คลังเก็บป้ายกำกับ: AUTOMOBILE

BMW ปิดบริการแชร์รถ ReachNow หลีกทางให้บริษัทใหม่ที่ร่วมทุนกับ Mercedes-Benz

BMW ประกาศปิดบริการแชร์รถ ReachNow ที่เปิดตัวในปี 2016 ซึ่งเปิดบริการเฉพาะบางเมืองในสหรัฐอเมริกา (ซีแอทเทิล พอร์ตแลนด์ บรุคลิน)

ประกาศนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะเป็นผลจาก ดีลยักษ์ใหญ่มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ที่ BMW เซ็นกับคู่แข่งร่วมชาติ Daimler AG บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนเกี่ยวกับรถยนต์ในอนาคตร่วมกัน

บริการแชร์รถยนต์ ReachNow จะถูกปิด เพื่อหลีกทางให้กับบริการลักษณะเดียวกันชื่อ Share Now ซึ่งเกิดจากการควบรวมระหว่าง car2go ของ Daimler และ DriveNow ของ BMW เข้าด้วยกัน โดย BMW แนะนำให้ลูกค้า ReachNow ย้ายไปใช้ car2go แทน

ที่มา – ReachNow, GeekWire

No Description

ภาพจาก Facebook ReachNow

from:https://www.blognone.com/node/110902

โฆษณา

สู่ศักราชใหม่ Mini เปิดตัว Mini Cooper SE รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท

Mini เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้ากับเขาแล้ว โดยการเปิดตัว Mini Cooper SE รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท หลังเคยออกรถต้นแบบมาเป็นน้ำจิ้มเมื่อปี 2017

การออกแบบภายนอกยังคงความเป็น Mini อยู่มาก แต่ใช้สีเหลืองสดใสตามชิ้นส่วนรอบรถเช่นหน้ากระจัง, กรอบกระจกมองข้าง, ขอบล้อแม็ก ฯลฯ เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่รถ Mini ธรรมดา

alt="K4DpTy.jpg"

alt="K4DXF1.jpg"

Mini Cooper SE เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า โดยวางมอเตอร์ไว้ใต้ฝากระโปรงหน้าแทนที่เครื่องยนต์ปกติ มอเตอร์มีกำลัง 135 กิโลวัตต์ หรือราว 181 แรงม้า ส่วนแรงบิดอยู่ที่ 270 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.3 วินาที ซึ่ง Mini โฆษณาว่าขับสนุกเหมือนขับรถโกคาร์ท

alt="K4DGG9.jpg"

ด้านแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนก็ถูกติดตั้งอยู่ที่พื้นเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป มีขนาด 32.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ไกล 235 ถึง 270 กิโลเมตร (วัดตามมาตรฐาน WLTP)

ช่องชาร์จไฟอยู่ด้านหลังขวาเหมือนรถยนต์ทั่วไป หากชาร์จด้วยเครื่องชาร์จขนาด 11 กิโลวัตต์จะชาร์จได้ 80% ภายในเวลาสองชั่วโมงครึ่ง แต่หากชาร์จที่สถานีชาร์จด่วนขนาด 50 กิโลวัตต์ จะใช้เวลาเพียง 35 นาที

alt="K4DvlD.jpg"

รายละเอียดอื่นๆ ของ Cooper SE ยังคงคล้ายกับ Mini Cooper รุ่นปกติอยู่มาก เช่นความจุท้ายรถสำหรับเก็บของ หรือหน้าตาการออกแบบภายในก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นปกติอะไรนัก แต่ตัวรถนั้นสูงกว่ารุ่นปกติอยู่ 18 มิลลิเมตร เพื่อให้มีที่เหลือสำหรับแบตเตอรี่

alt="K4DLBJ.jpg"

alt="K4Deqb.jpg"

Mini Cooper SE จะถูกผลิตที่เมือง Oxford ประเทศอังกฤษ โดยยังไม่เปิดราคาในสหรัฐอเมริกา แต่ราคาที่เยอรมนีเริ่มที่ 32,500 ยูโร หรือราว 1.12 ล้านบาท

ที่มา – Motor1, Electrek

ภาพทั้งหมดโดย Mini

from:https://www.blognone.com/node/110794

Toyota, Geely (บ.แม่ Volvo) จับมือ Baidu เข้าร่วมโครงการพัฒนารถไร้คนขับ Apollo

Baidu ประกาศความร่วมมือกับ Toyota และ Zhejiang Geely Holding Group บริษัทรถยนต์จีนที่ถือหุ้นใหญ่ใน Volvo Group ในการพัฒนารถไร้คนขับร่วมกันบนแพลตฟอร์ม Apollo ของ Baidu

ในส่วนของ Toyota จะรถบัส e-Paletteมาทดสอบกับ Apollo Minibus แพลตฟอร์มรถบัสไร้คนขับ และจะการหาทางนำเทคโนโลยีไร้คนขับมาใช้งานจริงเพิ่มเติมต่อไป ขณะที่ Geely เบื้องต้นจะร่วมมือในแง่การนำ AI มาใช้งานประเภท Intelligent Connectivity หรือ Smart Mobility

ที่มา – ITNews

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110732

EU ยอมถอยยกเลิกกฎที่กำหนดให้ใช้โปรโตคอล Wi-Fi ใน Connected Car

เมื่อเดือนมีนาคม คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เสนอกฎหมายที่ว่าด้วยโปรโตคอลที่รถยนต์จะใช้สื่อสารระหว่างกัน และสื่อสารกับโครงสร้างสาธารณะต่างๆ ก่อนที่จะถูกบริษัทอย่าง Qualcomm, BMW และ Deutsche Telekom ร่วมกันยื่นเรื่องคัดค้าน

เหตุผลของทั้ง 3 บริษัทคือ Wi-Fi ประสิทธิภาพด้อยกว่า รวมถึงว่าไม่ต้องการจะลงทุนในเทคโนโลยีที่รู้ว่าไปไม่รอดแน่ๆ ในระยะยาว เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่กำลังจะมาและประสิทธิภาพดีกว่าอย่าง 5G ซึ่งล่าสุดคณะสมาชิกสภายุโรปยอมวีโต้ข้อเสนอนี้แล้ว และทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปต้องกลับไปพิจารณาข้อเสนอใหม่ โดยจะต้องรอการรับรองโหวตจากสมาชิกอย่างเป็นทางการอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ที่มา – Bloomberg

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110726

Volkswagen เปิดตัว WeShare บริการคาร์แชร์ชิ่ง มีเฉพาะรถไฟฟ้า ให้บริการในกรุงเบอร์ลินก่อน

Volkswagen เปิดตัวบริการคาร์แชร์ริ่งในชื่อ WeShare โดยจะใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น e-Golf มาให้บริการ เริ่มที่กรุงเบอร์ลินที่เป็นแรกด้วยรถยนต์ราว 1,500 คัน และมีแผนจะเพิ่มอีก 500 คันในปีหน้า

WeShare จะให้บริการแบบรับรถหรือส่งรถที่ไหนก็ได้ ตามที่จอดรถสาธารณะ ขณะที่เรื่องการชาร์จทาง Volkswagen จะเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด โดย Volkswagen มีแผนจะขยายบริการไปยังเมืองฮัมบูร์กและกรุงปราก ผ่านแบรนด์ Skoda ในเครือ VW-Group ในปี 2020

ที่มา – Volkswagen via Techcrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110611

ผู้บริหารระดับสูง BMW สวนกระแส ระบุ ในยุโรปไม่มีใครอยากได้รถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา BMW จัดงาน NEXTGen ที่มิวนิค เผยแผนในอนาคตว่าจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 25 รุ่นภายในปี 2023 เช่นรถซีดานไฟฟ้า BMW i4, รถ SUV ไฟฟ้า BMW iX3 ฯลฯ

อย่างไรก็ตามที่งานเดียวกันนี้ Klaus Frölich ผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลับให้สัมภาษณ์กับสื่อในทิศทางตรงกันข้ามว่าไม่มีลูกค้าคนไหนอยากได้รถยนต์ไฟฟ้าล้วน หากแต่เป็นภาครัฐต่างหากที่อยากให้มี

“หากเราได้รับข้อเสนอใหญ่ๆ และสิ่งจูงใจดีๆ (เช่นเงินชดเชย) เราสามารถทำให้ยุโรปเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเป็นล้านคัน แต่ชาวยุโรปคงไม่ซื้อใช้หรอก” เขากล่าวเสริม

Frölich ยังบอกอีกว่าความเห็นของเขาคือรถยนต์ไฟฟ้านั้นเหมาะสำหรับประเทศจีนและรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่ที่อื่นๆ ในโลกควรใช้งานรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขับด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ไกลหน่อยมากกว่า

ที่มา – Forbes

No Description
Klaus Frölich | ภาพโดย BMW

from:https://www.blognone.com/node/110607

พบกับ Lightyear One รถยนต์ไฟฟ้าพร้อมแผงโซลาร์ วิ่งไกล 725 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหน้าใหม่กำลังเกิดขึ้นเรื่อยๆ ในข่าวนี้จะพาไปพบกับรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ “Lightyear” จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016 จากอดีตสมาชิกทีม Solar Team Eindhoven ที่เคยชนะเลิศการแข่งขันรถพลังแสงอาทิตย์ World Solar Challenge สามสมัย

Lightyear เพิ่งเปิดตัวต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในชื่อ Lightyear One ที่มีความพิเศษคือมีแผงโซลาร์เซลล์อยู่บริเวณหลังคาและฝากระโปรง มีพื้นที่รับแสงรวม 5 ตารางเมตร ครอบด้วยกระจกนิรภัย หากชาร์จเต็มที่ 1 ชั่วโมงจะวิ่งได้ 12 กิโลเมตร

alt="1uV68R.jpg"

alt="1uVVyI.jpg"

แน่นอนว่าอัตราการชาร์จ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ได้มากมายอะไร Lightyear One จึงรองรับการชาร์จแบบปกติด้วยที่กำลัง 60 กิโลวัตต์ รวมแล้วชาร์จเต็มหนึ่งครั้งโฆษณาไว้ว่าจะวิ่งได้ระยะทาง 725 กิโลเมตร (วัดตามมาตรฐาน WLTP ที่มาแทน NEDC)

Lightyear One มาพร้อมมอเตอร์ 4 ตัว ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 10 วินาที ซึ่งน่าแปลกใจว่ามีมอเตอร์ถึง 4 ตัวแต่อัตราเร่งกลับช้ากว่า Tesla Model S Performance ที่ทำได้ราว 3 วินาที แปลว่า Lightyear One อาจไม่ได้เน้นเรื่องความแรงมากนัก (เป็นสาเหตุที่ทำระยะทางได้เยอะ) นอกจากนี้ยังโฆษณาว่ามีสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำมากด้วย

alt="1uVuU8.jpg"

ขณะนี้ Lightyear One เปิดให้จองแล้วที่ราคาคันละ 119,000 ยูโร หรือราว 4.16 ล้านบาท จำกัด 500 คัน ส่วนราคาขายจริงจะอยู่ที่ราว 149,000 ยูโร หรือ 5.2 ล้านบาท และจะเริ่มส่งมอบรถในปี 2021

ที่มา – The Verge

alt="1uVr70.jpg"alt="1uV8cu.jpg"alt="1uVH2Z.jpg"ภาพทั้งหมดจาก Lightyear

from:https://www.blognone.com/node/110588