คลังเก็บป้ายกำกับ: CCTV

ขบวนการแอบส่องกล้องวงจรปิด เอาคลิปมาขู่เรียกค่าไถ่

เมื่อช่วงต้นปีมีขบวนการรีดไถเงินที่ฉีกแนวจากที่เคยมีมา โดยผู้ไม่หวังดีจะคอยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่บนอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เข้าถึงข้อมูลภาพวิดีโอที่บันทึกผ่านกล้องยี่ห้อ Nest แล้วล่อหลอกเหยื่อผ่านทั้งอีเมล์และเว็บไซต์ ก่อนที่จะเปิดเผยเงินเรียกค่าไถ่ให้ทราบ

ซึ่งเมื่อเทียบกับขบวนการใช้คลิปขู่เหยื่อแบบเดิมแล้ว ครั้งใหม่นี้ถือว่าวายร้ายได้ใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นในการจูงใจให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังคุยกับแฮ็กเกอร์ที่มีทักษะความสามารถสูงมากด้วยการให้เหยื่อต้องเข้าถึงบัญชีอีเมล์และลิงค์ต่างๆ หลายรายการที่ดูซับซ้อนเพื่อเข้าถึงขั้นตอนการจ่ายค่าไถ่

จริงๆ นักหลอกลวงกลุ่มนี้ก็ไม่ได้หนีไปจากวิธีรีดเงินพื้นฐานที่ใช้การส่งวิดีโอภาพโป๊หรือกำลังมีความสัมพันธ์ให้เหยื่อ แล้วขู่ว่าจะเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์ลามกจนกว่าจะยอมจ่ายค่าไถ่ ประเด็นคือมีการอ้างว่าได้ภาพวิดีโอหลังจากโทรศัพท์ของเหยื่อติดเชื้อมัลแวร์ที่สามารถแพร่กระจายไปยังอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ ที่สามารถบันทึกภาพได้

ที่มา : Bleepingcomputers

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-nest-video-extortion-scam-plays-out-like-a-spy-game/

6 คำถามที่คุณอาจลืม! ระหว่างวางแผนป้องกันการบุกรุกพื้นที่

การป้องกันการบุกรุกนั้นมีสิ่งที่ต้องทำมากกว่าแค่สร้างกำแพงที่เต็มไปด้วยลวดหนาม พื้นที่ที่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอนั้นจะเต็มไปด้วยระบบป้องกันหลายชั้นที่เสริมด้วยโซลูชั่นด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

โดยเฉพาะในปัจจุบันที่องค์กรทั้งหลายต่างตระหนักถึงความสำคัญของการหยุดยั้งอาชญากรก่อนที่จะเข้ามาทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายลูกค้าหรือแม้แต่พนักงาน ซึ่งจากตัวเลขของ IFSEC Global ที่อิงจากสถาบันวิเคราะห์ตลาด Research and Markets แล้ว

พบว่ามูลค่าของตลาดโซลูชั่นความปลอดภัยแบบฟิสิคอลทั่วโลกกำลังพุ่งสูงแตะ 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2020 แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีปัญหาพื้นฐานอย่างหนึ่งคือ หลายแห่งยังพบปัญหาตั้งแต่การวางแผนการป้องกันการบุกรุกที่ครอบคลุม

ดังนั้นเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในกระบวนการนี้ ทางผู้นำด้านระบบความปลอดภัยทางกายภาพอย่าง Axis จึงได้แนะนำคำถาม 6 ประการที่คุณอาจลืมถามระหว่างการออกแบบแผนการปกป้องพื้นที่ของคุณ ได้แก่

1. เราจะนิยาม “ขอบเขต” ของพื้นที่อย่างไร?
ขอบเขตพื้นที่ คือเขตแดนใดๆ ที่ระบุหรือป้องกันพื้นที่หนึ่งจากพื้นที่อื่น ซึ่งการปกป้องเขตแดนนั้นประกอบด้วยการปกป้องสถานที่ตั้งที่มีความเสี่ยง หรือสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในเขตแดนดังกล่าว

ระหว่างวางแผนการปกป้องพื้นที่นั้น สิ่งหนึ่งที่คุณควรพิจารณาคือขนาดของเขตแดน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจำเป็นต้องใช้รั้วกั้น และโซลูชั่นความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับการปกป้องเส้นแนวแบ่งเขตที่มีระยะไกลกว่า

2. เทคโนโลยีของเราใหม่ล่าสุดหรือไม่?
สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องใช้โซลูชั่นความปลอดภัยที่อัพเดทล่าสุดอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลทั้งการทำให้สอดคล้องตามมาตรฐานและข้อกำหนด, ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบที่เกี่ยวข้อง, และช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

3. ภูมิอากาศหรือสภาพแวดล้อมมีผลกระทบต่อการตรวจจับหรือไม่?
ทั้งสภาพอากาศ และลักษณะสภาพแวดล้อมต่างสามารถมีผลกระทบกับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะระดับการตรวจจับได้ ยกตัวอย่างเช่น ในบริเวณที่มีแสงสว่างจ้าหรือมืดเกินไป เช่นกล้องต้องจับภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตก หรือทำงานตอนกลางคืน

4. ใครจะเป็นผู้รับการแจ้งเตือน และได้รับการแจ้งเตือนได้อย่างไร?
ในการเฝ้าตรวจสอบเขตแดนตลอดเวลาในหลายตำแหน่งที่ตั้งนั้น มักใช้เทคโนโลยีตรวจสอบผ่านกล้องวิดีโอแบบไอพีที่สามารถเข้าถึงได้จากระยะไกล ที่เปิดให้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยตรวจสอบเขตแดนผ่านอุปกรณ์พกพาได้

5. เราจะระบุต้นเหตุที่ทำให้เกิดการแจ้งเตือนได้อย่างไร?
การระบุสาเหตุของการแจ้งเตือน หรือใครคือต้นตอของอันตรายต่างๆ นั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้นผ่านโซลูชั่นปกป้องเขตแดนที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น กล้องตรวจจับความร้อนที่มีระบบวิเคราะห์ภาพวิดีโออัจฉริยะ

6. เรามีระดับการตรวจจับอยู่ที่ระดับใด?
ปัญหาสำคัญที่เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยต้องใส่ใจคือ การกำจัดจุดบอดตามระยะของเขตแดน ตัวอย่างเช่น การทำให้แน่ใจว่าสามารถตรวจจับอันตรายในระยะ 10 ฟุตได้เท่ากับระยะ 1000 ฟุตนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก

ที่มา : Axis

from:https://www.enterpriseitpro.net/6-questions-you-may-have-forgotten/

3 ขั้นตอนในการแปลงร่างโทรศัพท์แอนดรอยด์ให้เป็นกล้องวงจรปิด

ปัจจุบันผู้คนต่างใส่ใจเรื่องความปลอดภัยกันมากขึ้น โดยเฉพาะความปลอดภัยภายในบ้าน จึงทำให้กล้องวงจรปิดหรือ CCTV เป็นหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อรักษาความปลอดภัยทั้งในครัวเรือน และตามสถานที่ต่างๆ

อย่างไรก็ดี ระบบนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะป้องกันอาชญากรรมได้ทั้งหมด เพียงแต่ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะมีหลักฐาน หรือมีการบันทึกหลักฐานกรณีที่มีอาชญากรรมเกิดขึ้น แต่ระบบกล้องวงจรปิดนั้นบางครั้งก็มีราคาค่อนข้างแพง

รวมทั้งยังต้องการการบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่อง โชคดีที่มีวิธีหนึ่งที่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าการลงทุนกับระบบ CCTV ก็คือการใช้โทรศัพท์เก่าของคุณมาใช้เป็นกล้องวงจรปิดแทน โดยเฉพาะเมื่อคุณมีโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตแบบแอนดรอยด์เก่าอยู่ในบ้าน

ถ้าคุณกำลังมีปัญหาด้านงบประมาณ แนวทางการเปลี่ยนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตแอนดรอยด์เก่าเก็บมาเป็นระบบกล้องวงจรปิด CCTV ก็ถือว่าไม่เลวเลย นอกจากจะได้ประสิทธิภาพค่อนข้างดีแล้ว ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมด้วย

การเอาโทรศัพท์แอนดรอยด์เก่ามาใช้เป็นกล้องความปลอดภัยนั้น คุณจะสามารถบันทึกและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะใช้เป็นกล้องเฝ้าตรวจสอบภาพหรือเสียงของบุตรหลาน เฝ้าดูสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่อุปกรณ์พิเศษที่ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา

การเปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็นกล้องวงจรปิดภายในบ้านนั้นค่อนข้างง่าย ด้วยการใช้แอพที่มีอยู่มากมายในสโตร์ Google Play ที่ช่วยเปลี่ยนโทรศัพท์เป็นกล้องความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม แอพหนึ่งที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะนำมาอธิบายครั้งนี้ได้แก่ Alfred Home Security Camera

เริ่มต้นจากดาวน์โหลดแอพดังกล่าวไม่ว่าจากสโตร์ หรือจากลิงค์ในเว็บไซต์โดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องติดตั้งทั้งบนอุปกรณ์แอนดรอยด์เก่าที่ต้องการ และบนโทรศัพท์เครื่องปัจจุบันของคุณด้วย จากนั้นจึงทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ลงทะเบียนบัญชี
ขั้นตอนถัดมาคือการเปิดแอพ เสร็จแล้วลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ ซึ่งจะใช้เป็นบัญชีของกูเกิ้ล หรือสร้างบัญชีแยกต่างหากสำหรับใช้บนเครื่องนั้นๆ ก็ได้

2. ตั้งค่าอุปกรณ์
เมื่อล็อกอินมาแล้ว ให้ตั้งค่าอุปกรณ์เก่าของคุณให้เป็นกล้อง (Camera) และตั้งค่าอุปกรณ์ปัจจุบันให้เป็นเครื่องดูภาพ (Viewer)

3. นำโทรศัพท์ที่เป็นกล้องตั้งในตำแหน่งที่ต้องการ
ถ้าคุณเจอปัญหาในการค้นหาตำแหน่งที่ดีที่สุดในการจัดวางโทรศัพท์ที่ใช้เป็นกล้องวงจรปิดแล้ว แนะนำให้หาขาตั้งโทรศัพท์มาช่วย เช่น ขาตั้งแบบสามขาที่ช่วยให้ตั้งได้ทุกที่ภายในบ้าน และสามารถปรับได้ทั้งแนวตั้งแนวนอน รวมทั้งยืดหยุ่นบนทุกพื้นผิว

แม้จะมีวิธีอื่นอีกมากมายในการเปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็นกล้องวงจรปิดสำหรับตรวจความปลอดภัย หรือเป็นกล้อง CCTV ไร้สายก็ตาม แต่แอพ Alfred Home Security นี้ก็ถือว่าเป็นแอพที่ใช้ง่าย และสะดวกมากที่สุดในการติดตั้งแล้ว

แอพนี้มีให้โหลดแบบใช้ฟรี แต่ก็สามารถซื้อเพิ่มเพื่อปลดล็อกความสามารถอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของภาพจากกล้องที่ดีกว่า (Security Camera HD), การบันทึกภาพ, การซูมภาพ, การบันทึกวิดีโอได้นานมากขึ้น

รวมไปถึงการตั้งเวลาตรวจจับการเคลื่อนไหว, การปลดภาพโฆษณาในแอพ, และสตอเรจบนคลาวด์ที่เก็บภาพวิดีโอได้นานมากขึ้น เป็นต้น แต่ถ้ายังอยากได้กล้องจริงๆ มากกว่าโทรศัพท์เก่าแล้ว ลองมองหากล้องแบบไอพีที่มีราคาถูก และติดตั้งได้ง่ายก็ได้

ที่มา : JoyofAndroid

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-turn-your-old-phone-into-a-home-security-camera-cctv/

ขอเชิญร่วม Webinar ฟรี รู้จักกับ Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย หัวเว่ย

หัวเว่ยขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, Network Engineer, IT Admin และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ IT ภายในองค์กรทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย หัวเว่ย” เพื่อรู้จักกับเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดสมัยใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็น Software-Defined Camera และการประยุกต์ใช้งานจริงภายในธุรกิจองค์กร ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Software-Defined Camera นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ โดย Huawei
ผู้บรรยาย: คุณกิติพงษ์ ธาราศิริสกุล, หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี, กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์, หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณสมยศ อุดมนิโลบล, รองผู้อำนวยการ ฝ่ายช่องทางการขาย, กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

ความอัจฉริยะ คือหนึ่งในกุญแจสำคัญขับเคลื่อนความก้าวหน้าระดับอุตสาหกรรมที่หลากหลาย หัวเว่ยยังคงก้าวล้ำนำเทรนด์การเปลี่ยนตลาดระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Software-Defined Cameras ในฐานะผู้ริเริ่มการพัฒนาซึ่งความโดดเด่นของนวัตกรรมหัวเว่ย Software-Defined Cameras ไม่เพียงรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทั่วไปเท่านั้น แต่หัวเว่ยยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นตลอดจนอัลกอริธึ่มต่างๆอย่างต่อเนื่องนำมาสู่ระบบวิเคราะห์อันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีเอไอในสถานการณ์ความปลอดภัยที่หลากหลาย

ใน Webinar ครั้งนี้จะเจาะลึกถึง 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. การพัฒนาของอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด

อุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของความอัจฉริยะ และเริ่มวิวัฒนาการจากกล้องที่มีคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวสู่กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้งานได้ตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มาพร้อมกับ “ระบบสั่งการล้ำยุค” เพื่อช่วยลดภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพต่อราคาที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยี Software-Defined Camera คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนต่อธุรกิจ

Software-Defined Camera คืออะไร มีขั้นตอนการประมวลผลจากข้อมูลเพียงที่เดียวสู่การประมวลผลข้อมูลที่มีหลากหลายมิติได้อย่างไร และเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยบริหารจัดการแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างไร

3. ทำไมต้องเลือก หัวเว่ย Software-Defined Cameras

หัวเว่ย Software-Defined Camera ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น ผู้ช่วยเอไอ, มุมมองภาพแบบหลากหลายมิติ และการหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายที่กว้างขึ้น ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอัลกอริธึ่มและแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวกล้องที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับระบบการดูแลความปลอดภัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://e.huawei.com/topic/sdc-webinar2019/th/index.html?utm_medium=psm&utm_source=Techtalk_Article&utm_campaign=ESEAHQ195108W&source=Techtalk_Article โดยปุ่มลงทะเบียนจะอยู่บริเวณบนสุดของหน้าเว็บไซต์

from:https://www.techtalkthai.com/software-defined-camera-webinar-by-hw/

อบรมฟรี ! Software-Defined Cameras นิยามใหม่ของกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

ความอัจฉริยะ คือหนึ่งในกุญแจสำคัญขับเคลื่อนความก้าวหน้าระดับอุตสาหกรรมที่หลากหลาย หัวเว่ย Software-Defined Cameras ไม่เพียงรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทั่วไปเท่านั้น แต่หัวเว่ยยังพัฒนาแอพพลิเคชั่นตลอดจนอัลกอริธึ่มต่างๆอย่างต่อเนื่องนำมาสู่ระบบวิเคราะห์อันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี AI ในสถานการณ์ความปลอดภัยที่หลากหลาย

โดยหัวเว่ยได้จัดอบรมแบบ Webinar ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 14:00-15:00 น. ทุกท่านสามารถลงทะเบียนเข้ารับการอบรมเรื่องราว Software-Defined Cameras ได้ฟรีที่ – ลงทะเบียนทันที

หัวข้อการอบรม 1 ชั่วโมงนี้ท่านจะได้ทราบข้อมูลใน 3 องค์ประกอบต่างดังนี้

1. การพัฒนาของอุตสาหกรรมกล้องวงจรปิด

อุตสาหกรรมกล้องวงจรปิดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของความอัจฉริยะ และเริ่มวิวัฒนาการจากกล้องที่มีคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวสู่กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้งานได้ตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่มาพร้อมกับ “ระบบสั่งการล้ำยุค” เพื่อช่วยลดภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพต่อราคาที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยี Software-Defined Camera คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนต่อธุรกิจ

Software-Defined Camera คืออะไร มีขั้นตอนการประมวลผลจากข้อมูลเพียงที่เดียวสู่การประมวลผลข้อมูลที่มีหลากหลายมิติได้อย่างไร และเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยบริหารจัดการแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างไร

3. ทำไมต้องเลือก หัวเว่ย Software-Defined Cameras

หัวเว่ย Software-Defined Camera ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีล้ำยุค เช่น ผู้ช่วยเอไอ, มุมมองภาพแบบหลากหลายมิติ และการหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายที่กว้างขึ้น ตลอดจนรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอัลกอริธึ่มและแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวกล้องที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับระบบการดูแลความปลอดภัย

สำหรับผู้ลงทะเบียน มีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกและหูฟังไร้สายจากทางหัวเว่ยอีกด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/software-defined-cameras/

ไม่ใช่แค่ Huawei สหรัฐเตรียมแบนบริษัทจีนเพิ่ม หนึ่งในนั้นมี Hikvision ผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่

ล่าสุด Huawei อาจไม่ใช่บริษัทจีนบริษัทเดียวที่สหรัฐแบน แต่ผู้ผลิตกล้อง CCTV ในจีน 5 แห่ง ซึ่งมี Hikvision ซึ่งเป็นผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกก็กำลังจะโดนแบนไปด้วย

Hikvision CCTV
ภาพจาก Shutterstock

หนังสือพิมพ์ New York Times ได้รายงานว่าสหรัฐฯ อาจออกคำสั่งบริหารอีกครั้งเพื่อที่จะจำกัดบริษัทจีนที่ผลิตกล้องเพื่อใช้ในการสอดแนม 5 บริษัท โดยหนึ่งในนั้นมี Hikvsion ผู้ผลิตกล้อง CCTV รายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีของบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลถึงความมั่นคง ส่งผลทำให้บริษัทเอกชนต่างๆ ของสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด โดยกรณีล่าสุดเรื่องนี้อาจไม่ใช่มีเพียงแค่ Huawei เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้

สำหรับ Hikvision เติบโตมากจากการขายกล้อง CCTV ให้กับผู้ใช้ทั่วไป รวมไปถึงรัฐบาลประเทศต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรัฐบาลจีนซึ่งใช้สำหรับสอดส่องประชาชนในประเทศ โดยเทคโนโลยีล่าสุดของกล้อง CCTV ของบริษัทสามารถดูท่าทางของร่างกาย ลักษณะมนุษย์ รวมไปถึงแยกแยะผู้คนจำนวนมากได้ละเอียดมากขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น รัฐบาลจีนยังใช้งาน CCTV ของ Hikvision ร่วมกับระบบจดจำใบหน้าอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ชัดสุดจากกรณีในมณฑลซินเจียงที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก 5 บริษัทนี้ ซึ่งกรณีนี้สหรัฐฯ ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษย์ โดยเมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามที่จะบีบจีนในกรณีนี้ แต่กลัวว่าจะทำให้เรื่องการเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศล้มเหลว

ความตั้งใจของรัฐบาลจีน คืออยากให้ Hikvision เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านผลิตภัณฑ์ CCTV โดยความตั้งใจดังกล่าวนี้ทำให้จีนกลายเป็นผู้ส่งออกระบบสอดส่องเหล่านี้ไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เอกวาดอร์ ปากีสถาน อุซเบกิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซิมบับเว ฯลฯ แม้ว่าที่ผ่านมาตัวแทนของบริษัทจะยืนยันว่า “บริษัทมีความจริงจังในเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก” ก็ตาม

ในปีที่ผ่านมา Hikvision มีรายได้รวมทั้งหมดประมาณ 228,000 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 52,000 ล้านบาท มูลค่าบริษัทล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.11 ล้านล้านบาท นอกจากนี้หุ้นของ Hikvision ยังเป็นส่วนหนึ่งในดัชนี MSCI Asia Pacific โดยราคาหุ้นของบริษัทล่าสุดลดลง 5.54% จากข่าวนี้

คาดว่าคำสั่งนี้จะออกมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มาNew York Times, Yahoo News, Reuters

 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nyt-report-us-could-blacklist-chinese-surveillance-tech-firm-like-hikvision/

อุปกรณ์ IoT กว่า 2 ล้านตัวต่างมีช่องโหว่ซอฟต์แวร์ P2P

Paul Marrapese นักวิจัยด้านความปลอดภัยอิสระจากซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนเหตุการณ์ที่พบจากงานวิจัยว่า ซอฟต์แวร์แชร์ไฟล์แบบ Peer-to-Peer ของบริษัทจีนอย่าง Shenzhen Yunni Technology ที่ถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ IoT ทั่วโลกมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยร้ายแรง

ช่องโหว่นี้เปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถดักฟังหรือแอบดูข้อมูล ไปจนถึงเปลี่ยนอุปกรณ์ IoT ตามบ้านดังกล่าวให้กลายเป็นเครื่องลูกข่ายของฝูงซอมบี้บอทเน็ทได้ คาดว่าอุปกรณ์ IoT ที่ได้รับผลกระทบนี้มีจำนวนเกือบ 2 ล้านเครื่อง อันได้แก่กล้องวงจรปิด, ระบบตรวจดูเด็กทารก, และกริ่งประตูอัจฉริยะ

ซอฟต์แวร์เจ้าปัญหาของ Shenzhen Yunni นี้ใช้ชื่อว่า iLnkP2P ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ได้จากทุกที่ผ่านแอพบนสมาร์ทโฟน ซึ่ง iLnkP2Pได้ถูกนำมาใช้พัฒนาบนผลิตภัณฑ์จำนวนมากในหลายบริษัทได้แก่ HiChip, TENVIS, SV3C, VStarcam, Wanscam, NEO Coolcam, Sricam, Eye Sight, และ HVCAM

ซึ่ง Marrapese พบว่าอุปกรณ์กว่า 2 ล้านตัวนี้ที่ใช้ซอฟต์แวร์ iLnkP2P สำหรับการสื่อสารแบบ P2P ไม่ได้มีระบบยืนยันตน หรือการควบคุมการเข้ารหัสข้อมูลบิวท์อินอยู่ด้วย หมายความว่าผู้โจมตีสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้โดยตรง โดยก้าวข้ามระบบป้องกันของไฟร์วอลล์ได้

ที่มา : Bankinfosecurity

from:https://www.enterpriseitpro.net/2-million-iot-devices-have-p2p-software-flaw-researcher/