คลังเก็บป้ายกำกับ: CLOUD-NATIVE_APPLICATION

เชิญร่วมงาน Developer Playground @ Oracle Cloud Day Online – Asia

Oracle ขอเชิญเหล่า Developer และ Programmer เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Developer Playground @ Oracle Cloud Day Online – Asia เพื่ออัปเดตเทรนด์การพัฒนาแอปพลิเคชันล่าสุดในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Cloud-native Apps, Autonomous Development และ Low-code Development พร้อมรับชม Demo และเข้าร่วม Hands-on Lab ตลอดวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020 ตั้งแต่ 9:00 น. เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ชื่องาน: Oracle Cloud Day Online – Asia
Track: Developer Playground
วัน: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020
เวลา: 9:00 – 18:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Conference
รายละเอียด: https://www.oracle.com/ph/cloudday/

Oracle Cloud Day Online – Asia เป็นงานสัมมนาออนไลน์ของ Oracle ที่จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย (รวมประเทศไทย) มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติทางด้าน Data Management, Application Modernization และ AI & Analytics ล่าสุดในยุค Cloud Transformation จุดประกายให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ข้อมูลที่มีอยู่และพลิกโฉมธุรกิจของตนให้ทันสมัย โดยภายในงานจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 Tracks ครอบคลุมทั้งเชิงธุรกิจและเชิงเทคนิค รวมไปถึงมีการแชร์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ, Demo และ Hands-on Lab ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

สำหรับ Developer และ Programmer นั้น มีการแยก Track ออกมาเป็นพิเศษ คือ Developer Playground ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle จะมาแนะนำวิธีการพัฒนา Cloud-native Apps อัจฉริยะ, ประโยชน์ของ Autonomous Development และเรียนรู้ Low-code Development โดยใช้ Oracle APEX บน Oracle Autonomous Database พร้อมสาธิตการใช้งานและมี Workshop ให้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งท่านจะได้เรียนรู้

  • วิธีสร้าง Autonomous Transaction Processing Instance
  • การใช้ Oracle APEX (Low-code Development Platform) บน Oracle Cloud
  • การสร้าง APEX Workspace
  • การสร้างแอปพลิเคชันจากไฟล์
  • การใช้ Quick SQL เพื่อสร้าง Database Objects
  • การใช้ SQL Developer Web เพื่อเข้าถึง Database Objects และสร้าง Data Model
  • การสร้างและปรับปรุง APEX Applications

ผู้ที่สนใจเข้าร่วม Workshop สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ https://go.oracle.com/LP=94539

** ลิงค์ลงทะเบียนนี้สำหรับการเข้าร่วม Workshop เวลา 16:00 น. เท่านั้น ถ้าท่านต้องการเข้าร่วมฟังบรรยายอื่นๆ ภายในงาน สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://go.oracle.com/LP=95006

from:https://www.techtalkthai.com/developer-playground-at-oracle-cloud-day-online-asia-2020/

Geton Webinar: Modernizing Applications for the Cloud

Geton ขอเรียนเชิญผู้บริหาร, ผู้ปฏิบัติงานด้าน IT และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เข้าร่วมฟังบรรยาย Geton Webinar เรื่อง “Modernizing Applications for the Cloud” เพื่อเรียนรู้การทำ Application Modernization และการนำไปใช้งานบนระบบ Cloud พร้อมสาธิตการใช้เครื่องมือตามหลักการ CI/CD และ Automation ในการพัฒนา Apps ดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2020 ผ่าน Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Modernizing Applications for the Cloud
ผู้บรรยาย: คุณประภัทรศรี ปิยะชัยวุฒิ (Product manager), คุณณรงค์วิทย์ คลองน้อย (Solution Architect) และคุณพงศักดิ์ คำดี (Senior Solutions Engineer) จากบริษัท เก็ต ออน เทคโนโลยี จำกัด
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2020 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_f5Zs7m6hSQWUAFjbcGPPfQ

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานก่อนเข้าสู่การทำ Application Modernization ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างระหว่างการทำ Apps แบบเดิมและการทำ Apps แบบใหม่ รวมไปถึงการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ Apps ทำงานได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง Modern Applications เพื่อตอบโจทย์ทางด้านธุรกิจ นอกจากนี้ ท่านจะได้เรียนรู้การนำ Modern Applications ไปใช้งานบนระบบ Cloud ทั้ง Private และ Public Cloud พร้อม Live Demo การนำเครื่องมือตามหลักการของ CI/CD และ Automation เข้ามาใช้เพื่อให้เข้าใจการทำงานของกระบวนการทำ Application Modernization ได้มากยิ่งขึ้น

เนื้อหาที่จะบรรยายประกอบด้วย

  • ปูพื้นการสร้าง Application Modernization
  • ทำความรู้จักกับ Cloud Native Applications
  • แนะนำการใช้งาน VMware PKS สำหรับบริหารจัดการ Container
  • สาธิตการ Build, Deploy และ Test โดยใช้ระบบ Automation

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/2556568157948474/

from:https://www.techtalkthai.com/geton-webinar-modernizing-applications-for-the-cloud/

TechTalk Webinar: Journey to the Authentic Hybrid-Cloud Strategy by Google Cloud & HPE SimpliVity โดย HPE

TechTalkThai ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริหาร, IT Manager, Data Center Engineer, Cloud Engineer, System Engineer และผู้ดูแลระบบ IT ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “TechTalk Webinar: Journey to the Authentic Hybrid-Cloud Strategy by Google Cloud & HPE SimpliVity โดย HPE” เพื่อรู้จักกับโซลูชันสำหรับรองรับ Container ภายในองค์กรด้วยการใช้ Google Anthos, Kubernetes และ HPE SimpliVity ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Journey to the Authentic Hybrid-Cloud Strategy by Google Cloud & HPE SimpliVity โดย HPE
ผู้บรรยาย: คุณ Tanawit Chansuchai, Converged Platform Sales Specialist, HPE Thailand
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

ก้าวไปกับ Hybrid-Cloud Platform ที่เชื่อม การทำงานของ Public Cloud (GCP) กับ
Private Cloud (HPE) เข้าไว้ด้วยกันด้วยเทคโนโลยีของ Container เพื่อทำให้การเชื่อมต่อ ในระดับ Native Cloud ไม่ใช่เพียงแค่ IaaS เพียงเท่านั้น

ใน Webinar ครั้งนี้ ที่งาน HPE จะมาเล่าถึงภาพของการทำ Hybrid Cloud ด้วยโซลูชันร่วมกันระหว่าง Google Anthos และ HPE SimpliVity เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้เทคโนโลยี Kubernetes และ Container ในการพัฒนา Cloud-Native Application ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย และย้าย Workload ระหว่าง Public Cloud และ Private Cloud ได้ตามต้องการ

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_e895cR-uTpOfunAH9thU1g โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-journey-to-the-authentic-hybrid-cloud-strategy-by-google-anthos-and-hpe-simplivity-by-hpe/

ขอเชิญร่วมงาน Digital Developer Conference: AI & Cloud ฟรี 23 พ.ย. 2019

ขอเชิญ Software Developer ที่สนใจเทคโนโลยีด้าน AI และ Cloud เข้าร่วมงาน Online Conference ฟรี Digital Developer Conference: AI & Cloud โดย IBM Developer ในวันที่ 23 พ.ย. 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

Digital Developer Conference: AI & Cloud

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562
เวลา 10.00 am – 02.00 pm
ลงทะเบียนฟรี http://ibm.biz/digitaldevcon

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที คุณณัฐพงษ์ อีเมล์ wonganut@sg.ibm.com

ฟรี Online Conference จากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ถึงผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ครอบคลุม 2 หัวข้อสำคัญที่คนไอทีไม่ควรพลาด

  • Cloud Native Development การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพด้วย Open Source Tools ที่ออกแบบมาสำหรับ native container-based development เรียนรู้จากผู้เขี่ยวชาญที่จะมาไขทุกข้อข้องใจ รวมไปถึง Best Practices ที่นำไปใช้งานได้จริงสำหรับ Microservices และเทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยอย่างถูกวิธี
  • Machine Learning Development สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และ Data Scientist ที่สนใจเรียนรู้ Open Source Tools เครื่องมือที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AI ส่วนใหญ่แนะนำ และการ Scale ระบบเพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวณมหาศาลด้วยเทคนิคขั้นสูง แต่เรียนรู้ได้ง่ายๆจาก workshop ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

กำหนดการ

                    Topic

Time

Cloud Native Development Track

Machine Learning Development Track

10.00 – 10.20 am

Keynote 1: Containerized Workloads on the IBM Cloud

Keynote 1: AI for AI: Data Science Simplified

10.20 – 10.40 am

Keynote 2: Multicloud management of applications

Keynote 2: Learn more form Less: Latest from IBM Research in AI and Deep Learning

10.40 – 10.55 am

Lab: IBM Cloud account setup and IKS cluster creation

11.00 – 11.40 am

Breakout 1: Microservices in practice

Breakout 1: AI behind the US Open, Wimbledon, Masters, and ESPN Fantasy Football

11.40 – 12.20 pm

Breakout 2: Kabanero: open source tools to accelerate container-based application development and deployment

Breakout 2: Deploy State of the Art Deep Learning Models in under an Hour

12.20 – 01.00 pm

Breakout 3: DevSecOps: putting security in DevOps

Breakout 3: Tools for Machine Learning w/Kubernetes using Open Source

01.00 – 02.00 pm

Lab: Hands-on with Kubernetes

Lab: Evaluating Models for Bias

Badges

IBM Cloud Native

IBM Machine Learning

 

from:https://www.techtalkthai.com/digital-developer-conference-ai-cloud-invitation/

เปิดตัว NVIDIA EGX Supercomputing Platform สำหรับรองรับ AI ที่ Edge Computing

เพื่อตอบรับต่อเทรนด์ทางด้าน AI และ Edge Computing ที่กำลังมาแรง NVIDIA ได้ออกมาประกาศเปิดตัว NVIDIA EGX โซลูชันสำหรับการใช้งาน GPU ที่ Edge เพื่อเร่งการประมวลผลทางด้าน AI ในขณะที่ยังคงจัดการชั้นของ Software ได้อย่างง่ายดายด้วยการทำงานแบบ Cloud-Native

Credit: NVIDIA

ภายใน NVIDIA EGX นี้คือการทำงานร่วมกับ Hardware ที่ NVIDIA รองรับ เพื่อติดตั้ง NVIDIA EGX Stack ซึ่งประกอบไปด้วย NVIDIA Driver, Kubernetes Plug-in, NVIDIA Container Runtime และ GPU Monitoring Tool ลงไปบนชั้นของ NVIDIA GPU Operator เพื่อให้การจัดการกับ Workflow ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Container เป็นไปได้อย่างอัตโนมัติด้วย Kubernetes

แนวคิดหลักๆ ของ NVIDIA EGX Stack นี้ก็คือการทำให้ Application ที่ Edge Computing นั้นทำงานบน Container ที่สามารถดึงศักยภาพของ NVIDIA GPU ออกมาได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ยังคงบริหารจัดการ Container และ GPU ได้อย่างง่ายดายนั่นเอง

นอกจากนี้ NVIDIA ก็ยังได้มีการเปิด NGC-Ready for Edge https://docs.nvidia.com/ngc/ngc-ready-systems/index.html#ngc-ready-for-edge-systems-list เพิ่ม เพื่อให้ผู้ผลิตรายต่างๆ เข้ามาร่วมทดสอบ Hardware ของตนเองสำหรับการรองรับ NVIDIA GPU-Optimized Container ที่ใช้งานใน Edge ได้ด้วย และยังมีการเปิดตัว NVIDIA Clara https://developer.nvidia.com/clara สำหรับใช้งานกับ Medical Imaging โดยเฉพาะ และ NVIDIA Metropolis https://www.nvidia.com/en-us/deep-learning-ai/industries/ai-cities/ สำหรับงานทางด้าน Smart City, Smart Retail และ Smart Industry โดยเฉพาะด้วย

ปัจจุบัน NVIDIA EGX Stack นี้สามารถทำงานร่วมกับโซลูชันของผู้ผลิตรายอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Canonical, Cisco, Microsoft, Nutanix, Red Hat และ VMware

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NVIDIA EGX สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nvidia.com/en-us/data-center/products/egx-edge-computing/

ที่มา: https://blogs.nvidia.com/blog/2019/10/21/ai-edge-deployments-kubernetes/

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-egx-supercomputing-platform-for-edge-computing-is-announced/

VMUG Webinar: การใช้ vSAN Persistent Storage เพื่อรองรับ Cloud Native Application โดย VMware

VMware User Group Thailand ขอเรียนเชิญผู้บริหารฝ่าย IT, ผู้จัดการ IT, Cloud Engineer, System Engineer และผู้ดูแลระบบ IT เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “การใช้ vSAN Persistent Storage เพื่อรองรับ Cloud Native Application โดย VMware” เพื่อเรียนรู้วิธีการออกแบบระบบ HCI และ Virtualization ให้สามารถทำงานร่วมกับ Container ชั้นนำอย่าง Docker และ Kubernetes เพื่อรองรับการทำ DevOps และ Microservices โดยทีมงาน VMware โดยตรง ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: การใช้ vSAN Persistent Storage เพื่อรองรับ Cloud Native Application โดย VMware
ผู้บรรยาย: คุณภูเบศวร์ ประเหมือน HCI SE Specialist, VMware
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เราได้แนะนำคุณสมบัติใหม่ ๆ ของ vSAN 6.7 U3 ไปกันแล้ว วันนี้ขอลงรายละเอียดของคุณสมบัติในการทำ Persistent Volumes ให้กับ Kubernetes ซึ่งจะทำให้ vSphere Administrator สามารถให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตรงตามต้องการของ Developers ในองค์กร และใน session จะสาธิตการ เรียกใช้งาน Persistent Volume และการ Monitor vSAN Storage ผ่านหน้า vSphere UI อีกด้วย

ทีมงาน VMware Thailand จะมาเป็นผู้บรรยายในครั้งนี้ พร้อมตอบทุกคำถามของ VMware vSAN ได้ใน Webinar ครั้งนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_pgRcNnw7SiyRlXTcto2lVQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/vmug-webinar-vsan-persistent-storage-for-cloud-native-application-by-vmware/

Splunk ประกาศเข้าซื้อกิจการ SignalFx ผู้พัฒนาระบบ Monitoring มูลค่า 31,500 ล้านบาท

Splunk ได้ออกมาประกาศถึงแผนการเข้าซื้อกิจการของ SignalFx ผู้พัฒนาโซลูชัน SaaS สำหรับทำ Real-time Monitoring & Metrics สำหรับ Cloud Infrastructure, Microservices และ Application แล้ว โดยมูลค่าการซื้อกิจการครั้งนี้สูงถึง 1,050 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 31,500 ล้านบาทเลยทีเดียว

Credit: SignalFx

การประกาศเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเสริมความสามารถด้านการทำ Monitoring ของ Splunk ให้มีความครบถ้วนครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ของเหล่าธุรกิจองค์กรที่ต้องการก้าวไปสู่ภาพของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ได้เป็นอย่างดี รองรับสถาปัตยกรรมของระบบ Application ที่เป็นแบบ Cloud-Native ได้ดีด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายทั้ง Log, Metric และ Tracing

ตลาด Cloud-Native Application ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ไม่น้อย โดย Gartner นั้นได้ทำนายว่าภายในปี 2022 มากกว่า 75% ขององค์กรระดับโลกนั้นจะใช้งาน Containerized Application ในระดับของ Production ซึ่งถือว่ามากทีเดียวเมื่อเทียบกับตัวเลขของปัจจุบันนี้ที่ 30% เท่านั้น

ในมุมของ Splunk เอง จากเดิมที่เป็นผู้นำทางด้านโซลูชัน ITOM และ AIOps อยู่แล้วนั้น การเข้าซื้อกิจการของ SignalFx ในครั้งนี้จะช่วยเสริมภาพของการทำ APM สำหรับ Cloud-Native Application ได้เป็นอย่างดี และสามารถนำข้อมูลที่รวบรวมได้จาก SignalFx มาใช้วิเคราะห์และประมวลผลร่วมกับระบบส่วนอื่นๆ ที่ถูกรวบรวมข้อมูลเอาไว้ใน Splunk ได้ด้วย โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2020 ของ Splunk

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SignalFx สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.signalfx.com/

ติดต่อ STelligence ได้ทันที


ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิด, เทคโนโลยี และเครื่องมือในการทำ Data Analytics, Big Data, Machine Learning และ Business Intelligence (BI) กับทาง STelligence ได้ดังต่อไปนี้

from:https://www.techtalkthai.com/splunk-acquires-signalfx/

[Guest Post] Hot Topic with Container and Microservices ::: ของร้อนๆที่ต้องรีบลองก่อนใคร

Docker แพลตฟอร์มสำหรับรัน Container Technology น้องใหม่ ที่ไม่ใหม่ เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของระบบ Container และมาพูดคุยถึงการออกแบบ Storage ให้เหมาะสมกับระบบ Cloud Container ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

Docker Container Platform :::

Docker เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน Container Technology และเป็นพื้นฐาน โครงสร้างให้กับระบบ Microservices ให้สามารถใช้งาน Development หรือ Operation ได้อย่างรวดเร็ว ง่ายต่อการเตรียมและแชร์ทรัพยากร เชื่อมต่อไปได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ยึดติด มีความยืดหยุ่นสามารถรองรับการขยายตัว การเปลี่ยนแปลง โยกย้าย ของระบบที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองงานที่ต้องการพัฒนาตลอดเวลา

Concepts of Microservice Architecture :::

คีย์หลักของ Microservices คือ การที่ Services ต่าง ๆ เป็นอิสระแยกจากกัน และไม่ขึ้นต่อกัน ทำให้เกิดการพัฒนาระบบที่รวดเร็วขึ้น โดยมีข้อดีหลายอย่างคร่าวๆ ดังนี้

  1. โครงสร้างระบบจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่เราต้องการ Development สามารถพัฒนา ทดสอบความถูกต้องของ application ได้ง่ายและเร็ว คือถ้าแก้จุดนี้แล้วจะไม่กระทบกับ application หรือโครงสร้างของระบบอื่น ๆ ทำให้มีการพัฒนาระบบต่างๆได้อย่างต่อเนื่อง
  2. ลดผลกระทบของระบบ ที่ต้องทำงานหลายฝ่ายทั้งภายในทีมและนอกทีม โลกของ Microservices ที่จะทำให้เราสามารถปล่อยของได้ทีละเล็กๆ ไม่กระทบกับระบบใหญ่แบบเดิม ถ้าเป็นระบบเดิมที่ทุกอย่างเกี่ยวข้องกันหมด การแก้ไขแม้แต่เพียงเล็กน้อยถ้าผิดพลาดก็เกิดผลกระทบในวงกว้าง การพัฒนาระบบจึงช้ากว่า
  3. เมื่อ Service แยกออกจากกัน ทำให้ต้องเตรียมการในเรื่อง การสร้างเครื่อง โครงสร้างของ Infrastructure ต้องเตรียมพร้อม โดยใช้ container technology เข้ามารองรับการทำงานดังกล่าว
  4. เราจะทราบได้อย่างไรว่าที่ทำขึ้นไปเกิดปัญหา หรือ มีจุดไหนที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ไหม สิ่งที่ตามมาคือการเตรียมการในเรื่อง Monitoring เพื่อเก็บข้อมูล จัดการและแจ้งสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ทีมไอทีและทีมพัฒนา หรือมี Management เพื่อเป็นตัวกลางในการจัดการระบบ ทั้งในส่วนของ Infrastructure และ Deployment

Kubernetes เป็นซอฟต์แวร์สำหรับ Container Orchestration คือซอฟต์แวร์ที่ใช้จัดการและควบคุมระบบ Cloud Container ที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน โดย Container Orchestration คือ Container (Application)+ Cluster (Infrastructure architecture) มีหน้าที่บริหารจัดการระบบโครงสร้างโดยรวม และ Kubernetes ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมาก เช่น การอัพเดตข้อมูลใน container (เปลี่ยนเวอร์ชั่นของไลบรารีหรือโค้ด), การ rollback กลับไปเวอร์ชั่นเดิมได้เมื่อเกิดปัญหา และการทำ Continuous Integration and Continuous Delivery (CI/CD)

แนวโน้มของการใช้งาน Container นั้นเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ Kubernetes ได้รับความนิยมสูง และในเวลาที่ผ่านมา Docker และKubernetes นั้น มักจะต้องถูกใช้งานร่วมกับระบบ External Storage ที่มีการออกแบบมาให้ใช้งานและดูแลป้องกันข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทางไอบีเอ็ม มี IBM Software Defined Storage และ IBM Hardware Storage ที่รองรับการให้บริการได้ทั้งในระดับ File, Block และ Object ได้ตามความต้องการ รองรับได้ทั้งการนำไปสร้าง Cluster บน Public Cloud และ Private Cloud ได้ด้วย

ส่วนของ Storage Infrastructure จะมีการออกแบบระบบ storage แบบแยกส่วน (External Storage) จาก Container สำหรับจัดการข้อมูลที่เข้าหรือออกจาก Container ได้สะดวก ส่วนการออกแบบใช้งานผ่าน external storage นั้น เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาของระบบ Container โดยปัญหานั้นคือ ข้อมูลที่สร้างจาก Container จะหายไปเมื่อ Container ปิดการทำงาน หรือครบกำหนดตาม life cycle ของ container นั้น การใช้งานผ่าน external storage จึงเข้ามาช่วยเรื่องนี้ ส่วนของ Volume ที่จัดการผ่าน external storage นั้น สามารถนำข้อมูลดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อีก ข้อมูลไม่สูญหายไป และสามารถเชื่อมต่อกับระบบสำรองข้อมูล (Backup solution) ได้ง่ายขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน Data Volume มีรูปแบบการใช้งานอยู่ 4 รูปแบบให้เลือก คือ

  1. Docker Data Volume ทำการสร้าง volume ให้กับ Container ที่ต้องการ เพื่อนำไปจัดเก็บและใช้ดึงข้อมูลภายใน container นั้นได้และช่วยให้ง่ายต่อการจัดการข้อมูลมากขึ้น เมื่อ container เกิดเสียหาย ข้อมูลจะยังคงอยู่
  2. Data Volume Container คือการใช้ container แยกขึ้นมาอีกตัว เพื่อจัดเก็บข้อมูลสำหรับ container ตัวอื่นๆ แทน ซึ่งรูปแบบนี้ทำให้สามารถแชร์ข้อมูลระหว่างแต่ละ container ร่วมกันได้ด้วย
  3. Directory Mounts เป็นการเชื่อมต่อแบบ Shared Volume หรือ mount directories/volume ให้อยู่บนเครื่อง worker node นั้น เข้ากับ Container ที่ต้องการ ซึ่งนอกจากจะสามารถใช้แชร์ข้อมูลระหว่างแต่ละ Container พร้อมกันได้แล้ว ยังสามารถ Unmount volume และ Mount volume นั้นกลับเข้ามาใช้ใหม่ได้ เพื่อให้กับ Container ที่จะเปิดขึ้นมาใหม่ มาทำงานแทนในอนาคต
  4. Storage Plugin คือการให้ Docker เชื่อมกับแพลตฟอร์มสตอเรจภายนอก (External Storage) ผ่านปลั๊กอินต่างๆ ซึ่งแต่ละปลั๊กอินจะมีอินเทอร์เฟซหรือ API ให้คุณสร้างและเป็นตัวกลางคอยจัดการระดับ Storage ที่มาจากภายนอก ให้เข้าไปใช้งานกับระบบของ Docker และ Container ที่อยู่ภายในระบบได้อย่างสะดวก

โดยในส่วนของ IBM Block Storage มีความสามารถในการปกป้องข้อมูลเช่นการทำ Snapshot, Replication, Cloning, Provisioning, Compression, Deduplication , Multitenancy และสามารถทำ Encryption FIPS 140-2 ได้ด้วย IBM Storage มีทุกอย่างครบถ้วนในตัวเอง สามารถทำได้ในระดับ Storage ไม่กระทำกับระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้รันงาน Application / Production อยู่

IBM Software Defined Storage มี certified storage plug-in สำหรับเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง Block Storage กับ Container Infrastructure มีชื่อว่า IBM Spectrum Connect เป็น storage container plug-in ที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ Block storage กับระบบของ container มาช่วยให้จัดการเรื่อง provisioning persistent storage แบบ unlimited capacities อีกด้วย สามารถ Download ได้ฟรี Free

เพื่อรองรับการขยายตัวในปริมาณมากต้องการประสิทธิภาพสูง สามารถให้บริการได้ในระดับ File และ Object ร่วมภายใต้ระบบเดียวกันได้ด้วย รองรับได้ทั้งการนำไปสร้าง Cluster บน Public, Private หรือ Hybrid Cloud สำหรับเก็บ metadata ทั้งรูปภาพ VDO หรืองาน Object ต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปแชร์และใช้งานร่วมกันได้ โดยทาง IBM System Storage มี Software Defined Storage อย่าง Spectrum Scale และ IBM Cloud Object Storage (ICOS) รองรับการใช้งานดังกล่าวในระบบ container ได้เป็นอย่างดี

Docker Containers and Microservices case study :::

Modern DevOps processes : Began shifting applications to a microservices.

ตามเทรนด์ของตลาด ตามความต้องการของมนุษย์ ที่มีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องการล้มเหลวที่รวดเร็ว ไม่ต้องกลัวที่จะทดสอบความคิดใหม่ ๆ และพัฒนาบริการใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้งานได้ทันท่วงที

เกริ่นเรื่อง Cloud-Native Application กันก่อน Cloud-Native คือแนวทางในการสร้างและใช้งาน Application โดยการนําข้อดีของระบบ Cloud Computing มาปรับใช้งาน เช่นการเพิ่ม ความเร็ว, ความยืดหยุ่น และคุณภาพให้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดต้ังระบบให้ลดน้อยลงซึ่งอยู่บนพื้นฐานของหลัก 4 ประการ ได้แก่สถาปัตยกรรมแบบ Service-based, การสื่อสารแบบ API-based, ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ Container-based และนำกระบวนการ DevOps มาใช้งาน

DevOps ก็สามารถมีได้ในทุกองค์กร กระบวนการ DevOps ทำให้สร้าง new users experience ให้มี application ใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้ใช้งานได้มากขึ้น สร้างความน่าสนใจให้กับธนาคารหรือองค์กรนั้นๆมากขึ้น เช่นเดียวกับลักษณะของ Mobile Application, E-Commerce and Mobile Banking ที่จะต้องเน้นการพัฒนาตลอดเวลา และรวดเร็ว โดยไม่กระทบกับระบบโดยรวม ลักษณะของกระบวนการ DevOps จึงเหมาะสมกับระบบ แบบ Microservices และ Container Technology เป็นอย่างมาก

Mobile Application, E-Commerce and Mobile Banking :

ความท้าทายสำหรับระบบ payment processing ที่มี transaction จำนวนมากในแต่ละวัน โดยแต่ละ service จะมีทั้ง คนจ่ายเงิน โอนเงิน ดูยอดเงิน ซื้อ-ขายหุ้น และอีกหลายๆ สิ่ง ในเวลาเดียวกัน ระบบสมัยก่อน service มีโครงสร้างที่ต้องพึ่งพากันของทุก service จะพัฒนาหรือแก้ไขสักระบบ จึงเป็นเรื่องยาก ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบ Waterfall และ Sequential ที่กินเวลายาวนาน Application เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เป็นระบบขนาดใหญ่, มีความสามารถหลากหลาย, ทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมี User Interface, บริการอันหลากหลาย, โค๊ดที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูล และส่วนประกอบอื่นๆ ถูกผสานรวมเข้าเป็น Application เดียว พอทุกสิ่งเกี่ยวเนื่องกันหมด จึงต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เมื่อเกิดการปรับปรุงระบบจุดเดียว แล้วจะเกิดปัญหาขึ้นมา อาจจะเกิดผลกระทบกับทุกระบบได้ ส่งผลกระทบวงกว้าง

เช่น ระบบสมัยก่อน ของ E-Commerce Application ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ระบบทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมากก็มักจะรวมเอาทุกความสามารถทาง ด้าน Web User Interface, Product Catalog, Shopping Cart, Product Recommendation, Product Rating & Review, Payment System และส่วนประกอบอื่นๆ ที่จําเป็นต้องการสั่งซื้อสินค้าบนระบบ E-Commerce นี้เข้าไว้ด้วยกัน เป็น Application เพียงชุดเดียว ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับสักระบบหนึ่งก็จะไม่สามารถใช้งานระบบอื่นได้เลย จึงมีการพัฒนาต่อมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีเป้าหมายคือการแยก Service ต่างๆ ออกจากกันแต่ยังทำงานร่วมกันได้อยู่ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบโดยรวม จึงมีการพัฒนาโครงสร้างมาใช้แบบ Microservices แทนระบบแบบเดิม

Cloud Service Provider (CSP) :

ความท้าทายของระบบ Cloud Service Provider คือ ต้องให้ทั้งความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้าที่มาเช่าใช้งาน สามารถจัดการทรัพยากรได้ง่าย ยืดหยุ่น มีการจัดการการเข้าถึงข้อมูลทีเป็นระเบียบ ตามสิทธิ์การใช้งาน รองรับได้หลากหลายแพลตฟอร์ม การออกแบบระบบเพื่อรองรับ application ที่ลูกค้าจะเข้ามาเช่าใช้งาน รองรับการขยายตัวของข้อมูลปริมาณมาก ในเวลาอันสั้น และที่สำคัญมากคือ ระบบการป้องกันข้อมูลสูญหายเป็นเรื่องสำคัญมาก และต้องไม่มี downtime เกิดขึ้น จึงมีการนำเอา ระบบแบบ Microservices และ Container Technology มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน infrastructure ในการทำระบบของ Cloud Service Provider เพื่อให้ระบบมีความยืดหยุ่นสูง รองรับ application ที่หลากหลายของลูกค้าที่เช่าใช้งาน ลดข้อจำกัดเรื่องแพลตฟอร์มลง เพิ่มความปลอดภัยและความเร็วของระบบในการ Deploy และรองรับ transactions ในปริมาณมาก ที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ระบบ Cloud Service Provider ควรมี

IBM Storage solution integrated with Container Technology and Microservices :

  • IBM FlashSystem family : 2D dimensional raid technology ช่วยปกป้องข้อมูล 2 ระดับ ทั้ง ป้องกัน chip ภายใน disk module และการทำ Raid protection ในระดับ enclosures ได้ และมีฟังก์ชั่นต่างระดับ Storage layer มาช่วยให้การทำงานดีขึ้น
  • IBM Storage Storwize family : มีฟังก์ชั่น Snapshot, Replication, Cloning, Provisioning, Compression, Deduplication , Multitenancy และสามารถทำ Encryption FIPS 140-2 ได้ด้วย
  • IBM Spectrum Connect : Storage enabler container plug-in certified (Free download)
  • IBM Spectrum Scale and ICOS : สำหรับงาน metadata รองรับการขยายตัวปริมาณมาก เชื่อมต่อ Storage ได้หลายประเภทภายใต้ระบบเดียวกัน สามารถกำหนดค่าการเคลื่อนย้ายข้อมูลไปยังดิสก์ประเภทต่างๆ ได้ตามต้องการ และยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมาย
  • IBM Spectrum Protect/ Protect Plus : สำหรับงานสำรองข้อมูล ทั้ง agent-based และ agent-less technology

หากต้องการที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีหรือสนใจด้านการทำระบบ สามารถติดต่อทาง Computer Union หรือ IBM Thailand มีทีมงาน ที่พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับทุกท่านอย่างครบถ้วน

Computer Union Distributor Tel : 02-311-6881 Ext. 7151, e-mail : cu_mkt@cu.co.th
Inbox เข้ามาได้ที่ Facebook IBM Thailand: https://www.facebook.com/IBMThailand/

เขียนโดย

ปรียานุช เปล่งวาจา
IBM IT/Specialist
IBM Thailand Co.,Ltd

สัญญา พรขจรกิจกุล
HW Sales Specialist
Computer Union

ธนกฤต โลเกศกระวี
System Engineer
Computer Union

from:https://www.techtalkthai.com/hot-topic-with-container-and-microservices-by-ibm-and-computer-union/

เชิญร่วมงานสัมมนา Step Up Your Business Speed with Cloud Native Application โดย G-ABLE

G-Able หนึ่งในผู้นำด้าน Digital Transformation Agent เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะช่วยเหล่า Application Developer และ IT Operation เตรียมพร้อมก้าวสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงได้จับมือร่วมกับ VMware ผู้นำด้านเทคโนโลยี Virtualization จัดงานสัมมนา “Step Up Your Business Speed with Could Native Application” ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Step Up Your Business Speed with Cloud Native Application
วัน: วันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2019
เวลา: 08:30-12:25 น.
สถานที่: Grande Centre Point Terminal 21 (BTS อโศก / MRT สุขุมวิท)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdmN4XNQyFBTc8N2oT0qIPUCF8ff_BhKMCQBQECvZPe-G2vCA/viewform

from:https://www.techtalkthai.com/step-up-your-business-speed-with-cloud-native-application-by-g-able/

Red Hat แจกฟรี E-Book ภาษาไทย เรียนรู้ 8 ขั้นตอนสู่ Cloud-Native

การปรับระบบสถาปัตยกรรม IT เพื่อให้รองรับการพัฒนา Cloud-Native Application นั้นถือเป็นงานสำคัญของธุรกิจองค์กรที่จะช่วยให้การทำ Digital Transformation ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น และพัฒนา Digital Product/Service ออกมาสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทาง Red Hat จึงได้ทำการเขียน E-Book ขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านที่สนใจนำไปศึกษาได้ฟรีๆ ทันที

 

Credit: ShutterStock.com

 

E-Book ฉบับนี้มีชื่อว่า “แนวทางสู่การรองรับระบบ CLOUD-NATIVE APPLICATIONS” โดยเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาไทย ความยาว 18 หน้า ครอบคลุมถึงความจำเป็นของการก้าวสู่การทำ Cloud-Native Application และแนวทางในการนำมาใช้งาน พร้อมเล่ากรณีศึกษาของเหล่าธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ในหลากหลายอุตสาหกรรมถึงผลของการนำมาใช้งานจริง ไปจนถึงเทคโนโลยีของ Red Hat ที่เกี่ยวข้องด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มที่ https://go.techtalkthai.com/2018/11/red-hat-free-e-book-8-steps-to-cloud-native-application/ เพื่อโหลดเอกสารได้ฟรีๆ ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-free-8-steps-to-cloud-native-applications-thai-e-book/