คลังเก็บป้ายกำกับ: CHINA

ขายชาติ… ? | Trump สั่งสอบ Google หลังมีข่าวลือ ‘ความร่วมมือกับกองทัพจีน’

ส่อแววดราม่ากันไปอีกสำหรับสหรัฐอเมริกา หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมาทวิตตบปากรับคำพร้อมสั่งทีมงานสอบสวน Google เป็นการด่วน จากข้อกล่าวหาสุดรุนแรงว่าแอบทำงานร่วมกันกับหน่วยข่าวกรองของจีน สืบเนื่องจากคำกล่าวอ้างของมหาเศรษฐีนักลงทุนชาวอเมริกันอย่าง Peter Thiel

Google ถูกตั้งคำถาม ส่วนทรัมป์จัดให้ สั่งสอบเรื่องนี้เป็นการด่วน

Peter Thiel – อภิมหาเศรษฐกิจนักลงทุนแห่ง Silicon Valley ผู้สร้างชื่อจากการเป็น Co Founder ของ PayPal ร่วมกับ Elon Musk – ได้ไปร่วมงานสัมมนาที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมและชาตินิยมของสหรัฐ ฯ ที่มีชื่อว่า The National Conservatism ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งจากสุนทรพจน์ของเขา มีการพาดพิงตั้งคำถาม Google อย่างรุนแรงถึงกรณีข่าวลือว่า Google ดันไปให้ความร่วมมือกับกองทัพของจีน

ถ้านี่เป็นเรื่องจริง อาจเป็นการตัดสินใจที่ขายชาติ หากพวกเขา (Google) จะให้ความร่วมมือกับกองทัพของจีน ในแบบที่ไม่เคยทำให้กับสหรัฐ ฯ ซะด้วยซ้ำ – Peter Thiel

ส่วนประธานธิบดีสายทวิตอย่าง Donald Trump ก็ไม่รอช้า ประกาศทันควัน (ผ่านทวิตเตอร์ 😆 ) สั่งทีมงาน The Trump Administration สอบสวนกรณีนี้เป็นการด่วนเพื่อหาความจริง พร้อมให้เครดิต Thiel ว่าเขาคือคนที่รู้เรื่องพวกนี้ดีที่สุดเสียด้วย เบื้องต้นมีชาวเน็ตจำนวนมากให้ความสนใจกับเรื่องนี้จนทำให้มียอด Retweets กว่า 26,800 ครั้ง และยอด Likes ร่วม 100,000 เป็นที่เรียบร้อย ส่วน Google นั้นได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ไปแล้วแต่ยังไม่มีแถลงการณ์หรือคอมเมนต์ใด ๆ เพิ่มเติมออกมา

ไม่ผิดคาดหลัง Google ซุ่มรอเปิดให้บริการในจีน

อันที่จริงต้องถือว่าไม่น่าแปลกใจมากนัก กับข้อกล่าวหาในความสัมพันธ์ระหว่างเสิร์จเอ็นจิ้นเบอร์ 1 ของโลก กับ รัฐบาลจีน เพราะช่วงนี้มีข่าวลือหนาหูมากว่า Google ต้องการเข้าไปเปิดให้บริการในประเทศจีนอย่างจริงจังถึงขนาดที่ยอมรับเงื่อนไขและข้อต่อรองหลาย ๆ อย่างจากรัฐบาลจีนเพราะจำนวนประชากรของพวกเขานั้น มีค่ามหาศาลมาก ๆ สำหรับธุรกิจใด ๆ เลยก็ว่าได้

นอกจากนั้นแล้ว Peter Thiel ยังตั้งคำถามเพิ่มเติมอีกด้วยว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ซุ่มพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ซึ่ง Google เป็นเจ้าของอยู่อย่าง DeepMind นั้น อาจถือเป็นการพัฒนาอาวุธทางการทหารได้ – อนึ่ง Peter Thiel เคยเป็น 1 ในผู้ลงทุนรายแรก ๆ ของ DeepMind ก่อนที่จะถูกบริษัทแม่ของ Google (Alphabet Inc.) เข้าซื้อกิจการไปในปี 2014

อ้างอิง: BBC News | Business Insider (Subscription)

from:https://droidsans.com/trump-administration-to-investigate-google-treason-claim/

โฆษณา

Google ยืนยันโครงการเสิร์ชเอนจินจีนยกเลิกแล้ว, Trump บอก Google ควรถูกสอบสวนฐานกบฏ

เป็นประเด็นขัดแย้งมานาน กับโปรเจ็ค Dragonfly เสิร์ชเอนจินที่ Google จะทำในจีนโดยมีรัฐบาลควบคุม ล่าสุดในการให้การกับรัฐสภาเรื่องการผูกขาดของบริษัทไอที ผู้บริหารระดับสูงของ Google ยืนยันแล้วว่าโปรเจ็คดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน Donald Trump ปธน. ทวีตอ้างอิงคำพูดของ Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal ที่บอกว่า Google ควรถูกสอบสวนฐานกบฏ จากการไปทำงานร่วมกับรัฐบาลจีนแทนที่จะเป็นกองทัพสหรัฐ โดยรัฐบาลจะเข้ามาดูเรื่องนี้ด้วย

ด้าน Google ยืนยันว่าไม่ได้ร่วมงานกับกองทัพจีนดังที่เคยกล่าวไปแล้ว แต่ปฏิเสธจะคอมเมนท์กรณีถูกถามว่าร่วมงานกับรัฐบาลจีนหรือไม่

ที่มา – Business Insider, @realDonaldTrump via WSJ

No Description
ภาพจาก Shutterstock โดย stellamc

from:https://www.blognone.com/node/110888

สรุปเทรนด์และสิ่งน่าสนใจของอินเทอร์เน็ตจีนในรอบปี จาก China Internet Report 2019

ในงานสัมมนา RISE ที่ฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา South China Morning Post และ Abacus เว็บในเครือ ได้ออกรายงานความเคลื่อนไหววงการอินเทอร์เน็ตของจีนในช่วงปีที่ผ่านมา China Internet Report 2019 ซึ่งเป็นปีที่สองที่มีการออกรายงานนี้ จากที่ทุกปีเราจะเห็นรายงาน Internet Report แต่เน้นเรื่องราวอเมริกา และเสริมภาพรวมทั่วโลกมากกว่า

ภาพรวมของรายงานในปีนี้ ชี้ให้เห็นว่าวงการอินเทอร์เน็ตจีน ได้หลุดจากการลอกเลียนแบบที่มีแต่แอปตะวันตกเวอร์ชันจีน มาเป็นการสร้างเทรนด์และทำให้แอปฝั่งตะวันตกเลียนแบบตามบ้าง อาทิ ซูเปอร์แอป ที่มีทุกบริการอัดรวมในแอปเดียว หรือแอปเล่นวิดีโอขนาดสั้นที่เริ่มจากจีน แล้วสามารถสร้างกระแสในอเมริกาได้ นอกจากนี้ AI ที่มีการใช้แพร่หลายในจีน ก็ทำให้นวัตกรรม AI จีน เป็นที่สนใจในระดับโลก

alt="China Internet Report 2019"

ไฮไลท์น่าสนใจบางส่วนจากรายงานมีดังนี้

อินเทอร์เน็ตจีน ใหญ่มาก

รายงานหน้าแรกเปรียบเทียบขนาดประชากรอินเทอร์เน็ตของจีน เทียบกับฝั่งอเมริกา ซึ่งแม้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจีนจะอยู่ที่ 60% แต่ด้วยฐานประชากร ก็ทำให้ประชากรอินเทอร์เน็ตจีนมีถึง 829 ล้านคน เทียบกับอเมริกา 293 ล้านคน ก็ใหญ่กว่ากันเกือบ 3 เท่า และถ้าดูเฉพาะการใช้มือถือจ่ายเงินหรือ Mobile Payment ตัวเลข 583 ล้านคน เทียบกับ 62 ล้านคน ของอเมริกา ก็ยิ่งเห็นความแตกต่าง

alt="Overall"

สไลด์นี้เทียบให้เห็นว่า ในทุกบริการบนอินเทอร์เน็ต จะมีผู้เล่นฝั่งจีนกับฝั่งอเมริกา คู่ขนานกันทุกอย่าง

alt="China vs US"

10 อันดับบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีน เป็นดังนี้ ที่น่าสนใจคือคำเรียกสามยักษ์ใหญ่ BAT ที่หมายถึง Baidu-Alibaba-Tencent อาจต้องเปลี่ยนไปก็เป็นได้

alt="Top 10 Internet Company"

มีคำเรียก 3 บริษัทอินเทอร์เน็ตจีนหน้าใหม่ที่มาแรงว่า TMD (Toutiao แอปอ่านข่าวของ ByteDance เจ้าของเดียวกับ TikTok, Meituan-Dianping แอป O2O และ Didi แอปเรียกรถแท็กซี่) สไลด์นี้เทียบให้เห็นว่า BAT และ TMD ตอนนี้ยึดบริการใดไว้บ้าง

alt="BAT vs TMD"

เทรนด์ที่ยังเป็นอยู่ต่อจากปีก่อน

รายงานสรุป 4 แนวโน้มใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2018 และยังคงเป็นอยู่เช่นนั้นในปีนี้

  1. 3 ยักษ์ใหญ่ BAT ยังคงซื้อกิจการหรือเข้าถือหุ้นบริษัทต่าง ๆ ต่อเนื่อง
  2. ประชากรอินเทอร์เน็ตจีนยังเติบโต โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท
  3. รูปแบบธุรกิจในจีน ยังเน้นการเติบโตด้วยวิธีการกึ่งโซเชียล
  4. รัฐบาลจีนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมอินเทอร์เน็ต

เมื่อมีเทรนด์ปีที่แล้ว ก็มี 4 เทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจในปี 2019 ดังนี้

แอปจีนเป็นผู้นำ ให้แอปประเทศอื่นลอกเลียนแบบ

อย่างแรกคือการเป็นซูเปอร์แอป (Super App) ที่ใส่บริการทั้งหมดอัดเข้ามาในแอปเดียว ซึ่งแอปจีนนิยมทำกัน ไม่ว่าจะเป็น WeChat, Alipay หรือ Meituen ซึ่งตอนนี้ได้เห็นวิธีการเหมือนกันในแอปอย่าง Facebook, LINE หรือ Go-Jek

alt="Super App"

การทำโซเชียลบวกกับอีคอมเมิร์ว เช่นการ Live ในแอปขายของ หรือการรวมกลุ่มกันซื้อสินค้า

alt="Social Commerce"

แอปวิดีโอวนลูปขนาดสั้นอย่าง TikTok ประสบความสำเร็จ จนหลายแอปก็ใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาเหมือนกัน

alt="Short VDO"

จีนออกนำในเทคโนโลยี 5G

ปัจจุบันจีนมีการทดสอบ 5G แล้วในหลายเมือง ผ่านผู้ให้บริการหลัก 3 ค่าย ครอบคลุมประชากรราว 167 ล้านคน อีกทั้งบริษัทจีนก็ถือครองสิทธิบัตร 5G มากที่สุดในโลกตอนนี้ สไลด์นี้ทำให้เห็นว่าจีนมีความพร้อมในการเปิดบริการ 5G เต็มรูปแบบมากกว่าที่อื่น

alt="5G"

จีนเป็นผู้นำ AI

จีนมีการใช้ AI ในวงกว้างกับหลากหลายวงการ อาทิ ระบบรู้จำใบหน้า ที่นำมาใช้ในการจ่ายเงิน ในการเช็กอินโรงแรม หรือนำมาใช้กับแอปอ่านข่าวเพื่อคัดสรรข่าว นำมาใช้กับการลองเสื้อแบบ virtual

alt="AI"

นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังนำ AI มาใช้ในการควบคุมความเรียบร้อย ซึ่งมีทั้งการใช้ระบบตรวจสอบบุคคล จนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายหนีคดี หรือตรวจจับคนทำผิดกฎจราจร

Social Credit ทำแล้วในจีน

จีนเริ่มใช้ระบบเครดิตทางสังคมกับประชากรตั้งแต่ปี 2014 มีแผนจะใช้กับประชากรทั้งประเทศในปี 2020 จากนี้ระบบให้คะแนนเครดิตจะมีผลมากยิ่งขึ้นในทุกด้าน

alt="Social Credit in China"

รายงานฉบับนี้ยาว 110 สไลด์ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการลงรายละเอียดบริการทางอินเทอร์เน็ตทีละกลุ่มธุรกิจ หากอยากเข้าใจอินเทอร์เน็ตจีนมากยิ่งขึ้นก็ไปดาวน์โหลดมาอ่านได้ จากลิงก์นี้

ที่มา: South China Morning Post

from:https://www.blognone.com/node/110875

Megvii สตาร์อัพจีนซอฟต์แวร์รู้จำใบหน้า ต่อยอดสู่การระบุสุนัข ด้วยการรู้จำจากจมูก

Megvii สตาร์ทอัพจากจีนที่พัฒนา AI รู้จำและแยกแยะใบหน้าบุคคล ซึ่งรัฐบาลจีนใช้สำหรับระบบตรวจสอบความปลอดภัย ได้ต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าว โดยจากการแยกคน ก็นำมาใช้กับการแยกแยะสัตว์เลี้ยง

โดย Megvii ได้ออกแอปตัวใหม่ซึ่งตอนนี้ใช้สำหรับเก็บข้อมูลเพื่อการระบุสุนัข ซึ่งสุนัขนั้นสามารถแยกแยะได้โดยอาศัยภาพของจมูก ที่เป็นอัตลักษณ์เหมือนกับลายนิ้วมือของมนุษย์

วิธีใช้งานก็คือการลงทะเบียนสุนัข โดยกรอกข้อมูลพร้อมกับภาพถ่ายจมูกสุนัข ซึ่งระบบต้องการภาพในหลาย ๆ มุมมอง เพื่อความละเอียดแม่นยำ ซึ่งตอนนี้ Megvii เคลมว่าระบบมีความแม่นยำที่ 95% จากฐานข้อมูลสุนัข 15,000 ตัว

Megvii บอกว่า โครงการนี้ช่วยในการติดตามสุนัขหาย แต่มากกว่านั้นเนื่องจาก Megvii ขายซอฟต์แวร์ให้รัฐบาลจีนอยู่แล้ว จึงอาจนำมาใช้เป็นขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อผูกกับข้อมูลเจ้าของสุนัขได้ด้วยอีกทางหนึ่ง

ที่มา: Abacus News ภาพ Megvii

alt="Megvii"

from:https://www.blognone.com/node/110843

รัฐบาลสหรัฐเตรียมออกใบอนุญาตให้บริษัทเอกชนสามารถซื้อขายผลิตภัณฑ์กับ Huawei ได้

รัฐบาลสหรัฐเตรียมที่จะออกใบอนุญาตให้บริษัทในสหรัฐสามารถขายสินค้าให้กับ Huawei ได้ โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องของความมั่นคง หลังจากที่ผู้นำสหรัฐได้กล่าวในการประชุม G20 ว่าให้บริษัทเอกชนขายสินค้าได้

Huawei หัวเว่ย
ภาพจาก Shutterstock

รัฐบาลสหรัฐเตรียมที่จะออกใบอนุญาตให้เอกชนของสหรัฐสามารถที่จะซื้อขายผลิตภัณฑ์กับ Huawei ได้ โดยไม่กระทบกับเรื่องของความมั่นคงที่รัฐบาลสหรัฐกังวลอยู่ หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐได้กล่าวกับสื่อในช่วงการประชุม G20 ว่าบริษัทเอกชนของสหรัฐสามารถซื้อขายสินค้ากับ Huawei ได้

โดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐจะออกใบอนุญาตให้บริษัทต่างๆ สามารถซื้อขายสินค้ากับยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของจีนได้ แต่ต้องสอดคล้องกับเรื่องของความมั่นคงของสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐได้ยืดเวลาให้ Huawei สามารถซื้อสินค้ากับบริษัทในสหรัฐได้จนถึงวันที่ 19 สิงหาคมนี้ และคาดว่าน่าจะมีการต่อเวลาออกไป ในเงื่อนไขที่ว่าสินค้าเป็นสินค้าปัจจุบันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่

Huawei ในมุมมองของรัฐบาลสหรัฐนั้นถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เนื่องจากกรณีของการที่ไม่เคารพเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในอดีตหลายกรณี และล่าสุดรวมไปถึงกรณีที่บริษัทละเมิดการคว่ำบาตรของสหรัฐในการขายสินค้าให้กับประเทศอิหร่าน ซึ่งทำให้ CFO และลูกสาวของผู้ก่อตั้ง Huawei อย่าง เหมิง หวันโจว โดนควบคุมตัวที่ประเทศแคนาดา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในช่วงถามตอบในการประชุม G20 เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในเรื่องของ Huawei ว่า เขาให้บริษัทสหรัฐสามารถขายสินค้าให้กับ Huawei ได้ด้วย ประธานาธิบดีสหรัฐยังได้กล่าวว่า เขาชอบที่จะให้บริษัทสหรัฐขายของให้กับลูกค้ารายอื่นๆ แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและไม่ง่ายก็ตาม

สำหรับในช่วงที่ผ่านมา Huawei อยู่ในบัญชีดำของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ต้องงดซื้อขายสินค้ากับ Huawei ไม่ว่าจะเป็น Qualcomm หรือแม้แต่ Google ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ในสหรัฐเรียกร้องให้ทรัมป์ยกเลิกการขึ้นบัญชีดำ เนื่องจากไม่สามารถขายสินค้าให้ได้ นอกจากนี้ในระยะยาวถ้าหาก Huawei พัฒนาไม่ว่าจะเป็นชิป หรือระบบปฏิบัติการเองแล้วจะกลายเป็นว่าบริษัทสหรัฐเดือดร้อนเอง

ที่มาCNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/us-government-to-approve-sales-it-deems-safe-to-blacklisted-huawei/

Great Firewall แล้วไง? ผู้ประท้วงฮ่องกงใช้ AirDrop ส่งข้อมูลที่รัฐบาลจีนห้ามให้คนจีนในฮ่องกง

เป็นที่ทราบกันว่ารัฐบาลจีนใช้ The Great Firewall ในการควบคุมข้อมูลข่าวสารของคนจีน ทว่าต่อให้กำแพงไฟนั้นใหญ่แค่ไหนก็ไม่อาจจะปิดกั้นข้อมูลที่ถูกส่งกันผ่าน Bluetooth และ Wi-Fi อย่าง AirDrop ของแอปเปิลได้ ซึ่งผู้ประท้วงฮ่องกงก็อาศัยฟีเจอร์นี้ในการส่งข้อมูล (ที่รัฐบาลจีนปิดกั้น) ไปให้กับคนจีนที่เดินทางมาฮ่องกง

ที่ผ่านมาเราเห็นข่าวการประท้วงกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกง (ซึ่งผู้ประท้วงรับมือกับ Digital Footprint ได้ดีมาก) ทว่าข่าวการประท้วงครั้งนี้ถูกเซ็นเซอร์ในจีน ทำให้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งรวมตัวกันในย่าน Tsim Sha Tsui กลางเมือง ส่งภาพและข้อมูลต่างๆ ผ่าน AirDrops ที่ถูกเปิดสาธารณะ โดยเนื้อหาถูกเขียนเป็นตัวอักษรจีนแบบย่อ (ฮ่องกงใช้จีนตัวเต็ม) ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าเป้าหมายคือคนจีนแผ่นดินใหญ่

เนื้อหาที่ถูกส่งผ่าน AirDrops ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการประท้วง สิทธิ เสรีภาพ บ้างก็เป็น QR Code โดยหลอกว่าเป็นเงินฟรีผ่าน AliPay หรือ WePay เมื่อสแกนก็จะได้รับข้อมูลการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ที่มา – Quartz

No Descriptionภาพจาก Getty Images

from:https://www.blognone.com/node/110784

Aqara ผู้ผลิตอุปกรณ์ IoT ให้ Xiaomi ออกอุปกรณ์ Zigbee 3.0 พร้อมกัน 10 รายการ

Aqara บริษัทที่ผลิตชุดอุปกรณ์ IoT เช่น ปลั๊ก, เซ็นเซอร์, สวิตช์ให้ Xiaomi เปิดตัวอุปกรณ์ชุดใหม่รองรับ Zigbee 3.0 พร้อมกัน 10 รายการ

อุปกรณ์ชุดแรกได้แก่ เกตเวย์, เซ็นเซอร์ความเคลื่อนไหว T1, เซ็นเซอร์ประตู, เซ็นเซอร์อุณหภูมิและความชื้น, เซ็นเซอร์น้ำล้น, เซ็นเซอร์แสง, สวิตช์ไร้สาย, ปลั๊ก, และสวิตช์แบบติดผนัง

Zigbee 3.0 เป็นชุดมาตรฐานที่ใช้โปรโตคอลเน็ตเวิร์ค Zigbee PRO, และควบคุมระดับแอปพลิเคชั่นด้วย Zigbee Cluster Library ทำให้การทำงานร่วมกันข้ามผู้ผลิตน่าจะดีขึ้น ขณะที่การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เดิมก็ยังคงใช้งานได้ต่อไป สำหรับสินค้าที่ Aqara ออกมาจะใช้งานกับเกตเวย์ของ Aqara ตัวเดิมได้ แต่ไม่สามารถใช้งานกับเกตเวย์ตระกูล Mijia ที่ผลิตให้ Xiaomi ได้

เริ่มจำหน่ายกลางเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา – GizmoChina

No Description

ภาพจาก Weibo: Aqara

from:https://www.blognone.com/node/110766