คลังเก็บป้ายกำกับ: BEGINNER_ZONE

Did you know – Port ต่างๆของโน๊คบุ๊คที่ควรรู้ Update 2020

ไม่ว่าท่านจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า บางครั้งก็ยังไม่รู้พอร์ตนี้เรียกอะไรใช้งานอย่างไร บางท่านอาจจะรู้แค่ว่า พอร์ตนี้เอาไว้ต่ออะไร แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันชื่อพอร์ตอะไร วันนี้ทีมงานเลยจะขอพาท่านไปรู้จักพอร์ตต่างๆ ว่ามันมีชื่อว่าอะไร และใช้งานอะไรได้บ้าง อัพเดทของปี 2020

USB-C

เป็นมาตรฐานพอร์ตใหม่ ที่ได้รวมหลายพอร์ตมาไว้ในรูปแบบพอร์ตเดียวกัน เพื่อเป็นมาตรบานเดียวกันทั้งโน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ มีขนาดที่เล้กกว่าพอร์ต USB มาตรฐาน ทำให้นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยออปชั่นมาตรฐานจะเชื่อมต่อได้เหมือนพอร์ต USB ทุกประการ ต่อ Hub คีย์บอร์ดเมาส์ได้ โดยมีทั้งแบบ USB 2.0 ,3.0 ,3.2 และ 3.2 และบางรุ่นสามารถต่อจอภาพผ่านพอร์ตนี้ได้ด้วย มักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คทั่วไปที่แยกพอร์ตชาร์ตไฟหรือกระทั่งโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง

นอกจากนั้นยังมี USB Type C with Power Delivery นึกง่ายๆคือโน้ตบุ๊คที่ชาร์ตผ่านพอร์ต USB-C จะเป็นมาตรฐานนี้ละครับ คือชาร์ตได้ และต่อใช้กับอุปกรณ์แบบ USB-C มาตรฐานเหมือนแบบแรก มักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คบางเบาที่ใช้พลังงานไม่สูงมาก

Thunderbolt 3

รูปแบบพอร์ตเชื่อมต่อจะแตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนอย่างชัดเจน โดยมีหน้าตาเหมือน USB-C ทุกอย่าง แต่พอร์ตมักจะมีรูปสายฟ้าติดอยู่ สามารถทำได้ทุกอย่าง ทั้งต่อฮับ ชาร์ตไฟ ต่อจอ หรือต่อ eGPU ก็รับไหวด้วยความเร็วสูงถึง 40Gbps ชาร์ตไฟได้ถึง 100W ซึ่งมักจะอยู่ในโน้ตบุ๊ค Intel เพราะเป็นเจ้าของลิคสิทธิ์ และใน Macbook Pro รุ่นปัจจุบัน เป็นพอร์ตที่นิยมมากขึ้นเพราะทำงานได้หลากหลาย โอนถ่ายข้อมูลได้เยอะที่สุดในตอนนี้

USB 3.x

USB 3.0 นั้นจะมีความเร็วสูงกว่า USB 2.0 ถึง 10 เท่าโดยจะมีความเร็วในการแลกเปลียนข้อมูลสูงสุดถึง 4.8 Gbps ซึ่งสูงกว่า USB 2.0 ที่มีความเร็วในการแลกเปลียนข้อมูลสูงสุด 480 Mbps ซึ่งจะทำให้ USB 3.0 นั้นสามารถทำการอ่านข้อมูลได้ไปพร้อมๆ กับเขียนข้อมูลในคราวเดียวกัน ซึ่งต่างกับ USB 2.0 ที่ต้องทำการอ่านหรือเขียนได้ทีละอย่าง

USB 3.0 นั้นได้ลดพลังงานการใช้งานอุปกรณ์น้อยลงจาก 4.4 V เหลือ 4 V แต่เพิ่มความเร็วในการส่งพลังงานให้เยอะขึ้นจาก 500 mA เป็น 900 mA ซึ่งจะทำให้การชาร์ตอุปกรณ์ที่สนับสนุน USB 3.0 ที่เสียบผ่านสาย USB 3.0 ชาร์ตเร็วขึ้นด้วย หรือการสนับสนุนอุปกรณ์รุ่นก่อนเช่น USB 2.0 ซึ่งยังสามารถทำการเสียบอุปกรณ์ USB 2.0 เข้า USB 3.0 ได้แล้วยังเสียบอุปกรณ์ USB 2.0 เข้า USB 3.0 ได้อีกด้วยเช่นกัน โดยจะมีความเร็วแค่เท่าของ USB 2.0

ส่วน USB 3.1 Gen 1 จะเพิ่มความเสถียรให้มากขึ้นด้วยความเร็ว 5Gbps ส่วน USB 3.1 Gen 2 จะเพิ่มความเร็วอีกเท่าตัวเป็น 10Gbps และอนาคต USB 3.2 จะโอนถ่ายข้อมูลได้สูงถึง 20Gbps

USB 2.0

คงไม่มีใครไม่รู้จัก USB น่ะครับ เป็น Port ที่ส่งถ่ายข้อมูลแบบอนุกรม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีใช้ในอุปกรณ์ต่อเชื่อมแทบทุกชนิด ตั้งแต่แฟลตไดร์ฟ ยังจอภาพ LCD เลยทีเดียว ด้วยความสามารถเด็ดคือ Plug & Play คือสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรีสตราทเครื่องหรือบางอยางเช่นแฟลชไดร์ฟไม่ ต้องลงไดร์วเวอร์ก็สามารถใช้งานๆได้ทันที ในปัจจุบันใช้ USB 2.0 เป็นหลัก ซึ่งจะมีความเร็วอยู่ที่ 480 MB/s และอีกไม่นาน USB 3.0 ก็จะเข้ามาแล้ว ซึ่งจะมีความเร็วมากว่า 2.0 ถึง 10 เท่า

Headphone 3.5 mm

พอร์ตเชื่อมต่อหูฟังแบบมาตรฐานนั่นเอง แต่จะมีแบบเป็น 2 แบบ คือแบบ Combo ที่จะเป็นช่องเดียว นิยมใช้ในโน้ตบุ๊คเกือบทุกรุ่น สามารถใช้หูฟังจากสมาร์ทโฟนมาใช้ร่วมกันได้ พอร์ตเดียวได้ทั้งไมค์และหูฟัง ส่วนอีกแบบจะเป็น 2 ช่อง แยกระหว่างไมค์กับหูฟัง ส่วนใหญ่จะอยู่ในโน้ตบุ๊คเกมมิ่งขนาดใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 แบบมีสายแปลงสลับไปมา ขายเพื่อใช้งานแทนกันได้จ้า

HDMI

หรือย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface ตามที่ชื่อบอกเลยครับว่ารองรับงานมัลติมีเดียเต็มที่ ด้วย Port ที่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น HDMI ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก LCD TV หรือ เครื่องเสียง โดยในสาย HDMI จะรวบร่วมสัญญาณดิจิตอลทั้งภาพและเสียงที่ส่งไปในสาย HDMI เส้นเดียว ทำให้มีความสะดวกเพราะไม่ต้องต่อสายหลายสายให้วุ้นวาย โดยในโน๊ตบุ๊กสมัยใหม่ที่รองรับก็จะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ใช้งานได้เลย โดยปัจจุบัน HDMI เดินทางมาถึงเวอร์ชั่น 2.0 ที่สามารถส่งสัญญาณได้มากถึง 48.0 Gbit/s หรือความละเอียดระดับ 8K เลยทีเดียว

Display Port

DisplayPort คล้ายๆ HDMI นิยมในเครื่องพีซีหรือกระทั่งการ์ดจอรุ่นใหม่ก็ยังคงมี DisplayPort  และยังนิยมใช้ในเครื่อง Mac ในยุคก่อนด้วย ด้วยความเสถียรสัญญารที่ดีกว่า VGA ในยุคนั้น สามารถแปลงพอร์ตเป็น HDMI ได้ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 2.0 รองรับความละเอียดถึง 8K ปัจจุบันพัฒนามาในรูปแบบของพรอร์ต USB-C ด้วย นอกจากนั้นยังมีพอร์ตไซท์เล็กในชื่อ Mini Display port

SD Card Reader

คือ Port ที่เอาไว้ใส่ การ์ดอ่านการ์ดต่างๆ MMC , MSD , CF และอื่นๆ แล้วแต่ผู้ผลิตว่าจะติดตั้งเครื่องอ่านการ์ดชนิดใดมาบางส่งใหญ่ที่นิยมกันก็ เช่น SD

Micro SD Reader

เนื่องจากโน้ตบุ๊คปัจจุบันบางเบาลงมาก บางรุ่นจึงตัด SD Card Reader ออก แต่ใส่เป็น Micro SD Reader เข้ามาแทน

LAN (RJ-45)

เป็นคอนเน็ตเตอร์ในการเชื่อมต่อสู่ระบบเครือข่ายซึ่งเป็นที่นิยมสูงมาก ตั้งแต่ตามบ้านเรือน จนถึงองค์กรณ์ใหญ่ๆด้วยความเร็วสูงที่การเชื่อมต่อรูปแบบอื่นๆไม่สามารถทัด เทียมได้ยาก ด้วยความเร็วตั้งแต่ 10,100 MB/s จนไปถึงระดับ 1 GB/s (1,000 MB/s) ในโน๊ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆก็อยู่ในระดับ 1 GB/s แทบทั้งนั้นเลย แต่ด้วยข้อจำกัดที่พอร์ตขนาดใหญ่ ทำให้โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆที่เน้นความบางเบาจะถอดพอร์ตนี้ออกไปและแทนด้วย Adapter แปลงจากพอร์ต USB หรือกระทั่งเน้น WiFi6 ที่ให้ความเร็วระดับเดียวกัน

Kensington lock

ที่ติดตั้งสายล๊อคเครื่องนั่นเอง เป็นรูรูปสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก โดยจะเป็นจุดที่ใส่หัวลีอค เพื่อป้องกันขโมย ปัจจุบันโน้ตบุีครุ่นใหม่ๆแทบไม่มีแล้ว เพราะเป็นช่องที่คนทั่วไปแทบไม่ได้ใช้ ยกเว้นหน้าร้านที่โชว์เครื่อง ซึ่งได้พัฒนามาเป็นแบบ USB กันหมดแล้ว

พอร์ที่แทบไม่ได้ใช้แล้ว

DVI

เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ LCD Notebook ที่มี Port นี้มีค่อนข้างน้อยมากครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Notebook รุ่นที่มีราคาสูงๆ โดยจะเป็นส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ซึ่งให้คุณภาพในการแสดงผลที่ดีกว่าแบบอนาล็อค แบบในพอร์ต D-SUB ที่นิยมใช้กันในโน๊ตบุ๊กทั่วๆไป

Thunderbolt

เป็นพอร์ตที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Intel และ Apple ซึ่งได้ติดตั้งมาแล้วใน MacBook Pro รุ่นปี 2011 โดย Thunderbolt port สามารถเล่นวิดีโอที่มีความละเอียด 1080p ได้พร้อม ๆ กันถึง 4 เรื่อง และยังสามารถถ่ายโอนข้อมูลของไฟล์ขนาด 5 GB จาก Hard drive ไปยังคอมพิวเตอร์ภายในเวลาประมาณ 10 วินาที เท่านั้น แต่ว่าอุปกรณ์ที่รองรับยังน้อยอยู่ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นเวอรืชั่น 3 แบบ USB-C แล้ว (พอร์ตเป็นแบบเดียวกับ mini Display Port ทำให้ Thunderbolt สามารถต่อต่อภาพได้ด้วย)

Firewire (IEEE 1394)

นิยมเรียกกันว่า IEEE 1394 เป็น Port มีลักษณะดังในภาพ คล้ายรูปสี่เหลี่ยมคางหมู หรืออีกรูปแบบนึงซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่า ใช้โอนถ่ายข้อมูลเป็นหลักคล้ายๆกับ USB โดยมีความเร็วอยู่ที่ 400 MB/s อาจจะดูด้อยกว่า USB 2.0 เล็กน้อยแต่ก็แลกมาด้วยความนิ่งของสัญญาณที่ไม่แกว่งเหมือน USB นิยมใช้ในกล้องวีดีโอความละเอียดสูง แต่อีกไม่นานเมื่อ USB เข่าสู่เวอร์ชั่น 3 เมื่อไรพอร์ตนี้คงจะเริ่มหายจากไปเหลือเพียงใช้งานในบางกลุ่มเท่านั้น ส่วนใหญ่ Port Firewire ส่วนใหญ่จะใช้กับกล้อง VDO CamCoders เป็นหลัก ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว

D-SUB หรือ VGA

หรือที่เรียกกันอีกแบบว่า VGA port เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้อุปกรณ์แสดงภาพภายนอกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เรียกได้ว่ามีในโน๊ตบุ๊กแบบทุกเครื่องเลย ถึงแม้คุณภาพของภาพที่เป็นระบบสัญญาณอนาล็อกจะด้อยกว่า DVI แต่ด้วยมีอุปกรณ์รองรับมากที่สุดทำให้เป็นพอร์ตสำหรับต่อแสดงผลที่ได้รับ ความนิยมสูงสุดรองรับทั้งจอแบบ LCD CRT รวมถึงเครื่องโปรเจ็คเตอร์ด้วย แต่ปัจจุบันถูกแทนด้วย HDMI


S-video

เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ TV โน๊ตบุ๊กรุ่นเก่าๆหน่อยจะมีพอร์ตนี้กันเยอะ แต่ในรุ่นใหม่ๆก็แทบไม่มีแล้วเพราะมีพอร์ตอื่นๆเข้ามาแทนที่ เช่น HDMI

e-SATA


เป็น Port ที่เอาไว้ต่อกับ External Hard disk หรือ Hard disk ธรรมดาก็ได้ โดยพอร์ต -SATA นั้นจะมีความเร็วมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับพอร์ต SATA บนเมนบอร์ดเลย ด้วยความเร็วสูงถึง 3000 Mbit/s แต่ในพอร์ต -SATA จะมีแปลงหัวต่อให้สามารถใช้งานเป็นพอร์ต USB ได้ด้วย ปัจจุบันถูกแทนด้วย USB 3.0 ซึ่งเร็วกว่า และอุปกณณ์รองรับเยอะกว่า


Express Slot

คือ Port อีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากบนเมนบอร์ด ซึ่งเอาไว้ ต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพอ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นสามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้นเช่น Air Card , Sound Card หรือแม้กระทั่ง เพิ่มพอร์ต USB LAN โดยจะแบ่งกันเป็น 3 แบบหลักตามขนาดโดยในแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น Express Card 54

Modem (RJ-11)

หรือที่เรียกว่า RJ-11 ตามชนิดของหัวต่อ เป็นคอนเน็ตเตอร์รุ่นแรกๆของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในสมัยก่อน ที่ความเร็ว 56 K (ในสมัยนี้ก็ยังมีใช้กันอยู่แต่น้อยลงไปเยอะ) โดย Notebook รุ่นใหม่ๆ ไม่มีแล้ว เพราะมีระบบ Hi Speed อินเตอร์เน็ตเข้ามา ซึ่งนิยมใช้เป็นพอร์ต LAN หรือ Wi Fi มากกว่า เพราะเร็วกว่าเยอะ โน้ตบุ๊กปัจจุบันไม่มีแล้ว

Serial port (สีเขียว)

พอร์ตอนุกรม การเคลื่อนย้ายข้อมูลแบบอนุกรมนั้นเป็นการส่งข้อมูลครั้งละ 1 บิตข้อดีของการสื่อสารข้อมูลแบบอนุกรมคือ สามารถส่งข้อมูลได้ในระยะทางที่ไกลและใช้สายสัญญาณที่น้อยกว่าการสื่อสารข้อมูล เป็นพอร์ตที่เอาไว้ต่อเมาส์ คีย์บอร์ด เหมือนพอร์ต USB ในสมัยก่อนนั่นเอง

Parallel port (สีชมพู)

ช่องที่ใช้เสียบสายไฟต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นตัวว่าเครื่องพิมพ์ การถ่ายโอนข้อมูลผ่านทางช่องขนานนี้ ข้อมูลจะเดินทางไปตามวงจรขนานภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้ไปได้เร็วกว่าช่องอนุกรมที่เรียกว่า serial port พอร์ตนี้อยู่ในยุดเดียวกัน แต่จะส่งข้อมูลได้มากกว่า มักเอาไว้ใช้ต่อปริ้นเตอร์ โดยเฉพาะแบบ dot matrix สำหรับพิมพ์กระดาษสำเนา ซึ่งบางหน่วยงานยังใช้พอร์ตนี้และปริ้นเตอร์แบบนี้มาถึงทุกวันนี้เพราะปริ้นเตอร์แบบอื่นยังไม่สามารถพิมพ์การดาษสำเนาได้

PS/2 (สีเขียวทางซ้าย)

พอร์ตสำหรับต่อเมาส์ คีย์บอร์ด ที่แม้ปัจจุบันเมนบอร์ดเครื่องพีซีบางรุ่นก็ยังมีอยู่ ซึ่งสุดท้ายพอร์ตนี้ก็โดนแทนที่ด้วย USB

from:https://notebookspec.com/did-you-know-port-notebook-2020/513509/

10 คีย์ลัด right-click คลิ๊กขวา Windows 10 ทางลัดทุกเมนู ความลับอยู่ที่ปลายนิ้ว

ไม่ได้มีแค่ปุ่ม คีย์ลัด แต่การคลิ๊กเมาส์ขวา Right-Click ก็สามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานของคุณได้มากมายเลยทีเดียว จะสังเกตว่า เวลาที่คุณใช้เมาส์ในการทำงานได้คล่อง ก็จะทำให้คุณรู้สึกว่า ลดเวลาการทำงานไปได้มากมาย จึงต้องฝึกฝนใช้งานทั้งเมาส์และคีย์บอร์ดผสมผสานกัน โดยเฉพาะการคลิ๊กเมาส์ขวา ยังมีรายละเอียดมากมาย ที่คุณต้องแปลกใจ ในการทำงานบน Windows 10 ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์สำนักงาน ดูหนัง ฟังเพลง หรือท่องอินเทอร์เน็ตก็ตาม

right-click

การคลิ๊กเมาส์ขวา Right-Click เป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ต่างๆ รวมถึงระบบปฏิบัติการได้ และมีบทบาทที่ต่างกันอยู่บ้าง วันนี้จึงขอหยิบยก รูปแบบการทำงานที่ใกล้ตัว แต่มีส่วนช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณสะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วย 10 วิธี คลิ๊กขวา บน Windows 10

right-click

1.Copy, Cut, Paste, Delete ก็ได้ ไม่กี่วินาที

right-click

2.เปิดแท็บใหม่ หน้าต่างใหม่ ก็ง่ายนะ หรือใครจะเถียง

right-click

3.Save As ก็สะดวกดี จะภาพ Text หรือออปเจกต์อื่นใด

right-click

4.Back หรือ Forward ไปหน้าต่อไป หรือกลับไปก่อนหน้านี้

right-click

5.Translate แปลภาษา ได้ง่ายขึ้น เป็นอีกวิธีการ ที่ได้ประโยชน์สำหรับคนที่ชอบอ่าน

right-click

6.Search ค้นหาผ่านเบราว์เซอร์ก็สะดวก

right-click

7.Save Link, Copy Link ก็ตามใจ เก็บไปใช้หรือเอาไปเปิดหน้าใหม่ได้ง่าย

right-click

8.WinRAR คลิ๊กขวา ก็บีบอัดไฟล์ได้ทันใจ

right-click

9.Send to สั่งย้าย (ไฟล์) ไปไหนก็ได้ รวดเร็ว ด้วยการ คลิ๊กเมาส์

right-click

10.Display Settings ใช้เมาส์ตั้งค่าใหม่ ให้หน้าจอ ปรับย่อ ขยายในนี้ได้เลย

from:https://notebookspec.com/10-tips-right-click-fast-hotkey-windows-10/531484/

3 แหล่ง ดาวน์โหลด ไอคอนฟรี แต่ง Windows 10 ให้สวย และวิธีจัดเรียงไอคอนให้ดูดี

ใครชอบ ไอคอนฟรี สำหรับแต่งวินโดวส์ เปลี่ยนหน้าจอเดสก์ทอปบน Windows 10 ให้สวย ไม่เหมือนใคร ย้ำว่า ฟรี! รีบเข้ามาดูกัน แอดไปส่องแหล่งดาวน์โหลด ไอคอนฟรี มาให้ 3 ซึ่งมีไอคอนใหม่ สไตล์เก๋ๆ มาให้เลือกกันนับแสน รวมถึงการ แต่งธีม กับการเปลี่ยนที่แสนจะง่าย ใครพร้อมแล้วก็เตรียมวินโดวส์ไว้ แล้วไปดาวน์โหลดพร้อมกัน

ไอคอนฟรี

แหล่งดาวน์โหลด ไอคอนฟรี ทั้ง 3 ที่นี้ มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เพราะบางเว็บไซต์ จะมีให้ลงทะเบียนก่อนเข้าใช้งาน หรือถ้าใครต้องการใช้ไอคอน Vector หรือบริการเพิ่มเติมบางอย่างก็จะมีค่าบริการ แต่ไม่ได้แพง แต่บางที่ก็จะมีให้ Donate ให้กับผู้ออกแบบ เพื่อเป็นทุนในการสร้างงานกันต่อไป

ไอคอนฟรี

แหล่งที่1: DeviantArt ใครชอบเว็บที่มีการแชร์ภาพ ไอคอน หรือกราฟิกแนวอาร์ต ที่มีให้เลือกอยู่มากมาย เป็นการรวมคอมมูนิตี้ที่มีสมาชิกกว่า 40 ล้านคน ประกอบด้วยศิลปิน ผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพและแต่งภาพ เว็บไซต์นี้จำเป็นต้องลงทะเบียนเข้าก่อน จึงจะสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดได้ เหมาะกับคนที่ไม่ใช่แค่ไปส่องดูภาพสวยๆ แต่ยังมี ไอคอน อีกหลากหลาย ไว้ให้ดาวน์โหลด และที่สำคัญยังเป็นช่องทางให้คุณได้เรียนรู้ และโปรโมตฝีมือในการออกแบบของคุณเองได้อีกด้วย เท่าที่เข้าไปดูจากผลการค้นหา icon จะมีเป็นล้านยูนิท เพียงแต่คุณอาจจะต้องกรองแบบที่ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีให้คอมเมนต์และติดดาว เพื่อฟีดแบ๊คให้กับผู้ออกแบบด้วย
เข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ คลิ๊ก

ไอคอนฟรี

แหล่งที่ 2: iconarchive แหล่งที่สองนี้ จะค่อนข้างง่าย และดูเป็นกันเองมากขึ้น เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอะไรซับซ้อน สำหรับที่นี่ก็ถือว่าเป็นที่ ดาวน์โหลด ไอคอนฟรี จำนวนมาก เพราะมีให้เลือกมากกว่า 7 แสนชิ้น และมีเป็นเซ็ตให้ดาวน์โหลดด้วย มีแยกหมวดหมู่อย่างชัดเจน แบบไหน สไตล์อะไร หรือจะเลือกที่เป็น Popular ได้รับความนิยมจำนวนมาก ย้ำว่าที่นี่ส่วนใหญ่ ดาวน์โหลดฟรี แต่มีบางอันก็ขอรับ Donate ใครสะดวกหรือใช้แล้วพึงพอใจ นอกจากให้ Rating ก็บริจาคให้ผู้ออกแบบฝีมือดีเหล่านี้ ได้มีกำลังใจในการปั้นผลงานกันต่อไปครับ ที่นี่ดีตรง ไม่ต้องลงทะเบียน เข้าไปใช้ได้เลย
เข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ คลิ๊ก

ไอคอนฟรี

แหล่งที่ 3: FindIcons ที่นี่ก็ถือว่าเป็นอีกแหล่งที่ค่อนข้างเป็นกันเองกับผู้ใช้ สามารถเข้าไป ดาวน์โหลด ไอคอนฟรี ได้สะดวก มีทั้งเป็นแบบ icon pack จัดหมวดหมู่มาให้เรียบร้อย หรือจะเลือกแบบ Popular ที่แยกเป็นไอคอนเฉพาะ ชอบแบบไหน แนวใด ก็จัดกันไปได้เลย หรือจะเลือกแบบที่้เป็นไฟล์ Vector ฟรี เอามาใช้ ซึ่งมีให้เลือกเกือบ 8 หมื่นชิ้นเลยทีเดียว แนะนำว่าค้นหาจากที่เว็บแนะนำ จะมีไอคอนใหม่ๆ มาให้ ดาวน์โหลดเพียบ ส่วนถ้าไอคอนที่เลือกไว้ ไม่ตรงกับการใช้งานของคุณ ให้นำไป Convert Image ได้ ในนี้มีฟังก์ชั่นสำหรับแปลงไฟล์ได้อีกด้วย
เข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ คลิ๊ก

การตกแต่งหรือจัดเรียงไอคอนบนจอ Desktop ให้ต่างจากเดิมจะมีประโยชน์ในเรื่องความสวยงามพร้อมกับความสะดวกในเรื่องการหาโปรแกรมหรือโฟลเดอร์ที่ง่ายขึ้นโดยสามารถจัดเรียงเป็นหมวดหมู่แต่ว่าการเรียงไอคอนเฉย ๆ มันก็ดูจะธรรมดาไปครับดังนั้นเรามาเพิ่มเติมสีสันให้แปลกใหม่ด้วยการใช้ Wallpaper ภาพพื้นหลังเป็นตัวช่วยให้การจัดเรียงไอคอนของเราดู Cool มากกว่าเดิม

เทคนิคการเรียงไอคอนใหม่ด้วยภาพพื้นหลังคราวนี้จะมีจุดเด่นตรงที่เราจะใช้พื้นที่ในรูปภาพให้เป็นประโยชน์แต่ถ้ายังนึกไม่ออกมีตัวอย่างมาให้เป็นแนวทางกันก่อน โดยรูปภาพพื้นหลังเราจะใช้เป็น “Theme” Room หรือเป็นห้องต่างๆ ภายในบ้าน

เช่น ธีมห้องนั่งเล่นโดยในรูปก็จะมีชั้นวางของอยู่ โดยตรงนี้สามารถนำไอคอนไปเรียงบนชั้นวางได้เลยหรือจะแบ่งหมวดหมู่แต่ละชั้นได้ว่าให้เป็นหมวดโปรแกรมทำงานที่ชั้น 1 หรือไอคอนเกมทั้งหลายก็จะอยู่ในชั้น 2 และโปรแกรมเบ็ดเตล็ดก็อาจจะวางเรียงกันในชั้นที่ 3 ก็ยังได้แถมยังเพิ่ม Gadget อื่น ๆ อย่างนาฬิกา , รูปภาพมาแขวนเป็นออฟชั่นเสริม

  1. แหล่งที่1: DeviantArt
  2. แหล่งที่ 2: iconarchive
  3. แหล่งที่ 3: FindIcons

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับแหล่งดาวน์โหลด ไอคอนฟรี ทั้ง 3 แห่งนี้ ถ้าสนใจก็ไปลองใช้งานกันได้เลย เพราะส่วนใหญ่ ฟรี! รวมถึงไอเดียในการจัดวางไอคอนให้ดูดี ด้วยการจัดพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ไม่ดูแน่นจนเกินไป จะง่ายต่อการมองหาและใช้งาน ไอเดียดีๆ แบบนี้จะนำไปใช้ก็ตามสะดวกกันเลยครับ

from:https://notebookspec.com/3-site-download-free-icons-windows-10/531335/

Did you know – ทำไมพีซีที่ใช้งานไประยะหนึ่ง อยู่ๆก็ช้าลงไปซะงั้น

ทีมงานไปจะกระทู้ในพันทิพมาเห็นว่าน่าสนใจดี และเชื่อว่าเป็นคำถามที่หลายท่านสงสัยกันนักว่าแม้จะเป็นพีซีหรือโน้ตบุ๊คเครื่องใหม่ แต่เมื่อใช้งานไปสักพักราว 1-2 ปี เครื่องก็มักจะเกิดอาการหน่วงหรือช้าลงอย่างชัดเจน ซึ่งมันเกิดจากอะไร และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้างนะ

ก่อนอื่นเราต้องแบ่งประเด็นกันก่อน เพราะหลักๆพีซีทำงานด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วนหลักๆเลยคือ ฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์ ซึ่งปัญหาหลักๆมันก็มักจะมาจาก 2 ส่วนนี้ละครับ ซึ่งมีโอกาสที่ทำให้เครื่องช้าลงได้ทั้ง

1. Hardware

  • คอมพิวเตอร์มีการเสื่อมไปตามการเวลาจากความร้อน คอมเครื่องนึงปกติเปิดใช้งาน 9 ชม. ขึ้นไป ถ้าให้เปรียบเทียบการสึกหรอ ต้องเทียบกับแท็กซี่ที่วิ่งแทบทั้งวัน รวมถึงระบบระบายความร้อน เช่น พัดลม ซิลิโคน ซึ่งคนใช้งานส่วนใหญ่ไม่เคยแกะเครื่องออกมาเป่าฝุ่นหรือเปลี่ยนซิลิโคนที่เป็นตัวนำความร้อนจาก CPU/การ์ดจอ ไปยังพัดลมเพื่อระบาย เมื่อระบายความร้อนได้ไม่ดีก็พังเร็วขึ้น
  • โดยนอกจากความร้อนที่เกิดขึ้นตามอายุแล้ว ก็ยังมีฝุ่นที่ไปติดตามแผงวงจน พัดลม ซึ่งยิ่งใช้งานนานๆ หรืออยู่ในที่มีฝุ่นเยอะ ยิ่งมีฝุ่นไปติดมาก ทำให้ความร้อนระบายได้ช้ากว่าปรกติไปอีก
  • ยิ่งร้อนขึ้น ตัวเครื่องจะลด clock ของ CPU ลงไปเพื่อป้องกันการ thermal runaway หรือการทำงานหนักจนร้อนเกินไป ทำให้เครื่องช้าลง
  • ความเสื่อมตามการเวลา เพราะต่อให้ดูแลรักษาดีขนาดไหน สุดท้ายก็มีโอกาสเสื่อมตามการเวลาได้ ยิ่งเครื่องร้อน ทำงานหนักตลอดเวลายิ่งเสื่อมเร็ว โดยเฉพาะพวกเปิด 24*7 จากที่อายุการใช้งาน 3-5 ปี ก็อาจจะเหลือแค่ 2-3 ปีได้
  • ยิ่งถ้าเราใช้เครื่องโดยไม่มีการทำความสะอาดปัดฝุ่น บังช่องระบายความร้อน ก็ยิ่งทำให้ตัวเครื่องร้อน ยิ่งเสื่อมไวและทำให้เครื่องช้าลงได้

2. Software

  • คอมพิวเตอร์สามารถลงโปรแกรมต่างๆ เพิ่มได้ตลอด มีการนำเข้าข้อมูลที่ทั้งดีและไม่ดี หรือบางครั้งก็ติดไวรัสทำให้เครื่องช้า รวมถึงการนำข้อมูลเข้าเครื่อง ถ้าไม่มีการจัดระเบียบการเก็บข้อมูลภายในก็เหมือนเอาข้อมูลไปวางทับต่อกันไปเรื่อยๆ จนสูง ทำให้การค้นหาข้อมูลช้าลง โดยเฉพาะฮาร์ดดิสค์ยิ่งเห็นผลได้ชัด
  • หรือการโหลดเกม โปรแกรม เพลงต่างๆ รวมไปถึงการอัพเดทวินโดวส์ ก็มักจะมีไฟล์ขยะ หรือไฟล์ที่ไม่ได้ใช้จำนวนมาก ยิ่งนาน ไฟล์ก็ยิ่งเยอะ ทำให้หน่วยความจำเต็มได้ จำไว้ว่ายิ่งลงเยอะ ยิ่งทำให้เครื่องช้า หน่วยความจำเต็มไว
  • ไปจนถึงการปรับแต่งตัวเครื่อง ทั้งการปรับแต่งในวินโดวส์ การปรับแต่งในโปรแกรม ไปจนถึงเกม หรือบางโปรแกรม โดยเฉพาะตอนเปิดเครื่องถ้ามีโปรแกรมเยอะจะเห็นได้ชัดที่สุด ว่ากว่าเครื่องจะเปิดมาพร้อมใช้นานขนาดไหน
  • แน่นอนว่าเมื่อซื้อเครื่องมาใหม่ๆ โปรแกรมอะไรก็แทบไม่มี การตั้งค่าก็ไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นความรวดเร็วย่อมมีมากกว่าเครื่องที่มีการใช้งานมาแล้ว

วิธีการแก้ปัญหา

Hardware

  • ลดความร้อนให้ตัวเครื่อง เบื่องต้นอาจจะต้องหมั่นทำความสะอาดตัวเครื่อง ปัดฝุ่นตามพัดลมระบายความร้อน ไปจนถึงฟินระบายความร้อนในตัวเครื่อง ทำความสะอาดอย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี
  • พีซีอาจจะเพิ่มพัดลมระบายความร้อน โน้ตบุ๊คอาจจะหา Cooling Pad ช่วยระบายความร้อน
  • ขั้นสูงมาหน่อยก็เปลี่ยนซีลีโคนระบายความร้อนซีพียูให้ดีขึ้น ยิ่งช่วยระบายความร้อนได้ดี เครื่องเราก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • สำหรับเครื่องที่ยังใช้ฮาร์ดดิสค์อยู่ อาจจะต้องลงทุนเปลี่ยนเป็น SSD แค่แบบ SATA ไม่ต้องถึงขั้น PCIe ก็ช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีขึ้นมาแล้วเปิดเครื่องไวในไม่กี่วินาที เปิดโปรแกรมเร็ว แม้พีซีเครื่องเก่า แค่เปลี่ยน SSD ก็เหมือนได้เครื่องใหม่แล้ว
  • ถ้าเครื่องยังทำงานช้าอยู่ โดยเฉพาะท่านที่ใช้โปรแกรมหนักๆหรือเปิด Chrome หลายแท็บที่ขึ้นชื่อเรื่องกินแรมถ้าใช้อยู่แค่ 4GB คงไม่แพ้ อย่างน้อยต้องเพิ่มเป็น 8GB ในปัจจุบันจะใช้งานเปิดโปรแกรมได้อีกเยอะ

Software

  • ลงเฉพาะโปรแกรมที่ยังใช้ หรือใช้บ้าง หากโปแกรมที่ไม่ได้ใช้เกินปีควรจะลบออก แต่เก็บตัวติดตั้งไว้ จะใช้ค่อยลงใหม่ดีกว่า เพราะว่าตัวติดตั้งคือไฟล์โปรแกรมที่ย่อแล้วโหลดลงใหม่ทีหลังก็ได้ โปรแกรมไหนไม่ได้ใช้ก็ลบซะ
  • หมั่น Disk Cleanup สม่ำเสมอเพื่อเคลือไฟล์ที่โหลดมา หรือแคชของตัววินโดวส์ ไปจนถึงไฟล์อัพเดทวินโดวส์ที่บางครั้งไฟล์อัพเดทก็กินพื้นที่หลาย GB เหลือเกิน
  • ถ้ายังใช้ HDD อยู่ ไม่ว่าจะลูกใหม่ลูกเก่า ก็ควรจะตัดเรียงไฟล์ในเครื่องใหม่บ้าง เริ่มจากลบไฟล์ที่เราไม่ใช้แล้วออก เหมือนเอาขยะออกจากบ้าน จัดเรียงเข้าโฟลเดอร์ให้ดีก่อน แล้วค่อยจัดเรียง(defragment)หลังสุด แต่ยิ่งฮาร์ดดิสค์ความจุเยอะยิ่งนาน รอจนเบื่อ โดยใช้ซอฟแวร์ของ Windows ก็ได้ หรือ Defraggler ของค่าย Piriform ก็ดี
  • ฝึกระมัดระวังการกดคลิกตามเว็บต่าง ๆ ติดตั้งเสริมโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้ทำงาน อาจติดไวรัสหรือโค้ดไม่พึงประสงค์ได้เครื่องอาจทำงานช้าขึ้น อาจะมีผลต่อไฟล์ทำงานด้วย เช่นถูกลบหรือเข้ารหัส
  • ใช้แอนตี้ไวรัส ที่เป็นของแท้ ของฟรีก็ได้ครับ สำคัญคือเราต้องทำตามข้อ 3 ก่อน และหมั่นอัพเดตเวอร์ชั่นให้สม่ำเสมอ ใครมีตังก็ลงทุนซื้อมาก็ได้ หรือถ้าคิดว่ามั่นใจพอว่าจะไม่กดอะไรไปเรื่อย จะไม่ติดตั้งพวกนี้ก็ได้ครับ แนะนำ Kaspersky, Norton, Bitdefender, Avast เลือกตัวเดียวนะครับ ห้ามลงหลายตัวพร้อมกัน
  • สุดท้ายวิธีที่คลีนสุดคือการลงวินโดวส์ใหม่ หรือถ้าเป็นโน้ตบุ๊คพีซีที่มาพร้อมวินโดวส์แท้ให้รีเซ็ตวินโดวส์เพื่อเป็นการล้างเครื่องใหม่หมด เป็นวิธีที่จัดการได้ดีที่สุด แนะนำควรทำทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี ข้อเสียคือต้องลงโปรแกรมหรือตั้งค่าวินโดวส์ใหม่นี่ละ

แล้วเมื่อไรละที่รู้ว่าไม่ไหวต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้ว

  • อายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป บางเครื่องยังฟิตอยู่ แต่อีกหลายเครื่องทำงานหนักมานาน พออายุเยอะๆแล้วก็มันจะทำอะไรไม่ค่อยไหว
  • หาอะไหล่อัพเกรทเครื่องเพิ่มไม่ได้ บางเครื่องก็ไม่ได้เก่ามาก แต่หาแรมใส่ หรือหาพัดลมซีพียูมาเปลี่ยนไม่ได้แล้ว
  • ลองปรับแต่ง ล้างวินโดวส์ ปัดฝุ่นตัวเครื่องตามที่แนะนำมาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น
  • โปรแกรมที่ต้องการใช้งาน หรือเกมที่กินสเปคมาก เครื่องเก่าอาจจะไม่ไหว และไม่เหมาะกับการอัพเกรทเท่าไร เช่นเปลี่ยนซีพียูและต้องเปลี่ยนอุปกรณ์อื่นตาม ซื้อใหม่ดีกว่า

สุดท้ายปัญหาที่พีซีของเราช้าลงก็มักจะอยู่ที่มือของเรานี่ละครับ เพราะมักจะไปติดตั้งโปรแกรมอะไรก็ไม่รู้ และก็ไม่ได้ลบ ไม่ได้ทำความสะอาดเครื่องทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ แม้จะเป็นเครื่องใหม่ก็มีโอกาสทำงานช้าลงได้เช่นกัน หมั่นดูแลพีซีของเรา เพื่อให้อยู่กับเราไปนานๆและทำงานได้เหมือนออกมาจากร้านวันแรก ทุกท่านทำเองได้ไม่ยากครับ

from:https://notebookspec.com/did-you-know-why-does-the-pc-run-slower/518893/

ฟรี! download Cursor สวยนับร้อยแบบ ใช้ได้ทุกโอกาส Extension บน Chrome

คิดว่าหลายต่อหลายคน อาจจะเริ่มเบื่อกับการใช้เคอร์เซอร์ หรือที่เรียกว่าลูกศรชี้เมาส์ ที่มีแต่แบบเดิมๆ แม้ว่า Windows 10 จะมีให้ปรับเปลี่ยนบ้าง แต่นั่นก็ดูจะยังเชยๆ ซึ่งบางทีก็อยากจะเปลี่ยนไปดูแตกต่าง กิ๊บเก๋บ้างไรบ้าง ข่าวดีคือ เวลานี้ใครที่ใช้ Google Chrome อยากให้ลอง Extension ที่เรียกว่า Custom Cursor ซึ่งมีให้ download cursor ที่ดูเท่สวยเก๋ไม่ซ้ำใคร มาให้ได้ใช้กัน ที่สำคัญคือ ฟรี! ย้ำว่า Free ไม่มีค่าใช้จ่าย จะนำไปใช้งานไหนๆ ก็เลือกปรับแต่งได้สนุก

download cursor
download cursor

วิธีใช้ก็ง่ายมาก แค่เพียงเปิดใช้งาน Google Chrome จากนั้น Search คำว่า Custom Cursor download ก็จะมีลิงก์มาให้ดาวน์โหลดกัน หรือดาวน์โหลดผ่านลิงก์นี้ คลิ๊ก

download cursor

เมื่อลิงก์นี้ปรากฏขึ้น ก็คลิ๊กแล้วเข้าไปดาวน์โหลดกันได้เลย

download cursor

หน้าแรกหลังจาก download cursor ที่เป็น Extension มาติดตั้งไว้แล้ว ก็จะมีเคอร์เซอร์ ที่เป็นคอลเลคชั่นให้เลือกอยู่ราวๆ 30-40 แบบ วิธีใช้คือ คลิ๊กเลือกอันที่ต้องการระบบจะทำการเปลี่ยนให้ในทันที

download cursor

ส่วนถ้าต้องการขยายขนาดของเคอร์เซอร์ ให้ใหญ่หรือเล็กตามต้องการ ก็ให้เลือกสไลด์บาร์ที่อยู่ด้านบน กรณีขยายใหญ่ให้เลื่อนไปทางขวา ต้องการให้เล็กลง เลื่อนไปทางซ้าย

download cursor

แต่ถ้ารู้สึกว่ายังมีน้อยเกินไป ก็สามารถคลิ๊กที่ปุ่ม More Cursor ที่อยู่ด้านล่าง เพื่อลิงก์เข้าไป download cursor ใหม่ๆ เพิ่มเติมได้อีกเป็นร้อยแบบ

download cursor

ด้านบนนี้คือตัวอย่างของ เคอร์เซอร์ ที่มีเพิ่มเติมให้เป็นคอลเลคชั่น สามารถเลือกใช้งานได้ตามโอกาส ไม่ว่าจะใช้เอง ให้ลูกหลานได้เล่น ใช้ในการพรีเซนเทชั่นหรือจะใช้ในวันสบายๆ ก็จัดการได้เองสนุกสนาน

ด้านบนนี้เป็นวีดีโอแนะนำ download cursor ที่เป็น Extension บน Google Chrome ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ ได้ ย้ำอีกครั้งว่า ฟรี!

from:https://notebookspec.com/free-download-cursor-extension-on-chrome/530890/

5 วิธี ค้นหา ภาพ ไฟล์ วีดีโอลับ Windows Search บน Windows 10 หาง่าย อะไรก็เจอ

Windows Search หรือฟีเจอร์การ ค้นหา บน Windows 10 เป็นอีกคุณสมบัติที่หลายคนใช้งานบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่การ ค้นหาไฟล์ หรือโฟลเดอร์ รูปภาพ ที่ต้องการเท่านั้น แต่ระบบ Search Windows 10 ยังรวมเอาการค้นหาแอพฯ เว็บไซต์ บุคคล รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่มีการค้นหากันในชีวิตประจำวัน โดยที่วินโดวส์ที่อัพเดตใหม่ล่าสุด ก็ยังได้รับการปรับปรุงให้มีรูปแบบการค้นหาข้อมูลได้หลากหลาย แบบที่แทบจะไม่ต้องเปิดเว็บเบราวซ์เซอร์ เพื่อหาสิ่งที่คุณต้องการ แต่ด้วย Windows 10 Search นี้ ก็ช่วยให้คุณทำได้เช่นกัน ด้วยการ ค้นหา (Search) ทั้ง 7 รูปแบบนี้ จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

windows search

ถ้าคุณใช้ Windows 10 Build ตั้งแต่ในช่วงกลางปีที่แล้ว ก็สามารถใช้งานได้ เริ่มต้นการค้นหา สิ่งต่างๆ บนวินโดวส์ได้ด้วยการ กดปุ่ม Win+S เพื่อเปิดหน้าต่าง Search ขึ้นมา

windows search

1.ค้นหาทุกอย่าง
ในกรณีที่คุณคิดไม่ออก ว่าต้องการหาไฟล์ หรือรูปภาพ และสิ่งอื่นใด คุณอาจจะไม่สามารถเลือกตัวกรองได้ หรือเป็นการค้นหาแค่คำที่ตรงกับที่ต้องการ เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows Search นี้ แล้วพิมพ์ คำที่ต้องการ ลงไปในช่อง Search ที่บริเวณด้านล่างได้เลย สิ่งที่ได้จะปรากฎอยู่ตรงแถบด้านซ้ายของหน้าต่าง อยากได้ผลลัพธ์แบบไหน ก็คลิ๊กเมาส์เลือกได้เลย หรือจะใช้ปุ่มลูกศรในการเลือกก็ได้ เป็นรูปแบบพื้นฐานในการใช้งานโหมดค้นหานี้

windows search

2.ค้นหาแอพฯ Apps
เคยเจอกันมั้ยครับ ลงโปรแกรมหรือติดตั้งแอพฯ ไปแล้ว หาไม่เจอ ไม่รู้ไปอยู่ตรงไหน เพราะว่าบางครั้งโปรแกรม ถูกซ่อนด้วยโฟลเดอร์ของโปรแกรมอีกทีหนึ่ง และเป็นคนละชื่อ ทีนี้ก็ส่องเข้าไปสิ อย่างกับเล่นซ่อนหา แต่บน Windows 10 แค่เปิดหน้าต่าง Search ขึ้นมา จากนั้นไปแตะเลือกที่ Apps บริเวณแถบด้านบน แล้วใส่ชื่อแอพฯ ที่กำลังค้นหา ในช่อง Search ด้านหลัง apps: … เท่านี้ก็เจอแล้ว

windows search

3.ค้นหาเอกสาร Document
เข้าใจนะครับว่าแค่ผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป ทำงานบ้าง ดูหนัง ฟังเพลง ไฟล์ในชีวิตประจำวันก็เยอะอยู่แล้ว คนที่ต้องทำงาน ไปเรียน ก็ต้องมีไฟล์เอกสารเยอะเป็นธรรมดา ถ้าไม่เก็บให้เป็นระบบระเบียบดีๆ ก็ยิ่งหายาก แต่ในกรณีที่คุณนึกไม่ออกจริงๆ ว่าไฟล์ที่เก็บไว้อยู่ไหน ไม่ว่าจะเป็น .txt, doc, xls หรือ ppt ก็ตาม ให้ใช้หน้าต่าง Search แล้วเลือกที่ Document แถบด้านบน จากนั้นใส่ชื่อ เอกสาร หรือคำที่คาดว่าอยู่ในชื่อของไฟล์เอกสารเหล่านั้น เมื่อเจอแล้วกด Enter ได้เลย

windows search

4.ค้นหาอีเมล์ email
ไม่ใช่แค่ไฟล์ทั่วไป แต่ระบบ Search ยังค้นหาอีเมล์ได้อีกด้วย โดยการเปิดหน้าต่าง Search แล้วคลิ๊กที่เมนู More จากนั้นเลือก Email แล้วใส่คำค้นเกี่ยวกับอีเมล์เหล่านั้น โดยระบบจะซิงก์กับอีเมล์ที่ลงทะเบียนเอาไว้ เช่น Mail หรือ Outlook เป็นต้น

5.ค้นหา Music, Photo และ Video
จะคล้ายๆ กับการค้นหาสิ่งต่างๆ ก่อนหน้านี้ เพียงแต่เลือกตัวกรองให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกที่ Music, Photo หรือ Video จากนั้นพิมพ์ชื่อที่ต้องการค้นหาลงไปในช่อง Windows Search เมื่อสิ่งที่ต้องการปรากฏขึ้นช่องทางด้านซ้าย ก็ให้กดปุ่มลูกศรเลือก แล้วกด Enter หรือใช้เมาส์คลิ๊กก็ได้เช่นกัน

from:https://notebookspec.com/5-easy-windows-search-on-windows-10/530871/

Tips – 12 คีย์ลัด 2020 ปุ่ม Win ลดเวลา ไม่ต้องคลิ๊กเมาส์ เมนูลัด 2020 บน Windows 10

จัดให้เกือบครบกันแล้ว สำหรับ คีย์ลัด ที่ว่ากันตั้งแต่ Ctrl, Shift และ Alt จนมาล่าสุด ปุ่ม Windows หรือ ปุ่ม Win ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ก็เป็นอีกปุ่มหนึ่งที่มีบทบาทหลายหน้าที่ เมื่อนำมาใช้คู่กับปุ่มอื่นๆ จัดได้ว่า สารพัดประโยชน์เลยทีเดียว ที่สำคัญใช้ง่าย ใกล้มือ มีทั้งช่วยการเปิดโปรแกรม ซูมขยายหน้าจอ ล็อคหน้าจอ จับภาพ และอื่นอีกเพียบ ซึ่งในครั้งนี้จัดมาให้ถึง 12 ปุ่มด้วยกัน จำได้ครึ่งหนึ่ง ก็ถือว่าคุณลดเวลาในการทำงานได้เยอะทีเดียวในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องคลิ๊กให้เมาส์สึก

คีย์ลัด

Win + Tab = คีย์ลัด เปิดดูแท็ปที่มีบนเดสก์ทอปเดิม และสร้างเดสก์ทอปใหม่
Win + D = ซ่อนทุกหน้าต่างโปรแกรมมาอยู่ในทาส์กบาร์
Win + E = เปิด File Explorer หรือ My Computer
Win + ลูกศรซ้าย = ย้ายหน้าต่างโปรแกรมที่ใช้อยู่ ให้มาชิดด้านซ้าย
Win + Shift + S = จับภาพหน้าจอแบบเลือกพื้นที่ได้เอง
Win + เครื่องหมาย + หรือ – = ซูมขยายหรือย่อหน้าจอ ด้วย Magnifier
Win + I = เข้า Windows Settings
Win + L = Lock หน้าจอคอม
Win + G = คีย์ลด บันทึกหน้าจอขณะเล่นเกม Game Mode
Win + X = เปิดเมนูลัด
Win + ตัวเลข 1,2,3… = แสดงหน้าต่างโปรแกรมที่ตั้งเอาไว้
Win + PrtScn = จับภาพหน้าจอ แล้วบันทึกลงในโฟลเดอร์ Screenshot อัตโนมัติ

from:https://notebookspec.com/tips-12-hotkey-2020-win-key-windows-10/530524/

โน้ตบุ๊กใหม่ ไม่ต้อง! เพิ่มความเร็ว เล่นเกมลื่น คืนชีพโน้ตบุ๊กเก่า ฟรี! แค่ 6 ข้อนี้ ปี 2020

ช่วงนี้เกมเมอร์หลายคนเริ่มบ่นกันเยอะ เกมใหม่ออกมา แต่ว่ากินสเปคหนักเอาเรื่อง แม้ว่าจะเป็นเกมเดิมๆ แต่พออัพแพทช์ ก็ต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น ยิ่งเป็นคนที่ใช้โน้ตบุ๊กเก่า จะเอามาเล่นเกม ก็ติดคิดแล้วคิดอีก วันนี้เอาใจคนที่ใจรักโน้ตบุ๊กเครื่องเดิม ด้วยการ เพิ่มความเร็ว ให้กับการเล่นเกม รวมถึงการรีดเฟรมเรต ให้เล่นได้ลื่นขึ้น ด้วย 6 ข้อ ที่ทำได้ง่ายๆ และฟรี อีกด้วย

เพิ่มความเร็ว

1.อัพเดตไดรเวอร์ล่าสุด และปรับตั้งค่าในไดรเวอร์ให้เหมาะสม
วิธีที่ง่ายที่สุดในการ เพิ่มความเร็ว ในการเล่นเกมบนโน้ตบุ๊ก ที่สามารถทำได้ทันทีก็คือ การอัพเดตไดรเวอร์การ์ดจอ เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ เพราะทางผู้พัฒนา จะทำการปรับปรุงและ Optimize ให้เข้ากับเกมและ GPU ให้ดียิ่งขึ้น และอย่าลืม ปรับค่าต่างๆ เช่น ในไดรเวอร์ nVIDIA ในส่วนของ Image Settings with Preview โดยการตั้งค่า FXAA หรือ AA Mode
ที่เป็นโหมดการลดรอยหยัก แม้จะให้ภาพที่นุ่มนวลและสวย แต่ก็ทำให้เฟรมเรตลดลงได้เช่นกัน นอกจากนี้ให้เข้าไปที่ Adjust image settings with preview ในแถบสไลด์บาร์ ปรับไปที่ Performance เพื่อให้ระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่เน้นประหยัดพลังงาน

เพิ่มความเร็ว

2.อย่าลืมเสียบชาร์จไฟขณะที่เล่น
เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคอเกมที่ต้องการให้ซีพียูและการ์ดจอบนโน้ตบุ๊กทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากการปรับแต่งไดรเวอร์และ Windows ให้อยู่ในโหมด High Performance แล้ว ก็ต้องเสียบชาร์จไฟ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้ตามเงื่อนไข ไม่ลดความเร็วลงมา จนมีผลกระทบต่อการเล่นเกม

เพิ่มความเร็ว

3.ตั้งค่าใน Power options ให้ระบบทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพ
โดยปกติระบบบน Windows จะตั้งค่าการใช้พลังงานเป็นแบบ Balanced คือ ให้สมดุลในแง่ประสิทธิภาพและการประหยัดไฟ เพราะความเป็นโน้ตบุ๊ก แต่ถ้าต้องการรีดประสิทธิภาพออกมาสุดๆ ก็ต้องปรับให้เป็น Performance เพราะการเล่นเกมส่วนใหญ่ ก็ต้องต่อไฟชาร์จอยู่แล้ว ยกเว้นไปเล่นข้างนอก แล้วไม่มีปลั๊กให้ต่อ ก็อาจจะต้องเลือกประหยัดไฟ วิธีการง่ายมาก เข้าไปที่ Power Options จากนั้น ให้เลือกเป็น High Performance หรือถ้าไม่เห็นฟังก์ชั่นนี้ ให้คลิ๊กที่ Create a power plan จากนั้นใส่เครื่องหมายที่ High Performance แล้คลิ๊ก Ok

เพิ่มความเร็ว

4.ทำให้โน้ตบุ๊กเย็นลง
เนื่องจากซีพียูมี State ระดับความเร็วในการทำงาน เพื่อป้องกันความร้อนที่อาจสูงเกินไป และเมื่อความร้อนสูง ระบบก็จะลดความเร็วลงมาอัตโนมัติ ดังนั้นการช่วยให้โน้ตบุ๊กสามารถระบายความร้อนได้ดี เช่น ไม่มีสิ่งกีดขวางช่องทางลมเข้าออก หรือการใช้ Cooling pad หรือการทำให้บริเวณด้านใต้โน้ตบุ๊กยกตัวสูงขึ้น ก็มีส่วนช่วยในการระบายความร้อน และยังส่งผลต่อการใช้งานในระยะยาวอีกด้วย

เพิ่มความเร็ว

5.ปิดเอฟเฟกต์ของ Windows ลดการใช้ทรัพยากรระบบ
เป็นอีกหนึ่งวิธีในการ เพิ่มความเร็ว ให้กับโน้ตบุ๊ก โดยไปที่ Control Panel > System and Security > System เลือกที่ Advance system settings ที่เมนูด้านซ้าย จากนั้นไปที่แท็ป Advanced และคลิ๊กที่ Settings… ในหน้า Visual Effects ให้ใส่เครื่องหมายหน้า Adjust for best performance หรือเลือก Custom แล้วปิด Effect ที่เป็นแอนิเมชั่นของ Windows ให้หมด สิ่งที่ได้ก็คือ ประสิทธิภาพของระบบจะดีขึ้น แต่ก็แลกมาด้วย เอฟเฟกต์สวยๆ ของ Windows จะหายไป แต่เมื่อเลิกเล่นเกม ก็กลับมาเปิดใช้งานใหม่ได้ เหมาะทั้งโน้ตบุ๊กที่แรง และไม่แรง

เพิ่มความเร็ว

6.ใช้ซอฟต์แวร์ของโน้ตบุ๊ก
ซอฟต์แวร์บนโน้ตบุ๊ก เป็นของฟรี และมักมีอยู่บนเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก รุ่นใหม่ๆ หรือโน้ตบุ๊กในกลุ่มนี้ ที่มีให้ใช้กันมานานพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น Lenovo, ASUS, MSI หรือ Acer และ HP ก็ตาม ซึ่งคุณสามารถนำมาปรับแต่งให้สอดคล้องกับการใช้งานได้ วิธีที่ง่ายก็คือ ปรับตามโพรไฟล์ที่มีมาให้ เช่น Gaming, Web, Cinema หรือว่าบางรุ่นมีให้ปรับจูนความเร็วและรอบพัดลม เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

from:https://notebookspec.com/5-increase-performance-gaming-notebook/530239/

หลุด! Disk Management โฉมใหม่ Windows 10 resize, create, delete ใช้ง่าย บน Build ใหม่ล่าสุด

Disk Management จัดว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญอีกอันหนึ่ง ที่ช่วยจัดการฮาร์ดดิสก์ SSD และบรรดา Storage ต่างๆ ภายในคอม อยู่บน Windows มายาวนาน แต่หลายคนก็มักจะหาโปรแกรมจัดการพาร์ทิชั่น ที่เป็นแบบ 3rd party ที่เป็นโปรแกรมเสริมมาลงไว้ เนื่องจากมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์มากกว่า รวมถึงใช้งานง่าย แทนการใช้ฟีเจอร์ที่มากับ Windows 10 นี้ แต่ล่าสุด มีภาพของ Disk Management ตัวใหม่ ที่อ้างว่าจะมากับ Build 20175 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด น่าใช้กว่าเดิมมากมาย อีกทั้งมีฟีเจอร์แบบที่ไม่ต้องไปหาดาวน์โหลดโปรแกรมอื่นๆ มาใช้Disk Management จัดว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญอีกอันหนึ่ง ที่ช่วยจัดการฮาร์ดดิสก์ SSD และบรรดา Storage ต่างๆ ภายในคอม อยู่บน Windows มายาวนาน แต่หลายคนก็มักจะหาโปรแกรมจัดการพาร์ทิชั่น ที่เป็นแบบ 3rd party ที่เป็นโปรแกรมเสริมมาลงไว้ เนื่องจากมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์มากกว่า รวมถึงใช้งานง่าย แทนการใช้ฟีเจอร์ที่มากับ Windows 10 นี้ แต่ล่าสุด มีภาพเวอร์ชั่นใหม่ ที่อ้างว่าจะมากับอัพเดตที่ใกล้เข้ามา น่าใช้กว่าเดิมมากมาย อีกทั้งมีฟีเจอร์แบบที่ไม่ต้องไปหาดาวน์โหลดโปรแกรมอื่นๆ มาใช้

Disk Management

สำหรับDisk Management ใหม่นั้น คาดว่าจะมาพร้อมกับ Windows 10 Build ล่าสุด ที่ใกล้จะมีอัพเดตในไม่ช้านี้ โดยฟีเจอร์ดังกล่าวจะถูกซ่อนเอาไว้ สามารถเข้าถึงได้ใน “Manage Disks and Volumes” ตามลิงก์นี้ Settings > Storage และจะอยู่ใน Microsoft’s UWP principles

Disk Management

ในหน้าแรกของ Disk Management จะมีรายการของ Disk และ Drive ที่อยู่ภายในเครื่อง ในตัวอย่างนี้ จะมีเพียง 1 Disk แต่มี 2 Drive รวมถึง 2 unlabelled และพาร์ทิชั่น Recovery อีกหนึ่ง

Disk Management

และเมื่อเลือกที่ Volume ก็จะเห็นตัวเลือก 2 อย่างคือ Explorer และ Properties หากเลือกที่ปุ่ม Explorer จะเป็นการเปิดดูพาร์ทิชั่นของดิสก์นั้นๆ ในหน้าต่างของ File Explorer ส่วนถ้าเลือกแบบที่สองหรือ Properties จะให้คุณสามารถจัดการ Volume ในไดรฟ์ได้

Disk Management

แต่ถ้าต้องการจัดเรียง Drive letters ใหม่ จะมีเครื่องมือที่ช่วยในการเปลี่ยนชื่อไดรฟ์ แค่เลือก Volume ที่ต้องการและเปิดไปที่ Properties และคลิ๊กเพื่อเข้าไปที่ “Change Drive Letter” ในหน้าของเมนูดรอปดาวน์ จะสามารถเลือก Drive Letter ก็จะเหมือนแบบเดิมก็คือ ตัวอักษรที่ไม่ได้ใช้อยู่บนไดรฟ์อื่นเท่านั้น ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

Disk Management

และในหน้านี้ยังมีภาพกราฟิกของความจุบนพื้นที่การเก็บข้อมูลที่มีอยู่ในคอม และถ้าต้องการปรับเปลี่ยนความจุ ให้เลือก “Change Size” ก็จะมี Popup ที่ระบุความจุของดิสก์ไดรฟ์ปรากฏขึ้นมา คุณสามารถเลือก Shrink เพื่อจัดสรรพื้นที่ว่างที่เหลืออยู่ได้ตามปกติ

Disk Management

การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นใหม่บน Disk Management นี้เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น และยังดูเป็นเพียงฟังก์ชั่นเล็กน้อย หากเทียบกับโปรแกรมอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี ก็เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจในการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ส่วนของ Windows 10 ที่จะได้รับการอัพเกรดต่อไป

ที่มา: DiskManagement Windows 10

from:https://notebookspec.com/leak-new-disk-management-windows-10/530479/

โน้ตบุ๊คมันมีดีกว่าพีซีตรงไหน ทำไมไม่ประกอบพีซีไปเลยละ

บ่อยครั้งที่ทีมงานได้เห็นผู้ใช้ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ถามว่าซื้อโน้ตบุ๊คงบเท่านั้น งบเท่านี้ แล้วก็จะมีบางท่านเข้ามาคอมเมนท์ว่าทำไมไม่ซื้อพีซีไปเลยดีกว่าละ แรงกว่าเยอะ โดยเฉพาะสายงบน้อย ซึ่งอาจจะดูเป็นคำตอบที่ดูกวนโอ้ย แต่บางท่านที่ไม่เคยใช้โน้ตบุ๊คก็จะไม่ทราบว่าโน้ตบุ๊คมันมีจุดเด่นของมัน วันนี้ทีมงานเลยจะขอพาทุกท่านไปรู้จักโน้ตบุ๊คที่ดีกว่าพีซีกันให้มากขึ้นครับ

ก่อนอื่นออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้มาชวนทะเลอะนะครับว่าโน้ตบุ๊คดีกว่าพีซี แค่อยากจะแนะนำจุดเด่นที่โน้ตบุ๊คต่อให้ราคาถูก แต่ก็ยังมีจุดเด่นที่เหนือกว่าพีซีไม่ว่าจะเป็น

พกพาได้สะดวก

จุดเด่นหลักของโน้ตบุ๊คเลยก็คือขนาดที่พกพาสะดวก มีจอภาพมีแบตเตอรี่ในตัว สามาถพกพาไปทำงานที่ไหนก็ได้ ทำงานเสร็จแล้วก็แค่ปิดจอ และก็ยกกลับบ้าน หรือพกพาไปทำงานที่อื่นก็สะดวก ขณะที่พีซีมันไม่ได้ออกแบบมาให้พกพาได้ ถึงแม้จะมีบางท่านบอกว่าก็แค่ถอดสายก็ยกเคสไปไหนต่อไหนได้แล้ว แต่มันก็ไม่ได้มีความสะดวกเลย จะยกเคสพีซีพร้อมจอไปนั่งทำงานใน Starbuck ก็ยังไงอยู่นะ

จอภาพในตัว

โน้ตบุ๊คมาพร้อมจอภาพทุกเครื่อง จะ 1 จอ 2 จอก็แล้วแต่ ซึ่งมันทำให้เราทำงานได้สะดวกมากเพียงแค่เปิดจอภาพขึ้นมา และสเปคจอโน้ตบุ๊คเอง แม้จะเลือกสเปคความต้องการจอไม่ได้ แต่ก็มีสเปคที่ดีไม่แพ้จอภาพต่อแยกเลย บางรุ่นมีจอภาพดีกว่าจอภาพแยกราคาแพงเสียอีก และถ้าจอที่ติดมาไม่พอ ก็ยังสามารถต่อจอภาพภายนอกได้ด้วย ส่วนพีซีเครื่องประกอบต้องซื้อจอภาพเอง ซึ่งส่วนใหญ่ราคาที่ระบุตามเครื่องประกอบจะไม่รวมจอภาพ

แบตเตอรี่ในตัว

พีซีจำเป็นต้องมี UPS เพื่อไว้สำรองไฟเวลาไฟตกไฟดับ แต่สำหรับโน้ตบุ๊คจะมีแบตเตอรี่ติดมาให้ในตัว ไม่ได้แค่พอสำรองไฟเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้งานได้เป็นชั่วโมงสบายๆ ทำให้สามารถใช้โน้ตบุ๊คที่ไหนก็ได้ แม้ไม่มีปลั๊กไฟ จะในป่า ชายทะเล หรือที่ไหนๆก็สามารถเปิดโน้ตบุ๊คใช้งานได้ทันที

แน่นอนว่าประสิทธิภาพของโน้ตบุ๊คในงบประมาณที่เท่ากัน อาจจะสู้พีซีไม่ได้ แต่มันก็มีจุดเด่นที่คุ้มค่าของมัน ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊คระดับหมื่นต้นๆ ที่อาจจะทำอะไรไม่ได้มากไปว่าพิมพ์งานเล่นเน็ต แต่ก็พกพาไปทำงานข้างนอกได้ ขณะที่ถ้าเป็นพีซีอาจจะเล่นเกมได้สบาย แต่ก็ไม่สามารถพกพาไปไหนได้

ถ้าท่านเป็นเซล หรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องเดินทาง หรือไปทำงานที่ออฟฟิต หรือมหาลัยโน้ตบุ๊คคือคำตอบของท่านแน่นอน แต่ถ้าเน้นสเปคแรงเพื่อการเล่นเกม และไม่ได้เดินทางบ่อย หรืออาจจะมีโน้ตบุ๊คทำงานอยู่แล้ว พีซีคือทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมารของท่านด้วยครับ

from:https://notebookspec.com/notebooks-are-better-than-pc-where/518803/