คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD_AND_SYSTEMS

Gartner ออก Magic Quadrant ด้าน Meeting Solutions ปี 2021 – Microsoft, Cisco, Zoom ยังครองแชมป์

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ทางด้าน Meeting Solutions ประจำปี 2021 ผลปรากฏว่าผู้ครองตำแหน่ง Leader ยังคงเป็น 3 Vendors ดังจากปีก่อน ได้แก่ Microsoft, Cisco และ Zoom ตามมาด้วย Google, GoTo, Huawei และ Pexip ในตำแหน่ง Challengers

Gartner ได้ให้นิยาม Meeting Solutions ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการติดต่อประสานงาน (Collaboration Tools) ที่ช่วยสนับสนุนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม การนำเสนอข้่อมูล การเรียนรู้ หรือ Webinars ที่น่าสนใจคือ Gartner เริ่มพบการประยุกต์ใช้งานแบบใหม่ เช่น การประชุมเทศบาลเมืองแบบออนไลน์ ห้องพิจารณาคดีแบบเสมือน การตรวจผู้ป่วยจากระยะไกล รวมไปถึงการใช้งานด้าน Banking แบบรีโมต เป็นต้น

Gartner ยังระบุอีกว่า องค์กรที่ซีเรียสเรื่องการใช้งานมาก มักจะแยกการใช้ Meeting Solutions ออกเป็นแบบไม่เป็นทางการ (ประชุมภายในทีมหรือโปรเจ็กต์) และแบบทางการ (การนำเสนอบุคคลภายนอก การอบรม หรือ Webinar ขนาดใหญ่) ส่งผลให้องค์กรเหล่านั้นมักเลือกใช้โซลูชันจาก Vendor มากกว่า 1 ราย

สำหรับผลการจัดอันดับ Magic Quadrant ด้าน Meeting Solutions ในปีนี้ Leaders ยังคงเป็น 3 รายจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ Microsoft, Cisco และ Zoom โดย Zoom ขึ้นแซง Cisco ในด้าน Ability of Execute ได้สำเร็จ เป็นรองเพียงแค่ Microsoft ในขณะที่ Zoom ยังคงยึดตำแหน่งอันดับหนึ่งด้าน Completeness of Vision ไว้ได้ ส่วนตำแหน่ง Challengers ประกอบด้วย Vendor 4 ราย คือ Google, GoTo, Huawei และ Pexip

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มของ Gartner ได้ผ่านช่องทางของ Zoom ที่ https://explore.zoom.us/en/gartner-meetings-2021/

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-magic-quadrant-for-meeting-solutions-2021/

เชิญร่วมงานสัมมนา The Future of IoT Home Innovation | 28 ต.ค. 11:00 น.

TP-Link ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “The Future of IoT Home Innovation” เพื่อเรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็น Smart Home พร้อมอัปเดตสินค้า IoT ใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตคุณก้าวล้ำยิ่งขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม เวลา 11:00 – 12:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Future of IoT Home Innovation
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2021
เวลา: 11:00 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Webinar
ลิงก์ลงทะเบียน: https://forms.gle/aq7p7U3wstg15QrJ6

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Basic Technologies of IoT
  • IoT Products Update
  • IoT Solutions
  • Basic Setup

หลังจากลงทะเบียนแล้วโปรดรอรับอีเมลยืนยันเพื่อใช้ในการเข้าดู Zoom อีกครั้ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @tplink

from:https://www.techtalkthai.com/tp-link-webinar-the-future-of-iot-home-innovation/

[Guest Post] สอนการใช้งาน Tibero Database ฉบับภาษาไทย โดยทีมงาน คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน

ระบบฐานข้อมูลขององค์กรมีความสำคัญอย่างมาก การรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลจึงเข้ามามีบทบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้ามาจัดการข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อองค์กร

คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน สอนวิธีการใช้งาน Tibero User Management and Security ฉบับภาษาไทย เกี่ยวกับเครื่องมือและคำสั่งต่าง ๆ เพื่อจัดการกับผู้ใช้งาน และข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์หลักของระบบการรักษาความปลอดภัยบนระบบฐานข้อมูล (Database) คือป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งาน (User) ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาจัดการข้อมูลต่างๆ ในระบบฐานข้อมูลได้ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือความบังเอิญก็ตามที่สามารถนำความเสียหายมาสู่ระบบฐานข้อมูล ดังนั้นความปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมาก เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการผู้ใช้งาน (User) เพื่อกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง และการเข้าใช้งานระบบข้อมูลในฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการดังนี้

  • Tibero Database User Management and Security
  • Create User
  • Modify User and User Privileges
  • Delete User

การเข้าใช้งานระบบฐานข้อมูล จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลในระบบ Tibero Database ซึ่งในแต่ละบัญชีจะได้รับการรักษาความปลอดภัยด้วยรหัสผ่าน (Password) โดยรหัสผ่านจะถูกตั้งขึ้นเมื่อมีการสร้างบัญชีผู้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว หากข้อมูลไม่ถูกต้องสามารถแก้ไขได้ในภายหลัง ซึ่งในระบบฐานข้อมูลของ Tibero จะมีการบันทึกรหัสผ่านไว้ในพจนานุกรมข้อมูลในรูปแบบของการเข้ารหัส ซึ่งผู้ใช้งาน หรือ User จะมี Schema Object เป็นของตัวเอง โดย 1 ผู้ใช้งาน จะมี 1 Schema Object ไว้สำหรับจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เสมอ

ในการสร้าง แก้ไข ลบ หรือกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน ระบบฐานข้อมูลของ Tibero มีการกำหนดให้ต้องกระทำจากผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ DBA เท่านั้น โดยมีการกำหนดค่าเริ่มต้น (Default) ของชื่อเริ่มต้นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ DBA คือ sys ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างฐานข้อมูล และรหัสผ่าน (Password) คือ tibero หรือเป็นรหัสผ่านตามที่ผู้ติดตั้งระบบฐานข้อมูลกำหนดเองในขั้นตอนการติดตั้ง

ซึ่งในบทความนี้เราจะใช้ tbsql utility เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล Tibero จึงต้องเปิด terminal และเชื่อมต่อไปยังระบบฐานข้อมูล Tibero ด้วยรหัสผู้ใช้งาน sys (ตามตัวอย่างภาพด้านล่าง)

การ Create User

การสร้างบัญชีผู้ใช้งานสามารถทำได้ด้วยคำสั่ง create user ตามด้วย ชื่อผู้ใช้งาน identified by รหัสผ่าน; ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการสร้างผู้ใช้งาน ชื่อ test1 และมีรหัสผ่านเข้าใช้งานเป็น testpassword จะต้องพิมพ์คำสั่งว่า create user test1 identified by testpassword; โดยค่าเริ่มต้น (Default) ของพื้นที่การใช้งานของผู้ใช้งานที่สร้างใหม่นั้น Tibero จะกำหนดให้ใช้งานที่ table space ที่ชื่อ usr ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้ใช้งานโดยเฉพาะ แต่ถ้าต้องการสร้าง table space เฉพาะเจาะจงสำหรับรหัสผู้ใช้งานนั้นๆ โดยไม่ต้องการให้รวมอยู่ใน table space ที่ชื่อ usr สามารถกำหนดรหัสผู้ใช้งานที่ต้องการสร้างมีพื้นที่ใช้งานอยู่ใน table space ที่เราต้องการได้ เช่น ผู้เขียนทำการสร้าง table space ชื่อ myspace แล้วต้องการให้รหัสผู้ใช้งาน test1 มีพื้นที่การใช้งานจัดเก็บข้อมูลอยู่ใน myspace สามารถกำหนดได้ในภายหลังด้วยคำสั่ง ALTER ที่ใช้ในการแก้ไขจัดการรหัสผู้ใช้งานหรือจะกำหนดไปพร้อมกับคำสั่งในการสร้างผู้ใช้ก็ได้ เช่น create user test1 identified by testpassword default tablespace myspace;

คำสั่ง default tablespace myspace คือการกำหนดให้ผู้ใช้งานที่เราสร้างขึ้นนั้นมีพื้นที่ใช้งานอยู่ที่ myspace ซึ่งเราจะต้องสร้าง table space ชื่อ myspace เอาไว้รองรับอยู่ก่อนแล้ว เมื่อสร้าง user แล้วสามารถทดสอบเข้าใช้งานได้ด้วยคำสั่ง tbsql test1/testpassword จะเห็นว่าไม่สามารถเข้าใช้งานได้ เนื่องจากผู้ใช้งานยังไม่มีสิทธิ์ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นเราจึงต้องทำการแก้ไขโดยการเพิ่มสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลให้กับผู้ใช้งานที่สร้างขึ้นมาใหม่เสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้

การ Modify User and User privileges

หลังจากที่เราได้สร้างผู้ใช้งานแล้ว ผู้ใช้งานที่เราสร้างใหม่จะยังไม่สามารถเข้าใช้งานระบบได้ จะต้องทำการกำหนดสิทธิ์เข้าใช้งานและสิทธิ์ที่จำเป็นพื้นฐานก่อน โดยทั่วไปสิทธิ์พื้นฐานที่ควรมีคือ connect และ resource ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูล สร้างข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลได้ คำสั่งในการกำหนดสิทธิ์ (Privileges) มีดังนี้ grant connect to test1; grant resource to test1; หรือจะรวมให้เป็นคำสั่งเดียวกันได้ดังนี้ grant connect, resource to test1; เพียงเท่านี้ผู้ใช้งาน test1 ก็จะสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลและเข้าใช้งานฐานข้อมูลได้แล้ว

หากต้องการแก้ไขรหัสผ่าน (Password) ของผู้ใช้งานให้ใช้คำสั่ง ALTER ในการแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น alter user คือรหัสผู้ใช้งานที่ต้องการกำหนดรหัสผ่านใหม่ identified by รหัสผ่านใหม่; เราต้องการแก้ไขรหัสผ่านของผู้ใช้งานที่ชื่อ test1 ซึ่งต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เป็นคำว่า newpassword จะต้องใช้คำสั่ง alter user test1 identified by newpassword; เพียงเท่านี้ผู้ใช้งาน test1 จะไม่สามารถใช้รหัสผ่านเดิมได้ ต้องใช้รหัสผ่านใหม่ที่เรากำหนดในการเข้าใช้งานเท่านั้น

การ Delete User

การลบผู้ใช้งานออกจากระบบมีอยู่ 2 แบบ ดังนี้ แบบแรก คือ การลบเฉพาะชื่อ username และแบบที่ 2 คือ การลบทั้ง username และลบ Schema Object โดยแนะนำให้ลบแบบที่สองคือ ลบทั้ง username และ Schema Object เนื่องจากถ้ามีการสร้างผู้ใช้งานชื่อเดิมขึ้นมา Tibero จะไม่สามารถอ้างอิงมาหา Schema Object ที่ยังคงค้างชื่อเดิมได้ ซึ่งคำสั่งในการลบทั้งสองแบบมีดังนี้

แบบลบเฉพาะชื่อผู้ใช้ : drop user รหัสผู้ใช้ที่ต้องการลบ;

แบบลบทั้งชื่อผู้ใช้งานและ Schema Object : drop user รหัสผู้ใช้ที่ต้องการลบ cascade;

สรุป

สำหรับบทความนี้เราได้เรียนรู้เครื่องมือและคำสั่งต่างๆ ในการบริหารจัดการผู้ใช้งานฐานข้อมูล เพื่อที่เราจะได้จัดการผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับว่าเป็น security ด่านแรกของระบบฐานข้อมูลที่เราต้องให้ความสำคัญ

หากท่านใดต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ :

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด / โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 / Email. cu_mkt@cu.co.th

เขียนโดย : คุณวรธันย์ บุญวิจิตร / Data Engineer / Computer Union Co.,Ltd.

from:https://www.techtalkthai.com/how-to-use-tibero-database-in-thai-by-cu/

[Guest Post] ‘STT Bangkok 1’ ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล พร้อมให้บริการโคโลเคชั่น ตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจทุกแพลตฟอร์ม

เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ “STT GDC Thailand” ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ประกาศเปิดตัว “STT Bangkok 1” ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลแห่งแรกในกรุงเทพฯ บนถนนหัวหมาก หนึ่งในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาคาร 7 ชั้น บนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร พร้อมกำลังไฟสูงถึง 20 เมกะวัตต์ 

 

โดยดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ พร้อมให้บริการโคโลเคชั่นที่เปิดกว้างให้เชื่อมต่อแบบเสรี (carrier-neutral) ด้วยมาตรฐานระดับโลก อาทิ TIA-942 Rated-3, Uptime Institute Tier III Certification, LEED® ระดับ Gold version 4, มาตรฐาน Threat Vulnerability Risk Assessment (TVRA), มาตรฐาน ISO27001 และมาตรฐาน PCI-DSS ที่มุ่งเน้นความสำคัญด้านความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในการเก็บข้อมูล เพื่อปกป้องข้อมูลที่มีค่าของลูกค้าจากการรั่วไหลทุกรูปแบบ พร้อมรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วด้านดิจิทัลจากองค์กรและผู้ให้บริการคลาวด์ และยกระดับให้ภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

เกี่ยวกับ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย)
เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทร่วมทุนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” ผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และเอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ เอสทีที จีดีซี(STT GDC) ผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกจากสิงคโปร์ ทั้งนี้ Flagship ไฮเปอร์สเกลดาต้าเซ็นเตอร์ ของเอสทีที จีดีซี ประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 75,000 ตารางเมตร (15 ไร่) และตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อที่จะรองรับการเติบโตและการขยายตัวทางดิจิทัลของผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการคอนเทนต์และมีเดียและองค์กรต่างๆ ในประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู sttelemediagdc.co.th
 
เกี่ยวกับ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ (เอสทีที จีดีซี)
บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้า เซ็นเตอร์ คือหนึ่งในผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รวมกว่า 130 แห่งในประเทศต่าง ๆ ที่เป็นตลาดสำคัญทางธุรกิจ โดยครอบคลุมประเทศ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร อินเดีย จีน ไทย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย เอสทีที จีดีซี ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมนี้ ทั้งยังตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจ ด้วยโซลูชั่นด้านดาต้าเซ็นเตอร์และบริการการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น และสามารถรองรับบริการต่าง ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-stt-bangkok-1-ready-for-full-service/

Dynatrace Webinar: ทำ DevSecOps ให้ไหลลื่นด้วยการใช้ระบบ AI

Dynatrace ร่วมกับ DPM (Thailand) ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนา Dynatrace Webinar เรื่อง “ทำ DevSecOps ให้ไหลลื่นด้วยการใช้ระบบ AI” พร้อมอัปเดตความท้าทายและแนวทางปฏิบัติด้าน DevSecOps ล่าสุด ในวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ทำ DevSecOps ให้ไหลลื่นด้วยการใช้ระบบ AI
ผู้บรรยาย: คุณสาธิต อู่พุฒินันท์ CTO จาก DPM (Thailand)
วันเวลา: วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/8516340344884/WN_Ec-x0HRDQlWQPSOyN8Arxw

ในขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มนำแนวคิด DevOps มาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มรอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และรักษาเสถียรภาพของระบบ อุตสาหกรรมก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ทำให้ต้องผสาน Security เข้าไปใน DevOps สู่การเป็น DevSecOps

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ

  • ความท้าทายของ DevOps และประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • DevSecOps คืออะไร
  • การนำ DevSecOps มาใช้ในองค์กร
  • เทคโนโลยี AI ช่วยสนับสนุน DevSecOps ให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร

from:https://www.techtalkthai.com/dynatrace-webinar-improve-devsecops-with-ai/

ขอเชิญรับชม Webinar หัวข้อ Seamlessly move your VMware workloads to Oracle Cloud ในงาน Oracle Cloud Day 21 ต.ค. 2021 เวลา 14.15น.

VMware และ Oracle ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ รับชม Webinar หัวข้อ Seamlessly move your VMware workloads to Oracle Cloud ภายในงาน Oracle Cloud Day วันที่ 21 ต.ค. 2021 เวลา 14.15น. – 14.45น. เพื่อเรียนรู้ถึงความสามารถของ Oracle Cloud VMware Solution ที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้งาน VMware บน Oracle Cloud ได้ โดยสามารถย้ายระบบได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือต่างๆ และผสานระบบเข้ากับโซลูชันอื่นๆ ของ Oracle ได้ทันที

Seamlessly move your VMware workloads to Oracle Cloud @ Oracle Cloud Day

วันที่: 21 ตุลาคม 2021
เวลา: 14.15 – 14.45น.
ผู้บรรยาย: Khun Thanatip Yindee, Principal Technology Solutions Architect, Oracle และ Khun Charlie Kumpeeraparb, Senior Solution Architect, VMWare Thailand
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://go.oracle.com/LP=116962

รับชมทางเลือกใหม่ในการใช้งาน VMware Cloud บน Oracle Cloud ด้วย Oracle Cloud VMware Solution (OCVS) ที่จะช่วยให้การใช้งาน VMware บน Cloud นั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย สามารถเชื่อมผสานเข้ากับระบบของ VMware ที่ใช้งานเดิมอยู่ภายในองค์กรเพื่อทำงานร่วมกันแบบ Hybrid Cloud ได้ทันที

ใน Webinar หัวข้อนี้ คุณจะได้พบกับประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • ความสามารถของ Oracle Cloud VMware Solution
  • แนวทางการย้ายระบบเดิมที่มีอยู่ขึ้นไปใช้งานบน OCVS
  • การทำงานร่วมกันระหว่างระบบภายใน OCVS และความสามารถส่วนอื่นๆ บน Oracle Cloud

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้ารับชมเนื้อหาดังกล่าว พร้อมกับเนื้อหาอื่นๆ ในงาน Oracle Cloud Day ได้ทันทีที่ https://go.oracle.com/LP=116962

from:https://www.techtalkthai.com/seamlessly-move-your-vmware-workloads-to-oracle-cloud-at-oracle-cloud-day/

[Guest Post] Google Cloud จัดงานใหญ่ประจำปี Next‘21 ช่วยลูกค้ารับมือความท้าทายใหม่ๆ

พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมด้านข้อมูล ความปลอดภัย การทำงานร่วมกัน โครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด และความยั่งยืน

Google Cloud เปิดฉากงานใหญ่ประจำปี Google Cloud Next ‘21 พร้อมประกาศเปิดตัวนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่เร่งด่วนที่สุดในอุตสาหกรรมต่างๆ

นวัตกรรมที่ประกาศภายในงานครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์แบบเปิดของ Google Cloud ซึ่งช่วยให้บริษัทต่างๆ นำข้อมูลที่สำคัญไปประยุกต์ใช้ในส่วนที่มีความจำเป็นมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจและเข้าถึงลูกค้า ผลิตภัณฑ์ และพาร์ทเนอร์ เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันที่ส่งเสริมการทำงานแบบไฮบริด และเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ปกป้องผู้ใช้ แอปพลิเคชัน และข้อมูล โดยทั้งหมดนี้อยู่บนระบบคลาวด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เอพริล ศรีวิกรม์ Country Manager, Google Cloud ประจำประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม กล่าวว่า “ธุรกิจในยุคปัจจุบันต่างได้รับการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยบริษัทต่างๆ กำลังใช้ประโยชน์จากพลังของข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และประสบการณ์ดิจิทัลในการพลิกโฉมธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในท้ายที่สุด องค์กรที่จะเติบโตได้นั้นไม่เพียงจะทำการตัดสินใจในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูลเท่านั้น แต่ยังจะใช้ระบบคลาวด์เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานร่วมกันภายในองค์กรและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อีกด้วย”

โครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด: ระบบคลาวด์แบบเปิดที่สามารถใช้งานได้ทุกที่

เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ เพิ่มขีดความสามารถในการปรับใช้ระบบคลาวด์ได้ทุกที่ Google ได้เปิดตัว Google Distributed Cloud กลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบ ซึ่งขยายโครงสร้างพื้นฐานและบริการของ Google Cloud ไปยังจุดเชื่อมต่อคลาวด์และศูนย์ข้อมูล

แพลตฟอร์ม Anthos แพลตฟอร์มแบบโอเพนซอร์สที่รวมการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันทั่วทั้งองค์กร จุดเชื่อมต่อคลาวด์ และในระบบคลาวด์สาธารณะ ในขณะที่มอบการทำงานที่สอดคล้องกันในขนาดต่างๆ ได้ถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ซึ่งได้แก่

  • Google Distributed Cloud Edge – พร้อมให้ใช้งานในเวอร์ชันพรีวิวแล้ววันนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ ของ Google Cloud อยู่ใกล้กับที่ที่มีการสร้างและใช้ข้อมูลมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่จุดเชื่อมต่อระบบคลาวด์ของ Google ที่มีกว่า 140 แห่งในปัจจุบัน จุดเชื่อมต่อระบบคลาวด์ของลูกค้า เช่น ร้านค้าปลีก พื้นที่โรงงาน หรือสำนักงานสาขา หรือที่จุดเชื่อมต่อระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร Google Distributed Cloud Edge เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการประมวลผลข้อมูลในเครื่อง การทำงานด้วยการประมวลที่ต้นทางที่มีเวลาในการตอบสนองต่ำ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในองค์กรให้ทันสมัย และการปรับใช้โซลูชัน 5G/LTE บนโครงข่ายส่วนตัวในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยโซลูชันนี้เป็นการต่อยอดโซลูชันด้านโทรคมนาคมของ Google Cloud และช่วยให้ CSP สามารถเรียกใช้การทำงานบนเทคโนโลยี Intel และ NVIDIA เพื่อส่งมอบรูปแบบการใช้งาน 5G และ Edge แบบใหม่
  • Google Distributed Cloud Hosted – Google Distributed Cloud Hosted ซึ่งจะพร้อมให้ใช้งานในเวอร์ชันพรีวิวในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 นำเสนอวิธีการที่ปลอดภัยแก่ลูกค้าในการปรับปรุงการปรับใช้งานภายในองค์กรให้ทันสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเลือกทำเองหรือใช้บริการผ่านพาร์ทเนอร์ที่ได้รับมอบหมายและไว้วางใจได้ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Google Cloud เพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐาน บริการ API หรือเครื่องมือต่างๆ แต่จะใช้ส่วนควบคุมภายในที่จัดการโดย Anthos ในการดำเนินการ ด้วยเหตุนี้จึงสนับสนุนลูกค้าภาครัฐและหน่วยงานเชิงพาณิชย์ที่มีข้อกำหนดด้านข้อมูล ความปลอดภัย หรือความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด

ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล: โซลูชันด้านข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI แบบรวมศูนย์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

เพื่อช่วยลูกค้าสร้างสถาปัตยกรรมข้อมูลที่ทันสมัยด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และส่งเสริมการประยุกต์ใช้ข้อมูลที่มีความสำคัญต่อภารกิจขององค์กร Google Cloud ได้ประกาศการอัปเดตใหม่ๆ ดังนี้

  • เวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (GA) ของ BigQuery Omni – BigQuery Omni เป็นโซลูชันสำหรับการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป BigQuery Omni ช่วยให้องค์กรสามารถเรียกใช้การวิเคราะห์ข้อมูลข้ามระบบคลาวด์ด้วยข้อมูลใน Amazon Web Services และ Microsoft Azure
  • Spark บน Google Cloud – Spark บน Google Cloud ซึ่งพร้อมให้ใช้งานในเวอร์ชันพรีวิว เป็นบริการ Spark แบบปรับขนาดอัตโนมัติที่ไร้เซิร์ฟเวอร์สำหรับแพลตฟอร์มข้อมูล Google Cloud รายแรกของโลก บริการใหม่นี้ทำให้ Spark เป็นข้อเสนอระดับพรีเมียมบน Google Cloud และช่วยให้ลูกค้าสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ภายในไม่กี่วินาทีและปรับขนาดได้ไม่จำกัด ไม่ว่าจะใช้งานกับ BigQuery, Dataproc, Dataplex หรือ Vertex AI ก็ตาม
  • Salesforce Tableau Partnership – Google Cloud เตรียมประกาศความร่วมมือกับ Salesforce Tableau ที่มอบประสบการณ์ความเป็นเลิศทางธุรกิจ (Business Intelligence: BI) ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ให้ผู้ใช้ Tableau สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจาก BigQuery ได้อย่างราบรื่น เพื่อรับประโยชน์จากโมเดลเชิงความหมายของ Looker และเพื่อเปิดใช้ Tableau ได้โดยตรงจาก Google Sheets

Google Workspace: การทำงานร่วมกันในทุกแง่มุมของธุรกิจ

Google Workspace ช่วยให้ผู้ใช้มากกว่า 3 พันล้านคนสามารถติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม โดยการสร้างพื้นที่ดิจิทัลสำหรับการทำงาน Google Workspace ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านเครื่องมืออำนวยความสะดวก เช่น Smart Canvas และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นให้กับผู้ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Google Docs, Gmail, Google Meet และ Google Chat เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้า วันนี้ Google Workspace ได้ประกาศอัปเดตใหม่ๆ ดังนี้:

  • การผสานการใช้งาน Atlassian Jira แบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้าง Ticket (การติดตามสถานะการแก้ไขปัญหา) ขึ้นมาใหม่ และตรวจสอบปัญหาต่างๆ ภายในแพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย
  • การผสานการใช้งาน AppSheet ใน Gmail แบบใหม่ที่ช่วยให้ทุกคน แม้กระทั่งผู้ที่ไม่ใช่ผู้เขียนโค้ด สามารถสร้างแอปอีเมลสำหรับงานต่างๆ ได้ เช่น การอนุมัติงบประมาณ คำขอลาพักร้อน และอื่นๆ
  • การขยายความร่วมมือกับ Citrix เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานที่ทำงานแบบกระจายตัวและแบบไฮบริดสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและเดสก์ท็อปเสมือนจริงที่ง่าย ปลอดภัย และมีเวลาในการตอบสนองต่ำได้จากทุกที่ ด้วยการควบคุมการจัดการจาก Citrix และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Google Cloud
  • นวัตกรรมการรักษาความปลอดภัยใหม่ใน Google Workspace ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ (client-side encryption) สำหรับ Google Meet ที่ให้ลูกค้าเป็นผู้ควบคุมคีย์การเข้ารหัส (encryption key) และการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (Data Loss Prevention: DLP) สำหรับ Google Chat เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนรั่วไหลออกไปภายนอกองค์กร

ความปลอดภัย: ช่วยให้ผู้คนปลอดภัยบนโลกออนไลน์ได้มากกว่าใครๆ ในโลก

เพื่อจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งองค์กรในทุกอุตสาหกรรมกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน Google Cloud ได้ประกาศสิ่งสำคัญสองประการ ได้แก่

  • ทีมปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Google – ทีมที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยนี้จะให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลและธุรกิจต่างๆ ในการใช้แนวทางปฏิบัติแนะนำด้านความปลอดภัยของ Google เพื่อเป็นแนวทาง ให้ความรู้ และแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการพลิกโฉมระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบตรวจจับภัยคุกคามอัจฉริยะ (threat intelligence) และนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • โปรแกรม Work Safer – Work Safer เป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัยรูปแบบใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกองค์กร รวมถึงธุรกิจขนาดเล็ก องค์กรธุรกิจ และสถาบันภาครัฐ ซึ่งหลายแห่งอาศัยเทคโนโลยีแบบเดิมและมักขาดความเชี่ยวชาญในการจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากการทำงานแบบไฮบริด ข้อเสนอนี้จะช่วยให้องค์กรเหล่านี้เข้าถึงการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดสำหรับอีเมล การประชุม ข้อความ เอกสาร และอื่นๆ โดยเป็นการรวมโซลูชันที่ดำเนินการบนระบบคลาวด์และเป็น Zero Trust ของ Google Workspace เข้ากับโซลูชันชั้นนำอื่นๆ ของ Google และพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง CrowdStrike และ Palo Alto Networks

ความยั่งยืน: ระบบคลาวด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

ในฐานะระบบคลาวด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด Google Cloud ได้เปิดตัวนวัตกรรมเพื่อช่วยให้ลูกค้าดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเร่งด่วน

  • Carbon Footprint พร้อมให้ใช้งานแล้ววันนี้สำหรับลูกค้าทุกคนใน Cloud Console โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน Google Cloud Platform ของตนได้ รวมทั้งวัดผล ติดตาม และรายงานความคืบหน้าเทียบกับเป้าหมายด้านสภาพอากาศของตน
  • Google Earth Engine พร้อมให้ใช้งานแล้วในเวอร์ชันพรีวิว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Google Cloud Platform เมื่อรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เปิดใช้งานข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ เช่น BigQuery, Cloud AI และ Google Maps แล้ว Earth Engine จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถติดตาม ตรวจสอบ และคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลกอันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่รุนแรงหรือกิจกรรมที่เกิดจากมนุษย์ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน บรรเทาและจัดการความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพขึ้น ตลอดจนสามารถรับมือกับผลกระทบของภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้น ด้วยการนำสิ่งที่ดีที่สุดของ Google มาไว้ด้วยกัน เครื่องมือใหม่นี้จะรวบรวมข้อมูลเฉพาะ ข้อมูลเชิงลึก และฟังก์ชันการทำงานของ Earth Engine พร้อมด้วยประสบการณ์ระดับองค์กรที่มีการจัดการเต็มรูปแบบและเชื่อถือได้
  • Unattended Project Recommender เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อระบุโปรเจ็กต์ที่มีแนวโน้มว่าจะถูกทิ้งร้าง และแจ้งเตือนเพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถเลือกลบโปรเจ็กต์เหล่านั้นออกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

เอพริล ศรีวิกรม์ กล่าวเสริมว่า “ในฐานะพาร์ทเนอร์ในการพลิกโฉมธุรกิจสำหรับลูกค้า เรามุ่งเน้นให้บริการแพลตฟอร์มข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีที่สุด โซลูชันซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แพลตฟอร์มที่ไว้วางใจได้ และเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสนับสนุนการทำงานแบบไฮบริด ไปพร้อมๆ กับการจัดการความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโลก การเปลี่ยนแปลงมีหลายด้าน และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ต้องรับผิดชอบในการนำเสนอโซลูชันที่ดีที่สุดในทุกด้าน ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีเดิมมาใช้ใหม่บนแพลตฟอร์มใหม่”

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-google-cloud-next-21/

Oracle เตรียมสร้าง Data Center ใต้ดินในอิสราเอล

Oracle ประกาศ เตรียมสร้าง Data Center ใต้ดินในอิสราเอลเพื่อหลบการโจมตีจากจรวด

Oracle ได้ออกมาประกาศแผนในการสร้าง Public Cloud Data Center ในอิสราเอลเพื่อให้ลูกค้าในประเทศอิสราเอลสามารถเก็บข้อมูลภายในประเทศได้ โดย Data Center แห่งนี้จะมีความสูง 9 ชั้น ตั้งอยู่ใต้ดินลึกลงไปประมาณ 50 เมตร ใกล้กับ Technology Park ในนครเยรูซาเล็ม มีการออกแบบเพื่อป้องกันการโจมตีจากจรวดหรือการก่อการร้ายโดยเฉพาะ และจะมี Power Generator ติดตั้งอยู่ภายตึกเพื่อป้องกันเหตุการไฟฟ้าดับ ซึ่งจะใช้เงินลงทุนหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง Data Center แห่งแรกของ Oracle เท่านั้น ตามแผนแล้ว Oracle จะลงทุนสร้าง Data Center ทั้งหมด 2 แห่งในอนาคต เพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าและบริษัทสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตอย่างมากในอิสราเอล

ที่มา: https://www.reuters.com/world/middle-east/oracle-opens-first-2-cloud-data-centres-israel-2021-10-13/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-build-data-center-in-isael-to-withstand-the-rocket-attacks/

Microsoft ออก Sysmon สำหรับใช้บน Linux

แอดมินของเครื่อง Linux สามารถนำ Sysmon ของ Microsoft ไปใช้งานเพื่อดูพฤติกรรมและเก็บ Log สิ่งผิดปกติในระบบได้แล้ว

credit : BleepingComputer

Sysmon หรือเครื่องมือยอดนิยมสำหรับงานด้าน System Monitoring ได้ถูกพัฒนาให้สามารถนำไปใช้บน Linux ได้แล้ว ทั้งนี้ความแตกต่างคือผู้ใช้ต้องมีการคอมไพล์โปรแกรม ซึ่งต้องแน่ใจว่ามี Dependencies ครบถ้วน โดยต้องติดตั้ง SysinternalEBPF Project เสียก่อน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็สามารถเริ่มต้นกันด้วยคำสั่ง sudo ./sysmon -h อย่างไรก็ดี Log ที่ไร้การตั้งค่าที่ดีจะโตเร็วมาก ซึ่งมี Event มากมายที่สามารถเลือกเก็บได้เช่น SYSMONEVENT_CREATE_PROCESS, SYSMONEVENT_NETWORK_CONNECT เป็นต้น แต่ก็จะมีบางอย่างที่ Linux ไม่มีเช่น SYSMONEVENT_WMI_FILTER

สำหรับการตั้งค่าคอนฟิคสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://docs.microsoft.com/en-us/sysinternals/downloads/sysmon และ Sysmon Linux สามารถเข้าชมได้ที่ https://github.com/Sysinternals/SysinternalsEBPF

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-releases-linux-version-of-the-windows-sysmon-tool/

from:https://www.techtalkthai.com/linux-sysmon-by-microsoft/

Red Hat เปิดตัว OpenShift 4.9

Red Hat ได้เพิ่มศักยภาพเพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ Edge ด้วยการออก OpenShift 4.9 และ Red Hat Advanced Cluster Management for Kubernetes 2.4

Credit: Red Hat

OpenShift 4.9 ในการตอบโจทย์เรื่อง Edge คือเรื่องความสามารถ Provision ได้ด้วยโหนดเดียว กล่าวคือรวมเอา Control และ Worker เข้าไว้ด้วยกัน เพราะเป็นคงเรื่องน่าลำบาก หาก Edge ต้องการเชื่อมต่อกับ Control ตลอดเวลา

สำหรับ Red Hat Advanced Cluster Management for Kubernetes 2.4 ที่ช่วยในเรื่องของภาพการบริหารจัดการ ในเวอร์ชันใหม่เพียง 1 Management Hub จะสามารถจัดการ Cluster ได้เกือบ 2,000 ตัว เพื่อตอบรับที่องค์กรขนาดใหญ่อาจมีจำนวน Kubernetes Cluster มหาศาล พร้อมกันนี้ยังสามารถรองรับ IPv6 Dual Stack

ที่มา : https://www.businesswire.com/news/home/20211013005154/en/Red-Hat-Pushes-the-Edge-Further-with-Updates-to-Red-Hat-OpenShift-and-Red-Hat-Advanced-Cluster-Management-for-Kubernetes และ https://www.zdnet.com/article/redhat-announces-new-edge-capabilities-in-openshift-and-advanced-cluster-management/

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-launches-openshift-4-9/