คลังเก็บป้ายกำกับ: BUYER’S_GUIDE

แนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบาน่าซื้อ ได้แรม 16GB เปิดโปรแกรมได้เยอะ ทำงานลื่นไหล เบาสุด 990 กรัม ราคาถูกสุดๆ ที่ 25,900 บาท

โน๊ตบุ๊คบางเบาน่าซื้อประจำปี 2020 ได้หน่วยความจำแรม 16GB นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเลือกซื้อมาเพื่อใช้งานหนักๆ หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ โดย Notebook ที่มาพร้อมกับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i / AMD Ryzen ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดี ในดีไซน์ที่บางเบาพกพาสะดวก เหลือเฟือในการใช้งานระดับพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร Word, Excel, Power Point, เล่นอินเตอร์เน็ต, Social, Online, ดูหนัง, Youtube, Netflix โดยรวมแล้วมีความลื่นไหลไม่สะดุด

สเปกอื่นๆ โน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นที่นำมาแนะนำก็จะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 14″ ที่สนับสนุนการใช้งานทุกรูปแบบ บนความละเอียด Full HD ที่ให้ภาพคมชัดเรียบเนียน โดยหลักๆ แล้วจะได้เป็นพาเนล IPS คุณภาพกี ที่ให้ภาพสดสวยสมจริงสุดๆ ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB และบางรุ่นได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาด้วย ในส่วนของการพกพาก็ทำได้เยี่ยมยอด โดยมีน้ำหนักเบาสุดแค่ 990 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุดที่ 8 – 10 ชั่วโมงด้วยกัน

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำโน๊ตบุ๊คบางเบาทั้ง 5 รุ่น ที่ได้เป็นสเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 รุ่นใหม่ คุ้มที่สุด ทำงาน เล่นเน็ต ดูหนังลื่นๆ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปติดตามชมกันต่อได้เลย

MSI Modern 14 ราคา 25,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black หรือฟ้า Blue Stone เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 7 4700U ให้ความแรงลื่น ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 7 ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 25,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คแรม 16GB หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมตัดขอบเพชรเพิ่มความหรูหรา พร้อมความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาษ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลย

Huawei MateBook D14 ราคา 29,900 บาท

Huawei MateBook D14 โน๊ตบุ๊คบางเบาใส่เต็มเรื่องของสเปกและราคาจากแบรนด์น้องใหม่ กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย รวมไปถึงการพกพาที่สะดวก มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U (1.80 GHz, 8 MB L3 Cache up to 4.80 Ghz) ที่แรงลื่นประสิทธิภาพดีเยี่ยม การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) แรมติดตั้งมาให้ขนาด 16GB พร้อมด้วย SSD M.2 ความจุ 512GB ที่เหลือเฟือต่อการใช้งานพื้นฐานแน่นอน ที่สำคัญมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 สนนราคาที่ 29,900 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ Huawei

การดีไซน์ Huawei MateBook D14 ก็เน้นความเรียบง่าย ด้วยวัสดุอลูมิเนียมที่ดูดีเกินราคากับสีสันเป็นสีเงินดูสวยงามลงตัว โดยมีความบางเฉียบของตัวเครื่องที่ 13.8 มม. น้ำหนัก 1.38 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวก ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 14″ ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ขอบหน้าจอบางเฉียบ FullView screen ทั้งให้เล็กกระทัดรัด ซึ่งมีสัดส่วนจออยู่ที่ 86% กล้องเว็บแคมไปยังติดตั้งแบบ Pop Up ที่ชุดคีย์บอร์ด และยังมีระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้งานได้ปลอดภัย ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D14 ก็ยังได้อีกด้วย

แน่นอนว่าวัสดุตัวเครื่องของ Huawei MateBook D14 เลือกใช้เป็นอลูมิเมียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่อง สีสัน Mystic Sliver ซึ่งมีงานประกอบที่ยอดเยี่ยม ทนทานแน่นหนา ที่สำคัญยังเป็นแบบ Unibody นั่นก็คือแทบจะไร้รอยต่อ ประกอบด้วยกันเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น ก็คือ ฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และฝาล่างเท่านั้น พร้อมพื้นผิวเป็นแบบทรายทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ยากกว่าปกติ ตรงนี้ถือว่าเป็นความใส่ใจเพราะเราไม่ต้องค่อยมาเช็ดหรือทำความสะอาดบ่อยๆ สามารถกางหน้าจอได้กว้างสุดที่ประมาณ 180 องศา สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 1 ตัว ที่ออกแบบมาใหม่ ช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลให้เย็นลงได้อย่างรวดเร็วและเงียบกว่า

ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.0 Type-A จำนวน 1 ช่อง USB 3.0 Type-C, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ และยังมี USB-C ที่ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์มาให้ด้วย พร้อมอแดปเตอร์ 65W ชาร์จทาง USB-C ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 160 กรัมเท่านั้น แน่นอนว่ารองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คช่วงราคาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 AC กับ Bluetooth 5.0

ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 29,900 บาท

ASUS ZenBook 14 UM425IA เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด สเปก AMD Ryzen 4000U มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ HDMI, USB Type A, USB Type-C และ microSD card reader นำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 22 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 4000U series ซึ่งได้ Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือกที่แรงลื่น ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UM425IA วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ปี 2020 เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดแบบเนี๊ยบเฉียบตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญตัวเครื่องก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานว่าเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UM425IA ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 140 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง รวมไปถึงในการเข้าใช้งานก็สามรถทำได้ง่ายและปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้าผ่านทาง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello นั่นเอง

Lenovo Yoga Slim 7 14 ราคา 32,900 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน๊ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Slate Grey

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1035G1 สถาปัตยกรรม Ice Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนการ์ดจอติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX350(2GB GDDR5) ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3200MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา  พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 3 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

Acer Swift 5 SF514-54 ราคา 36,900 บาท

Acer Swift 5 โน๊ตบุ๊คบางเบาสเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คโน๊ตบุ๊คบางเบาขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน๊ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

from:https://notebookspec.com/buyer-guide-thin-notebook-2020-spec-ram-16/537646/

แนะนำโน๊ตบุ๊คราคาถูก 2020 ใช้งานพื้นฐาน เริ่ม 11,900 บาท หน้าจอ 14″ / 15.6″ Full HD สเปก Intel / AMD มี SSD + Windows 10 ทุกรุ่น

โน๊ตบุ๊คราคาถูกปี 2020 ในตลาดตอนนี้มีอยู่หลายรุ่นหลายราคามากๆ ซึ่งในช่วงงบประมาณหมื่นบาทต้นๆ เป็นอะไรที่คนตามหากันมาที่สุด เพราะมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ที่สำคัญคือได้สเปกที่ดี พร้อมใช้งานทันทีแบบที่ไม่ต้องอัพเกรดอะไรเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานพื้นฐาน มีให้ทั้งชิปประมวลผล Intel หรือ AMD พร้อมแรมขนาด 4GB – 8GB รวมไปถึงได้แหล่งเก็บข้อมูลเป็น SSD อีกทั้งหน้าจอก็เป็นความละเอียด Full HD ที่คมชัด นอกจากนี้คือได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันทีด้วย

โดยในบทความนี้จะเป็นแนะนำโน๊ตบุ๊คราคาถูก 2020 ใช้งานพื้นฐาน งบ 11,900 – 13,900 บาท หน้าจอ 14″ / 15.6″ Full HD สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Pentium / AMD Athlon ที่เน้นร้อนน้อยประหยัดพลังงาน แบตใช้งานได้ยาวนาน มี SSD ให้ความลื่นไหล พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ทุกรุ่น รองการใช้งานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้แน่นอน เหมาะกับ นักเรียน นักศึกษา หรือคนทั่วไปที่ไม่ใช่งานอะไรหนักมา ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้าง ไปชมกันต่อเลย

HP 15s ราคา 11,990 บาท

HP 15s เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าอย่างที่สุด แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้ Pavilion เลย โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Athlon Gold 3150U (2.60 GHz up to 3.30 GHz, 4 MB L3 Cache) ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพงเป็นหลัก มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟ รวมไปถึงมหาวิทยาลัย ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย สนนราคาเพียง 11,990 บาท

ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM  8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB อีกด้วย ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD พาเนล TN เกรดดี ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล TN คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ  ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service

ดีไซน์การออกแบบของ HP 15s โน๊ตบุ๊คราคาถูก วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด (มองไปคล้ายโลหะมากๆ) เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน สีสันเป็นสีเงิน Natural Silver ตลอดทั้งตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกทั้งหมดแต่งานประกอบแน่นหนา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆมีโลโก้ HP สีเงินมันวาวดูหรูหรา พื้นผิ้วติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอร์ด

แป้นคีย์บอร์ดของ HP 15s นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกโดยสกรีนตัวอักษรเป็นเทา อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง โดยขนาดของคีย์บอร์ดเป็นไซต์แบบปกติของโน๊ตบุ๊คจอ 15.6″ ซึ่งจะมีแป้นตัวเลขในส่วนของ Numpad มาให้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายบนแยกออกมาต่างหาก ด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม

Lenovo IdeaPad 1 14 ราคา 11,990 บาท

Lenovo IdeaPad 1 14 เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในทุกๆ วัน รองรับทุกๆ การใช้งานพื้นฐาน กับราคาเพียง 11,900 บาท ด้วยดีไซน์ที่เบาและมีสไตล์ เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่ เป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้า 14″ ความละเอียด Full HD ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Pentium Silver N5030 (2.00 GHz, 4 MB L2 Cache, up to 3.10 GHz) ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 นอกจากนี้ยังได้แรม 4GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB มาทันที นับได้ว่ารองรับการใช้งานทั่วไปพื้นฐาน อย่างงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้แน่นอน

การมาของ Lenovo IdeaPad 1 14 ​เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาหน่อย รูปลักษณ์ดูแพงเกินกว่าค่าตัว เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่แพง แน่นอนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ไม่ได้สูงมากเช่นกัน โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น เหมาะสำหรับคนหาคอมพิวเตอร์เครื่องสำรองงบหมื่นบาทต้นๆ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะชิปประมวลผลประหยัดแบตเตอรี่มากๆ

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 14″ ที่ได้ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพดี สีสันสดใส มุมมองกว้างกว่าพาเนล TN พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 3 x USB 3.1 Type-A, HDMI และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) และ Bluetooth 5.0 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลมศูนย์ปกติ

Lenovo IdeaPad 1 14 เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกที่ได้ดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดีพื้นผิวคล้ายปัดเสี้ยนแต่จับแล้วเรียบ ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 2 ด้านซ้ายขวา ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เน้นการบางเบาเน้นพกพา ด้วยน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ในยุคก่อนๆ แน่นอนว่าตอบโจทย์การใช้งานนอกสถานที่ได้ดีขึ้น

ASUS E410MA ราคา 12,990 บาท

ASUS E410MA เป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูกขนาด 14″ หน้าจอ Full HD พาเนล IPS สายทำงานบางเบาคุ้มค่ารุ่นใหม่ โดยมีราคาที่ 12,990 บาท ได้สเปกใหม่ล่าสุด อย่างชิปประมวลผล Pentium Silver N5030 ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 ทีเดียว นอกจากนี้ยังได้ SSD + HDD มาในตัว และระบบปฏิบัติการ  Windows 10 พร้อมใช้งานทันที โดดเด่นที่ตัวเครื่องเบาแค่ 1.5 กิโลกรัม และมิติตัวเครื่องเทียบเท่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ เท่านั้นเอง จากการที่มีดีไซน์ขอบจอบางตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 ดีไซน์ฝาหลังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

ASUS E410MA มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน คือ Peacock Blue, Dreamy White และ Rose Gold  เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาหน่อย เน้นใช้งานนอกสถานที่ ในราคาที่ไม่สูงมาก แน่นอนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ไม่ได้สูงมากเช่นกัน โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ เป็นต้น เหมาะสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คคุ้มๆ ไม่แพง โดยอาจจะเป็นเครื่องที่ 2 ไว้ใช้งาน ซึ่งเครื่องหลักอาจจะมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ของออฟฟิศ หรือประกอบ PC อยู่บ้านสเปกแรงๆ อยู่บ้านไว้แล้วนั่นเอง

มีพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อ ประกอบด้วย USB 2.0 Type-A พื้นฐาน และ USB 3.2 Type-A และ Type-C พร้อมพอร์ต HDMI แบบเต็ม รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย 802.11ac และ Bluetooth 4.2 แต่ไม่มี RJ-45 มาด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Windows 10 ให้ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังให้ซอฟต์แวร์ MyASUS สำหรับการดูแล ตรวจเช็ค ขอความช่วยเหลือ และปรับแต่งระบบได้ด้วยตัวเอง การรับประกันของโน๊ตบุ๊ค ASUS อยู่ที่ 2 ปี ในแบบ Carry-In

คีย์บอร์ดเป็นแบบ 5 แถว พร้อมกับเมนูด้านบนอีกหนึ่งแถว เป็นปุ่มขนาดใหญ่สะใจคนที่นิ้วใหญ่ พิมพ์สัมผัสอย่างไรก็ไม่พลาด เป็นแบบแยกปุ่ม เป็นสัดส่วน น้ำหนักการกดไม่ต้องมาก ระยะการกดแค่ 1.4mm ก็ตอบสนองได้แล้ว ปุ่มเด้งรับกับแรงนิ้วได้ดี ไม่ยวบยาบ ปุ่มส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่ดี เพียงแต่ปุ่มลูกศร ถูกปรับให้เล็กลง อาจจะไม่ถนัดบ้างในช่วงแรก ในการใช้เลื่อนไปมา แต่ที่โดดเด่นคือ ปุ่ม Enter ที่ทำสีเหลืองมา ให้เป็นสไตล์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมมี NumberPad แป้นตัวเลขตรงทัชแพดด้วย

Acer Swift 1 ราคา 14,590 บาท

Acer Swift 1 ปี 2020 จัดได้ว่าโน๊ตบุ๊คราคาถูกเน้นบางเบาดูดีเกินราคา ด้วยดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง ในรุ่นนี้มีราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น เรียกว่าได้ว่าถูกกว่า Acer Swift 3 ปี 2020 ที่ราคา 2 – 3 หมื่นบาทพอตัว เป็นผลมาจากทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอโน๊ตบุ๊ครูปแบบใหม่ที่ถูกและคุ้มค่า ล่าสุดสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมาก พร้อม Fast charge 30 นาที ใช้งานได้ 4 ชั่งโมง อีกทั้งความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องพัดลมระบายความร้อนเลย

โดยช่วงท้ายปลายปี 2020 นี้ทาง Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน๊ตบุ๊คบางเบาดูดี เน้นการใช้งานพื้นฐานทั่วไปให้ความลื่นไหล ในราคาย่อมเยาคุ้มค่าที่สุดอย่าง Acer Swift 1 รุ่นใหม่ล่าสุด สเปกชิปประมวลผล Intel Pentium Silver N5030 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 ทีเดียว มาพร้อมกับแรมขนาด 4GB DDR4 และ SSD 256GB ความเร็วสูง มี Windows 10 แท้ จอ 14″ Full HD IPS มีไฟคีย์บอร์ดและสแกนลายนิ้วในตัว ได้ Wi-Fi 6 AX สนนราคาที่ 14,590 บาทเท่านั้น เทียบกับฟีเจอร์ที่ได้แล้วถือว่ามีความน่าซื้อมาใช้งานมากๆ

มีสแกนลายนิ้วมือ Windows Hello พร้อมด้วยไฟคีย์บอร์ด อย่างที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คช่วงราคานี้ กับแบรนด์อื่นๆ ในรุ่นใกล้เคียงกัน โดยความน่าสนใจก็คือแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนาน 22 ชั่วโมงด้วยกัน ที่สำคัญ Acer Swift 1 ปี 2020 ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX (Gig+) มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่ดีขึ้นกว่ามาตรฐาน Wi-Fi 5 AC แบบก่อนๆ พูดง่ายๆ คือ รองรับแรงกว่าเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย

Acer Swift 1 โน๊ตบุ๊คราคาถูกเครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์และพลากสติกโพลิเมอร์คุณภาพดีที่ทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 14.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง กับราคาแค่หมื่นบาท เทียบกับแบรนด์อื่นๆ ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

  • Pentium Silver N5030 / UHD 605 / RAM 4GB / SSD 256GB / จอ 14″ TN ราคา 14,590 บาท

from:https://notebookspec.com/buy-cheap-notebook-2020-starts-11900-baht/537649/

จัดสเปคคอม 35,000 บาท Intel Gen 10 ที่ Advice รวมจอ 27″ ดูหนัง แต่งภาพ Cool เล่นเกม AAA ลื่น

ที่ผ่านมาเรา จัดสเปคคอม 10,000 – 25,000 บาท กันไปพอสมควร มีผู้อ่านแจ้งมาว่า อยากได้สเปค 35,000 บาท จะรวมหรือไม่รวมจอได้บ้างหรือไม่? ครั้งนี้เราขอจัดสเปคเอาใจคนงบกลางๆ กันดูบ้าง กับสเปค Intel เล่นเกม AAA และดูหนัง 4K พร้อมจอสวยๆ มาดูกันว่าเราจะได้สเปคอะไร?

จัดสเปคอะไรดี?
สำหรับการ จัดสเปคคอม ในวันนี้มีตัวเลือกมากมายทีเดียวกับงบประมาณในวันนี้ แต่เห็นหลายท่านอยากให้เราลองจัดเซ็ต Intel Gen 10 ที่เอามาเล่นเกมระดับ AAA โดยเฉพาะ เน้นภาพไหลลื่น พร้อมกับองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยให้การทำงานลื่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งภาพ หรือการตัดต่อวีดีโอแบบพื้นฐาน ครั้งนี้จึงจัดซีพียูให้แรงขึ้น พร้อมกับกราฟิกการ์ดที่ตอบโจทย์ได้ดี และมี SSD ที่มากพอในการจัดการสิ่งต่างๆ ได้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเกม การเข้าโปรแกรม และโอนถ่ายไฟล์ได้รวดเร็ว พร้อมกับรองรับการอัพเกรดได้ในอนาคต โดยเลือกอุปกรณ์ที่ Advice กันครับ

รายละเอียด ราคา (บาท)
ซีพียู Intel Core i5-10400F 5,720
เมนบอร์ด GIGABYTE H470 HD3 3,390
แรม Apacer NOX DDR4 3200 16GB 2,430
SSD WD Blue SN550 500GB 2,480
กราฟิกการ์ด Inno3D RTX 2060 SUPER Gaming X2 12,410
เพาเวอร์ซัพพลาย Thermaltake TR2 S 750W 1,990
เคสคอม Tsunami Unlimited T-10 Tron 1,360
จอมอนิเตอร์ LG 27MK600M-B 5,200
รวม 34,980
จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i5-10400F หน่วยประมวลผล
ซีพียูที่เหมาะกับการเล่นเกมและทำงาน นอกจากเน้นหนักที่ Core/ Thread ในบางแอพแล้ว ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ สัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน ซึ่ง Core i5 ที่มาพร้อม 6 core/ 12 thread ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ความเร็วสัญญาณนาฬิกาเดิม 2.9GHz แม้จะน้อยไปบ้าง เมื่อเทียบกับในตระกูล K และ KF ที่ว่ากันระดับ 4.xGHz แต่ราคาก็ถูกกว่า 2-3,000 บาท ซึ่งเอาไปเติมในส่วนของการ์ดจอหรือ SSD ในการเสริมประสิทธิภาพได้อีกไม่น้อยเลย อีกทั้งการ Boost ยังไปต่อได้ในระดับ 4GHz กว่าๆ ก็พอต่อการรีดพลังของกราฟิกการ์ดได้ดีพอสมควร แต่ถ้ามีงบมากขึ้นอีกหน่อย แนะนำ 10600KF และเปลี่ยนเมนบอร์ดเป็น Z490 ก็จะเห็นความแรงได้มากขึ้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

เมนบอร์ด GIGABYTE B460M AORUS Pro (Mainboard)
เนื่องจากความต่างของเมนบอร์ดระดับกลาง B460 และ H470 มีเพียงเล็กน้อย แต่ตัวเลือกของ B460 ได้ตัวท็อปฟีเจอร์มากกว่า ราคาถูกลง GIGABYTE รุ่นนี้จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม กับชื่อชั้นของ AORUS ที่มีจุดเด่นทั้งประสิทธิภาพและฟังก์ชั่น ด้วยเมนบอร์ด mATX ขนาดพอเหมาะ ภาคจ่ายไฟ 4+2 Phase เพียงพอต่อการใช้งานและอัพเกรด มีสล็อตแรม 4 สล็อต และช่อง M2 SSD อีก 2 ช่อง ดีไซน์ Armor ขนาดใหญ่มาให้ดูโดดเด่น พร้อมลูกเล่นอย่าง RGB FUSION เพิ่มความสวยงามมาบนบอร์ด ชิ้นส่วนที่มีความทนทาน กับการออกแบบให้ถึกทนมากขึ้น เรียกได้ว่าลงตัวสำหรับสเปคนี้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี Apacer NOX DDR4 3200 16GB
แรมจากทาง Apacer ที่มาพร้อมความถี่ระดับ 3200MHz ความจุ 16GB ซึ่งพอต่อการทำงานและการเล่นเกมในปัจจุบัน พร้อมกับแสงไฟ RGB LED ที่สามารถซิงก์เข้ากับเมนบอร์ดค่ายต่างๆ ได้ รวมถึง GIGABYTE RGB FUSION ที่เราเลือกเอาไว้ กับค่า CL 16-18-18-38 ส่วนถ้าจะอัพเกรดเพิ่ม ยังมีอีกสองสล็อตบนเมนบอร์ด ใส่แบบจัดเต็มสำหรับลุยงานได้สบาย
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage WD Blue SN550 500GB SSD
จะว่าไปตัวเลือกของ SSD 500-512GB ในแบบ M.2 NVMe มีให้เลือกเยอะมากในตลาด แต่ถ้าดูสเปค ประสิทธิภาพและการรับประกัน WD ทำได้ราคาได้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับ SN550 รุ่นนี้ เพราะกับ 3D NAND คุณภาพ มาพร้อมความเร็ว 2,400MB/s (Read) และ 1,750 (Write) แม้จะไม่ได้เร็วปรู๊ดเหมือนกับ SSD ตัวท็อปๆ แต่ในแง่ของค่า Endurance และการรับประกัน 5 ปี ก็คุ้มค่ามากทีเดียว ที่สำคัญยังมีโปรโมชั่นกันบ่อยๆ ซึ่งหากมองว่า 500GB อาจจะน้อยไป ก็อาจจะเพิ่มอีกราว 2 พันบาท ขยับไปที่ 1TB ก็น่าสนใจ จบในทีเดียว เล่นเกม ทำงาน เก็บข้อมูลชั่วคราวได้แบบไม่อึดอัด
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด Inno3D RTX 2060 SUPER Gaming X2
แม้ว่าการมาของ RTX 3000 series จะสร้างความหวังใหม่ให้กับใครหลายคนที่จะซื้อการ์ดจอ แต่นั่นก็น่าจะเป็นกลุ่มของฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ไปจนถึงไฮเอนด์ ส่วนเกมเมอร์กลางๆ ตัวเลือก RTX 2060 SUPER ยังคงสร้างความมั่นใจได้ เพราะสนนราคา หมื่นต้นๆ ก็ได้ของแรง แบบไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อผิด เพราะ RTX 3080 ที่จะออกมาก่อน ราคาก็โดดไปพอสมควร แต่ถ้าเน้นเล่นเกมสวยๆ และทำงานได้ด้วยในงบที่ว่านี้ Inno3D RTX 2060 SUPER ที่มาพร้อม VRAM GDDR6 8GB และให้พัดลม 2 ตัว แถมยัง OC ได้อีก ก็น่าจะตอบโจทย์ได้แล้ว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย Thermaltake TR2 S 750W
สำหรับเพาเวอร์ซัพพลาย ถ้าจะเน้นใช้งานแบบกลางๆ ประหยัดไฟ 650W-750W กับเซ็ตนี้กำลังสวย รองรับการอัพเกรดได้ ไม่ว่าจะเพิ่มฮาร์ดดิสก์หรือจะขยับการ์ดจอไปที่ RTX 2070 หรือ RX 5700 XT ขึ้นไป แม้ว่า Tt TR2 รุ่นนี้ จะไม่ได้เน้นที่ความสวยงาม จากพัดลมหรือแสงสี แต่อยู่ที่การจ่ายไฟ +12V ได้ถึง 58A ที่ 696W ในแบบ Single rail ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมพัดลมขนาดใหญ่ 120mm เสียงเงียบ แต่ให้แรงลมที่ดี สายต่อเป็นแบบถักทนทานพอสมควร และเก็บสายได้ง่าย พร้อมคอนเน็กเตอร์สำหรับ PCIe (6+2 pin) มาถึง 2 เส้นด้วยกัน และที่เพิ่มความมั่นใจก็ด้วยการันตี 80 PLUS White มาด้วย ในราคาสบายกระเป๋า
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร์ Tsunami Unlimited T-10 Tron
สำหรับเคส จัดสเปคคอม ก็ย้ำกันทุกครั้งว่า ชอบแบบไหน ก็เลือกกันได้ตามสะดวก แต่สำหรับแอดมิน เลือกพื้นที่กว้าง ติดตั้งง่าย มีพัดลมให้และกระจกข้างใส Tempered เพราะสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้คุณใช้งานได้สะดวกใจ เพิ่มพัดลมหลังตัวเดียวอีกร้อยกว่าบาท ก็จบในตัวแล้ว เคสรุ่นนี้สามารถถอดชิ้นส่วน เพื่อเพิ่มเติมได้ง่าย อีกทั้งภายในก็กว้างขวาง สล็อตการติดตั้งการ์ดจอหรือจุดต่างๆ ก็แข็งแรงดี ที่สำคัญด้านหน้าใส ข้างก็ใส ในงบพันกว่าบาทเท่านั้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

จอมอนิเตอร์ LG 27MK600M-B
จัดสเปคคอม เล่นเกมทั้งที ก็ต้องจัดให้เต็ม ถ้าจอเก่าที่คุณมี เริ่มเล็กและไม่ตอบโจทย์ หรืออยากจะเริ่มกับจอใหม่ใหญ่ๆ หน่อย LG รุ่นนี้กับหน้าจอ 27″ ขอบจอบางเฉียบ และขาตั้งที่สวยงาม ความละเอียด Full-HD รองรับ AMD FreeSync และมีลูกเล่นสำหรับคอเกมเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Dynamic Action Sync, Black Stabilizer, Flicker Safe กับค่า Brightness 250cd/m2 และพาแนล IPS คมชัด ก็น่าจะทำให้คุณเพลิดเพลินได้ทั้งวันแล้ว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 35,000 บาท ที่ Advice ในครั้งนี้ ยอดรวมเมื่อซื้อในแบบ Online จะอยู่ที่ 34,980 บาท เท่านั้น กับสเปค Intel Core i5 Gen 10 การ์ดจอ RTX 2060 SUPER และ SSD 500GB และยังได้จอมอนิเตอร์ระดับ 27″ มาด้วย ซึ่งในภาพรวมถือว่า คุณสามารถรีดเฟรมเรตได้การเล่นเกมได้แบบจุใจเลยทีเดียว และอย่างที่ได้แจ้งไปในตอนต้น ถ้ามีงบเพิ่มอาจเลือกขยับซีพียูไปเป็น KF และเมนบอร์ด Z490 เพราะจะได้ความเร็วมาชัดเจน หรือจะเลือกใส่ใน SSD ขยับไปที่ 1TB และถ้าไม่เอาจอใหญ่ จะลดไปจอเล็ก ก็สามารถเลือกแบบ 144Hz ได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล สำหรับใครทีเลือกจัดสเปคไหน ก็แสดงความเห็นส่วนตัวของคุณมากันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/pc-spec-30000-intel-gen-10-jib-sep-2020/537368/

จัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมปี 2020 น่าซื้อ งบ 2x,xxx – 3x,xxx บาท สเปก Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับ GTX 1650 – RTX 2060 แรงลื่นคุ้มค่า จอ IPS 15.6″ / 16.1 / 17.3″

อัพเดทการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเล่นเกมช่วงปลายปี 2020 หรือ Gaming Notebook จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คประเภทที่ยอดนิยมที่สุดในตลาด จากการมาพร้อมกับสเปกต่อราคาที่คุ้มค่า แน่นอนว่าได้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ที่แรงลื่นเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น Core i5-10300H ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น ทำงานแบบ 4 Cores 8 Threads / 2.50 – 4.50 GHz GHz / 8 MB L3 Cache รองรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลและทำงานได้หลากหลาย

หรือในส่วนของ Core i7-10750H ที่แรงกว่า ทำได้งานแบบ 6 Cores 12 Threads / 2.60 – 5.00 GHz GHz / 12 MB L3 Cache เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพจากความเร็วในการทำงาน รวมไปถึงจำนวนคอร์และเธร์ดที่มากกว่า อีกยังได้ L3 Cache ที่ใหญ่กว่าอีกด้วย แน่นอนว่าส่งผลต่อการทำงานทุกๆ อย่าง ที่พร้อมๆ กัน และการเล่นเกมโดยตรงด้วย

บทความนี้ก็เลยจะมาจัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อ สเปก Intel Core i5-10300H / i7-10750H แรงลื่นสะใจ ฟีเจอร์จัดเต็ม คุ้มค่าราคาเริ่ม 2x,xxx – 3x,xxx บาท โดยเป็นเทคโนโลยี Intel Core i Gen 10H ที่มีประสิทธิภาพสูง จับคู่มากับการ์ดจอรุ่นต่าง ๆ อาทิ NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นเพียงพอต่อการเล่นเกม 3 มิติทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เทียบกับความแรงต่อราคาแล้วคุ้มค่า

ในส่วนของได้แรมมาเป็นมาตรฐาน DDR4 ที่ขนาด 8GB – 16GB ส่วน SSD ได้ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน หน้าจอขนาด 15.6″ / 16.1″ / 17.3″ ความละอียด Full HD พาเนล IPS ที่ 120Hz – 144Hz  ที่ต้องบอกเลยว่า สเปกเพียงพอต่อทุกๆ การใช้งานพื้นฐานหรือเล่นเกมหนักๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยม ติดตั้ง Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที มีประกันดีที่สุดเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านยาวนาน 3 ปี ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดที่ 25,900 บาทเท่านั้น ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ราคา 27,900 บาท

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ต่อยอดรุ่นก่อนหน้าได้อย่างดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากดีไซน์โดดเด่นด้วย การออกแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming ที่ได้รับการขัดเงาตัดแถบสีแดงที่เร่าร้อน TUF Gaming ได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก 

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิมได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 2933 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล

รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงโดยประมาณ และร้อนน้อยด้วยเมื่อใช้งานหนักๆ นอกเหนือจากนี้ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ

Dell G3 15 3500 ราคา 25,900 – 36,900 บาท

Dell G3 15 3500 เป็น Gaming Notebook ราคาสุดคุ้มประจำปี 2020 ที่เป็นน้องเล็กสุด รองมาจาก G5, G7 และ Alienware ดีไซน์ดูบางเบา ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องสีดำเทาแซมฟ้าในแนวเดียวกับ G Series ซึ่งสเปกหลักๆ แล้วเน้นประสิทธิภาพต่อความคุ้มค่า สำหรับการ์ดจอเป็น GeForce 16 Series อย่าง GTX 1650 ประกบคู่กับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง i5-10300H / i7-10750H ที่เป็น Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด รองรับการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ โดย Dell G3 15 3500 ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุดของ Dell

Dell G3 15 3500 มีหน้าจอขอบบางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น WVA (เทียบเท่า IPS) คุณภาพดี รองรับ Refreah Rate ที่ 120Hz พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนนราคาที่ 25,900 บาท สำหรับรุ่น i5-10300H + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 256GB + HDD 1TB หรืออีกรุ่นที่ 36,900 บาท สำหรับรุ่น i7-10750H + GTX 1660 Ti + RAM 16GB + SSD 512GB พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service

ดีไซน์การออกแบบของ Dell G3 15 3500 Gaming Notebook นั้นจะดูกระทัดรัดกว่าโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องเหมาะกับการพกพา เทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมมาตรฐานแบบเดิมๆ ที่ต้องดูหนาและหนัก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าหลายๆ รุ่น มาพร้อมสีสันอย่างสีดำ Eclipse Black ที่ให้ความสวยงามตามสไตล์ของ Dell แบบชัดเจน

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูล และพอร์ต USB 2.0 Type-A อีก 2 พอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อออกหน้าจอภายนอกได้ง่ายๆ ผ่านทาง HDMI ขนาดมาตรฐาน รวมไปถึงยังมี USB 3.1 Type-C ที่เป็น DisplayPort ได้ในตัว นอกจากนั้นก็มีช่องเชื่อมต่อไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องอ่าน SD Card และ LAN RJ45 อีกด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i ราคา 25,900 – 30,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน๊ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i การดีไซน์จะออกแบบมาเป็นแบบเรียบง่ายสไตล์มินิมอล โดยการปรับเปลี่ยนหน้าตาจาก Lenovo IdeaPad Gaming L340 พอสมควร เน้นใช้งานทั่วไป โดดเด่นด้วยความต่างในส่วนของสีสันที่ดูแล้วมีความเป็น Gaming จากสีสันโทนฟ้าที่นำเข้ามาแซมกับสีตัวเครื่องหลักที่เป็นสีเทาเข้มออกไปทางดำอย่าง Onyx Black วัสดุตัวเครื่องทั้งหมดทั้งด้านนอกด้านในเป็นพลาสติกเกรดดี แต่มีการทำลวดลายให้คล้ายกับอลูมิเนียม อย่างไรก็ตามเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย 

สำหรับน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่อง Lenovo IdeaPad Gaming 3i ถือว่าเป็นเบาตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 ที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วน มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) พร้อม Privacy Shutter และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 

HP Pavilion Gaming 15 ราคา 27,900 – 30,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 สเปกใหม่ที่มาพร้อมกับ Core i5-10300H / i7-10750H + GTX 1650 ถือว่าเป็นรุ่นส่งท้ายปี 2020 กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์ได้เรียบง่ายและดูดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน เชื่อว่าถูกใจใครหลายๆ คน หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย เรียกได้มีความเฉียบและใช้งานได้จริงในเรื่องของการจัดการความร้อน เพิ่มเติมมาเลยก็คือได้ SSD M.2 ความจุ 512GB ใช้งานทันที มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ Windows 10 แท้ แน่นอนว่ามีอยู่ 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาขายจริงอยู่ที่ 27,900 – 30,900 บาท

หน้าตาการออกแบบของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel รุ่นปลายปี 2020 ยังคงดีไซน์ไว้เหมือนรุ่นปี 2019 ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สะดุดตาให้ความมันวาวด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี โดยด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบคู่แยกซ้ายขวาออกจากกัน ซึ่งมีการออกแบบได้ดูดุดันคล้ายรถสปอร์ตพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ส่วนดีไซน์อื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 ก็ถือว่าน่าประทับใจเช่นเดียวกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับยุคก่อนๆ ให้ความบางลงเพียง 23.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องเบาๆ ที่ 2.25 กิโลกรัม ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด แน่นอนว่านมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6AX

HP Pavilion Gaming 16 ราคา 30,900 – 34,900 บาท

HP Pavilion Gaming 16 รุ่นล่าสุด เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 16.1″ รุ่นแรกของโลก ต่อยอดมาจาก HP Pavilion Gaming 15 พร้อมอัพเดทสเปกใหม่ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง i7-10750H หรือ Core i5-10300H กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่า จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างลงตัว เล่นเกมลื่นไหล ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ มีความสวย ทันสมัยให้ความดุดัน เนี๊ยบเฉียบ พร้อมเลือกใช้สีสันเป็นโทนดำแซมด้วยเขียว กับน้ำหนักที่ 2.35 กิโลกรัม การรับประกันที่เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ

ความโดดเด่นยังเป็นเรื่องหน้าจอที่ได้เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง) มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX สนนราคาขายจริงสเปกนี้อยู่ที่ 30,900 – 34,900 บาท (ต่างกันที่สเปกชิปประมวลผลเท่านั้น)

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 16 สเปก Core i Gen 10H ได้รับดีไซน์แบบรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 มาเต็มๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน กันขนาดหน้าที่ใหญ่ขึ้น 0.5″ ในมุมแทยง แน่นอนว่ามีความใหญ่ขึ้น แต่ถ้าเทียบมิติหรือแค่มองด้วยตาเปล่า ก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เรียกได้ว่าเป็นขนาดที่อยู่ระหว่างรุ่นจอ 15.6″ และ 17.3″ 

เมื่อเปรียบเทียบกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ได้ความแตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว (อาจจะมีม่วงตามมาในอนาคต) โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น ซึ่งมีข้อสังเกตุเล็กน้อยคือเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย 

สำหรับรูปลักษณ์และทิศทาง HP Pavilion Gaming 16 แตกต่างด้วยกันด้วยมิติ จากการที่มีขนาดหน้าจอ 16.1″ ซึ่งต่างจากเดิมคือ 15.6″ ถือว่าน่าประทับใจไม่เป็นรองกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัดเมื่อเทียบ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน โดยบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร ซึ่งเท่าๆ กับโมเดล HP Pavilion Gaming 15 พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.35 กิโลกรัม เทียบแล้วคือหนักกว่าเดิมเพียง 100 กรัมถ้าเทียบกับสเปก Intel Core i Gen 9H เท่านั้น

Acer Nitro 5 AN515-55 ราคา 31,900 – 35,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ และ Acer Nitro 5 AN517 เป็น Gaming Notebook ขนาดจอ 17.3″ ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ตอนนี้พร้อมขายอย่างเป็นทางการหลากหลายรุ่นแล้ว โดยผสานความแรงร่วมกับการ์ดจอ GeForce รุ่นล่าสุด ซึ่ง Acer Nitro 5 AN515 เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า หนัก 2.3 กิโลกรัม ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515 รุ่นที่แนะนำ ใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที

Acer Nitro 5 AN515 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน๊ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 32,900 – 36,900 บาท

ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่มีสเปกอัพเดทเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ที่เราสามารถปรับแต่ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (liquid metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ

สำหรับ ASUS ROG Strix G15 GL542 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมจอ 15.6″ สเปกระดับบนในราคาคุ้มค่า ได้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 3 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก กับราคาเพียง 32,900 – 46,900 บาท ที่บอกได้เลยไม่แพงเลย ถ้าดูจากสเปกและฟีเจอรที่ติดตั้งมาให้แล้ว โดยได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ ปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีความบางสุดที่ 21~25.8 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าโดยรวมมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบ ได้รับ DNA เต็มๆ มาจาก ASUS ROG Strix รุ่นก่อน ซึ่งมีความพิเศษสุดๆ คือได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น

MSI GL65 Leopard ราคา 33,900 – 36,900 บาท

MSI GL65 Leopard จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อป แต่ได้ราคาที่คุ้มค่าต่อสเปกสุดๆ โดยจัดเต็มจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H และการ์ดจอ Gaming จากทาง NVIDIA ได้แรมมาขนาด 8GB / 16GB DDR4 Bus 2666MHz เป็นมาตรฐาน ติดตั้งแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (อัปเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA 3 ได้อีก) หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

MSI GP65 Leopard รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผลตัวแรง ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 45,900 – 59,900 บาท สเปกเป็น Core i5-10300H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด หรือ Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่เต็มอารมณ์กว่าสเปก Gaming Notebook ทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่าอย่างเดียว

ที่สำคัญ MSI GL65 Leopard ได้ดีไซน์ดุดันตามสไตล์ของ G Series จาก MSI ยังมีฟีเจอร์ Gaming มากมาย อาทิ ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 พร้อมการเชื่อมไร้สาย Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับการใช้หน้าจอที่ขอบบาง ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด สะดวกต่อการพกพามากยิ่งขึ้น  ได้ประกัน 2 ปี

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45

MSI GL75 Leopard 35,900 – 38,900 บาท

ในส่วนของ MSI GL75 Leopard หลักๆ แล้วจะมีความคล้ายกับ MSI GL65 Leopard ทั้งในส่วนของดีไซน์และฟีเจอร์ แต่จะแตกต่างเรื่องของสีสันตัวเครื่องที่จะได้เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่ให้หน้าจอที่ใหญ่กว่า 15.6″ พอสมควร กับน้ำหนักที่มากขึ้นที่ 2.6 กิโลกรัม โดยมีไฟคีย์บอร์ดจะเป็นสีแดงสีเดียวเหมือนกัน รวมไปถึงในเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ภายใน อันนี้เหมือนกันทั้งหมด โดยแบ่งเป็น i5-10300H + GTX 1650 / i7-10750H + GTX 1650 Ti เป็นหลัก รวมไปถึงแรมเป็น 8GB / 16GB แน่นอนว่าราคาก็เลยสูงกว่าด้วย อันนี้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อได้ตามงบและลักษณะการใช้งานกันอีกทีนะครับ

from:https://notebookspec.com/ranking-gaming-notebooks-2020-price-2xxxxb/537112/

จัดสเปคคอม 15,000.- Intel เล่น PUBG, Fortnite การ์ดจอ GTX ใน Lazada Cool

ในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้ ราคาที่เลือก 15,000 บาท มาจาก Inbox ผู้ชมทางบ้าน แจ้งมาว่าอยากได้สเปคคอม ที่หาซื้อได้ในช่วงนี้ กับโปร 9.9 ใน LAZADA จึงถือโอกาสนี้มาเตรียมสเปคคอม สำหรับใช้งานทั่วไป แต่งภาพ เล่นเกม และดูหนัง 4K ได้ลื่นมาฝากกันครับ

จัดสเปคคอม

เลือกสเปคอะไรดี?
วันนี้เป็นสเปค จะใช้เป็นเซ็ต Intel Gen10 เป็นหลักครับ เพราะช่วงนี้มีเมนบอร์ดใหม่เข้ามาเติมในตลาด ราคาก็ค่อนข้างดี และมีตัวเลือกแรมความเร็วสูง ที่ราคาถูกลง ซึ่งเราจะเน้นไปที่การ์ดจอ ที่อาจจะให้แรงขึ้นมาหน่อย และซีพียูระดับ 4 core/ 8 thread ขึ้นไป เป็นไปได้จะหาทางขยับแรมให้ได้มากที่สุด และมี SSD สำหรับบูตระบบ อาจจะปรับเรื่องของเคสเป็นแบบพื้นฐาน มีกระจกข้างใส และใส่เพาเวอร์เพื่อรองรับการอัพเกรดได้ เพียงเท่านี้น่าจะตอบโจทย์คอเกมได้ดีพอสมควร สำหรับการปรับ Detail ในการเล่นระดับ Medium บนความละเอียด Full-HD

อุปกรณ์ รายละเอียด ราคา (บาท)
ซีพียู Intel Core i3-10100 4,060
เมนบอร์ด GIGABYTE H410M-H 2,060
แรม Patriot Viper Steel DDR4 3200 8GB 1,199
SSD WD Green 480GB SSD 1,750
การ์ดจอ GIGABYTE GTX 1650 OC 4G 4,356
เพาเวอร์ซัพพลาย AeroCool Superb 600W 725
เคส Tsunami Galaxy G16 TG 921
รวม 15,071

สำหรับสเปคที่วางเอาไว้นั้น อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม เพราะสนนราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึงโปรโมชั่นของอุปกรณ์บางสิ่ง ก่อนจัดสเปคให้เช็คราคาโปรโมชั่นกันก่อน โดยเฉพาะค่าจัดส่ง

จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i3-10100 หน่วยประมวลผล ราคา 4,060 บาท
กับซีพียูรุ่นน้องเล็กในตระกูล Core i3 รุ่นนี้ ที่เลือกมาเพราะความคุ้มค่า ที่สำคัญหาซื้อยากหน่อย เพราะของขาดเป็นประจำ จุดเด่นอยู่ที่การทำงานแบบ 4 core/ 8 thread ครบเครื่องในตัว ความเร็ว 3.6GHz บูสท์ไปได้ที่ 4.3GHz ก็ถือว่าคุ้ม เพราะบรรดาแคชเป็นรอง i5 อยู่เพียงเล็กน้อย ถ้ามองในแง่แอพพลิเคชั่นในเวลานี้ ก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก อีกทั้งเมื่อต้องเรียกใช้พลังการ์ดจอ ก็พอเหมาะกับการ์ดจอที่เลือก หรือจะเป็นตัวแรงกว่า เช่น GTX 1660 SUPER หรือ RX 5600 XT ก็ยังพอไหว ในราคา 4 พันนิดๆ ถือว่าน่าใช้ทีเดียว
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เมนบอร์ด GIGABYTE H410M-H (Mainboard) ราคา 2,060 บาท
หลายคนอาจจะมองว่าเมนบอร์ด LGA1200 ใหม่ของ Intel ราคาจะสูงขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเลือกดีๆ จะมีหลายรุ่นที่เคาะราคาได้ประหยัดน่าใช้ แต่ต้องแลกด้วยฟีเจอร์ที่ลดทอนลงมาบ้าง หากคุณเล่นเกมอย่างเดียว ก็แทบจะไม่ต้องกังวล ตัวเลือก H410 นี้ ราคาสองพัน แต่ก็สามารถใช้งานพื้นฐานได้ครบ ทาง GIGABYTE รุ่นนี้ รองรับการทำงานและการเล่นเกมได้สบาย รองรับแรม DDR4 สูงสุด 64GB แต่มี 2 สล็อตเท่านั้น แต่รองรับ XMP โดยมีระบบเสียงคุณภาพมาด้วย พร้อมสล็อต M.2 สำหรับ NVMe SSD และการเชื่อมต่อ Gigabit LAN พร้อมพอร์ต HDMI มาด้วย ที่น่าสนใจคือ มีสล็อต PCIe X1 มาอีก 2 พอร์ต พอให้ติดตั้งการ์ดเพิ่มเติมได้ในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น Capture card หรือ Expansion card อื่นๆ
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี Patriot Viper Steel DDR4 3200 8GB ราคา 1,199 บาท
แรมเวลานี้ราคาถูกลงพอสมควร ทำให้หาแรมความเร็วสูงจับมาใส่ไว้ในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้ได้ไม่ยากนัก โดยเป็นแรม DDR4 3200 จาก Patriot ค่ายดังระดับโลก ความจุ 8GB เป็นเบื้องต้น สำหรับใช้งานทั่วไป รวมถึงเล่นเกมได้กำลังดี แต่ถ้าใครมองว่ามันยังไม่เต็มอิ่ม ยังมีสล็อตเหลืออีก 1 สล็อต สำหรับอัพเกรดได้ ถ้ามีงบเพิ่มอีกพันกว่าบาท ก็ติดตั้งเพิ่มได้ และใช้เป็น Dual-channel เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบได้อีกไม่น้อยเลย
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage WD Green 480GB SSD ราคา 1,750 บาท
และเพื่อเติมเต็มให้กับระบบได้ดียิ่งขึ้น ไม่คอขวดหรือช้าที่ Storage จึงจัด WD Green ที่เป็น SSD SATA III ยอดนิยม มาให้ถึง 480GB ซึ่งราคาค่อนข้างดีน่าใช้ กับความเร็ว อ่านข้อมูลที่ประมาณ 540MB/s และเขียน 430MB/s มาให้กับเหล่าเกมเมอร์ได้สนุกสนานกัน เพราะเข้าเกมเร็ว โหลดเกมได้ไว คัทซีนไม่ต้องรอนาน มาพร้อมการรับประกัน 3 ปี แต่ถ้ามองกันที่ความจุ ราคานี้เทียบได้กับ HDD 2TB ก็ต้องชั่งน้ำหนักกันดีๆ ว่าต้องการความจุหรือความเร็ว หรือจะเลือกแบบ 240GB และเพิ่มฮาร์ดดิสก์ 1TB ก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละบุคคล
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด GIGABYTE GTX 1650 OC 4G ราคา 4,356 บาท
แม้จะเป็นการ์ดจอรุ่นน้องสุดในตระกูล แต่ก็ยังถือว่าเล่นเกมได้เป็นอย่างดี บนความละเอียด Full-HD ด้วยเฉพาะคนที่เล่นเกมแนวแอ็คชั่น และเกม RTS ซึ่งหากตั้งค่าให้เหมาะ หลายเกมยังวิ่งไปได้ที่ 40fps++ เลยทีเดียว แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเพิ่มอีกราว 1,500 บาท ก็แนะนำให้เลือก GTX 1650 SUPER ที่เพิ่มสเปคในบางด้านเข้ามา โดยเฉพาะ VRAM ที่ขยับไป GDDR6 ก็มีส่วนช่วยให้การเล่นเกมลื่นขึ้นไม่น้อยเลไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย AeroCool Superb 600W ราคา xxxx บาท
เพาเวอร์เป็นอะไรที่ค่อนข้างจำเป็นในทุกๆ การ จัดสเปคคอม โดยเฉพาะการจ่ายไฟควรจะต้องเพียงพอและมีคุณภาพ ซึ่งถ้างบน้อย ก็สามารถดูจากคุณสมบัติพื้นฐานที่มีก่อน เรื่องความสวยงามก็คงต้องรองลงไป รุ่นที่เลือกมานี้ อยู่ในเกณฑ์ที่พอต่อการใช้งาน คุณภาพการจ่ายไฟเท่าที่เช็คก็ถือว่าพอใช้ได้ โดยจ่ายไฟ +12V เป็นแบบ Dual rail แบ่งเป็น 11A และ 8A รวมแล้วได้ 230W ก็เพียงพอสำหรับการ์ดจอรุ่นกลางๆ ได้ มีคอนเน็กเตอร์แบบ 6+2 pin PCIe มาให้ 1 ชุด กับการออกแบบพื้นฐาน และสายแบบปกติทั่วไป ถอดสายไม่ได้ ไม่มี 80 Plus มา แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเพิ่มอีก 600 บาท ก็สามารถหาเพาเวอร์ระดับ 550W-600W ในแบบ 80 Plus ได้เช่นกัน
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร Tsunami Galaxy G16 TG ราคา 1,360 บาท
สำหรับเคส เรียกว่าใครชื่นชอบแบบไหน ก็เลือกกันได้ตามใจ แต่ที่เลือกมาให้นี้ จากทาง Tsunami ที่มีหลายอย่างที่จำเป็นมาให้เกือบครบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ด้านในที่กว้างพอสำหรับใส่เมนบอร์ด mATX หรือ ATX ได้ มีพัดลมเพิ่มมาให้ พร้อมไฟในตัวสวยงาม ตกแต่งด้านหน้าด้วยไฟ LED ด้านในวางองค์ประกอบ เช่น SSD, HDD และ การ์ดจอขนาดประมาณ 30cm ได้สบาย กระจกข้างเทมเปอร์ดูสวยงาม คิดแล้วในงบไม่ถึงพันบาท จัดว่าน่าโดน
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 15,000 บาท ใน Lazada ครั้งนี้ เคาะค่าใช้จ่ายออกมาที่ 15,071 บาท เท่านั้น เรียกว่าได้ครบทุกสิ่งอย่าง เหลือแค่เมาส์ คีย์บอร์ดมาวาง ก็ใช้ได้เลย โดยคุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรายละเอียดอย่างที่กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็น SSD > HDD หรือการ์ดจอถ้ามีงบก็ขยับไปที่ GTX 1650 SUPER ได้เลย รวมไปถึงการเพิ่มแรม ให้เป็น 16GB ทำงานในแบบ Dual-channel ก็จะเห็นประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าจะขยับไปสู่การแคสสตรีมเกมการ จัดสเปคคอม ก็อาจจะต้องเปลี่ยนจาก Core i3 ขยับไปเป็น i5 ก็จะคล่องตัวมากกว่าเดิม ด้วยความเร็วและ Core/ Thread ที่ดีกว่า

from:https://notebookspec.com/pc-spec-15000-intel-pubg-fortnite-lazada/536105/

จัดสเปคคอม AMD งบ 25,000 บาท ใน Shopee เล่นเกม AAA แคสเกม สตรีม Gamer

ต้นเดือนกันยายน ที่ดูจะฝนตกชุกแบบไม่น่าออกไปข้างนอก ลองมา จัดสเปคคอม แล้วประกอบใช้เองในบ้านกันดีกว่า เล่นเกมสบายๆ ไม่ต้องออกไปตากฝน ในงบ 25,000 บาท ที่ Shopee สั่ง ครั้งนี้จะเป็นซีพียูจาก AMD พร้อมของแรงๆ เพียบ

เลือกสเปคอะไรดี?
ตัวเลือกในการ จัดสเปคคอม 25,000 บาท ในครั้งนี้ มีค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ที่น่าสนใจก็คือ AMD รุ่นใหม่ ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีรุ่นย่อยออกมาให้เลือกเยอะขึ้นกว่าตอนเปิดตัว แต่ที่ต้องให้ความสำคัญกับเกมเมอร์สายแคสสตรีม ด้วยการจัดซีพียูระดับ 6 Core/ 12 Thread และแรมระดับ 16GB รวมถึงการ์ดจอ GTX 1660 SUPER ตัวจัดจ้าน พร้อม SSD 1TB ที่ดูจะตอบโจทย์การใช้งานได้คล่องตัวกว่า มาดูกันว่า ประกอบคอมในงบ 25,000 บาท ที่ Shopee จะได้สเปคแบบใด?

จัดสเปคคอม

ซีพียู AMD Ryzen 5 3600 หน่วยประมวลผล
สำหรับ AMD Ryzen 5 ที่เลือกมาในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้ เรียกว่าต้องขอขยับขึ้นมาให้แรงพอสำหรับการใช้งานด้านแคสสตรีมเอาไว้ด้วย Ryzen 5 3600 นี้ ทำงานแบบ 6 core/ 12 thread จึงพอมั่นใจได้ในการจัดการซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย รวมถึงการเล่นเกม ความเร็วเมื่อบูสท์แล้วไปจบที่ 4.2GHz ก็พอที่จะให้ใช้งานได้อย่างไม่อึดอัด แม้ว่าราคาจะสูงไปบ้าง แต่ก็ดูคุ้มค่าไม่น้อยเลย เพราะถ้าจะไป Ryzen 7 ต้องเพิ่มเงินอีกพอสมควร
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เมนบอร์ด GIGABYTE AORUS B550 Elite (Mainboard)
เมนบอร์ดที่จัดจ้านในย่านราคานี้ กับฟีเจอร์ที่มีมาให้ครบครัน แต่จ่ายไม่ถึง 4 พันบาท โดย Aorus นี้มาพร้อมชิปเซ็ต AMD B550 ในขนาด mATX มาตรฐาน รองรับแรมได้ 4 สล็อตสบายๆ สูงสุดที่ 128GB DDR4 4000MHz (OC) มี Armor ขนาดใหญ่ครอบที่เป็น Back I/O เอาไว้ กับโลโก้ที่ดูล้ำๆ มีสล็อต PCI-Express X16, X4 และ X1 มาให้ใช้งาน เพียงพอต่อการติดตั้ง Capture card มาให้ ที่น่าสนใจคือ สล็อต M.2 NVMe สำหรับ SSD ความเร็วสูงมาอีก 2 สล็อต และพอร์ตต่อพ่วงที่มีให้อย่างเหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็น USB, DVI, HDMI และ Sound พร้อมภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ และรองรับการปรับแต่งไฟ RGB ร่วมกับซอฟต์แวร์ ที่สามารถต่อพ่วงเข้ากับเมนบอร์ดเพิ่มเติมได้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี Corsair Vengeance LPX DDR4 3200 16GB
แม้ว่าแรมในพีซีทุกวันนี้ 8GB ก็เพียงพอ แต่ถ้าคอเกมแล้ว 16GB ขึ้นไป น่าจะอุ่นใจมากกว่า แรมจาก Corsair LPX มาตรฐาน DDR4 3200 16GB น่าจะเข้าคู่กับเซ็ตนี้ได้ลงตัว เพราะสล็อตมีให้ถึง 4 สล็อตบนเมนบอร์ด B550 รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้ในอนาคต ตอบโจทย์การเล่นเกมหนักๆ ได้ไม่ยาก ส่วนถ้าใครที่อยากจะได้ไฟ RGB ยังมีตัวเลือกจาก ADATA, Tt และ Corsair รวมถึง KLEVV เพิ่มเงินราวๆ 500-1000 บาท ก็ได้ของสวยๆ มาประดับเคสแล้ว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage SP P34A60 1TB
พึ่งความเร็วจากแรมอย่างเดียวคงไม่พอ SSD คือตัวจบของทุกสิ่งในเรื่องการตอบสนองด้านข้อมูล เพราะไม่ว่าจะเปิดเครื่อง บูตเข้าระบบ เปิดเกม ดูคัตซีนของเกม SSD ให้ความไวได้มากกว่า ในครั้งนี้อาจจะเน้นที่ความจุมากกว่าความเร็ว ด้วย A60 จากทาง Silicon Power ที่เป็นอีกค่ายซึ่งมี SSD คุณภาพ ด้วยความจุ 1TB ลงเกม โปรแกรม เก็บไฟล์ได้เหลือใช้ ความเร็ว 2,xxxMB/s Read ยังการันตีคุณภาพได้ดี แต่ถ้าอยากได้เร็วกว่านี้ ก็อาจจะเลือก A80 หรือค่ายอื่นๆ แต่บอกไว้ก่อนว่า จัดสเปคคอม นี้ต้องเพิ่มเงินอีกหลักพันบาท แต่ถ้าคุณซีเรียสความเร็วและประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายไม่ใช่เรื่องลำบาก ก็มีตัวเลือกมากมายในราคาระดับ 5,xxx บาท สำหรับ M.2 NVMe PCIe 1TB
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด Inno3D GeForce GTX 1660 SUPER TWIN X2 OC RGB
การ์ดจอต่อนี้ถือว่าปั่นป่วนพอสมควร หลังจากที่เปิดตัว GeForce 3000 series ไปหมาดๆ อย่างที่ได้เห็นคือราคา RTX 2060 และ 2070 เริ่มมีการปรับตัวในบางแบรนด์ แต่สนนราคายังเกาะที่หมื่นต้นๆ แต่ถ้าใครที่ยังไม่ได้สนความไฮเอนด์ที่เพิ่มเรื่อง Ray-tracing หรือ RT core เข้ามา GTX 1660 SUPER ยังถือเป็นเบอร์ 1 แห่งความคุ้มค่าที่คอเกมเอื้อมถึง จ่ายได้ง่ายกว่า สนนราคาเกือบจะลงมาที่ 7 พันแล้ว แต่สามารถเล่นเกมในปัจจุบันได้ดีทีเดียว โดยเกม AAA ทั่วไปยังไม่เกินความสามารถ แต่ในอนาคต หากดูแนวโน้มของเกมที่ต้องการ Requirement สูงๆ ถึงเวลานั้นเก็บเงินไปอีกระยะ แล้วอัพเกรด ซีพียูที่จัดมาก็ยังไหว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย Superflower MEGA 700W 80Plus
จัดได้ว่าเป็นเพาเวอร์ซัพพลายที่วาดลวดลายในตลาดบ้านเราได้ดี ยิ่งเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว ถือว่าน่าใช้ เช่นเดียวกับ MEGA 700W ที่มาพร้อม 80 Plus การันตีจ่ายไฟคุ้ม แม้จะไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามหวือหวา เพราะไม่ได้มาพร้อมไฟ RGB หรือพัดลมหรูๆ แต่ถ้ามองที่การจ่ายไฟ +12V 54A ที่ 646W ก็เพียงพอต่อการใช้งานร่วมกับระบบที่แรงระดับ i7 หรือ Ryzen 7 ได้ไม่ยาก เพิ่มด้วยการ์ดจอระดับกลางขึ้นไป ก็ยังไหว ให้คอนเน็กเตอร์ PCIe (6+2) มาถึง 4 ชุดด้วยกัน ติดที่ว่าสายอาจจะรุงรังไปบ้าง แต่ก็เป็นสายแพแบบแบน จัดให้ดีๆ ก็พอใช้ได้อยู่ การรับประกัน 3 ปี กับราคานี้ ถือว่าน่าใช้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร์ Aerocool Split TG RGB
เคสที่จัดมาให้รุ่นนี้ เป็นแค่ไกด์ไลน์ของคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกไปมากกว่าฟังก์ชั่น เพราะถ้ามองในแง่ของสิ่งที่เป็นพื้นฐาน เคสจาก Aerocool รุ่นนี้ก็มีมาครบ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ภายใน เหมาะกับเมนบอร์ด mATX ใส่พัดลมด้านหลังมาให้ กระจกข้างใสด้านข้างสำหรับโชว์อุปกรณ์ ด้านหน้ายังมาพร้อมแสงไฟ RGB คาดผ่านด้านหน้า กับช่องระบายความร้อนด้านข้างที่ออกแบบมาได้ลงตัว ในราคาไม่ถึงพันบาท ก็ดูน่าสนใจ
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

อุปกรณ์ รายละเอียด ราคา
ซีพียู AMD Ryzen 5 3600 6,089
เมนบอร์ด GIGABYTE AORUS B550 Elite 3,950
แรม Corsair Vengeance LPX DDR4 3200 16GB 2,170
SSD SP P34A60 1TB 3,350
การ์ดจอ Inno3D GeForce GTX 1660 SUPER TWIN X2 OC RGB 7,490
เพาเวอร์ซัพพลาย Superflower MEGA 700W 80Plus 1,788
เคส Aerocool Split TG RGB 990
รวม 25,827

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 25,000 บาท ที่ Shopee รวมแล้วอยู่ที่ 25,827 บาท เท่านั้น ซึ่งถ้าดูจากองค์ประกอบส่วนใหญ่ ก็น่าจะตอบโจทย์การเล่นเกมและแคสสตรีมได้ไม่ยาก ที่สำคัญยังรองรับการอัพเกรดต่อได้ด้วย ในส่วนตรงนี้หากต้องการจะเน้นที่การทำงานมากขึ้น อาจปรับไปใช้ Ryzen 7 3700X แต่ต้องเพิ่มเงินเกือบ 4 พันบาท แต่ก็จะได้ความแรงขึ้นมาอีกไม่น้อย หรือถ้าอยากจะตัดงบซีพียู เพื่อไปลงการ์ดจอให้สะใจ ทางเลือก Ryzen 3 3300X ก็น่าสนใจ เงินเหลืออีก 1-2 พันบาท สามารถขยับไปที่ RTX 2060 ได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีอาจจะต้องดูตามความเหมาะสมในการใช้งานของคุณกันอีกที

from:https://notebookspec.com/pc-spec-amd-ryzen-25000-shopee-gaming/535407/

7 ข้อ เช็คก่อนเปลี่ยน การ์ดจอ ให้เล่นเกมได้แรงลื่น คุ้มค่า ก่อนซื้อ ต้องดู!

แม้ว่าการ์ดจอรุ่นใหม่ nVIDA GeForce RTX 3000 series จะเพิ่งเปิดตัวกันไป แต่ก็ทำให้ตลาดก็ดูคึกคักมากขึ้น หลังจากช่วงสถานการณ์ COVID-19 ทำให้หลายสิ่งต้องชะลอตัว ซึ่งในครั้งนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยน กราฟิกการ์ด แต่จะเปลี่ยนทั้งที ก็ต้องเช็คกันสักหน่อย ว่าคุณพร้อมที่จะซื้อใหม่หรือยัง?

ก่อนที่จะไปหาซื้อกราฟิกการ์ดมาเปลี่ยนใหม่ นอกจากเรื่องเงินที่หลายคนต้องเตรียมเอาไว้แล้ว จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับค่าตัว ความแรง และสดใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ควรจะต้องนำมาคิดด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับการทำงานและประสิทธิภาพในการเล่นเกมโดยตรง ไม่แน่ว่าหลังจากที่คุณซื้อกราฟิกการ์ดมาอัพเกรดใหม่ บางอย่างอาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คุณคิด และ 7 ข้อนี้ เป็นข้อพิจารณา ที่คุณอาจจะต้องเช็ค ก่อนซื้อกราฟิกการ์ดใหม่

1.คอมที่ใช้ เป็นสิ่งแรกๆ ที่คุณควรต้องเช็ค โดยเฉพาะเรื่องของสเปค ค่อนข้างสำคัญ เพราะไม่ใช่ว่าคุณจะมีเงินแล้วทุ่มไปกับกราฟิกการ์ดจนหมดสิ้น เพราะสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือ ปัญหาซีพียูไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดได้อย่างเต็มที่ หรืออย่างที่ใครหลายคนเรียกติดปากว่า “คอขวด” นั่นเอง

การ์ดจอ

ขยายความคำว่าคอขวดสักเล็กน้อย ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราใช้ซีพียูรุ่นประหยัด เรียกว่ารุ่นล่างๆ ที่อาจมี Core/ Thread น้อย หรือความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่ไม่สูงนัก แต่บังเอิญเราได้กราฟิกการ์ดรุ่นรองท็อปตัวเทพ หรือรุ่นระดับไฮเอนด์ ที่มีสเปคค่อนข้างสูง แม้ว่าปัจจุบันประสิทธิภาพในการทำงานของ GPU จะทำได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าซีพียูไม่สามารถประมวลผลและส่งข้อมูลต่อไปให้กับการ์ดจอเพื่อสร้างภาพได้ทัน ก็จะทำให้ภาพที่ออกมาไม่นุ่มนวล ที่เห็นได้ชัดคือ เฟรมเรตจะขึ้นๆ ลงๆ ซีพียูทำงานเต็มที่แบบ Full load แต่กราฟิกการ์ดอาจจะทำงานเพียง 60-70% เป็นต้น

และความหมายที่ต่อจากตัวอย่างของคำว่า คอขวด นี้ก็คือ กรณีที่คุณมีคอมสักเครื่องหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นสเปคพื้นฐาน หรือเคยแรงในช่วง 5-6 ปีก่อน เช่น Intel Gen2 หรือ Gen4 หรือคุณเพิ่งซื้อคอมมาในงบประมาณที่อาจมีจำกัด ด้วยสเปคสำหรับการใช้งานทั่วไป ในเวลานั้นมันอาจจะตอบโจทย์การเล่นเกมของคุณได้ดีในระดับหนึ่ง แต่วันนี้มีกราฟิกการ์ดออกใหม่ และคุณมีงบประมาณมากพอ จึงเลือกกราฟิกการ์ดรุ่นที่แรงสุดๆ เช่น RTX 2080 SUPER หรือ RTX 3080 รุ่นใหม่ ซึ่งอาจจะแรงมากมายก็จริง แต่ในเมื่อคอมเครื่องเก่าของคุณ ไม่สามารถผลักดันไปให้ถึงขีดสุดได้ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นก็คือ เฟรมเรตที่อาจจะไม่ได้มากอย่างที่ควรจะเป็นหรืออาการภาพที่ไม่นุ่มนวล หากดูจากกราฟในโปรแกรมทดสอบหรือบน Task Manager ก็จะเห็นว่ามันแกว่งมากเกินไปนั่นเอง

การ์ดจอ

ดังนั้นแนวทางในการเลือกการ์ดจอใหม่ อาจจะเลือกกราฟิกการ์ด ที่เหมาะสมกับระบบที่คุณใช้ ซึ่งอาจดูตามสำนักทดสอบต่างๆ ทำออกมาให้ดู และเปรียบเทียบข้อมูลตามความต้องการ อาจจะไม่ได้ตัวที่แรงที่สุด แต่ก็เหมาะกับที่คุณใช้ จ่ายน้อยกว่าสบายกระเป๋า แต่ถ้าคุณคาดว่าจะอัพเกรดคอมหรือเปลี่ยนคอมใหม่ในไม่ช้า ซื้อที่ GPU แรงๆ ไว้เลยก็ได้ ไม่มีใครว่า แต่กว่าจะถึงเวลาที่คุณอัพเกรดหรือซื้อคอมใหม่ ราคาก็อาจจะร่วงลงมาให้ช้ำใจเล่นก็เป็น

การ์ดจอ

2.พื้นที่ภายในเคส ข้อนี้แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็อาจเป็นประเด็นใหญ่ ให้คุณต้องปวดหัวได้ไม่น้อย เพราะบางท่านตอนประกอบคอมใหม่ๆ ก็อาจไม่ได้สนใจเรื่องพื้นที่ภายในเคสมากนัก อาจจะดูแค่เพียงมีไฟสวย กระจกข้างใส พัดลมใหญ่ หรือราคาไม่แพงก็ตามแต่ ทำให้พื้นที่ภายในแอดอัด จนไม่สามารถใส่กราฟิกการ์ดรุ่นใหญ่ๆ ที่บางทีอาจจะมีถึง 3 พัดลมเข้าไปได้ สิ่งที่ต้องทำก็คือ เช็คมิติความยาวของการ์ดจอที่จะซื้อ และลองวัดดูว่าสามารถใส่เข้าไปในแนวยาวของเคสได้หรือไม่ หากไม่ได้เป็นเคสที่เก่าเกินไป ก็จะสามารถวางการ์ดจอที่ยาวระดับ 30-35cm ได้ แต่เคสบางรุ่นที่มีเบย์สำหรับใส่ฮาร์ดดิสก์อยู่ด้านหน้า ตามแบบที่เคสในรุ่นเก่าๆ มักจะเป็นกัน ก็อาจจะไม่สามารถใส่กราฟิกการ์ดที่ยาวเกิน 30cm ได้ ตรงจุดนี้ต้องเช็คให้ดี

การ์ดจอ

รวมไปถึงบางท่าน ก็ชื่นชอบการติดตั้งชุดน้ำ อาจจะวางปั้มน้ำ หรือเดินท่อน้ำเอาไว้จนเต็มพื้นที่ แม้ว่าจะพอขยับให้หลบหลีกได้บ้าง แต่อย่าลืมว่า พื้นที่ในการวางมือของคุณในการติดตั้งกราฟิกการ์ดขนาดใหญ่ อาจทำให้การประกอบยากขึ้น อีกทั้งสิ่งที่ต้องระวังก็คือ หากโดนท่อเหล่านี้ แล้วน้ำยาที่อยู่ภายในไม่รั่วออกมาตามรอยต่อ ที่คุณอาจเผลอไปโดนโดยไม่ตั้งใจ ก็ดีไป แต่ถ้าบังเอิญท่อหลุดหลวม แล้วน้ำยาไหลลงมาใส่การ์ดจอแล้วล่ะก็ อาจจะเสียใจหนักมาก และหากเคลมไม่ได้ ก็ต้องซื้อใหม่

3.เช็คความสามารถในการจ่ายไฟ ง่ายๆ เลยก็คือ เช็คเพาเวอร์ซัพพลายที่คุณใช้ พอต่อการจ่ายไฟให้กับกราฟิกการ์ดที่จะซื้อมาใหม่หรือไม่ เพราะแต่เดิมคุณอาจไม่ได้ซื้อ PSU ที่เผื่อสำหรับใช้งาน แต่เลือกแบบพอดีๆ กับสเปคเดิมที่ใช้ หรือจะเป็นช่างที่ร้านประกอบมาให้ โดยที่คุณเองไม่ได้ระบุ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกมาให้แบบพอดี เมื่อมาเจอกราฟิกการ์ดรุ่นใหญ่ๆ ใช้กำลังไฟสูงขึ้น สังเกตได้ง่ายจาก คอนเน็กเตอร์ ที่มีมาบนกราฟิกการ์ดแต่ละรุ่น จะเป็นเหมือนสิ่งที่บอกการใช้พลังงานของการ์ดรุ่นนั้นๆ

การ์ดจอ

โดยทั่วไป เมนบอร์ดจะสามารถจ่ายไฟให้กับการ์ดจอบนสล็อต PCI-Express x16 ได้ราว 75W ซึ่งถ้าเดิมบนการ์ดของคุณไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงเพิ่ม ก็คือใช้ไฟเท่านั้น แต่ถ้าเมื่อใดบนการ์ดมีให้ต่อไฟ 6-pin PCI-E นั่นแสดงว่า มันจะต้องใช้กระแสไฟ 150W (เมนบอร์ด 75W+75W connector) หรือถ้าเป็นการ์ดที่มี 8-pins connector แล้ว ก็จะหมายถึง 75W (เมนบอร์ด) + 150W (เพาเวอร์) รวมแล้วคือ 225W ส่วนถ้าเป็นรุ่นที่มีทั้ง 6-pins + 8-pins แล้ว ก็บวกกันไปตามคอนเน็กเตอร์ที่มีมาให้ และก็จะพอประเมินได้ในคร่าวๆ ว่าคุณจะต้องซื้อเพาเวอร์ซัพพลายมาเปลี่ยนด้วยหรือไม่? แต่ก็ต้องเผื่อในช่วงที่ Full-load เพื่อป้องกันการจ่ายไฟที่ไม่นิ่งเรียบด้วยเช่นกัน โดยการเลือกเพาเวอร์ซัพพลาย ให้ดูในส่วนของ +12V ที่จะบอกเรื่องของ Amp และ Watts ไว้อย่างชัดเจน

และต่อเนื่องมาจากเรื่องของการจ่ายพลังงาน ก็คือ บรรดาหัวต่อ Connector ต่างๆ เช่น 6-pins หรือ 8-pins ก็ควรจะต้องเพียงพอต่อการใช้งาน เป็นไปได้คือ มีมากกว่าที่ต้องต่อบนกราฟิกการ์ด 1-2 ชุด ไม่ควรต่อคอนเน็กเตอร์ทั้งหมดบนสายเดียวกัน ตามคำแนะนำของผู้จำหน่ายกราฟิกการ์ดเป็นส่วนใหญ่ เพื่อเสถียรภาพในการทำงาน

แต่ถ้าในกรณีที่คุณยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเพาเวอร์ซัพพลายใหม่ จะไปที่ 1000W++ ก็ย่อมได้ ไม่ใช่เรื่องยาก เงินแก้ปัญหาได้ในข้อนี้

การ์ดจอ

4.เล่นเกมอะไร? ความจริงก็ไม่น่าถามนะข้อนี้ เพราะถ้าการ์ดจอแรงดี เกมอะไรก็เล่นได้ แต่ที่ต้องเช็คก็คือ ในกรณีที่คุณซื้อกราฟิกการ์ดใหม่ มันควรจะต้องตอบสนองต่อการเล่นของคุณได้อย่างเต็มที่ หรือดีเกินคาด อย่างเช่น เดิมคุณอาจจะเล่นเกมแนว Puzzle หรือแนว RTS วางแผน เช่น Diablo หรือ DOTA2 ก็ไม่ได้ต้องใช้พลังการประมวลผลหนักหน่วงมากมาย กราฟิกการ์ดระดับกลาง ก็พอรับมือกับเกมเหล่านี้ได้ เช่น GTX 1660 หรือ RTX 2060 ขึ้นไปเป็นต้น หรือ ถ้าต้องการให้ลื่นไหลได้ภาพสวย แนะนำว่าลองดูจอคอมดีๆ สักรุ่น ให้มีรีเฟรชเรตสูงๆ เช่น 144Hz ขึ้น แล้วเลือกให้มี FreeSync หรือ G-Sync เท่านี้ก็จะได้ภาพที่ต่อเนื่องดูสบายตายิ่งขึ้น แต่ถ้าจอเหล่านั้นแพงเกินไป ก็อาจจะเน้นไปที่จอขนาดใหญ่ เห็นเต็มตา ดูออปเจกต์ภายในเกมได้ชัดเจนขึ้น ระดับ 27″ ขึ้นไป หรือปัจจุบัน 32″ ก็เริ่มที่ประมาณ 5 พันบาทเท่านั้น

การ์ดจอ

แต่ถ้าคุณเป็นคอเกมแอ็คชั่น ประเภทเดินหน้ายิง หรือเกม AAA อย่างเช่น Farcry, GTAV หรือจะเป็น NFS แล้วต้องการเล่นเกมบนความละเอียด 1080p แต่ให้มีความลื่นไหล หรือคุณเป็นคนชอบภาพในเกมที่มีรายละเอียดชัดเจน ต้องปรับ Detail ในระดับ High หรือ Very High หรือสูงกว่านั้น การเลือกกราฟิกการ์ดตัวท็อปๆ ที่มีสเปคดี VRAM จำนวนมาก CUDA หรือ Stream processor เยอะ และแรมความเร็วสูงดูจะเหมาะกว่า เช่น RTX 2070 SUPER หรือ RTX 3070, 3080 รวมไปถึง RX 5700 series เป็นต้น เพราะเกมเหล่านี้ ใช้ทรัพยากรหนักหน่วง ดังจะเห็นได้ในหลายการทดสอบ ที่ทำเอาการ์ดจอทำงานมากกว่า 90-95% ให้เห็นเป็นประจำ การจ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อแลกมากับความลื่นไหลที่ได้ ก็ดูคุ้มค่าไม่น้อย

การ์ดจอ

5.คุณภาพในการเล่นเกม เฟรมเรตที่เพิ่มขึ้น จะคล้ายกับข้อ 4 ด้านบน ขยายความก็คือ หากคุณต้องการภาพที่สวย และมีเฟรมเรตที่สูงด้วย รวมถึงการเล่นเกมในโหมดความละเอียดสูง เช่น Very High หรือ Ultra ก็ต้องแลกมาด้วยค่าตัวของการ์ดจอที่แรงพอสมควร เพราะเฟรมเรตที่ต้องการอาจจะต้องมากกว่า 60fps สำหรับการเล่นในโหมด 2K หรือ 4K ซึ่งต้องมากกว่าการเล่นบน Full-HD ยิ่งหากคุณมีจอความละเอียดสูง และรีเฟรชเรตสูงด้วยแล้ว การจะทำให้ภาพไหลลื่นดูเนียนตานั้น ต้องอาศัยศักยภาพของซีพียูและกราฟิกการ์ดอย่างมาก ซึ่งนั่นคงไม่ใช่แค่การใช้การ์ดจอระดับกลาง หรือการทั่วไป แต่ต้องมีพลังมากพอในการรีดเฟรมเรตออกมาให้สอดคล้องกับจอที่มีสเปคสูงด้วยเช่นกัน รวมถึงการสนับสนุน G-Sync หรือ FreeSync อีกด้วย

การ์ดจอ

6.สเปคที่ต้องแรงขึ้นกว่าเดิม ข้อนี้ยังไงก็เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงในการอัพเกรดได้เป็นอย่างดี สิ่งสำคัญคือ การเช็คสเปคให้แม่นยำ และพอประเมินจากตัวเลขบนข้อมูลได้ เพราะว่าการ์ดจอต่างยุคสมัย ต่างรุ่นและเวอร์ชั่น บางครั้งตัวเลขบางอย่างเท่ากัน แต่บางอย่างไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะกราฟิกการ์ดที่เป็นอดีตเทพ ก็มักจะมีตัวเลขในสเปคที่มาก แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป กราฟิกการ์ดรุ่นใหม่เข้ามา ในการ์ดระดับกลาง อาจมีตัวเลขบางอย่างที่มากกว่าอดีตเทพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแรงกว่าเสมอไป ดังเช่นในตารางที่ทำเป็นตัวอย่างมานี้ หากคุณตัดสินใจผิด แทนที่จะเสียเงินรอบเดียว ต้องไปซื้อการ์ดใหม่ เพราะลองเล่นแล้วกลับไม่ต่างไปจากการ์ดตัวเก่า ส่วนสิ่งต้องดูจะมีอะไรบ้าง เช่น CUDA core, Stream processor, VRAM, Interface รวมไปถึงความเร็วของ GPU และ Memory เป็นต้น

Model CUDA Memory Interface Mem speed Base clock
GeForce GTX 980 Ti 2,816 GDDR5 6GB 384-bit 7Gbps 1,000MHz
GeForce GTX 1650 SUPER 1,408 GDDR6 4GB 128-bit 12Gbps 1,530MHz
GeForce GTX 1660 Ti 1,536 GDDR6 6GB 192-bit 12Gbps 1,500MHz
GeForce GTX 1080 Ti 3,584 GDDR5x 11GB 352-bit 11Gbps 1,480MHz
GeForce GTX 1660 SUPER 1,408 GDDR6 6GB 192-bit 14Gbps 1,530MHz
GeForce RTX 2070 SUPER 2,560 GDDR6 8GB 256-bit 14Gbps 1,605MHz
GeForce RTX 3080 8,704 GDDR6x 10GB 320-bit 19Gbps

7.ค่าใช้จ่าย ข้อนี้อยู่ที่ความพึงพอใจของแต่ละบุคคล หลังจากที่ผ่านข้ออื่นๆ มาแล้ว เรื่องของงบประมาณก็น่าจะเป็นสิ่งสุดท้าย ที่จะนำมาใช้ในการตัดสิน ซึ่งหากคุณไม่ได้เดือดร้อนหรือเตรียมเก็บเงินไว้อยู่แล้ว จะเลือก RTX 3090 หรือ RTX 3080 ที่กำลังจะวางจำหน่ายอีกไม่นานนี้เลยก็ได้ เพราะถ้าดูจากประสิทธิภาพ และกลุ่มเป้าหมายที่เล่นเกมระดับ 8K การเล่นเกมที่มีอยู่ในเวลานี้ ก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย แต่จะมีเพียงสิ่งที่ได้เกริ่นไว้ในบางข้อก็คือ หากคอมที่คุณมียังไม่พร้อม เช่น เพาเวอร์ซัพพลายตัวเก่า อาจจะจ่ายไฟไม่พอ หรือเคสที่ใช้อยู่เล็กไป ต้องซื้อใหม่ หรือจะต้องปรับเปลี่ยนสิ่งใด ก็อาจจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ เอาไว้ด้วย เพราะลำพังตัวกราฟิกการ์ดเอง ก็ไม่อาจจะสร้างเฟรมเรตได้ทะลุทะลวงลื่นไหลได้ด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยเช่นกัน

from:https://notebookspec.com/7-question-change-graphic-card-for-game/535161/

เปิดตัว 11th Gen Intel Tiger Lake สำหรับโน้ตบุ๊คบางเบา พร้อมชนทุกสถาบัน เป็นไงไปชม

และแล้วก็ถึงเวลาที่ Intel จะกลับมาทวงความยิ่งใหย่อีกครั้งหลังจากปล่อยให้คู่แข่งไล้บี้ ด้วย Intel Tiger Lake ที่ได้เปิดตัวในค่ำคืนนี้ ซึ่งถือว่าเป็น 11th Gen core series เลยก็ว่าได้ ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 10 nm แรงขึ้น ในขณะที่ประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม สำหรับโน้ตบุ๊คโดยเฉพาะ

สรุปเลยสำหรับคนที่ไม่อยากอ่านเยอะ ว่า Tiger Lake มีจุดเด่นอย่างไร ทำไมถึงน่าสนใจ

  • Intel Tiger Lake เน้นที่โน้ตบุ๊คบางเบา ประหยัดพลังงาน เร็วมากขึ้นสูงสุดถึง 4.8 GHz
  • เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร
  • แบ่งเป็น 2 ซีรีย์ UP3 เน้นแรงมี TDP อยู่ 15 – 28 W และ UP4 มี TDP 7 – 15 W เท่านั้น
  • รองรับแรม DDR4-3200 เหมือนรหัส H และยังมีรุ่นที่เป็นแรมออนบอร์ดตัวใหม่ LPDDR4x-4266
  • การ์ดจอในซีพียูรุ่นใหม่ Intel Iris Xe แรงระดับ MX350
  • มาตรฐาน Intel Evo ที่การันตีว่าเครื่องใช้งานได้ตามมาตรฐานที่ Intel ต้องการ
  • มาพร้อม Thunderbolt™ 4
  • รองรับ PCIe Gen 4
  • ผู้ผลิตเตรียมพร้อมวางจำหน่ายกว่า 150 รุ่น จากหลายค่าย

หลังจากมีข่าวหลุดข่าวลือก็ถึงเวลาที่ Intel จะเปิดตัวซีพียูคอร์รุ่นที่ 11 ในรหัส Tiger Lake ที่ลดเทคโนโลยีการผลิตแบบ SuperFin ที่ 10 นาโนเมตร แม้จะยังตามหลังคู่แข่งที่ 7 นาโนเมตร แต่ขนาดไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง ด้วยการที่อินเทลพัฒนาซีพียูตัวใหม่นี้เพื่อตอบโจทย์สายทำงานในโน้ตบุ๊คบางเบา ไปจนถึงแท็บเล็ต ด้วยแกนสูงสุด 4 คอร์ 8 เธรด ที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 4.8 GHz เพื่อการทำงานที่รวดเร็วขึ้น แต่แม้จะมีความเร็วสูง แต่ Intel Tiger Lake กลับมี TDP เริ่มต้นอยู่แค่ 15W ไปจนสูงสุดถึง 28W เท่านั้นในรุ่น UP3 โดยรองรับทั้งแรมแบบ DDR4 ที่ความเร็ว 3,200 MHz หรือใส่เป็นแรมออนบอร์ดรุ่นพิเศษแบบ LPDDR4x ที่ประหยัดพลังงานมากกว่า แต่ยังให้ความเร็วถึง 3733 – 4266 MHz เลย

โดยสเปคของ UP3 ที่เน้นประสิทธิภาพ มีทั้งหมด 5 รุ่น

Processor Number Graphics Cores / Threads Graphics (EUs) Cache Memory TDP Base Freq (GHz) Max Single Core (GHz) Max All Core (GHz)
Intel® Core™ i7-1185G7 Intel Iris Xe 4 / 8 96 12MB DDR4-3200 LPDDR4x-4266 12-28W 3 4.8 4.3
Intel® Core™ i7-1165G7 Intel Iris Xe 4 / 8 96 12MB DDR4-3200 LPDDR4x-4266 12-28W 2.8 4.7 4.1
Intel® Core™ i5-1135G7 Intel Iris Xe 4 / 8 80 8MB DDR4-3200 LPDDR4x-4266 12-28W 2.4 4.2 3.8
Intel® Core™ i3-1125G4 Intel UHD Graphics 4 / 8 48 8MB DDR4-3200 LPDDR4x-3733 12-28W 2 3.7 3.3
Intel® Core™ i3-1115G4 Intel UHD Graphics 2 / 4 48 6MB DDR4-3200 LPDDR4x-3733 12-28W 3 4.1 4.1

.

หรือถ้าต้องการโน้ตบุ๊คที่บางเบาประหยัดพลังงานมากขึ้นไปอีก สำหรับแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค 2 in 1 หรือโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาเป็นพิเศษ โดยที่ประสิทธิภาพดร๊อปลงไปไม่เยอะมากก็ยังมีรุ่นที่เป็นรหัส UP4 ที่มี TDP เพียงแค่ 7-15W โดยที่ยังคงสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 3.6 GHz และยังใช้แรมแบบออนบอร์ดรุ่นพิเศษอย่าง LPDDR4x ที่ความเร็วสงถึง 4266 MHz

โดยสเปคของ UP4 ที่เน้นประสิทธิภาพ มีทั้งหมด 4 รุ่น

Processor Number Graphics Cores / Threads Graphics (EUs) Cache Memory TDP Base Freq (GHz) Max Single Core Turbo (GHz, up to) Max All Core Turbo (GHz, up to)
Intel® Core™ i7-1160G7 Intel Iris Xe 4 / 8 96 12MB LPDDR4x-4266 7-15W 1.2* 4.4 3.6
Intel® Core™ i5-1130G7 Intel Iris Xe 4 / 8 80 8MB LPDDR4x-4266 7-15W 1.1* 4 3.4
Intel® Core™ i3-1120G4 Intel UHD Graphics 4 / 8 48 8MB LPDDR4x-4266 7-15W 1.1* 3.5 3
Intel® Core™ i3-1110G4 Intel UHD Graphics 2 / 4 48 6MB LPDDR4x-4266 7-15W 1.8* 3.9 3.9

.

Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 ใหม่ มาพร้อมชิปกราฟิก Intel Iris Xe ที่อินเทลได้ยกเครื่องการออกแบบกราฟิกแบบออนบอร์ดใหม่หมดในรหัสรุ่น Willow Cove และกราฟิก Intel® Xe มาพร้อมจุดเด่น

  • กราฟิก Intel Iris Xeใหม่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า 90% ของการ์ดจอแยกที่นำมาใช้ในโน้ตบุ๊คบางเบาตอนนี้
  • รองรับ AV1 CODEC ประสิทธิภาพสูง ที่สามารถใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับความละเอียดระดับ 4K แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีแบนด์วิธจำกัด
  • รองรับอินเทอร์เฟซ PCIe Gen 4 ต่อกับ CPU สูงสุดสี่เลน

โดยแบ่งระดับประสิทธิภาพของกราฟิกในหน่วย EUs ยิ่งมากยิ่งแรง

โดยผลทดสอบของ Intel® Xe บอกเลยว่าเป็นออนบอร์ดที่แรงมาก เล่นได้ทุกเกมที่ 30 เฟรมขึ้นไป หรือบางเกมก็ถึงระดับ 100 เฟรมสบายๆ

และเมื่อเทียบกับรุ่นเก่าก็แรงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

เฟรมเหนือกว่าเห็นๆ

นอกนั้นยังมีโลโก้ Intel Evo การันตีคุณภาพของตัวโน้ตบุ๊คด้วย ประมาณว่าไม่ใช่จะออกโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่แบบไหนก็ได้ แต่ Intel ต้องทดสอบก่อนว่าได้มาตรฐานไหม ถึงจะได้โลโก้ Intel Evo ซึ่งมีคุณสมบัติได้แก่

  • แบตเตอรี่ให้การตอบสนองอย่างคงเส้นคงวา
  • เปิดใช้งานระบบจากโหมด Sleep ภายในไม่ถึง 1 วินาที
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ในสภาพแวดล้อมจริงเท่ากับหรือมากกว่า 9 ชั่วโมง สำหรับระบบที่ใช้จอแสดงผลความละเอียดระดับFHD
  • ชาร์จเร็วในเวลาน้อยกว่า 30 นาที เพื่ออายุการใช้งานนานสูงสุดถึง 4 ชั่วโมง สำหรับระบบที่ใช้จอแสดงผลความละเอียดระดับFHD
  • Thunderbolt™ 4
  • Intel® Wi-Fi 6 (Gig+)

ประสิทธิภาพการใช้งานเทียบระกว่างใช้แบตกับต่อ Adapter เทียบกับคู่แข่งที่แสดงให้เห็นว่าถึงจะต่อไม่ต่อ Adapter ก็ให้ประสิทธิภาพที่ไม่ต่างกัน ต่างจากคู่แข่งที่จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็เมื่อต่ Adapter เท่านั้น

โดยคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 อีกกว่า 150 ดีไซน์จากพันธมิตรหลายรายเช่น Acer, Asus, Dell, Dynabook, HP, Lenovo, LG, MSI, Razer, Samsung และอีกหลายราย

จากผลการทดสอบ พร้อมสเปคที่ทาง Intel เผยออกมาบอกได้เลยว่า Intel Tiger Lake หรือ Intel Core 11 Gen ตัวนี้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานที่แรงกว่าเดิม ประหยัดไฟกว่าเดิม และยังให้ประสิทธิภาพกราฟิกที่ดีกว่าเดิมมากโดยที่ไม่ต้องง้อกาณืดจอแยกเลย พร้อมรอชมความแรงได้ที่ Notebookspec เร็วๆนี้มีมาให้ชมกันแน่นอน

…..

นอกจากนั้น Intel ก็ยังได้สรุปฟีเจอร์เด่นของ Intel Core เจนเนอเรชั่น 11 ไว้อีกเพียบไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีภายใน

ผลทดสอบเพียบ

from:https://notebookspec.com/new-11th-gen-intel-tiger-lake-for-notebook/534752/

จัดสเปคคอม 10,000 บาท Intel Gen 10 ที่ Advice ดูหนัง ทำงาน เล่นเกมง่าย อัพเกรดได้

ในยุคที่ของแพง แต่พีซีราคาถูกก็ยังมี เช่นเดียวกับการ จัดสเปคคอม 10,000 บาท ที่ Advice ในวันนี้ ก็จัดมาให้สำหรับบ้านใครที่มีลูกหลาน ใช้งานกันหลายคน คอมเครื่องเดียวแบ่งกันใช้ ทำงานทั่วไป ดูหนัง แต่งภาพ เล่นเกมง่ายๆ

เลือกสเปคอะไรดี Intel Gen 10
ในงบประมาณระดับ 10,000 บาทนี้ มีตัวเลือกอยู่ค่อนข้างจำกัด ยิ่งเวลานี้ซีพียูบางรุ่นก็ขาดตลาด อาจจะทำให้หลายคนเลือกยากขึ้น แต่เราจัดมาให้ในระดับที่ใช้งานได้ไม่อึดอัด เริ่มด้วยซีพียู Intel Core i3 แม้จะราคาสูงหน่อย ถ้าเทียบกับ Pentium แต่เมื่อเทียบสเปคแล้วน่าลงทุน และยังไปต่อได้กับการ์ดจอที่จะเพิ่มในอนาคต โดยมีแรม DDR4 8GB มาเริ่มต้น พร้อมกับฮาร์ดดิสก์ 1TB พร้อมด้วยเคสแบบสวยๆ สเปคนี้่ เน้นสำหรับการเรียน ทำงานทั่วไป แต่งภาพง่ายๆ เล่นเกมที่ไม่ใช้ทรัพยากรมากนัก โดยปรับกราฟิกในเกมช่วยได้

จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i3-10300 หน่วยประมวลผล ราคา 5,540 บาท
ค่อนข้างน่าเสียดายที่ซีพียูตัวเลือกอย่าง Core i3-10100 ค่อนข้างหายาก ในวันที่จัดสเปคนี้ก็ยังขาดอยู่ ไม่อย่างนั้นราคาก็จะลดลงอีกเกือบพันบาท เพราะเปิดที่ 4 พันกว่าๆ เท่านั้น แต่ได้ซีพียู 4 core/ 8 thread รองรับการใช้งานในปัจจุบันได้สบาย ความเร็ว Boost มากถึง 4.3GHz แต่อย่างไรก็ดี ในรุ่น i3-10300 ที่เลือกมานี้ ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่คาดว่าจะซื้อการ์ดจอมาเพิ่มจาก iGPU UHD Graphics 630 ที่มีอยู่ในซีพียูรุ่นนี้ ซึ่งสามารถใช้งานด้านต่างๆ ได้พอสมควร แต่ราคาอาจจะดุไปนิดราว 5,xxx บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เมนบอร์ด ASRock H410M HDV (Mainboard) ราคา 2,090 บาท
จัดว่าเป็นเมนบอร์ด H410 สำหรับซีพียู Intel Gen 10 ตัวคุ้มอีกรุ่นหนึ่งในตลาด และยังเคาะราคาต่ำกว่า 2,000 บาท อีกด้วย กับฟีเจอร์พื้นฐานที่เพียงพอต่อการใช้งาน ระบบเสียงคุณภาพ และรองรับการเล่นเกมได้อีกด้วย เป็นเมนบอร์ด mATX ที่มีฟีเจอร์ครบครัน ทั้งด้านเสียงและภาพ รองรับแรมได้สูงสุด 64GB และมีสล็อต PCI-Express 3.0 x16 สำหรับการ์ดจอ รวมถึง PCI-E x1 อีก 2 สล็อต แต่ที่น่าสนใจก็คือ ASRock ใส่ชุดภาคจ่ายไฟและ Choke ที่เป็นชิ้นส่วนคุณภาพมาระดับเมนบอร์ดรุ่นกลางๆ เลย รวมถึงพอร์ตแสดงผลที่มีให้เลือก 3 แบบ VGA, DVI และ HDMI ค่อนข้างเยอะกว่ารุ่นอื่นๆ ในตลาด
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี LEXAR DDR4 2666 8GB ราคา 830 บาท
ในส่วนของแรมเรียกว่าเน้นการใช้งานพื้นฐาน จึงไม่ต้องซีเรียสมากนัก เข่นเดียวกับ LEXAR ที่จัดมาในครั้งนี้ กับความจุระดับ 8GB DDR4 2666 ซึ่งราคาค่อนข้างน่าใช้ และยังมีสล็อตแรมเหลืออีก 1 ช่อง สำหรับการอัพเกรดได้ในภายหลัง แม้ว่าแรมจะไม่ได้ติดตั้งชุดระบายความร้อนมาด้วยก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะความร้อนค่อนข้างน้อย แต่ถ้าต้องการแรมที่มีซิงก์สวยๆ เพิ่มเงินอีกราว 2-300 บาท ก็จะมีตัวเลือกให้ได้ใช้งานมากขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

ฮาร์ดดิสก์ อุปกรณ์เก็บข้อมูล Seagate Barracuda 1TB-ST1000DM010 ราคา 1,070 บาท
ตัวเลือกของฮาร์ดดิสก์ระดับ 1TB มีด้วยกันหลายรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่คุณสมบัติคล้ายกัน ส่วน Seagate รุ่นนี้ มาพร้อมความจุที่มากพอสำหรับการติดตั้งวินโดวส์ และเก็บข้อมูลได้ในตัว ความเร็วรอบระดับ 7,200rpm รวมถึงบัฟเฟอร์ก็ไม่ได้น้อย สามารถตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ ที่สำคัญการรับประกัน 3 ปี และการันตีเปลี่ยนตัวใหม่ภายใน 2 ปีอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย Antec V550 550W ราคา 940 บาท
จัดว่าเป็นรุ่นยอดนิยมในสายของเพาเวอร์ตัวคุ้มกับ 550W ไม่ถึงพันบาท แต่การจ่ายไฟทำได้ดีพอสมควร แม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นโดดเด่น เพราะเป็นเพาเวอร์พื้นฐาน ถอดสายไม่ได้และยังไม่ได้เป็นสายถัก แต่สามารถจ่ายไฟให้กับการ์ดจอระดับ GTX 16xx ได้ และมีคอนเน็กเตอร์สำหรับ PCI-E มาอีก 2 ชุดด้วยกัน กับการรับประกันอีก 2 ปี
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร์ AeroCool Streak RGB ราคา 775 บาท
ในการ จัดสเปคคอม ครั้งนี้เลือกเคสที่ราคาประหยัด คุณสมบัติสมค่าตัว กับสไตล์ที่เปิดด้านในโปร่ง ด้านหน้ามีไฟ LED ติดมาให้ปรับเล่นได้บ้างเล็กน้อย มีการระบายความร้อนที่ดีพอสมควร ด้านหลังมีพัดลมให้ 1 ตัว และรองรับเมนบอร์ด mATX ที่เลือกไว้ได้สบาย รองรับการเพิ่มการ์ดจอได้ไม่ติดขัด และด้านข้างใสแต่เป็นอะคลิลิค ซึ่งถ้าต้องการที่เป็นด้านข้างกระจกเทมเปอร์ ก็มีตัวเลือกที่ต้องเพิ่มเงินราว 4-500 บาท ให้ได้ใช้งานกัน เพราะเคาะราคารุ่นนี้ออนไลน์ ไม่ถึง 800 บาทเลย
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 10,000 บาท ที่ Advice ครั้งนี้ ไปจบอยู่ที่ 11,245 บาท กับราคาของซีพียูที่ค่อนข้างโดดไปพอสมควร จากที่ตั้งใจเอาไว้ แต่ถ้ามองว่าแลกกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นมา เพื่อให้ใช้รองรับการใช้งานร่วมกับการ์ดจอที่เพิ่มเข้ามาในอนาคต ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้คุ้มค่า และเซ็ตที่จัดให้มานี้ กราฟิกจะเป็นแบบออนซีพียู Intel UHD Graphic 630 ซึ่งความสามารถ ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ดูหนัง หรือจะแต่งภาพแบบง่ายๆ ก็ทำได้ แต่ถ้าต้องการเล่นเกมจริงจัง ก็มีสล็อตที่ให้เพิ่มการ์ดจอได้ในภายหลัง ส่วนในด้านการจัดเก็บข้อมูลเป็นฮาร์ดดิสก์ ที่เหมาะกับสเปคพื้นฐานนี้มากกว่า เนื่องจากราคาไม่แรง แต่ถ้ามองว่าต้องการ SSD สำหรับบูตระบบ หรือติดตั้งโปรแกรมพื้นฐาน ใช้งานได้เร็วขึ้น ก็อาจจะเพิ่มเงินราว 5-600 บาท สำหรับ SSD 240GB ที่ช่วยให้การทำงานลื่นขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/pc-spec-10000-intel-advice-entertainment/535160/

แนะนำ Notebook ทำงาน พกพา น่าซื้อปี 2020 สเปกใหม่ AMD Ryzen แรงคุ้ม เบาสุดๆ ที่ 1 โลนิดๆ มี Office แท้ งบ 13,900 – 29,900 บาท

เข้าสู่ช่วงปลายปี ทำให้ Notebook ทำงานปี 2020 รุ่นใหม่ๆ เลยออกมาเสริมเพิ่มเติม จากการมาของสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นใหม่ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนานกว่า ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย เรียกได้ว่าประสิทธิภาพงานประมวลผลแรงเทียบเท่าฝั่ง Gaming Notebook เลยก็ว่าได้

อีกทั้งมีฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าไม่ว่าจะเป็นแรมมาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz และ SmartShift  รวมถึง Wi-Fi 6 AX ที่ยอดยอดประสบการณ์ใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งกับความร้อนที่เกิดขึ้นก็น้อยกว่า และแบตเตอรี่เมื่อใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ยาวนานกว่าเดิมด้วย ซึ่งในตลาดตอนนี้มี AMD Ryzen 5 4500U /AMD Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือกหลัก อย่างไรก็ตาม AMD Ryzen 3000U ก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ กับราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงเลย อย่าง Ryzen 3 3250U / Ryzen 5 3500U

โดย AMD Ryzen 4000U เน้นติดตั้งใน Notebook ทำงานที่เน้นความบางเบาประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงานในราคาคุ้มค่าในตอนนี้นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ จากการร่วมมือของแต่ละแบรนด์ Notebook อย่าง Acer / ASUS Dell / MSI / Lenovo ด้วยราคาคุ้มค่าแต่ได้ประสิทธิภาพดีเยี่ยม โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook ทำงาน พกพา น่าซื้อปี 2020 สเปกใหม่ AMD Ryzen แรงคุ้ม เบาสุดๆ ที่ 1 โลนิดๆ มี Office แท้ งบ 20,000 – 30,000 บาท ประกันดีที่สุดเป็น 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน จะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

ASUS VivoBook 14 D413DAราคา 13,900 – 19,900 บาท

ASUS VivoBook 14 D413 เป็น Notebook ทำงาน หน้าจอ 14″ ที่ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ VivoBookที่เน้นสีสันและความสนุกสนาน ช่วยการทำงานมัลติทาสกิ้ง และการใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ตัว WiFi 6 AX ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ที่สำคัญยังเปิดตัวสีใหม่รับปี 2020 มาพร้อมสีสัน 4 เฉดสี อย่างสี Resolute Red, Gaia GreenDreamy White และ Indie Black ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook 14 D413 มาพร้อมสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series อย่าง Ryzen 4500U ได้การ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 รุ่นใหม่ ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน มาพร้อมขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz  พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที พร้อมลำโพงเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon ราคาขายไทยอยู่ที่ 19,990 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

โดดเด่นด้วยสีสันทูโทนรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องภายนอกและด้านในได้วัสดุคุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะส่วนของส่วนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น ส่วนตัวด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกที่แข็งแรง ทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา มีการนำเสนอพื้นผิวแบบเรียบเนียนสัมผัสดี ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และขอบจอบางเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ปี 2020 ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ติดเครื่องมาพร้อม Windows 10 ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย

นอกเหนือจากนี้ยังมีในส่วนของรุ่น ASUS VivoBook 14 D413DA กับราคา 13,900 / 15,900 บาทด้วย โดยหลักๆ แล้วมีดีไซน์ที่เหมือนกัน แต่ต่างกันที่สเปกภายใน โดยใช้เป็น AMD Ryzen 3 3250U / Ryzen 5 3500U ซึ่งมีความแรงที่เป็นรองกว่า AMD Ryzen 5 4500U ก็จริง แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานแล้วแน่นอน พร้อมแรมขนาด 8GB ได้ SSD ความจุ 512GB นับได้ว่ามีความคุ้มค่ามากๆ กับโน้ตบุ๊คบางเบาให้ความพรีเมียมในราคาเพียงหมื่นบาทกลางๆ เท่านั้น

Acer Aspire 3 A314-22 ราคา 15,900 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 เป็น Notebook ทำงานหน้าจอขนาด 14″ ที่เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Acer Aspire 3 สเปก AMD รุ่นก่อนๆ อย่างน่าประทับใจทีเดียว ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงคุ้มค่าอย่าง AMD Ryzen 5 3500U รวมไปถึงแรมขนาด 8GB และ SSD M.2 ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สนนราคาถูกสุดเพียง 15,900 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คเน้นคุ้มค่าในเรื่องของการเชื่อมต่อ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน  แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.1 Type-C เลย น่าจะให้มาซัก 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษาเรียนออนไลน์ ที่เน้นใช้งานทั่วไปในราคาคุ้มค่าไม่แพงให้ประสิทธิภาพพอตัว รองรับการพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนกันด้วยน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัม พร้อมแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนนเกือบตลอดทั้งวัน อแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดมากๆ

ด้านการออกแบบดีไซน์ของ Acer Aspire 3 A314-22 รุ่นนี้จะมาในสไตล์เรียบๆ ได้หน้าจอแบบขอบจอบาง โดยลักษณะรวมแล้วเป็นสีดำแบบมันวาว Charcoal Black หรือสีเงินสว่าง Pure Silver มีลักษณะพื้นผิวแบบเรียบๆ แต่ดูดี ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่ายๆ มาพร้อมสเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบครันด้วยสเปกใหม่ล่าสุด ในงบประมาณการเลือกซื้อที่ไม่แพงจนเกินไป ด้านการออกแบบดีไซน์ใหม่นี้จะมาในสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามดูดีเกินราคา

MSI Modern 14 ราคา 19,990 – 23,590 บาท

MSI Modern 14 เป็น Notebook ทำงานรุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 4500U / Ryzen 7 4700U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 / 7 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง19,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน้ตบุ๊กทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน้ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 22,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็น Notebook ทำงานหน้าจอ 14″ ประจำปี 2020 ที่ราคาถูกและครบเครื่องสุด ด้วยดีไซน์บางเบา Thin & Light วัสดุเป็นพลาสติกเกรดดี ได้ขอบจอบาง Narrow Bezel ทั้ง 3 ด้านซ้ายขวาและขอบบน ทำให้มีสัดส่วนจอแสดงผลเยอะกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอใหญ่ ๆ แบบก่อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง แต่ได้ความสวยงามคุ้มค่า ซึ่งขอบจอด้านในเป็นสีดำตัดกับสีตัวเครื่องโดยรวมอย่าง Platinum Grey ดูแล้วมีความสวยงามลงตัว เครื่องบางเพียง 19.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่ 1.85 กิโลกรัมเท่านั้น รวมไปถึงมิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับเทียบเท่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ด้วย

ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U Series พร้อมขายในไทย มีราคาที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ที่ 22,990 บาท สำหรับรุ่นหน้าจอ 15.6″ ด้วย AMD Ryzen 5 4700U (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) ทำงานแบบ 8 คอร์ 8 เธร์ด การ์ดจอออนชิป Radeon 6 ประสิทธิภาพดีขึ้น รองรับการเล่นเกมออนไลน์พอได้  แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 DDR4 Bus 3200MHz สำหรับที่เก็บข้อมูลให้มาเป็น SSD ความเร็วสูงแบบ M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB เรียกได้ว่าได้ประสิทธิภาพการทำงานได้ดีเยี่ยมแน่นอน

ส่วนหน้าจอเป็นขนาด 14″ ที่ได้ความละเอียด Full HD เรียบเนียนตา พาเนล IPS คุณภาพดี สวยงาม มุมมองกว้าง พร้อมมีลำโพงคุณภาพดีทำงานร่วมกับระบบเสียง Dolby Audio ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ครบครัน ได้แก่ 1 x USB 3.1 Type-C, 2 x USB 3.1 Type-A, HDMI, และ SD card reader รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย รองรับการทำงานทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเบาๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานได้ทันที การรับประกัน 2 ปี ตามมาตราน Lenovo

ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 24,990 – 29,990 บาท

ASUS ZenBook 14 UM425IA เป็น Notebook ทำงานบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ HDMI, USB Type A, USB Type-C และ microSD card reader นำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 22 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 4000U series ซึ่งมีทั้ง Ryzen 5 4500U และ Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือก ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 16 GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UM425IA วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ปี 2020 เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดแบบเนี๊ยบเฉียบตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่สำคัญตัวเครื่องก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานว่าเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UM425IA ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 140 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง รวมไปถึงในการเข้าใช้งานก็สามรถทำได้ง่ายและปลอดภัยด้วยการสแกนใบหน้าผ่านทาง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello นั่นเอง

Acer Swift 3 SF314-42 ราคา 22,900 – 25,900 บาท

Acer Swift 3 (SF314-42) เป็น Notebook ทำงานบางเบาดีไซน์สวย ได้หน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2020 มีสีสัน Mauve Purple ที่ออกเป็นสีม่วงแบบมังคุดไทยๆ ให้ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และสีเงินสว่างๆ Pure Silver ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส ให้เลือกซื้อกัน

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาท ทำให้เราใช้ Word / Excel / Power Point ได้ทันที

ประกันเป็น 2 ปี สเปก Ryzen 5 4500U / 3 ปี (ปีแรก On-site) สเปก Ryzen 7 4700U พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วเพื่อเข้าใช้านอีกด้วย

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 13 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อสังเกตของ Acer Swift 3 สเปก Ryzen 7 4700U ก็คือพาเนล IPS ให้ขอบเขตสีระดับกลางๆ แต่รวมๆ แล้วก็ยังให้ประสบกาณ์ใช้งานก็ยังเยี่ยมยอดอยู่ และแม้ไม่มีฟีเจอร์ Thunderbolt 3 อย่างสเปก Intel Core i Gen 10U เท่านั้นเอง (ไม่จำเป็นสำหรับคนส่วนมากด้วย)

Dell Inspiron 14 5405 ราคา 22,990 – 27,990 บาท

Dell Inspiron 14 5405 เป็น Notebook ทำงานหน้าจอ 14″ ขอบบางเฉียบ เน้นพกพา ตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คที่ให้ความบางเบา ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอออนชิป Radeon เป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.4 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 14.9 มิลลิเมตร แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200Hz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB / 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย

สเปกของ Dell Inspiron 14 5405 จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ Ryzen 5 4500U ทำงานแบบ 6C/6T (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) และ Ryzen 7 4700U ทำงานแบบ 8C/8T (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) แน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ได้ความแรงลื่นแบบก้าวกระโดดในราคาไม่แพงเลย

ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อรองรับเป็น USB 3.2 Type-A / USB 3.2 Type-C ส่วนไร้สายจะเป็น Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใส่ใจในรายละเอียดก็คือ มีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 17.9 มิลลิเมตร การรับประกัน 2 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell ที่เราทุกคนในเรื่องของการบริการที่ประทับใจ

โดย Dell Inspiron 14 5405 มีให้เลือกทั้งสีสันสีเงิน Platinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน รวมไปถึงเหมาะสมกับสาวๆ ที่ดูลงตัวเรียบง่าย พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีเดียวกับตัวเครื่องที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ สนนราคาไม่แพงเลย สำหรับสเปก Ryzen 5 4500U อยู่ที่ 22,990 บาท และรุ่น Ryzen 7 4700U ที่ 27,990 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด

from:https://notebookspec.com/portable-notebooks-last2020-spec-amd-ryzen/535229/