คลังเก็บป้ายกำกับ: BUSINESS_SOFTWARE

[Guest Post] มุมมองของการพัฒนาเทคโนโลยีและการปรับตัวขององค์กร

มุมมองของการพัฒนาเทคโนโลยีและการปรับตัวขององค์กร จะนำมาปรับใช้งานให้สอดคล้องกันนั้น เป็นความท้าทายและโจทย์สำคัญที่ทุกองค์กรจะต้องเตรียมพร้อมในช่วงหลังการระบาด แต่จะทำได้อย่างไรบ้าง?

ทางทีมงานได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณเมธา กังวานพงศ์ ผู้บริหารของบริษัท ซิสเต็มส์ ดอท คอม จำกัด (Systems Dot Com: SDC) ที่เป็นบริษัทที่ให้บริการทางด้าน IT มาอย่างยาวนาน

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 โดยผู้ก่อตั้งมาจากทีมงานผู้มีประสบการณ์จาก IBM ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านระบบ IT Infrastructure โดยครอบคลุมการจำหน่าย บริการติดตั้ง บริการให้เช่า และบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ หรือการให้บริการ MA (Maintenance Agreement Service) ภายใต้แบรนด์ชั้นนำทางด้าน IT รวมถึงการให้บริการด้าน IT Solution อย่างครบวงจร

Question: มุมมองเรื่องของสถานการณ์ มีผลกระทบการดำเนินธุรกิจอย่างไรบ้าง?

มุมมองเรื่องของสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่มีผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ทางคุณเมธา กังวานพงศ์ (คุณเม) มองว่าส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจโดยส่งผลให้ทางบริษัทฯ ทั้งเรื่องการลงทุนของธุรกิจหรือ Lifestyle ที่เปลี่ยนไป หลายๆ บริษัทไม่สามารถเข้าพบหรือให้บริการกับลูกค้าบางสถานที่ได้ ทางเราก็เช่นกัน จึงจำเป็นต้องทำการลดการเดินทางของพนักงาน เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากภายนอก

ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมานี้ จึงสร้างโอกาสจำนวนไม่น้อยให้กับธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลให้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งใน เชิงรายได้และฐานผู้ใช้บริการ สืบเนื่องจากนโยบาย Work from Home โซลูชั่นด้านการทำงาน หรือในกลุ่มด้านความบันเทิงที่มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างชัดเจน

ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นตัวเข้ามาเร่งการผลักดันการใช้งานของ Technology มากขึ้น เร็วขึ้น ทั้งเรื่องของ Cloud solution, Cashless e-payment หรือ Application ใหม่ๆ มีออกมาให้เราเห็นอย่างต่อเนื่อง

หรืออย่าง AI technology ที่เรามีการพูดถึงบ่อยๆ เมื่อหลายปีที่ผ่าน จนมาถึงช่วงเวลานี้คนเริ่มเร่งให้มีการใช้งานระบบต่างๆ ให้เกิดเร็วขึ้น เพื่อให้องค์กรยังคงดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง เพราะคนส่วนใหญ่ถูกเหตุการณ์บังคับให้ต้องมาใช้งานระบบต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงได้ยากและข้อมูลที่เกิดจากผู้ใช้งานระบบจึงมากขึ้น ข้อมูลตรงนี้ก็จะมาช่วยขับเคลื่อน technology ให้เกิดขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้นอีก (Data-driven Technology)

ส่วนทางบริษัทของเรา จึงได้ออกมาตรการในการทำงานในรูปแบบ New Normal ตามความเหมาะสม ทาง Systems Dot Com ได้ใช้ช่วงระยะเวลานี้ให้เป็นโอกาส ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาองค์กร ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของไม่ว่าจะเป็นการ Training ในด้านต่างๆ ให้มีความสามารถมากขึ้น ให้พร้อมรับกับ technology ใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าได้ทันท่วงที

Question: มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรบ้าง?

ทางบริษัท Systems Dot Com ได้มีการนำ Technology เข้ามาใช้งานร่วมด้วย เพื่อเตรียมความพร้อม เช่น การทำ Bullet Check List หรือจะเป็นการทำงานแบบ Work from home ผ่าน Video Conference หรือ Remote Work ซึ่งเป็น Technology ที่ช่วยในการรักษาระยะห่างได้

และในโอกาสนี้ทาง Systems Dot Com ก็มี Technology ที่จะเข้ามาแนะนำให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่การใช้งานในช่วงเวลานี้ แต่จะเป็น Standard technology ที่สามารถใช้ได้ต่อเนื่องไปในอนาคตด้วย เช่น Software Easi share สามารถตอบโจทย์ในส่วนของการใช้งานด้านการใช้งานข้อมูล จะช่วยในด้านของการ Share ข้อมูลภายในและภายนอกองค์กร ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย แบบไม่ต้องเจอหน้ากัน

ข้อมูลเพิ่มเติม Software EasiShare – Your Secure Enterprise File Sharing Solution :::

โดยเน้นเรื่องทำ Double Authentication หรือที่เรียกว่า Two-factor authentication กับ OTP ที่สามารถกำหนดความปลอดภัยเรื่อง data security policy โดยไม่จำเป็นต้องผ่านระบบ VPN ทำให้จัดการระบบได้ง่ายและปลอดภัยและใช้งานร่วมกับในส่วนของ IBM Storage​

ส่วนของ IBM Storage จะมีความสามารถเรื่องของ ความเร็ว multi-function และความปลอดภัยอย่างการทำ Encryption หรือหากในระบบมี Non-IBM Storage ก็สามารถใช้งาน External Storage Encryption เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลได้ ตรงตามหลักมาตรฐานของ Data Security และ PDPA ที่จะต้องถูกบังคับใช้กับทุกองค์กรอย่างแน่นอน

ระบบนี้มีหลากหลาย use case ให้นำไปใช้งานได้ เช่น จะเป็นการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ของโรงพยาบาล digital medical records ที่เป็น sensitive personal data ก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัยได้ในทุกด้านและรวดเร็ว แม้ไฟล์จะมาขนาดใหญ่ก็ตาม

Question: ในบทบาทเจ้าของธุรกิจมีกลยุทธ์และคำแนะนำอย่างไรบ้าง ในการรับมือกับสถานการณ์ในครั้งนี้

ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ ซึ่งได้ยินบ่อยๆ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องจริงและใช้ได้อยู่เสมอ ส่วนของความพร้อมก็สำคัญ เหตุการณ์อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ก็มีเหตุการณ์อื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอแบบไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน การเตรียมความพร้อมและไม่ยอมแพ้ มองหาลู่ทางต่างๆ จะมาพร้อมกับจิตใจที่มุ่งมั่น หลายคนตั้งตัวได้ในสถานการณ์แบบนี้เค้าทำได้อย่างไร…เพราะเค้ามองหาลู่ทาง โอกาส และช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นทุกวิกฤติไปได้ด้วยกัน

ทาง Systems Dot Com อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการให้โอกาสและช่วยเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ ในช่วงที่ทุกๆ องค์กรยังต้องทำการประหยัดค่าใช้จ่าย ทาง SDC จึงได้นำ Software Easi Share Bundle ฟรี 1 ปีเต็ม!!! ให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่อง IBM FlashSystem ตระกูล 5000 ทุกรุ่น และ SDC ได้จัดทำโปรโมชั่นให้กับลูกค้าของเรา ด้วยการผ่อน 0% 10 เดือน ให้องค์กรของลูกค้ามีระบบใช้งานได้แบบไม่ต้องใช้เงินก้อน!!!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่น ติดต่อ บริษัท ซิสเต็มส์ ดอท คอม จำกัด (Systems Dot Com) โทร 02 744 1600 #716 หรือ email : marketing@systems.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/sdc-vision-interview-how-to-adopt-and-improve-technology-after-covid19-pandemic/

MST & AMIYA Webinar: ได้เวลาตรวจสุขภาพไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูล ตามวิถีการทำงานแบบใหม่ “New Normal”

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ CTO, CIO, IT Manager, Network Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ได้เวลาตรวจสุขภาพไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูล ตามวิถีการทำงานแบบใหม่ “New Normal” โดย MST และ AMIYA” เพื่อเรียนรู้ถึงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ธุรกิจองค์กรต้องให้ความสำคัญในการเปิดให้พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือ Work From Home ในยุค New Normal ในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ได้เวลาตรวจสุขภาพไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูล ตามวิถีการทำงานแบบใหม่ “New Normal” โดย MST และ AMIYA

ผู้บรรยาย

  • คุณบุญช่วย สงวนวรพงศ์, COO, Magic Software (Thailand) Corp., Ltd.
  • คุณอุดร ดวงเงิน, Technology & Services Director, Magic Software (Thailand) Corp., Ltd.
  • คุณปัญญา อสนีจารึกจิต, Senior Product Support, Magic Software (Thailand) Corp., Ltd.
  • คุณอาซาโกะ โยเนซาวา, Global Sales Unit, Amiya Corporation

วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น. 

ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference

จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน

ภาษา: ไทย

ท่ามกลางยุค New Normal ที่การทำงานของธุรกิจองค์กรต้องเกิดขึ้นได้จากทุกที่ทุกเวลาเพื่อรองรับต่อความเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ไม่คาดฝันอยู่ตลอด ได้ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่หลายธุรกิจองค์กรอาจคาดไม่ถึงมากมาย ในขณะเดียวกันด้วยข้อกฎหมายใหม่ที่ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องหันมาใส่ใจด้านความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากขึ้นนั้น ก็ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ หลายด้านมากมาย

ใน Webinar นี้ คุณจะได้เรียนรู้ถึงประเด็นดังต่อไปนี้:

  • ความสำคัญของ Telework อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 และโลกยุค “New Normal”
  • ความเสี่ยงที่มีต่อข้อมูลส่วนบุคคล และความรับผิดชอบโดยตรงเมื่อต้องรับมือกับการโจรกรรม Data
  • มาตรวัดความปลอดภัยของข้อมูล วิธีเช็คช่องโหว่ที่อาจไม่มีใครเคยรู้
  • Server Log Utilizer ที่จะทำให้การเฝ้าระวัง Data ของคุณ ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วคลิก
  • มาตรฐานใหม่ของความปลอดภัยข้อมูลขององค์กร สู่โลกยุคใหม่แห่ง New Normal และ Telework

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Magic Software และ Amiya ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

**มีของชำร่วยจากทาง AMIYA สำหรับผู้ร่วมฟังบรรยาย

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_IAhot9CbQMm7hgzRmpxbvQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/webinar-data-security-and-cybersecurity-checkup-by-mst-and-amiya/

[Video Webinar] คุยกับ Teibto CEO และ NocNoc.com – เครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจ e-Commerce ประสบความสำเร็จในปี 2020 และหลังจากนี้

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังเสวนาออนไลน์เรื่อง “The New Normal: Tools for Ecommerce Success in 2020 & Beyond” โดยคุณอภิษฎา เดมีย์กุล CEO ของบริษัทเติบโต และคุณชัชพรรษ แสงสุข System Integration Backbone Director / Living Solution Business จาก SCG Cement-Building Material Co., Ltd ซึ่งได้แชร์ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ e-Commerce รวมถึงเคล็ดลับความสำเร็จของการบริหาร NocNoc.com ในช่วงของวิกฤตโลก COVID-19 สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณอภิษฎา เดมีย์กุล CEO จากบริษัทเติบโต และคุณชัชพรรษ แสงสุข System Integration Backbone Director / Living Solution Business จาก SCG Cement-Building Material Co., Ltd

ตั้งแต่ปลายปี 2018 เติบโต (Teibto.com) ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ Oracle NetSuite เพื่อเป็นระบบหลังบ้านในส่วนประกอบที่สำคัญ เช่น Order Management และ Finance and Accounting ให้กับ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวของ NocNoc ตั้งแต่ต้นปี 2019 NocNoc ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านรายแรกและรายเดียวในไทยที่ครบวงจรบนโลกออนไลน์ ซึ่ง NocNoc ได้ตั้งเป้าเพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มในไทยและอาเซียนในปี 2025

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ NocNoc ได้ดำเนินการมาอย่างประสบความสำเร็จในเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา คุณอภิษฎา เดมีย์กุล CEO ของบริษัทเติบโต และคุณชัชพรรษ แสงสุข System Integration Backbone Director / Living Solution Business จาก SCG Cement-Building Material Co., Ltd จะมาแชร์ให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ e-Commerce รวมถึงเคล็ดลับความสำเร็จของการบริหาร NocNoc.com ในช่วงของวิกฤตโลก COVID-19 ที่ผ่านมา และการเดินต่อไปข้างหน้าหลัง COVID-19 จะเป็นอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความเป็นผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ตั้งไว้

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-tools-for-e-commerce-success-in-2020-by-teibto-and-nocnoc/

ISS Consulting ลงนามความร่วมมือจัดทำหลักสูตรเสริมทักษะตอบโจทย์ EEC กับมหาวิทยาลัยราชภัฏนคริทร์ ให้กับสถานประกอบการในพื้นที่เขต EEC

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา คุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ISS Consulting (Thailand) Ltd.  ในฐานะที่ปรึกษาในการวางระบบซอฟแวร์ ERP ให้กับองค์กรชั้นนำมามากกว่า 20 ปี  ร่วมลงนามกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนคริทร์และสถานประกอบการในพื้นที่เขต EEC จัดทำหลักสูตรเสริมทักษะให้กับผู้บริหาร, ผู้จัดการ, หัวหน้างาน รวมถึงกำลังแรงงานในสถานประกอบการ เพื่อผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ Eastern Economic Corridor (EEC) สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น

การเร่งเสริมทักษะทางด้านดิจิทัลถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการแข่งขันทางด้านธุรกิจและเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่งในอนาคต โดยเฉพาะในการผลักดัน EEC ให้ประสบความสำเร็จนั้น การพัฒนาทักษะของบุคลากรในประเทศไทยให้มีความพร้อมต่อการเปิดรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ และบริหารจัดการบนเทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในไทยและทั่วโลกในการมาลงทุนขยายธุรกิจในเขต EEC มุ่งสู่การสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เติบโตถึง 10s Curve (10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต)

ภายใต้โครงการนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ได้มุ่งเน้นด้านการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัล และปูพื้นฐานให้บุคลากรมีความเข้าใจการทำงานในทุกภาคส่วนขององค์กร ซึ่งจะเน้นในด้านการบริหารทางด้านอุตสาหกรรมแบบดิจิทัล การบริหารจัดการสำนักงานและการบัญชีดิจิทัล ซึ่งได้เชิญวิทยากรจากบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ Digital Transformation ของซอฟแวร์ SAP ได้แก่บริษัท ISS consulting (Thailand) Ltd. มาเป็นผู้ให้ความรู้และฝึกอบรมในโครงการครั้งนี้

โดยเนื้อหาจะครอบคลุม ในเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตัล (Digital Transformation, ความสำคัญของระบบการบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรรวมยุคใหม่ (Intelligent Enterprise Resource Planning), การจัดการห่วงโซ่คุณค่าและห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain and Supply Chain Management), ระบบการบริหารจัดการบุคลากรยุคใหม่ (HR transformation leveraging SuccessFactors), ประสบการณ์ลูกค้ากับการบริหารจัดการระบบลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Experience with Customer Relationship Management), การจัดการคลังข้อมูลอัจฉริยะ (Business Intelligence Management) รวมถึง นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่ออนาคต (New Innovation for the Future)

โดย บริษัท ISS Consulting ได้รับผิดชอบจำนวน 3 หลักสูตร ดังต่อไปนี้

  • หลักสูตรดิจิทัล
  • หลักสูตรบัญชีสมัยใหม่
  • หลักสูตรเลขานุการและการพัฒนาสำนักงานดิจิทัล

สำหรับหลักสูตรการอาหารและโรงแรมได้รับความร่วมมือจากโรงแรมในเครือไมเนอร์ มีโรงแรมทั่วโลก 502 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Avani resort พัทยา สนับสนุนสถานที่และบุคลากรของโรงแรมเป็นผู้ฝึกอบรมทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  เพื่อยกระดับเข้าสู่มาตรฐานสากลกับโรงแรมในเครือระดับโลกตามแนวนโยบายของ EEC สร้างบุคลากรมืออาชีพที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพใน EEC รวมทั้งสามารถทำงานในโรงแรมแบบ New Normal ที่คำนึงถึงประเด็นด้าน Food Safety และ Green Hotel เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

แต่ละหลักสูตรจะรองรับผู้เรียน 360 คน ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี,ระยอง, ฉะเชิงเทรา รวมทั้งสิ้น 1,440 คน ซึ่งการอบรมทั้งหมดนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

หลักสูตรดิจิทัล, หลักสูตรบัญชีสมัยใหม่ และ หลักสูตรเลขานุการและการพัฒนาสำนักงานดิจิทัล

สามารถตรวจสอบกำหนดการและทำการลงทะเบียนได้ทันทีที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfPHzsEQrT83PjFt1fnwLUYowVMoPS-484siBzSoehM0jDHHQ/viewform 

หลักสูตรอาหารและการโรงแรม 

สามารถตรวจสอบกำหนดการและทำการลงทะเบียนได้ทันทีที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeSBtifmeyWvfifz-Skfg81rPfkGOv8naDsCbg_HMBSAi4OzA/viewform 

ด้านคุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ISS Consulting (Thailand) Ltd. กล่าวว่า ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการเทคโนโลยีและการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางธุรกิจ มีความยินดีในการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการฯ นี้ เนื่องจากจะได้นำองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ทักษะให้กับบุคลากร เพื่อนำไปต่อยอดในสายงานและธุรกิจที่กำลังจะเติบโตโดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinum และ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีของ SAP ครอบคลุมทั้ง SAP S/4HANA, SAP Business One, SAP Business ByDesign, C/4HANA, HRM, SAP SuccessFactors, ARIBA, SAP Concur, iRPA, SAP Analytic on Cloud, Data Warehouse, SAP Cloud Platform, SAP IBP,SAP EWM, SAP Transportation Management, SAP BPC, SAP Model Company, E-Tax Invoice & E-Receipt เป็นต้น

จากความสำเร็จด้งกล่าวทำให้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ISS Consulting (Thailand) ได้รับรางวัลระดับ Asia Pacific / Japan และรางวัล Best SAP Partner ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้เป็น Platinum Partner ของ SAP มาต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นผลลัพธ์ของความพยายามที่ทีมงาน ISS Consulting ได้ทำร่วมกันมานั่นเอง

โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 270 คน

ISS Consulting (Thailand) Ltd. สามารถให้บริการโซลูชั่นของ SAP ได้อย่างหลากหลายครบวงจรที่นอกเหนือจาก ERP เพื่อตอบโจทย์ของธุรกิจองค์กรในมิติใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น CRM, HRM, Budgeting and Consolidation, Analytic, Integration, Procurement, Concur, ระบบ Robotic Process Automation, Transportation Management, Extended Warehouse Management, Time and Expense Management, SAP Model Company และอื่นๆ อีกมากมายเข้ามาเติมเต็มความต้องการของธุรกิจไทย ให้การทำ Digital Transformation เป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้วในปีนี้ ISS Consulting (Thailand) Ltd.  เป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd.  ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอ SAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th/ หรือโทร 02 237 0553

from:https://www.techtalkthai.com/pr-iss-consulting-mou-eec-digital-transformation-traning-with-sap/

รู้จัก C’set 3DTascalX/Light อีกทางเลือกของซอฟต์แวร์อ่านแบบ 3D ในราคาคุ้มค่าจากญี่ปุ่น

สำหรับธุรกิจโรงงานและรับผลิตชิ้นส่วน หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ต้องมีในการดำเนินธุรกิจนั้นก็คือซอฟต์แวร์อ่านและเขียนแบบ 3D เพื่อใช้เปิดไฟล์ออกแบบ 3D มาทำการวิเคราะห์และใช้ในการผลิต แต่ปัญหาสำคัญหนึ่งนั้นก็คือซอฟต์แวร์เหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์การใช้งานที่สูง ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจสูงตามไปด้วย

C’est ผู้ผลิตซอฟต์แวร์สัญชาติญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และได้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์ 3DTascalX/Light ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ ในฐานะของซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถมากกว่าการเป็นเพียงแค่ 3D Viewer แต่มีความสามารถไม่ครบถ้วนเท่า CAD เพื่อให้ซอฟต์แวร์มีราคาถูก และภาคธุรกิจโรงงานสามารถซื้อไปใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ C’est และ 3DTascalX/Light กันครับ

ข้อมูลออกแบบ 3D คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโรงงาน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การใช้งานข้อมูล 3D ในอุตสาหกรรมโรงงานได้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และข้อมูล 3D เหล่านี้ก็ไม่ได้ถูกใช้เพียงแค่ในการออกแบบ, การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์โดยเหล่าผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังคงครอบคลุมไปถึงการใช้งานในอุปกรณ์อื่นๆ เช่น แม่พิมพ์, เครื่องมือจับยึดชิ้นงาน และอุปกรณ์หรือเครื่องจักรในโรงงาน ไปจนถึงการบริการหลังการขาย, การบรรจุหีบห่อเพื่อการจัดจำหน่าย และการยื่นจดสิทธิบัตร โดยมีเหตุผลที่หลากหลายทำให้ธุรกิจโรงงานต้องใช้งานข้อมูล 3D มากขึ้นเช่นนี้

เหตุผลประการแรกก็คือ การขยายตลาดของเหล่าผู้ผลิตสู่ระดับโลกอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ทำให้ความเร็วในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้องรวดเร็ว และความยืดหยุ่นในการทำงานต้องสูงยิ่งขึ้น ข้อมูลแบบ 3D นี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจการผลิตในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผลิตภัณฑ์ต้นแบบสามารถถูกสร้างขึ้นมาด้วย 3D Printer และการปรับเปลี่ยนขนาดก็สามารถทำได้ในแบบ Real-Time 

เหตุผลถัดมานั้นก็คือข้อมูลแบบ 2D ที่ใช้กันในอดีตนั้นมีข้อจำกัดมากมายและเห็นปัญหาได้ชัดในการใช้งานจริง ทำให้เมื่อผู้คนต่างรุ่นและต่างเชื้อชาตินั้นตีความและเข้าใจในแบบ 2D แตกต่างกันออกไปตามประสบการณ์และความรู้พื้นฐานของตนเอง อีกทั้งแบบ 2D ที่ถูกสร้างขึ้นจากการออกแบบ 3D นั้นก็ยังเป็นภาระอันใหญ่หลวงต่อผู้ออกแบบที่ทำให้งานต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ปัญหาเหล่านี้เองที่ทำให้ข้อมูลออกแบบ 3D เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น และแนวโน้มนี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไปในอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง

C’est ผู้ผลักดันการเข้าถึงข้อมูลออกแบบ 3D ด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความคุ้มค่า

C’set Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในเมือง Hamamatsu จังหวัด Shizuoka ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2000 ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตระบบ 3D Viewer ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการเปิดและวัดข้อมูลการออกแบบ 3D

3D Viewer ของ C’set นี้มีด้วยกัน 3 แพ็คเกจให้เลือกใช้งานตามความละเอียด, ความสามารถ และราคา โดยมีผลิตภัณฑ์ 3D Viewer ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรมและธุรกิจหลากหลายรูปแบบในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะ

3DTascalX/Light ซอฟต์แวร์อ่านแบบ 3D ที่มากความสามารถ

3DTascalX/Light นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด “More than Viewer / Less than CAD” หรือการมีความสามารถมากกว่า 3D Viewer ทั่วไป แต่มีความสามารถไม่ถึงระดับของ CAD นั่นเอง

ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของ 3DTascalX/Light นี้ก็คือการที่ระบบถูกพัฒนาขึ้นมาด้วย Kernel เดียวกับ 3D CAD ที่มีชื่อว่า “Parasolid” ทำให้ระบบมีความละเอียดแม่นยำเฉกเช่นเดียวกับ 3D CAD และมีความสามารถมากว่า 3D Viewer อื่นๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้น 3DTascalX/Light จึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่าง 3D Viewer และ 3D CAD และมีความสามารถที่น่าสนใจนอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็น 3D Viewer ขั้นพื้นฐานมากมาย

ความสามารถแรกก็คือการทำ Verfication ที่จะช่วยให้สามารถตรวจสอบค่า Thickness, Gradient, Undercut และ Mould Clamping Force ได้ ด้วยการกำหนดทิศทางในการนำแม่พิมพ์ออกได้เอง ระบบก็จะทำการแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบของสีและข้อมูลตัวเลขได้ทันทีในการคลิกเพียงครั้งเดียว

ความสามารถถัดมานั้นก็คือความสามารถด้าน Drawing ที่สามารถถอดแบบข้อมูล 3D ให้กลายเป็นข้อมูลแบบ 2D ได้ และสามารถปรับข้อมูล 3D ให้เป็น 3D View และ Sectional View ได้ตามต้องการ และสร้างข้อมูลผลลัพธ์แบบ 2D ที่มีนามสกุลเป็น .DXF หรือ .DWG ได้ รวมถึงยังสามารถเสริมส่วนประกอบต่างๆ เช่นวงรีหรือเส้นโค้งพร้อมเส้นและมุมเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจแบบมากขึ้นได้อีกด้วย

ความสามารถสุดท้านั้นก็คือการทำ 3D Sketch ที่จะช่วยให้สามารถวาดเส้นหรือจุดบน 3D ได้ โดยถึงแม้การวาดเหล่านี้จะไม่ส่งผลต่อแบบของผลิตภัณฑ์ แต่ก็สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงในการประมาณและสร้างจุดอ้างอิงอย่างเช่นจุดกึ่งกลาง, จุดเชื่อมต่อ, จุดตัด, รังสี UV และอื่นๆ อีกมากมายที่จำเป็นต่อการตรวจสอบแบบได้

ด้วยความสามารถเหล่านี้ ความสามารถในการตรวจสอบแบบที่เคยทำได้เฉพาะใน 3D CAD เท่านั้นก็สามารถทำได้ใน 3DTascalX/Light ทันที ทำให้ทีมงานสามารถทำการยืนยันและดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยเฉพาะนักพออกแบบที่มีลิขสิทธิ์สำหรับการใช้ 3D CAD อีกต่อไป และยังส่งผลให้คนที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูล 3D ที่นับวันจะยิ่งมีการใช้งานมากขึ้นนี้สามารถเข้าถึงและทำงานได้ทันที ทำให้การทำงานโดยรวมของธุรกิจโรงงานและการผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

TOYOTOMI Auto Parts (Thailand) เลือกใช้ 3DTascalX/Light ตอบโจทย์การอ่านแบบ 3D ในธุรกิจ ทดแทนซอฟต์แวร์ที่มีราคาสูง

สำหรับในประเทศไทย ธุรกิจหนึ่งที่เลือกใช้ 3DTascalX/Light นี้ก็คือ TOYOTOMI Auto Parts (Thailand) Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Toyotomi Kiko Co., Ltd. โดยเดิมที TOYOTOMI Auto Parts (Thailand) นั้นก็มีการใช้งาน CATIAV5 ในการทำงานกับข้อมูลแบบ 3D เป็นหลัก แต่ด้วยจำนวนลิขสิทธิ์ในการใช้งานนั้นมีจำกัด ก็ทำให้ในการทำงานต้องเกิดการรอต่อคิวเพื่อใช้ลิขสิทธิ์นั้นๆ ในการทำงาน และทำให้เกิดความไม่คล่องตัว และไม่สามารถทำงานได้ทันเวลา

ด้วยเหตุนี้ TOYOTOMI Auto Parts (Thailand) จึงตัดสินใจเลือกใช้ 3DTascalX/Light เพื่อให้พนักงานสามารถเปิดแบบ 3D มาทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไขแบบ พร้อมความสามารถในการช่วยให้ทำความเข้าใจกับแบบได้เป็นอย่างดี และทำให้การทำงานมี Workflow ที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทุกคนสามารถเปิดแบบ 3D มาทำงานได้ทันทีที่ต้องการ ไม่ต้องต่อคิวรอใช้ลิขสิทธิ์กันอีกต่อไป

ทดสอบใช้งาน C’set 3DTascalX/Light ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ 3D TascalX/Light สามารถทดสอบใช้งานได้ฟรีทันทีที่  https://www.3dtascal.com/en/


เข้าร่วมงาน Japan Recommend IT เพื่อรับชมอัปเดตล่าสุดและติดต่อกับทีมงาน C’set

สำหรับผู้ที่สนใจติดต่อทีมงาน C’set เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หรือต้องการนำโซลูชันและผลิตภัณฑ์ของ C’set มาใช้งาน สามารถเข้าร่วมงาน Japan Recommend IT ซึ่งเป็นงาน Online Exhibition ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม 2020 – 31 สิงหาคม 2020 เพื่อรับชมรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เป็นภาษาไทย และสามารถติดต่อกับทีมงานของ C’set ได้โดยตรงทันที โดยสามารถทำการลงทะเบียนที่ https://event-info.com/jrit/ เพื่อเข้าร่วมงาน Japan Recommend IT 

from:https://www.techtalkthai.com/cset-3dtascalx-light-3d-viewer-software-japan-made/

ขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก การเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือที่ชัดเจนกับความไม่แน่นอนท่ามกลาง “ความปกติใหม่” ที่เกิดขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่องค์กรตั้งรับในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต

ไอบีเอ็มขอเรียนเชิญเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ Emerging Stronger Series ที่รวบรวมสิ่งจำเป็นที่องค์กรควรรู้และนำไปปรับใช้เพื่อตั้งรับกับสถานการณ์ปัจจุบันและความไม่แน่นอนในอนาคต ครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่เทคโนโลยีไปจนถึงทักษะของบุคลากรในองค์กร

พบกันตลอดเดือนกรกฎาคมจนถึงสิงหาคม ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังฟรีได้แล้ววันนี้

Emerging Stronger Series: Get Back to Work Faster, Safer

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 – 10.15 น.

เมื่อสิ่งที่เคยเป็นความปกติเปลี่ยนไป ส่งผลให้โลกธุรกิจต่างต้องปรับตัวเพื่อพร้อมก้าวเข้าสู่ “ความปกติใหม่” มาร่วมเตรียมการตั้งรับการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านวิธีการทำงานและด้านกำลังคน ให้ธุรกิจของท่านกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย data-driven, evidence-based approach และพบกับแขกรับเชิญพิเศษ Mr. Sarabjit Singh Anand, Regional CIO Singapore and ASEAN, Standard Chartered Bank ในช่วง “Live” Ask Me Anything Panel

ลงทะเบียนได้ที่ http://ibm.biz/BdqbpF

Emerge Stronger with an Intelligent Enterprise enabled by SAP S/4 HANA

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 – 10.15 น.

เมื่อดิจิตอลเทคโนโลยีและวิถีการทำงานในรูปแบบกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ แล้วเราควรเริ่มต้นจากอะไร หาคำตอบได้ใน Emerging Stronger with an Intelligent Enterprise enabled by SAP S/4 HANA มาใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยขุมพลังของ SAP S4/HANA และ IBM Hybrid Cloud ผ่าน use case sharing ที่น่าสนใจ

ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่ http://ibm.biz/BdqpKk

Emerging Stronger Series: Business Unbound -Mind The ‘Skills’ Gap

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 09.00 – 10.15 น

พบผลงานวิจัยล่าสุดพร้อมกลยุทธ์และคำแนะนำที่่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับบุคลกรในองค์กรให้พร้อมรับมือกับโลกธุรกิจในยุค New Normal

ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่ http://ibm.biz/Bdq8Bn

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-emerging-stronger-series-webinar-invitation/

RPA ช่วยลดการทำงานเอกสาร และประหยัดเวลาทำงาน

หนึ่งในความยุ่งยากที่องค์กรต้องเผชิญและกลายมาเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการนำ automation มาใช้ในองค์กร คือ “เอกสารกระดาษ” ซึ่งเอกสารเหล่านี้อยู่ในรูปแบบที่ยังคงต้องอาศัยการทำงานแบบ Manual Process โดยผ่านพนักงาน ต้องใช้เวลาในการอ่านและบันทึกข้อมูลจากกระดาษเพื่อไปใช้ในระบบ ERP หรือระบบต่างๆ ภายในบริษัท ใช้เวลาในการจัดเก็บ ยากต่อการสืบค้นหรือการเข้าถึง อีกทั้งยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่าง ยิ่งเมื่อองค์กรต้องทำ Digital Transformation เพื่อเพิ่มความสามารถให้ธุรกิจและต้องเผชิญกับวิถีการทำงานใหม่หลังวิกฤติไวรัสโควิด การจัดการเอกสารให้เป็นไปในแบบดิจิทัลและอัตโนมัติ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนยิ่งขึ้น

ในคลิปวีดีโอนี้ คุณพรเทพ แสงหิรัญพฤทธิ์ Assistant Vice President บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในการทำ Robotic Process Automation (RPA) จะมาอธิบายถึงความสามารถของ RPA ในการทำงานร่วมกับเอกสารกระดาษด้วยเครื่องมือของ Automation Anywhere แพลตฟอร์ม RPA ระดับโลกซึ่งมี IQ Bot ที่ใช้ Cognitive Technology อันเกิดจาก Artificial Intelligent (AI) และ Machine Learning (ML) รวมเข้ากับเครื่องมือการทำ Automation อีกทั้งยังสามารถต่อยอดนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์เชิงลึกด้วยเทคโนโลยี AI ต่างๆ เช่น AI Vision, Natural Language Processing (NLP) หรือ Prediction Model ต่างๆ ได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจประกันภัย

นอกจากนี้ ในคลิปนี้ยังมีกรณีศึกษาของ บริษัท ไดอิชิประกันชีวิต จำกัด บริษัทประกันชีวิตชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการนำ Automation Anywhere ไปช่วยในการทำงานจริง ทำให้ 80% ของงานเป็นลักษณะอัตโนมัติ และสามารถประหยัดเวลาไปได้ถึง 132,000 ชั่วโมงต่อปี

และนี่คืออีกหนึ่งความรู้ที่ I AM Consulting จับมือกับพันธมิตรอย่าง Automation Anywhere เพื่อร่วม Create Our Exciting Future ให้กับธุรกิจไทย

เกี่ยวกับ I am Consulting

I am Consulting เป็นบริษัทผู้ให้คำปรึกษาการบริหารงาน และพัฒนาระบบ IT สำหรับองค์กร Enterprise ในประเทศไทยมากว่า 16 ปี

หากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้าน RPA สามารถติดต่อได้ที่ corporatesales@iamconsulting.co.th หรือ โทร 02-690-3663

นอกจากนี้ ท่านยังสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.iamconsulting.co.th/en/rpa.html หรือกด Like เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารและร่วมแบ่งปันความรู้ได้ที่ www.facebook.com/IAMConsultingTH

from:https://www.techtalkthai.com/intelligent-document-processing-automation-with-rpa/

[Webinar] คุยกับ Teibto CEO และ NocNoc.com – เครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจ e-Commerce ประสบความสำเร็จในปี 2020 และหลังจากนี้

ขอเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ประกอบการเข้าฟังงานเสวนาออนไลน์เรื่อง “The New Normal: Tools for Ecommerce Success in 2020 & Beyond” โดยคุณอภิษฎา เดมีย์กุล CEO ของบริษัทเติบโต และคุณชัชพรรษ แสงสุข Business Architecture Manager จาก SCG ซึ่งจะมาแชร์ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ e-Commerce รวมถึงเคล็ดลับความสำเร็จของการบริหาร NocNoc.com ในช่วงของวิกฤตโลก COVID-19 ที่ผ่านมา ในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The New Normal: Tools for Ecommerce Success in 2020 & Beyond
ผู้บรรยาย: คุณอภิษฎา เดมีย์กุล CEO จากบริษัทเติบโต และคุณชัชพรรษ แสงสุข Business Architecture Manager จาก SCG
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_diH5KBAfR1aJO_KPy9OCsw

ตั้งแต่ปลายปี 2018 เติบโต (Teibto.com) ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบ Oracle NetSuite เพื่อเป็นระบบหลังบ้านในส่วนประกอบที่สำคัญ เช่น Order Management และ Finance and Accounting ให้กับ บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวของ NocNoc ตั้งแต่ต้นปี 2019 NocNoc ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านรายแรกและรายเดียวในไทยที่ครบวงจรบนโลกออนไลน์ ซึ่ง NocNoc ได้ตั้งเป้าเพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มในไทยและอาเซียนในปี 2025

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ NocNoc ได้ดำเนินการมาอย่างประสบความสำเร็จในเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา คุณอภิษฎา เดมีย์กุล CEO ของบริษัทเติบโต และคุณชัชพรรษ แสงสุข Business Architecture Manager จาก Siam Cement Group จะมาแชร์ให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ e-Commerce รวมถึงเคล็ดลับความสำเร็จของการบริหาร NocNoc.com ในช่วงของวิกฤตโลก COVID-19 ที่ผ่านมา และการเดินต่อไปข้างหน้าหลัง COVID-19 จะเป็นอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความเป็นผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ตั้งไว้

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/4108704669171211/

from:https://www.techtalkthai.com/tools-for-e-commerce-success-in-2020-by-teibto-and-nocnoc/

[Guest Post] เดลต้า ประเทศไทยเปิดตัว DIAView SCADA เวอร์ชั่น 3.5 เพื่อยกระดับการจัดการระบบอัตโนมัติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กรุงเทพฯ 7 กรกฎาคม 2563 – บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว DIAView SCADA (Supervisory Control And Data Acquisition) ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติรุ่นล่าสุด DIAView SCADA เวอร์ชั่น 3.5 ของเดลต้ามาพร้อมกับรูปแบบเบราว์เซอร์และเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และอนุญาตให้ใช้งานได้สูงสุดจาก 10 เครื่องพร้อมกัน ผู้จัดการโรงงานสามารถใช้ระบบซอฟต์แวร์ DIAView เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการผลิตด้วยได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระบบแบบเรียลไทม์ การรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ การตรวจสอบและควบคุมระบบจากระยะไกล การปรับใช้การจัดการระบบ และการแสดงผลของสายการผลิต

DIAView เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความเสถียรเพื่อส่งคำสั่งสื่อสารในงานอุตสาหกรรม สามารถใช้งานร่วมกับส่วนควบคุม PLC ได้เป็นอย่างดี รวมถึงอุปกรณ์ควบคุมและการเคลื่อนไหวอื่นๆ ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ภาษา VBScript และเทคโนโลยี WPF ที่เข้าใจง่ายเพื่อการใช้งานอินเตอร์เฟซอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังใช้ตัวแปรอเนกประสงค์ และพารามิเตอร์ต่างๆ ที่มีความยืดหยุ่น พร้อมกับระบบเตือนภัยที่ดีและมีประสิทธิภาพ

ระบบ DIAView SCADA ของเดลต้าได้นำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นด้านการผลิตเครื่องจักร งานด้านโลหะ การบำบัดน้ำ ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) บรรจุภัณฑ์ ระบบควบคุมความร้อนจากส่วนกลาง ระบบตรวจสอบสภาพแวดล้อม งานสิ่งทอ ระบบจัดการพลังงาน การขนส่ง และอาคารสีเขียวอัจฉริยะ

เดลต้า ประเทศไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนลูกค้าทุกประเภทในการติดตั้งและอัพเกรดระบบ DIAView ทั้งนี้สามารถสอบถามได้เพิ่มเติมที่ la.det@deltaww.com

เกี่ยวกับบมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)

บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี พ .ศ. 2531 เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำของโลกด้านโซลูชันการจัดการพลังงานและความร้อน นอกจากนี้เดลต้ายังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในระดับภูมิภาคหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ ระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม ระบบแสดงผลครบวงจร และระบบเครือข่าย โดยพันธกิจของบริษัทฯ ที่ว่ามุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่ออนาคตที่ดีกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 

ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโซลูชันการประหยัดพลังงานทางด้านเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และด้วยนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัย ธุรกิจหลักของบริษัทฯ แบ่งได้ดังนี้ เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ออโตเมชั่น และระบบโครงสร้างพื้นฐาน  บริษัทฯ มีสำนักงานขายมากมายในภูมิภาคหลักทั่วโลก มีโรงงานผลิตในอินเดีย สโลวาเกีย และประเทศไทย และมีศูนย์วิจัยพัฒนาและออกแบบในไทย อินเดีย เยอรมนี และประเทศอื่นๆ อีกมากมาย

เดลต้า (ประเทศไทย) เป็นบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและในภูมิภาค  โดยได้รับการเชิดชูเกียรติจากนานาสถาบัน อาทิ รางวัลองค์กรธุรกิจแห่งอาเซียนด้านสุดยอดนวัตกรรม  รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านผลการดำเนินงานดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมจากนายกรัฐมนตรี ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดลต้า สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.deltathailand.com

โทร : +66 (0)2709 2800 ต่อ 6303, 6381

อีเมล: det.marketing@deltaww.com

from:https://www.techtalkthai.com/delta-electronics-launches-diaview-scada-3-5/

เชิญร่วมงาน Oracle Cloud Day Online – Asia

Oracle ขอเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Oracle Cloud Day Online – Asia เพื่ออัปเดตเทรนด์ทางด้าน Data และ Cloud Technology ล่าสุด รวมไปถึง Best Practices และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Data Management, Business Transformation และ AI & Analytics ตลอดวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020 ตั้งแต่ 9:00 น. เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ชื่องาน: Oracle Cloud Day Online – Asia
Track: Developer Playground
วัน: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020
เวลา: 9:00 – 18:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Conference
รายละเอียด: https://www.oracle.com/ph/cloudday/

Oracle Cloud Day Online – Asia เป็นงานสัมมนาออนไลน์ของ Oracle ที่จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย (รวมประเทศไทย) มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติทางด้าน Data Management, Application Modernization และ AI & Analytics ล่าสุดในยุค Cloud Transformation จุดประกายให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ข้อมูลที่มีอยู่และพลิกโฉมธุรกิจของตนให้ทันสมัย โดยภายในงานจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 Tracks ครอบคลุมทั้งเชิงธุรกิจและเชิงเทคนิค รวมไปถึงมีการแชร์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ, Demo และ Hands-on Lab ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-cloud-day-online-asia-2020/