คลังเก็บป้ายกำกับ: BIG_DATA_AND_DATA_SCIENCE

[Guest Post] Blendata แพลตฟอร์มจัดการ Big Data อัจฉริยะครบวงจรตั้งเป้าเติบโต 100% พร้อมรุกตีตลาดเอเปกใน 5 ปี

Blendata (เบลนเดต้า) บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม บริหารจัดการ Big Data อัจฉริยะ ในกลุ่มบริษัท  จีเอเบิล เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นแม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data ทั้งยังช่วยธุรกิจทำงานได้รวดเร็วขึ้น 3 เท่า และลดต้นทุนได้ถึง 2 ใน 3 ด้วยแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data แบบครบวงจร ตอบสนองเทรนด์ใหม่ธุรกิจต้องขับเคลื่อนโดยข้อมูล ตั้งเป้าเติบโต 100% ในปี 2564 พร้อมปักธงบุกตลาดเอเปกในอีก 5 ปีจากนี้

 

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล เปิดเผยว่า เราอยู่ในยุคที่ธุรกิจกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทำให้ Big Data ในตลาดโลกถูกคาดการณ์ที่จะโตถึง 230,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่โควิด-19 ในปัจจุบัน เป็นตัวเร่งความสำคัญของการใช้ Big Data เพื่อดำเนินธุรกิจ 

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่องค์กรจะต้องเร่งพัฒนาองค์กร ให้ทุกการตัดสินใจและการทำงานต้องใช้ข้อมูลในการ วิเคราะห์และการตัดสินใจมากขึ้น ที่ไม่ไช่เฉพาะฝ่ายบริหาร แต่จะเป็นทุกฝ่ายในองค์กร อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ในฐานะผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร ที่มีประสบการณ์มากกว่า 32 ปี และมุ่งมั่นที่จะช่วยทรานส์ฟอร์มธุรกิจต่าง ๆ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ได้มองเห็นโลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างมาก ส่งผลให้องค์กรธุรกิจ และทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อเอาชนะความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน ซึ่ง Big Data คือ เครื่องมือสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน จีเอเบิล จึงมองหาโซลูชันที่สามารถบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จาก Big Data ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่ซับซ้อน แบบที่บุคลากรทุกคนในองค์กรสามารถใช้งานได้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีผลการดำเนินงานที่ดีและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

Blendata เป็นบริษัทคนรุ่นใหม่ภายใต้การผลักดันของจีเอเบิล ที่ไม่ได้เกิดจากความคิดผู้บริหารแต่เกิดจากความคิดและความตั้งใจของพนักงานของจีเอเบิลที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data ที่ตอบโจทย์การใช้งาน All-in-one แบบครบวงจร เป็นแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนวิธีการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนให้สะดวกและง่ายขึ้น แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้าน IT ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูล Big Data กลายเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน ด้วยระบบที่ถูกออกแบบให้มีฟังก์ชันที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการข้อมูลอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวอย่างครบถ้วน ง่ายกับการใช้งาน ทำให้ธุรกิจและองค์กรสามารถก้าวเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตอบรับโอกาสใหม่ ๆ และก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิม ๆ ในยุคที่ธุรกิจต้องขับเคลื่อนโดยข้อมูล” ดร.ชัยยุทธ กล่าวทิ้งท้าย

 

นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญ 3 อุปสรรคหลักในขับเคลื่อนองค์กรด้วย Big Data ให้ประสบผล สำเร็จ ได้แก่

  1. การรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลายแหล่งอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ความซับซ้อนของการจัดการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และ 3. ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ Big Data ไม่ว่าจะเป็น Software, Hardware และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ซึ่งยังคงมีน้อยในประเทศไทย ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง ดังนั้น Blendata จึงมีแนวคิดเริ่มต้นในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถแก้ปัญหาในการทำงานดังกล่าว พร้อมทั้งช่วยองค์กรในการมองหา “โอกาส” ที่ซ่อนอยู่ใน “ข้อมูล” เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากที่สุด จนนำมาสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับจัดการ Big Data แบบครบวงจรและง่ายต่อการใช้งาน แม้แต่ผู้ที่ไม่มีความรู้ในการเขียนโค้ดก็สามารถใช้ได้ ตอบโจทย์ Pain points 3 ประการข้างต้นได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ จุดเด่นของ Blendata การเป็นแพลตฟอร์มที่ครบวงจร คือ 

  1. ลดเวลาและความซับซ้อน ในการรวบรวมข้อมูลในองค์กร บริหารจัดการ ประมวลผลข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ เช่น การสร้างแดชบอร์ดแสดงผลภาพรวม ได้ง่ายแบบไม่ต้องเขียนโค้ด
  2. เชื่อมต่อข้อมูลมหาศาลในองค์กรและนำมาใช้งานได้จากหลากหลายแหล่ง ทั้งจาก Databases, Flat files, Log, และ Cloud Storages
  3. ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แม้เป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล ด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลในหน่วยความจำแบบคู่ขนาน
  4. แพลตฟอร์มแบบเปิด เก็บข้อมูลในรูปแบบ Open formats พร้อม API ที่สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นได้ ไม่เฉพาะกับ Blendata
  5. ทำงานอิสระในทุก Environment เช่น Bare metal, Virtual Machine, Hyper-converged หรือแม้กระทั่งทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้ว เช่น Hadoop ecosystem
  6. ลดการลงทุนทางด้านบุคลากร ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และการบำรุงรักษา ด้วยการรวบรวมทุกฟังก์ชันในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เริ่มให้บริการแล้วคือ แพลตฟอร์ม “Blendata Enterprise” จับกลุ่มเป้าหมายองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งนี้ มีแผนในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ Big Data เพื่อขยายการบริการให้ครอบคลุม และตอบความต้องการไปยังธุรกิจขนาดกลาง ภายในปีนี้

แพลตฟอร์ม“Blendata Enterprise” ของ Blendata สามารถช่วยให้จัดการข้อมูลที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น 270% หรือ 3 เท่าตัว และช่วยประหยัดต้นทุนได้ถึง 160% หรือ 2 ใน 3 ปัจจุบันมีลูกค้าจากบริษัทชั้นนำจำนวนกว่า 15 ราย จาก 11 อุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมโทรคมนาคม อุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร และอุตสาหกรรมบริการ เป็นต้น นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2558 ที่เริ่มก่อตั้ง ธุรกิจสามารถเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 50% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ในปี 2563 Blendata เติบโตถึง 7 เท่าของรายได้ในปีแรก และในปี 2564 นี้ตั้งเป้าหมายเติบโต 100% ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศกลุ่มเอเปกภายใน 5 ปี” นายณัฐนภัส กล่าวทิ้งท้าย

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-blendata-enterprise-big-data-platform/

SAS Webinar: ขับเคลื่อนการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลด้วยระบบ Analytics (สำหรับภาคการศึกษา)

SAS ขอเรียนเชิญอาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่สนใจศึกษาด้าน Data Analytics ทุกท่าน เข้าฟังบรรยาย SAS Webinar เรื่อง “ขับเคลื่อนการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลด้วยระบบ Analytics”  เพื่อรับชมเนื้อหาเชิงลึกด้าน Data Analytics และการบริหารจัดการข้อมูลภายในสถาบันการศึกษา ในวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2021 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ขับเคลื่อนการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลด้วยระบบ Analytics (สำหรับภาคการศึกษา)
ผู้บรรยาย: ผู้เชี่ยวชาญจาก SAS Software (Thailand) 
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_Ktn9lPXKTpuoUWskgbnW6w

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้รับชมเนื้อหาเชิงลึกด้าน Data Analytics และการบริหารจัดการข้อมูลภายในสถาบันการศึกษา เพื่อให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและการวางแผนองค์กรได้ดียิ่งขึ้น

กำหนดการบรรยาย

  • วิวัฒนาการความสำคัญของข้อมูล (Data Revolution)
  • เราจะเริ่มต้นอย่างไร  (Data canvas)
  • ข้อมูลเท่าที่เห็น (Data Visibility)
    • ประเภทของข้อมูลชนิดต่างๆ (Data type)
    • กระบวนการในการเตรียมข้อมูล (Data Preparation)
    • การประยุกต์ใช้ข้อมูล (Data in Action)
  • SAS Solutions ช่วยสนับสนุนงานวิเคราะห์ข้อมูลด้านการศึกษาอย่างไร 
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อมูลกับภาคการศึกษา
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อมูลสำหรับนักศึกษา 
    • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อมูลทำงานร่วมมือเป็นพันธมิตรกับภาคการศึกษา

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/510557550096407/

from:https://www.techtalkthai.com/sas-webinar-data-analytics-for-education/

SAS เปิดคอร์สอบรมออนไลน์เรื่อง Shaping an Advanced Analytics และ SAS & Open Source Approach วันที่ 14 – 30 มิ.ย. นี้

SAS ผู้นำด้านบริการ Analytics เปิดคอร์สอบรม SAS Academic Programs สำหรับอาจารย์และผู้ฝึกสอนในรั้วมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 2 หลักสูตร คือShaping an Advanced Analytics และ SAS & Open Source Approach เพื่อพัฒนาทักษะสำหรับใช้สอนนักศึกษาและพัฒนาบุคลากรทางด้าน Analytics ต่อไป ในวันที่ 14 – 30 มิถุนายนนี้ ผ่านทาง Live Webinar ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรและวิธีการสมัครได้ที่นี่

หลักสูตรที่ 1: FDP – Shaping an Advanced Analytics Curriculum

Faculty Development Program (FDP) ช่วยให้คุณเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานและเทคนิคทางด้าน Analytics และ Statistics ที่เกี่ยวข้องกับโลกยุคปัจจุบัน หลักสูตรนี้ยังช่วยแนะนำการต่อยอดไปสู่การทำ Advanced Analytics รวมไปถึงการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาในชั้นเรียนของตนให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เนื้อหาในหลักสูตรประกอบด้วย

  • Analyze continuous response data and discrete count data
  • An Introduction to SAS Enterprise Miner for pattern discovery & predictive modeling
  • Curriculum Design Best Practices , Learning Paths and Career Choices

รายละเอียดหลักสูตร: https://support.sas.com/edu/schedules.html?crs=FDPAAC&source=aem&ctry=TH

หลักสูตรที่ 2: FDP – Shaping an Analytics Curriculum (A SAS & Open Source Approach)

Faculty Development Program (FDP) ช่วยให้คุณเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานและเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ Analytics และ Machine Learning ผ่านทางการผสมผสานระหว่างเครื่องมือ SAS และภาษาโปรแกรม Open Source หลักสูตรนี้ยังช่วยแนะนำการต่อยอดไปสู่การทำ Advanced Analytics รวมไปถึงการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาในชั้นเรียนของตนให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เนื้อหาในหลักสูตรประกอบด้วย

  • Data manipulation & preparation with point & click approach
  • Bringing your R & Python expertise into SAS

รายละเอียดหลักสูตร: https://support.sas.com/edu/schedules.html?crs=FDPOSA&source=aem&ctry=TH

ทั้งสองหลักสูตรเริ่มเรียนพร้อมกันตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 ถึงวันพุธที่ 30 มิถุนายน เวลา 10:30 – 14:00 น. (3 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน รวม 10 วัน) ค่าอบรมแต่ละหลักสูตร 6,200 บาท

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  1. เลือกหลักสูตรที่ต้องการสมัครที่ https://www.sas.com/en_th/learn/academic-programs/resources/professor-workshops.html จากนั้นกดปุ่ม “Add to cart”
  2. กรอกฟอร์มเพื่อสร้างบัญชี SAS หรือล็อกอินเข้าใช้งาน
  3. ดำเนินการตามขั้นตอนการชำระเงิน จากนั้นจะได้รับอีเมลยืนยันการลงทะเบียนเข้าร่วมหลักสูตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล THL.Education@sas.com หรือโทร 096-946-6453

from:https://www.techtalkthai.com/sas-acadmic-programs-machine-learning-and-business-analytics-in-jun-2021/

HPE ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา “Accelerating Data Science within Enterprises with Hewlett Packard Enterprise & Dataiku”

HPE ขอเรียนเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “Accelerating Data Science within Enterprises with Hewlett Packard Enterprise & Dataiku” เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลและการนำไปใช้สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กร ในวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2021 เวลา 14.00 -15.30 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Accelerating Data Science within Enterprises with Hewlett Packard Enterprise & Dataiku

ผู้บรรยาย :  ทีมงานจาก บริษัท HPE และ Dataiku และ SSC Integration

วันและเวลา: วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2021 เวลา 14.00 -15.30 น.

ช่องทางการจัดงาน: ผ่านช่องทาง Live Webinar (ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ภาษา: อังกฤษ (มีสรุปเป็นภาษาไทย)

ลิงก์ลงทะเบียนReadyRegister.com (online registration form) by binidia

องค์กรรับรู้ถึงแนวคิดการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์มาระยะหนึ่งแล้ว อนึ่งการผลักดันให้ใช้งานได้จริงนั้น มักมีอุปสรรคมาตั้งแต่เรื่องของการบริหารจัดการข้อมูลที่จัดการได้ไม่ดีแต่แรก จึงไม่สามารถบูรณาการข้อมูลที่กระจายกันอยู่ได้ สุดท้ายแล้วโมเดลด้าน AI&ML ที่สร้างขึ้นจากข้อมูลที่ไม่เหมาะสม จึงไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้

ด้วยเหตุนี้ HPE ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญและปัญหาดังกล่าว จึงได้ผนึกกำลังกับ Dataiku ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้าน Enterprise AI & ML และ SSC Integration ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ Data Governance และ Data Management เข้าร่วมให้ความรู้ในเพื่อให้องค์กรได้ทราบถึงวิธีการจัดการข้อมูล และการนำไปใช้กับ AI ให้โปรเจ็คของท่านเกิดขึ้นได้จริง

*สิทธิพิเศษ ท่านใดที่เข้าร่วมตลอดการบรรยายและกรอกแบบสอบถามจากทาง HPE จะได้รับบัตรกำนัล Grab eVoucher มูลค่า 200 บาท

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-webinar-accelerating-data-science-within-enterprises-with-hpe-and-dataiku/

[Guest Post] NTT โชว์ศักยภาพ Cyberjaya 5 ดาต้าเซ็นเตอร์ ผ่านการรับรองจาก Uptime Institute and Telecommunications Industry Association

เอ็นทีทีย้ำชัดจุดยืนและเป้าหมายในการเป็นผู้นำที่มีพันธสัญญาต่อการสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาค

 

ไซเบอร์จายา มาเลเซีย — บริษัท เอ็นทีที จำกัด (NTT Ltd.) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า ศูนย์ดาตาเซ็นเตอร์ Cyberjaya 5 (CBJ5) ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 5 ในเขตไซเบอร์จายา ได้รับ Uptime Tier III Certificate of Design Documents และ Tier III Certificate of Constructed Facility ขณะเดียวกันยังได้รับการรับรอง TIA-942 Rated-3 โดย EPI ซึ่งเป็น ANSI/TIA-942 CAB (Conformity Assessment Body) เพียงแห่งเดียวที่ได้รับอนุญาตภายใต้ TIA-942 Accreditation Scheme อย่างเป็นทางการ

การผ่านการรับรอง UPTIME Tier III แสดงให้เห็นว่า ศูนย์ CBJ5 มีมาตรฐานตรงตามข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ (Performance) และความเชื่อถือได้ (Reliability) ในด้านการให้บริการและการทำงานของระบบศูนย์ข้อมูลที่ทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่มีการหยุดชะงัก ทำให้มั่นใจได้ถึงระดับความปลอดภัยสูงสุดในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งใบรับรอง TIA-942 Rated-3 ยังยืนยันว่า ศูนย์ CBJ5 สามารถทำการบำรุงรักษาให้เป็นไปตามแผน โดยไม่ต้องหยุดการทำการและไม่รบกวนระบบการทำงานใดๆ

นาย Oka Hiroshi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำมาเลเซีย และ นาย Zulkarnain Mohd Yasin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแล จาก Malasian Communications and Multimedia Commission (MCMC) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประกาศความสำเร็จครั้งนี้

“เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า การได้รับการรับรองของศูนย์ CBJ5 ในครั้งนี้ ผนวกกับการลงทุนของเอ็นทีทีในโครงการเคเบิลใต้น้ำประสิทธิภาพสูงที่จะสามารถดึงดูดนักลงทุนและบริษัทต่างๆ จากนอกประเทศเข้ามาได้มากขึ้น และจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยสนับสนุนโครงการ MyDIGITAL ที่จะเปลี่ยนมาเลเซียให้เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค” นาย Oka Hiroshi กล่าว

พร้อมกันนั้น นาย Zulkarnain Mohd Yasin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแล MCMC ยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเอ็นทีทีว่า “เอ็นทีทีมาเลเซียประสบความสำเร็จในการดำเนินงานศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ในเขตไซเบอร์จายามานานกว่า 24 ปี การเป็นที่ยอมรับและความสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานที่เอ็นทีทีดำเนินการตลอดมา”

ศูนย์ CBJ5 ได้รับการรับรอง หลังจากผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกและการดำเนินงานภายในศูนย์ข้อมูลโดย Uptime Institute และ EPI ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ศูนย์ CBJ5 ยังมีหลักปฏิบัติที่เป็นไปตามแนวปฏิบัติมาตรฐานสากลต่างๆ เช่น Payment Card Industry และ Data Security Standard (PCI DSS) รวมทั้ง Threat and Vulnerability Risk Assessment (TVRA) และ Data Center Risk Assessment (DCRA) ซึ่งได้ดำเนินการตามกรอบการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี (RMiT) ของ Bank Negara Malaysia (BNM)

นาย Henrick Choo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ NTT Ltd. Malaysia กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การผ่านการรับรองเหล่านี้ ทำให้ลูกค้าของเอ็นทีที เช่น BFSIs มั่นใจได้ว่าศูนย์ข้อมูลของเราทำงานด้วยมาตรฐานคุณภาพสูงสุด เขตไซเบอร์จายามีเครือข่ายไฟเบอร์ความเร็วสูงที่อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าเพื่อสร้างระบบดิจิทัลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทต่างๆ กำลังก้าวเข้าสู่การใช้งานระบบคลาวด์แบบไฮบริดเพื่อตอบสนองความต้องการในการอัปเกรดและการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการทำงานระยะไกลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19”

นาย Matsuo Ryuichi รองประธานบริหาร Global Data Centers Division ของ NTT Ltd กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อว่าการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพและเชื่อถือได้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีความต่อเนื่อง นอกเหนือจากลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการของเอ็นทีทีได้ทั่วโลกแล้ว ลูกค้ายังได้รับบริการจากผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ควบคู่ไปกับโซลูชันที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยเอ็นทีทีมีศูนย์ข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีพนักงานที่มีทักษะทางเทคนิคและสามารถแก้ไขปัญหาเชิงรุก ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าแอปพลิเคชันราคาแพง หรือประสบปัญหาระบบเครือข่ายที่ไม่เสถียร ทำให้มั่นใจได้วู่กค้าจะได้รับบริการที่มีความยืดหยุ่น สามารถกู้คืนระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ศูนย์ CBJ5 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 โดยศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้มีการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและเป็นโมดูลาร์ รองรับ Tier IV* ลูกค้าสามารถปรับขยายความต้องการใช้งานของระบบศูนย์ข้อมูลได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อนสูงถึง 15kW/rack  และมีระบบ Cooling Wall ซึ่งเป็นระบบแรกที่ให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหมาะสมรองรับความต้องการของกลุ่ม Hyperscalers และลูกค้าองค์กรระดับไฮเอนด์ในประเทศมาเลเซีย

*Uptime Institute ได้แบ่งประเภทของศูนย์ข้อมูลออกเป็นสี่ระดับขึ้นอยู่กับความพร้อมในการให้บริการ ระดับ I มีความพร้อมใช้งานต่ำที่สุด ในขณะที่ระดับ IV มีความพร้อมใช้งานสูงสุด

 

เกี่ยวกับเอ็นทีที

บริษัท เอ็นทีที จำกัด (NTT Ltd.) เป็นบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก บริษัทร่วมมือกับองค์กรชั้นนำต่างๆ ทั่วโลกเพื่อพัฒนาและส่งมอบความสำเร็จให้กับลูกค้าผ่านโซลูชั่นเทคโนโลยีอัจฉริยะ สำหรับเอ็นทีที อัจฉริยะหมายถึงการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การเชื่อมโยงถึงกัน ระบบดิจิทัล และความปลอดภัย ด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความสามารถด้าน ICT ที่มีกระจายอยู่ทั่วโลก ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอบริการทางเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ ระบบเครือข่ายคลาวด์ ไฮบริดคลาวด์ บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ระบบการทำงาน และระบบรักษาความปลอดภัย (Cybersecurity) ได้อย่างโดดเด่น

ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก บริษัทมีพนักงานมากกว่า 40,000 คนครอบคลุม 57 ประเทศในภูมิภาคต่างๆ มีการทำธุรกิจใน 73 ประเทศ และให้บริการแก่ลูกค้าในกว่า 200 ประเทศ ภายใต้เป้าหมายที่ว่า เมื่อร่วมมือกัน เราจะสร้างสรรค์อนาคตที่ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ hello.global.ntt

 

เกี่ยวกับ Global Data Centers Division of NTT Ltd.

Global Data Centers เป็นแผนกหนึ่งของ NTT Ltd. แพลตฟอร์มของเอ็นทีทีเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลก เอ็นทีทีได้รับการจัดอันดับโดย IDC ให้เป็นหนึ่งในสามผู้นำระดับโลกใน Colocation and Interconnection Services MarketScape ที่ให้บริการครอบคลุมมากกว่า 20 ประเทศในหลายภูมิภาค ทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป แอฟริกา อินเดีย และเอเชียแปซิฟิค

ในฐานะผู้ให้บริการที่เป็นกลาง เอ็นทีทีให้บริการเชื่อมต่อผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการ Internet Exchange และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงเครือข่าย IP ระดับโลกของเอ็นทีทีที่เป็นไปตามมาตรฐาน IPv6 ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการออกแบบตรงตามความต้องการ รวมทั้งมีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันทั้งในเรื่องการออกแบบและการดำเนินงานในทุกศูนย์ข้อมูลของเอ็นทีทีอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมได้ที่ datacenter.hello.global.ntt

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-ntt-cyberjaya-5-recives-certifications/

[Guest Post] ผลสำรวจของ ThoughtWorks ชี้ ความรู้ด้านเทคโนโลยี จะเป็นตัวตัดสินความเป็นผู้นำทางธุรกิจโลกในวันพรุ่งนี้

ผลสำรวจของ ThoughtWorks เปิดเผยว่า ความสำเร็จของผู้นำและองค์กรในวันพรุ่งนี้ จะถูกตัดสินจากความสามารถทางด้านเทคโนโลยี  ดาต้า  และซอฟต์แวร์

  • บรรดาผู้นำธุรกิจในเอเชียและทั่วโลกคาดการณ์ว่า ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีจะเป็นตัวชี้วัดหลักขององค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินองค์กรให้ประสบความสำเร็จใน 10 ปีข้างหน้า
  • ผลสำรวจผู้นำธุรกิจมากกว่าครึ่งหนึ่ง ระบุว่า องค์กรที่จะเป็นผู้นำในวันข้างหน้า คือองค์กรที่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเปลี่ยนผ่านและเข้ากับตนเองได้ดีที่สุด  

 

ผลการสำรวจบรรดาผู้นำธุรกิจทั่วโลก พบว่า 1 ใน 3 ของความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินองค์กรให้ประสบความสำเร็จใน 10 ปีข้างหน้า จะเป็นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่และดาต้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าความรู้แขนงอื่น ๆ ที่จำเป็น ถึง 4 เท่า

ผลสำรวจดังกล่าวคือรายงานฉบับล่าสุดจาก ThoughtWorks บริษัทที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก โดยเป็นการสำรวจความเห็นผู้บริหารระดับสูงเกือบ 1,000 คน จาก 12 ประเทศ เกี่ยวกับการให้น้ำหนักความรู้แขนงต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อผู้นำองค์กรใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งพบว่า ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่และดาต้า มีสัดส่วนความสำคัญมากที่สุด 31% รองลงมาคือ ความรู้ทางด้านการเงิน 8% ความรู้ทางด้านการตลาด 7% และความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 6%

หากแบ่งตามภาคอุตสาหกรรมแล้ว ผู้บริหารระดับสูงในภาคการเงินจะให้ความสำคัญกับความรู้ด้านเทคโนโลยีมากที่สุด 36% ตามมาด้วยผู้บริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์และการคมนาคมขนส่ง 34% และหากเทียบในแง่ของบริษัทรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่ถึง 5 ปี จะให้น้ำหนักกับความรู้ด้านนี้ถึง 34% เมื่อเทียบกับบริษัทที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ซึ่งให้น้ำหนักที่ 29%

ผลการสำรวจดังกล่าวยังบ่งชี้ว่า ผู้บริหารองค์กรที่ให้น้ำหนักกับเทคโนโลยีน้อยที่สุด ยอมรับด้วยว่า พวกเขาตกเป็นผู้ตามในด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และกำลังพยายามไล่ให้ทันในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกด้วย

 

เทคโนโลยีต้องมาก่อนแบรนด์ดิ้งและกำไร

เมื่อถามถึงปัจจัยสำคัญต่อการเป็นผู้นำแบรนด์ในอีก 10 ปีข้างหน้า พบว่า 2 ปัจจัยหลักที่ได้คะแนนมากที่สุดล้วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเช่นกัน นำโดยปัจจัยการใช้ประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบจากเทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งในบรรดาประเทศที่ทำการสำรวจนั้น จีนให้น้ำหนักกับปัจจัยนี้ถึง 62% และอินเดียให้น้ำหนัก 56% ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ที่ทำการสำรวจเช่น สหรัฐฯ และประเทศในยุโรป

ปัจจัยรองลงมาคือ การดึงศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจของตนเอง ซึ่งมีผู้บริหารให้น้ำหนักถึง 46% และอีก 44% เชื่อว่าพวกเขาจะเป็นองค์กรที่กำหนดให้เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการคิดเชิงธุรกิจ ในขณะที่จีนยังให้นำหนักมากที่สุด 83% กับปัจจัยการใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบเพื่อชัยชนะทางธุรกิจ การทำระบบอย่างมีประสิทธิภาพ และการดึงดูดบุคลากรชั้นเยี่ยมให้มาร่วมงานด้วย

เป็นที่น่าสนใจว่า ในการจะขึ้นเป็นผู้นำแบรนด์ของวันพรุ่งนี้นั้น ผู้บริหารต่างให้น้ำหนักปัจจัยด้านเทคโนโลยีมากกว่าเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับปัจจัยอย่างการเป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลก ที่มีสัดส่วน 25% การทำกำไรให้ได้มากที่สุด 25% และการมีภาพลักษณ์แบรนด์ที่ชัดเจน 23% 

คุณพีท เจียมศรีพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ThoughtWorks ประเทศไทย กล่าวว่า “เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของธุรกิจอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นทุกส่วน ทุกฟังก์ชั่นของธุรกิจ และเป็นวัฒนธรรมความสำเร็จขององค์กรในแต่ละวันไปแล้ว ทศวรรษที่ผ่านมาถือเป็นยุคแห่งการเรียนรู้ครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจต่าง ๆ ในเอเชีย ซึ่งถูกเร่งเร้าด้วยสถานการณ์โรคระบาดทั่วโลก กระแสการคิดใหม่ได้เปลี่ยนผ่านหลายอุตสาหกรรมไปแล้วอย่างเต็มรูปแบบ และทำให้หลายส่วนกำลังแข่งขันอยู่ในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งช่องว่างระหว่างธุรกิจที่คิดถึงการปรับใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี กับธุรกิจที่ไม่ได้มองอย่างเดียวกัน ก็มีแต่จะยิ่งขยายวงมากขึ้น”

รายงานฉบับใหม่เรื่อง ‘Tech proficiency: The new imperative for business growth, leadership and agility’ สามารถอ่านได้ ที่นี่

 

เกี่ยวกับ ThoughtWorks

ThoughtWorks เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก ปัจจุบัน มีพนักงานกว่า 8,000 คน ในสำนักงาน 48 แห่งใน 17 ประเทศทั่วโลก ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับลูกค้าแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนโดยใช้เทคโนโลยี และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-thoughtworks-insights-technology-proficiency-report/

SAS เปิดคอร์สอบรมออนไลน์เรื่อง Machine Learning และ Business Analytics วันที่ 24 – 28 พ.ค. นี้

SAS ผู้นำด้านบริการ Analytics เปิดคอร์สอบรม SAS Academic Programs สำหรับอาจารย์และผู้ฝึกสอนในรั้วมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 2 หลักสูตร คือ Analytics & Machine Learning และ Business Analytics เพื่อพัฒนาทักษะสำหรับใช้สอนนักศึกษาและพัฒนาบุคลากรทางด้าน Analytics ต่อไป ในวันที่ 24 – 28 พฤษภาคมนี้ ผ่านทาง Live Webinar ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดหลักสูตรและวิธีการสมัครได้ที่นี่

หลักสูตรที่ 1: FDP – Shaping an Analytics and Machine Learning Curriculum

Faculty Development Program (FDP) ช่วยให้คุณเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานและเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ Analytics และ Machine Learning ผ่านทางเครื่องมือของ SAS ที่เรียนรู้ได้ง่ายและมีฟีเจอร์สนับสนุนการเรียนรู้แบบครบครัน เช่น Visual Analytics, Visual Data Mining & Machine Learning และ Text Analytics หลักสูตรนี้ยังช่วยแนะนำการต่อยอดไปสู่การทำ Advanced Analytics รวมไปถึงการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาในชั้นเรียนของตนให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เนื้อหาในหลักสูตรประกอบด้วย

  • Data visualization with SAS VA
  • Building Models interactivity with SAS VS
  • Machine learning, model assessment & deployment
  • Curriculum Design Best Practices, Learning Paths and Career Choices

รายละเอียดหลักสูตร: https://support.sas.com/edu/schedules.html?crs=FDPMLC&source=aem&ctry=TH

หลักสูตรที่ 2: FDP – Shaping a Business Analytics Curriculum

Faculty Development Program (FDP) ช่วยให้คุณเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานและเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับ Self-service Data Preparation, Business Visualization และ Modeling ผ่านทางเครื่องมือของ SAS ที่เรียนรู้ได้ง่ายและมีฟีเจอร์สนับสนุนการเรียนรู้แบบครบครัน หลักสูตรนี้ยังช่วยแนะนำการต่อยอดไปสู่การทำ Advanced Analytics รวมไปถึงการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาในชั้นเรียนของตนให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เนื้อหาในหลักสูตรประกอบด้วย

  • Introduction to the Data Management Process
  • Programming Basics for Data Management
  • Using Data Management Processes to prepare Data for Analytics
  • Self-Service Data Preparation
  • Analytics concepts in Modern Age
  • Overview of Visual Analytics and Visual Statistics
  • Curriculum Design Best Practices, Learning Paths and Career Choices

รายละเอียดหลักสูตร: https://support.sas.com/edu/schedules.html?crs=FDPBAC&source=aem&ctry=TH

ทั้งสองหลักสูตรเริ่มเรียนพร้อมกันตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ถึงวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม เวลา 10:30 – 14:00 น. (3 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน) ค่าอบรมแต่ละหลักสูตร 6,200 บาท

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  1. เลือกหลักสูตรที่ต้องการสมัครที่ https://www.sas.com/en_th/learn/academic-programs/resources/professor-workshops.html จากนั้นกดปุ่ม “Add to cart”
  2. กรอกฟอร์มเพื่อสร้างบัญชี SAS หรือล็อกอินเข้าใช้งาน
  3. ดำเนินการตามขั้นตอนการชำระเงิน จากนั้นจะได้รับอีเมลยืนยันการลงทะเบียนเข้าร่วมหลักสูตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล THL.Education@sas.com หรือโทร 096-946-6453

from:https://www.techtalkthai.com/sas-acadmic-programs-machine-learning-and-business-analytics-in-may-2021/

ฟรี eBook: Advanced Image Processing (Revised Edition)

รศ. ดร. สนั่น ศรีสุข อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ออกหนังสือเรื่อง “การะประมวลผลภาพขั้นสูง (Advanced Image Processing)” ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในรูปแบบ eBook ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไปศึกษาหรือใช้เพื่อการเรียนการสอนได้ฟรี

eBook ฉบับนี้มีความยาว 312 หน้า โดยเนื้อหาครอบคลุมเรื่องการประมวลผลภาพและการรู้จำ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง ได้แก่ การประมวลผลภาพคืออะไร เครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ประมวลผลภาพ การประยุกต์ใช้งาน การปรับปรุงภาพ การหาขอบภาพ การกรองสัญญาณรบกวน การแบ่งส่วนภาพ การจับคู่รูปทรง และการแปลงเส้นตรงอนุพันธ์ เหมาะสำหรับการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา และผู้ที่สนใจปูพื้นเรื่องการประมวลผลภาพให้แน่น เพื่อที่จะได้นำไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาด้านการแพทย์ อุตสาหกรรมการผลิต หุ่นยนต์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยได้

** eBook เรื่อง Advanced Image Processing (Revised Edition) ฉบับนี้เปิดให้แจกจ่ายฟรี เพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น สามารถนำไปพิมพ์ซ้ำเพื่อศึกษาหรือใช้สอนได้

from:https://www.techtalkthai.com/free-ebook-advanced-image-processing-revised-edition/

Gartner ชี้ การทำ Composable Data and Analytics เป็นกุญแจสำคัญในการทำ Digital Transformation

ในงาน Data & Analytics Summit Americas 2021 ที่ผ่านมา Gartner ได้เผยว่าการทำ Composable Data and Analytics นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการทำ Digital Transformation ในองค์กร

Composable Data and Analytics กำลังเป็นสิ่งใหม่เข้ามาขับเคลื่อนการตัดสินใจทางธุรกิจขององค์กรในปัจจุบัน จากเมื่อก่อนที่องค์กรส่วนใหญ่เน้นเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ไว้ที่ศูนย์กลาง ก็เริ่มมีการแบ่งข้อมูลเป็นส่วนย่อยๆมากขึ้น โดยวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือที่เป็นรูปแบบ Low-code หรือ No-code Analytics ที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลายและมีความคล่องตัวในการใช้งานมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงแล้ว Composable Data นั้นจะประกอบด้วยเครื่องมือหลายตัวที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นระบบ ไม่ใช่การวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น โดยจากผลสำรวจพบว่า องค์กรกว่า 41% มีการใช้งานเครื่องมือ Data Analytics และ Business Intelligence มากกว่า 1 ตัว

นอกจากนี้การใช้งานระบบ AI สำหรับการทำ Analytics ยังคงมีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจและความได้เปรียบทางธุรกิจมากขึ้น โดย Gartner ได้ยกตัวอย่างการใช้งาน AI เพื่อทำ Data Analytics ที่ Edge Location ในโรงงาน เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการประเมินระยะเวลาในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรหรือปรับแต่งค่าต่างๆในระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการวิเคราะห์ที่ปลายทางนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วกว่าการวิเคราะห์จากระบบส่วนกลาง

นอกจากการทำ Composable Data and Analytics และการใช้งาน AI ในระบบ Analytics แล้ว Gartner ยังแนะนำอีกว่าองค์กรควรจัดลำดับการทำ Data Analytics ให้กลายเป็น Core Business Function เพื่อช่วยเร่ง Digital Transformation ภายในองค์กร จะทำให้สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในองค์กรให้เหมาะสมและช่วยปรับปรุงขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองได้อีกด้วย

ที่มา: https://venturebeat.com/2021/05/07/gartner-says-composable-data-and-analytics-key-to-digital-transformation

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-composable-data-and-analytics-is-key-to-digital-transformation/

เชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ SAS Global Forum 2021

SAS Software (Thailand) ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “SAS Global Forum 2021” พร้อมอัปเดตแนวโน้มและนวัตกรรมทางด้าน Analytics ล่าสุด นำทีมโดย Jim Goodnight, Co-founder และ CEO จาก SAS ในวันที่ 19 – 20 พฤษภาคม ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังบรรยายได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ชื่องาน: SAS Global Forum 2021
วัน: วันที่ 19 – 20 พฤษภาคม 2021
เวลา: 9:00 – 15:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
สถานที่: Virtual Event
กำหนดการ: https://www.sas.com/en_us/events/sas-global-forum/agenda.html#asia-pacific
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.sas.com/en_us/events/sas-global-forum.html

ภายในงาน Jim Goodnight, CEO จาก SAS จะมาอัปเดตว่าการทำ Analytics สามารถช่วยเหลือองค์กรให้ประสบความสำเร็จในยุคหลัง COVID-19 ได้อย่างไร และแชร์กรณีศึกษาของ SAS ในการช่วยสนับสนุนธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้แม้ภายใต้สถานการณ์ยากลำบากในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ Bryan Harris, CTO จาก SAS จะมาแนะนำนวัตกรรมล่าสุดจาก SAS และการใช้ประโยชน์จากการทำ Analytics ในการพลิกโฉมธุรกิจไปอีกขั้น รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี Cloud และ AI มาบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลในยุคดิจิทัล

ภายในงานยังประกอบด้วยหัวข้อการบรรยายมากกว่า 150 เซสชันให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกรับชมได้อย่างอิสระ ตามประเภทของธุรกิจหรือประเภทของเนื้อหา สามารถดูเซสชันบรรยายทั้งหมดได้ที่: https://www.sas.com/en_us/events/sas-global-forum/sessions.html

from:https://www.techtalkthai.com/sas-global-forum-2021/