คลังเก็บป้ายกำกับ: BUYER’S_GUIDE

Notebook ชิปเซ็ท AMD Ryzen Series Modern PC ตัวแรง จะเล่นเกมหรือทำงานก็ไม่มีหวั่นน!

สำหรับใครที่กำลังอยากจะหาซื้อ Notebook สักเครื่องที่เน้นใช้ได้ระยะยาว ไม่ว่าจะเอาไว้ทำงาน หรือด้านความบันเทิง เรามีรุ่นที่น่าสนใจ มาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ Modern PC Notebook ที่ใช้ CPU จากค่าย AMD ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักในเรื่องราคาที่ไม่แพงมากและคุณภาพดี เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ทั้งขึ้นชื่อในเรื่องเล่นเกมหรือจะทำงานหลายๆ แท็ปพร้อมกันก็ลื่นไหลก็ไม่มีสะดุด จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้างไปดูกันเลย

9 Notebook AMD Ryzen สเปคแรงไม่หวั่น

notebook

banana online dark

ASUS ROG ZEPHYRUS G14

เปิดหัวกันมาด้วยตัวขวัญใจวัยรุ่นที่ขายดีกันเลย Asus ROG Zephyrus G14 Notebook ขนาดบางเบา มี จอ LED AniMe Matrix สำหรับปรับแต่ง Emoji ได้ตามสไตล์ หน้าจอ IPS Full HD 14 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ค่าสี sRGB 100% ตัวนี้สามารถใช้ทำงานได้ เล่นเกมได้ ทำงานกราฟิกได้ เพราะมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650Ti โดยขุมพลังอื่นๆ ก็ถือว่าจัดเต็ม CPU AMD Ryzen 5 4600HS, RAM 8GB ความจุแบบ SSD 512GB เหมาะสำหรับคนทำงานที่ชอบเล่นเกม สามารถซื้อตัวเดียวแล้วใช้งานได้ครอบคลุม

HP Notebook ENVY X360 13 AY0001AU Black 1 1605976619 e1614221283468

banana online dark

HP ENVY X360 13

ถัดมากันเลยกับแบรนด์ HP ก็มี Notebook ทำงานดีๆ ที่ใช้งาน AMD Ryzen Series อยู่เหมือนกัน HP ENVY X360 13 ตัวนี้จัดเต็มความแรงด้วย AMD Ryzen 5 4500U หน้าจอ 13.3 นิ้ว RAM 8GB กราฟิกการ์ดคอมโบค่ายแดงไปเลยกับ AMD Radeon Vega ทำงานกราฟิกทั่วไปได้ พร้อมลุยทันทีด้วย Windows 10 Home และ Microsoft Ofiice Home student 2019 แถมมาให้เรียบร้อย ความจุแบบ M.2 SSD 512GB ดีไซน์มีความบางเบาพร้อมติดตัวไปทำงานได้ทุกที่ ก็จัดเป็นอีกตัวที่ทำงานได้ครอบคลุมเลยทีเดียว

Acer Notebook SWIFT SF314 42 R5H1 Silver 1 1613492104 e1614221369738

banana online dark

 ACER SWIFT SF314

มาถึงซีรีย์ทำงานของแบรนด์ Acer กันบ้าง กับ ACER SWIFT SF314 ตัวนี้ก็โดดเด่นด้วยการดีไซน์ที่บางเบา เน้นการพกพา แต่ก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีด้วยขุมพลัง AMD Ryzen 7 4700U เรียกได้ว่าแรงกันจัดๆ ทำงานกราฟิกทั่วไปได้ด้วย AMD Radeon Graphics หน้าจอ 14 นิ้วแบบ FHD RAM 8GB มี Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน รันโปรแกรมได้รวดเร็วด้วยความจุ 512GB แบบ SSD จัดเป็นอีกตัวที่สเปคแรง ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิง

Acer Notebook SWIFT SF314 42 R18J Purple 1 1612898028 e1614221443119

banana online dark

ACER NOTEBOOK SWIFT SF314-42-R18J PURPLE (A)

อีกรุ่นของ Acer ที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นที่อยากแนะนำ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากมีราคาที่ไม่แรงมาก อยู่ที่สองหมื่นต้นๆ เท่านั้น และสเปคในเรื่องการใช้งานเหมาะกับการใช้งานทั่วไป RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล SSD 512 GB แบตเตอรี่ที่อึด ทน อยู่ได้นาน มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และมีดีไซน์ที่ดูสมัยใหม่ บางเฉียบ เรียบหรูเลยทีเดียว พกพาง่ายไม่ว่าไปเรียนหรือพกไปทำงานก็ไม่รู้สึกเทอะทะหรือหนักเลย สำหรับคนที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสักเครื่องที่ราคาไม่แรงมากและใช้งานง่าย ครบกัน ตัวเดียวจบ ใช้งานในระยะยาวแนะนำตัวนี้เลย

Huawei Notebook MateBook D14 R7 A 1 1612894388 e1614221517651

banana online dark

HUAWEI MATEBOOK D14 R7

มาถึงอีกแบรนด์คุ้นหู แต่ถือว่ายังใหม่ในตลาด Notebook อย่าง HUAWEI แต่ก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้โดนใจเหมือนกัน HUAWEI MATEBOOK D14 R7 โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงาม เรียบหรูมีระดับ ขนาดบางเบา พกพาไปทำงานสะดวก มาพร้อมจอภาพ Full HD IPS 14 นิ้ว ขอบจอบาง แถมมากับสเปคแรงๆ CPU AMD Ryzen 7 3700U RAM 8GB การ์ดจอ Radeon Vega 10 Graphics ทำงานกราฟิกทั่วไปสบาย หน่วยความจำแบบ SSD 512GB พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ระบบความปลอดภัยก็อุ่นใจด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ถือว่าทำงานได้อย่างครอบคลุม จัดเป็นอีกตัวที่เราแนะนำเลยค่ะ

Huawei Notebook MateBook 14 R5 4600H Grey 1 1614183016 e1614221601650

banana online dark

HUAWEI NOTEBOOK MATEBOOK 14 R5 4600H GREY (A)

ถัดมาอย่างติดๆ อย่าง HUAWEI  MATEBOOK 14 กันบ้าง โน๊ตบุ๊คที่บางเบา เพียง 1.5 กิโลกรัม ไม่เทอะทะ พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ขอบจอบางเฉียบ ดูสบายตา การ์ดจอนั้นจะเป็น Onboard AMD Radeon และใช้ CPU AMD Ryzen 5 4600H, RAM 16GB ที่ใช้งานได้ครอบคลุมทุกด้านและรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้น  ในเรื่องจอนั้น มากับจอ 14 นิ้ว ความละเอียดถึง 2K ค่าสี sRGB 100% เลยทีเดียว ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูง สีชัด สวยงาม ออกแบบงานกราฟิกได้สบาย หรืองาน Art ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สีไม่เพี้ยนแน่นอน

Lenovo Notebook Yoga Slim 7 14ARE05 882A200DFTA Orchid 1 1613151709 e1614221677347

banana online dark

LENOVO YOGA SLIM 7

ถัดมากับอีกหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นด้าน Notebook ทำงาน LENOVO YOGA SLIM 7 รุ่นนี้ก็ยังคงโดดเด่นเหมือนเคย กันรันดีความแรงด้วย CPU AMD AMD Ryzen 7 4800U หน้าจอ 14 นิ้ว RAM จัดมาแบบเต็มเหนี่ยว 16GB ความจุแบบ SSD 512GB กราฟิกการ์ด AMD Radeon Graphics อีกทั้งยังแถม Windows 10 Home 64 Bit และ Microsoft Office Home&Student 2019 มาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าพร้อมทั้งทำงานทั่วไปและงานกราฟิกเบื้องต้น ดีไซน์ออกมาให้ใช้งานและพกพาง่าย สาวกแบรนด์นี้ก็จัดไปเลย

Dell Notebook Inspiron 5505 W566155101THW10 Silver 1 1613145663 e1614221815414

banana online dark

DELL INSPIRON 5505

ต่อกันเลยกับแบรนด์ DELL ในรุ่น Inspiron 5505 ตัวนี้ใช้งาน CPU AMD Ryzen 5 4500U จอใหญ่สะใจ 15.6 นิ้ว ดีไซน์และสีมีความเรียบหรูเสริมบุคลิกคนทำงาน RAM 8GB หน่วยความจำแบบ SSD 256GB กราฟิกการ์ด AMD Radeon Graphics ทำงานเบื้องต้นได้ และของแถมจัดว่าคุ้มโดยให้ Windows 10 Home 64bit รวมถึง McAfee LiveSafe 12 month Subscription พร้อม Microsoft Office Home and Student 2019 เรียกได้ว่าพร้อมทำงานได้อย่างปลอดภัยหายห่วง ประกันไปเลย 2 ปี ตัวนี้ก็ถือว่าคุ้มสุดๆไปเลย

Dell Notebook Inspiron 3505 W566155260ATHW10 Black 1 1614096198 e1614221903682

banana online dark

DELL NOTEBOOK INSPIRON 3505-W566155260ATHW10 BLACK (A)

ส่งท้ายกันด้วย DELL ปิดท้ายสำหรับวันนี้ ในรุ่น INSPIRON 3505 ราคาถูกที่สุดในบรรดาที่กล่าวมาทั้งหมด ราคาน่ารัก เพียงหลักหมื่นต้นๆ ก็สามารถครอบครองได้ สำหรับคนงบน้อยจัดเลยไม่ต้องคิดเยอะ ที่มีหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 3 3250U Processor มาพร้อม SSD ความจุ 256GB และ RAM DDR4 8GB หน้าจอ 15.6 นิ้ว ใหญ่สะใจแน่นอน เหมาะกับการใช้งานได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง ภาพ เสียงคมชัด และยังมีการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วด้วยพอร์ต USB 3.2 Gen 1 สองพอร์ต วัสดุตัวเครื่องที่แข็งแรงทนทาน พร้อมลุยทุกสถานการณ์ แถมประกันจัดเต็มถึง 2 ปีไปเลย 

และนี่ก็คือ โน๊ตบุ๊คที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ทั้งหมด 9 รุ่น แบบจุกๆ  ที่เรานำมาแนะนำให้ได้เลือกกันตามการใช้งานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เกมเมอร์ สายงาน หรือใช้งานทั่วไป ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปทั้งเรื่องสเปคหรือราคา ลองพิจารณาได้ตามความเหมาะสมและการใช้งานของเราเองได้เลยค่ะ

from:https://notebookspec.com/web/579151-9-notebook-recommend-from-banana-it

5 all-in-one PC สเปคดีดีไซน์สวย สำหรับบ้านหรือออฟฟิศยุคใหม่

สำหรับพีซีนอกจากพีซีประกอบจากบริษัทหรือแบบทำเองและโน๊ตบุ๊คแล้ว All-In-One น่าใช้ก็จัดเป็นพีซีน่าใช้เช่นกัน แม้จะไม่ใช่ประเภทที่ผู้ใช้แนะนำและบอกต่อกันอย่างกว้างขวางเหมือนกับโน๊ตบุ๊คก็ตาม แต่อันที่จริง AIO ก็เป็นพีซีอีกกลุ่มที่น่าเลือกใช้ไม่แพ้กับพีซีกลุ่มอื่น ๆ เพราะสเปคและประสิทธิภาพก็สามารถทำงานหนัก ๆ ได้ไม่แพ้พีซีแบบอื่นเลย

แต่หลายคนอาจจะคิดว่าตกลงแล้วเราจะซื้อ AIO มาทำไมในเมื่อมันก็พกพาไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนโน๊ตบุ๊ค แล้วโน๊ตบุ๊คก็ต่อหน้าจอเสริมเพื่อใช้งานเป็นพีซีตั้งโต๊ะได้เหมือนกันอยู่แล้ว? แต่ที่จริงพีซีประเภท AIO นี้จัดว่าเป็นมวยรองที่น่าใช้กว่าที่คิดหากเราเข้าใจจุดเด่นของมันจริง ๆ 

all-in-one
ถ้าพูดถึง AIO ยอดนิยมของคนทั่วโลก ก็น่าจะไม่พ้น Apple iMac แน่ ๆ

เหตุผลว่าทำไม All-In-One PC ถึงน่าใช้

ASUS Vivo AiO V241E Review 3
AIO ปัจจุบันนี้สเปคดีและหลายรุ่นก็ใช้หน้าจอคุณภาพสูงอีกด้วย

AIO หรือ All-In-One นั้นเป็นพีซีที่ถูกออกแบบให้มีแต่หน้าจอแล้วรวมส่วนประมวลผลของตัวเครื่องทั้งหมดเอาไว้ด้านหลังหน้าจอเพื่อประหยัดพื้นที่วางเครื่องให้มากที่สุด แต่ประสิทธิภาพการทำงานก็อยู่ในระดับที่ดี และปัจจุบันนี้ AIO แต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นและฟีเจอร์แตกต่างกันตามที่ผู้ผลิตใส่มาให้ในเครื่องรุ่นนั้น ๆ 

แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าถ้าซื้อโน๊ตบุ๊คกับหน้าจอแยกอีกหนึ่งจอจะไม่ดีกว่าเหรอ? เพราะว่าโน๊ตบุ๊คสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้และกินพื้นที่น้อยเหมือนกัน แต่ถ้าผู้ใช้คนนั้น ๆ แค่ต้องการพีซีเอาไว้ใช้งานในคอนโดมิเนียมหรือหอพักสักเครื่องแล้วไม่อยากพกพีซีไปไหนมาไหนอยู่แล้ว AIO ก็ดูจะเป็นคำตอบที่ดีทีเดียว นอกจากนี้ข้อดีหลัก ๆ ของพีซีประเภทนี้คือ

IMG 20210225 152101 scaled
โน๊ตบุ๊คถึงพกพาไปไหนได้ง่ายจริง แต่ถ้าต่อจอก็อาจจะต้องใช้สายเยอะจนรกเป็นรังงู

  1. ตัวเครื่องใช้สายเชื่อมต่อไม่เยอะมาก แค่ต่อปลั๊กก็เปิดเครื่องใช้งานได้เลยไม่ต้องเสียเวลามาต่อสายให้วุ่นวายเหมือนพีซีแบบแยกเคสเป็นอีกชิ้นหนึ่ง
  2. แทบทุกรุ่นติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งานแล้ว และบางรุ่นมี Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ด้วย
  3. ใช้พื้นที่น้อยเพราะไม่มีเคสแยกเหมือนเดสก์ท็อปหลาย ๆ รุ่น เพราะชิ้นส่วนทั้งหมดรวมเอาไว้หลังหน้าจอหมดแล้ว ถ้าต้องการต่อหน้าจอเสริมก็มีพอร์ตรองรับ
  4. ตัวเครื่องกินพลังงานไม่เยอะมากเพราะหลายรุ่นใช้ซีพียูโน๊ตบุ๊คจึงประหยัดและไม่เปลืองค่าไฟฟ้า บางรุ่นเลือกติดตั้งซีพียูเดสก์ท็อปมาเพื่อประสิทธิภาพการประมวลผลที่ดีขึ้น
  5. ตัวเครื่อง All-In-One PC มีขนาดใหญ่จึงมีพื้นที่สำหรับระบบระบายความร้อนมากขึ้น เวลาใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานจึงไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนมากนัก
  6. มีหน้าจอใหญ่ระดับ 20 นิ้วขึ้นไป ทำให้ไม่ต้องเพ่งจนดวงตาล้า
  7. บางรุ่นมีหน้าจอแบบ sRGB 100% ทำให้ใช้ทำงานศิลปะและแต่งภาพได้ดี
  8. สเปคเพียงพอสำหรับการใช้ทำงานเอกสารและตัดต่อ Vlog ทั่ว ๆ ไป หรือจะเป็นพีซีสำหรับนักเรียนใช้เรียนออนไลน์ก็ได้
  9. แถมเมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายมาให้พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องซื้อแยกชิ้นเพื่อเอามาใช้งาน บางรุ่นอาจจะแถม External DVD-RW มาด้วย
  10. หลายรุ่นมีประกันแบบ On Site Service เข้ามาให้บริการดูแลเครื่องให้ถึงบ้านหรือสถานที่ที่สะดวกตามนัดของเรา

ดังนั้นถ้าผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการพีซีเอาไว้ใช้งานสักเครื่องในบ้านหรือคอนโดมิเนียมแล้วไม่คิดจะยกพีซีเครื่องนั้นติดตัวไปไหนมาไหนอยู่แล้ว การเลือกซื้อ AIO เอาไว้ใช้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว และถ้าใช้งานในออฟฟิศเป็นพีซีสำหรับพนักงานก็ประหยัดพื้นที่และดีไซน์ก็สวยงามอีกด้วย

All-In-One PC น่าใช้ 5 รุ่น 5 แบรนด์

หากว่าใครตอบโจทย์ตัวเองได้แล้วว่า All-In-One นั้นเป็นพีซีแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของเราด้วยและกำลังมองหาเอาไว้ใช้สักเครื่อง ผู้เขียนก็อยากแนะนำว่าในสเปคระดับราคาสองหมื่นกลาง ๆ นั้นจะเป็นระดับราคาและสเปคคุ้มค่าน่าเลือกซื้อไว้ใช้งานเป็นอย่างมาก โดยทั้ง 5 รุ่นนี้จัดเป็นรุ่นแนะนำสำหรับคนที่คิดว่าจะซื้อ AIO มาใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว

  1. LENOVO AIO IdeaCentre A340 (24,900 บาท)
  2. HP AIO 22 (25,900 บาท)
  3. ACER AIO Aspire C22 (18,900 บาท)
  4. ASUS AIO V241EAK (24,990 บาท)
  5. DELL AIO Inspiron 5490 (25,900 บาท)
1. LENOVO AIO IdeaCentre A340 (24,900 บาท)

lenovo ideacentre a340 23 feature 01

LENOVO AIO IdeaCentre A340 นั้นเป็น All-In-One PC เครื่องแรกที่อยากแนะนำให้ผู้สนใจได้เลือกดูกันก่อนเนื่องจากสเปคและดีไซน์นั้นจัดว่าน่าสนใจทีเดียว ด้านดีไซน์จะเห็นว่าตัวขาตั้งเป็นเหล็กเส้นเดียวแข็งแรง ช่วยรองรับน้ำหนักตัวเครื่องทั้งหมดเอาไว้ซึ่งปรับมุมให้เงยหรือกดต่ำลงได้ด้วยและมีตัวรวบเก็บสายเคเบิ้ลรวมเอาไว้ตรงขาตั้งเครื่องอีกด้วย ทำให้สายไม่ยุ่งเหยิง นอกจากนี้ตรงขอบบนหน้าจอยังมีตัวเลื่อนปิดกล้องหน้าเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

สเปคของ LENOVO AIO IdeaCentre A340 ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-9400T เป็นซีพียูสำหรับเดสก์ท็อป มี 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 1.8-3.4 GHz มีค่า TDP เพียง 35 วัตต์ จึงสามารถเปิดโปรแกรมและทำงานหนัก ๆ ได้สบาย ๆ และใช้การ์ดจอแยก AMD Radeon 530 มีแรมการ์ดจอ 2GB GDDR5 ช่วยให้ประมวลผลกราฟฟิคต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น มีฮาร์ดดิสก์แยกเป็น SSD M.2 NVMe ขนาด 2242 ความจุ 128GB สำหรับติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ และ Windows 10 Home และฮาร์ดดิสก์อีก 1TB สำหรับจุงานต่าง ๆ เอาไว้ในเครื่อง แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4 บัส 2666 MHz หน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

การเชื่อมต่อด้านหลังเครื่องมีพอร์ต USB 2.0 Type-A และ USB 3.1 Type-A อย่างละ 2 ช่อง รวมเป็น 4 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง และ 3-in-1 card reader x 1 ช่องด้วย ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.0 จัดว่าครบครันและในแพ็คเกจจะมีคีย์บอร์ดและเมาส์แบบสายมาให้พร้อมใช้งาน

สเปคของ LENOVO AIO IdeaCentre A340

  • ซีพียูเดสก์ท็อป Intel Core i5-9400T แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 1.8-3.4 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon 530 มีแรมการ์ดจอ 2GB GDDR5
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe ขนาด 2242 ความจุ 128GB และฮาร์ดดิสก์อีก 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • หน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง, 3-in-1 card reader x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.0
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์แบบมีสายมาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 24,900 บาท
2. HP AIO 22 (25,900 บาท)

c06563701 3

HP AIO 22 ก็เป็น All-In-One PC ดีไซน์เรียบง่ายดูดีน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง เน้นความเรียบหรูและตัวขอบหน้าจอจะบาง ทำให้เวลาใช้งานแล้วเราสามารถเห็นเนื้อหาบนหน้าจอได้มากขึ้นอีกด้วย ส่วนขาตั้งตัวเครื่องดีไซน์เป็นสี่แฉกให้ความสวยและแข็งแรงไปพร้อมกัน

สเปคของ HP AIO 22 ใช้ซีพียู Intel Core i5-10400T เป็นซีพียูเดสก์ท็อปเช่นกันและเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง แบบ 6 คอร์ 12 เธรด มีความเร็ว 2.0-3.6 GHz จึงสามารถประมวลผลงานหนัก ๆ ได้สบาย จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX 330 2GB GDDR5 ช่วยเรื่องงานตัดต่อและกราฟฟิคได้สบาย ๆ ส่วนแรมตัวเครื่องมี 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาให้พร้อมใช้งาน กับฮาร์ดดิสก์อีก 1TB เพื่อเซฟงานทั่วไป ส่วนหน้าจอมีขนาด 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

การเชื่อมต่อรองรับพอร์ต USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A x 2 ช่อง กับช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง มีช่อง 3-in-1 card reader x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง และ HDMI x 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 4.2 และมีเมาส์กับคีย์บอร์ดมีสายแถมมาให้ในแพ็คเกจกับ DVD-Writer อีกหนึ่งอันด้วย

สเปคของ HP AIO 22

  • ซีพียูเดสก์ท็อป Intel Core i5-10400T แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.0-3.6 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX 330 มีแรมการ์ดจอ 2GB GDDR5
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB และฮาร์ดดิสก์อีก 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง, 3-in-1 card reader x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์แบบมีสายมาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 25,900 บาท
3. ACER AIO Aspire C22 (18,900 บาท)

acer aspire c22 960 wp rf kbms 01 2 1 1

ACER AIO Aspire C22 ก็เป็น All-In-One ที่นอกจากสเปคจะน่าใช้งานยังดีไซน์สวยงามเพราะตัวเครื่องเป็นดีไซน์ขอบหน้าจอบางเฉียบและใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม ให้ความหรูหราและแข็งแรงด้วย ดังนั้นถ้าใครต้องการพีซีที่เข้ากับดีไซน์บ้านแบบมินิมอลก็น่าจะชอบดีไซน์ของ Aspire C22 เครื่องนี้ไม่น้อยเช่นกัน

สเปคของ Aspire C22 เครื่องนี้ใช้ซีพียูโน๊ตบุ๊ครุ่น Intel Core i5-10210U เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz ซึ่งประสิทธิภาพสูงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปแน่นอน ส่วนของการ์ดจอเป็นออนบอร์ดรุ่น Intel HD Graphics 620 สำหรับเข้ารหัสวิดีโอความละเอียด 4K กับฮาร์ดดิสก์ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาให้พร้อมใช้งานกับแรม SODIMM 8GB DDR4 ซึ่งถือว่าครบเครื่องพร้อมใช้งาน ส่วนหน้าจอขนาด 21.5 นิ้ว มีความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ USB 3.1 Type-A กับ USB 3.1 Type-C อย่างละ 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, RJ45 LAN, SD Card Reader x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง เรียกว่าครบและมีพอร์ตอย่าง USB-C สำหรับรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 4.2 และมีเมาส์กับคีย์บอร์ดแถมมาให้ในเซ็ตพร้อมใช้งานทันที

อย่างไรก็ตามสำหรับ Acer AIO Aspire C22 เครื่องนี้จะมีเพียงฮาร์ดดิสก์มาให้ลูกเดียวเท่านั้น แต่มีช่อง M.2 SSD ติดตั้งมาให้พร้อมรองรับการอัพเกรดด้วย ดังนั้นถ้าซื้อเครื่องนี้ไปก็ควรเตรียม M.2 SSD เอาไว้เพื่อโคลน Windows 10 Home มาใส่ SSD จะดีที่สุด

สเปคของ ACER AIO Aspire C22

  • ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-10210U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz
  • การ์ดจอ Intel HD Graphics 620
  • ฮาร์ดดิสก์ 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 21.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-A x 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C x 2 ช่อง, HDMI x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง, SD card reader x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์มาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 18,900 บาท
4. ASUS AIO V241EAK (24,990 บาท)

ASUS Vivo AiO V241E Review 23

ASUS AIO V241EAK-BA010TS ถ้าจำกันได้ทาง Notebookspec ได้มีรีวิวของเครื่องรุ่นนี้เปิดให้อ่านไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็น All-In-One PC รุ่นที่ทั้งสเปคดีและฟีเจอร์ถือว่าครบมากเครื่องหนึ่ง โดยเฉพาะหน้าจอ sRGB 100% ที่ให้สีสันสวยคม เหมาะกับคนทำงานแต่งภาพและสีสันเป็นอย่างมาก

สเปคของ ASUS V241 เครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics ที่มีประสิทธิภาพดีพอใช้ทำงานทั่วไปได้ รวมไปถึงงานตัดต่อวิดีโอแบบ Vlog อีกด้วย ส่วนแรมมีความจุ 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์เป็น SSD M.2 NVMe 256GB กับฮาร์ดดิสก์ 1TB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 4 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, LAN x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง ซึ่งจัดว่าครบถ้วนทีเดียว อาจจะมีข้อสังเกตคือไม่มีช่อง SD Card Reader ติดตั้งมาให้ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 ซึ่งเครื่องนี้เหมาะกับการใช้งานทั้งในบ้านหรือที่ทำงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานสายกราฟฟิคที่เน้นหน้าจอสีสันแม่นยำควรเลือกซื้อรุ่นนี้ไว้ใช้งาน และในแพ็คเกจมีคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายแถมมาให้กับ External DVD-RW อีกหนึ่งอัน

สเปคของ ASUS AIO V241EAK-BA010TS

  • ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz
  • การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe 256GB, HDD 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 4 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายกับ External DVD-RW มาพร้อมใช้งาน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 24,900 บาท
5. DELL AIO Inspiron 5490 (25,900 บาท)

desktops inspiron 24 5490 intel black dar pdp mod1 e1614254557166

DELL AIO Inspiron 5490 เป็น All-In-One อีกรุ่นที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากดีไซน์เรียบง่ายแต่ก็ยังดูดีด้วยหน้าจอขอบบาง ทำให้เห็นเนื้อหาบนหน้าจอมากยิ่งขึ้นกับระบบรักษาความปลอดภัย Dell Mobile Connect ที่ส่งข้อมูลแบบ point-to-point ช่วยรักษาความลับของข้อมูลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กล้องหน้ายังเป็นแบบ Pop up สไลด์ขึ้นมาเมื่อเราใช้งานเท่านั้นอีกด้วย

สเปคของ All-In-One จาก DELL เครื่องนี้ใช้ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-10210U เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz ซึ่งเพียงพอต่อการทำงานทั่วไปจนถึงงานกราฟฟิคได้เลย จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX110 มีแรม 2GB GDDR5 กับแรม 8GB DDR4 มีฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 256GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home (64 bit) มาให้กับฮาร์ดดิสก์อีก 1TB สำหรับเซฟงานทั่วไปได้ หน้าจอมีขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)

พอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A x 3 ช่อง และ USB 3.1 Type-C x 1 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, SD Card Reader 3.0 x 1 ช่อง, LAN x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 มีเมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายแถมมาให้ในเซ็ตพร้อมใช้งานได้ทันทีอีกด้วย

สเปคของ DELL AIO Inspiron 5490

  • ซีพียูโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-10210U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6-4.2 GHz
  • การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE MX110 แรม 2GB GDDR5
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe 256GB, HDD 1TB
  • แรม SODIMM ความจุ 8GB DDR4
  • หน้าจอ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล)
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 Type-A x 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A x 3 ช่อง, USB 3.1 Type-C x 1 ช่อง, HDMI x 2 ช่อง, SD Card Reader 3.0 x 1 ช่อง, LAN RJ45 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ในแพ็คเกจแถมคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายมาให้
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit)
  • ราคา 25,900 บาท

สรุป – ถ้ารู้โจทย์ว่าใช้งานแบบไหนก็เลือก All-In-One ได้ถูกรุ่นแน่นอน

จะเห็นว่า All-In-One PC นั้นจะมีสเปคหลากหลายและมีซีพียูทั้งรุ่นของเดสก์ท็อปที่ตามท้ายด้วยรหัส T กับรุ่นที่ติดตั้งในโน๊ตบุ๊คอีกด้วย ซึ่งถ้าเราเลือกใช้งานให้ตรงตามโจทย์ของเราก็จะช่วยให้งานของเราเสร็จเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนสเปคโดยสรุปของแต่ละรุ่นจะมีดังนี้

รุ่น / สเปค LENOVO AIO IdeaCentre A340 HP AIO 22 ACER AIO Aspire C22 ASUS AIO V241EAK-BA010TS DELL AIO Inspiron 5490
ซีพียู

Intel Core
i5-9400T

6 คอร์ 6 เธรด

ความเร็ว
1.8-3.4 GHz

Intel Core
i5-10400T

6 คอร์ 12 เธรด

ความเร็ว
2.0-3.6 GHz

Intel Core
i5-10210U

4 คอร์ 8 เธรด

ความเร็ว
1.6-4.2 GHz

Intel Core
i5-1135G7

4 คอร์ 8 เธรด

ความเร็ว
2.4-4.2 GHz

Intel Core i5-10210U

4 คอร์ 8 เธรด

ความเร็ว
1.6-4.2 GHz

การ์ดจอ AMD Radeon 530
(2GB GDDR5)
NVIDIA GEFORCE MX 330
(2GB GDDR5)
Intel HD Graphics 620

Intel Iris Xe Graphics

NVIDIA GEFORCE MX110 (2GB GDDR5)
แรม SODIMM 8GB DDR4 บัส 2666 MHz SODIMM 8GB DDR4 SODIMM 8GB DDR4 8GB DDR4 8GB DDR4
หน้าจอ 23.8 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
21.5 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
21.5 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
23.8 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
23.8 นิ้ว
Full HD
(1920×1080 พิกเซล)
ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe 128GB

HDD 1TB

SSD M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

HDD 1TB SSD M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

SSD M.2 NVMe 256GB

HDD 1TB

การเชื่อมต่อ USB 2.0
Type-A x 2

USB 3.1 Type-A x 2

HDMI x 1

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

3-in-1 card reader x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.0

USB 2.0
Type-A x 2

USB 3.1 Type-A x 2

HDMI x 1

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

3-in-1 card reader x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 4.2

USB 3.1 Type-A x 2

USB 3.1 Type-C x 2

HDMI x 1

LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

SD card reader x 1

USB 2.0 Type-A x 1

USB 3.2 Gen 1 Type-A x 4

HDMI x 2

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 ช่อง

USB 2.0 Type-A x 1

USB 3.1 Type-A x 3

USB 3.1 Type-C x 1

HDMI x 2

SD Card Reader 3.0 x 1

LAN RJ45 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit) Windows 10 Home (64 bit)
ราคา 24,900 บาท 25,900 บาท 18,900 บาท 24,900 บาท 25,900 บาท

สุดท้ายถ้าโจทย์ของเราคือการเลือกซื้อพีซีเอาไว้ใช้งานทั่วไปในบ้านหรือที่ทำงานแบบเข้าใจและเข้าถึงง่าย ๆ แล้ว การเลือก All-In-One PC สเปคดีสักเครื่องหนึ่งเอาไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นซีพียูเดสก์ท็อปหรือโน๊ตบุ๊คก็ตาม ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากประหยัดพื้นที่แล้วยังมีสเปคไล่เลี่ยกับพีซีประกอบสำเร็จรูปอีกหลาย ๆ รุ่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังไม่ต้องลำบากเสียเวลานั่งต่อสายให้วุ่นวาย เพียงเสียบปลั๊กกับ USB ของเมาส์และคีย์บอร์ดให้เรียบร้อยก็พร้อมใช้ทำงานได้เลย 

from:https://notebookspec.com/web/579218-5-all-in-one-to-concern-than-buy-laptop

แนะนำ 4 กล่อง sSD ใส่ NVMe ใช้เซฟงานได้ Clone Windows ก็ดี

หลังจากเลือกได้แล้วว่าเราจะซื้อ SSD รุ่นไหนมาใช้ ฟันธงได้ว่าจะเอาความจุกี่ GB มาใช้งานได้แล้ว กล่อง SSD สำหรับใช้เป็นตัวใส่ฮาร์ดดิสก์ทั้งแบบ SATA 2.5″ หรือ M.2 ก็เป็นของจำเป็นขึ้นมาทันที เวลาต้องการ Clone Windows จากฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าเข้ามาอยู่ใน SSD ลูกใหม่จะได้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้นไม่ต้องมาเสียเวลาติดตั้ง Windows ใหม่ด้วย

ยิ่งตอนนี้ราคาของ SSD แบบ M.2 NVMe ยิ่งถูกลงเรื่อย ๆ และมีโปรโมชั่นลดราคาและเซลส์กันอย่างต่อเนื่องจนหลาย ๆ คนน่าจะมี NVMe ใช้กันและอาจจะอยากเอามาเปลี่ยนกับฮาร์ดดิสก์เก่าในเครื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าจะหาซื้อกล่องใส่ SSD ตัวไหนมาใช้ดีและกลัวว่าซื้อมาจะใช้งานไม่ได้ด้วย ดังนั้นเราจะมาทำความเข้าใจกันว่ามันมีวิธีดูและเลือกง่าย ๆ อย่างไรบ้าง

กล่อง ssd
มีเอาไว้ใช้เป็น External Harddisk ถ่ายข้อมูลเร็ว ๆ หรือเอาไว้ Clone Windows ก็เวิร์ค!

ก่อนซื้อมาเข้าใจ NVMe ของเรากันก่อน

Screenshot 2021 02 24 143731

เวลาเราเปิดดูเรื่องสเปคของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่นเมนบอร์ดหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ M.2 NVMe ในส่วนของ Storage นั้น เราจะเห็นว่าบรรทัดข้อมูลของ SSD M.2 NVMe จะมีการวงเล็บตัวเลข 4 ตัวเอาไว้อยู่ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันหมายถึงอะไร และทำไมต้องเขียนเอาไว้เยอะขนาดนั้น

เช่นในภาพตัวอย่างในกรอบสี่เหลี่ยมที่มีลูกศรชี้อยู่ จะเห็นว่าสเปคเมนบอร์ดนี้รองรับ M.2 NVMe SSD แบบ 2242/ 2260/ 2280/ 22110 นอกจากนี้ถ้าเห็นตรงหัวข้อ 3x M.2 slots จะมีวงเล็บว่า Key M เอาไว้ด้วย

b0996abe9746c0cc29fa97abee839650 e1614151081964

ส่วนแรก ตัวเลข 4 ตัว ในหน้าสเปคหมายถึงขนาดของ M.2 NVMe ที่เมนบอร์ดรวมทั้งกล่อง SSD รุ่นนั้น ๆ สามารถใช้ได้ ซึ่งหมายถึงความกว้างและยาวของ M.2 SATA และ M.2 NVMe ชิ้นนั้น ๆ เวลาอ่านจะต้องแบ่งการอ่านออกเป็นคู่ เช่น M.2 NVMe 2280 นั่นคือ NVMe กว้าง 22 มิลลิเมตร และยาว 80 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของ NVMe หลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันนี้

ดังนั้นเวลาเราจะเลือกซื้อเมนบอร์ดหรือกล่อง SSD มาใช้ หรือกลับกันถ้าเราจะซื้อ NVMe SSD มาใส่กับเมนบอร์ดหรือกล่องใส่ SSD ก็ตาม ก็ต้องเลือกขนาดให้เข้ากันด้วย

M2 FAQ Q17 BOTTOM

ถัดมาในส่วนของ Key M ตรงบรรทัดบนจากภาพที่แล้ว จะหมายถึงส่วนของจุดเชื่อมต่อของ M.2 SSD เข้ากับขั้วตัวรับของเมนบอร์ดหรือกล่อง SSD ซึ่งในภาพตัวอย่างจะเห็นว่า M.2 SSD นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือแบบ B-Key และ M-Key และลูกผสมอย่าง B & M Key

วิธีการสังเกตคือให้เรานับจำนวนขีด (Pin) ตรงหัวเล็กของ M.2 SSD ว่ามีจำนวนกี่เส้น ถ้ามี 6 อันคือ B-Key ส่วนแบบ 5 อัน คือ M-Key ส่วนแบบที่แตกเป็นสองหัวคือ B & M Key โดยมีข้อแตกต่างกันคือ

  1. B-Key – สามารถใช้รับส่งข้อมูลให้ M.2 NVMe แบบ SATA และ/หรือ PCIe ก็ได้ แต่ใช้ได้แค่อินเตอร์เฟส PCIe x2 จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วสุดตามหน้าสเปคคือ 1,000MB/s 
  2. M-Key – สามารถใช้รับส่งข้อมูลให้ M.2 NVMe แบบ SATA และ/หรือ PCIe ก็ได้ และใช้อินเตอร์เฟส PCIe x4 ทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วถึง 2,000MB/s ทีเดียว และ M.2 SSD หลายรุ่นในปัจจุบันนี้ก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่ง NVMe รุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันนี้จะใช้เป็น M-Key กันแทบทุกรุ่นแล้วเพราะสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว
  3. B & M Key – ขั้วแบบลูกผสม ช่วยให้ติดตั้งได้หลายอุปกรณ์ยิ่งขึ้น รับส่งข้อมูล M.2 NVMe แบบ SATA และ/หรือ PCIe ก็ได้ แต่ใช้อินเตอร์เฟส PCIe x2 เหมือนกันกับ B-Key จึงรับส่งข้อมูลได้เร็วสุดเพียง 1,000MB/s เท่านั้น

b key
m key

ดังนั้นก่อนเราจะซื้อกล่อง SSD มาใส่ M.2 NVMe ก็ควรเช็คสเปคก่อนเสมอ ซึ่งเราสามารถคลิกอ่านได้ที่หน้าสเปคของกล่อง SSD รุ่นนั้น ๆ ที่เราสนใจและสังเกตตรงหัวข้อ Input หรือ Interface ทางผู้เขียนจะระบุเอาไว้ว่ากล่องนี้รองรับ M.2 NVMe แบบ B-Key หรือ M-Key นั่นเอง

4 กล่อง SSD แนะนำ ใส่ NVMe SSD ได้แน่นอน

ถ้าใครกำลังหากล่อง SSD สำหรับใส่ NVMe ไว้ใช้ Clone Windows หรือทำเป็น External Harddisk เพราะมี NVMe อันเก่าอยู่ในบ้านแล้วไม่ได้ใช้งาน บทความนี้เราได้รวบรวมรุ่นที่เป็น M-Key ซึ่งใช้งานกับ M.2 NVMe SSD ได้อย่างแน่นอนมาให้เลือกกัน 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. ORICO TCM2-C3 (990 บาท)
  2. CHOETECH PC-HDE03 (1,258 บาท)
  3. UGREEN M.2 PCI-e (1,350 บาท)
  4. ORICO PVM2-C3 (1,490 บาท)
1. ORICO TCM2-C3 (990 บาท)

1 31 3 e1614158793312

ORICO TCM2-C3 เป็นกล่องสำหรับ M.2 NVMe SSD ดีไซน์สวยซึ่งบอดี้ภายนอกเป็นพลาสติกใสและมีซิ้งค์อลูมิเนียมช่วยระบายความร้อนให้ NVMe ให้ไม่ร้อนเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้ตัวกล่องยังมีขนาดเล็กระดับใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย ๆ 

สเปคจะรองรับ NVMe ทั้ง M-Key และ B & M-Key ใส่ได้ตั้งแต่ขนาด 2230, 2242, 2260 และ 2280 ส่วนพอร์ตบนตัวกล่องจะเป็น USB 3.1 Type-C สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็ว 10Gbps รองรับ NVMe ความจุสูงสุดที่ 2TB ใช้งานร่วมกับ Windows, macOS และ Linux ได้ ในแพ็คเกจแถมสาย USB Type-C to Type-A แบบ USB 3.0 มาให้หนึ่งเส้น

สเปคของ ORICO TCM2-C3

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key และ B & M Key
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • รองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux
  • ราคา 990 บาท (Advice)
2. CHOETECH PC-HDE03 (1,258 บาท)

615Bir35D0L. SL1500 e1614159729207

CHOETECH PC-HDE03 เป็นกล่อง SSD น่าใช้อีกรุ่นซึ่งทางเว็บไซต์ SpecPhone เคยทำรีวิวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยเป็นเคสอลูมิเนียมขนาดพกพาง่ายและระบายความร้อนได้ดีและดีไซน์ให้มีช่องด้านข้างเคสเพื่อระบายความร้อนระหว่างใช้งานได้ด้วย สามารถเลื่อนสลักตรงท้ายกล่องแล้วเปิดฝามาใส่ M.2 NVMe เข้าไปแล้วขันน็อตเพื่อใช้งานได้เลย ซึ่งใช้งานได้สะดวกมากและยังคงพกพาง่ายเช่นเดียวกับกล่อง SSD รุ่นอื่น

สเปคจะรองรับ M.2 NVMe แบบ M-Key เท่านั้น สามารถติดตั้งขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ลงไปได้ พอร์ตของเคสเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็ว 10Gbps เช่นกัน รองรับการใช้งานกับ Windows และ macOS ได้ แต่จุดสังเกตของกล่อง CHOETECH คือไม่ระบุว่ารองรับ NVMe ความจุสูงสุดกี่ TB และไม่มีสาย USB Type-C แถมมาให้ ถ้าจะซื้อรุ่นนี้ควรมีสาย USB-C Gen 2 สำหรับเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลด้วย

สเปคของ CHOETECH PC-HDE03

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key เท่านั้น
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS
  • ราคา 1,258 บาท (Shopee CHOETECH Official Shop)
3. UGREEN M.2 PCI-e (1,350 บาท)

60354 1 3 363293 560x e1614160884357

UGREEN M.2 PCI-e นั้นถือเป็นอีกรุ่นจากแบรนด์ราคาไม่แพง จึงได้ใจคนชอบอุปกรณ์ไอทีราคาคุ้มค่าไปโดยง่าย ซึ่งกล่องนี้ของ UGREEN เองก็ออกแบบมาเป็นเคสอลูมิเนียมเช่นเดียวกันกับแบรนด์อื่นเพื่อช่วยระบายความร้อนให้ M.2 NVMe ให้เย็นลง ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น และสามารถถอดมาใส่ SSD ได้ง่ายมาก เพียงสไลด์แล้วขันน็อตเท่านั้น

สเปคของเคส UGREEN ตัวนี้จะมีแบ่งเป็นรุ่น M-Key และ B-Key ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อของเรา โดยรุ่น M-Key จะเป็นกล่องเทาเข้ม สามารถใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260 และ 2280 ได้ ตัวกล่องเป็นพอร์ต USB 3.1 Gen 2 Type-C สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps รองรับ SSD ความจุสูงสุด 2TB เช่นกัน ใช้งานกับ Windows, macOS, Linux และ Chrome OS ได้ด้วย เรียกว่ารองรับกว้างขวางมากรุ่นหนึ่งทีเดียว ส่วนในกล่องจะแถมสาย USB Type-C to A มาให้ 1 เส้น

สเปคของ UGREEN M.2 PCI-e

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key หรือ B-Key ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกซื้อ
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • รองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Linux และ Chrome OS
  • ราคา 1,350 บาท (Shopee UGREEN Official Shop)
4. ORICO PVM2-C3 (1,490 บาท)

4 7 61 e1614162366164

ORICO PVM2-C3 ก็เป็นกล่อง SSD ดีไซน์เรียบร้อยหรูหรารุ่นหนึ่งที่ทั้งแข็งแรงเพราะตัวเคสใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมและระบายความร้อนได้ดีทีเดียว ซึ่งตัวเคสอลูมิเนียมแบบทั้งตัวจึงกันน้ำ, รอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี แต่เวลาจะใส่หรือถอด M.2 NVMe จำเป็นต้องใช้ไขควงไขน็อตตรงท้ายกล่องเสมอ แต่เมื่อซื้อสินค้ามาแล้วจะมีไขควงสำหรับใช้ไขถอดน็อตและขันน็อต NVMe แถมมาให้ด้วยพร้อมกับสาย USB-C to C อีกหนึ่งเส้น

สเปคของ ORICO PVM2-C3 จะรองรับ M.2 NVMe แบบ M-Key ขนาด 2230, 2242, 2260 และ 2280 ซึ่งครอบคลุมขนาดมาตรฐานในปัจจุบันทั้งหมด มีพอร์ต USB 3.1 Type-C Gen 2 สำหรับรับส่งข้อมูล มีความเร็วสูงสุด 10Gbps และตัวกล่องนี้จะรองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB ด้วยกัน ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS

สเปคของ ORICO PVM2-C3

  • รองรับ NVMe แบบ M-Key
  • ใส่ NVMe ขนาด 2230, 2242, 2260, 2280 ได้
  • รองรับ NVMe ความจุสูงสุด 2TB
  • พอร์ตที่กล่องเป็น USB 3.1 Type-C Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS
  • ราคา 1,490 บาท (JIB)

สรุป – ซื้อกล่อง SSD รุ่นไหนไปใส่ NVMe ดี

สำหรับกล่อง SSD สักรุ่นนั้นจะมีตัวเลือกในตลาดคละกันอยู่หลายรุ่นทั้งแบบ B-Key และ M-Key ซึ่งถ้าเราเช็คข้อมูลกล่องรุ่นนั้น ๆ ให้ดี ก็จะช่วยให้เราเลือกซื้อสินค้าได้ถูกรุ่นและไม่เสียเงินฟรีอีกด้วย สำหรับสเปคโดยสรุปของทั้ง 4 รุ่น จะมีดังนี้

รุ่น / สเปค ประเภทของ Key ขนาดของ NVMe
ที่รองรับ
ความจุสูงสุด พอร์ตที่กล่อง ระบบปฏิบัติการ จุดเด่น ราคา
ORICO TCM2-C3 M-Key
และ
B & M Key
2230

2242

2260

2280

2TB USB 3.1 Type-C

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

Linux

เคสแบบใสดีไซน์สวยงาม และราคาไม่แพงมาก 990 บาท
CHOETECH PC-HDE03 M-Key 2230

2242

2260

2280

USB 3.1 Type-C Gen 2

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

ถอดเปลี่ยน NVMe ในกล่องได้ง่าย 1,258 บาท
UGREEN M.2 PCI-e M-Key
หรือ
B-Key

ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ซื้อ

2230

2242

2260

2280

2TB USB 3.1 Type-C Gen 2

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

Linux

Chrome OS

ถอดเปลี่ยน NVMe ในกล่องได้ง่าย

รองรับระบบปฏิบัติการหลายรุ่น

1,350 บาท
ORICO PVM2-C3 M-Key 2230

2242

2260

2280

2TB USB 3.1 Type-C Gen 2

รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 10Gbps

Windows

macOS

ดีไซน์สวยดูดี แข็งแรง

กันน้ำและรอยขีดข่วน

มีไขควงแถมมาให้ในกล่อง

1,490 บาท

เมื่อเราศึกษาข้อมูลของกล่อง SSD และรู้ว่ารุ่นไหนเหมาะกับเราแล้วค่อยเลือกซื้อรุ่นที่ตอบโจทย์ไปใช้งานได้เลย ซึ่งไม่ว่ารุ่นไหนก็จัดว่าคุ้มค่าและน่าลงทุนทั้งนั้นเพราะนอกจากเราจะใช้เป็นอุปกรณ์ใช้ Clone Windows ไปยัง NVMe อันใหม่ได้แล้ว ก็สามารถใส่ NVMe อันอื่นเอาไว้เป็น External Harddisk เพื่อเซฟข้อมูลสำคัญเอาไว้ใช้ยามจำเป็นได้และรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ดังนั้นจึงคุ้มค่าน่าเลือกซื้อมาใช้เป็นของใช้ส่วนตัวสักชิ้นเป็นอย่างมาก

from:https://notebookspec.com/web/578920-4-recommended-nvme-ssd-enclosure-case

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 บาท 6 รุ่นแนะนำ คุ้มค่าราคาไม่แพง สเปก Ryzen + GTX แรงเล่นเกมลื่นไหล

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม ปี 2021 จัดเต็มเรื่องประสิทธิภาพความแรงต่อความคุ้มค่า กับช่วงราคา 20,000 – 30,000 บาท ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H หรือ Ryzen 3000H ตอบสนองประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ที่ถึงแม้จะไม่ใช่สเปกใหม่ล่าสุดอย่าง Ryzen 5000H ก็ตาม แต่ก็จัดว่าแรงเพียงพอต่อราคาประหยัดแล้วล่ะ 

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ส่วนฟีเจอร์และดีไซน์ก็ล้ำหน้าไม่แพ้กัน รวมไปถึงมีลูกเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งเสริมให้เรามีประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็น Notebook เพื่อการทำงานหรือเล่นเกม สมกับแบรนด์ต่างๆ ทั้ง Acer / ASUS / HP / Lenovo  ที่ตั้งใจนำเสนอ Notebook เล่นเกมที่เหนือชั้นในราคาไม่แพง แต่ได้ความแรงที่มากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในการเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำ 6 รุ่น โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 – 30,000 บาท คุ้มค่าราคาไม่แพง สเปก Ryzen การ์ดจอ GTX แรงเล่นเกมลื่นไหล ได้หน้าจอขนาดมาตรฐานที่ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 60Hz / 120Hz / 144Hz ในส่วนของแรมที่ 8 – 16GB และ SSD 512GB ก็ใส่เต็มพร้อมใช้งานทันที ในราคาที่ถูกสุดแค่ 20,990 บาทเท่านั้น จะมีรุ่นอะไรบ้างไปชมกันต่อเลย

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 – 30,000 บาท 6 รุ่นแนะนำ


1. Acer Nitro 5 AN515-43 ราคา 20,900 – 22,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-43 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้สเปกที่เป็น AMD Ryzen 3000H ได้ชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 ในราคา 20,900 – 22,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 60 – 120Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที

พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันรุ่นปี 2019 ได้ฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนเรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD + NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งเล่นเกมได้ลื่นไหลแน่นอน เพราะเลือกใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce  GTX 1650

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook การ์ดจอรุ่นนี้ที่ถูกสุดในตลาด สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อมอัพเกรด HDD 2.5″  ได้ พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดสูง ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง ที่ Refresh Rate 144Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 AC / 6 AX 2×2 MU-MIMO

Aspire%20Nitro%205%202019 f

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

Acer Nitro 5 AN515-43-R0T3 ราคา 20,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 3750H (4C/8T , 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 10 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 2400MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 120Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-43-R1QY ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 3750H (4C/8T , 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 10 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 2400MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

2. Lenovo IdeaPad Gaming 3 ราคา 22,900 – 28,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมเน้นความคุ้มค่า โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า 

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB DDR4 3200MHz และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 22,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

ดีไซน์ด้านในของ Lenovo IdeaPad L340 Gaming ก็คล้ายกับโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไป แต่ได้ดีไซน์ขอบจอบางทั้งซ้ายและขวา ส่วนกล้องเว็บแคมอยู่ด้านบนตรงกลางพร้อมไมค์สองตัว มีความพิเศษตรงที่เราสามารถเปิดปิดได้ด้วยการเลื่อนไปมา (Privacy Shutter) มีโลโก้ Lenovo อยู่ที่มุมล่างซ้ายล่างของคีย์บอร์ด

IdeaPad%20Gaming%203 f

เรียกได้ว่าเป็น DNA ของทางแบรนด์ Lenovo เลยก็ว่าได้ ทั้งในส่วนของ IdeaPad / YOGA / Legion ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX

มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก โดยรวมแล้วการดีไซน์ของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 รุ่นใหม่นี้ถือทำได้ดีมาก ใครจะเอาไปทำงานก็ดูเรียบๆ หรือใครจะเอาไปเล่นเกมก็ตอบสนองได้ดีเป็นรองตระกูล Legion เลย เชื่อได้เลยว่าจะเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่ทำให้ตลาดคึกคักทีเดียว

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006UTA ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY001HTA ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006WTA ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006XTA ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

3. HP Pavilion Gaming 15 ราคา 23,900 – 25,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD + NVIDIA ถือว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / Ryzen 7 4800H ผสานกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น มีแรมขนาด 8GB DDR4 และได้ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้ ในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรงทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

รายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H เรียกได้มีความสดใหม่ โดยใช้พื้นฐานเดียวกันสเปกก่อนหน้าอย่าง AMD Ryzen 3000H ตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กลง พร้อมทั้งมีให้เลือกหน้าจอ IPS คุณภาพสูง ซึ่งมี Refresh Rate ที่ 144Hz จึงจัดได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล Ryzen 4000H รุ่นหนึ่ง ที่ได้สเปกการ์ดจอ GTX 1650 ที่คุ้มค่า

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน แต่แตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Realtek Wi-Fi 5 แบบ MU-MIMO มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คจอขนาด 15.6 นิ้ว ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม พกพาง่าย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้านและบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

Pavilion%2015%20AMD%20Green f

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS สำหรับการเล่นเกมที่ดี ด้วย Refresh Rate สูงสุด 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

HP Pavilion Gaming 15-ec1026AX ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

HP Pavilion Gaming 15-ec1027AX ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 7 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

4. ASUS TUF Gaming A15 FA506 ราคา 24,900 – 26,900 บาท

ASUS TUF Gaming A15 FX506 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากกดีไซน์โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมการออกแบบสไตล์รังฝังที่ยอมรับว่าสวยงามจริงๆ แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป  

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)

แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล พร้อมอัพเดทมีรุ่นได้ โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม

Gaming%20A15%20FA506 l

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ พร้อม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกอีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS

ASUS TUF Gaming A15 FA506IH-HN128TS ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Insurance

ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN162TS ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Insurance

5. Acer Nitro 5 AN515-44 ราคา 25,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-44 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD Ryzen 4000H ได้การ์ดจอ NVIDIA GeForce เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม ซึ่งได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนจาก Acer Nitro 5 ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 25,990 บาทเท่านั้น ทุกรุ่นได้ประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ชิปประมวลผล Rezen 5 4600H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce GTX 1650 Ti ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 8GB DDR4 Bus 3200MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที โดยแบตเตอรี่ใช้งาน 7 ชั่วโมง

ดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H หรือ Acer Nitro 5 AN515-44 รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับ Acer Nitro 5 AN515-55 ที่เป็นสเปก Core i Gen 10H โดยวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra

Nitro%205%20AN515 55 f

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย

Acer Nitro 5 AN515-44-R28F ราคา 25,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

6. Lenovo Legion 5 ราคา 27,700 บาท

Lenovo Legion 5 นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ได้รับความสนใจพอตัวในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน ซึ่งที่เลือกมาแนะนำเป็นสเปกชิปประมวผล AMD Ryzen 7 4800H ที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่คุ้มค่า เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง

แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650  ที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 8GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที หน้าจอเป็นขนาด 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

รับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่ สนนราคาเพียง 27,700 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย 

ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับกลางๆ ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว คือ อยากได้โน๊ตบุ๊คเอาไปเล่นเกม แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming ที่ดูจริงจังอย่างสีแดงฉูดฉาดมากเกินไป เพราะเครื่องเดียวกันนั้นต้องพกพาไปใช้งานด้วย 

Legion%205 c

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว 67 ใบและท่อนำความร้อนแบบทองแดง ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ด้วยพัดลม 2 ตัว ฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ 3 เส้นพร้อมแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่

Lenovo Legion 5-82B5001DTA ราคา 27,700 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 7 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 120Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service + 2 Years Insurance

ตารางเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊คเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม CPU GPU RAM Storage Display Warranty Price
Acer Nitro 5 AN515-43 Ryzen 7 3750H GTX 1650 8 – 16GB SSD 512GB 15.6″ IPS 60 – 120Hz 3Y On-site 20,900 – 22,900
Lenovo IdeaPad Gaming 3 Ryzen 5 4600H / 7 4800H  GTX 1650 / 1650 Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 120Hz 2Y On-site + + 2Y Insurance 22,900 – 28,900
HP Pavilion Gaming 15 Ryzen 5 4600H / 7 4800H  GTX 1650 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y On-site 23,900 – 25,900
ASUS TUF Gaming A15 FA506 Ryzen 5 4600H GTX 1650 / 1650 Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y + 1Y Insurance 24,900 – 26,900
Acer Nitro 5 AN515-44 Ryzen 5 4600H GTX 1650Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 3Y On-site 25,900
Lenovo Legion 5 Ryzen 7 4800H GTX 1650 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 120Hz 2Y On-site + 2Y Insurance 27,700

 

 

 

 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/578568-gaming-notebook-2021fb-value-20000-baht

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB ปี 2021 เน้นทำงานพกพา แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ จอ 13.3″ – 14.5″ สเปก Core i เบาสุดน้อยกว่า 1 โล เริ่ม 2x,xxx บาท

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB เน้นทำงานน่าซื้อ หน้าจอ 13.3″ / 14″ / 14.5″ ช่วงต้นปี 2021 จากการที่ได้หน่วยความจำแรม 16GB โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 เป็นสถาปัตยกรรม Tiger Lake ใหม่ล่าสุดที่การผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมมี AI ช่วยทำงานในบางโปรแกรม อีกทั้งมีการ์ดจอออนชิปที่ดีที่สุดอย่าง Iris Xe Graphics มาช่วยแสดงผลความละเอียดสูง หรืองาน 3D ด้วย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่ปี 2021 มาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz / 4266 MHz นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเบา พกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สเปกอื่นๆ ที่นำมาแนะนำก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13.3″ / 14″ / 14.5″  ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD หรือมากกว่าเป็นระดับ 2K QHD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพดีเยี่ยม บางรุ่นระดับ sRGB 100% ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB บางรุ่นได้การ์ดจอแยก NVDIA รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุด

และโน๊ตบุ๊คแรม 16GB หลายๆ รุ่นยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วย Word / Excel / Power Point มาให้ฟรีๆ ติดเครื่องใช้งานยาวๆ ทันที ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 10 – 17 ชั่วโมงด้วยกัน ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB แนะนำ 6 รุ่นน่าซื้อ

  1. Lenovo ThinkBook 13 G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท
  2. HP Pavilion 13 ราคา 29,900 บาท
  3. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,900 บาท
  4. Acer Swift 5 SF514-55 ราคา 33,990 – 41,990 บาท
  5. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL ราคา 38,900 บาท
  6. Dell Inspiron 14 7400 ราคา 42,400 บาท

 

1. Lenovo ThinkBook 13s G2 ราคา 27,775 – 32,100 บาท

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ThinkBook Series คอมพิวเตอร์ซับแบรนด์จาก Lenovo สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2021 ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด 2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.26 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

Lenovo ThinkBook 13s รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเริ่มต้นเพียง 27,755 บาทเท่านั้นเอง 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานสุดๆ สำหรับหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i5) ราคา 27,755 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i7) ราคา 32,100 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600)
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 1 Year

2. HP Pavilion 13 ราคา 29,900 บาท

HP Pavilion 13 นั้นถือเป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB  ปี 2021 ที่ได้ความบางเบาหรูหรา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ล่าสุดได้สเปก Core i Gen 11 ในราคาคุ้มค่าเหมือนเดิม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สวยงามลงตัว จากดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา พกพาสะดวก พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่เกินราคา ในราคา 27,990 บาท ประกัน 2 ปี On-site Service และบริการอื่นๆ 

ได้สเปกจะเป็น Intel Core i7-1165G7 การ์ดจอออนชิป ris Xe Graphics หน่วยความจำแรม  RAM 16GB DDR4 Bus 3200MHz ได้ที่เก็บข้อมูล SSD 1TB ส่วนหน้าจอเป็นแบบจอเป็นขนาด 13.3″ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมกับ Windows 10 และโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

HP Pavilion 13 มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบใหม่เบาเพียง 1.24 กิโลกรัม บางเพียง 17.7 มิลลิเมตร ขอบจอบางเฉียบ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คยุคปัจจุบันที่มาพร้อมสีสันที่สวยงามลงตัวอย่าง Natural Silver โดยฝาหลังและตัวเครื่อวภายในจะเป็นเงินโทนสว่าง จะมีเพียงขอบหน้าจอเท่านั้นที่เป็นสีดำ เชื่อได้ว่ายังโดนใจวัยรุ่นเพราะมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

มีหน้าตาออกไปทางเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยการเล่นกับการออกแบบที่มีความโค้งเว้ามีมิติในหลายๆ ส่วนวัสดุที่ HP Pavilion 13 เลือกใช้ในบริเวณฝาหลังของเครื่องจะเป็นอลูมิเนียมเกรดสูงตัดด้วยโลโก้ของ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ส่วนด้านในเครื่องบริเวณหน้าจอเป็นแบบด้านลดแสงสะท้อน พร้อมด้วยยางรองขอบรอบตัวจอ

สำหรับตัวเครื่องด้านในบริเวณรอบๆ แป้นพิมพ์ ที่พักมือ ใช้วัสดุพลาสติกโลหะสูงเช่นกัน ที่สำคัญยังได้ลำโพง Bang & Olufsen ที่เสียงดีกว่าลำโพงทั่วไปอีกด้วย และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ผ่านทาง Windows Hello

HP Pavilion 13-bb0015TU ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Year On-site Service

3. Lenovo Yoga Slim 7i Carbon ราคา 34,900 – 42,900 บาท

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ซึ่งเป็นโมเดลไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yoga มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัมบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10 และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ทำให้เหนือชั้นกับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อย่างที่สุด 

ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่ ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่านการทดสอบ 9 อย่าง ความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD-810G โดยมาพร้อมกับการรับประกันแบบ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปให้ใช้งานอีกด้วย

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 จึงให้การทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมได้เทคโนโลยีกราฟฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์

ทำให้ YOGA Slim 7i Carbon รองรับการเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560 × 1600 QHD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่างขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริง ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TÜV Rheinland Eye Comfort Certified ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา

คุณภาพเสียงจากลำโพง 2 x 2W ระบบ Dolby Atmos ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิติ พร้อมมีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน  Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังแบตเตอรี่ ในส่วนของระบบปฏิบัติการได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที 

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV002BTA ราคา 34,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600) 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

Lenovo Yoga Slim 7i Carbon-82EV003LTA ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS QHD (2560 x 1600) 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years Onsite Service

4. Acer Swift 5 SF514-55 ราคา 33,990 – 41,990 บาท

Acer Swift 5 SF514-55 เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย อาทิ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ ที่หน้าจอและทัชแพด โดยสเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11  แบ่งเป็น 2 สเปกอย่าง Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรง

ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2 อีกทั้งได้ได้การเชื่อมต่อที่ดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 4 อีกด้วย ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

Acer Swift 5 SF514-55 มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 1.05 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ที่แรงลื่นใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องการอัปเกรด 

รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมเหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 SF514-55 ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวก ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับมากๆ

แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 17 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

Acer Swift 5 SF514-55TA-519K ราคา 33,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T , 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years (1 Year On-site Service)

Acer Swift 5 SF514-55TA-7494 ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years (1 Year On-site Service)

5. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL ราคา 38,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UX435 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB รุ่นใหม่ สเปก Core i Gen 11 + MX450 สายทำงานบางเบาประสิทธิภาพสูง มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14.9 มม. และเบาสุดที่น้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด โดยมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 4 ที่เป็นพอร์ตที่ดีที่สุด 2 พอร์ต

อีกทั้งนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง + พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา อย่าง Pine Grey ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนขั้นสูง (AI Noise Cancelation) สำหรับการทำงานระยะไกลและการประชุมวีดีโอ โดยแยกเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกจากเสียงพูดซึ่งสามารถกรองและแยกเสียงรบกวนรอบข้าง ดีที่สุด

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 11 Tiger Lake อย่าง Core i7-1165G7 ที่มี AI ช่วยประมวลผล พร้อมการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 รุ่นใหม่ ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16GB LPDDR4X Bus 4266 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นความละเอียด Full HD พาเนลเกรดสูง IPS สีสันสวยงามมุมมองกว้าง 

ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคาเพียง 38,900 บาท ได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ในปีแรกมาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาแต่ประสิทธิภาพสูง รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแน่นอน 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สดุหลักเป็นอลูมิเมียมและแม็กนีเซียมอัลลอยด์แบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่างสีเทา อย่าง Pine Grey ให้ความหรูหราพรีเมียมไม่เหมือนใคร ตัวเครื่องมีความทนทานระดับ US MIL-STD 810G ตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่อย่างแท้จริง รวมไปถึงแบตเตอรี่เองก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 17 ชั่วโมง ได้ความปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้า 3D IR Camera

ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EGL-KC031TS ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX450
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

6. Dell Inspiron 14 7400 ราคา 42,400 บาท

Dell Inspiron 14 7400 เป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ขอบบางเฉียบ ขนาดพิเศษที่ 14.5″ ไม่เหมือนใคร ความละเอียด 2K QHD 2560 x 1600 พิกเซล สัดส่วน 16:10 เน้นพกพา มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ใหม่ล่าสุด มีการ์ดจอออนบอร์ด Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก GeForce MX350 เป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.25 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 16.75 มิลลิเมตร แนวคิดโดยรวม ถอดแบบมาจาก Dell XPS Series ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย

ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย เมื่อกางหน้าจอใช้งานจากการที่ขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงยิ่งขึ้น พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา จากสีสันสีเงินที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน หรือสีชมพูที่เหมาะกับสาวๆ พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะใช้เป็นอลูมิเนียมสำหรับฝาหลัง และพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญคือพื้นผิววัสดุทั้งหมดเป็นแบบด้านส่งผลให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วสนนราคาที่ 42,400 บาท

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 4267 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX (2×2)  และ Bluetooth 5.0 ด้วย 

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน 

Dell Inspiron 14 7400-W567154107THW10ราคา 42,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T , 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + MX350
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4267 MHz 
  • DISPLAY: 14.5″ IPS QHD 16:10 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service 

สรุปปิดท้ายบทความแนะนำโน๊ตบุ๊คแรม 16GB ปี 2021 เน้นทำงานพกพา 6 รุ่นน่าซื้อ จอ 13.3″ – 14.5″ สเปก Core i Gen 11 Tiger Lake เบาสุดน้อยกว่า 1 โล เริ่ม 2x,Xxx บาท บางรุ่นยังได้แพลตฟอร์ม Intel Evo ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงความอัจฉริยะของเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการออกแบบและทดสอบแล้วว่าให้การตอบสนอง ประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่และความสามารถในการชาร์จที่ดีและเร็วขึ้น

ตารางเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊คแรม 16GB

โน๊ตบุ๊คแรม 16GB CPU GPU RAM Storage Display Office Price
Lenovo ThinkBook 13 G2 i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 13.3″ IPS QHD No 27,775
HP Pavilion 13 i7-1165G7 Iris Xe 16GB DDR4 SSD 1TB 13.3″ IPS FHD Yes 29,900
Lenovo Yoga Slim 7i Carbon i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 13.3″ IPS QHD Yes 34,900 – 42,900
ASUS ZenBook 14 i7-1165G7 Iris Xe + MX450 16GB LPDDR4X SSD 1TB 14″ IPS FHD Yes 38,900
Acer Swift 5 i5-1135G7 / i7-1165G7 Iris Xe 16GB LPDDR4X SSD 512GB – 1TB 14″ IPS FHD Yes 33,990 – 41,990
Dell Inspiron 14 7400 i7-1165G7 Iris Xe + MX350 16GB LPDDR4X SSD 512GB 14.5″ IPS QHD No 42,400

from:https://notebookspec.com/web/578571-notebook-ram16gb-buyerguide-spec-core-i

SSD รุ่นไหนดี มาดู NVMe 6 รุ่นนี้ได้เลย สเปคดีฟีเจอร์เด็ดแน่

จะพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้ทำงานหรือเล่นเกม ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็มองหา SSD สักรุ่นเอาไปใช้ให้เครื่องทำงานได้เร็วทันใจแน่นอน แต่ปัญหาว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีก็น่าจะวนเวียนอยู่ในหัวของใครหลาย ๆ คน แน่ เพราะแบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์หลายเจ้าก็ผันตัวมาผลิต SSD กันจนมีหลายรุ่นหลากสเปคให้เลือกกันเยอะแยะไปหมด

นอกจากนี้ถ้าหาข้อมูลอีกนิด หลายคนก็จะเห็นว่า SSD มีให้เลือกทั้งแบบ SATA และ NVMe จนไม่รู้ว่าต้องเลือกตัวไหนดีถึงจะคุ้มแล้วแต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์อะไรน่าใช้บ้าง ในบทความนี้เราจะหยิบ NVMe รุ่นน่าสนใจพร้อมฟีเจอร์น่าสนใจมาคลายความสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีให้รู้กัน

SSD รุ่นไหนดี
NVMe SSD ตัวแรงสเปคดียุคนี้หามาใช้ได้ง่ายมากแถมราคาก็ถูกลงไปมาก

SSD รุ่นไหนดี ซื้อSATA หรือไป NVMe เลย

หากใครได้อ่านบทความ “ไขข้อข้องใจ SSD กี่ GB ดี? 256GB หรือ 512GB? หรือ 1TB เลยจบๆ” ไปแล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ คนน่าจะมีคำตอบในหัวของตัวเองแล้วว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีมาติดตั้งในเครื่องของเราดีแต่กำลังอยู่ระหว่างชั่งน้ำหนักกันว่าจะเลือกซื้อ SATA SSD หรือว่าเอา NVMe มาใส่ในพีซีของเราดีกว่า ซึ่งทั้งสองแบบก็มีจุดเด่นและข้อสังเกตกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าจำแนกตามข้อดีและข้อสังเกตก็จะมีดังนี้

wd black sn850 nvme ssd family.png.thumb .1280.1280

NVMe SSD

  • ข้อดี
    • อ่านเขียนข้อมูลได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงกว่า SATA SSD ร่วม 5-7 เท่า
    • ราคาในตอนนี้ไล่เลี่ยกับ SATA SSD หลาย ๆ รุ่นซึ่งมีความจุเท่ากัน
    • บางรุ่นมีฟีเจอร์เข้ารหัสข้อมูล AES-256 ติดตั้งมาในตัว
    • บางรุ่นติดตั้งซิ้งค์ระบายความร้อนมาช่วยระบายความร้อนบนตัวชิป flash memory ทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร และ flash memory เสื่อมสภาพช้าลง
    • ผู้ผลิตมีเฟิร์มแวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ NVMe เปิดให้โหลดไปใช้ได้
  • ข้อสังเกต
    • ดีไซน์ของ NVMe SSD กับ M.2 SSD มีหน้าตาคล้ายกัน ต้องสังเกตที่ขาเชื่อมต่อเข้าพอร์ต PCIe X4 
    • ต้องดูว่าเมนบอร์ดของพีซีหรือโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่ารองรับหรือไม่
    • เมนบอร์ดในปัจจุบันยังรองรับ NVMe สูงสุดเพียง 2 ช่องเท่านั้น ถ้าต้องการทำ RAID 0 หรือ RAID 1 ต้องเลือกเมนบอร์ดที่มี NVMe x 2 ช่อง ถึงจะทำได้
    • NVMe SSD บางรุ่นที่มีฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนไม่สามารถติดตั้งในโน๊ตบุ๊คได้เพราะใหญ่เกินฝาหลังโน๊ตบุ๊ค

331480 des 02 hikvision ssd sata iii c100 120 gb

SATA SSD

  • ข้อดี
    • ราคาเข้าถึงง่าย ปัจจุบันหลายรุ่นหาซื้อได้ในราคาหลักร้อยบาท
    • ใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันได้ทุกรุ่น ใช้แทนฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ในเครื่องได้ทันที
    • สามารถหาซื้ออะแดปเตอร์แปลง SATA เป็น USB 3.0 มาต่อแล้วเปลี่ยนเป็น External Harddisk ได้ด้วย
    • ติดตั้ง SATA SSD ได้มากเท่าที่พอร์ต SATA และสายไฟเลี้ยง SATA มีให้ใช้งาน
    • ทำ RAID ได้เหมือน HDD ทั่วไป ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นและราคาไม่แพงมาก
  • ข้อสังเกต
    • ความเร็วน้อยกว่า NVMe ร่วม 5-7 เท่า เพราะ SSD รับส่งข้อมูลได้เร็วถึงขอบเขตความเร็วสูงสุดของพอร์ต SATA 3 แล้ว
    • ใช้ไฟฟ้ามากกว่า NVMe พอสมควร ถ้าใช้ในโน๊ตบุ๊คจะทำให้ระยะเวลาทำงานด้วยแบตเตอรี่ลดลงไปบ้าง
    • ไม่มีฟีเจอร์เข้ารหัสรักษาความปลอดภัยเช่น AES-256 อยู่ในตัว ถ้าใช้งานกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มี TPM ถึงจะปลอดภัยขึ้น
พีซีเก่าใส่ NVMe ไม่ได้ไม่เป็นไร M.2 PCie Adapter ช่วยได้!

nvme

เมื่อรู้ถึงข้อดีของ NVMe SSD แล้ว ก็เชื่อว่าน่าจะคลายข้อสงสัยว่าจะเลือก SSD รุ่นไหนดีไปได้มากทีเดียว แต่ถ้าปัญหาคือเมนบอร์ดของพีซียังเป็นรุ่นเก่าและยังไม่อยากเสียเงินซื้อเมนบอร์ด, ซีพียู, แรม และอาจรวมถึงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนตัวใหม่ด้วย ก็ยังสามารถใช้งาน NVMe SSD ได้เช่นกัน เพียงหาซื้ออุปกรณ์เสริม เช่น M.2 PCIe Adapter มาใส่ NVMe แล้วติดตั้งเข้าพอร์ต PCIe X4 หรือ X16 บนเมนบอร์ดก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ถ้าเราต่อ M.2 PCIe Adapter ตัวนี้เข้ากับพีซีแล้ว ก็ช่วยแก้ปัญหาเมนบอร์ดมี NVMe SSD เพียงช่องเดียวแล้วต้องการเพิ่ม NVMe ตัวที่สองได้ทันที และตั้งค่าให้ทำ RAID กับ NVMe ตัวหลักได้อีกด้วย ช่วยให้เราจ่ายเงินน้อยลงและไม่ยุ่งยากมากด้วย

แนะนำ SSD สเปคดี ฟีเจอร์เด็ดสำหรับพีซี

สำหรับ SSD แบบ NVMe ในบทความนี้ จะคัดเลือกจาก NVMe รุ่นจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่มองหาอยู่ว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนไปติดตั้งในพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องประจำของเราดี โดยจะเลือกแนะนำเป็นรุ่นความจุ 500GB ประสิทธิภาพดีและราคาไม่สูงมากให้เลือกซื้อไปติดตั้งในเครื่องกัน โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. WD Blue SN550 500GB (2,190 บาท)
  2. Kingston A2000 500GB (2,250 บาท)
  3. ADATA SX8200 Pro 512GB (2,750 บาท)
  4. WD Black SN750 500GB (2,790 บาท)
  5. Samsung 970 EVO Plus 500GB (3,590 บาท)
  6. Seagate FIRECUDA 520 500GB (3,790 บาท)
1. WD Blue SN550 500GB (2,190 บาท)

wd blue sn550 nvme ssd.png.wdthumb.1280.1280 e1613985423532

WD Blue SN550 เป็นรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากและน่าเลือกซื้อรุ่นหนึ่งถ้ากำลังสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี เป็น NVMe M.2 2280 แบบไม่มีฮีตซิ้งค์จึงเอาไปใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้ มีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลอยู่ที่ Read 2,400 MB/s และ 1,750MB/s จัดว่าเร็วมากพอที่จะใช้ทำงานและเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดย Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้วด้วย

นอกจากความเร็วแล้ว ยังมีค่า 4K Read IOPS ถึง 300K IOPS และ 4K Write IOPS ที่ 240K IOPS รวมทั้งความทนทานในการเขียนข้อมูลมากถึง 300TBW (Terabytes Written) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายปี ส่วน flash memory เป็น TLC 

สเปคของ WD Blue SN550

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 2,400 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 1,750 MB/s
  • 4K Read IOPS : 300K IOPS
  • 4K Write IOPS : 240K IOPS
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 2,190 บาท (JIB)
2. Kingston A2000 500GB (2,250 บาท)

a2000

Kingston A2000 ก็เป็นอีกตัวเลือกคุณภาพดีสำหรับคนเลือกซื้อ NVMe ไปใช้งานสักตัวหนึ่ง แม้เรื่องความเร็วจะเป็นรอง แต่ความเสถียรและความปลอดภัยนั้นจัดว่าไว้ใจได้สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี โดยเฉพาะคนทำงานเพราะ Kingston ใส่ฟีเจอร์เข้ารหัสความปลอดภัยอย่าง TCG Opal,  XTS-AES แบบ 256-bit และ eDrive ฝังเอาไว้ในตัวไดรฟ์อีกด้วย จึงไว้ใจเรื่องความปลอดภัยได้เลย รวมทั้งเป็น NVMe M.2 2280 แบบไม่มีฮีตซิ้งค์ ตัวไดรฟ์จึงบางจนติดตั้งในโน๊ตบุ๊คหรือพีซีก็ได้ ซึ่งผู้สนใจสามารถคลิกอ่านรีวิวได้ที่นี่

ด้านประสิทธิภาพของ Kingston A2000 ความจุ 500GB จะมีความเร็วในการอ่าน Read 2,200 MB/s และเขียน Write 2,000 MB/s ส่วนความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล 4K Read IOPS อยู่ที่ 180K และ 4K Write IOPS ที่ 200K มีความทนทานการเขียนข้อมูล 350TBW ทำให้ใช้งานได้นานหลายปีแน่นอน ส่วน flash memory เป็น TLC

สเปคของ Kingston A2000

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 2,200 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,000 MB/s
  • 4K Read IOPS : 180K IOPS
  • 4K Write IOPS : 200K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 350TBW
  • ราคา 2,250 บาท (JIB)
3. ADATA SX8200 Pro 512GB (2,750 บาท)

productGallery7095 Copy

ADATA SX8200 Pro ก็เป็น NVMe M.2 2280 ความจุ 512GB น่าเลือกซื้อในรายชื่อรุ่นแนะนำถ้ากำลังคิดว่าจะเลือก SSD รุ่นไหนดี เพราะมีความทนทาน, ทำงานได้เสถียร และมีโปรแกรม Acronis True image HD สำหรับ Migrate ย้าย Windows 10 จากคอมพ์เครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ได้ง่าย ๆ ให้ใช้งานอีกด้วย

สเปคของ ADATA SX8200 Pro นั้นใช้ flash memory แบบ 3D TLC มีความเร็วในการอ่าน 3,500 MB/s และเขียนเร็ว 3,000 MB/s กับค่า 4K Read IOPS อยู่ 390K IOPS ส่วน 4K Write IOPS อยู่ที่ 380K IOPS และรองรับการเขียนข้อมูลบนไดรฟ์ได้สูงสุด 320TBW ซึ่งถือว่ามากไม่แพ้กับ NVMe ตัวอื่น ๆ ทีเดียว

สเปคของ ADATA SX8200 Pro

  • ความจุ 512GB
  • ชนิดของ flash memory : 3D TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 3,000 MB/s
  • 4K Read IOPS : 390K IOPS
  • 4K Write IOPS : 380K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 320TBW
  • ราคา 2,750 บาท (Advice)
4. WD Black SN750 500GB (2,790 บาท)

wd black sn750 nvme ssd noheatsink1.png.wdthumb.1280.1280

WD Black SN750 จัดเป็น SSD ตัวแรงประสิทธิภาพสูงน่าเลือกซื้อเช่นกัน เชื่อว่าถ้ามีคนถามว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี ก็น่าจะมีหลายคนนึกถึง WD Black SN750 รุ่นนี้หลุดปากออกมาบ้างเหมือนกัน ซึ่งนอกจากจะมีซอฟท์แวร์ WD Align Windows – Powered by Acronis สำหรับใช้ Migrate ระบบปฏิบัติการ Windows 10 จากไดรฟ์เก่ามายัง WD Black ตัวนี้แล้ว ยังมี Western Digital Dashboard สำหรับปรับจูนประสิทธิภาพให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย และสามารถอ่านรีวิวทดสอบความแรงของ WD Black SN750 ได้ที่นี่

สเปคของ NVMe M.2 2280 ตัวนี้เป็น flash memory ของ SanDisk 64-layer TLC มีความเร็วในการอ่านที่ 3,470 MB/s และเขียน 2,600 MB/s มีค่า 4K Read IOPS สูงถึง 420K IOPS และ 4K Write IOPS อยู่ที่ 380K IOPS และความทนทานในการเขียน 300TBW จัดว่าทำงานได้เร็วแรงถึงใจ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ NVMe ประสิทธิภาพสูงไว้ใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างมาก และตอนนี้มีรุ่นใหม่อย่าง SN850 เปิดตัวออกมาแล้วด้วย

สเปคของ WD Black SN750

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : SanDisk 64-layer TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,470 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,600 MB/s
  • 4K Read IOPS : 420K IOPS
  • 4K Write IOPS : 380K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 2,790 บาท (Advice)
5. Samsung 970 EVO Plus 500GB (3,590 บาท)

Screenshot 2021 02 22 173415

Samsung 970 EVO Plus แม้จะเป็นรุ่นที่รองจากตัว Pro ก็ตาม แต่สเปคและประสิทธิภาพก็ไม่น้อยหน้าและมีซอฟท์แวร์สำหรับ Migrate จากฮาร์ดดิสก์ลูกเก่ามายัง 970 EVO Plus และซอฟท์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานอีกด้วย รวมทั้งใช้คอนโทรลเลอร์คุมการทำงานของ Samsung เอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพที่ทำงานได้เร็วอย่างโดดเด่นซึ่งคนที่กำลังคิดว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูงและราคาไม่แพงเกินไป และทาง Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้ว สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สำหรับ Samsung 970 EVO Plus จะใช้ flash memory แบบ Samsung V-NAND 3-bit MLC ถ้าเทียบกันแล้วเทียบเท่ากับ TLC ตัว SSD เป็นแบบ 2280 มีความเร็วในการอ่าน 3,500 MB/s และเขียน 3,200 MB/s ส่วนค่า 4K Read IOPS อยู่ที่ 480K IOPS กับ 4K Write IOPS ที่ 550K IOPS ส่วนความทนทานในการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์อยู่ที่ 300TBW ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบความเร็วและประสิทธิภาพระดับสูง ช่วยให้โหลดโปรแกรมขนาดใหญ่ต่าง ๆ ได้เร็วทันใจทีเดียว

สเปคของ Samsung 970 EVO Plus

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 3,200 MB/s
  • 4K Read IOPS : 480K IOPS
  • 4K Write IOPS : 550K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 3,590 บาท (JIB)
6. Seagate FIRECUDA 520 500GB (3,790 บาท)

520

Seagate FIRECUDA 520 จัดเป็น SSD สเปคเกมเมอร์เน้น ๆ ซึ่งนอกจาก Samsung ในข้อที่แล้วก็มี Seagate FIRECUDA 520 ตัวนี้เป็นรุ่นแนะนำเช่นกัน เนื่องจากเป็น PCIe Gen 4.0 สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีอายุใช้งานยาวนาน ไม่มีฮีตซิ้งค์เลยเอาไปติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คได้เช่นกัน รวมทั้งรองรับ AMD Ryzen 5000 Series แล้วด้วย

สเปคของ Seagate FIRECUDA 520 ความจุ 500GB ใช้ flash memory แบบ 3D TLC เป็น NVMe M.2 2280 มีความเร็วในการอ่าน 5,000 MB/s ซึ่งจัดว่าสูงมากสุดในกลุ่ม NVMe รุ่นแนะนำและเขียน 2,500 MB/s ส่วนค่า 4K Read IOPS อยู่ที่ 430K IOPS และ 4K Write IOPS สูงถึง 630K IOPS ทีเดียว และทนทานมากเพราะรองรับการเขียนลงไดรฟ์ 850TBW มากกว่ารุ่นอื่นร่วมสองเท่า เหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้ NVMe ประสิทธิภาพสูงและใช้งานได้ทนทานระดับลืมไปแล้วว่าซื้อมาเมื่อไหร่เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวของ Seagate FIRECUDA 520 ได้ที่นี่

สเปคของ Seagate FIRECUDA 520

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : 3D TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 5,000 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,500 MB/s
  • 4K Read IOPS : 430K IOPS
  • 4K Write IOPS : 630K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 850TBW
  • ราคา 3,790 บาท (JIB)

สรุป – เลือกซื้อ SSD รุ่นไหนดี ถึงเป็นตัวจบ

จะเห็นว่าสเปคของ NVMe แต่ละรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงมากและมีจุดเด่นแตกต่างกัน ซึ่งถ้าอ่านตามตารางข้างล่างนี้จะเห็นว่าแต่ละรุ่นใช้ flash memory แบบ TLC กันทั้งหมดแล้ว แต่ก็มีอายุการใช้งานยาวนานมากจนไม่ต้องกังวลการใช้งานเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

รุ่น / สเปค ชนิดของ flash memory ความเร็วอ่าน ความเร็วเขียน 4K Read IOPS 4K Write IOPS ความทนทาน ราคา
WD Blue SN550 500GB TLC 2,400 MB/s 1,750 MB/s 300K IOPS 240K IOPS 300TBW 2,190 บาท
Kingston A2000 500GB TLC 2,200 MB/s 2,000 MB/s 180K IOPS 200K IOPS 350TBW 2,250 บาท
ADATA SX8200 Pro 512GB 3D TLC 3,500 MB/s 3,000 MB/s 390K IOPS 380K IOPS 320TBW 2,750 บาท
WD Black SN750 500GB SanDisk 64-layer TLC 3,470 MB/s 2,600 MB/s 420K IOPS 380K IOPS 300TBW 2,790 บาท
Samsung 970 EVO Plus 500GB Samsung V-NAND 3-bit MLC 3,500 MB/s 3,200 MB/s 480K IOPS 550K IOPS  300TBW 3,590 บาท
Seagate FIRECUDA 520 500GB 3D TLC 5,000 MB/s 2,500 MB/s 430K IOPS 630K IOPS 850TBW 3,790 บาท

อย่างไรก็ตามทั้ง 6 รุ่นนี้เป็นเพียงรุ่นน่าสนใจจากมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น เพราะว่า NVMe รุ่นน่าสนใจและประสิทธิภาพดีก็ยังมีให้เลือกอีกมากมายในท้องตลาดและมีรุ่นเด่นสเปคดีที่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถหาซื้อได้ด้วยการสั่งซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้ตามความสะดวกและความชอบของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามอาจจะไม่แนะนำมากนักเนื่องจากไม่มีการรับประกันในประเทศไทย เมื่อเกิดปัญหาก็จำเป็นต้องส่งเคลมกลับไปต่างประเทศ ไม่ก็ต้องยอมรับสภาพและซื้อ NVMe รุ่นใหม่มาเปลี่ยนแทน

สุดท้ายจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าจุดประสงค์เน้นเรื่องการใช้ทำงานทั่วไปหรือเน้นเรื่องการเล่นเกมเป็นหลัก เพียงดูข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกให้เข้ากับรูปแบบของเราใช้งานสักนิดก็จะช่วยให้เราได้สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราไปใช้งานอย่างแน่นอน 

from:https://notebookspec.com/web/578565-6-recommend-ssd-to-speed-up-your-pc

แนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021 จอ 14″ FHD IPS สเปก Core i Gen 11 คุ้มค่า ถูกสุด 16,900 บาท ได้ Windows 10 + Office แท้ ประกัน 3 ปี On-site

โน๊ตบุ๊คบางเบา หน้าจอ 14″ ช่วงต้นปี 2021 เน้นทำงานน่าซื้อ มีให้เราเลือกซื้อได้หลากหลายรุ่นหลากหลายแบรนด์ รองรับในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานทั่วไปหรือมทำงานหนักๆ ในบางกรณี โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม มี AI ช่วยทำงานในตัว โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่มีสะดุดเหมือนรุ่นปีก่อนๆ แน่นอน 

นอกจากนี้โน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ๆ ของแต่ละแบรนด์ยังมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่พกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐานหรืองานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix ที่สำคัญบางรุ่นได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทไปฟรีๆ ส่วนประกันดีที่สุดเป็นแบบ 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีประกันอุบัติเหตุในปีแรกให้อีกด้วย 

โน๊ตบุ๊คบางเบา

สำหรับคนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบา แต่ได้ประสิทธิภาพสูงด้วย แน่นอนว่าจากการที่ใช้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 รุ่นล่าสุด อาทิ Core i3-1115G4 / Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ซึ่งประหยัดพลังงานพิเศษ ร้อนน้อย ส่งผลให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน รวมไปถึงการ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics และการ์ดจอแยก GeForce ตัวใหม่ที่สวยสมจริงยิ่งขึ้น อีกทั้งได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX เหมือนกัน และใน Notebook บางรุ่นจะได้มาตรฐาน Thunderbolt 4 ล้ำที่สุดด้วย

  • Core i3-1115G4
  • Core i5-1135G7
  • Core i7-1165G7

โน๊ตบุ๊คบางเบา

แนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021 6 รุ่น จอ 14″ Full HD IPS สเปก Core i Gen 11

  1. Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท
  2. HP Pavilion x360 14 ราคา 19,900 บาท
  3. ASUS VivoBook 14 S413 ราคา 22,900 – 26,900 บาท
  4. MSI Modern 14 ราคา 24,900 – 28,900 บาท
  5. Dell Inspiron 14 5402 ราคา 28,900 – 31,900 บาท
  6. Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 ราคา 24,900 – 29,900 บาท

1. Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 โน๊ตบุ๊คบางเบาดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า ขนาดหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS สวยงาม สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่น จากเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร สถาปัตกรรม Tiger Lake เน้นประหยัดพลังงาน พร้อมมี AI ในตัวอีกทั้งได้แรมและที่เก็บข้อมูลพร้อมใช้งานทันที ด้วยราคาที่ไม่แพง แต่ประสิทธิภาพดี สนนราคาที่ 16,990 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 ตอนนี้มีสเปกเพียง 1 สเปกเท่านั้น แต่มีให้เลือกถึง 5 สีสัน ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 พร้อมมีรุ่นการ์ดจอออนชิป Intel UHD Graphics รุ่นใหม่ ส่งผลให้รองรับงาน 2 มิติ และ 3 มิติเบื้องต้น หรือเล่นเกมเบาๆ ได้ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home & Student 2019 ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point ไปใช้งานติดเครื่องไปฟรีๆ ด้วย 

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการใส่ HDD SATA 3 เพิ่ม โดยมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันเป็น 2 ปี ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย

ในเรื่องของการดีไซน์มีความทันสมัย พร้อมสีสันสวยงาม พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง พร้อมมียางรองด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ฝาหลังมาพร้อมกับหลากหลายสีสันมีความเป็นทูโทน ไม่ว่าจะเป็น ดำ Charcoal black / ฟ้า Gracier Blue / เงิน Pure Silver / ทอง Safari Gold และชมพู Sakura Pink ดูมีความพรีเมียมดูดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

โน๊ตบุ๊คบางเบา

Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T : 3.00 – 4.10 GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

2. HP Pavilion x360 14 ราคา 19,900 บาท

HP Pavilion x360 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบา ที่สามารถใช้งาน 2-in-1ได้ สเปก Core i Gen 11 ในราคาคุ้มค่าเหมือนเดิม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สวยงามลงตัว อีกทั้งยังแถมปากกา Stylus ใช้วาดรูปมาให้ในกล่องอีกด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่น่าซื้อ จากราคาไม่แพง แต่ได้ดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา พกพาสะดวก พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่เกินราคา เพียง 19,900 บาท 

สำหรับสเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 ควบคู่กับแรมขนาด 8 GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ส่วนหน้าจอเป็นแบบจอกระจกสัมผัส 14″ รองรับสัมผัสมัลติทัชและปากกา Stylus รองรับแรงกดได้หลายระดับ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พร้อมกับ Windows 10 ประกัน 2 ปี On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5.0

HP Pavilion x360 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ ปรับได้หลากหลายโหมด โดยเลือกใช้เป็นพาเนล IPS คุณภาพดี ที่มาพร้อมกับความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล รองรับมัลติทัชกรีน และปากกา HP Active Pen รองรับแรงกดได้หลายระดับ ทำให้ใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการขีดเขียนที่สมจริง ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.61กิโลกรัม และบางเพียง 20 มิลลิเมตร ทำให้การพกพาทำได้โดยง่าย

โน๊ตบุ๊คบางเบา

HP Pavilion x360 14 มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบใหม่ ขอบจอบางเฉียบ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คยุคปัจจุบันที่มาพร้อมสีสันที่สวยงามลงตัวอย่าง Mineral Silver โดยฝาหลังจะเป็นเทาเงินโทนสว่างส่วนตัวเครื่องภายในจะเป็นเทาดำที่ดูเข้มกว่า เชื่อได้ว่ายังโดนใจวัยรุ่นเพราะมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ มีหน้าตาออกไปทางเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยการเล่นกับการออกแบบที่มีความโค้งเว้ามีมิติในหลายๆ ส่วน

HP Pavilion x360 14-dw1047TU ราคา 19,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T : 3.00 – 4.10 GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD Touch Screen
  • STORAGE : 256GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years

3. ASUS VivoBook 14 S413 ราคา 22,900 – 26,900 บาท

ASUS VivoBook S14 S413 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาสายทำงานหรือความบันเทิงรูปแบบ Thin & Light อย่างแท้จริง ที่จะเน้นเรื่องของความบางเบาและสวยงามเป็นหลัก พร้อมความหรูหราที่ดูดียิ่งกว่ารุ่นราคาใกล้เคียงกัน โดยมีราคาที่คุ้มค่าสุด ซึ่งขอบจอด้านในจะตัดเป็นสีดำดูแล้วมีความสวยงามลงตัว อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น

มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่มีให้เลือกตั้งแต่ Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 ได้ขนาดหน้าจอ 14″ ขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของการ์ดจอออนชิปเป็น Intel Iris Xe Graphics ที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมมีรุ่นติดตั้งการ์ดจอแยกรุ่นอย่าง NVIDIA GeForce MX350 แน่นอนว่าทำให้เราเพียงพอต่อการเล่นเกมได้ลื่นไหล ซึ่งดีกว่า Notebook บางเบาทั่วไป

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ได้แรมขนาด 8GB และ SSD 512GB พร้อม Windows 10 แท้ อีกทั้งได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที ทั้ง Word / Excel / Power Point มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ ASUS ที่สามารถส่งเคลมผ่านทาง 7-11 ได้ รวมถึงถ้าลงทะเบียนในเว็บไซต์ ปีแรกจะมีประกันอุบัติเหตุมาให้ด้วย

VivoBook%2014%20S413FQ%20Gold l

ที่สำคัญยังมีสีสันให้เลือกอย่าง Indie Black / Transparent Silver / Hearty Gold  พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย การออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านในจะเป็นอลูมิเนียม ใต้ตัวเครื่องเป็นวัสดุคุณภาพสูงให้สัมผัสที่ดูดีเกินราคา

ฝาหลังจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูแข็งแรงและสวยงามพร้อมความเรียบง่าย โดยเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ให้ความไลฟ์สไตล์เหมาะทั้งนักเรียนนักศึกษาและคนทำงาน สเปคคุ้มๆ ที่จะมาพร้อมกับสีสันสดใส เป็นเพื่อนคู่ใจที่ช่วยให้ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการเรียน การทำงานสะดวกและง่ายดาย น้ำหนักเครื่องเพียง 1.4 กก. (บาง 17.9 มม.) พร้อมนวัตกรรมขอบจอบาง ให้สัดส่วนจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 86% 

Asus VivoBook 14 S413EA-EB125TS ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Perfect Warranty

Asus VivoBook 14 S413EQ-EB078TS ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + GeForce MX350
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Perfect Warranty

Asus VivoBook S14 S413EA-EB158TS ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Perfect Warranty

4. MSI Modern 14 ราคา 24,900 – 28,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่นราคาคุ้มค่า มาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake รุ่นล่าสุด อย่าง i5-1135G7 / i7-1165G7 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin พร้อมมี AI ช่วยทำงานในตัว ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Gaphics ที่แรงสุดในกลุ่ม

ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมา กับช่วงราคาไม่เกิน 30,000 บาท

โน๊ตบุ๊คบางเบา

สำหรับ MSI Modern 14 ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม โดยมีสีให้เลือกถึง 3 สี คือ สีฟ้า Blue Stone / ดำ Carbon Gray / Beige Mousse เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS ความละเอียด Full HD บางเฉียบ ทำให้พกพาได้สะดวก

Modern%2014%20B11M%20Gray l

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 24,900 – 28,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Core i Gen 11 หน้าจอขนาด 14″ ที่ราคาถูกคุ้มค่ามากๆ

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 9 ชั่วโมง พร้อมรองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ด้วย  รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไปด้วย

MSI Modern 14 B11M-208TH ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years 

MSI Modern 14 B11M-200TH ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years

5. Dell Inspiron 14 5402 ราคา 28,900 – 31,900 บาท

Dell Inspiron 14 5402 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่รักความบันเทิงทั้งในส่วนของเกมและมัลติมีเดีย ด้วยฟีเจอร์มีสแกนลายนิ้ว Fingerprint และสเปคภายในที่ครบครัน ได้ชิปประมวลผล Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร และการ์ดจอแยก​ NVIDIA GeForce MX330 อีกทั้งได้แรมขนาด 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ใช้งานทันที

ตามด้วยหน้าจอพาเนล IPS ความละเอียด Full HD ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้าง สำหรับการเป็นโน๊ตบุ๊คเกณฑ์คุ้มค่าจากทาง Dell ที่เน้นเรื่องของความลงตัวโดยรวมด้วยสเปก ดีไซน์ ฟีเจอร์ และราคาที่ลงตัว มีการรับประกันถึง 2 ปีอีกด้วย แบบ On-site Service คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย นอกจากนี้ยังมี Call Center ช่วยบริการตลอด 24 ชั่วโมงด้วย สนนราคาขายที่ 28,900 – 31,900 บาท จัดได้ว่าสมกับการที่เป็น Dell Notebook จริงๆ

โน๊ตบุ๊คบางเบา

ดีไซน์การออกแบบของ Dell Inspiron 14 5402 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ สมัยก่อนพอสมควร ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางลง ในปัจจุบันถือว่าเป็นมาตรฐานใหม่ไปแล้ว คือมีน้ำหนักตัวที่เบาลง และตัวเครื่องยังบางกว่าปกติ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.43 กิโลกรัม ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 16.74 มิลลิเมตร พร้อมกับมีดีไซน์ยางรองด้านหลัง ที่ช่วยยกเครื่องให้สูงขึ้นเวลาเปิดหน้าจอใช้งาน

Inspiron%205402%20Blue f

แนวคิดโดยรวม Dell Inspiron 14 5402 ถอดแบบมาจากรุ่นที่เป็นโน๊ตบุ๊คปกติอย่าง Dell Inspiron 14 7000 Series ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา โดยมีให้เลือกทั้งสีสันสีเงิน Platinum Silver หรือสีน้ำเงิน Eden ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ

การออกแบบมาอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คงเป็นส่วนของโลโก้ Dell ฝาหลังที่สวยงามเป็นสีเงิน ส่วนตัวเครื่องด้านล่างก็จะมีคำว่า Inspiron ปั๊มเอาไว้ นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวอีก รวมถึงมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนข้างในเครื่องจำนวน 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ

Dell Inspiron 5402-W566154327THW10 ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX330
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Dell Inspiron 5402-W566154325THW10 ราคา 31,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX330
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years On-site Service

6. Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 ราคา 24,900 – 29,900 บาท

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 สเปก Intel Core i Gen 11 + NVIDIA GeForce MX450 ที่เน้นความพกพาแต่ได้ประสิทธิภาพที่ดีด้วยตามสไตล์ของ Ultrabook ที่คุ้มค่าคุ้มราคา มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์การทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ ได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยมีความเบาที่ 1.51 กิโลกรัม มีความบางที่ 19.1 มิลลิเมตร

โน๊ตบุ๊คบางเบา

สำหรับ Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้า 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สเปกใหม่ล่าสุดอย่างชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 สถาปัตยกรรม Tiger Lake ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 ที่แรงลื่นเทียบเท่าการ์ดจอ Gaming ได้แรมขนาด 8 – 16 GB และ SSD 512GB ประกันเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม สนนราคาที่ 24,990 – 29,990 บาท แน่นอนว่ามี Windows 10 มาให้ ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปฟรีๆ ด้วย

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ที่สามารถ Recovery เพื่อติดตั้งใหม่ได้เองตลอดเวลา และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C / USB 3.1 Type-A / HDMI / SD Card Reader / ช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. และการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 แล้ว

IdeaPad%205%2014 l

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบยุคก่อนๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ด้วยสัดส่วนของจอแสดงผลอยู่ที่ 90% เหมือนเทียบกับตัวเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบบริเวณฝา ส่วนตัวเครื่องด้านในเป็นพลาสติกเกรด ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา 

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็น DNA ของ Lenovo แทบทุกรุ่นที่ใช้งานดีไซน์สไตล์นี้เลย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14ITL05-82FE009TTA ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7 (4C/8T : 2.40 – 4.20GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

Lenovo IdeaPad Slim 5i 14ITL05-82FE009UTA ราคา 29,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics + Geforce MX450
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

ปิดท้ายโน๊ตบุ๊คบางเบาทั้ง 6 รุ่น 6 แบรนด์ ที่นำมาแนะนำกันในบทความนี้ สามารถซื้อตามร้านทั่วไปตามห้างหรือร้านออนไลน์ก็ได้ อันนี้ไม่ว่ากันเอาตามที่สะดวก บอกเลยว่าตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานแน่นอน ซึ่งถ้าใครจะนำไปเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ ก็แนะนำเป็นสเปก Core i5-1135G7 ขึ้นไป แต่ถ้าอยากเอาไปเล่นเกม 3 มิติด้วย ควรเลือกเป็นรุ่นที่มีการ์ดจอแยก GeForce MX450 ไปเลยน่าจะเหมาะสมกว่า ยังไงสามารถดูข้อมูลเทียบได้จากตารางข้างล่างนี้นะครับ

โน๊ตบุ๊คบางเบา CPU GPU RAM SSD Office 2019  ราคา
Acer Aspire 5 A514-54 Core i3-1115G4 UHD Graphics 8GB 512GB Yes 16,900
HP Pavilion x360 14 Core i3-1115G4 UHD Graphics 8GB 256GB No 19,900
ASUS VivoBook 14 S413 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics 8GB 512GB Yes 22,900 
MSI Modern 14 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics 8GB 512GB No 24,900 
Dell Inspiron 14 5402 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics + MX330 8GB 512GB No 28,900
Lenovo IdeaPad Slim 5i 14 Core i5-1135G7 Iris Xe Graphics + MX450 16GB 512GB Yes 29,900 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/573708-%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2-14inc-spec-core-i-gen-11

แนะนำ 5 Monitor สำหรับเล่น PS5 ให้ได้ฟิล จอใหญ่ ภาพสวย เล่นเกมสนุก

อาจกล่าวได้ว่ากระแสของ PS5 ร้อนแรงมาตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว จนมาถึงช่วงที่เปิดให้จับจอง และหลายคนก็ได้เป็นเจ้าของสมใจ แต่สิ่งที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจและมองหา ก็คือเรื่องของจอภาพที่น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้ดี ซึ่งบางคนก็อาจจะเลือกจอทีวีไซส์ใหญ่ แต่บางรายก็เลือกจอคอมหรือมอนิเตอร์ที่รองรับกับฟีเจอร์การแสดงผลบน PS5 ได้ใกล้เคียงที่สุด แต่เนื่องจากบางเงื่อนไข ก็ยังไม่มีให้เลือกในตลาดเวลานี้ เช่น การใช้งานบนความละเอียด 8K ก็ดูแล้วราคาจะไปไกลกว่าที่คิด หรือจะเลือกสมาร์ททีวีความละเอียด 4K ในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นตัวเลือกที่ 60fps. เท่านั้น จะหาสมาร์ททีวี 4K ที่มี HDMI 2.1 ที่ให้รีเฟรชเรตได้ถึง 120Hz ก็ดูจะไม่ง่ายเลย แม้ว่าจะมีสาย HDMI มากับตัวเครื่อง PS5 และรองรับการแสดงผลที่ว่านี้มาด้วยก็ตาม แต่ถ้าในกรณีที่คุณกำลังมองหาจอคอมที่ฟีเจอร์ถือว่าใกล้เคียง และรองรับการเล่นกับ PS5 ได้อย่างสนุกลื่นไหล วันนี้เรามีจอมอนิเตอร์ 5 รุ่น มาเอาใจเกมเมอร์ ให้เล่นเกมได้อย่างเต็มอรรถรสมากขึ้นบนเครื่องเล่นเกมคอนโซลรุ่นใหม่นี้มาฝากกัน สำหรับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการใช้งาน

PS5

5 Monitor สำหรับเล่น PS5

  1. Samsung LU32R590CWEXXT Curved UHD 4K 32″
  2. Samsung LS32AM700UEXXT 4K 32″
  3. ASUS ROG XG43VQ 43″
  4. Philips 328E1CA/67 4K Ultra Wide 31.5″
  5. LG 32UK550-B 31.5″ 4K
PS5

1.Samsung LU32R590CWEXXT Curved UHD 4K 32″

ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเล่นเกมบน PS4 หรือ Play Station 5 จอขนาดใหญ่ น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า กับหน้าจอ 32″ จาก Samsung รุ่นนี้ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจ กับความเป็นจอโค้ง 1500R รับกับระยะในการเล่นได้ดี ไม่ต้องถอยออกมาเยอะ กับขาตั้งที่ปรับมุมได้เล็กน้อย แต่ได้ความคมชัดบนความละเอียด 4K และขอบที่บางเฉียบทั้ง 3 ด้าน ก็ให้พื้นที่ในการแสดงผลได้เต็มพื้นที่ สัดส่วน 16:9 ที่เข้ากับเกมต่างๆ ได้ดีทีเดียว กับพาแนลแบบ VA ที่มีเสน่ห์ในการเล่นเกม กับสีสันที่สดใสและตอบสนองได้ไว พร้อมฟีเจอร์อีกมากมาย เช่น Flicker Free ให้พอร์ตแสดงผลมาครบครัน HDMI 2.0 และ DisplayPort 1.2 ซึ่งรองรับการแสดงผล 4K ที่ 60Hz กับสนนราคาประมาณ 12,890 บาทเท่านั้น

  • Size: 32″
  • Resolution: 3,840 x 2,160
  • Panel: VA
  • Refresh Rate: 60Hz
  • Port: HDMI 2.0, DisplayPort
  • Feature: –
  • Price: 12,890 บาท

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

PS5

2.Samsung LS32AM700UEXXT 4K 32″

มาถึงจอมอนิเตอร์ขนาด 32″ ในซีรีส์ M7 รุ่นใหม่จากทาง Samsung อีกรุ่นหนึ่ง ที่ดูสมาร์ทไม่น้อยเลย กับ LS32AM700UEXXT รุ่นนี้ ซึ่งชูความเป็น Mobile Connectivity ที่นอกจากจะรองรับการต่อพ่วงกับพีซี เหมาะกับการเล่นเกม และทำงานแล้ว ยังตอบโจทย์การเล่นเกมบนเครื่องเล่นคอนไซล์ PS5 นี้อีกด้วย สะดวกในการใช้งานด้วยรีโมทคอนโทรล และติดตั้งแอพฯ ในตัวได้เลย ให้ความละเอียดที่สูงระดับ 4K บนรีเฟรชเรต 60Hz และเป็นจอแบน เพิ่มความสดใสด้วยการสนับสนุน HDR10 ปรับ OSD เพื่อตั้งค่า Game Mode ได้ ให้พอร์ตสัญญาณในแบบ HDMI 2.0 จำนวน 2 พอร์ต และ USB Type-C รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อ WiFi และ Bluetooth อีกด้วย

แถมจุดเด่นที่นอกจากจะใช้เล่นกับเครื่องพีซีหรือ PS5 ได้แล้ว ยังเชื่อมต่อกับมือถือ เพื่อแสดงผลได้ทันที ให้คุณเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ผ่านมือถือ Samsung ได้ ผ่านทางสมาร์ทโฟน Samsung รุ่นใหม่ บนแอพฯ SmartThings, DEX ซึ่งจัดว่าช่วยเสริมการใช้งานนอกเหนือจากการเล่นเกมบน PS5 ได้อีกด้วย เคาะราคาที่ 12,900 บาท

  • Size: 31.5″
  • Resolution: 3840×2160@60Hz
  • Panel: VA
  • Refresh Rate: 60Hz
  • Port: HDMI 2.0, DisplayPort
  • Feature: HDR10
  • Price: 12,500 บาท

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

PS5

3.ASUS ROG XG43VQ 43″

มาถึงจอเกมมิ่งที่เป็นจอขนาดใหญ่ 43″ อัดฟีเจอร์มาเต็ม เพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ รวมถึงคอเกม Play Station 5 ที่อยากจะเพิ่มความเร้าใจให้มากขึ้น ให้ความละเอียดระดับ 4K ในแบบ Ultra-Wide กับสัดส่วน 32:10 ที่ให้รีเฟรชเรตได้สูงถึง 120Hz ด้วยหน้าจอแบบแนวนอนยาวเช่นนี้ จึงช่วยให้การเล่นเกมในแนว Racing หรือ Action สนุกมากขึ้น เพราะทำให้มองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ง่าย อีกทั้งเป็นจอโค้ง 1800R จึงโอบสายตาได้มากขึ้นขณะที่เล่น กับฟีเจอร์ที่รองรับเครื่องเล่นเกม PS5 หรือ Xbox ได้ บนความละเอียด Full-HD 120Hz แต่ที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยี HDR400 เอาใจคอเกมที่ต้องการรายละเอียดและสีสันที่สดใสยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ Shadow Boost ที่ให้รายละเอียดของแสงในความมืดได้อย่างชัดเจน และไม่สว่างมากเกินไป เข้าคู่กันได้กับบรรดา Adaptive-Sync อย่าง FreeSync PRO Premium และการ์ดจอจาก nVIDIA ที่ให้ภาพต่อเนื่อง นุ่มนวลไม่เกิดอาการฉีกขาด กับการปรับแต่ง OSD ที่แสนจะสะดวก เช่นเดียวกับการปรับเลื่อนหน้าจอ ก็มีให้เลื่อนปรับขึ้นลง หมุนซ้ายขวา และก้มเงยได้ จะนั่งหรือยืนเล่นก็สบาย ราคาอยู่ที่ 36,900 บาท

  • Size: 31.5″
  • Resolution: 3840×1200
  • Panel: VA
  • Refresh Rate: 120Hz
  • Port: HDMI 2.0, DisplayPort
  • Feature: NFreeSync PRO Premium
  • Price: 36,900 บาท

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

PS5

4.Philips 328E1CA/67 4K Ultra Wide 31.5″

328E1CA เป็นมอนิเตอร์ไซส์ใหญ่ระดับ 32 นิ้ว ที่เรียกว่าเอาใจสายบู๊ และชื่นชอบเกมหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น FPS, RTS หรือแนว MMORPG และ MOBA ก็ตาม รวมถึงการเล่นบนเครื่องเล่น Play Station 5 กับพื้นที่หน้าจอที่กว้างขวางในแบบ Curved 1500R ให้ความคมชัดสูง QHD 2560×1440 ที่เป็นมาตรฐานไปแล้วกับจอภาพใหญ่ระดับนี้ เพื่อให้โอบกระชับสายตา มองได้ทั่วถึงมากขึ้่น พาแนลเป็นแบบ VA ที่ให้สีสด เอาใจคอเกมกันโดยเฉพาะ กับเทคโนโลยี Ultra Wide-Color เพื่อภาพที่มีความสว่างสดใส และมาพร้อม AMD FreeSync เพื่อการเล่นเกมที่ได้ภาพต่อเนื่องนุ่มนวล

ให้ฟีเจอร์ในด้านการเล่นเกม SmartImage Game ที่ให้เกมเมอร์ได้ปรับโหมดภาพบน OSD ให้เข้ากับการเล่นเกม โดยเฉพาะโหมด FPS, RTS และ Racing น่าจะสิ่งที่ผู้เล่นอยากสร้างความได้เปรียบในการเล่น โดยผู้เล่นยังบันทึกค่าที่ตั้งไว้ เพื่อให้การเลือกโหมดการเล่นทำได้รวดเร็ว ขอบบาง 3 ด้าน คือ บนกับด้านข้าง ทำให้ดูมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิม ลำโพง 3W จำนวน 2 ตัวซ้าย-ขวา บอกเลยว่าเสียงสะใจเลยทีเดียว ใครที่เล่นเกมในห้อง อยู่คนเดียว อยากจะเล่นแบบเปิดลำโพงให้สะใจ และพอร์ต DisplayPort x 1.2, HDMI 2.0 x 2 ราคาอยู่ที่ 12,250 บาท

  • Size: 31.5″
  • Resolution: 2560×1440@60Hz
  • Panel: VA
  • Refresh Rate: 60Hz
  • Port: HDMI 2.0, DisplayPort
  • Feature: NTSC 99%, sRGB 122%
  • Price: 12,250 บาท

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

PS5

5.LG 32UK550-B 31.5″ 4K

จัดเต็มกับจอใหญ่ ที่จับมาเข้าคู่กับ Play Station 5 ได้เป็นอย่างดี สีสันสวยงาม พื้นที่หน้าจอกว้างขวาง ให้ความละเอียด 4K (3840 x 2160) เป็นหน้าจอแบบ Flat ขอบด้านข้างบาง บนขาตั้งที่ดีไซน์ออกมาล้ำสมัย พาแนล VA มุมมองกว้าง เอาใจคอเกม โดยให้สีสันที่สดใส พร้อมเทคโนโลยี AMD FreeSync ลดอาการภาพฉีกขาด และมี Game Mode ให้เลือกหลายรูปแบบ ฟีเจอร์เด็ดอยู่ที่ลูกเล่นสำหรับเล่นเกมอย่าง Black Stabilizer การปรับตั้งค่าหน้าจอสะดวก รองรับการปรับเพิ่มความสูง และก้มเงยได้ง่าย มีพอร์ต HDMI 2.0 และ DisplayPort สำหรับการเล่นกับ PS5 ได้ทันที ราคาอยู่ที่ 13,590 บาท

  • Size: 31.5″
  • Resolution: 3840 x 2160
  • Panel: VA
  • Refresh Rate: 60Hz
  • Port: HDMI 2.0, DisplayPort
  • Feature: –
  • Price: 13,590 บาท

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

Topvalue ช้อปปิ้งออนไลน์แห่งใหม่
Model Size Res. Refresh Rate Port Price
1.Samsung LU32R590CWEXXT 32″ 4K 60Hz DisplayPort 1.2, HDMI 2.0 12,890
2.Samsung LS32AM700UEXXT 32″ 4K 60Hz HDMI 2.0 12,500
3.ASUS ROG XG43VQ 43″ 4K 120Hz DisplayPort 1.2, HDMI 2.0 36,900
4.Philips 328E1CA/67 32″ 4K 60Hz DisplayPort 1.2, HDMI 2.0 12,250
5.LG 32UK550-B 31.5″ 4K 32″ 4K 60Hz DisplayPort 1.2, HDMI 2.0 13,590

การเลือกใช้จอสำหรับเล่นเกมร่วมกับเครื่องเล่น Play Station 5 รุ่นใหม่ อาจจะต้องมองในรายละเอียดให้มากขึ้น สำหรับคนที่ซีเรียสกับการเล่นเกม โดยเฉพาะการตั้งค่าการเล่นระดับ 4K แม้ว่าเวลานี้ยังไม่สามารถหาจอคอมที่เล่นเกม 4K 120Hz ผ่านทาง HDMI 2.1 ได้ก็ตาม แต่ตัวเกมที่รองรับก็ยังมีอยู่น้อยมาก การเลือกจอขนาดใหญ่ 32″ ที่ความละเอียด 4K พื้นฐาน ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดี เพียงแต่จะเลือกแบบจอ Flat หรือเป็นแบบ Curved ก็ขึ้นอยู่กับความชอบ เกมและระยะของการเล่น ซึ่งหากเน้นเล่นแนว Action มองเห็นได้ ไม่ต้องกวาดสายตาเยอะ จอโค้งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้เรื่องของการปรับแต่งและฟีเจอร์พิเศษต่างๆ แม้จะมีส่วนในการเพิ่มอรรถรสในการเล่น แต่ราคาก็จะเพิ่มสูงตามไปด้วย อย่างไรก็ดีเราได้นำจอคอม 5 รุ่นนี้ ในราคาที่เหมาะสมมาฝากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเล่นเกมบน PS5 ให้กับคุณ สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสั่งซื้อกันได้ที่ Topvalue กันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/577396-5-monitor-ps5-play-station-5

6 จอแต่งภาพคุณภาพสูง เกรดตั้งแต่ฟรีแลนซ์ถึงโปรดักชั่นเฮ้าส์

ครีเอเตอร์คนทำงานศิลปะต่าง ๆ มีชีวิตอยู่กับการออกแบบและสีสันตลอดเวลานั้น นอกจากพีซีสเปคดีให้ทำงานได้ราบลื่นแล้วก็ต้องเลือกจอแต่งภาพโดยเฉพาะมาใช้งานควบคู่กัน เวลาต้องทำงานแต่งภาพแต่งสีเมื่อไหร่ หน้าจอที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะจะทำให้เราเลือกสีได้ดีและถ้าได้รับรองมาตรฐานความแม่นยำสีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราเห็นเฉดสีบนหน้าจอได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ดังนั้นนอกจากจัดคอมสเปคดีสำหรับทำงานกราฟฟิคแล้ว ก็ต้องเลือกหน้าจอคุณภาพสูงเอาไว้ใช้งานคู่กันเพื่อให้งานที่ทำออกมามีคุณภาพสูงสุด คุ้มค่ากับสเปคที่เลือกซื้อไป หรือใครที่มีโน๊ตบุ๊คสเปคดีอยู่แล้วแต่ต้องการหน้าจอคุณภาพดีเอาไว้แต่งภาพแล้ว บทความนี้ก็เป็นอีกคำตอบสำหรับผู้สนใจทุกคนอย่างแน่นอน

จอแต่งภาพ
ครีเอเตอร์ที่มีหน้าจอสำหรับแต่งภาพโดยเฉพาะยังไงก็ได้เปรียบ

เลือกจอแต่งภาพต้องดูอะไรบ้าง?

pro display gallery1 201909
ยกให้ Pro Display XDR เป็นจอที่สุดทั้งคุณภาพและราคา

หน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นเป็นอุปกรณ์คอมพ์อีกชิ้นที่ตัวเลือกมีเยอะและหลากหลายมากไม่แพ้กับการ์ดจอหรือเมนบอร์ดทีเดียว เพราะหน้าจอนั้นมีสเปคสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไป, เกมเมอร์ รวมไปถึงหน้าจอแต่งภาพสำหรับครีเอเตอร์ใช้สร้างผลงานใหม่ ๆ ออกมา ตั้งแต่อนิเมชั่นไปจนถึงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดงบร้อยล้านก็เป็นผลงานจากหน้าจอกลุ่มนี้เสียเป็นส่วนใหญ่

สำหรับบางคนที่คิดว่าจะจอไหนก็ได้ ให้เห็นสีสันบนหน้าจอก็เพียงพอแล้วก็ต้องบอกว่านั่นเป็นความคิดที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว เพราะโลกมีเฉดสีหลากหลายและหน้าจอแต่ละรุ่นก็แสดงเฉดสีบนหน้าจอได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นหน้าจอสำหรับงานภาพและสีสันจึงมีการรับรองมาตรฐานสีสันต่าง ๆ ที่เราไม่คุ้นหูออกมาให้เราได้ยินอยู่เสมอ ๆ เพื่อการันตีคุณภาพว่าสีสันที่เห็นบนหน้าจอนี้จะใกล้เคียงหรือเหมือนกับวัตถุที่ตาเราเห็นจริงมากที่สุดนั่นเอง

สำหรับวิธีการเลือกหน้าจอสำหรับครีเอเตอร์ฉบับรวบรัดเข้าใจง่าย ไม่ต้องเสียเวลานั่งอ่านข้อมูลหรือรายละเอียดให้เสียเวลานั้นมีวิธีเลือกดังนี้

  • พาเนลหน้าจอ – เป็นจุดสำคัญและควรใส่ใจที่สุด เพราะพาเนลจะมีผลต่อสีสันบนหน้าจอโดยตรง จึงขอแนะนำให้เลือกพาเนล IPS (In-Plane Switching) เป็นตัวเลือกแรก เพราะให้สีสันแม่นยำกว่าพาเนล TN (Twisted Nematic) ที่แสดงผลได้อย่างรวดเร็วแล้วเหมาะกับการเล่นเกมมากกว่า แถมมีค่า Contrast บนหน้าจอไม่มากเกินจำเป็นเช่นพาเนล VA (Vertical Alignment) ซึ่งช่างภาพหลาย ๆ คนน่าจะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่พาเนล VA ก็มีค่า Dynamic Range โดดเด่นเลยเหมาะกับงานพิมพ์และโรงพิมพ์เสียมากกว่า

Comparison between wide and standard gamut monitor color
ตารางขอบเขตสี โดยแบ่งเป้นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ sRGB ไปจนถึง Adobe RGB และ DCI-P3

  • ขอบเขตสีกว้าง – สำหรับขอบเขตสี (Color Gamut) นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการทำงานกับสีสันนั้น ยิ่งเราเห็นขอบเขตสีกว้างเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะจะมีเฉดสีให้เราเลือกมากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งภาพวงสีและกรอบสามเหลี่ยมด้านบนนี้เป็นขอบเขตสีบนหน้าจอ เริ่มต้นด้วย sRGB เป็นเส้นกรอบสีขาวและ Adobe RGB เป็นเส้นสีดำในกรอบวงสี DCI-P3 จะเป็นตัวบอกว่าหน้าจอนั้น ๆ มีขอบเขตสีกว้างเท่าไหร่ ยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งดี และถ้าได้รับการรับรองขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 (Digital Cinema Initiatives – Protocol 3) เมื่อไหร่ หมายความว่าหน้าจอนั้นมีคุณภาพและสามารถแสดงสีสันได้กว้างและครอบคลุมที่สุด
  • ค่าการรับรองความแม่นยำสีด้านอื่น – ซึ่งนอกจาก sRGB, Adobe RGB, DCI-P3 แล้ว ก็ยังมีค่าความถูกต้องของสี Delta E ซึ่งยิ่งมีน้อยก็ยิ่งดี โดยทั่วไปแล้วหน้าจอแต่งภาพควรจะอยู่ระดับ Delta E < 2 จะเป็นเกณฑ์ที่ดีและไม่แพงเกินไป ซึ่งถ้าค่า Delta E < 1 ก็จะมีราคาสูงมากแบบก้าวกระโดด, มาตราฐานสี Rec.709 เป็นมาตรฐานสีของสีแดง, เขียวและฟ้า ของจอทีวี HD (HDTV) เป็นค่ามาตรฐานเพื่อเกลี่ยสีและความสว่างให้อยู่ในเฉดเดียวกัน ซึ่งหน้าจอที่มี Rec.709 ก็จะเหมาะกับการเกลี่ยสีตอนตัดต่อวิดีโอมาก
  • PANTONE Validated และ CalMAN Verified – ไม่ว่าจะ PANTONE Validated หรือ CalMAN Verified ก็เป็นการรับรองมาตรฐานความแม่นยำสีบนหน้าจอ ซึ่งถ้าหน้าจอไหนได้รับหนึ่งในสองการรับรองนี้ หมายความว่าหน้าจอหรือปริ้นเตอร์รุ่นนั้นสามารถแสดงสีได้ครอบคลุมทุกเฉดในมาตรฐานของ PANTONE Matching System (PMS) หรือเป็นหน้าจอที่แสดงสีสันได้แม่นยำตามมาตรฐานของ Portrait displays ซึ่งหน้าจอนั้นจะได้รับการรับรองมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งก็ได้เช่นกัน
  • อัตราส่วนของหน้าจอ – อัตราส่วนของหน้าจอมีผลต่อการแสดงภาพบนหน้าจออย่างมาก นั่นเพราะอัตราส่วนหน้าจอ เช่น 16:9, 16:10, 3:2  จะมีผลกับงานที่เราทำอย่าง ซึ่งหน้าจอแบบ 16:9 และ 16:10 เป็นหน้าจอที่กว้างและมีอัตราส่วนความสูงน้อยกว่าด้านกว้างเกือบครึ่งหนึ่ง จึงเป็นหน้าจอแบบที่เหมาะกับการตัดต่อวิดีโอเป็นหลัก แต่จะเอามาทำงานแต่งสีภาพก็ได้เช่นกัน ทว่าถ้าเป็นหน้าจอ 3:2 ก็จะเหมาะกับงานแต่ภาพมากกว่าเพราะเป็นอัตราส่วนเดียวกัน

Dot pitch

  • ขนาดและความละเอียดของหน้าจอ – การเลือกขนาดหน้าจอกับความละเอียดหน้าจอจะมีผลต่อความชิดของเม็ดพิกเซลบนหน้าจออย่างมาก ยิ่งค่า PPI (Pixel Per Inch) แน่นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ภาพบนหน้าจอคมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งขนาดของหน้าจอแนะนำสำหรับงานแต่งภาพควรอยู่ราว 24-27 นิ้ว และเลือกความละเอียดหน้าจอระดับ 2-4K จะดีที่สุด และควรเลือกเป็นหน้าจอกันแสงสะท้อน (Anti-Glare) เพื่อป้องกันแสงจากสภาพแวดล้อมสะท้อนจากหน้าจอใส่ดวงตาแล้วรบกวนการทำงานของเรานั่นเอง

8bitfrc10bit
จะเห็นว่าจอ 10-bit แท้จะเกลี่ยรัศมีดวงอาทิตย์ได้เนียนกว่า 8-bit + FRC 

  • ค่า bit ของสีบนหน้าจอ – สำหรับการแสดงสีสันบนหน้าจอ การมีค่า Bit ของสียิ่งมากยิ่งทำให้การไล่สีบนหน้าจอทำได้เนียนและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้หน้าจอใช้แต่งภาพจะอยู่ระดับ 8-bit + FRC (Frame Rate Control) หรือบางรุ่นก็เป็นหน้าจอ 10-bit แท้ ซึ่งมีผลต่อการเกลี่ยสีบนหน้าจออย่างเห็นได้ชัดเช่นภาพตัวอย่าง ซึ่งหน้าจอ 8-bit + FRC ก็ถือว่าทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพสูงพอสำหรับกลุ่มคนทำงานแต่งภาพระดับฟรีแลนซ์แล้ว แต่ถ้าเป็นสตูดิโอหรือโปรดักชั่นเฮ้าส์ควรเลือกเป็น 10-bit หรือสูงกว่า เพื่อให้งานภาพออกมาดีที่สุด

spyder

  • ระบบ Calibration ของหน้าจอ – ระบบการปรับแต่งสีสันและความแม่นยำสีบนหน้าจอ ซึ่งแม้จอแต่งภาพหลายรุ่นจะได้รับการรับรองสีสันและตั้งค่ามาจากโรงงานแล้วก็ตาม ถ้าเราได้ Calibrate หน้าจอเพิ่มด้วยอุปกรณ์เช่น Datacolor Spyder เพิ่มก็จะทำให้สีสันบนหน้าจอยิ่งดีขึ้น แต่ถ้าเป็นหน้าจอที่คุณภาพและราคาสูงมาก ๆ ก็จะมีระบบ Calibrate ติดตั้งเอาไว้ในหน้าจอเพื่อใช้ตั้งค่าสีให้แม่นยำอยู่เสมอ ซึ่งโดยปกติถ้าเราทำงานแต่งภาพและสีก็ควรทำเดือนละครั้งเป็นประจำ

6 จอแต่งภาพคุณภาพดีน่าซื้อมาแต่งภาพ

features you want in a photo editing monitor

สำหรับหน้าจอแต่งภาพรุ่นแนะนำทั้ง 6 รุ่นในบทความนี้ จะมีตั้งแต่รุ่นราคาไม่แพงมากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งครบคลุมไปถึงฟรีแลนซ์รับงานเสริมด้านศิลปะไปจนถึงครีเอเตอร์ในโปรดักชั่นเฮ้าส์หรือสตูดิโอเลยทีเดียว โดยรุ่นแนะนำได้แก่

  1. ASUS ProArt Display PA278QV (13,900 บาท)
  2. DELL MONITOR ULTRASHARP U2720Q (18,900 บาท)
  3. BenQ SW270C 27″ (25,900 บาท)
  4. ViewSonic VP3881 (37,900 บาท)
  5. Apple Pro Display XDR (154,900 บาท)
  6. EIZO 31.1″ COLOR EDGE CG319-4K (267,500 บาท)
1. ASUS ProArt Display PA278QV (13,900 บาท)

tsn23gafmq0giloq setting 000 1 90 end 500

ASUS ProArt Display PA278QV ถือเป็นจอแต่งภาพรุ่นเริ่มต้นที่ราคาไม่แพงเกินไปแต่ก็มีสเปคดีเพียงพอใช้ทำงานได้หลากหลายและได้รับการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ได้แก่ CalMAN Verified, 100% sRGB, 100% Rec. 709, ความแม่นยำสี Delta E < 2 จึงเหมาะทั้งงานแต่งภาพและวิดีโอเป็นอย่างมากรุ่นหนึ่ง

สเปคของหน้าจอนี้เป็นหน้าจอพาเนล IPS ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 2K (2560×1440 พิกเซล) อัตราส่วนหน้าจอ 16:9 ขอบหน้าจอบางพิเศษ พื้นผิวหน้าจอเป็นแบบ Anti-Glare ไม่สะท้อนแสงเข้าตาผู้ใช้ระหว่างทำงาน มีความสว่างสูงสุด 350 cd/㎡ สามารถแสดงสีบนหน้าจอได้ 16.7 ล้านสี และมีโปรแกรมปรับแต่งโหมดและสีสันบนหน้าจอ ProArt Palette, ProArt Preset ติดตั้งมาให้

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ HDMI 1.4 x 1 ช่อง, Mini DisplayPort 1.2 x 1 ช่อง, DisplayPort 1.2 x 1 ช่อง, Dual-link DVI-D x 1 ช่อง มีช่องหูฟัง 3.5 มม. และ USB 3.0 x 4 ช่อง

สเปคของ ASUS ProArt Display PA278QV
  • หน้าจอขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 2K (2560×1440 พิกเซล) อัตราส่วน 16:9 เป็นจอกันแสงสะท้อน Anti-Glare
  • แสดงสีบนหน้าจอได้ 16.7 ล้านสี
  • ความสว่างสูงสุด 350 cd/㎡
  • โปรแกรมปรับแต่งโหมดและสีสันบนหน้าจอ ProArt Palette, ProArt Preset
  • รองรับพอร์ต HDMI 1.4 x 1 ช่อง, Mini DisplayPort 1.2 x 1 ช่อง, DisplayPort 1.2 x 1 ช่อง, Dual-link DVI-D x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม., USB 3.0 x 4 ช่อง
  • ได้รับการรับรองความแม่นยำสี CalMAN Verified, 100% sRGB, 100% Rec. 709, ความแม่นยำสี Delta E < 2
  • ราคา 13,900 บาท (Banana IT)
2. DELL MONITOR ULTRASHARP U2720Q (18,900 บาท)

up2720q cfp 00000ff000 gy 4000x3000 scaled e1613730922780

DELL MONITOR ULTRASHARP U2720Q เป็นซีรี่ส์จอทำงานและแต่งภาพจาก DELL โดย ULTRASHARP U2720Q ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด UHD 4K (3840×2160 พิกเซล) นี้เป็นหน้าจอแต่งภาพคุณภาพดีไม่ควรมองข้ามอีกรุ่นเพราะได้รับการรับรองความแม่นยำสี 100% Adobe RGB, 80% BT. 2020, 98% DCI-P3 ซึ่งมีขอบเขตสีกว้างกว่า sRGB มาก รวมทั้งเป็นหน้าจอ CalMAN Ready สามารถใช้โปรแกรม CalMAN ของ Portrait display มาปรับแต่งความแม่นยำสีบนหน้าจอได้อีกด้วย

สเปคของ U2720Q นี้จะเป็นหน้าจอพาเนล IPS ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด UHD 4K (3840×2160 พิกเซล) อัตราส่วนหน้าจอ 16:9 และเป็นหน้าจอ Anti-Glare ป้องกันแสงสะท้อนพร้อมเคลือบสารเสริมความแข็ง 3H บนหน้าจอและมีฮู้ดสำหรับปิดกรอบด้านบนและข้างของหน้าจอได้ด้วย มีความสว่าง 250 cd/m2 แสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี

พอร์ตเชื่อมต่อติดตั้ง DisplayPort 1.4 x 1 ช่อง, HDMI 2.0 x 2 ช่อง, Thunderbolt 3 Upstream และ Downstream อย่างละ 1 พอร์ต เป็นมาตรฐานต่อหน้าจอระดับ DisplayPort 1.4 ทั้ง 2 ช่อง, พอร์ต USB 3.2 Gen 1 Downstream  x 2 ช่อง (ช่องหนึ่งรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นได้ จ่ายไฟสูงสุด 2A), USB 3.2 Gen 2 Downstream x 2 ช่อง, ช่อง Audio Line out x 1 ช่อง

สเปคของ DELL MONITOR ULTRASHARP U2720Q
  • หน้าจอขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840×2160 พิกเซล) อัตราส่วน 16:9 เป็นจอกันแสงสะท้อน Anti-Glare
  • แสดงสีบนหน้าจอได้ 1.07 พันล้านสี
  • ความสว่างสูงสุด 250 cd/㎡
  • หน้าจอ CalMAN Ready สามารถใช้โปรแกรม CalMAN ของ Portrait display มาปรับแต่งความแม่นยำสีบนหน้าจอได้
  • รองรับพอร์ต DisplayPort 1.4 x 1 ช่อง, HDMI 2.0 x 2 ช่อง, Thunderbolt 3 Upstream x 1 ช่อง, Thunderbolt 3 Downstream x 1 ช่อง, USB 3.2 Gen 1 Downstream x 2 ช่อง, USB 3.2 Gen 2 Downstream x 2 ช่อง, Audio Line out x 1 ช่อง
  • ได้รับการรับรองความแม่นยำสี 100% Adobe RGB, 80% BT. 2020, 98% DCI-P3
  • ราคา 18,900 บาท (Banana IT)
3. BenQ SW270C 27″ (25,900 บาท)

cq5dam.web .800.800

BenQ SW270C 27″ เป็นหน้าจอแต่งภาพคุณภาพสูงอีกรุ่น โดยจุดเด่นคือเป็นหน้าจอ 10-bit สามารถไล่โทนสีสันบนหน้าจอได้อย่างเรียบเนียนสวยงาม รวมทั้งได้รับการรับรองความแม่นยำสีจากทั้ง PANTONE Validated และ CalMAN Verified จึงจัดว่าเหมาะกับการทำงานสีทุกรูปแบบและได้รับการรับรองความแม่นยำสี 99% Adobe RGB, 100% sRGB, 100% Rec.709, 97% DCI-P3 & Display P3 มีค่า Delta E < 2 เป็นการการันตีความแม่นยำสีบนหน้าจอได้อย่างดี ซึ่งเป็นหน้าจอที่เหมาะกับช่างภาพโดยเฉพาะ พร้อมโปรแกรม Calibrate สีหน้าจอ Palette Master Element ของ BenQ 

สเปคของ BenQ SW270C เป็นหน้าจอพาเนล IPS ขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 2K (2560×1440 พิกเซล) อัตราส่วนหน้าจอ 16:9 เป็นหน้าจอ Anti-Glare ป้องกันแสงสะท้อนพร้อมฮู้ดปิดขอบบนและด้านข้างของหน้าจอ ตัวจอมีความสว่าง 300 cd/m2 และแสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ HDMI 2.0 x 2 ช่อง, DisplayPort 1.4 x 1 ช่อง, USB-C x 1 ช่อง รองรับ DisplayPort Alt mode รับส่งข้อมูลและชาร์จแบบ Power Delivery 60W ได้อีกด้วย จึงใช้พอร์ตนี้พอร์ตเดียวเชื่อมต่อกับโน๊ตบุ๊คที่มี Thunderbolt 3 หรือ 4 ได้เลย, SD Card Reader x 1 ช่อง รองรับ SD, SDHC, SDXC, MMC 

สเปคของ BenQ SW270C 27″
  • หน้าจอขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 2K (2560×1440 พิกเซล) อัตราส่วน 16:9 เป็นจอกันแสงสะท้อน Anti-Glare
  • แสดงสีบนหน้าจอได้ 1.07 พันล้านสี เป็นหน้าจอสี 10-bit
  • ความสว่างสูงสุด 300 cd/㎡
  • มีโปรแกรม Calibrate สีหน้าจอ Palette Master Element ของ BenQ พร้อมใช้งาน
  • รองรับพอร์ต HDMI 2.0 x 2 ช่อง, DisplayPort 1.4 x 1 ช่อง, USB-C x 1 ช่อง รองรับ DisplayPort Alt mode รับส่งข้อมูลและชาร์จแบบ Power Delivery 60W, SD Card Reader x 1 ช่อง
  • ได้รับการรับรองความแม่นยำสีจากทั้ง PANTONE Validated และ CalMAN Verified, 99% Adobe RGB, 100% sRGB, 100% Rec.709, 97% DCI-P3 & Display P3 มีค่า Delta E < 2
  • ราคา 25,900 บาท (BenQ Official Shop Lazada)
4. ViewSonic VP3881 (37,900 บาท)

VP3881 F01 l

ViewSonic VP3881 เป็นหน้าจอแต่งภาพแบบจอโค้ง 2300R ที่แม้จะไม่มี CalMAN Verified หรือ PANTONE Validated ก็ตามแต่สเปคและความแม่นยำสีถือว่าดีและน่าสนใจมากรุ่นหนึ่ง เป็นหน้าจอแสดงผลสีได้ 10-bit แบบ 8-bit+A-FRC รองรับการแสดงผลสี HDR10 มีค่า 99.52% Adobe RGB, 107.4% Rec.709, 106.19% DCI-P3 และ Delta E < 2 สามารถสั่งซื้ออุปกรณ์ Calibrate หน้าจอ X-rite มาปรับแต่งความแม่นยำสีได้

สเปคของ ViewSonic VP3881 เป็นหน้าจอพาเนล IPS ขนาด 38 นิ้ว WQHD+ 4K ความละเอียด 3840×1600 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 21:9 เป็นหน้าจอ Anti-Glare ตัวหน้าจอสามารถตั้งความสูงต่ำและหันให้เข้ากับการใช้งานได้ หน้าจอมีความสว่าง 300 cd/m2 แสดงสีสันได้มากถึง 1.07 พันล้านสี

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ DisplayPort 1.4 HDR Ready x 1 ช่อง, HDMI 2.0 x 2 ช่อง, USB-C x 1 ช่อง, ช่อง Audio Out x 1 ช่อง, Audio in x 1 ช่อง, USB 3.1 Type-B Gen 1 x 1 ช่อง กับ USB 3.1 Type-C Gen 1 x 1 ช่อง เป็น Upstream ทั้งคู่ ส่วน USB 3.1 Gen 1 Type-A x 3 ช่อง เป็น Downstream x 3 ช่อง

สเปคของ ViewSonic VP3881
  • หน้าจอขนาด 38 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840×1600 พิกเซล) อัตราส่วน 21:9 เป็นจอกันแสงสะท้อน Anti-Glare
  • แสดงสีบนหน้าจอได้ 1.07 พันล้านสี เป็นหน้าจอสี 10-bit แบบ 8-bit+A-FRC
  • ความสว่างสูงสุด 300 cd/㎡
  • สั่งซื้อ X-rite มา Calibrate หน้าจอได้ 
  • รองรับพอร์ต DisplayPort 1.4 HDR Ready x 1 ช่อง, HDMI 2.0 x 2 ช่อง, USB-C x 1 ช่อง, ช่อง Audio Out x 1 ช่อง, Audio in x 1 ช่อง, USB 3.1 Type-B Gen 1 x 1 ช่อง กับ USB 3.1 Type-C Gen 1 x 1 ช่อง เป็น Upstream ทั้งคู่ ส่วน USB 3.1 Gen 1 Type-A x 3 ช่อง เป็น Downstream x 3 ช่อง
  • ได้รับการรับรองความแม่นยำสี HDR10 มีค่า 99.52% Adobe RGB, 107.4% Rec.709, 106.19% DCI-P3 และ Delta E < 2
  • ราคา 37,900 บาท (JIB)
5. Apple Pro Display XDR (154,900 บาท)

pro display gallery1 201909

Apple Pro Display XDR นั้นเป็นหน้าจอแต่งภาพคุณภาพสูงสำหรับงานในสตูดิโอหรือฮอลลีวู้ด ซึ่งเป็นหน้าจอระดับ Reference หรือจออ้างอิงสีสำหรับใช้งานระดับโรงภาพยนตร์ สามารถเลือกเปลี่ยนจากหน้าจอกระจกมาตรฐานเป็นกระจก Nano-texture ลดแสงสะท้อนลงไปได้มาก แต่หน้าจอกระจก Nano-texture จำเป็นต้องใช้ผ้าพิเศษจากทาง Apple เช็ดเท่านั้นเพื่อถนอมเนื้อกระจกหน้าจอให้มีคุณภาพดีเหมือนเดิม

สเปคของ Apple Pro Display XDR เป็นหน้าจอ Retina Display พาเนล IPS ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 6K (6016 x 3384 พิกเซล) อัตราส่วน 16:9 โดยหน้าจอ XDR หรือ Extreme Dynamic Range ให้สีสันบนหน้าจอดีกว่า HDR ทั่วไปอีกหลายเท่า พร้อมโหมด True Tone มีความสว่าง 1,000 nits เป็นหน้าจอขอบเขตสีกว้าง sRGB, DCI-P3, D50-P3 สีสันหน้าจอแบบ 10-bit สามารถแสดงสีได้ 1.073 พันล้านสี

พอร์ตการเชื่อมต่อรองรับ Thunderbolt 3 x 1 ช่อง สำหรับเชื่อมต่อหน้าจอกับพีซีที่ต้องการใช้งานและ USB-C x 3 ช่อง

สเปคของ Apple Pro Display XDR
  • หน้าจอขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 6K (6016 x 3384 พิกเซล) อัตราส่วน 16:9 เป็นจอกันแสงสะท้อน Full Lamination
  • แสดงสีบนหน้าจอได้ 1.073 พันล้านสี เป็นหน้าจอสี 10-bit 
  • ความสว่างสูงสุด 1,000 nits
  • หน้าจอได้รับการ Calibrate แบบพิเศษ มีโหมดอ้างอิง (Referenece) เพื่ออ้างอิงสีสำหรับการทำงานระดับโรงภาพยนตร์
  • หน้าจอ Nano-texture ต้องใช้ผ้าพิเศษของ Apple เพื่อทำความสะอาด
  • รองรับพอร์ต Thunderbolt 3 x 1 ช่อง, USB-C x 3 ช่อง
  • ได้รับการรับรองความแม่นยำสี XDR (Extreme Dynamic Range), sRGB, DCI-P3, D50-P3
  • ราคารุ่นเริ่มต้น 154,900 บาท, กระจก Nano-texture ราคา 189,900 บาท
6. EIZO 31.1″ COLOR EDGE CG319-4K (267,500 บาท)

EPpoWk56TCK3bMfAfQrfEY 970 80

EIZO 31.1″ COLOR EDGE CG319-4K จัดเป็นหน้าจอแต่งภาพพร้อมฟีเจอร์ล้ำ ๆ รุ่นหนึ่ง โดยฝังระบบเซนเซอร์เพื่อ Calibrate หน้าจอเอาไว้ในตัวจอเพื่อให้หน้าจอมีสีที่เที่ยงตรงเสมอ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม ColorNavigator 7 สำหรับตั้งค่าโปรไฟล์สีหน้าจอและเชื่อมต่อกันผ่านระบบ Cloud เมื่อ Administrator ปรับแต่งค่าสีของหน้าจอแล้วอัพโหลดขึ้น Cloud ก็จะส่งโปรไฟล์สีไปยังหน้าจอของลูกค่ายที่ใช้หน้าจอ EIZO ที่ติดตั้งโปรแกรม ColorNavigator 7 ทุกเครื่องพร้อมกัน

สเปคของ EIZO 31.1″ COLOR EDGE CG319-4K เป็นหน้าจอ DCI 4K พาเนล IPS ความละเอียด 4096×2160 พิกเซล อัตราส่วน 17:9 เป็นจอ HDR Gamma ที่มีค่าความแม่นยำสี 99% Adobe RGB, 98% DCI-P3, Rec. 709, Rec. 2020, PQ_DCI, BT.2100, HLG_BT.2100, BT.2020 ความสว่างหน้าจอ 350 cd/m2 เป็นหน้าจอ 10-bit แสดงผลสีได้ 1.07 พันล้านสี

พอร์ตเชื่อมต่อรองรับ DisplayPort x 2 ช่อง (HDCP 1.3), HDMI x 2 ช่อง (Depp Color, HDCP 2.2 / 1.4) พอร์ต USB 3.1 Gen 1 Type-B x 1 ช่อง และ USB 3.1 Gen 1 Type-A x 3 มีช่องชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วยกระแส 10.5W x 1 ช่อง

สเปคของ EIZO 31.1″ COLOR EDGE CG319-4K
  • หน้าจอขนาด 31.1 นิ้ว ความละเอียด DCI 4K (4096×2160 พิกเซล) อัตราส่วน 17:9 
  • แสดงสีบนหน้าจอได้ 1.07 พันล้านสี เป็นหน้าจอสี 10-bit 
  • ความสว่างสูงสุด 350 cd/m2
  • ColorNavigator 7 ตั้งค่าโปรไฟล์สีหน้าจอและเชื่อมต่อกันผ่านระบบ Cloud
  • รองรับพอร์ต DisplayPort x 2 ช่อง (HDCP 1.3), HDMI x 2 ช่อง (Depp Color, HDCP 2.2 / 1.4) พอร์ต USB 3.1 Gen 1 Type-B x 1 ช่อง และ USB 3.1 Gen 1 Type-A x 3 ช่อง
  • หน้าจอ HDR Gamma มีค่าความแม่นยำสี 99% Adobe RGB, 98% DCI-P3, Rec. 709, Rec. 2020, PQ_DCI, BT.2100, HLG_BT.2100, BT.2020
  • ราคา 267,500 บาท (EIZO Thailand Official Shop JD Central)

สรุปจุดเด่นของหน้าจอแต่งภาพทั้ง 6 รุ่น

สเปคของหน้าจอแต่งภาพทั้ง 6 รุ่นจะมีรายละเอียดดังนี้

รุ่น / สเปค ASUS ProArt PA278QV DELL ULTRASHARP U2720Q BenQ SW270C 27″ ViewSonic VP3881 Apple Pro Display XDR EIZO 31.1″ COLOR EDGE CG319-4K
หน้าจอ 27 นิ้ว
ความละเอียด 2K
(2560×1440 พิกเซล)

อัตราส่วน 16:9
Anti-Glare

27 นิ้ว
ความละเอียด 4K
(3840×2160 พิกเซล)

อัตราส่วน 16:9
Anti-Glare

27 นิ้ว
ความละเอียด 2K
(2560×1440 พิกเซล)

อัตราส่วน 16:9
Anti-Glare

38 นิ้ว
ความละเอียด 4K (3840×1600 พิกเซล)

อัตราส่วน 21:9
Anti-Glare

32 นิ้ว
ความละเอียด 6K (6016 x 3384 พิกเซล)

อัตราส่วน 16:9
Full Lamination

31.1 นิ้ว ความละเอียด DCI 4K (4096×2160 พิกเซล)

อัตราส่วน 17:9 

แสดงผลสี 16.7 ล้านสี 1.07
พันล้านสี
1.07
พันล้านสี

จอสี 10-bit

1.07
พันล้านสี

จอสี 10-bit (8-bit+A-FRC)

1.073
พันล้านสี

จอสี 10-bit 

1.07
พันล้านสี

จอสี 10-bit 

ความสว่าง 350 cd/㎡ 250 cd/㎡ 300 cd/㎡ 300 cd/㎡ 1,000 nits

350 cd/m2

โปรแกรมปรับแต่งจอ ProArt Palette

ProArt Preset

CalMAN Ready Palette Master Element

สั่งซื้อ X-rite มา Calibrate หน้าจอได้ 

Calibrate แบบพิเศษ

โหมดอ้างอิง (Referenece)

ColorNavigator 7
พอร์ตเชื่อมต่อ HDMI 1.4 x 1 ช่อง

Mini DisplayPort 1.2 x 1 ช่อง

DisplayPort 1.2 x 1 ช่อง

Dual-link DVI-D x 1 ช่อง

ช่องหูฟัง 3.5 มม.

USB 3.0 x 4 ช่อง

DisplayPort 1.4 x 1 ช่อง

HDMI 2.0 x 2 ช่อง

Thunderbolt 3 Upstream x 1 ช่อง

Thunderbolt 3 Downstream x 1 ช่อง

USB 3.2 Gen 1 Downstream x 2 ช่อง

USB 3.2 Gen 2 Downstream x 2 ช่อง

Audio Line out x 1 ช่อง

HDMI 2.0 x 2 ช่อง

DisplayPort 1.4 x 1 ช่อง

USB-C x 1 ช่อง

SD Card Reader x 1 ช่อง

DisplayPort 1.4 HDR Ready x 1 ช่อง

HDMI 2.0 x 2 ช่อง

USB-C x 1 ช่อง

Audio Out x 1 ช่อง

Audio in x 1 ช่อง

USB 3.1 Type-B Gen 1 x 1 ช่อง

USB 3.1 Type-C Gen 1 x 1 ช่อง 

USB 3.1 Gen 1 Type-A x 3 ช่อง

Thunderbolt 3 x 1 ช่อง

USB-C x 3 ช่อง

DisplayPort x 2 ช่อง (HDCP 1.3)

HDMI x 2 ช่อง
(Depp Color, HDCP 2.2 / 1.4)

พอร์ต USB 3.1 Gen 1 Type-B x 1 ช่อง

USB 3.1 Gen 1 Type-A x 3 ช่อง

การรับรองความแม่นยำสี CalMAN Verified

100% sRGB

100% Rec. 709

ความแม่นยำสี Delta E < 2

100% Adobe RGB

80% BT. 2020

98% DCI-P3

PANTONE Validated และ CalMAN Verified

99% Adobe RGB

100% sRGB

100% Rec.709

97% DCI-P3 & Display P3

Delta E < 2

HDR10 

99.52% Adobe RGB

107.4% Rec.709

106.19% DCI-P3

Delta E < 2

XDR (Extreme Dynamic Range)

sRGB

DCI-P3

D50-P3

HDR Gamma 

99% Adobe RGB

98% DCI-P3

Rec. 709

Rec. 2020

PQ_DCI

BT.2100

HLG_BT.2100

BT.2020

ราคา 13,900 บาท 18,900 บาท 25,900 บาท 37,900 บาท 154,900 บาท

กระจก
Nano-texture 189,900 บาท

267,500 บาท

สำหรับหน้าจอแต่งภาพก็มีหลากหลายเกรด ซึ่งราคาหมื่นต้นก็พร้อมใช้ทำงานได้แล้วไม่ว่าจะแต่งภาพหรือตัดต่อวิดีโอ แต่สิ่งสำคัญคือการหมั่น Calibrate หน้าจอให้สีสันแม่นยำอยู่เสมอจะทำให้หน้าจอมีสีสันเที่ยงตรงพร้อมใช้ทำงานอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากหน้าจอแล้วก็ควรเตรียมเงินสำหรับอุปกรณ์ Calibrate หน้าจอเช่น Spyder ของ Datacolor สักตัว ก็จะทำให้จอแต่งภาพของเราพร้อมใช้ทำงานอยู่เสมอ

from:https://notebookspec.com/web/577802-6-photo-editing-monitor-you-should-buy

แนะนำ 5 กล้องสตรีมเกม สเปคดีจบในตัวสำหรับเกมเมอร์อยากไลฟ์

จะไลฟ์สตรีมสักครั้งจะเป็นไลฟ์นั่งพูดคุยหรือเล่นเกม นอกจากเกมแล้วก็ต้องมีคอมพิวเตอร์สเปคแรง ๆ และกล้องสตรีมเกมสเปคดีที่จับหน้าเราได้สวย ๆ จะได้เห็นท่าทางและการแสดงออกในกล้องของเราได้ชัดเจนและได้ภาพไหลลื่น จะได้ไม่ขัดตาคนดูและช่วยเพิ่มยอดติดตามและแชร์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย

คำถามสำคัญคือ เมื่อบริษัทผลิตอุปกรณ์คอมต่างผลิตกล้องเว็บแคมออกมาขายหลากหลายราคาแถมสเปคก็แตกต่างกันจนไม่รู้ว่าจะซื้อตัวไหนไปใช้งานดี จะซื้อตัวที่ถูก ๆ ไปใช้งานก่อนแล้วค่อยซื้อตัวใหม่สเปคดีกว่านี้มาใช้ก็เสียเงินซ้ำซ้อน แล้วถ้าจะซื้อตัวคุณภาพดีไปเลยก็เลือกไม่ถูกเพราะมันก็มีหลากหลายรุ่นด้วย ดังนั้นครั้งนี้เราจะมาดูวิธีการเลือกกล้องเว็บแคมสเปคดีราคาไม่แพงเอาไว้ใช้สตรีมเกมกัน

กล้องสตรีมเกม
จะสตรีมเกมก็ดี จะไลฟ์นั่งคุยก็โอเคแค่มีกล้องดี ๆ สักตัวนึง

เลือกกล้องสตรีมเกมยังไงดี?

c922 feature 6 desktop
กล้องดี ๆ ไม่แพงก็หาซื้อได้ไม่ยาก มีสองตัวก็มีลูกเล่นเยอะขึ้นด้วย

จริง ๆ แล้วการหากล้องมาใช้สตรีมเกมนั้นมีตัวเลือกหลากหลายมากตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ SLR แล้วต่อเข้าคอมพิวเตอร์, กล้องหลังสมาร์ทโฟน แต่ที่ตั้งค่าได้ง่ายและมีลูกเล่นเยอะสุดก็ต้องยกให้กล้องเว็บแคมที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ รวมทั้งเชื่อมต่อได้ง่ายเพราะมีสาย USB อยู่ในตัว เพียงแค่แกะกล่อง ติดขอบจอแล้วก็เสียบพอร์ต USB ที่เครื่อง จากนั้นก็ตั้งค่าโปรแกรมสักหน่อยก็พร้อมใช้งาน

แต่ก่อนจะได้ทำขั้นตอนที่ว่ามาก็ต้องผ่านการทำการบ้านกันก่อนว่าตกลงแล้วกล้องเว็บแคมตัวไหนมีสเปคไหน น่าซื้อหรือปล่อยเอาไว้ไม่ซื้อกลับบ้านดีกว่า? ซึ่งหลักการดูสเปคเพื่อเลือกจะมีดังนี้

จะเห็นว่ากล้องความละเอียด 1080p ได้ภาพคมกว่า ไหน ๆ จะซื้อก็เอาให้คุ้มเลย

  1. ความละเอียดของกล้อง ในกลุ่มกล้องเว็บแคมที่ใช้สตรีมเกมจะมีหลายความละเอียดตั้งแต่ 480p, 720p, 1080p และ 4K ที่มีความละเอียดสูงสุดในตอนนี้ ถ้าเราจะซื้อกล้องเว็บแคมมาใช้สตรีมเกม ก็ควรเลือกที่ความละเอียดขั้นต่ำ 720p เพราะความละเอียดจะเป็นระดับ HD แล้ว ส่วนความละเอียดระดับแนะนำคือ 1080p หรือ 4K ไปเลยเพราะนอกจากสตรีมเกมแล้วก็ยังเอาไปใช้ถ่ายคอนเทนต์อื่น ๆ เพิ่มได้อีกด้วย

  2. คุณภาพของเลนส์ กล้องสตรีมเกมจะมีทั้งเลนส์แบบพลาสติกและเลนส์กระจก ซึ่งผู้ผลิตจะระบุเอาไว้ในหน้าสเปคอยู่แล้วว่ากล้องสตรีมเกมตัวนี้ใช้เลนส์แบบไหน ซึ่งเลนส์กระจกตอนถ่ายแล้วจะได้คุณภาพภาพดีกว่า

  3. มุมมองของกล้องกว้างแค่ไหน? – มุมกล้องยิ่งกว้างยิ่งทำให้เรามีพื้นที่เล่นอะไรได้มากยิ่งขึ้น อย่างเช่นกำลังไลฟ์อยู่แล้วเราต้องการหยิบอุปกรณ์ประกอบฉากขึ้นมาด้วยก็จะไม่หลุดเฟรมหรือต้องถอยห่างจากหล้องมากเกินไปด้วย โดยเรื่องมุมมองกว้างแคบจะต้องดูในหน้าสเปคของกล้องเว็บแคมรุ่นนั้น ๆ ว่ามีค่า FoV (Field of View) กว้างเท่าไหร่ ซึ่งในตอนนี้มีตั้งแต่ 65 องศาไปจน 93 องศา ให้เลือก และบางรุ่นยังเลือกปรับองศาให้กว้างออกหรือแคบเข้าได้ด้วย

  4. เฟรมเรทของกล้อง – เฟรมเรทยิ่งมากยิ่งทำให้ท่าทางของเราตอนสตรีมเกมอยู่ไหลลื่นยิ่งขึ้น โดยเฟรมเรทนั้นจะมีตั้งแต่ 24 เฟรมต่อวินาทีสำหรับกล้องสตรีมเกมบางรุ่น ซึ่งไม่แนะนำแล้วเพราะภาพที่ได้บนหน้าจอจะไม่ลื่นเท่าที่ควร ดังนั้นเฟรมเรทขั้นต่ำควรเริ่มที่ 30 fps หรือถ้าให้ดีสุดควรเลือกที่เฟรมเรท 60 fps จะทำให้ภาพจากเว็บแคมลื่นไหลที่สุด

  5. ภาพที่ได้ตอนใช้ในห้องที่มีแสงน้อย – เรื่องของแสงก็เป็นส่วนสำคัญที่จะตัดสินว่ากล้องชัดหรือไม่ชัดได้ด้วย นั่นเพราถ้ามีแสงน้อยไปนอกจากจะมืดแล้วภาพก็จะมัวเพราะ Noise หรือจุดรบกวนในภาพจะชัดจนภาพออกมาไม่สวย ซึ่งกล้องเว็บแคมบางรุ่นก็จะมีหลอดไฟช่วยให้ Noise ลดลงไปได้ แต่เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการหาโคมไฟมาเพิ่มก็ได้

  6. ลูกเล่นอื่น ๆ – สำหรับกล้องเว็บแคมยุคนี้ก็ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เสริมเข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งการจับโฟกัสได้เร็ว, เลือกใช้เลนส์คุณภาพสูงระดับเดียวกับกล้องถ่ายภาพ, ปรับแสงอัตโนมัติ ฯลฯ ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่าใส่ฟีเจอร์อะไรลงมาบ้าง และเราสามารถเช็คได้ที่หน้าเว็บไซต์ของกล้องรุ่นนั้น ๆ

5 กล้องสตรีมเกมแนะนำ ลงทุนทีเดียวจบ!

best webcams for streaming Main

ตอนนี้ในตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้นมีกล้องเว็บแคมตั้งแต่ราคาถูกเพียงไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงกล้องตัวหลักหมื่น ซึ่งบางทีก็อาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงขนาดนั้นก็ได้เช่นกัน เพราะในช่วงราคาหลักพันคุณภาพดีก็มีให้เลือกซื้ออยู่หลายรุ่นทีเดียว โดยรุ่นแนะนำในบทความนี้ ได้แก่

  1. ASUS ROG Eye (2,290 บาท)
  2. Razer Kiyo (3,690 บาท)
  3. Logitech C922 Pro Stream (3,990 บาท)
  4. AVerMedia Live Streamer CAM 513 (6,590 บาท)
  5. Logitech Brio Ultra HD Pro (6,990 บาท)
1. ASUS ROG Eye (2,290 บาท)

h732 e1613379488831

ASUS ROG Eye เป็นเว็บแคมสำหรับสตรีมเกมที่ดีไซน์เล็กพกพาง่าย สามารถติดมันเอาไว้กับขอบหน้าจอของโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ง่าย ๆ และเลนส์ของ ROG Eye ก็เป็นกระจก Blue glass ติดตั้ง WDR technology ป้องกันแสงอินฟาเรดและปรับแสงเข้ากล้องไม่ให้สว่างจ้าเกินไป และปรับรูรับแสงอัตโนมัติอีกด้วย

ความละเอียดของกล้องอยู่ที่ 1080p 60 fps พร้อม Autofocus ทำให้จับโฟกัสใบหน้าของเราได้เร็วและแม่นยำ ตอนสตรีมเกมแล้วกล้องจะจับหน้าให้ชัดอยู่เสมอ เมื่อใช้งานกับโปรแกรมจำพวก Facerig จะจับการขยับของใบหน้าได้แม่นยำ มี Auto AE ทำให้หน้าสว่างขึ้น ตัวกล้องติดตั้งไมโครโฟน Beamforming เอาไว้ 2 ตัว ทำให้ตอนอัดเสียงและพูดคุยทั่ว ๆ ไปสามารถเก็บเสียงได้ดี ตัวกล้องจะเชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 ใช้งานกับ Windows และ macOS ได้ด้วย

สำหรับ ASUS ROG Eye นั้นถือว่าเป็นกล้องสตรีมเกมรุ่นเริ่มต้นที่ใช้งานได้ทั้ง Windows และ macOS พร้อมกับไมโครโฟนอีกสองตัวและมีฟีเจอร์ที่จัดว่าครบครันทีเดียว ถ้าเน้นเอาไว้สตรีมเกมและไลฟ์เป็นหลักก็ถือว่าสเปคดีครบถ้วนรุ่นหนึ่ง

สเปคของ ASUS ROG Eye

  • ความละเอียด 1080p 60 fps
  • กล้องมี Autofocus จับโฟกัสใบหน้าได้เร็วและมี Auto AE ปรับแสงให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น
  • ไมโครโฟนแบบ Beamforming x 2 ตัว สำหรับอัดเสียงของเจ้าของเครื่อง
  • เชื่อมต่อด้วย USB 2.0
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7, macOS
  • ราคา 2,290 บาท (JIB)
2. Razer Kiyo (3,690 บาท)

สตรีมเกม

Razer Kiyo เป็นกล้องเว็บแคมแนะนำเช่นกันแม้จะเปิดตัวมาสักพักแล้วก็ตาม แต่ก็ยังน่าใช้และลูกเล่นก็จัดว่าดีทีเดียวเพราะตัวกล้องติดไฟวงเอาไว้ ช่วยตัดปัญหาตอนใช้งานในที่แสงน้อยแล้วเกิด Noise ในรูปรูปภาพขึ้นมารบกวน โดยวิธีการติดเข้ากับตัวหน้าจอจะเป็นการเกี่ยวเข้ากับขอบส่วนบนของหน้าจอด้วยตัวถ่วงที่ฐานของกล้องเว็บแคมได้เลย

ตัวกล้องของ Razer Kiyo มีความละเอียดอยู่ที่ 1080p 30 fps ซึ่งเพียงพอต่อการ์สตรีมเกมแล้ว แต่ถ้าปรับความละเอียดลงเป็น 720p จะได้เฟรมเรท 60 fps ทำให้ภาพที่ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น ตัวกล้องมีความละเอียด 4 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์กระจกเมื่อใช้ถ่ายภาพนิ่งจะมีความละเอียด 2688×1520 พิกเซล มุมมองกว้าง 81.6 องศา มี Autofocus ช่วยให้โฟกัสหน้าของผู้ใช้ได้แม่นยำเสมอ อัดวิดีโอจะได้ไฟล์แบบ YUY2/MJPEG หรือ H.264 รองรับการเชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 ตั้งค่าได้ด้วย Razer Synapse 3 รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไป

หลายคนอาจจะเทียบระหว่าง Razer Kiyo กับ ASUS ROG Eye ว่าควรซื้อรุ่นไหนมาใช้มากกว่า ถ้าในห้องมีความสว่างพอควรและเน้นภาพลื่นระดับ 60 fps ฝั่ง ASUS ก็เป็นตัวเลือกที่น่าใช้กว่า แต่ถ้าในห้องมีแสงไม่มากนักก็ควรเลือกเป็น Razer แทน

สเปคของ Razer Kiyo

  • ความละเอียด 1080p 30 fps หรือ 720p 60 fps
  • ตัวกล้องมีความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพนิ่งได้ความละเอียด 2688×1520 พิกเซล
  • มุมมองกว้าง 81.6 องศา
  • กล้องมี Autofocus จับโฟกัสใบหน้าได้เร็ว
  • อัดวิดีโอจะได้ไฟล์แบบ YUY2/MJPEG หรือเลือกเป็น H.264 ก็ได้
  • เชื่อมต่อด้วย USB 2.0
  • ตั้งค่าตัวกล้องได้ด้วยโปรแกรม Razer Synapse 3
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไป
  • ราคา 3,690 บาท (JIB)
3. Logitech C922 Pro Stream (3,990 บาท)

c922 feature 2

Logitech C922 Pro Stream จัดเป็นกล้องสตรีมเกมน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง พร้อมกับฟีเจอร์ที่เหมาะกับสตรีมเมอร์ที่สตรีมเกมเป็นประจำได้แก่การปรับโฟกัสอัตโนมัติและแต่งสีให้เหมาะสม, มีไมโครโฟนไว้อัดเสียงพูดของเราสองตัวแบบ Omni-directional ได้เสียงเป็นแบบสเตอริโอและตัดฉากพื้นหลังให้เราแบบ Green screen ได้ และออกแบบมารองรับโปรแกรมใช้สตรีมเกม อย่าง XSplit Broadcaster, OBS แล้ว

สเปคของ Logitech C922 Pro Stream จะมีความละเอียดของกล้องสูงสุดที่ 1080p 30 fps และปรับลงมาเป็น 720p 60 fps ก็ได้เช่นกัน ตัวเลนส์เป็นกระจกและเก็บภาพได้กว้าง 78 องศา และมี Autofocus ช่วยให้จับภาพได้คมชัดระหว่างสตรีมเกมอีกด้วย รองรับการเชื่อมต่อด้วย USB 2.0 Type-A ใช้งานกับ Windows 7, macOS และ Chrome OS ได้ด้วย ส่วนสิทธิ์พิเศษเมื่อซื้อ C922 คือจะได้ใช้งาน XSplit Broadcaster premium ฟรี 3 เดือนด้วย

สำหรับ Logitech C922 ถือเป็นตัวมีฟีเจอร์เน้นให้สตรีมเมอร์ใช้สตรีมเกมเป็นหลักรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะปรับแต่งมารองรับกับ XSplit Broadcaster, OBS แล้ว รวมทั้งการตัดฉากหลังให้เวลาใช้งาน ทำให้ไม่ต้องหาฉากเขียวมาติดตั้งให้เสียเวลา

สเปคของ Logitech C922 Pro Stream

  • ความละเอียด 1080p 30 fps หรือ 720p 60 fps
  • มุมมองกว้าง 78 องศา
  • กล้องมี Autofocus จับโฟกัสใบหน้าได้เร็ว
  • ไมโครโฟนสเตอริโอแบบ Omni-directional
  • มีฟีเจอร์ตัดฉากหลังให้ ไม่ต้องซื้อฉากเขียวมาตั้งไว้ข้างหลัง
  • เชื่อมต่อด้วย USB 2.0
  • โปรแกรม XSplit Broadcaster และ OBS รองรับแล้ว และได้สิทธิ์ใช้ XSplit Broadcaster premium ฟรี 3 เดือน
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไป, macOS, Chrome OS
  • ราคา 3,990 บาท (JIB)
4. AVerMedia Live Streamer CAM 513 (6,590 บาท)

PW513 features1 e1613385139387

AVerMedia Live Streamer CAM 513 สำหรับสตรีมเมอร์และ YouTuber หลาย ๆ คนน่าจะเคยอุดหนุน Capture Card ทั้งเวอร์ชั่นติดตั้งในเครื่องหรือเป็นกล่องแยกเอาไว้ใช้อัดคลิประหว่างเช่นเกมกันมาบ้างแล้ว ซึ่งกล้องสตรีมเกมจาก AVerMedia ตัวนี้จะมี Sony Exmor ฝังเอาไว้ในตัวเซนเซอร์ ทำให้ภาพที่ได้สวยและคมชัดทีเดียว นอกจากนี้ยังปรับก้านกล้องด้านซ้ายมือลงมาปิดเลนส์ได้อีกด้วย

สเปคของ AVerMedia Live Streamer CAM 513 ใช้กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony Exmor R มีค่า f/2.8 มีความละเอียดสูงสุด 4K 30 fps (3840×2160 พิกเซล) และปรับลงมาเป็น 1080p 60 fps ได้ มีมุมมองกว้างสุดที่ 94 องศา ทำให้มุมมองตอนสตรีมเกมหรืออัดคลิปกว้างเป็นพิเศษอีกด้วย ส่วนโหมดวิดีโอรองรับแบบ MJPEG, UYVY เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.0 Type-A รองรับการทำงานร่วมกับ Windows 10, macOS

สำหรับกล้องสตรีมเกมจาก AVerMedia ตัวนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่สเปคดีน่าลงทุนมากรุ่นหนึ่ง เพราะสามารถอัดคลิปความละเอียด 4K 30 fps ได้ จึงสามารถใช้งานได้อีกหลายปีทีเดียว ส่วนเลนส์มุมกว้าง 94 องศา ก็ช่วยให้เก็บภาพได้กว้างขึ้น จึงเหมาะจะใช้ถ่ายทั้ง Vlog และสตรีมเกมได้ทั้งคู่ทีเดียว แต่จุดสังเกตคือกล้องตัวนี้จะเป็น Fix focus ระยะใกล้สุดได้เพียง 10 เซนติเมตรเท่านั้น

สเปคของ AVerMedia Live Streamer CAM 513

  • ความละเอียด 4K 30 fps หรือ 1080p 60 fps
  • กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony Exmor R 4K CMOS f/2.8
  • มุมมองกว้าง 94 องศา
  • Fix focus ระยะใกล้สุด 10 เซนติเมตรเท่านั้น
  • เชื่อมต่อด้วย USB 3.0 Type-A
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 10, macOS
  • ราคา 6,590 บาท (JIB)
5. Logitech Brio Ultra HD Pro (6,990 บาท)

brio banner desktop

Logitech Brio Ultra HD Pro เป็นกล้องสตรีมเกมฟีเจอร์จัดเต็มและมีกล้องอินฟาเรดสำหรับสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค Windows 10 ทำงานกับ Windows Hello ได้ ถ้าตั้งค่าความละเอียด 720p จะมีค่าเฟรมเรทสูงถึง 90 fps ซึ่งถ้าเรากำลังสตรีมเกมแล้วย่อเป็นกรอบเล็กมุมหน้าจอแล้วใช้กล้องตัวนี้ก็จะทำให้ภาพตัวเราลื่นไหลยิ่งขึ้น และมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนติดตั้งไว้กับฉากปิดเลนส์ที่ผู้ใช้เลือกใส่หรือถอดได้ตามต้องการด้วย

สเปคของ Logitech Brio จะมีความละเอียดสูงสุด 4K 30 fps ถ้าปรับเป็น 1080p จะเลือกได้ระหว่าง 30 หรือ 60 fps ส่วน 720p จะได้สูงสุด 90 fps ทีเดียว ตัวเลนส์เป็นกระจกและเป็นออโต้โฟกัสอีกด้วย ส่วนมุมมองภาพกว้างสุด 90 องศา ปรับเป็น 78 และ 65 องศาได้ รองรับการทำ Digital Zoom 5 เท่า ไม่มีวงแหวนแสงแต่มีฟีเจอร์ RightLight 3 พร้อม HDR ช่วยทำให้ภาพคมชัดและสว่างยิ่งขึ้นในสภาพแสงต่าง ๆ อีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อรองรับ USB 3.0 รองรับการทำงานร่วมกับ Windows 7 ขึ้นไป, macOS, Chrome OS

สำหรับ Logitech Brio Ultra HD Pro นั้น มีสเปคเหลือเฟือสำหรับการสตรีมเกม แต่นอกจากสตรีมเกมแล้วก็มีฟีเจอร์เด็ดอย่างการเป็นกล้องสแกนใบหน้าให้กับพีซีของเราได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครมีงบประมาณพอลงทุนก็ควรมองรุ่นนี้เอาไว้ใช้งานเช่นกัน

สเปคของ Logitech Brio Ultra HD Pro

  • ความละเอียด 4K 30 fps / 1080p 30, 60 fps / 720p 30, 60, 90 fps
  • ปรับมุมมองความกว้างได้ 3 ระดับคือ 90, 78, 65 องศา
  • Autofocus สามารถทำ Digital Zoom ได้ 5 เท่า
  • RightLight 3 พร้อม HDR ช่วยปรับภาพให้คมชัดและสว่างเหมาะสมกับสภาพแสงต่าง ๆ
  • มีกล้องอินฟาเรดสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค Windows 10 ทำงานกับ Windows Hello
  • มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและฉากปิดเลนส์ที่ถอดและใส่ได้ด้วยตัวเอง
  • เชื่อมต่อด้วย USB 3.0 Type-A
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7, macOS, Chrome OS
  • ราคา 6,990 บาท (JIB)

สรุป – เลือกกล้องสตรีมเกมตัวไหนดี?

สำหรับกล้องสตรีมเกมแนะนำในบทความนี้จะมีหลายรุ่นและแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน โดยสเปคของทั้ง 5 รุ่น จะมีดังนี้

รุ่น / สเปค ASUS ROG Eye Razer Kiyo Logitech C922 Pro Stream AVerMedia Live Streamer CAM 513 Logitech Brio Ultra HD Pro
ความละเอียด 1080p 60 fps 1080p 30 fps

720p 60 fps

1080p 30 fps

720p 60 fps

4K 30 fps

1080p 60 fps

4K 30 fps

1080p 30, 60 fps

720p 30, 60, 90 fps

โฟกัส Autofocus Autofocus Autofocus Fix focus
ระยะใกล้สุดที่ 10 ซม. เท่านั้น

Autofocus

Digital Zoom ได้ 5 เท่า

เชื่อมต่อ

USB 2.0
Type-A

USB 2.0
Type-A
USB 2.0
Type-A
USB 3.0
Type-A
USB 3.0
Type-A
ระบบปฏิบัติการ Windows 7

macOS

Windows 7 Windows 7 ขึ้นไป

macOS

Chrome OS

Windows 10

macOS

Windows 7 ขึ้นไป

macOS

Chrome OS

จุดเด่น ราคาถูกสุด ความละเอียด 1080p 60 fps มีวงแหวนแสง ลดปัญหาแสงไม่เพียงพอแล้ว Noise ขึ้น มีฟีเจอร์ตัดฉากหลังให้ ไม่ต้องซื้อฉากเขียวมาตั้งไว้ข้างหลัง

ไมโครโฟนสเตอริโอ

ปรับแต่งมารองรับ XSplit, OBS แล้ว

กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
เซนเซอร์ Sony Exmor R 4K CMOS
กล้องหน้าอินฟาเรด รองรับการสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง

RightLight 3 พร้อม HDR ใช้ปรับแสงให้เข้ากับสภาพแสงแบบต่าง ๆ

ปรับมุมมองความกว้างได้ 3 ระดับคือ 90, 78, 65 องศา

ราคา 2,290 บาท 3,690 บาท 3,990 บาท 6,590 บาท 6,990 บาท

สำหรับกล้องสตรีมเกมแต่ละรุ่นนั้นก็จะมีราคาและจุดเด่นของตัวเอง ดังนั้นการเลือกซื้อกล้องสตรีมเกมดี ๆ สักตัวนอกจากซื้อตามงบประมาณแล้วก็ควรเลือกแบรนด์ชั้นนำคุณภาพดีไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียเงินหลายรอบและมีฟีเจอร์ให้ใช้งานครบครันอีกด้วย และถ้าเราติดตามโปรโมชั่นร้านค้าต่าง ๆ อยู่อย่างต่อเนื่องก็อาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าป้ายลงไปอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/576957-5-good-webcam-for-live-streaming-game