คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

ROG Phone 3 เรือธงเกมมิ่ง SD865+, RAM 12GB, แบต 6,000 mAh เคาะวันเปิดตัว 22 ก.ค. นี้

เคาะวันเปิดตัวซักทีสำหรับมือถือเกมมิ่งสเปคสุดเทพจาก Asus อย่าง ROG Phone 3 ที่ก่อนหน้านี้มีทั้งสเปคแบบเต็มๆ หรือแม้กระทั่งคลิป Hands-On หลุดออกมา โดยแหล่งข่าวรายงานว่าตอนนี้ Asus ได้ทยอยส่งบัตรเชิญให้สื่อต่างๆ เข้าร่วมงานวันเปิดตัว ROG Phone 3 แล้ว เจอกันวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

ก่อนหน้านี้ก็มีสเปค และภาพตัวเครื่องบางส่วนของ ROG Phone 3 หลุดออกมาแล้ว โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+, RAM 12GB, ความจุสูงสุด 512GB, ฝาหลังมีโลโก้ ROG แบบมีไฟ, กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 64MP, กล้องหน้า 13MP และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 มิลลิแอมป์ แถมยังมีระบบชาร์จไว 30 วัตต์ใส่มาให้อีกด้วย ด้วยความที่อัดแบตมาให้ขนาดนี้ ทำให้น้ำหนักของเจ้า ROG Phone 3 ก็ถือว่าหนักพอตัวเลยที่ 240 กรัม

ที่น่าสนใจก็คือ ROG Phone 3 นั้น จะมาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวท็อปรุ่นตีบวก Snapdragon 865+ ที่จนถึงตอนนี้ Qualcomm ยังไม่เคาะวันเปิดตัวออกมาเลย โดยชิปตัวนี้จะมีค่าสปีดสูงสุดถึง 3.1 GHz อีกทั้งยังมีคะแนน AnTuTu Benchmark หลุดออกมารับประกันความแรงอีกด้วย ซึ่งตรงนี้ Snapdragon 865+ สามารถกวาดคะแนนไปได้มากเกือบๆ แตะหลัก 7 แสนเลยทีเดียว ถือว่ามากกว่ามือถือ Android ทุกตัวในตลาดตอนนี้

โดย Asus จะขนเอา ROG Phone 3 มาเปิดตัวในงาน ROG 2020 Game Changer ที่จะมีขึ้นในเวลา 5 ทุ่มของวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ตามเวลาท้องถิ่นของไต้หวัน หรือประมาณ 4 ทุ่มบ้านเรา ซึ่งก็ต้องรอดูว่ารอบนี้ Asus จะขนอุปกรณ์ Gaming Gear ที่สามารถใช้งานร่วมกับ ROG Phone 3 มาเปิดตัวด้วยหรือเปล่า

 

ที่มา: gizchina

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-3-flagship-gaming-launch-date-revealeed/

ASUS ROG Phone 3 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

หลังจากที่สัปดาห์ก่อน ASUS ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 ในเดือนกรกฎาคม แต่ยังไม่เผยวันเปิดตัว ล่าสุดทางบริษัทได้เผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาให้ทราบกันเรียบร้อยแล้ว

ROG Phone 3

เว็บไซต์ ASUS อย่างเป็นทางการได้เปิดหน้า Landing Page นับถอยหลังเตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ โดยงานเปิดตัวจะจัดแบบออนไลน์พร้อมกันใน 3 เมืองด้วยกันคือ ไต้หวันเวลา 22.00 น., มิลาน (อิตาลี) เวลา 17.00 น. และนิวยอร์ค (สหรัฐอเมริกา) เวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น

ASUS ยังไม่มีการเผยรูปลักษณ์ดีไซน์ของ ROG Phone 3 อย่างเป็นทางการออกมาให้เห็นกันในตอนนี้ แต่ก่อนหน้านี้มีคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นดีไซน์ของสมาร์ตโฟนดังกล่าวให้เห็นกันไปแล้ว

ในส่วนสเปกของ ROG Phone 3 ตามที่ผ่านการรับรองจาก TENAA มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.59 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3,09GHz โดยคาfว่าจะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 865+ SoC จับคู่กับ RAM สูงสุด 12GB, หน่วยความจำภายในสูงสุด 256GB

นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว โดยข้อมูลในเว็บ TENAA ระบุว่าเพียง 2 ใน 4 กล้องเท่านั้น ซึ่งกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และกล้องรองความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความะเอียด 16 ล้านพิกเซล รวมทั้งรองรับ 5G แบบ Dual Mode (SA/NSA). ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,800mAh และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10

ที่มา : Gsmarena

from:https://www.mobileocta.com/asus-rog-phone-3-is-coming-on-july-22/

ASUS เตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 วันที่ 22 กรกฎาคมนี้

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ASUS ประกาศเตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนสายเกมรุ่นใหม่ในเดือนกรกฎาคมแต่ยังไม่ระบุวันที่แน่ชัด แต่ล่าสุด ASUS ได้ประกาศเตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้

ASUS ประกาศจัดงาน ROG 2020 Game Changer งานพิเศษสำหรับเปิดตัว ASUS ROG Phone 3 โดยจะจัดขึ้นในสามประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน อิตาลี และ สหรัฐอเมริกา โดย ASUS ROG Phone 3 นั้นจะมีการเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกับ Tencent จากประเทศจีนด้วย

จากข้อมูลของ TENAA ระบุว่า ASUS ROG Phone 3 จะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Snapdragon 865+ ตัวเครื่องมีหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ หน้าจอรีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz และรองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอด้วย

ในส่วนของกล้องนั้น กล้องหลังจะมีทั้งหมดสามตัว โดยมีกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แรม 16GB ความจุภายในเครื่องสูงถึง 512GB แบตเตอรี 5,000mAh รองรับชาร์จไว 30W แกะกล่องมาเป็น Android 10 ครอบด้วย ROG UI

 

ข่าว: ASUS เตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 วันที่ 22 กรกฎาคมนี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/02/asus-to-unveil-rog-phone-3-this-july-22.html

Review – ASUS ProArt StudioBook Pro 15 W500G5T ที่สุดของ Mobile Workstation เบา 1.98 โล จอ 4K sRGB 99% สเปก i7 + RTX 5000 Max-Q ประกัน 3 ปี On-site

เป็นตัวเลือกที่ดีกับการมาของ ASUS ProArt StudioBook Pro 15 W500G5T ในปี 2020 นี้ ที่เป็น Mobile Workstation ที่จัดเต็มด้วยสเปกและเทคโนโลยีจัดเต็ม แตกต่างจากโน้ตบุ๊ตทั่วไปหรือ Gaming โดยมาพร้อมชิปประมวลผล Core i7-9750H และการ์ดจอตัวเทพอย่าง NVIDIA Quadro RTX 5000 Max-Q ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี Studio Drivers ซึ่งจะรองรับการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์การทำงานทางด้านกราฟิกให้ผู้ทำงานด้านการตัดต่อไม่ว่าจะเป็นภาพหรือวีดีโอสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ กล่าวนั้นได้ดีกว่าเดิม

สเปกอื่นๆ ของ ASUS ProArt StudioBook Pro 15 W500G5T ติดตั้งแรมมาขนาด 48GB แน่นอนว่าได้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ที่ 2TB พร้อมใช้งาน ได้หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด 4K Ultra HD ที่พกพาได้สะดวก ด้วยขนาดที่บางเพียง 18.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักรวมเพียง 1.89 กิโลกรัม ตัวเครื่องทำจากโลหะพิเศษน้ำหนักเบาแต่ให้ความทนทานสูง โดยรองรับการทำงานประมวลผลหนักๆ ไม่ว่าจะเป็น AI / VR / Data Science และอื่นๆ อีกมากมาย กับสายงานของมืออาชีพ สนนราคาที่ 149,990 บาท ได้ประกันแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงที่ด้วย

from:https://notebookspec.com/review-asus-proart-studiobook-pro-15-w500g5t-mobile-workstation-i7-rtx-5000-max-q/526907/

เปรียบเทียบเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค สเปค AMD Ryzen 4000 ทั้ง ASUS, HP, Lenovo และ MSI รุ่นเริ่มต้น ซื้อตัวไหนดี

ช่วงนี้กระแสเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ใช้สเปคเป็นซีพียู AMD Ryzen 4000 Series  ถือว่ากำลังมาแรงเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเทียบเงินกับสเปคที่จ่ายถือว่าคุ้มค่ามากๆ โดยในตลาดตอนนี้ก็แบรนด์นำเข้ามาขายด้วยกันทั้งหมด 4 เจ้าคือ ASUS, HP, Lenovo และ MSI ราคาเริ่มต้นที่สองหมื่นกลางๆ ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดและจุดเด่นกันตรงไหนบ้างไปดูกันครับ

รุ่นเริ่มต้นของแต่ละแบรนด์ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้

  • ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN138T
  • HP Pavilion Gaming 15-EC1046AX
  • Lenovo Legion 5 15 ARH05-82B5001CTA
  • MSI Bravo 15 A4DDR-038TH 

ตารางเปรียบเทียบสเปคทั้ง 4 รุ่น

 Model  ASUS TUF FA506 HP Pavilion Gaming  Lenovo Legion 5  MSI Bravo 15 
CPU AMD Ryzen 5 4600H
GPU GTX 1650Ti GTX 1650 RX5500M
Ram 8 GB DDR4
Storage SSD m.2 PCIe 512GB
Display 15.6″ 144Hz 62% sRGB  15.6″ 144Hz 100% sRGB  15.6″ 120Hz 62% sRGB
Connection WiFi 5, Bluetooth 5.0 WiFi 6, Bluetooth 5.0
Port
  • USB 3.2 Type A x2
  • USB 2.0 Type A x1
  • USB 3.2 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x1
  • USB 2.0 Type A x1
  • USB 3.1 Type C x1
  • SD Card Reader
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x4
  • USB 3.1 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.2 Type A x2
  • USB 3.2 Type C x2
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
Weight 2.3 กก 1.96 กก
Warranty 2 ปี (Perfect Warranty 1 ปีแรก) 2 ปี Onsite 2 ปี
Price 26,990 บาท 25,990 บาท 26,990 บาท 29,990 บาท

หมายเหตุ

  • ทุกรุ่นใช้จอเป็นความละเอียด Full HD พาเนล IPS เหมือนกันหมด
  • ราคาอ้างอิงจากเว็บร้านค้าชั้นนำที่จัดจำหน่าย

จุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละรุ่น

ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN138T

สำหรับจุดเด่นของ TUF รุ่นนี้เลยคือให้การ์ดจอแยกมาแรงกว่าใครเป็น NVIDIA GTX 1650Ti 4GB GDDR6 พร้อมกับมีฟีเจอร์ Anti-Dust เป็นช่องช่วยระบายฝุ่นออก มี USB Type C แบบ DP ต่อจอแยกได้ อีกทั้งเป็นรุ่นเดียวที่มีประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ให้ 1 ปีแรกอีกด้วย

HP Pavilion Gaming 15-EC1046AX

ถัดมาดูทางด้านแบรนด์ HP กันบ้าง จุดเด่นของรุ่นนี้ที่โดดเด่นกว่าใครเลย คือเป็นรุ่นเดียวที่ให้หน้าจอขอบเขตสี 72% NTSC หรือ 100% sRGB มากกว่าใคร เหมาะกับคนที่ต้องการเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเอามาทำงานกราฟิก แต่งภาพอะไรด้วย แถมมี SD Card Reader ตัวเต็มในตัวไม่ต้องซื้อแยก รวมถึงได้ WiFi 6 ประกัน Onsite 2 ปี และราคาถูกกว่าใครเพื่อนในตลาด

Lenovo Legion 5 15 ARH05-82B5001CTA

ต่อมาเป็น Lenovo ซีรีส์ Legion 5 ที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ล่าสุด โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ดีไซน์ที่ดูเงียบง่ายที่สุด สีสันโทนดำเทา สเปคทุกอย่างดูกลางๆ มี WiFi 6 พร้อมกับมี USB 3.1 Type A ถึง 4 พอร์ตซึ่งถือว่าให้มาเยอะมากๆ ซึ่งตัวเครื่องจะย้ายพอร์ตเชื่อมต่อส่วนใหญ่มาอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง และมีประกันแบบพรีเมียม 2 ปี Onsite แถมให้ฟรีเฉพาะคนที่ซื้อในช่วงโปรโมชันนี้อีกด้วย (ถ้าเพิ่ม 1000 บาทได้จอ 144Hz 100% sRGB)

MSI Bravo 15 A4DDR-038TH 

สุดท้ายกับ MSI Bravo 15 ที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นเดียวในตลาดตอนนี้ที่ใช้ทั้งซีพียูและการ์ดจอเป็น AMD ล้วน โดยการ์ดจอเป็น Radeon RX 5500M ทำให้ใช้ AMD FreeSync ร่วมกับหน้าจอ 120Hz ได้ ซึ่งความแรงถือว่าพอๆ กับ GTX 1650Ti และตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาที่สุดหนักเพียง 1.96 กิโลกรัมเท่านั้น พกพาสะดวกกว่าใคร รวมถึงระบบระบายความร้อนมีฮีทไปป์มาให้ถึง 6 เส้นอีกด้วย

เรียกได้ว่าหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจรุ่นไหนตอนนี้ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ทุกรุ่น ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ แนะนำว่าหากจะไปซื้อตามหน้าร้านให้โทรสอบถามที่ร้านดูก่อน เพราะของแต่ละรุ่นในนี้ค่อนข้างหายากอยู่เหมือนกัน ส่วน Acer Nitro 5 กับ Dell G5 SE ที่ใช้สเปคเป็น AMD Ryzen 4000 Serie ก็คาดว่าคงเตรียมใกล้วางจำหน่ายเร็วๆ นี้เช่นกันครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ แยกออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/amd-ryzen-4000-compare-gaming-notebook/

ROG เปิดตัว Zephyrus, Strix เกมมิ่งแล็บท็อปรุ่นใช้ Intel 10th Gen

ASUS ROG เปิดตัวโน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นใหม่ Zephyrus Duo 15, ROG Strix SCAR III, และ Strix G15/G17 โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง พร้อมคีย์บอร์ด RGB และไฟ RGB ระบบ ROG Aura Sync ระบบระบายความร้อนโลหะเหลวจาก Thermal Grizzly ใช้ Intel Core Gen 10th ทุกรุ่น เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านตัวแทน ASUS ทั่วประเทศ หรือ ASUS Official Store บน Shopee และ Lazada แต่ละรุ่นมีสเปกและราคาดังนี้

No Description

Zephyrus Duo 15 โน้ตบุ๊กเกมมิ่งจอคู่ มีจอด้านล่างแบบ touchscreen

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว มีตัวเลือก 4K 60Hz, Full HD 300Hz
  • จอ touchscreen ด้านล่างขนาด 14.1 นิ้ว ความละเอียด 3840 x 1100
  • ซีพียู Intel Core i5-10875H / Core i9-10980HK
  • แรม DDR4 3200 MHz สูงสุด 32GB
  • SSD M.2 PCIe ขนาด 512GB
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Geforce RTX 2080 Max-Q
  • รองรับ WiFi 6
  • Windows 10 Home

ราคา

  • รุ่น Core i7-108750H + แรม 16GB + 1TB M.2 PCIe + RTX 2070 ราคา 109,990 บาท
  • รุ่น Core i9-10980HK + แรม 32GB + 1TB NVMe + RTX 2080 Super Max-Q ราคา 149,990 บาท

No Description

ROG Strix SCAR III 15/17 โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง หน้าจอสองขนาด 15.6 และ 17.3 นิ้ว คีย์บอร์ด RGB ทำงานเชื่อมกับไฟ RGB รอบตัวเครื่อง

  • หน้าจอ 15.6 Full HD 240Hz / 17.3 นิ้ว Full HD 300Hz
  • ซีพียู Intel Core i7-10875H / Core i9-10890HK
  • แรม DDR4 3200 MHz สูงสุด 16GB (8GB x2)
  • SSD M.2 PCIe ขนาด 1TB (512GB x2 RAID 0)
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Geforce RTX2080 Super
  • รองรับ WiFi 6
  • Windows 10 Home

ราคา

  • รุ่น 15.6 นิ้ว Core i7-10875H + แรม 16GB + 512GB M.2 PCIe + RTX 2060 ราคา 59,990 บาท
  • รุ่น 15.6 นิ้ว Core i7-10875H + แรม 16GB + 1TB M.2 PCIe (RAID 0) + RTX 2070 Super ราคา 74,990 บาท
  • รุ่น 17.3 นิ้ว Core i9-10890HK + แรม 16GB + SSD 1TB M.2 PCIe (RAID 0) + RTX 2070 Super ราคา 84,990 บาท
  • รุ่น 17.3 นิ้ว Core i9-10890HK + แรม 16GB + SSD 1TB M.2 PCIe (RAID 0) + RTX2080 Super ราคา 99,990 บาท

No DescriptionNo Description

ROG STRIX G15/17 โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง หน้าจอ 15.6 และ 17.3 นิ้ว เช่นกัน รุ่นเล็กลงมาจาก SCAR เล็กน้อย

  • หน้าจอ 15.6 / 17.3 นิ้ว Full HD 144Hz
  • ซีพียู Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H
  • แรม DDR4 2933 MHz สูงสุด 16GB (8GB x2)
  • SSD M.2 PCIe ขนาด 512GB (มี PCIe อีก 2 ช่อง ไว้ใส่เพิ่มทำ RAID 0 ได้)
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Geforce RTX 2070
  • รองรับ WiFi 6
  • Windows 10 Home

ราคา

  • รุ่น 15.6 นิ้ว Core i5-10300H + แรม 8GB + 512GB M.2 PCIe + GTX 1650Ti ราคา 32,990 บาท
  • รุ่น 15.6 นิ้ว Core i7-10750H + แรม 8GB + 512GB M.2 PCIe + GTX 1650Ti ราคา 36,990 บาท
  • รุ่น 15.6 นิ้ว Core i7-10750H + แรม 16GB + 512GB M.2 PCIe + GTX 1660Ti ราคา 42,990 บาท
  • รุ่น 15.6 นิ้ว Core i7-10750H + แรม 16GB + 512GB M.2 PCIe + RTX 2060 ราคา 46,990 บาท
  • รุ่น 17.3 นิ้ว Core i7-10750H + แรม 16GB + 512GB M.2 PCIe + RTX 2060 ราคา 49,990 บาท
  • รุ่น 17.3 นิ้ว Core i7-10750H + แรม 16GB + 512GB M.2 PCIe + RTX 2070 ราคา 54,990 บาท

No DescriptionNo Description

ROG Zephyrus S17 (GX701) โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง 17 นิ้ว คีย์บอร์ด RGB ทำงานเชื่อมกับไฟ RGB รอบตัวเครื่อง

  • หน้าจอ 17 นิ้ว Full HD 300Hz (มี G-Sync)
  • ซีพียู Intel Core i5-10875H
  • แรม DDR4 3200 MHz 32GB
  • SSD M.2 PCIe ขนาด 1TB
  • การ์ดจอสูงสุด NVIDIA Geforce RTX 2080 Max-Q
  • รองรับ WiFi 6
  • Windows 10 Home

ราคา 119,990 บาท

No Description

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117165

ASUS ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 ที่จีนในเดือนกรกฎาคมนี้

ปีที่ผ่านมา ASUS ได้เปิดตัว ROG Phone 2 ที่ประเทศจีนในวันที่ 23 กรกฎาคม ล่าสุดได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 ในเดือนเดียวกันของปีนี้ออกมาแล้ว โดยตั้งใจจะแข่งขันกับ Lenovo Legion Gaming Phone ที่จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้

ROG Phone 3

บัญชี Weibo อย่างเป็นทางการของ ROG Gaming Phone ได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว ROG Phone 3 ว่าที่เกมมิ่งโฟนรุ่นใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยจับมือร่วมกับ Tencent Games บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของจีนพัฒนาประสิทธิภาพของฮาร์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีขึ้น แม้จะยังไม่มีการเผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่คู่แข่งสำคัญอน่าง Lenovo ก็เตรียมเปิดตัว Lenova Legion เกมมิ่งโฟนรุ่นแรกในเดือนกรกฎาคมด้วยเหมือนกัน

สำหรับสเปกของ ROG Phone 3 ที่ผ่านการรับรองจาก TENAA ระบุว่ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.59 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 และมีอัตรารีเฟรชเรท 144Hz, โดยคาดว่าจะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 865+, RAM สูงสุด 16GB และหน่วยความจำภายในสูงสุด 512GB

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera โดยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องเซลฟี่ความละเอียด 14 ล้านพิกเซล, ใช้แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 30W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ROG UI

from:https://www.mobileocta.com/asus-rog-phone-3-to-debut-in-july-in-china/

[รีวิว] ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV: โน้ตบุ๊คสเป็คแรงสำหรับงานกราฟฟิกพร้อมการ์ดจอ NVIDIA RTX 2060 ที่น้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม

ถือเป็นครั้งแรกเลยครับที่ทีมงาน TechTalkThai ได้รีวิวเครื่องโน้ตบุ๊คที่ออกแบบมาสำหรับงานกราฟฟิกกันโดยเฉพาะ กับ ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV โน้ตบุ๊ครุ่นสำหรับมืออาชีพที่จัดเต็มทั้งสเป็คในเครื่องและการออกแบบภายนอก พร้อม CPU Intel Core i7 และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 เหมาะสำหรับทั้งคนที่ทำงานด้านกราฟฟิก ไปจนถึงสถาปนิกและวิศวกรที่ต้องใช้โปรแกรมออกแบบ และโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการการ์ดจอสำหรับช่วยประมวลผลในงานเฉพาะทางบางอย่างครับ

ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV: สเป็คแรงมาก แต่ไม่หนักอย่างที่คิด

ก่อนจะรีวิวโน้ตบุ๊คเครื่องนี้ ต้องขอเล่าก่อนกว่า ASUS ProArt เป็นผลิตภัณฑ์อีกตระกูลหนึ่งในกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานที่ต้องประมวลผลด้านกราฟฟิกโดยเฉพาะ ที่มีทั้ง Desktop, Notebook, จอ และเมนบอร์ดเลย เรียกได้ว่าถ้าอยากหาคอมแรงๆ ซักเครื่องสำหรับงานด้านกราฟฟิก ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลรูปภาพ, การตัดต่อวิดีโอ, การจำลองทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม หรืองานเขียนโปรแกรมที่ต้องมีการประมวลผลจากการ์ดจอเข้ามาช่วย ASUS ProArt ก็เป็นทางเลือกให้ได้ทั้งสำหรับคอมสำเร็จรูป, โน้ตบุ๊ค และคอมประกอบเลยครับ ผู้ที่สนใจรายละเอียดลองเข้าไปเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://www.asus.com/ProArt/ ได้เลยครับ

คราวนี้สำหรับ ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV ที่ได้มารีวิวในครั้งนี้ ก็เป็นโน้ตบุ๊คที่ออกแบบมาให้รองรับงานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะหรือเรียกในภาษากลางๆ ว่า Mobile Workstation ก็เรียกได้ว่าถ้าใครกำลังมองหาคอมสำหรับงานกราฟฟิกหนักๆ ที่สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ ตัวนี้ก็ถือเป็นคำตอบที่น่าสนใจครับ โดยสเป็คของเครื่องที่ได้มาทดสอบมีดังนี้

  • CPU: Intel Core i7-9750H 6-Core ความถี่ 2.60GHz พร้อมแคชขนาด 12MB รองรับการทำ Turbo Boost ได้สูงสุด 4.5GHz
  • RAM: 16GB On-board สามารถอัปเกรดได้สูงสุดรวมกัน 48GB
  • SSD: 1TB รองรับการติดตั้งได้สูงสุดสองลูก ความจุรวมสูงสุด 2TB
  • GPU: NVIDIA GeForce RTX 2060, 6GB GDDR6 VRAM

อ่านสเป็คเบื้องต้นก็เห็นได้ถึงความแรงที่ไม่แพ้เครื่อง Desktop แล้วครับ แต่อีกจุดหนึ่งที่ถือว่าโดดเด่นมากๆ ก็คือเรื่องของจอ 4K UHD ขนาด 15.6 นิ้วแบบขอบบางด้วยเทคโนโลยี NanoEdge ที่รับประกันความตรงของสีด้วยคุณสมบัติ 100% Adobe RGB Color Space และมีความแม่นยำของสีด้วยค่า Delta-E น้อยกว่า 1.5 และยังผ่านการรับรอง PANTONE Validated มาอีกด้วย มั่นใจได้เลยว่าการแสดงผลค่าสีจะครบถ้วนและชัดเจน

ด้วยสเป็คที่แรง รวมถึงจอและสีที่คุณภาพจัดเต็มขนาดนี้ หลายๆ คนอาจจะห่วงว่าเครื่องอาจจะร้อน ภายใน ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV นี้จึงออกแบบระบบระบายความร้อนมาแบบเต็มที่ให้มั่นใจได้ว่าทุกอุปกรณ์ในเครื่องจะยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่เสียงเงียบมากด้วยความดังสูงสุดของการระบายความร้อนเพียงแค่ไม่ถึง 39dB เท่านั้น ก็เรียกว่าแทบไม่ได้ยินเสียงขณะใช้งานเลยนั่นเองครับ

ส่วนพอร์ตและการเชื่อมต่อที่ให้มาก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานมากๆ ด้วย USB3.1 Gen 1 จำนวน 3 ช่อง, USB-C 3.1 Gen 2 จำนวน 1 ช่อง, RJ45 จำนวน 1 ช่อง และพอร์ตเชื่อมต่อจออย่าง HDMI อีก 1 ช่องที่รองรับการต่อจอ 60Hz 4K UHD ก็ทำให้การเชื่อมต่อจอเสริมนั้นสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังรองรับ Wi-Fi 6 แบบ Dual-band 2×2 และ Bluetooth 5.0 อีกด้วย

สำหรับแบตเตอรี่ที่ให้มาในเครื่องก็ถือว่ากำลังดี ด้วย 76W 4-cell Lithium-Polymer ก็สามารถรองรับการใช้งานโดยไม่ต้องเสียบสายชาร์จได้ระยะหนึ่ง ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของเครื่องสเป็คสูงระดับนี้อยู่แล้วที่มักถูกออกแบบมาใช้แบบชาร์จไฟเป็นหลัก และมีพลังงานเหลือพอที่จะทำงานได้โดยไม่ต้อชาร์จไฟได้บ้างเท่านั้น

สุดท้ายที่น่าตกใจมากๆ คือเรื่องของน้ำหนักครับ เครื่องนี้ด้วยสเป็คที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ กลับมีน้ำหนักเพียงแค่ 1.98 กิโลกรัมเท่านั้น หนักกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วๆ ไปที่จอใหญ่เพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้ และหนังมีความหนาเพียงแค่ 18.9 มิลลิเมตรหรือเพียงไม่ถึง 2 เซนติเมตร ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยวัสดุแบบแมกนีเซียม-อัลลอยที่มีทั้งความทนทานและเบาบาง ดังนั้นหากใครคิดว่ากำลังอยากได้โน้ตบุ๊คทำงานแรงๆ และไม่คิดว่าน้ำหนัก 2 กิโลกรัมจะหนักเกินไป ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV ก็คือเป็นทางเลือกที่ดีครับ

ผู้ที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มสนใจ ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV สามารถลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.asus.com/th/Laptops/ProArt-StudioBook-15-H500GV/ นะครับ

แกะกล่อง ลองใช้ของจริง

เครื่องนี้เป็นอีกเครื่องหนึ่งของ ASUS ที่เห็นได้ชัดมากว่าถูกออกแบบมาให้อยู่ในตลาดพรีเมี่ยม โดยในการแกะกล่องมาทดลองใช้งานนั้น เราก็พบว่าภายในกล่องกระดาษสีน้ำตาลที่เป็นกล่องนอกสุดแล้ว ข้างในก็ยังมีกล่องกระดาษสวยงามที่ถูกออกแบบมาสำหรับ ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV โดยเฉพาะอีกด้วย เรียกได้ว่าแค่ขั้นตอนการดึงโน้ตบุ๊คออกมายลโฉมครั้งแรก ก็ผ่านการคิดของทีมงาน ASUS หลายตลบแล้วครับ

ในสัมผัสแรกกับตัวเครื่องที่มีน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัมนี้ก็ถือว่าไม่หนักจนเกินไปสำหรับการใช้งาน และยิ่งถ้าเทียบว่าเครื่องสเป็คสูงระดับนี้แล้วก็ถือว่าไม่หนักเลย ส่วนตัววัสดุภายนอกทำมาแข็งแรงทนทานดี

พอเปิดฝาจอออกมา ก็พบว่าตัวยึดจอกับเครื่องนั้นแข็งแรงมากครับ ส่วนตัวคีย์บอร์ดที่ให้มานั้นก็จะให้สัมผัสที่ต่างจากเครื่องอื่นๆ ของ ASUS อยู่พอสมควร และมีระยะกดที่ค่อนข้างลึก ดูมีความจริงจังสำหรับใช้ในการทำงาน ส่วน Touchpad ที่ให้มาก็มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ เหมาะสำหรับจอใหญ่ๆ แบบนี้เลยครับ

ด้วยความที่เครื่องหนัก จอของเครื่องนี้จึงออกแบบมาต่างจากรุ่นอย่าง Ultrabook คือเปิดออกมาแล้วไม่ได้ใช้จอรับน้ำหนักเครื่องครับ และด้านล่างของจอก็เว้นที่เอาไว้ให้ระบายความร้อนได้ด้วย

คราวนี้พอเปิดเครื่อง สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ชัดมากตั้งแต่ตอนเข้าหน้าของ Windows 10 ก็คือความคมชัดและสีที่สดชัดเจนมากๆ ของจอ แทบไม่รู้สึกเลยว่านี่คือจอของโน้ตบุ๊คแต่เหมือนจอสำหรับงานกราฟฟิกโดยเฉพาะมากกว่า และยิ่งหลังจาก Login เข้าไปเจอกับ Background หน้าจอของเครื่อง ProArt ที่ออกแบบมาให้เห็นความเด่นของการไล่เฉดสีแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความต่างครับ

ด้วยจอที่มีสัดส่วน 16:9 นี้ก็ถือว่าเพียงพอต่อการทำงานกราฟฟิกได้ดี และโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ก็ยังให้ระบบเสียงที่ดีมากๆ มาอีกทำให้งานตัดต่อวิดีโอสามารถทำได้ดีเลยครับ

ส่วนความเร็วในการใช้งานก็ไม่ติดขัดอะไร เพราะด้วยสเป็คเครื่องระดับนี้รวมกับ SSD ที่ให้มา ทุกอย่างก็ทำงานได้รวดเร็วสวยงามตามท้องเรื่องครับ ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานดี เสียบเมาส์และคีย์บอร์ดเพิ่มก็ยังมีช่องเหลือพอให้ใช้ทำอย่างอื่นได้อีกครับ

ประเด็นหนึ่งที่ต้องทราบก่อนนำไปใช้งานจริงก็คือเครื่องนี้ Battery อยู่ได้ราวๆ 5-7 ชั่วโมงเท่านั้นครับ และอาจน้อยกว่านี้อีกถ้าใช้งานหนักๆ ดังนั้นเครื่องนี้ผมว่าก็มีจุดที่ชัดเจนมากว่าเป็นเครื่องที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทน PC ที่เน้นทำงานกราฟฟิก ที่เราจะได้เรื่องของการยกเครื่องไปใช้งานที่อื่นได้, มีจอคุณภาพสูงมาก และกินพื้นที่น้อย ทำให้พื้นที่ทำงานเราเป็นระเบียบมากขึ้น โดยมีแบตเตอรี่สำหรับใช้ยามฉุกเฉินหรือทำงานนอกสถานที่โดยไม่ชาร์จไฟได้เพียงเล็กน้อยครับ

แน่นอนว่าพอทดสอบไปได้ระยะหนึ่งก็เริ่มสังเกตได้ชัดว่าเครื่องมีการระบายความร้อนที่ค่อนข้างจะต่อเนื่อง แต่การออกแบบของ ASUS เครื่องนี้คือลมร้อนจะออกไปทางด้านหลัง, ด้านซ้ายขวาตรงบริเวณใกล้จอของเครื่องเท่านั้น ดังนั้นเวลาจะจัดพื้นที่ทำงานก็ต้องคำนึงถึงการระบายความร้อนตรงนี้ด้วย และไม่นำสิ่งที่จะกีดขวางการระบายความร้อนไปขวางทางลมครับ รวมถึงไม่เดินสาย USB หรือสาย HDMI ผ่านลมร้อนได้ก็จะดี ก็ต้องจัดสายกันนิดหน่อยครับ

โดยรวมใช้แล้วก็รู้สึกว่าค่อนข้างชอบกับความแรงของเครื่องในขนาดที่ไม่ใหญ่มาก คือถ้าต้องการใช้การ์ดจอระดับ NVIDIA RTX 2060 ในการทำงาน แต่ไม่อยากได้ Desktop ใหญ่ๆ มาใช้ ผมว่า ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV ก็ค่อนข้างจะตอบโจทย์ทีเดียวครับ แต่ถ้าอยากทำงานให้สะดวกเต็มที่ก็แนะนำว่าควรจะต้องซื้อ Keyboard, Mouse, Monitor เสริมเข้ามาเพิ่มด้วย จะทำให้เราจัดพื้นที่ทำงานได้ง่ายขึ้น และมีที่วาง ASUS ProArt StudioBook 15 H500GV แยกไปเป็นจอข้างๆ กันกับจอใหญ่ ก็จะเหมาะเลยครับ

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • สเป็คแรงมากทั้ง CPU, GPU, RAM, SSD ทำงานกราฟฟิกได้สบายๆ
  • จอสีคมชัดและตรง และมีสัดส่วน 19:10 ใช้ทำงานจริงได้เหมาะมากๆ เรียกว่าจอนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมาเลยครับ
  • ระบบเสียงดีมาก เหมาะกับงานวิดีโอที่ต้องตรวจสอบทั้งภาพและเสียงอยู่ตลอด
  • น้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ถือว่าเบามากแล้วกับสเป็คระดับนี้
  • วัสดุภายนอกสวยดี ทนทาน

ข้อเสีย

  • ปุ่ม Spacebar สั้นไปนิดหน่อย ตอนทดลองใช้ยังไม่ทันชินมือ แต่คิดว่าใช้ๆ ไปก็คงชินได้ครับ
  • ระบายความร้อน 3 ทิศทาง ทำให้จัดพื้นที่ทำงานยากนิดหน่อย ซึ่งพอลงตัวแล้วก็ไม่ต้องไปปรับอะไรอีกครับ
  • แบตเตอรี่ไม่ทนมากแต่เข้าใจได้เพราะสเป็คเครื่องแรงมาก ดังนั้นถ้าจะใช้ต้องเข้าใจในข้อจำกัดส่วนนี้ครับ

ติดต่อทีมงาน ASUS ประเทศไทย

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าของ ASUS และต้องการข้อมูลรายละเอียดต่างๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.asus.com/th/commercial/

from:https://www.techtalkthai.com/review-asus-proart-studiobook-15-h500gv/

เผยสเปก ASUS Zenfone 7 บนแอป GeekBench มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 865 SoC และ RAM 16GB

ย้อนกลับไปเดือนพฤษภาคม 2019 ทาง ASUS ได้เปิดตัว ASUS Zenfone 6 ที่มาพร้อมกล้องหมุนได้ (Flip Camera) พร้อมจอใหญ่ไร้ขอบ ไร้รอยบาก และแบตอีด 5000 mAh ล่าสุดมีข้อมูลของสมาร์ตโฟนรุ่นลึกลับปรากฎบนแอป GeekBench ซึ่งคาดว่าจะเป็น Zenfone 7 ออกมาให้เห็นกันแล้ว

ASUS Zenfone 7

สำหรับสเปกของสมาร์ตโฟน ASUS รุ่นลึกลับที่คาดว่าจะเป็น Zenfone 7 ที่ปรากฎบนแอป GeekBench ใช้รหัสรุ่นว่า asus ZF โดยใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.80GHz, ชิปเซ็ท Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM 16GB, รันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 และเป็นผลทดสอบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา

ส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 973 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 3346 คะแนน สำหรับ Multi-Core

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่ asus ZF อาจจะเปิดตัวในฐานะเกมมิ่งสมาร์ตโฟนอย่าง ASUS 7z หรือ ROG Phone 3 ซึ่งมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้ และรองรับ 5G เป็นรุ่นแรกของ ASUS

ที่มา : Gizmochina

from:https://www.mobileocta.com/alleged-asus-zenfone-7-with-16gb-ram-and-sd865-spotted-at-geekbench/

Review – ASUS ExpertBook B9 ทนเทพ ! เบาสุดในโลก 870 กรัม แบต 18 ช.ม. สเปก Core i7 / RAM 16GB / SSD 1TB

ASUS ExpertBook B9 (B9450) เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดของทาง ASUS จากที่ผ่านมาทาง ASUS ได้นำเสนอ Ultrabook ซีรีส์ ASUSPro เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีสำหรับการเป็นโน้ตบุ๊คระดับมืออาชีพ เน้นใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ล่าสุดสำหรับสายทำงานและจริงจังยิ่งกว่า ด้วย ASUS ExpertBook B9450 โน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่เบาสุด แค่ 870 กรัม จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพที่เบาที่สุดของโลก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดตลอดทั้งวัน

ดีไซน์ตัวเครื่องบางของ ASUS ExpertBook B9 (B9450) บางสุดๆ เพียง 14.8 มม. ใช้วัสดุสุดเทพอย่าง แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอยด์ที่เป็นโลหะดีที่สุดในตลาด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ซึ่งแรงลื่นรองรับทุกๆ การใช้งาน รวมไปถึงระบบความปลายภัยก็จัดเต็ม ทั้งยังผ่านการทดสอบ MIL–STD 810G US Military Standard การันตีความทนทาน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการสุดยอดโน้ตบุ๊ค 14″ ประสิทธิภาพสูงคู่ใจในการทำงานจริงจัง หรือ Commercial ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด

from:https://notebookspec.com/review-asus-expertbook-b9-b9450-model-2020-spec-core-i-gen10/525607/