง Security Filters เพื่อกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้ข้อมูลเข้าถึงเฉพาะส่วนที่ต้องการให้เข้าถึง ซึ่งเป็นการทำการ Define เพียงครั้งเดียวแต่มีผลทั้งระบบ ไม่ว่าจะดูบนอุปกรณ์ใดก็ตาม ทั้งที่ผ่าน Dashboard Report หรือ Storytelling
  • ความสามารถในการ Share เนื้อหาผ่าน e-mail หรืออื่นๆ ด้วยการ Bursting Scheduling หรือผ่าน Slack
  • การจัดการในส่วน Administration ของระบบสามารถทำได้อย่างง่ายดาย
  • ความสามารถที่สำคัญอื่นๆ เช่น Multitenancy User management และ Logging

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณอี่ โทร 02-619-1260

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-cognos-analytics-11-1-new-bi-with-integrated-ai-is-announced/

Forrester ทำนายแนวโน้ม IoT ปี 2019

Forrester บริษัทวิจัยการตลาดและให้คำปรึกษาผลกระทบจากเทคโนโลยีได้จัดทำรายงานประจำปีทำนายแนวโน้มของ IoT ในปีหน้า เราจึงขอสรุปมาให้ติดตามกันสั้นๆ ให้อ่านกัน

Credit: ShutterStock.com

แนวโน้มที่ Forrester ทำนายไว้มีดังนี้

  • ผู้ให้บริการจะรวมบริการต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อนำเสนอให้แก่ลูกค้าพร้อมให้จ่ายเป็นการซื้อ Subscription เช่น Hum ของ Verizon ที่ทำให้รถยนต์มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มอุปกรณ์บางอย่างลงไปพร้อมยังได้รวมเอาบริการต่างๆ เอาไว้ในราคาเพียง 20 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อเดือน
  • กำเนิดธุรกิจ IoT Managed Service ในปีหน้ารายงานคาดว่าจะเป็นการเริ่มธุรกิจรับดูแล ติดตาม บริการจัดการอุปกรณ์ IoT อย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอย่าง Healthcare, Retail และกลุ่ม Utilities จะยอมจ่ายเงินจ้างบริษัทเหล่านี้ในมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว
  • คนร้ายจะเข้าโอบล้อมตีวงการโจมตีอุปกรณ์ IoT อย่างเข้มข้น มีตัวอย่างของต้นปี 2018 ได้เกิด Ransomware เล่นงานเมืองแอตแลนต้าในจอเจียส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนกับงานจ่ายภาษีไปหลายวัน ดังนั้นเชื่อว่าในปีหน้าผู้ก่อการร้ายไซเบอร์จะใช้จุดอ่อนของ Smart City สร้างความเสียหายจนต้องวิ่งหาโซลูชันป้องกันการโจมตีด่วนเลยทีเดียว

from:https://www.techtalkthai.com/forrester-predicts-iot-in-2019/

NTC ขอเชิญร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “ต่อยอดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สู่ธุรกิจยุคดิจิทัล!” วันที่ 14-15 ม.ค 2562

โครงการ “Artificial Intelligence (AI) Comprehensive”

เรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ ไอเดียเจ๋งๆ เกี่ยวกับหลักการทำงานของ AI
พร้อม Workshop การเขียน ‘AI Program’ ด้วย Python& Keras

ต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมในทิศทางใหม่ๆ อย่างสร้างสรรค์
เพื่อปรับใช้และเสริมศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 14-15 มกราคม 2562 รับจำนวนจำกัด 20 คน

 

 

 

ที่มาโครงการ “Artificial Intelligence (AI) Comprehensive”

“โลกกำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์
ที่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล โดยใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ”

หากกล่าวถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ถูกพูดถึงและได้รับความสนใจสูงมากจากผู้คนทั่วโลกในขณะนี้ คงต้องยอมรับว่า “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence: AI” มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในแวดวงธุรกิจเเละอุตสาหกรรม รวมถึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนไปโดยปริยาย

“AI” เป็นปัญญาประดิษฐ์สาขาหนึ่งด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่รวมศาสตร์หลายแขนงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรม จิตวิทยา ปรัชญาและชีววิทยา ที่มีแนวคิดโดยใช้เหตุผลเป็นหลัก ผ่านการเรียนรู้จากกระบวนการคิด การกระทำ การให้เหตุผลและการปรับตัว โดยการสร้าง “ความฉลาดเทียม” ให้กับ “สิ่งที่ไม่มีชีวิต” ให้มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น “รถยนต์ที่ใช้ระบบ AI เข้ามาควบคุมการทำงาน” หรือ “ผู้ประกาศข่าว AI คนแรกของโลกจากประเทศจีน” ถือเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ในหลายๆ ด้าน ด้วยความสามารถในการเรียนรู้และจดจำข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ สามารถแยกแยะรวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคธุรกิจและนักพัฒนาจำนวนไม่น้อยเริ่มตื่นตัวกับการลงทุนด้าน AI เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และสร้างนวัตกรรมที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่มีความเฉลียวฉลาดในการปฏิบัติงานอย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ มูลค่าและความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์และธุรกิจมากยิ่งขึ้น

บริษัท เน็ตเวิร์ก เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด (NTC) เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่การนำไปปรับใช้ในแง่มุมต่างๆ จึงจัดโครงการฝึกอบรม ARTIFICIAL INTELLIGENCE (AI) COMPREHENSIVE ขึ้น เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้าน AI ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพรวมของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ชัดเจน โดยเรียนรู้ผ่านการเขียน AI Program, AI Games, Machine Learning และ Reinforcement Learning ด้วยภาษา Python เพื่อต่อยอดเข้ากับเทคโนโลยีระบบหุ่นยนต์ (Robotics) ทั้งในส่วนของการเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการ, ควบคุมกระบวนการ, ป้อนคำสั่งต่างๆ ที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพ แนวคิดและทักษะด้านการเขียนโปรแกรมให้รองรับกับยุคที่ AI และวิทยาการหุ่นยนต์กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนโลก

 

ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ

  • ทราบถึงภาพรวมทั้งหมดของ AI ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน รวมถึงความสำคัญและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ
  • เรียนรู้แนวคิดการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้งาน และสามารถนำหลักการที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้จริงและต่อยอดกับธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
  • เรียนรู้ทักษะการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python เพื่อสร้างโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีประสิทธิภาพ

 

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร

บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป
(*ควรมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมในระดับเริ่มต้น หากไม่มีสามารถเรียนรู้ได้ในการอบรม*)

หัวข้อการอบรมโครงการ ARTIFICIAL INTELLIGENCE (A.I.) COMPREHENSIVE
ประกอบด้วยภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้:

DAY 1

  • ลงทะเบียนผู้เข้าอบรม
  • ARTIFICIAL INTELLIGENCE (A.I.) หรือ ปัญญาประดิษฐ์คืออะไร?
  • ความหมายของปัญญาประดิษฐ์
    : ทำความรู้จักกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) พร้อมร่วมกันหาคำตอบว่าเพราะเหตุใด AI ถึงก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานและการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัล
  • ประเภทของปัญญาประดิษฐ์
    : เรียนรู้ประเภทของปัญญาประดิษฐ์ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่
    1) ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ (Thinking Humanly)
    2) ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ (Acting Humanly)
    3) ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล (Thinking rationally)
    4) ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล (Acting rationally)
  • ตัวอย่างของปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้งานจริง
    : การนำ AI เข้ามาใช้งานเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งในด้าน การแพทย์, การผลิต, การเงินการธนาคาร, การขนส่ง, การเงิน, การประกันภัย รวมถึง บริการ Online Streaming, Data Analytics เป็นต้น
  • ทดลองเขียนโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์แบบเดิมๆ (Logic Based)
    : เรียนรู้เทคนิคการเขียนโปรแกรม AI เชิงตรรกะ (Logic Based)

DAY 2

  • FULL DAY WORKSHOP
  • การเขียนโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ด้วยภาษาระดับสูง (Python)
    : ฝึกเขียนโปรแกรมโดยเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของภาษา Python รวมถึงเทคนิคการใช้ Library PyGame ซึ่งถือเป็น Module สำคัญของ Python ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการเขียนโปรแกรมและพัฒนา A.I. Game

DAY 3

  • Machine Learning และการเขียนโปรแกรม Machine Learning ด้วยภาษา Python
  • ความหมายของ Machine Learning
    : ทำความรู้จักกับ Machine Learning หลักการทำงาน ประโยชน์และตัวอย่างการนำไปประยุกต์ใช้
  • ความหมายของ Neuron Network
    : ระบบโครงข่ายประสาท หรือ Neural Network ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการฝึกฝน และการเรียนรู้การ ประมวลผลในหลากหลายรูปแบบ
  • การใช้ภาษา Python เขียน Neuron Network ด้วย Keras
    : สามารถเขียนและพัฒนา Neuron Network ด้วย Keras ที่ถือเป็น Deep-Learning Library ที่ใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง
  • การเขียน Reinforcement Learning ด้วย Python และ Keras
    : ทำความเข้าใจถึงหลักการเขียน Reinforcement Learning (RL) หรือ การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง เป็นทฤษฎีการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งในของ AI ซึ่งถือเป็น Algorithm ที่ช่วยให้ AI ตัดสินใจตรงกับเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ โดยการใช้รางวัลหรือแรงจูงใจมาช่วย
  • การนำ Reinforcement Learning ไปใช้กับ Robotic
    : เรียนรู้หลักการและขั้นตอนการนำ Reinforcement Learning (RL) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ Machine Learning เพื่อประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีระบบหุ่นยนต์ (Robotics)

อบรมเป็นภาษาไทยโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน “ผศ. รวินทร์ ไชยสิทธิพร”
อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ARTIFICIAL INTELLIGENCE (AI) และ ROBOTIC PROGRAMMING

 

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร

  • บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป
    (*ควรมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมในระดับเริ่มต้น หากไม่มีสามารถเรียนรู้ได้ในการอบรม*)

 

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

  • เรียนรู้ทั้งทฤษฎีเพื่อเพิ่มความเข้าใจ 3 วันเต็ม (09:00 น. – 16:30 น.)
  • อบรมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง
  • เอกสารประกอบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักสูตร
  • อาหารกลางวัน ขนมเบรคและเครื่องดื่มตลอดการอบรม (2 Breaks,1 Lunch)
  • หากเข้าเรียนครบทุกวันจะได้รับใบรับรองการเข้าอบรมอย่างเป็นทางการ (Attendant Certification)

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

อายุระหว่าง 18 – 45 ปี และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
(*ควรมีความรู้พื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมในระดับเริ่มต้น หากไม่มีสามารถเรียนรู้ได้ในการอบรม*)
รับจำนวนทั้งสิ้น 20 คน

 

ระยะเวลาการอบรม

วันที่ 14 -16 มกราคม 2562 (รวมทั้งสิ้น 3 วัน) สถานที่: NETWORK TRAINING CENTER (MAP)

 

ค่าใช้จ่ายการเข้าร่วมอบรม

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการ “ARTIFICIAL INTELLIGENCE (AI) COMPREHENSIVE”

พิเศษ! สมัครพร้อมกัน 2 ท่าน ลดเหลือท่านละ 23,500 บาท/ที่นั่ง

(ปกติท่านละ 27,500 บาท ราคานี้รวมเอกสารประกอบการอบรม, ใบประกาศนียบัตรผู้เข้าอบรม, ขนมเบรกและอาหารกลางวัน)
หมดเขตรับสมัครวันที่ 28 ธันวาคม 2561

 

Early Bird Promotion!

ลงทะเบียนอบรมก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2561 เหลือเพียง 25,500 บาท/ที่นั่ง

 

ขั้นตอนการสมัคร

  • กรอกใบสมัครออนไลน์ ได้ที่ https://bit.ly/2R4pFqO
  • รอเจ้าหน้าที่ตอบกลับข้อมูล ได้รับอีเมล์การยืนยัน หรือ ทางโทรศัพท์
  • ชำระค่าสมัครเข้าร่วมโครงการ ภายในวันที่ 28 ธันวาคม 2561
    ** การสมัครจะสมบูรณ์เมื่อทำการชำระค่าอบรมเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
    ** บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปิดรับสมัครทันทีหากมีผู้สมัครครบตามจำนวน

 

การชำระเงิน

โอนเข้าบัญชี บริษัท เน็ตเวิร์ก เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
– ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 001-130904-6
– ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 101-337379-8
– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 125-976968-6
แจ้งชื่อผู้เข้าอบรม ตารางเรียน พร้อมส่งสำเนาการชำระเงินมาที่ คุณเกตุศิริ เจริญศิลป์ I kedsiri.c@trainingcenter.co.th
หรือทาง Fax. 0-2634-7995

 

สถานที่อบรม

NETWORK TRAINING CENTER (MAP)

 

ติดต่อสอบถาม

ติดต่อ คุณมยุรกาญจน์ หาญชเล ที่ 02-634-7993-4 ต่อ 12 Email: support@trainingcenter.co.th

 

http://ntc.trainingcenter.co.th

Tel: 0-2634-7993-4
Website: http://www.trainingcenter.co.th
Facebook Page: https://www.facebook.com/ntcfanclub
LINE Official: @NTC-LINE

from:https://www.techtalkthai.com/ntc-ai-comprehensive-training-course-2019-01/

เปิดตัว AWS Outposts นำ AWS มาใช้ใน Data Center ขององค์กรได้แล้ว ตอบโจทย์ Hybrid Cloud

ในงาน AWS re:Invent 2018 ทาง AWS ได้ออกมาประกาศถึงโซลูชันใหม่ AWS Outposts ที่จะนำบริการต่างๆ ของ AWS ไปใช้งานได้ภายในองค์กรแบบ On-Premises บน Hardware แบบเดียวกับที่ใช้ใน Cloud ของ AWS และมีทีมงานของ AWS คอยช่วยดูแลแบบ Fully Managed

 

Credit: AWS

 

AWS Outposts นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ VMware Cloud on AWS Outposts ที่จะใช้ Control Plane และ API ของ VMware ในการบริหารจัดการเป็นหลัก และ AWS Outposts ที่ใช้ Control Plane และ API ของ AWS ในการบริหารจัดการโดยตรง

โซลูชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับต่อการทำ Hybrid Cloud โดยเฉพาะ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกสเป็คของ Hardware ที่ต้องการได้ ซึ่งสามารถเลือกเป็นเครื่องเดียว หลายเครื่อง หรือเลือกเป็น Rack เลยก็ได้, เลือกระบบบริหารจัดการที่ต้องการได้ และเลือกใช้เฉพาะบริการที่ตนเองต้องการได้ โดยสามารถเพิ่มขยายระบบในภายหลังได้ ทำให้ง่ายต่อการลงทุนเริ่มต้นใช้งาน

ก็ถือเป็นก้าวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับการก้าวสู่ Data Center ขององค์กรต่างๆ ซึ่งก็เป็นคำถามที่หลายองค์กรเองก็อยากได้คำตอบมานานแล้ว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://aws.amazon.com/outposts/ ครับ

 

ที่มา: https://aws.amazon.com/outposts/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-outposts-using-aws-services-on-premises/