คลังเก็บป้ายกำกับ: BREAKING_NEWS

รีวิว iPad Pro 2018 Face ID รุ่นแรก โคตรแรงได้ใจ หน้าจอใหญ่สุด ไร้ปุ่ม Touch ID

Ipad Pro 2018 Review CoverAll New iPad Pro รุ่นปี 2018 ได้เปิดตัวบนเวทีครั้งแรกเมื่อ 30 ต.ค. 2018 แล้วได้ทำการเปิดขายในกลุ่มประเทศแรกเมื่อ 7 พ.ย. และอีกไม่นานก็เปิดให้สั่งซื้อในไทยไปเมื่อ 12 พ.ย. ซึ่งถือว่าเร็วมากที่ทาง Apple เปิดขาย iPad Pro รุ่นใหม่นี้ ในบทความนี้เราจะมารีวิวอุปกรณ์ชิ้นนี้กันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง พร้อมแล้วไปติดตามกันเลย รีวิว iPad Pro 2018 Face ID รุ่นแรก โคตรแรงได้ใจ หน้าจอใหญ่สุด ไร้ปุ่ม Touch ID iPad Pro เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2015 ในปีนี้ iPad Pro 2018 ถือว่าเป็นรุ่นที่ 3 ตั้งแต่ทาง Apple ได้เปิดตัวมาในรีวิวครั้งนี้จะขอนำ iPad Pro ปี 2018 รุ่น 12.9 […]

from:https://www.iphonemod.net/all-new-ipad-pro-2018-review.html

Advertisements

Apple เปิดขาย iPad Pro 2018 รุ่น Cellular ในประเทศไทยแล้ว ราคาเริ่มต้น 33,900 บาท

Ipad Pro 2018 Cellular Thailandวันนี้ 29 พ.ย. 2561 ทาง Apple ได้เปิดขาย iPad Pro 2018 รุ่น WiFi+Cellularในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทาง Apple Store Online ราคาเริ่มต้น 33,900 บาท Apple เปิดขาย iPad Pro 2018 รุ่น Cellular ในประเทศไทยแล้ว ราคาเริ่มต้น 33,900 บาท หลังจากที่เปิดขายรุ่น WiFi ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2018 ไปก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้ล่าสุดทาง Apple ก็ขาย iPad Pro 2018 รุ่น WiFi+Cellular เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การสั่งซื้อออนไลน์ผ่านทั้งหน้าเว็บและผ่านแอป Apple Store เพื่อทางให้จัดส่งที่ โดยตอนนี้ยังไม่ให้เปิดรับที่ Apple Iconsiam  ราคาของ iPad Pro 2018 ทุกรุ่น […]

from:https://www.iphonemod.net/ipad-pro-2018-cellular-thailand.html

คนไทยกำลังจะได้ทดสอบความแรงของสัญญาณ 5G ในปี 2561 และเปิดใช้งานปี 2563 ที่จะถึงนี้

Truemove H 5g Cover

ต้องยอมรับว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยนั้น ณ ปัจจุบันมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกที่ควรกันมากขึ้นจนทำให้ทุกวันนี้ประสิทธิภาพของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งแบบสายเคเบิ้ล, ไฟเบอร์หรือแม้กระทั่งสัญญาณไร้สายผ่านเครือข่าย 4G ก็ดี มีประสิทธิภาพควาเร็วติดอันดับต้นๆ ของโลก และอีกไม่นานนี้ประเทศของเราก็จะก้าวกระโดดอีกครั้งไปสู่ยุค 5G

คนไทยกำลังจะได้ทดสอบความแรงของสัญญาณ 5G ในปี 2561 และเปิดใช้งานปี 2563 ที่จะถึงนี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ผมเองก็ถือว่าเป็นผู้ใช้รายหนึ่งที่อยู่กับวงการโทรคมนาคมของไทยซึ่งคอยติดตามการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้ใช้บริการมาอย่างต่อเนื่อง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง เริ่มตั้งแต่ยุค 2G ที่ใช้สัญญาณ GPRS, EDGE และเปลี่ยนมาเป็นสัญญาณ 3G ในช่วง iPhone 3G, 3GS เริ่มเข้ามาในไทยก็สักราวๆ ปี 2009 เห็นจะได้ ณ ปัจจุบันก็อยู่ในยุคของ 4G LTE ความเร็วก็เพิ่มขึ้นมาเยอะ ส่วนล่าสุดเองไทยเราก็กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้งนั่นในการที่จะก้าวสู่ยุค 5G และในท้ายปี 2018 นี้ ก็มีเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นที่อยากให้ทุกคนได้ติดตามข้อมูลกันให้ดี

5g Landscape Thailand Event
ที่มา กสทช.

ในงาน งาน 5G จุดเปลี่ยน LANDSCAPE เศรษฐกิจ-การเมืองไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมานั้นเป้าหมายหลักก็เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ทราบพร้อมให้ประชาชนตระหนักถึงการมาของ 5G และแชร์ทิศทางการของการพัฒนาสัญญาณ 5G ระหว่างภาครัฐ, เอกชนและนักวิชาการ เพื่อให้ไปในทิศทางเดียว โดยหนึ่งในข้อสรุปที่สำคัญจากงานครั้งนี้ที่น่าตื่นเต้นก็คือ

กสทช. อนุญาตให้ทดสอบสัญญาณ 5G ในประเทศไทย ช่วงวันที่ 22 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2561 นี้

ซึ่ง TrueMove H ได้รับสิทธิ์ให้ทดสอบที่ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier และ AIS ได้สิทธิ์ทำการทดสอบที่ห้างสรรพสินค้า The Emporium ส่วน dtac นั้นยังไม่มีกำหนดคาดว่าจะทราบเร็วๆ นี้ โดยคลื่นที่จะถูกนำมาใช้ทดสอบ 5G นั้นได้แก่ความถี่ 26 GHz ขนาด Bandwidth 200MHz ซึ่งถือว่าเยอะมากเลยทีเดียว

ในงานนี้นอกจากข้อมูลจากทาง กสทช. แล้วทางผู้ให้บริการเครือข่ายหลักอย่าง TrueMove H, AIS และ dtac ต่างก็ขึ้นเวทีแชร์ข้อมูลพร้อมแนวทางการพัฒนาเครือข่ายของตนให้พร้อมรับกับ 5G โดยไฮไลท์ของแต่ละเครือข่ายจับประเด็นหลักดังนี้

TrueMove H

การใช้ 5G จะช่วยต่อยอดทั้งในด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย, โรงงานอุตสาหกรรม, การเดินทาง, การเกษตร แต่ทั้งนี้ก็มีความท้าทายอีกมากในการจะทำให้ 5G เกิดได้จริงไม่ใช่แค่โครงสร้างหรือระบบ แต่มีความท้าทายด้านหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้งานได้จริง (Business Case), ข้อกำหนดในการใช้งาน (Regulation Policy) และคลื่นความถี่ที่มีให้ใช้ (Spectrum) ซึ่งจะต้องวางแผนการพัฒนาให้ดีเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ให้กระทบหรือว่ากระทบน้อยที่สุด

AIS

บอกว่า 4G สำหรับคนใช้ทั่วไป แต่ 5G จะต่อยอดอุตสาหกรรมไปอีกมาก ประเทศที่เปิด 5G ส่วนใหญ่เป็นประเทศผู้ผลิต

DTAC

การนำ 5G เข้ามาใช้นั้นต้องใช้แรงงานและค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ DTAC ก็มีความพร้อมที่จะใช้ 5G เช่นเดียวกัน และจะช่วยพัฒนาประเทศไปได้อีกมากด้วย 5G เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

นั่นคือท่าทีของผู้ให้บริการเครือข่ายในไทยที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับ 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้นในบ้านเรา ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีเพราะการร่วมมือจากทั้งภาครัฐและการแข่งขันของฝั่งเอกชนก็จะยิ่งกระตุ้นให้มีการพัฒนาระบบ 5G ให้เกิดเป็นรูปธรรมในไทยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ผลประโยชน์ก็จะตกมายังผู้ใช้งานอย่างเราๆ นั่นเอง

ในปี 2019 หรือ 2562 ที่จะถึงนี้และนับถอยหลังไปยังปี 2020 (พ.ศ. 2563) คนไทยก็คงจะได้ลองสัมผัสประสบการณ์ 5G ที่ถือว่าไม่ไกลเกินเอื้อมกันอีกต่อไป

ชมบันทึกงานครั้งนี้

ขอบคุณ กสทช., MGROnline

 

from:https://www.iphonemod.net/5g-testing-thailand-nov-2018.html

รีวิว iPhone XR ปี 2018 ฉบับเต็ม พร้อมชม 10 ไฮไลท์เด่นในรุ่นนี้

Iphone Xr Review Cover

ช่วงเปิดขาย iPhone XR ใหม่ๆ ทีมงานได้ทำการแกะกล่อง iPhone XR แบบคร่าวๆ ให้ชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และวันนี้เราจะมารีวิวฉบับเต็มและลงรายละเอียดเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ iPhone XR เผื่อว่าคนที่กำลังตัดสินใจซื้อจะได้ศึกษาข้อมูลกันก่อน

รีวิว iPhone XR ปี 2018 ฉบับเต็ม พร้อมชม 10 ไฮไลท์เด่นในรุ่นนี้

iPhone XR เป็นรุ่นที่คนให้ความสนใจค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ด้วยราคาที่ต่ำที่สุดใน iPhone 2018 แต่มีฟีเจอร์ที่คุ้มค่ามากเลยทีเดียว และวันนี้เราจะมาชม 10 ไฮไลท์เด่นเกี่ยวกับ iPhone XR ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. จอ LCD Liquid Retina 6.1 นิ้ว ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
  2. กล้องหลังตัวเดียวเอาอยู่ กับโหมด Portrait ปรับโบเก้สวยๆ
  3. กล้องหน้า TrueDepth สแกน Face ID และเล่น Animoji
  4. ชิป A12 Bionic ที่แรงเทียบเท่า iPhone XS และ iPhone XS Max
  5. Haptic Touch ทำงานยังไง แทน 3D Touch ได้หรือไม่
  6. ดูวิดีโอ Full HD 1080p พร้อมลำโพงสเตอริโอ
  7. บันทึกวิดีโอ 4K และไมค์อีก 4 ตัว
  8. แบตเตอรี่ที่ว่ากันว่า “อึดกว่า iPhone XS Max”
  9. ใช้งานการปัดท่าทางที่ไร้ปุ่มโฮม
  10. ประสบการณ์เล่นเกมบน iPhone XR

แต่ก่อนที่ไปชมไฮไลท์เด่นของ iPhone XR เรามาแกะกล่องและชมสเปกของ iPhone XR กันก่อนเลย

มีอะไรในกล่อง iPhone XR บ้าง

Iphone Xr Review 1

อุปกรณ์ที่มาในกล่อง iPhone XR ประกอบด้วย

  • iPhone XR 1 เครื่อง
  • คู่มือการใช้งาน
  • หูฟัง Earpod 1 ชิ้น
  • สายชาร์จ Lightning 1 เส้น
  • อะแดปเตอร์ 5W 1 ชิ้น

ชมความสวยงามภายนอก

Iphone Xr Review 29

ตัวเครื่อง iPhone XR ที่แอดมินได้นำมารีวิวในวันนี้เป็น iPhone XR สีดำ ที่น่าจะเป็นสียอดนิยม ด้านหลังเป็นวัสดุกระจกให้ความเงาสวยงามเมื่อสะท้อนแสง

Iphone Xr Review 3

หน้าจอแสดงเต็มขอบ ไร้ปุ่มโฮม และมีรอยบาก ดีไซน์เหมือนกับ iPhone X ให้ความรู้สึกกว้างเต็มตาด้วยหน้าจอ 6.1 นิ้ว ขอบสีดำด้านข้างหน้าจอดูหนาเล็กน้อย

Iphone Xr Review 2

ด้านข้างเป็นวัสดุอะลูมิเนียมเหมือนกับ iPhone 8 สีเดียวกับกระจกด้านหลัง การจับถือให้ความรู้สึกคล้ายกับถือ iPhone 8 Plus ไม่ต่างกันมาก

Iphone Xr Review 4

สำหรับสีของตัวเครื่อง iPhone XR ทั้งหมด ทีมงานเคยได้รีวิวแกกล่องเรียบร้อยแล้ว รับชมได้ที่นี่เลย

สเปกของ iPhone XR

  • หน้าจอ Liquid Retina HD 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซลที่ 326 ppi
  • ชิป A12 Bionic พร้อม Neural Engine
  • RAM 3GB
  • Dual SIM ใช้งานได้ 2 ซิม (Nano SIM + eSIM)
  • กล้องหลัง 1 ตัว ความละเอียด 12MP เลนส์ Wide ƒ/1.8 ซูมแบบ Digital 5 เท่า มีโหมดภาพถ่ายบุคคล (Portrait) และการควบคุมระยะชัดลึก (Depth Control)
  • รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps
  • ไมโครโฟน 4 ตัว
  • ลำโพงคู่แบบ Stereo
  • กล้องหน้า TrueDepth ขนาด 7MP รูรับแสงขนาด ƒ/2.2
  • ยืนยันตัวตนด้วย Face ID
  • รองรับการชาร์จไร้สาย Qi Standard
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0
  • 4G LTE Advanced
  • การกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67

หลังจากที่เราได้แกะกล่องและชมสเปกของ iPhone XR กันไปแล้ว เราก็มาชม 10 ไฮไลท์เด่นใน iPhone XR ที่ทีมงานรวบรวมมาแนะนำกันเลย

10 ไฮไลท์เด่นใน iPhone XR

1. จอ LCD Liquid Retina HD 6.1 นิ้ว ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Iphone Xr Review 7

iPhone XR มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 6.1 นิ้วเป็นหน้าจอ LCD กว้างเต็มขอบที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่ง Apple เรียกว่า Liquid Retina HD ที่มีความละเอียด 1792 x 828 พิกเซลที่ 326 ppi ซึ่งอาจจะดูว่าความละเอียดน้อย แต่อัตราส่วนคอนทราสต์ 1400:1 ของ iPhone XR ช่วยให้การแสดงผลมีมิติที่สวยงามและดูคมชัด

Iphone Xr Review 8

เมื่อเทียบหน้าจอ iPhone XR กับ iPhone 8 Plus ความคมชัดค่อนข้างใกล้เคียงกันและ iPhone XR ก็ให้มิติที่มากกว่า แต่ถ้าเทียบกับหน้าจอ OLED ของ iPhone XS/XS Max แน่นอนว่าหน้าจอ OLED ย่อมคมชัดมากกว่า

Iphone Xs Xs Max Xr Unbox 1199657

จากการสัมผัสการใช้งานหน้าจอ iPhone XR ครั้งแรก รู้สึกพึงพอใจกับความคมชัดและสีสันการแสดงผลที่ทำออกมาได้ดี เกินความคาดหมายจากความรู้สึกก่อนที่จะได้สัมผัสของจริง อย่างที่หลายคนได้กล่าวไว้ว่า

“หน้าจอ iPhone XR สวยกว่าที่คิด”

ใครที่กังวลเรื่องนี้อยู่ แนะนำว่าให้ไปสัมผัสลองเล่นของจริงกันก่อนนะคะ

Iphone Xr Review 6

และจุดพิเศษที่น่าสนใจของหน้าจอ iPhone XR ก็คือ คุณสมบัติ Tap to Wake การแตะเพื่อปลุกหน้าจอได้เหมือนกับหน้าจอ OLED ของ iPhone X, XS และ XS Max

2. กล้องหลังตัวเดียวเอาอยู่ กับโหมด Portrait ปรับโบเก้สวยๆ

Iphone Xr Review 10

iPhone XR มาพร้อมกับกล้องหลังตัวเดียวที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นตัวเดียวกับ iPhone XS, XS Max มาพร้อมเลนส์ Wide ƒ/1.8 แต่จุดที่น่าสนใจคือกล้องหลังตัวเดียวนี้สามารถถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) ให้มีโบเก้สวยๆ ได้ แต่โหมดการจัดแสงจะมีน้อยกว่า iPhone X, XS, XS Max และยังสามารถปรับโบเก้ (รูรับแสง) ด้วยฟีเจอร์ควบคุมระยะชัดลึก (Depth Control) ได้ตามใจชอบอีกด้วย

Iphone Xr Review 18

การปรับควบคุมระยะชัดลึก (Depth Control) สามารถปรับค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ ƒ/1.4 – ƒ/16 ในรูปที่ถ่ายด้วยโหมดภาพถ่ายบุคคล

Portrait Iphone Xr Camera Review 1

นอกจากนี้ภาพถ่ายบุคคลใน iPhone XR ยังสามารถปรับแต่งแสงไฟได้อีก 3 รูปแบบ ได้แก่ แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ และแสงไฟคอนทัวร์ ที่ให้ความสวยงามของภาพที่แตกต่างกัน

Portrait Iphone Xr Camera Review 2

แต่โหมดถ่ายภาพบุคคลของ iPhone XR ก็ยังคงมีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถถ่ายวัตถุอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนเหมือนกับ iPhone X, XS และ XS Max ได้ ด้วยข้อจำกัดของกล้องตัวเดียวนั่นเอง

ที่กล่าวมาอาจจะไม่เห็นภาพ สามารถรับชมรีวิวการถ่ายภาพโหมด Portrait และเซลฟี่กล้องหน้าด้วย iPhone XR ได้ที่นี่เลย

Iphone Xr Glare Outdoor Portrait Camera Review 16

Iphone Xr General Portrait Camera Review 10

สิ่งที่ประทับใจนอกจากจะเป็นการถ่ายภาพ Portrait ได้แล้ว ฟีเจอร์ Smart HDR ยังทำได้ดีมากๆ อีกด้วย ถ่ายในที่แสงน้อยก็สวย ถ่ายในที่กลางแจ้งแสงมากก็สวย และถ่ายตอนกลางคืนก็ยิ่งสวย สีสันคมชัดมาก และทีมงานก็แอบเก็บภาพมาให้ชมกันเล็กน้อย (ไม่ได้มีการปรับแสงหรือสีใดๆ ทั้งสิ้น)

Iphone Xr Review 25

Iphone Xr Review 27

Iphone Xr Review 26

Iphone Xr Review 28

Iphone Xr Review 24

3. กล้องหน้า TrueDepth สแกน Face ID และเล่น Animoji

ด้วยดีไซน์ไร้ปุ่มโฮมของ iPhone XR จึงต้องมาพร้อมกับกล้อง TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล เป็นตัวเดียวกับที่อยู่ใน iPhone XS/XS Max ที่ได้รับการปรับปรุงให้สแกนใบหน้าได้เร็วยิ่งขึ้นสืบเนื่องมาจากการประมวลผลที่รวดเร็วขึ้นของชิป A12 พร้อมด้วยอัลกอลิทึมของ Face ID ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

Iphone Xr Review 30

และด้วยความสามารถของกล้อง TrueDepth ที่ถ่ายภาพบุคคล (Portrait) เซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอสวยๆ ได้ พร้อมกับปรับแต่งแสงได้อีก 5 แบบ ได้แก่ แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์, แสงไฟเวที, แสงไฟเวทีขาวดำ

Iphone Xr Selfie Portrait Camera Review 1

นอกจากนี้เรายังได้สนุกไปกับการส่งข้อความหรือคุย FaceTime ด้วย Animoji ที่ให้เลือกมากมาย หรือจะสร้าง Memoji แทนตนเองขึ้นมาก็ได้ สร้างความสนุกปนฮาและเพิ่มอรรถรสในการพูดคุยได้ดีเลยทีเดียว

Iphone Xr Review 9

4. ชิป A12 Bionic ที่แรงเทียบเท่า iPhone XS และ iPhone XS Max

iPhone XR ใช้ชิป A12 Bionic ขนาด 7 นาโนเมตรตัวเดียวกับที่อยู่ใน iPhone XS/XS Max เป็นชิปที่มีประสิทธิภาพและประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญยังประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

A12 Bionic

จากการใช้งานประสิทธิภาพและความเร็วที่เห็นได้ชัดเจนคือ การประมวลจากการถ่ายรูป, การสแกนใบหน้า, เล่นเกม, การจับภาพของ Animoji และ Memoji สามารถทำงานได้รวดเร็วและไหลลื่นมากขึ้น

Iphone Xr Review 31

5. Haptic Touch ทำงานยังไง แทน 3D Touch ได้หรือไม่

เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนสงสัยว่าฟีเจอร์ Haptic Touch ที่มาพร้อมกับ iPhone XR คืออะไรกันแน่ และสามารถใช้งานแทน 3D Touch ได้หรือไม่

Iphone Xr Review 12

Haptic Touch คือการตอบสนองสัมผัสหน้าจอด้วยการสั่น เมื่อเราแตะเมนูที่รองรับ Haptic Touch ค้างไว้ หน้าจอก็จะเข้าสู่การทำงานและตอบสนองด้วยการสั่นทันที และในตอนนี้ Haptic Touch ก็รองรับเฉพาะเมนูใน Control Center เท่านั้น เช่นการเปิดเมนูการปรับระดับแสง, ไฟฉาย, การเชื่อมต่อ เป็นต้น

Iphone Xr Review 13

ส่วนการทำงานจะแทน 3D Touch ได้หรือไม่นั้น ณ ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าไม่สามารถทำได้เท่ากับ 3D Touch ที่ใช้การกดน้ำหนักบนหน้าจอเพื่อเข้าถึงการทำงานต่างๆ ให้ความสะดวกกับผู้ใช้หลายคน

Iphone Xr Review 14

แต่ฟีเจอร์ Haptic Touch ก็มีการพัฒนาให้รองรับการทำงานมากขึ้น จาก iOS 12.1.1 beta สำหรับนักพัฒนาก็ได้มีการเพิ่มการทำงาน Haptic Touch ให้กับการแจ้งเตือน โดยแตะค้างที่การแจ้งเตือนเพื่อดูรายละเอียด ในอนาคตจะทำงานได้เทียบเท่ากับ 3D Touch หรือไม่นั้นก็ต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ ณ ตอนนี้ยังแทนกันไม่ได้นะคะ

Iphone Xr Review 15

6. ดูวิดีโอ Full HD 1080p พร้อมลำโพงสเตอริโอ

คนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ iPhone XR หลายคนกังวลเกี่ยวกับการดูวิดีโอว่าหน้าจอของ iPhone XR ที่มีความละเอียดเพียงแค่ 1792 x 828 พิกเซล (720p) นั้นสามารถดูวิดีโอที่ความละเอียด Full HD ได้หรือไม่

คำตอบก็คือ iPhone XR สามารถดูวิดีโอแบบ Full HD แบบ 1080p ที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ได้ชัดเจนและแสดงสีของภาพได้สวยงาม

Iphone Xr Review 35

เนื่องจากการแสดงผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของหน้าจอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อย่างเช่น บิตเรท ขอบเขตความกว้างของสี คอนทราสต์ ความสว่าง และเทคโนโลยีอีกมากมายที่ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอ iPhone XR คมชัด

Iphone Xr Review 34

นอกจากความสวยคมชัดแล้ว ลำโพงสเตอริโอของ iPhone XR ยังให้เสียงที่มีมิติ ได้ยินเสียงจากภาพยนต์หรือวิดิโอที่มีที่มาของเสียงจากหลายทิศทาง ช่วยให้การรับชมวิดีโอได้อารมณ์และสมจริงมากขึ้น

7. บันทึกวิดีโอ 4K และไมค์อีก 4 ตัว

iPhone XR สามารถบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps โดยที่เฟรมเรต 60 fps จะได้ภาพที่คมชัดและนุ่มนวลที่สุด ส่วนเฟรมเรตที่ 30 fps ก็จะได้ความละเอียดที่ดี และเฟรมเรต 24 fps ก็จะให้อารมณ์แบบดูภาพยนต์

Iphone Xr Review 16

การถ่ายวิดีโอด้วย iPhone XR แบบย้อนแสงก็ให้ภาพพร้อมสีที่สวยงาม ไม่มืดหรือแสงดรอปจนเกินไป ด้วยพลังจาก Smart HDR นั่นเอง รวมถึงระบบกันสั่นก็ทำได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน สามารถเดินถ่ายหรือถ่ายบนยานพาหนะได้สบาย

Iphone Xr Review 17

ในระหว่างอัดวิดีโอก็สามารถบันทึกเสียงแบบเตอริโอด้วยไมค์ 4 ตัวบน iPhone XR ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ไมค์เสริม เนื่องจากไมค์ 4 ตัวสามารถรับเสียงได้จากหลายทิศทาง แน่นอนว่าคุณจะได้ทั้งภาพเคลื่อนไหวที่ดีและเสียงที่ดีมากๆ ด้วยเช่นกัน ชมคลิปตัวอย่างถ่ายด้วย iPhone XR ในสภาพแสงน้อยพร้อมด้วยประสิทธิภาพการเก็บเสียง (เวอร์ชันเต็มรอชมเร็วๆ นี้)

8. แบตเตอรี่ที่ว่ากันว่า “อึดกว่า iPhone XS Max”

จากข้อมูลเปรียบเทียบเรื่องของการใช้งานแบตเตอรี่ระหว่าง iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR พบว่าการใช้งานของ iPhone XR มีระยะเวลานานใกล้เคียงกับ iPhone XS Max ที่มีรายงานว่าแบตเตอรี่มีความจุเยอะกว่า iPhone XR

Iphone Xr Review 19

ในหัวข้อการเล่นวิดีโอเห็นได้ว่า iPhone XR เล่นวิดีโอสูดสุดนานกว่า iPhone XS Max 1 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะมาจากจอ Liquid Retina HD ของ iPhone XR ที่มีความละเอียด 1792 x 828 (326ppi) ซึ่งน้อยกว่า iPhone XS และ iPhone XS Max จึงทำให้ประหยัดแบตเตอรี่มากกว่านั่นเอง ส่งผลให้การใช้งานต่อเนื่องของ iPhone XR ใช้ได้นานกว่ารุ่นอื่นๆ อีกด้วย

Iphone Xr Review 20

จากการใช้งาน iPhone XR ทั่วไป เปิดทั้ง Wi-Fi และ Cellular สลับการใช้งานเล่นโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook, Instagram และทวิตเตอร์ รวมถึงการโทรเข้าโทรออกเล็กน้อย ขณะนอนหลับก็พักหน้าจอปกติ ผลปรากฏว่าแบตเตอรี่ของ iPhone XR ใช้ได้นานสูงสุดถึง 2 วันเลยทีเดียว โดยที่ไม่ได้ชาร์จ (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน)

9. ใช้งานการปัดท่าทางที่ไร้ปุ่มโฮม

iPhone ตระกูล X ทั้งหมดถูกปรับดีไซน์ให้เป็นหน้าจอเต็มขอบและไร้ปุ่มโฮมตั้งแต่ iPhone X เป็นต้นมา เมื่อไม่มีปุ่มโฮม ประสบการณ์การใช้งานปัดหน้าจอก็ต้องเปลี่ยน ใครที่เปลี่ยนจาก iPhone รุ่นที่มีปุ่มโฮมมาใช้ iPhone XR ครั้งแรกก็ต้องปรับการใช้งานใหม่เกือบทั้งหมด ยกตัวอย่างดังนี้

การเปิด Control Center ที่ต้องลากหน้าจอจากมุมบนขวาลงมา จากเดิมที่ต้องปัดจากด้านล่างของหน้าจอ

Iphone Xr Review 22

การเปิด App Switcher ที่ต้องลากหน้าจอแบบช้าๆ จากขอบด้านล่าง จากเดิมต้องกดปุ่ม Home 2 ครั้ง

Iphone Xr Review 21

การเปิดครึ่งหน้าจอ (Reachability ต้องไปเปิดฟีเจอร์นี้ก่อนใน Settings) ต้องปัดของหน้าจอด้านล่างลง จากเดิมแตะที่ปุ่มโฮม 2 ครั้ง

Iphone Xr Review 23

เมื่อเริ่มใช้งาน iPhone XR ใหม่ก็อาจจะเกิดความสับสนและลำบากเล็กน้อย แต่ถ้าใช้ไปสักพักก็จะชิน เมื่อลองกลับมาใช้รุ่นเดิม คุณจะลืมการใช้ปุ่มโฮมไปเลย

10. ประสบการณ์เล่นเกม PUBG บน iPhone XR

Iphone Xr Review 32

เอาใจคอเกมกันหน่อย ทีมงานเลยหยิบยกรีวิวการเล่นเกม PUBG Mobile มาให้ชมกัน โดยการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ทีมงานได้ปรับตั้งค่ากราฟฟิคแบบ HDR และ Frame Rate เป็น Ultra

25611119 #1 ๑๘๑๑๑๙ 0003

สิ่งแรกที่ประทับใจคือความใหญ่ของหน้าจอที่ดูเต็มตาและทำให้การเคลื่อนไหวนิ้วมือทั้ง 2 ข้างไม่ชิดกันจนเกินไป ควบคุมได้ง่าย ส่วนการเล่นก็ไหลลื่นดีมาก ไม่มีกระตุก การแสดงผลทางด้านกราฟิกสวยงามในระดับหน้าจอ LCD ที่ไม่ทำให้ผิดหวัง

25611119 #1 ๑๘๑๑๑๙ 0001

iPhone XR ไม่มีฟีเจอร์ 3D Touch จึงทำให้การการยิงอาจจะควบคุมและบังคับเกมทำได้ยากกว่ารุ่นที่มี 3D Touch เนื่องจากต้องย้ายนิ้วสลับไปมา ส่วนรอยบากไม่มีผลต่อการบังเมนูในเกมแต่อย่างใด

Iphone Xr Review 33

เรื่องความร้อนจากการเล่นในสภาพอากาศประมาณ 25 องศา ใน 15 นาทีแรกเครื่องเริ่มอุ่น หลังจากจบเกมแบบอดกินไก่ในเวลาประมาณ 35 นาที เครื่องเริ่มร้อนแต่ไม่ถึงกับร้อนมาก ถือว่ายังเป็นที่ยอมรับได้ ส่วนแบตเตอรี่หลังจบเกม 35 นาทีลดไปประมาณ 10-11% (ความร้อนและแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการใช้งานของแต่ละคน)

25611119 #1 ๑๘๑๑๑๙ 0002

ส่วนเกมอื่นๆ อย่าง Ragnarok M หรือ ROV ก็เล่นบน iPhone XR ได้สนุก ด้วยความที่มีหน้าจอใหญ่และให้เสียงสเตอริโอ พร้อมความไหลลื่นของกราฟฟิค เพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดี

เก็บตกข้อมูลสำคัญอื่นๆ

  • มี 6 สี ได้แก่ สีขาว, ดำ, ฟ้า, สีเหลือง, สีส้มคอรัล และสีแดง PRODUCT(RED)
  • มี 3 ความจุให้เลือก ได้แก่ 64GB, 128GB และ 256GB
  • iPhone XR มาพร้อมกับระบบซิมคู่ (Dual Sim) ที่สแตนบายได้ 2 ซิมเหมือนกับ iPhone XS และ iPhone XS Max ซึ่งเป็นระบบซิมคู่ครั้งแรกของ iPhone
  • ตัวเครื่องของ iPhone XR จะหนากว่า iPhone XS และ iPhone XS Max ประมาณ 0.7 มม.
  • iPhone XR หนักกว่า iPhone XS และเบากว่า iPhone XS Max เล็กน้อย
  • ขอบหน้าจอของ iPhone XR หนากว่า iPhone XS และ iPhone XS Max แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด แค่รู้สึกขัดตาเวลาที่เทียบกับ iPhone XS และ iPhone XS Max ถ้าใครไม่มีเครื่องให้เทียบก็ไม่มีปัญหา 😀
  • ถึงหน้าจอแนวทแยงจะใหญ่กว่า iPhone 8 Plus แต่ตัวเครื่องเล็กกว่า (เพราะแสดงผลแบบเต็มขอบ)
  • Apple ยังไม่เปิดขายเคสสำหรับ iPhone XR แต่ผู้ขายอื่นๆ วางขายแล้ว ชมรีวิวสุดยอดเคส iPhone XR
  • รองรับการชาร์จเร็ว เมื่อชาร์จด้วยอะแดปเตอร์มากกว่า 5W

สรุป

Iphone Xr Review 7

iPhone XR เป็น iPhone รุ่นน้องเล็กในบรรดา iPhone รุ่นใหม่ปี 2018 แต่ประสิทธิภาพก็ไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง iPhone XS เลยทีเดียว ด้วยพลังของชิป A12 Bionic ที่ส่งผลให้การประมวลผลหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การใช้งานทั่วไป การถ่ายรูป การอัดวิดีโอ การเล่นเกม ที่สามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยมบนหน้าจอใหญ่ 6.1 นิ้ว

และถึงแม้ว่าดีไซน์ของ iPhone XR อาจจะดูเทอะทะกว่า iPhone XS ไปหน่อย แต่ถ้าลองได้จับและใช้งานจริงๆ ก็อาจจะประทับใจไม่น้อย และถ้าคุณไม่ได้ซีเรียสเรื่อง 3D Touch ที่บน iPhone XR ไม่มีและหน้าจอ LCD ที่ความละเอียดน้อยกว่าหน้าจอ OLED iPhone XR ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอัปเกรดจาก iPhone รุ่นเดิมมาเริ่มต้นสัมผัสประสบการณ์ใหม่แบบไร้ปุ่มโฮมในราคาที่ประหยัดกว่า แนะนำว่าให้สัมผัสและลองเล่นเครื่องจริงก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ หรือถ้ากำลังชั่งใจก็สามารถรับชมรีวิว iPhone XS และ iPhone XS Max เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่เลย รีวิว iPhone XS และ XS Max ปี 2018 ชม 11 ที่สุดของรุ่นนี้มีอะไรบ้าง อยากรู้ต้องดู!!

from:https://www.iphonemod.net/iphone-xr-review.html

ฟิล์มกระจก Focus 3D Full Curved Edge เต็มจอเข้ารูปขอบมน กันฝุ่นดี เพื่อ iPhone X, XS, XS Max

Focus 3d Full Curved Edge Cover

มาแล้วนะ หลังจากที่ปล่อยให้รอกันอย่างยาวนานหลังจากที่ปล่อย พรีวิวฟิล์มกระจก iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR จาก Focus ให้ดูกันก่อนแล้ว รอบนี้ทดสอบกับเครื่องจริง ได้ผลสรุปออกมาให้แล้ว ไปชมกันเลยครับ

ฟิล์มกระจก Focus 3D Full Curved Edge เต็มจอเข้ารูปขอบมน กันฝุ่นดี เพื่อ iPhone X, XS, XS Max

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166802

สเปก

  • ความแข็งแรงระดับ 9H ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
  • สัมผัสลื่นไม่สะดุด ลดรอยนิ้วมือ เช็ดทำความสะอาดง่าย
  • ภาพชัดระดับ HD ภาพสวยกว่าฟิล์มชนิด TPU เยอะเลย
  • ขอบกระจกโค้งไม่บาดนิ้ว เต็มจอแบบ 3D
  • พัฒนาใหม่ป้องกันฝุ่นเข้าบริเวณเซ็นเซอร์ของ iPhone ได้อย่างไม่มีปัญหา (มีรูปการทดสอบจริงให้ชม)
  • ใช้งานร่วมกับ Face ID ได้ดีทั้งในร่มและกลางแจ้ง
  • ฟิล์มไม่เปราะ ไม่แตกง่าย
  • ใช้งานร่วมกับเคสกันกระแทกได้ (ทดสอบกับเคส UAG)

ไปชมอุปกรณ์ในกล่องพร้อมสินค้าจริง

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166794

อุปกรณ์ที่มีในกล่อง

  • กระจกกันรอย Focus 3D Full Curved EDGE จำนวน 1 แผ่น (ทั้ง iPhone XS, XS Max จะเหมือนกัน)
  • กระดาษเปียกสำหรับเช็ดทำความสะอาดหน้าจอ
  • ผ้าไมโครไฟเบอร์
  • สติกเกอร์ดึงฝุ่น
  • ฟิล์มพลาสติกใสกันรอยด้านหลัง

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166808

ขั้นตอนติดตั้งด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากนะครับเผื่อว่าใครอยากซื้อออนไลน์แล้วไปติดเองที่บ้านก็ทำได้ตามนี้เลย

ขั้นแรกเช็ดด้วยกระดาษเปียกก่อนเพื่อให้คราบไขมันถูกกำจัดออกไป

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166812

ขั้นที่ 2 ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดหน้าจอให้แห้ง

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166816

ขั้นที่ 3 ใช้สติกเกอร์ติดเศษเม็ดฝุ่นออกให้หมดก่อนติดตั้งกระจก

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166817

ขั้นที่ 4 ให้วาง iPhone ในแนวนอน ผมถนัดขวาจะให้ลำโพงอยู่ด้านซ้าย จากนั้นจะเทียบตำแหน่งของกระจกเพื่อให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้นครับ เมื่อเล็งตรงแล้วก็ปล่อยฟิล์มกระจกได้เลยและพยายามไล่ฟองอากาศจากด้านใดด้านหนึ่งไปอีกด้าน

ผมไล่จากล่างขึ้นบน เราก็จะเห็นฟองอากาศไหลออกประมาณนี้

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166820

 

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166822 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166825

จนเมื่อฟองอากาศเหลือนิดหน่อยเราก็ใช้ปลายเล็บกดเพื่อให้ฟองอากาศที่เหลือออกให้หมด

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166826

เรียบร้อยแล้ว ชมผลงานได้เลย ติดเข้ารูปสวยงาม, ตรงตำแหน่ง, ขอบสีดำของฟิล์มกระจกไม่หนาจึงไม่บดบังส่วนหน้าจอแสดงผลและไม่บังกล้อง TrueDepth เช่นกัน ความคมชัดระดับ HD

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166830 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166834 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166835 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166836 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166838 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166843 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166864 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166861 Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166875

ความเห็นหลังการใช้งาน Focus 3D Full Curved Edge บน iPhone XS, XS Max

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1166881

Focus 3d Full Curve Iphonexs Xs Max 1200284

Focus 3d Full Curve Iphonexs Max Uag 1166769
iPhone XS Max + UAG + Focus 3D Full Curved Edge

เท่าที่ได้ทดสอบมาแล้วขอสรุปสาระสำคัญๆ ให้เป็นหัวข้อดังนี้ครับ

  • iPhone X และ XS ใช้ฟิล์มกระจกรุ่นเดียวกันได้
  • กระจกมีความแข็งแรงตามมาตรฐาน กดขอบไม่เปราะไม่แตก
  • สัมผัสลื่นและลดรอยนิ้วมือระหว่างการใช้งานพร้อมเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย
  • ป้องกันฝุ่นได้ดี ไม่ให้เข้าไปใต้บริเวณกล้องหน้า TrueDepth ทดสอบโรยแป้งฝุ่นไปยังบริเวณลำโพงและเซนเซอร์ แป้งก็ไม่เข้าใต้กระจกเช่นกัน
  • ขอบฟิล์มกระจก 3D Cureved เข้ารูป ขอบมนไม่บาดมือ, หากใครใช้งาน iPhone โดยที่ไม่ใส่เคสเมื่อสัมผัสที่กระจกแล้วจะไม่รู้สึกรำคาญที่โดนขอบฟิล์มกระจก
  • แข็งแรงทนทาน ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี ทั้งเหรียญ, กุญแจ, มีดคัตเตอร์ไม่ทำให้ฟิล์มกระจกเป็นรอยแต่อย่างใด มีครั้งนึงติดกระจกโดยที่ iPhone XS Max ไม่ได้ใส่เคสเลย iPhone ตกจากโต๊ะทำงานความสูงประมาณ 75 ซม. พบว่าฟิล์มกระจกและจอ iPhone XS Max ไม่แตกและยังใช้งานได้ต่อเนื่อง ถือว่าโชคดี (หมายเหตุ ในเรื่องการทำตกจะมีโอกาศแตกได้ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างด้วยครับ ถ้าไม่โดนมุมที่พอดีก็รอด)
  • ใช้งานร่วมกับเคส กันกระแทกได้หลากหลายแบรนด์ ทดสอบทั้ง UAG, Mous, Element Case, JTLegend, Gizmo Case, Apple Case ฯลฯ เคสไม่ดันกระจกแต่อย่างใด

บางคนอาจจะถามว่า จอ iPhone แข็งแรงจำเป็นต้องติดฟิล์มด้วยเหรอ? ตอบได้เลยครับผมมี iPhone XS, XS Max, XR และ X อีกตัว หากใช้งานไม่ระวังจอเกิดรอยได้ครับ เจอมาแล้ว เอาเป็นว่าใครกังวลเรื่องนี้ ติดป้องกันไว้ก็สบายใจกว่ามากครับ ฟิล์มแตกเปลี่ยนไม่กี่ร้อยแต่ถ้าจอแตกมาเปลี่ยนทีหลักหมื่นเลยทีเดียว

ฟิล์ม Focus 3D Full Curved Edge รุ่นนี้สำหรับ iPhone X, XS และ XS Max ซึ่งความเห็นส่วนตัวถือว่าดีนะ ใช้แล้วชอบ ติดง่าย กันฝุ่นดี แข็งแรง ทัชลื่น ทำความสะอาดง่าย กระจกทนใช้งานกับ Face ID ไม่มีปัญหา แค่นี้ก็อุ่นใจแล้ว

Focus 3d Full Curve Iphonexs 0718

Focus 3d Full Curve Iphonexs 0721

หาซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นกันครับ

ราคาของฟิล์มกระจก

from:https://www.iphonemod.net/focus-3d-full-curved-iphone-x-xs-xsmax-tested.html

Apple เปิดขาย iPad Pro 2018 ในประเทศไทยแล้ว ราคาเริ่มต้น 28,900 บาท

Ipad Pro 2018 Available In Thailand

วันนี้ 12 พ.ย. 2561 ทาง Apple ได้เปิดขาย iPad Pro 2018 ใวนประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทาง Apple Store Online ราคาเริ่มต้น 28,900 บาท

Apple เปิดขาย iPad Pro 2018 ในประเทศไทยแล้ว ราคาเริ่มต้น 28,900 บาท

ในการเปิดขายรอบนี้จะมีเพียงรุ่น Wi-Fi เท่านั้น ส่วนรุ่น Wi-Fi + ​Cellular ยังไม่เปิดจำหน่าย

ณ ช่วงแรกที่เปิดขายการสั่งซื้อแนะนำให้สั่งซื้อออนไลน์ผ่านทั้งหน้าเว็บและผ่านแอป Apple Store จากนั้นเลือกเอาไว้จะไปรับที่ Apple Iconsiam หรือว่าจะให้จัดส่ง จะสะดวกที่สุดเพราะสินค้าจะมีจำกัดไม่แน่นอนว่าเดินเข้าไปที่ Apple Iconsiam นั้นจะมีให้ซื้อเลยหรือไม่ เพราะ Apple Orchard ที่สิงคโปร์นั้นมีผู้เดินเข้าไปหน้าร้านเพื่อซื้อรุ่นนี้แต่ว่าของหมดเพราะถูกจองไว้หมดแล้ว

Ipad Pro 2018 Thailand 02 ในส่วนของอุปกรณเสริมอย่าง Apple Pencil, เคส Smart Folio รุ่นใหม่และ Smart Keyboard Folion ก็เปิดขายแล้วเช่นกัน

Ipad Pro 2018 Accessories

ลิงก์สั่งซื้อ iPad Pro 2018 https://www.apple.com/th/shop/buy-ipad/ipad-pro

from:https://www.iphonemod.net/ipad-pro-2018-start-sale-in-thailand.html

รีวิว Apple Iconsiam ร้าน Apple Store แห่งแรกในไทย เปิดให้บริการ 10 พ.ย. 2561 นี้

Apple Iconsiam Review Cover

Apple Iconsiam ชื่อนี้เราคงคุ้นหูกันไปแล้วตั้งแต่ที่ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะตั้ง Apple Store สาขาแรกของประเทศไทยและเป็นสาขาที่ 2 ของอาเซียน ที่ห้างสรรพสินค้า Iconsiam จุดทำเลทองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีวิวสวยงามและเป็นสง่าอย่างมาก วันนี้ทีมงาน iMoD ได้มีโอกาสมาสัมผัส Apple Store สาขาแรกในประเทศไทย จะสวยงามโดดเด่นแค่ไหนและมีอะไรที่น่าสนใจพร้อมข้อมูลอื่นๆ มาบอกเล่าให้ได้ทราบกัน พร้อมแล้วไปติดตามกันได้เลย

รีวิว Apple Iconsiam ร้าน Apple Store แห่งแรกในไทย เปิดให้บริการ 10 พ.ย. 2561 นี้

ก่อนที่ทุกคนจะสามารถเข้าชม Apple Iconsiam ได้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย 2561 เป็นต้นไปนั้น วันนี้ทีมงาน iMoD ขออนุญาติรีวิว Apple Store สาขาแรกของไทยให้ได้ชมกันก่อนนะครับ

Apple Store สาขานี้มีชื่อทางทางการว่า Apple Iconsiam ซึ่งพักหลังๆ มา Apple จะตัดคำว่า Store ออกแล้วตามด้วยชื่อของสถานที่นั้นๆ ตัวอย่างเช่น Apple Store ที่สิงคโปร์ก็จะเรียกว่า Apple Orchard ซึ่งเป็นทั้งชื่อถนนและย่านของผู้ที่อยู่อาศัยโซนนั้น หรือว่าจะเป็น Apple Sydney ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงซิดนีย์ของประเทศออสเตรเลีย กลับมาที่ไทย Apple Store สาขานี้เป็นส่วนหนึ่งในห้างสรรพสินค้า Iconsiam (อ่านว่า ไอ-ค่อน-สยาม) ดังนั้น สาขานี้จึงเรียกชื่อว่า “Apple Iconsiam” นั่นเองครับ

Apple Iconsiam S 2

1. ภายนอก

Apple Iconsiam ตั้งอยู่ชั้น 2 ของห้าง Iconsiam โดยมีประตูทางเข้าอยู่ 2 ฝั่ง คือ ภายในตัวห้างซึ่งเป็นทางเข้าหลักและจะมีประตูทะลุมายังระเบียง (Terrace) เมื่อเดินออกมาแล้วจะสามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาอันสวยงามและเป็นสง่าได้ ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากๆ

สำหรับแฟนๆ Apple ต้องมาลองสัมผัสบรรยากาศ ณ จุดนี้ด้วยตัวของคุณเองแล้วจะรู้ว่าฟินอะไรปานนี้ 😀

Apple Iconsiam 6968

สถาปัตยกรรมการออกแบบ Apple Iconsiam ภายนอกจะมีความคล้ายคลึงกับ Apple Orchard เมื่อเรามองจากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา(ฝั่งนี้ด้านหลังของร้าน)เข้ามาที่ร้านจะเป็นโลโก้ Apple ติดตั้งอยู่กึ่งกลางของร้านโดยมีจุดเด่นอีกอย่างก็คือ “กระจก” หลังร้าน ที่เป็นกระจกนิรภัยแผ่นเดียวเต็มๆ ที่มีความสูงกว่า 11 เมตรตั้งจากพื้นไปจนถึงเพดานโดยที่ไม่มีรอยต่อวางเรียงกัน 18 แผ่น ทำให้ไม่บดบังวิวที่มองเข้ามาในร้านและเมื่อเรามองออกไปนอกร้านก็จะเห็นวิวของกรุงเทพมหานครได้

2. ภายใน

Apple Iconsiam มีทั้งหมด 1 ชั้น โดยออกแบบให้มีเพดานที่สูงโปร่งและมีการปลูกต้นไม้จริงในกระถางขนาดใหญ่ที่ออกแบบเอาไว้เป็นที่นั่งได้ด้วย ต้นไม้ที่ปลูกไว้ภายในร้านคือ “Ficus” เป็นพืชตระกูลไทร มีทั้งหมด 12 ต้นเรียงกันเป็นแนวเส้นตรงจากหน้าร้านไปถึงด้านหลังของร้าน

Apple Iconsiam 7004

3. The Forum ห้องโถงใหญ่

เมื่อก้าวเข้ามาภายในร้าน(เดินเข้าจากในตัวห้าง Iconsiam) เราจะพบหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางร้าน พร้อมทั้งมีเก้าอี้ไว้ให้นั่ง จุดนั้นจะเรียกว่า “Forum” เทียบง่ายๆ ก็เหมือนว่าเป็นโถงใหญ่ โดยจอแสดงผลนั้นมีความละเอียด 6K นอกจากเอาไว้แสดงวิดีโอพรีเซนต์สินค้าต่างๆ ของ Apple แล้ว จอนี้ยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรม “Today at Apple” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้ผู้ใช้งานที่ทาง Apple ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก  เช่น การสอนใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ, สอนด้านกราฟฟิก, สอนดนตรี, สอนเขียนโปรแกรม หรือแม้กระทั่งจัดการแสดงต่าง ฯลฯ จะทำให้ร้าน Apple Iconsiam แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการขายสินค้าเท่านั้น แต่มันคือชุมชนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งทาง Apple มอบให้ลูกค้าในประเทศไทยและทำแบบนี้ไปในทั่วโลก

Apple Iconsiam 1200375 Apple Iconsiam 6997

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Today at Apple สามารถสมัครได้ฟรี ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.apple.com/th/today/

4. ส่วนแสดงสินค้า

Apple มีอุปกรณ์กว่า 165 ชิ้นที่เปิดใช้งานและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จัดไว้ให้ลูกค้าได้ทดสอบลองเล่นอุปกรณ์จริงก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ อุปกรณ์ที่ทาง Apple มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะถูกตั้งโชว์ไว้ใน Apple Iconsiam นี้ไม่ว่าจะเป็น iPhone รุ่นล่าสุดอย่าง iPhone XS, XS Max, XR หรือ Apple Watch Series 4 ทุกรุ่นรวมไปถึง Apple Watch 4 Hermès ก็มีเอาไว้ชมให้ลองเช่นกัน

Apple Iconsiam 1200340

Apple Iconsiam 7015

Apple Iconsiam 1200347

Apple Iconsiam 1200359

Apple Iconsiam 1200354

Apple Iconsiam 1200356

Apple Iconsiam 1200348

ในส่วนของอุปกรณ์ตระกูล Mac และ iPad ก็มีมาแสดงไว้ครบหมด ทั้ง Mac Pro, iMac, Mac mini, iPad Pro, iPad, Apple Pencil, Apple TV มากมายหลายเครื่องจัดวางเอาไว้และเตรียมพร้อมให้เราได้เข้าไปจับสัมผัสและลองเล่นตามความต้องการ

Apple Iconsiam 7014 Apple Iconsiam 1200335 Apple Iconsiam 7002

Apple Iconsiam 1200381

5. อุปกรณ์เสริม Apple และแบรนด์อื่นๆ

เคสจากฝั่งของ Apple ไม่ว่าจะเป็นเคสสำหรับ iPhone, iPad และอุปกรณ์เสริมอย่างสายชาร์จ,  อะแดปเตอร์ต่างๆ, คีย์บอร์ด, สาย Apple Watch พร้อมด้วยอุปกรณ์อย่างหูฟัง, ลำโพงไร้สาย ฯลฯ ก็จะอยู่ริม 2 ฝั่งของร้าน เราสามารถดูและลองสินค้าได้ก่อนที่จะซื้อเช่นกัน

Apple Iconsiam 1200326 Apple Iconsiam 7002

6. Genius Grove ฝั่งดูแลลูกค้า

Apple Iconsiam 1200329

ในโซนสุดท้ายอยู่ท้ายสุดของร้าน ตั้งอยู่หลังจอ 6K เป็นส่วนของ Genius Grove ชื่อเดิมคือ Genius Bar ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับการให้บริการต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาต่างๆ, การเคลมเครื่อง, การติดต่อขอซ่อม ฯลฯ จะถูกจัดไว้ที่บริเวณนี้ โดยจะมีโต๊ะของ Genius Grove คอยให้บริการอยู่ 4 โต๊ะหลักๆ ครับ

Apple Iconsiam 1200333

สำหรับการเข้ามาใช้บริการ Genius Grove นั้นทำได้ 3 วิธีคือ

  • จองคิวผ่านหน้าเว็บ https://support.apple.com/th-th
  • จองคิวผ่านแอป Apple Support
  • เดินเข้ามาขอใช้บริการโดยตรงผ่านหน้าร้าน (หากมีคิวว่างจะสามารถรับบริการได้)

โดยทาง Apple แนะนำว่าควรจะจองคิวมาก่อนจะดีที่สุดครับ

Apple Iconsiam 1200329

7. เวลาเปิดทำการ สถานที่ตั้งและการเดินทางมายัง Apple Iconsiam

Apple Iconsiam Address

Apple Iconsiam มีพนักกงานมากกว่า 100 คนไว้คอยให้บริการลูกค้า มีทั้งพนักงานไทยและต่างชาติที่พูดภาษาต่างกันรวมทั้งสิ้น 10 ภาษา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นลูกค้าชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการก็มั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถสื่อสารกับพนักงานใน Apple Iconsiam ได้อย่างไร้ปัญหา

Apple Iconsiam ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดกับโรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพ 

  • โดยปกติจะเปิดให้บริการทุกวัน (จันทร์ – อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. และจะมีบางวันที่ปิดเร็วกว่าปกติ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • สำหรับผู้ที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถจอดรถได้ภายในอาคาร Iconsiam
  • หากต้องการมาโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้ลงที่สถานีสะพานตากสิน (ทางออก 2) และต่อเรือที่ท่าสาทร หรือลงที่สถานีกรุงธนบุรี (ทางออก 4) และขึ้นรถบัสรับส่งฟรีของ Iconsiam
  • ทางน้ำ : Iconsiam มีบริการเรือรับส่งฟรีจากท่าสาทร, อาคารกสท. โทรคมนาคม, ท่าสี่พระยา และท่าราชวงศ์
  • รถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นสาย 3, 6, 84, 88, 89, 111, 149, 167 และ 177 ซึ่งมีป้ายจอดอยู่ใกล้ๆ Iconsiam

8. สรุป Apple Iconsiam มาเปิดแล้ว “คนไทย” ได้ประโยชน์อะไร พร้อมความเห็นอื่นๆ

Apple Iconsiam 7072

หลังจากที่ได้เยี่ยมชม Apple Iconsiam เสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็ต้องบอกว่า “ดีใจครับ” ที่ฝันเป็นจริงสักที ดีใจในที่นี้คือ “ดีใจแทนผู้ใช้งาน Apple ในประเทศไทย” ที่จะได้รับและสัมผัสประสบการณ์ดีๆ จาก Apple โดยตรง หลังจากที่รอมานานแสนนานและวันนี้สาขาแรกของ Apple Store ในประเทศไทยก็ได้มาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้ใช้งานทุกคนไม่จำกัดว่าจะต้องใช้ Apple เท่านั้น ไม่จำกัดเพศ อายุ เชื้อชาติ ฐานะ ไม่ว่าจนหรือรวย ไม่ว่าจะผิวขาวหรือดำ หรือพูดคนละภาษา คุณสามารถเข้ามารับประสบการณ์ที่ดีจาก Apple Store แห่งนี้ได้มากและบ่อยที่สุดเท่าที่คุณต้องการ

เราจะได้รู้ว่า “วัฒนธรรมองค์กรของ Apple และหัวใจของการให้บริการที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร” ซึ่งประสบการณ์แบบนี้ 10 ปากว่าก็ไม่เท่าตาของคุณเห็น และแม้ว่าตาของคุณจะเห็นแล้วแต่หากยังไม่ได้สัมผัสด้วยตัวคุณเองก็คงจะไม่สามารถรับรู้ได้ทั้งหมด ดังนั้นที่ตรงนี้ตั้งขึ้นไว้รอ “คุณ” แล้ว ขอแค่เพียงก้าวขาเข้ามาและเปิดรับประสบการณ์นี้ไปด้วยกัน ซึ่งคุณเท่านั้นที่จะบอกตัวเองได้ดีที่สุดว่า “มันดียังไง” 

หากเปรียบเทียบกับ Apple Orchard สาขาที่ใกล้กับ Apple Iconsiam มากที่สุด แม้ว่าที่สิงคโปร์นั้นจะมี 2 ชั้นและบันไดวนที่สวยงามเพื่อเดินขึ้นไปชั้น 2 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Apple Iconsiam นั้นจะด้อยกว่า เพราะในเรื่องของการแสดงสินค้า, การให้บริการต่างๆ ก็แทบจะไม่ต่างกันเลยและที่สำคัญ วิวของ Apple Iconsiam จะต้องเป็นวิวที่สวยงามอันดับต้นๆ ของ Apple Store ทั่วโลกก็ว่าได้

Apple Store มาเปิดที่ไทยแล้วคนไทยจะได้อะไร?

ผมได้ยินคำถามนี้มาบ่อยเหมือนกันครับ เอาเป็นว่าขออนุญาตออกความเห็นและมุมมองของผมที่มีต่อประเด็นนี้แล้วกันนะครับไล่เป็นหัวข้อให้เห็นภาพกันได้ง่ายๆ ครับ

  • แน่นอนว่าผู้ใช้ในไทยจะได้รับบริการมาตรฐาน Apple ที่เหมือนกับต่างประเทศ
  • การเคลมและการซ่อมสินค้าจะทำได้รวดเร็วมากขึ้นเพราะเป็นการเคลมกับ Apple โดยตรง
  • ผู้ใช้ได้เห็นอุปกรณ์จริงและได้ทดสอบสินค้าก่อนที่จะซื้อไปใช้ ซึ่งแน่นอนว่ามีอุปกรณ์ทุกชิ้นให้ชมและลองเล่นก่อน
  • ระบบและอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่มีในต่างประเทศ อย่าง Apple Pay, AppleCare+ สำหรับ iPhone และ HomePod ก็มีโอกาสที่จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายและใช้งานในประเทศไทยได้มากขึ้น
  • การให้คำแนะนำทั้งก่อนและหลังการขายสินค้าที่มีให้อย่างมากมายไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ตัวอย่างเช่น การสอนใช้งานผลิตภัณฑ์, การแก้ไขปัญหาต่างๆ , การนำสินค้าไปประยุกต์การใช้งานหรือแม้กระทั่ง นักพัฒนาหรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางก็สามารถมาแลกเปลี่ยนความคิดและหาแนวทางในการพัฒนาแอปพร้อมเรียนรู้เทคนิค เครื่องมือใหม่ๆ ในการพัฒนาต่อยอดได้
  • นโยบายต่างๆ ของ Apple อย่างเช่น การคืนสินค้า, การเปลี่ยนสินค้าหากไม่ได้รับความพึงพอใจ, การคืนเงิน ฯลฯ ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
  • ประเทศไทยก็จะกลายเป็นกลุ่มประเทศต้นๆ ที่หากมีสินค้าใหม่ๆ เปิดตัวก็จะมีโอกาสที่จะได้เปิดขายพร้อมกับต่างประเทศ (ความเห็นส่วนตัวคิดว่ามีโอกาสสูงแต่ถึงยังไงก็ต้องรอชมกันต่อไปครับ)
  • หากซอฟต์แวร์มีจุดบกพร่องที่ถูกรายงานโดยผู้ใช้งานคนไทยก็มีโอกาสสูงที่ทาง Apple จะนำปัญหาเหล่านั้นไปแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว (พูดง่ายๆ คือ เสียงของผู้ใช้คนไทยจะมีพลังมากยิ่งขึ้น)
  • โอกาสที่ Apple จะเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคการศึกษามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับประถม, มัธยมหรือสถาบันอุดมศึกษา อย่างเช่น การสนับสนุนทางด้านอุปกรณ์และ
  • ภาพลักษณ์ที่ดีต่อชาวโลก บางคนอาจจะไม่รู้จักประเทศไทยแต่เขารู้จัก Apple ซึ่งการเปิดตัวของ Apple Iconsiam ก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์อีกหนึ่งอย่างที่อาจจะทำให้ใครสักคนบนโลกนี้ที่ไม่รู้จักประเทศไทยได้หันกลับมามองและทำความรู้จัก ซึ่งในท้ายที่สุดคนเหล่านั้นอาจจะมาตกหลุมรักประเทศไทยของเราก็เป็นได้

ในส่วนมุมมองที่ว่าเมื่อ Apple Store มาเปิดที่ไทยแล้วตัวแทนจำหน่ายและคู่ค้าจะได้รับผลกระทบหรือไม่? ผมมองว่าได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนทั้งแง่บวกและแง่ลบ แต่เชื่อได้เลยการเข้ามาของ Apple Store นั้นเป็นประโยชน์มากกว่าอย่างแน่นอนครับ ที่แน่ๆ ผู้ใช้อย่างเราก็รับประโยชน์เต็มๆ ส่วนคู่ค้าของ Apple ก็ต้องมีการปรับตัวกันต่อไป จุดไหนที่เป็นข้อบกพร่องก็นำไปปรับปรุงและพัฒนาเพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ

การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน Apple

อรรถพล ทะแพงพันธ์
ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร iMoD

8 พ.ย. 2561

from:https://www.iphonemod.net/apple-iconsiam-first-time.html