คลังเก็บป้ายกำกับ: BUYER’S_GUIDE

6 ที่จับมือถือในรถยนต์ ดู GPS สะดวกขับรถปลอดภัยถึงปลายทางสบายๆ เริ่มแค่ 89 บาท

ที่จับมือถือเป็นอุปกรณ์ควรมีติดรถเพื่อความปลอดภัย ดูแผนที่สะดวกขึ้น

smartphoneholder cover

สำหรับคนที่เดินทางไปไหนมาไหนแล้วไม่คุ้นทางต้องเปิดแผนที่เป็นประจำ ในรถควรมีที่จับมือถือติดเอาไว้ด้วยเพื่อให้คนขับสามารถดูแผนที่ได้สะดวกไม่ต้องเอื้อมหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงมาถือแล้วดูแผนที่ให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้เราสามารถหาที่จับสมาร์ทโฟนได้ตั้งแต่ราคาสิบไปจนถึงหลักพันบาทที่มีฟีเจอร์ต่างๆ ติดตั้งมาให้มากมายอีกด้วย

Advertisementavw

สำหรับที่จับสมาร์ทโฟนในปัจจุบันจะมีทั้งรุ่นที่จับอย่างเดียวและยึดติดเอาไว้กับจุดต่างๆ ในรถยนต์ ไม่ว่าจะแขวนติดกับกระจกมองหลัง, ช่องแอร์หรือจะใช้ตัวดูดสุญญากาศติดเข้ากับกระจกก็มีให้เลือก และสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนี้ก็รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายได้เลยมีที่จับสมาร์ทโฟนแบบรวมฟังก์ชั่นชาร์จไร้สายให้เลือกไปใช้งานได้ด้วย

ที่จับมือถือ

6 ที่จับมือถือน่าใช้ ติดรถมองแผนที่สะดวกปลอดภัยแน่นอน

ถ้าใครกำลังจะหาที่จับสมาร์ทโฟนมาติดรถเอาไว้สักอันเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกเวลาเดินทาง ในตอนนี้จะมีตัวเลือกราคาไม่แพงและคุณภาพใช้ได้ให้เลือกกันโดยทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำมีดังนี้

  1. ที่จับสมาร์ทโฟน Joyroom (89 บาท)
  2. ที่จับสมาร์ทโฟนในรถ Ankndo (119 บาท)
  3. ที่จับสมาร์ทโฟนในรถแบบแม่เหล็ก Ankndo (126 บาท)
  4. Hoco HK12Thor (147 บาท)
  5. ที่จับสมาร์ทโฟนในรถ CENZIMO (169 บาท)
  6. Xiaomi 20W Wireless Car Charger (1,099 บาท)
1. ที่จับสมาร์ทโฟน Joyroom (89 บาท)

080f711608739a336fd9a6dda005e303

 

ชิ้นแรกเป็นที่จับสมาร์ทโฟนในรถของ Joyroom โดยเป็นที่จับแบบพลาสติก ยึดกับคอนโซลหรือกระจกหน้ารถได้ด้วยตัวดูดสุญญากาศ และควรทำความสะอาดจุดยึดให้เรียบร้อยก่อนติดตัวจับมือถือเข้ากับคอนโซลหรือกระจกรถ จับสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่สุด 6.7 นิ้ว หรือราว iPhone 13 Pro Max ได้ หมุนที่จับได้ 360 องศา มีก้านล็อคสำหรับปรับองศาก้มเงยและก้านจับมือถือยืดหดได้มากสุด 25 เซนติเมตร ส่วนก้านจับมือถือจะล็อคสมาร์ทโฟนทันทีเมื่อด้านหลังมือถือแตะกับปุ่มตรงกลางตัวแท่น นับเป็นที่จับสมาร์ทโฟนราคาไม่แพงฟแต่น่าใช้รุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำกันในบทความนี้

สเปคของที่จับสมาร์ทโฟน Joyroom
  • ยึดกับคอนโซลหรือกระจกหน้ารถได้ด้วยตัวดูดสุญญากาศ หมุนที่จับได้ 360 องศา
  • จับสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่สุด 6.7 นิ้ว
  • มีก้านล็อคปรับองศาก้มเงยและก้านจับมือถือยืดหดได้มากสุด 4 เซนติเมตร
  • ราคา 89 บาท (sevenshoponline Shopee)
2. ที่จับสมาร์ทโฟนในรถ Ankndo (119 บาท)

63a18ebb448bd2b7531f50734265fa37

ที่จับสมาร์ทโฟนของ Ankndo รุ่นนี้เป็นแบบติดเข้ากับก้านกระจกมองหลังรถยนต์โดยตัวล็อคเป็นแบบปากคีบล็อคเข้ากับตัวก้านได้เลยและขนาดของตัวคีบสามารถหนีบก้านโลหะขนาด 14-30 ซม. ได้ ตัวก้านสามารถหมุนตัวก้านได้ 360 องศา, หมุนให้ก้านพับขึ้นลงได้ 180 องศาและหมุนตัวแฮนด์จับสมาร์ทโฟนได้ 360 องศา มีระยะยืดหด 190-210 มม. จับสมาร์ทโฟนได้กว้างสุด 90 มม. ทำให้จับสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ได้ ดังนั้นคนนั่งหลังสามารถเอาที่จับสมาร์ทโฟนอันนี้จับเข้ากับก้านพนักพิงศีรษะคนนั่งด้านหน้าเพื่อดูหนังได้เช่นกัน ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นของใช้ที่เหมาะทั้งคนขับและคนนั่งรถทั้งคู่

สเปคของที่จับสมาร์ทโฟนของ Ankndo
  • ติดกระจกมองหลังรถได้ด้วยปากคีบจับ หมุนที่จับได้ 360 องศา
  • แท่นสามารถจับมือถือได้กว้างสุด 90 มม.
  • มีก้านล็อคปรับองศาก้มเงยและก้านจับมือถือมีระยะยืดหด 190-210 มม.
  • ราคา 119 บาท (ankndo.th Shopee Mall)
3. ที่จับสมาร์ทโฟนในรถแบบแม่เหล็ก Ankndo (126 บาท)

f067cf6e17c65cbd4cd55e382e88e26b

ที่จับสมาร์ทโฟนของ Ankndo อีกรุ่นที่น่าสนใจเช่นกันเป็นแบบยึดฐานเข้ากับคอนโซลหน้ารถด้วยเทปกาว 3M และทาง Ankndo ออกแบบก้านระหว่างฐานสองฝั่งเป็นแบบพิเศษ ทำให้หมุนเปลี่ยนองศาได้เป็นอิสระไม่ว่าจะตั้งให้ตัวเสาสูงขึ้นหรือราบติดหน้าคอนโซลรถก็ได้เช่นกัน ส่วนแท่นสำหรับติดสมาร์ทโฟนเป็นแม่เหล็กโดยในแพ็คเกจจะมีแผ่นแม่เหล็กให้ติดสมาร์ทโฟนหรือเคสมือถือได้จึงยึดมือถือเข้าแท่นได้ง่ายมากและทางผู้ผลิตเคลมว่าแม่เหล็กของตัวแท่นยึดกับแผ่นด้านหลังมือถือจะไม่บล็อคสัญญาณสมาร์ทโฟนอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเคยใช้แท่นจับมือถือแบบนี้มาก่อนซึ่งจัดว่าใช้งานได้สะดวกและแรงยึดดีไม่หลุดง่ายอย่างแน่นอน

สเปคของแท่นจับสมาร์ทโฟน Ankndo
  • ติดกับคอนโซลด้วยกาว 3M และล็อคกับสมาร์ทโฟนด้วยแม่เหล็ก
  • แท่นสามารถหมุนเปลี่ยนองศาได้อย่างอิสระทั้งตั้งสูงและราบกับหน้าคอนโซล
  • ทึ่ยึดมือถือไม่บล็อคสัญญาณมือถือ
  • ราคา 126 บาท (ankndo.th Shopee Mall)
4. Hoco HK12Thor (147 บาท)

04fc5c18b4118d169dcd1b2ede1205fc

Hoco HK12Thor ตัวนี้เป็นแท่นจับมือถือแบบตัวดูดสุญญากาศติดเข้ากับกระจกหรือคอนโซลหน้ารถยนต์ได้ สามารถจับมือถือได้ตั้งแต่ขนาด 4-6.9 นิ้ว ตัวแท่นมีปุ่มกดเพื่อล็อคหรือคลายมือถือและหมุนตัวแท่นได้ 360 องศา ยืดแท่นเข้าหาผู้ใช้ได้ 4 ซม. ตัวแท่นเป็นพลาสติก ABS และเกลียวน็อตล็อคเป็นโลหะอลูมิเนียม สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจแน่นอน ถ้าใครใช้สมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ก็ซื้อแท่นนี้ไปใช้งานจะดีที่สุด

สเปคของ Hoco HK12Thor
  • ยึดกับคอนโซลหรือกระจกหน้ารถได้ด้วยตัวดูดสุญญากาศ หมุนที่จับได้ 360 องศา
  • จับสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่สุด 4-6.9 นิ้ว
  • มีก้านล็อคปรับองศาก้มเงยและก้านจับมือถือยืดหดได้ยาวสุด 4 เซนติเมตร
  • ราคา 147 บาท (vpn88_official Shopee)
5. ที่จับสมาร์ทโฟนในรถ CENZIMO (169 บาท)

2a93e389a098ed063dda4d8f2002c4f9

แท่นจับสมาร์ทโฟนนอกจากแบบแฮนด์จับลอยอย่างเดียวก็มีแบบแท่นวางมือถือติดกับคอนโซลหน้ารถของ CENZIMO ด้วย โดยตัวแท่นใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ติดเทปกาว 3M เข้าคอนโซลหน้ารถก็เปิดฝาวางมือถือได้เลย มีเขี้ยวตั้งมือถือ 4 เขี้ยว เปลี่ยนองศาการมองเห็นได้สะดวก รองรับหน้าจอขนาด 3-7 นิ้ว และถ้าใครห่วงเรื่องที่ตัวแท่นยึดด้วยกาวซิลิโคนก็ไม่มีปัญหาเพราะสามารถแกะออกมาได้โดยไม่มีคราบกาวและนำกลับมาติดได้สะดวกด้วย

สเปคของ Hoco HK12Thor
  • ยึดกับคอนโซลหรือกระจกหน้ารถได้ด้วยเทปกาว 3M เป็นแท่นวางมือถือแบบเปิดฝา
  • จับสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่สุด 3-7 นิ้ว
  • มีเขี้ยวตั้งมือถือปรับองศาการมองเห็นได้ 4 เขี้ยว
  • ราคา 169 บาท (chengzimoth.th Shopee)
6. Xiaomi 20W Wireless Car Charger (1,099 บาท)

20465f1e404150496d000b98c53e7848

ส่วนแท่นจับมือถือในรถรุ่นสุดท้ายที่แนะนำเป็น Xiaomi 20W Wireless Car Charger โดยเป็นทั้งแท่นจับและชาร์จมือถือที่รองรับการชาร์จไร้สายสามารถชาร์จแบตเตอรี่ไประหว่างติดแท่นนี้ได้เลย โดยมีกำลังชาร์จ 20 วัตต์โดยใช้สาย USB-C และชาร์จมือถือใส่เคสได้โดยตัวเคสต้องหนาไม่เกิน 4 มม. มีระบบระบายความร้อน 2 ชั้น ตัวแท่นกางออกได้กว้างสุด 81.5 มม. ให้จับสมาร์ทโฟนได้หลายรุ่น ส่วนวิธีล็อคเข้ากับรถยนต์จะมีวิธีล็อคเข้ากับตัวรถโดยยึดเข้ากับช่องแอร์หรือใช้แผ่นกาว 3M ก็ได้ นับเป็นแท่นจับมือถือที่เหมาะกับสมาร์ทโฟนที่มีระบบชาร์จไร้สายมาก

สเปคของ Xiaomi 20W Wireless Car Charger
  • ยึดกับคอนโซลด้วยเทปกาว 3M หรือติดกับช่องแอร์ก็ได้ 
  • ยืดตัวจับมือถือได้กว้างสุด 81.5 มม. จับสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่ได้
  • รองรับการชาร์จไร้สาย 20 วัตต์ด้วยสาย USB-C
  • ราคา 1,099 บาท (JY Official Store Shopee Mall)

สรุปสเปคที่จับมือถือ 6 รุ่นน่าเอามาติดน่ารถ ดูแผนที่สะดวกและปลอดภัย

สำหรับคนที่กำลังมองหาที่จับมือถือดีๆ เอาไว้ติดหน้ารถเพื่อดูแผนที่ระหว่างเดินทาง เมื่อได้อ่านจุดเด่นในบทความที่แนะนำแล้ว ทุกรุ่นสามารถสรุปสเปคได้ดังนี้

สเปคที่จับมือถือ รูปแบบการล็อคมือถือ ขนาดของมือถือ ราคา
แท่นจับสมาร์ทโฟน Joyroom ยึดกับคอนโซลหรือกระจกหน้ารถ ใหญ่สุด 6.7 นิ้ว 89 บาท
ขาจับสมาร์ทโฟน Ankndo ยึดแบบปากคีบจับกับกระจกหน้ารถ ยืดได้กว้างสุด 90 มม. ราว iPhone 13 Pro Max 119 บาท
แท่นจับสมาร์ทโฟน Ankndo ยึดกับคอนโซลด้วยเทปกาว 3M และยึดมือถือด้วยแม่เหล็ก ยึดได้หลายขนาดด้วยแม่เหล็ก 126 บาท
Hoco HK12Thor ยึดกับคอนโซลหรือกระจกหน้ารถ ใหญ่สุด 6.9 นิ้ว 147 บาท
แท่นจับสมาร์ทโฟน CENZIMO ยึดกับคอนโซลด้วยเทปกาว 3M เปิดฝาวางมือถือได้ ใหญ่สุด 7 นิ้ว 169 บาท
Xiaomi 20W Wireless Car Charger ยึดกับคอนโซลด้วยเทปกาว 3M หรือติดกับช่องแอร์ ยืดได้ 81.5 มม. ราว iPhone 13 Pro Max 1,099 บาท

ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหาซื้อที่จับมือถือติดคอนโซลรถเอาไว้สักอันหนึ่งเพื่อให้มองเห็นแผนที่ระหว่างเดินทางได้สะดวกขึ้น เวลามีสายเข้าหรือแจ้งเตือนก็สามารถเหลียวตามองได้อย่างปลอดภัยไม่ต้องละสายตาออกจากถนน ช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยขึ้นด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

acer gaming monitor cover

asuszen cover

googlephoto cover

from:https://notebookspec.com/web/635081-6-car-smartphone-holder

5 จอเกมมิ่ง Acer ตัวเด็ดเพื่อเกมเมอร์ ภาพลื่นสะใจเล่นเกมส์เพลิน เริ่มแค่ 5,990 บาท อัพเดทปี 2022

จอเกมมิ่ง Acer ตอนนี้มีให้เลือกหลายรุ่น ราคาไม่แพงและสเปคคุ้มสุดๆ เกมเมอร์ถูกใจแน่นอน

acer gaming monitor cover

นอกจากโน๊ตบุ๊คสายทำงานและเกมมิ่ง จอเกมมิ่ง Acer ก็เป็นสินค้าอีกกลุ่มที่น่าซื้อมาใช้ทำงานและเล่นเกมเป็นอย่างมาก ด้วยราคาที่ไม่แพงเกินไปแต่ได้ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็มไม่ว่าจะค่า Refresh Rate สูง, Response Time ต่ำ และมีฟีเจอร์ช่วยลดอาการภาพฉีกขาดอย่าง NVIDIA G-SYNC หรือ AMD FreeSync อีกด้วย และหลายๆ รุ่นก็มีฟีเจอร์ BlueLightShield ลดแสงสีฟ้าบนหน้าจอ ช่วยถนอมสายตาเวลานั่งเล่นเกมหรือทำงานต่อเนื่องหลายๆ ชั่วโมงอีกด้วย

Advertisementavw

Nitro VG2 KSP 05 Large

แม้หน้าจอจะมีปุ่มตั้งค่าติดตั้งมาให้กดปรับตั้งค่าการแสดงผลก็ตาม แต่ทาง Acer เองก็มีโปรแกรม Acer Display Widget ให้ผู้ใช้โหลดมาติดตั้งในพีซีเพื่อตั้งค่าหน้าจอได้สะดวก เพียงแค่คลิ๊กก็สามารถปรับตั้งค่าหน้าจอได้สะดวกมาก ไม่ต้องเอื้อมมือไปกดด้านหลังจอก็ได้และมีโปรไฟล์หน้าจอที่ทาง Acer เซ็ตมาให้จากโรงงานให้เลือกใช้อีกด้วย จะซื้อไปต่อกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนเองก็ใช้จอเกมมิ่ง Acer เป็นหน้าจอหลักเพื่อเล่นเกมอยู่สามารถพูดได้ว่าเป็นหน้าจอที่ราคาไม่แพงแต่คุณภาพเวลาใช้งานดี สีสันสดใสและซอฟท์แวร์ก็ใช้งานสะดวกเข้าใจง่ายอีกด้วย

จอเกมมิ่ง Acerภาพจอเกมมิ่ง Acer รุ่น Acer Predator XB253Q

5 จอเกมมิ่ง Acer ตัวเด็ดภาพลื่นเล่นเกมเพลินชัวร์

ผู้ใช้คนไหนที่กำลังคิดหาหน้าจอเกมมิ่ง Acer ดีๆ เอาไว้ใช้งานสักตัวอยู่แล้ว ในบทความนี้ผู้เขียนได้รวบรวมรุ่นคุณภาพดีสเปคน่าสนใจมาให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น โดยแต่ละรุ่นก็มีสเปคที่ดีน่าเลือกซื้อไปเล่นเกมอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะต่อพีซีหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็น่าใช้ทั้งนั้น โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. Acer Nitro VG270bmiix (5,990 บาท)
  2. Acer Nitro QG241YSBMIIPX (5,990 บาท)
  3. Acer Nitro VG271Sbmiipx (7,390 บาท)
  4. Acer Aopen 32HC5QRPbiipx (6,990 บาท)
  5. Acer Nitro VG252QXbmiipx (7,990 บาท)
1. Acer Nitro VG270bmiix (5,990 บาท)

ACER MONITOR Nitro Gaming VG270bmiix IPS 75Hz 1

Acer Nitro VG270bmiix เป็นจอเกมมิ่ง Acer รุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่สักหน่อยแต่ยังได้ภาพที่ไหลลื่นและราคาไม่แพงมาก โดยสเปคหน้าจอนี้มีขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate 75 Hz และ Response Time 1ms (VRB) รองรับ AMD FreeSync สำหรับช่วยลดอาการภาพฉีกเวลาเล่นเกม มีพอร์ต HDMI x 2, VGA x 1, Audio Out x 1 ติดตั้งลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก นอกจากนี้ในกล่องยังแถมสาย HDMI, VGA และ Audio Cable มาให้ใช้อย่างละเส้นอีกด้วย จัดว่าเหมาะกับเกมเมอร์ที่ต้องการหน้าจอใหญ่และขอภาพลื่นสักนิด ไม่ได้เน้น Refresh Rate สูงเกินร้อยเฟรมก็มาเลือกซื้อจอนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ Acer Nitro VG270bmiix
  • หน้าจอขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ AMD FreeSync
  • Refresh Rate 75 Hz, Response Time 1ms (VRB)
  • พอร์ต HDMI x 2, VGA x 1, Audio Out x 1, ลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก
  • ราคา 5,990 บาท (BaNANA)
2. Acer Nitro QG241YSBMIIPX (5,990 บาท)

96c92c2044b246d124a1cd3c8c265c39

Acer Nitro QG241YSBMIIPX รุ่นนี้จะตรงข้ามกับรุ่นในข้อที่แล้วเพราะว่าขนาดหน้าจอลดลงเหลือ 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล VA แต่เพิ่มค่า Refresh Rate ให้สูงขึ้นเป็น 165 Hz แทนและ Response Time เพียง 1ms (VRB) เท่ากัน เหมาะกับเกมเมอร์สาย FPS เป็นอย่างมาก และรองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync Premium ลดอาการภาพฉีกขาดเวลาเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี HDMI 1.4 x 2, DisplayPort 1.2 x 1, Audio out x 1 และลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก ส่วนในกล่องมีสาย HDMI แถมมาให้ 1 เส้น ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนใช้หน้าจอรุ่นนี้แต่เป็นรุ่นก่อนหน้าที่เป็นพาเนล IPS อยู่ ซึ่งถ้าใครต้องการให้ค่า Refresh Rate สูงถึง 165 Hz แนะนำให้ซื้อสาย DisplayPort มาต่อหน้าจอแทน เพราะ HDMI จะรองรับสูงสุดเพียง 144 Hz เท่านั้น แต่ก็ถือว่ายังได้ค่า Refresh Rate สูงอยู่เช่นกัน

สเปคของ Acer Nitro QG241YSBMIIPX
  • หน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล VA รองรับ AMD FreeSync Premium
  • Refresh Rate 165 Hz, Response Time 1ms (VRB)
  • พอร์ต HDMI 1.4 x 2, DisplayPort 1.2 x 1, Audio out x 1, ลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก
  • ราคา 5,990 บาท (Uboncomputer Shopee)
3. Acer Nitro VG271Sbmiipx (7,390 บาท)

A0139685OK BIG 2

รุ่นที่ 3 ในตระกูล Nitro ที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะเป็น Acer Nitro VG271Sbmiipx ที่ทาง Acer อัพเกรดคุณภาพของพาเนลหน้าจอจนได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 และแสดงขอบเขตสีหน้าจอได้กว้าง 99% sRGB ซึ่งถ้า Calibrate สีสันเพิ่มอีกเล็กน้อยก็ใช้ทำงานอาร์ตเวิร์คต่างๆ ได้อีกด้วย สำหรับขนาดหน้าจออยู่ที่ 27 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ AMD FreeSync Premium ลดอาการภาพฉีกขาดเวลาเล่นเกม อัตรา Refresh Rate อยู่ที่ 165 Hz และ Response Time 1ms (VRB) มีพอร์ต HDMI x 2, DisplayPort x 1, Audio out x 1 และลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก ส่วนในกล่องมีสาย HDMI แถมมาให้ใช้งานหนึ่งเส้น จัดเป็นจอเกมมิ่ง Acer ขนาด 27 นิ้วที่น่าซื้อมาเล่นเกมอีกรุ่นหนึ่งและยังใช้ทำงานได้ด้วย

สเปคของ Acer Nitro VG271Sbmiipx
  • หน้าจอขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • รองรับ AMD FreeSync Premium, ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 แสดงขอบเขตสีได้กว้าง 99% sRGB
  • Refresh Rate 165 Hz, Response Time 1ms (VRB)
  • พอร์ต HDMI x 2, DisplayPort x 1, Audio out x 1 และลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก
  • ราคา 7,390 บาท (Neoshop_online Shopee)
4. Acer Aopen 32HC5QRPbiipx (6,990 บาท)

288d9f0e8fd6be1676c2d2dc532f18a0

Acer Aopen 32HC5QRPbiipx รหัสนี้จะเป็นจอเกมมิ่ง Acer ขนาดใหญ่แต่ราคาไม่แพงมาก เหมาะจะซื้อไปเป็นหน้าจอหลักสำหรับเล่นเกมอย่างแน่นอน โดยไซซ์ของหน้าจอนี้อยู่ที่ 31.5 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล VA มีค่า Refresh Rate 165 Hz กับ Response Time 5ms (GtG) รองรับ AMD FreeSync มีพอร์ต HDMI x 2, DisplayPort x 1, Audio out x 1 ในกล่องแถมสาย HDMI กับ DisplayPort มาอย่างละเส้น ถ้าเชื่อมต่อโดย HDMI จะรองรับ Refresh Rate เพียง 144 Hz ถ้าใช้ DisplayPort จะ Overclock การแสดงผลขึ้นไปได้ 165 Hz ดังนั้นถ้าใครซื้อไปต่อเกมมิ่งพีซีผู้เขียนก็แนะนำให้ต่อ DisplayPort ของการ์ดจอไปเลย จะได้ค่า Refresh Rate สูงสุดนั่นเอง

สเปคของ Acer Nitro VG271Sbmiipx
  • หน้าจอขนาด 31.5 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล VA รองรับ AMD FreeSync
  • Refresh Rate 165 Hz, Response Time 5ms (GtG)
  • พอร์ต HDMI x 2, DisplayPort x 1, Audio out x 1 
  • ราคา 6,990 บาท (OfficeMate)
5. Acer Nitro VG252QXbmiipx (7,990 บาท)

ACER MONITOR Nitro Gaming VG270bmiix IPS 75Hz 1

ใครเป็นสาย Esport ต้องการจอเกมมิ่ง Acer ค่า Refresh Rate สูงๆ เพื่อลดปัญหา Input Lag แนะนำให้ขยับมาซื้อ Acer Nitro VG252QXbmiipx รุ่นนี้แทนจะคุ้มค่ากว่า ซึ่งหน้าจอนี้ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400 การันตีความสวยงามของสีสันบนหน้าจอ สำหรับขนาดของหน้าจอนี้อยู่ที่ 24.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS  แบบแสดงผลเร็วพิเศษ มีค่า Refresh Rate 240 Hz และ Response Time 1ms ทำให้ภาพลื่นไหลยิ่งขึ้นและรองรับ NVIDIA G-SYNC Compatible อีกด้วย ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.2 x 1, Audio out x 1 และลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์ x 2 ตัว และในกล่องมีสาย HDMI, DisplayPort แถมมาให้อย่างละเส้นเช่นกัน หากใครเป็นสาย FPS ที่อยากได้หน้าจอดีๆ เอาไว้เล่นเกมสักตัวก็แนะนำให้ซื้อจอนี้เอาไว้ใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Nitro VG252QXbmiipx
  • หน้าจอขนาด 24.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 400, รองรับ NVIDIA G-SYNC Compatible
  • Refresh Rate 240 Hz, Response Time 1ms 
  • พอร์ต HDMI 2.0 x 2, DisplayPort 1.2 x 1, Audio out x 1 และลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์ x 2 ตัว
  • ราคา 7,990 บาท (BaNANA)

สรุปสเปคจอเกมมิ่ง Acer 5 รุ่นเด็ดสำหรับเกมเมอร์

จะเห็นว่าจอเกมมิ่ง Acer ทั้ง 5 รุ่นที่เลือกมาแนะนำเป็นจอเกมมิ่งคุณภาพดี หาซื้อได้ไม่ยากนักและค่า Refresh Rate สูง ทำให้เล่นเกมต่างๆ ได้ไหลลื่นได้อรรถรสยิ่งกว่าเดิม หากสรุปสเปคแล้จะเป็นดังนี้

สเปคจอเกมมิ่ง Acer ขนาด, ความละเอียด, พาเนล Refresh Rate, Response Time พอร์ต ราคา
Acer Nitro VG270bmiix 27″ FHD IPS

AMD FreeSync

Refresh Rate
75 Hz

Response Time 1ms (VRB)

HDMI x 2

VGA x 1

Audio Out x 1

ลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก

5,990 บาท
Acer Nitro QG241YSBMIIPX 23.8″ FHD VA

AMD FreeSync Premium

Refresh Rate165 Hz

Response Time 1ms (VRB)

HDMI x 2

VGA x 1

Audio Out x 1

ลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก

5,990 บาท
Acer Nitro VG271Sbmiipx 27″ FHD IPS

AMD FreeSync Premium

VESA DisplayHDR 400

99% sRGB

Refresh Rate165 Hz

Response Time 1ms (VRB)

HDMI x 2

VGA x 1

Audio Out x 1

ลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก

7,390 บาท
Acer Aopen 32HC5QRPbiipx 31.5″ QHD VA

AMD FreeSync

Refresh Rate165 Hz

Response Time 5ms (GtG)

HDMI x 2

DisplayPort x 1

Audio out x 1 

6,990 บาท
Acer Nitro VG252QXbmiipx 24.5″ FHD IPS

NVIDIA
G-SYNC Compatible

VESA DisplayHDR 400

Refresh Rate 240 Hz

Response Time 1ms

HDMI x 2

VGA x 1

Audio Out x 1

ลำโพงกำลังขับ 2 วัตต์  x 2 ดอก

7,990 บาท

ในตอนนี้ถ้าใครกำลังอยากได้จอเกมมิ่ง Acer ดีๆ เอาไว้เล่นเกมสักรุ่น ก็สามารถสั่งซื้อจากเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งจากร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชั้นนำของประเทศไทยหรือจะเว็บไซต์ขายสินค้าเจ้าต่างๆ ก็ได้ และสามารถส่งเคลมสินค้ากับทาง Acer ได้สะดวก และสังเกตว่าราคาของหน้าจอเกมมิ่งแต่ละรุ่นที่เลือกมานั้นมีราคาเพียงหลักพันบาทเท่านั้น เชื่อว่าซื้อมาต่อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหรือเกมมิ่งพีซีก็จะได้ทั้งความคุ้มค่าและเล่นเกมได้เต็มอรรถรสแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

acerlaptop cover

acer amd cover

predator cover

from:https://notebookspec.com/web/634945-5-acer-gaming-monitor

8 โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel รุ่นเด็ดสายทำงานและเกมเมอร์กดไลค์! เริ่มแค่ 14,900 บาท อัพเดทปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ตัวเด็ดมีให้เลือกทั้งสายทำงานและเกมมิ่ง ปี 2022 นี้มีตัวเด็ดให้เลือกเพียบ!

acerlaptop cover

เมื่อแนะนำ Acer ซีพียู AMD ไปแล้ว ก็ต้องมีโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ที่ทั้งคนทำงานและเกมเมอร์ไว้ใจมาอย่างยาวนานเป็นอีกซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันและยังมีรุ่นน่าซื้อเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่องให้ผู้ใช้มีตัวเลือกหลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊คสายทำงานราคาคุ้มค่า เครื่องบางเบาและบางรุ่นอาจจะมีโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 แท้ติดเครื่องมาให้พร้อมใช้งานได้ทันทีรวมถึงมีรุ่นที่เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo อีกด้วย

Advertisementavw

ด้านเกมเมอร์หรือคนที่ต้องทำงานกราฟฟิคตัดต่อแต่งภาพหรือคลิปก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คติดตั้งการ์ดจอแยกจาก NVIDIA GeForce ให้เลือกเพื่อให้ทำงานได้ไหลลื่นซึ่งหากใครเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์หรือทำงานกราฟฟิคหนักๆ ก็โฟกัสที่โน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ได้เลย และเวลาว่างก็สามารถเล่นเกมคลายเครียดได้อีกด้วย เรียกว่ามีประโยชน์ในหลายๆ มุมเป็นอย่างมาก

Acer ซีพียู Intel

8 โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel สเปคดีเอาใจสายทำงานและเกมเมอร์

สำหรับคนทำงานและเกมเมอร์ที่มีแผนจะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คใหม่สักรุ่นแล้วอยากได้ความคุ้มค่า สเปคดีใช้งานได้หลายปีด้วยจะมีรุ่นน่าสนใจให้เลือกทั้งหมด 8 รุ่น แบ่งเป็นสายทำงานออฟฟิศและทำงานกราฟฟิคและเพื่อเกมเมอร์อย่างละ 4 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่นแนะนำมีดังนี้

  1. Acer Aspire 3 A315 (14,900 บาท)
  2. Acer Swift 3 SF314-511-35HW (19,900 บาท)
  3. Acer Swift 3 SF314-510G-56T6 (23,850 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15 (25,390 บาท)
  5. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,850 บาท)
  6. Acer Nitro 5 AN515-57-52UX (36,750 บาท)
  7. Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY (63,300 บาท)
  8. Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 (81,300 บาท)
1. Acer Aspire 3 A315 (14,900 บาท)

20210427 172409 c

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel รุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำด้วยความคุ้มค่าและสเปคดี เป็นรุ่น Acer Aspire 3 A315 ซึ่งซีรี่ส์นี้จะเด่นเรื่องราคาคุ้มค่าและยังมีช่องอัพเกรดเพิ่มแรมหรือเติมฮาร์ดดิสก์เข้าเครื่องได้อีกด้วย ขอแนะนำว่าเมื่อซื้อมาแล้วควรอัพเกรดแรมเป็น 8GB ขึ้นไปจะใช้งานได้สะดวกไม่มีปัญหาแรมเต็มมากวนใจในภายหลัง

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz มาให้ ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics Xe G4 รองรับการทำงานทั่วไปได้อย่างแน่นอน ส่วน SSD เป็น M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรมออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200 MHz หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนักเพียง 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น และถ้าใครทำงานกับตัวเลขเป็นประจำจะมี Numpad ให้ใช้งานด้วย

สเปคของ Acer Aspire 3 A315
  • CPU : Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 14,900 บาท (Advice)
2. Acer Swift 3 SF314-511-35HW (19,900 บาท)

SF314 511 silver c

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel สายทำงานรุ่นต่อมาเน้นความบางเบาเพื่อคนที่ต้องเดินทางติดต่องานเป็นประจำอย่าง Acer Swift 3 SF314-511-35HW รุ่นนี้ที่ผ่านมาตรฐาน Intel Evo และเครื่องเบาเพียง 1.2 กิโลกรัม และมีที่สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกขึ้นด้วย

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องนี้เป็นรุ่นพิเศษอย่าง Intel Core i3-1125G4 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.0-3.7 GHz ประสิทธิภาพเรียกว่าไม่แพ้ Intel Core i7 หลายๆ รุ่นอย่างแน่นอน ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น Intel UHD Graphics Xe G4 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมทำงานทันที ติดตั้งแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz มาให้ ถือว่ามากกำลังดี ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ที่ได้ทั้งความแรงและคุ้มค่าในเครื่องเดียวเลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-511-35HW
  • CPU : Intel Core i3-1125G4 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.0-3.7 GHz
  • GPU : Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 4266 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 19,900 บาท (Advice)
3. Acer Swift 3 SF314-510G-56T6 (23,850 บาท)

20211201 104814 c

Acer Swift 3 SF314-510G-56T6 โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel น่าใช้อีกรุ่นสำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คบางเบาเอาไว้ใช้งาน เพราะเครื่องนี้อิงสเปคแทบทั้งหมดร่วมกับ Acer Swift ในข้อที่แล้วและน้ำหนักเพิ่มเล็กน้อยเป็น 1.37 กิโลกรัมเท่านั้น โดยจุดที่อัพเกรดขึ้นคือเปลี่ยนซีพียูเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz และใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics รวมทั้งอัพเกรดระบบปฏิบัติการเป็น Windows 11 Home และติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ด้วย ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel เครื่องเบาพกง่ายสเปคดีแนะนำให้ดูรุ่นนี้ไว้ใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-510G-56T6
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.37 กิโลกรัม
  • Price : 23,850 บาท (Advice)
4. Acer Aspire Vero AV15 (25,390 บาท)

20211013 225918 c

Acer Aspire Vero AV15 เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ตัวจบรุ่นหนึ่งสำหรับคนที่หาเครื่องสเปคดีและคุ้มเอาไว้ทำงานหรือเรียน โดยบอดี้เป็นพลาสติกรีไซเคิลและติดที่สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้ปลดล็อคเครื่องได้และตัวเครื่องมีขนาด 15.6 นิ้วพร้อม Numpad ด้วย สำหรับคนที่สนใจสเปคเครื่องนี้โดยละเอียดสามารถอ่านรีวิวได้ที่นี่

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0 GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น Intel Iris Xe Graphics มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม จัดเป็นสเปคที่เหมาะกับสายทำงานอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนทำงานกับ Excel แนะนำให้ดูรุ่นนี้ไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-510G-56T6
  • CPU : Intel Core i7-1195G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.9-5.0 GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.8 กิโลกรัม
  • Price : 25,390 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-57-5959 (32,850 บาท)

20211110 184236 c

ถัดมาเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ซีพียู Intel เอาใจเกมเมอร์และคนทำงานกราฟฟิคและตัดต่อวิดีโออย่าง Acer Nitro 5 AN515-57-5959 ที่ได้สเปคแรงกำลังดี เล่นเกมได้ลื่นไหล ทำงานตัดต่อแต่งภาพได้ดีและตัวเครื่องยังเย็นและคีย์บอร์ดมีไฟ RGB อีกด้วย ถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวโดยละเอียดได้ที่นี่

สเปคที่เลือกมาแนะนำเป็นรุ่นซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz แนะนำว่าอัพเกรดไป 16GB จะดีต่อการทำงานและเล่นเกมอย่างแน่นอน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม ซึ่งถ้าใครหากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ซีพียู Intel สเปคแรงไว้ใจได้ก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-5959
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 32,850 บาท (Advice)
6. Acer Nitro 5 AN515-57-52UX (36,750 บาท)

20211110 184236 c

ส่วนคนที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ที่แรงขึ้นอีก แนะนำให้เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยมาเลือก Acer Nitro 5 AN515-57-52UX รุ่นนี้ที่แชร์บอดี้กับสเปคร่วมกันกับ Acer Nitro 5 ในข้อที่แล้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 และเพิ่มแรมเป็น 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ซึ่งเป็นสเปคที่จบและตอบโจทย์การทำงานทั้งตัดต่อวิดีโอหรือจะเอามาเล่นเกมก็ดีทั้งคู่ ซึ่งถ้าใครจัดงบเอาไว้มากพอก็ซื้อเครื่องนี้มาใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-57-52UX
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 11 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 36,750 บาท (Advice)
7. Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY (63,300 บาท)

20211021 163335 c 1

ถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหาแล้วจะหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ที่สเปคแรงจบและหน้าตาสวยหรูด้วย จะมี Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY เป็นตัวเลือกที่ดีและ Acer ก็ใส่ฟีเจอร์มาให้แบบจัดเต็ม ใช้บอดี้เป็นอลูมิเนียมและมีที่สแกนลายนิ้วมือด้วย ซึ่งผู้ใช้ที่สนใจฟีเจอร์ต่างๆ ในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สำหรับ Predator Triton 500 SE เครื่องนี้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ใส่ซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz จับคู่การ์ดจอแยกตัวแรง NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 มาให้ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มีแรมในเครื่อง 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.4 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครพร้อมแล้วหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ไว้ทำงานกราฟฟิคและเล่นเกมดีๆ สักเครื่องก็ซื้อรุ่นนี้ไปใช้ได้เลย

สเปคของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS, Refresh Rate 165 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 63,300 บาท (Advice)
8. Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 (81,300 บาท)

20211021 163335 c 1

ปิดท้ายด้วย Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 ตัวนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel รุ่นที่แชร์บอดี้กับสเปคส่วนใหญ่ร่วมกับ Predator Triton 500 SE ในข้อที่แล้วแต่อัพเกรดสเปคมาจัดเต็มยิ่งขึ้น ระดับที่ไม่ต้องเติมอะไรแล้วเปิดมาใช้งานได้เลย โดยสิ่งที่อัพเกรดเพิ่มคือเปลี่ยนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 เพิ่ม SSD แบบ M.2 NVMe เป็น 1TB และเติมแรมไปเป็น 32GB ส่วนหน้าจอขนาด 16 นิ้วจะมีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และรองรับความสว่าง 500 nits นับเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ที่สเปครองรับทั้งเกมเมอร์และครีเอเตอร์ทุกคนอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS, Refresh Rate 165 Hz, 100% sRGB, ความสว่าง 500 nits
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 81,300 บาท (Advice)

สรุปสเปค 8 โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel แรงคุ้มน่าใช้

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel นั้นจะมีให้เลือกทั้งโน๊ตบุ๊คสายทำงานเน้นคุ้ม ได้ซอฟท์แวร์ครบเครื่องพร้อมทำงานหรือจะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปคแรงคุ้มค่าตัวก็มีให้เลือกทั้งคู่ สำหรับสเปคโดยสรุปของทั้ง 8 รุ่นเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM หน้าจอ, โปรแกรม การเชื่อมต่อ ราคา
Acer Aspire 3 A315 Intel Core
i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
512GB

4GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Windows 10 Home

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

14,900 บาท
Acer Swift 3 SF314-511-35HW Intel Core
i3-1125G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด
8GB DDR4
4266 MHz

14″ FHD IPS

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

19,900 บาท
Acer Swift 3 SF314-510G-56T6 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด
8GB DDR4
3200 MHz

14″ FHD IPS

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

23,850 บาท
Acer Aspire Vero AV15 Intel Core
i7-1195G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

25,390 บาท
 Acer Nitro 5 AN515-57-5959 Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 11 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,850 บาท
Acer Nitro 5 AN515-57-52UX Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 11 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

36,750 บาท
Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

63,300 บาท
Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
3200 MHz

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

100% sRGB

ความสว่าง 500 nits

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

81,300 บาท

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel ทั้ง 8 รุ่นที่เลือกมาแนะนำนั้น จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไปและบางรุ่นก็อาจจะได้รับความนิยมมากจนมีปัญหาสินค้าขาดตลาดเป็นระยะๆ อยู่บ้างหรือบางรุ่นเป็นโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมที่ไม่ค่อยมีการสต็อกสินค้าเอาไว้เป็นจำนวนมาก บางกรณีก็ต้องสั่งจองเครื่องกับทางหน้าร้านไว้บ้างเพื่อช่วยการันตีว่าเราจะได้รับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู Intel รุ่นนั้นๆ มาใช้งานหรืออาจจะรองาน COMMART ไปเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

tvmacercover

aspire cover

swift cover 1

from:https://notebookspec.com/web/634706-8-acer-laptop-with-intel-cpu

8 Acer ซีพียู AMD น่าซื้อ ทั้งสายเกมมิ่งและคนทำงาน สเปคคุ้มใช้งานฟิน! อัพเดทปี 2022

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ตอนนี้มีให้เลือกหลายรุ่น สเปคดีคุ้มค่าแน่นอน

acer amd cover

เมื่อ AMD เปิดตัวซีพียูซีรี่ส์ Ryzen ที่ทั้งผู้ใช้และเกมเมอร์หันมาให้ความสนใจอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ซึ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ก็มีตัวเลือกให้เลือกซื้อมากมายทั้งโน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเล่นเกม และเมื่อเป็นแบรนด์ Acer แล้ว จะราคาหรือสเปคก็เรียกว่าคุ้มราคาเกินค่าตัวและหลายๆ รุ่นก็สามารถอัพเกรดเพิ่มแรมหรือเปลี่ยน SSD ให้ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้ดีขึ้นด้วย

Advertisementavw

ถ้าใครมีแผนอยากส่งต่อโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าประจำตัวไปให้คนใกล้ตัวไม่ว่าจะน้องหรือลูกหลานได้ใช้ทำงานหรือเรียนออนไลน์ในเร็วๆ นี้แล้วเปลี่ยนมาให้โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD นั้น ในบทความนี้ผู้เขียนได้เลือกรุ่นที่น่าสนใจทั้ง 8 รุ่น เพื่อสายทำงานและเกมเมอร์ด้วย โดยสเปคเรียกว่าจัดจ้านไม่ควรมองข้ามอย่างแน่นอน

Acer ซีพียู AMD

8 Acer ซีพียู AMD แยกสายทำงานและเกมมิ่ง คุ้มค่าตัว ใช้แล้วฟิน!

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ทั้ง 8 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ ผู้เขียนจะแยกเป็นสายทำงานออฟฟิศหรือเรียนออนไลน์ เน้นคุ้มค่าและพกพาได้สะดวกไว้เป็น 4 รุ่นแรกและมีซีรี่ส์ Nitro 5 ซึ่งเหมาะกับเกมเมอร์และคนที่ทำงานกราฟฟิคทั้งตัดต่อวิดีโอ, แต่งภาพหรือจะปั้นโมเดล 3D ก็ทำได้สบายๆ โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำได้แก่

  1. Acer Aspire 5 A515
  2. Acer Aspire 7 A715
  3. Acer Swift 3 SF314
  4. Acer Swift X SFX14
  5. Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC
  6. Acer Nitro 5 AN515-45-R2NB
  7. Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8
  8. Acer Nitro 5 AN517-41-R0AH
1. Acer Aspire 5 A515

20210721 015804 c

โน๊ตบุ๊คสายทำงานเครื่องแรกที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะเป็น Acer Aspire 5 A515 ซีรี่ส์คุ้มค่าประจำแบรนด์ Acer ที่ติดซีพียู AMD Ryzen มาให้ใช้งานและรองรับการอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD ได้และมีชุด Numpad ติดตั้งมาให้ ตอบโจทย์ผู้ใช้สายงานบัญชีที่ต้องพิมพ์ตัวเลขเป็นประจำอย่างแน่นอน

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz มาให้ ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาพร้อมอัพเกรดเป็น Windows 11 ได้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS กับพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.76 กก. ซึ่งในฐานะโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วแล้วจัดว่าพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Aspire 5 a515
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 21,590 บาท (TopValue)
2. Acer Aspire 7 A715

20210720 170421 c

โน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD รุ่นถัดมาเป็น Acer Aspire 7 A715 ที่แชร์สเปคร่วมกับ Acer Aspire 5 ในข้อที่แล้ว แต่รุ่นนี้จะติดตั้งการ์ดจอแยกรุ่น NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 มาให้เพื่อช่วยประมวลผลกราฟฟิคเวลาทำงาน 3D CG หรือใช้เพื่อเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถ้าใครทำงานหนักๆ หรืออยากจะเล่นเกม AAA ในยุคนี้ด้วยก็แนะนำให้เพิ่มแรมเป็น 16GB ไปเลยจะดีที่สุด เวลาต้องการรันโปรแกรมหรือทำงานหนักๆ จะได้ไม่มีปัญหาแรมไม่พอใช้งาน และน้ำหนักตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.15 กิโลกรัม คาดว่าเมื่อติดตั้งการ์ดจอเพิ่มเข้ามาแล้วก็ต้องเดินชุดฮีตไปป์เพิ่มเติมเพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย

สเปคของ Acer Aspire 7 A715
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.15 กิโลกรัม
  • Price : 23,900 บาท (Advice)
3. Acer Swift 3 SF314

20210605 232335 c

รุ่นถัดมาเอาใจสายเครื่องเบาพกพาง่ายกับ Acer Swift 3 SF314 ที่ถึงจะเปิดตัวขายมาสักระยะแล้วแต่ก็เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ที่สเปคน่าสนใจและพอร์ต USB-C ที่ติดตั้งมาให้ยังรองรับการชาร์จแบบ Power Delivery และต่อหน้าจอแยก DisplayPort 1.4 อีกด้วย เพียงแค่ซื้อ USB-C Multiport adapter มาต่อก็เพิ่มพอร์ตใช้งานได้อีกหลายพอร์ตเลย

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่น AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมอัพเกรดเป็น Windows 11 มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเหมาะกับสายพกพาเป็นอย่างมาก

สเปคของ Acer Aspire 7 A715
  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 23,190 บาท (Advice)
4. Acer Swift X SFX14

20210430 165815 c

ถ้าเครื่องเบาพกง่ายตอบโจทย์แล้ว แต่อยากได้การ์ดจอแยกเอาไว้ทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมอีกสักหน่อยแนะนำให้ขยับมาซื้อ Acer Swift X SFX14 เครื่องนี้ไปใช้ได้เลย และจุดเด่นอีกอย่างคือ Acer Swift X เครื่องนี้มีฟังก์ชั่นสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องติดตั้งมาให้ใช้ด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านบทความของรุ่นนี้ได้ที่นี่

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4 GHz มาให้ จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรม 16GB LPDDR4x บัส 4266 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และน้ำหนักเครื่องเพิ่มมาเล็กน้อยเป็น 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น จัดเป็นโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD สายทำงานตัวบางแอบแรงน่าใช้รุ่นหนึ่ง

สเปคของ Acer Swift X SFX14
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.9-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR4x บัส 4266 MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 32,090 บาท (Advice)
5. Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC

20210407 101743 c

ถัดมาเป็น Acer ซีพียู AMD สายเกมมิ่งอย่าง Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงแต่เล่นเกม AAA ในปัจจุบันได้สบายพร้อมคีย์บอร์ดไฟ RGB ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันและเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ซีพียู AMD ที่ราคาเข้าถึงง่ายอีกด้วย

สเปคของเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ แรมมีความจุ 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ติดตั้งพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม จัดเป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับเกมเมอร์หรือคนทำงานกราฟฟิคตัดต่อทำงานอาร์ตเวิร์คอย่างแน่นอนและราคาไม่แพงเกินไปอีกด้วย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 33,950 บาท (Advice)
6. Acer Nitro 5 AN515-45-R2NB

20210407 101743 c

Acer Nitro 5 AN515-45-R2NB รุ่นนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ที่แชร์บอดี้, สเปคร่วมกับ Acer Nitro 5 ในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดการ์ดจอขึ้นมาเป็น NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ทำให้เล่นเกมและทำงาน 3D CG รวมทั้งตัดต่อวิดีโอได้ไหลลื่นกว่าเดิมด้วย จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ซีพียู AMD ที่คุ้มจ่ายในงบประมาณช่วง 38,000 บาทอย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R2NB
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 37,650 บาท (Advice)
7. Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8

20210407 101743 c

Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 รหัสนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ซีพียู AMD ที่สเปคแทบทั้งหมดอิงกับ Acer Nitro 5 ในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดความละเอียดหน้าจอ Full HD เป็น QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz แทน ทำให้ภาพบนหน้าจอคมชัดและไหลลื่นยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างแนะนำรุ่นนี้เป็นพิเศษเนื่องจากปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพาเนลหน้าจอได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าหน้าจอเป็นความละเอียดเกิน Full HD จะคุ้มค่าในระยะยาวกว่า

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1440) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 40,390 บาท (Advice)
8. Acer Nitro 5 AN517-41-R0AH

20210818 131850 c

Acer Nitro 5 AN517-41-R0AH รุ่นสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ซีพียู AMD ที่สเปคแรงสุดที่มีให้เลือกซื้อในตอนนี้และหน้าจอเครื่องมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 17.3 นิ้ว ทำให้ภาพใหญ่คมชัดเต็มตาและสเปคจัดว่าแรงแบบไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz จับคู่การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 มาให้ มี SSD แบบ M.2 NVMe 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้กับแรม 32GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 360 Hz และขอบเขตสีหน้าจอกว้าง 100% sRGB ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพิ่มเป็น 2.7 กิโลกรัม ซึ่งในแง่สเปคถือว่า Acer Nitro 5 เครื่องนี้เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประเภท Desktop Replacement หรือเครื่องที่แรงระดับทดแทนเกมมิ่งพีซีได้สบายๆ และถ้าใครทำงาน 3D CG ที่ต้องเรนเดอร์โมเดลที่มีรายละเอียดสูงก็ลงทุนซื้อเครื่องนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8
  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 360 Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Camera : 720p HD 
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.7 กิโลกรัม
  • Price : 79,900 บาท (Advice)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ทั้ง 8 รุ่นเด็ดน่าโดน ทำงานก็ลื่นเล่นเกมก็เพลิน

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ทั้ง 8 รุ่นที่เลือกมาแนะนำทั้งสายทำงานหรือเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับเกมเมอร์และคนที่หาเครื่องเอาไว้ทำงาน 3D CG ได้ไหลลื่น ซึ่งถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM หน้าจอ, ระบบปฏิบัติการ การเชื่อมต่อ ราคา
 Acer Aspire 5 A515 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Windows 10 Home

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

21,590 บาท
Acer Aspire 7 A715 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Windows 10 Home

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

23,900 บาท
Acer Swift 3 SF314 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
3200 MHz

14″ FHD IPS

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

23,190 บาท
Acer Swift X SFX14 AMD Ryzen 7 5800U

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266 MHz

14″ FHD IPS

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

32,090 บาท
Acer Nitro 5 AN515-45-R2BC AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3050

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

33,950 บาท
Acer Nitro 5 AN515-45-R2NB AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

37,650 บาท
Acer Nitro 5 AN515-45-R4U8 AMD Ryzen 7 5800H

NVIDIA GeForce RTX 3060

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

15.6″ QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

40,390 บาท
Acer Nitro 5 AN517-41-R0AH AMD Ryzen 9 5900HX

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
3200 MHz

17.3″ FHD IPS

100% sRGB

Refresh Rate 360 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

79,900 บาท

สำหรับโน๊ตบุ๊ค Acer ซีพียู AMD ทั้ง 8 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำนั้นจะเป็นรุ่นที่ผู้เขียนคัดมาให้ว่าสเปคคุ้มค่ากับราคาทีเดียว ซึ่งถ้าใครอยากเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่แล้วอาจจะเลือกซื้อตามรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำก็ได้หรือจะเลือกซื้อรุ่นที่สเปคใกล้เคียงกันก็ได้ จะได้คุ้มค่าและได้เครื่องที่สเปคถูกใจไปใช้งาน


บทความที่เกี่ยวข้อง

predator cover

aspire cover

from:https://notebookspec.com/web/633909-acer-with-amd-cpu-in-2022

5 หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวเด็ด ฟังเพลงเพลินไม่มีใครขัด อัพเดทปี 2022

มีหูฟังตัดเสียงรบกวนติดกระเป๋าเอาไว้สักตัว ฟังเพลงโปรดได้เพลินๆ ไม่ต้องโดนเสียงแทรก!

tws cover

หูฟังตัดเสียงรบกวนในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้หลายๆ คนหาซื้อหูฟังตัดเสียงมาฟังเพลงได้ง่าย ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงตอนเเดินทางให้เข้าบรรยากาศหรือฟังเพลงที่ชอบให้ได้อารมณ์และสมาธิตอนทำงานในออฟฟิศก็น่าจะชื่นชอบหูฟังนี้ไม่น้อย

Advertisementavw

ในตอนนี้ ถ้าจะหาหูฟังตัดเสียงดีๆ เอาไว้ทั้งฟังเพลงและโทรติดต่องานแล้วจะลงทุนซื้อของดีมาใช้จะได้อยู่กันยาวๆ ไม่ต้องเปลี่ยนอีกสักพักนั้น ในตอนนี้แบรนด์ชั้นนำผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ชั้นนำก็พากันเข็นหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนราคาหลักพันต้นถึงปลายออกมาให้เลือกหลากหลายรุ่นพร้อมอัดฟีเจอร์ล้ำสมัยมาให้อีกเพียบ

หูฟังตัดเสียงรบกวน

5 หูฟังตัดเสียงรบกวนน่าโดน ตัดเสียงคม ฟังเพลงเพลิน

หากจำกันได้ ผู้เขียนเองก็เคยแนะนำหูฟัง True Wireless ไปเมื่อต้นปีที่แล้วพร้อมแนะนำวิธีเลือกหูฟัง True Wireless ด้วย แล้วในปี 2022 นี้จะมีหูฟังตัดเสียงรุ่นไหนน่าซื้อมาฟังเพลงบ้าง? ในบทความนี้ผู้เขียนมีรุ่นน่าสนใจมาแนะนำทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. AUKEY EP-N6 (2,290 บาท)
  2. EDIFIER TWS NB2 PRO (2,490 บาท)
  3. HUAWEI FreeBuds Pro (3,890 บาท)
  4. Beats Studio Buds (5,500 บาท)
  5. Sony WF-1000XM4 (8,990 บาท)
1. AUKEY EP-N6 (2,290 บาท)

aukey

ถ้าพูดถึง AUKEY เชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คนน่าจะคิดถึงปลั๊กชาร์จไวหรือ Power Bank ที่ใส่ฟีเจอร์เด็ดๆ มาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกัน แต่หูฟังตัดเสียงรุ่น AUKEY EP-N6 รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นน่าสนใจที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน โดยหูฟังตัวนี้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตด้วย Bluetooth 5.1 แบบแยกหูซ้ายขวา ส่วนไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้มากถึง 32 เดซิเบล ไมโครโฟนเป็นแบบ MEMS ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz ใช้งานต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้อีก 4 ครั้ง สุทธิ 22 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C รองรับ Gesture Control กับ Siri, Google Assistant รวมทั้งกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX5 ด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากได้หูฟังตัดเสียงรบกวนดีๆ ไว้ใช้สักตัวอาจจะเริ่มจาก AUKEY รุ่นนี้ก่อนเลยก็ได้

สเปคของ AUKEY EP-N6
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.1 แบบแยกหูซ้ายขวา
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz
  • ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ลดเสียงรบกวนได้ 32 เดซิเบล
  • ไมโครโฟนเป็นแบบ MEMS ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้อีก 4 ครั้ง สุทธิ 22 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C
  • รองรับ Gesture Control กับ Siri, Google Assistant
  • ราคา 2,290 บาท (AUKEY LazMall)
2. EDIFIER TWS NB2 PRO (2,490 บาท)

edifier tws nb2pro 01

หลังจากผลิตลำโพงคอมพิวเตอร์คุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว EDIFIER ก็เปิดตัวหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่น EDIFIER TWS NB2 PRO ที่ดีไซน์ดูสวยล้ำสมัยและรองรับ Game Mode ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมได้แล้วภาพกับเสียงไม่มีดีเลย์ ปรับตั้งค่าหูฟังได้ด้วยแอพฯ Edifier Connect ที่มีให้โหลดไปใช้งานทั้งใน iOS, Android ส่วนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตใช้เป็น Bluetooth 5.0 กันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ส่วนหูฟังติดตั้งไดรเวอร์ 10 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz มีโหมด Statial Sound ไมค์คู่พร้อมใช้ตัดเสียงรบกวน ENC และมี In-Ear Detection ถ้าถอดหูฟังออกแล้วเพลงจะหยุดเล่นอัตโนมัติ สามารถใช้ฟังเพลงแบบเปิดฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนได้ 7 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้รวมทั้งสิน 25 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนใช้ได้ 9 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้รวมทั้งสิ้น 32 ชั่วโมง มีฟีเจอร์ชาร์จไว 15 นาทีฟังเพลงได้ 2 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C ซึ่งถ้าใครเคยใช้ลำโพงของ Edifier แล้วมั่นใจคุณภาพเสียงของหูฟังตัวนี้ก็แนะนำให้ซื้อหูฟังนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Edifier TWS NB2 Pro
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 มี Game Mode, ANC แบบ ENC
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz
  • ไมโครโฟนคู่พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ANC แบบ ENC
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 7 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้สุทธิ 25 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 9 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 32 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C
  • ตั้งค่าได้ด้วยแอพฯ Edifier Connect
  • ราคา 2,490 บาท (425Degree)
3. HUAWEI FreeBuds Pro (3,890 บาท)

huawei freebuds pro device switch 1

HUAWEI FreeBuds Pro รุ่นนี้แม้จะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่เปิดตัวมาสักพักแล้ว แต่จากสเปคและฟีเจอร์ที่ HUAWEI ใส่มาให้ใช้งานต้องถือว่ายังจัดเต็มไม่แพ้กับหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ๆ เลย เพราะทาง HUAWEI ติดตั้ง Bone Sensor ทำงานคู่กับไมโครโฟนอีก 3 ตัว มีโหมดตรวจจับเสียงภายนอกเพื่อตัดเสียงรบกวน เป็น ANC แบบไดนามิคและรองรับการเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกันและกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 ควบคุมและตั้งค่าโดยแอพฯ HUAWEI AI Life รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

ตัว HUAWEI FreeBuds Pro รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 ไดรเวอร์มีขนาด 11 มม. แบบไดนามิคพร้อมไมโครโฟนที่ HUAWEI ปรับแต่งมาพร้อมใช้ถ่าย Vlog ได้สบายๆ รองรับ Gesture Control เพื่อควบคุมเวลาฟังเพลงหรือเปิดปิดระบบตัดเสียงรบกวน สามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมงเมื่อเปิดฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ถ้าปิดใช้งานได้นาน 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสแล้วใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้หูฟังด้วยสาย USB-C หรือระบบชาร์จไร้สายก็ได้ จัดเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่ให้ฟีเจอร์มาครบเครื่องน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ HUAWEI FreeBuds Pro
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 ติดตั้ง Bone Sensor ทำงานคู่กับไมโครโฟนอีก 3 ตัว
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 11 มม. 
  • ไมโครโฟนคู่ ปรับแต่งมาพร้อมใช้ถ่าย Vlog ได้
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 30 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สาย
  • ตั้งค่าได้ด้วยแอพฯ HUAWEI AI Life
  • ราคา 3,890 บาท (Jaymart LazMall)
4. Beats Studio Buds (5,500 บาท)

 

MJ503

Beats Studio Buds รุ่นนี้ถือเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนในเครือ Apple สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง iPhone และสมาร์ทโฟน Android โดยผู้เขียนได้ทดลองฟังเพลงด้วยหูฟังนี้มาก่อนหน้าแล้ว พบว่าเสียงของ True Wireless ตัวนี้มิติเสียงถือว่าดีกว่า Beats รุ่นก่อนๆ ในอดีตและไม่มีอาการเบสบวมแล้วและสเตจถือว่ากว้างกำลังดีอีกด้วย ด้านหูฟังตัวนี้เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth Class 1 ติดตั้งไดอะแฟรมคู่เพื่อให้เสียงเพลงมีมิติและได้เสียงเคลียร์ฟังชัดกับไมค์แบบ Beamforming คู่ ช่วยตัดเสียงรบกวนแบบ ANC หรือจะกดเพื่อเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ และข้อดีคือไมค์ของ Beats Studio Buds รุ่นนี้จะได้คุณภาพเสียงดีฟังชัดเจน ทำให้เวลาโทรติดต่องานก็สามารถพูดคุยกับคู่สนทนาปลายสายได้ชัดเจน ด้านการใช้งานสามารถฟังเพลงต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 5 ชั่วโมง ถ้าปิดใช้ได้ 8 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสแล้วใช้งานได้นานสุด 24 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้ตัวหูฟังด้วยสาย USB-C และยังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย 

สเปคของ Beats Studio buds
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth Class 1 ติดตั้งไมโครโฟน Beamforming ไว้ตัดเสียงรบกวน
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดอะแฟรมคู่ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น
  • ไมโครโฟนคู่ พูดคุยเสียงฟังชัดเจนแบบ Beamforming
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 5 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 8 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชั่วโมง ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C 
  • ราคา 5,500 บาท (Wemall Lazmall)
5. Sony WF-1000XM4 (8,990 บาท)

sony

Sony WF-1000XM4 รุ่นนี้จะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนภาคต่อของรุ่น WF-1000XM3 ที่ Sony เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยทาง Sony จัดการลดขนาดของเคสชาร์จให้เล็กลงเล็กน้อยให้พกพาได้สะดวกแล้วใส่ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนมาให้แบบจัดเต็มเช่นเดิม ดดยฟีเจอร์เด่นของ WF-1000XM4 ได้แก่ระบบตัดเสียงรบกวน Digital ANC ที่ใช้ชิป Integrated Processor V1 เข้ามาช่วยตัดเสียงและปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและมี Bone-conduction ตรวจจับการสั่นสะเทือนจากเสียงของเราเพื่อตัดเสียงภายนอกและให้เน้นให้เสียงพูดของเราฟังชัดเจน, มี DSEE Extreme ช่วยยกระดับเสียงเพลงให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น, ฟีเจอร์ Speak-to-Chat เมื่อคุยกับคู่สนทนาแล้วหูฟังจะหยุดเล่นเพลงชั่วคราวแล้วกลับมาเล่นเพลงต่อโดยอัตโนมัติและตั้งค่าการทำงานได้ด้วยแอพฯ Sony | Headphone Connect รองรับทั้ง Android และ iOS และกันน้ำกับฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย

สเปคของหูฟังตัวนี้จะรองรับการเชื่อมต่อกับมือถือหรือแท็บเล็ตด้วย Bluetooth 5.2 โดยเชื่อมต่อแยกหูซ้ายขวา รองรับ Google Fast Pair เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android และพีซีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไดรเวอร์ขนาด 6 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz  รองรับ Google Assistant และ Alexa สามารถฟังเพลงต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 8 ชั่วโมง ถ้าปิดจะใช้ได้ 12 ชั่วโมง รวมวนชาร์จในเคสจะใช้งานได้ 24 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 5 นาทีใช้งานได้ 60 นาที สามารถชาร์จแบตเตอรี่คืนให้ตัวหูฟังได้ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สายก็ได้ จัดว่าเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูงที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงแบบจัดเต็ม

สเปคของ Sony WF-1000XM4
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 แบบแยกหูซ้ายขวา รองรับ Google Fast Pair
  • ไดรเวอร์หูฟังขนาด 6 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz มี DSEE Extreme
  • ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Digital ANC ใช้ชิป Integrated Processor V1 เข้ามาช่วยตัดเสียงและปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและมี Bone-conduction
  • ไมโครโฟนมีฟีเจอร์ Speak-to-Chat หยุดเล่นเพลงชั่วคราวเมื่อคุยกับคู่สนทนาและเล่นเพลงต่อเมื่อคุยเสร็จ
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 8 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 12 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 5 นาทีใช้งานได้ 60 นาที
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สาย
  • รองรับ Gesture Control กับ Google Assistant, Alexa
  • ราคา 8,990 บาท (Sony Thailand)

สรุปสเปค 5 หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวเด็ด ฟังเพลงเพลินได้ใจไม่มีใครรบกวน

สายฟังเพลงที่กำลังมองหาหูฟังตัดเสียงรบกวนตัวใหม่หรือจะอัพเกรดจากตัวเดิมมาเป็นรุ่นสเปคเด็ด ตัดเสียงเทพสำหรับปี 2022 นี้ ต้องถือว่ามีตัวเลือกให้เลือกมากมายทีเดียว โดยรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้ง 5 รุ่นถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคหูฟังตัดเสียงรบกวน การเชื่อมต่อ ไดรเวอร์ ไมค์และการตัดเสียง แบตเตอรี่และการชาร์จ ราคา
AUKEY
EP-N6
Bluetooth 5.1
แยกการเชื่อมต่อหูซ้าย, ขวา
ไดนามิค
10 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz

MEMS
100 Hz – 10 kHz

Hybrid Active Noise Cancellation

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
4 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 22 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C

2,290 บาท
Edifier TWS NB2 Pro Bluetooth 5.0

ดีเลย์ต่ำ มี Game Mode

ไดนามิค
10 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz

ไมโครโฟนคู่

มี ANC
แบบ ENC

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 25 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 9 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 32 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C

2,490 บาท
HUAWEI FreeBuds Pro Bluetooth 5.2 ไดนามิค
11 มม.
ไมค์คู่ ปรับแต่งมาเพื่อถ่าย Vlog

ติดไมค์ 3 ตัวเพื่อตัดเสียงรบกวนและมี Bone Sensor

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
4 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 30 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C หรือชาร์จไร้สาย

3,890 บาท
Beats Studio Buds Bluetooth Class 1 ไดอะแฟรมคู่ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น ไมค์ Beamforming คู่ ใช้สนทนาและตัดเสียงรบกวนได้ในตัว เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
5 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 8 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชม.

ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง

ชาร์จด้วย
USB-C

5,500 บาท
Sony
WF-1000XM4
Bluetooth 5.2

Google
Fast Pair

ไดรเวอร์ 6 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz มี DSEE Extreme

ไมค์พร้อมฟีเจอร์ Speak-to-Chat

Digital ANC ใช้ชิป Integrated Processor V1

Bone-conduction sensor

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
8 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 12 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชม.

ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 60 นาที

ชาร์จด้วย
USB-C หรือชาร์จไร้สาย

8,990 บาท

จะเห็นว่าหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนนั้นมีให้เลือกตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนหลักพันปลายและแต่ละรุ่นก็จะมีฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไป ถ้าใครต้องการเปลี่ยนหูฟังใหม่เอามาฟังเพลงตอนทำงานหรือระหว่างเดินทางก็เลือกจากทั้ง  5 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำเลยก็ได้ หรือจะดูเป็นแนวทางแล้วไปลองเลือกที่ร้านขายหูฟังโดยเฉพาะแล้วทดลองฟังเพลงก่อนว่าหูฟังรุ่นที่เราสนใจเป็นแนวเสียงแบบที่เราชอบหรือไม่ค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

tws 2 cover

tws cover

from:https://notebookspec.com/web/633343-5-anc-tws-for-music-lover

แนะนำ 6 Acer Predator ตัวแรงระดับท็อปเพื่อเกมเมอร์

Acer Predator เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปเพื่อเกมเมอร์ นาทีนี้ซื้อรุ่นไหนมาเล่นเกมก็คุ้ม!

predator cover

ถ้าตระกูลเกมมิ่งของ Acer มี Nitro เป็นรุ่นเริ่มต้น คนที่อยากได้ของแรงตัวท็อปก็จะมีซีรี่ส์ Acer Predator เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของดีสเปคแรงเอาไว้เล่นเกมแบบเน้นๆ โดยทางบริษัทก็จะใส่สเปคที่แรงสุดๆ เอาไว้ให้เลือกเล่นพร้อมฟีเจอร์ระบายความร้อน Aeroblade ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องและประกอบใช้งานร่วมกับฮีตไปป์ 4 เส้น พร้อมกับ Liquid Metal ที่ใช้ระบายความร้อนให้ซีพียูและการ์ดจอ, ใช้หน้าจอคุณภาพสูงและมี NVIDIA G-SYNC ช่วยให้ภาพไม่ฉีกขาดเวลาเล่นเกมแล้วลากเมาส์กวาดไปมาอย่างรวดเร็ว และรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีซอฟท์แวร์ PredatorSense สำหรับปรับแต่งและมอนิเตอร์การทำงานตัวเครื่องได้อย่างละเอียดติดตั้งมาให้ใช้งานอีกด้วย

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม Predator Series นั้นถึงจะสเปคดีแต่ก็ยังมีตัวเลือกในตลาดปัจจุบันอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากทาง Acer จะไปเน้นตระกูล Nitro 5 ที่หาซื้อได้ง่าย สเปคแรงพอเล่นเกม 3D ในปัจจุบันได้สบายๆ แต่ในแง่ของฟีเจอร์อื่นๆ ต้องถือว่า Predator Series ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสุดสำหรับเกมเมอร์ที่ชื่นชอบแบรนด์ Acer อย่างแน่นอน แต่แม้จะหาซื้อในร้านค้าคอมพิวเตอร์ชั้นนำทั่วไปได้ค่อนข้างลำบากก็ตาม แต่จริงๆ แล้วถ้าใครต้องการหาซื้อซีรี่ส์นี้ได้ง่ายๆ จะมีให้เลือกซื้อในงาน COMMART อย่างแน่นอน

Acer Predator

6 Acer Predator ตัวแรงตัวเด็ดน่าซื้อ เล่นเกมลื่นเพลินสะใจ!

สำหรับผู้ใช้ที่มีแผนจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ในตระกูล Predator อยู่แล้ว ในส่วนนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำเพิ่มเติมว่าจะมีตระกูลย่อยทั้งหมด 2 รุ่นหลักคือ Triton ที่เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเน้นความบางเบา แต่ถ้าเป็น Helios จะเน้นความแรงและฟีเจอร์เน้นเกมมิ่งจัดเต็มในเครื่องเลย ซึ่งดีไซน์หลายๆ รุ่นจะมีความแปลกแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันนี้ Acer ยังมีสินค้าตระกูล Predator ออกมาให้เลือกซื้ออยู่ แต่จะเน้นตระกูล Triton ที่ได้ความบางเบาพกพาง่ายแต่เล่นเกมลื่นไหลอยู่ ส่วน Helios ยังเป็นรุ่นเก่าที่ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2000 Series อยู่ แต่ประสิทธิภาพยังถือว่าแรงไว้ใจได้ เล่นเกมในปัจจุบันได้สบายๆ อย่างแน่นอน โดย 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำให้เกมเมอร์ที่อยากซื้อเครื่องมาเล่นเกมได้แก่

  1. Predator Triton 300 PT315-52-73K9
  2. Predator Triton 500 PT515-52-70RD
  3. Predator Helios 700 PH717-72-900T
  4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  5. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
  6. Predator Triton 500 SE-2021
1. Predator Triton 300 PT315-52-73K9

20200706 125816 c

Acer Predator Triton 300 PT315-52-73K9 แม้จเป็นบอดี้รุ่นเก่าแล้วแต่สเปคและฟีเจอร์ยังถือว่าน่าสนใจและเหมาะจะเลือกซื้อมาเล่นเกมมาก โดย Acer ติดตั้งพัดลม 4th Gen AeroBlade 3D มาเพื่อระบายความร้อน, PredatorSense สำหรับควบคุมและมอนิเตอร์การทำงานตัวเครื่อง, ลำโพง DTS:X เพิ่มความกระหึ่มเวลาเล่นเกมหรือดูหนังฟังเพลง, ชิปเซ็ต Wi-Fi รุ่น Killer AX1650 รองรับ Wi-Fi 6 และ Killer Ethernet E2600 เพื่อให้เล่นเกมได้ไหลลื่นยิ่งขึ้นอีกด้วย เรียกว่าถึงจะมีอายุบ้างแล้วแต่ก็ยังน่าใช้อยู่และราคาก็ถูกลงมากแล้ว

สเปครุ่นที่เลือกมาแนะนำติดตั้ง Intel Core i7-10750H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz สามารถเล่นเกมและทำงานต่างๆ ได้สบาย ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2070 แรม 8GB GDDR6 มาให้ ส่วน SSD เป็น M.2 NVMe ความจุ 1TB ติดตั้ง Windows 10 Home มาพร้อมใช้งาน มีแรม 32GB DDR4 บัส 2933 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Mini DisplayPort 1.4 x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม ถือว่าเป็น Acer Predator ที่ถึงจะตกไปรุ่นหนึ่งแล้วแต่สเปคก็ยังดีน่าซื้อมาเล่นเกมอย่างแน่นอน

สเปคของ acer Predator Triton 300 PT315-52-73K9
  • CPU : Intel Core i7-10750H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.0 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Mini DisplayPort 1.4 x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 48,590 บาท (Advice)
2. Predator Triton 500 PT515-52-70RD

20200818 180843 c

Acer Predator Triton 500 PT515-52-70RD เป็น Acer Predator รุ่นต่อมาที่อิงฟีเจอร์เด็ดจากรุ่นในข้อที่แล้วมาให้ แต่อัพเกรดส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องมาให้แบบจัดเต็มให้เกมเมอร์เล่นเกมได้สนุกและลื่นไหลกว่าเดิมทำให้เล่นเกมได้อรรถรสยิ่งขึ้น

ซีพียูเปลี่ยนมาใช้ Intel Core i7-10875H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-5.1 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q แรม 8GB GDDR6 ซึ่งแม้จะเป็นรหัส Max-Q แต่ความไหลลื่นตอนเล่นเกมถือว่าดีหายห่วงแน่นอน มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 32GB DDR4 บัส 2933 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 300 Hz ทำให้ภาพลื่นไหลลดอาการ Input Lag ไปได้มาก ส่วนพอร์ตมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Mini DisplayPort 1.4 x 1, HDMI x 1, LAN x 1 และ Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 2.1 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าใครอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องแรงที่ราคาเริ่มตกแล้วจะดูรุ่นนี้เอาไว้เล่นเกมก็ดีเช่นกัน

สเปคของ acer Predator Triton 500 PT515-52-70RD
  • CPU : Intel Core i7-10875H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-5.1 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2080 Max-Q แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 300 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Mini DisplayPort 1.4 x 1, HDMI x 1, LAN x 1 และ Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.1 กิโลกรัม
  • Price : 69,990 บาท (BaNANA)
3. Predator Helios 700 PH717-72-900T

20190822 154715 c

Acer Predator Helios 700 PH717-72-900T รุ่นนี้นอกจากสเปคจะมาแรงแล้ว ทาง Acer ยังใส่ฟีเจอร์ลูกเล่นเด็ดๆ เข้ามาเพียบ ให้เกมเมอร์ได้ใช้งานกัน ไม่ว่าจะดีไซน์ตัวเครื่องให้มีที่พักข้อมือ เวลาเล่นเกมด้วยคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คแล้วจะไม่ต้องยกมือค้างไว้ให้เมื่อย, เปลี่ยนปุ่ม WASD ได้ 2 แบบ ทั้ง MagForce ที่เป็นปุ่มตื้นให้กดได้อย่างมั่นคงหรือจะ Racing ทรงโค้งเว้า เหมาะกับการเล่นเกมสาย FPS และมีตัวถอดเปลี่ยนปุ่มแถมมาให้และยังมีปุ่มลัดสำหรับสลับเปลี่ยนการตั้งค่าโปรไฟล์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วย

สเปคของเครื่องนี้ก็ถือว่า Acer จัดสเปคมาให้แบบจัดเต็ม ทั้งซีพียู Intel Core i9-10980HK แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.4-5.3 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Super แรม 8GB GDDR6 ที่ยังแรงพร้อมเล่นเกมในปัจจุบันได้ทุกเกมสบายๆ ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 2TB กับ Windows 10 Home มาให้ ส่วนแรมมีความจุ 64GB DDR4 บัส 2666 MHz หน้าจอมีขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC ป้องกันภาพฉีกเวลาเล่นเกม ส่วนพอร์ตที่ติดตั้งมาให้มี USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องจะหนักหน่อยที่ 4.57 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักและสเปคเครื่องระดับนี้จะเห็นว่าเครื่องนี้เหมาะจะเน้นวางโต๊ะเป็น Desktop Replacement มากกว่าพกพาไปไหนมาไหน ซึ่งถ้าโจทย์ซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของใครตรงตามนี้ก็ซื้อรุ่นนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ acer Predator Helios 700 PH717-72-900T
  • CPU : Intel Core i9-10980HK แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.4-5.3 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2080 Super แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 2TB
  • RAM : 64GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz รองรับ NVIDIA G-SYNC
  • Ports : USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, DisplayPort x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 4.57 กิโลกรัม
  • Price : 129,900 บาท (ราคากลาง)
4. Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY

20211021 163335 c

ด้าน Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY รุ่นนี้จะเป็นเวอร์ชั่นอัพเดทบอดี้ตัวเครื่องให้ได้ความบางเฉียบ, ติดตั้งปุ่มสแกนลายนิ้วมือมาให้, อัพเกรดระบบระบายความร้อน 5th Gen AeroBlade 3D พร้อมการออกแบบระบายลม Vortex Flow ทำให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นและ Acer ยังออกแบบตัวใบพัดมาเป็นพิเศษ, ซีพียูใช้ระบบระบายความร้อนด้วย Liquid Metal และคีย์บอร์ดก็มีไฟ RGB ด้วย ส่วนลำโพงก็รองรับ DTS:X ให้มิติเสียงหนักแน่น สามารถฟังเพลง, ดูหนังหรือเล่นเกมได้อรรถรสยิ่งขึ้น

ด้านของการ์ดจอ NVIDIA ที่ติดตั้งมาให้แม้จะเป็นรุ่น Max-Q แต่ก็เป็นเวอร์ชั่น 3.0 ที่ประสิทธิภาพตอนเล่นเกมนั้นก็ทำได้ดีเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่ร้อนและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และรองรับ NVIDIA DLSS ที่ใช้ Tensor Cores กับระบบ AI ช่วยเรนเดอร์ภาพให้เฉียบคมกว่าเดิม, มี Dynamic Boost 2.0 ที่คอยจัดการพลังงานระหว่างเล่นเกมให้สมดุลย์กันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

สำหรับรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ใช้ซีพียู Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6 สามารถเล่นเกมได้ไหลลื่น ใช้ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอเป็นอัตราส่วน 16:10 ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 2.4 กิโลกรัม จัดว่าไม่หนักไม่เบาเกินไป พกพาไปทำงานและเล่นเกมได้ด้วยก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกมเมอร์อย่างแน่นอน

สเปคของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 63,300 บาท (Advice)
5. Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518

20211021 163335 c

ส่วนของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 เครื่องนี้จะแชร์ดีไซน์, พอร์ต, ฟีเจอร์ร่วมกับ Acer Predator ในข้อที่แล้ว แต่อัพเกรดสเปคภายในเพิ่มเติม คือเปลี่ยนมาใช้ NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6 เพิ่มความจุ SSD แบบ M.2 NVMe เป็น 1TB และเพิ่มแรมเป็น 32GB DDR4 บัส 3200 MHz อัพเกรดความแรงขึ้นมาจากรุ่นในข้อที่แล้ว ซึ่งถ้าใครมีงบประมาณมากพอและอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่หน้าตาเรียบร้อยเหมือนโน๊ตบุ๊คทำงานด้วย ก็ซื้อรุ่นนี้มาทำงานและเล่นเกมได้เลย

สเปคของ Acer Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518
  • CPU : Intel Core i7-11800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 1TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : 81,300 บาท (Advice)
6. Predator Triton 500 SE-2021

20210722 225106 f

ปิดท้ายด้วย Acer Predator Triton 500 SE-2021 ที่ทั้งสเปคแรงและใหม่ล่าสุดในตอนนี้ก็จะแชร์บอดี้และฟีเจอร์ร่วมกับ 2 รุ่นด้านบน แต่อัพเกรดซีพียูมาเป็น Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9 GHz เพิ่มความจุของ M.2 NVMe SSD เป็น 2TB เพื่อให้ติดตั้งและรันโปรแกรมที่กินทรัพยากรตัวเครื่องหนักๆ แล้วจะลงทุนซื้อโน๊ตบุ๊คดีๆ มาใช้ ก็ลงทุนกับเครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ Acer Predator Triton 500 SE-2021
  • CPU : Intel Core i9-11900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 2.5-4.9 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 แรม 8GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 2TB
  • RAM : 32GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 165 Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.4 กิโลกรัม
  • Price : คาดการณ์ว่าเกิน 100,000 บาท

สรุปสเปคของ Acer Predator ทั้ง 6 รุ่น รวมความแรงสะใจเล่นเกมลื่นไหลถึงใจแน่นอน

สำหรับ Acer Predator ทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำนั้น จะมีทั้งรุ่นเก่าที่ยังพอหาซื้อได้และสเปคแรงระดับหนึ่งทีเดียวกับรุ่นใหม่ที่ได้ทั้งความสวยงามบางเบาและสเปคแรงให้เลือกซื้อไปใช้งานกัน โดยแต่ละรุ่นจะมีสเปคเด่นแตกต่างกันดังนี้

สเปคของ Acer Predator ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM หน้าจอ การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ ราคา
Predator Triton 300 PT315-52-73K9 Intel Core
i7-10750H

NVIDIA GeForce RTX 2070

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
2933 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.0 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Mini DisplayPort 1.4 x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

48,590 บาท
Predator Triton 500 PT515-52-70RD Intel Core
i7-10875H

NVIDIA GeForce RTX 2080 Max-Q

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
2933 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 300 Hz

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Mini DisplayPort 1.4 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

69,990 บาท
Predator Helios 700 PH717-72-900T Intel Core
i9-10980HK

NVIDIA GeForce RTX 2080 Super

M.2 NVMe
2TB

64GB DDR4
2666 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

NVIDIA G-SYNC

USB-A 3.1 x 3

USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

DisplayPort x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

129,900 บาท
Predator Triton 500 SE PT516-51s-72QY Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3070

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200 MHz

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

100% sRGB

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

63,300 บาท
Predator Triton 500 SE PT516-51s-7518 Intel Core
i7-11800H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
1TB

32GB DDR4
3200 MHz

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

100% sRGB

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

81,300 บาท
Predator Triton 500 SE-2021 Intel Core i9-11900H

NVIDIA GeForce RTX 3080

M.2 NVMe
2TB

32GB DDR4
3200 MHz

16″ QHD IPS

Refresh Rate 165 Hz

100% sRGB

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

คาดการณ์ว่าเกิน 100,000 บาท

จะเห็นว่าสเปคของ Acer Predator แม้จะเป็นรุ่นเก่าไปบ้างแล้วก็ตาม แต่ต้องถือว่าสเปคดีพอจะเล่นเกมในปัจจุบันได้ทุกเกมอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เสริมการเล่นเกมติดตั้งมาให้แบบจัดเต็ม ให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้อย่างเต็มอิ่มหรือจะเอาไปทำงานหนักอย่างตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงก็ได้ เรียกว่าคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าใครเล็งจะเปลี่ยนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว ก็หันมาอุดหนุน Predator Series เอาไว้เล่นเกมเชื่อว่าจะช่วยให้เล่นเกมและทำงานได้อย่างมีความสุขแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

spatiallabs new cover

Acer Predator CG7

Acer Predator Triton 300 SE

from:https://notebookspec.com/web/627524-6-acer-predator-for-gamers

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค 10 รุ่น สวยเย็นสุด Cool ในงบ 1,000 บาท

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค ไม่เกิน 1,000 บาท 10 รุ่น เย็น สวย ปรับระดับได้ พร้อมไฟ RGB

CoolingPad cov1

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค หรือบางท่านก็เรียกว่า Cooling Pad ยังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหลายๆ ท่าน ที่ต้องใช้งานโน๊ตบุ๊คในแต่ละวันยาวนานต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดความร้อน ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้ แต่บางคนก็ใช้สำหรับปรับระดับการมองให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการปรับมุมองศาให้สูงขึ้น ให้สอดคล้องกับระดับสายตา นอกเหนือจากการช่วยลดความร้อนของโน๊ตบุ๊คได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีการเลือกใช้พัดลมระบายความร้อน ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมีตั้งแต่ เรื่องของการรองรับโน๊ตบุ๊คในแต่ละขนาด พัดลม การปรับมุม รวมถึงวัสดุที่ใช้ ล้วนแต่จำเป็นต้องพิจารณาให้ดี เพราะหากไม่ตรงกับการใช้งานของแล้ว ก็อาจจะกลายเป็นของที่ถูกวางไว้เฉยๆ วันนี้เรามีพัดลมระบายความร้อนมาให้เลือก 10 รุ่นด้วยกัน ในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป แต่จะมีรุ่นใดบ้าง มาติดตามชมกันครับ

เลือกใช้พัดลมระบายความร้อนแบบใดดี

ขนาดและจำนวนพัดลม

Advertisementavw
Cooler Master Ergostand III 3

น่าจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนโน๊ตบุ๊คได้ดี อาจจะเลือกแบบที่เป็นพัดลมตัวเดียวขนาดใหญ่ หรือพัดลมขนาดเล็ก 2-3 ตัวขึ้นไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับโน๊ตบุ๊คที่คุณใช้และรูปแบบการใช้พลังงาน รวมถึงเสียงรบกวน พัดลมหลายตัวช่วยลดความร้อนได้ดี แต่ก็ต้องใช้พลังไฟที่เยอะมากขึ้น ซึ่งอาจไม่เหมาะกับโน๊ตบุ๊คที่ประหยัดไฟมากนัก แต่ถ้าคุณต่อไฟเลี้ยงโน๊ตบุ๊คตลอดเวลา ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าห่วงแต่อย่างใด

วัสดุแข็งแรง

มีโครงสร้างที่แข็งแรง และสามารถรับน้ำหนักโน๊ตบุ๊คได้ดีพอสมควร ไม่แอ่น ยุบหรือเอียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวางโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่ ต้องเลือกที่มีความมั่นคง อย่างน้อยๆ ก็เลือกในรุ่นที่ระบุว่ารองรับกับโน๊ตบุ๊คที่คุณใช้ได้ แต่ก็ต้องไม่ใหญ่จนเทอะทะเกินไป จนย้ายไม่สะดวก วัสดุมีให้เลือกทั้ง โลหะ อะลูมิเนียมและพลาสติก ABS แต่บางครั้งโครงสร้างที่แข็งแรง หรือเป็นโลหะก็มีน้ำหนักพอสมควร ในกรณีที่ไม่ได้พกพาไปไหน เรื่องนี้ก็คงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

ปรับระดับได้

CoolingPad 2

เพื่อให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น บางคนใช้เป็น Laptop stand หรือที่ตั้งโน๊ตบุ๊คไปในตัว และใช้คีย์บอร์ดแยก พัดลมระบายความร้อนโน๊ตบุ๊ค ที่ปรับระดับได้ ก็ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากขึ้น โดยบางรุ่นมีให้ปรับระดับความชันได้ 5-6 ระดับ เพื่อให้รับกับองศาการพิมพ์ แต่บางรุ่นอาจจะตายตัวปรับไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะสะดวกใช้แบบใด ถ้าโดยพื้นฐานคุณไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย แบบตายตัวก็ช่วยให้ใช้งานง่าย จัดเก็บได้สะดวก

สีสันความสวยงาม

CoolingPad 5

ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล บางครั้งการมีแสงไฟหรือลวดลายที่โดดเด่น ก็ทำให้ผู้ใช้รู้สึกอยากใช้งานมากขึ้น เช่นเดียวกับแสงไฟ RGB ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีผลต่อการระบายความร้อนโดยตรง แต่ก็ถือเป็นผลพลอยได้ของการใช้ Cooling pad เช่นนี้ เลือกความสวยงามได้ แต่อย่าลืมองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ที่ว่ามาทั้งหมดด้วยนะครับ


พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค 10 รุ่นเด็ด

  1. Cooler Master NotePal X-Slim 2
  2. EGA Type CP1
  3. NUBWO NX-F2 SINDEL
  4. ICE Coorel K7
  5. Cooler Master ErgoStand Lite
  6. SIGNO SPECTRO CP-510
  7. llano V6 Turbo
  8. EKONTA Gaming ADK
  9. NUBWO SUBZERO NX-F1
  10. Nuoxi MC Q8

1.Cooler Master NotePal X-Slim 2

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

พัดลมระบายความร้อนโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่จาก Cooler Master ด้านหน้าเป็นตะแกรง เพื่อให้ลมเข้าสู่โน๊ตบุ๊คได้ง่ายขึ้น มีความแข็งแรง รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6″ ได้ มิติโดยรวมอยู่ที่ 350 x 249 x 44mm มาพร้อมพัดลมขนาด 200mm x 200mm โดยมีรอบพัดลมที่ 900rpm และแรงลมที่ดีประมาณ 75CFM เสียงรบกวนน้อยเพียง 21dBA เท่านั้น ที่จัดว่าบิ๊กบึ้ม บนบอดี้พลาสติกและโครงสร้างโลหะ น้ำหนักเบาเพียง 0.5Kg สามารถปรับระดับลาดเอียงได้เล็กน้อย มาพร้อมพอร์ต USB 2.0 รองรับการเชื่อมต่อเข้ากับโน๊ตบุ๊ค สำหรับใช้เป็นไฟเลี้ยงให้กับพัดลม ราคาประมาณ 450 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
แข็งแรง รับน้ำหนักได้เยอะ ปรับระดับความชันได้น้อย
เสียงรบกวนน้อย

2.EGA Type CP1

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

ใครที่อยากจะเพิ่มความเย็นให้กับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องโปรด และมีไฟสวยๆ ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมแล้ว EGA รุ่นนี้ น่าจะตอบโจทย์คุณได้ ด้วยความเป็นพัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย โครงสร้างแข็งแรง กับไซส์ขนาด 410 x 296 x 40mm รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6″ ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ LCD ที่ใช้ในการบอกสถานะ ที่สำคัญคือ ปรับระดับความชัดได้ถึง 6 ระดับ ตามความต้องการ จะนั่งหรือยืน ก็มองเห็นได้ง่าย และยังเพิ่มที่วางโทรศัพท์มาให้ทางด้านข้างอีกด้วย ด้านหลังมี USB มาให้ 2 พอร์ตด้วยกัน จุดเด่นอยู่ที่ให้พัดลมมาถึง 6 ตัวด้วยกัน ปรับความเร็วรอบได้ รวมถึงพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว ที่ให้รอบพัดลมได้ถึง 1500rpm ส่วนพัดลม 70x70mm อีก 2 ตัวปรับได้ถึง 2,500rpm เลยทีเดียว เพิ่มความสวยงามด้วยแสงไฟ EGB ที่ขอบด้านข้างซ้ายและด้านบน ที่ปรับเอฟเฟกต์แสงไฟได้ถึง 7 รูปแบบ ราคาอยู่ที่ประมาณ 640 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีพัดลมให้ถึง 6 ตัว ที่รองกันลื่นเล็กไปนิดหน่อย
มาพร้อมแสงไฟ RGB
ปรับระดับความชันได้

3.Nubwo NX-F2 SINDEL

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

เรียกว่าเป็นพัดลม Cooling Pad สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาหลักร้อย ที่ดีไซน์ล้ำสมัย และให้ฟังก์ชั่นการใช้งานมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง ด้วยตะแกรงขนาดใหญ่ รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 17″ ได้ มีพื้นผิวในการยึดเกาะกับโน๊ตบุ๊คได้ดี และตัว Anti-slip ที่เป็นฐานที่ยื่นออกมาทั้ง 2 ด้าน รองรับน้ำหนักได้มาก และสามารถพับเก็บได้ เมื่อจะเคลื่อนย้าย ด้านข้างมีที่วางมือถือแบบแนวตั้งมาให้ และตัวล็อคที่ปรับระดับความชันได้ถึง 5 step พร้อมกับหน้าจอ ที่บอกถึงการปรับโหมดแสงไฟได้ และแสงไฟ RGB ที่อยู่บนพัดลมขนาด 140 x 140mm จำนวน 2 ตัว ให้รอบการทำงานที่ 1300rpm โดยประมาณ ผู้ใช้ยังปรับเพิ่มความเร็วรอบได้ผ่านปุ่มคอนโทรลด้านหน้าอีกด้วย โดยใช้ไฟเลี้ยงจากพอร์ต USB บนโน๊ตบุ๊ค ราคาอยู่ที่ 690 บาทโดยประมาณ

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีพัดลมขนาดใหญ่ให้ 2 ตัว มีที่วางมือถือ
ปรับระดับความชันได้
มาพร้อมแสงไฟ RGB

4.ICE Coorel K7

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

ICE Coorel K7 เป็น Cooling Pad ดีไซน์ทันสมัย แข็งแรงและเสริมความสวยงาม ที่มาพร้อมกับพัดลมระบายความร้อนถึง 6 ตัวด้วยกัน กับการรองรับโน๊ตบุ๊คได้ตั้งแต่ 15.6″ ไปจนถึง 21″ เลยทีเดียว ด้วยวัสดุพลาสติก ABS ผสานกับโครงโลหะ รับน้ำหนักได้ดี มีพัดลมขนาดใหญ่ 120 x 120mm จำนวน 3 ตัว และ 70 x 70mm อีก 3 ตัว วางสลับกัน เพื่อเพิ่มการระบายความร้อนที่ดี ด้วยความเร็วรอบสูงสุด 2400rpm แสงไฟ RGB ปรับได้ 7 ระดับ รวมถึงแสงไฟแบบ Breathing ด้านข้าง โครงสร้างปรับระดับได้ถึง 5 step และด้านข้างยังเพิ่มที่วางมือถือมาให้อีกด้วย พร้อมกับหน้าจอ LCD และปุ่มควบคุมการทำงาน รวมถึงแสงไฟพัดลม ราคา 690 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
รองรับโน๊ตบุ๊คขนาดใหญ่ได้ ปุ่มปรับรอบอยู่ชิดฐานล่าง
ให้พัดลมมาถึง 6 ตัว
มีแสงไฟ LED เพิ่มความสวยงาม

5.Cooler Master ErgoStand Lite

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

แท่นวางโน๊ตบุ๊คพร้อมพัดลมระบายความร้อนขนาดกระทัดรัด แต่รองรับโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6″ ได้ มีพัดลมขนาดใหญ่มาให้ 1 ตัวตรงกลางขนาด 160 x 160mm รอบพัดลมสูงสุด 1400rpm ปรับรอบได้ 3 ระดับ แต่ไม่มีแสงไฟแต่อย่างใด บอดี้หลักเป็นโลหะและพลาสติก น้ำหนักค่อนข้างเบา โดยมีช่องตะแกรงด้านหน้า เพื่อรับตัวโน๊ตบุ๊ค ได้แบบเต็มตัว และแท่นรองที่ยื่นออกมา 2 ช่อง ให้ความลาดเอียงได้เยอะ เพราะปรับได้ถึง 4 ระดับด้วยกัน ให้พอร์ต USB มา 2 พอร์ต ราคา 850 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ขนาดกระทัดรัด ไม่มีแสงไฟ
มีพัดลมขนาดใหญ่ 160mm มาให้
ปรับรอบพัดลมได้

6.SIGNO SPECTRO CP-510

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

แท่นวางโน๊ตบุ๊คจาก SIGNO สำหรับระบายความร้อนที่ดูน่ารักสดใส ขนาดไม่ใหญ่มากนัก พร้อมกับสีสันจากไฟบนพัดลมให้ดูสะดุดตา ด้วยพัดลมแบบคู่ ขนาดใหญ่ไซส์ประมาณ 120 x 120mm สามารถปรับระดับความเร็วได้ถึง 6 ระดับด้วยกัน โดยใช้ไฟพ่วงมาจากพอร์ต USB บนโน๊ตบุ๊ค ให้ผู้ใช้ปรับแสงสีได้ 10 โหมด พร้อมหน้าจอ LCD บอกรูปแบบการทำงาน รองรับโน๊ตบุ๊คได้ตั้งแต่ 10″ – 17″ และปรับระดับความชันได้ถึง 7 ระดับ จึงปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงานได้สะดวก กับพื้นผิวที่มี Anti-slip ไม่ทำให้โน๊ตบุ๊คลื่นไหล ราคา 540 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มีพัดลมขนาดใหญ่ให้ 2 ตัว เหมาะกับโน๊ตบุ๊คขนาดกลางๆ
พัดลมพร้อมแสง RGB ปรับแต่งได้
ปรับความลาดเอียงได้ 7 ระดับ

7.llano V6 Turbo

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

เป็นพัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊คจาก llano ที่มาในแนวแปลกไม่เหมือนใคร แต่ก็ดูมีความโดดเด่น ด้วยการเป่าลมในแบบโบเวอร์ ที่เป่ามาจากด้านหลัง ลอดใต้โน๊ตบุ๊ค เพื่อให้มีการเคลื่อนที่ของลมได้มากขึ้น วัสดุเป็นโลหะและพลาสติก ให้ความแข็งแรงได้ดี ตัวฐานดีไซน์ได้ลงตัว พร้อมแท่นรองกันโน๊ตบุ๊คเลื่อนไหล และด้วยการไม่ให้ลมปะทะกับโน๊ตบุ๊คโดยตรง จึงมีเสียงรบกวนน้อย แต่ที่สำคัญคือ สามารถหันใช้งานได้ 2 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป่าลมจากด้านล่าง หรือมาจากด้านบนได้ตามต้องการ ปรับรอบพัดลมได้ แต่การปรับระดับทำได้เพียง 2 step เท่านั้น พร้อมกับแสงไฟที่ด้านข้าง เพิ่มความสวยงามได้ไม่น้อยเลย ราคาอยู่ที่ 780 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
พัดลมเป่าลอดด้านใต้โน๊ตบุ๊คโดยตรง ปรับระดับความชันได้น้อย
ปรับรอบพัดลมได้
มีความแข็งแรง

8.EKONTA Gaming ADK

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

ชุดพัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค จากทาง EKONTA ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ จึงใช้งานกับโน๊ตบุ๊ค 17″ ได้ลงตัว เหมาะสำหรับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง ระบายความร้อนด้วยพัดลมขนาดใหญ่ถึง 20cm วัสดุจะเป็นโลหะที่เป็นรูตรงการเพื่อช่วยในการระบายความร้อน ขอบโดยรอบสีขาวเป็นจุดที่แสดงไฟ RGB พร้อมการออกแบบที่มีลวดลายในแบบเกมมิ่ง ล่างจะมีจุดที่สามารถตั้งขึ้นมาได้เพื่อรองรับโน๊ตบุ๊คหากต้องยกแท่นรองสูงขึ้น กันตัวโน๊ตบุ๊คไหล ขาที่เป็นฐานพลาสติกขนาดใหญ่ มียางรองกันลื่น และขาตั้งโลหะที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับนำหนักตัวเครื่อง มาพร้อมช่องต่อไฟ USB ปุ่มเปิดปิดโหมดไฟ RGB เปิดปิดพัดลม และที่ปรับความแรงของพัดลม ปรับความชันได้ทั้งหมด 4 ระดับตั้งแต่ราว 10 องศา ไปจนถึงราว 45 องศา ราคา 1,190 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ แท่นวางกันลื่นมีจุดเดียว
ปรับระดับความชันได้มาก
มีแสงไฟ RGB

9.NUBWO SUBZERO NX-F1

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

เป็นพัดลมสำหรับโน๊ตบุ๊คและเป็นแท่นวาง ที่ออกแบบมาได้ล้ำสมัย ในสไตล์ที่ไม่จำเจ บนพื้นฐานของรูปทรงยานอวกาศ สามารถวางโน๊ตบุ๊คได้ตั้งแต่ขนาด 9-17″ ตัวแท่นรับ เป็นช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ มีพัดลมขนาดใหญ่ถึง 180mm 1 ตัว ให้แรงลมได้จัดจ้านดีทีเดียว จุดเด่นอยู่ที่ขาตั้งนั้นปรับตั้งได้ถึง 7 ระดับด้วยกัน ตั้งแต่เกือบจะแนวราบ ไปจนถึงความลาดชัน สำหรับการต่อคีย์บอร์ดแยก ขนาดอาจจะใหญ่สักเล็กน้อย ประมาณ 405 x 300mm ตรงกลางมาเป็นรูปโลโก้ NUBWO สวยๆ แบบปั้มนูน ด้านล่างสุดมีแสงไฟ RGB เปิดปิดการทำงานได้ และตัวปรับความเร็วรอบของพัดลม รองรับอุปกรณ์ต่อพ่วง USB และใช้สำหรับต่อไฟเลี้ยงจากโน๊ตบุ๊ค อย่างละ 1 พอร์ต ราคา 1,190 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับความชันได้ 7 ระดับ จุดกันลื่นมีจุดเดียว
ให้พัดลมขนาดใหญ่ 180mm
เปิด-ปิดแสงไฟได้

10.Nuoxi MC Q8

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค

จัดเป็นแท่นวางโน๊ตบุ๊คที่ทำออกมาได้พรีเมียมน่าใช้ ในราคา 790 บาท มาพร้อมกับแสงไฟ RGB รอบตัว ด้านใต้ยังคงเป็นตะแกรงขนาดเล็ก ช่วยระบายลมที่มาจากพัดลมจำนวน 6 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วยพัดลมเล็กและใหญ่ ให้ความเร็วรอบสูงสุด 1500rpm บนบอดี้ที่ดูแข็งแรง บึกบึนเป็นพิเศษ โดยมีพอร์ต USB มาให้ 2 พอร์ต สำหรับต่อพ่วงเข้ากับพัดลมและต่ออุปกรณ์ อย่างละพอร์ต รองรับโน๊ตบุ๊คได้ใหญ่สุดที่ 17″ พร้อมกับปรับความชันได้ที่ 7 ระดับ ไม่ต้องกลัวโน๊ตบุ๊คลื่นไหล เพราะมีคลิปกันตกรองด้านล่างเอาไว้ 2 จุดด้วยกัน ปรับเอกเฟกต์แสงไฟ พร้อมกับปรับรอบพัดลม ด้วยการดูผ่านหน้าจอ LCD ด้านหน้า

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์สวย วัสดุแข็งแรง รอบพัดลมไม่สูงมากนัก
มีปุ่มปรับแสงไฟและรอบพัดลม
ปรับความชันได้ 7 ระดับ

Conclusion

พัดลมระบายความร้อน โน๊ตบุ๊ค ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมอีกสิ่งหนึ่ง ที่มีความสำคัญสำหรับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คอยู่ไม่น้อย แม้ว่าหลายคนอาจจะใช้โน๊ตบุ๊คที่บางเบา หรือประหยัดไฟ ความร้อนน้อยอยู่ก็ตาม แต่การจัดวาง ปรับมุมให้เหมาะกับการใช้งาน และสรีระของผู้ใช้ ก็มีความจำเป็นอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ นั่งนานๆ หรืออยู่หน้าจอตลอดเวลา การเพิ่มแท่นวางเหล่านี้มาบนโต๊ะทำงานของคุณ ก็มีส่วนช่วยลดภาวะการเกินออฟฟิศซินโดรมได้อีกทางหนึ่ง หรือถ้าใครชื่นชอบการจัดโต๊ะคอมสวยๆ ก็นำมาใช้งานได้ แต่การเลือกใช้ก็ต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาในข้างนต้นนั่นเอง เรื่องของพัดลม การจัดวาง การปรับระดับ และความสวยงาม ชื่นชอบแบบไหน หรือให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด ก็เลือกได้ตามความพึงพอใจกันเลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/631057-10-cooling-pad-notebook-2022

5 สาย LAN สุดคุ้ม เน็ตเสถียรลื่นแรงได้ใจพร้อมวิธีดูความเร็วแบบง่ายๆ อัพเดทปี 2022 เริ่มแค่ 77 บาทเท่านั้น

ถ้าใครทำงานหรือเล่นเกมหนักๆ สาย LAN นั้นสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียรกว่าชัดเจน!

lan cover

สาย LAN (Local Area Network) เป็นสายสำหรับเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์สู่คอมพิวเตอร์ให้รับส่งข้อมูลกันภายในบ้านหรือสถานที่ทำงานได้ แต่ตอนนี้เมื่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญที่ในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องความบันเทิงและการทำงานและแม้จะมี Wi-Fi (Wireless LAN, WLAN) ให้ใช้ แต่ผู้ใช้หลายๆ คนก็อยากได้ความเร็วที่สูงและเสถียรพร้อมๆ กัน ทำให้หลายคนเลือกสายแลนมาต่อระหว่างคอมพิวเตอร์เราเตอร์เพื่อให้รับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตเร็วและดีที่สุด

Advertisementavw

และถึงแม้ WLAN จะต่ออินเตอร์เน็ตได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อและจะต่อที่ไหนและพกเครื่องไปไหนมาไหนก็ได้ขอแค่พีซีเครื่องนั้นๆ มี Wi-Fi Card ติดตั้งอยู่เป็นอันพอ แต่กว่าจะเลือกซื้อการ์ดหรือตัว USB Wireless Dongle ให้ได้รุ่นคุณภาพเทียบชั้นสายแลนได้ก็ต้องเสียเงินหลักพันบาทขึ้นไป กลับกันสายแลนเส้นเดียวมีราคาเริ่มแค่หลักร้อยต้นๆ เท่านั้นแต่ก็รับส่งข้อมูลได้ดีราคาถูกกว่าอย่างชัดเจน แต่ก็แลกกับการที่มีระยะใช้งานจำกัดตามความยาวของตัวสาย และถ้าทิ้งระยะสายไกลเกินไปความเร็วรับส่งข้อมูลก็จะตกตามไปด้วย

สาย LAN

แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็นิยมสายแลนอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาปรับปรุงเวอร์ชั่นใหม่ให้รับส่งข้อมูลได้เร็วและมีระยะสายยาวขึ้น เริ่มต้นจาก 0.5 เมตร ไปจนยาวระดับ 30 เมตรหรือมากกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตจะเข้าหัวสายมาให้ผู้ใช้อย่างเราได้ใช้งานกันะ

ทำความเข้าใจว่าสาย LAN สเปคเป็นยังไง เวอร์ชั่นรวบรัดก่อนไปหน้าร้าน

network cable 494648 1280

สายแลนนั้นจริงๆ ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความเร็ว, แบนด์วิธและระยะรับส่งข้อมูลยาวขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันนี้เป็น CAT8 ที่รับส่งข้อมูลได้เร็วและมีแบนด์วิธกว้างมากออกมาวางขายได้สักพักแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างเป็นสายแลนรุ่นใหม่ที่รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วระดับ Gigabit เพื่อให้ผู้ใช้ไปเลือกซื้อที่หน้าร้านหรือหน้าเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าได้สะดวกและได้สเปคที่ดีตอบโจทย์การใช้งานยิ่งขึ้นดังนี้

เวอร์ชั่น ความเร็ว แบนด์วิธ ระยะสายที่แนะนำ
CAT5 10/100Mbps 100MHz ไม่เกิน 100 เมตร
CAT5e 1000Mbps 100MHz ไม่เกิน 100 เมตร
CAT6 1000Mbps 250MHz 1000Mbps
ระยะไม่เกิน 100 เมตร

10Gbps ไม่เกิน 55 เมตร

CAT6e 1000Mbps 550MHz 1000Mbps
ระยะไม่เกิน 100 เมตร

10Gbps ไม่เกิน 55 เมตร

CAT6A 10Gbps 500MHz 10Gbps ไม่เกิน 100 เมตร
(เหมาะกับใช้งานในออฟฟิศ)
CAT7 10Gbps 600MHz 10Gbps ไม่เกิน 100 เมตร
CAT8 25/40Gbps 20000MHz 40Gbps ไม่เกิน 20 เมตร

จะเห็นว่าสาย LAN ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและมีระยะสายที่เหมาะสมยาวขึ้นเรื่อยๆ ด้วย แต่จะเห็นว่า CAT8 ในตอนนี้ถึงจะเป็นสายเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแต่ความยาวที่เหมาะสมนั้นจะยาวระดับหนึ่งเท่านั้น ยังไม่ไกลเท่ากับเวอร์ชั่นก่อนหน้าแต่ก็เหมาะกับผู้ใช้ที่ระยะห่างระหว่างคอมพิวเตอร์และกล่องเราเตอร์ไม่ห่างกันมาก

เสริมเล็กน้อยสำหรับผู้ใช้ที่อาจจะสงสัยคำว่า CAT ที่นำหน้าเวอร์ชั่นของสาย LAN ว่าย่อมาจากคำว่าอะไร อันที่จริงแล้วเป็นการตัดคำว่า LAN Catagory ให้เหลือแค่ “CAT”agory แล้วเติมตัวเลขเวอร์ชั่นเข้าไป เช่น LAN CAT 7 หมายถึง Lan Catagory 7 นั่นเอง

5 สาย LAN น่าซื้อมาใช้ ต่อคอมแล้วเปิดเน็ตดูหนังลื่นเล่นเกมไวแน่นอน

ถ้าเห็นข้อดีของสายแลนแล้วว่ารับส่งข้อมูลทั้งในระบบและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วทันใจแค่ไหนและต้องการหาซื้อมาใช้งานอยู่ ผู้เขียนจะมีสายแลนของผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ ความยาวเริ่มต้น 1 เมตรและราคาไม่แพงมากมาแนะนำกัน โดยแบรนด์ที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำได้แก่

  1. Vention LAN CAT8 (77 บาท)
  2. UGREEN NW107 CAT7 (105 บาท)
  3. Vention LAN CAT7 (142 บาท)
  4. UGREEN NW121 CAT8 (190 บาท)
  5. Brilliant CAT 6E (80 บาท)
1. Vention LAN CAT8 (77 บาท)

0f99f7d077fb62f23a07b1f4d8083203

Vention LAN CAT8 เส้นนี้เรียกว่าเป็นสายแลยนของแบรนด์คุณภาพดีราคาไม่แพงมาก โดยสายเป็นหัว RJ45 8P8C ชุบทอง 24K สายสีดำ มีความเร็วรับส่งข้อมูล 40Gbps, Bandwidth 2000 MHz และหุ้มฉนวนสายเอาไว้ 4 ชั้นลดสัญญาณรบกวน ซึ่งนอกจากใช้เชื่อมต่อพีซีแล้วยังใช้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือต่อเครื่องเกมคอนโซลก็ได้ เป็นสายแลนเส้นแรกที่ผู้เขียนแนะนำสำหรับผู้ใช้ที่อยากได้ของดีราคาไม่แพงคุณภาพดีเอาไว้ใช้งาน

สเปคของ Vention LAN CAT8
  • หัว RJ45 8P8C ชุบทอง 24K สายสีดำ 
  • ความเร็วรับส่งข้อมูล 40Gbps, Bandwidth 2000 MHz
  • หุ้มฉนวนสายเอาไว้ 4 ชั้นลดสัญญาณรบกวน
  • รับประกัน 1 ปี
  • ความยาว 1 เมตร 77 บาท สูงสุด 8 เมตร 296 บาท (Vention Official Shopee)
2. UGREEN NW107 CAT7 (105 บาท)

cd5c6ca98bba4b5b8ac390f004d24e4b

เส้นที่สองที่เลือกมาแนะนำเป็น UGREEN NW107 CAT7 แบรนด์ผู้ผลิต Gadget ยอดนิยมที่ผู้ใช้หลายๆ คนเลือกซื้อกัน ซึ่งสาย CAT7 ของทางค่ายเองก็เป็นหัว RJ45 เคลือบทองคำ 24K มีความเร็วรับส่งข้อมูล 10Gbps, Bandwidth 600MHz เป็นสายเนื้อยาง PVC ยืดหยุ่นทนทานและมีปลอกสวมหัว RJ45 ติดมาด้วย ช่วยป้องกันหัวสายได้และในตัวสายเป็นทองแดง 28AWG เหมาะกับต่ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งคอมพิวเตอร์, เครื่องคอนโซลหรือจะเซิร์ฟเวอร์ก็ดีเช่นกัน และข้อดีของแบรนด์ UGREEN คือถ้าสาย LAN มีปัญหาหรือเสียในระยะเวลารับประกัน 2 ปีจะเปลี่ยนสายใหม่ให้เลย เรียกว่าเป็นการรับประกันที่ยาวและดูแลดีมากแบรนด์หนึ่ง

สเปคของ UGREEN NW107 CAT7
  • หัว RJ45 ชุบทอง 24K สายเนื้อยาง PVC ยืดหยุ่นทนทาน
  • ความเร็วรับส่งข้อมูล 10Gbps, Bandwidth 600 MHz
  • มีปลอกสวมหัว RJ45 และในตัวสายเป็นทองแดง 28AWG
  • รับประกัน 2 ปี ถ้าสายเสียหรือมีปัญหาเปลี่ยนสายใหม่ให้
  • ความยาว 1 เมตร 105 บาท สูงสุด 15 เมตร 495 บาท (UGREEN By Gadgetvilla)
3. Vention LAN CAT7 (142 บาท)

38da3861bb3c93e32304647709045bec

Vention LAN CAT7 เส้นนี้ถึงจะเป็นเวอร์ชั่นที่ความเร็วต่ำกว่าที่เลือกมาแนะนำในข้อแรก โดยเป็นหัว RJ45 ชุบทองและใช้ขั้วต่อทองแดง ส่วนความเร็วลดลงมาเหลือ 10Gbps, Bandwidth 600 MHz แต่สายเป็น PVC ยืดหยุ่นดีและเป็นสายแบนหุ้มฉนวน 4 คู่ในสายเป็นทองแดง 30AWG ทำให้บิดสายหลบได้ดีกว่า รวมทั้งลดการรบกวนสัญญาณได้ดีขึ้น รับส่งข้อมูลได้ต่อเนื่องรวดเร็ว เหมาะจะต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับสาย LAN ให้รับส่งข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้น

สเปคของ UGREEN NW107 CAT7
  • หัว RJ45 ชุบทอง สายเนื้อยาง PVC ยืดหยุ่น เป็นสายแบบแบนให้เดินและพับสายได้ดี
  • ความเร็วรับส่งข้อมูล 10Gbps, Bandwidth 600 MHz
  • หุ้มฉนวน 4 คู่ ในตัวสายเป็นทองแดง 30AWG
  • รับประกัน 1 ปี
  • ความยาว 1 เมตร 142 บาท สูงสุด 20 เมตร 611 บาท (Vention Official Shopee)
4. UGREEN NW121 CAT8 (190 บาท)

edfb0868446abce29300527f7b355fb5

UGREEN NW121 CAT8 เส้นนี้จัดเป็นสาย LAN ความเร็วสูงสำหรับผู้ใช้ที่เน้นเรื่องความเร็วในการรับส่งข้อมูลเป็นหลัก ใช้หัว RJ45 หัวเคลือบทอง 24K มีความเร็ว 25Gbps, Bandwidth 2000 MHz ตัวสายทองแดงภายในขนาด 24AWG พร้อมหุ้มฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนเอาไว้เสร็จสรรพ ทำให้รับส่งข้อมูลและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ตัวสายเป็นพลาสติก PVC มีความยืดหยุ่นดีพร้อมประกัน 2 ปีเปลี่ยนสายใหม่ เรียกว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

สเปคของ UGREEN NW121 CAT8
  • หัว RJ45 ชุบทอง 24K สายสีดำ วัสดุ PVC
  • ความเร็วรับส่งข้อมูล 25Gbps, Bandwidth 2000 MHz
  • หุ้มฉนวนสายลดสัญญาณรบกวน
  • รับประกัน 2 ปี ถ้าสายเสียหรือมีปัญหาเปลี่ยนสายใหม่ให้
  • ความยาว 1 เมตร 190 บาท สูงสุด 10 เมตร 839 บาท (UGREEN By Gadgetvilla)
5. Brilliant CAT 6E (80 บาท)

9f6e67481b374c9c5a32c4346df30733

Brilliant CAT 6E เส้นนี้อาจจะเป็นเวอร์ชั่นเก่ากว่ารุ่นที่แนะนำมาแต่ข้อดีคือแบรนด์นี้หาซื้อตามร้านคอมพิวเตอร์ชั้นนำได้ง่ายกว่าและยังรับส่งข้อมูลได้เร็วทีเดียว โดยหัวสายเป็น RJ45 เคลือบทองและสายเป็น PVC ยืดหยุ่นป้องกันตัวสายได้ดี มีความเร็ว 1000 Mbps, Bandwidth 550MHz และความยาวเริ่มต้นที่ 3 เมตรอีกด้วย ทำให้ลากสายไปยังคอมพิวเตอร์ได้ไกลยิ่งขึ้นและราคาไม่แพงมากพร้อมประกัน 1 ปีเต็ม ถ้าใครไม่ซีเรียสแต่เน้นความยาวความคุ้มไว้ก่อนก็ดูแบรนด์นี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ UGREEN NW121 CAT8
  • หัว RJ45 ชุบทอง สายสีดำ วัสดุ PVC
  • ความเร็วรับส่งข้อมูล 1000 Mbps, Bandwidth 550MHz
  • รับประกัน 1 ปี
  • ความยาว 3 เมตร 80 บาท สูงสุด 30 เมตร 320 บาท (JIB Shopee Mall)

สรุปสเปคสายแลนทั้ง 5 รุ่น เพื่อความแรงโหลดเว็บและเกมไวทันใจ

สำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้ที่ต้องการสาย LAN ความเร็วสูงเอาไว้ใช้งานนั้น จะเห็นว่าปัจจุบันสาย LAN มีให้เลือกหลากหลายความยาวและมีให้เลือกหลายเวอร์ชั่นอีกด้วย ซึ่งถ้าสรุปสเปคของทั้ง 5 รุ่นที่เลือกมาแนะนำจะเป็นดังนี้

สเปคสาย LAN หัวสายและการหุ้มฉนวน ความเร็วและแบนด์วิธ การรับประกัน ราคา (1 เมตร)
Vention LAN CAT8 RJ45 8P8C ชุบทอง 24K

ฉนวน 4 ชั้นลดสัญญาณรบกวน

40Gbps

Bandwidth
2000 MHz

1 ปี 77 บาท
UGREEN NW107 CAT7 RJ45 ชุบทอง 24K สาย PVC

ปลอกสวมหัว RJ45

สายเป็นทองแดง 28AWG

10Gbps

Bandwidth
600 MHz

2 ปี

ถ้าสายเสียหรือมีปัญหาเปลี่ยนสายใหม่

105 บาท
Vention
LAN CAT7
RJ45 ชุบทอง 24K สาย PVC แบบแบน

ฉนวน 4 คู่

ทองแดง 30AWG

10Gbps

Bandwidth
600 MHz

1 ปี 142 บาท
UGREEN NW121 CAT8 RJ45 ชุบทอง 24K สาย PVC

หุ้มฉนวนสายลดสัญญาณรบกวน

25Gbps

Bandwidth
2000 MHz

2 ปี

ถ้าสายเสียหรือมีปัญหาเปลี่ยนสายใหม่

190 บาท
Brilliant
CAT 6E
RJ45 ชุบทอง
สาย PVC
1000Mbps

Bandwidth 550MHz

1 ปี 3 เมตร
80 บาท

จะเห็นว่าสาย LAN แต่ละเส้นนั้นจะมีสเปคและความเร็วแตกต่างกันไปตามเวอร์ชั่น แต่ข้อดีของการใช้สายแลนรับส่งข้อมูลคือความเสถียรและความเร็วที่สูง แต่ก็แลกกับการยกคอมพิวเตอร์ไปไหนมาไหนได้ค่อนข้างลำบากกว่าเพราะจำกัดไว้ตามความยาวสาย ผิดกับ Wi-Fi ที่ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ใช้งานได้แล้วจะยกคอมพิวเตอร์ไปไหนมาไหนก็สะดวก

ส่วนนี้ผู้เขียนถือว่าสองเทคโนโลยีนี้มีจุดเด่นไปคนละแบบขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนว่าสะดวกและถนัดแบบไหนมากกว่า หรือถ้าเป็นพีซีจะเลือกใช้ทั้งสองอย่างเลยก็ได้ในกรณีที่สายแลนมีปัญหาก็ยังมี Wi-Fi เอาไว้ทำงานหรือเล่นเกมได้อยู่ แล้วจะซ่อมหรือเปลี่ยนก็ค่อยจัดการในภายหลังก็ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง

comdesk cover

mac cover

headphone cover

from:https://notebookspec.com/web/631752-5-lan-cord-for-pc-user

โต๊ะคอมพิวเตอร์ 9 สิ่งที่ต้องมี เพิ่มสีสันให้กับการจัดโต๊ะคอมปี 2022

โต๊ะคอมพิวเตอร์ แค่มีของ 9 ชิ้นนี้ ก็เพิ่มความสวยงามน่าใช้ให้กับการจัดโต๊ะคอมของคุณ ในปี 2022 นี้ได้แล้ว

โต๊ะคอมพิวเตอร์

โต๊ะคอมพิวเตอร์ มาถึงชั่วโมงนี้ช่วงปลายปี ก่อนจะเข้าสู่ปีใหม่กับการทำงานหรือการเล่นเกม หลายคนน่าจะเริ่มหันมาปรับแต่งหรือเปลี่ยนแปลงโต๊ะคอมที่ใช้อยู่ ให้ดูน่าใช้น่าทำงานมากกว่าเดิม แต่การจะจัดโต๊ะสวยๆ ให้ดูว้าว ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางครั้งก็ต้องดูที่ธีมหรือการเลือกอุปกรณ์ให้เข้าชุดกับของเดิมที่มี เพื่อให้ลงตัวมากที่สุด รวมถึงการจัดแสงเงาให้ดูล้ำสมัย จะเป็นสิ่งที่เพิ่มความเร้าใจให้กับเหล่าเกมเมอร์หรือสตรีมเมอร์ ในการเล่นเกมหรือไลฟ์สตรีมให้ดูน่าสนใจมากกว่าเดิม ดังนั้นในวันนี้เรามาดูกันว่าเราจะเสริมอุปกรณ์อะไรเข้าไปในโต๊ะคอมหรือโต๊ะทำงานของคุณแล้วทำให้ดูโดดเด่นน่าใช้งาน เพื่อต้อนรับการเล่นเกมหรือการทำงานในปี 2022 ที่จะถึงนี้

โต๊ะคอมพิวเตอร์

  1. โต๊ะคอมพิวเตอร์
  2. โคมไฟหน้าจอ
  3. ลำโพง
  4. แผ่นรองเมาส์
  5. ที่แขวนหูฟัง
  6. ขาตั้งจอ
  7. เกมมิ่งเมาส์
  8. แสงไฟ RGB
  9. เก้าอี้เกมมิ่งหรือเก้าอี้เพื่อสุขภาพ
  10. Conclusion

1.โต๊ะคอมพิวเตอร์

ถ้าโต๊ะคอมพิวเตอร์คอมเดิมที่คุณใช้ สภาพผ่านการใช้งานมายาวนาน ก็น่าจะปล่อยให้เค้าได้พักบ้าง โดยเฉพาะถ้าเป็นโต๊ะไม้อัดหรือปาติเกิลบอร์ด ที่มักจะเจออาการปูดบวมหรือแตกร่อน เมื่อโดนน้ำหรือความชื้นต่อเนื่อง จะเอามารับน้ำหนักของเคสนานเข้าก็จะไม่ไหว ลองเปลี่ยนไปหาโต๊ะคอมใหม่ๆ มีให้เลือกทั้งแบบ ซื้อแผ่นไม้เป็นท็อปเปอร์ มาวางบนขาแยกต่างหาก หรือจะเลือกแบบสำเร็จรูปประกอบเสร็จ และตัวเลือกอย่างโต๊ะเกมเมอร์ ที่จัดเต็มทั้งในเรื่องของความสวยงาม แสงไฟ และฟังก์ชั่นมาให้ รวมไปถึงสายสุขภาพ ก็ยังมีโต๊ะปรับระดับได้ ทั้งแบบ Manual และแบบไฟฟ้า มาให้เลือกมากมายทีเดียว แม้ว่าจะราคาค่อนข้างสูงไปบ้าง และเมื่อมองถึงความทนทานในการใช้งานระยะยาวแล้ว เรียกว่าคุ้มค่าน่าใช้ทีเดียว

Advertisementavw
โต๊ะคอมพิวเตอร์

Bewell Ergonomic Desk โต๊ะคอมแบบปรับระดับได้ เลื่อนขึ้น-ลง บันทึกระดับความสูง ใช้งานได้ทั้งนั่งและยืน ความสูงตั้งแต่ 60-125cm โดยมาพร้อมกับจอแสดงผลให้เราได้ทราบระดับการใช้งานที่เหมาะสม สามารถบันทึกเป็นโพรไฟล์ได้ 4 ระดับ แค่เลือกโพรไฟล์ที่ชอบและกดปุ่มเดียวเท่านั้น มีมอเตอร์มาให้ 2 ตัว ทำงานได้ไวและเงียบ โครงสร้างหลักเป็นโลหะมีความทนทาน รับน้ำหนักได้ถึง 160Kg ท็อปไม้เคลือบเมลามีนเพิ่มความทนทาน และยังกันน้ำ รวมถึงความชื้น ความหนาอยู่ที่ประมาณ 2.5cm โดยมีตัวเลือกขนาดความกว้างยาวอยู่ 3 แบบ ถ้าเน้นทำงาน เล่นเกม มีจอใหญ่ แนะนำ 200x85cm เพราะวางได้เต็มที่ และยังจัดโต๊ะให้ดูโล่งได้มากขึ้น แต่ถ้าของน้อย ใช้พีซีตัวเล็ก เช่น Mini-ITX รุ่นเล็กสุด 140x75cm ก็เพียงพอแล้ว รุ่นนี้รับประกันมอเตอร์ 5 ปี ซึ่งเท่าที่เช็คไซส์ใหญ่สุด ราคา 19,900 บาท เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ และการรับประกันยาวๆ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย สำหรับคนที่ทำงานและเน้นการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ หรือใช้ในสำนักงานที่ต้องปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์

แต่ถ้างบประมาณคุณน้อยลงมาหน่อย ก็มีโต๊ะคอมอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ในราคาที่ย่อมเยาลงมากับ Neolution E-Sport Atlantis โต๊ะคอมเกมมิ่งกึ่งทำงาน ขนาดใหญ่ วางจอได้ 2 ตัว พร้อมกับรับน้ำหนักเคสย่อมๆ ได้สบาย กับความยาวถึง 160cm ให้พื้นที่วางเมาส์แพดกว้างขวาง วัสดุแข็งแรง ปรับระดับได้ แต่เป็นแบบ Manual ผู้ใช้ต้องไขน็อตปรับเลื่อนความสูงเอง ที่น่าสนใจคือ ให้เมาส์แพดขนาดใหญ่มาแบบเต็มพื้นที่โต๊ะ พื้นผิวโต๊ะเป็นแบบคาร์บอน ทนต่อการขีดข่วน มีที่วางแก้วมาให้ พร้อมกับที่แขวนหูฟัง ส่วนขาผลิตจากคาร์บอนสตีลเฟรม รับน้ำหนักได้ถึง 100Kg สนนราคาประมาณ 4 พันกว่าบาทเท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
ปรับระดับได้ ตามสรีระและการใช้งาน ต้องอาศัยเวลาและเครื่องมือในการประกอบ
พื้นผิวแข็งแรง
พื้นที่กว้าง วางของสะดวก

2.โคมไฟหน้าจอ

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Baseus i-Wok LED Hanging Light เป็นโคมไฟติดหน้าจอหรือแขวนบนจอมอนิเตอร์ ที่ได้รับออกแบบได้อย่างโดดเด่น มีฟังก์ชั่นการทำงานกำลังพอเหมาะ ดีไซน์เข้ากันได้กับจอในหลายสไตล์ สามารถปรับระดับแสงไฟได้ถึง 3 เลเวลด้วยกัน โดยการกดปุ่มที่อยู่ด้านข้างของตัวโคม ให้โทนของสีได้สูงสุด 5000K สามารถเข้ากับสภาวะแสงรอบๆ ตัวภายในห้องได้ดี ดูแล้วสบายตา ไม่ว่าจะเป็นการท่องอินเทอร์เน็ต ที่อาจต้องการโทนที่ดูนุ่มนวลสบายตา มองเห็นได้ชัด หรือปรับความสว่างให้สูงขึ้น เมื่อชมภาพยนตร์ หลอดไฟเป็นแบบ LED ส่วนบอดี้เป็นอะลูมิเนียม เบาและทนทานดูมีความพรีเมียม กับโทนสีดำ ใช้แรงดันไฟเพียง 5W เท่านั้น ความยาวอยู่ที่ประมาณ 50cm น้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม สามารถติดตั้งได้ง่าย รูปแบบจะคล้ายกับกล้อง Webcam ใช้การเกี่ยวติดกับด้านบนของหน้าจอ ให้การเกาะยึดได้แน่นหนาพอสมควร ไม่ทำให้เกิดรอยบนตัวจอ เป็นข้อดีมากๆ ส่วนขนาดอาจจะไม่ลงตัวกับโน๊ตบุ๊คเท่าใดนัก แต่เน้นที่การใช้ร่วมกับจอคอมขนาด 24″ ขึ้นไป โดยเคาะราคาอยู่ที่ประมาณ 900 บาท เท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
ให้ความสว่างหน้าจอได้ในการทำงานที่มืด เหมาะกับจอแบบ Flat
ปรับระดับความสว่างได้
ดีไซน์สวย

3.ลำโพง

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Klipsch Promedia 2.1 BT ลำโพงไร้สายขนาดกระทัดรัด ดีไซน์ที่เรียบง่าย เข้าได้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์ในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นสีดำหรือขาวก็ตาม ด้วยความเป็นลำโพง 2.1 ที่มี Subwoofer และลำโพงซ้าย-ขวามาให้ อาจจะดูต้องใช้พื้นที่มากขึ้น แต่อย่าลืมว่าคุณสามารถวางซับวูเฟอร์ที่พื้นได้ อีกทั้งเสียงก็ยังออกมาจัดจ้าน เพราะได้ตัวขับที่ให้เสียงกลางแน่นขึ้นนั่นเอง จะต่างจากลำโพงจัดโต๊ะคอมทั่วไปที่เป็น 2 ช่องทางซ้าย-ขวาเท่านั้น นอกจากนี้รองรับการเชื่อมต่อแบบบลูทูธเป็นค่าพื้นฐาน สามารถลิงก์จากสมาร์ทโฟน เพื่อเล่นมีเดียได้ทันที ในกรณีที่ใช้งานแบบ 2 แชนแนล รวมถึงการควบคุมระดับเสียงผ่านทางลำโพง Satlelite ได้ง่าย ลำโพงนี้เหมาะกับคนที่ชอบความโดดเด่นในด้านเสียง เน้นความบันเทิงเป็นหลัก และจัดโต๊ะให้สวยงาม แม้จะมีสายต่ออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เกะกะมากมายนัก สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 9,900 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์สวย เป็นแบบ 2.1 ให้เสียงหนักแน่น ต้องแยก Sub woofer ไว้ด้านล่าง
รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ
ปรับจูนได้บนตัวลำโพง

4.แผ่นรองเมาส์

เป็นของที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่จะจัดโต๊ะคอมให้ดูสวย และเหมาะกับการใช้งาน มีให้เลือกทั้งแบบเป็นสไตล์ของคุณเอง จะเป็นภาพกราฟิก ลายการ์ตูนน่ารัก หรือจะเป็นแบบที่เรียบง่าย สีพื้นๆ แต่สิ่งที่จะแตกต่างกันนั้นก็คือ เรื่องของขนาดและฟีเจอร์ความพิเศษต่างๆ เช่น ขนาดของเมาส์แพด หากคุณชอบที่ใช้พื้นที่กว้างๆ ในการเลื่อนเมาส์ และจัดวางคีย์บอร์ดได้ด้วย อาจจะเลือกความยาวที่ใกล้เคียงกับโต๊ะ หรือชอบสีสันในการตกแต่ง เมาส์แพดบางรุ่นมาพร้อมลวดลายที่เรืองแสงได้ หรือมีขอบข้างที่เป็นแสงไฟ RGB ช่วยเพิ่มความสวยงาม เป็นต้น

จะเลือกแผ่นรองเมาส์อย่างไรดี?

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ขนาดที่เหมาะกับการเล่นเกมของคุณ เช่น เล่นเกมแนว Action FPS หรือ RPG ไม่ต้องใหญ่มาก เพราะไม่ต้องลากเมาส์ไปไกล สาดกระสุนได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเล่นแนว MOBA หรือว่า RTS อาจจะต้องดูแผนที่ ลากเมาส์เลือกออปเจกต์ ก็ต้องเพิ่มไซส์เมาส์แพดให้ใหญ่ขึ้น

เรื่องต่อมาคือ พื้นผิวหน้าสัมผัส เน้นเคลื่อนตัวไว ให้ใช้แบบ Speed เน้นควบคุมง่าย มีความแม่นยำสูงให้เลือกแบบ Control แต่ปัจจุบันแทบจะทำออกมาเป็นแผ่นเดียวกัน จะมีบางรุ่นเท่านั้นที่แยกฟีเจอร์ทั้ง 2 แบบให้เลือกใช้

สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของวัสดุและการผลิต นอกจากพื้นผิวที่ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานได้รับการถักทอที่หนาแน่น เพื่อให้รับต่อการเคลื่อนไหวเมาส์ได้ดีแล้ว ยังต้องทนต่อการขูดขีดหรือการพับม้วนได้ดีในระดับหนึ่ง ด้านใต้มีฟีตที่ยึดเกาะกับพื้นโต๊ะได้แน่นหนา ไม่เคลื่อนได้ง่าย ในขณะที่เล่นเกม เพราะจะส่งผลต่อการแพ้ชนะได้เลยทีเดียว

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Chieftain Premium mousepad แผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่ มีให้เลือกตั้งแต่ 220x280mm และ 300x900mm เรียกว่าไซส์ใหญ่สุด ก็เกือบเต็มโต๊ะคอมขนาดเล็กเลยทีเดียว แต่จุดเด่นเค้าอยู่ที่ การเป็นเมาส์แพดแบบแข็ง ด้วยโลหะความหนาประมาณ 1.2mm ซึ่งให้พื้นผิวที่เพิ่มความแม่นยำ และมีความแข็งแรง ผิวหน้ามีความละเอียดสูง เหมาะกับการที่เคลื่อนเมาส์ด้วยความแม่นยำ รองรับเมาส์ทั้งในแบบเลเซอร์และออพติคอล มียางรองพื้นกันลื่นด้านล่าง โดยไซส์ XL ราคาอยู่ที่ 1,330 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Corsair MM700 RGB แต่ถ้าใครที่ชอบความตื่นตาตื่นใจ จัดโต๊ะคอมแล้วดูล้ำสมัย มีสไตล์โดดเด่น เน้นแสงไฟ RGB เมาส์แพดไซส์ใหญ่จาก Corsair รุ่นนี้ มีทุกอย่างที่คุณชอบ ด้วยพื้นผิวที่ดูหรูหรา ได้รับการถักทอผิวหน้ามาอย่างหนาแน่น เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับเมาส์ที่ DPI สูงๆ ตอบโจทย์ทั้งในแง่การเล่นเกมและทำงาน ให้การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และยังเป็นแบบที่พับม้วนได้ จุดเด่นอยู่ที่ขอบข้าง ซึ่งมาพร้อมแสงไฟ RGB แบบ 3 โซน ปรับแต่งได้ถึง 12 โพรไฟล์ ด้วยการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ iCUE มีตัวเลือกที่ยาวถึง 930mm x 400mm เรียกว่าใหญ่เกือบเต็มโต๊ะ ให้การเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต USB และยังเป็น USB Hub ในการเชื่อมต่อหูฟังหรือเมาส์ ด้านใต้เป็นแบบ Anti-Slip ซึ่งเป็นพื้นยาง กันการเคลื่อนไหว เมื่อเลื่อนเมาส์ในช่วงที่กำลังเล่นเกม ราคาเมาส์รุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
เมาส์แพดขนาดใหญ่ วางอุปกรณ์ได้สะดวก ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดโต๊ะ
มีแสงไฟ RGB เพิ่มความสวยงาม
เพิ่มความหรูหราให้โต๊ะคอมได้ดี

5.ที่แขวนหูฟัง

แม้ว่าจะดูเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ แต่ก็พูดได้เต็มปากว่า ช่วยจัดระเบียบและเพิ่มความเป็นเกมมิ่งบนโต๊ะคอมของคุณได้ดีทีเดียว ไม่ว่าคุณจะใช้หูฟังแบบต่อสายหรือไร้สายก็ตาม เพิ่มความสวยงาม และการหยิบใช้ที่สะดวกได้ในตัว แต่จะไม่เลือกใช้ก็ได้ ถ้าในกรณีคุณมีจอคอมบางรุ่นที่เพิ่มฟังก์ชั่น ตัวแขวนหูฟังมาด้วย แต่ถ้าใครอยากจะได้ไว้ใช้ ปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบหหลักๆ คือ หนีบกับโต๊ะ และขาตั้งแขวน แล้วแต่ความสะดวก ใครโต๊ะเล็กหรืออยากประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ ใช้แบบแขวนที่ขอบโต๊ะก็ได้ แต่ถ้ามีเมาส์สวย อยากโชว์ให้เข้าเซ็ต เป็นแบบขาตั้งก็น่าสนใจ

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Cougar Bunker S RGB ที่แขวนหูฟังสำหรับเกมเมอร์ที่จัดเซ็ตคอม RGB เอาไว้อย่างสวยงาม เพราะ Headset stand รุ่นนี้ นอกจากจะออกแบบมากดูล้ำสมัย สามารถแขวนหูฟังขนาดใหญ่ในแบบ Over-ear ได้ ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบใช้ยึดกับตัวเคส แล้วแขวนหูฟังในแบบแนวนอนได้อีกด้วย โดยมีตัวดูดแบบสูญญากาศ ที่ยึดกับโต๊ะหรือพื้นผิวเรียบแบบเคสได้อย่างแน่นหนา พร้อมพอร์ต USB 2.0 ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย แต่ที่โดดเด่นน่าสนใจก็คือ การมีแสงไฟที่ฐานเป็นแบบ RGB ปรับเปลี่ยนโหมดแสงไฟได้จากปุ่มที่ตัวฐานได้เลย อเนกประสงค์และยังลงตัวกับเคสหล่อๆ ของคุณได้ดี ราคาประมาณ 1,490 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์

แต่ถ้าคุณแต่งโต๊ะคอมพิวเตอร์ในสไตล์ที่เรียบหรูดูดี อาจไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของแสงสีมากนัก ราคาเบาๆ แบบนี้ก็น่าจะตรงใจคุณได้มากกว่า โดยเป็นหูฟังงานไม้ ที่มีการขัดเคลือบสีมาอย่างสวยงาม เข้ากับโต๊ะคอมที่เน้นความเป็นธรรมชาติหรือโทนสีขาว น้ำตาล เพื่อให้ดูอบอุ่น รวมถึงหูฟังในสไตล์อะคูสติก หรือแนวเรโทร ที่มีความเรียบง่าย มีขนาดให้เลือกมากมายทีเดียว ราคาประมาณ 500-700 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่คุณต้องการ

จุดเด่น ข้อสังเกต
ใช้เป็นอุปกรณ์ประดับโต๊ะได้ดี ใช้งานกับหูฟังไร้สายคล่องตัวมากกว่า
วางหูฟังได้อย่างปลอดภัย
ราคาไม่สูงมาก

6.ขาตั้งจอ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบความเป็นระเบียบ และการใช้งานจอคอมที่คุณสามารถคอนโทรลเอง หรือปรับระดับได้ ในแบบที่คุณต้องการ โดยไม่ยึดติดกับการใช้ร่วมกับขาตั้งพื้นฐานที่มากับจอภาพปกติ ซึ่งจอบางรุ่นอาจปรับได้เพียงมุมก้ม-เงยเท่านั้น แต่ถ้าเป็นขาตั้งจอแล้ว นอกจากจะให้คุณปรับขยับได้ตามใจชอบแล้ว ยังให้คุณติดตั้งได้มากกว่า 1 จอ รวมถึงลดการใช้พื้นที่จัดวางบนโต๊ะคอมของคุณได้อีกด้วย เหลือพื้นที่เอาไว้ใช้วางอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวกกว่า

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Kaloc KLC-DS90 ขาตั้งจอหรือขาแขวนจอคอมราคาหลักร้อย เหมาะสำหรับคนที่ใช้จอเดียว ปรับเลื่อนง่าย ติดตั้งเองได้ไม่ยุ่งยาก ใช้การยึดกับขอบโต๊ะคอมหรือโต๊ะทำงาน สามารถใช้ร่วมกับจอภาพได้ถึง 32″ ที่น้ำหนักสูงสุดประมาณ 9Kg เมาท์ติดตั้งกับหลังจอมาตรฐาน VESA 75 x 75mm และ 100 x 100mm มีระบบ Gas spring ช่วยในการจัดตำแหน่งของจอได้ง่ายขึ้น โดยมีฟังก์ชั่นให้ผู้ใช้สามารถปรับมุมก้ม-เงยได้มากขึ้น รวมถึงหมุนจอแบบ Pivot 90 องศา หันซ้าย-ขวาและปรับความสูงได้ถึง 42cm และมีพื้นที่ให้จัดการสายให้ดูเรียบร้อย ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 699 บาท

Loctek 3S Move Triple LCD Stand แต่ถ้าคุณเป็นสายเทรดหุ้น หรือทำงานด้านตัดต่อวีดีโอและต้องใช้งานมัลติมอนิเตอร์ระดับ 3 จอ ขาตั้งรุ่นนี้น่าจะตอบความต้องการของคุณได้ดีที่สุด ด้วยแกนหลักขาตั้งขนาด 2″ ไม่หนาเทอะทะเกินไป แต่แข็งแรง พร้อมแขนที่ยืดออกไปรองรับจอขนาด 14-27″ ได้ถึง 3 ตัวด้วยกัน พร้อมกับให้การหมุนจอได้แบบ 360 องศา ปรับมุมก้มเงยได้ รวมถึงรองรับ VESA Mount 75 x 75mm และ 100 x 100mm มาตรฐาน ปรับความสูงได้ถึง 36cm ใช้การยึดเกาะกับโต๊ะแบบหนีบแข็งแรง ราคาประมาณ 4,700 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
รองรับการใช้งานมัลติมอนิเตอร์ ติดตั้งต้องระวังอาจทำโต๊ะเป็นรอย
ติดตั้งง่าย รองรับจอใหญ่ได้
ปรับหมุนในมุมต่างๆ ได้

7.เกมมิ่งเมาส์

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Logitech G Pro Wireless Mouse เป็นเมาส์ที่มีดีไซน์ทันสมัย แต่ไม่ได้หวือหวาหรือเน้นไปทางแสงไฟ RGB ที่ดูล้ำๆ มากนัก จึงเข้ากันได้กับการจัดโต๊ะคอมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวเกมมิ่งหรือโต๊ะทำงานก็ตาม ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สาย LIGHTSPEED ตอบสนองได้ไว สามารถใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา ปุ่มกดเป็นแมคคานิคอล ให้ค่า DPI สูงสุดถึง 16000DPI ด้วยเซ็นเซอร์ HERO 16K และ Polling Rate 1000Hz น้ำหนักเบาแค่ 80 กรัมเท่านั้น สามารถบันทึกค่าโพรไฟล์ได้ในตัว ปุ่มมาโครด้านข้าง ปรับเปลี่ยนได้ สามารถใช้งานได้ถึง 60 ชั่วโมงต่อการชาร์จราคาประมาณ 5,990 บาท

โต๊ะคอมพิวเตอร์

Asus Rog Spatha Wireless Mouse แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเมาส์ดีไซน์ที่ล้ำสมัย ฟีเจอร์แน่น และเพิ่มความโดดเด่นให้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์และพีซีของคุณได้มากขึ้น เมาส์รุ่นนี้คือคำตอบของคุณ ด้วยการออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ ใช้งานได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย เหมาะทั้งเกม MMORPG และ Action บอดี้ดูแปลกตา วัสดุแม็กนิเซียมอัลลอยที่ดูดุดัน มีแสงไฟ RGB ที่ด้านข้างของตัวเมาส์ สวิทช์ OMRON ให้ความทนทาน และการตั้งมาโครได้ถึง 12 ปุ่ม ให้ความแม่นยำได้ถึง 8,200DPI และ Polling Rate 2000Hz น้ำหนักเพียง 178g และแท่นชาร์จแนวตั้ง ราคาประมาณ 5,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ตอบโจทย์การเล่นเกมได้ดี ใช้แบบไร้สาย ไม่เกะกะ
ปรับแต่งมาโครได้
สีสันสวยงาม เหมาะกับโต๊ะคอม

8.แสงไฟ RGB

น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับโต๊ะคอมพิวเตอร์ได้ไม่น้อยเลย ด้วยเฉดโทนสีที่สามารถเปลี่ยนได้ตามความต้องการ และบางรุ่นยังปรับโหมดให้เข้ากับโน๊ตบุ๊คหรือพีซี รวมถึงเกมมิ่งเกียร์ที่ใช้อยู่ได้อย่างลงตัว ซึ่งในปัจจุบันมีหลายแบบให้เลือกใช้งาน มีตั้งแต่งบหลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับสไตล์และห้องของคุณว่าอยากให้เป็นแนวใด และมีงบประมาณมากน้อยเพียงใด

โต๊ะคอมพิวเตอร์

หลอดไฟ RGB ในแบบรังผึ้ง ซึ่งทำออกมาได้น่าสนใจ สามารถติดเข้ากับผนังด้านหลัง เพิ่มสีสันให้กับโต๊ะคอมได้ดีทีเดียว โดย 1 ชุดมี 6 ชิ้น จัดเรียงกันตามรูปแบบที่คุณชอบ จุดเด่นอยู่ที่การคอนโทรล เพื่อเปลี่ยนแสงไฟในแบบ RGB ได้ง่ายผ่านทางแอพฯ ที่ใช้ได้ทั้งแอนดรอยด์และ iOS ปรับโพรไฟล์แสงได้มากกว่า 200 แบบ จะให้เล่นตามเสียงเพลงก็ได้ หรือจะใช้รีโมทที่มีมาให้ปรับแต่งได้สนุก และยังเชื่อมต่อกันได้มากกว่า 40 ชิ้่นเลยทีเดียว กับตัวล็อคที่ดูแน่นหนา โดยราคาประมาณ 1,190 บาทต่อชุดเท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
เพิ่มความสวยงามให้โต๊ะคอม บางแบบใช้งานค่อนข้างยาก
มีหลายแบบให้เลือก
ควบคุมผ่านแอพฯ ได้

9.เก้าอี้เกมมิ่งหรือเก้าอี้เพื่อสุขภาพ

โต๊ะคอมพิวเตอร์

MSI MAG CH130 X เก้าอี้เกมมิ่งดีไซน์หรูหรา แต่ราคาไม่ถึงหมื่นบาท ออกแบบมาเพื่อคอเกม ที่ชอบเก้าอี้ในสไตล์สปอร์ต แต่นั่งสบายมากขึ้น ออกแบบให้โอบกระชับในช่วงไหล่ และมี High Density Foam ของเบาะนั่งเพื่อความรู้สึกที่แน่นหนา เพิ่มความมั่นใจในการเล่นเกม กับผิวสัมผัสที่เป็นแบบหนัง พร้อมด้วยลายเส้นแบบคาร์บอน เพื่อความทันสมัย โทนสีดำตลอดทั้งตัว ตัดกับการเดินด้ายสีขาว คล้ายกับรถสปอร์ต สามารถปรับเลื่อนได้ทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นที่วางแขน หรือปรับความสูง รวมถึงเอนหลังได้ถึง 150 องศา เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ด้วยโลหะทนทาน รองรับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม และขาโลหะ 5 แฉก พร้อมล้อเลื่อน ให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัว

โต๊ะคอมพิวเตอร์

ส่วนใครที่ชอบความเรียบง่าย แม้จะออกไปทางเกมมิ่ง แต่ก็ดูสุขุมนั่งสบายกับ Cooler Master CALIBER X1 ในงบไม่ถึงหมื่นบาท ดีไซน์ที่เรียบหรูแต่ให้อารมณ์ที่ดูสปอร์ต ในโทนสีเทาดำ กับเบาะหนัง PU ที่เจาะรูระบายอากาศ ที่เป็นเอกลักษณ์ เสริมด้านข้างกับลวดลายที่ดูคล้ายเบาะรถแข่ง จุดเด่นอยู่ที่การปรับระดับเอนนอนได้ 180 องศาแนวราบ ครงสร้างโลหะให้ความแข็งแรง และบอดี้อะลูมิเนียมมีความยืดหยุ่น ตัวเบาะเป็นโฟมความหนาแน่นสูง เสริมความแน่นกระชับ ปรับระดับได้สองส่วนด้วยกันคือ เพิ่ม-ลดความสูง และเอนเบาะอยู่ด้านใต้เก้าอี้ พร้อมที่พักแขน 4D ซึ่งสามารถปรับเลื่อนได้สี่ทิศทาง ขึ้น-ลง, ซ้าย-ขวา รวมถึงเลื่อนไปข้างหน้าได้อีกด้วย ส่วนเบาะเสริมจะมีให้เพียง Back rest เท่านั้น เพราะส่วนบนของเก้าอี้ ถูกเสริมมาอย่างดี รับน้ำหนักได้ถึง 150Kg ด้วยโช๊ค Gaslift Class 4 ให้ความทนทานด้วยล้อขนาด 75mm เป็นล้อขนาดใหญ่

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดูโดดเด่น ทันสมัย ความนั่งสบายขึ้นอยู่กับสรีระผู้ใช้
ปรับระดับได้
เพิ่มความสวยงามให้กับโต๊ะคอมได้

Conclusion

ก็เป็นการรวบรวมเอาของแต่งที่จะนำมาใช้ในการจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์ของคุณให้ดูโดดเด่นมากขึ้นในปี 2022 เผื่อใครที่ไอเดียหรือกำลังจะต้องทำงานที่บ้าน รวมถึงอยากแต่งโต๊ะคอมเล่นเกมของคุณใหม่ อุปกรณ์เหล่านี้ก็พอจะเป็นแนวทางให้กับคุณได้ รวมถึงยังเลือกปรับให้เหมาะกับบ้าน หรือห้อง รวมถึงของเดิมที่คุณมีอยู่ เพื่อที่จะได้ลดค่าใช้จ่ายลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็น คีย์บอร์ด ฟิกเกอร์ หรือว่าจะเป็นของเล่นในคอมของคุณ ซึ่งหากเซ็ตดีๆ เช่น เมนบอร์ด กราฟิกการ์ด ที่เข้าคู่กัน ก็ยิ่งทำให้โต๊ะคอมของคุณดูน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว หรือถ้าใครมีไอเดียเด็ดๆ แนะนำเพื่อนๆ ก็อย่าลืมคอมเมนต์กันมานะครับ จะได้แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กัน ขอให้มีความสุขกับการจัดโต๊ะคอมใหม่ในปีหน้านี้นะครับ

from:https://notebookspec.com/web/631055-10-component-pc-table-2022

6 หูฟังครอบหูสายเกมมิ่งตัวเด็ดเพื่อเกมเมอร์ มีแบบไร้สายให้เลือกด้วย เริ่มแค่ 1,290 บาทเท่านั้น

หูฟังครอบหูเพื่อเกมเมอร์ตอนนี้มีรุ่นเด็ดๆ ให้เลือกเพียบ! มีราคาตั้งแต่ถูกไปจนตัวแพงเลย!

headphone cover

หูฟังครอบหูหรือเฮดโฟนเป็นหูฟังอีกประเภทที่เกมเมอร์หลายๆ คนเลือกมาใช้เล่นเกมเพราะไดรเวอร์ที่ใหญ่และฟีเจอร์จำลองทิศทางเสียงได้ตั้งแต่ 5.1, 7.1 แชนแนล ซึ่งเกมเมอร์สาย FPS จะได้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้มากทีเดียว จะได้ยินเสียงของศัตรูเวลาปะทะได้ง่ายยิ่งขึ้น และบางรุ่นก็สามารถติดตั้งโปรแกรมเสริมเพื่อให้เล่นเกมได้สนุกและได้เปรียบคู่แข่งยิ่งขึ้นอีกด้วย

Advertisementavw

อย่างไรตาม หูฟังทรงครอบหูสำหรับเกมเมอร์ปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายรุ่นและแบรนด์เกมมิ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีฟีเจอร์เด่นๆ เป็นจุดขายของตัวเองให้เกมเมอร์ได้เลือกไปเล่นเกมกัน ซึ่งบางคนอาจจะเลือกเกมมิ่งเฮดโฟนแตกต่างจากเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นที่ใช้งานเป็นประจำก็ได้หรือจะใช้เป็นแบรนด์เดียวกันกับเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นก็ช่วยให้ตั้งค่าได้สะดวกเพราะใช้แค่ซอฟท์แวร์เดียวจัดการได้ทั้งหมดเลย

หูฟังครอบหู

6 หูฟังครอบหูสายเกมมิ่งเพื่อเกมเมอร์เล่นเกมเพลินได้ใจ!

ถ้าเกมเมอร์คนไหนที่กำลังหาหูฟังดีๆ เอาไว้เล่นเกมสักตัว ณ ตอนนี้ในช่วงหลักพันต้นๆ จะมีรุ่นดีๆ ให้เลือกกันหลากรุ่นหลายแบรนด์เลย โดยทั้ง 6 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. Fantech WH01 (1,290 บาท)
  2. Corsair HS35 (1,390 บาท)
  3. JBL Quantum 100 (1,590 บาท)
  4. SteelSeries Arctis 1 (2,290 บาท)
  5. Lenovo Legion H600 (3,509 บาท)
  6. Logitech Pro X (3,999 บาท)
1. Fantech WH01 (1,290 บาท)

WH01 1000x600 1

เริ่มต้นด้วยแบรนด์หูฟังลูกผสมที่เล่นเกมก็ดีฟังเพลงก็ไม่แพ้ใครอย่าง Fantech WH01 ที่ผู้เขียนซื้อมาใช้เล่นเกมกับพีซีของตัวเองอยู่ ซึ่งตัวหูฟังจะเป็นเสียงสเตอริโอแยกทิศทางเสียงของศัตรูได้ชัดเจนระดับหนึ่งและจะเด่นเวลาฟังเพลงเพราะว่าได้มิติเสียงหนักแน่นและมีเบสเยอะกำลังดีอีกด้วย

ด้านสเปคของหูฟังตัวนี้จะดีไซน์เป็นแบบครอบหูและสามารถพับเก็บได้ เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. หรือ Bluetooth 5.0 อัตราหน่วงต่ำ (Low Latency) ก็ได้ทำให้เล่นเกมแล้วเสียงไม่เกิดการดีเลย์หรือขาดช่วงโดยเฉพาะตอนเล่นเกมบนสมาร์ทโฟน มีปุ่มควบคุมเพิ่มลดเสียง, เปลี่ยนเพลงหรือเปิดปิดตัวหูฟังติดมาให้ด้านข้างตัว ตัวไดรเวอร์หูฟังมีขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz มีไมโครโฟนในตัวรับเสียงแบบ Omni Directional ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 16 kHz ฝังแบตเตอรี่เอาไว้ในตัวใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 60 ชม. ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยพอร์ต USB-C จะชาร์จด้วยปลั๊กหรือ Power Bank ก็ได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าหูฟังนี้จะเหมาะกับผู้ใช้ที่เล่นเกมทั้งในพีซีและสมาร์ทโฟนและเน้นความบันเทิงด้วย ไม่ได้โฟกัสเล่นพีซีเกมแบบเต็มที่ก็ซื้อตัวนี้ไปใช้งานได้ แต่ถ้าเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์เน้นทิศทางเสียงคมเป็นพิเศษก็อาจจะข้ามไปตัวอื่นจะดีกว่า

สเปคของ Fantech WH01
  • ไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz
  • ไมโครโฟนในตัวรับเสียงแบบ Omni Directional ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 16 kHz
  • มีปุ่มควบคุมเพิ่มลดเสียง, เปลี่ยนเพลงหรือเปิดปิดตัวหูฟังติดมาให้
  • เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. หรือ Bluetooth 5.0 อัตราหน่วงต่ำ (Low Latency)
  • แบตเตอรี่เอาไว้ในตัวใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 60 ชม. ชาร์จด้วยสาย USB-C
  • รองรับ Windows และสมาร์ทโฟน
  • ราคา 1,290 บาท (Gadget Villa Shopee)
ข้อดี ข้อสังเกต
1. รองรับการเชื่อมต่อทั้งมีและไร้สาย 1. เหมาะกับผู้ใช้แบบทั่วไป ไม่แนะนำสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์เพราะเสียงเป็นสเตอริโอธรรมดา ไม่ได้แยกทิศทางเหมือนรุ่นเกมมิ่ง
2. ใช้งานไร้สายต่อเนื่องได้ 60 ชม.  
2. Corsair HS35 (1,390 บาท)

CA 9011195 NA Gallery HS35 BLACK 01

Corsair HS35 รุ่นนี้จะเป็นหูฟังครอบหูเน้นเกมมิ่งเป็นหลัก โดยจุดเด่นคือมันสามารถเอาไปเล่นเกมกับ PC, PS4, PS5, Nintendo Switch, สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตและ Xbox One (แต่ต้องซื้ออแดปเตอร์เฉพาะของ Microsoft มาใช้ด้วย) ได้เลย สามารถถอดไมโครโฟนออกได้เมื่อไม่ใช้งานและมีปุ่มควบคุมตัวหูฟังติดมาให้ด้วย

สเปคของหูฟังตัวนี้ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 50 มม. มาให้และตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz ได้เสียงแบบสเตอริโอ และไมค์เป็น Unidirectional พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนในตัว ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz สามารถถอดเก็บได้ถ้าไม่ต้องการใช้งาน ส่วนการเชื่อมต่อใช้สาย 3.5 มม. เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานได้เลย และหูฟังกับไมค์เซ็ตนี้ได้รับการรับรอง Discord-Certified แล้วว่าเป็นเฮดโฟนที่ปรับแต่งคุณภาพเสียงให้สื่อสารกับเพื่อนตอนเล่นเกมได้ดี ดังนั้นถ้าใครต้องการหาเกมมิ่งเฮดโฟนดีๆ ราคาไม่แพงมากสักตัวเอาไว้เล่นเกมก็ซื้อตัวนี้ได้เลย

สเปคของ Corsair HS35
  • ไดรเวอร์ขนาด 50 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz
  • ไมโครโฟนแบบถอดเก็บได้รับเสียงแบบ UniDirectional พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz
  • มีปุ่มเปิดปิดไมค์และวงล้อปรับเพิ่มลดเสียงติดตั้งมาให้
  • เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. 
  • รองรับ PC, PS4, PS5, Nintendo Switch, สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตและ Xbox One
  • ราคา 1,390 บาท (Corsair Shopee Mall)
ข้อดี ข้อสังเกต
1. ใช้งานกับอุปกรณ์ได้หลากหลายแบบ 1. เชื่อมต่อด้วยสายหูฟัง 3.5 มม. เท่านั้น
2. ไมโครโฟนมีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนและได้รับ Discord-Certified ด้วย  
3. JBL Quantum 100 (1,590 บาท)

JBL Quantum 100 Product Image Hero Black 02

ด้านแบรนด์ที่เด่นเรื่องเสียงเพลงอย่าง JBL ก็มีหูฟังครอบหูสายเกมมิ่งให้เลือกด้วย โดยรุ่นแนะนำเป็น JBL Quantum 100 รุ่นเริ่มต้นเพื่อเกมเมอร์ที่ชอบเสียงเพลงด้วย โดยจุดเด่นของหูฟังตัวนี้คือรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลายแบบและมีฟีเจอร์ JBL QuantumSOUND ให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ JBL อีกด้วย

สเปคของหูฟังตัวนี้จะใช้ไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz มีปุ่มและวงล้อปรับเพิ่มลดเสียงติดตั้งมาให้และสามารถจำลองเสียง 7.1 แชนแนลได้ ติดตั้งไมโครโฟนมาให้เป็นแบบถอดเก็บได้ถ้าไม่ใช้งาน ส่วนตัวหูฟังสามารถพับเป็นแนวราบวางกับพื้นโต๊ะได้ รองรับการเชื่อมต่อกับ PC, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch, สมาร์ทโฟน, macOS ได้ ใช้สายหูฟัง 3.5 มม. ถ้าเชื่อมต่อกับ Windows สามารถใช้ Windows Sonic Spatial Sound ได้ด้วย เรียกว่าเป็นหูฟังเกมมิ่งจากแบรนด์ผู้ผลิตหูฟังเพื่อการฟังเพลงที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งและราคาไม่แพงมากด้วย ถ้าใครชื่นชอบแบรนด์นี้ก็สามารถเลือกซื้อไปใช้ได้เลย

สเปคของ JBL Quantum 100
  • ไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz จำลองเสียง 7.1 แชนแนล
  • ฟีเจอร์ JBL QuantumSOUND ให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ JBL
  • ไมโครโฟนถอดเก็บได้ มีปุ่มเปิดปิดไมค์และวงล้อปรับเพิ่มลดเสียงติดตั้งมาให้
  • เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. 
  • รองรับ PC, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch, สมาร์ทโฟน, macOS
  • ราคา 1,590 บาท (Mercular)
ข้อดี ข้อสังเกต
1. จำลองเสียงแบบ 7.1 แชนแนลได้ มี JBL QuantumSOUND 1. เชื่อมต่อด้วยสายหูฟัง 3.5 มม. เท่านั้น
2. รองรับหลากหลายระบบปฏิบัติการ ใช้งานได้หลากหลายเครื่อง  
4. SteelSeries Arctis 1 (2,290 บาท)

buyimg arctis1 pc 001.jpg 1920x1080 q100 crop fit optimize subsampling 2

SteelSeries Arctis 1 นับเป็นหูฟังเกมมิ่งรุ่นเล็กของ SteelSeries แต่ก็ยังได้ฟีเจอร์เยอะไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย ทั้งระบบเสียง Arctis Sound ที่แยกทิศทางศัตรูได้คมชัดเหมือนรุ่นใหญ่, ไมค์แบบตัดเสียงรบกวนเวลาพูดคุยกับเพื่อน, รองรับหลากหลายระบบปฏิบัติการและในตัวหูฟังยังใช้ก้านโลหะแข็งแรงทนทานทำให้ใช้งานได้หลายปีไม่เสียหายง่ายๆ

สเปคของหูฟังตัวนี้ติดตั้งไดรเวอร์ 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz แบบเดียวกับ Arctis 7 มีสวิตช์เลื่อนเปิดปิดไมโครโฟนและล้อเพิ่มลดเสียงติดตั้งมาให้ มีไมโครโฟนแบบตัดเสียงรบกวน รับเสียงแบบ Bidirectional ติดตั้งมาให้ ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz และถอดเก็บได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน เชื่อมต่อกับ PC, macOS, PS4, PS5, Xbox, Nintendo Switch และสมาร์ทโฟนได้ด้วยสายหูฟัง 3.5 มม. และในกล่องมีสายเสริมการเชื่อมต่อแถมมาให้ด้วย แต่ข้อสังเกตคือหูฟังตัวนี้จะไม่รองรับการตั้งค่าด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine เหมือนกับเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นของทางค่าย ยกเว้นตัว Arctis 1 Wireless จะรองรับซอฟท์แวร์ของทาง SteelSeries ด้วย

สเปคของ SteelSeries Arctis 1
  • ไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz
  • มีระบบเสียง Arctis Sound ที่แยกทิศทางศัตรูได้คมชัด
  • ไมโครโฟนแบบตัดเสียงรบกวน รับเสียงแบบ Bidirectional ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz
  • เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. 
  • รองรับ PC, macOS, PS4, PS5, Xbox, Nintendo Switch และสมาร์ทโฟน
  • ราคา 2,290 บาท (Mercular)
ข้อดี ข้อสังเกต
1. ใช้ไดรเวอร์รุ่นเดียวกับรุ่นท็อปของทางค่าย 1. เชื่อมต่อด้วยสายหูฟัง 3.5 มม. เท่านั้น
2. รองรับหลากหลายระบบปฏิบัติการ ใช้งานได้หลากหลายเครื่อง 2. ไม่รองรับ SteelSeries Engine เหมือนเกมมิ่งเกียร์ชิ้นอื่นของทางค่าย
3. ไมโครโฟนมีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน  
5. Lenovo Legion H600 (3,509 บาท)

GXD1A03963 500x400 6

นอกจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้ว Lenovo เองก็มีหูฟังครอบหูแบบเกมมิ่งให้เลือกซื้อไว้เล่นเกมเช่นกัน โดยรุ่นแนะนำเป็นรุ่น Lenovo Legion H600 โดยรุ่นนี้จะเป็นเกมมิ่งเฮดโฟนแบบไร้สาย จะใช้ USB Dongle 2.4 GHz หรือสายหูฟัง 3.5 มม. ก็ได้ จึงรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลายขึ้น

สำหรับหูฟังตัวนี้ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 50 มม. มาให้ ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz มีปุ่มควบคุมตัวหูฟังอย่างเพิ่มลดเสียง, ปุ่ม Power และสวิตช์เลื่อนเพื่อปิดเสียง ไมโครโฟนติดตั้งมาให้แบบถอดไม่ได้แต่ดันก้านขึ้นเพื่อเก็บได้ รับเสียงแบบ Unidirectional ตอบสนองความถี่ 200 Hz – 20 kHz มีแบตเตอรี่ในตัว 1,200 mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 20 ชม. เชื่อมต่อด้วย USB Dongle คลื่น 2.4 GHz และสายหูฟัง 3.5 มม. ได้ด้วย ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ใช้สาย USB-C to A ที่แถมมาในกล่องชาร์จได้เลย ซึ่งถ้าใครเป็นทีม Lenovo อยากได้หูฟังให้เข้ากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คอย่าง Lenovo Legion ก็เลือกซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Lenovo Legion H600
  • ไดรเวอร์ขนาด 50 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz
  • มีปุ่มควบคุมได้แก่ เพิ่มลดเสียง, ปุ่ม Power และสวิตช์เลื่อนเพื่อปิดเสียง
  • ไมโครโฟนพับเก็บได้ รับเสียงแบบ Unidirectional ตอบสนองความถี่ 200 Hz – 20 kHz
  • เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. หรือ USB Dongle คลื่น 2.4 GHz 
  • รองรับหลากหลายอุปกรณ์ เช่น PC และเครื่องคอนโซล
  • ราคา 3,509 บาท (Lenovo Thailand)
ข้อดี ข้อสังเกต
1. ใช้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 50 มม. 1. ไมโครโฟนเป็นแบบพับเก็บขึ้นข้างบน ถอดไม่ได้
2. เชื่อมต่อได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย  
6. Logitech Pro X (3,999 บาท)

Pro X 3

Logitech Pro X รุ่นนี้เป็นหูฟังเกมมิ่งที่มีทั้งรุ่นมีสายลาย League of Legends และแบบไร้สายที่ทางผู้เขียนเคยรีวิวไปทั้งคู่แล้ว ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างชื่นชอบเฮดโฟนรุ่นนี้เป็นพิเศษและแนะนำสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหูฟังครอบหูสายเกมมิ่งคุณภาพดี ซื้อทีเดียวจบและได้ไมค์เสียงคมกับเทคโนโลยี BLUE VO!CE ไปใช้งาน และตัวโครงยังแข็งแรงเพราะใช้อลูมิเนียมและโฟมหูฟังเป็นเมมโมรี่โฟมนุ่มสบายและใช้งานกับโปรแกรม Immerse ของ Embody ช่วยแยกทิศทางเสียงศัตรูตอนเล่นเกมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้านสเปคก็ต้องถือว่าหูฟังครอบหู Pro X ตัวนี้น่าลงทุนซื้อมาใช้งานเพราะใช้ไดรเวอร์ PRO-G ขนาด 50 มม. ตลบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz ตั้ง EQ ได้ รองรับ DTS Headphone:X 2.0 ติดตั้งไมค์รองรับเทคโนโลยี BLUE VO!CE มาให้ รับเสียงแบบ Cardioid ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz ให้เสียงพูดคุยกับเพื่อนชัดเจน ถ้าไม่ใช้งานก็สามารถถอดเก็บได้ เชื่อมต่อกับพีซี, สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วยสายหูฟัง 3.5 มม. หรือต่อเข้ากับ USB DAC เข้ากับพีซีให้คุณภาพเสียงดีขึ้นกว่าเดิมและตั้งค่าทั้งหมดได้ด้วยโปรแกรม Logitech G HUB ได้เลย ซึ่งถ้าใครอยากได้หูฟังครอบหูสายเกมมิ่งดีๆ สักตัวและมีงบประมาณระดับหนึ่งก็แนะนำให้ลงทุนซื้อ Logitech Pro X ตัวนี้มาใช้งานได้เลย

สเปคของ Logitech Pro X
  • ไดรเวอร์ PRO-G ขนาด 50 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz ตั้งค่า EQ ได้ รองรับ DTS Headphone:X 2.0
  • ไมโครโฟนถอดเก็บได้ รับเสียงแบบ Cardioid ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz รองรับเทคโนโลยี BLUE VO!CE
  • เชื่อมต่อผ่านสายหูฟัง 3.5 มม. หรือ USB DAC
  • ตั้งค่าการทำงานและ EQ ได้ในโปรแกรม Logitech G HUB
  • รองรับหลากหลายอุปกรณ์ เช่น PC, สมาร์ทโฟนและเครื่องคอนโซล
  • ราคา 3,999 บาท (Mercular)
ข้อดี ข้อสังเกต
1. ใช้โปรแกรม Logitech G HUB ตั้งค่าหูฟังได้ทั้งเสียงหูฟังและไมค์ 1. ราคาสูงสุดในกลุ่ม
2. หูฟังรองรับเสียง DTS Headphone:X 2.0  
3. ไมโครโฟนเป็น BLUE VO!CE คุณภาพสูง  

สรุปสเปคหูฟังครอบหูสายเกมมิ่งทั้ง 6 รุ่น ตัวเด็ดน่าโดน เล่นเกมเพลิน!

สำหรับหูฟังครอบหูทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำ จะมีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราคาเป็นมิตรไปจนถึงรุ่นสำหรับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ให้เลือกซื้อด้วย โดยสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคหูฟังครอบหู ไดรเวอร์ ไมโครโฟน การเชื่อมต่อ ระบบปฏิบัติการ ราคา
Fantech WH01 40 มม.

ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz

Omni Directional

ตอบสนองความถี่
100 Hz – 16 kHz

สายหูฟัง 3.5 มม.

Bluetooth 5.0

Windows

สมาร์ทโฟน

1,290 บาท
Corsair HS35 50 มม.

ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz

UniDirectional
ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน

ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz

สายหูฟัง 3.5 มม. PC

PS4, PS5

Nintendo Switch

Xbox One

สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

1,390 บาท
JBL Quantum 100 40 มม.

ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz

จำลองเสียง 7.1 แชนแนล

JBL QuantumSOUND

ไมค์แบบถอดเก็บได้

มีปุ่มเปิดปิดไมค์และวงล้อเพิ่มลดเสียง

สายหูฟัง 3.5 มม. PC

PlayStation

Xbox

Nintendo Switch

สมาร์ทโฟน

macOS

1,590 บาท
SteelSeries Arctis 1 40 มม.

ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz

Arctis Sound

Bidirectional

ตัดเสียงรบกวน

ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz

สายหูฟัง 3.5 มม. PC

PlayStation

Xbox

Nintendo Switch

สมาร์ทโฟน

macOS

2,290 บาท
Lenovo Legion H600 50 มม.

ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz

Unidirectional

ตัดเสียงรบกวน

ตอบสนองความถี่ 200 Hz – 20 kHz

สายหูฟัง 3.5 มม.

USB Dongle คลื่น 2.4 GHz

PC

เครื่องคอนโซล

3,509 บาท
Logitech Pro X PRO-G ขนาด 50 มม.

ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz

DTS Headphone:X 2.0

Cardioid

ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz 

BLUE VO!CE

สายหูฟัง 3.5 มม.

USB DAC

PC

เครื่องคอนโซล

ตั้งค่าด้วย Logitech G HUB

3,999 บาท

สำหรับหูฟังครอบหูในตอนนี้ จะเห็นว่าแค่ราคาพันต้นๆ ก็ได้ของดีมาใช้งานแล้วและรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบสายและ Bluetooth เลย และถ้าเพิ่มเงินมาอีกนิดหน่อยก็จะมีรุ่นเกมมิ่งให้เกมเมอร์ซื้อไปต่อคอมหรือเครื่องคอนโซลที่บ้านได้ด้วย แต่สังเกตว่าหลายๆ รุ่นจะไม่รองรับการใช้ซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าตัวหูฟังเหมือนกับตัว Logitech ดังนั้นก่อนจะซื้อผู้เขียนแนะนำให้ดูรูปแบบการใช้งานของตัวเองก่อน ว่าต้องการใช้แบบง่ายๆ ต่อเครื่องแล้วลุยเลยหรือชอบตั้งค่าให้ถูกจริตของตัวเองมากกว่า ซึ่งถ้าเลือกและตัดสินใจได้แล้วค่อยซื้อก็ไม่สายเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

bthead cover

tws 2 cover

bt headphone cover

from:https://notebookspec.com/web/631587-6-gaming-headphone-gamer-should-have