คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

จีนมีแผนดัน “มาเก๊า” เป็นศูนย์กลางการเงินอีกแห่ง สี จิ้นผิง เตรียมเยือนอาทิตย์นี้

Reuters ได้รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวหลายรายว่า จีนเตรียมผลักดันให้มาเก๊าเป็นศูนย์กลางทางการเงินอีกแห่ง นอกจากนี้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังเตรียมเยือนมาเก๊าในอาทิตย์นี้ด้วย

Macau มาเก๊า
ภาพจาก Unsplash

สำนักข่าว Reuters ได้รายงานข่าวโดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวหลายรายว่า จีนมีแผนที่จะผลักดันให้ มาเก๊า เป็นศูนย์ทางกลางเงินอีกแห่งนอกจากฮ่องกง โดยที่รัฐบาลจีนเตรียมจะออกข้อกำหนดที่อำนวยความสะดวกให้กับสถาบันการเงินต่างๆ ที่จะใช้มาเก๊าเป็นสำนักงาน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางเศรษฐกิจของมาเก๊า เนื่องจากปัจจุบันรายได้ขึ้นอยู่กับธุรกิจคาสิโนเป็นหลัก

แผนการจากจีนนั้น เช่น การผลักดันให้มาเก๊ามีตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายด้วยเงินหยวน ที่จะเน้นไปที่บริษัทสตาร์ทอัพ และรวมไปถึงบริษัทต่างๆ ที่ใช้ภาษาโปรตุเกสที่ต้องการระดมทุนจากนักลงทุนจีน รวมไปถึงการผลักดันในการใช้เงินหยวน ฯลฯ แหล่งข่าวของ Reuters อีก 4 รายยังได้รายงานตรงกันอีกว่า รัฐบาลจีนเริ่มให้นโยบายกับรัฐวิสาหกิจของประเทศจีนในเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานในมาเก๊าบ้างแล้ว

เจ้าหน้าที่ของจีนที่ไม่ขอระบุชื่อ ได้กล่าวว่า ตอนนี้จีนต้องการที่จะเพิ่มความหลากหลายของศูนย์กลางทางการเงินซึ่งในอดีตมีแค่ฮ่องกงเพียงอย่างเดียว ซึ่งแผนการดังกล่าวที่ต้องการกระจายศูนย์กลางทางการเงินนั้นสาเหตุเป็นเพราะว่าหลังจากเหตุการณ์ชุมนุมในฮ่องกงเกิดขึ้น อาจมีผลสร้างความเดือดร้อนให้กับธุรกิจในประเทศจีนที่ใช้ฮ่องกงเป็นประตูสู่เศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกันประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เตรียมวางแผนที่จะเดินทางเยี่ยมเยือนมาเก๊าภายในอาทิตย์นี้ โดยแหล่งข่าวของ Reuters ได้กล่าวว่า ประธานาธิบดีจีนต้องการที่จะเพิ่มความหลากหลายทางเศรษฐกิจของมาเก๊า โดยในอนาคตต้องการที่จะให้มาเก๊ามีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวและจากอุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งรายได้ของมาเก๊านั้น 80% มาจากคาสิโน

ไม่เพียงแค่นั้น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังต้องการผลักดันให้มาเก๊าผสานเข้ากับ Greater Bay Area มากขึ้น ซึ่งรวมเมืองใหญ่ในประเทศจีนในละแวกปากแม่น้ำไข่มุกเข้ากับฮ่องกง เซิ่นเจิ้น รวมไปถึงมาเก๊า นอกจากนี้ประธานาธิบดีจีนรายนี้ยังต้องการผลักดัน “มาเก๊า โมเดล” กับฮ่องกงด้วย

ที่มา – Reuters, Al Jazeera

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/macau-maybe-be-a-winner-financial-policy-rewards-from-china-than-hong-kong-reuters-report/

[ลือ]Tencent ลงทุนแอปวิดีโอสั้น Kuaishou 2 พันล้านเหรียญ สู้ TikTok เต็มที่

สงครามโซเชียลมีเดียในจีนคุกรุ่นและมียักษ์ใหญ่ครองแพลตฟอร์มโซเชียลอยู่แล้วคือ ByteDance เจ้าของ TikTok และ Tencent เจ้าของ Wechat ล่าสุดมีรายงานว่า Tencent ลงทุนในแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น Kuaishou ร่วม 2 พันล้านเหรียญ หรือ 6 หมื่นกว่าล้านบาท คาดเป็นการสู้ศึก TikTok ที่กำลังมาแรง

Kuaishou มีฟีเจอร์คล้ายกับ TikTok หรือชื่อในจีนคือ Douyin คือสามารถถ่ายคลิปสั้นและถ่ายไลฟ์สตรีมได้ แต่
Kuaishou จะได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชายและคนที่อยู่ในพื้นที่นอกเมืองมากกว่า ในขณะที่ Douyin เน้นคนเมืองและมีผู้ใช้งานผู้หญิงเยอะ ปัจจุบัน Kuaishou มีผู้ใช้งานแอคทีฟรายวันราว 200 ล้านราย (Douyin มี 320 ล้านราย) และยังมีผลประกอบการที่ดี ในสามไตรมาสที่ผ่านมามีกำไร 284 ล้านเหรียญ

Kuaishou ยังมีชื่อเรียกในต่างประเทศว่า Kwai เป็นแอปขึ้นอันดับต้นๆ ในบราซิล ถือว่าเป็นแอปโซเชียลมาแรงและสามารถแข่งกับ TikTok ได้

No Description

ที่มา – Tech in Asia

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113658

จีนประกาศดาวเทียมนำทาง BeiDou-3 ทำงานครอบคลุมทั้งโลกในปี 2020

รัฐบาลจีนประกาศว่าภายในปีหน้า ระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou-3 จะให้บริการได้ครบทั้งโลก นับเป็นครั้งแรกที่ระบบดาวเทียมของจีนจะมีความพร้อมเท่ากับระบบ GPS ของสหรัฐฯ

จีนเริ่มยิงดาวเทียม BeiDou มาตั้งแต่ปี 2000 และเริ่มยิง BeiDou-3 ในปี 2015 โดยวางแผนให้มีดาวเทียมทั้งหมด 35 ดวง กระจายอยู่ 3 วงโคจร คือ วงโคจรค้างฟ้า, วงโคจรค้างฟ้าแบบเอียง (incline geosynchronous orbit), และดาวเทียมระดับกลาง (medium earth orbit)

ที่มา – Abacus News

ภาพการยิงดาวเทียม BeiDou-3 จากโครงการ BeiDou

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113616

GitHub เตรียมเปิดบริษัทลูกในจีน หลังรัฐบาลต้องการผลักดันโอเพนซอร์ส

จากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่ทำให้นักพัฒนาจีนไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของตะวันตก รวมถึงกรณีที่รัฐบาลจีนเองสั่งให้หน่วยงานรัฐเลิกใช้ฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ตะวันตก ก็ไม่น่าแปลกใจที่ทางเลือกของนักพัฒนาจีนจะเหลือแค่โอเพนซอร์สเป็นหลักเท่านั้น

Erica Brescia ซีอีโอของ GitHub ก็ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า รัฐบาลจีนเองก็พยายามผลักดันให้นักพัฒนาชาวจีนใช้งานโอเพนซอร์สเป็นหลัก และ GitHub เองก็มีแผนจะเข้าไปเปิดบริษัทลูกในจีนผ่านการร่วมทุน เพื่อให้นักพัฒนาจีนเข้าถึงโค้ดและ repo ทั้งหมดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา GitHub ได้แบนไม่ให้นักพัฒนาจากชาติที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรใช้งาน private repo ซึ่งทางนักพัฒนาจีนก็เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้ด้วย

ที่มา – Financial Times

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113604

โดนัลด์ ทรัมป์ โวยธนาคารโลกปล่อยกู้ให้จีน กล่าว “จีนเป็นประเทศร่ำรวย หยุดปล่อยกู้ได้แล้ว”

ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกมากล่าวถึงเรื่องที่ธนาคารโลก หรือ World Bank ยังปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศจีนอยู่ โดยกล่าวว่า ประเทศจีนนั้นมีเงินเป็นจำนวนมากแล้ว จะปล่อยกู้ทำไม หยุดปล่อยกู้ได้แล้ว

Donald Trump โดนัลด์ ทรัมป์
ภาพจาก Shutterstock

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวต่อว่าธนาคารโลกถึงเรื่องของการปล่อยกู้ให้กับประเทศจีน ซึ่งเป็นเม็ดเงินประมาณ 1,000 ถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยเงื่อนไขดอกเบี้ยต่ำจนถึงปี 2025 โดยก่อนหน้านี้ธนาคารโลกได้ปล่อยเงินกู้ให้จีนระยะเวลา 5 ปีกว่า 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ทวีตด้วยความสงสัยว่าทำไมธนาคารโลกถึงยังปล่อยเงินกู้ให้จีน เป็นไปได้ยังไง ทั้งๆ ที่ประเทศจีนมีเงินมหาศาล ซึ่งเม็ดเงินกู้ดังกล่าวนี้ธนาคารโลกก้อนนี้นั้นสนับสนุนให้ประเทศจีนในการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศรวมไปถึงในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของจีน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจีนนั้นถึงแม้จะมีตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดี แต่ก็แลกมาด้วยสิ่งแวดล้อมที่เสียหาย

ครึ่งปีแรกของปี 2019 นั้น ธนาคารโลกได้ปล่อยกู้ให้ประเทศจีนไปแล้วกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยกว่าในปี 2017 ที่ปล่อยกู้ให้จีนที่ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยธนาคารโลกมีเป้าในการปล่อยกู้ให้จีนซึ่งทยอยลดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ปริมาณการกู้เงินขึ้นอยู่กับแผนการที่ประเทศจีนที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นได้เสนอธนาคารโลกซึ่งจะอนุมัติว่าจะสามารถได้รับเงินกู้ได้หรือไม่ด้วย

สอดคล้องกับทาง สตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ต้องการเสนอเรื่องให้ธนาคารโลกถอดจีนออกจากประเทศกลุ่มรายได้ต่ำถึงปานกลางออก และมองว่าจีนนั้นมีเงินช่วยเหลือจากองค์การระหว่างประเทศมากมายในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจีนยังปล่อยกู้ให้ประเทศอื่นเป็นเม็ดเงินกว่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ เช่น โครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 เป็นต้น

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐนั้นยังกังวลถึงเรื่องของภาษีของชาวสหรัฐนั้นซึ่งส่วนหนึ่งนั้นเป็นเงินที่ให้ธนาคารโลกกู้ยืมอีกที เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือประเทศอื่นๆ นั้นกลับกลายต้องมาช่วยจีนซึ่งเป็นประเทศที่รวยแล้ว และยังเป็นประเทศที่พยายามเป็นคู่แข่งกับสหรัฐด้วย

ขณะเดียวกันตัวแทนของธนาคารโลกได้กล่าวว่าธนาคารโลกได้ทยอยลดวงเงินกู้ให้กับประเทศจีนมาเรื่อยๆ ซึ่งอยู่ในข้อตกลงของธนาคารโลก ซึ่งมีผู้ถือหุ้นหลายๆ ประเทศรวมไปถึงสหรัฐอเมริกาด้วย

ที่มา – DW, Al Jazeera

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/donald-trump-calls-for-world-bank-about-why-lending-to-china-about-1-1-8-billion-usd/

เน้นรัฐมั่นคง ไม่เน้นความเป็นส่วนตัวประชาชน รายงานสำรวจพบจีนเก็บข้อมูล Biometric ประชาชนหนัก แทบไม่มีการปกป้อง

บริษัทวิจัย Comparitech รายงานถึงการใช้ข้อมูลชีวมิติ (biometric) ในประเทศต่างๆ พร้อมกับกระบวนการปกป้องผู้ใช้ในประเทศเหล่านั้น พบจีนได้คะแนนสูงสุดแปลว่ามีการใช้ข้อมูลชีวมิติอย่างหนักในหลายด้านขณะที่กระบวนการคุ้มครองเจ้าของข้อมูลนั้นต่ำ

แบบสำรวจของ Comparitech สำรวจว่ามีการใช้งานข้อมูลชีวมิติเพื่องานประเภทใดบ้าง ได้แก่ การทำบัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง, เปิดบัญชีธนาคาร, และลงคะแนนเลือกตั้ง พร้อมกับถามว่ามีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลชีวมิติหรือไม่ ขณะที่คะแนนยังระบุถึงฐานข้อมูลระดับชาติว่ามีขนาดใหญ่เพียงใด, ใช้งานสำหรับตำรวจทั่วไปหรือไม่, กล้องวงจรปิดมีการใช้ระบบจดจำใบหน้า หรือติดตั้งเป็นการทั่วไปหรือไม่

จีนได้คะแนนเกือบเต็มในทุกมิติ เช่น กล้องวงจรปิดมีการใช้งานอย่างหนัก พร้อมระบบจดจำใบหน้า และมีการจำแนกชนกลุ่มน้อยเป็นการเฉพาะ โดยขาดคะแนนไปเพียงการใช้ข้อมูลชีวมิติเพื่อการลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น

CompariTech ให้คะแนนจีนเป็นอันดับหนึ่ง (แย่ที่สุด) โดยรองลมมาคือมาเลเซีย, ปากีสถาน, สหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ นั้นยังไม่มีกฎหมายปกป้องข้อมูลชีวมิติระดับรัฐบาลกลาง แม้บางรัฐจะมีกฎหมายบังคับอยู่ในรัฐก็ตาม ประเทศที่ดีที่สุด เช่น ไอร์แลนด์ มีการสร้างข้อมูลอย่างจำกัดและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลก็หนาแน่นยิ่งกว่า GDPR ของสหภาพยุโรปเสียอีก

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของระบบกล้องวงจรปิดของจีนหลุดออกสู่สาธารณะแสดงให้เห็นว่าจีนใช้ระบบจดจำใบหน้าระบุเป้าหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อย, คนติดยาเสพติด

ที่มา – South China Morning Post, CompariTech

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113564

รัฐบาลจีนสั่งหน่วยงานภาครัฐ เลิกใช้ฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ตะวันตกทั้งหมดภายใน 3 ปี

Financial Times รายงานอ้างอิงคนภายในภาครัฐว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีคำสั่งให้หน่วยงานภาครัฐทั้งหมด ให้เลิกใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์ของตะวันตกทั้งหมดภายใน 3 ปี

กฎหมายนี้พรรคคอมมิวนิสต์ประกาศอย่างลับ ๆ ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ขณะที่กรอบเวลาในการเปลี่ยนแปลงจะเป็นยุทธศาสตร์ 3-5-2 คือเปลี่ยน 30% แรกภายในปี 2020, อีก 50% (เป็น 80%) ภายในปี 2021 และ 20% สุดท้ายภายในปี 2022

นักวิเคราะห์จาก China Securities คาดว่าจะมีฮาร์ดแวร์ราว 20-30 ล้านชิ้นที่ถูกเปลี่ยน ขณะที่นักวิเคราะห์อีกส่วนก็เห็นว่าความยากจะอยู่ที่การเปลี่ยนซอฟต์แวร์ที่ใช้งาน เพราะซอฟต์แวร์เวนเดอร์ส่วนใหญ่พัฒนาโซลูชันให้รองรับระบบปฏิบัติการณ์ของตะวันตกเสียส่วนใหญ่

ที่มา – Financial Times

No Descriptionภาพจาก Shutterstock

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113562