คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS_ROG_STRIX

หลุด AMD Radeon RX 6800M ขึ้น CPU-Z อาจมาใน ROG Strix ตัวใหม่ ใส่ Ryzen 9 5900 HX แรงสุด ๆ

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลหลุดของการ์ดจอเกมมิ่งบนโน๊ตบุ๊คอย่าง AMD Radeon RX 6800M บนทวิตเตอร์ของนักปล่อยข่าวหลุดครั้งหนึ่งแล้ว และครั้งนี้ข้อมูลของ Radeon RX 6800M เองก็หลุดอีกครั้งบนฐานข้อมูลของ CPU-Z ของโน๊ตบุ๊ค ASUS ROG Strix รุ่นหนึ่ง จากรหัสแล้วคาดว่าจะเป็น ASUS ROG Strix รุ่นใหม่ โดยทวิตเตอร์ @TUM_APISAK ก็นำข้อมูลนี้มาโชว์ว่าการ์ดจอตัวแรงรุ่นนี้ของ AMD นอกจากเป็นชิป Navi 22 ตรงตามข่าวลือแล้ว ยังมีแรมการ์ดจอมากถึง 12GB ทีเดียว และคาดการณ์ว่าจะมี 40 CUs (Compute Units) และเป็นรุ่น 145W อีกด้วย

amd radeon rx 6800m

สเปค ASUS ROG Strix ใส่ AMD Radeon RX 6800M

rog

ข้อมูลหลุดจากเว็บไซต์ของ CPU-Z ครั้งนี้ เผยว่า Radeon RX 6800M นี้ถูกนำมาใส่ในโน๊ตบุ๊คของ ASUS รหัส G513QY ซึ่งเป็นรหัสของ ASUS ROG Strix G15 ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ จับคู่กับซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX เป็นซีพียูตัวแรงของทาง AMD เลยทีเดียว ซึ่งสเปคนี้คาดว่าน่าจะเป็นสเปคแรงสุดของ ROG Strix ก็เป็นไปได้ ส่วนรายละเอียดของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีดังนี้

  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.6 GHz สถาปัตยกรรม Cezanne เป็นซีพียูแบบ 45W 
  • แรม 16 GB DDR4 Dual Channel บัส 3200 MHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX 6800M แรม 12 GB ยังไม่เผยว่าบัสเท่าไหร่แต่คาดว่าอยู่ที่ 192-bit
  • ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 NVMe รุ่น SAMSUNG MZVLQ1T0HBLB-00B00 เป็น NVMe แบบ OEM ความจุ 1 TB อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ความเร็ว Read 3,150 MB/s ส่วน Write 2,150 MB/s มีค่า IOPS Read 380K และ Write 330K ติดตั้งมา 2 ตัว
  • หน้าจอขนาด 15.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ค่า Refresh Rate 60Hz
  • ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro (64-bit) มาให้

cpuz 1
cpuz 2

ด้านประสิทธิภาพของการ์ดจอ Radeon RX 6800M ใหม่นี้ ทาง Notebookcheck คาดว่าจะแรงไล่เลี่ยกับ Radeon RX 6700 XT ที่เป็นการ์ดจอแยกสำหรับประกอบพีซีตั้งโต๊ะ เทียบกับฝั่ง NVIDIA แล้วจะเท่ากับ NVIDIA GEFORCE RTX 2080 Ti ซึ่งประสิทธิภาพระดับนี้จัดว่าแรงเหลือเฟือและสามารถเล่นเกมในปัจจุบันแบบปรับสุดได้สบาย ๆ แต่เพราะติดตั้งมาในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค ASUS ROG Strix ดังนั้นถ้าเกมเมอร์คนไหนที่อยากซื้อไปเล่นเกม อาจจะต้องรอทาง ASUS เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีกสักพักนั่นเอง

ที่มา : Notebookcheck, CPU-Z

from:https://notebookspec.com/web/588108-amd-radeon-rx-6800m-leaked-rog-strix

ASUS ROG Strix XG43UQ จอเกมมิ่ง 43″ 4K 144Hz 57k เปิดจองแล้ว

ที่ผ่านมาหลายแบรนด์เปิดตัวจอเกมมิ่ง 4K ค่า Refresh Rate 144Hz ออกมาให้เกมเมอร์เลือกซื้อเป็นระยะแล้ว แต่ถ้าขนาด 31.5″ ยังไม่สะใจ ASUS ROG Strix XG43UQ รุ่นใหม่จากค่ายคนขยันนั้นเปิดตัวมาด้วยขนาดใหญ่สะใจที่ 43″ ให้เกมเมอร์ที่มีเกมมิ่งพีซีสเปคจัดเต็มและเครื่องคอนโซลยุคใหม่เช่น PlayStation 5 และ Xbox Series X|S รุ่นใหม่มาด้วย ทำให้เล่นเกมที่ 120fps ได้เลย โดยตอนนี้เปิดจองแล้วที่ 1,878 ดอลลาร์ หรือราว 57,000 บาท เริ่มจัดส่งสินค้าช่วงเมษายน-พฤษภาคมนี้

ASUS ROG Strix XG43UQ

สเปคของ ASUS ROG Strix XG43UQ

ASUS XG43UQ 2

ROG Strix XG43UQ รุ่นนี้แม้ราคาเปิดตัวจะสูงพอตัว แต่สเปคก็ถือว่าครอบคลุมทั้งเกมมิ่งพีซีและเอาไปทำงานกราฟฟิคได้ด้วยเพราะมีค่า DCI-P3 ถึง 90% เป็นหน้าจอขอบเขตสีกว้างและแม่นยำทีเดียว รองรับ VRR (Variable Refresh Rate) ของเครื่องคอนโซล, DSC (Display Stream Compression), ALMM (Auto Low Latency Mode) ช่วยเพิ่มอรรถรสการเล่นเกมให้ดีขึ้นอีกด้วย ส่วนสเปคโดยละเอียดมีดังนี้

ASUS XG43UQ 1

hdmi2 1

  • หน้าจอ 43 นิ้ว พาเนล VA ความละเอียด 4K (3840×2160 พิกเซล) ค่า Refresh Rate 144Hz Response Time 1ms
  • ขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 90%
  • ติดตั้งฟีเจอร์ลดอาการภาพฉีกขาด AMD FreeSync Premium Pro และฟีเจอร์เสริมการแสดงผลหน้าจอ VRR (Variable Refresh Rate), DSC (Display Stream Compression), ALMM (Auto Low Latency Mode) มาให้
  • จอ HDR1000 ความสว่างหน้าจอสูงสุด 1000 nits
  • มีพอร์ต HDMI 2.1 x 2 ช่อง และ HDMI 2.0 x 2 ช่อง

ASUS XG43UQ OCK

ตอนนี้ ROG Strix XG43UQ เปิดให้สั่งจองได้แล้วบนเว็บไซต์ชั้นนำหลายแห่งกับราคาราว 57,000 บาท เริ่มส่งสินค้าราวเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าในอนาคต ASUS ประเทศไทยจะนำเข้ามาขายหรือไม่ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์เกมเมอร์หลายคนในประเทศไทยอย่างแน่นอน

1610267609143

แต่ถ้า ASUS ROG Strix XG43UQ แพงเกินไป ASUS ก็มีตัวเลือกเสริมอย่าง ASUS TUF Gaming VG28UQL1A ขนาด 28″ 4K พาเนล IPS Refresh Rate 144Hz กับ Response Time 1ms ค่า HDR400 มีขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 90% กับ ASUS ROG Swift PG279QM ขนาด 27″ 1440p พาเนล IPS Refresh Rate 240Hz และ Response Time 1ms ค่า HDR400 และมีขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 95% พร้อมพอร์ต HDMI 2.0 อีกด้วย

ที่มา : VideoCardz, The Verge

from:https://notebookspec.com/web/583644-asus-rog-strix-xg43uq-4k-43-inch-144hz

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊ค ROG และ TUF ใหม่ 5 รุ่นรวด สเปคซีพียูมีทั้ง AMD Ryzen 5000 และ Intel Gen 11 พร้อมการ์ดจอ RTX 3000 Series

เปิดตัวไปที่เรียบร้อยสำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คตัวใหม่จากทางฝั่งแบรนด์ ASUS ที่คราวนี้ขนมาใหม่ถึง 5 รุ่น ทั้ง ROG Flow X13 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คไซต์เล็ก ที่มาพร้อมกับ XG Mobile external ต่อกล่องการ์ดจอแยก (eGPU), ROG Zephyrus Duo 15 SE โน้ตบุ๊คเกมมิ่งสองหน้าจอ, ROG Strix SCAR 17,  TUF Dash F15 และ TUF gaming A15/A17 ที่ใช้สเปคเป็น AMD Ryzen 5000 และ Intel Gen 11 รหัส H  พร้อมการ์ดจอ RTX 3000 Series ตัวล่าสุด

ROG Flow X13

มาเริ่มต้นกันด้วย ASUS ROG Flow X13 โน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่มาพร้อมกับคอนเซปท์เน้นสำหรับการพกพา โดยมากับซีพียูตัวท็อปสุดอย่าง AMD Ryzen 9 5980HS และการ์ดจอภายในเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650  แบตเตอรี่สามารถเล่นเกมได้นานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมง และยังมีฟีเจอร์ชาร์จไว จาก 0 ถึง 60% ได้ในเวลาเพียง 39 นาทีเท่านั้น ด้วยการชาร์จแบบ 100W ผ่าน USB-C PD charger

ส่วนฟีเจอร์เด่นของ ROG Flow X13 ตัวนี้ คือดีไซน์ที่สามารถพับหน้าจอสัมผัสพับได้ 360 องศา มี Refresh Rate สูงถึง 120 Hz 8 ความละเอียดมีให้เลือกทั้ง Full HD และ 4K โดยตัวหน้าจอกระจกก็ผ่านมาตรฐาน tough Corning Gorilla Glass แถมหน้าจอยังออกแบบมาให้ขอบจอบางเฉียบ เพื่อให้รองรับการสัมผัสและการใช้ stylus ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงอัตราส่วนหน้าจอเลือกใช้แบบ 16:10 ซัพพอร์ต Adaptive-Sync กับ Pantone Validated เพื่อให้สีเที่ยงตรงที่สุด

ลำโพงตัวเครื่องเป็นแบบ down-firing speakers จำนวน 2 ตัว ระบบเสียง Dolby Atmos technology เสียงดังฟังชัด แยกมิติชัดเจน และยังมาพร้อมกับ Two-Way AI Noise-Cancelation ในการตัดเสียงรบกวนเวลาใช้งานสื่อสารหรือวิดีโอคอลอีกด้วย

และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ Flow X13 นั้นเลยก็คือ สามารถเชื่อมต่อกับ XG Mobile การ์ดจอแยก (eGPU) ได้สูงสุดถึง NVIDIA GeForce RTX  3080 ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมตัวเครื่องเทียบเท่ากับเดสก์ท็อปเกมมิ่ง โดยจะเป็นการเชื่อมต่อเฉพาะที่สามารถส่งข้อมูลได้ถึง 63 Gbps ที่มีผลการทดสอบว่าเร็วกว่าการใช้ Thunderbolt eGPUs ปกติ จึงทำให้ Flow X13 สามารถที่จะรันเกมระดับ AAA แบบ hardcore ได้สบายๆ

โดย XG Mobile ตัวนี้จะมีพอร์ตเชื่อมต่อ I/O เพิ่มเข้ามา เพื่อการต่อพ่วงอุปกรณ์เสริมอีก ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Gen 2, Lan, HDMI, Display Port ฯลฯ ส่วนการใช้งานพลังงานเจ้า XG Mobile นี้จะใช้ไฟทั้งหมด 280W ผ่าน AC adapter ซึ่งจะให้พลังงานได้ทั้งตัวเองเเละเครื่อง Flow X13 พร้อม ๆ กันได้

สำหรับเรื่องการระบายความร้อน หลายคนอาจจะกังวลว่า Flow X13 นั้นเครื่องบางการระบายความอาจจะไม่ดี แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะเครื่องนี้ใช้ liquid metal แทนซิลิโคนในการระบายความร้อน อีกทั้งมีฮีทไปป์ 3 เส้น พัดลม Arc Flow ที่ออกแบบใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพการหมุนเวียนของอากาศดีขึ้นมากสุดถึง 15% โดยไม่สร้างเสียงรบกวนเพิ่ม ที่สำคัญยังมีระบบกำจัดฝุ่นจากส่วนระบายความร้อนอัตโนมัติมาให้อีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาในการใช้งานระยะยาวนั่นเอง

ROG Zephyrus Duo 15 SE

ถัดมาดู Zephyrus Duo 15 SE ที่เป็นโน้ตบุ๊คสองหน้าจอที่สองภายในโน้ตบุ๊คเครื่องเดียว ซึ่งจะช่วยให้ทำงานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือการสร้างคอนเทนต์ ตัดต่อวิดีโอ ด้วยหน้าจอที่สองอย่าง ScreenPad Plus ที่จะแยกออกมายกตัวขึ้น เข้ากับท่าทางการใช้งาน รองรับกับทั้งโปรแกรม XSplit Gamecaster ที่เป็นโปรแกรม streaming ชื่อดัง และโปรแกรมในเครือ Adobe ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน

ในเรื่องของสเปค Zephyrus Duo 15 SE นั้นจะมาพร้อมกับซีพียูรุ่นท็อปสุดอย่าง AMD Ryzen 9 5900HX และการ์ดจอตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3080 ทำให้สามารถดึงใช้งานหน้าจอ 120 Hz 4K ได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ที่สำคัญตัวเครื่องมาพร้อมกับขอบเขตสีหน้าจอ 100% Adobe RGB เที่ยงตรง อีกทั้งยังมีรุ่นจอ 300 Hz ความละเอียด FHD ให้เลือกเพิ่มเติมอีกด้วย 

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Two-Way AI Noise-Cancelation ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนขณะใช้งานการสื่อสาร ระบบเสียงก็ใช้แบบ Dolby Atmos ที่จะขับเสียงออกมาในรูปแบบสามมิติ ทำให้เสียงที่ออกมามีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง หรือเล่นเกมได้มีมิติมากกว่าที่เคย

ทางด้านการระบายความร้อนตัวเครื่อง Zephyrus Duo 15 SE เลือกใช้ Active Aerodynamic System Plus (AAS+) ที่พัดลมเวลาทำงานหนักจะไม่สร้างเสียงรบกวนมาก อีกทั้งหน้าจอที่สองขึ้นมานั้นจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศได้เพิ่มขึ้นจากรุ่นที่แล้วถึง 13% และเมื่อใช้งานร่วมกับโลหะเหลวแล้วบอกเลยว่าหมดห่วงเรื่องการระบายความร้อนได้เลย

ROG Strix SCAR 17

สำหรับ ROG Strix SCAR 17 จัดว่าเป็นที่สุดแห่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับการ์ดจอตัวท็อปอย่าง GeForce RTX 3080 และมีซีพียูก็เลือกใช้ AMD Ryzen 9 5900HX และยังสามารถรองรับการใส่ RAM ได้สูงสุดถึง 64 GB พร้อมทั้งมี Liquid-metal cooling ที่เป็นโลหะเหลวที่ช่วยการระบายความร้อนให้ดีขึ้นด้วย

โดยตัว SCAR 17 นั้นจุดเด่นคือใส่หน้าจอ Refresh Rate ที่เร็วที่สุดขณะนี้ คือ 360Hz ความละเอียด Full HD และมีอัตราการตอบสนองที่ 3ms ด้วยกัน หรือจะเลือกเป็นหน้าจอ 165Hz WQHD ซึ่งทั้งสองตัวเลือกจะรองรับ Adaptive-Sync technology และมีขอบจอบางกว่าที่เคย

ในตัว SCAR 17 จะมาพร้อมกับลำโพงคุณภาพสูง 4 ตัว ระบบ Dolby Atmos sound enhancement ที่ให้รายละเอียดเสียงที่ดีขึ้น พร้อมปรับสภาพแวดล้อมในเกมเสมือนอยู่ในเกมนั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงก้าวเท้า หรือเสียงกระสุนปืน ช่วยให้รับอรรถรสอย่างเต็มที่ รวมถึงได้ใส่ฟีเจอร์ Two-Way AI Noise-Cancelation เข้ามาเพื่อจะตัดเสียงรบกวนรอบข้างในกรณีที่เกมเมอร์จำเป็นต้องใช้การสื่อสารที่ชัดเจน

สำหรับแบตเตอรี่ตัวเครื่องก็อัปเกรดให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็น 90Wh ทำให้สามารถใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมงในการดูวิดีโอในการชาร์จเต็มครั้งเดียว และยังรองรับ fast charging 100W ผ่าน USB Type-C power adapters อีกด้วย

ในด้านของคีย์บอร์ดนั้น SCAR 17 จะมีการติดตั้ง optical mechanical keyboard มาบนตัวเครื่อง พร้อม per-key RGB lighting ที่สามารถกำหนดสีไฟได้แบบปุ่มต่อปุ่ม พร้อมกับเลือกใช้ระบบเซ็นเซอร์แสงมาเป็นตัวตอบสนองการกด ซึ่งใช้เวลาตอบสนองเพียง 0.2 ms เท่านั้น เร็วกว่า Mechanical Keyborad ทั่วไปเสียอีก แถมยังทนทานสามารถรองรับการกดได้ถึง 100 ล้านครั้ง

TUF Dash F15

ลำดับถัดมาดูซีรีส์รุ่นสายคุ้มค่าอย่าง TUF Dash F15 กันบ้าง ดีไซน์ตัวเครื่องอัปเกรดใหม่หมด บอดี้มีความหนาเพียง 19.9mm กับหน้าจอขนาด 15 นิ้ว น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ทำให้เป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่พกพาสะดวกสบาย โดยเลือกใช้ซีพียูเป็น Intel Core i7-11375H  กราฟิกการ์ด GeForce RTX 3070 และ PCI Express SSD ที่มีรอบการอ่านเร็วกว่า 3,000  Mbps ซึ่งทำให้ซีรีส์ TUF ตัวนี้ทั้งทน คุ้ม แรงแน่นอน

TUF Dash F15 โฉมใหม่ตัวนี้ เรื่องความทนทานผ่านมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ TUF Gaming เอาไว้ทำให้มั่นใจได้ว่าตัวเครื่องสามารถทนการตกกระแทก และการใช้งานในอุณหภูมิที่สูงและต่ำกว่าปกติได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ นั่นเอง

TUF gaming A15/A17

ปิดท้ายด้วยโน้ตบุ๊คเกมมิ่งอีกตัวจากฝั่ง AMD กับ ASUS TUF A15, A17 ดีไซน์ก็อัปเกรดเปลี่ยนใหม่ให้ดูโมเดิลทันสมัยกว่าเดิม พร้อมผ่านมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H รับประกันความทนทาน โดยสเปคเครื่องจะใช้เป็น Ryzen 7 5800H การ์ดจอ GeForce RTX 3070 ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่กระตุกแม้จะเล่นในกราฟิกเเบบ ultra ก็ตาม รวมถึงรองรับการแสดงผล Ray Tracing เพิ่มคุณภาพของแสงเงา ทำให้ภาพในเกมมีความสวยงามสมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับขนาดหน้าจอรุ่น TUF ใหม่นี้จะมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 15 และ 17 นิ้ว คุณภาพระดับ IPS-level FHD 240 Hz 100% sRGB เพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์กับทั้งเกมเมอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่ได้ทั้งภาพที่ลื่นไหลและรายละเอียดสีที่เที่ยงตรง จบครบใน TUF gaming A15, A17 เครื่องเดียว

อย่างไรก็ตามวันจำหน่าย ราคา และสเปคย่อยแต่ละรุ่นตอนนี้ยังไม่ได้ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปครับ แต่บอกเลยว่าเร็ว ๆ นี้ได้รู้กันแน่นอนครับ และประสิทธิภาพทุกอย่างดีขึ้นแบบก้าวกระโดดจากปีก่อนเยอะมากจริง ๆ

 

ที่มา : เมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/asus-rog-tuf-gaming-5-2021-all-new/

เพิ่ม SSD M.2 ได้ 3 ตัว ASUS ROG Strix G712LWS เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค ใครให้มากกว่านี้?

แม้บางคนจะบอกว่าโน๊ตบุ๊คมี SSD ตัวเดียวก็เกินพอ แต่หลายคนก็มองว่า มีเผื่อเหลือใช้หน่อย ก็น่าจะดีกว่า เพราะเผื่อไว้เก็บข้อมูล ย้ายไฟล์ ถ้ามีให้เพิ่ม SSD ได้หลายตัวในเครื่องเดียวก็น่าสนใจ วันนี้มีทางเลือกน่าใช้จาก ASUS ROG Strix รุ่นใหม่นี้

ASUS ROG

สเปค ASUS ROG Strix G712LWS

  • Processor: Intel Core i7-10750H 6 x 2.6 – 5 GHz, 150 W PL2 / Short Burst, 90 W PL2 / Sustained, Comet Lake-H
  • Graphics: nVIDIA GeForce RTX 2070 Super Mobile – 8192 MB, Core: 1140-1380 MHz, Memory: 1750 MHz, 113 W TDP, GDDR6, 256-bit interface,
  • Memory: 16GB, DDR4 3200, dual-channel mode, two memory slots (occupied)
  • Display: 17.3 inch 16:9, 1920 x 1080 pixel 127 PPI, LG Philips LP173WFG-SPB3, IPS, glossy: no, 144 Hz
  • Mainboard: Intel HM470
  • Storage: Intel SSD 660p 1TB SSDPEKNW010T8, 1024 GB, 3x M.2 2280, 885 GB free
  • Weight: 2.793 kg
ASUS ROG

ASUS ROG Strix G712LWS เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไซส์ใหญ่ 17.3″ ในระดับไฮเอนด์ที่สเปคไม่ธรรมดา วัสดุที่ดูหรูหรา พร้อมแสงไฟ RGB สวยๆ บอดี้พลาสติกสีดำในสไตล์เกมมิ่งของ ROG ขุมพลังจาก Intel Core i7-10750H ในแบบ xx core/ xx thread ความเร็วบูสท์ระดับ 5GHz มาพร้อมกราฟิก GeForce RTX 2070 ตัวแรงขั้นเทพ ที่ช่วยกันรีดเฟรมเรตได้แบบสุดๆ โดยมีแรมระบบ 16GB (8GB x2) ทำงานแบบ Dusl-channel สามารถอัพเกรดได้ถึง 32GB

ASUS ROG

แต่ที่น่าสนใจคือ ในด้าน Storage ด้วยอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ที่ให้มาถึง 1TB (M.2 2280) แต่ยังให้คุณเพิ่ม SSD NVMe ในแบบ M.2 นี้ได้อีก 2 โมดูล และการรองรับ RAID 0 เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล นับว่าเป็นโน๊ตบุ๊คในไม่กี่รุ่น ที่จัดพื้นที่ติดตั้ง SSD มาให้แบบจัดเต็มเช่นนี้ นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่มีให้ระดับ Intel Core i7 และ RTX 2070 กับคีย์บอร์ดไฟ RGB ที่มีให้จูนอัพกันแบบสวยๆ อีกด้วย

ที่มา: ASUS ROG Strix

from:https://notebookspec.com/web/542047-upgrade-3-ssd-asus-rog-strix-g712lws

เปรียบเทียบโน้ตบุ๊คเล่นเกม สเปค Intel Gen 10 ทั้ง Acer, ASUS, HP, และ Lenovo รุ่นเริ่มต้น ซื้อตัวไหนดี

หลังจากที่ดูโน้ตบุ๊คทางฝั่ง AMD ไปแล้วมาดูโน้ตบุ๊คของทางฝั่ง Intel Comet Lake-H หรือ Gen 10 กันบ้าง ซึ่งราคาเทียบกับสเปคแล้วก็ถือว่าดีไม่แพ้กัน โดยในบทความนี้เองจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค 4 ด้วยกันคือ Acer, ASUS, HP, และ Lenovo ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Intel Core i5-10300H เหมือนกัน ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดและจุดเด่นกันตรงไหนบ้างไปดูกันครับ

รุ่นเริ่มต้นของแต่ละแบรนด์ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้

  • Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ
  • ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T
  • HP Pavilion Gaming 16-a0033tx
  • Lenovo IdeaPad Gaming 3i-81Y40069TA

ตารางเปรียบเทียบสเปคทั้ง 4 รุ่น

 Model  Acer
Nitro 5
ASUS
ROG Strix G15
HP
Pavilion Gaming 16
Lenovo
IdeaPad Gaming 3i
CPU Intel Core i5-10300H
GPU GTX 1650 GTX 1650Ti GTX 1650
Ram 16GB 8GB
Storage SSD m.2 PCIe 512GB
Display 15.6″ 144Hz 100% sRGB 15.6″ 144Hz 62% sRGB 16.1″ 144Hz 100% sRGB 15.6″ 120Hz 62% sRGB
Connection WiFi 6, Bluetooth 5.0
Port
  • USB 3.2 Type A x3
  • USB 3.2 Type C x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.2 Type A x3
  • USB 3.2 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x2
  • USB 3.1 Type C with DP x1
  • SD Card Reader
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x2
  • USB 3.1 Type C x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
Weight 2.3 กก 2.35 กก 2.2 กก
Warranty 3 ปี Onsite 2 ปี (Perfect Warranty 1 ปีแรก) 2 ปี Onsite
Price 29,990 บาท 32,990 บาท 30,990 บาท 25,990 บาท

หมายเหตุ

  • ทุกรุ่นใช้จอเป็นความละเอียด Full HD พาเนล IPS เหมือนกันหมด
  • Ram ทุกเครื่องใช้เป็นแบบ DDR4 Bus 2933
  • ราคาอ้างอิงจากเว็บร้านค้าชั้นนำที่จัดจำหน่าย

จุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละรุ่น

Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ

สำหรับจุดเด่นของ Acer Nitro 5 รุ่นนี้คือทุกอย่างลงตัวจบเลยในเครื่องเดียวไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่ม มีคีย์บอร์ด Full Size มีไฟ RGB แถมได้ขอบเขตสีหน้าจอสูงถึง 100% sRGB อีกด้วย หน้าตาก็เปลี่ยนโฉมใหม่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่เพิ่มได้ทั้ง SSD หรือ HDD 2.5 และ SSD m.2 ได้อีกอย่างละ 1 ช่อง ส่วน Ram ตัวเครื่องให้มา 16GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว

ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T

คราวนี้มาดูที่แบรนด์ ASUS ROG Strix ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือดีไซน์บอดี้ตัวเครื่องที่ออกแบบมาสีสันโดดเด่น โทนเป็นสีชมพูเข้ม แถมมีไฟใต้ตัวเครื่องพร้อมคีย์บอร์ดไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้บอกเลยว่าเอาไปตั้งที่ไหนก็ดูโดดเด่นกว่าใครแน่นอน อีกทั้งยังมีพอร์ต USB Type C แบบ DP รวมถึงใช้โลหะเหลวในการระบายความร้อนแทนซิลิโคนอีกด้วย ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่เพิ่มได้ทั้ง SSD หรือ HDD 2.5 และ SSD m.2 ได้อีกอย่างละ 1 ช่อง ส่วน Ram ตัวเครื่องให้มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว

HP Pavilion Gaming 16-a0033tx

ถัดมาจะเป็น HP ซีรีส์ Pavilion Gaming รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีจุดเด่นคือได้จอที่ขนาดใหญ่กว่าใครเพื่อน โดยมีขนาดใหญ่ถึง 16.1 นิ้วแถมได้ขอบเขตสี 72% NTSC หรือ 100% sRGB อีกด้วย เรียกได้ว่าเอาไปดูหนังฟังเพลง เล่นเกม แต่งภาพกราฟิกได้ฟินเต็มตากว่ารุ่นอื่น อีกทั้ง USB Type C เป็นแบบ DP ต่อจอแยกเพิ่มได้ ส่วนการอัปเกรดตัวเครื่องจะให้ Ram มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว และใส่ SSD m.2 เพิ่มได้อีกหนึ่งลูกด้วยกัน

Lenovo IdeaPad Gaming 3i-81Y40069TA

สุดท้ายกับรุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3i จุดเด่นของรุ่นนี้เรื่องราคาที่เปิดตัวมาถูกกว่าใครเพื่อนๆ เริ่มต้นเพียง 25,990 บาทเท่านั้น สเปคก็คือว่าโอเคแรงใช้ แถมดีไซน์ตัวเครื่องก็ดูเรียบๆ โทนสีดำฟ้าสไตล์โน้ตบุ๊คทำงานปกติ แถมมี Privacy Shutter ปิดกล้อง Webcam แบบแมนวลเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่ SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มได้อีก 1 ช่องและ Ram ตัวเครื่องให้มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถวครับ

เรียกได้ว่าหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั้ง 4 รุ่นนี้ก็สามารถหาซื้อจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตามหน้าเว็บร้านค้าออนไลน์หรือจะเป็นซื้อหน้าร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศก็ได้เช่นกัน แนะนำว่าหากจะไปซื้อตามหน้าร้านให้โทรสอบถามดูก่อนไปนะครับ เพราะช่วงนี้ของมีน้อยเหลือเกิน

ส่วนแบรนด์อื่นอย่าง MSI ตอนนี้มีแต่รุ่น Intel Core i7-10750H ขึ้นไป ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีรุ่นรหัส GL หรือ GF ที่ใช้ i5-10300H ตามมาทีหลัง และ Dell ก็จะมีรุ่น G3 และ G5 ตามมาอีกเร็วๆ  นี้ ยังไงถ้าใครรอไหวก็รอดูก่อนก็ได้เช่นกันครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ แยกออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/intel-gen-10-h-compare-gaming-notebook/

ASUS มอนิเตอร์พกพา ROG Strix 17.3 นิ้ว 240Hz ต่อเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก มีแบตในตัว

สมกับเป็น ASUS ที่มักจะหาอะไรใหม่ๆ มาให้เหล่าเกมเมอร์ได้สนุกกันเสมอ เช่นเดียวกับในครั้งนี้ที่เปิดตัวเกมมิ่งมอนิเตอร์แบบพกพาในรุ่น ROG Strix XG17AHP ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงใหม่จากเดิม XG17AHPE ที่เปิดตัวไปในช่วงมกราคมที่ผ่านมา

มีอะไรใหม่กับจอมอนิอเตอร์รุ่นนี้กันบ้าง สำหรับ ROG Strix XG17AHP ทาง ASUS ได้พัฒนาขาตั้งในแบบ Tripod ลักษณะที่เป็น 3 ขาเหมือนกับขาตั้งกล้องที่มีคุณภาพ ซึ่งผู้ใช้สามารถพับขาและกางออกมาเป็นสแตน สำหรับตั้งจอภาพ นอกจากนี้ยังยืดออก เพื่อเพิ่มความสูงให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาไปใช้งานข้างนอกได้สะดวกขึ้น

rog strix
ที่มาภาพ: https://www.techpowerup.com/

แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ทาง ASUS ยังให้คุณภาพจอแสดงผลที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยความละเอียด Full-HD 1080p บนรีเฟรชเรต 240Hz ขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว พร้อมกับ AdaptiveSync หน้าจอเป็นแบบ Anti-Glare เพื่อลดแสงสะท้อน ที่สำคัญยังอ้างถึงการใช้งานข้างนอกได้นาน 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องต่อไฟ เพราะมีแบต 7800mAh มาให้ และพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จไฟ

rog strix
ที่มาภาพ: https://www.techpowerup.com/

โดยที่พอร์ต USB-C นั้นจะใช้สำหรับชาร์จไฟให้กับมอนิเตอร์ ROG Strix XG17AHP และมี DisplayPort ที่ใช้ในการ Input สัญญาณเข้ามายังจอ พร้อมลำโพงและหัวต่อ 3.5mm รวมถึงกระเป๋าเซฟตี้เพื่อป้องกันการกระแทก เช่นเดียวกับโน้ตบุ๊กอีกด้วย น้ำหนักโดยรวมของมอนิเตอร์จาก ASUS รุ่นนี้ อยู่ที่ราว 1.76Kg รวมทั้งจอและขาตั้ง สำหรับราคาต้องใจเย็นๆ เพราะยังไม่มีประกาศออกมาอย่างชัดเจน

ข้อมูลจาก: ASUS ROG Strix XG17AHP

from:https://notebookspec.com/asus-monitor-rog-strix-17-3-240hz/524646/

Preview – ASUS ROG Zephyrus M15 / Scar 17 / Strix G15 สเปกแรงสุดด้วย Core i9-10980HK + RTX 2080 Super

เป็น Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10 H + NVIDIA GeForce RTX Super ที่หลายคนรอคอยแน่นอน ซึ่งนอกจาก ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ที่เป็นตัวท็อปสุดแล้ว (ดูพรีวิวที่นี่) สำหรับการมาของตระกูล ASUS ROG Zephyrus และ ASUS ROG Strix G รุ่นใหม่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพความแรงจากชิปประมวลผล Core i9-10980HK / Core i7-10875H / i7-10750H ผสานการทำงานของการ์ดจอ GeForce RTX 2080 Super / RTX 2070 Super / RTX 2060 Super โดยมีขนาดหน้าจอที่ 15.6″ / 17.3″ รองรับ Refresh Rate สูงสุดที่ 300 Hz ตัวเครื่องเบาสุดๆ แค่ 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในส่วนของสเปกและราคา รอทาง ASUS ประเทศไทยแจ้งมาอีกครั้งกันช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ (ไม่กี่วันนี้แหละ)

สำหรับในบทความนี้เราจะมาพรีวิวกันกับ Sneak Peek ที่มีการนำเสนอ Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ปี 2020 อย่าง ASUS ROG Zephyrus M15 และ ASUS ROG Scar 17 รวมถึง ASUS ROG Strix G15 ที่นำมาโชว์ในงาน เรียกได้ว่าเป็นการอัพเดทสเปกและฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงได้ปรับดีไซน์การออกแบบเล็กน้อยไปในตัว ส่งผลให้ใครจะซื้อ Gaming Notebook รุ่นล่าสุด ตอนนี้ก็ใกล้มากๆ ที่ทาง ASUS จะวางจำหน่ายกันอย่างตามหน้าร้าน สนนราคาคาดการณ์ว่าเริ่มต้นที่ 4x,xxx บาท หรือถูกกว่านั้น แน่นอนว่ามีการรับประกันตามมาตรฐาน ASUS คือ 2 ปี เลือกส่งศูนย์โดยตรงหรือส่งเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ พร้อมประกัน Perfect Warranty ในปีแรกด้วย

asus ROG

อีกทั้งล่าสุดทาง ASUS ROG ได้นำเสนอการระบายความร้อนรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าของ Gaming Notebook ซีรีส์ ROG ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 H เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะการใช้ Liquid Metal อย่าง Thermal Grizzly Conductonaut เพราะส่วนผสมที่ไม่นำไฟฟ้า ต่างจากในบางค่ายที่นำมาใช้งาน รวมถึงการใช้สารประกอบที่ช่วยลดความร้อน ที่ได้รับการปรับปรุง จึงช่วยในการลดอุณหภูมิได้รวดเร็ว และมีส่วนช่วยให้การเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาตามเงื่อนไขในการ Boost ทำได้ง่ายกว่าเดิม พร้อมการระบายความร้อนได้นิ่งและเงียบ เนื่องจากพัดลมไม่ต้องทำงานหนัก เท่าที่ทราบข้อมูลมาแบบไม่ทางการคือ ทำให้ร้อนไม่เกิน 90 องศาเซลเซียสได้ เวลาทำงาน 100% ?!?!?

การใช้ Liquid Metal หรือโลหะเหลวในการเป็น Thermal Compound นี้ ค่อนข้างมีกระบวนการที่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะต้องทำด้วยมือ ดังนั้น ASUS จึงต้องออกแบบระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ทันกับปริมาณการผลิต Gaming Notebook แต่มีการควบคุมเป็นพิเศษ ด้วยการใช้แขนกลอัตโนมัติ ในการจุ่มแปรงลงไปใน Liquid Metal และแปรงลงบนชิปประมวลผลทับไปมาถึง 17 ครั้ง เพื่อเคลือบหน้าสัมผัสของชุดระบายความร้อนและชิปประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น สามารถชมจากวีดีโอขั้นตอนการติดตั้งตามด้านบนนี้ได้เลย เรียกได้ว่าตรงจุดนี้ทำให้ ASUS ROG ล้ำหน้ากว่า Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ อย่างชัดเจนทีเดียว

Preview – ASUS ROG Zephyrus M15

ASUS ROG Zephyrus M15 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-10875H / i7-10750H ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2070 Super / RTX 2060 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 32GB DDR4 Bus 2666MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 240Hz 3ms ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนอง โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

  

ตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus M15 ยังมาในมิติและรูปร่างเดิม โดยเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่เน้นความบาง โดยตัวเครื่องบางแค่ 18.9 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.9 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร ขนาด 15.6″ สัดส่วนเป็น 81% ของพื้นที่หน้าจอทั้งหมด มาพร้อมกับวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมโครงสร้างภายในแบบรังผึงที่แข็งแรงทนทาน ขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดีมีคำว่า ZEPHYRUS โดดเด่นด้วยฝาหลังที่ ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจด้วยสีสันแวววาวเล่นกับแสงที่เข้ามากระทบ

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 3 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ติดตั้งด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ พร้อมช่องไล่ฝุ่น Anti-Dust Cooling ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสมขึ้นในอนาคต ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

  

ASUS ROG Zephyrus M15 ใช้ Per-Key RGB Gaming Keyboard สามารถเปลี่ยนสีทีละปุ่ม ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ และยังปรับแต่ง Macrokeys บนคีย์บอร์ดเพื่อใช้ในเกมหรือซอฟแวร์ต่างๆ พร้อมแป้นที่ใหญ่พิเศษ โดยพัฒนาและออกแบบมาให้ ASUS ROG โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กันแต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

  

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Turbo mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode / Windows เพื่อความสมดุลในการใช้งาน รวมไปถึง Turbo ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพความแรงสูงสุด

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย ที่สำคัญคือมีนวัตกรรมของระบบระบายความร้อนแบบอากาศพลศาสตร์ (Active Aerodynamic System – AAS) เปิดช่องว่างให้อากาศไหลเวียนมากขึ้นถึง 22%  พร้อมไฟ RGB ส่องสว่างออกมาเมื่อเปิดฝาขึ้น ตัวเครื่องจะยกขึ้นเพื่อเพิ่มอากาศเย็นไหลผ่านผ่านโดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 3 ช่องด้านล่างใต้เครื่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ติดตั้งด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง (หลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละช่อง) หนาแน่นด้วยฟินกว่า 205 ครีบ

  

ASUS ROG Zephyrus M15 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.2 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 240Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz หรือ 120Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ทั่วไปมากทีเดียว

  

สรุปสั้นๆ สำหรับ ASUS ROG Zephyrus M15 ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยสเปกใหม่ล่าสุดทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอ พร้อมทั้งได้วัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook แรงลื่น และบางเบาได้อย่างลงตัว หรือคนทำงานที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง เน้นการทำงานระดับมืออาชีพ ที่จะเอาไปประมวลผลหนักๆ เช่นงาน 3D ตัดต่อวีดีอก็เอาอยู่แบบสบายๆ

ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไป  จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเมื่อเทียบกับตระกูล ZEPHYRUS M รุ่นก่อนๆ ที่สำคัญคือได้สเปกที่แรงขึ้น พร้อมได้สีสันใหม่ก็ยังเป็นตัวเลือกที่แตกต่างจากหลายๆ แบรนด์ Gaming Notebook อีกด้วย ไว้มีโอกาสเราจะมาทดสอบรีวิวเครื่องจริงของ ASUS ROG Zephyrus M15 กันอีกที

Preview -ASUS ROG Scar 17

ASUS ROG Scar 17 มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น Intel Core i9-10980HK ที่แรงกว่า i7 รองรับติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 2080 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 32GB DDR4 Bus 2666MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 300Hz 3ms ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนอง โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

  

ASUS ROG Scar 17 หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.9 กิโลกรัม ส่วนบานพับเป็นแบบ ASUS ROG Scar 17 หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบ 2 แกนยกตัวขึ้นมา ที่ทั้ง ASUS ROG Strix Hero III ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น เหมือนกับ ASUS ROG Strix 17 รุ่นก่อนหน้า แต่โดดเด่นกว่าเรื่องของรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้นทั้งฝาหลังและด้านใน

พอร์ตการเชื่อมต่อตัว ASUS ROG Scar 17 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ทมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.1 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, SD Card Reader ขนาดมาตรฐาน, พอร์ท LAN ตัวเต็ม และ HDMI ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ 2×2

  

อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด แยกฝั่ง ซ้าย-ขวา, ท่อฮีทไปป์จำนวน 5 ท่อ, copper plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อนทั้งหมด, และครีบทองแดงบนฮีทซิ้งค์ที่บางพิเศษเพียง 0.1 มิลลิเมตร รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Scar 17  มีความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 300Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB 100% (color space) ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลยเช่นเดิม)

  

ASUS ROG Scar 17 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็นแบบ Per Key RGB ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายในได้ในแต่ละปุ่ม ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

ที่โดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อนก็คือ ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัวที่จะทำให้เราสามารถบันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับเราเท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชั่น Shadow Drive เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้นกับไดรฟ์ที่จะถูกเข้ารหัสและปรากฎขึ้นมาให้เข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อเสียบใช้งาน Keystone เท่านั้น ซึ่งในบันเดินจะมาพร้อมพ่วงกุญแกจที่เก็บด้วย เรียกได้ว่าเจ๋งดีจริงๆ กับการใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาใน Gaming Notebook

  

ที่สำคัญจากรุ่นก่อนที่มี Light Bar ด้านหน้า รุ่นนี้จะได้ไฟ RGB ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องเข้ามา อย่าง Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่องพร้อมเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ  RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือได้ NumberPad เข้ามาด้วย โดยทัชแพดเองสามารถเปลี่ยนเป็นแป้นตัวเลขได้ จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น

  

วัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นอลูมิเนียมผสานด้วยพลาสติกเกรดดีให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Scar 17 จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงครึ่งปีแรกของ 2020 ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่ขอบจอต้องบางเฉียบด้วย ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเองเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า

Preview – ASUS ROG Strix G15

ASUS ROG Strix G15 มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น Intel Core i7-10875H รองรับติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 2070 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 32GB DDR4 Bus 2666MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 240Hz ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนอง โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

  

ดีไซน์โดยคือเดิมๆ ทั้งหมด เพิ่มเติมด้วยสีชมพู Pink Electro Punk เอาใจสาวๆ ที่ขอบเล่นเกมเป็นพิเศษ พร้อมเปลี่ยนปุ่ม WASD เป็นสีชมพู พร้อมไฟโลโก้ ROG และกรอบด้านข้างเป็นสีชมพูอีกด้วยวัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นพลาสติกให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix G15 จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา

พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ความเร็วสูงแบบ 12V (เพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับพัดลมแบบ 5V ปกติ) พร้อมปรับรอบพัดลมได้ 3 แบบ ทั้งแบบเงียบ ปกติ และ Turbo

อย่างไรก็ตามแม้ ASUS ROG Strix G15 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงๆ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากการที่ได้ดีไซน์ สเปก ฟีเจอร์ และราคาที่เหมาะสมที่สุด

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix G15 มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 240Hz ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ลื่นไหลและยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

ไว้ยังไงเราคงได้มีโอกาสรีวิว ASUS ROG Zephyrus M15 และ ASUS ROG Scar 17 รวมถึง ASUS ROG Strix G15  กันอีกครั้ง บอกได้เลยว่าเป็น Gaming Notebook อีกตัวที่น่าตื่นเต้นจริงๆ ไม่ใช่แต่ได้สเปกใหม่ล่าสุดที่เป็น Intel Core i Gen 10 H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX Super เท่านั้น แต่ทาง ASUS ยังยัดฟีเจอร์ล้ำๆ มากมายทั้งเรื่องระบบระบายความร้อน ในส่วนของราคาคาดการณ์สำหรับรุ่นเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4x,xxx บาท หรือต่ำกว่า ไว้รอติดตามสเปกและราคาขายจริงกันอีกทีก็แล้วกัน น่าจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมกันช่วงกลางเดือนเมษายนนี้แน่นอน รอติดตามกันได้เลยยย

from:https://notebookspec.com/preview-asus-rog-zephyrus-m-strix-g-core-i9-10980hk-rtx-2080-super/516515/

Review – ASUS ROG Strix G731 จอเทพ 17.3″ IPS 144Hz ราคาคุ้ม ครบเครื่อง สเปก i7 + RTX2060

ASUS ROG Strix G731 เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 17.3″ ที่มีฟีเจอร์และสเปกแรงลื่นใหม่ล่าสุด ต่อยอดมาจาก ASUS ROG Strix GL704 พร้อมเป็นรุ่นพี่ของ ASUS ROG Strix G531 เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด

รุ่นที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวก็คือ ASUS ROG Strix G731 โน้ตบุ๊คเล่นเกมสเปกแรงลื่นคุ้มค่า ได้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i7-9750H ที่ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด พร้อมด้วยการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060(6GB GDDR6) ได้แรมขนาด 16GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็น 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz ที่ต้องบอกว่าเป็นหน้าจอที่ดีสำหรับเล่นเกม กับราคาเพียง 49,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ โดยปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

from:https://notebookspec.com/review-asus-rog-strix-g731-i7-rtx2060/498682/

Review – ASUS ROG Strix Hero III สุดยอดโน้ตบุ๊คเล่นเกมฟีเจอร์แน่น สเปก i7-9750H + RTX 2070

ASUS ROG Strix Hero III เป็น Gaming Notebook ที่มีฟีเจอร์และรายละเอียดเพิ่มเติมให้เข้ามา ต่อยอดมาจาก ASUS ROG Strix G531 เน้นความพรีเมียมและฟีเจอร์ที่มากกว่า มีลวดลายที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB Per-Key ที่เราสามารถปรับแต่ละปุ่มได้สีตามต้องการ นอกจากนี้ ASUS ROG Strix Hero III ยังมาพร้อมความสดใหม่ในส่วนของ ROG Keystone ที่เป็นอุปกรณ์ NFC ประเภทหนึ่ง โดยใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Armoury Crate เพื่อเข้าถึงข้อมูล Shadow Drive ที่ซ่อนอยู่และโปรไฟล์การตั้งค่าต่างๆ ของเรา

รุ่นที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวก็คือ ASUS ROG Strix Hero III สเปกตัวกลางรองท็อปสูงสุดอย่าง Intel Core i7-9750H ที่ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด พร้อมด้วยการ์ดจอรองท็อปอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 (8GB GDDR6) ที่สามารถ Overclock เพิ่มไปได้อีก ร่วมกับระบบระบายความร้อนแบบใหม่ที่ดีขึ้น 17% เรียกได้ว่าแม้จะแรงขึ้นแต่ก็เอาอยู่ แรม 8GB และ SSD 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็น 15.6″ Full HD พาเนล IPS ที่ 240Hz 3ms เคลม 100% sRGB ที่ต้องบอกว่าเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว กับราคา 59,990 บาท

from:https://notebookspec.com/review-asus-rog-strix-hero-iii-gaming-notebook-2019/484936/

Gaming Notebook – ASUS ROG ยังคงใช้หน้าจอพาเนล IPS ที่มาพร้อม Refresh Rates สูงถึง 240 Hz

สำหรับนักเล่นเกมมือฉมังนั้นเชื่อว่านอกจาก CPU และ GPU ระดับสูงแล้ว หน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เลือกมาใช้ในการเล่นเกมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลือกที่มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ ซึ่งในปัจจุบันนั้นหน้าจอพาเนลใหม่อย่าง OLED ถือได้ว่าเป็นพาเนลหน้าจอหนึ่งที่สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมครับ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลของสีที่มีสีสันที่สดมากกว่าเดิมหรือจะเป็นความคมชัดที่สูงกว่าหน้าจอพาเนลแบบเดิมๆ เป็นต้น งานนี้นั้นทาง ASUS ROG เองก็ได้เปิดตัวหน้าจอที่มาพร้อมกับพาเนล OLED เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการเล่นเกมให้กับนักเล่นเกมเช่นเดียวกันครับ

ในงาน Computex 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง ASUS ROG ได้ทำการเปิดตัวโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ IPS ออกมาด้วยครับกับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่อย่าง Zephyrus S GX502, Zephyrus M GU502, Strix SCAR III และ ROG Hero III ที่ทาง ASUS ได้บอกเอาไว้ว่ามันถูกปรับแต่งขึ้นมาเพื่อนักเล่นเกมแบบ esports โดยเฉพาะครับ เพราะนอกเหนือไปจากความคมชัดหรือสีสันที่สามารถแสดงได้มีมากกว่า ทาง ASUS ยังเลือกหน้าจอที่มาพร้อมกับ Refresh Rates สูงมากถึง 240 Hz เลยทีเดียวครับ

จริงๆ แล้วนั้นทาง ASUS ROG ให้ความสำคัญกับหน้าจอสำหรับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมเป็นอย่างมากครับ โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมากับโน๊ตบุ๊ครุ่น Zephyrus S GX502 นั้นถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คตัวอย่างที่ดีเอามากๆ จนในงาน Computex 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง ASUS ROG ก็ได้นำเอาโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวมาโชว์โดยวางเปรียบเทียบกับรุ่นที่มาพร้อมกับหน้าจอสเปคเดิมอย่างพาเนล IPS ที่มีความละเอียดระดับ 4K, Refresh Rates 120 Hz และ response time อยู่ที่ 3 ms ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้นทาง ASUS ได้เปลี่ยนพาเนลหน้าจอเป็น AMOLED ครับ

ในการนำเครื่องรุ่นเดียวกันแต่ใช้พาเนลหน้าจอต่างกันมาโชว์นั้นทาง ASUS ROG ทำเพื่อรอดูเสียงตอบรับของผู้ใช้ครับ โดยหากจะว่าไปแล้วนั้นหน้าจอพาเนลเดิมของทาง ASUS ROG เองก็มีคุณภาพที่ดีมากอยู่แล้ว ซึ่งในปี 2016 ที่ผ่านมานั้นทาง ASUS ROG ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ ultra-fast Full HD มาใช้งานกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นแล้ว แน่นอนครับว่าหน้าจอดังกล่าวนั้นมาพร้อมกับการแสดงสีสันที่มีความถูกต้องสูง ซึ่งไม่เพียบงแค่จะรองรับกับผู้ใช้งานสำหรับการเล่นเกมเท่านั้นเนื่องจากทาง ASUS ROG ยังได้บอกเอาไว้ว่ามันเหมาะสำหรับนักทำงานของด้านกราฟิกที่ต้องการความถูกต้องของสีสันอีกด้วยครับ

ย้อนกลับไปในปี 2016 นั้นทาง ASUS ROG ได้เริ่มมีการใช้งานพาเนลหน้าจอแบบ AHVA ที่เป็นเทคโนโลยี IPS โดยนอกเหนือไปจากที่มันจะรองรับการแสดงผลสีสันหน้าจอที่ถูกต้องแล้วนั้นมันยังมาพร้อมกับ Refresh Rates 120 Hz ด้วยอีกต่างหาก และหลังจากนั้นมาทาง ASUS ROG เองก็มีการใช้พาเนลหน้าจอที่เพิ่มสเปคในส่วนของ Refresh Rates 144 Hz ด้วยอีกต่างหากกับโน๊ตบุ๊ครุ่น Strix GL503VS SCAR Edition ครับ

พอมาถึงปี 2018 นั้นถึงแม้ว่าทาง ASUS ROG จะยังคงใช้งานหน้าจอพาเนล IPS-AHVA อยู่กับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นเช่น Zephyrus S GX502 ทว่ามันก็มาพร้อมกับสเปคที่สูงขึ้นอย่าง response time ที่อยู่ที่ 3 ms(จากเดิม 7 ms) พร้อมความสว่างสูงถึง 400 nits รองรับช่วงกว้างของสีแบบ Adobe สูงถึง 100% ทว่าหน้าจอแบบ IPS เองนั้นก็ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องของความสว่างของหน้าจอที่ไม่สามารถเร่งให้ไกลได้มากกว่านี้ครับ

ด้วยการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอพาเนลแบบ AMOLED นี่เองครับที่ช่วยให้ทาง ASUS ROG สามารถเพิ่มความแตกต่างไปจากเดิมได้ อย่างตัวเครื่องสาธิตรุ่น Zephyrus S ที่มาพร้อมกับพาเนลหน้าจอแบบ AMOLED นั้นถึงแม้ว่า ณ ตอนนั้น refresh rate ของมันนั้นจะอยู่ที่ 60 Hz สำหรับความละเอียดหน้าจอระดับ 4K แต่มันก็มาพร้อมกับความแตกต่างในการแสดงผลของสีที่รองรับ contrast ratio สูงถึง 80,000:1 และรองรับช่วงกว้างของสีแบบ DCI-P3 ถึง 100% แล้ว หน้าจอดังกล่าวนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี HDR ที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในการใช้งานครับ

อย่างไรก็ตามแต่ครับถึงแม้ว่างทาง ASUS ROG จะมีการนำโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอแบบ AMOLED มาโชว์ในงาน ทว่าในเร็วๆ นี้เราๆ ท่านๆ ก็จะยังคงไม่เห็นทาง ASUS ROG นำเอาตัวเครื่องที่มาพร้อมกับพาเนล AMOLED มาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับ โดยทาง ASUS ROG นั้นให้เหตุผลว่าหน้าจอแบบ AMOLED นั้นจะมาพร้อมกับความสว่างที่เหนือกว่าแถมยังรองรับกับเทคโนโลยี HDR ทว่าหน้าจอแบบ IPS ที่ทาง ASUS ROG ยังคงเลือกใช้นั้นก็มีข้อดีที่ทาง ASUS ROG มั่นใจว่ายังคงดีกว่ากว่าเพราะทาง ASUS ROG นั้นก็ร่วมกับคู่ค้าที่ผลิตหน้าจอให้กับทาง ASUS ROG ในการพัฒนาหน้าจอแบบ IPS ครับ

ในไตรมาสที่ 3 ที่จะถึงนี้นั้นทาง ASUS ROG จะเริ่มวางจำหน่ายโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ IPS รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ refresh rate ถึง 240 Hz, response time 3 s และรองรับเทคโนโลยี VESA DisplayHDR 400 ที่สำคัญที่สุดแล้วนั้นราคาของมันก็ต่ำกว่าพาเนลหน้าจอแบบ AMOLED เป็นอย่างมากซึ่งในจุดนี้นั้นก็จะช่วยทำให้ผู้ใช้งานยังคงสามารถที่จะจ่ายเงินน้อยกว่าในขณะที่ตัวเทคโนโลยีของหน้าจอนั้นก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมากกว่าเดิมครับ

แน่นอนครับว่าทาง ASUS ROG ก็ไม่ได้จะให้ความสำคัญกับหน้าจอแบบ AMOLED เลยครับเพราะทาง ASUS ROG นั้นได้บอกเอาไว้ว่าหากหน้าจอแบบ AMOLED นั้นได้รับการปรับปรุงในหลายๆ ด้านมากกว่านี้รวมไปถึงราคาที่อยู่ในระดับที่เหมาะสม เราๆ ท่านๆ ก็จะได้เห็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมจาก ASUS ROG ที่มาพร้อมกับพาเนลหน้าจอแบบ AMOLED เช่นเดียวกัน งานนี้นั้นเรียกได้ว่าก็คงจะต้องรอกันต่อไปก่อนครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/rog-brings-out-displays-with-amoled-and-high-refresh-rates/483805/