คลังเก็บป้ายกำกับ: BUYER’S_GUIDE

ลดเยอะ! ASUS M570DD แค่ 14,990 ได้ Ryzen 5 การ์ดจอ GTX

Flash sale! เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสำหรับคอเกมเริ่มต้น กับตัวคุ้มอีกรุ่นหนึ่งในวงการ ASUS M570DD -DM032T แอดไปส่องมาให้ ด้วยสเปคจัดจ้าน AMD Ryzen 5 กับการ์ดจอ GTX 1050 พร้อมกับ SSD 512GB ราคา Flash sale เบาๆ เหลือแค่ 14,990 บาท ลดลงจากเดิมเป็นพัน

ASUS M570DD

สำหรับสเปคของโน้ตบ๊กรุ่นนี้ มาพร้อมดีไซน์ที่ดูหรูหรา ให้ความบาง น้ำหนักเบาเพียง 1.9Kg เท่านั้น แต่ใส่ขุมพลัง AMD Ryzen 5 3500U มาให้ โดยมีการ์ดจอ GeForce GTX 1050 GDDR5 4GB เล่นเกมได้ลื่นๆ มีแรมระบบ DDR4 8GB และใส่ SSD ในแบบ PCIe 512GB จัดเต็ม หน้าจอแสดงผล 15.6″ FHD ในแบบ Anti-Glare ดูสบายตา พอร์ตต่อพ่วงก็มีมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น 2x USB 2.0 , 1x USB 3.0 , 1x USB 3.1 Type-C (Gen1) และ 1 x HDMI รับประกัน 2 ปีและมี Perfect Warranty ให้อีก 1 ปี ราคานี้ ค่อนข้างหาได้ยาก สำหรับโน้ตบุ๊กซีพียู Ryzen 5 และการ์ดจอแยก

ASUS M570DD

ใครอยากได้โน้ตบุ๊กเล่นเกม สเปคคุ้มๆ ดีไซน์สวย น้ำหนักเบา ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก
ด่วน! ราคาโปรนี้ถึงแค่ 12 เมษายนนี้เท่านั้น

from:https://notebookspec.com/asus-m570dd-gaming-notebook-ryzen5/516461/

ซื้อ Notebook ปี 2020 ให้ถูกใจตอบโจทย์ นอกจากสเปกที่แรงลื่น เราต้องดูอะไรเพิ่มอีก ???

สำหรับการซื้อ Notebook หนึ่งเครื่อง สเปกฮาร์ดแวร์ภายในมักจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่เรานำมาตัดสินใจเลือกรุ่นที่จะซื้อกัน จากนั้นเราก็อาจจะไปดูที่งบประมาณในการซื้อ รวมไปถึงแบรนด์ที่ชอบกันเลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การซื้อ Notebook ปี 2020 ทั้งที ก็อยากจะแนะนำให้ดูปัจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสเปกอย่างชิปประมวลผล การ์ดจอ แรม และที่เก็บข้อมูล หรือขนาดหน้าจอประเภทของจอแล้ว (ดูเพิ่มได้ตามลิ้งค์ด้านล่าง)

โดย Notebook แต่ละรุ่นจริงๆ แล้วก็ความแตกต่างกัน ที่จะประเภทที่แตกต่างกันแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น น้ำหนัก ความบาง การพกพา วัสดุตัวเครื่อง ดีไซน์การออกแบบ ความทนทาน การระบายความร้อน แบตเตอรี่การใช้งาน การเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งแบบต่อสายและไร้สาย รวมไปถึงรูปแบบการรับประกันด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะบอกถึงการเลือกซื้อ Notebook  ให้ถูกใจตอบโจทย์ นอกจากสเปกที่แรงลื่น เราต้องดูอะไรเพิ่มอีก ???

1. พกพาบ่อยไหม เพราะน้ำหนักและขนาดสำคัญ

อย่างที่ทราบกัน Notebook ก็คือคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบให้พกพาไปไหนมาไหนหรือเคลื่อนย้ายได้ ฉะนั้นแล้วน้ำหนักและขนาดก็เป็นปัจจัยที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรกๆ ซึ่งถ้าเน้นการพกพาในทุกๆ วันหรือเป็นประจำ ไปตามที่ทำงาน ออฟฟิศ ร้านกาแฟ หรือมหาวิทยาลัย ก็แนะนำเป็น Notebook รุ่นขนาดหน้าจอ 13.3″ – 14″ เป็นหลัก เพราะตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป หยิบจับพับเก็บยกจากกระเป๋าขึ้นมามีความสะดวก น้ำหนักก็จะอยู่ที่ประมาณตั้งแต่ไม่ถึง 1 กิโลกรัม ไปจนถึง 1.5 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับว่ารุ่นนั้นๆ เน้นเรื่องการพกพาแค่ไหน

ส่วนถ้าเป็นหนุ่มๆ หรือคนที่ต้องการหน้าจอที่หญ่กว่าและคิดว่าแบกไหว หรือเคลื่อนย้ายไม่บ่อยมาก ก็แนะนำเป็นขนาดหน้าจอ 15.6″ ก็ได้ โดยมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม ไปจนถึงเกือบๆ 3 กิโลกรัมได้ แล้วแต่รุ่น ถ้ายิ่ง Gaming จัดๆ ก็จะหนักและเครื่องหนาๆ หน่อย หรือถ้าใครคิดว่าอยากได้จอใหญ่ที่สุดเน้นเต็มตาที่สุด จะลองดูเป็นหน้าจอ 17.3″ ก็ได้ แต่บอกเลยว่าน้ำหนักจะเริ่มต้นจากไม่ถึง 3 กิโลกรัม ไปจนถึงเกือบๆ 4 กิโลกรัม ซึ่งรุ่นที่ขายในไทยก็จะเป็นพวก Gaming Notebook ระดับสูง ที่ไม่ใช่แค่เครื่องที่หนัก แต่ราคาก็ไม่เบาเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามในส่วนของการใช้งาน Notebook เรื่องของการพกพา รวมไปถึงขนาดและน้ำหนักก็อยู่รูปแบบการใช้งานของแต่ละคนจริงๆ บางคน เดินทางด้วยรถสาธารณะก็อยากได้เล็กที่สุดเบาที่สุด แต่บางคนอาจจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ค่อยได้แบกมาก ก็เลยอยากได้จอใหญ่ๆ หน่อย ตัวเครื่องหนักกว่าแต่ก็พอรับได้ หรือบางกรณีแม้จะเดินทางด้วยรถเมล รถไฟฟ้า แต่เป็นนักศึกษาที่อยากได้ Notebook เครื่องเดียวทั้งเล่นทั้งเรียนด้วย Gaming Notebook ตัวหนาๆ ราคาคุ้มๆ ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ได้เช่นกัน

2. ดีไซน์การออกแบบและวัสดุ ให้ภาพลักษณ์ที่แตกต่าง

ยอมรับเลยว่า Notebook เป็นผลิตภัณฑ์สินค้าไอทีที่ให้ภาพลักษณ์ของผู้ใช้ที่ชัดเจน ซึ่งแต่ละรุ่นจริงๆ แล้วแต่ละแบรนด์ก็ตั้งใจที่ออกแบบรวมถึงเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมือนกัน อย่าง Notebook ที่เน้นราคาถูก เน้นความคุ้มค่าเป็นหลักๆ การดีไซน์ภายนอกก็จะดูธรรมดาๆ แข็งๆ ไม่โดดเด่นมาก  วัสดุก็จะเลือกใช้เป็นพลาสติกเกรดดีที่ไม่ได้มีการขึ้นรูปให้ดูพิเศษแต่อย่างใด อาจจะทำลวดลายคล้ายโลหะ (แต่บางรุ่นอาจจะใช้โลหะจริงๆ ก็ได้ แต่ก็จะไม่ค่อยพรีเมียมนัก) แต่ดูรวมๆ แล้ว เราก็พอดูออกว่าเป็น Notebook ที่ราคาไม่แพง ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่บางเบา หรือ Gaming ก็ตาม แต่ Gaming อาจจะมีดีไซน์ที่ดูแล้วดุดันออกแนวเฉียบคมหน่อย

ซึ่งถ้าเป็น Notebook ระดับกลางไปถึงระดับบก็จะเลือกใช้วัสดุที่เป็นโลหะหรือพลาสติกที่เกรดดีขึ้นมา อาจจะเป็นโลหะทั้งหมดอย่างอลูมิเนียม / แม็กนีเซียม หรือมีการเลือกใช้พลาสติกบางส่วนเสริมเข้ามา แล้วแต่รูปทรงการออกแบบ ซึ่งถ้ารุ่นบนมากๆ ก็จะผ่านกระบวนการขึ้นรูป CNC ที่แทบจะเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด บ่งบอกถึงภาพลักษณ์ผู้ใช้งานได้ชัดเจนกว่าดูพรีเมียมกว่า อย่าง Notebook ที่เน้นความบางเบาการพกพา ก็จะได้เรื่องของมิติตัวเครื่องที่มีความเล็กกระชับมากๆ เช่น ขอบจอบางเฉียบ น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม หรือกิโลกรัมนิดๆ แต่ได้วัสดุที่แน่นหนาดูมีความทนทานแข็งแรงที่มากกว่า โดยบางรุ่นได้ถึงระดับมาตรฐาน Military Grade MIL-STD 810G ด้วย ทำให้รองรับต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด

ซึ่งตรงจุดนี้เองผู้ซื้ออย่างเราๆ แนะนำว่าถ้ามีโอกาสจำเป็นต้องทำการบ้านให้มากๆ เพราะเรื่องของดีไซน์การออกแบบในแต่ละคนอาจจะมีมุมมองความสวยความชอบที่ไม่เหมือนกัน แน่นอนว่ามันส่งผลถึงภาพลักษณ์ด้วย อย่างถ้าเราทำงานระดับมืออาชีพในองค์กรขนาดใหญ่ การเลือกใช้งาน Gaming Notebook ที่ดีไซน์โดดเด่นเกินหน้าเกินตา มีไฟ RGB รอบตัวก็อาจจะไม่เหมาะสมนัก ในความเป็นจริงถ้าเป็น Notebook ที่เน้นความบางเบา พรีเมียม ดูแล้วมืออาชีพให้ความเป็นทางการน่าจะดูแล้วลงตัวมากนั่นเอง

3. คีย์บอร์ดและทัชแพด ส่งผลประสบการณ์ทำงานโดยตรง

ในส่วนของคีย์บอร์ดและทัชแพดนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลย เพราะเป็นฮาร์ดแวร์ที่เราต้องใช้ในการส่งข้อมูลหรือควบคุมเข้าไปในเครื่อง ซึ่งแม้จะดูด้วยตาเปล่าเราอาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่างมากนัก แต่จริงๆ แล้วคีย์บอร์ดและทัชแพดที่ติดตั้งมาใน Notebook รุ่นราคาถูกคุ้มกับ Notebook ที่ราคาสูงหน่อยหรือเป็นระดับบนๆ นั้น ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ทั้งลักษณะของปุ่มที่มีความเหลี่ยมความโค้ง, ขนาดใหญ่โตแต่เหมาะสมกันนิ้ว, ความโค้งของปุ่มรับกับนิ้ว, ระยะห่างของแต่ละปุ่มเวลาก้าวนิ้ว รวมไปถึงการเด้งรับกับนิ้วในแต่ละปุ่มว่าพอดีหรือนุ่มนวลหรือไม่ หรือถ้าเป็น Gaming Notebook ก็มีเรื่องของการกดหลายๆ ปุ่มพร้อมกัน หรือความทนทานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ทัชแพดเองก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น (มีมัลติทัชเป็นมาตรฐาน) แบ่งออกเป็นหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องแรกๆ ที่เราต้องให้ความสำคัญคือ ความแม่นยำและลื่นไหลของทัชแพดเอง ว่าตอบสนองได้ตรงกับเคอร์เซอร์หรือไม่ ไม่ช้าไม่หน่วงไม่เร็วหรือไว้เกินไป รวมไปถึงกระตุกหรือกระโดดด เพราะถ้าไม่อย่างนั้นการควบคุมของเราก็จะผิดพลาดได้ ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเราเองหงุดหงิดกับการทำงานมากๆ เพราะจะเสียเวลาเสียจังหวะไปหมด นอกจากนั้นก็มีเรื่องของขนาดทัชแพด ที่บางรุ่นใหญ่โตมากๆ เมื่อเทียบกับตัวเครื่อง อีกทั้งสัดส่วนของทัชแพดที่เหมาะสม และปุ่มกดคลิกซ้ายขวาก็ต้องเลือกตามความต้องการ บางรุ่นจะเป็นแบบซ่อนปุ่ม บางรุ่นจะเป็นแบบแยก ซึ่งตรงนี้ความรู้สึกในการกดคลิกของ Notebook แต่ละรุ่นก็ต่างกันด้วย

ว่ากันตามตรง Notebook ที่เน้นราคาคุ้มค่า ก็จะให้คีย์บอร์ดและทัชแพดที่ธรรมดามาให้ ก็คือพอใช้งานได้ตามมาตรฐาน ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ปกติทั่วไป ส่วนถ้าเป็น Notebook ที่เป็นระดับกลางๆ ขึ้นไป ก็จะได้คีย์บอร์ดและทัชแพดที่ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือกว่า เช่นปุ่มใหญ่ เด้งรับกับนิ้วได้ดี แบบรุ่นอาจจะได้เรื่องความเงียบด้วย ส่วนทัชแพดจะมีขนาดใหญ่และแม่นยำสูง หรือถ้าเป็น Notebook รุ่นบนๆ ก็ได้เรื่องความทนทาน กันน้ำกันฝุ่น หรือกดปุ่มได้พร้อมๆ กัน แต่ถ้าเป็น Gaming Notebook ทัชแพดก็อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่าไรนัก เพราะเน้นใช้เมาส์ต่อแยกอยู่แล้ว

4. ฟีเจอร์อื่นๆ อาทิ ความปลอดภัย, รองรับเน็ต 4G ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา

จากการที่ Notebook เป็นคอมพิวเตอร์ที่เราต้องนำไปใช้งานนอกสถานที่ (หรือแม้แต่ใช้งานในบ้านก็เถอะ) ก็มีโอกาสที่ผู้ไม่ประสงค์ดี จะนำข้อมูลของเราไปหาผลประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการ ฉะนั้นถ้าคิดว่าข้อมูลเรานั้นมีความสำคัญ ในการเลือกซื้อ Notebook ที่ให้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยมาด้วยก็จะดีมากๆ เพราะโดยทั่วไปแล้วของ Notebook มักจะไม่ค่อยติดตั้งฟีเจอร์เหล่านี้มากันเท่าไร อย่างมากสุดก็จะเป็นระบบไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) อย่าง Fingerprint ที่ไว้ให้เราสแกนลายนิ้วมือ หรือ 3D IR Camera ที่สแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 ผ่านทาง Window Hello ทำให้เวลาที่เรา Log in เข้าใช้งาน Notebook ไม่ต้องกรอกรหัสทุกครั้ง ซึ่งทั้งง่ายสะดวกและปลอดภัยกว่าการมากดรหัสทุกครั้งแบบเดิมๆ ด้วย

ซึ่งนอกจากนี้ Notebook ที่เป็นประเภทการใช้งานที่จริงจัง ก็จะให้ฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่  ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อฟิล์มมาติดเพิ่ม ไม่ต้องลอกออกไปมา เพราะเราสามารถกดปุ่มปิดเปิดได้ตามความต้องการง่ายๆ เพียงปุ่มเดียว เรียกได้ว่าตอบโจทย์การทำงานสายมืออาชีพที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุดอีกด้วย รวมไปถึงอีกด้านยังมีสวิตช์ Webcam Kill ปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งาน Webcam ที่ช่วยเราให้เรื่องของความปลอดภัยว่าจะมีแฮกเกอร์เข้ามาแอบเปิด Webcam ของเรา โดยที่ไม่ต้องหากระดาษมาแปะที่ Webcam โดยตรงอีกต่อไปเหมือนโน้ตบุ๊คปกติด้วย

หรือถ้ากรณีที่เน้นความปลอดภัยขั้นสุด Notebook ระดับองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญมากๆ มูลค่าสูงมากๆ เครื่องนั้นก็จะมาพร้อมระบบความปลอดภัยจากฮาร์ดแวร์ภายในระดับ BIOS ป้องกันการโจมตีของมัลแวร์บนอุปกรณ์พกพาของคนทำงานโดยใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์  พร้อมกับ Embedded Reimaging ทำให้ผู้ใช้งานสำรองข้อมูลและทำงานได้อย่างรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะสูญหาย นอกจากนี้ยังรองรับการใส่ซิมเพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาแบบไม่ต้องพึงพา Wi-Fi หรือ Hotspot จากมือถือให้เสียเวลาเชื่อมต่ออีกด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับหัวข้อนี้อาจจะมีความเฉพาะทาง ซึ่งบางคนอาจจะเห็นความสำคัญแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ แต่สำหรับบางคนทั้งให้ความสำคัญและจำเป็นต้องใช้ ฉะนั้นแล้วเรื่องความปลอดภัยนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราให้มูลค่าข้อมูลของเราแค่ไหน บางคน Notebook ข้อมูลไม่มีอะไรเลย อาจจะโดนแฮกเข้ามาแล้วไม่เป็นไรก็ได้ หรือจะมาอแบส่องหน้าจอแล้วยังไง ไม่มีผลทั้งนั้น (ฮา)

5. เงื่อนไขการรับประกัน และบริการหลังการขาย

อีกหนึ่งปัจจัยที่เชื่อได้เลยว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนนำมาตัดสินกันว่าจะซื้อ Notebook รุ่นนี้ดี หรือจะไปซื้อ Notebook รุ่นนั้นดีกว่า ก็คือเรื่องของการรับประกันที่เราจะต้องเฉพาะเจาะจงดูถึงเงื่อนไข เพราะว่าแต่ละแบรนด์ หรือแต่ละรุ่นก็อาจจะไม่เหมือนกัน จากการที่ Notebook นั้นมีอยู่หลายช่วงราคา หลายกลุ่มที่ใช้งาน ฉะนั้นก็จะมีรายละเอียดการรับประกันที่ไม่เหมือนกัน หลักๆ แล้วสิ่งที่เราต้องดูก่อน ก็คือระยะเวลาในการรับประกัน Notebook รุ่นนั้นๆ เพราะบางรุ่นอาจจะรับประกันแค่เพียง 1 ปี บางรุ่น 2 ปี บางรุ่น 3 ปี ซึ่งอาจจะซื้อประกันเพิ่มได้อีก เช่นจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 (ส่วนมากสูงสุดแค่ 3 ปี)

รวมไปถึงมีรูปแบบการส่งเคลมที่ต่างกันด้วย อย่างต้องส่งศูนย์ซ่อมเอง หรือสามารถส่งไปที่ตัวแทนรับได้ ซึ่งถ้าดีที่สุด ก็จะเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีๆ กันถึงบ้าน โดยโทรไปหาวันนี้แจ้งอาการ แล้ววันทำการถัดมา ก็จะมีช่างนำอุปกรณ์มาซ่อมแบบรอรับได้เลยที่หน้าบ้าน นับว่าเป็นความแตกต่างกันที่สำคัญ เพราะมันหมายถึงต้นทุนของแต่ละรุ่นแต่แบรนด์ที่สูงขึ้นซึ่งต้องแบกรับมาเป็นราคาค่าตัวของ Notebook เครื่องนั้นๆ ด้วย ฉะนั้นแล้วจะให้ Notebook ทุกรุ่นจากแบรนด์เดียวกัน หรือคนละแบรนด์ได้มาตรฐานการรับประกันเดียวกัน คงเป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นไปได้สำหรับบางแบรนด์อย่าง HP ที่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นราคาไม่ถึง 10,000 บาท ก็ได้ประกัน 2 ปี On-site Service ทั้งหมด (รุ่นบนจะได้เป็น 3 ปีด้วย)

นอกจากนี้บางแบรนด์ยังมีบริการแบบเคลมส่งศูนย์ที่สามารถซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงได้ เรียกได้ว่าไปกินข้าวดูหนังแล้วกลับมารับได้เลย หรือถ้าซ่อมไม่ทันจริงๆ ก็มีเครื่องสำรองให้นำใช้งานได้ระหว่างนี้ อีกทั้งยังมีบริการ Call Center ที่โทรได้ตามเวลาทำการ หรือโทรได้ 24 ชั่วโมง 7 วันอีกด้วย กรณีที่เราต้องการสอบถามปัญหาหรือแจ้งเรื่องเคลมเข้ามา และสุดท้ายบางแบรนด์ก็ยังให้บริการอุบัติเหตุด้วยใน 1 ปีแรก เรียกได้ว่าจริงๆ แล้วแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นที่เหมือนและต่างกัน ซึ่งตรงนี้เราต้องทำการบ้านกันก่อนซื้ออีกที

เอาเป็นว่าบทความนี้น่าจะเป็นตัวช่วยให้เพื่อนๆ เลือกซื้อ Notebook กันให้ถูกใจตอบโจทย์กันมากยิ่งขึ้น เพราะจริงๆ แล้ว สเปกฮาร์ดแวร์อาจไม่ใช่คำตอบในการเลือกซื้อทั้งหมด เช่นเราไม่ได้เน้นประสิทธิภาพความแรงมาก แต่เราเน้นเบาเพื่อการพกพามากกว่า เป็นต้น

from:https://notebookspec.com/buy-a-2020-notebook-that-meets-the-needs-in-addition-to-the-specification-that-is-slippery-what-else-do-we-have-to-see/516444/

โปรแกรม MS Office : Word / Excel / Power Point แท้ๆ มีกี่แบบ ราคากี่บาท และซื้อ Acer Notebook รุ่นไหนแล้วได้ฟรีบ้าง ?

เชื่อได้เลยว่าโปรแกรมเกี่ยวกับงานเอกสารอย่าง Microsoft Office มักจะเป็นโปรแกรมแรกๆ ที่เพื่อนๆ จะหามาติดตั้งกัน ซึ่งบอกตรงนี้ก่อนเลยว่าทีมงานไม่สนับสนุนโปรแกรมเถื่อนแน่นอน โดยกรณีที่เราจำเป็นจะต้องใช้งานก็ต้องซื้อหาโปรแกรม Microsoft Office แบบถูกลิขสิทธิ์มาใช้ ที่จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ก็คือ แบบแรกซื้อรายปี และแบบที่สองซื้อขาดซื้อครั้งเดียวเป็นของเราตลอดไป แน่นอนว่าราคาแต่ละแบบไม่เท่ากัน

สำหรับแบบแรกซื้อรายปี ก็จะมี 2 ประเภทให้เลือก คือ Office 365 Home (Microsoft 365 Family) / Office 365 Personal (Microsoft 365 Personal) ที่จะมีราคาที่ถูกกว่าและได้ส่วนเสริมที่มากกว่าจากซื้อแบบขาดทีเดียวจบ ที่นอกเหนือจากโปรแกรม Word / Excel / Power Point แล้ว ยังได้ Outlook / Publisher / Access รวมไปถึงบริการ One Drive และ Skype ด้วย สนนราคาอยู่ที่ 2,899 บาท และ 2,099 บาทตามลำดับ ซึ่งจริงๆ แล้วก็จัดว่าราคาไม่แพงเลย สำหรับคนที่ต้องใช้งานเป็นประจำอยู่แล้วอย่างเช่นพนักงานออฟฟิศ หรือเหมาะกับคนที่ต้องการมากกว่าโปรแกรมเอกสารพื้นฐาน รวมถึงมีความจำเป็นต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น

ส่วนรูปแบบที่สองเป็นแบบซื้อขาดโดยโปแกรมนี้จะติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของเราเครื่องนั้นตลอดไป ที่ก็คือ Office Home & Student 2019 ที่จะประกอบไปด้วยโปรแกรมเอกสารที่เราต้องใช้งานหลักๆ อย่าง Word ที่ไว้ใช้พิมพ์งานทั่วไป / Excel งานเอกสารที่เป็นตาราง รวมไปถึงการคำนวณสูตรต่างๆ / Power Point โปรแกรมนำเสนองานที่เราคุ้นเคย ที่ต้องบอกเลยว่าหากเราเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือแม้แต่คนทำงานที่ทั้ง 3 โปรแกรมนี้ตอบโจทย์อยู่แล้ว ก็สามารถซื้อมาติดตั้งได้เลย ด้วยราคา 4,299 บาท จัดว่าไม่แพง เพราะใช้ได้ตลอดไป

*** อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ***

อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ต้องการซื้อ Notebook มาใช้งานอยู่แล้ว และมีความจำเป็นต้องใช้โปแกรมเอกสาร จะดีกว่าไหมถ้า Notebook เครื่องที่เราจะซื้อมาทำงานได้โปรแกรม Microsoft Office อย่าง Office Home & Student 2019 ติดเครื่องมาทันที เรียกได้ว่าพร้อมใช้งานเลยเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก ส่งผลให้เราไม่ต้องไปเสียเงินซื้อโปรแกรมราคา 4,299 บาทเพิ่มภายหลัง คิดอีกแบบคือประหยัดเงินไปได้กว่า 4,299 บาททีเดียว โดยสมมุติว่าเราซื้อ Notebook งบประมาณ 20,000 บาท หากได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 มาเลย ก็ทำให้ค่าตัวเครื่องลดลงไปเหลือเพียงไม่ถึง 16,000 บาทเท่านั้นเอง

Acer Swift 3

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Acer Notebook ว่ามีรุ่นไหนบ้าง ? ราคาเท่าไรบ้าง ? ที่ซื้อแล้วได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 แบบฟรีๆ โดยนอกจากประหยัดเงินแล้วยังประหยัดเวลาด้วย ที่ต้องบอกเลยว่าหลักๆ แล้วจะเป็นรุ่นที่เน้นการทำงาน เน้นความบางเบา พกพาง่าย รวมไปถึงฟีเจอร์การเชื่อมต่อก็จัดเต็ม ในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Acer Swift 3 / Acer Swift 5 / Acer Swift 7 สนนราคาเริ่มต้นที่ 20,990 บาท จนไปถึง 49,990 บาท (เป็นราคาทางการ ราคาขายจริงหน้าร้านต่างๆ ถูกกว่านี้แน่นอน)


Acer Swift 5

สำหรับ Acer Swift 3 / Swift 5 / Swift 7 จัดว่าเป็น Ultrabook โน้ตบุ๊กประเภทบางเบารุ่นล่าสุด ขนาดหน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD ที่ใช้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่ให้ความแรงลื่นในทุกๆ การทำงาน (Swift 7 จะเป็น Core i Gen 8 รุ่นพิเศษ) โดดเด่นด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่เบามากๆ เพียง 1.19 กิโลกรัม และ 990 กรัม / 890 กรัมเท่านั้น มีการสแกนลายนิ้วมือเป็นมาตรฐานความปลอดภัย ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย


Acer Swift 7

เหนือชั้นกว่า Ultrabook หลายๆ รุ่นในราคาใกล้เคียงกันด้วยพอร์ตมาตรฐานสูงอย่าง Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery) รวมไปถึงมี USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานร่วมกับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงมีโปรแกรม Office Home & Student 2019 มาให้ใช้งานทันทีด้วย โดยแบ่งรุ่นราคาดังต่อไปนี้

Acer Swift 3 ราคา 20,990 บาท มีอยู่ 3 สีคือ Iron / Pink / Blue

  • Core i5-1035G1 / GeForce MX250 / RAM 8GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS

Acer Swift 3 ราคา 23,990 บาท มีอยู่ 3 สีคือ Iron / Pink / Blue

  • Core i7-1065G1 / GeForce MX250 / RAM 8GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS

Acer Swift 5 ราคา 27,990 บาท มีอยู่ 2 สีคือ Charcoal Blue / Moonstone White

  • Core i5-1035G1 / Graphic G1 / RAM 8GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS Touch Screen

Acer Swift 5 ราคา 30,990 บาท มีอยู่ 2 สีคือ Charcoal Blue / Moonstone White

  • Core i7-1065G7 / Graphic G7 / RAM 8GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS Touch Screen

Acer Swift 5 ราคา 29,990 บาท มีอยู่ 2 สีคือ Charcoal Blue / Moonstone White

  • Core i5-1035G1 / GeForce MX250 / RAM 8GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS Touch Screen

Acer Swift 5 ราคา 34,990 บาท มีอยู่ 2 สีคือ Charcoal Blue / Moonstone White

  • Core i7-1065G7 / GeForce MX250 / RAM 16GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS Touch Screen

Acer Swift 5 ราคา 34,990 บาท มีอยู่ 2 สีคือ Charcoal Blue / Moonstone White

  • Core i7-1065G7 / GeForce MX250 / RAM 8GB DDR4 / SSD M.2 NVMe 1TB / จอ 14″ IPS Touch Screen

Acer Swift 7 ราคา 49,990 บาท มีอยู่ 2 สีคือ Starfield Black / Moonstone White

  • Core i7-8500Y/ HD 615 / RAM 16GB DDR3L / SSD M.2 NVMe 512GB / จอ 14″ IPS Touch Screen

ปิดท้ายด้วยวิธีเปิดใช้งานโปรแกรม Microsoft Office ที่มากับ Acer Notebook รุ่นใหม่ๆ ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน ที่นี่ เลย ส่วนถ้าใครใช้งาน Notebook แบรนด์อื่นๆ อยู่ ก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ

from:https://notebookspec.com/ms-office-word-excel-powerpoint-how-many-types-are-there-how-many-baht/516426/

ชี้เป้า SSD 1TB แค่ 3,550 จาก Crucial M.2 PCIe ให้ไว

ราคาปังสุดๆ SSD สำหรับคนที่อยากเพาเวอร์อัพคอมหรือโน้ตบุ๊ก กับการเล่นเกม เอาแบบเปิดเครื่องไว เข้าเกมเร็ว อยากลงทุนกับ SSD ตัวเดียว เอาแบบลงวินโดวส์ ติดตั้งโปรแกรม พร้อมเล่นเกม วันนี้แอดมีลายแทง SSD 1TB ในแบบ M.2 NVMe PCIe ราคาแค่ 3 พันกว่าบาทเท่านั้น จากราคาปกติเกือบ 5 พันบาท แม้จะลดเยอะ แต่สเปครุ่นนี้ไม่ธรรมดา ต้องเรียกว่าสปีด Read/ Write ก็เร็วไม่เป็นรองใครในระดับเดียวกัน ที่สำคัญประกันอีก 5 ปี ให้ไว

ssd 1tb

ssd 1tb

 

เข้าไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

Specification

  • Device Type: Internal Solid State Drive
  • Form Factor: M.2 Type 2280
  • Interface: NVMe/PCIe Gen3 x4
  • Total Capacity: 1 TB
  • Warranty: Limited 5-year
  • Specs: 1TB M.2 SSD
  • PCIe NVMe Gen 3
  • 2,000 MB/s Read, 1,700 MB/s Write
  • TBW: 200TB

ข้อมูลเพิ่มเติม Crucial P1 SSD

SSD รุ่นนี้เหมาะกับใคร

สำหรับ SSD 1TB จาก Crucial P1 3D NAND NVMe PCIe M.2 SSD รุ่นนี้ มาพร้อมเทคโนโลยี 3D NAND ล่าสุด ที่ใช้พลังงานน้อย ด้วยอินเทอร์เฟสแบบ PCIe 3.0 x4 ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านข้อมูลที่ 2,000 MB/s และเขียนได้ถึง 1,700 MB/s เหมาะกับคนที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งานของโน้ตบุ๊กหรือพีซีให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และพื้นที่มากพอสำหรับ ติดตั้งโปรแกรมและใช้งานได้ครอบคลุม เช่น ทำงานเป็นหลัก หรือเล่นเกมหนักหน่อย ก็จะได้ประโยชน์ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าจะใช้กับงานทั่วๆ ไป ก็ถือว่าสบายมาก เปิดเครื่องเร็ว โอนไฟล์งานได้ไว ราคาดีมากคือ ราว 3,500 บาท ในช่วงที่ราคา SSD ในตลาดขึ้นแบบนี้

ดูผลการทดสอบของ SSD รุ่นนี้ได้ ที่นี่

from:https://notebookspec.com/ssd-crucial-1tb-m-2-pcie-3550/516401/

เย็นป่ะล่ะ? ASUS ROG ใช้ Liquid Metal ลดร้อนโน้ตบุ๊กใหม่ปีนี้

หลายคนที่ใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก มักจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบายความร้อนของซีพียูและการ์ดจอ ยิ่งเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ใช้ซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูงและมีค่าการใช้พลังงาน TDP ที่มากขึ้น พร้อมการ์ดจอแยก เพราะบางคนก็เคยมีประสบการณ์ ในเรื่องของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่่ต่างกัน แต่ล่าสุดทาง ASUS ROG ได้พยายามโปรโมต การระบายความร้อนของโน้ตบุ๊ก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะการใช้ Liquid Metal บนโน้ตบุ๊ก ROG ที่ใช้ซีพียู Intel Gen10 ในปี 2020 นี้ทั้งหมด

asus ROG

ซึ่งถ้ามองในมุมของผู้ใช้ ก็เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับคอเกม ที่ใช้โน้ตบุ๊ก ROG เพราะล่าสุด ASUS ได้วิจัย Liquid Metal จากบรรดาผู้ผลิตหลากหลายบริษัท และในที่สุดก็มาลงตัวที่ Thermal Grizzly Conductonaut เพราะส่วนผสมที่ไม่นำไฟฟ้า ต่างจากในบางค่ายที่นำมาใช้งาน รวมถึงการใช้สารประกอบที่ช่วยลดความร้อน ที่ได้รับการปรับปรุง จึงช่วยในการลดอุณหภูมิได้รวดเร็ว และมีส่วนช่วยให้การเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาตามเงื่อนไขในการ Boost ทำได้ง่ายกว่าเดิม พร้อมการระบายความร้อนได้นิ่งและเงียบ เนื่องจากพัดลมไม่ต้องทำงานหนัก

asus ROG

การใช้ Liquid Metal หรือโลหะเหลวในการเป็น Thermal compound นี้ ค่อนข้างมีกระบวนการที่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะต้องทำด้วยมือ ดังนั้น ASUS จึงต้องออกแบบระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ทันกับปริมาณการผลิตโน้ตบุ๊ก แต่มีการควบคุมเป็นพิเศษ ด้วยการใช้แขนกลอัตโนมัติ ในการจุ่มแปรงลงไปใน Liquid Metal และแปรงลงบนซีพียูทับไปมาถึง 17 ครั้ง เพื่อเคลือบหน้าสัมผัสของชุดระบายความร้อนและซีพียูให้ดียิ่งขึ้น สามารถชมจากวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลย

asus ROG

โดยโน้ตบุ๊ก ROG ที่ใช้ Liquid Metal จาก Thermal Grizzly Conductonaut จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ย้ำกันชัดๆ อีกที เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วย Liquid Metal นี้ จะพบได้ในโน้ตบุ๊ก ROG ที่ใช้ซีพียู Intel Gen 10 เท่านั้น รุ่นอื่นยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมนะจ๊ะ ส่วนโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียู AMD รุ่นใหม่ๆ อาจจะยังมีความซับซ้อนอยู่บ้าง เลยยังไม่ได้มีการอ้างถึงการใช้สิ่งที่นำมาใช้ในการระบายความร้อนแบบพิเศษ แต่ก็หวังลึกๆ ว่า วันข้างหน้าเราก็จะได้เห็นข่าวดีแบบนี้บน ROG อย่าง Zephysus G14 กันบ้าง หรือคุณว่าไง?

ที่มา: ASUS ROG

from:https://notebookspec.com/asus-use-liquid-metal-on-rog-notebook/516389/

Xiaomi เปิดตัว Mi Elegant Mouse Metallic Edition สุดเท่ ดีไซน์เฉียบ ราคาไม่แรงแต่ประสิทธิภาพดีเยี่ยม

Xiaomi เปิดตัว Mouse ไร้สายรุ่นใหม่ Mi Elegant Mouse Metallic Edition รองรับการทำงานทั้งแบบ Bluetooth และแบบใช้ตัวรับสัญญาณ 2.4GHz สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน มีมาให้เลือก 2 สี ด้วยกันคือ สีเทา กับ สีเงิน

credit: gizmochina

Mi Elegant Mouse Metallic Edition ตัวนี้แม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกันกับ Mi Wireless Mouse 2 แต่ก็ได้รับการปรับปรุงเทคโนโลยีและออกแบบมาให้คงทนต่อการใช้งาน โดย Mi Elegant Mouse Metallic Edition มาพร้อมวัสดุโลหะที่ anodized (การชุบผิวอลูมิเนียม) แบบพ่นทราย จึงให้ทั้งความสวยงามและผิวสัมผัสที่จับถนัดมือ แถมทนทานต่อการเกิดรอยนิ้วมืออีกด้วย

credit: gizmochina

Xiaomi Mi Elegant Mouse Metallic Edition มาพร้อม photoelectric sensor ความละเอียด 1000 DPI ใช้แบตเตอรี่ขนาด AA ที่ให้อายุการใช้งานนานสูงสุดถึง 12 เดือน (หรือประมาณ 9 เดือน เมื่อเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth) รองรับการทำงานที่หลากหลายเกือบทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows 7/8/10, macOS 10.10 ขึ้นไป, Android 5.0 ขึ้นไป และ iPad ที่รันบน iPadOS 13.4 ขึ้นไป สำหรับราคาเปิดตัวนั้นอยู่ที่ $14 หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 460 บาท และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 9 เมษายน 2020 นี้

credit: gizmochina

 

ที่มา: gizmochina

from:https://notebookspec.com/xiaomi-launches-mi-elegant-mouse-metallic-edition/516293/

ชี้เป้า แรม DDR4 16GB เริ่ม 1,9xx บาท ซื้อออนไลน์ อัพเกรดคุ้ม

อยากได้แรมราคาดี ไม่ต้องไปส่องกันให้เมื่อย แอดจัดมาให้ DDR4 16GB ในราคาเริ่ม 1,9xx บาทเท่านั้น แถมด้วยแรมตัวแรง ไฟสวย 16GB ในราคา 2 พันต้นๆ เอามาให้คนที่อยากอัพเกรด เล่นเกมกันในช่วงวันหยุดยาวๆ อยู่บ้านแบบนี้ ที่สำคัญสั่งออนไลน์ได้ รอรับของที่บ้านกันได้เลย

ddr4 16gb

ddr4 16gb

APACER Panther RAGE DDR4 2400-16GB

สำหรับค่ายนี้ จัดว่าเป็นแรมพิมพ์นิยมอีกรุ่นหนึ่ง ที่ออกมาให้คอไอทีช้อปกันอย่างสนุก ในช่วงที่ผ่านๆ มา วันนี้มีราคาทีเด็ด DDR4 16GB ในบัส 2400MHz แม้จะเป็นแรมรุ่นเล็ก บัสไม่แรงนัก แต่กับราคานี้ 1,990 บาท ถือว่าทำได้ดีทีเดียว ด้วยซิงก์ระบายความร้อนขนาดใหญ่ สีดำ ตัดกับลายโลโก้ Panther พร้อมไฟ LED สีขาวโดดเด่น สเปคนี้เอามาอัพเกรดเล่นเกม ทำงาน เรียกว่าประกอบคอมใหม่ก็ใช้ดี หรืออัพเกรดก็เวิร์ก โดยเฉพาะคนที่ใช้ Intel, AMD Gen เก่าหน่อย ที่อยากหาแรมไม่ต้องเร็วมากนักไปอัพเกรดให้เข้ากับชุดเดิม ในงบประมาณที่พอรับได้ ก็สามารถเลือกใช้ได้คุ้มค่าทีเดียว

ไปจัดกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ddr4 16gb

KLEVV DDR4 2666 16GB

ค่ายนี้ถือว่าเป็นอีกรายหนึ่ง ซึ่งมีแรมระดับแถวหน้ามาให้ช้อปกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะความพรีเมียมในการออกแบบ รวมถึงมีซีรีส์ที่เป็น RGB อีกด้วย ส่วนในรุ่นที่แอดจัดมาให้นี้ เป็นแรม DDR4 2666 16GB ที่อัพเวลขึ้นมาอีกหน่อย ของมีมากบ้างน้อยบ้างในบางจังหวะ ต้องหาช่วงมาช้อปกันดีๆ สนนราคาแค่ 1,990 บาท กับแรมโมดูลสีดำ พร้อมซิงก์เล็กๆ เน้นโชว์แผงแรม ใครไม่ซีเรียสกับดีไซน์แนวนี้ไปจัดกันได้ หรือถ้าอยากได้ที่เร็ว แรง มีซิงก์ก็ลองดูรุ่นอื่นๆ กันได้ เค้ามีหลายซีรีส์นะ

ไปจัดกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ddr4 16gb

TEAMGROUP Elite DDR4 2666 8GB

มาถึงค่าย TEAMGROUP กันบ้าง คราวนี้เป็นแรม DDR4 2666 8GB อ๊ะๆ อย่าเพิ่งมาบ่นกัน ว่าทำไมเป็น 8GB เพราะถ้าลองดูซื้อ 2 แผง 16GB ชุดนี้ก็เพิ่ง 2,2xx บาทเท่านั้น ก็ถือว่าราคายังคงน่าใช้ ค่ายนี้มีแรมให้เลือกกันหลายรุ่น แค่ที่เป็นเกมมิ่งและพื้นฐานอย่าง Elite นี้ ก็จัดว่าน่าใช้ไม่เบา ด้วยซิงก์แรมมีให้เลือกสีแดงดำและดำทอง สเปคก็แทบจะไม่เป็นรองใคร อัพเกรดง่าย ไม่ค่อยติดเรื่อง Compatible กับสนนราคานี้ อัพเกรดคอมเก่าให้ลื่น หรือเล่นเกมเปิดเครื่องให้ไวกว่าเดิมก็คุ้ม

ไปจัดกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ddr4 16gb

ADATA GAMMIX D30 DDR4 3000-16GB

มาถึงแรมราคาเด็ด สเปคโดนจาก ADATA รุ่นนี้กันบ้าง กับสีสันของไฟ LED อันฉูดฉาดและความเร็วระดับ 3000MHz บนความจุ 16GB นี้ สนนราคา 2,350 บาท ดูทำให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะค่ายนี้ ที่มีแรมหลายรุ่นไปอยู่ติดอันดับความคุ้มค่าจากเว็บไซต์ในต่างประเทศ แทบไม่ต้องพูดเยอะกับแรมรุ่นนี้ ใครมีงบเพิ่มมาอีกหน่อย อัพเกรดอร่อยแน่

ไปจัดกันได้ที่ คลิ๊ก

 

from:https://notebookspec.com/ram-ddr4-16gb-start-19xx-online/516218/