คลังเก็บป้ายกำกับ: CES_2019

DJI เปิดตัว Smart Remote Controller พร้อมจอแสดงภาพ ที่งาน CES 2019 ราคา 25,000 บาท

DJI (ดีเจไอ) ผู้นำระดับโลกด้านโดรนพลเรือนและเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศ ตอกย้ำการสร้างเทคโนโลยีทางอากาศที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคนโดยเปิดตัวรีโมทควบคุมประสิทธิภาพสูงสำหรับโดรนในงาน CES 2019  Smart Controller (สมาร์ท คอนโทรลเลอร์) นำเสนอหน้าจอแสดงภาพสว่างพิเศษ และตัวควบคุมที่มีประสิทธิภาพสำหรับโดรนของ DJI ทำให้ผู้บินสามารถบินโดรนรุ่นใหม่ล่าสุดได้โดยไม่ต้องใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเบล็ต DJI จะจัดแสดง Osmo Pocket (ออสโม่ พ็อคเก็ต) กล้องกันสั่น และจะจัดเวิร์คช็อปเพื่อให้ผู้สนใจสามารถทดลองใช้สินค้าได้อย่างใกล้ชิด และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

Smart Controller เปิดตัวเลือกใหม่แก่ผู้บิน

DJI Smart Controller ช่วยขยายเครือข่ายของอุปกรณ์เสริมที่สร้างขึ้นสำหรับผู้นำเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมโดรนอย่าง DJI Smart Controller จะช่วยให้ผู้บินสามารถนำโดรนขึ้นบินได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย โดยมาพร้อมหน้าจอความคมชัดสูงขนาด 5.5 นิ้วในตัว รีโมทสามารถเชื่อมต่อกับโดรนรุ่นใหม่ล่าสุดของ DJI ได้ทุกตัว รวมทั้ง Mavic 2 Zoom และ Mavic 2 Pro[1] ที่ใช้ระบบ DJI OcuSync 2.0 ในการส่งวีดีโอ แสดงภาพคมชัดที่มีความละเอียดสูงเต็มรูปแบบ ผู้บินโดรนสามารถใช้ประโยชน์จากการออกแบบที่กระทัดรัด พกพาสะดวก และใช้งานท่ามกลางแสงอาทิตย์ได้โดยตรง หน้าจอแสดงภาพสว่างพิเศษ และให้ความละเอียด 1000 cd/m2 โดยมีความสว่างเป็นสองเท่าของหน้าจอสมาร์ทโฟนทั่วไป ระบบการควบคุมแบบแอนดรอยด์ที่ตั้งค่าได้ รองรับ DJI GO 4, DJI Pilot[2] พร้อมรองรับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ได้แก่ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ แอพ DJI GO 4 ยังมาพร้อมคุณลักษณะใหม่ ได้แก่ SkyTalk ที่ทำให้ผู้บินโดรนสามารถสตรีมสดวีดีโอจากกล้องโดรนพร้อมเสียงผู้บินสู่โซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมทั้ง Facebook, Instagram และ WeChat เพื่อให้สามารถสัมผัสความตื่นเต้นของการบินโดรนได้ คุณลักษณะอีกอย่างได้แก่ DJI GO-Share ซึ่งช่วยให้การถ่ายโอนไฟล์จาก Controller สู่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นไปได้โดยง่าย DJI Smart Controller นำอีกระดับของความเชื่อมั่นในการบิน ด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 2.5 ชั่วโมง และความสามารถในการทำงานได้ในอุณหภูมิติดลบถึง -4° ฟาเรนไฮต์ จนถึงอุณหภูมิสูงถึง 104°ฟาเรนไฮต์

ราคาและจุดจำหน่าย

Smart Controller ใหม่จะพร้อมจัดจำหน่ายในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยราคาขายปลีกอยู่ที่ 25,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อแพ็คเก็จSmart Controller พร้อม โดรน Mavic 2 Pro และ Mavic 2 Zoom ได้เช่นกัน สามาถดาว์นโหลดภาพ Smart Controller ได้ ที่นี่ และสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dji.com/smart-controller

“CES เป็นงานที่นำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและฉลาดที่สุดจากทั่วโลก ซึ่งเป็นงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดตัว Smart Controllerของ DJI” มาริโอ รีเบลโล รองประธาน และผู้จัดการประเทศ ทวีปอเมริกาเหนือ กล่าว “Smart Controller เป็นเครื่องมือชิ้นล่าสุดของ DJI ที่จะทำให้ทุกคนสามารถจับภาพมุมมองที่น่าตื่นตาตื่นใจจากท้องฟ้าได้ และเราก็มีความตื่นเต้นที่ผู้เข้าร่วมงาน CES ในครั้งนี้จะได้สัมผัสประสบการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เราขอเชิญทุกท่านที่งาน CES มาสัมผัสผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของเรา เพื่อจะแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมใหม่ล่าสุดและการเก็บภาพของโดรน  รวมไปถึงการเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ทำไม DJI จึงผู้นำทางเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างปัจจุบัน”

from:http://www.flashfly.net/wp/239553

Advertisements

SanDisk – อวดต้นแบบ Flash Drive มาตรฐาน USB-Type C ขนาดเล็กสุดๆ ที่มีความจุสูงถึง 4TB !!!

ในงาน CES 2019 ที่ผ่านมา SanDisk ได้อวด Flash Drive รุ่น Prototype ที่มีความจุสูงที่สุดที่เคยมีมา โดยเป็น Flash Drive ความจุสูงถึง 4TB แบบ USB-Type C ที่สามารถใส่ในกระเป๋ากางเกงได้

Flash Drive

SanDisk อวด Flash Drive ขนาดเล็กสุดๆ ที่มีความจุสูงถึง 4TB

สำหรับ Flash Drive รุ่น Prototype ตัวนี้ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ หรือ แม้แต่ราคา ก็ยังไม่มีการประกาศออกมา ทางทีมงานไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่า Flash Drive ดีไหม เพราะ มันดันมีสาย USB-Type C ยื่นออกมา สิ่งที่อยู่ด้านในเจ้า Flash Drive ตัวนี้คือ SSD ที่มีขนาดเล็กมากๆ ยังไงก็ตาม ถือว่านี้คือสิ่งที่ดี เพราะเหมือนกับเราพกไดร์ฟขนาด 4 TB ที่สามารถเก็บได้ในกระเป๋ากางเกงเลยล่ะ

ที่มา : theverge.com

from:https://notebookspec.com/ces-2019-sandisk-flash-drive-4tb/469284/

Samsung ขนไฮไลท์นวัตกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI, IoT และ 5G ตอบโจทย์ Connected Living อย่างสมบูรณ์แบบในงาน CES 2019

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI), IoT และ 5G อันถือเป็นรากฐานหลักในการสร้างวิสัยทัศน์สำหรับการใช้ชีวิตแบบเชื่อมต่อถึงกัน (Connected Living) พร้อมเผยนวัตกรรมแพลตฟอร์มหุ่นยนต์แห่งอนาคต ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ช่วยยกระดับวิถีชีวิต มอบความสะดวกสบายและเป็นอิสระยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค ที่งาน คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ ประจำปี 2562 (CES 2019) ณ ลาสเวกัส สหรัฐฯ
 

“ปี 2019 ถือเป็นการครบรอบ 50 ปีของ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ โดยในช่วงห้าทศวรรษที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นนำเสนอและส่งมอบนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง” มร. คิม ฮยอน ซอก ประธานและหัวหน้าส่วนซัมซุง คอมซูมเมอร์อิเลคโทรนิคส์ กล่าว “ในปี 2019 นี้ เราจะเดินหน้าพัฒนาไปสู่อีกขั้นและยกระดับความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อลงมือสร้างวิสัยทัศน์การใช้ชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกันของเราให้เป็นจริง”

ผนึกเทคโนโลยี IoT, 5G และ AI เข้าสู่ยุค ‘Intelligence of Things’

 แรงขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ชีวิตที่เชื่อมต่อของซัมซุงนั้น คือการผลักดันเทคโนโลยี AI, IoT และ 5G ที่หลอมรวมกันเป็น Intelligence of Things เพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันอย่างอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยในงานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ ปีนี้ ซัมซุง ได้อธิบายถึงการขับเคลื่อนเทคโนโลยีหลักเหล่านี้ ให้เกิดนวัตกรรม ตลอดทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์อัจฉริยะต่าง ๆ

นับตั้งแต่การรวมแอปพลิเคชัน SmartThings และการนำเสนอ SmartThings Cloud ได้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนผู้ใช้SmartThings ที่ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 220% และการติดตั้งแอปฯ เพิ่มขึ้น 61% รวมไปถึงจำนวนพันธมิตรที่เข้าร่วมในระบบดังกล่าว ได้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 44% โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ SmartThings ผ่านอุปกรณ์จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเช่น Amazon, Google, Bose, Sylvania และ Plume

ซัมซุงยกระดับความเป็นผู้นำด้านการสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ โดยการนำเสนอการเชื่อมต่อ 5G ให้กับผู้บริโภค โดยซัมซุงเป็นผู้ถือสิทธิบัตรอันดับหนึ่งของ European Telecommunication Standards Institute (ETSI) และถือเป็นบริษัทแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติจาก FCC ให้รองรับอุปกรณ์ 5G เชิงพาณิชย์ โดยซัมซุงได้สนับสนุนการค้าเครือข่าย 5Gสำหรับใช้ในบ้านและเครือข่ายแบบเคลื่อนที่ กับผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ทั้งในสหรัฐฯ และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งสามค่ายใหญ่ในเกาหลี โดยมีการทดสอบสัญญาณเพิ่มเติมทั้งในยุโรปและเอเชียด้วย โดยซัมซุงยังคงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดประสิทธิภาพของ 5G ในมือของผู้บริโภค ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่จะรองรับเทคโนโลยี 5G ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 นี้อีกด้วย

โดยซัมซุงมีแนวคิดที่ว่า เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์นั้น จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อถูกนำมาช่วยทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงก่อตั้งศูนย์ Global AI กว่า 7 แห่ง และได้นำเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาใช้กับผลิตภัณฑ์และบริการของซัมซุง และเพื่อให้มั่นใจว่า ซัมซุงได้ร่วมมือกับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน AI อย่างแท้จริง ทาง Samsung NEXTและ Samsung Strategy and Innovation Center หรือ SSIC จึงทุ่มงบประมาณลงทุนกับสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AIกว่า 20 แห่ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Bixby แพลตฟอร์มอันชาญฉลาดของซัมซุงกับการขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง

Bixby มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นโซลูชัน สำหรับสมาร์ทโฟนกาแลคซี่ให้ฉลาดขึ้น แต่ในวันนี้ Bixby ถูกพัฒนาให้กลายเป็นแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์แบบเปิด (Open AI Platform) ที่สามารถรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งซัมซุงได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ระบบผู้ช่วยคำสั่งเสียงอัจฉริยะนี้ กำลังจะถูกนำมาใช้เป็นฟีเจอร์หลักใน ซัมซุง คิว แอลอีดี ทีวี และสมาร์ททีวีรุ่นปี 2019 รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านต่าง ๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ ลำโพง AI และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ Bixby ยังได้ขยายการใช้งานไปยังแพลตฟอร์มใหม่ ๆ อย่างห้องโดยสารอัจฉริยะ (Digital Cockpit) และแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ โดยแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Uber ระบบจองตั๋ว Ticketmaster และอีกมากมาย ได้หันมาใช้ Bixby เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบริการต่าง ๆ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น และในงานนี้ ซัมซุงได้ประกาศว่า iHealthRadio ได้ร่วมเข้ามาเป็นหนึ่งพันธมิตรใหม่ของบริษัท และยังมีแนวโน้มจะนำ Bixby ไปผนึกกำลังกับพันธมิตรอื่น ๆ ในอนาคต เช่น Google เพื่อขยายฐานพันธมิตรให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ซัมซุงยังได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทฯ ได้แก่ ความเป็นธรรม ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส โดยซัมซุงแสดงจุดยืนในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่า อัลกอริทึมที่สร้างขึ้นมานั้น มีความ ปลอดภัย ครอบคลุม และยึดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เป็นหลัก ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่า ซัมซุงได้จัดการและใช้ข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้นอย่างไรบ้าง

ยกระดับประสบการณ์อย่างเหนือชั้น กับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ซัมซุง ในปี 2019

ซัมซุง เปิดตัวไลน์อัพนวัตกรรมล่าสุด ตอกย้ำวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการมอบวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นเพื่อผู้บริโภค สร้างนิยามใหม่ผ่านประสบการณ์อัจฉริยะ และเป็นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ใช้มากขึ้นในแบบฉบับของซุมซุง

  • ประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับ

ซัมซุง เปิดตัว QLED 8K ขนาด 98 นิ้ว สมาชิกล่าสุดของตระกูล QLED ปี 2019 ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในไลน์อัพ ณ ขณะนี้ จากเดิมที่มีเพียงขนาด 65, 75, 82 และ 85 นิ้ว มาพร้อมชิปประมวลผลควอนตัม 8K มอบคุณภาพการรับชมที่ดีที่สุดทั้งระบบภาพ ดีไซน์ และคุณสมบัติอัจฉริยะต่าง ๆ ในขนาดที่หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าผู้ใช้จะดูคอนเทนต์ผ่านบริการสตรีมมิ่ง กล่องทีวีดิจิทัล ระบบ HDMIUSB หรือแม้แต่การเชื่อมต่อจากจอโทรศัพท์มือถือ (Screen Mirroring) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบเฉพาะของซัมซุง ในQLED 8K 2019 สามารถตรวจจับและปรับความละเอียดของภาพ ให้กลายเป็นความคมชัดคุณภาพระดับ 8K ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ทรงพลังและอัจฉริยะที่สุดของซัมซุงในขณะนี้

ในปี 2019 สมาร์ททีวีจากซัมซุง นำเสนอช่องทางการค้นหาคอนเทนต์และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มากขึ้นกว่าที่เคย ด้วยอัลกอริทึม AI ที่ผ่านการพัฒนา สามารถเรียนรู้ถึงการสมัครสมาชิกของผู้ใช้ ลิสต์รายการโปรด ลักษณะอุปนิสัยในการดูทีวี ด้วยโปรแกรมUniversal Guide ช่วยให้สามารถค้นหารายการที่เหมาะสมกับผู้รับชมอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้ใช้งานยังมีช่องทางในการค้นหาและควบคุมรายการโปรดของพวกเขาที่ง่ายและสะดวกขึ้นผ่านการสั่งงานด้วยเสียงหรือ Bixby และ รีโมท AI รวมไปถึงช่องทางอื่น ๆ อย่างการควบคุมทีวี ผ่าน Amazon Echo และ Google Home

เพื่อเป็นการเพิ่มตัวเลือกความบันเทิง ความคุ้มค่าและฟังก์ชันแพลตฟอร์มแบบเปิดให้กับผู้ใช้ ซัมซุงประกาศว่า ซัมซุง สมาร์ททีวี ในปี 2019 รองรับแอปพลิเคชัน iTunes Movie & TV Shows และ Apple AirPlay 2 โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป ผ่านการอัพเดทเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด โดยซัมซุงถือเป็นเจ้าแรกในอุตสาหกรรม ที่รองรับแอปพลิเคชันจากแอปเปิล อย่าง iTunes Movie & TV Shows ให้สามารถใช้งานบนซัมซุงสมาร์ททีวีได้ และพร้อมเปิดให้บริการใน 100 ประเทศ รวมทั้งรองรับแอปพลิเคชัน AirPlay 2 ในอีกกว่า 190 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

ในปี 2019 ตู้เย็นแฟมิลี่ ฮับ (Family Hub) เจนเนอเรชันใหม่ ถูกพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ง่ายและชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยจะมีหน้าจอ แฟมิลี่ บอร์ด (Family Board) แบบใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้สื่อสารและแบ่งปันความทรงจำบนพื้นที่สุดสร้างสรรค์บริเวณด้านหน้าของตู้เย็น การันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจาก CES 2019 ตู้เย็นแฟมิลี่ ฮับ ปี 2019 มาพร้อมฟีเจอร์ชาญฉลาดมากมาย อาทิ การสั่งงานผ่านคำสั่งเสียง Bixby ซึ่งผู้ใช้งานสามารถตั้งเวลาเตาอบล่วงหน้า ค้นหาสูตรอาหาร หรือแม้แต่การเรียก Uber ผ่านการสั่งการด้วยภาษาอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ Bixby ยังแสดงผลลัพธ์และจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ บนหน้าจอได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น โดยตู้เย็นแฟมิลี่ ฮับ รุ่นก่อนหน้านี้ สามารถตั้งค่าการอัพเดทอัตโนมัติ และใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน

อีกหนึ่งผู้ชนะรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจากเวที CES 2019 อย่างเครื่องซักผ้าฝาหน้าใหม่จากซัมซุง ด้วยเทคโนโลยี SuperSpeedสามารถซักผ้าปริมาณมากได้เสร็จสิ้นในเวลาเพียง 30 นาที[1] นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมคุณสมบัติอัจฉริยะต่าง ๆ ของเครื่องซักผ้าผ่านผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ Bixby เช่น ขอคำแนะนำสำหรับรอบการซักผ้าที่เหมาะสมที่สุด กำหนดรอบซักเพื่อให้เสร็จตามเวลาที่ต้องการ หรือสร้างความสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อกับระบบอบผ้าอัตโนมัติเมื่อทำการซักเสร็จสิ้น ช่วยบริหารจัดการการซักผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

  • การทำงาน

ในส่วนของการทำงาน ซัมซุงได้นำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่รวมเอาทั้งความสามารถ และการใช้งานที่ยืดหยุ่นเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมด้านแล็ปท็อป ที่ซัมซุงส่ง ‘Notebook 9 Pro’คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปรุ่นล่าสุด ที่เน้นการออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่เป็นมือโปร ให้พกพาได้สะดวก พร้อมทั้งทำงานสร้างสรรค์นอกสถานที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ Notebook Odyssey gaming แล็ปท็อปอีกรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการเล่นเกมโดยเฉพาะ ผสานขุมพลัง NVIDIA® GeForce RTX™ 20-series GPU เล่นเกมได้ลื่นไหล พร้อมทั้งทำงานได้อย่างไม่สะดุด

นอกจากแล็ปท็อปแล้ว ซัมซุงยังได้พัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอมอร์นิเตอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน โดยเปิดตัว ‘Samsung Space Monitor’ หน้าจอรุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวออกมาพร้อมกันถึง 2 ขนาด คือ ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD ประสิทธิภาพในการทำงานสูง และหน้าจอขนาด 32 นิ้ว ที่รองรับการแสดงเนื้อหาภาพที่ความละเอียดระดับ 4K UHD โดยหน้าจอรุ่นใหม่ทั้งสองขนาดนี้ เน้นการออกแบบสไตล์มินิมอล ผสมผสานกับฟังก์ชันการทำงานได้ลงตัวช่วยเพิ่มพื้นที่บนโต๊ะทำงานให้กว้างขึ้น พร้อมขาติดตั้งหน้าจอเข้ากับโต๊ะที่สามารถปรับองศาการทำงาน ขึ้น-ลง ได้ตามใจชอบ ช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพจากหน้าจอได้อย่างชัดเจน โดยไม่ถูกสิ่งแวดล้อมรอบข้างรบกวน เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • เชื่อมต่อการขับขี่

ซัมซุงร่วมมือกับ HARMAN ผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องเสียงระดับโลก ในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ โดยเปิดตัว The Digital Cockpit 2019 เทคโนโลยีห้องโดยสารในรถยนต์สุดล้ำ เพิ่มประสบการณ์ในการขับขี่ มุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อ ความเป็นส่วนตัว และด้านความปลอดภัย ด้วยการนำผู้ช่วยคำสั่งเสียงอัจฉริยะ Bixby เข้ามาเชื่อมต่อในรถยนต์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรับรู้และควบคุมกลไกในรถยนต์ได้ผ่านคำสั่งเสียง เช่น เช็คปริมาณน้ำมันในถังก่อนการออกเดินทางระยะไกล หรือออกคำสั่งปรับอุณหภูมิในรถยนต์ให้พอเหมาะ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีกล้องเข้ามาใช้งานในห้องโดยสารอัจฉริยะ หรือ Digital Cockpit โดยระบบจะจดจำใบหน้าของทั้งผู้ขับและผู้โดยสารแต่ละคน ซึ่งสามารถตั้งค่าการใช้งานในรถให้เป็นส่วนตัวได้ เช่น การปรับเอนเบาะที่นั่ง ปรับแสงสว่างเฉพาะที่ จัดหน้าจอให้เป็นส่วนตัว รวมทั้งจัดเพลย์ลิสต์เพลงที่ชื่นชอบของแต่ละบุคคลได้

สำหรับผู้โดยสาร สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ของซัมซุงเข้ากับหน้าจอที่รองรับ Samsung Dex ให้ทำงานระหว่างการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และ Digital Cockpit ยังเน้นเรื่องประสบการณ์ของผู้ขับให้ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการเปลี่ยนกระจกมองหลังแบบทั่วไป และใช้ระบบกล้องมองหลังเข้ามาแทนที่ ด้วยเทคโนโลยี Cellular-V2X ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันเครือข่ายสัญญาณอุปกรณ์เคลื่อนที่ของซัมซุง ร่วมพัฒนาให้มาอยู่ในเทคโนโลยียานยนต์ จะช่วยให้รถยนต์สามารถรับข้อมูลและทำการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้ปลอดภัย และสนุกมากยิ่งขึ้น

  • อุปกรณ์โซลูชั่น

ซัมซุงเน้นให้ความสำคัญกับโครงสร้างของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบัน ที่จะต้องผนวกเข้ากับความฉลาดล้ำ โดยบริษัทกำลังมุ่งหน้าพัฒนา และเตรียมเปิดตัวโซลูชันที่จะเข้ามากำหนดกรอบของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในอนาคตอย่างครบครัน

นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์ปัญญาประดิษฐ์ และหน่วยความจำบนอุปกรณ์พกพาของซัมซุง รวมทั้งชิป Exynos Auto ที่เปิดตัวไปล่าสุด ยังจะเข้ามามีส่วนช่วยให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และโซลูชันด้านหน่วยความจำ ยังพร้อมที่จะรับมือกับข้อมูลจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่จะเพิ่มขึ้น รวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ที่จะทำงานซับซ้อนมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย

  • แพลตฟอร์มหุ่นยนต์สำหรับอนาคตของ AI

ซัมซุงได้นำเสนอสุดยอดนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกันแห่งอนาคต Connected Living โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ที่มีทั้ง ซัมซุงบอตแคร์ (Samsung Bot Care), ซัมซุงบอตแอร์ (Samsung Bot Air), ซัมซุงบอตรีเทล (Samsung Bot Retail) และ ซัมซุงเจ็มส์ (Samsung GEMS) ซึ่งซัมซุงได้เลือกเปิดตัว ซัมซุงบอตแคร์ อย่างเป็นทางการเป็นรุ่นแรก ซึ่งแพลตฟอร์มหุ่นยนต์รุ่นนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการสุขภาพของตนเองในแต่ละวันได้ โดยนวัตกรรมหุ่นยนต์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ซัมซุงกำลังพัฒนาอยู่ จะเข้ามาช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม และทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น

 

from:http://www.flashfly.net/wp/239475

CES 2019 – Alienware เปิดตัวจอคอมเล่นเกม OLED ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ 55 นิ้ว 4K 120Hz HDR !!!

ในงาน CES 2019 ที่ผ่านมานี้นั้นทาง Alienware ได้ทำการเปิดตัวมอนิเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ถึง 55 นิ้ว แถมด้วยพาเนลหน้าจอที่ใช้นั้นก็เป็น OLED ที่มั่นใจได้เลยครับว่าการแสดงสีสันนั้นจะถูกตาต้องใจไปในทุกๆ ส่วน โดยทาง Alienware นั้นได้เลือกใช้พาเนลหน้าจอ OLED จากทาง LG แน่นนอนครับว่าตัวหน้าจอนั้นจะต้องมาพร้อมกับความละเอียดยอมนิยมในปัจุบันอย่าง 4K UHD แถมด้วยความถี่ที่ 120 Hz ครับ

ตัวหน้าจอนั้นจะมาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อสำหรับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะอย่าง HDMI 2.1 และ DisplayPort 1.4 แถมยังรองรับ Variable Refresh Rate ด้วยอีกต่าง(แต่ยังไม่เผยออกมาว่าเป็น FreeSync หรือ G-Sync) ตัวหน้าจอนั้นจะรองรับความกว้างของสีแบบ DCI-P3 ถึง 98% ที่คาดไปไม่ได้เลยนั้นก็คือหน้าจอตัวนี้ยังจะรองรับเทคโนโลยี HDR อีกด้วยครับ

อย่างที่บอกไปในตอนต้นนะครับว่าเจ้าหน้าจอตัวนี้นั้นเป็นหน้าจอสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ดังนั้นแล้วมันจึงไม่มีพอร์ตที่เหมือนกับทีวีทั่วไปอย่างเช่นพอร์ตสำหรับรับสัญญาณทีวีแบบดิจิทัลเป็นต้น แถมยังไม่รู้อีกด้วยครับว่าเจ้าหน้าจอตัวนี้นั้นจะเป็นหน้าจอแบบ Smart Monitor ที่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ เหมือน Smart TV ได้ด้วยหรือไม่ สำหรับท่านใดที่สนใจนั้นก็คงต้องศึกษากันให้ดีก่อนทว่าที่มั่นใจอย่างแน่นอนได้เลยก็คือหน้าจอตัวนี้นั้นราคาของมันคงไม่สามารถที่จะจับต้องกันได้อย่างง่ายๆ ล่ะครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/ces-2019-alienware-saves-the-pc-monitor-world-with-a-55-oled-gaming-monitor/469023/

CES 2019 – Antec เปิดตัว P101 Silent Case รุ่นใหม่ที่แข็งแกร่งและเงียบกว่าเดิม (เสร็จแล้ว)

Antec ได้เปิดตัวเคสคอมพิวเตอร์ PC รุ่นใหม่ P101 Silent Case ที่มีการดูดีขึ้น ทั้ง ความแข็งแกร่งและความเงียบในการเก็บเสียง โดยดีไซท์ได้ออกแบบมาแบบ High-end สวยหรู สำหรับมิติตัว Case นั้นจะเป็น 527 mm x 232 mm x 506 mm (L x W x H) และด้านข้างของตัว Case มี โฟมซับเสียงที่ด้านบน, ด้านข้างและด้านหน้าเพื่อป้องกันเสียงรบกวนทำให้เสียงเงียบขึ้นไปอีก

P101 Silent Case

ด้านหน้าตัว Case นั่น เป็นแผง สามารถเปิดได้ โดยที่จะมีตัวกรองฝุ่นอยู่ด้านใน และ มีพัดลมขนาด 120 ติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้าและขนาด 140mm. ที่ด้านหลังตัวเคส P101 Silent รองรับเมนบอร์ด E-ATX, ATX, Micro-ATX และ ITX และมีพื้นที่สำหรับใส่ HDD สูงสุด 8 ตัว สำหรับ HDD 3.5 และ SSD 2.5 2 ตัว  ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งการ์ด VGA ที่มีความยาวสูงสุด 450 mm. และเคสนี้ได้ทำให้สามารถติดตั้ง PSU ที่ด้านหลังเพื่อป้องกันฝุ่นได้ดียิ่งขึ้นและสามารถถอดออกได้ที่ด้านหน้าและด้านล่างของเคส

และ I/O Panel นั่นยังประกอบไปด้วย ปุ่ม Power,Reset,FanSpeed,Audio,MIC,2x White LED USB 2.0 , 2x White LED USB 3.0 และสำหรับ Fan Speed Controller นั้นสามารถปรับ แรง เบา และ หยุด ได้ตามต้องการ พร้อมกับ LED ใน USB ที่จะส่องสว่างเมื่ออยู่ในที่มืด ตัว P101 Silent Case นั่นได้ออกแบบมาอย่างลงตัว ใน P101 Silent ATX ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ใช้ที่ต้องการความเงียบและประสิทธิภาพโดยมั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม สำหรับ P101 Silent Case นั้นได้เริ่มวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว โดยราคาอยู่ที่ US$109.99

ที่มา: techpowerup.com

from:https://notebookspec.com/ces-2019-antec-p101-silent-case/468961/

CES 2019 – NVIDIA โชว์ศักยภาพความเทพ!! ของ GeForce RTX ในตัวอย่างเกม Atomic Heart

ในงาน CES 2019 ที่ผ่านมา ทาง NVIDIA ได้โชว์ภาพตัวอย่างของเกม Atomic Heart ในการ์ดจอ GeForce RTX โดยแสดงให้เห็นถึงแสงและเงา และการสะท้อนของกระจกในเกมส์ที่สมจริงสุดๆ พร้อมแสดง Ray Tracing ในเกม สำหรับเกมส์ Atomic Heart เป็นเกมส์แนว FPS Sci-Fi สยองขวัญ ที่คล้ายกับ BioShock สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายของ Atomic Heart จะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4 ปี 2019 ซึ่งทิ้งช่วงหลังจากที่ NVIDIA เปิดตัว GeForce RTX นานพอสมควร

GeForce RTX

ที่มา : techpowerup.com

from:https://notebookspec.com/ces-2019-nvidia-rtx-for-atomic-heart/469055/

เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2019 เป็นครั้งแรก หลังควบรวม บริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี

 

เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล (Belkin International) ยกขบวนสินค้านวัตกรรมระดับพรีเมียมจากแบรนด์ในเครือ ทั้งเบลคิน (Balkin) ลิงก์ซิส (LinkSys) วีโม (Wemo) และฟิน (Phyn) ร่วมจัดแสดงในงาน CES 2019

โดยนับเป็นการจัดแสดงสินค้าในงาน CES ครั้งแรกหลังจากที่เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology – FIT) ซึ่งการจัดแสดงสินค้าในงานครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

โดยแบรนด์เบลคิน นำเสนอนวัตกรรมในกลุ่มการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร (Connected Things)   ชูผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการเชื่อมต่อด้านเสียง, USB-C, การชาร์จสมาร์ทโฟน และสายเชื่อมต่อรุ่นใหม่ๆ

สำหรับแบรนด์ลิงก์ซิส, วีโมและฟิน นำเสนออุปกรณ์นวัตกรรมในกลุ่มสำหรับสมาร์ทโฮม (Connected Home) ซึ่งรวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยผ่านสัญญาณ WiFi, ชุดอุปกรณ์เสริมภายในบ้าน, และอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านการควบคุมด้วยเสียงระบบ Alexa ที่ทันสมัย

การเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร (Connected Things)

เบลคิน

ผลิตภัณฑ์เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องเสียง

  • ROCKSTAR™ Headphones with Lightning Connector

o    ออกแบบเพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน ป้องกันสายหักงอ รองรับมาตรฐานอุปกรณ์เสริมที่กำหนดโดย Apple (MFi)

o    มอบความสะดวกสบายและคุณภาพการใช้งานขั้นสูง จุกหูฟังซิลิโคนทำให้สวมใส่ได้กระชับ ช่วยป้องกันเสียงรบกวน ทนต่อเหงื่อและน้ำ

o    พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมิถุนายน 2562 ผ่านทาง Belkin.com

o    ทั้งนี้ ROCKSTAR Headphones จะมีรุ่นหัวต่อแบบ USB-C ด้วยโดยมีกำหนดวางจำหน่ายภายในปีนี้เช่นกัน

Belkin

ผลิตภัณฑ์สายชาร์จ

  • BOOSTCHARGE™ USB-A to Lightning, USB-A to USB-C, USB-C to Lightning Cables made with DuraTek™

o    คิดค้นและออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานขั้นสูงสุด เพิ่มสายหนังสำหรับรัดเก็บสายที่เป็นระเบียบและป้องกันสายพันกัน

o    มีความยาวแบบ 4, 6 และ 10 ฟุต ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม

o    ดีไซน์ใหม่ให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว

o    พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

ผลิตภัณฑ์หัวชาร์จแบบชาร์จเร็วและเพาเวอร์แบงก์

  • BOOSTCHARGE™ USB-C Car Charger + Cable และ USB-C Home Charger + Cable

o    คิดค้นและออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานขั้นสูงสุด เพิ่มสายหนังสำหรับรัดเก็บสายที่เป็นระเบียบและป้องกันสายพันกัน

o    มีความยาวแบบ 4, 6 และ 10 ฟุต ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม

o    ดีไซน์ใหม่ให้เลือกทั้งสีดำและสีขาว

o    พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

  • BOOSTCHARGE™ Power Bank USB-C 20K with USB-C Cable

o    มาพร้อมเทคโนโลยี Power Delivery 2.0 รองรับการจ่ายไฟถึง 30 วัตต์ สามารถชาร์จพลังงานกับ iPad Pro 11 นิ้ว และ iPad Pro (3rd Generation) 12.9 นิ้ว ได้อย่างรวดเร็ว

o    แบตเตอรี่สำรองมาพร้อมความจุไฟสูง รองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยหัวแบบ USB-C รวมถึง Apple MacBook และ Nintendo Switch ด้วย

o    สามารถชาร์จอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ด้วยสาย USB-A รองรับกำลังไฟ 12 วัตต์

o    พร้อมวางจำหน่ายประมาณเดือนเมษายน 2562

อุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับสมาร์ทโฮม (Connected Home)

ลิงก์ซิส

เราเตอร์ระบบ Mesh WiFi

Mesh WiFi คือสัญญาณ WiFi เวอร์ชั่นปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่เพื่อมอบความเร็วที่สูงขึ้น ครอบคลุมระยะกว้างขึ้น และมอบการเชื่อมต่อที่มีความเสถียรสูง ด้วยโซลูชั่นการปล่อยคลื่นวิทยุแบบตาข่าย (Mesh Solution) ทำให้สามารถกระจายสัญญาณ WiFi ได้ดี รวดเร็ว และสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายสัญญาณแบบ Mesh ได้จากเว็บไซต์ https://www.linksys.com/us/r/resource-center/idc-consumer-infobrief/

  • MAX STREAM AC2200 Tri-Band Mesh WiFi Router 

o    เทคโนโลยี Tri-Band WiFi และ MU-MIMO มอบสัญญาณ WiFi ที่ความเร็วรวมสูงสุดถึง 2.2 Gbps ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์สตรีมมิ่ง เล่นเกมออนไลน์ วิดีโอแชท และใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมได้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน

o    มาพร้อมเทคโนโลยี Mesh WiFi ที่ติดตั้งมาในเครื่องช่วยเพิ่มระยะการปล่อยสัญญาณของเราเตอร์ให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งยังสามารถเพิ่มและเชื่อมต่อ Velop Mesh WiFi Node ได้ทุกจุดตามต้องการเพื่อเพิ่มจุดกระจายสัญญาณ WiFi ให้ทั่วทั้งบ้าน

o    ติดตั้งง่ายด้วยแอปพลิเคชั่นของ Linksys

o    การอัพเดตซอฟต์แวร์และระบบความปลอดภัยแบบอัตโนมัติทำให้เครือข่ายของคุณทันสมัยอยู่เสมอ

การควบคุมของผู้ปกครองและการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย

  • Linksys Shield

o บริการซอฟต์แวร์แบบลงทะเบียนระดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้งาน Velop Tri-Band เพื่อป้องกันการเข้าถึงเนื้อหา/ประเภทสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม และมอบระดับการปกป้องเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการคุกคามทางดิจิทัลทั้งสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและครอบครัวของคุณ

o    ระบบการคัดกรองเนื้อหาจะปักธงบนเว็บไซต์ซึ่งมีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ ความรุนแรง หรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และช่วยให้คุณสามารถเลือกรูปแบบของเว็บไซต์ที่เด็กๆ สามารถเข้าถึงได้

o    การปกป้องระบบค้นหาข้อมูลขั้นสูงด้วยการตรวจสอบเว็บไซต์ที่คุณเข้าถึงผ่านฐานข้อมูลที่มีบันทึกข้อมูลการคุกคามนับล้านรูปแบบ จึงช่วยปกป้องคุณและครอบครัวจากการเข้าสู่เว็บไซต์ที่มีอันตรายแบบไม่คาดคิด

o    ระบบลงทะเบียนควบคุมการใช้งานของผู้ปกครอง (Parental Control Subscription) และ ระบบลงทะเบียนการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security Subscription) จะมีการประกาศราคาอีกครั้งในภายหลัง

วีโม

New Wemo Light Switches for 2019

o    รองรับการทำงานร่วมกับ HomeKit ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพฟังก์ชั่นการทำงานของซอฟต์แวร์ Apple HomeKit ได้โดยไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์อื่นๆ สำหรับการใช้งาน Mini Smart Plug และ Wemo Dimmer สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ HomeKit อย่างเต็มประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ชั้นนำของวีโมทุกรุ่น

o    ดีไซน์ใหม่ทั้งสวิตช์แบบขั้วเดี่ยวและแบบ 3 ทาง

o    ควบคุมไฟส่องสว่างในบ้านคุณได้ทั้งจากสวิตช์ผนัง สมาร์ทโฟน หรือใช้เสียงสั่งงานด้วย Siri

ฟิน

  • Phyn Plus Smart Water Assistant + Shutoff

o    อุปกรณ์ตรวจสอบระบบน้ำอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ต ช่วยตรวจจับการรั่วซึมได้ทุกจุดของบ้านและทำการปิดน้ำที่ท่อน้ำหลักโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

o    ตรวจสอบการใช้น้ำ ให้การแสดงข้อมูลอย่างละเอียดแก่เจ้าของบ้านถึงปริมาณการใช้น้ำ เพื่อให้สามารถปรับ/ลดการใช้น้ำได้อย่างเหมาะสม

o    การบูรณาการกับระบบสั่งงานด้วยเสียง Alexa ทำให้เจ้าของบ้านสามารถถาม Alexa ถึงข้อมูลการใช้น้ำในปัจจุบัน และทำการเปิดหรือปิดน้ำได้ผ่านทางวาวล์ Phyn Plus ได้

o    มีแผงหน้าปัด Phyn Dashboard เพื่อการตรวจสอบและการบริหารจัดการน้ำในโครงการหลายแห่งได้จากระยะไกลแบบมืออาชีพ

o    วางจำหน่ายที่อเมริกา และมีแผนขยายตลาดไปยังยุโรปเพิ่มเติม

 

from:http://mobileocta.com/belkin-international-new-product-launch-at-ces-2019-for-the-first-time/