คลังเก็บป้ายกำกับ: BACKUP_AND_DR

HPE GreenLake with Cohesity (Pay-as-you-go Data Management) Cohesity โดย HPE GreenLake ให้คุณจ่ายค่าการจัดการข้อมูลตามการใช้งานจริง

“Cohesity โดย HPE GreenLake จะช่วยคุณแก้ปัญหาของข้อมูลจำนวนมากที่กระจัดกระจาย ลดเวลาในการกู้คืน
และนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น”

HPE GreenLake with Cohensity (Pay-as-you-go Data Management)

ในปัจจุบันผู้นำทางธุรกิจได้ปรับเปลี่ยนความคาดหวังจากการใช้งานระบบไอทีขององค์กร ผ่านประสบการณ์การใช้งานระบบคลาวด์ ผนวกกับการเปลี่ยนแปลงของ Digital Transformation ส่งผลให้ปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล เกิดความท้าทายในการบริหารจัดการข้อมูล องค์กรของท่านจะตอบสนองต่อความต้องการที่กำลังเพิ่มขึ้นในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและยืดหยุ่นกว่าเดิมได้อย่างไร โดยยังคงงบค่าใช้จ่ายไว้และสามารถควบคุมการบริหารจัดการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของโซลูชั่น Cohesity-HPE

  • Eliminate multiple point solutions
    ลดจุดซ้ำซ้อนจากหลากหลายโซลูชั่น ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลเดียวระดับองค์กร
  • Safeguard your data
    ปกป้องข้อมูลของคุณ ด้วยฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยที่ built-in มาในตัวและการป้องกัน Ransomware
  • Simplify management
    ลดความซับซ้อนในการจัดการ ด้วยอินเตอร์เฟซผู้ใช้งานระบบเดียวทุกการเชื่อมต่อ Core, Cloud และ Edge
  • Accelerate hybrid/multi-cloud
    เพิ่มความเร็วในการใช้ ไฮบริดคลาวด์ /มัลติคลาวด์ รองรับคลาวด์สาธารณะชั้นนำ
  • Do more with your backup and unstructured data
    ใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากข้อมูลสำรองและข้อมูล Unstructured สำหรับข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ

Credit: Hewlett Packard Enterprise (HPE)

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ

ติดต่อทีมงาน G-Able เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GREENLAKE หรือขอทดสอบใช้งานระบบได้ทันทีที่ บริษัท จีเอเบิล จำกัด (Email : inquiry@g-able.com)

Credit: Hewlett Packard Enterprise (HPE)

เกี่ยวกับ G-Able

G-Able คือบริษัทผู้พัฒนา, ติดตั้งจนถึงให้บริการด้านระบบ IT และ Digital ในไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้าน Modern Digital Solutions, Enterprise Business Solutions และ IT Infrastructure Solutions โดยมีกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในภาคเอกชน

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
บริษัท จีเอเบิล จำกัด
โทร : 065-719-3899
Email : inquiry@g-able.com
หรือสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ G-Able ได้ที่ https://www.g-able.com/contact-us/

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-greenlake-with-cohesity-pay-as-you-go-data-management-cohesity-by-g-able/

[Video Webinar] Detecting Ransomware with Veeam by CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Detecting Ransomware with Veeam” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลจาก Ransomware และการปรับปรุงแผน Business Continuity ให้รองรับกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ภัยคุกคามจาก Ransomware นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดทั้งความเสียหายกับธุรกิจและชื่อเสียงขององค์กร ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการ 3 ขั้นตอนเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้องค์กรสามารถรับมือ Ransomware ได้อย่างมั่นใจ ได้แก่

1. Educate: ปูพื้นฐานเกี่ยวกับ Ransomware และข้อควรระวัง รวมไปถึงการประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง โดยนำคุณสมบัติด้าน Veeam Data Lab และ Veeam Secured Restore มาให้งาน

2. Implement: การใช้ VeeamOne เพื่อตรวจจับลักษณะการโจมตีของ Ransomware และการนำ 3-2-1 Backup Rule มาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร รวมไปถึงการเข้ารหัสข้อมที่สำรองไว้

3. Remediate: การกู้ข้อมูลที่เสียหายหรือถูก Ransomware โจมตีให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงแผนการทำ Business Continuity ให้พร้อมรองรับกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น และสอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-detecting-ransomware-with-veeam-by-csl/

CSL Webinar: Detecting Ransomware with Veeam

CSL ร่วมกับ Veeam ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT Security เข้าฟังบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Detecting Ransomware with Veeam” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลจาก Ransomware และการปรับปรุงแผน Business Continuity ให้รองรับกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2020 เวลา 10:30 ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Detecting Ransomware with Veeam
ผู้บรรยาย: คุณวัชระ กิ่งแก้ว ICT Partner Management Specialist จาก CSL และคุณกีรติ เจียรพาณิชย์พงศ์ System Engineer จาก Veeam Software
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_KeyZlCsbTCGslfJ-CMiDKg

ภัยคุกคามจาก Ransomware นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดทั้งความเสียหายกับธุรกิจและชื่อเสียงขององค์กร ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการ 3 ขั้นตอนเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้องค์กรสามารถรับมือ Ransomware ได้อย่างมั่นใจ ได้แก่

  1. Educate: ปูพื้นฐานเกี่ยวกับ Ransomware และข้อควรระวัง รวมไปถึงการประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง โดยนำคุณสมบัติด้าน Veeam Data Lab และ Veeam Secured Restore มาให้งาน
  2. Implement: การใช้ VeeamOne เพื่อตรวจจับลักษณะการโจมตีของ Ransomware และการนำ 3-2-1 Backup Rule มาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร รวมไปถึงการเข้ารหัสข้อมที่สำรองไว้
  3. Remediate: การกู้ข้อมูลที่เสียหายหรือถูก Ransomware โจมตีให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงแผนการทำ Business Continuity ให้พร้อมรองรับกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น และสอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • CSL Enterprise Solution
  • เจาะลึกความสามารถในการทำงานร่วมกับ Storage และความสามารถใหม่ๆ ใน Veeam V10
  • V10: ความสามารถใหม่, วิธีการคิด License แบบใหม่ และโอกาสใหม่
  • คำแนะนำในการปกป้องข้อมูลจาก Ransomware โดย Veeam Backup
  • แบ่งปันประสบการณ์ในการเตรียมตัวและการกู้คืนข้อมูล
  • ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจจาก Veeam
  • การสาธิตเทคโนโลยี

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/344526120130383/

from:https://www.techtalkthai.com/csl-webinar-detecting-ransomware-with-veeam/

Veeam แจก Veeam Backup for Microsoft Office 365 ให้ใช้ฟรี 6 เดือน พร้อมลดราคา 30% หากซื้อภายในปีนี้

เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถทำงานจากทุกที่ทุกเวลาได้อย่างมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของธุรกิจจะไม่สูญหายไปไหน Veeam ได้ออกมาประกาศแจก Veeam Backup for Microsoft Office 365 ให้ธุรกิจองค์กรได้ใช้งานฟรีถึง 6 เดือน และหากตัดสินใจซื้อไปใช้งานภายในปี 2020 นี้ ก็จะได้รับส่วนลดพิเศษทันที 30% สำหรับการ Subscribe เป็นระยะเวลา 3-5 ปี

Veeam ระบุว่าจากการสำรวจผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT มากกว่า 1,000 ราย 81% ของผู้ถูกสำรวจระบุว่าเคยพบเหตุการณ์ข้อมูลสูญหายจากเหตุการณ์ต่างๆ บน Office 365 ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจาก User Error หรือภัยคุกคามร้ายแรงต่างๆ ดังนั้นการปกป้องข้อมูลของธุรกิจบน Office 365 จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

Veeam Backup for Microsoft Office 365 นี้เป็นโซลูชันสำหรับการสำรองข้อมูลให้กับ Office 365 โดยเฉพาะจาก Veeam โดยในช่วงระยะเวลาทดลองใช้งานฟรี 6 เดือนนี้จะสามารถใช้สำรองข้อมูลได้สำหรับ 999 License และครอบคลุมทั้ง Office 365, Exchange Online, SharePoint Online, OneDrive for Business ไปจนถึง Microsoft Teams

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจ Subscribe ใช้งาน Veeam Backup for Microsoft Office 365 เป็นเวลา 3-5 ปีโดยสั่งซื้อภายในปีนี้ จะได้รับส่วนลดพิเศษ 30% และนับเวลาที่ใช้งานฟรี 6 เดือนนี้เพิ่มเข้าไปในระยะเวลาใช้งานจริงด้วย ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับโปรโมชันครั้งนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

ลงทะเบียนเริ่มต้นใช้งาน Veeam Backup for Microsoft Office 365 ฟรี 6 เดือนได้ทันที

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเพื่อใช้งาน Veeam Backup for Microsoft Office 365 ฟรีหรือต้องการตรวจสอบเงื่อนไขของโปรโมชัน สามารถทำการตรวจสอบข้อมูลและลงทะเบียนได้ทันทีที่นี่

from:https://www.techtalkthai.com/free-veeam-backup-for-microsoft-office-365-for-6-months-and-promotion-for-subscription/

Veeam เข้าซื้อกิจการ Kasten ผู้นำเทคโนโลยีด้าน Backup และ Disaster Recovery สำหรับ Kubernetes

Veeam Software ได้ออกมาประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการของ Kasten ผู้นำเทคโนโลยี Kubernetes Backup & Disaster Recovery แล้วอย่างเป็นทางการที่มูลค่าสูงถึง 150 ล้านเหรียญหรือราวๆ 4,650 ล้านบาท ขยายตลาดสู่การสำรองข้อมูลและระบบสำหรับ Cloud Native Application ในอนาคต

Credit: Kasten.io

อ้างอิงจากการสำรวจของ 451 Research ธุรกิจองค์กรประมาณ 75% ที่ถูกสำรวจนั้นกำลังใช้งานหรือมีแผนที่จะใช้งาน Kubernetes ในอีก 2 ปีนับถัดจากนี้ จึงเป็นที่ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า Container จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่แทบทุกองค์กรทั่วโลกต้องใช้งาน และด้วยเหตุนี้เอง Veeam จึงให้ความสำคัญกับตลาดด้านการสำรองข้อมูลและระบบ รวมถึงการทำ Cloud Data Management สำหรับสถาปัตยกรรมระบบที่ใช้ Kubernetes และ Container ค่อนข้างมาก

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะทำให้ Veeam สามารถนำเทคโนโลยี Kasten K10 Data Management Platform ที่รวมเอาความสามารถในการสำรองข้อมูลและระบบบน Kubernetes ซึ่งใช้งานได้ง่าย รองรับการเพิ่มขยายได้ดี และทำงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยร่วมกับการทำ Application Mobility มาเสนอต่อลูกค้าธุรกิจองค์กรทั่วโลกได้เมื่อแนวโน้มของสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง Application ของธุรกิจองค์กรเปลี่ยนไป

หลังจากนี้ Veeam จะนำ Kasten K10 มาผสานรวมระบบให้ทำงานร่วมกับ Veeam Backup & Replication ได้เพื่อให้ภาพของการทำ Data Management นั้นมีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยทีมงานของ Kasten จะยังคงทำงานอยู่ภายใต้ทีม Kubernetes Business Unit (BU) ของ Veeam ในขณะที่ทีมบริหารของ Kasten เองก็ยังคงทำงานร่วมกับ Veeam อยู่ต่อไป โดย Veeam เองก็จะสนับสนุนโครงการ Open Source ของ Kasten อย่างเช่น Kanister สำหรับทำ Data Management บน Kubernetes และ kopia สำหรับการจัดการข้อมูล Backup ต่อไปด้วย

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kasten สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.kasten.io/

ที่มา: https://www.veeam.com/news/veeam-acquires-kasten-to-accelerate-protection-of-kubernetes-native-workloads-on-premises-and-across-multi-cloud-environments.html

from:https://www.techtalkthai.com/veeam-acquires-kasten-kubernetes-backup/

ป้องกัน Ransomware ด้วย Pure Storage FlashBlade และ SafeMode Snapshots

การสำรองข้อมูลเป็นวิธีในการรับมือกับ Ransomware ที่ดีที่สุด Pure Storage จึงให้บริการ FlashBlade ซึ่งเป็น Storage แบบ All-flash ประสิทธิภาพสูงที่สามารถทำ Snapshots ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและสำรองข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รองรับการทำงานร่วมกับ Backup Vendors ชั้นนำอย่าง Cohesity, Commvault, Veeam และ Veritas พร้อมประสิทธิภาพในการกู้คืนข้อมูลสูงถึง 270 TB/hr

Ransomware ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งของข้อมูลดิจิทัล

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล การจัดเก็บข้อมูลก็ถูกเปลี่ยนจากในรูปของกระดาษมาสู่ในรูปดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปใช้งาน ประมวลผล หรือวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้ข้อมูลดิจิทัลเป็นหัวใจสำคุญของการดำเนินธุรกิจ การสูญหายของข้อมูล เข้าถึงข้อมูลดิจิทัลไม่ได้ กลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้ ด้วยเหตุนี้ Ransomware ที่พุ่งเป้าเข้ารหัสข้อมูลแล้วเรียกค่าไถ่จึงเป็นหนึ่งในภัยคุกคามไซเบอร์ที่อันตรายที่สุดในปัจจุบัน

การศึกษาล่าสุดพบว่า ในปี 2019 ที่ผ่านมา ร้อยละ 60 ขององค์กรทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของ Ransomware ที่น่าตกใจคือ ร้อยละ 13 ต้องรับมือกับ Ransomware เป็นประจำทุกวัน จึงไม่ใช่ประเด็นแล้วว่า “ถ้า” องค์กรถูกโจมตีแล้วจะทำอย่างไร แต่เป็น “เมื่อไหร่” ที่องค์กรจะถูกโจมตีกันแน่ มาตรการและกลไกในการปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรควรมี

มาตรการในการปกป้องข้อมูลที่คุณมีอาจยังไม่ดีเพียงพอ

การสำรองข้อมูลเป็นมาตรการที่ดีที่สุดในการรับมือกับ Ransomware รวมไปถึงอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูลดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การใช้สถาปัตยกรรมในการสำรองข้อมูลแบบเก่า เช่น Disk หรือ Tape อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับ Ransomware ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง SLA ในการกู้คืนข้อมูล การโจมตีระบบ Backup ไม่ให้สามารถใช้งานได้ หรือข้อมูลที่สำรองกลับถูก Ransomware โจมตีเสียเอง

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน Ransomware ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะการโจมตีระบบปฏิบัติการ Windows ในปี 2019 เกิดเหตุแพร่กระจายของ Ransomware ที่ชื่อว่า Lilocked (หรือ Lilu) ไปยัง Linux Server หลายพันเครื่อง ดังนั้น การสำรองข้อมูลบน Linux จึงไม่ใช่ทางออกของการป้องกัน Ransomware อีกต่อไป มาตรการที่ดีที่สุดคือใช้กฎ Backup Rule แบบ 3-2-1 คือ เก็บข้อมูล 3 ชุด 2 ชุดที่เป็นข้อมูลสำรองเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกัน และนำข้อมูลสำรอง 1 ชุดไปเก็บไว้ภายนอกองค์กร (Off-site) เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลมีปัญหา ถูก Ransomware โจมตี หรือเกิดเหตุภัยพิบัติที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสำนักงานได้ ยังคงมีข้อมูลสำรองที่ปลอดภัยเหลืออีก 1 ชุดแน่นอน

Pure Storage FlashBlade: All-Flash Storage สำหรับจัดเก็บและสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูง

เพื่อสนับสนุนการรับมือกับ Ransomware ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ Pure Storage จึงได้นำเสนอ FlashBlade ซึ่งเป็น All-Flash Storage สำหรับจัดเก็บและสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำ SafeMode Snapshot ช่วยให้องค์กรสามารถสำรองข้อมูลและ Metadata ที่เกี่ยวข้องในรูปของ Snapshots แบบ Read-only ได้ การเป็น Read-only Snapshot นี้เอง ทำให้ Ransomware ไม่เข้ารหัสหรือทำลายไฟล์ข้อมูลที่ Snapshot ไว้ได้อีกต่อไป ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นจริง ก็สามารถกู้คืนข้อมูลจาไฟล์ Snapshot ได้โดยตรงทันที

จุดเด่นของ FlashBlade ประกอบด้วย

  • ยกระดับการปกป้องข้อมูล: ป้องกันการการลบ แก้ไข หรือเข้ารหัสข้อมูลสำรองที่ทำ SafeMode Snapshot ไว้จาก Ransomware ผู้ไม่ประสงค์ดี หรืออุบัติเหตุ
  • สำรองข้อมูลได้ทันที: สามารถใช้การทำ Snapshot เพื่อสำรองข้อมูลโดยไม่ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ Backup
  • Snapshot ได้อย่างยืดหยุ่น: สามารถกำหนดเวลาในการทำ Snapshot และกำจัด Snapshot ทิ้งได้อย่างอิสระ
  • กู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว: ด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวของ FlashBlade ช่วยลด RPO และ RTO ให้เหลือน้อยที่สุดด้วยการกู้คืนข้อมูลความเร็วสูงถึง 270 TB/hr
  • ลดค่าใช้จ่ายในการสำรองข้อมูล: ลูกค้าสามารถใช้ฟีเจอร์ SafeMode Snapshot ได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

สำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการสำรองและกู้คืนข้อมูล FlashBlade ได้ผ่านการทดสอบการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Backup ชั้นนำหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Cohesity, Commvault, Veeam หรือ Veritas ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.purestorage.com/solutions/infrastructure/ransomware.html

ผู้ที่สนใจยกระดับการจัดเก็บข้อมูลและป้องกัน Ransomware ด้วย Pure Storage FlashBlade สามารถติดต่อ Exclusive Networks ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Pure Storage อย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ที่อีเมล marketing_th@exclusive-networks.com หรือโทร 0-2694-1421-3 ext. 2512

from:https://www.techtalkthai.com/protect-against-ransomware-with-pure-storage-flashblade/

True IDC คว้า AWS End User Computing (EUC) Competency เปิดตัวโซลูชัน Work From Anywhere อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบจาก COVID-19 ยังคงส่งผลกับธุรกิจทั่วโลก ทำให้ภาคธุรกิจเร่งปรับตัวมาใช้ระบบ Cloud กันอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หลายคนเริ่มคุ้นชินกับการ Work from Anywhere จากที่ไหนก็ได้ และจะกลายเป็นวิถีการทำงานใหม่หลังโควิด ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มว่าองค์กรมากมายปรับตัวใช้รูปแบบการทำงานแบบนี้ต่อไปแม้สถานการณ์ต่าง ๆ จะดีขึ้นแล้วก็ตาม ซึ่งทาง Gartner ก็ได้มีการคาดการณ์ว่าทั่วโลกจะมีตัวเลขการเติบโตของการลงทุนบน Desktop as a Service (DaaS) เพิ่มขึ้นสูงถึง 95.4% หรือประมาณ 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วย Demand ที่เพิ่มมากขึ้น True IDC จึงเปิดให้บริการ End User Computing on AWS ซึ่งได้รวบรวมโซลูชันการทำงานแบบ Remote & Work from Anywhere บน Cloud 100% ที่ผ่านการรับรองจาก AWS มั่นใจทั้งเรื่องความคล่องตัวและความมั่นคงปลอดภัย

Work From Anywhere แบบมีประสิทธิภาพด้วยโซลูชันบน Cloud แบบครอบคลุมทุกความต้องการ

True IDC ผู้ให้บริการ Data Center และ Cloud ชั้นนำของประเทศไทย เปิดให้บริการโซลูชัน Remote & Work from Anywhere with True IDC เพื่อรองรับการทำงานจากที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ของพนักงานทุกองค์กรให้สามารถเข้าถึงข้อมูล แอปพลิเคชัน และติดต่อสื่อสารกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Collaboration Tools, Cloud Storage, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), App Streaming หรือ Remote Support เป็นต้น โดยจัดทำเป็นแพ็กเกจที่รวมทุกโซลูชันเข้าด้วยกัน ช่วยให้องค์กรพร้อมเริ่ม Work from Anywhere ได้อย่างสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น!

ที่สำคัญคือแพ็กเกจของ True IDC นี้สอดคล้องกับแนวทางการนำไปใช้งานที่ได้รับการยืนยันแล้ว (Validated Design) ของ Amazon Web Services ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะสามารถใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพ และมั่นคงปลอดภัย

ผู้ให้บริการสัญชาติไทยรายแรกและรายเดียวที่ผ่านการรับรอง AWS End User Computing (EUC) Competency

แพ็กเกจโซลูชัน Remote & Work from Anywhere บน Amazon Web Services Cloud ที่ True IDC พร้อมเสิร์ฟประกอบด้วย 2 บริการหลัก ได้แก่

  1. Amazon WorkSpaces สำหรับให้บริการ Desktop as a Service ช่วยให้พนักงานที่ทำงานผ่านระบบเคลื่อนที่และทำงานจากระยะไกลสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ต้องการ สามารถจัดเตรียมเดสก์ท็อป Windows หรือ Linux ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ให้กับผู้ใช้จำนวนมากอย่างรวดเร็ว
  2. Amazon AppStream 2.0 สำหรับให้บริการ App Streaming สามารถจัดการแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปได้จากส่วนกลางและส่งไปยังคอมพิวเตอร์ได้ทุกเครื่องอย่างปลอดภัย ปรับขนาดให้เหมาะกับจำนวนผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องจัดเตรียมหรือดำเนินการฮาร์ดแวร์หรือโครงสร้างพื้นฐาน

True IDC เป็นผู้ให้บริการสัญชาติไทยรายแรกและรายเดียวที่ผ่านการรับรอง AWS End User Computing (EUC) Competency ซึ่งยืนยันความเชี่ยวชาญของ True IDC ในการให้คำปรึกษาและนำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับโซลูชัน Remote & Work from Anywhere จาก Amazon Web Services โดยลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการใช้บริการ ดังนี้

  • เริ่มต้น Work from Anywhere ได้ภายใน 1 สัปดาห์
  • ลดการลงทุนด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (CapEx) และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบดังกล่าว
  • บริหารจัดการระบบทั้งหมดได้ง่ายจากศูนย์กลาง
  • ลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลสู่ภายนอก
  • เพิ่มลดการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น
  • ซัพพอร์ตโดยทีมผู้เชี่ยวชาญภายในประเทศ สะดวก รวดเร็ว และติดต่อได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

หนึ่งในผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองจาก Amazon Web Services มากที่สุดในประเทศไทย

True IDC จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ Amazon Web Services มานานกว่า 6 ปี ให้บริการโซลูชันที่หลากหลาย นำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกอุตสาหกรรม รวมไปถึงมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและสนับสนุนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ การออกแบบและวางระบบ การย้าย Workload ขึ้นสู่ Cloud การปรับแต่งการใช้งานให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงเพื่อให้คุ้มค่าที่สุดไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขายโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ส่งผลให้ True IDC ได้รับการแต่งตั้งเป็น Advanced Technology Partner และ Advanced Consulting Partner โดยผ่านการรับรองทั้งทางด้าน Solution Provider, Public Sector Partner AWS Direct Connect Partner, Amazon EC2 for Microsoft Windows Server และ End User Computing

นอกจากนี้ ทีมวิศวกรของ True IDC ยังผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองหลากหลายรายการ เช่น Solutions Architect Professional, DevOps Engineer Professional แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการให้บริการโซลูชันของ Amazon Web Services เพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์เชิงธุรกิจของลูกค้าได้ในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษา

พร้อมบริการเสริมเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้รัดกุม

นอกจากบริการ End User Computing on AWS สำหรับการทำงานแบบ Remote และ Work from Anywhere แล้ว True IDC ยังให้บริการเสริมอื่น ๆ เพื่อยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและเพิ่มความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ เช่น

  • Backup as a Service: บริการสำรองและกู้ข้อมูลเครื่องเซิร์ฟเวอร์บนระบบ Cloud
  • Disaster Recovery as a Service: บริการศูนย์สำรองบนระบบ Cloud สำหรับรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
  • Security as a Service: บริการ DDoS Protection สำหรับป้องกัน Web Apps และระบบ Cloud
  • Mobile Device Management: ระบบบริหารจัดการและควบคุมการใช้อุปกรณ์พกพาเมื่อต้องทำงานภายนอกสถานที่
  • Single Sign-on: บริการ Single Sign-on สำหรับผู้ดูแลระบบ IT เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการบริหารจัดการ Services ต่าง ๆ บน Multi – Cloud และอุปกรณ์พกพา

องค์กรและหน่วยงานใดสนใจใช้บริการ Work from Anywhere with True IDC สามารถติดต่อ True IDC เพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sales@trueidc.co.th หรือโทร 02 494 8300

from:https://www.techtalkthai.com/true-idc-receives-aws-end-user-computing-euc-competency/

Veeam Webinar: ปรับการทำ Business Continuity ขององค์กรให้ตอบโจทย์ข้อมูลปริมาณมหาศาลและการทำ PDPA

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, Data Center Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ปรับการทำ Business Continuity ขององค์กรให้ตอบโจทย์ข้อมูลปริมาณมหาศาลและการทำ PDPA โดย Veeam” เพื่อเรียนรู้และอัปเดตถึงแนวทางในการทำ Business Continuity ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากปริมาณของข้อมูลที่มากขึ้น และการตอบรับต่อพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ถูกสำรองอยู่นี้ถูกนำไปใช้หรือเข้าถึงในทางที่ผิด ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ปรับการทำ Business Continuity ขององค์กรให้ตอบโจทย์ข้อมูลปริมาณมหาศาลและการทำ PDPA โดย Veeam

ผู้บรรยาย: คุณ Keerati Je, Systems Engineer, Veeam Thailand

วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.

ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference

จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน

ภาษา: ไทย

องค์กรที่ได้ปรับตัวสู่การเป็น Digital Enterprise แล้ว ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมการเงิน, หน่วยงานภาครัฐ หรือภาคสาธารณสุขนั้น ล้วนต้องเผชิญกับความกดดันในการตอบรับต่อข้อกำหนดที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องตามกฎหมายเพื่อควบคุมให้ข้อมูลมีความถูกต้องและมั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้ ปริมาณของข้อมูลที่มีคุณค่าในธุรกิจนั้นก็มีจำนวนมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ลูกค้าเองนั้นก็คาดหวังต่อการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาได้ทันทีที่ต้องการ ธุรกิจองค์กรหลายแห่งจึงต้องทำการพัฒนา Mobile Application ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในแต่ละปี รวมถึงการฝากเงินและการถอนเงินจากบัญชีด้วย

เมื่อพิจารณาถึงความละเอียดอ่อนของข้อมูลทางด้านการเงินแล้ว การที่ข้อมูลสูญหายหรือรั่วไหลนั้นก็อาจส่งผลอันใหญ่หลวงต่อองค์กร, นักลงทุน, การสาธารณสุข และลูกค้าได้ ผู้นำทางด้าน IT ในองค์กรแบบดิจิทัลจึงต้องปรับตัวธุรกิจไปสู่กลยุทธ์การบริหารจัดการข้อมูลอย่างชาญฉลาด ซึ่งครอบคลุมถึงการสำรองและกู้คืนข้อมูลได้สำหรับทุกแอปพลิเคชันและระบบงานที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว, การปกป้องและการบริหารจัดกการข้อมูลสำหรับทุกระบบบน Multi-Cloud, การจัดการแบบอัตโนมัติและการใช้งานทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และการเปลี่ยนให้การสำรองข้อมูล, ย้ายข้อมูล, เสริมความมั่นคงปลอดภัยให้ข้อมูล และการกู้คืนข้อมูลนั้นกลายเป็นแบบอัตโนมัติและสอดคล้องกับความต้องการทางกฎหมายอย่างเช่น PDPA

การเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูลนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่องบประมาณทางด้าน IT ขององค์กร ซึ่งทาง Veeam ได้เล็งเห็นว่าแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและรูปแบบการลงทุนในระบบ Cloud Data Management นี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจทางด้านการเคลื่อนย้ายข้อมูล โซลูชันอย่างเช่น Veeam Universal License จะช่วยให้คุณสามารถขยายระบบไปยังแพลตฟอร์มใดๆ ที่ต้องการก็ได้โดยไม่ต้องซื้อลิขสิทธิ์หรืออุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้ถึงประเด็นดังต่อไปนี้

  • การปรับปรุงการทำ Business Continuity สำหรับธุรกิจองค์ กรให้สอดคล้องกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นและการทำ PDPA
  • เจาะลึกความสามารถในการทำงานร่วมกับ Storage และความสามารถใหม่ๆ ใน Veeam V10
  • V10: ความสามารถใหม่, วิธีการคิด License แบบใหม่ และโอกาสใหม่
  • คำแนะนำในการปกป้องข้อมูลจาก Ransomware โดย Veeam Backup: แบ่งปันประสบการณ์ในการเตรียมตัวและการกู้คืนข้อมูล
  • ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจจาก Veeam
  • การสาธิตเทคโนโลยี

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Veeam ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_XGs-ChdiT3uy4AfnAFdfAA  โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/veeam-webinar-business-continuity-for-tons-of-data-and-pdpa/

[Video Webinar] Accelerate Your Hybrid Cloud Infrastructure with CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Accelerate Your Hybrid Cloud Infrastructure with CSL” เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ Hybrid Cloud กับระบบ IT ขององค์กร รวมไปถึงแนะนำเทคโนโลยีจาก Lenovo, VMware และ Veeam ภายใต้แนวคิด Agile – Simplified – Reliable ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

สถานการณ์ COVID-19 ทำให้ธุรกิจมีความผันผวนไม่แน่นอน หลายองค์กรธุรกิจต้องปรับตัวให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้จากทุกที่และทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลระบบเองก็ต้องมองหาระบบ IT ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่องค์กรต้องการ

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้รู้จักกับ Hybrid Cloud อีกทางเลือกของการวางระบบ Cloud ด้วยการผสานคุณสมบัติของ Public Cloud และ Private Cloud ไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกใช้ Cloud ที่เหมาะสมที่สุดให้แต่ละ Workload หรือแต่ละรูปแบบของการทำงานได้อย่างอิสระ ทั้งยังสามารถเคลื่อนย้าย Workload เหล่านั้นไปในสภาวะแวดล้อม IT ต่างๆ ได้อีกด้วย ตอบโจทย์ความรวดเร็วในการขยายระบบ และยังคงไว้ซึ่งความง่ายในการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ท่านได้เรียนรู้เทคโนโลยีจาก Lenovo, VMware และ Veeam ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถสร้างและติดตั้งระบบต่างๆ บน Cloud ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ตอบโจทย์เรื่องความคล่องตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Agile) ความง่าย (Simplified) และให้ความมั่นใจในการใช้งาน (Reliable)

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-accelerate-your-hybrid-cloud-infrastructure-with-csl/

CSL Webinar: Why Hyper-converged Infrastructure for the New Normal Era

CSL ขอเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าฟังบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Why Hyper-converged Infrastructure for the New Normal Era” พร้อมแนะนำเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แบบ Next-generation ของ HPE ที่ผสานการทำงานของ HPE SimpliVity เข้าไป ลดค่าใช้จ่ายด้าน Backup & DR และความเสี่ยงที่ระบบจะหยุดชะงัก ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2020 เวลา 10:30 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Why Hyper-converged infrastructure for the New Normal Era
ผู้บรรยาย: คุณธนวิทย์ ชาญสุไชย Data Center Consultant จาก HPE และคุณวัชระ กิ่งแก้ว ICT Partner Management Specialist จาก CSL
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_2dbo6UkeSYqhze_zmH6YOA

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้รู้จักเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แบบ Next-generation ของ HPE ที่ผสานการทำงานของ HPE SimpliVity เข้าไป ลดค่าใช้จ่ายด้าน Backup & DR การเฝ้าระวัง และความเสี่ยงที่ระบบจะหยุดชะงัก ยกระดับ Data Center ให้พร้อมใช้งานในยุค New Normal

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Next Generation Hyper-Converged infrastructure
  • Work Life Balance with Security Platform (PDPA)
  • How to Prevent Ransomware Attacks: on HCI
  • Q&A

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/901485433717218/

from:https://www.techtalkthai.com/csl-webinar-why-hyper-converged-infrastructure-for-the-new-normal-era/