คลังเก็บป้ายกำกับ: BANK

SCB เปิดตัว Open API หวังดึงคนภายนอกเชื่อมต่อกับธนาคาร รับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัว Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมเชื่อเข้ากับระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ระบุต้องการดึงลูกค้าและบุคลทั่วไปให้เข้ามาเชื่อมระบบเข้ากับธนาคารได้ง่าย หวังอุตสาหกรรมอื่นออกมาแชร์ข้อมูลกันมากขึ้น ยอมรับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway ในอนาคตเพราะอยากติดต่อกับร้านค้าได้รับสะดวกสบายยิ่งขึ้น

SCB ระบุว่าทัศนคติของธนาคารต้องเปลี่ยนไป โดยทำอะไรให้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้โจทย์พื้นฐานคือ พัฒนาให้ระบบและบริการต่างๆ ของ SCB สามารถเชื่อมต่อกันได้ และให้บุคคลภายนอกและลูกค้าของธนาคารสามารถเชื่อมต่อเข้ากับธนาคารได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเปิด Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมที่มาจากลูกค้า, พาร์ทเนอร์ และบุคคลทั่วไป สามารถเชื่อมต่อระบบการเงินเข้ากับ SCB ผ่านเว็บไซต์  Developer.scb

API ที่เปิดให้ใช้งาน เช่น Payment (ระบบชำระเงิน), QR Payment (ระบบชำระเงินผ่าน QR Code), Loan Origination (ระบบคำนวณเงินกู้), Authentication (OAuth 2.0) (ระบบยืนยันตัวตน), Slip Verification (การยืนยันการชำระเงิรนผ่านสลิป) และ Sharing Customer Infomation (การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างลูกค้าและนักพัฒนาโปรแกรม) รวมถึงมีพื้นที่สำหรับทดลองใช้งานอย่าง Sandbox ที่แยกออกจากระบบหลัก

รวมถึงในแง่ของความเสถียรจะมีการจำกัดการเข้าถึงอยู่ที่ 100 Request ต่อวินาที มีการทดสอบ ป้องกัน และตรวจสอบความปลอดภัยอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงแรกจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อเข้ามาใช้ Open API ก่อน หลังจากนั้นจะมีการขยายขอบเขตของบริษัทที่เปิดรับต่อไป

แม้ไม่ใช่เจ้าแรกที่เปิด API แต่ธนา โพธิกำจร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงาน Digital Platform ของ SCB ก็บอกกับเราว่า “มาช้าดีกว่าไม่มา” เพราะตอนนี้ลูกค้า SCB เดินเข้ามาถามเรื่อง API และระบบเชื่อมต่อหลังบ้านอยู่ตลอด

“เราต้องการคนมาติดต่อด้วย แต่ในอนาคตอาจมีการคิดค่าบริการคนที่ใช้การเชื่อมต่อหรือ Bandwidth มากๆ แต่โจทย์คือไม่ได้คิดเงิน อยากให้พันธมิตรและนักพัฒนา มาใช้บริการ SCB ได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น” ธนา โพธิกำจร กล่าวพร้อมกับภาพพื้นหลังที่เขียนว่า #เป็นทุกอย่างเพื่อdevelopers

รวมถึงยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคู่แข่งกับ Payment Gateway จาก Non-Bank เพราะต้องแข่งขันและทำให้ธนาคารติดต่อกับร้านค้าได้ง่ายขึ้น หรือรับเงินผ่าน SCB Easy ได้ง่ายขึ้น

ส่วน กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร หัวหน้า SCB10X ระบุว่าหลังจากเปิด Open API จึงได้มีการจัด Hackthon ด้าน Open API ครั้งแรกในชื่อ “Open Banking Hackathon by SCB” จัดขึ้นวันที่ 21-23 มิถุนายนนี้ที่ Nap Lab Chula

“API เป็นเรื่องของการศึกษาด้วย พอนักศึกษาเขามาเล่น ก็จะสร้าง Product ใหม่ๆ ออกมา ถือเป็นการพัฒนา Ecosystem ได้ด้วย” กวีวุฒิ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้อุตสาหกรรมอื่นๆ เปิดเผยข้อมูลออกเพื่อแบ่งปันให้แก่กันและกันมากขึ้น

ส่วนสาเหตุที่จัด Hackathon กวีวุฒิระบุว่าเป็นเพราะว่าเป็นรูปแบบการระดมไอเดียใหม่ๆ ที่ได้ผลดีในต่างประเทศ ประกอบกับ API ด้านการกู้เงินที่พัฒนามาเพียง 8 เดือนมีความคืบหน้าไปมาก จึงอยากเปิดโอกาสในนักพัฒนาและบุคคลทั่วไป เข้ามาใช้ Open API ที่ SCB เปิดกันมากขึ้น

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/05/scb-launches-open-api-payment-gateway/

โฆษณา

SCB เปิดตัว Open API หวังดึงคนภายนอกเชื่อมต่อกับธนาคาร รับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัว Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมเชื่อเข้ากับระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ระบุต้องการดึงลูกค้าและบุคคลทั่วไปให้เข้ามาเชื่อมระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น หวังอุตสาหกรรมอื่นออกมาแชร์ข้อมูลกันมากขึ้น ยอมรับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway ในอนาคตเพราะอยากติดต่อกับร้านค้าได้รับสะดวกสบายยิ่งขึ้น

SCB ระบุว่าทัศนคติของธนาคารต้องเปลี่ยนไป โดยทำอะไรให้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้โจทย์พื้นฐานคือ พัฒนาให้ระบบและบริการต่างๆ ของ SCB สามารถเชื่อมต่อกันได้ และให้บุคคลภายนอกและลูกค้าของธนาคารสามารถเชื่อมต่อเข้ากับธนาคารได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเปิด Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมที่มาจากลูกค้า, พาร์ทเนอร์ และบุคคลทั่วไป สามารถเชื่อมต่อระบบการเงินเข้ากับ SCB ผ่านเว็บไซต์  Developer.scb

API ที่เปิดให้ใช้งาน เช่น Payment (ระบบชำระเงิน), QR Payment (ระบบชำระเงินผ่าน QR Code), Loan Origination (ระบบคำนวณเงินกู้), Authentication (OAuth 2.0) (ระบบยืนยันตัวตน), Slip Verification (การยืนยันการชำระเงิรนผ่านสลิป) และ Sharing Customer Information (การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างลูกค้าและนักพัฒนาโปรแกรม) รวมถึงมีพื้นที่สำหรับทดลองใช้งานอย่าง Sandbox ที่แยกออกจากระบบหลัก

รวมถึงในแง่ของความเสถียรจะมีการจำกัดการเข้าถึงอยู่ที่ 100 Request ต่อวินาที มีการทดสอบ ป้องกัน และตรวจสอบความปลอดภัยอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงแรกจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อเข้ามาใช้ Open API ก่อน หลังจากนั้นจะมีการขยายขอบเขตของบริษัทที่เปิดรับต่อไป

แม้ไม่ใช่เจ้าแรกที่เปิด API แต่ธนา โพธิกำจร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงาน Digital Platform ของ SCB ก็บอกกับเราว่า “มาช้าดีกว่าไม่มา” เพราะตอนนี้ลูกค้า SCB เดินเข้ามาถามเรื่อง API และระบบเชื่อมต่อหลังบ้านอยู่ตลอด

“เราต้องการคนมาติดต่อด้วย แต่ในอนาคตอาจมีการคิดค่าบริการคนที่ใช้การเชื่อมต่อหรือ Bandwidth มากๆ แต่โจทย์คือไม่ได้คิดเงิน อยากให้พันธมิตรและนักพัฒนา มาใช้บริการ SCB ได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น” ธนา โพธิกำจร กล่าวพร้อมกับภาพพื้นหลังที่เขียนว่า #เป็นทุกอย่างเพื่อdevelopers

รวมถึงยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคู่แข่งกับ Payment Gateway จาก Non-Bank เพราะต้องแข่งขันและทำให้ธนาคารติดต่อกับร้านค้าได้ง่ายขึ้น หรือรับเงินผ่าน SCB Easy ได้ง่ายขึ้น

ส่วน กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร หัวหน้า SCB10X ระบุว่าหลังจากเปิด Open API จึงได้มีการจัด Hackthon ด้าน Open API ครั้งแรกในชื่อ “Open Banking Hackathon by SCB” จัดขึ้นวันที่ 21-23 มิถุนายนนี้ที่ Nap Lab Chula

“API เป็นเรื่องของการศึกษาด้วย พอนักศึกษาเขามาเล่น ก็จะสร้าง Product ใหม่ๆ ออกมา ถือเป็นการพัฒนา Ecosystem ได้ด้วย” กวีวุฒิ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้อุตสาหกรรมอื่นๆ เปิดเผยข้อมูลออกเพื่อแบ่งปันให้แก่กันและกันมากขึ้น

ส่วนสาเหตุที่จัด Hackathon กวีวุฒิระบุว่า เนื่องจาก Hackathon ถือเป็นรูปแบบการระดมไอเดียใหม่ๆ ที่ได้ผลดีในต่างประเทศ ประกอบกับ API ด้านการกู้เงินที่พัฒนามาเพียง 8 เดือนมีความคืบหน้าไปมาก จึงอยากเปิดโอกาสในนักพัฒนาและบุคคลทั่วไป เข้ามาใช้ Open API ที่ SCB เปิดกันมากขึ้น

from:http://www.thumbsup.in.th/scb-launches-open-api-payment-gateway/

SCB เปิดตัว Open API หวังดึงคนภายนอกเชื่อมต่อกับธนาคาร รับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัว Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมเชื่อเข้ากับระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ระบุต้องการดึงลูกค้าและบุคคลทั่วไปให้เข้ามาเชื่อมระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น หวังอุตสาหกรรมอื่นออกมาแชร์ข้อมูลกันมากขึ้น ยอมรับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway ในอนาคตเพราะอยากติดต่อกับร้านค้าได้รับสะดวกสบายยิ่งขึ้น

SCB ระบุว่าทัศนคติของธนาคารต้องเปลี่ยนไป โดยทำอะไรให้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้โจทย์พื้นฐานคือ พัฒนาให้ระบบและบริการต่างๆ ของ SCB สามารถเชื่อมต่อกันได้ และให้บุคคลภายนอกและลูกค้าของธนาคารสามารถเชื่อมต่อเข้ากับธนาคารได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเปิด Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมที่มาจากลูกค้า, พาร์ทเนอร์ และบุคคลทั่วไป สามารถเชื่อมต่อระบบการเงินเข้ากับ SCB ผ่านเว็บไซต์  Developer.scb

API ที่เปิดให้ใช้งาน เช่น Payment (ระบบชำระเงิน), QR Payment (ระบบชำระเงินผ่าน QR Code), Loan Origination (ระบบคำนวณเงินกู้), Authentication (OAuth 2.0) (ระบบยืนยันตัวตน), Slip Verification (การยืนยันการชำระเงิรนผ่านสลิป) และ Sharing Customer Information (การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างลูกค้าและนักพัฒนาโปรแกรม) รวมถึงมีพื้นที่สำหรับทดลองใช้งานอย่าง Sandbox ที่แยกออกจากระบบหลัก

รวมถึงในแง่ของความเสถียรจะมีการจำกัดการเข้าถึงอยู่ที่ 100 Request ต่อวินาที มีการทดสอบ ป้องกัน และตรวจสอบความปลอดภัยอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงแรกจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อเข้ามาใช้ Open API ก่อน หลังจากนั้นจะมีการขยายขอบเขตของบริษัทที่เปิดรับต่อไป

แม้ไม่ใช่เจ้าแรกที่เปิด API แต่ธนา โพธิกำจร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงาน Digital Platform ของ SCB ก็บอกกับเราว่า “มาช้าดีกว่าไม่มา” เพราะตอนนี้ลูกค้า SCB เดินเข้ามาถามเรื่อง API และระบบเชื่อมต่อหลังบ้านอยู่ตลอด

“เราต้องการคนมาติดต่อด้วย แต่ในอนาคตอาจมีการคิดค่าบริการคนที่ใช้การเชื่อมต่อหรือ Bandwidth มากๆ แต่โจทย์คือไม่ได้คิดเงิน อยากให้พันธมิตรและนักพัฒนา มาใช้บริการ SCB ได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น” ธนา โพธิกำจร กล่าวพร้อมกับภาพพื้นหลังที่เขียนว่า #เป็นทุกอย่างเพื่อdevelopers

รวมถึงยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคู่แข่งกับ Payment Gateway จาก Non-Bank เพราะต้องแข่งขันและทำให้ธนาคารติดต่อกับร้านค้าได้ง่ายขึ้น หรือรับเงินผ่าน SCB Easy ได้ง่ายขึ้น

ส่วน กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร หัวหน้า SCB10X ระบุว่าหลังจากเปิด Open API จึงได้มีการจัด Hackthon ด้าน Open API ครั้งแรกในชื่อ “Open Banking Hackathon by SCB” จัดขึ้นวันที่ 21-23 มิถุนายนนี้ที่ Nap Lab Chula

“API เป็นเรื่องของการศึกษาด้วย พอนักศึกษาเขามาเล่น ก็จะสร้าง Product ใหม่ๆ ออกมา ถือเป็นการพัฒนา Ecosystem ได้ด้วย” กวีวุฒิ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้อุตสาหกรรมอื่นๆ เปิดเผยข้อมูลออกเพื่อแบ่งปันให้แก่กันและกันมากขึ้น

ส่วนสาเหตุที่จัด Hackathon กวีวุฒิระบุว่า เนื่องจาก Hackathon ถือเป็นรูปแบบการระดมไอเดียใหม่ๆ ที่ได้ผลดีในต่างประเทศ ประกอบกับ API ด้านการกู้เงินที่พัฒนามาเพียง 8 เดือนมีความคืบหน้าไปมาก จึงอยากเปิดโอกาสในนักพัฒนาและบุคคลทั่วไป เข้ามาใช้ Open API ที่ SCB เปิดกันมากขึ้น

from:https://www.thumbsup.in.th/scb-launches-open-api-payment-gateway/

SCB เปิดตัว Open API หวังดึงคนภายนอกเชื่อมต่อกับธนาคาร รับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัว Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมเชื่อเข้ากับระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ระบุต้องการดึงลูกค้าและบุคคลทั่วไปให้เข้ามาเชื่อมระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น หวังอุตสาหกรรมอื่นออกมาแชร์ข้อมูลกันมากขึ้น ยอมรับอาจเป็นคู่แข่ง Payment Gateway ในอนาคตเพราะอยากติดต่อกับร้านค้าได้รับสะดวกสบายยิ่งขึ้น

SCB ระบุว่าทัศนคติของธนาคารต้องเปลี่ยนไป โดยทำอะไรให้ง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้โจทย์พื้นฐานคือ พัฒนาให้ระบบและบริการต่างๆ ของ SCB สามารถเชื่อมต่อกันได้ และให้บุคคลภายนอกและลูกค้าของธนาคารสามารถเชื่อมต่อเข้ากับธนาคารได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการเปิด Open API เพื่อให้นักพัฒนาโปรแกรมที่มาจากลูกค้า, พาร์ทเนอร์ และบุคคลทั่วไป สามารถเชื่อมต่อระบบการเงินเข้ากับ SCB ผ่านเว็บไซต์  Developer.scb

API ที่เปิดให้ใช้งาน เช่น Payment (ระบบชำระเงิน), QR Payment (ระบบชำระเงินผ่าน QR Code), Loan Origination (ระบบคำนวณเงินกู้), Authentication (OAuth 2.0) (ระบบยืนยันตัวตน), Slip Verification (การยืนยันการชำระเงิรนผ่านสลิป) และ Sharing Customer Information (การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างลูกค้าและนักพัฒนาโปรแกรม) รวมถึงมีพื้นที่สำหรับทดลองใช้งานอย่าง Sandbox ที่แยกออกจากระบบหลัก

รวมถึงในแง่ของความเสถียรจะมีการจำกัดการเข้าถึงอยู่ที่ 100 Request ต่อวินาที มีการทดสอบ ป้องกัน และตรวจสอบความปลอดภัยอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงแรกจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อเข้ามาใช้ Open API ก่อน หลังจากนั้นจะมีการขยายขอบเขตของบริษัทที่เปิดรับต่อไป

แม้ไม่ใช่เจ้าแรกที่เปิด API แต่ธนา โพธิกำจร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงาน Digital Platform ของ SCB ก็บอกกับเราว่า “มาช้าดีกว่าไม่มา” เพราะตอนนี้ลูกค้า SCB เดินเข้ามาถามเรื่อง API และระบบเชื่อมต่อหลังบ้านอยู่ตลอด

“เราต้องการคนมาติดต่อด้วย แต่ในอนาคตอาจมีการคิดค่าบริการคนที่ใช้การเชื่อมต่อหรือ Bandwidth มากๆ แต่โจทย์คือไม่ได้คิดเงิน อยากให้พันธมิตรและนักพัฒนา มาใช้บริการ SCB ได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น” ธนา โพธิกำจร กล่าวพร้อมกับภาพพื้นหลังที่เขียนว่า #เป็นทุกอย่างเพื่อdevelopers

รวมถึงยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคู่แข่งกับ Payment Gateway จาก Non-Bank เพราะต้องแข่งขันและทำให้ธนาคารติดต่อกับร้านค้าได้ง่ายขึ้น หรือรับเงินผ่าน SCB Easy ได้ง่ายขึ้น

ส่วน กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร หัวหน้า SCB10X ระบุว่าหลังจากเปิด Open API จึงได้มีการจัด Hackthon ด้าน Open API ครั้งแรกในชื่อ “Open Banking Hackathon by SCB” จัดขึ้นวันที่ 21-23 มิถุนายนนี้ที่ Nap Lab Chula

“API เป็นเรื่องของการศึกษาด้วย พอนักศึกษาเขามาเล่น ก็จะสร้าง Product ใหม่ๆ ออกมา ถือเป็นการพัฒนา Ecosystem ได้ด้วย” กวีวุฒิ กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้อุตสาหกรรมอื่นๆ เปิดเผยข้อมูลออกเพื่อแบ่งปันให้แก่กันและกันมากขึ้น

ส่วนสาเหตุที่จัด Hackathon กวีวุฒิระบุว่า เนื่องจาก Hackathon ถือเป็นรูปแบบการระดมไอเดียใหม่ๆ ที่ได้ผลดีในต่างประเทศ ประกอบกับ API ด้านการกู้เงินที่พัฒนามาเพียง 8 เดือนมีความคืบหน้าไปมาก จึงอยากเปิดโอกาสในนักพัฒนาและบุคคลทั่วไป เข้ามาใช้ Open API ที่ SCB เปิดกันมากขึ้น

from:https://www.thumbsup.in.th/2019/05/scb-launches-open-api-payment-gateway/

ซื้อ สลาก ธกส 2562 (เกษตรมั่งคั่ง 4) อย่างไรให้ถูกรางวัลทุกเดือน

สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 4 จะเปิดจำหน่ายวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ในราคาหน่วยละ 100 บาท โดยสามารถลุ้นรางวัลใหญ่ 15 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาทได้ทุกเดือน นอกจากนี้ยังมีรางวัลข้างเคียงอื่นๆ รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 4 ตัว อีกเพียบเปิดจำหน่ายที่สาขา หรือซื้อผ่านแอพ A-Mobile ของ ธกส. ได้

รางวัล

(1) รางวัลที่ 1 เสี่ยงหมวด มี 1 รางวัล
– รางวัลที่ 1 สูงสุด รางวัลละ 15,000,000 บาท จำนวน 6 งวด (ในเดือนพฤศจิกายน 2562, พฤษภาคม 2563, พฤศจิกายน 2563, พฤษภาคม 2564, พฤศจิกายน 2564 และพฤษภาคม 2565)
– รางวัลที่ 1 งวดอื่นๆ อีก 30 งวด รางวัลละ 10,000,000 บาท

(2) รางวัลอื่นของแต่ละหมวด
– รางวัลที่ 1 ต่างหมวด มี 119 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
– รางวัลที่ 2 หมุน 3 ครั้ง มี 360 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท
– รางวัลที่ 3 หมุน 10 ครั้ง มี 1,200 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท
– รางวัลที่ 4 หมุน 20 ครั้ง มี 2,400 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท
– รางวัลที่ 5 หมุน 100 ครั้ง มี 12,000 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท
– รางวัลเลขท้าย 4 ตัว หมุน 1 ครั้ง มี 120,000 รางวัล รางวัลละ 90 บาท
– รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 2 ครั้ง มี 2,400,000 รางวัล รางวัลละ 45 บาท

ซื้อสลาก ธกส. เกษตรมั่งคั่ง 4 อย่างไรให้ถูกรางวัลทุกเดือน ?

สำหรับคนที่อยากถูกรางวัล เลขท้าย 3 ตัว หรือ 4 ตัว ทุกงวดนั้น ต้องซื้อแบบเรียงเลขกัน 100 หน่วยขึ้นไป หรือเป็นเงิน 100,000 บาท จะได้ดอกเบี้ยรวมเฉลี่ย 1.33% ต่อปี แต่ถ้าใครมีทุนเยอะๆ ซื้อฉบับละ 1 ล้านบาท คิดแล้วจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.438% ต่อปี ทั้งนี้ยังไม่รวมรางวัลที่ 1 ถึงที่ 5 ที่มีโอกาสถูกตามดวงของแต่ละคนอีกด้วย

from:http://www.9tana.com/node/kaset-mangkhang-4/

กสิกรไทย-กรุงศรีเดินหน้าเปิดจุดฝากเงินผ่านร้านสะดวกซื้อต่อเนื่อง

หลายธนาคารยังเดินหน้าเพิ่มตัวแทนธนาคาร หรือ Banking Agent อย่างต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเริ่มเปิดให้ฝากเงินเข้าบัญชีกสิกรไทยได้ที่ 7-Eleven อีกราย ส่วนธนาคารกรุงศรีเปิดให้ฝากถอนได้ที่ร้าน Max Mart ในปั๊ม PT แล้วเช่นกัน

หลังจากเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดให้ภาคเอกชนสามารถเป็น banking Agent ได้ ก็ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเริ่มขยายจุดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าผ่านร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่หลายสาขาทั่วประเทศ

กสิกรไทยเปิดรับฝากเงินผ่านเซเว่นอีกราย

ธนาคารกสิกรไทย (KBank) แต่งตั้งให้ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ธุรกิจในเครือ CP ALL เป็นตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) รับฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ภายในร้าน 7-Eleven กว่า 11,000 สาขาทั่วประเทศ

โดยรับฝากเงินสดได้สูงสุด  30,000 บาทต่อรายการ และได้สูงสุดวันละ 100,000 บาทต่อบัญชี คิดค่าบริการรายการละ 15 บาท โดยเงินจะเข้าบัญชีปลายทางทันที ผู้ฝากจะได้ใบเสร็จ และ SMS ยืนยันการทำรายการ

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ฝากเงินระหว่าง 24 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2562 จะได้รับคูปองแทนเงินสดท้ายใบเสร็จมูลค่า 10 บาท รวม 30,000 สิทธิ์ เพื่อเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าที่ร่วมรายการใน 7-Eleven ภายในวันที่ที่ระบุในคูปองท้ายใบเสร็จ ณ สาขาที่ร่วมรายการ

เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ร่วมมือกับเคาน์เตอร์เซอร์วิส เปิดตัว SCB Service บริการ Banking Agent ใน 7-ELEVEN 11,000 สาขาทั่วประเทศไปก่อนแล้วเช่นกัน

กรุงศรี เปิดให้ฝาก-ถอนเงินได้ที่ร้าน Max Mart ในปั๊ม PT

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัว “บริการกรุงศรีอยู่นี่นะ” บริการ Banking Agent รับฝากและถอนเงินบัญชีธนาคารกรุงศรีได้ที่ร้าน Max Mart ในสถานีบริการน้ำมัน PT ที่ร่วมโครงการ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 22.00 น.

โดยสามารถทำธุรกรรมฝากเงินได้ด้วยการใช้เลขบัญชีธนาคารกรุงศรีและบัตรประชาชน และสามารถถอนเงินจากบัตรกรุงศรี เดบิต/เอทีเอ็ม และบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี เหมือนทำธุรกรรมผ่าน ATM เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า

พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรับฟรีคูปองแทนเงินสดมูลค่า 20 บาท สำหรับซื้อสินค้าในร้าน Max Mart ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2562

ก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาก็ให้บริการฝากเงินสดเข้าบัญชีผ่าน 7-Eleven ซึ่งเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าจะสามารถถอนเงินได้ในอนาคต

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/04/kbank-krungsri-banking-agent/

หน่วยงานกำกับดูแลการเงินนิวยอร์กระบุ Big Data คือความเสี่ยงในการกีดกันคนบางกลุ่มจากบริการทางการเงิน

ปัจจุบัน สถาบันการเงิน ธนาคาร และบริษัทประกันเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการงานมากขึ้น แต่ภายใต้เทคโนโลยีเหล่านี้เองก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้กลุ่มลูกค้าถูกแบ่งแยก และเป็นการกีดกันการเข้าถึงบริการทางการเงินของคนบางกลุ่ม

ภาพจาก Shutterstock

Linda Lacewell ผู้อำนวยการ New York State Department of Financial Services ระบุว่า บิ๊กดาต้าถือเป็นความเสี่ยงและโอกาส ซึ่งเรา (องค์กรกำกับดูแล) จะต้องทำให้มั่นใจให้ได้ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อลูกค้า

Lacewell ระบุว่า องค์กรยังมีงานที่ต้องทำอีกมากในธุรกิจด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็น big focus สำหรับเรา และเธอยังกล่าวด้วยว่าบริษัทประกันจะต้องประเมินผลกระทบของอัลกอริทึมที่ใช้งานว่าส่งผลต่อการกีดกันกลุ่มผู้ที่ได้รับการปกป้อง (protected classes) หรือไม่

สำหรับ protected classes นั้นคือกลุ่มของบุคคลธรรมดาที่ได้รับการปกป้องเป็นพิเศษตามกฎหมายของสหรัฐฯ และกฎหมายของรัฐต่าง ๆ อย่าเงช่นการห้ามแบ่งแยกตามเชื้อชาติ, สัญชาติ หรือเพศ ซึ่ง Lacewell ระบุว่าความหมายของเธอคือไม่ได้กำลังบอกว่าคนพัฒนาอัลกอริทึมนั้นจงใจแย่งแยกคนหรือไม่ แต่ต้องรู้ว่าผลกระทบของอัลกอริทึมนั้นคืออะไร

สรุป

การออกมาให้ความเห็นของ Lacewell นั้น เนื่องจากสถาบันการเงินและบริษัทประกันนั้นเริ่มใช้บิ๊กดาต้าและระบบอัตโนมัติกันมาก เนื่องจากสามารถลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะอัลกอริทึมสามารถทำงานด้านประเมินความเสี่ยง, คำนวณเบี้ยประกัน ไปจนถึงงานประเภทอื่นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจเหล่านี้จึงต้องมีการประเมินผลกระทบที่ตามมาด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ny-regulator-says-big-data-is-risk-for-discriminate-some-class-of-people-from-financial-services/