คลังเก็บป้ายกำกับ: Chrome

Chrome 76 Beta เพิ่มฟีเจอร์ Dark Mode ที่ระดับเว็บเพจ เว็บเลือกแสดงธีมสีเข้ม-อ่อนได้

กูเกิลออก Chrome 76 Beta มีฟีเจอร์สำคัญคือ Dark Mode ที่ไม่ใช่แค่ตัวเบราว์เซอร์ แต่รวมถึงหน้าเว็บเพจด้วย

กระแสความนิยมใน Dark Mode หรือ Dark Theme มาแรงขึ้นเรื่อยๆ และปัจจุบันระบบปฏิบัติการสำคัญๆ ทั้ง Android, iOS, macOS, Windows ก็รองรับ Dark Theme กันหมดแล้ว เว็บไซต์หลายแห่งก็เริ่มซัพพอร์ต Dark Theme ด้วยเช่นกัน

Chrome 76 รองรับฟีเจอร์ CSS media query ชื่อ prefers-color-scheme เพื่อให้เว็บไซต์สามารถเลือกแสดงธีมของเว็บเพจตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ด้วย

No Description

ฟีเจอร์ใหม่อีกอย่างของ Chrome 76 คือเพิ่มปุ่มติดตั้งแอพแบบ PWA (Progressive Web App) สำหรับเดสก์ท็อป หากเว็บไซต์นั้นเป็น PWA และผ่านมาตรฐานตามที่กูเกิลระบุ ก็จะแสดงปุ่ม Install ขึ้นมาที่ช่อง URL ให้เห็นกันง่ายๆ

No Description

ที่มา – Chromium Blog

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110359

โฆษณา

วิธีเปิดฟีเจอร์ Tab Groups ใน Google Chrome สำหรับแบ่ง Tab ออกเป็นกลุ่มๆ ให้เรียกดูได้ง่ายกว่าเดิม

การเปิดแท็บมากมายใน Chrome แม้แต่ในโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยดีหรือทำประจำอยู่แล้ว ซึ่งมันจะไม่มีผลอะไรถ้าเราเปิดเพียงไม่กี่แท็บ แต่ถ้าแท็บที่เปิดอยู่มีเยอะมากเป็น 10-20 แท็บ มันก็จะเกิดความวุ่นวาย ความสับสนหา Tab ที่ต้องการไม่เจอซักที.. Google จึงเพิ่มฟีเจอร์ Tab Groups เข้ามาให้เราสามารถจัดการแบ่ง Tab ต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่และหาเว็บที่เคยเปิดไว้ได้ง่ายขึ้น

Tab Groups จะทำให้เราสามารถจัด Tab ของเว็บที่เราเปิดขึ้นมาให้เป็นหมวดหมู่ตามที่เราต้องการได้ จากแต่ก่อนที่ต้องแตะตรง Tab แล้วไถหาหน้าเว็บที่เราเคยเปิดเอาไว้ แต่ถ้าเราเปิดฟีเจอร์ Tab Groups แล้ว Tab เหล่านั้นก็จะย้ายมาอยู่ตรงขอบจอด้านล่างเป็นไอคอนให้เราเลือกเปิดได้เลย

วิธีเปิดใช้งาน Tab Groups ใน Chrome สำหรับมือถือ Android

เข้าแอป Google Chrome พิมพ์ “chrome://flags” ในแถบ URL พิมพ์คำว่า “enable-tab-groups” ลงไปในช่องค้นหา

จะมีตัวเลือกว่า Default, Enabled, Disabled ก็ให้เราเลือกเป็น Enabled ซะ

จากนั้นก็ Restart เบราว์เซอร์ซัก 2 – 3 ครั้ง (โดยการเปิด Recent apps แล้วค่อยสั่งปิด Chrome โดยตรง) ทดลองเข้าแอป Chrome และกดค้างตรงไอคอนเว็บที่เราต้องการ ถ้าหากมีเมนูให้เลือก เปิดแท็บใหม่ในกลุ่ม (Open in new tab in group) ก็แสดงว่าใช้ได้แล้ว

วิธีสร้าง Tab Groups

เมื่อแน่ใจแล้วว่า Chrome ของเราเปิดฟีเจอร์ Tab Groups เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าหน้าเว็บที่เราต้องการได้เลย ตัวอย่างเช่นเราอยากจะสร้าง Group Tabs ที่เป็นเว็บไซท์เกี่ยวกับข่าวสาร IT ก็ให้เปิดเว็บไซท์ที่ต้องการขึ้นมา อย่างเช่น droidsans.com พอเข้าหน้าเว็บแล้ว ก็ให้กดตรงเครื่องหมาย เพิ่ม Tab

และกดที่ สร้างกลุ่ม (Create Group) หรือเครื่องหมาย + ตรงบริเวณมุมซ้ายบนของหน้าจอ เพื่อสร้าง Tab Groups ที่เราต้องการ มันก็จะแบ่ง Tab Groups ออกเป็นช่องแบบนี้

และเมื่อเราเข้าไปที่ Group ที่เลือกไว้ ทางด้านล่างจอก็จะมีแถบแสดงไอคอนของเว็บไซท์ที่เราเปิดเอาไว้ โดยเราสามารถกด + เพื่อเข้าหน้าเว็บใหม่ได้เลย

ส่วนปุ่ม Tab เดิม ก็จะเป็นการเลือก Group ของเว็บที่เราได้แบ่งเอาไว้นั่นเอง (เข้าเว็บแบบ Incognito ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ)

ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์สำหรับเราๆ มาก ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนหานานๆ แค่จำไว้ว่ากรุ๊ปไหนเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไรก็เลือกดูได้เลย ส่วนการใช้งานส่วนตัวก็คิดว่ามันสะดวกทันใจไม่วุ่นวายอีกด้วย.. หลายๆ คนน่าจะใช้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะกับการไม่ต้องเลื่อนหา Tab ที่เปิดทิ้งไว้เยอะๆ ในทีเดียว

from:https://droidsans.com/google-chrome-android-tab-group/

Google ยอมถอย ปรับสเปค API ใหม่ของ Chrome ไม่ให้กระทบส่วนขยายบล็อคโฆษณามากเกินไป

ก่อนหน้านี้ Google ได้เสนอปรับสเปค API ของ Chromium หรือ Manifest v3 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า โดยจุดสำคัญของอัพเดตครั้งนี้จะส่งผลต่อส่วนขยายบล็อคโฆษณาบน Chrome เพราะ API ใหม่ไม่เปิดให้ส่วนขยายจัดการกับ request โดยตรงเหมือนเดิม

ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะนักพัฒนารวมถึงผู้ใช้ไม่พอใจกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จนทำให้ Brave, Opera และ Vivaldi สามเบราว์เซอร์ที่ใช้ Chromium เป็นฐานเหมือนกับ Chrome ได้ประกาศออกมาชัดเจนว่าจะซัพพอร์ต API เดิมต่อไป

ล่าสุด วิศวกร Google ได้ยอมถอยอีกครั้ง ​โดยเขียนบล็อกให้คำมั่นสัญญากับผู้ใช้ว่าการเสนอสเปคอัพเดตเกี่ยวกับระบบส่วนขยายของ Chrome ครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อตัวบล็อคโฆษณาตามที่กังวลกัน รวมถึงยืนยันว่าสเปคใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และเบราว์เซอร์เร็วขึ้นด้วย

No Description
Web Request API ภาพจาก Google

Google ระบุว่า API แบบเก่าหรือ Web Request API เป็นช่องทางในการถูกคุกคาม เพราะตัว API จะส่งข้อมูลของ network request ให้ส่วนขยายก่อน ซึ่งข้อมูลที่ส่งนี้มีข้อมูลสำคัญอย่างข้อมูลส่วนตัว, บัญชี, credential ที่ใช้เข้าสู่บริการต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย

No Description
Declarative Net Request API ภาพจาก Google

ในขณะที่ Declarative Net Request API ซึ่งเป็น API ใหม่จะทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือแทนที่จะให้ส่วนขยายเป็นผู้จัดการกับ request โดยตรง ก็เปลี่ยนเป็นให้ส่วนขยายมาตั้งกฎกับเบราว์เซอร์แทน และให้เบราว์เซอร์จัดการหน้าเว็บก่อนที่จะโหลดตามกฎที่ส่วนขยายตั้งไว้ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลใด ๆ ให้ส่วนขยายเลย ซึ่งวิธีการนี้ช่วยทั้งในแง่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และความเร็วของเบราว์เซอร์

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ Google วางแผนจะจำกัดกฎที่ให้ส่วนขยายมาตั้งได้เพียง 30,000 กฎเท่านั้น ซึ่งจากเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับ API ใหม่นี้ระบุว่า ค่าที่เหมาะสมที่ตัวบล็อคโฆษณาจะใช้งานอยู่ที่ราว 90,000-150,000 กฎ และถ้าให้ปลอดภัยต่อตัวบล็อคโฆษณาควรจะอยู่ที่ 500,000 กฎ ตอนแรก Google ไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้สเปคล่าสุดก็ยอมผ่อนปรนให้เป็น 150,000 กฎแล้วตามข้อเรียกร้อง

อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดของ Declarative Net Request API ที่ไม่ได้ให้ส่วนขยายควบคุมหน้าเว็บโดยตรงก็ส่งผลให้ส่วนขยายบางอย่างไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม แต่จากท่าทีของ Google ก็คงจะไม่ยอมให้นักพัฒนาส่วนขยายเข้าควบคุมส่วนนี้ได้อีก

การถอยครั้งนี้เป็นการถอยครั้งที่สอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ Google ก็เคยสัญญาว่าจะไม่กระทบ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการประกาศว่า API เก่าจะอยู่ใน Chrome เวอร์ชันองค์กรเท่านั้น ซึ่งก็ต้องรอดูท่าทีของ Google ต่อไป

ที่มา – ZDNet, Google Security Blog

from:https://www.blognone.com/node/110339

Brave, Opera, Vivaldi ยืนยันจะซัพพอร์ต API เพื่อตัวบล็อคโฆษณาต่อไป แม้ Google จะปรับสเปคบน Chromium ก็ตาม

หากยังจำกันได้ Google เคยเสนออัพเดตสเปค Manifest v3 ซึ่งจะส่งผลต่อตัวบล็อคโฆษณาที่ทำงานอยู่บน Chromium แม้ภายหลัง Google จะยอมถอย แต่สุดท้าย Google ก็ประกาศออกมาว่าเทคโนโลยีเก่า ๆ จะอยู่เฉพาะผู้ใช้ Chrome เวอร์ชันองค์กรเท่านั้น ส่วนเวอร์ชันปกติที่ใช้กันจะได้รับผลกระทบแน่นอน ซึ่ง Manifest v3 จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมปีหน้า

การแก้ไข Manifest v3 ไม่ได้ส่งผลเฉพาะ Chrome อย่างเดียว เพราะ Google ส่งโค้ดเข้าไปยัง​ Chromium ดังนั้นเบราว์เซอร์อื่นที่ใช้ Chromium เป็นโค้ดเบสจะกระทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Brave, Opera, Vivaldi ไปจนถึง Microsoft Edge ทำให้เบราว์เซอร์ในกลุ่มนี้เริ่มออกมาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงนี้

ฝั่ง Brave และ Opera ยืนยันว่าเบราว์เซอร์มีแผนซัพพอร์ต API เดิมที่ส่วนขยายยังคงใช้งานต่อไปแม้ว่า Google จะไม่ซัพพอร์ตแล้วก็ตาม ซึ่งเบราว์เซอร์ทั้งสองนี้ก็มีส่วนขยายบล็อคโฆษณาในตัวเองด้วย

ส่วน Vivaldi ก็ยืนยันว่าจะซัพพอร์ตเช่นกัน แต่ตอนนี้ Vivaldi ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจว่าจะใช้วิธีไหน เพราะต้องขึ้นกับวิธีการอิมพลีเมนต์ของ Google ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้สรุป โดย Vivaldi ให้คำมั่นสัญญาว่า ถ้า Google ใส่ข้อจำกัดอะไรเข้ามา Vivaldi สามารถลบทิ้งได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าตัวบล็อคโฆษณาคือทางเลือกของผู้ใช้

ส่วนฝั่ง Edge ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบเปลี่ยนไปใช้ Chromium ยังไม่มีทีท่าใด ๆ จาก Microsoft เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ที่มา – ZDNet

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110229

อัพเดตได้แล้ว! Chrome เวอร์ชั่น 75 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่กว่า 42 รายการ

ล่าสุดกูเกิ้ลได้เปิดตัว Chrome 75 ซึ่งเป็นตัวอัพเดตใหม่ที่เสถียรเป็นทางการสำหรับบราวเซอร์ชื่อดังในรุ่นที่ใช้บนเดสก์ท็อป ซึ่งมีทั้งฟีเจอร์ใหม่ และการแก้ไขด้านความปลอดภัยรวมถึง 42 รายการ โดยมีอยู่ 2 รายการที่ถูกจัดลำดับความสำคัญอยู่ในขั้นร้ายแรงมาก

ผู้ใช้งานเดส์กท็อปทั้งบนวินโดวส์, แมค, ลีนุกซ์สามารถอัพเดท Chrome ขึ้นมาเป็นเวอร์ชั่น 75.0.3770.80 ได้โดยไปที่ Settings -> Help -> About Google Chrome จากนั้นเว็บบราวเซอร์จะตรวจสอบตัวอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ พร้อมติดตั้งเมื่อพร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ว

Google Chrome 75.0.3770.80 มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมาย โดยมีฟีเจอร์ที่ทดลองให้ใช้อย่าง Reader Mode ที่เปิดให้ผู้ใช้เรียกดูเว็บเพจในโหมดอย่างง่ายได้โดยไปที่เมนู Customize and Control Chrome > Distillซึ่งฟีเจอร์นี้มีพร้อมบนแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปทุกชนิด

ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกปิดใช้งานอยู่โดยดีฟอลต์ สามารถเปิดใช้งานได้โดยให้ไปที่ chrome://flags/#enable-reader-modeซึ่งจะเป็นการเพิ่ม “Distill page” เข้าไปในเมนูการตั้งค่าหลักให้เปลี่ยนไปมาได้ง่าย หน้า Reader Mode นี้จะตัดเอาเฉพาะเนื้อหาหลักอย่างหัวข้อ ข้อความ และภาพมาแสดงในรูปที่อ่านง่าย

from:https://www.enterpriseitpro.net/chrome-75-released-with-42-security-fixes-and-new-features/

อัพเดตได้แล้ว! Chrome เวอร์ชั่น 75 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่กว่า 42 รายการ

ล่าสุดกูเกิ้ลได้เปิดตัว Chrome 75 ซึ่งเป็นตัวอัพเดตใหม่ที่เสถียรเป็นทางการสำหรับบราวเซอร์ชื่อดังในรุ่นที่ใช้บนเดสก์ท็อป ซึ่งมีทั้งฟีเจอร์ใหม่ และการแก้ไขด้านความปลอดภัยรวมถึง 42 รายการ โดยมีอยู่ 2 รายการที่ถูกจัดลำดับความสำคัญอยู่ในขั้นร้ายแรงมาก

ผู้ใช้งานเดส์กท็อปทั้งบนวินโดวส์, แมค, ลีนุกซ์สามารถอัพเดท Chrome ขึ้นมาเป็นเวอร์ชั่น 75.0.3770.80 ได้โดยไปที่ Settings -> Help -> About Google Chrome จากนั้นเว็บบราวเซอร์จะตรวจสอบตัวอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ พร้อมติดตั้งเมื่อพร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ว

Google Chrome 75.0.3770.80 มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมาย โดยมีฟีเจอร์ที่ทดลองให้ใช้อย่าง Reader Mode ที่เปิดให้ผู้ใช้เรียกดูเว็บเพจในโหมดอย่างง่ายได้โดยไปที่เมนู Customize and Control Chrome > Distillซึ่งฟีเจอร์นี้มีพร้อมบนแพลตฟอร์มเดสก์ท็อปทุกชนิด

ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกปิดใช้งานอยู่โดยดีฟอลต์ สามารถเปิดใช้งานได้โดยให้ไปที่ chrome://flags/#enable-reader-modeซึ่งจะเป็นการเพิ่ม “Distill page” เข้าไปในเมนูการตั้งค่าหลักให้เปลี่ยนไปมาได้ง่าย หน้า Reader Mode นี้จะตัดเอาเฉพาะเนื้อหาหลักอย่างหัวข้อ ข้อความ และภาพมาแสดงในรูปที่อ่านง่าย

from:http://www.enterpriseitpro.net/chrome-75-released-with-42-security-fixes-and-new-features/

Chrome 75 ออกแล้ว เพิ่ม Reader Mode กับเขาสักที, มีตัวช่วยตั้งรหัสผ่านบน Android

Chrome 75 เข้าสถานะ stable ทั้งเวอร์ชันเดสก์ท็อปและเวอร์ชัน Android

Chrome 75 เวอร์ชันเดสก์ท็อป เพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักพัฒนา โดยลด latency ของวัตถุในแท็ก canvas, เว็บแอพสามารถแชร์ไฟล์ระหว่างกันได้ง่ายขึ้น, ปรับปรุงของใหม่ในเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา (developer tools)

ส่วนฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เพิ่มตัวเลือก manage security keys ในหน้า Settings และเพิ่มโหมดช่วยอ่าน (Reader Mode) ที่เว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่นมีกันไปนานแล้ว ตอนนี้ผู้ใช้ต้องเปิดใช้เองในหน้า chrome://flags ก่อน

Chrome 75 for Android เพิ่มฟีเจอร์สร้างรหัสผ่านที่แข็งแรง (generating strong password) ได้จากตัว password manager เลย และสามารถกดดูรหัสผ่านที่เราบันทึกไว้ได้ โดยแตะที่ช่องกรอกรหัสผ่านบนหน้าเว็บ

ที่มา – Chrome Releases, Chrome Releases (Android), ZDNet, 9to5google

from:https://www.blognone.com/node/110146