คลังเก็บป้ายกำกับ: AVIATION

Boeing เตรียมปิดสายการผลิตเครื่องบินรุ่น 747 ที่อายุการผลิตยาวนานมากกว่า 50 ปี

“โบอิ้ง” หนึ่งในบริษัทผลิตเครื่องบินโดยสารรายใหญ่ได้เตรียมปิดฉากสายการผลิตเครื่องบินยักษ์รุ่น 747 แล้วหลังเหลือจำนวนที่ผลิตเพียงแค่ 15 ลำ นอกจากนี้บริษัทยังขาดทุนในการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้มาตั้งแต่ปี 2016 แล้วด้วย

การบินไทย Boeing โบอิ้ง 747
การบินไทยเองก็เป็นหนึ่งในสายการบินที่เลือกใช้ “โบอิ้ง 747” – ภาพจาก Shutterstock

Boeing เตรียมที่จะปิดสายการผลิตเครื่องบินในรุ่น 747 ที่มีอายุของสายการผลิตยาวนานมากกว่า 50 ปี และเป็นเครื่องบินที่สายการบินทั่วโลกนิยมใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จากขนาดของเครื่องบินที่จุผู้โดยสารได้สูงถึง 400 ที่นั่น โดยบริษัทและซัพพลายเออร์พูดคุยถึงการใช้ชิ้นส่วนการผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยจะผลิตเครื่องบินรุ่นนี้และส่งมอบให้ภายใน 2 ปีข้างหน้า

คำสั่งซื้อสุดท้ายของเครื่องบินยักษ์ลำนี้นั่นคือ Air Force 1 ของรัฐบาลสหรัฐที่สั่งซื้อในปี 2017 ขณะที่คำสั่งซื้อที่เหลือก่อนหน้านี้มาจาก UPS บริษัทขนส่งสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ และ Volga-Dnepr บริษัทรับขนส่งสินค้าจากประเทศรัสเซีย ทำให้ Boeing เหลือเครื่องบินรุ่นนี้ที่ต้องผลิตทั้งสิ้น 15 ลำ ปัจจุบันอัตราการผลิตเครื่องบินรุ่นดังกล่าวสามารถผลิตได้เดือนละ 0.5 ลำ

ไม่เพียงแค่นั้นบริษัทเองก็ประสบปัญหาผลกระทบจาก COVID-19 จากเที่ยวบินของสายการบินต่างๆ ที่คาดการณ์ว่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างต่ำต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ยิ่งทำให้ความต้องการเครื่องบินโดยสารลดลง และเมื่อบริษัทมีสายการผลิตเครื่องบินหลากหลายรุ่น ยิ่งทำให้บริษัทยิ่งต้องลดสายการผลิตเครื่องบินลงไปอีก เพื่อที่ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ

สาเหตุอีกเรื่องที่ต้องปิดฉากสายการผลิตรุ่น 747 ที่มีฉายาว่า “ราชินีของท้องฟ้า” นั้นคือประสิทธิภาพในการพัฒนาเครื่องบินเพื่อให้บินได้ไกลขึ้น ในระยะเวลาเมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นอื่นๆ ของบริษัทไม่ว่าจะเป็น 777 หรือ 787 นั้นสามารถพัฒนาระยะการบินได้ไกลมากขึ้นอย่างน้อย 50% ขณะที่รุ่น 747 พัฒนาไปได้แค่ 25% เท่านั้น

Sheila Kahyaoglu นักวิเคราะห์จาก Jefferies ได้วิเคราะห์ว่า Boeing นั้นขาดทุนจากการผลิตเครื่องบินรุ่น 747 มาตั้งแต่ปี 2016 โดยขาดทุนลำละ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ยิ่งทำให้บริษัทตัดสินใจยกเลิกสายการผลิตได้ง่ายขึ้น

ที่มา – The National, Fox Business

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/boeing-prepared-to-shut-747-production-line-soon-media-reports-4-jul-2020/

ไปไม่ไหว Airbus ประกาศปลดพนักงาน 15,000 คนภายในปีนี้ หลังความต้องการเครื่องบินลดลง

แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารรายใหญ่ ประกาศปลดพนักงาน 15,000 คนภายในปีนี้ และเตรียมลดกำลังการผลิตเครื่องบินโดยสารอีก 40% หลังจากความต้องการเครื่องบินลดลง

Airbus แอร์บัส A380
ภาพจาก Shutterstock

แอร์บัส (Airbus) ผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารรายใหญ่ของโลก ประกาศปลดพนักงานถึง 15,000 คน ภายในระยะเวลา 12 เดือน โดยพนักงานที่โดนปลดนั้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% ของพนักงานทั้งหมด สาเหตุสำคัญมาจากอุตสาหกรรมการบินที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ความต้องการเครื่องบินโดยสารที่ลดลง และส่งผลต่อบริษัทผลิตเครื่องบินตามไปด้วย

ขณะเดียวกันบริษัทได้รายงานว่าจะลดกำลังการผลิตเครื่องบินโดยสารลง 40% ภายในระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีมุมมองว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินนั้นอาจช้ากว่าที่คาดไว้ด้วย ซึ่งการฟื้นตัวไวที่สุดนั้นจะไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2023 และมีความเป็นไปได้สูงสุดอยู่ในช่วงปี 2025 ด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกันสายการบินต่างๆ ที่ได้สั่งซื้อเครื่องบินจาก Airbus เริ่มที่จะมีการไม่ขอรับเครื่องบินโดยสารที่สั่งซื้อไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น AirAsia สายการบินราคาประหยัดจากมาเลเซีย เป็นต้น เนื่องจากมองว่าเครื่องบินนั้นมีจำนวนมากกว่าความต้องการของผู้เดินทางในขณะนี้

ก่อนหน้านี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้ปรับคาดการณ์ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกนั้นรายได้จะหายไปมากถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2019 อยู่ที่ 419,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะขาดทุนสูงถึง 84,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นผลกระทบจาก COVID-19

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Boeing ได้ประกาศปรับลดพนักงานถึง 13,000 ราย รวมไปถึงผู้ผลิตเครื่องยนต์ไอพ่นสำหรับเครื่องบินโดยสารอย่าง Rolls-Royce ก็ประกาศลดพนักงานถึง 9,000 ราย

ที่มา – CNN, BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/airbus-axe-15000-workers-this-year-after-decline-of-commercial-airplanes-1-jul-2020/

ไม่มีใครอุ้ม? นกสกู๊ตขาดทุนต่อเนื่อง แถมถูกโควิด-19 พ่นพิษหนัก ประกาศเลิกกิจการแล้ว

ก่อนหน้านี้ สายการบินนกสกู๊ตเพิ่งประกาศปรับโครงสร้างสายการบินใหม่ หลังโควิด-19 ระบาดหนัก ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินถ้วนหน้า นกสกู๊ตได้ปรับตัวทั้งลดค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนผู้บริหารและพนักงานแล้ว แต่ในที่สุดก็ถึงแก่เวลาต้องเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท

NokScoot นกสกู๊ต
ภาพจาก Shutterstock

โดยสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) มีมติรับทราบการเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด โดยมีบริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 49.65% ของทุนจดทะเบียน คิดเป็น 1,470 ล้านบาท

เนื่องจากบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมให้พิจารณาอนุมัติการเลิกกิจการและการชำระบัญชีต่อไป

การเลิกกิจการของบริษัทสายการบินนกสกู๊ต จำกัด นั้นไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินของบริษัท สำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไปนั้น เส้นทางที่เป็นสิทธิการบินที่บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีอยู่นั้น จะหยุดให้ดำเนินการในเส้นทางบินจีน ได้แก่ นานจิง ชิงเต่า เทียนจิน เฉินหยาง

เส้นทางบินไต้หวัน ได้แก่ ไทเป เส้นทางบินญี่ปุ่น ได้แก่ นาริตะ โอซากา ซัปโปโร และเส้นทางอินเดีย ได้แก่ เดลลี เส้นทางเหล่านี้ไม่ได้กระทบในการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมแต่อย่างใด

บริษัทยังให้บริการในเส้นทางบินในประเทศเป็นหลัก และเส้นทางบินระหว่างประเทศที่มีสิทธิการบินเป็นของตนเองได้แก่ เส้นทางบินพม่า ได้แก่ ย่างกุ้ง เส้นทางบินเวียดนาม ได้แก่ โฮจิมินห์ เส้นทางบินญี่ปุ่น ได้แก่ ฮิโรชิม่า และบริษัทจะแจ้งการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริาัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ให้ทราบต่อไป

ที่มา – SET

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nok-scoot-closing-business/

นกสกู๊ตปรับโครงสร้างสายการบินใหม่ หลัง COVID-19 พ่นพิษ ยืนยันไม่ปิดกิจการ

สายการบินนกสกู๊ตประกาศที่จะปรับโครงสร้างสายการบินใหม่ หลังจากวิกฤติ COVID-19 ทำให้สายการบินต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะสามารถผ่านพ้นเวลาช่วงนี้ไปได้ คาดว่าอาจมีการลดจำนวนฝูงบินลง และลดพนักงาน

NokScoot นกสกู๊ต
ภาพจาก Shutterstock

Facebook เพจ Outsider’s Aviation ได้รายงานว่า สายการบินนกสกู๊ต ได้เตรียมที่จะปรับโครงสร้างของสายการบินใหม่ หลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อสายการบิน และโดยเฉพาะเส้นทางบินต่างประเทศที่เป็นธุรกิจหลักของสายการบิน ลูกค้านั้นไม่สามารถเดินทางได้จากมาตรการของประเทศต่างๆ ขณะที่ค่าใช้จ่ายของสายการบินนั้นมีอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดีไม่มีการปิดสายการบินแต่อย่างใด

ทางด้าน Brand Inside ได้รับบันทึกข้อความบางส่วนที่ส่งให้พนักงาน กล่าวถึงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อนกสกู๊ตที่มีเที่ยวบินส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นรายได้หลักของสายการบินราคาประหยัดแห่งนี้ แม้ว่าสายการบินเองจะมีมาตรการในการลดค่าใช้จ่ายเช่น ลดเงินเดือนผู้บริหารและพนักงานแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เพียงพอด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกันความพยายามดิ้นรนของสายการบินเพื่อเอาตัวรอดคือการใช้เครื่องบินของสายการบินขนส่งคาร์โก้สินค้าเพื่อที่จะมีรายได้มาหล่อเลี้ยง แต่รายได้ดังกล่าวก็ยังห่างไกลกับค่าใช้จ่ายของสายการบินที่มีอยู่ในแต่ละเดือน นอกจากนี้จากคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบินนั้นมองว่าต้องใช้เวลา 2-3 ปีที่สายการบินจะกลับมาฟื้นตัวเท่ากับปี 2019

ข้อมูลจาก Filght Radar 24 นั้นปัจจุบันสายการบินมีเครื่องบินประจำการ 7 ลำ ขณะที่บันทึกข้อความของสายการบินได้กล่าวถึงว่าอาจต้องวางแผนจัดการเครื่องบินจำนวน 5 ลำใหม่ คาดว่าอาจมีการใช้เครื่องบินลดลง ซึ่งจะต้องมีการปรับลดพนักงานลงด้วย

อย่างไรก็ดียังไม่มีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ จาก Singapore Airlines ที่เป็นบริษัทแม่ของ Scoot รวมไปถึง
นกแอร์ ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันสายการบินนกสกู๊ต ถือหุ้นโดยนกแอร์ 51% และสายการบิน Scoot 49%

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nok-scoot-restructure-after-covid-19-pandemic-but-not-closing-business-24-june-2020/

IATA คาดอุตสาหกรรมการบินปีนี้ขาดทุนมากถึง 2.6 ล้านล้านบาท แต่ธุรกิจคาร์โก้ยังโตต่อเนื่อง

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินในปีนี้จะขาดทุนมากถึง 2.6 ล้านล้านบาท  โดยธุรกิจการบินจากเอเชียได้รับผลกระทบมากสุด และหลัง COVID-19 ยังมีความท้าทายอีกมาก

Suvarnabhumi Airport สนามบินสุวรรณภูมิ
ภาพจาก Shutterstock

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ปรับคาดการณ์ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกนั้นรายได้จะหายไปมากถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2019 อยู่ที่ 419,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะขาดทุนสูงถึง 84,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นผล
กระทบจาก COVID-19

สำหรับทวีปที่ได้รับผลมากที่สุดคือในเอเชีย IATA คาดว่าสายการบินในเอเชียจะขาดทุนรวมกันมากถึง 29,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือยุโรป อเมริกา ตามลำดับ อย่างไรก็ดีในปีนี้ยังมีปัจจัยบวก เช่น ราคาน้ำมันที่ไม่สูงเท่ากับปี 2019 ที่ผ่านมา และส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจคาร์โก้จากปัญหาการขาดแคลนผู้ขนส่งสินค้าในช่วง COVID-19

ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นสายการบินที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เริ่มล้มละลาย เข้าฟื้นฟูกิจการ หรือไม่ก็ต้องได้เม็ดเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ เพราะว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามปกติได้ ส่งผลทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

ในขณะที่ปี 2021 นั้น IATA คาดว่าอุตสาหกรรมการบินจะยังขาดทุนอยู่ราวๆ 15,800 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าในภาพรวม อุตสาหกรรมการบินกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวก็ตาม แต่ IATA ก็ยังมองว่าต่ำกว่าในปี 2019 อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของอุตสาหกรรมที่ต่ำกว่าปี 2019 ถึง 29% อย่างไรก็ดีปี 2021 นี้การขนส่งคาร์โก้สินค้าจะยังเติบโตได้สูงถึง 25% จากปี 2020

IATA ยังมองความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินหลังจากนี้จะประกอบไปด้วย ภาระหนี้ของสายการบินที่สูงมากขึ้น การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ความกังวลจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ส่งผลต่อกำลังซื้อ รวมไปถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสารหลังจากแต่ละประเทศเริ่มเปิดให้เดินทาง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/iata-forecasts-airlines-industry-loss-84-billion-usd-this-year-but-cargo-surging-growth-10-june-2020/

รัฐบาลฮ่องกงเตรียมอุ้มสายการบิน Cathay Pacific มูลค่าสูงถึง 165,000 ล้านบาท

รัฐบาลฮ่องกงได้เตรียมอุ้มสายการบิน “คาเธ่ย์แปซิฟิค” มูลค่าสูงถึง 165,000 ล้านบาท และจะทำให้รัฐบาลฮ่องกงกลายเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นใหญ่ของสายการบินดังกล่าวนี้ทันที

Cathay Dragon Hong Kong สายการบินคาเธ่ย์
ภาพจาก Shutterstock

South China Morning Post รายงานว่า รัฐบาลฮ่องกงมีแผนช่วยเหลือสายการบิน Cathay Pacific ด้วยมูลค่าอาจมากถึง 40,000 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 165,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินกว่า 30,000 ล้านเหรียญฮ่องกงเตรียมอัดฉีดตรงเข้าสู่สายการบิน ไม่ว่าจะเป็นการถือหุ้นของสายการบิน รวมไปถึงการปล่อยสินเชื่อ เพื่อที่จะช่วยให้ Cathay Pacific ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้

การช่วยเหลือ Cathay Pacific ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลฮ่องกงได้ช่วยเหลือธุรกิจเอกชนเป็นครั้งแรก หลังจากที่สายการบินได้นำฝูงเครื่องบินส่วนใหญ่จอดไว้ เนื่องจากวิกฤติ COVID-19 ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกในขณะนี้

ไม่ใช่แค่ผลกระทบจาก COVID-19 เท่านั้น แต่ในช่วงที่ผ่านมาสายการบินได้รับแรงกดดันจากจีนแผ่นดินใหญ่ กรณีที่พนักงานของสายการบินบางส่วนสนับสนุนผู้ชุมนุมในฮ่องกง ทำให้รัฐวิสาหกิจของจีนประกาศงดใช้สายการบินในการเดินทาง จนทำให้สายการบินต้องเปลี่ยน CEO ของสายการบินมาแล้ว

นอกจากนี้จุดประสงค์ในการช่วยเหลือ Cathay Pacific เพื่อทำให้ฮ่องกงเป็น 1 ในฮับการบินต่อไป ซึ่งสายการบินมีสล็อตการบินในสนามบินฮ่องกงมากถึง 50% และถ้าหากสายการบินล้มลงไปก็จะกระทบต่อสนามบินฮ่องกงซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของด้วย

ปัจจุบันสายการบินมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ Swire Pacific ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในฮ่องกง ถือหุ้น 45% และ Air China ถือหุ้น 30%

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hk-gov-bailout-cathay-pacific-about-40-billion-hkd-9-june-2020/

การบินไทยแจ้งนักลงทุน อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูกิจการนานสุดถึง 7 ปี

การบินไทยได้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาของสายการบินแห่งชาติรายนี้ในด้านต่างๆ โดยการฟื้นฟูกิจการอาจใช้เวลาได้ยาวสูงสุดถึง 7 ปี

Thai Airways การบินไทย
ภาพจาก Shutterstock

การบินไทยได้จัดประชุมแก่ผู้ถือหุ้นรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูของการบินไทย ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย C ให้กับหุ้นการบินไทยบนกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ จากสาเหตุการเข้าฟื้นฟูกิจการของบริษัทที่ได้ยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลาง โดยการบินไทยได้แจ้งที่มาและสาเหตุ รวมไปถึงแนวทางการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งการบินไทยอาจต้องใช้เวลาถึง 7 ปีในการเข้าสู่แผนฟื้นฟูนี้

สาเหตุสำคัญที่สายการบินได้แจ้งว่าต้องเข้าฟื้นฟูกิจการ ได้แก่

  1. การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลทำให้การบินไทยขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
  2. สภาพการแข่งขันของสายการบินที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น
  3. ความไม่คล่องตัวในการดำเนินธุรกิจจากสถานะการเป็นรัฐวิสาหกิจ

ขณะที่แนวทางการแก้ไขเพื่อทำให้การบินไทยสามารถพ้นจากเครื่องหมาย C ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้นการบินไทยได้แต่งตั้งผู้มีประสบการณ์เข้ามาแก้ไขปัญหา โดยได้เลือก EY เป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการของบริษัทที่ได้แต่งตั้งขึ้นมาใหม่สำหรับทำแผนฟื้นฟู และแผนที่บริษัทได้ชี้แจงคร่าวๆ ให้กับนักลงทุน เช่น

  1. ปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เพื่อยืดเวลาชำระหนี้ออกไป การลดหนี้ พักชำระหนี้ ฯลฯ
  2. ปรับปรุงเครือข่ายการบินรวมไปถึงฝูงบินของการบินไทย
  3. ปรับปรุงองค์กร รวมไปถึงโครงสร้างองค์กร
  4. ปรับปรุงช่องการขายตั๋วโดยสารของการบินไทย ที่จะเน้นช่องทางขายผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

อย่างไรก็ดีถ้าหากเจ้าหนี้เสนอผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทยแข่งกับบริษัท ก็อาจทำให้ระยะเวลาที่ศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟูแผนอาจยืดไปได้ถึงช่วงกลางปี 2564 ได้เลยทีเดียว โดยศาลล้มละลายกลางจะมีการนัดไต่สวนรอบแรกในวันที่ 17 สิงหาคมที่จะถึงนี้ หลังจากรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย

ที่มา – การบินไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-airways-rehabilitation-plan-maybe-longer-as-7-years-company-reports/

นายกมาเลเซียตั้ง CEO ของ Petronas ขึ้นคุม Malaysia Airlines แก้วิกฤติสายการบินขาดทุน

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่งตั้ง CEO ของ Petronas ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานของ Malaysia Airlines โดยหวังว่าประสบการณ์กว่า 37 ปีของเขาจะช่วยพาสายการบินฝ่าวิกฤติไปได้

Malaysia Airlines มาเลเซีย แอร์ไลน์
ภาพจาก Shutterstock

Muhyiddin Yassin นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย แต่งตั้ง Wan Zulkiflee Wan Ariffin ประธานและ CEO ของ Petronas บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของมาเลเซีย เป็นประธานของ Malaysia Airlines ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้หวังว่าประสบการณ์การทำงานของอดีต CEO ของ Petronas จะสามารถที่จะช่วยให้สายการบินผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้

สำหรับ Wan Zulkiflee Wan Ariffin นั้นมีตำแหน่งสูงสุดขององค์กรคือ CEO ของ Petronas เป็นเวลา 5 ปี แต่ถ้าหากนับเวลาการทำงานของเขาที่ Petronas นั้นเขาเองมีอายุงานมากถึง 37 ปีเลยทีเดียว โดยตำแหน่งเริ่มต้นของเขาในองค์กรคือวิศวกร

การบริหารงานของเขาเองได้พาองค์กรผ่านช่วงยากลำบาก เช่น ราคาน้ำมันที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ Petronas ต้องปรับกลยุทธ์องค์กรครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น การปรับลดพนักงาน ลดค่าใช้จ่าย รวมไปถึงลดเม็ดเงินลงทุนของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นงบสำรวจและขุดเจาะ ฯลฯ

ขณะเดียวกันการรับตำแหน่งใหม่ที่ Malaysia Airlines ถือเป็นงานท้าทายตัวเขาเองไม่น้อย เนื่องจากสายการบินแห่งชาติของมาเลเซียรายนี้ต้องพบกับความยากลำบากจากธุรกิจที่ขาดทุนจนทำให้รัฐบาลต้องนำสายการบินออกจากตลาดหลักทรัพย์กลับมาเพื่อฟื้นฟูกิจการ และล่าสุดสายการบินยังพบกับผลกระทบจาก COVID-19 เหมือนกับสายการบินอื่นๆ

Wan Zulkiflee Wan Ariffin จะเข้าทำงานที่ Malaysia Airlines มีผลวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

ที่มา – Malay Mail, Business Standard

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/malaysia-pm-appointed-petronas-ceo-to-malaysia-airlines-chairman-7-june-2020/

ลือ! AirAsia อาจขายหุ้นให้กับ SK Group 10% หาลู่ทางระดมทุนเพิ่ม ปลดพนักงานออกบางส่วน

แอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดของมาเลเซีย อาจได้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่จากเกาหลีใต้คือ SK Group หลังมีข่าวลือจากประเทศเกาหลีว่า สายการบินได้ติดต่อให้ลงทุนกับสายการบิน

AirAsia แอร์เอเชีย
ภาพจาก Shutterstock

Korea Herald ได้รายงานว่า SK Group กลุ่มธุรกิจใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ สนใจลงทุนใน AirAsia สายการบินราคาประหยัดของมาเลเซีย ด้วยเม็ดเงิน 78 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท คิดเป็นหุ้น 10% หลังจากที่สายการบินได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ต้องระดมทุนหาเม็ดเงินเพิ่มเติม แม้ว่าสายการบินจะเริ่มกลับมาให้บริการแล้วก็ตาม

เว็บไซต์ข่าวของเกาหลีใต้รายนี้รายงานว่าสายการบินราคาประหยัดรายนี้ได้ติดต่อมาทาง SK Group เพื่อให้ช่วยลงทุนในสายการบิน แลกกับการถือหุ้นของ AirAsia และจะเป็นการลงทุนประเทศอื่นๆ นอกอาเซียนของ SK Group ด้วย ซึ่งปกติแล้ว SK Group มักจะเน้นลงทุนในประเทศเวียดนามเป็นหลัก

ขณะเดียวกันสื่อในประเทศมาเลเซียได้รายงานว่าสายการบินกำลังหาช่องทางในการระดมทุนเพิ่มเติมด้วย เพื่อที่จะมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการมากขึ้น นอกจากนี้สายการบินเองยังเตรียมที่จะปลดพนักงานมากกว่า 250 ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นักบิน รวมไปถึงวิศวกรของสายการบิน

ก่อนหน้านี้ Tony Fernandes ซึ่งเป็น CEO ของสายการบินกล่าวก่อนหน้านี้ว่า “จะไม่มีการปลดคนออกเด็ดขาด” ซึ่งล่าสุดพนักงานของสายการบินได้ปรับลดเงินเดือนตั้งแต่ 15% จนไปถึง 75% ซึ่งถ้าหากตำแหน่งสูงก็จะโดนลดเงินเดือนสูง อย่างไรก็ดีค่าใช้จ่ายของสายการบินที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ต้องใช้มาตรการปลดพนักงานของสายการบินออก

ในช่วงที่ผ่านมาสายการบินหาทางรอดจากวิกฤติ COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับเครื่องบินจาก Airbus เพิ่ม เพื่อลดค่าใช้จ่าย การลดเงินเดือนพนักงานและผู้บริหาร โดยสารการบินได้แจ้งว่าลดค่าใช้จ่ายไปแล้วถึง 30%

ที่มา – The Star, Malay Mail

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/rumours-airasia-maybe-sale-stakes-to-sk-group-10-percent-also-raise-fund-and-lay-offs-too-5-june-2020/

แก้เผ็ด! สหรัฐแบน 4 สายการบินจากจีน หลังจีนเป็นฝ่ายเริ่มแบนสายการบินของสหรัฐก่อน

สหรัฐประกาศแบน 4 สายการบินจากจีนห้ามบินเข้าสหรัฐ แก้เผ็ดทางด้านจีนที่ไม่ให้ 2 สายการบินกลับมาดำเนินธุรกิจในประเทศจีน

China Eastern Airlines
ภาพจาก Shutterstock

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศแบน 4 สายการบินยักษ์ใหญ่ของจีนห้ามบินเข้าสหรัฐอเมริกา มีผลในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เป็นการแก้เผ็ดหลังจากสายการบินของสหรัฐได้ขออนุญาตที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจในจีน แต่หน่วยงานกำกับดูแลการบินของจีนเองกลับไม่ให้สายการบินของสหรัฐบินเข้าไปในประเทศ

4 สายการบินของจีนที่โดนแบนจากรายงานข่าวของสำนักข่าว Reuters

  1. Air China
  2. China Eastern Airlines
  3. China Southern Airlines
  4. Hainan Airlines

ก่อนหน้านี้สายการบินของสหรัฐอย่าง Delta ได้ขอหน่วยงานกำกับดูแลการบินในประเทศจีนที่จะกลับมาเปิดเส้นทางการบินมายังประเทศจีนอีกครั้งในเดือนมิถุนายนในเส้นทางซีแอตเทิล และที่ดีทรอยต์ ไปยังเซี่ยงไฮ้ ขณะที่สายการบินอย่าง United ได้ขอเส้นทางจากสนามบินนูอาร์ก และซานฟรานซิสโก ไปยังเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง

อย่างไรก็ดีหน่วยงานกำกับดูแลการบินของจีนได้กล่าวกับ 2 สายการบินว่าให้ใช้ตารางการบินในวันที่ 16 มีนาคมเป็นตัวเปรียบเทียบ ถ้าหากสายการบินอย่าง Delta และ United จะบินเข้าจีน ซึ่งในตารางการบินดังกล่าวไม่มีเที่ยวบินจากสหรัฐมาที่จีน ซึ่งเท่ากับว่า 2 สายการบินของสหรัฐไม่สามารถบินเข้ามาจีนแผ่นดินใหญ่ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้กระทรวงคมนาคมสหรัฐเรียกร้องให้จีนเปิดทางให้สายการบินในสหรัฐสามารถกลับมาบินเข้าออกจากจีน และยังชี้ว่าแม้ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 สายการบินจากจีนยังสามารถบินเข้าออกสหรัฐได้ตามปกติไม่มีการแบนแต่อย่างใด

ตัวแทนของสายการบิน Delta ได้ออกมากล่าวชื่นชมรัฐบาลสหรัฐว่า “สายการบินต้องขอบคุณและมีความซาบซึ้งใจที่รัฐบาลสหรัฐได้ต่อสู้เพื่อสิทธิด้านการบิน รวมไปถึงการต่อสู่ที่จะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรมอีกด้วย”

ที่มา – Business Insider, CBC, News18

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/us-ban-4-chinese-carriers-after-cn-aviation-regulator-not-grant-2-us-carriers-to-resume-flight/