คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

Uber เตรียมขายหุ้นบางส่วนของ Didi บริการเรียกรถในจีน ระดมเงินสดเข้าบริษัท

“อูเบอร์” เจ้าของแพลตฟอร์มเรียกรถและบริการส่งอาหาร เตรียมที่จะขายหุ้นบางส่วนของ Didi ซึ่งเป็นบริการเรียกรถในประเทศจีนออกมาบางส่วนเพื่อจะนำเงินเข้าบริษัทหลังจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19

Uber อูเบอร์
ภาพจาก Shutterstock

Uber บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มเรียกรถ รวมไปถึงบริการส่งอาหารรายใหญ่ เตรียมที่จะขายหุ้นบางส่วนใน Didi ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มบริการเรียกรถรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีนออกมาเพื่อที่จะระดมเงินสดมาใช้หมุนเวียนในบริษัทซึ่งจะส่งผลทำให้หุ้นของ Uber มีโอกาสที่จะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าในปัจจุบัน โดยปัจจุบันนั้น Uber ถือหุ้นของแพลตฟอร์มเรียกรถรายใหญ่ของจีนมีมูลค่าราวๆ 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ

สาเหตุสำคัญที่ Uber เตรียมจะขายหุ้นใน Didi บางส่วนนั้น เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ส่งผล
ทำให้ไตรมาส 2 ที่ผ่านมานั้นบริษัทขาดทุนไปถึง 837 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทต้องหาทางระดมเงินสดจากหุ้นที่บริษัทได้มาจากการขายกิจการให้กับ Didi

ขณะเดียวกัน Dara Khosrowshahi ซึ่งเป็น CEO ของ Uber เองก็ได้พูดคุยกับทาง SoftBank ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทที่จะหาทางในการขายหุ้นของ Didi ทั้งหมดที่ถือไว้ 15% ให้กับนักลงทุนรายอื่นๆ และทาง SoftBank เองด้วยเพื่อที่จะนำเงินสดกลับเข้าบริษัท

นอกจากนี้ Didi แล้ว Uber ยังเตรียมหาทางขายหุ้นในแพลตฟอร์มเรียกรถในที่อื่นๆ ที่ถือหุ้นไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Yandex Taxi ในรัสเซีย รวมไปถึง Grab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมูลค่าทั้งหมดที่ Uber ถืออยู่นั้นมีมูลค่าราวๆ 9,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดย Uber คาดว่าบริษัทจะกลับมามีกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในช่วงปี 2021 เป็นต้นไป

ที่มา – Yahoo News, The Techie, Pymnts

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uber-prepared-to-sell-some-didi-stakes-media-reported-19-sep-2020/

TikTok ในสหรัฐมีแผนเข้า IPO ภายใน 1 ปี อาจขายหุ้นบางส่วนให้ Walmart เพิ่มเติมด้วย

บริษัทแม่ของแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง TikTok เตรียมแผนสองที่จะ IPO ในสหรัฐ หลังจากได้ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Oracle แล้ว นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า Walmart เองก็สนใจซื้อหุ้นบางส่วนด้วย

Tiktok Social Media แอปติ๊กต๊อก
ภาพจาก Shutterstock

ByteDance บริษัทแม่ของแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง TikTok เตรียมใช้แผน 2 โดยจะนำธุรกิจในสหรัฐเข้า IPO ในตลาดหุ้นหลังจากนี้ภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อที่จะลดความกังวลจากทำเนียบขาวที่ยังกังวลถึงการถือหุ้นของบริษัทแม่ของแอพพลิเคชั่นอย่าง TikTok ที่มาจากจีนว่ามีสัดส่วนผู้ถือหุ้นมากเกินไป แม้ว่าทาง ByteDance เองจะได้นำเสนอแผนการเป็นพันธมิตรทางด้านธุรกิจกับ Oracle เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ตาม

บริษัทที่จะนำมา IPO นั้นมีชื่อเรียกคร่าวๆ ว่า TikTok Global โดยจะมีบอร์ดบริหารเป็นชาวอเมริกันเป็นส่วนใหญ่ ตามมาด้วยบอร์ดบริหารที่แต่งตั้งจาก ByteDance รวมไปถึงมีผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีที่เป็นชาวอเมริกันเข้าร่วมด้วย เพื่อลดความกังวลถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

แผนการ IPO ของ ByteDance ตามมาติดๆ หลังบริษัทได้ประกาศเป็นพันธมิตรสำคัญกับทาง Oracle ที่มีแผนย้ายข้อมูลของผู้ใช้งานกลับมาอยู่ในศูนย์ข้อมูลที่สหรัฐอเมริกา โดยมีข้อตกลงว่า Oracle จะถือหุ้นใน TikTok Global ในสัดส่วน 20% ซึ่งดีลดังกล่าวกำลังอยู่ในการพิจารณาของรัฐบาลสหรัฐ

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า ByteDance อาจขายหุ้นบางส่วนออกมาให้กับทาง Walmart และ Private Equity ที่เป๋นผู้ถือหุ้นของ ByteDance สนใจที่จะซื้อหุ้นของ TikTok Global เพิ่มเติมด้วย ไม่ว่าจะเป็น General Atlantic และ Sequoia Capital ฯลฯ

สำหรับแผนการ IPO ดังกล่าวนั้น ByteDance หวังว่าจะช่วยปูทางเสริมให้ TikTok กลับมาดำเนินธุรกิจในสหรัฐได้เช่นเดิม ไม่เพียงแค่นั้น ByteDance เองอาจได้เงินจากดีลนี้มหาศาล จากมูลค่ากิจการของ TikTok Global ที่จะเพิ่มขึ้นอีกจากการขายหุ้นในผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ รวมไปถึงการทำ IPO แม้ว่าสัดส่วนในการถือหุ้นของบริษัทจะลดลงก็ตาม

และยังมีการคาดว่า CEO คนใหม่ของ TikTok Global อาจเป็น Kevin Systrom อดีตผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง Instagram ที่ลาออกจาก Facebook ในปี 2018

คาดว่า ByteDance จะสามารถยื่นไฟลิ่งให้กับ ก.ล.ต. สหรัฐได้เร็วสุดภายในระยะเวลา 1 ปี อย่างไรก็ดีเงื่อนไขดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ รวมไปถึงจากรัฐบาลจีนว่าจะมีการขัดขวางดีล IPO ดังกล่าวนี้หรือไม่

ที่มา – Al Jazeera, Yahoo Finance, Variety, Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tiktok-us-unit-plan-ipo-in-1-year-and-sell-stakes-to-walmart-and-pe-too-18-sep-2020/

จีนกังวลดีล NVIDIA / Arm สหรัฐจะปิดช่องทางการใช้ชิป Arm ในจีน, รัฐบาลจีนอาจไม่รับรองดีล

กลายเป็นว่าฝ่ายที่กังวลที่สุดในดีล NVIDIA / Arm ไม่น่าใช่แค่บริษัทผลิตชิปที่กังวลในแง่การแข่งขัน แต่เป็นจีน ที่เกรงว่า Arm จะถูกการเมืองแทรกแซงและเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับที่ Huawei โดน

รองประธานของสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนเปิดเผยว่าดีไซน์หรือเทคโนโลยีของ Arm ถูกใช้งานในการพัฒนาและออกแบบชิปกว่า 95% ในจีน และการที่สหรัฐเป็นเจ้าของ Arm เป็นอะไรที่ไม่น่าไว้ใจ หากดูจากสิ่งที่สหรัฐทำกับ Huawei เช่นเดียวกับตัวแทนจาก HiSilicon หรือแม้กระทั่งสื่อของรัฐบาลจีนเองที่แสดงออกมาไม่แตกต่างกัน

ความกังวลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้ดีล NVIDIA / Arm ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลจีน (หรืออาจเจอลูกเล่นอื่น ๆ ที่ยืดการรับรองออกไป) เพราะ Arm ไปลงทุนร่วมกับ Hopu บริษัท private equity ของจีนใน Arm China ทำให้การขาย Arm จะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการต่อต้านการผูกขาดก่อน แต่ถึงกระนั้น NVIDIA ก็ยังถือไพ่เหนือกว่า เพราะตลาดจีนต้องพึ่งพาทั้งชิป Arm และ NVIDIA

ก่อนหน้านี้ NVIDIA แถลงข่าวยืนยันว่า Arm เป็นสินค้าที่ถูกออกแบบในสหราชอาณาจักร ไม่เข้าข่ายข้อบังคับการแบนของสหรัฐ แม้บริษัทแม่อย่าง NVIDIA จะเป็นบริษัทสหรัฐก็ตาม

ที่มา – FT

from:https://www.blognone.com/node/118518

WTO ตัดสินให้สหรัฐมีความผิดหลังขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ชี้ละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ

องค์การการค้าโลก วินิจฉัยและตัดสินให้สหรัฐมีความผิดหลังขึ้นทำสงครามการค้ากับจีนในปี 2018 ที่มีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมากถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

Container Port ท่าเรือ
ภาพจาก Shutterstock

องค์การการค้าโลก (WTO) วินิจฉัยและตัดสินให้สหรัฐอเมริกามีความผิดในการละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศหลังจากที่ได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเป็นมูลค่ามากถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงของสงครามการค้า โดย WTO วินิจฉัยว่าการที่สหรัฐขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในแต่ละอย่างนั้น สหรัฐจะต้องชี้แจงได้ว่าสินค้าประเภทต่างๆ ได้รับผลประโยชน์จากการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน เช่น การช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนในด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ฯลฯ

ทางด้านของสหรัฐที่ต้องขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนนั้นให้เหตุผลว่า รัฐบาลจีนได้อุดหนุนและให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้ผลิตในจีน นอกจากนี้ยังมีการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา การถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างไม่เป็นธรรม รวมไปถึงการปฏิบัติด้านการค้าการลงทุนที่ไม่เป็นธรรมจากจีน ทำให้สหรัฐจึงต้องขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน นอกจากนี้คณะกรรมการไต่สวนของ WTO บางส่วนเองมองว่าสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมากเกินอัตราด้วยซ้ำ

ในปี 2018 หลังจากจีนโดนสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าแล้วนั้น จีนได้นำข้อพิพาทดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการของ WTO โดยเรียกร้องว่าสหรัฐเองได้ละเมิดกฎการค้าของ WTO เอง และหลังจากนั้น WTO ได้มีการนัดเจรจาอย่างน้อย 3 ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมในปี จนท้ายที่สุดแล้วทำให้ต้องมีการวินิจฉัยและตัดสินข้อพิพาทดังกล่าวนี้ออกมา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้ออกมาแสดงความยินดีในกรณีดังกล่าวว่า WTO เองก็เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ช่วยให้การเจรจาการค้าและแก้ไขข้อพิพาทโดยชอบธรรม ขณะที่สหรัฐเองกลับละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ ทำลายการค้าแบบพหุภาคีและสร้างกำแพงการค้ากับประเทศอื่นๆ นอกจากนี้จีนหวังว่าสหรัฐเคารพในคำวินิจฉัยของ WTO ครั้งนี้ด้วย

โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ ได้ให้ความเห็นหลังจากมีคำวินิจฉัยออกมาว่า WTO ไม่ได้ช่วยในเรื่องที่จีนดำเนินด้านการค้าอย่างไม่เป็นธรรมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการขโมยเทคโนโลยีต่างๆ จากสหรัฐที่ทางฝั่งสหรัฐส่งหลักฐานต่างๆ ไปที่ WTO แต่กลับไม่มีการตอบรับ ทำให้สหรัฐเองต้องดำเนินการปกป้องตัวเองในเรื่องที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดีผลการตัดสินและวินิจฉัยของ WTO จะไม่มีผลกระทบกับข้อตกลงทางการค้าฉบับแรกที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำไปในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และหลังจากนี้สหรัฐจะมีเวลา 60 วันในการโต้แย้งคำตัดสินของ WTO

ที่มา – CBC, The Guardian, BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/china-win-wto-dispute-trade-war-200-billion-usd-with-us-16-sep-2020/

ใครๆ ก็เลือกสิงคโปร์ Tencent เตรียมย้ายหลายธุรกิจปักหลักสิงคโปร์ หนีดราม่าการเมืองระดับโลก

Tencent
SINGAPORE – MARCH 15: Visitors and exhibitors network at the Tencent booth during the Sportel Asia Conference on March 15, 2016 in Singapore. (Photo by Sean Lee/Getty Images for Sportel)

สิงคโปร์ ฮับเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

แหล่งข่าวใกล้ชิดของ Tencent ซึ่งไม่เปิดเผยตัวตนได้ให้ข้อมูลกับ Bloomberg โดยระบุว่า Tencent ได้เลือกปักหมุดให้สิงคโปร์เป็นหัวหาด (beachhead) หรือศูนย์กลางที่มีศักยภาพในภูมิภาค (potential regional hub) ของบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย

ประเด็นสำคัญเป็นเพราะการเมืองระดับโลกที่กดดันให้หลายบริษัทจำเป็นต้องเลือกเพื่อทำธุรกิจในระดับโลกต่อไป โดยกรณีที่เด่นชัดที่สุดนอกจาก Tencent แล้วก็คือ Bytedance บริษัทแม่ของ TikTok ที่มีประเด็นทางการเมืองและความมั่นคงของชาติระหว่างจีน-สหรัฐฯ อยู่ในขณะนี้

ส่วน Tencent เองก็เคยถูกสหรัฐญ สั่งแบนแอพพลิเคชั่นในเครืออย่าง WeChat ไปตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รวมถึงล่าสุดก็มีประเด็นทางการเมืองในอินเดีย โดยในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา บรรดาเกมในเครือของ Tencent อย่าง PUBG Mobile และ Arena of Valor ถูกแบนในอินเดีย ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันคือ เพื่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อย

ทางออกที่ดีที่สุดในการรุกตลาดเอเชียและในระดับโลกของ Tencent จึงหนีไม่พ้นประเทศที่มี ecosystem ครบพร้อม (และวางตัวเป็น “เพื่อนที่ดี” ของจีนและสหรัฐฯ) อย่าง “สิงคโปร์” นั่นเอง

Singapore สิงคโปร์
Photo: Unsplash

แหล่งข่าวใกล้ชิดของ Tencent เปิดเผยว่า หลังจากนี้ Tencent จะย้ายหลายธุรกิจของบริษัทออกจากจีน แล้วมาดำเนินการแทนในสิงคโปร์ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจเกมมิ่งที่ต้องการตีตลาดนานาชาติ อย่างไรก็ตาม หากดูความเคลื่อนไหวของ Tencent ในสิงคโปร์จะพบว่า ทางบริษัทเตรียมเปิดออฟฟิศใหม่และเตรียมจ้างงานอีกหลายตำแหน่งในสิงคโปร์ เช่น Business Development และคนที่ทำงานในสาย cross-border commerce, cloud computing และ esports เป็นต้น

นอกจาก Tencent ที่เลือกสิงคโปร์แล้ว มีรายงานว่า Bytedance บริษัทแม่ของ TikTok ก็ทุ่มเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนและจ้างานในสิงคโปร์ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จีนอย่าง Alibaba ที่ลงทุนปักหลักในสิงคโปร์มานานผ่าน Lazada ล่าสุดก็ยังมีข่าวความสนใจเข้าลงทุนใน Grab ซึ่งสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์อีกด้วย

ที่มา – Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tencent-singapore-potential-regional-hub/

IKEA ร่วมกับ ROG สร้างเฟอร์นิเจอร์เกมมิ่งและอุปกรณ์เสริมราคาเข้าถึงได้

IKEA ร่วมกับแบรนด์เกมมิ่ง ROG ของ ASUS เตรียมจะเปิดตัวเฟอร์นิเจอร์เกมมิ่งที่ราคาเข้าถึงได้ มีสินค้าในไลน์ 30 ชิ้น ทั้งเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เสริม จะเริ่มเปิดตัวในจีนช่วงกุมภาพันธ์ 2021 และในเดือนตุลาคา 2021 จะเปิดตัวในตลาดประเทศอื่นๆ ต่อไป

โดย IKEA ได้มีเวิร์กชอปร่วมกับ ROG และพูดคุยกับเกมเมอร์ในเซี่ยงไฮ้ เพื่อสำรวจความต้องการด้านการตกแต่งบ้านสำหรับเกมเมอร์ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่จำเป็นสำหรับพวกเขา นำไปสู่การพัฒนาเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เสริมที่ IKEA ระบุว่าจะมีราคาไม่แพง และจะมาพร้อมการออกแบบที่สามารถเข้ากันได้กับมุมอื่นๆ ของบ้าน

การร่วมมือของแบรนด์เกมมิ่งและแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ Herman Miller ร่วมกับ Logitech ทำเก้าอี้เกมมิ่ง

No Description
ภาพจาก IKEA

ที่มา – Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118426

[ไม่ยืนยัน] จีนบล็อกเว็บสอนเขียนโค้ด Scratch คาดว่าเพราะวิดีโอสนับสนุนฮ่องกงในฟอรั่ม

เว็บไซต์ The Register รายงานว่าจีนบล็อกเว็บไซต์สอนเขียนโค้ดสำหรับเด็ก Scratch โดยมีผู้ใช้งานในจีนพบว่าพวกเขาเข้าใช้งานเว็บไซต์ไม่ได้ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สาเหตุที่บล็อกนั้นไม่ชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะมาจากวิดีโอที่โพสต์ในฟอรั่ม มีเนื้อหาไม่เห็นด้วยกับกฎหมายความมั่นคงใหม่ในฮ่องกง

การเข้าใช้งาน Scratch ไม่ได้ เท่ากับไม่สามารถเข้าถึงโปรเจกต์และตัวอย่างโค้ดจำนวนมากที่เก็บไว้ที่ scratch.mit.edu/ จึงยากที่จะจินตนาการว่า ผู้ใช้งานชาวจีนจะได้รับผลกระทบขนาดไหนแก่นักพัฒนาหรือนักเรียนในจีน

No Description
ภาพจาก Scratch

ที่มา – The Register

from:https://www.blognone.com/node/118333

อินเดียแบนแอพจีนมากกว่า 118 รายการ แม้แต่เกมดังอย่าง PUBG

รัฐบาลอินเดียเปิดฉากตอบโต้ทางดิจิตอลครั้งใหญ่ต่อแอพจีนที่ใช้งานบนอุปกรณ์พกพา ด้วยการสั่งแบนหนึ่งในเกมโมบายล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่าง PUBG ไปพร้อมๆ กับแอพอื่นอีกกว่า 117 รายการด้วยกัน

ช่วงที่ผ่านมาทางรัฐบาลอินเดียได้เคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านการเข้าครอบงำทางเทคโนโลยีจากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แบนแอพที่พัฒนาชึ้นจากจีนไปแล้วกว่า 59 แอพที่มีแอพชื่อดังมากมายอย่าง TikTok, UC Browser, Shareit, Virus Cleaner, UC News, ES File Explorer เป็นต้น

ทั้งนี้ ทางอินเดียออกมาให้เหตุผลในการแบนแอพจีนล็อตใหม่นี้ว่า เนื่องจากส่งผลกระทบต่อตัวตนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนอินเดีย ร่วมกับเหตุผลด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคง และการจัดระเบียบสังคม

นอกจากนี้ ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ยังออกมากล่าวด้วยว่า ตนเองได้รับการร้องเรียนจำนวนมากจากหลายแหล่ง จนทางศูนย์จัดการอาชญากรรมทางไซเบอร์ของอินเดีย ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ต้องออกหนังสือขอให้รีบบล็อกแอพพวกนี้อย่างเร่งด่วน

ที่มา : GB

from:https://www.enterpriseitpro.net/government-of-india-banned-118-mobile-apps-including-pubg/

วิกฤติเศรษฐกิจลาว ทุนสำรองเหลือไม่มากแล้ว ขอจีนปรับโครงสร้างหนี้ แถมยังโดนปรับลดความน่าเชื่อถือ

ลาวเองแม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง อย่างไรก็ดีล่าสุดนั้นลาวกำลังพบปัญหาหนี้สินพ้นตัวจากโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทางที่จีนมาลงทุนจนกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุด ขณะเดียวกันทุนสำรองระหว่างประเทศก็ลดลงต่ำมาก

Vientiane Laos เวียงจันทน์ ประเทศลาว
ภาพจาก Shutterstock

ลาว ประเทศที่มีอัตราเศรษฐกิจเติบโตไม่น้อยกว่า 5.5% ในช่วงที่ผ่านมา กำลังอาจประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหม่ หลังจากล่าสุดทุนสำรองระหว่างประเทศเหลือต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว ขณะเดียวกันหนี้ก้อนใหญ่ของประเทศที่มาจากการก่อสร้างรถไฟที่เชื่อมกับประเทศจีนที่อยู่ในโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง ที่จีนเป็นเจ้าของโครงการกำลังจะทำให้ลาวพบปัญหาครั้งใหม่จนอาจต้องปรับโครงสร้างหนี้กับจีน

สิ่งที่ต้องจับตามองมากที่สุดคือทุนสำรองระหว่างประเทศของลาว จากข้อมูลล่าสุดเหลือต่ำกว่าความสามารถของลาวที่จะจ่ายหนี้ได้ในแต่ละปีแล้ว โดยในปีนี้ลาวจะต้องจ่ายหนี้ให้กับเจ้าหนี้อยู่ประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หนี้ส่วนหนึ่งที่ลาวจะต้องจ่ายในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้คือหนี้ของธนาคารในไทย

ล่าสุดทางบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Fitch คาดว่าลาวจะมีหนี้อยู่ราวๆ 12,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 65% ของ GDP ประเทศ และหนี้ก้อนใหญ่สุดมาจากรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Ėlectricité du Laos) ที่มีหนี้อยู่ราวๆ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเจ้าหนี้รายใหญ่ของลาวคือประเทศจีน รองลงมาคือไทย ซึ่งแปลว่าลาวอาจต้องปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหม่ในเร็วๆ นี้

ด้วยหนี้ที่สูงและความสามารถชำระหนี้ต่ำทำให้ Moody’s อีก 1 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดความน่าเชื่อถือของลาวลงจาก B3 ลงมาเหลือ Caa2 เท่านั้น เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากเหตุผลที่ว่า ประเทศลาวกำลังจะประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องจากหนี้ที่มีสูงที่จะต้องทยอยจ่ายจนถึงปี 2025 ขณะเดียวกันการกู้ยืมของลาวกำลังพบกับความท้าทายจากสภาพตลาดในขณะนี้ และอาจต้องมีการเจรจากับเจ้าหนี้

ไม่เพียงแค่นั้นล่าสุดรัฐบาลลาวเองต้องขายหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการสายส่งไฟฟ้าให้กับ China Southern Power Grid โดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่า โดยเป็นการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ขึ้นมาในชื่อ EDL-T โดยรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายมองว่าเป็นความร่วมมือแบบ Win-Win ทางสื่อจีนได้เปิดเผยว่าจะมีการลงทุนในสายส่งในประเทศลาวหลังจากนี้มากถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดีคาดว่าการขายหุ้นในกิจการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่มีความสำคัญของประเทศลาวนั้น เป็นเพราะว่าลาวเองกำลังพบปัญหาเรื่องหนี้ที่สูง จึงต้องเฉือนรัฐวิสาหกิจที่มีความสำคัญและราคาดีออกมาขาย

ลาวนั้นกำลังจะกลายเป็น 1 ประเทศที่อยู่ในโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทางของจีนที่กำลังอยู่ในสภาวะติดกับดักหนี้ในโครงการนี้ไม่ต่างกับประเทศอื่นๆ เช่น ปากีสถาน ศรีลังกา จิบูติ ฯลฯ ที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้กลับไม่สามารถจ่ายหนี้จีนได้

โดย Center for Global Development ซึ่งเป็นองค์กรด้านถังความคิด (Think tank) คาดว่าจะมี 8 ประเทศที่กำลังมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเป็นหนี้รัฐบาลจีน ซึ่งลาวเองก็อยู่ใน 8 ประเทศนี้ด้วย

ที่มา – SCMP, Japan Times, Investine

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/lao-economic-crisis-from-chinese-bri-debt-trap/

บริษัทจีนเบี้ยวลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด Premier League ถึง 6.2 พันล้านบาท อ้าง COVID-19 กระทบธุรกิจ

พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลก ได้ประกาศยกเลิกสัญญากับ PPTV บริษัทถ่ายทอดสดกีฬาในประเทศจีน หลังจาก PPTV เบี้ยวหนี้กว่า 6,200 ล้านบาท ขณะเดียวกันสื่อต่างประเทศก็มองว่าเรื่องการเมืองก็กดดันในเรื่องนี้ด้วย

Premier League พรีเมียร์ลีก เชลซี ลิเวอร์พูล
Trent Alexander-Arnold of Liverpool scores his team’s second goal from a free kick during the Premier League match between Liverpool FC and Chelsea FC at Anfield on July 22, 2020 in Liverpool (Photo by Phil Noble/Pool via Getty Images)

PPTV ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด Premier League ลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดของอังกฤษ ได้เบี้ยวค่าลิขสิทธิ์มากถึง 213 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 6,200 ล้านบาท โดยเม็ดเงินที่ต้องจ่ายนี้ครบกำหนดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ทาง Premier League ต้องยกเลิกสัญญาทั้งหมดที่ทำไว้กับบริษัท และยังทำให้การถ่ายทอดสด Premier League ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นฤดูกาล 2020-21 ซึ่งจะเริ่มไม่กี่วันข้างหน้านั้นจะไม่มีผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการในจีนทันที

สำหรับ PPTV เป็นแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดฟุตบอลออนไลน์ใหญ่สุดในประเทศจีน และยังถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลลีกดังในทวีปยุโรป อื่นๆ เช่น La Liga สเปน Serie A อิตาลี นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทบริหารลิขสิทธิ์กีฬาต่างๆ เช่น ขายลิขสิทธิ์ให้กับช่องทีวีอื่นๆ เช่น CCTV ซึ่งเป็นฟรีทีวีในประเทศจีน หรือทีวีบอกรับสมาชิกในประเทศจีนรายอื่นๆ

โดยเจ้าของตัวจริงของ PPTV คือกลุ่ม Suning นั้นทำธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีน ไม่เพียงแค่นั้น Suning ยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล Inter Milan ในอิตาลีอีกด้วย

PPTV เองได้เซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด Premier League ในประเทศจีนตั้งแต่ฤดูกาล 2016 เป็นต้นมา และรอบลิขสิทธิ์ล่าสุด 2019-2021 นั้นได้เซ็นสัญญาเป็นเงินมากถึง 650 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลิขสิทธิ์ในประเทศจีนในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นรายได้สำคัญนอกสหราชอาณาจักรของลีกฟุตบอลอังกฤษนี้อย่างมาก ถ้าหากไม่นับจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และตะวันออกกลาง

ทางด้านตัวแทนของ PPTV ได้ให้เหตุผลว่า COVID-19 นั้นทำให้ทางบริษัทต้องเจรจากับ Premier League หลายรอบจนท้ายที่สุดไม่สามารถตกลงกันได้ ขณะที่ทางลีกฟุตบอลอังกฤษนั้นไม่ได้มีการกล่าวเพิ่มเติมอะไรนอกจากเรื่องการยกเลิกสัญญา

อย่างไรก็ดีมีคาดการณ์ว่าส่วนหนึ่งที่ PPTV เบี้ยวหนี้นั้นอาจถูกกดดันมาจากสถานการณ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร-จีน ที่ความสัมพันธ์แย่ลงจากเรื่องของฮ่องกง การให้ความเห็นเรื่องชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ รวมไปถึงเรื่องของ Huawei

นอกจากนี้ในช่วงก่อนที่ Premier League จะจบฤดูกาล 2019-20 ไม่นาน ทาง CCTV ของจีนที่ได้ย้ายการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกดังของอังกฤษนี้ไปยังช่องรองมาแล้ว แทนช่อง CCTV 5 ซึ่งเป็นช่องกีฬาหลักของประเทศ
โดย Global Times สื่อในจีน ได้อ้างอิงตัวแทนของ CCTV ให้เหตุผลว่า ช่องรองของ CCTV มีระบบภาพแบบ HD ซึ่งคมชัดกว่า ขณะที่สื่อต่างประเทศกลับมองว่าเหตุผลการเมืองกดดันในเรื่องนี้ก่อนที่จะมีการยกเลิกสัญญาของ PPTV ที่ได้กล่าวไป

ที่มา – Euro News, CNBC, Evening Standard

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/premier-league-terminated-rights-chinese-s-sports-pptv-4-sep-2020/