คลังเก็บป้ายกำกับ: Bill_Gates

แนะนำ 4 หนังสือธุรกิจในตำนานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก

รวม 4 หนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจระดับตำนาน ที่มหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง Warren Buffett, Bill Gates, Jeff Bezos และ Mark Zuckerberg แนะนำให้อ่าน

หนังสือ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ ในฐานะสิ่งที่รวบรวมความคิด ประสบการณ์ ความชำนาญ และความรู้ในแขนงต่างๆ ที่ผู้เขียนเป็นผู้รวบรวมจากประสบการณ์ของตัวเองกลายเป็นหนังสือความยาวหลายร้อยหน้า

หนึ่งในประเภทของหนังสือที่ได้รับความนิยมจากนักอ่านหลายๆ คน นั่นคือหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ที่มีอยู่จำนวนมากในท้องตลาด หากไปดูตามชั้นหนังสือในร้านหนังสือคงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้ว่าหนังสือธุรกิจเล่มไหนเหมาะสมที่จะซื้อไปอ่าน คงจะดีกว่ามากถ้าเรารู้ว่ามหาเศรษฐีชื่อดังระดับโลก อ่านหนังสือธุรกิจเล่มไหน

Business Adventure หนังสือที่ Warren Buffett ให้ Bill Gates ยืมไปอ่าน

หนังสือเล่มแรก เป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจระดับตำนานที่ Warren Buffett มหาเศรษฐีนักลงทุน ให้ Bill Gates ยืมไปอ่าน ซึ่งในตอนแรก Bill Gates ก็ยอมรับว่าไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้มาก่อนเลย

Business Adventure เป็นหนังสือที่เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ในยุค 1960 เป็นหนังสือที่รวมเรื่องจริงเกี่ยวกับเหตุการสำคัญทางธุรกิจต่างๆ จำนวน 12 เรื่อง ตั้งแต่เหตุการณ์ หุ้นตกครั้งใหญ่ในวันที่ 28 พฤษภาคม 1962 จากปากผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งเหตุการณ์จบลง รวมถึงเหตุการณ์สำคัญเล่าเรื่องฉาวของ General Electric และการเติบโตของธุรกิจบริษัท Xerox

แม้ว่าหนังสือ Business Adventure จะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปี 1960 แต่เมื่อเร็วๆ นี้ Bill Gates ผู้ที่ยืมหนังสือเล่มนี้จาก Warren Buffett ถึงกับบอกว่า “หลังจากที่ Warren Buffett ให้เขายืมหนังสือเล่มนี้มา 20 ปี และกว่า 40 ปีที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ แต่หนังสือเล่มนี้ยังคงเป็นหนังสือธุรกิจที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่เขาเคยอ่านมา

Good to Great หนังสือที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ Amazon

Amazon หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ด้วยมูลค่า 2.54 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.37 ล้านล้านบาท

แต่เมื่อย้อนกลับไปในปี 2001 Amazon ไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่เหมือนในทุกวันนี้ ในตอนนั้น Jeff Bezos เพิ่งจะก่อตั้ง Amazon ได้เพียง 4 ปีเท่านั้น และบริษัทก็ยังไม่เคยได้กำไรแม้แต่ครั้งเดียว ในตอนนั้น Jeff Bezos นึกขึ้นได้จึงโทรศัพท์หา Jim Collins ผู้เขียนหนังสือ Good to Great และเขาก็ตัดสินใจมาหา Jeff Bezos ที่สำนักงานของ Amazon

หลังจากที่ Jim Collins ได้พบกับทีมผู้บริหารของ Amazon ก็ได้รู้ถึงปัญหาที่ทำให้ Amazon ยังไม่ได้กำไร และแนะนำให้ Amazon เลิกสนใจการเติบโตในระยะสั้น และเปลี่ยนไปมองที่การตัดสินใจในระยะยาวแทน

นอกจากจะแนะนำให้ Amazon สนใจกับการตัดสินใจในระยะยาวแล้ว Jim Collins ยังแนะนำให้ Amazon สร้างการเติบโตของธุรกิจ ด้วยการสร้างสิ่งที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในส่วนอื่นๆ ตามไปด้วย ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2001 Amazon ก็สามารถสร้างผลกำไรได้เป็นครั้งแรกหลังการก่อตั้งบริษัท

The Wealth of Nations หนังสือของ Adam Smith ต้นกำเนิดแห่งทุนนิยม

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือธุรกิจในระดับ “ตำนาน” เพราะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1776 จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลานานเกือบ 250 ปีแล้ว แต่หนังสือเล่มนี้ก็ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนระดับมหาวิทยาลัย ในสาขาเศรษฐศาสตร์จนถึงทุกวันนี้ และหนังสือเล่มน้ียังกลายเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานของคำว่า “ทุนนิยม” ที่เราได้ยินกันจนเคยชินในวันนี้

หนังสือ The Wealth of Nation เป็นหนังสือที่อธิบายถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศอังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ และพูดถึงประเด็นด้านการทำงาน ตลาด ความร่ำรวย ค่าแรง และการสะสมทุน โดยในมุมมองของ Adam Smith มองว่าตลาดถูกขับเคลื่อนโดย “มือที่มองไม่เห็น” หรือ Invisible Hand

The End of Power หนังสือแนะนำจาก Mark Zuckerberg

Mark Zuckerberg เคยตั้งกลุ่มใน Facebook เพื่อแนะนำหนังสือใหม่ตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยจะเปลี่ยนไปอ่านหนังสือเล่มใหม่ทุกๆ 14 วัน

หลังจากที่หนังสือ The End of Power ของ Moises Naim ได้รับการแนะนำโดย Mark Zuckerberg ทำให้หนังสือเล่มนี้ขายดีถึงขั้น Sold Out ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงนิตยสาร Times ก็ได้จัดอันดับให้หนังสือเล่มนี้เป็นสุดยอดหนังสือประจำปี 2013

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยนักเขียนชาวเวเนซุเอลา ที่เล่าเรื่องราวการผูกขาดของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ที่แข่งขันกับผู้เล่นหน้าใหม่ รวมถึงประเด็นการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ จากองค์กรขนาดใหญ่ สู่องค์กรที่ใช้ Agile ในการบริหารงาน

ที่มา – entrepreneur

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แนะนำ 4 หนังสือธุรกิจในตำนานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/4-business-book-recommended-by-billionaire/

Bill Gates ชวนประเทศร่ำรวยเปลี่ยนไปกินเนื้อสัตว์จากพืช รสชาติไม่เหมือนแต่เดี๋ยวก็ชิน

Bill Gates มหาเศรษฐีชื่อดัง แนะนำประเทศร่ำรวยควรหันมาบริโภคเนื้อสัตว์จากพืช (Plant Based Meat) ได้แล้ว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

กระแสการบริโภคเนื้อสัตว์จากพืช หรือ Plant Based Meat กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในระดับโลก รวมถึงในประเทศไทย พิสูจน์ได้จากตัวเลขมูลค่าตลาดของเนื้อสัตว์จากพืชที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

มูลค่าตลาด Plant-based Food ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.85 แสนล้านบาท และจะเติบโตเฉลี่ย 10.5% จนมีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.57 แสนล้านบาท ในปี 2024

แต่อย่างไรก็ตามมูลค่าตลาดของเนื้อสัตว์จากพืชยังคงคิดเป็นส่วนแบ่งเพียง 1% จากมูลค่าตลาดเนื้อสัตว์ทั้งหมด

ส่วนในประเทศไทย ตลาด Plant-based Food ปี 2562 มีมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านบาท มีโอกาสเติบโตปีละ 10% และในปี 2567 คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกรุงไทย คอมพาส)

ด้วยกระแสความนิยมเนื้อสัตว์จากพืชที่ผลักดันให้ตลาดเติบโตเฉลี่ย 10.5% ทำให้เชนร้านอาหารหลายรายตัดสินใจเพิ่มตัวเลือกเมนูที่ทำจากเนื้อสัตว์จากพืช ทดแทนเนื้อสัตว์แบบปกติกันมากขึ้น โดยเฉพาะ Burger King ที่เพิ่มเมนู Whopper ที่ทำจากเนื้อสัตว์จากพืชทั้งในสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย

Beyond Meat ผู้ผลิตเนื้อสัตว์จากพืชรายหนึ่ง ภาพจาก Shutterstock

Bill Gates ชวนประเทศร่ำรวยหันมาบริโภคเนื้อสัตว์จากพืชกันได้แล้ว

ล่าสุด Bill Gates มหาเศรษฐีชื่อดัง ผู้ก่อตั้งบริษัทไอทีรายใหญ่อย่าง Microsoft ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริโภคเนื้อสัตว์จากพืช ผ่านการให้สัมภาษณ์กับ MIT’s Technology Review โดย Bill Gates สนับสนุนให้คนหันมาบริโภคเนื้อสัตว์จากพืช

“ประเทศที่ร่ำรวยควรหันมาบริโภคเนื้อสัตว์จากพืช 100% ได้แล้ว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม”

อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าพิจารณาในการหันไปบริโภคเนื้อสัตว์จากพืช ที่ในขณะนี้รสชาติยังไม่เหมือนเนื้อสัตว์แบบเดิม 100% ซึ่ง Bill Gates ก็ได้ตอบคำถามในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน ว่า “คุณจะเคยชินกับรสชาติที่แตกต่างไปเอง ในขณะที่ผู้ผลิตเนื้อสัตว์จากพืชก็กำลังพัฒนารสชาติให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”

ส่วนในมุมประเทศที่มีฐานะยากจน Bill Gates ก็ยอมรับว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะหันมาบริโภคเนื้อสัตว์จากพืชแทนเนื้อสัตว์แบบเดิมๆ ได้ในเร็ววันนี้ เพราะประเทศยากจนยังคงต้องพึ่งพาการทำปศุสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญอยู่เช่นเดิม

Bill Gates ถือครองที่ดินการเกษตรมากที่สุดในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2021 ที่ผ่านมา Bill Gates และภรรยา Melinda Gates เพิ่งจะทำลายสถิติเป็นผู้ถือครองที่ดินการเกษตรมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยพื้นที่ 242,000 เอเคอร์ หรือประมาณ 980 ล้านตารางเมตร เทียบเท่ากับสนามฟุตบอลรวมกัน 137,000 แห่ง

อย่างไรก็ตามหาก Bill Gates ต้องการให้คนในประเทศรำ่รวยหันมาบริโภคเนื้อสัตว์จากพืชทดแทนเนื้อสัตว์แบบเดิมๆ ก็น่าจะมีส่วนช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาก เพราะ Oxfam เคยทำการศึกษาพบว่า ประเทศร่ำรวยเพียง 1% มีส่วนในการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกที่เพิ่มขึ้น 60% นับตั้งแต่ปี 1990-2015 คิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 เมื่อเทียบกับประเทศที่มีฐานะยากจนอีกครึ่งหนึ่ง

ที่มา – Nypost, Veganfoodandliving

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Bill Gates ชวนประเทศร่ำรวยเปลี่ยนไปกินเนื้อสัตว์จากพืช รสชาติไม่เหมือนแต่เดี๋ยวก็ชิน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bill-gate-suggest-rich-country-should-eat-plant-based-meat/

Bill Gates เผยผ่าน Clubhouse ว่าตนใช้มือถือ Android เพราะมีอิสระมากกว่า

ดูเหมือนว่าผู้บริหารระดับสูงหลายคนจะชื่นชอบ Android มากกว่า iOS เพราะก่อนหน้านี้ Mark Zuckerberg แห่ง Facebook ก็ออกมาบอกว่าตัวเขาใช้มือถือ Samsung ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เป็นเครื่องหลัก ล่าสุดก็เป็นคิวของ Bill Gates ที่ออกมาให้คำสัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาเลือกใช้ Android ด้วยเหตุผลในด้านของความยืดหยุ่นของตัวระบบ

จริงๆ Bill Gates ถือว่ามีมือถือทั้งระบบ Android และ iOS อยู่กับตัว ทว่าสาเหตุที่ตัวเขาดูเหมือนจะชอบฝั่ง Android มากกว่าก็คือความอิสระและความยืดหยุ่นของตัวระบบนั่นเอง อีกทั้งมือถือ Android บางค่ายยังมีแอป Microsoft บริษัทลูกรักของเขาติดตั้งมาให้เลยตั้งแต่โรงงาน ทำให้เขาเลือกใช้ Android เป็นเครื่องหลักในที่สุด

และในระหว่างที่ Bill Gates กับกำลังคุยกับนักข่าวใน Clubhouse นั้น หนึ่งในผู้ก่อตั้งของแอปยอดฮิตนี้อย่าง Paul Davidson ก็เข้ามาร่วมแจม พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า สาวกหุ่นกระป๋องอดใจรอกันอีกซักนิด เพราะตอนนี้เหล่าทีมงานกำลังทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ระบบ Android สามารถใช้งานแอป Clubhouse ได้เหมือนกับ iPhone และ iPad

เอาจริงๆ ก็เหมือนจะเป็นตลกร้ายอยู่ไม่น้อยนะ ที่ Bill Gates ออกมาเผยว่า เขาใช้มือถือ Android เป็นเครื่องหลัก บนแพลตฟอร์มที่ชาวหุ่นเขียวอย่างเราๆ ยังไม่สามารถเข้าไปใช้งานแบบ Official ได้ 🥺

 

ที่มา: Android Authority

from:https://droidsans.com/bill-gates-prefers-android-over-ios/

บิล เกตส์ บอกเลือกใช้ Android เพราะยืดหยุ่นกว่า, ผู้ก่อตั้ง Clubhouse บอกรอหน่อย

บิล เกตส์ เปิดเผยตั้งแต่ปี 2017 ว่าเขาใช้ Android เป็นหลัก ล่าสุดเมื่อคืนนี้เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว Andrew Ross Sorkin บน Clubhouse (ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีบน Android) ในหลายประเด็น แต่ก็มีแตะถึงเรื่อง Android ด้วย

เกตส์บอกว่าเขามีทั้ง Android และ iPhone เพราะอยากลองใช้ทุกอย่าง แต่มือถือเครื่องที่เขาเลือกพกติดตัวเป็น Android ด้วยเหตุผลว่า Android บางยี่ห้อพรีโหลดแอพของไมโครซอฟท์ ทำให้เขาทำงานง่าย และ Android เป็นระบบปฏิบัติการที่ยืดหยุ่นกว่า

อย่างไรก็ตาม เกตส์ก็บอกว่าเพื่อนของเขาจำนวนมากใช้ iPhone ดังนั้นเรื่องนี้ไม่มีผิดถูก และไม่ใช่เรื่องศาสนาแต่อย่างใด

ระหว่างที่เกตส์ให้สัมภาษณ์ Paul Davidson ผู้ร่วมก่อตั้ง Clubhouse ก็เข้ามาแจม โดยบอกว่าแอพเวอร์ชัน Android ถือเป็นความสำคัญสูงสุดของบริษัทในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม

No Description

ที่มา – Android Authority, ภาพจาก Bill Gates

from:https://www.blognone.com/node/121424

Bill Gates เลือกใช้ Android เพราะเรื่องความยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการ

ในระหว่างการสัมภาษณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ Clubhouse แอปสนทนาเสียงสำหรับผู้ได้ Invite เท่านั้น Bill Gates เปิดเผยว่าทำไมเขาถึงยังคงชอบใช้โทรศัพท์ Android มากกว่า iPhone ซึ่ง Gates อธิบายว่า สิ่งที่ทำให้ตนเลือกใช้ Android นั้นก็เพราะว่าเรื่อง “ความยืดหยุ่นที่ดีกว่า”

**Clubhouse เป็นแอปพลิเคชันสำหรับสนทนาด้วยเสียงที่ตอนนี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะผู้ใช้งาน iPhone เท่านั้น นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้งานได้ แต่ต้องได้รับ Invite หรือคำเชิญก่อนเท่านั้นจึงจะสามารถใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ สำหรับเวอร์ชัน Android นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาแล้ว

ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Andrew Ross Sorkin นั้น Gates ได้พูดถึง Android ทำให้ Sorkin ได้ถามคำถามที่น่าสนใจอย่าง ความชอบของ Bill Gates ที่มีต่อ Android นั้นเปลี่ยนไปหรือไม่ ซึ่ง Gates อธิบายว่า โดยส่วนตัวเขายังคงชอบที่จะใช้ Android มากกว่า แต่ก็มี iPhone เพื่อทดลองใช้เหมือนกัน (เอาไว้ใช้ Clubhouse ด้วย) เหตุผลที่ Gates เลือกใช้งาน Android เป็นหลักเพราะเรื่องความยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการ โดยผู้ผลิต Android จะมีการติดตั้งแอปของ Microsoft เอาไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย

เหตุผลที่นี่ค่อนข้างแปลกเพราะผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอป Microsoft จาก App Store บน iPhone ได้ และตอนนี้ iOS 14 ก็สามารถปรับเบราว์เซอร์เริ่มต้นใหม่นอกจาก Safari รวมถึงแอปอีเมลด้วย

ข่าว: Bill Gates เลือกใช้ Android เพราะเรื่องความยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/27/why-bill-gates-prefer-android-rather-than-ios.html

Bill Gates ออกโรงเตือน ถ้าไม่รวยแบบ Elon Musk โปรดระวัง Bitcoin ไว้ให้ดี

Bill Gates ออกโรงเตือนคนที่คิดจะลงทุนใน Bitcoin ถ้าไม่ได้รวยแบบ Elon Musk โปรดจงระวัง Bitcoin ไว้ให้ดีๆ

Bill Gates ภาพจาก GatesNotes

Bill Gates มหาเศรษฐีในอันดับ 2 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.72 ล้านล้านบาท จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ซึ่งแม้ Bill Gates จะรวยในระดับล้านล้านบาทขนาดนี้ เขาน่าจะสนใจในการลงทุนหลากหลายรูปแบบ แต่การลงทุนในรูปแบบหนึ่งที่เขาไม่สนใจเลย นั่นคือ Bitcoin

Bill Gates ออกโรงเตือนคนคิดลงทุน Bitcoin

ก่อนหน้านี้ Bitcoin เป็นสกุลเงิน Cryptocurrency ที่คนให้ความสนใจมากที่สุด ในบางช่วงเวลาทำลายสถิติทำมูลค่าสูงสุดอยู่เรื่อยๆ แต่ในบางครั้งก็มีความผันผวน ขึ้นๆ ลงๆ ในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน

ทำให้มหาเศรษฐีอย่าง Bill Gates ถึงกับแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ผ่านการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg โดยอ้างอิงถึง Elon Musk มหาเศรษฐีผู้ลงทุนมหาศาลใน Bitcoin ว่า “Elon Musk มีเงินจำนวนมหาศาล และก็มีความเชี่ยวชาญด้วย” และ “เขาไม่ได้เชื่อมั่นใน Bitcoin”

Bill Gates อ้างถึง Elon Musk ว่ามีเงินจำนวนมหาศาล แต่เขากังวลกับคนที่ตื่นเต้นกับกระแสของ Bitcoin แต่ไม่ได้มีเงินเหลือเยอะมากนัก

“ถ้าคุณไม่ได้มีเงินจำนวนมากแบบ Elon Musk คุณควรระวัง Bitcoin ไว้ให้ดีๆ” 

สาเหตุที่ทำให้ Bill Gates ไม่ได้สนใจลงทุนใน Bitcoin เป็นเพราะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เพราะการขุด Bitcoin จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาล รวมถึงยังสนับสนุนให้ไม่สามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมย้อนหลังได้

อย่างไรก็ตามความสนใจในเรื่อง Bitcoin ของ Bill Gates ดูเหมือนจะตรงข้ามกับ Elon Musk เพราะก่อนหน้านี้หลายๆ ครั้ง Elon Musk มักโพสต์ข้อความเกี่ยวกับสกุลเงิน Cryptocurrency บนทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาเอง จนทำให้เกิดกระแสการลงทุนในสกุลเงิน Cryptocurrency อยู่หลายครั้ง

ที่มา – Business Insider, Yahoo Finance

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Bill Gates ออกโรงเตือน ถ้าไม่รวยแบบ Elon Musk โปรดระวัง Bitcoin ไว้ให้ดี first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bill-gates-warn-about-bitcoin/

ถอดบทเรียนวิธีคัดเลือกคนทำงานของ CEO ระดับโลก แค่เก่งไม่ได้แปลว่าทำงานดีเสมอไป

ชวนถอดบทเรียนวิธีการจ้างงานของ CEO ระดับโลก ที่อาจเคยคิดว่าการจ้างงานคนเก่งคือการตัดสินใจที่ดีที่สุด แต่ความจริงแล้วอาจไม่ใช่ก็ได้

หากเราต้องการทำงานกับบรรดา CEO ชื่อดังระดับโลก อย่าง Elon Musk, Bill Gates หรือแม้แต่ Steve Jobs อดีต CEO ผู้ล่วงลับ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องมีคงหนีไม่พ้นความเก่ง และทักษะในการทำงานที่ต้องมีมากพอจนเข้าตาคนเหล่านี้ได้

แต่รู้หรือไม่ว่าในความจริงแล้ว CEO ระดับโลกหลายๆ คน ก็ไม่ได้จ้างงานจากความเก่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมาก ที่ทำให้คนๆ หนึ่ง สะดุดตา CEO ระดับโลก

Elon Musk กับบทเรียนของการจ้างคนเก่ง อาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ดี

Elon Musk มหาเศรษฐีวัย 49 ปี ผู้ที่เคยครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนจะโดน Jeff Bezos ทวงตำแหน่งคืน โดยเขามีทรัพย์สินกว่า 1.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.24 ล้านล้านบาท

ก่อนหน้านี้เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า Elon Musk เป็นคนที่ไม่ได้สนใจวุฒิการศึกษาจากคนที่อยากเข้ามาทำงานกับ Tesla ครั้งหนึ่งเขาเคยโพสต์ข้อความลงบน Twitter ส่วนตัว ตามหาพนักงานที่จะทำงานในตำแหน่งเกี่ยวกับ AI โดยไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา ไม่ต้องจบมหาวิทยาลัยก็ได้ ขอแค่ทำงานได้จริงๆ ก็พอ

รวมถึง Elon Musk ยังเคยให้สัมภาษณ์โดยยกตัวอย่างว่า บุคคลระดับโลกอย่าง Bill Gates, Larry Ellison และ Steve Jobs คนเหล่านี้ก็ไม่ได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเช่นกัน ดังนั้นการจ้างงานคนที่ไม่ได้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะ Elon Musk คำนึงถึงความเก่ง ความสามารถ และทักษะของพนักงาน มากกว่าวุฒิการศึกษา

อย่างไรก็ตาม การที่ Elon Musk มองหาพนักงานเข้ามาร่วมทีมจากความเก่ง ไม่ได้หมายความว่า ความเก่งจะเป็นสิ่งเดียวที่ Elon Musk ต้องการจากพนักงาน

ครั้งหนึ่ง Elon Musk เคยให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีรายการหนึ่งว่า “หนึ่งในการจ้างงานที่เป็นความผิดพลาดมากที่สุดในอดีต คือการมองหาแต่ความสามารถทางสติปัญญาเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องผลกระทบที่คนรอบๆ ตัวต้องเจอ การเป็นคนที่มีจิตใจ และบุคลิกที่ดีที่ก็สำคัญเช่นกัน

Steve Jobs กับความผิดพลาดในการจ้างผู้นำที่ทำงานไม่เป็น

Steve Jobs อดีต CEO ผู้ล่วงลับของ Apple เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความผิดพลาดในการจ้างงานในช่วงที่เพิ่งจะเริ่มก่อตั้งบริษัท Apple เขาต้องการจ้างคนเก่งๆ จากนอกองค์กรเข้ามาทำงานในตำแหน่งบริหาร แต่กลายเป็นว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของ Steve Jobs เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

การจ้างผู้บริหารมืออาชีพจากนอกองค์กรเป็นเรื่องที่ผิดพลาด โดย Steve Jobs ให้เหตุผลว่า “มันไม่ได้ผลเลย” และ “คนพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนโง่ รู้จักวิธีการบริหาร แต่กลับทำงานอะไรไม่เป็นเลย”

หลังจาก Steve Jobs คนพบแล้วว่าการจ้างคนนอกเข้ามาบริหาร เป็นสิ่งที่ไม่ได้ผล เขาตัดสินใจมองหาคนเข้ามาทำงานโดยใช้ Passion เป็นหลักในการตัดสินใจ “เราต้องการคนที่เก่งมากๆ ในสิ่งที่ทำ เข้าใจเทคโนโลยีล่าสุด และรู้ด้วยว่าจะใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างไร”

นอกจากนี้ Steve Jobs ยังไม่สนใจด้วยว่าเรซูเม่ของคนสมัครงานจะเป็นอย่างไร และเคยทำงานที่ไหนมาก่อนบ้าง เขาต้องการแค่คนที่มี Passion ในการแก้ปัญหา ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น Debi Coleman พนักงานเก่าแก่ของ Apple เธอจบการศึกษาในเอกวรรณคดีภาษาอังกฤษ แต่ในท้ายที่สุดแล้วในวัย 35 ปี เธอได้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO)

Bill Gates กับการตั้งสำนักงาน Microsoft ที่ Seattle

ในปี 1989 ขณะนั้น Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft มีอายุเพียง 33 ปี ได้เปิดเผยแนวคิดการรับคนเข้าทำงาน ว่าอายุ และประสบการณ์ มีความสำคัญน้อยกว่าความกระตือรือร้นในการทำงาน และ Mindset ที่อยากทำให้คอมพิวเตอร์ในเวลานั้นเข้าถึงง่ายสำหรับคนทั่วๆ ไป

Bill Gates เล่าว่า เขาต้องการจ้างคนในช่วงวัยใดก็ได้ ขอแค่คนๆ นั้นมีพลัง และต้องการทำให้คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายโดยคนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ความเก่ง เป็นสิ่งที่ Bill Gates ไม่ได้ปฎิเสธว่าไม่จำเป็น เพราะเขาก็ยอมรับว่าเขาต้องการคนเก่งตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงาน แต่ยังคงมีความยืดหยุ่น พร้อมที่จะถูกฝึกสอนงานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเก่งคนนั้นจะต้องรู้เรื่องการทำงานทั้งหมดตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงาน เพราะที่ Microsoft มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการทำงานให้พนักงานอยู่เสมอ

นอกจากประเด็นการคัดเลือกคนเก่งๆ เข้ามาทำงานแล้ว Bill Gates ยังมีเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งในการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ นั่นคือการเลือกสถานที่ตั้งสำนักงานของ Micorsoft ที่ตั้งอยู่ที่ Seattle แทนที่จะเป็น Silicon Valley

สาเหตุเป็นเพราะบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน Silicon Valley พนักงานเปลี่ยนงาน ย้านงานกันอยู่ตลอดเวลา ยากที่จะเก็บความลับของบริษัทได้ แต่ที่ Seattle Microsoft สามารถอยู่กับตัวเองได้มากกว่า

ที่มา – NDTV, inc, cnbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ถอดบทเรียนวิธีคัดเลือกคนทำงานของ CEO ระดับโลก แค่เก่งไม่ได้แปลว่าทำงานดีเสมอไป first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/how-top-ceo-hire-people/

คนรวยแซะกัน? Bill Gates ไม่สนใจไปดาวอังคาร ขออยู่แก้ปัญหาในโลกดีกว่า

คนรวยเขาแซะกัน? Bill Gates เผยความรู้สึกไม่สนใจนั่งยานอวกาศไปเที่ยวนอกโลก ขออยู่แก้ไขปัญหาอันยิ่งใหญ่ และท้าทายในโลกมนุษย์ก่อนดีกว่า

มหาเศรษฐีหลายคนทั่วโลก มีเป้าหมายในชีวิตที่ใหญ่เกินกว่าการอยู่อาศัยภายในโลกใบเล็กๆ ของเรา ทั้ง Jeff Bezos ที่เพิ่งจะประกาศลงจากตำแหน่ง CEO และจะหันไปให้ความสนใจกับงานด้านอื่น รวมถึงบริษัทจรวด Blue Origin ที่เขาก่อตั้งขึ้น

Bill Gates

ส่วนมหาเศรษฐีอีกคนที่ดูเหมือนจะสนใจชีวิตนอกโลกมากเป็นพิเศษ คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Elon Musk ที่ก่อตั้ง SpaceX เพื่อทำงานด้านการขนส่งคนไปยังอวกาศโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม Bill Gates มหาเศรษฐีระดับโลกอีกคนหนึ่ง กลับไม่ได้สนใจเรื่องนอกโลกเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาคิดว่าควรแก้ไขปัญหาต่างๆ ภายในโลกให้ได้เสียก่อน

Bill Gates ให้สัมภาษณ์กับรายการ Podcast รายการหนึ่งว่า “เขาไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องนอกโลก (Not a Mars person) และไม่คิดว่ายานอวกาศจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้” แต่ Bill Gates ก็ยอมรับว่าการที่เขาไม่ได้สนใจกระแสการเดินทางไปนอกโลกอาจทำให้เขาพลาดอะไรบางอย่างที่นั่นก็ได้

แม้ว่า Bill Gates จะไม่สนใจเดินทางไปนอกโลกแบบมหาเศรษฐีคนอื่นๆ แต่ก็อย่าเข้าใจผิดไปว่า Bill Gates “แซะ” ใครเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะความจริงแล้วคำพูดของ Bill Gates มีเหตุผลกว่านั้น

ปัญหาอันท้าทาย ยังคงรอมนุษย์อยู่ภายในโลก

สาเหตุที่ Bill Gates ไม่ได้สนใจกระแสการเดินทางไปยังอวกาศ หรือดาวดวงอื่นแบบเศรษฐีอย่าง Jeff Bezos และ Elon Musk เป็นเพราะเขาต้องการใช้ความรำ่รวยของเขาในการแก้ไขปัญหาที่มีความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์มากกว่า

“เอาเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปซื้อวัคซีนป้องกันโรคหัดเพื่อช่วยชีวิตคนดีกว่า แทนที่จะซื้อตั๋วเดินทางไปอวกาศ”

ปัญหาที่มีความท้าทายอันยิ่งใหญ่ต่อมนุษย์ในมุมของ Bill Gates คือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่ง Bill Gates แนะนำว่าเราควรให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับโลกได้ยาก เช่น การผลิตเหล็ก การปศุสัตว์ และการผลิตปูนซีเมนต์ ส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ Elon Musk Bill Gate คิดว่าเป็นการทำเรื่องง่ายๆ แต่มีความก้าวหน้า

แม้จะบอกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ Elon Musk สร้างขึ้น เป็นการช่วยโลกด้วยสิ่งง่ายๆ แต่ Bill Gates ก็ไม่ได้ปฎิเสธว่าสิ่งที่ Elon Musk ทำนั้นไม่ดี เพราะตัวเขายืนยันว่า “สิ่งที่ Elon Musk ทำ เป็นการช่วยโลกอันยิ่งใหญ่เท่าที่คนๆ หนึ่งเคยทำ” และ “อย่าไปดูถูกว่าความคิดของ Elon Musk เป็นความคิดที่ไม่ดี”

ที่มา – Business Insider, cnbc 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post คนรวยแซะกัน? Bill Gates ไม่สนใจไปดาวอังคาร ขออยู่แก้ปัญหาในโลกดีกว่า first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bill-gates-not-interested-in-space-travel/

Bill Gates เผย อยากแท็กทีมกับ Jeff Bezos ซีอีโอ Amazon แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก

Bill Gates ภาพจาก gatesnote.com

เป็นที่ทราบกันดีว่า Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เขาจัดตั้งมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation เพื่อเป็นหน่วยงานและกองทุนสำหรับดำเนินกิจการด้านสังคมของเขา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Gates คือการออกหนังสือเกี่ยวกับวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเรื่อง How to Avoid a Climate Disaster

Gates ได้แสดงความเห็นว่าอยากร่วมมือกับ Jeff Bezos ซีอีโอ Amazon เพื่อแก้ไขวิกฤติสิ่งแวดล้อม เขาให้สัมภาษณ์ในรายการทีวีของ Bloomberg ว่า “วิกฤติสิ่งแวดล้อมเป็นความท้าทายของมนุษยชาติมาก เพราะในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เราต้องลงทุนล่วงหน้าไปกับการแก้ปัญหาที่อาจใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะเผยตัวให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นปัญหาที่กระทบมนุษย์อย่างร้ายแรง ไม่เหมือนปัญหาโรคระบาดที่เราเห็นผลของมันทันที” 

งานของมหาเศรษฐีคือการลงทุนล่วงหน้าในปัญหาสิ่งแวดล้อม

Gates บอกว่า การลงทุนล่วงหน้าตรงนี้นี่แหละที่จะเป็นงานของเขาและ Bezos (รวมถึงมหาเศรษฐีคนอื่นๆ) เพราะการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่เพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นมีราคาสูง 

เขาเสนอแนวคิดเรื่อง Green Premium หมายถึงส่วนต่างของราคาระหว่าง “เทคโนโลยีและพลังงานทั่วไป” กับ “เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด” เช่น ราคาเฉลี่ยของเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ท คือ 2.22 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ในขณะที่ไบโอดีเซลมีราคา 5.35 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ดังนั้นค่า Green Premium คือ 3.13 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

Gates เสนอว่า เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ จะมีราคาแพงในช่วงเริ่มต้นพัฒนา มหาเศรษฐีอย่างเขาและ Bezos จะต้องช่วยอุดหนุน Green Premium เพื่อทำให้ราคาของเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดให้ต่ำลง เพียงพอที่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้ ส่วนผู้ผลิตเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดก็จะมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นทำให้มีงบประมาณไปลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและราคาถูกลงในอนาคต

Bezos คือมหาเศรษฐีอีกคนที่สนใจงานเพื่อสังคม

ความร่วมมือนี้ดูจะมีความเป็นไปได้ เพราะ Jeff Bezos ก็ให้ความสนใจในงานเพื่อสังคมในระดับเดียวกับ Bill Gates และเดิมทีเขาก็ลงทุนในงานด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า Bill Gates ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ Jeff Bezos ได้ออกมาประกาศว่าจะลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Amazon ในไตรมาส 3 ของปี 2021 และจะหันไปตั้งใจทำงานด้านอื่นมากขึ้น เช่น กองทุนด้านสิ่งแวดล้อม Bezos Earth Fund, กองทุนช่วยเหลือคนยากจน Bezos Day One Fund และบริษัทเทคโนโลยีอวกาศ Blue Origin

ที่มา – Bloomberg, Gatesnotes

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Bill Gates เผย อยากแท็กทีมกับ Jeff Bezos ซีอีโอ Amazon แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/gates-want-to-tackle-climate-crisis-with-bezos/

Bill Gates ในวัย 65 ปี พบความสำคัญของการนอน 7 ชั่วโมง ไม่ทำงานโต้รุ่งเหมือนในวัยหนุ่ม

Bill Gates ค้นพบความสำคัญของการนอนให้เพียงพอ 7 ชั่วโมงต่อวัน ในวัย 65 ปี หลังจากในวัยหนุ่ม Bill Gates ทำงานหนัก โต้รุ่ง หามรุ่งหามค่ำ ไม่นอนติดต่อกันหลายๆ วันได้

Bill Gates
WASHINGTON, DC – JUNE 24: Microsoft principle founder Bill Gates participates in a discussion during a luncheon of the Economic Club of Washington June 24, 2019 in Washington, DC. Gates discussed various topics including climate change. (Photo by Alex Wong/Getty Images)

Bill Gates มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Microsoft บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับโลก เป็นหนึ่งในหนอนหนังสือผู้รักการอ่านตัวยง ซึ่งตัว Bill Gates เองก็ได้แนะนำหนังสือที่เขาชอบอ่านอยู่เป็นประจำทุกๆ ปี ซึ่งในปี 2019 Bill Gates ได้ค้นพบหนังสือที่ไขความลับ และเปลี่ยนมุมมองการนอนหลับในวัย 65 ปีของเขา

หนังสือที่ไขความลับเรื่องการนอนของ Bill Gates คือหนังสือที่ชื่อว่า Why We Sleep โดยหนังสือเล่มนี้เขาถึงกับยกว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจ และลุ่มลึกที่สุดของเขาในปี 2019 รวมถึงเป็นหนังสือที่ทำให้เขาเข้าใจการนอนหลับของตัวเองมากขึ้น

Bill Gates เคยเชื่อว่าการนอนมากๆ คือความขี้เกียจ

ย้อนกลับไปในช่วงอายุ 20 กว่าๆ ของ Bill Gates ที่เขากำลังง่วนอยู่กับการตั้งไข่ของ Microsoft ร่วมกับ Paul Allen เพื่อนร่วมรุ่นของเขา ในเวลานั้นการเริ่มต้นทำธุรกิจ Microsoft คงไม่ง่าย และต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก จน Bill Gates ยอมรับว่า “เขาต้องการเขียนโค้ดให้เสร็จ โดยไม่ได้สนใจเวลานอนเลยแม้แต่น้อย”

ผลของการอดหลับอดนอนทำงานหนัก ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้รู้สึกง่วงนอน ไม่มีสมาธิ รู้สึกเหนื่อย และตัดสินใจได้แย่ลง ซึ่ง Bill Gates ก็เล่าว่าเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ฉลาดเหมือนเดิมเมื่อเขาอดหลับอดนอน และทำงานโดยอาศัยพลังจากคาเฟอีน แต่ด้วยความที่เขาเสพติดการทำงาน เขาจึงมองว่า “การนอนหลับให้เพียงพอคือความขี้เกียจ”

ในวัย 65 ปี Bill Gates เข้าใจแล้วว่าการนอนให้เพียงพอคือสิ่งจำเป็น

แต่ในวัย 65 ปี ของ Bill Gates เขาได้เรียนรู้แล้วว่าการนอนหลับให้เพียงพอไม่ใช่ความขี้เกียจแต่อย่างใด ทุกๆ คนต้องการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และการนอนหลับก็ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกาย

หากใครต้องการจะนอนหลับให้ครบ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง หรือต้องเผชิญกับปัญหานอนไม่หลับ Bill Gates ก็ได้ให้คำแนะนำวิธีการนอนหลับที่เขาใช้ว่า ให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟ LED ภายในห้องนอน เพราะหลอดไฟชนิดนี้จะปล่อยแสงสีฟ้าออกมามากกว่าหลอดไฟชนิดอื่นๆ ซึ่งแสงฟ้านี้เองจะมีส่วนที่ทำให้เรานอนไม่หลับ

นอกจากการหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าภายในห้องนอนแล้ว Bill Gates ยังแนะนำว่าอุณหภูมิที่สบายๆ เหมาะสมกับการนอนหลับก็สำคัญเช่นกัน เพราะร่างกายของคนจะมีระดับอุณภูมิที่ต่ำลงขณะนอนหลับ ซึ่งตัว Bill Gates มักตั้งอุณภูมิภายในห้องไว้ที่ 65 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 19 องศาเซสเซียส เพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดี

ส่วนใครที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ Bill Gates ก็ไม่แนะนำเช่นกัน เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหวังผลให้หลับสบาย จะยิ่งเป็นการลดช่วงเวลาที่เราหลับลึก (Deep Sleep) เช่นกัน

ที่มา – cnbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Bill Gates ในวัย 65 ปี พบความสำคัญของการนอน 7 ชั่วโมง ไม่ทำงานโต้รุ่งเหมือนในวัยหนุ่ม first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/how-bill-gates-sleep/