คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS_ROG

ทดสอบ MacBook Pro ปะทะ โน้ตบุ๊ค Windows ใช้โปรแกรมตัดต่อ Adobe Premiere Pro เวอร์ชันใหม่ 14.2 ใครจะเร็วกว่ากัน

เมื่อไม่กี่วันมานี้ทาง Adobe ได้ปล่อยแพทซ์ใหม่ของ Premiere Pro เวอร์ชัน 14.2 ซึ่งได้ทำการอัปเดตให้การ์ดจอแยกช่วยทำงานให้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ทีมงานจึงถือโอกาสนี้มาทดสอบสักหน่อยว่าดีขึ้นจริงหรือไม่ เร็วกว่าเดิมเท่าไร โดยมีทั้ง MacBook Pro และโน้ตบุ๊ค Windows รวมกันทั้งหมด 4 เครื่อง มาดูกันครับว่าเครื่องไหนจะเร็วที่สุด

เครื่องที่ใช้ทดสอบ

1. MacBook Pro 16 ปี 2019

  • Intel Core i9-9880H (8C/16T)
  • AMD Radeon Pro 5500M
  • Ram 16GB

2. ASUS ROG Zephyrus G14 ปี 2020

  • AMD Ryzen 7 4800HS (8C/16T)
  • NVIDIA GTX 1660Ti Max-Q
  • Ram 16G

3. MacBook Pro 13 ปี 2017

  • Intel Core i5-7267U (2C/4T)
  • Iris Plus Graphics 650 (onboard)
  • Ram 8GB

4. Acer Predator Helios 300 ปี 2017

  • Intel Core i7-7700HQ (4C/8T)
  • NVIDIA GTX 1060
  • Ram 16GB

การทดสอบ

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ทีมงานจะใช้ฟุตเดียวกันทั้งหมด 4 เครื่อง คลิปความยาว 10.04 นาที โดยฟุตจะทำการก๊อบปี้ไฟล์ไว้บน SSD เครื่องตัวเอง Export ออกมาเป็น Fomat H.264 / High bitrate / ความละเอียด Full HD ซึ่งจะทดสอบทั้งหมด 2 เวอร์ชัน คือ Adobe Premiere Pro 14.0 (เก่า) และ 14.2 (ใหม่ล่าสุด) ผลออกมาเป็นดังตารางดังนี้

โน้ตบุ๊คที่ใช้ Premiere Pro 14.0
(นาที)
Premiere Pro 14.2
(นาที)
MacBook Pro 16 ปี 2019 05.31 05.10
ASUS ROG Zephyrus G14 ปี 2020 08.07 04.53
MacBook Pro 13 ปี 2017 14.10 13.41
Acer Predator Helios 300 ปี 2017 07.46 04.57

สรุป

จากตารางผลการทดลองจะเห็นได้ว่าโน้ตบุ๊คทางฝั่ง Windows สามารถ Export ไฟล์ได้เร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัวบน Adobe Premiere Pro เวอร์ชัน 14.2 แต่บน MacBook Pro กลับทำได้ดีขึ้นแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น กล่าวคือก่อนหน้านี้ที่ MacBook Pro สามารถ Export ไฟล์ได้ไวกว่าเพราะตัวโปรแกรมซัปพอร์ตกับ macOS มากกว่านั่นเอง ซึ่งหลังจากอัปเดตทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วโน้ตบุ๊ค Windows ความเร็วก็ไม่ได้แพ้ macOS เลย

เมื่อเรียงลำดับความเร็วในทาง Export ไฟล์ ทั้ง 4 รุ่น เรียงตามลำดับได้ดังนี้

  • ASUS ROG Zephyrus G14 ปี 2020 ใช้เวลา 4 นาที 53 วินาที
  • Acer Predator Helios 300 ปี 2017 ใช้เวลา 4 นาที 57 วินาที
  • MacBook Pro 16 ปี 2019 ใช้เวลา 5 นาที 10 วินาที
  • MacBook Pro 13 ปี 2017 ใช้เวลา 13 นาที 41 วินาที

และหากดูจากเวลาอันดับ 1-3 แล้วจะเห็นว่าเวลาต่างกันไม่กี่วินาทีเท่านั้น ซึ่งทั้ง 3 รุ่นใช้ซีพียูรหัส H ที่เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน แตกต่างจาก MacBook Pro 13 ปี 2017 ที่ใช้เป็นโน้ตบุ๊ครหัส U ทำให้ Export ไฟล์ช้ากว่าเพื่อนหลายนาที ดังนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนที่จะซื้อโน้ตบุ๊คมาใช้งานตัดต่อยังไงก็แนะนำว่าให้ใช้ซีพียูรหัส H ขึ้นไปจะดีที่สุดนะครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ เพิ่มออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/adebe-premiere-pro-14-2-update/

Review – ASUS ROG Zephyrus G14 ล้ำด้วยไฟ AniMe Matrix แรงด้วย Ryzen 7 4800HS + GTX 1660 Ti

ASUS ROG Zephyrus G14 AniMe Matrix เป็น Gaming Notebook ปี 2020 หน้าจอ 14″ สุดล้ำ วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม พร้อมมีไฟ LED จำนวน 6,536 ดวงปรับแต่งได้ ใช้สเปก AMD Ryzen 7 4800HS ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่สุดแรงสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว

โดย ASUS ROG Zephyrus G14 AniMe Matrix  รุ่นที่นำมารีวิวครั้งนี้ มีราคา 46,990 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมมาขนาด 16GB Bus 3200 MHz อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สำหรับหน้าจอเป็นขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB เกือบ 100% แสดงผล Refresh Rate ที่ 120Hz ลื่นไหล แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที อีกทั้งมีปุ่ม Power ทำหน้าที่ Fingerprint ด้วย ได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

from:https://notebookspec.com/review-asus-rog-zephyrus-g14-ryzen-7-4800hs-gtx-1660-ti-anime-matrix/521504/

ASUS เปิดตัว โน้ตบุ๊คและ Desktop PC ใหม่ 4 รุ่นรวด มาพร้อม AMD Ryzen 4000 ทุกรุ่น เริ่มต้น 19,990 บาท

เปิดตัวถี่จริงๆ สำหรับแบรนด์ ASUS ที่คราวนี้เปิดตัวโน้ตบุ๊คและ Desktop PC ทีเดียว 4 รุ่นรวด โดยจะมาพร้อมกับ AMD Ryzen 7 4000 Series ขนาดสถาปัตยกรรม 7nm ใหม่ล่าสุด ซึ่งมาทั้งซีรีส์ VivoBook, ROG Zephyrus, TUF Gaming 15 และ ROG STRIX Gaming Desktop เริ่มต้น 19,990 บาท พร้อมวางขายตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป รายละเอียดจะเป็นไงบ้างไปดูกันครับ

Vivobook Series

สำหรับ ASUS VivoBook Series จะเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานโดยคราวนี้ปล่อยออกมาถึง 6 สี ด้วยกันทั้ง สีดำ (Indie Black), สีแดง (Resolute Red), สีเขียว (Gaia Green), สีขาว (Dreamy White), สีทอง (Hearty Gold), และสีเงิน (Transparent Silver)  เพิ่มเติมคือปุ่ม Enter ไฮไลท์สีเหลืองเขียวสวยงามสะดุดตา มีไฟคีย์บอร์ดสีขาว บอดี้ฝาหลังโลหะ หน้าจอขอบบางมีให้เลือกทั้งจอ 14 และ 15.6 นิ้ว โดยรวมแล้วดีไซน์ถือว่าสวยงามมากเลยทีเดียวครับ

เบื้องต้น VivoBook Series รุ่นใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 3 รหัสด้วยกัน คือ D433, D413 (14 นิ้ว) และ D533 (15.6 นิ้ว) การเชื่อมต่อจะรองรับ WiFi 6 ลำโพง Harman/Kardon น้ำหนักราว 1.4-1.6 กก. พร้อม Windows 10 Home และ Office Home and Student 2019 ในตัวคุ้มเลย

สเปคเบื้องต้น ASUS VivoBook Series

  • ซีพียู : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T) และ Ryzen 7 4700U (8C/8T)
  • การ์ดจอ : AMD Vega 6 / 7 onboard
  • Ram : 8GB DDR4 
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB (ช่องอัปเกรดอีก 1 ช่อง)
  • หน้าจอ : ขนาด 14 / 15.6 นิ้ว Full HD IPS 
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ :  USB 3.2 Gen 1 Type-C, USB 3.2 Gen 1 Type-A, USB 2.0 x2, HDMI, 3.5 mm Audio combo jack, MicroSD card reader
  • น้ำหนัก : 1.4 – 1.6 กิโลกรัม
  • ประกัน : 2 ปี (1 ปีแรกเป็น Perfect Warranty)
  • ราคา : เริ่มต้น 19,990 บาท

ROG Zephyrus G14

ถัดมาจะเป็นโน้ตบุ๊คสายเกมมิ่งระดับพรีเมียมอย่าง ROG Zephyrus G14 (GA401 Series) ที่ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊ค 14 นิ้วที่แรงที่สุดในโลก ไซต์เล็กแต่สเปคไม่เล็กนะครับ โดยตัวเครื่องถูกออกมาแบบขนาดกะทัดรัดให้เหมาะกับการพกพา วัสดุเป็นแมกนีเซียมอัลลอย มีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น โดยจะมีให้เลือกสองสีคือ สีขาว Moonlight White และ สีดำ Eclipse Gray

จุดเด่นที่เป็นไฮไลท์ของนี้เลยคือมาพร้อมกับ ฟีเจอร์ AniMe Matrix (เฉพาะรุ่น) แผงไฟ LED สีขาวกว่า 1,215 ดวงที่บริเวณฝาด้านหลังหน้าจอ ที่สามารถใส่ลวดลายกราฟิกได้ตามต้องการ เอาออกไปเล่นข้างนอกมีแต่คนมองแน่นอน และขอบเขตสีหน้าจอรุ่นนี้ผ่านการรับรองค่าสี Pantone validated 100% sRGB ทุกรุ่น

สเปคเบื้องต้น ROG Zephyrus G14

  • ซีพียู : AMD Ryzen 5 4600HS (6C/12T), Ryzen 7 4800HS และ Ryzen 9 4900HS (8C/16T)
  • การ์ดจอ : NVIDIA GTX 1650Ti / 1660Ti และ RTX 2060
  • Ram : 16/32GB DDR4 bus 3200
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB/1TB 
  • หน้าจอ : ขนาด 14″ Full HD IPS 120Hz และ WQHD IPS 60Hz
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ :  USB 3.2 Gen 2 Type-C x2 (DP + PD 1 ช่อง), USB 3.2 Gen 1 Type-A x2, HDMI, 3.5 mm Audio combo jack
  • น้ำหนัก : 1.6 กิโลกรัม
  • ประกัน : 2 ปี (1 ปีแรกเป็น Perfect Warranty)
  • ราคา : เริ่มต้น 39,990 บาท

TUF Gaming A15

ที่สุดของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายคุ้มค่า ณ เวลานี้คงต้องให้ TUF Gaming A15 เขาเลย เพราะสเปคต่อราคาที่ให้มาถือว่าจัดเต็มไม่แพ้ใคร ซึ่งคราวนี้เปิดไลน์มาครบ 4 รุ่นครบช่วง เริ่มต้นที่ 26,990 บาท เบื้องต้นดีไซน์ถือว่าเปลี่ยนจากรุ่นเดิม FX505 เยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งดีไซน์ออกมาดูเรียบง่ายขึ้น ฝาหลังเป็นโลหะแปะโลโก้ TUF  ส่วนด้านในบอดี้จะเป็นพลาสสติก ความทนทานหายห่วงเพราะผ่านการทดสอบ Military Grade คีย์บอร์ด Full Size พร้อมมีไฟ Aura RGB อีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างของรุ่นนี้คือมาพร้อมกับจอ Full HD 144Hz ทุกรุ่นตั้งแต่ตัวเริ่มต้น รวมถึงเรื่องของระบบระบายความร้อน ที่เป็นพัดลม 2 ตัว + ช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้น + ช่องระบายฝุ่นออก ทำให้การไหลเวียนของอากาศดีขึ้น ใช้งานระยะยาวได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมนั่นเอง

สเปคเบื้องต้น TUF Gaming A15

  • ซีพียู : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T), Ryzen 7 4800H (8C/16T)
  • การ์ดจอ : NVIDIA GTX 1650Ti / 1660Ti และ RTX 2060
  • Ram : 8/16GB DDR4 bus 3200
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB/1TB 
  • หน้าจอ : ขนาด 15.6 Full HD IPS 144Hz
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 5, Bluetooth 5.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ :  USB 3.2 Gen 2 Type-C (DP), USB 3.2 Gen 1 Type-A x2, USB 2.0, HDMI, Lan, 3.5 mm Audio combo jack
  • น้ำหนัก : 2.3 กิโลกรัม
  • ประกัน : 2 ปี (1 ปีแรกเป็น Perfect Warranty)
  • ราคา : เริ่มต้น 26,990 บาท

ROG STRIX Gaming Desktop


 

เพิ่มเติมคือนอกจากโน้ตบุ๊คแล้ว ASUS ก็ยังได้เปปิดตัว PC คอมเซ็ตประกอบให้เสร็จสรรพกับ ROG STRIX GA15/ GA35 ที่มาพร้อมกับประกัน Onsite ถึง 3 ปี มีปัญหาซ่อมฟรีถึงบ้าน พร้อมมีประกันอุบัติเหตุให้ด้วย 1 ปีแรก ในราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท

โดย STRIX GA15 จะมีให้เลือกกันทั้งหมด 2 สเปคด้วยกันคือ

  • Ryzen 5 3600X + GTX 1660Ti + Ram 16GB + SSD m.2 PCIe 512GB ราคา 32,990 บาท
  • Ryzen 7 3700X + RTX 2060 + Ram 16GB + SSD m.2 PCIe 512GB ราคา 40,990 บาท

และ ROG STRIX GA35 จะมีให้เลือกกันทั้งหมด 3 สเปค คือ

  • Ryzen 7 3700X + RTX 2070 Super + Ram 16GB + SSD m.2 PCIe 512GB ราคา 53,990 บาท
  • Ryzen 9 3900X+ RTX 2070 Super + Ram 16GB + SSD m.2 PCIe 512GB ราคา 65,990 บาท
  • Ryzen 9 3900X+ RTX 2080Ti + Ram 32GB + SSD m.2 PCIe 512GB + HDD 1TB ราคา 99,990 บาท

เรียกได้ว่าทาง ASUS เปิดตัวมามีแต่รุ่นโหดๆ น่าซื้อกันทั้งนั้น ซึ่งสินค้าที่เปิดตัวไปในบทความนี้จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยในช่วงแรกของจะวางขายเฉพาะบางสาขาก่อน ดูรายละเอียดสาขาที่วางจำหน่ายได้ที่ :https://bit.ly/3alNWSB

 

from:https://droidsans.com/asus-notebook-vivobook-rog-tuf-ryzen-4000/

ASUS ซุ่มเตรียม Zephyrus M เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก บางเบา การ์ดจอ RTX

แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันสำหรับ เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก สุดบาง Zephyrus M ที่อัพเดตด้วยการใช้ซีพียู Comet Lake-H ซึ่งปรากฏอยู่ในรายการข้อมูลของ Icecat โดยโมเดลที่อัพเกรดนี้ จะมาพร้อมกับซีพียู Intel Core i7 และการ์ดจอ RTX

zephyrus m

สำหรับซีพียูโมบายล่าสุด Comet Lake-H จาก Intel ที่กำลังจะมาในเวลาอันใกล้ และคาดว่าจะทาง ASUS จะนำมาใช้ใน ROG Zephyrus M G502 เร็วๆ นี้ แม้ว่ายังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ในฐานข้อมูลอ้างอิงกลับปรากฏรุ่น Zephyrus M GU50202W-AZ081T ให้ได้เห็นแล้ว โดยรายละเอียดนั้นน่าสนใจ เพราะอ้างถึงบอดี้ที่ยังคงเป็นแม็กนิเซียมอัลลอย ตัวเครื่องบางเป็นพิเศษ 18.9mm และหนักเพียง 1.9Kg โดยที่ GU50202W-AZ081T จะมาพร้อมซีพียู Intel Core i7-10750H ทำงานแบบ 6 core/ 12 thread มาคู่กับแรม DDR4 3200 16GB และเพิ่มได้ถึง 32GB รวมถึง SSD NVMe 1TB มาอีกด้วย ส่วนการ์ดจอนั้น อาจเป็นไปได้ทั้ง RTX 2070 หรือจะเป็นไลน์ใหม่ที่เป็น SUPER ก็เป็นได้

zephyrus m

สเปคเบื้องต้น Zephyrus M

  • 15.6-inch slim bezel 1080p IPS display with sRGB color gamut, 240 Hz refresh rate and 3 ms grey-to-grey response time
  • Wi-Fi 6 + Bluetooth 5.1
  • ESS Sabre Audio DAC
  • Intelligent cooling system with self-cleaning thermal module
  • Nvidia Optimus for improved battery life
  • Port selection: 1x USB-A 3.2 Gen 1, 2x USB-A 3.2 Gen 2, 1x Thunderbolt 3, GbE jack, HDMI 2.0 output, headphones + mic jacks

zephyrus m

ในส่วนของข้อมูลนั้น ไม่ได้อ้างอิงถึงราคา แต่มีการคาดการณ์ว่า น่าจะอยู่ที่ราวๆ 1,500USD หรือประมาณ xxxx บาท ซึ่งเป็นราคาของ Zephyrus ในรุ่น i7-9750H ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน

ที่มา: ASUS ROG Zephyrus-M

from:https://notebookspec.com/asus-rog-zephyrus-m-gaming-notebook/520063/

เปิดพรีออเดอร์ ASUS ROG Strix Scar 15 เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เริ่ม 7 หมื่น

อย่างที่ทราบกันสำหรับ ASUS ROG ที่เป็น เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ได้มีการปรับเปลี่ยนกันครั้งใหม่ และมีโน้ตบุ๊กในกลุ่มคอเกมออกมาเซอร์ไพรซ์กันหลากหลายรุ่น อย่างเช่น โมเดลล่าสุด ASUS ROG Zephyrus ที่ใช้ขุมพลังจาก AMD Ryzen 4000 series พร้อมดีไซน์ที่จัดจ้าน แต่ที่สำคัญเวลานี้ยังมีอีก 3 โมเดล ที่เวลานี้ ASUS เปิดให้พรีออเดอร์กันแล้ว ประกอบด้วย ROG Strix Scar 15, ROG Strix Scar 15 และ ROG Zephyrus S17 ราคาเริ่มที่ประมาณ 70,000 บาท

asus rog

โดยที่ทั้ง 3 โมเดลนี้จะมาพร้อมดีไซน์ใหม่ พร้อมกับฟังก์ชั่้นที่น่าสนใจแบบจัดเต็ม เริ่มตั้งแต่ ROG Strix 15 และ Zephyrus S17 จะมาพร้อมขุมพลัง Intel Core i7 Gen10 ใหม่ล่าสุด ส่วน ROG Strix Scar 17 นั้นจะใช้ซีพียู Intel Core i9 Gen10 แต่ที่โดดเด่นน่าสนใจก็คือ เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ทั้ง 3 รุ่นนี้ ใช้กราฟิก GeForce RTX 2070 SUPER GDDR6 8GB หน้าจอแสดงผลในซีรีส์ 15 นั้น จะเป็นขนาด 15.6″

asus rog

และฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือการระบายความร้อนด้วย ROG Intelligent Cooling ร่วมกับของเหลวที่เป็นตัวช่วยในการนำพาความร้อนในแบบ Glizzly Liquid Metal thermal คุณภาพสูงอีกด้วย นอกจากนี้ยังเอาใจคอเกมที่ชอบความสวยงามของแสงสี เพราะคุณสามารถใช้คีย์บอร์ดในแบบ RGB ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับ ROG Aura Sync ในการปรับแต่งได้ ช่วยให้การเล่นเกมสนุกขึ้นอีกไม่น้อย

ในด้านหน่วยความจำและ Storage ทั้ง 3 โมเดลนี้ ต่างกัน ROG Strix Scar 15 มาพร้อม SSD PCIe 1TB และมีแรม DDR4 16GB ส่วนรุ่น ROG Strix Scar 17 มาพร้อม SSD PCIe NVMe 512GB และแรม DDR4 32GB ส่วนรุ่นสุดท้าย ROG Zephyrus S17 มาพร้อม SSD PCI NVMe 1TB และแรม DDR4 32GB

สนนราคาในช่วงพรีออเดอร์ ROG Strix Scar 15 อยู่ที่ 2,199.99USD ประมาณ 72,000 บาท และ ROG Strix Scar 17 อยู่ที่ 2,999.99USD หรือประมาณ 99,000 บาท และ ROG Zephyrus S17 อยู่ที่ราคา 2,999.99USD ประมาณ 99,000 บาท ใครสนใจก็ไปตำกันได้

ROG Strix Scar 15

ROG Strix Scar 17

ROG Zephyrus S17

ที่มา: ASUS ROG 3 Model

from:https://notebookspec.com/asus-pre-order-rog-strix-scar-3-model/519356/

Review – ASUS ROG Zephyrus G14 โน้ตบุ๊คจอ IPS 14″ 120Hz sRGB 96% ทรงพลังสุดๆ ด้วย Ryzen 7 4800HS + GTX 1650 Ti

ASUS ROG Zephyrus G14 (GA401II) เป็น Gaming Notebook ปี 2020 หน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลก ได้สเปก AMD Ryzen 7 4800HS  ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่สุดแรงสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน มารวมตัวกันใน ASUS ROG Zephyrus G14 ที่เป็น Gaming Notebook ที่อยู่ในซีรีส์พรีเมียมของ ASUS ที่เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว

โดย ASUS ROG Zephyrus G14 (GA401II) รุ่นที่นำมารีวิวครั้งนี้สนนราคาที่ 39,990 บาท ใช้วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมมาขนาด 16GB Bus 3200 MHz อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สำหรับหน้าจอเป็นขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB เกือบ 100% แสดงผล Refresh Rate ที่ 120Hz ลื่นไหล แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที และได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

from:https://notebookspec.com/review-asus-rog-zephyrus-g14-ga401ii/518900/

ลดเยอะ! ASUS TUF หรือ Zephyrus งบ 28,900 เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก RTX vs GTX

แม้ว่าช่วงนี้กระแสของ เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก รุ่นใหม่ อย่าง ASUS TUF ที่ใช้ขุมพลังจาก AMD Ryzen 4800H ล่าสุดกำลังมาแรง แต่สนนราคาก็ยังทำให้หลายคนลังเลอยู่บ้าง เพราะเปิดที่ 32,900 บาท ได้การ์ดจอ GTX 1660 Ti และแรม 8GB ซึ่งความแรง ก็ตามที่แอดมินโป้งได้เคยทดสอบให้ดูไว้ใน ASUS TUF Gaming เรียกได้ว่าด้วยซีพียู Ryzen 4000 series ใหม่ สร้างความโดดเด่นได้ดีทีเดียว แต่ถ้าเกมเมอร์งบประมาณยังไม่ถึง 30,000 บาท ก็ยังมีโน้ตบุ๊กจาก ASUS อีก 2 รุ่น ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และราคายังจัดว่าค่อนข้างดี โดยมีการ์ดจอ RTX และ GTX ตัวท็อปมาให้เลือก ในซีรีส์ TUF Gaming และ Zepherus มาดูกันว่า คู่นี้ ใครเข้าวิน

asus tuf

 

asus tuf

ASUS TUF FX505DV-AL056T

ASUS TUF Gaming FX505DV เกมมิ่งโน้ตบุ๊กในรุ่นสุดคุ้มของทาง ASUS ซึ่งอาจจะไม่ได้เน้นความหรูหรา หรือมีฟีเจอร์โดดเด่นมากมาย แต่ด้วยดีไซน์และสเปคที่จัดมาให้ ค่อนข้างไปทางไฮเอนด์เกมมิ่งเลยทีเดียว กับหน้าจอ 15.6″ ในแบบ IPS อัตรารีเฟรชเรต 120Hz เปิดตัวที่ราวๆ 35,000 บาท ด้วยการใช้ซีพียู AMD Ryzen 5-3550H มาคู่กับการ์ดจอ GeForce RTX 2060 ซึ่งถือว่าแรงมากทีเดียว หากดูจากราคาจำหน่าย ให้แรม DDR4 16GB อัพเกรดได้ถึง 32GB และ SSD PCIe 512GB มาอีกด้วย หากมองในตลาด ณ เวลานั้น ดูจะเปรียบได้ยากกับสเปคเดียวกันนี้ ดีไซน์ของหน้าจอ แม้จะเป็นโน้ตบุ๊ก 15.6″ แต่ก็ปรับไซส์มาได้ดี แทบจะเทียบกับโน้ตบุ๊ก 14.0″ น้ำหนักตัวแค่ 2.2Kg พกพาง่าย จุดเด่นสำคัญอยู่ที่คีย์บอร์ดที่มาพร้อมไฟ RGB ปรับแต่งผ่านซอฟต์แวร์ได้ในแบบ All zone การระบายความร้อนแบบ Hyper Cool ใช้ฮีตไปป์ 3 เส้นใหญ่ และมีระบบ Anti-Dust Tunnel เอาไว้ดันฝุ่น และด้วยความเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก จึงไม่ได้โดดเด่นเรื่องของความเที่ยงตรงของสีหน้าจอมากนัก sRGB อยู่ที่ราวๆ 62% เท่านั้น จึงน่าจะเน้นการเล่นเกม มากกว่านำไปใช้ทำงานด้านวีดีโอกราฟิก ที่ต้องการภาพสีแม่นยำ ผลทดสอบในด้านเกม จัดว่าเรี่ยวแรงเหลือเฟือ เกมในระดับ AAA ก็พอจะดันได้กว่า 60fps ในการปรับค่า Medium เลยทีเดียว

ไปโดนกันได้ที่ คลิ๊ก

 

asus rog

ASUS ROG Zephyrus GA502DU-AL005T

ช่วงเปิดตัว 35,000 บาท โดยประมาณ เน้นความบางเบา Ultra slim และยังประสิทธิภาพเยี่ยมในการเล่นเกม ขุมพลัง AMD Ryzen 7 3750H การ์ดจอ GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ใส่แรม DDR4 8GB และ SSD PCIe 512GB จอแสดงผล 15.6″ IPS 120Hz น้ำหนักเพียง 2.10Kg วัสดุเป็นอะลูมิเนียมเกือบทั้งตัว ช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ด้านหลังและข้าง 3 ช่อง ฮีตไปป์ 3 เส้น พัดลม 2 ตัว แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับ SATA ขอบจอบาง 6.2mm ให้อารมณ์เหมือนเป็นโน้ตบุ๊ก 14.0″ มีปุ่ม ROG hotkey ROG คีย์บอร์ดมาในแบบเกมมิ่งชัดเจน ทั้งเรื่องการตอบสนอง และฟีเจอร์ N-Key rollover พร้อมแสงไฟ LED บนปุ่มเป็นแบบ สีขาวพื้นฐาน ไม่ได้เป็น RGB แต่อย่างใด แต่ให้ความทนทานในการใช้งานคลิ๊กได้ระดับสิบล้านครั้ง ทดสอบกับเกมระดับ AAA ก็สามารถทำเฟรมเรตได้ระดับ 60fps เช่นเดียวกัน

ไปโดนกันได้ที่ คลิ๊ก

เลือกรุ่นไหนดี?

ใน 2 รุ่นนี้ ก็คงต้องบอกว่าน่าสนใจทั้งคู่ สำหรับคนที่เน้นความแรงในการเล่นเกม TUF FX505DV ค่อนข้างตอบโจทย์ได้ดี ในแง่ของสเปค เพราะได้ RTX 2060 และแรม DDR4 16GB ซึ่งรีดประสิทธิภาพได้ดี แม้จะใช้ซีพียู Ryzen 5 ก็ตาม แต่ถ้ามองในแง่ของการทำงานควบคู่กับการเล่นเกมไปด้วย Zephyrus GA502DU ที่ให้ซีพียู Ryzen 7 มา และการ์ดจอ GTX 1660 Ti แต่เป็นแบบ Max-Q ก็อาจจะแสดงศักยภาพได้เต็มที่นัก แต่เป็นการจับคู่กันอย่างลงตัว และด้วยบอดี้ที่บาง จึงพกพาง่าย และยังได้การระบายความร้อนที่ดี รวมถึงให้แรมมาแค่ 8GB เท่านั้น ส่วนคีย์บอร์ดใครที่ชอบความเรียบหรู Zephyrus น่าใช้ แต่ถ้าอยากได้หวือหวาต้อง TUF เพราะให้แสงไฟ RGB ปรับแต่งได้มาด้วย หน้าจอแทบไม่ได้ต่างกันมากในแง่ของการเล่นเกม เพราะอยู่ในเลเวลที่ใกล้เคียงกัน 120Hz เช่นเดียวกับน้ำหนัก TUF นั้นหนักกว่าเพียงเล็กน้อย แต่บอดี้ของ Zephyrus นั้นบางกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก็เอาเป็นว่า ใครชอบแบบไหน ก็ลองไปเลือกกันดูครับ เพราะเคาะราคาตอนนี้เท่ากันเลย 28,900 บาท เน้นบาง พกง่าย ระบายอากาศดี เข้ากับธีมได้ทุกที่ ความเร็วซีพียูเป็นต่อยกให้ Zephyrus แต่ถ้าเน้นสเปคเล่นเกมเป็นหลัก งานเป็นรอง น้ำหนักบอดี้ไม่เกี่ยง แต่อยากได้ไฟคีย์บอร์ดจัดจ้าน TUF ให้ได้เต็มที่ กับแรมที่เพิ่มเข้ามาเป็น 16GB ส่วนสเปคอื่นๆ ก็เรียกว่าต่างกันไม่มากนัก

from:https://notebookspec.com/asus-tuf-or-zephyrus-28900-gtx-rtx/518660/

Preview – ASUS ROG Zephyrus M15 / Scar 17 / Strix G15 สเปกแรงสุดด้วย Core i9-10980HK + RTX 2080 Super

เป็น Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10 H + NVIDIA GeForce RTX Super ที่หลายคนรอคอยแน่นอน ซึ่งนอกจาก ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ที่เป็นตัวท็อปสุดแล้ว (ดูพรีวิวที่นี่) สำหรับการมาของตระกูล ASUS ROG Zephyrus และ ASUS ROG Strix G รุ่นใหม่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพความแรงจากชิปประมวลผล Core i9-10980HK / Core i7-10875H / i7-10750H ผสานการทำงานของการ์ดจอ GeForce RTX 2080 Super / RTX 2070 Super / RTX 2060 Super โดยมีขนาดหน้าจอที่ 15.6″ / 17.3″ รองรับ Refresh Rate สูงสุดที่ 300 Hz ตัวเครื่องเบาสุดๆ แค่ 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งในส่วนของสเปกและราคา รอทาง ASUS ประเทศไทยแจ้งมาอีกครั้งกันช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ (ไม่กี่วันนี้แหละ)

สำหรับในบทความนี้เราจะมาพรีวิวกันกับ Sneak Peek ที่มีการนำเสนอ Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ปี 2020 อย่าง ASUS ROG Zephyrus M15 และ ASUS ROG Scar 17 รวมถึง ASUS ROG Strix G15 ที่นำมาโชว์ในงาน เรียกได้ว่าเป็นการอัพเดทสเปกและฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงได้ปรับดีไซน์การออกแบบเล็กน้อยไปในตัว ส่งผลให้ใครจะซื้อ Gaming Notebook รุ่นล่าสุด ตอนนี้ก็ใกล้มากๆ ที่ทาง ASUS จะวางจำหน่ายกันอย่างตามหน้าร้าน สนนราคาคาดการณ์ว่าเริ่มต้นที่ 4x,xxx บาท หรือถูกกว่านั้น แน่นอนว่ามีการรับประกันตามมาตรฐาน ASUS คือ 2 ปี เลือกส่งศูนย์โดยตรงหรือส่งเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ พร้อมประกัน Perfect Warranty ในปีแรกด้วย

asus ROG

อีกทั้งล่าสุดทาง ASUS ROG ได้นำเสนอการระบายความร้อนรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าของ Gaming Notebook ซีรีส์ ROG ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 H เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะการใช้ Liquid Metal อย่าง Thermal Grizzly Conductonaut เพราะส่วนผสมที่ไม่นำไฟฟ้า ต่างจากในบางค่ายที่นำมาใช้งาน รวมถึงการใช้สารประกอบที่ช่วยลดความร้อน ที่ได้รับการปรับปรุง จึงช่วยในการลดอุณหภูมิได้รวดเร็ว และมีส่วนช่วยให้การเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาตามเงื่อนไขในการ Boost ทำได้ง่ายกว่าเดิม พร้อมการระบายความร้อนได้นิ่งและเงียบ เนื่องจากพัดลมไม่ต้องทำงานหนัก เท่าที่ทราบข้อมูลมาแบบไม่ทางการคือ ทำให้ร้อนไม่เกิน 90 องศาเซลเซียสได้ เวลาทำงาน 100% ?!?!?

การใช้ Liquid Metal หรือโลหะเหลวในการเป็น Thermal Compound นี้ ค่อนข้างมีกระบวนการที่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะต้องทำด้วยมือ ดังนั้น ASUS จึงต้องออกแบบระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ทันกับปริมาณการผลิต Gaming Notebook แต่มีการควบคุมเป็นพิเศษ ด้วยการใช้แขนกลอัตโนมัติ ในการจุ่มแปรงลงไปใน Liquid Metal และแปรงลงบนชิปประมวลผลทับไปมาถึง 17 ครั้ง เพื่อเคลือบหน้าสัมผัสของชุดระบายความร้อนและชิปประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น สามารถชมจากวีดีโอขั้นตอนการติดตั้งตามด้านบนนี้ได้เลย เรียกได้ว่าตรงจุดนี้ทำให้ ASUS ROG ล้ำหน้ากว่า Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ อย่างชัดเจนทีเดียว

Preview – ASUS ROG Zephyrus M15

ASUS ROG Zephyrus M15 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-10875H / i7-10750H ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2070 Super / RTX 2060 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 32GB DDR4 Bus 2666MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 240Hz 3ms ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนอง โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

  

ตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus M15 ยังมาในมิติและรูปร่างเดิม โดยเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่เน้นความบาง โดยตัวเครื่องบางแค่ 18.9 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.9 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร ขนาด 15.6″ สัดส่วนเป็น 81% ของพื้นที่หน้าจอทั้งหมด มาพร้อมกับวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมโครงสร้างภายในแบบรังผึงที่แข็งแรงทนทาน ขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดีมีคำว่า ZEPHYRUS โดดเด่นด้วยฝาหลังที่ ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจด้วยสีสันแวววาวเล่นกับแสงที่เข้ามากระทบ

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 3 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ติดตั้งด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ พร้อมช่องไล่ฝุ่น Anti-Dust Cooling ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสมขึ้นในอนาคต ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

  

ASUS ROG Zephyrus M15 ใช้ Per-Key RGB Gaming Keyboard สามารถเปลี่ยนสีทีละปุ่ม ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ และยังปรับแต่ง Macrokeys บนคีย์บอร์ดเพื่อใช้ในเกมหรือซอฟแวร์ต่างๆ พร้อมแป้นที่ใหญ่พิเศษ โดยพัฒนาและออกแบบมาให้ ASUS ROG โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กันแต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

  

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Turbo mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode / Windows เพื่อความสมดุลในการใช้งาน รวมไปถึง Turbo ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพความแรงสูงสุด

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย ที่สำคัญคือมีนวัตกรรมของระบบระบายความร้อนแบบอากาศพลศาสตร์ (Active Aerodynamic System – AAS) เปิดช่องว่างให้อากาศไหลเวียนมากขึ้นถึง 22%  พร้อมไฟ RGB ส่องสว่างออกมาเมื่อเปิดฝาขึ้น ตัวเครื่องจะยกขึ้นเพื่อเพิ่มอากาศเย็นไหลผ่านผ่านโดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 3 ช่องด้านล่างใต้เครื่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ติดตั้งด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง (หลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละช่อง) หนาแน่นด้วยฟินกว่า 205 ครีบ

  

ASUS ROG Zephyrus M15 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.2 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 240Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz หรือ 120Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020 ทั่วไปมากทีเดียว

  

สรุปสั้นๆ สำหรับ ASUS ROG Zephyrus M15 ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยสเปกใหม่ล่าสุดทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอ พร้อมทั้งได้วัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook แรงลื่น และบางเบาได้อย่างลงตัว หรือคนทำงานที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง เน้นการทำงานระดับมืออาชีพ ที่จะเอาไปประมวลผลหนักๆ เช่นงาน 3D ตัดต่อวีดีอก็เอาอยู่แบบสบายๆ

ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไป  จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเมื่อเทียบกับตระกูล ZEPHYRUS M รุ่นก่อนๆ ที่สำคัญคือได้สเปกที่แรงขึ้น พร้อมได้สีสันใหม่ก็ยังเป็นตัวเลือกที่แตกต่างจากหลายๆ แบรนด์ Gaming Notebook อีกด้วย ไว้มีโอกาสเราจะมาทดสอบรีวิวเครื่องจริงของ ASUS ROG Zephyrus M15 กันอีกที

Preview -ASUS ROG Scar 17

ASUS ROG Scar 17 มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น Intel Core i9-10980HK ที่แรงกว่า i7 รองรับติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 2080 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 32GB DDR4 Bus 2666MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 300Hz 3ms ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนอง โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

  

ASUS ROG Scar 17 หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.9 กิโลกรัม ส่วนบานพับเป็นแบบ ASUS ROG Scar 17 หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบ 2 แกนยกตัวขึ้นมา ที่ทั้ง ASUS ROG Strix Hero III ได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น เหมือนกับ ASUS ROG Strix 17 รุ่นก่อนหน้า แต่โดดเด่นกว่าเรื่องของรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้นทั้งฝาหลังและด้านใน

พอร์ตการเชื่อมต่อตัว ASUS ROG Scar 17 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ทมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.1 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, SD Card Reader ขนาดมาตรฐาน, พอร์ท LAN ตัวเต็ม และ HDMI ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ 2×2

  

อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 83 ใบพัด แยกฝั่ง ซ้าย-ขวา, ท่อฮีทไปป์จำนวน 5 ท่อ, copper plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อนทั้งหมด, และครีบทองแดงบนฮีทซิ้งค์ที่บางพิเศษเพียง 0.1 มิลลิเมตร รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Scar 17  มีความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 300Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB 100% (color space) ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลยเช่นเดิม)

  

ASUS ROG Scar 17 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็นแบบ Per Key RGB ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายในได้ในแต่ละปุ่ม ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

ที่โดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อนก็คือ ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัวที่จะทำให้เราสามารถบันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับเราเท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชั่น Shadow Drive เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้นกับไดรฟ์ที่จะถูกเข้ารหัสและปรากฎขึ้นมาให้เข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อเสียบใช้งาน Keystone เท่านั้น ซึ่งในบันเดินจะมาพร้อมพ่วงกุญแกจที่เก็บด้วย เรียกได้ว่าเจ๋งดีจริงๆ กับการใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาใน Gaming Notebook

  

ที่สำคัญจากรุ่นก่อนที่มี Light Bar ด้านหน้า รุ่นนี้จะได้ไฟ RGB ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องเข้ามา อย่าง Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่องพร้อมเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ  RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือได้ NumberPad เข้ามาด้วย โดยทัชแพดเองสามารถเปลี่ยนเป็นแป้นตัวเลขได้ จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น

  

วัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นอลูมิเนียมผสานด้วยพลาสติกเกรดดีให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Scar 17 จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงครึ่งปีแรกของ 2020 ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่ขอบจอต้องบางเฉียบด้วย ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเองเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า

Preview – ASUS ROG Strix G15

ASUS ROG Strix G15 มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น Intel Core i7-10875H รองรับติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 2070 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 32GB DDR4 Bus 2666MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 240Hz ทำงานมืออาชีพ เล่นเกมตอบสนอง โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

  

ดีไซน์โดยคือเดิมๆ ทั้งหมด เพิ่มเติมด้วยสีชมพู Pink Electro Punk เอาใจสาวๆ ที่ขอบเล่นเกมเป็นพิเศษ พร้อมเปลี่ยนปุ่ม WASD เป็นสีชมพู พร้อมไฟโลโก้ ROG และกรอบด้านข้างเป็นสีชมพูอีกด้วยวัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นพลาสติกให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix G15 จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา

พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ความเร็วสูงแบบ 12V (เพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับพัดลมแบบ 5V ปกติ) พร้อมปรับรอบพัดลมได้ 3 แบบ ทั้งแบบเงียบ ปกติ และ Turbo

อย่างไรก็ตามแม้ ASUS ROG Strix G15 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงๆ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากการที่ได้ดีไซน์ สเปก ฟีเจอร์ และราคาที่เหมาะสมที่สุด

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix G15 มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 240Hz ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ลื่นไหลและยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

ไว้ยังไงเราคงได้มีโอกาสรีวิว ASUS ROG Zephyrus M15 และ ASUS ROG Scar 17 รวมถึง ASUS ROG Strix G15  กันอีกครั้ง บอกได้เลยว่าเป็น Gaming Notebook อีกตัวที่น่าตื่นเต้นจริงๆ ไม่ใช่แต่ได้สเปกใหม่ล่าสุดที่เป็น Intel Core i Gen 10 H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX Super เท่านั้น แต่ทาง ASUS ยังยัดฟีเจอร์ล้ำๆ มากมายทั้งเรื่องระบบระบายความร้อน ในส่วนของราคาคาดการณ์สำหรับรุ่นเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4x,xxx บาท หรือต่ำกว่า ไว้รอติดตามสเปกและราคาขายจริงกันอีกทีก็แล้วกัน น่าจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมกันช่วงกลางเดือนเมษายนนี้แน่นอน รอติดตามกันได้เลยยย

from:https://notebookspec.com/preview-asus-rog-zephyrus-m-strix-g-core-i9-10980hk-rtx-2080-super/516515/

เย็นป่ะล่ะ? ASUS ROG ใช้ Liquid Metal ลดร้อนโน้ตบุ๊กใหม่ปีนี้

หลายคนที่ใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก มักจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบายความร้อนของซีพียูและการ์ดจอ ยิ่งเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ใช้ซีพียูที่มีประสิทธิภาพสูงและมีค่าการใช้พลังงาน TDP ที่มากขึ้น พร้อมการ์ดจอแยก เพราะบางคนก็เคยมีประสบการณ์ ในเรื่องของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่่ต่างกัน แต่ล่าสุดทาง ASUS ROG ได้พยายามโปรโมต การระบายความร้อนของโน้ตบุ๊ก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะการใช้ Liquid Metal บนโน้ตบุ๊ก ROG ที่ใช้ซีพียู Intel Gen10 ในปี 2020 นี้ทั้งหมด

asus ROG

ซึ่งถ้ามองในมุมของผู้ใช้ ก็เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับคอเกม ที่ใช้โน้ตบุ๊ก ROG เพราะล่าสุด ASUS ได้วิจัย Liquid Metal จากบรรดาผู้ผลิตหลากหลายบริษัท และในที่สุดก็มาลงตัวที่ Thermal Grizzly Conductonaut เพราะส่วนผสมที่ไม่นำไฟฟ้า ต่างจากในบางค่ายที่นำมาใช้งาน รวมถึงการใช้สารประกอบที่ช่วยลดความร้อน ที่ได้รับการปรับปรุง จึงช่วยในการลดอุณหภูมิได้รวดเร็ว และมีส่วนช่วยให้การเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาตามเงื่อนไขในการ Boost ทำได้ง่ายกว่าเดิม พร้อมการระบายความร้อนได้นิ่งและเงียบ เนื่องจากพัดลมไม่ต้องทำงานหนัก

asus ROG

การใช้ Liquid Metal หรือโลหะเหลวในการเป็น Thermal compound นี้ ค่อนข้างมีกระบวนการที่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะต้องทำด้วยมือ ดังนั้น ASUS จึงต้องออกแบบระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ทันกับปริมาณการผลิตโน้ตบุ๊ก แต่มีการควบคุมเป็นพิเศษ ด้วยการใช้แขนกลอัตโนมัติ ในการจุ่มแปรงลงไปใน Liquid Metal และแปรงลงบนซีพียูทับไปมาถึง 17 ครั้ง เพื่อเคลือบหน้าสัมผัสของชุดระบายความร้อนและซีพียูให้ดียิ่งขึ้น สามารถชมจากวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลย

asus ROG

โดยโน้ตบุ๊ก ROG ที่ใช้ Liquid Metal จาก Thermal Grizzly Conductonaut จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ย้ำกันชัดๆ อีกที เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วย Liquid Metal นี้ จะพบได้ในโน้ตบุ๊ก ROG ที่ใช้ซีพียู Intel Gen 10 เท่านั้น รุ่นอื่นยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมนะจ๊ะ ส่วนโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียู AMD รุ่นใหม่ๆ อาจจะยังมีความซับซ้อนอยู่บ้าง เลยยังไม่ได้มีการอ้างถึงการใช้สิ่งที่นำมาใช้ในการระบายความร้อนแบบพิเศษ แต่ก็หวังลึกๆ ว่า วันข้างหน้าเราก็จะได้เห็นข่าวดีแบบนี้บน ROG อย่าง Zephysus G14 กันบ้าง หรือคุณว่าไง?

ที่มา: ASUS ROG

from:https://notebookspec.com/asus-use-liquid-metal-on-rog-notebook/516389/

Review | รีวิว ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสเปค AMD Ryzen 7 4800HS รุ่นแรกของไทย

หลังจากที่รอคอยมานานแสนนาน… ในที่สุดทีมงานก็ได้จับตัวเครื่องจริงมารีวิวสักทีกับ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU ที่ใช้สเปคเป็น AMD Ryzen 7 4800HS สถาปัตยกรรมขนาด 7nm ที่มีจำนวนคอร์ถึง 8 Core/16 Thread แรงสุดๆ โดยเจ้าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คตัวนี้จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 1 เม.ย. 63 นี้ เป็นต้นไป ในราคา 39,990 บาท ส่วนรีวิวและผลการทดสอบจะเป็นไงบ้างไปดูกันเลยครับ

สามารถเข้าไปดูเป็นคลิปได้จากช่อง Comcraft เลยนะครับ และถ้ายังไม่ได้กด Subscribe ก็ฝากกดกันด้วยนะครับ

สเปคเบื้องต้น ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800HS
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1660Ti Max-Q
  • Ram : 16GB DDR4 bus 3200
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512GB
  • Display : ขนาด 15.6 นิ้ว Full HD IPS 144Hz Adaptive Sync
  • Network : Wi-Fi 6 802.11ax / Bluetooth 5.0
  • Weight : 2.1 kg
  • Warranty : 2 ปีแบบ Global (1 ปีแรกเป็นแบบ Perfect Warranty)

ดีไซน์ตัวเครื่อง

สำหรับดีไซน์ตัวเครื่องขึ้นชื่อว่าเป็น ROG Zephyrus แน่นอนว่างานประกอบและวัสดุย่อมไม่ธรรมดาดูแล้ว ด้วยบอดี้วัสดุเป็นโลหะสีดำตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความรู้สึกดุดัน เคร่งขรึมตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คมาดเข้ม การเก็บขอบเก็บมุมก็สามารถทำได้ดีเนียนกริ๊บ ดูแล้วเป็นโน้ตบุ๊คที่งานดีไซน์ดูราคาแพงเหมือนกัน

ฝาหลังตัวเครื่องก็จะเป็นลวดลายเส้นแนวทแยง พร้อมกับลายปัดเสี้ยนสลับไปมา ส่วนโลโก้ ROG จะอยู่ที่ด้านฝั่งขวาตามปกติ ไม่มีไฟ ซึ่งตัวฝาหลังจะตัดกรอบด้านล่างไปทรง V-Sharp เว้นไว้แสดงไฟสถานะของตัวเครื่อง


แกนฝาพับตัวเครื่องจะเป็นแบบสองแกนซ้ายขวา ทดลองเปิดปิดก็ทำงานได้ดีแข็งแรง สามารถกางหน้าจอได้ประมาณ 130 องศา ส่วนช่องระบายความร้อนตัวเครื่องจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 จุดคือ ด้านหลัง 2 จุด และด้านขวาอีก 1 จุด

ทางด้านหน้าตัวเครื่องจะเห็นได้ว่าบอดี้มีการเซาะร่องตรงกลางไว้อยู่ไว้สำหรับเปิด-ปิดพับฝาเครื่องมือเดียวได้สะดวก ซึ่งบาลานซ์ตัวเครื่องทำได้ดีมากๆ เช่นกันครับ

เลเอาท์การวางคีย์บอร์ดจะเป็นแบบปุ่มตามมาตรฐานปกติ มีไฟ Backlid สีขาวปรับได้ 3 ระดับ ไม่มี Numpad การพิมพ์หรือกดปุ่มสัมผัสอาจจะไม่ได้นุ่มมือเท่าไรนัก จะติดแข็งๆ นิดหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าโอเคใช้งานไม่ได้ติดขัดอะไร ตัวขนาดปุ่มต่างๆ ก็ให้มาขนาดค่อนข้างใหญ่ รับรองว่าไม่มีลั่นกดผิดปุ่มแน่นอน นอกจากนี้ตัวแป้นคีย์บอร์ดยังปุ่ม เพิ่มเสียง-ลดเสียง-ปิดไมค์-เปิดโปรแกรม Armoury Crate แยกออกมาให้ด้านบนอีกด้วย

โดยรวมแล้วเรื่องการดีไซน์ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU รุ่นนี้แทบจะเหมือนกับตัวเก่าที่เป็น GA502DU แบบเป๊ะๆ เลย คือเปลี่ยนแค่โลโก้รุ่นเก่าจะมีไฟสีแดง รุ่นใหม่จะไม่มีไฟเท่านั้น แต่ส่วนตัวก็ถือว่าดีไซน์นี้ก็ยังสวยร่วมสมัยไม่ได้ดูเชยหรือดูเก่าเลย

พอร์ตเชื่อมต่อ


สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดของ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU จะถูกอัปเกรดขึ้นกว่าเดิมโดยทางขวามือตัวเครื่องจะมี USB 3.2 Type A จำนวน 2 พอร์ต และ Kensington lock ส่วนทางด้านซ้ายตัวเครื่องซ้ายก็จะมี รูเสียบสายชาร์จ, Lan, HDMI 2.0b, USB 3.2 Type A, USB Type C ที่รองรับทั้ง PD + DP และรูเสียบหูฟัง Headset 3.5 mm อีกหนึ่งช่อง เรียกได้ว่าให้มาครบทุกความต้องการเลยทีเดียวครับ

  • PD = Power Delivery คือ สามารถชาร์จเข้าเครื่องผ่านหัวชาร์จ PD ขนาด 65W ขึ้นไป
  • DP = Display Port คือ สามารถต่อจอแยกได้ผ่านสาย USB Type C

ทดสอบการใช้งาน

แน่นอนด้วยตัวเครื่องที่ออกแบบมาเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คความแรงย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน พร้อมซีพียู AMD Ryzen 7 4800HS ที่ถ้าเพื่อนๆ จำกันได้ก่อนหน้านี้มีคะแนนหลุดมาจากหลายสำนักว่าซีพียูรุ่นนี้มันแรงมากๆ เทียบเท่ากับซีพียูบน Desktop PC เลยทีเดียว เพราะด้วยขนาดสถาปัตยกรรมที่เล็กเพียง 7nm ทำให้สามารถจำนวนคอร์ เพิ่มความแรง หรืออะไรต่างๆ ได้มากขึ้นนั่นเอง

ก่อนอื่นดูมาดูสเปคซีพียูและการ์ดจอกันแบบละเอียดสักหน่อย เริ่มจากซีพียู AMD Ryzen 7 4800HS โดยตัว H แน่นอนย่อมมากจาก High Performace และ S ย่อมาจาก Special ขนาด 7nm ความเร็ว 2.9-4.2 GHz มีจำนวนคอร์ 8 Core/16 Thread และมี L3 Cache ขนาดใหญ่ถึง 12MB ส่วนการ์ดจอเลือกใช้ NVIDIA GeForce GTX 1660Ti Max-Q ที่มีขนาด 6GB GDDR6 แน่นอนย่อมสามารถเล่นได้ลื่นๆ ทุกเกมบนความละเอียด Full HD ส่วน Ram ให้มา 16GB (8+8) DDR4 bus 3200 สุดแรง

**หมายเหตุ ตัวโปรแกรยังไม่รู้จัก Ryzen 7 4800HS เลยแสดงผลเป็น 4800H แทน

ทดสอบความเร็วของ SSD m.2 PCIe บนเครื่องได้ค่า Read อยู่ที่ 1754.13 MB/s และ Write อยู่ที่ 968.94 MB/s ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ไม่ได้เร็วมาก ที่น่าสนใจคือใช้ SSD m.2 เป็นของยี่ห้อ Intel อีกด้วย

ถัดมาทดสอบซีพียูด้วยโปรแกรม Cinebench R20 กันบ้าง เปรียบเทียบ Ryzen 7 4800HS กับรุ่นอื่นๆ สรุปแล้วได้ดังนี้ (บอกเลยว่าแรงของจริง)

  • Ryzen 7 4800HS ได้ 3864 คะแนน
  • Ryzen 7 3750H ได้ 1492 คะแนน (R7 4800HS แรงกว่า ~159% )
  • i7-9750H ได้ 2512 คะแนน (R7 4800HS แรงกว่า ~54%)
  • i9-9980HK ได้ 3643 คะแนน (R7 4800HS แรงกว่า ~6% )

คราวนี้มาดูผลทดสอบในการเล่นเกมกันบ้าง โดยทีมงานเปิด Turbo Mode บนโปรแกรม Armory Crate การตั้งค่าแต่ละเกมใช้ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD ปรับกราฟิกพื้นฐานสุดทุกอย่าง ผลเป็นดังนี้

  • PUBG :  เฉลี่ย 80FPS / ต่ำสุด 59FPS / สูงสุด 100FPS
  • DOTA 2 : เฉลี่ย 90FPS / ต่ำสุด 51FPS / สูงสุด 146FPS
  • GTA V : เฉลี่ย 118FPS / ต่ำสุด 84FPS / สูงสุด 165FPS
  • COD Warzone : เฉลี่ย 85FPS / ต่ำสุด 70FPS / สูงสุด 110FPS

โดยการแสดงของจอ 144Hz Adaptive Sync เวลาเล่นเกม สามารถใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ ทดลองสะบัดเมาส์รัวๆ ภาพก็แทบจะไม่มีอาการฉีกขาดให้เห็นเลย ส่วนเรื่องลำโพงอันก็รู้สึกได้เลยว่าเป็นลำโพงคุณภาพสูง มีเสียงเบสนุ่มลึกกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เพราะมีเทคโนโลยี Smart Amp ให้เสียงคุณภาพระดับ Hires-Audio นั่นเอง

หลังจากทดสอบเล่นเกมหนักๆ ไปแล้วมาดูที่อุณหภูมิตัวเครื่อง สังเกตว่าบน HWMonitor จะมองไม่เห็นซีพียู Ryzen 7 4800HS ต้องรออัปเดตเวอร์ชันใหม่อีกที ส่วนอุณหภูมิการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660Ti Max-Q สูงสุดอยู่ที่ 85 องศา ด้วยกันครับถือว่าปกติธรรมดา

ส่วนอุณหภูมิซีพียู ทีมงานจะดูจากตัวโปรแกรม Armory Crate ที่ติดมากับเครื่อง ซึ่งได้อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 95 องศาเมื่อเบิร์นเทสแบบบังคับให้ใช้ซีพียู 100% แต่หากใช้งานเล่นเกมทั่วไปจะวิ่งอยู่ที่ราวๆ 80-85 องศาครับ

สำหรับการใช้งานแบตเตอรี่ทีมงานทดสอบด้วยการเปิดดู YouTube ปรับแสงหน้าจอราว 30% เป็นเวลา 20 นาที โดยตัวโปรแกรมระบุว่าสามารถใช้งานได้นานสูงสุดเกือบ 4 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าแอบใช้งานได้น้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในสมัยนี้

อะแดปเตอร์ตัวเครื่องที่ให้มาในกล่องขนาดค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั่วไป โดยจ่ายไฟสูงสุดอยู่ที่ 180W ด้วยกัน

ปิดท้ายด้วยการทดสอบหน้าจอ โดยใช้ตัว Spyder X Pro ในการทดสอบคาลิเบรทสี ผลคือเจ้า ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU มีขอบเขตสีหน้าจออยู่ที่ 63% sRGB ครับ

การแกะอัปเกรด

การแกะฝาเคสด้านใต้ตัวเครื่องเพื่อทำการอัปเกรดอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับรุ่นนี้ถือว่าทำได้ง่ายกว่าหลายๆ รุ่นอยู่พอสมควร เพียงแค่ใช้ไขควง 4 แฉกอันเดียวก็พอ ไม่ต้องใช้บัตรแข็ง เพราะตัวน็อตมุมขวาล่างสุด หากเราไขออกมาตัวฝาเครื่องจะยกขึ้นให้เลย โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตรแข็งรูด(ดูได้จากรูปด้านล่าง) แต่ตอนแกะฝาออกต้องค่อยๆ ทำนิดหนึ่งระวังเกลียวล็อคหัก




ภายในตัวเครื่องจะเห็นเมนบอร์ดสีแดงสุดจี๊ด พร้อมกับพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว ฮีทไปป์ 4 เส้น  การอัปเกรดสามารถใส่ SSD m.2 PCIe ได้อีก 1 ช่อง ส่วน Ram จะเป็นแบบฝังบอร์ดมาแล้ว 8GB ถอดเปลี่ยนได้เองอีก 1 ช่องด้วยกัน และตัวเครื่องไม่สามารถใส่ SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มได้

สรุป


ในภาพรวมแล้วสำหรับ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU ที่เปิดมาประเดิมตัวแรกของไทยถือว่าประทับมาก โดยเฉพาะเรื่องของซีพียูที่เป็น AMD Ryzen 7 4800HS ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดมากๆ ความแรงเทียบรุ่นเก่าแรงเกิน 100% ซึ่งเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะทำให้ใครหลายคนต้องหันกลับมามองโน้ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู AMD เสียใหม่หมด

รวมถึงการใช้งานควบคู่กับการ์ดจอค่ายเขียวอย่าง NVIDIA GTX 1660Ti Max-Q ก็ถือว่าตอบโจทย์ใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร แถมได้จอ 144Hz เล่นทุกเกมได้ลื่นๆ ภาพไม่มีฉีกขาดอยู่แล้วบนความละเอียด Full HD ส่วนงานประกอบบอดี้ดีไซน์แม้ว่าจะดีไซน์ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าซีรีส์ ROG Zephyrus จะมีความพิถีพิถันมากกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างรู้สึกได้ ซึ่งรวมถึงการแกะอัปเกรดเครื่องด้วย

อย่างไรก็ตาม ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่บ้างคือเรื่องขอบเขตสีหน้าจอที่ตัวเครื่องมีค่า sRGB อยู่ที่ 63% กับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ราว 4 ชั่วโมงซึ่งส่วนตัวถือว่าใช้งานได้น้อยไปหน่อยน่าจะได้สัก 6-8 ชั่วโมงขึ้นไปกำลังดี แต่ถ้ามองในเรื่องของความคุ้มเทียบกับสเปคความแรงที่ได้ในงบ 40,000 บาท อันนี้ก็บอกตามตรงเลยว่าเจ้า GA502IU รุ่นนี้ก็ถือเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ให้สเปคมาคุ้มมาก และแรงเป็นอันดับต้นๆ ของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คช่วงราคานี้เลยครับ

ข้อดี

  • ได้ซีพียู AMD Ryzen 7 4800HS ที่แรงขึ้นกว่าเดิมมาก รวมถึงแรงกว่า i9-9980HK อีกด้วย
  • บอดี้โลหะ งานประกอบทำได้เนี้ยบ หรูหรา สมกับเป็นซีรีส์ ROG Zephyrus
  • Ram ตัวเครื่องให้มา 16GB DDR4 พร้อม Bus สูงถึง 3200
  • หน้าจอ 15.6 นิ้วขอบบาง Full HD IPS 144Hz แสดงผลแบบ Adaptive Sync
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6
  • พอร์ต USB Type C เป็นแบบ DP + PD ต่อจอแยก ชาร์จไฟได้ (65W ขึ้นไป)
  • ปุ่มคีย์บอร์ดมีปุ่ม เพิ่มเสียง-ลดเสียง-ปิดไมค์-ROG แยกออกมาชัดเจนใช้งานง่าย
  • ตัวซอฟต์แวร์ Armory Crate สามารถปรับแต่งใช้งานได้จริง บูส Clock การ์ดจอแรงขึ้นได้
  • เสียงลำโพงนุ่มลึก เสียงดังฟังชัด รองรับระบบเสียง Hires-Audio

ข้อสังเกต

  • ขอบเขตสีหน้าจออยู่ที่ 63% sRGB
  • แบตเตอรี่ใช้งานจริง ได้นานสูงสุดราว 4 ชั่วโมง
  • ไม่มีกล้อง Webcam
  • Ram เป็นแบบฝั่งบอร์ด 8GB ถอดเปลี่ยนอัปเกรดได้ 1 ช่อง

from:https://droidsans.com/review-asus-rog-zephyrus-g15-ga502iu/