คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

โผล่ผลทดสอบ ASUS ROG Phone II ที่ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 855+ และ RAM 12GB บนแอป GeekBench

 

หลังจากที่มีข่าวว่า ASUS ROG Phone II จะเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกที่ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 855+ ที่มาพร้อม GPU ที่แรงขึ้น 15% และเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันก่อน

ล่าสุดมีผลทดสอบประสิทธิภาพของ ROG Phone II  ที่ใช้ชิปเซ็ทดังกล่าวผ่านแอป GeekBench ออกมาให้เห็นกันแล้ว

 

ASUS ROG Phone II

สำหรับสเปกของ ASUS ROG Phone II ที่ปรากฎบนแอป GeekBench ใช้รหัสรุ่น ASUS_I001DC โดยมาพร้อมเมนบอร์ดที่มีชื่อรหัสว่า “msmnile”, ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.78GHz, RAM 12GB, รันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie และเป็นผลทดสอบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 3,616 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 11,103 คะแนน สำหรับ Multi-Core

ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ ASUS ROG Phone II คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรทที่ 120 Hz ซึ่งสูงกว่ารุ่นแรกที่มีหน้าจอระดับ 90 Hz และใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 855+ที่ได้รับการ Overclock ซีพียูให้มีความเร็วสูงขึ้น 4.2% และ GPU มีความเร็วเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับชิปเซ็ท Snapdragon 855

ทั้งนี้ ASUS ROG Phone II มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศจีนในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

ที่มา : MySmartPrice

 

from:http://mobileocta.com/asus-rog-phone-2-with-snapdragon-855-and-12gb-ram-appears-on-geekbench/

โฆษณา

Asus ROG Phone 2 ถูกปล่อยภาพหลุดออกมาแล้ว ก่อนเปิดทางการ 23 กรกฎาคมนี้

สมาร์ทโฟนสำหรับเกมเมอร์ Asus ROG Phone 2 ถูกลือว่าจะได้รับการเปิดตัวอย่างทางการ ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ และวันนี้มีภาพหลุดเครื่องจริงถูกแชร์ออกมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่เห็นเฉพาะดีไซน์ด้านหน้าเท่านั้น

จากภาพหลุดจะเห็นว่า Asus ROG Phone 2 ไม่มีรอยบากบนจอแสดงผล มาพร้อมลำโพงคู่หน้า มีกล้องเซลฟี่อยู่มุมบนซ้ายของจอแสดงผล และสามารถปรับอัตราการรีเฟรชของจอแสดงผลได้ 120Hz, 90Hz และ 60Hz

ข่าวลือก่อนหน้านี้ ระบุว่า Asus ROG Phone 2 อาจเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรก ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 Plus ที่ได้รับการ Overclock ซีพียูให้มีความเร็วสูงขึ้น 4.2% และจีพียูมีความเร็วเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับชิป Snapdragon 855

ที่มา – Indiashopps
https://www.flashfly.net/wp/259796

from:https://www.flashfly.net/wp/259796

Gaming Notebook – MSI ที่มาพร้อมกับชิป Core i9-9880H ทำคะแนนในการทดสอบต่างๆ ดีกว่า ASUS ราวๆ 25%

สำหรับหน่วยประมวลผลสำหรับโน๊ตบุ๊คนั้นในปัจจุบันเราเริ่มได้เห็นผู้ผลิตเริ่มเปลี่ยนที่จะมาใช้หน่วยประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Core i9-9880H หน่วยประมวลผลรุ่นที่ 9 จากทาง Intel กันมากขึ้นแล้วครับ โดยตัวหน่วยประมวลผล Core i9-9880H นั้นจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลถึง 8 แกนซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากหน่วยประมวลผลในรุ่นที่ 8 อย่าง  Core i7-8750H หรือ i7-9750H ที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 6 แกน แน่นอนครับว่าด้วยแกนการประมวลผลที่มากขึ้นถึง 2 แกนนั้นทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนครับ

อย่างไรก็ดีครับ เมื่อมีการเปลี่ยนมาใช้ประมวลผลรุ่นใหม่แล้วนั้น โดยทั่วไปโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ก็มักจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานไม่ต่างกันมากเท่าไรนัก ทว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ โดยทาง NotebookCheck เองได้มีโอกาสในการทดสอบโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับ Core i9-9880H จำนวนหลายรุ่นแล้วซึ่งในการทดสอบนั้นดันกลายเป็นว่า Asus Strix Scar III G531GW ที่มาพร้อมกับ Core i9-9880H เหมือนกันกับ MSI GE75 9SG นั้น โน๊ตบุ๊คจากทาง MSI สามารถที่จะขับประสิทธิภาพในการทำงานได้มากกว่า ASUS ถึงราวๆ 25% เลยทีเดียวครับ

จากการทดสอบโน๊ตบุ๊คทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวนั้นทาง NotebookCheck พบว่า MSI GE75 9SG กับ Asus Strix Scar III G531GW นั้น ตัวเครื่องสามารถที่จะทำการเร่งความเร็วสัญญาณนาฬิกาของตัวหน่วยประมวลผลได้สูงสุดไม่เท่ากันครับ โดยจากการทดสอบนั้นพบว่า Asus Strix Scar III G531GW จะสามารถเร่งความเร็วสัญญาณนาฬิกกาของตัวหน่วยประมวลในการทดสอบ Cinebench R15 แบบ Multi 64Bit ได้ต่ำเอามากๆ คือความเร็วสัญญาณนาฬิกานั้นจะอยู่ที่ราวๆ 1239.62-1311.65 MHz เท่านั้นในขณะที่ MSI GE75 9SG นั้นจะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 1417.84-1545.36 MHz ครับ(รันการทดสอบ Cinebench R15 จำนวนทั้งหมด 50 รอบ)

ความแตกต่างที่เกิดนั้นน่าจะเกิดขึ้นมาจากการออกแบบตัวเครื่องครับ โดยส่วนหนึ่งนั้น Asus Strix Scar III G531GW จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วซึ่งแน่นอนว่ามีพื้นที่ของการระบายความร้อนน้อยกว่า MSI GE75 9SG ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า Asus Strix Scar III G531GW จะไม่มีประสิทธิภาพนะครับ ทว่าด้วยความแตกต่างขนาดมากถึง 25% นี้นั้นทำให้เราๆ ท่านๆ ต้องกลับมาคิดแล้วครับว่าเมื่อทำการใช้งานเครื่องไปนานๆ แล้วนั้นตัวเลือกไหนจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากกว่ากันโดยเฉพาะกับเรื่องของการเล่นเกมที่แน่นอนว่าผู้เล่นนั้นน่าจะใช้ระยะเวลาในการเล่นมากกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไปครับ

หมายเหตุ – ตามสเปคแล้วนั้น Core i9-9880H จะมีความเร็วนาฬิกาสูงสุดขณะ Boost อยู่ที่ 4.1 GHz เมื่อมีการใช้งานแกนการประมวลผลทั้งหมด 8 แกนครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/msi-laptop-with-core-i9-9880h-outperforms-asus-laptop-with-the-exact-same-processor-by-25-percent/488397/

ASUS ROG Phone II ประกาศใช้ Qualcomm Snapdragon 855 Plus บนแพลตฟอร์มมือถือ

 

  • ROGเกมมิ่งโฟนรุ่นใหม่ที่กำลังจะมาถึง เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ประกาศใช้ 7nm Qualcomm Snapdragon 855 Plus
  • Qualcomm® Kryo ™ 485 CPU Prime Coreถูกโอเวอร์คล็อกได้ถึง2.96GHz เพื่อประสิทธิภาพการทำงานระดับโลก และ Adreno 640 ที่เพิ่มประสิทธิภาพกราฟิกได้เร็วกว่าเดิม 15%
  • Snapdragon 855 Adreno 640มอบประสิทธิภาพกราฟิก 15% เร็วกว่า Snapdragon 855 ปัจจุบัน

 

ASUS Republic of Gamers (ROG) ประกาศในวันนี้ว่า ROG Phone II รุ่นต่อไปจะเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ขับเคลื่อนโดยSnapdragon 855 Plus รุ่นใหม่

ROG Phone II จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมมือถือที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้ เราได้สร้างและเพิ่มนวัตกรรมในROG Phone ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกซึ่งเปิดตัวครั้งแรกไปในปี 2018 ทั้งนี้รายละเอียดและคุณสมบัติของเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่น่าตื่นเต้นนี้จะประกาศอีกครั้งเร็วๆนี้ แต่พลังที่เพิ่มขึ้นของ Snapdragon 855 Plus ช่วยให้มั่นใจได้ว่าประสิทธิภาพโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอีกก้าวหนึ่ง

Snapdragon 855 Plus

Kryo 485 CPU ใน Snapdragon 855 Plus จะทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2.96GHz = ในขณะที่ Adreno 640 GPU นั้นโอเวอร์คล็อกเร็วกว่าSnapdragon 855 ปัจจุบัน 15%

ด้วยรากฐานที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ได้เสริมคุณสมบัติและการปรับปรุงใหม่ที่น่าตื่นเต้น ROG Phone II พร้อมแล้วที่จะเข้าสู่โลกของเกมบนมือถืออีกครั้ง

 

from:http://mobileocta.com/asus-rog-phone-ii-announced-the-use-of-qualcomm-snapdragon-855-plus-on-mobile-platforms/

Asus ประกาศ ROG Phone 2 จะเป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้ชิปใหม่ Snapdragon 855 Plus

Asus ที่ไปจับมือกับ Tencent และกำลังจะเปิดตัวมือถือเกมมิ่งภาคต่ออย่าง ROG Phone II ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ได้ชิงประกาศก่อนใครเพื่อนว่าจะเป็นมือถือรุ่นแรกที่นำเอาชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Snapdragon 855 Plus มาใช้งานเป็นรายแรก โดยหวังว่าจะมอบประสบการในเการเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิมให้กับเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลาย

Qualcomm ได้เคยร่วมมือกับ Asus ในการอัพสเปค Snapdragon 845 ไปเมื่อตอนเปิดตัว ROG Phone รุ่นแรกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งระบบระบายความร้อนที่พัฒนาเข้ามาพร้อมอุปกรณ์พัดลมต่อพ่วงนั้นช่วยให้ ROG Phone สามารถรีดประสิทธิภาพของชิปออกมาได้มากกว่าที่เคย

มารอบนี้ทาง Asus ก็เลือกที่จะหยิบเอา Snapdragon 855 Plus ที่มีการ overclock เพิ่มความแรงในการทำงานทั้ง CPU และ GPU มาใช้เป็นรายแรก นอกจากประสิทธิภาพด้านกราฟิคที่จะแรงขึ้นถึง 15% แล้ว กราฟิคในเกมที่ใช้ Vulkan 1.1 ยังประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีก 20% รวมไปถึงการประมวลผลด้าน AI และฟีเจอร์ Elite Gaming ที่ทาง Qualcomm พัฒนาขึ้นเพื่อเจาะตลาด Gaming Phone อีกด้วย

กำหนดเปิดตัวของ Asus ROG Phone II คือวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-2-world-first-snapdragon-855-plus-phone/

Asus ROG Phone 2 อาจเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรก ที่มาพร้อมชิป Snapdragon 855 Plus

Asus ถูกอ้างว่า กำลังจะเปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ทโฟน ROG Phone ในเร็วๆ นี้ และอาจเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรก ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 Plus ที่ได้รับการ Overclock ซีพียูให้มีความเร็วสูงขึ้นเป็น 2.96GHz หรือมีประสิทธิภาพดีขึ้นประมาณ 4.2% เมื่อเทียบกับชิปปัจจุบันที่มีความเร็วสูงสุด 2.84GHz

นอกจากนี้ ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 Plus ยังได้รับการปรับปรุงจีพียูด้วย ถึงแม้จะใช้ชื่อ Adreno 640 เหมือนเดิม แต่จะมีความเร็วเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับจีพียูของชิป Snapdragon 855

คาดว่า Asus จะเปิดตัว ROG Phone รุ่นที่ 2 ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

ที่มา – Gsmarena
https://www.flashfly.net/wp/259736

from:https://www.flashfly.net/wp/259736

Review | รีวิว ASUS VivoBook S15 S531F โน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว น้ำหนักเบา 1.8 กิโล สเปคแรง ได้ SSD m.2 512 GB ราคา 29,900 บาท

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นโน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว สเปคแรงมีการ์ดจอแยกแบบนี้ในน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโล แถมราคาแค่ 29,900 บาทกับเจ้าตัว ASUS VivoBook S15 S531F เห็นแวบแรกก็ต้องสะดุดกับสีสันที่สะดุดตา โดยตัวเครื่องที่ทีมงานได้มารีวิวนั้นจะเป็นสีชมพู Punk Pink สวยงามน่าจะถูกใจสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว (รุ่นนี้จะมีทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ ดำ, ชมพู, น้ำเงิน, เขียว และ เทาเงิน)

สเปคเบื้องต้น

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4, 2400 MHz
  • Storage : HDD 1 TB 5400 RPM + SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 15.6 inch (1920×1080) Full HD IPS 60 Hz
  • Network : Wi-Fi 802.11 ac (2×2) Bluetooth 4.2
  • Size : 357.2 x 230.25 x 18.5 mm
  • Weight : 1.80 Kg
  • Warranty : 2 Years
  • Price : 29,900 บาท

ดีไซน์ตัวเครื่อง

เริ่มกันจากที่ฝาหลังตัวเครื่องกันก่อน วัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมผิวด้านพ่นทรายทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย บอกเลยสีชมพูสวยเจ็บจี๊ดมาก ตรงกลางเยื้องไปทางด้านขวาจะมีโลโก้ ASUS VivoBook แปะสติ๊กเกอร์ไว้อยู่ ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีลายสกรีนว่า VIVOBOOK SERIES พร้อมยางรอง ErgoLift ไว้สำหรับยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นทำมุมเอียง 3.5 องศา เพื่อช่วยในเรื่องของการพิมพ์ที่สะดวกสบายกับช่วยในเรื่องของการระบายความร้อน

ถัดมาดูบอดี้ด้านในตัวเครื่องวัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมเช่นเดียวกับตัวเครื่อง สีสันเป็นชมพูอ่อนตัวกับสีฝาหลังชัดเจน คีย์บอร์ดเป็นแบบ Full Size มาตรฐาน มีแป้นตัวเลขมาให้ พร้อมกับมีไฟ Backlit ที่สามารถปรับระดับความสว่างได้ 3 ระดับ การใช้งานพิมพ์กดปุ่มถือว่าทำได้ดีคล่องมือ แต่อาจจะขัดใจนิดหน่อยที่ปุ่ม Enter ด้านขวาอันเล็กนิดเดียว

ทัชแพดให้มาขนาดพอดีๆ ไม่เล็กจนเกินไป มีความแข็งแรงแน่น กดแล้วไม่ยวบยาบ นอกจากนี้ทางด้านหน้ามีการเซาะร่องไว้ตรงกลางทำให้เปิดฝาหลังเครื่องได้ง่ายขึ้น

ทางหน้าหน้าจอ ASUS VivoBook S15 S531F เลือกใช้เป็นแบบขอบจอบาง NanoEdge ทั้งสี่ด้าน ทำให้มีพื้นที่หน้าจอถึง 88% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมกับมีกล้อง IR ที่ใช้สำหรับปลดล็อคหน้าจอผ่านใบหน้าได้

พอร์ตเชื่อมต่อ

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F ถือว่าให้มาค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป โดยทางด้านซ้ายตัวเครื่องจะเป็นพอร์ต USB Type-A 2.0 จำนวน 2 ช่อง ทางด้านขวาก็จะมี ช่องเสียบสายชาร์จ, HDMI, USB Type A 3.1, USB Type C 3.1, Microphone-in/Headphone-out jack, และ micro SD card

ด้านใน / การอัปเกรด


ตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F สามารถแกะฝาหลังออกมาได้โดยการไขน็อตออกทั้งหมดแล้วค่อยใช้บัตรแข็งรูดจากด้านหลังก็สามารถเปิดออกได้อย่างง่ายดาย โดยตัวเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อน 1 ตัว ฮีทไปป์เส้นใหญ่ 1 เส้น แบตเตอรี่ขนาด 3,550 mAh มีช่องใส่ Ram 1 ช่อง, SSD m.2 1 ช่อง และ HDD 2.5 นิ้ว 1 ลูก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแกะตัวเก่าออกเพื่ออัปเกรดได้ (Ram อัปได้สูงสุด 12 GB)

ทดสอบประสิทธิภาพ

สเปค CPU ด้านในตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F จะใช้เป็น Intel Core i7-8565U ความเร็ว 1.80 – 4.60 Ghz แบบ 4 Core/ 8 Thread ขนาด 14 nm การ์ดจอ GPU ใช้เป็น NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ส่วน Ram ตัวเครื่องจะเป็น On Board 4 GB กับใส่มาเพิ่มเป็นของ Samsung อีก 4 GB รวมเป็น 8 GB ส่วนของ HDD เลือกใช้ของ Toshiba 1 TB 5400 RPM และ SSD m.2 NVMe ใช้ของ WDC PC SN520 (มีร่องบาก 2 ช่อง)

ทดสอบความเร็วของ SSD m.2 512 GB ได้ค่า Read อยู่ที่ 1670.4 MB/s และ Write อยู่ที่ 1371.7 ถือว่าค่อนข้างแรงในระดับหนึ่งเลยทีเดียวครับ ส่วนความจุจาก 512 GB จะสามารถใช้งานได้สูงสุด 476 GB ด้วยกัน

มาดูทางด้านระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่กันบ้าง ทดสอบโดยการต่อ Wifi ดู YouTube ปรับแสงหน้าจอต่ำสุด ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้สูงสุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 41 นาที บนแบตเตอรี่ขนาด 3,550 mAh

คราวนี้มาทดสอบเล่นเกมกับบ้างโดยทีมงานได้ทำการทดสอบเล่นเกม 2 เกม ปรับภาพบนความละเอียด Full HD ตาม Native หน้าจอ เกมแรกคือ DOTA 2 ตั้งค่าแบบ Best Looking ได้ค่า FPS เฉลี่ยอยู่ที่ 63 ต่ำสุด 20 สูงสุด 83 และ PUBG ตั้งค่าแบบ Low ได้ค่า FPS เฉลี่ยอยู่ที่ 30 ต่ำสุด 18 สูงสุด 39

หลังจากที่ทดสอบเล่นเกมไปแล้วมาดูที่อุณหภูมิตัวเครื่องกันบ้างจะเห็นว่า CPU วิ่งไปสูงสุดอยู่ที่ 98 องศา กับ GPU วิ่งสูงสุดอยู่ที่ 83 องศา ครับ

สรุป

ASUS VivoBook S15 S531F ก็ถือเป็นอีกโน้ตบุ๊คสายทำงานที่หลายคนคงจะชอบไม่น้อย ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา อะแดปเตอร์ขนาดเล็กพกพาสะดวก แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวๆ 7 ชั่วโมงบวกๆ และสเปคเครื่องที่ให้มีครบทั้ง CPU ที่เป็น i7 + การ์ดแยก MX250 ทำให้สามารถทำงานได้ครอบคลุมในหลายๆ ด้าน อีกทั้งตัวเครื่องยังให้ความจุที่แบบจัดหนักจัดเต็มที่ HDD 1 TB กับ SSD m.2 PCIe 512 GB แทบไม่ต้องเพิ่ง External HDD เลย เรียกได้ว่าเป็นอีกโน้ตบุ๊คที่ครบเครื่องสุดๆ รุ่นหนึ่งไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่มแล้ว

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 แท้สามารถเปิดใช้งานได้ทันที และภายในกล่องยังมีสติ๊กเกอร์มาให้อีก 8 ชิ้นสวยๆ ไว้แปะตามฝาหลังโน้ตบุ๊คให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราให้ไม่ซ้ำเหมือนใคร

แต่อย่างไรก็ตามตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F ก็ยังพอมีข้อสังเกตอยู่บ้างในเรื่องของการระบายความร้อนที่ตัวเครื่องเวลาทำงานหนักๆ อุณหภูมิ CPU ขึ้นค่อนข้างสูง ทำให้การทำงานดรอปลงไปบ้าง แต่อย่างว่าตัวเครื่องไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนัก ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่อยากได้โน้ตบุ๊คที่ไว้ทำงานหนักๆ เล่นเกมจ๋าๆ ยังไงก็แนะนำซื้อตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊คก็จะดีกว่านะครับ




จุดเด่น

  • บอดี้ตัวเครื่องสีสันโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่สำคัญวัสดุเป็นอะลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน
  • สเปคที่ให้ถือว่าค่อนข้างแรงใช้งานได้ครอบคลุม i7-8565U + MX250 + Ram 8 GB
  • ความจุตัวเครื่องให้มาเยอะมากทั้ง HDD ธรรมดา 1 TB และ SSD m.2 PCIe 512 GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้วขอบบาง Full HD พาเนล IPS ให้มุมมองภาพที่ชัดเจนทุกมุมมอง
  • มีระบบ IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคหน้าจอ
  • ลำโพงใช้ของ Harman Kardon ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอย่างรู้สึกได้
  • แบตเตอรี่ถึกใช้ได้นานเกิน 7 ชั่วโมง
  • น้ำหนักตัวเครื่องหนักเพียง 1.80 กิโลกรัม

ข้อพิจารณา

  • ตัวเครื่องค่อนข้างร้อนเมื่อใช้งานหนักๆ (เพราะตัวเครื่องไม่ได้ออกแบบมาทำแบบนี้)
  • พอร์ต USB Type A เป็น 2.0 อยู่ 2 ช่อง ซึ่งควรเป็น 3.0 ขึ้นไปทั้งหมดได้แล้ว
  • ปุ่ม Enter ตรง Numpad เล็กไปหน่อย ต้องใช้สักพักถึงจะชิน

from:https://droidsans.com/review-asus-vivobook-s15-s531f/