คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

ASUS ขนสินค้าใหม่บุกงาน Thailand Mobile Expo 2020 พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษโดนใจสาวก

บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพโน้ตบุ๊กใหม่ทั้ง เกมมิ่งโน้ตบุ๊กและเอซุสโน้ตบุ๊ก ร่วมงาน Thailand Mobile Expo 2020 ณ ไบเทคบางนา (EH 98-100) ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63 พร้อมนำเสนอสินค้าพรีเมี่ยมเด็ดโดนใจสาวกเอซุสสำหรับไฮไลต์เกมมิ่งโน้ตบุ๊กในงานได้แก่ Zephurus GA502DU รุ่นล่าสุดที่การันตีความเบาบาง เหมาะแก่การพกพาได้ดีที่สุด มาพร้อมโปรเซสเซอร์ AMD® Ryzen™ 7 และกราฟิกการ์ดจาก GeForce® GTX 1660 Ti ให้ขุมพลังกับทั้งการเล่นเกมและการทำงาน พร้อมแบตเตอรียาวนานสูงสุด 8.8 ชั่วโมง ช่วยให้คุณใช้งานได้ตลอดการเดินทาง และดื่มด่ำไปกับจอภาพรีเฟรชเรตที่ 120 เฮิร์ตซ์ ลูกค้าที่สั่งซื้อ Zephurus GA502DU ภายในงาน รับฟรี! ทองคำหนัก 1 กรัม มูลค่า 1,600 บาท

ผู้สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กสองจอสุดร้อนแรงแห่งปี 2020 อย่าง Asus New ZenBook 13/14/15 (UX334/434/534) ที่มาพร้อม ScreenPad 2.0 เปลี่ยนจอทัชแพดเป็นสกรีนแพด หรือจอทำงานที่สองช่วยการทำงานมัลติทาสกิง (Multitasking) สำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มองหาโน้ตบุ๊กเพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยน้ำหนักเริ่มต้นที่ 1.26 KG พกพาได้อย่างสะดวกสบาย และ Asus ZenBook Duo / Pro Duo (UX481/581) สุดยอดโน้ตบุ๊กสองจอแห่งปี ชูจอที่สองหรือ ScreenPad Plus เหมาะสำหรับเหล่าครีเอเตอร์ที่ต้องใช้งานหลายๆหน้าจอพร้อมกัน มาพร้อม 10th Gen Intel โปรเซสเซอร์ ช่วยการทำงานที่ลื่นไหล ไร้รอยต่อ พร้อมดีไซน์ใหม่ในสี Celestial Blue โดยลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าภายในงาน รับฟรี! เครื่อง Canon Printer มูลค่า 1,590 บาท

ผู้ที่สนใจโปรโมชั่นสุดคุ้มนี้ สามารถเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กเอซุสที่ร่วมรายการได้ ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63 ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2020 ไบเทคบางนา (EH 98-100) ณ บูธไอทีชั้นนำ ได้แก่ JIB, Com 7, IT city และ Power Buy

ข่าว: ASUS ขนสินค้าใหม่บุกงาน Thailand Mobile Expo 2020 พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษโดนใจสาวก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/01/29/asus-thailand-mobile-expo-2020.html

Preview – ASUS ExpertBook B9450 จอ 14″ เบาสุดในโลก แค่ 870 กรัม แบตใช้ได้ 24 ช.ม. สเปก Core i Gen 10

การมาของ ASUS ExpertBook B9450 เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดของทาง ASUS จากที่ผ่านมาทาง ASUS ได้นำเสนอ Ultrabook ซีรีส์ ZenBook มาแล้วหลายรุ่น ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับการใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ต่างๆ ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่มาให้ค่อนข้างดีและมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ล่าสุดสำหรับสายทำงานและจริงจังยิ่งกว่า ด้วย ASUS ExpertBook B9450 โน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่เบาสุดๆ แค่ 870 กรัม จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพที่เบาที่สุดของโลก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงด้วย

ดีไซน์ตัวเครื่องบางของ ASUS ExpertBook B9450 เพียง 14.8 มม. ใช้วัสดุสุดเทพอย่าง แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอยด์ที่เป็นโลหะดีที่สุดในตลาด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ซึ่งแรงลื่นรองรับทุกๆ การใช้งาน รวมไปถึงระบบความปลายภัยก็จัดเต็ม ทั้งยังผ่านการทดสอบ MIL–STD 810G US Military Standard การันตีความทนทาน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการสุดยอด Notebook 14″ ประสิทธิภาพสูงคู่ใจในการทำงานสายระดับมืออาชีพ

  

ล่าสุดในงาน ASUS APAC CES Summit แอดมินโป้งได้มีโอกาสจับพรีวิว ASUS ExpertBook B9450 เป็นครั้งแรก ยอมรับว่าเบาสุดๆ ในตลาดจริงๆ สำหรับราคาขายจริงและสเปกจริงๆ รอติดตามกันอีกที และมีโอกาสเราจะมารีวิวตัวขายจริงในไทยอย่างเป็นทางการแบบละเอียดๆ กันแน่นอน แต่ตอนนี้ไปชมพรีวิวในส่วนของรายละเอียดที่ทราบกันก่อน

สเปคภายในของตัว ASUS ExpertBook B9450 จะคล้ายกับกลุ่ม Ultrabook ระดับสูง โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริงมุมมองกว้างแบบด้าน ด้านประสิทธิภาพภายในเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U ความเร็ว 1.8 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.9 GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) รุ่นล่าสุด

  

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB DDR3L ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็นออนบอร์ด Intel HD Graphics 620 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับได้ดีหลากหลาย เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ สำหรับฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุสูง 2TB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 870 / 990 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ายังมีไฟคีย์บอร์ด Backlit สีขาวให้อีกด้วย แน่นอนว่ามีระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาพร้อมใช้งาน สนนราคาอยู่ที่ 4x,xxx บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปีเต็ม

  

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS ExpertBook B9450 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีขอบจอที่บางมากแบบ Nano Edge ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก แต่ก็ยังใส่จอขนาด 14 นิ้วเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คมาตรฐานจากแบรนด์อื่นๆ มาให้อยู่ดี เบาเพียง 870 กรัม สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง ส่วนอีกสเปกจะเบาที่ 990 กรัม แบตเตอรี่จะใช้งานได้ยาวนาน 24 ชั่วโมง ส่วนความบางเท่ากันที่ 14.9  มิลลิเมตรเท่านั้น

เรียกได้ว่ากระทัดรัดเหมาะต่อการพกพา ด้วยดีไซน์ของขอบจอที่บางเฉียบ ที่สำคัญบานพับระหว่างจอภาพและตัวเครื่องของ ASUS ExpertBook B9450 ด้วยฟีเจอร์ ErgoLift ทำหน้าที่เสมือนฐานรองรับ ทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5 องศากับระนาบ เมื่อกางหน้าจอ 145 องศา ทำให้การพิมพ์ง่ายและสบายยิ่งขึ้น บอกลาอาการปวดข้อมือ ปวดตามลำตัว และคอ ที่เกิดจากการพิมพ์เป็นระยะเวลานานไปได้เลย

  

ตัวเครื่องโดยรวมจะทั้งหมดใช้วัสดุที่ดีที่สุดอย่าง “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอยด์” (Magnesium Lithium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไปอย่าง อลูมิเนียมอัลลอยด์ / แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอยด์ ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และใต้ตัวเครื่อง ทำให้มีทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบาที่ดีกว่า ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางบนคีย์บอร์ดจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญผิวสัมผัสยังเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก

ซึ่งเป็นเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL–STD 810G US Military Standard  และผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานของ ASUS เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม สมกับเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร CNC ที่ประณีตและสวยงามในหนึ่งเดียว พร้อมด้านในใส่อุปกรณ์รองรับการกระแทกอีกชั้นด้วย

 

  

ทางด้านของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่นุ่มกำลังดี คีย์บอร์ดมีระยะห่างกำลังดี เป็นระยะห่างที่พิสูจน์แล้วว่าพิมพ์ได้สบายนิ้วมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น แป้นคีย์บอร์ดให้สัมผัสปลายนิ้วที่นุ่มนวล พร้อมกับระยะกดที่เหมาะสม มีไฟ Backlit สีขาว สามารถปรับได้ 3 ระดับ ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวากลืนไปกับคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีสแกนลายน้ำมือไว้ใช้งานร่วมกับ Windwos Hello เพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 อีกด้วย

ตัวทัชแพดมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การสัมผัสเลื่อนนิ้วไปมาจะดูลื่นๆ สักหน่อย ส่วนตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชได้ลื่นไหลพอสมควร รวมไปถึงมีฟีเจอร์ NumberPad ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย

  

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง มีทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี โดยรวมถือในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป ทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้แบบสบายๆ

  

  

มาดูในส่วนของรอบๆ ตัวเครื่อง ASUS ExpertBook B9450 กันบ้าง สำหรับพอร์ตถือว่าให้มาพอตัว ด้วยการติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 3 มาให้จำนวน 2 พอร์ทด้วยสำหรับการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ และการเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C รวมไปถึงยังมีพอร์ต USB-A และ HDMI แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบ แน่นอนว่ายังมี ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรก็ยังมีอยู่เช่นเดิม  ส่วนด้านหน้าจะเป็นไฟ LED สถานะการทำงาน และด้านหลังเป็นยางรองช่วยยกตัวเครื่องให้สูงยิ่งขึ้นเวลากางหน้าจอ

น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่  870 – 990 กรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็ก กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ ไม่เกิน 1.2 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน้ตบุ๊ค 14 นิ้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง แต่อย่างที่บอกไปคือมีอยู่ 2 สเปก รุ่น 870 กรัม จะใช้งานแบตเตอรี่ได้น้อยกว่านั่นเอง

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง ASUS ExpertBook B9450 ที่ต่อยอดความสำเร็จของโน้ตบุ๊คตระกูลสายธุรกิจระดับมืออาชีพได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่โดดเด่นเหนือชั้นกว่าเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ทั้งจากฮาร์ดแวร์ภายในระดับ BIOS และภายนอก อย่างกล้องเว็บแคมจะมีพีเจอร์ของ Privacy Shield มาให้ ทำให้เลือกปิดการใช้งานด้วยกายภาพได้ รวมไปถึงมี 3D IR Camera อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยภาพเพิ่มเติมและข้อมูลต่างๆ ของ ASUS ExpertBook B9450 ก่อนที่เราจะได้รับเครื่องรีวิวจริงๆ พร้อมราคาและสเปกขายในไทยอย่างเป็นทางการอีกทีนะครับ เชื่อได้เลยว่าหลายๆ คนรองการมาของสุยอดโน้ตบุ๊คสายทำงานบางเบาเครื่องนี้อยู่

from:https://notebookspec.com/preview-asus-expertbook-b9450-ces-2020/507627/

Preview – ASUS VivoBook S13 / 14 / 15 (S333/S433/S533) ปี 2020โน้ตบุ๊คเอาใจวัยรุ่น บางสวย แรงลื่น

ASUS VivoBook S13 / 14 / 15 (S333/S433/S533) รุ่นปี 2020 ที่แอดมินโป้งได้มีโอกาสไปพรีวิวเรียกได้ว่าโน้ตบุ๊คที่จะเน้นเรื่องของความบางเบาและครบเครื่อง เจาะตลาดนักเรียนนักศึกษา รวมไปถึงคนวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวเป็นหลัก โดยมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ดูทันสมัยยิ่งขึ้น สมกับเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์ สเปคคุ้มๆที่จะมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่และสีสันใหม่ แน่นอนว่ามีเลือกทั้ง 3 ขนาดหน้าจอคือ 13.3″ / 14″ / 15.6″ ซึ่งมีน้ำหนักเบาเพียงที่ 1.2 / 1.4 / 1.8 กิโลกรัมเท่านั้นตามลำดับ

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook S13 / 14 / 15 (S333/S433/S533) มาพร้อมสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง i5-10210U / i7-10510U และได้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce MX250 ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน โดยมาพร้อมขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8 – 16GB พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที อีกทั้งยังมีสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint เป็นมาตรฐาน

สำหรับ ASUS VivoBook S13 / 14 / 15 (S333/S433/S533) ใหม่ที่เปิดตัวได้ส่งมอบความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ VivoBook ที่เน้นสีสันและความสนุกสนาน ช่วยการทำงานมัลติทาสกิ้ง และการใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ตัว WiFi 6 AX ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ

ที่สำคัญยังเปิดตัวสีใหม่รับปี 2020 ด้วยสี Resolute Red, Gaia GreenDreamy White และ Indie Black พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย คาดราคาขายไทยอยู่ที่ 2x,xxx บาทขึ้นไป ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

Preview ASUS VivoBook S 14 (S433)

ASUS VivoBook S 14 (S433)โดดเด่นด้วยสีสันทูโทนรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านนอกด้านในจะเป็นอลูมิเนียมตามสีของตัวเครื่อง ซึ่งพิเศษตรงที่ ASUS VivoBook S 14 (S433) ได้วัสดุคุณภาพสูงให้สัมผัสที่ดูดีเกินราคา มาพร้อมสีสัน 4 เฉดสีที่แตกต่างจากคู่แข่ง อย่างสีแดง Resolute Red, สีเขียว Gaia Green, สีขาว Dreamy White และ สีดำ Indie Black ตัวเครื่อง ASUS VivoBook S 14 (S433) อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นอลูมิเนียมเกือบทั้งหมด ทำให้นอกจากสวยงามยังแข่งแรงทนทานอีกด้วย

  

โดยเฉพาะส่วนของส่วนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น ส่วนตัวด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกที่แข็งแรง ทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา มีการนำเสนอพื้นผิวแบบเรียบเนียนสัมผัสดี ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และขอบจอบางเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ปี 2020

  

 

ในส่วนของคีย์บอร์ด ASUS VivoBook S 14 (S433) ติดตั้งคีย์บอร์ดเป็นปุ่มพลาสติกสีเดียวกับตัวเครื่องสกรีนตัวอักษรสีเทา มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือตัดขอบมน ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น พร้อมไฟส่องสว่างทำให้เราใช้งานในที่แสงน้อยหรือมืดๆ ได้ดีกว่าไม่มี ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่นุ่มกำลังดี การตอบสนองทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วกันและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวากลืนไปกับคีย์บอร์ด ส่วนปุ่ม Fn ที่เป็นทางลัดต่างๆ ติดตั้งอยู่ชุดคีย์บอร์ดแถวบนเป็นมาตรฐาน

  

ASUS VivoBook S 14 (S433) ได้ติดตั้งหน้าจอด้านขนาด 14″ มีขอบที่บางมากเพียง 5.7 มม. ตามสไตล์ NanoEdge โดยให้พื้นที่หน้าจอเยอะกว่ารุ่นก่อนๆ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS คุณภาพดีมุมมองกว้าง สีสันสดใส โดยมีความเรียบเนียนตากว่ามาตรฐาน 1366 x 768 พิกเซล HD แบบเดิมๆ อย่างชัดเจน ถ้าบอกตรงๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว แต่ถ้ามองมุมขึ้นลงหรือซ้ายขวาก็จะเห็นถึงความต่าง ให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจมากเมื่อเทียบกับราคาที่จ่าย เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 14″ ที่ให้สีจอที่ดีทีเดียว

  

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง Harman Kardon ให้เสียงที่ดีกว่าลำโพงทั่วไป มีทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนักบางๆ ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี คาดว่าในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป ทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้ ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

  

ASUS VivoBook S 14 (S433) ในเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อก็ถือว่ามีความครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวนหนึ่งพอร์ต (น่าจะให้มาสักสอง) ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็ว พอร์ต USB 2.0 Type-A อีกสองพอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ และมีพอร์ต USB 3.1 Type-C มาให้อีกหนึ่งพอร์ต ทางด้านพอร์ทการเชื่อมต่อหน้าจอก็จะมีพอร์ท HDMI มาให้ รูเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนช่องอ่าน microSD Card จะอยู่ด้านขวามือตัวเครื่อง แต่หากใครที่ต้องการใช้พอร์ท Lan คงต้องหาซื้ออแดปเตอร์แปลง USB to Lan เอาเอง

  

อีกหนึ่งจุดเด่นของ ASUS VivoBook S 14 (S433) ก็คือจะมีรุ่นที่มีแผงปุ่มตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในทัชแพด โดยใช้ชื่อเรียกว่า NumberPad (เป็นตัวเลือก) ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่ต้องการใช้แป้นตัวเลขด้วย เพราะปกติแล้วโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ จะไม่สามารถติดตั้ง NumPad มาได้ จากขนาดตัวเครื่องที่เล็กกว่า 15.6″

สำหรับช่องระบายความร้อนถูกซ่อนอยู่ใต้หน้าจอบริเวณบานพับ โดยเป็นการใช้งานพัดลมระบาย 1 ตัว คาดว่าจะช่วยนำพาความร้อนชิปประมวลผลและการ์ดจอ ซึ่งการใช้งานโดยรวมน่าจะเอาอยู่ มีช่องดูดลมเย็นด้านล่างตัวเครื่องทำหน้าที่ร่วมกันเป็นอย่างดี ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และไม่รบกวนการทำงานของเราขณะใช้งานมากเกินไป

นับได้ว่า ASUS VivoBook S 14 (S433) เป็นโน้ตบุ๊คที่มีสเปกที่ดี แรง คุ้ม ราคาไม่แพง แต่ ASUS ใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดจริงๆ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยการออกแบบจอแสดงผล NanoEdge นั้นส่งผลให้ ASUS VivoBook S 14 (S433) มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า ด้วยน้ำหนักเบาตัวเครื่องที่บาง สามารถใส่ในกระเป๋า หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางอยู่ตลอดเวลา

Preview ASUS VivoBook S 15 (S533)

สำหระบ ASUS VivoBook S 15 (S533) ก็จะมีรายละเอียดของตัวเครื่องไม่ต่างกันมาก รวมไปถึงสเปกที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง i5-10210U / i7-10510U และได้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce MX250 อีกทั้งได้แรม 8 – 16GB พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที แต่ก็จะมีขนาดและมิติที่ใหญ่กว่า โดยหนักที่ 1.8 กิโลกรัม และบางที่ 16.1 ซึ่งก็ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่บางเบาพกพาสะดวกอยู่

  

  

  

  

  

Preview ASUS VivoBook S 13 (S333)

และในส่วนของ ASUS VivoBook S 13 (S333) จะเหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เล็กและเบาสุดๆ ด้วยขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่มีความเบาเพียง 1.2 กิโลกรัม และตัวเครื่องบางที่ 14.9 มิลลิเมตร โดยมีรายละเอียดของตัวเครื่องไม่ต่างกันมาก แต่สเปกอย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง i5-1035G4 / i7-1065G7 และอาจจะมีรุ่นที่ไม่ได้ติดตั้งการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce MX250 มาให้ อีกทั้งได้แรม 8 – 16GB พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที รองรับทุกๆ การใช้งานไม่เป็นรองรุ่นหน้าจอ 14″ / 15.6″

  

 

  

  

  

  

ปิดท้ายด้วยรายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS VivoBook S13 / 14 / 15 (S333/S433/S533 ไว้ยังไงมีโอกาสเราจะได้มารีวิวตัวขายจริงสเปกจริงๆ ของบรรดา ASUS VivoBook S Series ประจำปี 2020 อีกครั้ง

from:https://notebookspec.com/preview-asus-vivobook-s13-14-15-s333s433s533/507524/

Preview – ASUS ROG Zephyrus G14 จอ 14″ แรงที่สุดในโลก สเปก Ryzen 7 4800HS + RTX 2060 ฝามีไฟ LED ปรับแต่งได้

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็น Gaming Notebook ปี 2020 หน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลก สเปก AMD Ryzen 7 4800HS และ NVIDIA GeForce RTX 2060 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่สุดแรงสุด ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอประสิทธิภาพสูงยอดนิยมที่สุด

คุ้มค่าสุดๆ จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน มารวมตัวกันใน ASUS ROG Zephyrus G14 ที่เป็น Gaming Notebook ที่อยู่ในซีรีส์พรีเมียมของ ASUS ที่เน้นความพรีเมียม บางเบา แบตยาวนาน ทำงานก็ดีเล่นเกมก็ได้ โดยมีน้ำหนักเบาแค่ 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาสะดวกตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดกว่า 15.6″ พอตัว

  

อีกทั้ง ASUS ROG Zephyrus G14 ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Anume Martix ฝาหลังที่เป็นไฟ LED จำนวน 6536 ดวง ที่ปรับแต่งเปลี่ยนแปลงได้ผ่านทางซอฟตฺแวร์ วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถติดตั้งแรมได้สูงสุดที่ 32GB อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับราคาและสเปกยังไม่เคาะขายในไทย แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที และได้ประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย รายละเอียดส่วนนี้รอติดตามกันอีกที

สำหรับสเปก ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายบางเบาแนวใหม่ ด้วยขนาดหน้าจอ 14″ ที่ปกติเราไม่ค่อยได้เห็นกัน ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H (Mobile) ​รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W ) ในเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ที่ร้อนน้อยแรงและแรงขึ้น เช่นเดียวกับ AMD Ryzen 3000 Series (Dekstop) และที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักๆ หรือเล่นเกม 3 มิติก็จะมีความลื่นไหลแน่นอนกว่ารุ่นก่อนๆ

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 17.9 – 19.9 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.6 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางที่ 6.9 มิลลิเมตร ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 120Hz ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุฝาหลังเป็นโลหะให้ดีไซน์ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน ROG ที่เน้นความเรียบง่ายสุดๆ ดูแล้วมีความสดใหม่ เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายทำงานพกพายิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series ที่เน้นคุ้มค่า

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มี 2 สีสันให้เลือกคือ สีขาวและดำ เลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง โดยมุมซ้ายล่างจะเป็นแผ่นสีเงิน ROG ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทานประมาณนึง โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงามทันสมัยพรีเมียม มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus Series

  

ASUS ROG Zephyrus G14 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์สายพกพาบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่าที่เคยมีมาทั้งหมด รวมไปถึงหน้าจอมีขนาด 14″ แบบขอบจอบาง แต่ตัวเครื่องเทียบเท่า 13.3″ เท่านั้น ทำให้ใช้งานได้เต็มตามากขึ้น ส่วนช่องระบายความร้อนมีทั้งหมด 3 ช่อง เป่าออกใต้หน้าจอ 2 ช่อง และด้านขวาอีก 1 ช่อง พัดลม 2 ตัว พร้อมมีระบบ Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย

  

ASUS ROG Zephyrus G14 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวสีเดียว (ถ้าเครื่องดำปุ่มจะเป็นสีดำ) ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำพื้นที่ยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์

  

ทัชแพดของ ASUS ROG Zephyrus G14 เองขนาดใหญ่แบบซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน อีกทั้งปุ่ม Power ยังมาพร้อมฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือในตัวด้วย

ASUS ROG Zephyrus G14 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.9 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 120Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าได้มาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2020

  

ตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G14 มีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องบริเวณขอบที่วางมือซ้ายและขวาซ้ายขวา คุณภาพสูง พร้อมลำโพงซัฟวูฟเฟอร์อีก 2 ตัวด้านใต้ตัวเครื่อง ทำให้กลายเป็นลำโพงมาตรฐาน 2.2 อีกทั้งมี Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะมีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

  

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G14 กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่องทั้งหมด มีทั้ง USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต (1 พอร์ตรองรับ DisplayPort 1.4  / USB PD) พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา

  

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 5 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ยอมรับเลยเลยว่าแอดมินโป้งไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้มานานแล้ว แต่พอได้มาพรีวิว ASUS ROG Zephyrus G14 เชื่อได้เลยว่าตลาด Gaming Notebook สนุกสนานแน่นอน ไม่ใช่แต่เป็นรุ่นหน้าจอ 14″ ที่แรงที่สุดในโลกเท่านั้น  แต่จากการมาของสเปกชิปประมวลผลให้ล่าสุดจาก AMD อย่าง Ryzen 4000 Series ที่ดูแล้วจากรายละเอียดที่เปิดเผยออกมา มีความเหนือกว่า Intel อยู่พอสมควร รวมไปถึงฟีเจอร์อื่นๆ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน

แต่จะดีจริงแค่ไหน ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า อันนี้ต้องรอติดตามรีวิวตัวขายจริงกันอีกครั้ง บอกเลยว่าตัวเลือก Gaming Notebook ปี 2020 มีให้เลือกอย่างเยอะ เลือกให้ดีเลือกให้ตรงกับความต้องการก็แล้วกัน เพราะก็ยังมีรุ่นสเปก Core i + GTX / RTX และ Ryzen + Radeon RX / GTX / RTX รุ่นก่อนๆ ในตลาดให้เลือกอยู่พอตัว ปิดท้ายลองไปชมรายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS ROG Zephyrus G14 กันก่อนเลย

from:https://notebookspec.com/preview-asus-rog-zephyrus-g14-gaming-notebook/507288/

ASUS Promotion – มอบส่วนลดสูงสุด 6,000 บาท สำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ROG และ โน้ตบุ๊ก ASUS

ASUS ส่งโปรโมชั่น ‘ลดกระหน่ำสนั่นซองอั่งเปา

มอบส่วนลดสูงสุด 6,000 บาท สำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ROG และ โน้ตบุ๊ก ASUS

พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน มาพร้อม Windows 10!

ASUS Thailand จำกัด ส่งโปรโมชั่นต้อนรับเทศกาล ตรุษจีน มอบส่วนลดสูงสุดถึง 6,000 บาท* พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน และ Windows 10 แท้ ติดตั้งพร้อมใช้งาน สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่ ROG Strix G (G531และ G731), ASUS TUF Gaming ทุกรุ่น , ASUS Gaming A570 และ A571, Zenbook (UM462 , UM431) , ASUS Laptop (X409 : intel), Vivobook (X412 / X512 : intel and AMD), Vivobook S ( S431 / S531 ) เป็นต้น

 

ไฮไลท์สำคัญได้แก่เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ASUS TUF Gaming ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่เต็มอิ่มและเต็มประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกมในราคาที่คุ้มค่า ออกแบบมาให้แข็งแกร่งด้วยการทดสอบมาตรฐาน MIL-STD-810G มั่นใจในความถึกและทนทานต่อการใช้งานหรือเล่นเกมอย่างหนักในชีวิตประจำวัน มาพร้อมกราฟิกการ์ดสูงสุด GeForce RTX 2060  วางจำหน่ายในราคาสุดพิเศษเริ่มต้น 27,990 บาท (สำหรับรุ่น FX505DU-AL052T จากราคาปกติ 29,990 บาท)

 

นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กรุ่นยอดนิยมอย่าง ROG Strix G โน้ตบุ๊กที่นำเสนอประสบการณ์สำหรับการเล่นเกมส์สำหรับคอเกมส์ตัวจริง ชูระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ (Intelligent Cooling) ช่วยปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของโปรเซสเซอร์ ในขณะที่ RangeBoost มอบการรับสัญญาณ Wi-Fi ที่แรงที่สุด และมอบสีสันด้วย Aura Sync บนแถบแสงสามมิติใหม่และคีย์บอร์ด RGB All Zone วางจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ 23,990 บาท (สำหรับรุ่น G531GD-AL025T จากราคาปกติ 27,990 บาท)

 

เอซุสยังขอแนะนำโน้ตบุ๊ก ASUS VivoBook 14 (X412) สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กใหม่ราคาประหยัดสำหรับการใช้งานในทุกวัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นครบครัน โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน (4-sided NanoEdge Display) เพียง 5.7 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มสัดส่วนอัตราหน้าจอต่อเครื่องได้มากถึง 87% พร้อมหน้าจอความคมชัดระดับ FHD Display ขนาด 14 นิ้ว บนตัวเครื่องขนาดเพียง 13 นิ้ว (กะทัดรัดที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอเดียวกัน) ลงตัวเรื่องความสะดวกสบายในการพกพา ยิ่งไปกว่านั้น VivoBook 14 ยังมีสีให้เลือกถึง 3 สีเพื่อสไตล์ที่ไม่ซ้ำกันของคุณ พร้อมซีพียูให้เลือกทั้ง intel และ AMD วางจำหน่ายในราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 11,990 บาท

 

นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กรุ่นยอดนิยมอย่าง VivoBook S14/S15 (S431/S531) ที่นำเสนอสีสันโดนใจวัยรุ่น 5 สีสะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่สะดุดตาที่มาพร้อมนวัตกรรม Ergolift (คีย์บอร์ดยกทำมุม) เพื่อการพิมพ์งานที่สะดวกยิ่งขึ้น มาพร้อม ซีพียูสูงสุด 8th Generation Intel® Core™ i7 และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce MX250 พร้อมหน่วยความจำสูงสุด 1TB PCle SSD โดย S14/S15 เป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกในตระกูล VivoBook ที่นำเสนอกล้องอินฟาเรด (IR) สามารถลงชื่อเข้าใช้แบบสแกนใบหน้า พร้อมกับระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Harman Kardon ที่ไม่เป็นรองใคร  วางจำหน่ายในราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 18,990 บาท

ผู้ที่สนใจโปรโมชั่นสุดคุ้มนี้ สามารถเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กที่ร่วมรายการได้ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2563 ณ. ASUS Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4, ASUS Store สาขาเซ็นทรัล ระยอง , ASUS Store สาขา เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 4 และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายได้ที่www.asus.com หรือ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

*โปรโมชั่น 0% โปรดดูเงื่อนไขตามธนาคารและร้านค้าที่กำหนด ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย

####

เกี่ยวกับเอซุส

เอซุสเป็นบริษัทชั้นนำที่เติบโตอย่างมากในอุตสาหกรรมไอที เอซุสยังคงมุ่งมั่นและนำเสนอโดยครอบคลุมทุกด้านของเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต เซิร์ฟเวอร์ และสมาร์ทโฟน ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 16,000 คนทั่วโลก

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มีอย่างต่อเนื่องและนำสมัย เป็นเหตุผลว่า ทำไมเอซุสจึงเป็นผู้นำนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพที่ดีเยี่ยมเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเอซุสได้รับรางวัลเป็นจำนวนกว่า 4,511 รางวัล ในระดับนานาชาติ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 13 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016

from:https://notebookspec.com/asus-promotion-jan-2020/507411/

Review – ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) สเปก Ryzen 7 4800H + RTX 2060 แรงคุ้ม ตลาดแตก ?!?!

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

  • Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W )
  • Ryzen 5 4600H (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 45W)

โดย AMD Ryzen 4000 Series รหัส H ดูจากจำนวนคอร์และเทรดแล้วชนฝั่ง Intel ได้สบาย และยังเคลมประสิทธิภาพว่าเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย (ผลทดสอบด้านล่าง) และยังมีซีพียูในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี เทียบจาก AMD Ryzen 3000 Series รหัส H ดีกว่าเดิมพอตัว ที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz และ LPDDR4-4266MHz

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทาง ASUS ได้จัดกิจกรรมพิเศษอย่าง ASUS APAC CES Summit  พร้อมชวนแอดมินโป้งมาร่วมพรีวิวเครื่องจริงก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

  

ระบบระบายความร้อนที่ปรับแต่งขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบต่างๆในตัวเครื่องเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นของอุปกรณ์อันทรงพลัง รูปแบบรังผึ้งที่ด้านล่างตัวเครื่องเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าพร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้นสำหรับพัดลมและฮีทซิงค์ที่อยู่ภายใน โมดูลระบายความร้อนที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองรวมถึงอุโมงค์ป้องกันการสะสมของฝุ่น การไหลเวียนของอากาศที่ไหลผ่านช่องระบายฝุ่นนี้จะช่วยกำจัดฝุ่นออกจากระบบทำให้โน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแว้มขึ้นมาอัตโนมัติ โดยภายในเมนบอร์ตเป็นสล็อตแรม 2 ช่องสามารถรองรับแรมได้สูงสุด 32GB (ติดตั้งมาแล้ว 8 – 16GB), สล็อต M.2 NVMe จำนวน 2 ช่องเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้น และรองรับการอัพเกรดสูงสุดถึง 1TB NVMe PCIe SSD (ติดตั้งมาแล้ว 512GB)

  

ส่วนด้านในของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) จะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่าในส่วนนี้ยังทำได้เป็นดีตามมาตรฐานของ TUF Gaming แต่มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามลงตัวกว่าเดิม

 

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคย

เสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน

  

ส่วนของทัชแพดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง โดยรุ่นก่อนถูกออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนปุ่มเพื่อความสวยงามและทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับให้เป็นแบบแยกปุ่มแบบชัดเจน ส่งผลให้กดได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ดูสวยงามเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี พื้นผิวมีลักษณะเรียบลื่น ปรับปรุงให้เป็นรอยนิ้วมือยากขึ้น และไม่มีการยวบยาบให้เห็นแล้ว

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz (รุ่นก่อน 120Hz พร้อมให้คุณภาพสีสันที่ดียิ่งขึ้น) ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ติดตั้งอยู่ขอบด้านข้างเยืองไปทางข้างหน้าใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ 1.8 เท่า ระบบเสียง DTS Headphone: X Ultra ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก แน่นอนว่าดีกว่าเดิม ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านข้างตัวเครื่องซ้ายขวา พร้อมทำสีสันเป็นสีแดง ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

 

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลต่างๆ ของ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) และโมเดลฝาหลังแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming

from:https://notebookspec.com/review-asus-tuf-gaming-a15a17-fx506fx706-ryzen-7-4800h-rtx-2060/507293/

Preview – ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) สเปก Ryzen 7 4800H + RTX 2060 แรงคุ้ม ตลาดแตก ?!?!

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

  • Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W )
  • Ryzen 5 4600H (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 45W)

โดย AMD Ryzen 4000 Series รหัส H ดูจากจำนวนคอร์และเธรดแล้วชนฝั่ง Intel ได้สบาย และยังเคลมประสิทธิภาพว่าเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย และยังมีซีพียูในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี เทียบจาก AMD Ryzen 3000 Series รหัส H ดีกว่าเดิมพอตัว ที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz และ LPDDR4-4266MHz

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทาง ASUS ได้จัดกิจกรรมพิเศษอย่าง ASUS APAC CES Summit  พร้อมชวนแอดมินโป้งมาร่วมพรีวิวเครื่องจริงก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

  

ระบบระบายความร้อนที่ปรับแต่งขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบต่างๆในตัวเครื่องเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นของอุปกรณ์อันทรงพลัง รูปแบบรังผึ้งที่ด้านล่างตัวเครื่องเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าพร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้นสำหรับพัดลมและฮีทซิงค์ที่อยู่ภายใน โมดูลระบายความร้อนที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองรวมถึงอุโมงค์ป้องกันการสะสมของฝุ่น การไหลเวียนของอากาศที่ไหลผ่านช่องระบายฝุ่นนี้จะช่วยกำจัดฝุ่นออกจากระบบทำให้โน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแว้มขึ้นมาอัตโนมัติ โดยภายในเมนบอร์ตเป็นสล็อตแรม 2 ช่องสามารถรองรับแรมได้สูงสุด 32GB (ติดตั้งมาแล้ว 8 – 16GB), สล็อต M.2 NVMe จำนวน 2 ช่องเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้น และรองรับการอัพเกรดสูงสุดถึง 1TB NVMe PCIe SSD (ติดตั้งมาแล้ว 512GB)

  

ส่วนด้านในของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) จะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่าในส่วนนี้ยังทำได้เป็นดีตามมาตรฐานของ TUF Gaming แต่มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามลงตัวกว่าเดิม

 

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคย

เสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน

  

ส่วนของทัชแพดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง โดยรุ่นก่อนถูกออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนปุ่มเพื่อความสวยงามและทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับให้เป็นแบบแยกปุ่มแบบชัดเจน ส่งผลให้กดได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ดูสวยงามเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี พื้นผิวมีลักษณะเรียบลื่น ปรับปรุงให้เป็นรอยนิ้วมือยากขึ้น และไม่มีการยวบยาบให้เห็นแล้ว

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz (รุ่นก่อน 120Hz พร้อมให้คุณภาพสีสันที่ดียิ่งขึ้น) ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ติดตั้งอยู่ขอบด้านข้างเยืองไปทางข้างหน้าใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ 1.8 เท่า ระบบเสียง DTS Headphone: X Ultra ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก แน่นอนว่าดีกว่าเดิม ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านข้างตัวเครื่องซ้ายขวา พร้อมทำสีสันเป็นสีแดง ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

 

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลต่างๆ ของ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) และโมเดลฝาหลังแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming

from:https://notebookspec.com/preview-asus-tuf-gaming-a15a17-fx506fx706-ryzen-7-4800h-rtx-2060/507293/