คลังเก็บป้ายกำกับ: BANK

ธนาคารญี่ปุ่นกำลังจะเลิกใช้ Hanko เพื่อลดภาระเอกสารและผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล

ใครที่รู้จักประเทศญี่ปุ่นและคุ้นเคยกับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นมาบ้าง อาจจะรู้จักกับการใช้ “ตราปั๊ม” หรือ Hanko ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่นเพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมอะไรก็ต้องใช้ตราปั๊มนี้

ภาพจาก Shutterstock

Hanko หรือตราปั๊มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นนั้น เป็นวัฒนธรรมที่นำเข้ามาจากจีนในยุค Kamakura (1185-1333) ซึ่งตอนแรกจะใช้ในกลุ่มคนชั้นสูงเช่นโชกุน แต่เริ่มมาแพร่หลายใน ยุค Edo (1603-1868) ซึ่งญี่ปุ่นมีกฎหมายรับรอง Hanko ตั้งแต่ปี 1873 ทำให้ Hanko เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคนญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

Hanko นั้นมีขายที่หลากหลายรูปแบบและราคา ตั้งแต่ทำจากยางที่หาซื้อได้จากร้านร้อยเยน ไปจนถึงทำจากไม้หรือเขาวัวควายที่มีราคาสูงกว่า 20,000 เยน ซึ่งโดยมากคนญี่ปุ่นจะมี Hanko ทั้งหมด 3 แบบ คือ Jitsuin สำหรับสัญญาสำคัญเช่นซื้อบ้าน, Ginkoin สำหรับทำธุรรมทางการเงินกับธนาคาร และ Mitomein สำหรับงานทั่ว ๆ ไป เช่นเซ็นสัญญารับส่งของดิลิเวอรี่ ดังนั้น Hanko จึงถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะต้องใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรม

ในขณะที่จีนซึ่งเป็นต้นตำรับของ Hanko ก็มี QR Code ใช้จ่ายเงินกันอย่างแพร่หลายแล้ว จึงเป็นที่น่าสนใจมากว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยอย่างญี่ปุ่นยังมั่นคงในการใช้ตราปั๊มมาอย่างยาวนาน

Alipayในร้านค้าญี่ปุ่น

การใช้ตราปั๊มในญี่ปุ่นซึ่งเป็นสิ่งตกทอดในอดีตที่ปัจจุบัน เริ่มกลายเป็นสิ่งสร้างภาระทางการดูแลเอกสาร และสร้างกำแพงในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในยุคฟินเทคที่การเงินควรจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น Tomoyuki Shiraishi คนงานก่อสร้างใน Kurashiki อายุ 24 ปีกล่าวถึง Hanko ว่า “มันยุ่งยากไปที่ต้องนำ Hanko และทำเอกสารเพียงแค่จะถอนเงินจากสาขาของธนาคาร”

ตอนนี้ทางธนาคารหลายแห่งของญี่ปุ่นจึงเริ่มหาทางเลิกใช้วิธียืนยันตัวตนด้วย Hanko เพื่อลดต้นทุนงานเอกสาร รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และทำให้คนยุคดิจิทัลเข้าถึงการเงินการธนาคารได้ง่ายขึ้น

เลิกใช้ Hanko เพื่อผลักดันธนาคารสู่ยุคดิจิทัล

Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. หรือ MUFG สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้เปิดให้บริการบัญชีแบบไม่ต้องใช้ Hanko หรือสมุดบัญชีแล้ว รวมถึงตอนนี้ MUFG ก็เริ่มปรับปรุงเครือข่ายสาขาเพื่อนำคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและวิดีโอมาแทนที่พนักงานฝากถอน

Bank of Tokyo Mitsubishi UFJ หน่วยธนาคารของ MUFG สาขา Shinsaibashi

เป้าหมายในการปรับตัวของ MUFG ก็เพื่อให้ลูกค้าปรับตัวเข้ากับดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินบนอุปกรณ์ของตัวเองได้ โดย MUFG ตั้งเป้าปรับรูปแบบสาขากว่า 100 แห่งในประเทศเป็นรูปแบบใหม่ภายในปี 2024 ซึ่ง MUFG ยังวางแผนจะลดจำนวนสาขาที่มีเคาน์เตอร์แบบดั้งเดิมลดลงให้ได้ครึ่งหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจาก MUFG แล้ว Resona Holdings Inc. สถาบันการเงินอีกแห่งของญี่ปุ่นก็ประกาศให้ลูกค้าเปิดบัญชีแบบไม่ต้องใช้ Hanko ได้แล้วใน 600 สาขาของธนาคาร

การผลักดันญี่ปุ่นสู่ยุคดิจิทัลนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ซึ่งตอนนี้กำลังร่างกฎหมายเพื่อให้บริการของรัฐใช้ออนไลน์ได้ด้วย

เงินเยนญี่ปุ่น

แต่การจะทดแทนระบบเก่า ๆ ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก โดย Takayuki Ogura ผู้อำนวยการหน่วยธนาคารของ MUFG ระบุว่า MUFG ก็ต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการโน้มน้าวรัฐบาลท้องถิ่นกว่า 450 ชุดในการประมวลผลระบบจ่ายภาษีให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์

แต่ Hanko คงยังไม่หายไปเร็ว ๆ นี้

แม้ธนาคารหรือองค์กรเอกชนญี่ปุ่นต่างก็เล็งเห็นความยุ่งยากในการจัดการเอกสาร แต่ฝั่งราชการของญี่ปุ่นก็ยังคงรักษามาตรฐานการใช้งาน Hanko ไว้อย่างเหนียวแน่น หรือธุรกิจขนาดเล็กก็ยังเรียกใช้ Hanko สำหรับสัญญาหลาย ๆ อย่าง ไปจนถึงการแต่งงานหรือการเป็นเจ้าของบ้านก็ยังต้องใช้ตราปั๊มนี้

Keiichi Fukushima ช่างแกะสลักที่ได้รับใบอนุญาต และเป็นทายาทรุ่นที่สี่ของร้านขาย Hanko ใน Ueno ระบุว่า ทุกวันนี้ผู้ปกครองยังซื้อ Hanko แบบทำมือให้เด็ก ๆ ตอนที่มีอายุที่เหมาะสม และนักท่องเที่ยวก็มักจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกด้วย ตอนนี้ธุรกิจการทำ Hanko นี้มีมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และยังมีโอกาสที่ต้องใช้ Hanko อีกมากในชีวิตของคนญี่ปุ่น

Minami Yoshida เสมียนบัญชีวัย 26 ปีจากบริษัทแห่งหนึ่งใน Kawasaki ระบุว่า ก่อนหน้าที่เธอจะจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ได้ เธอต้องปั๊มตรายางลงแบบฟอร์มใบโอนเงินด้วย Hanko ของบริษัท และนำแบบฟอร์มส่งธนาคารเพื่อประมวลผล ซึ่ง Yoshida เห็นว่ามันไร้ประสิทธิภาพมาก ซึ่งเธอไม่ได้อยากจะใช้ Hanko ในหลาย ๆ โอกาสที่มากเกินไป

ภาพจาก Shutterstock

สรุป

ตอนนี้ธนาคารญี่ปุ่นต่างก็พยายามปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัล โดยการเลิกใช้ Hanko ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีลดภาระงานด้านเอกสารลง ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ฟินเทคเข้าถึงการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นได้ดีขึ้น แต่กับงานราชการอาจต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ

ที่มา – Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hanko-will-no-loger-required-by-japanese-bank-to-reduce-paperworks-and-push-japan-to-digital/

โฆษณา

ผู้บริหารของ Deutsche Bank และ Commerzbank กลับมาหารือในประเด็นควบรวมกิจการอีกครั้ง

หลังเราเห็นธนาคารในไทยอย่าง TMB และ ธนชาต กำลังจะควบรวมกิจการ ที่เยอรมันก็กำลังจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเช่นกันระหว่าง Deutsche Bank กับ Commerzbank

ธนาคารดอยซ์แบงก์ – ภาพจาก Shutterstock

หลังจากมีข่าวลือในการควบรวมกิจการมาสักพัก ล่าสุดสื่อต่างประเทศหลายสำนักได้รายงานข่าวว่าผู้บริหารของ Deutsche Bank และ Commerzbank กลับมาหารือในประเด็นของการควบรวมกิจการอีกครั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งธนาคารทั้ง 2 ต่างเป็นธนาคารใหญ่และยังเป็นคู่แข่งซึ่งกันและกันอีกด้วย

โดยข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สอดคล้องกับความเห็นของ Olaf Scholz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเยอรมันที่มองว่าต้องการที่จะเห็นธนาคารที่แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่ง Commerzbank นั้นมีรัฐบาลเยอรมันถือหุ้นอยู่ 15% นอกจากนี้ยังมี Hedge Fund ที่ถือหุ้นธนาคารทั้ง 2 อย่าง Cerberus Capital Management ได้เสนอให้ควบรวมกิจการกันด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารของเยอรมันทั้ง 2 ประสบปัญหาเรื่องของการทำกำไร เนื่องจากงบการเงินที่อ่อนแอและไม่ฟื้นตัวหลังจากวิกฤติการเงิน และยังรวมไปถึง เงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่แย่กว่าธนาคารอื่นๆ ทำให้ประสบปัญหาการทดสอบจำลองของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ทดสอบว่าธนาคารสามารถผ่านช่วงวิกฤติได้หรือไม่ ซึ่งพบว่าโดยเฉพาะ Deutsche Bank นั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ดีการควบรวมกิจการของธนาคารทั้ง 2 นี้อาจวัดใจไม่เพียงแค่รัฐบาลของเยอรมันเท่านั้น แต่ยังวัดใจคณะกรรมาธิการของยุโรปว่าจะให้ดีลนี้ผ่านหรือไม่ ถ้าหากมีการควบรวมกิจการกันจริงๆ เนื่องจากถ้าหากควบรวมแล้วอาจทำให้ธนาคารใหม่ที่ควบรวมนั้นแข็งแกร่งมากขึ้น หรือถ้ามองอีกมุมก็จากข้อมูลของ Reuters นั้นธนาคารใหม่นี้กินส่วนแบ่งในเยอรมันมากถึง 20% ซึ่งอาจมองว่าไม่ทำให้เกิดการแข่งขัน

ปัจจุบันลูกค้าของ Deutsche Bank มีอยู่ 20 ล้านรายทั่วโลก ส่วน Commerzbank มีลูกค้าอยู่ประมาณ 18 ล้านราย

ที่มาCNBC, DW, Euronews

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/deutsche-bank-and-commerzbank-resume-to-talk-about-merger-to-make-national-champion/

เป็นกันทั่วโลก! BNP Paribas เตรียมปลดพนักงานอีก 2,500 ตำแหน่งในประเทศเบลเยี่ยม

BNP Paribas หรือ บีเอ็นพี พารีบาส์ เตรียมที่จะปลดพนักงานอีก 2,500 ตำแหน่งในประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งสถานการณ์ธุรกิจธนาคารในประเทศเบลเยี่ยมมีความคล้ายกับประเทศไทยไม่น้อย

ภาพจาก Shutterstock

BNP Paribas ธนาคารยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส เตรียมที่จะปลดพนักงานอีก 2,500 ตำแหน่งในสาขาประเทศเบลเยี่ยม ภายในปี 2021 ปัจจุบันธุรกิจธนาคารในประเทศเบลเยี่ยมของ BNP Paribas มีจำนวนพนักงานอยู่ประมาณ 13,000 ตำแหน่ง และมีสาขาทั้งหมด 678 สาขา

สำหรับการปลดพนักงานออก ตัวแทนธนาคารได้กล่าวว่า ขั้นแรกจะเน้นไปที่พนักงานอายุใกล้ที่จะเกษียณแล้ว ซึ่งมีจำนวนมากถึง 800 ราย โดยธนาคารจะเสนอให้เกษียณอายุก่อนกำหนด นอกจากนี้ตัวแทนธนาคารยังได้กล่าวว่าจะไม่มีการปลดพนักงานออกโดยไม่เต็มใจอีกด้วย แต่แลกกับพนักงานที่เหลือจะมีชั่วโมงการทำงานเพิ่มขึ้นบ้างในแต่ละอาทิตย์

ในประเทศเบลเยี่ยมนั้นมีสถานการณ์คล้ายๆ ประเทศไทยคือธนาคารเริ่มปิดสาขาลง คนไปสาขาน้อยลง และธนาคารต่างๆ เน้นให้บริการดิจิทัลแบงก์กิ้งมากขึ้น ขณะเดียวกัน BNP Paribas ยังประสบปัญหาต้นทุนของธนาคารที่สูงขึ้น จึงต้องมีมาตรการปลดพนักงานออกบางส่วนเพื่อที่จะลดต้นทุนของธนาคารด้วย

ที่มาReuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/bnp-paribas-prepare-to-cut-2500-belgium-unit-workers/

ผู้บริหารธนาคารจีนถูกตัดสินจำคุกหลังแฮ็ก ATM เป็นล้าน

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า ผู้จัดการด้านซอฟต์แวร์ของธนาคาร Huaxin Bank ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 ปีกับอีก 6 เดือน ในฐานความผิดที่โจรกรรมเงินมูลค่ามากกว่า 7 ล้านหยวน หรือเทียบเท่ากับ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบนระบบ ATM ของธนาคารตัวเอง

ทางอดีตผู้จัดการ Qin Qishengกล่าวว่า ตนเองพบ “ช่องโหว่” บนระบบปฏิบัติการหลักของธนาคารที่ทำให้ข้ามการบันทึกเวลาตอนที่กดถอนเงินได้ โดยถ้าถอนเงินเวลาช่วงใกล้เที่ยงคืนแล้ว จะไม่มีการบันทึกข้อมูลเป็นหลักฐาน จากนั้นจึงเริ่มลองถอนเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแบบไร้ร่องรอยตั้งแต่ปี 2016

ทั้งนี้นาย Qin ได้เขียนสคริปต์สำหรับฝังบนซอฟต์แวร์ของธนาคาร ที่เปิดให้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวได้โดยที่เจ้าหน้าที่คนอื่นไม่ทันสังเกต โดยเริ่มถอนเงินแต่ละครั้งเป็นเงินจำนวนทีละนิดในช่วง 740 – 2,965 ดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ดี นาย Qin ระบุว่านี่เป็นการทดสอบระบบเท่านั้นเนื่องจากถอนเงินจากบัญชี “สมมติ” ที่ธนาคารตั้งขึ้นสำหรับทดสอบโดยเฉพาะ

แม้ธนาคารเองจะยอมเห็นตามที่นาย Qin กล่าว พร้อมแก้ปัญหาให้กลับสู่สถานะปกติ รวมทั้งขอร้องทางการให้ปล่อยตัวแล้วก็ตาม แต่ทางการจีนกลับไม่เชื่อ และนำไปสู่การจับกุมตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี นอกจากเทคนิคการดูดข้อมูลหรือแฮ็กระบบ ATM โดยตรงอย่างกรณีข้างต้นของจีนแล้ว ช่วงปีที่ผ่านมาก็พบมัลแวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแฮ็กตู้ ATM สำหรับบิทคอยน์โดยเฉพาะ ที่ขายกันตามเว็บมืดในราคาประมาณ 25,000 ดอลลาร์ฯ

ที่มา : Zdnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/atm-huaxia-bank/

GHB ALL แอพธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าสู่การเป็น Dynamic Moving Bank เชิญชวนลูกค้าประชาชนดาวน์โหลด Mobile Application : GHB ALL แอปพลิเคชันเดียวที่ครบ จบ กำจัดคำว่าเสียเวลา เพราะรวมทุกบริการของ ธอส. ไว้ในมือคุณ ซึ่งแอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และไม่ซับซ้อน

โดยในเฟสแรก GHB ALL สามารถให้บริการลูกค้าได้ 5 บริการ ประกอบด้วย 1.ชำระเงินกู้โดยหักบัญชี ธอส. และสร้าง QR Code เพื่อชำระเงินกู้ด้วย Mobile Application ธนาคารต่าง ๆ 2.ตรวจสอบสถานะสินเชื่อ 3.ด้านเงินฝาก (เช็คยอด/ดู statement) 4.โอนเงินภายในและต่างธนาคาร และ 5.สมัครและโอนเงินผ่าน PromptPay

ดาวน์โหลดแอป GHB All : iOS | Android

from:http://www.9tana.com/node/ghb-all/

รีวิว : Krungthai NEXT ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่ โอน-เติม-จ่าย ครอบคลุมสุด และง่ายขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง

บอกลาแอป KTB netbank ที่ใช้กันมานานหลายปี ล่าสุด ธนาคารกรุงไทยได้ปรับโฉมใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น Krungthai NEXT พร้อมสโลแกน “ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่” โดยมีหน้าตาดีไซน์ใหม่หมดจด พื้นหลังสีขาวสะอาดตา และใช้งานได้ง่ายขึ้น

Krungthai NEXT

Krungthai NEXT คือ แอปพลิเคชันสำหรับการทำธุรกรรมการเงินของธนาคารกรุงไทย ที่มอบความสะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมให้บริการธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทยสามารถ โอน – เติม – จ่าย เชื่อมต่อในทุกๆ ด้าน ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบวงจรภายในแอปเดียว 

โดย Krungthai NEXT โฉมใหม่นี้มีศักยภาพที่ดีกว่าเดิมในทุกมิติ  เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการทำธุรกรรม

หน้าตาโฉมใหม่ดูทันสมัย

หลังจากที่ดาวน์โหลดแอป “Krungthai NEXT” โฉมใหม่มาแล้วเปิดใช้งาน สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ หน้าตาของแอปพลิเคชันที่เปลี่ยนแบบใหม่หมดจด ลบภาพแอปพลิเคชันที่หน้าตาล้าสมัย ปรับโฉมให้ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ตั้งแต่

  • ไอคอนที่ดีไซน์ใหม่ จาก KTB netbank มาสู่ NEXT ที่หน้าตาทันสมัย ใช้งานง่าย
  • Minimal Design สไตล์คลีนๆ ดูสบายตา
  • ยกรายการโอนเติมจ่ายที่ใช้บ่อยมาไว้ที่หน้าแรก ลดขั้นตอนการใช้งาน ให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
  • นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นอื่นๆ มาสร้างสีสันให้ผู้ใช้งาน อาทิเช่น การเพิ่มรูปโปรไฟล์หรือการปรับเปลี่ยนเมนูโปรดที่ใช้บ่อยได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง

ปลอดภัย ใช้ง่าย

ระบบความปลอดภัยของแอป “Krungthai NEXT เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อกแอปพลิเคชัน ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า (สำหรับเครื่องที่รองรับ) มาใช้งานเป็นครั้งแรกอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ใส่รหัส PIN ในทุกๆ transactions ได้ หรือสามารถตั้งค่าให้ใส่รหัส PIN ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ได้ เช่น หากโอนเงินจำนวนมากกว่า 5,000 จะต้องใส่ PIN ดังนั้นผู้ใช้งานจะมีความสะดวกสบายและมั่นใจถึงความปลอดภัยของการทำธุรกรรมได้อย่างแน่นอน

และเช็คยอดเงินในหน้าแรกได้ทันทีเมื่อเปิดแอปโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน พร้อมตั้งค่าแสดงเปิด-ปิดได้

โอน เติม จ่าย ครอบคลุมมากที่สุด

ฟังก์ชั่นหลักของ “Krungthai NEXT” มีดังนี้

โอนเงิน

สามารถโอนข้ามเขต และข้ามธนาคารโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม พร้อมยกระดับความปลอดภัยมั่นใจทุกครั้งที่โอน

เติมเงิน

ผู้ใช้สามารถเติมเงินค่าโทรศัพท์เอไอเอส, ทรู, ดีแทค, My By CAT, Easy Pass, M-PASS รวมถึง e-Wallet อย่าง True Money และอื่นๆ อีกในอนาคต

จ่ายเงิน

ที่มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ทั้งช่องทางภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็น การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค การประปาภูมิภาค (การไฟฟ้าภูมิภาคและการประปาภูมิภาคจ่ายได้ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้) ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ บริการรับชำระค่าปรับจราจร กรมขนส่ง กรมธนารักษ์ กรมสรรพสามิต ชำระหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กสท โทรคมนาคม และบริการอื่นๆ อีกมากมาย

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับแต่ละรายการ

  1. กรมธนารักษ์: การรับชำระค่าเช่าที่ราชพัสดุ
  2. กรมสรรพสามิต: บริการรับชำระภาษีสรรพสามิต
  3. สหกรณ์ออมทรัพย์: การชำระคืนเงินกู้ที่สมาชิกมีกับสหกรณ์ (ชำระเงินกู้)

นอกจาก 3 ฟังก์ชั่นหลัก ในแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT โฉมใหม่นี้ยังมี

E-donation

หรือบริการ “กรุงไทย เติมบุญ” ผู้ใช้สามารถ สแกน QR ที่ผู้ใช้งานสามารถบริจาคเงินได้สะดวกและปลอดภัย ให้กับหน่วยงานรับบริจาคมากที่สุด ครอบคลุมวัด โรงพยาบาล มูลนิธิ สถานศึกษา มัสยิด และองค์กรสาธารณกุศล กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม พร้อมรับใบอนุโมทนาบุญอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที พร้อมส่งข้อมูลการบริจาคให้กรมสรรพากรสำหรับการลดหย่อนภาษี

Travel Card

บริการ Krungthai Travel Card ซื้อ-ขาย เช็คอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศผ่าน Krungthai Travel Card ฟีเจอร์แรกและฟีเจอร์เดียวที่ลูกค้าสามารถแลกเงินตราต่างประเทศผ่านแอป “Krungthai NEXT” ด้วยตนเองเก็บไว้ได้ก่อนการเดินทาง ในอัตราที่พิเศษกว่าในท้องตลาดได้ถึง 10 สกุลเงิน ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, ปอนด์, เงินเยน, ดอลลาร์ฮ่องกง, ดอลลาร์ออสเตรเลีย, ดอลลาร์สิงคโปร์, ดอลลาร์แคนาดา, ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และฟรังก์สวิส ให้นักท่องเที่ยวสะดวกสบาย ไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากขณะเดินทางไปต่างประเทศ ลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรม พร้อมดูอัตราแลกเปลี่ยนและแลกเงินเพิ่มเติมได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อกลับประเทศไทย สามารถแลกเป็นเงินไทยกลับมาในอัตราที่ดี ไม่มีทั้งค่าธรรมเนียมแลกเงินและค่าธรรมเนียมรูดบัตรอีกด้วย

Money Connect by Krungthai

เพิ่มโอกาสในการลงทุน ด้วยตัวคุณเองง่ายๆ ผ่านฟีเจอร์ Money Connect ในแอป “Krungthai NEXT” ด้วยบริการจองซื้อหลักทรัพย์ เช่น หุ้นกู้ พันธบัตร หน่วยลงทุน ที่ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้จัดจำหน่าย ตามช่วงวันและเวลาการเปิดเสนอขายของหลักทรัพย์นั้นๆ

“Krungthai NEXT” ยังมาพร้อมประสิทธิภาพในการทำงานและตอบสนองการต่อการใช้งานที่ดีและเร็วขึ้น สามารถรองรับจำนวนธุรกรรมได้มากขึ้นถึง 5 เท่า จากเดิมมีการทำธุรกรรมสูงสุดเพียง 8,000 รายการต่อวินาที ทางธนาคารได้ดำเนินการปรับปรุงให้สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้มากกว่า 25,000 รายการต่อวินาที เพื่อรองรับการทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สรุป

Krungthai NEXT ดีกว่าเดิม สะดวก จ่ายได้ครอบคลุมมากจริงๆ  โดยเฉพาะบิลภาครัฐหลายรายการทำได้แค่ที่แอป  “Krungthai NEXT” ที่เดียวเท่านั้น คราวนี้ชีวิตของคุณก็ง่ายขึ้นสมดังสโลแกน “ชีวิตครอบ แอปเดียวอยู่” ของจริง ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอป “Krungthai NEXT” หรืออัปเดตจากแอป KTB netbank ได้แล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android

from:http://mobileocta.com/review-krungthai-next-application/

อยากกู้เงินต้องรู้ ! ธปท. เผย 3 เกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ ทั้งแบงก์-นอนแบงก์-บัตรเครดิต

เคยสงสัยไหมว่า ธนาคาร ค่ายบัตรเครดิต และสถาบันการเงินต่างๆ เขาดูเกณฑ์อะไรในการปล่อยสินเชื่อบ้าง วันนี้ Brandinside เลยอาสาค้นข้อมูลจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาสรุปเกณฑ์ให้เข้าใจง่ายๆ กัน

ภาพจาก Shutterstock

เปิดสูตรแบงก์ ใช้ 3 เกณฑ์พิจารณาปล่อยสินเชื่อ

ข้อมูลจากเว็บไซด์ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ระบุว่า เกณฑ์พิจารณาการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินกับผู้ให้สินเชื่อมีหลักๆ 3 อย่าง ได้แก่

1.นโยบายสินเชื่อของผู้ให้สินเชื่อ บริษัทจะมีนโยบายเฉพาะ เช่น บางรายกำหนดว่าผู้ขอกู้ต้องไม่มีประวัติการค้างชำระในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง หรืออาจงดให้สินเชื่อแก่ลูกค้าใหม่ในกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ฯลฯ

2.วัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ บริษัทเขาจะดูว่าใช้เงินไปทำอะไร เช่น ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ หรือลงทุนขยายโรงงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต

ภาพจาก Shutterstocks

3.คุณลักษณะและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะใช้หลัก 5 Cs ได้แก่

  • Character หรือลักษณะของผู้กู้ เช่น อาชีพ อายุ ประวัติและวินัยในการชำระหนี้ ถ้าเป็นสินเชื่อธุรกิจ จะดูเรื่องประวัติผู้บริหาร เวลาในการดำเนินงาน ฯลฯ
  • Capacity ความสามารถในการชำระหนี้คืนตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น รายได้ปัจจุบัน ภาระหนี้สินที่มีอยู่ ประวัติการจ่ายหนี้สินเชื่ออื่นๆ ที่เคยมี
  • Capital เป็นหัวใจของสินเชื่อธุรกิจ เพราะเงินทุน สินทรัพย์ต่างๆ แบงก์มองว่าจะเป็นแหล่งเงินสำรองในการชำระหนี้ในกรณีที่ใช้หนี้ไม่ได้
  • Collateral หลักประกัน หรือ ผู้ค้ำประกัน เป็นสิ่งที่ช่วยให้แบงก์มีความเสี่ยงลดลงและมั่นใจว่าผู้กู้จะจ่ายหนี้ได้มากขึ้น
  • Conditions เงื่อนไขต่างๆ ที่อาจจะกระทบต่อรายไก้ของผู้ขอสินเชื่อ เช่น เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม​ ฯลฯ

จาก 3 ข้อที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นแววคที่จะกู้ผ่านและไม่ผ่านแล้ว ดังนั้นสรุปง่ายๆ หากคนที่ขอสินเชื่อมีอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคง ไม่มีหนี้สินล้นตัว การขอสินเชื่อก็จะง่ายขึ้น แต่คนที่ไม่มีงานที่มั่นคง ไม่มีเอกสารใบรับรองเงินเดือน ก็ยังกู้เงินได้แต่ต้องมีหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบแจ้งยอดบัญชี หรือสเตทเมนต์ (Statement) ของบัญชีเงินฝาก มาเพิ่มความมั่นใจให้สถาบันการเงินได้

ภาพจาก Shutterstock

ขอสินเชื่อไม่ผ่าน เพราะอะไร ? เราถามแบงก์ได้

ใครๆ ก็อยากขอสินเชื่อแล้วได้รับการอนุมัติทั้งนั้น แต่ถ้าครั้งล่าสุดที่เราขอสินเชื่อแบงก์ไม่ได้รับอนุมัติ เราต้องหาสาเหตุให้เจอว่าทำไมกู้ไม่ได้ ดังนั้นในข้อกำหนดของแบงก์ชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย) เลยกำหนดให้ผู้บริโภคอย่างเราสามารถถามธนาคารว่า สาเหตุในการปฏิเสธสินเชื่อครั้งนี้คืออะไร เช่น แบงก์ประเมินแล้วรายได้ไม่พอกับการชำระหนี้ ฯลฯ

และสำหรับคนที่ขอกู้สินเชื่อธุรกิจ ถ้าไม่ได้รับการอนุมัติจากแบงก์เราสามารถขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อคืนมาได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนประกอบธุรกิจ รายละเอียดหลักประกัน

ทว่ากฎนี้ยังมีช่องโหว่เพราะ Non-Bank หรือ ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน อย่างคนที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) และสินเชื่อบัตรเครดิตไม่จำเป็นต้องแจ้งลูกค้าก็ได้

ที่มา ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/loan-data-apporve-bank/