คลังเก็บป้ายกำกับ: CCTV

ขอเชิญร่วม Webinar ฟรี รู้จักกับ Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย หัวเว่ย

หัวเว่ยขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, Network Engineer, IT Admin และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ IT ภายในองค์กรทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย หัวเว่ย” เพื่อรู้จักกับเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดสมัยใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็น Software-Defined Camera และการประยุกต์ใช้งานจริงภายในธุรกิจองค์กร ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย Huawei
ผู้บรรยาย: คุณกิติพงษ์ ธาราศิริสกุล, หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี, กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์, หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณสมยศ อุดมนิโลบล, รองผู้อำนวยการ ฝ่ายช่องทางการขาย, กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

ความอัจฉริยะ คือหนึ่งในกุญแจสำคัญขับเคลื่อนความก้าวหน้าระดับอุตสาหกรรมที่หลากหลาย หัวเว่ยยังคงก้าวล้ำนำเทรนด์การเปลี่ยนตลาดระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Software-Defined Cameras ในฐานะผู้ริเริ่มการพัฒนาซึ่งความโดดเด่นของนวัตกรรมหัวเว่ย Software-Defined Cameras ไม่เพียงรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทั่วไปเท่านั้น แต่หัวเว่ยยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นตลอดจนอัลกอริธึ่มต่างๆอย่างต่อเนื่องนำมาสู่ระบบวิเคราะห์อันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีเอไอในสถานการณ์ความปลอดภัยที่หลากหลาย

ใน Webinar ครั้งนี้จะเจาะลึกถึง 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. การพัฒนาของอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด

อุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของความอัจฉริยะ และเริ่มวิวัฒนาการจากกล้องที่มีคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวสู่กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้งานได้ตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มาพร้อมกับ “ระบบสั่งการล้ำยุค” เพื่อช่วยลดภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพต่อราคาที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยี Software-Defined Camera คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนต่อธุรกิจ

Software-Defined Camera คืออะไร มีขั้นตอนการประมวลผลจากข้อมูลเพียงที่เดียวสู่การประมวลผลข้อมูลที่มีหลากหลายมิติได้อย่างไร และเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยบริหารจัดการแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างไร

3. ทำไมต้องเลือก หัวเว่ย Software-Defined Cameras

หัวเว่ย Software-Defined Camera ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น ผู้ช่วยเอไอ, มุมมองภาพแบบหลากหลายมิติ และการหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายที่กว้างขึ้น ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอัลกอริธึ่มและแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวกล้องที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับระบบการดูแลความปลอดภัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://e.huawei.com/topic/sdc-webinar2019/th/index.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Article&utm_campaign=ESEAHQ195108W&source=Techtalk_Article โดยปุ่มลงทะเบียนจะอยู่บริเวณบนสุดของหน้าเว็บไซต์

from:https://www.techtalkthai.com/software-defined-camera-webinar-by-hw/

โฆษณา

อบรมฟรี ! Software-Defined Cameras นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

ความอัจฉริยะ คือหนึ่งในกุญแจสำคัญขับเคลื่อนความก้าวหน้าระดับอุตสาหกรรมที่หลากหลาย หัวเว่ย Software-Defined Cameras ไม่เพียงรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทั่วไปเท่านั้น แต่หัวเว่ยยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นตลอดจนอัลกอริธึ่มต่างๆอย่างต่อเนื่องนำมาสู่ระบบวิเคราะห์อันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี AI ในสถานการณ์ความปลอดภัยที่หลากหลาย

โดยหัวเว่ยได้จัดอบรมแบบ Webinar ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 14:00-15:00 น. ทุกท่านสามารถลงทะเบียนเข้ารับการอบรมเรื่องราว Software-Defined Cameras ได้ฟรีที่ – ลงทะเบียนทันที

หัวข้อการอบรม 1 ชั่วโมงนี้ท่านจะได้ทราบข้อมูลใน 3 องค์ประกอบต่างดังนี้

1. การพัฒนาของอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด

อุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของความอัจฉริยะ และเริ่มวิวัฒนาการจากกล้องที่มีคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวสู่กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้งานได้ตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มาพร้อมกับ “ระบบสั่งการล้ำยุค” เพื่อช่วยลดภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพต่อราคาที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยี Software-Defined Camera คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนต่อธุรกิจ

Software-Defined Camera คืออะไร มีขั้นตอนการประมวลผลจากข้อมูลเพียงที่เดียวสู่การประมวลผลข้อมูลที่มีหลากหลายมิติได้อย่างไร และเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยบริหารจัดการแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างไร

3. ทำไมต้องเลือก หัวเว่ย Software-Defined Cameras

หัวเว่ย Software-Defined Camera ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น ผู้ช่วยเอไอ, มุมมองภาพแบบหลากหลายมิติ และการหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายที่กว้างขึ้น ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอัลกอริธึ่มและแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวกล้องที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับระบบการดูแลความปลอดภัย

สำหรับผู้ลงทะเบียน มีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกและหูฟังไร้สายจากทางหัวเว่ยอีกด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/software-defined-cameras/

ไม่ใช่แค่ Huawei สหรัฐเตรียมแบนบริษัทจีนเพิ่ม หนึ่งในนั้นมี Hikvision ผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่

ล่าสุด Huawei อาจไม่ใช่บริษัทจีนบริษัทเดียวที่สหรัฐแบน แต่ผู้ผลิตกล้อง CCTV ในจีน 5 แห่ง ซึ่งมี Hikvision ซึ่งเป็นผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกก็กำลังจะโดนแบนไปด้วย

Hikvision CCTV
ภาพจาก Shutterstock

หนังสือพิมพ์ New York Times ได้รายงานว่าสหรัฐฯ อาจออกคำสั่งบริหารอีกครั้งเพื่อที่จะจำกัดบริษัทจีนที่ผลิตกล้องเพื่อใช้ในการสอดแนม 5 บริษัท โดยหนึ่งในนั้นมี Hikvsion ผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีของบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลถึงความมั่นคง ส่งผลทำให้บริษัทเอกชนต่างๆ ของสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด โดยกรณีล่าสุดเรื่องนี้อาจไม่ใช่มีเพียงแค่ Huawei เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้

สำหรับ Hikvision เติบโตมากจากการขายกล้อง CCTV ให้กับผู้ใช้ทั่วไป รวมไปถึงรัฐบาลประเทศต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรัฐบาลจีนซึ่งใช้สำหรับสอดส่องประชาชนในประเทศ โดยเทคโนโลยีล่าสุดของกล้อง CCTV ของบริษัทสามารถดูท่าทางของร่างกาย ลักษณะมนุษย์ รวมไปถึงแยกแยะผู้คนจำนวนมากได้ละเอียดมากขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น รัฐบาลจีนยังใช้งาน CCTV ของ Hikvision ร่วมกับระบบจดจำใบหน้าอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ชัดสุดจากกรณีในมณฑลซินเจียงที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก 5 บริษัทนี้ ซึ่งกรณีนี้สหรัฐฯ ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษย์ โดยเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามที่จะบีบจีนในกรณีนี้ แต่กลัวว่าจะทำให้เรื่องการเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศล้มเหลว

ความตั้งใจของรัฐบาลจีน คืออยากให้ Hikvision เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านผลิตภัณฑ์ CCTV โดยความตั้งใจดังกล่าวนี้ทำให้จีนกลายเป็นผู้ส่งออกระบบสอดส่องเหล่านี้ไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เอกวาดอร์ ปากีสถาน อุซเบกิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซิมบับเว ฯลฯ แม้ว่าที่ผ่านมาตัวแทนของบริษัทจะยืนยันว่า “บริษัทมีความจริงจังในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก” ก็ตาม

ในปีที่ผ่านมา Hikvision มีรายได้รวมทั้งหมดประมาณ 228,000 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 52,000 ล้านบาท มูลค่าบริษัทล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.11 ล้านล้านบาท นอกจากนี้หุ้นของ Hikvision ยังเป็นส่วนหนึ่งในดัชนี MSCI Asia Pacific โดยราคาหุ้นของบริษัทล่าสุดลดลง 5.54% จากข่าวนี้

คาดว่าคำสั่งนี้จะออกมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มาNew York Times, Yahoo News, Reuters

 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nyt-report-us-could-blacklist-chinese-surveillance-tech-firm-like-hikvision/

อุปกรณ์ IoT กว่า 2 ล้านตัวต่างมีช่องโหว่ซอฟต์แวร์ P2P

Paul Marrapese นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระจากซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนเหตุการณ์ที่พบจากงานวิจัยว่า ซอฟต์แวร์แชร์ไฟล์แบบ Peer-to-Peer ของบริษัทจีนอย่าง Shenzhen Yunni Technology ที่ถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ IoT ทั่วโลกมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยร้ายแรง

ช่องโหว่นี้เปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถดักฟังหรือแอบดูข้อมูล ไปจนถึงเปลี่ยนอุปกรณ์ IoT ตามบ้านดังกล่าวให้กลายเป็นเครื่องลูกข่ายของฝูงซอมบี้บอทเน็ทได้ คาดว่าอุปกรณ์ IoT ที่ได้รับผลกระทบนี้มีจำนวนเกือบ 2 ล้านเครื่อง อันได้แก่กล้องวงจรปิด, ระบบตรวจดูเด็กทารก, และกริ่งประตูอัจฉริยะ

ซอฟต์แวร์เจ้าปัญหาของ Shenzhen Yunni นี้ใช้ชื่อว่า iLnkP2P ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ได้จากทุกที่ผ่านแอพบนสมาร์ทโฟน ซึ่ง iLnkP2Pได้ถูกนำมาใช้พัฒนาบนผลิตภัณฑ์จำนวนมากในหลายบริษัทได้แก่ HiChip, TENVIS, SV3C, VStarcam, Wanscam, NEO Coolcam, Sricam, Eye Sight, และ HVCAM

ซึ่ง Marrapese พบว่าอุปกรณ์กว่า 2 ล้านตัวนี้ที่ใช้ซอฟต์แวร์ iLnkP2P สำหรับการสื่อสารแบบ P2P ไม่ได้มีระบบยืนยันตน หรือการควบคุมการเข้ารหัสข้อมูลบิวท์อินอยู่ด้วย หมายความว่าผู้โจมตีสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้โดยตรง โดยก้าวข้ามระบบป้องกันของไฟร์วอลล์ได้

ที่มา : Bankinfosecurity

from:https://www.enterpriseitpro.net/2-million-iot-devices-have-p2p-software-flaw-researcher/

ดูกล้องจราจร กรมทางหลวง (CCTV) เช็คสภาพรถติด ทั่วประเทศไทย

สำหรับคนที่ต้องเดินทางด้วยรถบนทางหรือทางหลวงต่างๆ ในช่วงเทศกาล แล้วอยากตรวจสอบสภาพจราจร หรือสภาพถนน เช่น ดูว่ารถติดไหม ถนนปิดหรือไม่ เป็นต้น สามารถดูกล้อง CCTV ของกรมทางหลวง ผ่านระบบออนไลน์ได้ครับ ซึ่งกรมทางหลวงได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนสามารถเข้าไปดูภาพจากกล้องกันแบบสดๆ ได้ ตามถนนหรือแยกสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ

เข้าไปดูข้อมูลกันได้ที่เว็บไซต์ http://highwaytraffic.go.th/DOHWeb/Home.aspx

from:http://www.9tana.com/node/cctv-highwaytraffic/

แนะนำ Synology Surveillance Station: ระบบ Storage ที่มาพร้อมกับ NVR ในตัว เพิ่มขยายความจุได้ตามต้องการ

การออกแบบ Storage ในระบบ Video Surveillance หรือ CCTV นั้นมักเป็นเรื่องยากเสมอ Synology ผู้พัฒนาอุปกรณ์ Storage สำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพไปจนถึงระดับองค์กร จึงได้ทำการพัฒนาโซลูชัน Synology Surveillance Station ระบบ Storage ที่ผสาน Network Video Recorder (NVR) เอาไว้ในตัว พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับกล้อง IP Camara มากกว่า 6,600 รุ่น และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทางด้าน Physical Access Security อื่นๆ เพื่อทำ Automation ในตัวได้

 

รู้จักกับ Synology Surveillance Station

 

Credit: Synology

 

โดยทั่วไปแล้ว เรามักคุ้นเคยกับชื่อของ Synology ในฐานะของอุปกรณ์ NAS Storage ที่สามารถติดตั้ง Software ต่างๆ เพื่อเสริมความสามารถเข้าไปได้อย่างหลากหลาย และใช้ทรัพยากรทั้ง CPU, RAM, Disk ในตัว Hardware ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด ซึ่งในโซลูชัน Synology Surveillance Station เองนี้คือหนึ่งในโซลูชันที่สามารถเสริมเข้าไปในระบบ Synology NAS Storage ดังกล่าวจากการติดตั้ง Package ที่มีชื่อว่า Surveillance Station เข้าไปเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี การนำ NAS Storage ไปจัดเก็บข้อมูลจากกล้อง IP Camera จำนวนมหาศาลนั้นเป็นงานที่กินทรัพยากรของระบบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณ Bandwidth ที่เกิดขึ้น หรือการเขียนข้อมูลลง Hard Disk Drive (HDD) อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Synology NAS Storage นั้นมีการจำกัดเอาไว้ว่าหากติดตั้ง Surveillance Station เพิ่มเติมเข้าไป จะรองรับการบันทึกภาพวิดีโอจากกล้อง IP Camera ได้จำนวนจำกัดเท่าใดในแต่ละรุ่น โดยรุ่นใหญ่ๆ นั้นก็จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับกล้อง IP Camera ได้มากถึง 100 กล้องต่ออุปกรณ์เลยทีเดียว ซึ่งผู้ใช้งานก็สามารถเลือกซื้อ License ตามจำนวนกล้อง IP Camera ที่ต้องการเชื่อมต่อได้เอง

นอกจากนี้ Synology ก็ได้มีการพัฒนา Hardware เฉพาะสำหรับทำหน้าที่เป็น NVR อย่าง Synology NVR1218 ซึ่งเป็น NVR ขนาดเล็กแบบตั้งโต๊ะที่รองรับการเชื่อมต่อ IP Camera ได้จำนวน 12 กล้อง แะลแสดงผลผ่าน 1080p HDMI ได้ในตัวทันที เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่ต้องการระบบ NVR ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีและจบในตัว

 

Credit: Synology

 

สำหรับรายการของกล้อง IP Camera ที่สามารถทำงานร่วมกันกับ Synology Surveillance Station นั้น สามารถตรวจสอบได้ที่ https://www.synology.com/en-global/compatibility/camera ครับ

 

ทำงานร่วมกันแบบศูนย์กลาง รองรับ IP Camera สูงสุด 5,000 กล้อง จาก NAS 300 ชุด

 

Credit: Synology

 

สำหรับองค์กรที่มีหลายสาขาหรือมีขนาดใหญ่ และต้องการใช้งานกล้อง IP Camera มากกว่า 100 กล้องนั้น Synology ก็ได้มีการพัฒนาโซลูชัน Centralized Management System (CMS) ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการ Synology Surveillance Station จำนวนสูงสุดถึง 300 ระบบเข้าด้วยกัน รองรับการบันทึกภาพและแสดงผลจาก IP Camera 5,000 ชุดได้จากศูนย์กลาง ทั้งหมดนี้สามารถบริหารจัดการผ่านเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย

 

รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากมาย ทำ Automation ได้ตามต้องการ

 

Credit: Synology

 

อีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจมากของ Synology Surveillance Station นี้ก็คือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ด้าน Physical Access Security อื่นๆ เพื่อทำ Automation ได้โดยอัตโนมัติผ่านทาง I/O Module และ IP Address เช่น เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Smoke & Infrared Detector, เชื่อมต่อกับไฟ LED หรือเชื่อมต่อกับระบบล็อคประตูแม่เหล็ก เป็นต้น

การเชื่อมต่อเหล่านี้จะนำไปสู่การสร้างระบบ Automation ด้านการรักษาความปลอดภัยได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อกับประตูปิดตู้ Rack เพื่อให้กล้อง IP Camera ในห้อง Server ทำการบันทึกภาพโดยอัตโนมัติทันทีหากพบว่าประตูถูกเปิดพร้อมกับทำการแจ้งเตือนไปยังหน้าจอแสดงผลและ Mobile Application หรือการเชื่อมต่อกับ Smoke & Infrared Detector ให้ทำการเปิดไฟ LED แจ้งเตือนภัยและเปิดประตูที่ล็อคไว้โดยอัตโนมัติทันทีหากพบว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมแสดงตำแหน่งที่เกิดเพลิงไหม้ในแผนที่ด้วย

สำหรับรายการของอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบได้ สามารถตรวจสอบได้ที่ https://www.synology.com/en-global/compatibility/surveillance_devices ครับ

 

มี Mobile Application ตรวจสอบความปลอดภัยได้ตลอดเวลา

 

Credit: Synology

 

การติดตามดูภาพจากกล้องในเวลาปัจจุบัน, ดูย้อนหลัง, ควบคุมกล้อง ไปจนถึงการรับการแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นนั้นสามารถทำได้ผ่านทาง Synology DS cam บนทั้ง Apple iOS (https://itunes.apple.com/app/ds-cam/id349087111?mt=8) และ Google Android (https://play.google.com/store/apps/details?id=com.synology.DScam)

 

ทำ N+M Failover ตอบโจทย์ระบบ Surveillance ที่มีความสำคัญสูงได้

 

Credit: Synology

 

สำหรับระบบที่ต้องการบันทึกภาพวิดีโออยู่ตลอดเวลาแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ Synology Surveillance ชุดใดเสียหายไป โซลูชันนี้รองรับการทำ Failover ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ N+M ซึ่งจะทำให้สามารถวางอุปกรณ์ Synology NAS Storage สำหรับทำหน้าที่เป็น Failover Server ได้ตามต้องการ

 

บันทึกวิดีโอถ่ายทอดสดจาก Smartphone ได้, ทำ Streaming ไปยัง YouTube ได้ และทำ Time Lapse ได้ในตัว

 

Credit: Synology

 

ความสามารถนี้เป็นความสามารถใหม่ล่าสุดใน Synology Surveillance Station 8.2 ที่จะเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำการถ่ายทอดสดวิดีโอจาก Smartphone หรือ Tablet ของตนเองไปยัง Synology Surveillance Station และทำการบันทึกเก็บเอาไว้ได้ ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ในหลากหลายกรณี ทั้งในแง่ของการเดินตรวจตรารักษาความปลอดภัย, การถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ผิดปกติและบันทึกเอาไว้เป็นรายงาน หรือนำไปใช้ตรวจสอบสิ่งต่างๆ และบันทึกวิดีโอเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานก็ได้

นอกจากนี้ยังมีความสามารถใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชัน 8.2 นี้ ก็คือการทำ Live Broadcast ถ่ายทอดสดวิดีโอออกไปยัง YouTube ได้อีกด้วย ตอบโจทย์การนำเสนอเนื้อหาวิดีโอในรูปแบบใหม่ๆ และยังสามารถนำไฟล์วิดีโอมาประมวลผลเป็น Time Lapse ย่นเวลาการแสดงผลในขณะที่ผลลัพธ์ยังคงมีความสวยงามน่าดูได้อีกด้วย

 

ดูวิดีโอ ศึกษาวิธีการใช้งานได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Synology Surveillance Station นี้ สามารถศึกษาวิธีการใช้งานและการตั้งค่าได้ด้วยตนเองทันทีที่ https://www.synology.com/en-global/knowledgebase/Surveillance/video

 

เลือกรุ่นที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง จาก Synology NVR Selector

สำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบระบบ NVR และ Storage จัดเก็บข้อมูลจากกล้อง IP Camera ให้มีพื้นที่และประสิทธิภาพที่เพียงพอต่อการใช้งาน ทาง Synology ได้มีการพัฒนาเครื่องมือออนไลน์เพื่อช่วยในการออกแบบเอาไว้อยู่ที่ https://www.synology.com/en-global/support/nvr_selector สำหรับให้เข้าไปใช้งานกันได้ฟรีๆ

เครื่องมือนี้จะทำการเลือกรุ่นของ Synology ที่เหมาะสมให้จากการกำหนดจำนวนกล้อง IP Camera, จำนวนวันที่ต้องการบันทึกข้อมูลย้อนหลัง, ปริมาณ Frames Per Second (FPS) ที่ต้องการบันทึก, Video Format ที่ต้องการใช้งาน และความละเอียดของวิดีโอ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปคำนวณว่าจะต้องใช้ Bandwidth ในการรับส่งข้อมูลเท่าไหร่ และต้องมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากน้อยเพียงไหน ก่อนจะเลือกเป็นรุ่นต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ระบุได้ พร้อมแจ้งข้อจำกัดในการเพิ่มขยายระบบในอนาคตสำหรับแต่ละรุ่นด้วย

ส่วนการเลือก PC เพื่อมาแสดงผลภาพจากกล้องวงจรปิดต่างหากนั้น ทาง Synology ก็มีแนวทางแนะนำการเลือกสเป็คให้อยู่ที่ https://www.synology.com/en-global/knowledgebase/Surveillance/tutorial/Live_View/How_do_I_choose_the_right_PC_for_Surveillance_Station_Live_View ด้วย ทำให้การออกแบบระบบจัดเก็บข้อมูลและแสดงผลสำหรับ IP Camera จำนวนมากๆ นั้นสามารถเป็นไปได้อย่างมั่นใจ หรือจะสามารถใช้ Synology VisualStation อุปกรณ์สำเร็จรูปสำหรับดูวิดีโอและภาพย้อนหลังทั้งหมดที่ https://www.synology.com/en-global/products/visual_station ก็ได้เช่นกัน

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Synology

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Synology สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Synology ด้วยตนเองได้ที่ https://www.synology.com ทันที โดยผู้ที่สนใจใบเสนอราคาสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย Synology ได้ดังนี้

หรือหากต้องการติดต่อทีมงาน Synology โดยตรงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็สามารถกรอกแบบฟอร์มที่ https://www.synology.com/en-global/form/inquiry/product ได้ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/synology-surveillance-station-storage-with-built-in-nvr-network-video-recorder/

D-Link แต่งตั้ง VST ECS ขายโซลูชั่นระบบกล้องวงจรปิดระดับ SMB

D-Link ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์เครือข่าย ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัท VST ECS (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวสำหรับผลิตภัณฑ์กล้องวงจรปิดระดับองค์กร พร้อมทั้งเปิดตัวโซลูชั่นระบบ CCTV สำหรับผู้ใช้ระดับ SOHO, SMB, และระดับองค์กร

ความร่วมมือดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ทาง D-Link เข้าถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าของทาง VST ECS (ประเทศไทย) เพื่อเจาะตลาดโซลูชั่นกล้องวงจรปิด และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้นทั้งกลุ่ม SOHO และ SMB จากความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับตัวแทนจำหน่าย และผู้ให้บริการวางระบบที่มีอยู่

“จากปัญหาด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลให้กับลูกค้าทั้งระดับ SOHO และ SMB เหมือนกัน ซึ่งเราคาดหวังว่าสายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นกล้องวงจรปิดกลุ่มใหม่จาก D-Link จะช่วยแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยแก่ผู้ใช้เหล่านี้ พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านความสะดวกและเสถียรภาพ และจากความร่วมมือกับทาง VST ECS (ประเทศไทย) นั้น เราหวังว่าจะช่วยผลักดันโซลูชั่นความปลอดภัยของเราไปสู่ตลาดเป้าหมายได้ใกล้ชิดมากขึ้นด้วย” ประธานกรรมการของ D-Link คุณแจ๊คกี้ ชาง กล่าว “D-Link มุ่งมั่นที่จะยกระดับโซลูชั่นกล้องวงจรปิดของเราให้สามารถเข้าถึง และพร้อมให้บริการได้ทั่วประเทศไทย และเรามั่นใจว่าการเป็นพาร์ทเนอร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ VST ECS (ประเทศไทย) เป็นบันไดก้าวสำคัญสู่เป้าหมายดังกล่าว”

นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับดีลิงค์ในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของบริษัท คือการเติมเต็มสายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี IoT ที่กำลังมาแรง ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของกระแสไอทีโลกในขณะนี้ บริษัทเองให้ความสำคัญและมีการพัฒนาบุคลากรด้าน IoT เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตอันใกล้นี้มาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกล้อง CCTV ของดีลิงค์ จัดเป็นสมาร์ทดีไวซ์ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติการทำงานขั้นสูง ในราคาที่จับต้องได้ สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในหน่วยงานราชการและเอกชนที่ต้องการกล้องตรวจจับคุณภาพสูงเพื่อรองรับการใช้งานในเทคโนโลยี Face Recognition หรือ ระบบการจดจำใบหน้าของมนุษย์ ที่เป็นไปตามเทรนด์ของตลาดโลก ซึ่งได้รับการยอมรับและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในสถานที่สำคัญเพื่อการเฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัย อาทิ สนามบิน ศูนย์การค้า หอประชุม งานแสดงคอนเสิร์ต และที่ชุมนุมชนต่าง ๆ เราจึงเชื่อมั่นว่าเมื่อกล้อง CCTV ของดีลิงค์ ได้มาผนวกรวมกับซอฟท์แวร์ด้านการจดจำใบหน้าชื่อดังรายใหญ่ระดับโลก รวมถึงผู้นำนวัตกรรมด้านแพลตฟอร์มและโซลูชันการจัดการข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่เราเป็นพันธมิตรอยู่ จะทำให้วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี IoT ที่สมบูรณ์พร้อมที่สุดรายหนึ่งในท้องตลาดเลยทีเดียว”

from:https://www.enterpriseitpro.net/dlink-vst-ecs-smb-ip-camera/