คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS_ROG

5 สิ่งสุดเจ๋ง!!! ของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่ควรมีใน Gaming Notebook ปี 2020

การเลือกซื้อ Gaming Notebook ในปี 2020 นั้น ต้องยอมรับว่ามีตัวเลือกให้เราซื้อหลากหลายมากๆ ทั้งในส่วนของสเปกที่นำเสนอสิ่งใหม่อยู่ตลอด รวมไปถึงแต่ละแบรนด์เองก็มีรุ่นให้เลือกที่มากมาย ซึ่งในบทความนี้เราจะมาว่ากันถึง 5 สิ่งสุดเจ๋ง ที่ควรมีใน Gaming Notebook ปี 2020 ซึ่งบอกได้เลยในส่วนของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด

สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H จับคู่มากับ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ได้ RAM 16GB และ SSD 512GB พร้อมจอ IPS 240Hz กับราคาเพียง 39,990 บาท มีการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม

สำหรับ 5 สิ่งสุดเจ๋งของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่สมกับเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ว่ามีสิ่งไหนบ้าง ไปชมกันต่อเลย

1. CPU แรงเร็ว GPU ลื่นไหล หน้าจอไหลลื่น

ASUS ROG Zephyrus G GA502 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen ตระกูล U  พอตัว สถาปัตยกรรม Zen+ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 12 nm ความเร็ว 2.3 – 4.0 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 10 สำหรับใช้งานพื้นฐาน

ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ที่ใช้สถาปัตยกรรมกับ RTX ที่เย็นกว่า GTX 10 Series พร้อมตัดพวกฟีเจอร์อื่นๆ ออกไปเน้นความแรงเป็นหลัก เน้นเย็นและประหยัดพลังงานเข้ากับตัวเครื่องที่บางเบา โดย NVIDIA GeForce GTX GTX 1660 Ti Max-Q ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GTX 1060 รุ่นก่อนหน้า แต่ก็ร้อนน้อยกว่า GTX 1660 Ti รุ่นปกติ เพราะเป็นรุ่น Max-Q เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา แต่ก็แรงไม่แพ้กัน

โดยทาง ASUS เค้า Overclock มาให้จากโรงงานแล้ว พร้อมด้วย ROG Boost ที่ดันให้สุดถึง 1435 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่ 60 วัตต์ในโหมดเทอร์โบ ทำให้มีพลังเหลือเฟือสำหรับเกมยอดนิยมไปจนถึงประสบการณ์ VR แบบเต็มรูปแบบ เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

มาพร้อมแรมภายในแบบฝังบอร์ดขนาด 16GB DDR4 (8GB จำนวน 2 แถว Bus 2400 MHz) และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ซึ่งเพียงพอในการใช้งาน ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ โดยโดดเด่นกว่ารุ่นก่อนที่ได้เป็นหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ซึ่งนับได้ว่าลื่นไหลกว่า  ทั้งเล่นเกมและทำงานแบบเห็นได้ชัดเจน

2. ดีไซน์สวยเด่น เล่นเกมก็ได้มันส์ทำงานก็ดีเยี่ยม

สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G GA502ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ASUS ROG Zephyrus G GA502 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลักด้วยการ์ดจอ GeForce GTX 1660Ti Max-Q ที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่า GTX 10 Series ที่เคยมีมาทั้งหมด รวมไปถึงหน้าจอก็ใหญ่ที่ 15.6″ ซึ่งมีขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้ตัวเครื่องเทียบเท่า 14″ พร้อมทั้งใช้งานได้เต็มตามากขึ้น

ตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G GA502 นั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เรียกได้ว่าแทบไม่มีความโค้งเว้าใดๆ ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว มาพร้อมกับวัสดุผสมระหว่างอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม มาในโทนดำตัดกับสีเทาเข้ม (Armor Titanium) ขอบของตัวเครื่องรวมไปถึงขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดีมีคำว่า ZEPHYRUS เรียกได้ว่าจะเอาไปเล่นเกมก็มีความดุดันตามสไตล์ของ ROG หรือทำงานก็มีความเรียบหรูดูดี พรีเมียมเกินราคาไปอีก ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาก็ตอบโจทย์ได้หมด

3. ตัวเครื่องบางเบา พกพาสะดวก พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน

ASUS ROG Zephyrus G GA502 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 19.9 – 2.04 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 2.1 กิโลกรัม พร้อมหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร ขนาด 15.6″ สัดส่วนเป็น 81% ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 180 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2.5 กิโลกรัมเท่านั้น พอแบกพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ไม่หนักมาก ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียว

ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุเป็นโลหะพร้อมลวดลายแบบปัดเสี้ยนคล้ายกับ ROG ในหลายๆ รุ่น แต่ดูแล้วมีความสดใหม่กว่า เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายจริงจังยิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series โดยเลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทาน โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงาม ด้วยเส้นสายที่ทันสมัยและการตกแต่งเสริมความพรีเมียม ระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้าทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทุกชิ้นส่วน ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus series

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G GA502 กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่องทั้งหมด มีทั้ง USB 3.1 Type-A (Gen 1) จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.1 Gen2 Type-C with DisplayPort 1.4 พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวสในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wireless แบบ 802.11 ac หรือเรียกว่ามาตราฐาน Wi-Fi 5 ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น

4. ร้อนน้อยกว่า + แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาว

เรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS ROG Zephyrus G GA502 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมด Turbo

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องอยู่ที่ไม่เกิน 85 – 91 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 75 – 81 องศาเซลเซียสโดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมา แน่นอนว่ามากกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Balance ก็สามารถทำได้

ที่สำคัญคือ แม้อุณหภูมิในการประมวลผลหนักๆ จะได้ตัวเลขอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง แต่ประสิทธิภาพ (Performance) มีความเสถียรไม่มีอาการแกว่ง นอกจากนี้ในการทำงานอุณหภูมิผิวสัมผัสบริเวณที่ใช้งานจริง ไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้งานจริงไม่รู้สึกร้อนมือหรือรบกวนการใช้งานเลย ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS ROG Zephyrus G GA502 ครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ความจุ 4800mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 9 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้

5. ฟีเจอร์เด็ดๆ จัดเต็ม ในราคาคุ้มค่าที่สุด

ASUS ROG Zephyrus G GA502 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวสีเดียว ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำแหว่งออกมานิดหนึ่งเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ้อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน

ASUS ROG Zephyrus G GA502 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์ ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

สรุปปิดท้ายสำหรับ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ราคา 39,990 บาท ที่เก่งครบจบรอบด้านอย่างที่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook ทั่วไป คุ้มค่าไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในตลาด จากการรวมตัวของ AMD และ NVIDIA ผ่านทาง ASUS ที่แบรนด์อื่นสามารถทำตามได้ยาก หรือพูดง่ายๆ Gaming Notebook ในตลาดที่เป็น AMD + NVIDIA มีเพียง ASUS เป็นเจ้าแรงที่ทำก่อนใครเพื่อน พร้อมมีตัวเลือกให้มากมาย

โดยถ้าเน้นคุ้มค่าไปเลยจะเป็นในส่วนของ TUF Gaming FX505 Series โดย ASUS ROG Zephyrus G GA502 จะเน้นที่ประสบการณ์ใช้งานที่รอบด้านมากกว่า สมกับเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ที่รองรับทุกๆ การใช้งานจริงๆ แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง แถมยังเครื่องยังร้อนน้อยอีกด้วย

ซึ่งจุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ก็คือ ได้ความเป็น ROG ที่พรีเมียม ตัวเครื่องบางเบา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ประสิทธิภาพดีลื่นไหล พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน อย่างที่หาใน Gaming Notebook ราคาถูกกว่าอย่าง TUF Gaming ไม่ได้ ในส่วนของประสิทธิภาพการเล่นเกมก็ดีเยี่ยมถึงแม้จะไม่ใช่การ์ดจอ GTX 1660 Ti ตัวปกติ แต่ทาง ASUS ก็ทำการ Overclock มาให้แล้ว ทำให้ความแรงใกล้เคียงทีเดียว พร้อมได้แรมมาเลยขนาด 16GB ทำให้ลื่นไหลทันทีไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเกรดเพิ่มภายหลัง และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ก็มีความลื่นไหลในขนาดที่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว นอกจากนี้หน้าจอยังได้มาตรฐานที่สูงกว่าก็คือ Refresh Rate ที่ 240Hz อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/5-cool-things-from-asus-rog-zephyrus-g-ga502/509028/

Preview – ASUS ROG Zephyrus G14 จอ 14″ แรงที่สุดในโลก สเปก Ryzen 7 4800HS + RTX 2060 ฝามีไฟ LED ปรับแต่งได้

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น Gaming Notebook ปี 2020 หน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลก สเปก AMD Ryzen 7 4800HS และ NVIDIA GeForce RTX 2060 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่สุดแรงสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงยอดนิยมที่สุด

คุ้มค่าสุดๆ จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน มารวมตัวกันใน ASUS ROG Zephyrus G14 ที่เป็น Gaming Notebook ที่อยู่ในซีรีส์พรีเมียมของ ASUS ที่เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว

  

อีกทั้ง ASUS ROG Zephyrus G14 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Anume Martix ฝาหลังที่เป็นไฟ LED จำนวน 6536 ดวง ที่ปรับแต่งเปลี่ยนแปลงได้ผ่านทางซอฟตฺแวร์ วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมได้สูงสุดที่ 32GB อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับราคาและสเปกยังไม่เคาะขายในไทย แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที และได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย รายละเอียดส่วนนี้รอติดตามกันอีกที

สำหรับสเปก ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายบางเบาแนวใหม่ ด้วยขนาดหน้าจอ 14″ ที่ปกติเราไม่ค่อยได้เห็นกัน ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H (Mobile) ​รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W ) ในเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ที่ร้อนน้อยแรงและแรงขึ้น เช่นเดียวกับ AMD Ryzen 3000 Series (Dekstop) และที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักๆ หรือเล่นเกม 3 มิติก็จะมีความลื่นไหลแน่นอนกว่ารุ่นก่อนๆ

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 17.9 – 19.9 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.6 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.9 มิลลิเมตร ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 120Hz ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุฝาหลังเป็นโลหะให้ดีไซน์ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน ROG ที่เน้นความเรียบง่ายสุดๆ ดูแล้วมีความสดใหม่ เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายทำงานพกพายิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series ที่เน้นคุ้มค่า

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มี 2 สีสันให้เลือกคือ สีขาวและดำ เลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง โดยมุมซ้ายล่างจะเป็นแผ่นสีเงิน ROG ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทานประมาณนึง โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงามทันสมัยพรีเมียม มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus Series

  

ASUS ROG Zephyrus G14 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์สายพกพาบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่าที่เคยมีมาทั้งหมด รวมไปถึงหน้าจอมีขนาด 14″ แบบขอบจอบาง แต่ตัวเครื่องเทียบเท่า 13.3″ เท่านั้น ทำให้ใช้งานได้เต็มตามากขึ้น ส่วนช่องระบายความร้อนมีทั้งหมด 3 ช่อง เป่าออกใต้หน้าจอ 2 ช่อง และด้านขวาอีก 1 ช่อง พัดลม 2 ตัว พร้อมมีระบบ Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย

  

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวสีเดียว (ถ้าเครื่องดำปุ่มจะเป็นสีดำ) ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำพื้นที่ยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์

  

ทัชแพดของ ASUS ROG Zephyrus G14 เองขนาดใหญ่แบบซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน อีกทั้งปุ่ม Power ยังมาพร้อมฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในตัวด้วย

ASUS ROG Zephyrus G14 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 120Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าได้มาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020

  

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องบริเวณขอบที่วางมือซ้ายและขวาซ้ายขวา คุณภาพสูง พร้อมลำโพงซัฟวูฟเฟอร์อีก 2 ตัวด้านใต้ตัวเครื่อง ทำให้กลายเป็นลำโพงมาตรฐาน 2.2 อีกทั้งมี Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

  

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G14 กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่องทั้งหมด มีทั้ง USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต (1 พอร์ตรองรับ DisplayPort 1.4  / USB PD) พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 5 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ยอมรับเลยเลยว่าแอดมินโป้งไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้มานานแล้ว แต่พอได้มาพรีวิว ASUS ROG Zephyrus G14 เชื่อได้เลยว่าตลาด Gaming Notebook สนุกสนานแน่นอน ไม่ใช่แต่เป็นรุ่นหน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลกเท่านั้น  แต่จากการมาของสเปกชิปประมวลผลให้ล่าสุดจาก AMD อย่าง Ryzen 4000 Series ที่ดูแล้วจากรายละเอียดที่เปิดเผยออกมา มีความเหนือกว่า Intel อยู่พอสมควร รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน

แต่จะดีจริงแค่ไหน ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า อันนี้ต้องรอติดตามรีวิวตัวขายจริงกันอีกครั้ง บอกเลยว่าตัวเลือก Gaming Notebook ปี 2020 มีให้เลือกอย่างเยอะ เลือกให้ดีเลือกให้ตรงกับความต้องการก็แล้วกัน เพราะก็ยังมีรุ่นสเปก Core i + GTX / RTX และ Ryzen + Radeon RX / GTX / RTX รุ่นก่อนๆ ในตลาดให้เลือกอยู่พอตัว ปิดท้ายลองไปชมรายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS ROG Zephyrus G14 กันก่อนเลย

from:https://notebookspec.com/preview-asus-rog-zephyrus-g14-gaming-notebook/507288/

ASUS – ROG เปิดตัว Zephyrus G15 บาง 19.9 ม.ม. สเปก AMD Ryzen จอเทพ 240Hz รองรับ Wi-Fi 6

ASUS ROG เปิดตัว Zephyrus G15: Premium Ultraslim Gaming

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่ใช้หน้าจอ 240Hz , รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต USB-C สำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ 

  • พกพาง่ายด้วยดีไซน์บางเฉียบ: ขนาดบางเพียง 19.9 มม. น้ำหนัก 2.1 กก. พกพาสะดวก พร้อมการชาร์จ USB-C ™ และ Wi-Fi 6 ที่ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อขั้นสุด เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานในทุกๆที่
  • เร็วแรงผ่านทุกอุปสรรค: หน่วยประมวลผล AMD Ryzen ™ 7 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด รองรับการใช้งานแบบมัลติทาสก์สุดโหด, การสร้างสรรค์คอนเทนต์, รวมไปถึงการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ
  • หน้าจอสวยสะกดทุกสายตา: PANTONE® Validated ให้การแสดงสีที่ถูกต้อง พร้อมจอที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 240 เฮิร์ตซ์ 3 ms พร้อมเทคโนโลยี AMD FreeSync เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหล
  • ระบบระบายความร้อนที่มีอุโมงค์ระบายฝุ่น ช่วยป้องกันการสะสมของฝุ่นในฮีทซิงค์ และพัดลมระบายความร้อน ROG n-Blade ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศผ่านฮีทซิงค์ และการออกแบบใบพัดลมใหม่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศได้มากถึง 17% จากรุ่นก่อนหน้า
  • ROG Zephyrus G15 ให้เสียงที่มีคุณภาพด้วยลำโพงคู่แบบ front-firing พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Smart Amplifier พร้อมเปิดประสบการณ์การใช้หูฟังที่ให้เสียงโอบล้อมแบบ 7.1 ch ด้วยซอฟต์แวร์ Sonic Studio III

ROG เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่ในงาน CES 2020

จอแสดงผลความเร็วสูง 300Hz, หน้าจอขนาด 14-นิ้ว, และหน้าจอ HDR ที่ดียิ่งขึ้น

  • ความเร็วในการแสดงผลขั้นสุด: หน้าจอแสดงผลแบบ 300Hz ที่มาบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กสายบางเบา Zephyrus GX701 และ Strix SCAR III ที่ได้รับรางวัล CES 2020 Innovation Award
  • กระทัดรัดแต่เร็วไม่แพ้กัน: Zephyrus G14 รุ่นใหม่ล่าสุดนับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบบางเบาขนาด 14 นิ้วรุ่นแรก ที่ใช้หน้าจอรีเฟรชเรทสูง 120Hz
  • หน้าจอที่ได้รับการปรับเทียบสีจากโรงงาน: ตามมาตรฐานของ PANTONE ให้ค่า delta E บนหน้าจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG ต่ำลงกว่า 40% เพื่อการแสดงสีที่เที่ยงตรงที่สุด
  • หน้าจอแสดงผลระดับ HDR ที่ดียิ่งขึ้น: เมื่อรีเฟรชเรทสูงมาพบกับความละเอียดในการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าแบบ 144Hz HDR หรือ 120Hz 4K

พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นกับรีเฟรชเรทบนหน้าจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กจากที่ทาง ROG ได้เริ่มใช้หน้าจอแบบ 240Hz ในงาน CES 2019 ขึ้นมาสู่รีเฟรชเรทที่สูงเป็นพิเศษระดับ 300HZ เป็นครั้งแรกของโลกบน ROG Zephyrus GX701 และ ROG Strix SCAR III ให้ทุกเสี้ยววินาทีของการเล่นเกมมีความหมาย ขณะที่ Zephyrus GX502 และ GU502 โน้ตบุ๊กสำหรับการเล่นเกมที่บางเฉียบ มาพร้อมกับจอแสดงผล 4K Ultra HD ที่ผ่านการตรวจสอบจาก PANTONE ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือทำงานก็สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำจอแสดงผลแบบ HDR มาติดตั้งบน GX701 มีความละเอียดแบบ Full HD ที่มีอัตราการรีเฟรช 144Hz และความสว่างสูงสุด 400 nits แบ่งโซนการให้ความสว่างบนหน้าจอออกเป็น 16 โซนในแนวตั้ง นอกจากนั้นแล้ว ROG ยังคงมีการเปิดตัวเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ล่าสุดจาก AUO ที่มีความละเอียดสูงแบบ 4K ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nits

###

เกี่ยวกับ ROG

รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) นับเป็นแบรนด์ย่อยของเอซุสที่มุ่งเน้นในการสร้างเกมมิ่งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุดในโลก ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2006 ROG ได้นำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลายครบครัน เป็นที่รู้จักในแง่ของประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดี อาทิเมนบอร์ด, กราฟิกการ์ด, แล็ปท็อป, เดสก์ท็อป, หน้าจอแสดงผล, อุปกรณ์เครื่องเสียง, เราท์เตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ROG เข้าร่วมและสนับสนุนรายการแข่งขันเกมระดับนานาชาติมากมาย อุปกรณ์ต่างๆของ ROG ได้ถูกใช้เพื่อสร้างสถิติในการโอเวอร์คล็อกมาแล้วมากมายและยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆสำหรับเกมเมอส์และผู้ที่ต้องการความเป็นที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ the choice of champions ได้ที่ http://rog.asus.com.

 

from:https://notebookspec.com/asus-rog-zephyrus-g15-at-ces-2020/507235/

สเปค ASUS ROG Zephyrus G15 GA502I โน้ตบุ๊คที่ใช้ชิป AMD Ryzen 7 4800HS ตัวแรก เตรียมเปิดในงาน CES 2020

มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันเลยทีเดียวสำหรับชิปซีพียูเจนใหม่ขอAMD ที่คราวนี้ มีข่าวหลุดออกเป็นตัว Ryzen 4000 Series บนโน้ตบุ๊ค โดยตัวแรกที่หลุดออกมาก็คือ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502I มีชิปเป็น Ryzen 7 4800HS ใช้สถาปัตยกรรม Zen 2 ขนาด 7nm เรียกได้ว่าเตรียมสงครามตลาดเกมมิ่งโน้ตบุ๊คปีนี้เตรียมดุเดือดกันอย่างแน่นอน

สเปค ASUS ROG Zephyrus G15 GA502I

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800HS
  • GPU : NVIDIA GTX 1660Ti / RTX 2060 (6 GB)
  • Display : 15.6-inch Full HD IPS 144Hz / 240Hz with FreeSync
  • Ram : up to 32GB DDR4 bus 3200MHz
  • Storage : SSD m.2 NVMe 512GB / 1TB
  • Connection : รองรับ WiFi 6
  • Battery : 76-Wh 4-cell , adapter 180W
  • Size : 360 x 252 x 19.9 mm
  • Weight : 2.1 kg


ในส่วนของดีไซน์ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502I บอดี้จะเป็นสีเทาเข้มไปโทนสีดำ ฝาหลังดีไซน์แบบใหม่เป็นเส้นลายขวางตัดแนวเฉียง พร้อมกับมีลายจุดๆ เป็นแนวตาข่าย มิติตัวเครื่องขนาดถือว่าค่อนข้างเล็กเลยทีเดียว เพราะด้วยหน้าจอขอบบาง ที่เป็นดีไซน์ V-Shape ตัดขอบด้านล่างช่วยเรื่องระบายความร้อน และคีย์บอร์ดที่ตัด numpad ออกไป

จุดสังเกตอีกอย่างที่น่าสนใจคือช่องระบายที่ตัวเครื่องมีทั้งด้านหลัง และด้านข้างเพิ่มเข้ามา ซึ่งหมดห่วงเรื่องความร้อนได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งสถาปัตยกรรมซีพียูที่เป็น 7nm ความร้อนก็ย่อมลดน้อยลงด้วย ส่วนตัวถือว่าทั้งสเปคและดีไซน์ถือว่าทำออกมาได้ดีน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ถ้าราคาเปิดตัวมาสัก 30,000 – 40,000 บาท คงจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนพวกซีรีส์ TUF Gaming อีกแน่ๆ

อย่างไรก็ตามทีมงานมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ตัวเครื่องเลือกใช้ซีพียู AMD แต่ทำไมไม่ใช้การ์ดจอที่เป็นฝั่ง AMD Radeon ด้วย แต่กลับไปเลือกใช้การ์ดจอที่ออกมานานแล้วอย่าง GTX 1660Ti หรือ RTX 2060 แทน ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตทางอาจจะมีรุ่นใหม่ที่เป็นสเปค AMD ล้วน ออกมาจำหน่ายในราคาย่อมเยาก็เป็นได้

 

ที่มา : videocardz,  overclock3d

from:https://droidsans.com/spec-asus-rog-zephyrus-g15-ga502i/

NVIDIA เปิดตัว G-SYNC Esports Displays จอแสดงผล Refresh Rate ทะลุ 360Hz ในงาน CES 2020

ก้าวข้ามขีดจำกัดไปครั้ง สำหรับเทคโนโลยี G-SYNC ของทาง NVIDIA ที่สามารถทำให้หน้าจอมอนิเตอร์ แสดงผล Refresh Rate ทะลุไปถึง 360Hz จากปกติที่สูงสุดที่เคยทำได้แค่ 240Hz  โดยจอรุ่นแรกที่สามารถทำได้คือ ASUS ROG Swift 360Hz ซึ่งออกแบบมาสำหรับนักกีฬาโดยเฉพาะ พร้อมเปิดตัวให้ชมกันที่งาน CES 2020 เป็นที่แรกของโลก

เบื้องต้นหากเมื่อเทียบกับจอ 240Hz ปกติ จอตัว ASUS ROG Swift 360Hz สามารถวางเฟรมได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ต่อวินาที  โดยใช้เป็นพาเนลใหม่ AU Optronics ทำให้การเคลื่อนไหลลื่นไหลมีสะดุดจนแทบจะไม่มีอาการ Ghosting ให้เห็นเลย เหมาะกับการเล่นเกมแนว FPS ไม่ว่าเป็น CS:GO, Rainbow Six: Siege, Fortnite และ Overwatch ซึ่งมองเลยว่าในอนาคตจอรุ่นนี้อาจจะเป็นจอที่ใช้สำหรับการแข่งขัน Esport แน่นอน

สเปคเบื้องต้นจอ ASUS ROG Swift 360Hz

  • ขนาด : 24.5 นิ้ว
  • ความละเอียด : Full HD
  • พาเนล : AU Optronics
  • Refresh Rate : 360Hz with G-SYNC
  • Respond Time : น้อยกว่า 3ms

โดยนักกีฬา CS:GO ชื่อดังอย่าง n0thing ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เมื่อผมลองสลับใช้ จากจอ 240Hz ไปใช้ 360Hz นั้น ผมสามารถบอกได้ทันทีว่ามันแตกต่างกัน” และจากผลทดสอบการสะบัดยิงดีขึ้น 37% เมื่อเทียบกับจอ 60Hz ปกติ และเมื่อเทียบกับ 240Hz ต่างกันที่ 4%

นอกจากนี้ทาง NVIDIA ยังได้สาธิตการใช้จอ 360Hz กับเกมแนว MOBA อย่าง DOTA 2 ที่ช่วยให้การเลื่อนจอไปมาได้อย่างลื่นไหลชัดเจนขึ้นด้วย โดยสามารถเข้าไปทดสอบได้ ที่นี่

อย่างไรก็ตามหากเราจะใช้จอ ASUS ROG Swift 360Hz แบบเต็มประสิทธิภาพได้ เอา 360 FPS จริงๆ ลื่นๆ ขอบอกเลยครับว่าสเปคคอมเพื่อนๆ ต้องแรงมากๆ มีแตะหลักเกือบแสนหรือแสนกว่าแน่นอน (ไม่นับราคาจอนะ)

ส่วนจอ ASUS ROG Swift 360Hz จะเข้าไทยหรือไม่ ราคาเท่าไรต้องรอติดตาม ASUS  Thailand กันต่อไปครับ

 

ที่มา : NVIDIA, ASUS

from:https://droidsans.com/nvidia-geforce-360hz-esports-gaming-monitor/

ASUS จับมือ J.I.B. เปิด Official Store แห่งใหม่ ณ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ รวมสินค้าทั้ง PC, โน้ตบุ๊ค, เกมมิ่งเกียร์ และ ROG Phone ครบชุด

ถือเป็นแบรนด์ที่เติบโตในไทยมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ ASUS ที่คราวนี้ได้ฤกษ์เปิด Official Store ณ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เป็นแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ซึ่งการเปิดร้านครั้งนี้ทาง ASUS เป็นการร่วมมือกับ J.I.B. นั่นเอง โดยภายในร้านมีครบทุกผลิตภัณฑ์ไอทีให้ได้ทดลองเล่นและเลือกกลับไปเป็นเจ้าของกัน ไม่ว่าจะคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ค, AIO, เกมมิ่งเกียร์ ROG มีมาหมดเลือกได้จบในที่เดียว

เริ่มกันที่ด้านหน้าร้านเดินเข้ามาโซนทางขวามือก็จะเป็นโน้ตบุ๊คตระกูลเกมมิ่งทั้งหลายเรียกได้ว่ามีเท่าไรขนมาหมดทุกซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น ROG, ROG Strix, ROG Zephyrus หรือ Tuf Gaming โน้ตบุ๊คเล่นเกมราคาประหยัดก็มีวางจำหน่ายกันครบ ส่วนตัวทีมงานชอบ ROG Zephyrus สีน้ำเงินเทาตัวใหม่มาก สวยจับใจจริงๆ อยากได้มารีวิวเลย


นอกจากนี้ยังมี ROG Phone II มาให้ทดลองเล่นกันพร้อมกับอุปกรณ์เสริมครบเซ็ตอีกด้วย ใครที่สนใจก็สามารถมาทดลองจับเครื่องจริงเล่นกันก่อนได้

ROG Phone II พร้อมอุปกรณ์เสริมครบชุด

เดินมาทางฝั่งด้านซ้ายก็จะเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานที่มีให้เลือกดูทุกซีรีส์อีกแล้ว ตั้งแต่ VivoBook S14, S15 รุ่นเริ่มต้น ไปจนถึง ZenBook Pro Duo โน้ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ตัวแรง ขวัญใจสาย Creator ก็มีมาให้ทดลองเล่นกันด้วย


เดินเข้ามาถึงด้านในร้านก็จะเป็นโซนจำหน่าย Accessories ต่างๆ ของตระกูล ROG มีทั้งเมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง ครบเซตสวยๆ รวมถึงมีพวก Flash Drive, External HDD และ SD Card มาวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน


หรือถ้าใครอยากได้พีซีเซ็ตแบบสำเร็จรูปไม่ต้องประกอบเองให้เสียเวลา ภายในร้านก็มีตัว ROG ที่เป็นพีซีประกอบวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน พร้อมประกัน 3 ปี Onsite Service ด้วยนะจ๊ะ

ASUS Official Store แห่งใหม่นี้ ตั้งตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 4 ของห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11:00 น. จนถึง 22:00 น. ของทุกวันครับ


เพิ่มเติมภายในงานเปิดตัวก็ได้มีน้องๆ Pinku Notori มาร่วมเปิดงาน ASUS Official Store ด้วย บอกเลยว่าแฟนคลับมากันเพียบ ทำเอาเหล่าโอตะและชายฉกรรจ์บริเวณนั้นละลายกันหมดไปเลย

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.facebook.com/ASUSTHAILAND

from:https://droidsans.com/asus-official-store-new-central-chaengwattana/

ROG Crosshair VIII Impact – พรีวิว+แกลเลอรี่

ตรงนี้คงจะไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากมายนัก เพราะต้องการเขียนให้กระชับ เป็นเพียงภาคเสริมจากตัววิดีโออันบ๊อกเท่านั้น เผื่อไว้สำหรับใครที่อาจจะไม่สะดวกรับชมผ่านวิดีโอ แต่อยากจะอ่านแทน ซึ่งหลัก ๆ ก็เป็นพรีวิวและเน้นที่รูปภาพมากกว่า สำหรับเมนบอร์ดที่จะมาว่ากันตรงนี้ก็คือ ASUS ROG Crosshair VIII Impact ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเดลเด็ดไซด์เล็กจากตระกูล ROG และสายพันธ์ดังอย่าง Impact ที่หายไปนาน

การกลับมาคราวนี้กลับมาบนแพลทฟอร์ม AMD ซะด้วย ซึ่งมันมาพร้อมกับชิบเซ็ตตัวท็อปในเวลานี้อย่าง AMD X570 ส่วนตัวเมนบอร์ดนั้นแม้ว่าจะเป็นไซด์เล็กแต่ก็ไม่ใช่ Mini-ITX หากแต่เป็น Mini-DTX แทน ซึ่งขนาดตัวของมันจะใหญ่กว่า Mini-ITX เล็กน้อย นึกง่าย ๆ ด้านยาวจะยาวกว่าประมาณ 1 นิ้วจาก ITX ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งทาง ASUS เลือกที่จะออกแบบตัวติดตั้ง SSD ในแบบ M.2 ให้เป็นชุดแยกส่วนคล้าย ๆ กับเมนบอร์ดในตระกูล APEX โดยการเลือกใช้สล๊อตแรมในแบบ So-DIMM เป็นตัวรับส่งข้อมูล และมีการ์ดสำหรับติดตั้ง M.2 SSD ที่ใช้ได้ทั้ง M.2 NVMe และ M.2 SATA ส่วนที่จะขาดหายไปบ้างก็คือ SATA พอร์ทที่จะมีมาให้ได้ใช้งานเพียง 4 ช่องและรวมทั้งสล๊อต PCI Express ที่จะมีให้ใช้งานเพียงช่องเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปรกติหรือข้อจำกัดของเมนบอร์ดในขนาด Mini-ITX เดิม

กับการใช้งาน CPU นั้นแน่นอนว่ามันสามารถใช้งานร่วมกับ AMD RYZEN ที่เป็น AM4 ได้ทุกเจนเนเรชัน โดยในส่วนของ RYZEN 3, 5, และ 7 จะได้เฉพาะ Gen 2 และ Gen 3 ส่วนหากเป็น Gen 1 จะได้งานได้เฉพาะที่เป็น Ryzen G-Series เท่านั้น และหากถามว่ามันจะสามารถใช้งานร่วมกับ AMD RYZEN 9 3900X ไหวหรือเปล่า คำตอบคือได้แน่นอน เพราะทาง ASUS จัดชุดภาคจ่ายไฟมาให้แบบเน้น ๆ เต็ม ๆ 8+2 เฟส ด้วยชุดภาคจ่ายไฟในแบบ Dr.MoS

ส่วนเรื่องของแรมนั้นแม้ว่าจะมีมาเพียง 2 สล๊อต แต่ก็ออกแบบให้มันสามารถรองรับกับแรมที่มีความจุแต่แถวในระดับ 32GB ได้ นั่นก็เท่ากับว่าเมนบอร์ดตัวนี้สามารถรองรับความจุแรมสูงสุดได้มากถึง 64GB นั่นเอง ด้านของความเร็วสูงสุดที่รองรับทาง ASUS เคลมมาว่าสามารถโอเวอร์คล๊อกได้สูงสุดมากกว่า 4800MHz เลยทีเดียว(สำหรับครชอบท่อดัง!)


























สำหรับรายละเอียดหลัก ๆ หรือในจุดเด่นที่น่าสนใจของเจ้า ASUS ROG Crosshair VIII Impact ก็คงตามที่ได้บอกเล่าไปด้านบนนั่นละครับ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ จะว่าไปแล้วมันก็เป็นข้อมูลพื้นฐานในความเป็นเมนบอร์ดทั่ว ๆ ไป หรือหากว่าใครที่ต้องการข้อมูลแบบทุกซอกทุกมุม ก็สามารถเข้าไปรับชมได้จากวิดีโออันบ๊อก ซึ่งอาจจะใช้เวลาเล็กน้อย แต่ก็จัดให้เต็ม ๆ เน้น ๆ เช่นกัน ส่วนเรื่องราวของบททดสอบแบบเต็ม ๆ แบบจัดหนักนั้น จะสามารถรับชมได้จาก Live (ถ่ายทอดสด) ซึ่งสามารถเลือกรับชมได้ 3 ช่องทางตามความสะดวกของแต่ละท่านคือ Youtube, Facebook และ Twitch ในแชลแนล ZoLKoRn หรือตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ

ติดตามผ่าน Youtube : https://www.youtube.com/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Facebook : https://www.facebook.com/ZoLKoRn
ติดตามผ่าน Twitch : https://www.twitch.tv/ZoLKoRn


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/9hCSUH6rQcs/