คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

JD.com เข้าซื้อหุ้น 46% ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า Jiangsu Five Star ต่อยอดกลยุทธ์ O2O

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ประกาศเข้าซื้อหุ้นจำนวน 46% ใน Jiangsu Five Star คิดเป็นมูลค่า 1,270 ล้านหยวน เพื่อต่อยอดกลยุทธ์ O2O (Online-to-Offline)

Jiangsu Five Star เป็นเชนร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนที่มีสาขามากกว่า 220 แห่ง ซึ่งตามแผนการเข้าถือหุ้นของ JD.com นั้น ก็เพื่อเสริมธุรกิจการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ของ JD.com ให้ลูกค้าสามารถดูสินค้าที่ร้านของ Jiangsu ก่อน แล้วค่อยมาสั่งซื้อออนไลน์ได้

หากวัดที่ส่วนแบ่งการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าออนไลน์ของจีน JD.com ยังมีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 38.9% แต่คู่แข่งรายอื่นก็เริ่มกินส่วนแบ่งมากขึ้น ทั้ง Suning.com (Alibaba มีหุ้น) และ Tmall (ก็ของ Alibaba) ที่มีส่วนแบ่ง 30.1% และ 24.9% ตามลำดับ

เครื่องใช้ไฟฟ้าถือเป็นหมวดสินค้าหนึ่งที่ลูกค้ายังมีพฤติกรรมต้องการเห็นสินค้าก่อนซื้อ ช่องทางแบบ O2O จึงเข้าเสริมการขายได้

ที่มา: Asian Nikkei

alt="Jiangsu Five Star"

from:https://www.blognone.com/node/109275

โฆษณา

Nintendo Switch ได้รับใบอนุญาตให้เผยแพร่เครื่องรุ่นทดสอบในจีนแล้ว โดยมี Tencent เป็นตัวแทนจำหน่าย

หน่วยงานของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ได้ออกใบอนุญาตให้ Tencent เริ่มเผยแพร่ Nintendo Switch เวอร์ชันทดสอบ ที่มาพร้อมกับเกม New Super Mario Bros. U Deluxe ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณดีสำหรับนินเทนโด ที่ทำให้เครื่องเกมคอนโซลที่เปิดตัวมากว่า 2 ปี เริ่มบุกตลาดจีน ตลาดเกมขนาดใหญ่ของโลกได้ในที่สุด

ทั้งนี้นินเทนโดได้ให้ Tencent ยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตและผู้จัดจำหน่ายเกมรายใหญ่ของจีน เป็นตัวแทนจำหน่าย Switch ที่นั่น ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความร่วมมือกันก่อนหน้านี้แล้วในการนำเกม RoV ลง Switch อย่างไรก็ตามใบอนุญาตยังถือเป็นแค่ขั้นตอนเริ่มต้น เพราะต้องรอใบอนุญาตจัดจำหน่ายอีกในลำดับถัดไป

นักวิเคราะห์มองว่า Switch อาจมีภาษีดีกว่า Xbox และ PlayStation เนื่องจากเป็นคอนโซลที่ออกมาให้พกพาไปเล่นตามที่ต่าง ๆ ได้ด้วย ซึ่งน่าจะถูกใจคนจีนที่นิยมเล่นเกมบนมือถือ

ที่มา: CNBC

alt="Switch"

from:https://www.blognone.com/node/109267

คู่แข่งดุ!! Amazon ม้วนเสื่อ ปิดธุรกิจ domestic e-commerce marketplace ในจีน

ไม่ทนแล้ว Amazon ยกธงปิดตลาด domestic e-commerce marketplace เลิกขายสินค้าจีนในประเทศจีน ถือเป็นการยกธงหลังจากฝืนสู้มานาน 15 ปีในฐานะบริษัทที่ไม่ทิ้งตลาดจีน แต่ในที่สุด แหล่งข่าวก็ระบุว่า Amazon กำลังเตรียมโบกมือลาอย่างเป็นทางการในช่วง 90 วันนับจากนี้

หากเป็นไปตามกำหนดการจริง Amazon จะขีดเส้นปิดบริการ marketplace และปิดศูนย์คลังสินค้าในช่วงกลางปี 2019 นี้ โดยลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้อ่าน Kindle หรือเครื่องอ่านอีบุ๊ก รวมถึงเนื้อหาออนไลน์อื่นของ Amazon จะยังสามารถใช้งานได้เช่นเดิม

คู่แข่งดุมาก

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่าคู่แข่งอีคอมเมิร์ซที่เติบโตในบ้าน ทั้ง Alibaba และ JD นั้นทำให้ Amazon รู้สึกยากที่จะขยายธุรกิจในแดนมังกร ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับหลายบริษัทต่างชาติที่ไม่สามารถยืนหยัดสู้ศึกได้

สำหรับตลาดค้าปลีกออนไลน์ของจีน สถิติย้ำว่ามีขนาดใหญ่จนคิดเป็นมูลค่าเกิน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (ข้อมูลจากบริษัท eMarketer) โดยตลาดสหรัฐฯนั้นถูกประเมินว่ามีขนาดเพียง 1 ใน 4 ของมูลค่านี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ครองส่วนแบ่งใหญ่ในตลาดคือ Alibaba และ JD.com ซึ่งกวาดเรียบเกินครึ่งของทรานเซคชันรวม

Berlin, Germany – May 28, 2016: Apple iPhone 6s screen with internet shopping e-commerce applications eBay, Amazon, AliExpress, Groupon, PayPal etc.

ในขณะที่ Amazon ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ Ben Cavender นักวิเคราะห์บริษัท China Market Research Group มองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะจีนเป็นตลาดที่มีคู่แข่งในบ้านดุเดือดมาก

ขณะเดียวกัน Amazon ก็ไม่สามารถสร้างแบรนด์ให้คนจีนรู้จักได้เท่า Tmall หรือ JD.com เหตุผลนี้ทำให้ Amazon ไม่สามารถสู้คู่แข่งที่เทเงินทำแคมเปญจนผูกใจลูกค้าจีนได้อยู่หมัด

อย่างไรก็ตาม Amazon ไม่เห็นด้วย และบอกว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถพัฒนาธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในจีน มาเน้นการขายสินค้าต่างชาติหรือ cross-border sales มากขึ้น ทำให้บริษัทได้เห็นการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าชาวจีน จุดนี้ทำให้ Amazon ตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น

นอกจากบริการอีบุ๊กและเนื้อหาอื่น Amazon จะยังรักษาบริการคลาวด์เพื่อเจาะตลาดจีนต่อไป.

ที่มา: : CNN

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/04/amazon-closes-china/

Amazon ประกาศปิดบริการอีคอมเมิร์ซในจีน มีผล 17 กรกฎาคมนี้

Amazon ออกมายืนยันข่าวว่าได้มีการแจ้งผู้จัดจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Amazon ที่จีน (Amazon.cn) แล้ว ว่าจะปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมนี้ หรืออีก 3 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้บริการที่ปิดตัวคือการซื้อและขายสินค้าท้องถิ่นภายในประเทศจีน โดย Amazon บอกว่าลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ ผ่านช่องทาง Amazon หลัก

หลายคนอาจไม่ทราบว่า Amazon มีบริการในจีนเช่นกัน โดยเริ่มทำตลาดที่จีนตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว ผ่านการซื้อเว็บ Joyo.com ที่ในเวลาต่อมาก็รีแบรนด์เป็น Amazon ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า Amazon อาจถอนธุรกิจโดยขายกิจการให้เว็บในจีน Kaola

นักวิเคราะห์มองว่า แม้จีนจะเป็นตลาดที่เติบโตสูงของอีคอมเมิร์ซ แต่ด้วยผู้เล่นหลักอย่าง Alibaba กับ JD ที่ครองส่วนแบ่ง 82% จึงเหลือพื้นที่เติบโตสำหรับ Amazon น้อยมาก การถอนตลาดในประเทศไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ที่มา: Inside Retail Asia

alt="Amazon China"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109237

GDP จีนไตรมาสแรกปี 2019 โต 6.4% ดีกว่านักวิเคราะห์คาดไว้

GDP ไตรมาส 1 ปี 2019 ของประเทศจีนเติบโตสูงถึง 6.4% ดีกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ โดยได้ผลดีจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน

ภาพจาก Pexels

รัฐบาลจีนเปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนว่าไตรมาสแรก GDP ของจีนเติบโตที่ 6.4% เท่ากับไตรมาส 4 ของปี 2018 ที่ผ่านมา ดีกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 6.3% โดยได้ภาคการผลิตที่ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันภาคค้าปลีกก็กลับมาเติบโตได้อีกเช่นกัน

เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ได้ออกมาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอยู่ในช่วง 6 ถึง 6.5% ในปีนี้ และได้กล่าวในงาน Boao Forum Asia ว่า “รัฐบาลจีนมีเครื่องมือไว้รองรับถ้าหากเศรษฐกิจภายในประเทศย่ำแย่ลง”

ผลของ GDP ไตรมาสที่ 1 นี้เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลจีนเริ่มมองเห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2019 ตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วนมีอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง สาเหตุสำคัญยังมาจากเรื่องของสงครามการค้า ทำให้รัฐบาลจีนต้องอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบการเงินโดยการลด RRR รวมไปถึงการลดภาษี ฯลฯ

Yifan Hu นักเศรษฐศาสตร์จาก UBS Global Wealth Management กล่าวกับ CNBC ในเรื่องนี้ว่า นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเริ่มส่งผลแล้ว แม้ว่าจะมีการเจรจาระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในเรื่องการค้า แต่เธอก็คาดว่าจีนจะยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป แต่เธอก็ยังได้พูดถึงเรื่องของความไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนได้

ที่มาCNBC, CNN, Business Today

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/china-q1-2019-gdp-growth-6-4-percent-better-more-than-analyst-forecasts/

อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่จีน ยอดขายปี 2018 แค่จีนประเทศเดียว มากกว่าทุกที่ในโลกรวมกัน

The Future of EV is in China 🇨🇳🚙🔌

EV รถยนต์ไฟฟ้า China จีน
EV in China Photo: Shutterstock

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนปี 2018 มากกว่าทุกที่ในโลกรวมกัน

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลกช่วง 1-2 ปีนี้ ขยับจากกระแส มาสู่ความเป็นจริงมากขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีหลายประเทศในโลกที่พร้อมเปลี่ยนให้ทันตามกระแส และอีกหลายประเทศที่ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจน ซึ่งหากดูจากตัวเลขแล้ว มี 3 แห่งในโลกที่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าใกล้ความเป็นความจริงมากขึ้น นั่นคือ จีน ฝั่งยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ไม่นานมานี้มีรายงานว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์แซงหน้ารถยนต์แบบใช้น้ำมันได้แล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

  • แต่ถ้าถามว่า ที่ใดในโลกที่ดูแล้ว น่าจะเป็นอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด คำตอบคือ “จีน”

ในปี 2018 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งโลกอยู่ที่ 2.1 ล้านคัน (ในจำนวนนี้รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอิน) โดยเติบโตเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับปี 2017 และจีนเป็นประเทศที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากที่สุดในโลก จากประมาณ 5 แสนคัน พุ่งมาสู่ 1.2 ล้านคัน

  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนกว่า 1.2 ล้านคัน คิดแล้วครอบครองสัดส่วนยอดขายของทั้งโลกไว้ถึง 56% หรือพูดง่ายๆ ก็คือ นับแค่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนเพียงแค่ที่เดียว ก็มากกว่ายอดขายทุกที่ในโลกรวมกันแล้ว

แน่นอนว่า ปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากยานพาหนะใช้น้ำมันไปสู่ “ไฟฟ้า” ในทุกประเทศ ย่อมมาจากนโยบายของรัฐบาล จีนก็เช่นกัน

รัฐบาลจีนทุ่มเทอย่างหนักให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เพราะมองว่ามันคืออนาคต และนอกจากที่จะลดภาษีแล้ว รัฐบาลยังอัดฉีดเงินให้กับบริษัทที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เร่งสร้างและกระจายโครงสร้างพื้นฐานอย่างที่ชาร์จไฟฟ้าให้มีจำนวนมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ออกกฎเตรียมแบนยานพาหนะใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทุกรูปแบบในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ไฟฟ้า หรือการประกาศไม่ให้ใบอนุญาตขับขี่กับคนขับรถผ่านแอพฯ ถ้าไม่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า

รถเมล์ไฟฟ้า จีน Electric Bus China
Electric Bus in China Photo: Shutterstock

ที่มา – Quartz, YouTube Quartz, EV Volumes

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/the-future-of-ev-is-in-china/

IMF ปรับประมาณการ GDP โลกโตเพียงแค่ 3.3% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี

IMF ออกมาปรับประมาณการเติบโตของ GDP โลกในปีนี้จะเหลือเพียงแค่ 3.3% เท่านั้น จากปัญหาสงครามการค้า รวมไปถึงเรื่องของ Brexit ขณะเดียวกันโลกก็มีความท้าทายมากขึ้น

International Monetary Fund Economic Counsellor and Director of the Research Department, Gita Gopinath (2ndR) presents the World Economic Outlook with Gian Maria Milesi-Ferretti (2nd L); Deputy Director for the IMF Research Department, Oya Celasun (L) , Division Chief for the IMF Research Department,;and Raphael Anspach (R), Senior Communications Officer at the IMF Headquarters during the 2019 IMF/World Bank Spring Meetings April 9, 2019 in Washington, DC. IMF Staff Photograph/Stephen Jaffe

องค์การการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประกาศปรับลดประมาณการการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงมาเหลือเพียงแค่ 3.3% ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี และมองว่าการปรับลดเป้าการเจริญเติบโตครั้งนี้ถือว่าสมเหตุสมผล แต่ IMF ยังคงประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2020 ว่าจะเติบโต 3.6% เท่าเดิม โดยได้ปัจจัยจากการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียและจีน

สาเหตุสำคัญสำหรับการปรับลดประมาณการครั้งนี้คือเรื่องสำคัญอย่าง สงครามการค้า รวมไปถึง Brexit ที่ยังคาราคาซัง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างในประเทศเยอรมัน ขณะที่ความท้าทายในอนาคตคือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

Gita Gopinath ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ได้ให้ความเห็นว่า “เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่สภาวะที่ท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องของข้อขัดแย้งทางการค้า” นอกจากนี้เธอยังให้ความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนว่าอาจพบกับสภาวะชะลอตัวลง และแนะนำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทำลายเศรษฐกิจแต่ต้องอาศัยความร่วมมือซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ IMF ยังแนะนำให้มีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นและการฟอกเงิน ซึ่งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้มากกว่านี้

ที่มาAljazeera, VOA, Strait Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/imf-cut-forecast-world-gdp-growth-3-3-percent-lowest-10-years/