คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

Review – ASUS ZenBook 14 UM433DA บางเบา 1.12 โล เครื่องเท่า A4 สเปก AMD Ryzen แรงลื่นคุ้มสุดๆ

ASUS ZenBook 14 UM433DA เป็นโน้ตบุ๊กบางเบาสเปก AMD Ryzen 3000 U Series ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊ค 2 จอสุดล้ำ ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบางเป็นมาตรฐาน จากการใช้หน้าจอแสดงผล 14″ ขอบบางแบบ NanoEdge ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน้ตบุ๊กมิติตัวเครื่องเทียบเท่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ โดยเบาสุดเพียงแค่ 1.12 กิโลกรัม ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 16.9 มิลลิเมตร โดดเด่นสุดๆ จากการที่มิติตัวเครื่องเทียบเท่ากับกระดาษ A4 เท่านั้นเอง

สเปกภายในของตัว ASUS ZenBook 14 UM433DA ที่ด้รับมารีวิวมีราคาแค่ 22,990 บาท หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูง สเปกชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 5 3500U เทคโนโลยีการผลิต 12 นาโนเมตร มาพร้อมความเร็ว 2.10 – 3.70 GHz ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด โดยมีค่าการกินไฟ TDP ที่ 15 Watt ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็นออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon VEGA 8 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ในตัว ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS

from:https://notebookspec.com/review-asus-zenbook-14-um433da/515992/

ASUS จัดเต็มโปรโมชั่น 4.4 จากหลากร้านค้ำนำทัพโดย FX505DY ค่ 15,xxx บาท

เป็นโค้งสุดท้ายของโปรโมชั่น 4.4 ของ Shopee ที่จัด Flash Sale รุ่นเด็ดจาก ASUS เพียบ จากหลากร้านค้า มีทางเกมมิ่งราคาย่อมเยาวื โน้ตบุ๊คพับได้ และโน้ตบุ๊คราคาคุ้มเหมาะแก่การซื้อไว้ Work From Home ถึงแค่ 3 ทุ่มนี้เท่านั้่น

ASUS FX505DY-AL041T ลดเหลือ 15,446 บาท

สำหรับท่านที่ต้องการโน้ตบุ๊คเล่นเกม ราคาประหยัดสุด พร้อมทำงานหนักๆได้ ในราคาเลหลังต้องตัวนี้ ขายโดยร้าน ITCity

ไปตำกันได้ที่ : >>Shope<<

Asus Notebook Gaming TUF FX505DT-AL043T ลดเหลือ 18,630 บาท

แต่ถ้างบเหลือ อยากเล่นเกมลื่นขึ้นอีก ทำงานหนักๆได้มากขึ้น Ryzen 7 3750H  + GTX 1650 ราคานี้คุ้มแล้วกับร้าน noa_onlinestore

ไปตำกันได้ที่ : >>Shope<<

ASUS VIVOBOOK FLIP 14 TP412FA-EC043T ลดเหลือ 14,950 บาท

แต่ถ้าไม่ได้เน้นเล่นเกม แต่เน้นทำงานวาดเขียน ดูหนัง หรือใช้งานจอสัมผัสขอแนะนำตัวนี้เลย พับได้มีปากการาคุ้มกับร้าน chichangcomputer

ไปตำกันได้ที่ : >>Shope<<

ASUS M570DD-DM032T ลดเหลือ 13,460 บาท

แต่ถ้าอยากได้จอใหญ่ งบไม่เยอะแต่สเปคเพียงพอสำหรับการทำงาน Work From Home ดูหนังฟังเพลง รุ่นนี้จัดว่าโดนเลย กับราคาหมื่นนิดๆเท่านั้น โดยร้าน NOTEBOOK STORE

ไปตำกันได้ที่ : >>Shope<<

from:https://notebookspec.com/asus-promotion-4-4-shopee/516108/

ASUS เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค 4 รุ่น มาพร้อม Intel Gen 10 รหัส H และการ์ดจอ NVIDIA Super คาดขายกลางเดือน เม.ย. นี้

มากันรัวๆ เลยสำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คของทางฝั่ง ASUS โดยคราวนี้มาในตระกูลของ ROG ทั้งหมด และมาพร้อมกับสเปคใหม่ที่ใช้ซีพียูเป็น Intel Comet Lake-H หรือ Intel Gen 10 รหัส H นั่นเอง ซึ่งคราวนี้เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งหมด 4 รุ่นรวดได้แก่ ROG Zephyrus Duo, Zephyrus M15Strix SCAR 17 และ Strix G15 คาดเริ่มขายกลางเดือนเมษายนนี้

1. ASUS ROG Zephyrus Duo 15


ที่สุดของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คประจำซีรีส์ ROG Zephyrus ที่คราวนี้ยัดฟีเจอร์ของเจ้าตัว ZenBook Pro Duo มาด้วย เลยกลายเป็น ROG Zephyrus Duo 15 ที่มาพร้อมกับ 2 หน้าจอ โดยจอล่างเป็นระบบสัมผัสหรือที่เรียกว่า ScreenPad Plus ความละเอียด 4K ขนาด 14.1 นิ้ว ที่สามารถยกขึ้นเพื่อปรับระดับให้ใช้งานง่ายกว่าเดิมนั่นเอง นอกจากนี้ตัวคีย์บอร์ดก็มาพร้อมกับคีย์บอร์ดไฟ RGB สุดชิคอีกด้วย




สเปค ASUS ROG Zephyrus Duo 15

  • ซีพียู : Intel Core i9-10980HK / i7-10875H
  • การ์ดจอ : NVIDIA GeForce RTX 2080 Super / RTX 2070 Super
  • แรม : 16GB DDR4 bus 3200 onboard (รองรับสูงสุด 48GB)
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB/ 1TB (รองรับต่อ RAID 0)
  • หน้าจอหลัก : 15.6 นิ้ว 4K IPS 60Hz 100% Adobe RGB/ Full HD IPS 300Hz
  • หน้าจอสอง : 14.1 นิ้ว 4K IPS 60Hz รองรับการสัมผัส
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 6, Bluetooth 5.0
  • น้ำหนัก : 2.4 กิโลกรัม

ในรูปด้านบนจะเป็นการยกตัวอย่างการใช้งานเล่นเกมร่วมกับ ScreenPad Plus ที่เราสามารถใช้จอหลักเป็นจอเล่นเกมปกติ และใช้จอสองตั้งค่าไว้ดู Stat ต่างๆ ได้ แต่อาจจะใช้ได้เฉพาะบางเกมที่รองรับเท่านั้น หรือจะเอาจอสองมาเปิดดู YouTube, Facebook หรือดูจอ Streaming ไปด้วย อันนี้ทำได้อยู่แล้วไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ

 

2. ASUS ROG Zephyrus M15


ถัดมาดู Zephyrus ซีรีส์ M กันบ้างกับเจ้า M15 ที่คราวนี้เปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมด จากฝาหลังเป็นรูปโลโก้ ROG ใหญ่ๆ ถูกย่อให้เหลือเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มุมล่างซ้ายแทน ส่วนลายฝาหลังก็ทำลวดลายใหม่เป็น dot Matrix สะท้อนแสงเป็นสีรุ้งๆ สวยงาม บอดี้ทำจากแมกนีเซียมอัลลอย ดูเป็นได้ทั้งโน้ตบุ๊คทำงานและเล่นเกมในเวลาเดียวกัน และที่สำคัญคือตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.9 กิโลกรัมเท่านั้น




สเปค ASUS ROG Zephyrus M15

  • ซีพียู : Intel Core i7-10875H / i7-10750H
  • การ์ดจอ : NVIDIA GeForce RTX 2070 Super / RTX 2060 Super
  • แรม : รองรับสูงสุด 32GB DDR4 Bus 3200
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB/ 1TB (รองรับต่อ RAID 0)
  • หน้าจอ : 15.6 นิ้ว Full HD IPS 240Hz or 144Hz
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 6, Bluetooth 5.0, มี Thunderbolt 3
  • น้ำหนัก : 1.9 กิโลกรัม

ส่วนตัวลองจับ ลองเล่นดูแล้วชอบงานประกอบรุ่นนี้มากๆ ถือว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่งานประกอบดีที่สุดรุ่นหนึ่ง ณ เวลานี้เลยทีเดียว แถมบอดี้ไซต์มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยครับ

 

3. ASUS ROG Strix SCAR 17 


คราวนี้มาซีรีส์ ROG Strix กันบ้าง โดยจะเน้นเรื่องสีสันที่ฉูดฉาด บอดี้จะมีความหนาและหนักกว่าพวกตระกูล Zephyrus อยู่พอสมควร ในรูปด้านบนจะเป็นรุ่น ROG Strix SCAR 17 สังเกตว่าโทนสีตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้จะเป็นโทนสีดำผสมชมพูเข้ม และมาพร้อมกับไฟ LED RGB ด้านล่าง โดยรุ่นจอ 17.3 นิ้วจะมีปุ่ม Numpad เพิ่มมาให้ด้วย




สเปค ASUS ROG Strix SCAR 17 

  • ซีพียู : รองรับสูงสุด Intel Core i9-10980HK
  • การ์ดจอ : รองรับสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2080 Super
  • แรม : รองรับสูงสุด 32GB bus 3200
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB/ 1TB (รองรับต่อ RAID 0)
  • หน้าจอ : 17.3 นิ้ว Full HD IPS 300Hz
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 6, Bluetooth 5.1
  • น้ำหนัก : 2.9 กิโลกรัม

พิเศษสำหรับรุ่นนี้จะมี Keystone 2 ตัวใหม่ ซ่อนไฟล์สร้าง Shadow Drive หรือตั้งค่าเฉพาะเซตปุ่มต่างๆ สำหรับเครื่องของเราโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าหากเราเอาเจ้า Keystone ออก ก็จะทำให้พาร์ติชันที่เลือกไว้นั้นถูกซ่อน ไม่สามารถเปิดดูได้นั่นเอง

 

4. ASUS ROG Strix G15


ปิดท้ายด้วยรุ่นน้องเล็กสุด ROG Strix G15 รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมสีชมพู Pink Electro Punk เอาใจสายเกมเมอร์สาวโดยเฉพาะ โดยฝาหลังยังคงดีไซน์แบบเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนปุ่ม WASD เป็นสีชมพู พร้อมไฟโลโก้ ROG และกรอบด้านข้างเป็นสีชมพูอีกด้วย เรียกได้ว่าสีสันดูฉูดฉาดไม่เหมือนใครเลยทีเดียวครับ




สเปค ASUS ROG Strix G15

  • ซีพียู : รองรับสูงสุด Intel Core i7-10875H
  • การ์ดจอ : รองรับสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2070 Super
  • แรม : รองรับสูงสุด 32GB bus 3200
  • ความจุ : SSD m.2 PCIe 512GB/ 1TB (รองรับต่อ RAID 0)
  • หน้าจอ : 15.6 นิ้ว Full HD IPS 240Hz
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 6, Bluetooth 5.0
  • น้ำหนัก : 2.39 กิโลกรัม

ส่วนตัวเมื่อเห็นรุ่นนี้ครั้งแรกก็รู้สึกสะดุดตาสุดๆ เพราะไม่เคยเห็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คค่ายไหนทำตลาดด้วยสีสันที่เป็นสีชมพูมาก่อนในรอบหลายปีมานี้ ซึ่งดูเหมือนว่าทาง ASUS จะเริ่มสนใจตลาดเกมมิ่งที่เป็นสาวๆ แล้วเหมือนกันนะครับ

เพิ่มเติมเรื่องระบบระบายความร้อน

สิ่งหนึ่งที่หลายคนน่าจะสงสัยเหมือนกันก็คือ ในเมื่อ Intel Gen 10 รหัส H ใช้สถาปัตยกรรม 14nm+++++ เหมือนเดิม แต่จะใส่ Core ใส่ Thread และเพิ่ม Clockspeed แล้วแบบนี้ความร้อนจะไม่มากขึ้นเหรอ? ซึ่งแน่นอนทาง ASUS ก็รับรู้ปัญหานี้ จึงเปลี่ยนจากการใช้ซิลิโคนในการระบายความร้อน เป็น Liquid Metal หรือโลหะเหลว ซึ่งจะใช้กับโน้ตบุ๊คในตระกูล ROG ที่ใช้ Intel Gen 10 ทั้งหมดเลยนั่นเองครับ

อย่างไรก็ตามราคาและวันวางจำหน่ายแบบเป๊ะๆ ทาง ASUS ยังไม่ได้ระบุวันออกมาชัดเจน ระบุแค่ว่าจะมาภายในกลางเดือนเมษายนนี้ ซึ่งบอกเลยครับว่าตลาดเกมมิ่งโน้ตบุ๊คช่วงนี้ดุเดือดกันจริงๆ มาทั้งรุ่นที่ใช้ AMD Ryzen 4000 และ Intel Gen 10 เล่นเปิดตัวมาชนพร้อมๆ กันแบบนี้ หลายคนน่าจะยังงงๆ เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว แนะนำว่าใครที่เล็งซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊คใหม่ตอนนี้รอกำเงินแน่นๆ ไว้ก่อน รอดูพวกรีวิวหรือผลทดสอบต่างๆ ก่อนน่าจะดีที่สุดครับ

from:https://droidsans.com/asus-rog-notebook-intel-gen-10-h/

Asus เปิดตัว ROG Zephyrus Duo 15 โน้ตบุ๊กสองจอ ซีพียู Intel Core 10th Gen รหัส H

Asus เปิดตัว ROG Zephyrus Duo 15 โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง 15.6 นิ้ว ที่มีจอสัมผัสขนาด 14.09 นิ้วเป็นจอที่สอง อยู่เหนือแถวคีย์บอร์ด ใช้ซีพียู Intel Core 10th Gen Comet Lake-H ตัวใหม่ รุ่น i7-10875H และ i9-10980HK และมีรายละเอียดสเปกดังนี้

  • ซีพียู Intel Core 10th Gen i7-10875H/i9-10980HK
  • หน้าจอหลักขนาด 15.6 นิ้ว มีสองตัวเลือก แบบ 4K UHD IPS 60 Hz รองรับมาตรฐานการแสดงผลสีแบบ Adobe 100% กับ FHD IPS 300 Hz มาตรฐานสี sRGB 100% 3 ms
  • จอสัมผัส ขนาด 14.09 UHD แบบ IPS รีเฟรชเรต 60 Hz ความละเอียด (3840 x 1100) รองรับมาตรฐานการแสดงผลสีแบบ NTSC 72%
  • การ์ดจอ RTX 2070 Super/RTX 2080 Super
  • แรม 16 GB DDR4 3200Hz ออนบอร์ด พร้อมช่องเสียบ SODIMM 1 ช่อง ใส่เพิ่มได้อีก 32 GB รวมเป็น 48 GB
  • รองรับ WiFi 6 (802.11ax), Bluetooth 5.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.2 Gen 2 Type-C 1x, DisplayPort 1.4 1x, USB 3.2 Gen 1 Type-A 2x (ด้านขวา) USB 3.2 Gen 2 Type-A 1x (หลังเครื่อง) HDMI (รองรับ HDMI 2.0b) 1x รูหูฟังและไมค์แยกกัน ขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต LAN 1x

ROG Zephyrus Duo 15 วางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนราคาต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา ROG

No DescriptionNo DescriptionNo Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115617

Review | รีวิว ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสเปค AMD Ryzen 7 4800HS รุ่นแรกของไทย

หลังจากที่รอคอยมานานแสนนาน… ในที่สุดทีมงานก็ได้จับตัวเครื่องจริงมารีวิวสักทีกับ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU ที่ใช้สเปคเป็น AMD Ryzen 7 4800HS สถาปัตยกรรมขนาด 7nm ที่มีจำนวนคอร์ถึง 8 Core/16 Thread แรงสุดๆ โดยเจ้าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คตัวนี้จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ 1 เม.ย. 63 นี้ เป็นต้นไป ในราคา 39,990 บาท ส่วนรีวิวและผลการทดสอบจะเป็นไงบ้างไปดูกันเลยครับ

สามารถเข้าไปดูเป็นคลิปได้จากช่อง Comcraft เลยนะครับ และถ้ายังไม่ได้กด Subscribe ก็ฝากกดกันด้วยนะครับ

สเปคเบื้องต้น ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800HS
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1660Ti Max-Q
  • Ram : 16GB DDR4 bus 3200
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512GB
  • Display : ขนาด 15.6 นิ้ว Full HD IPS 144Hz Adaptive Sync
  • Network : Wi-Fi 6 802.11ax / Bluetooth 5.0
  • Weight : 2.1 kg
  • Warranty : 2 ปีแบบ Global (1 ปีแรกเป็นแบบ Perfect Warranty)

ดีไซน์ตัวเครื่อง

สำหรับดีไซน์ตัวเครื่องขึ้นชื่อว่าเป็น ROG Zephyrus แน่นอนว่างานประกอบและวัสดุย่อมไม่ธรรมดาดูแล้ว ด้วยบอดี้วัสดุเป็นโลหะสีดำตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความรู้สึกดุดัน เคร่งขรึมตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คมาดเข้ม การเก็บขอบเก็บมุมก็สามารถทำได้ดีเนียนกริ๊บ ดูแล้วเป็นโน้ตบุ๊คที่งานดีไซน์ดูราคาแพงเหมือนกัน

ฝาหลังตัวเครื่องก็จะเป็นลวดลายเส้นแนวทแยง พร้อมกับลายปัดเสี้ยนสลับไปมา ส่วนโลโก้ ROG จะอยู่ที่ด้านฝั่งขวาตามปกติ ไม่มีไฟ ซึ่งตัวฝาหลังจะตัดกรอบด้านล่างไปทรง V-Sharp เว้นไว้แสดงไฟสถานะของตัวเครื่อง


แกนฝาพับตัวเครื่องจะเป็นแบบสองแกนซ้ายขวา ทดลองเปิดปิดก็ทำงานได้ดีแข็งแรง สามารถกางหน้าจอได้ประมาณ 130 องศา ส่วนช่องระบายความร้อนตัวเครื่องจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 จุดคือ ด้านหลัง 2 จุด และด้านขวาอีก 1 จุด

ทางด้านหน้าตัวเครื่องจะเห็นได้ว่าบอดี้มีการเซาะร่องตรงกลางไว้อยู่ไว้สำหรับเปิด-ปิดพับฝาเครื่องมือเดียวได้สะดวก ซึ่งบาลานซ์ตัวเครื่องทำได้ดีมากๆ เช่นกันครับ

เลเอาท์การวางคีย์บอร์ดจะเป็นแบบปุ่มตามมาตรฐานปกติ มีไฟ Backlid สีขาวปรับได้ 3 ระดับ ไม่มี Numpad การพิมพ์หรือกดปุ่มสัมผัสอาจจะไม่ได้นุ่มมือเท่าไรนัก จะติดแข็งๆ นิดหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าโอเคใช้งานไม่ได้ติดขัดอะไร ตัวขนาดปุ่มต่างๆ ก็ให้มาขนาดค่อนข้างใหญ่ รับรองว่าไม่มีลั่นกดผิดปุ่มแน่นอน นอกจากนี้ตัวแป้นคีย์บอร์ดยังปุ่ม เพิ่มเสียง-ลดเสียง-ปิดไมค์-เปิดโปรแกรม Armoury Crate แยกออกมาให้ด้านบนอีกด้วย

โดยรวมแล้วเรื่องการดีไซน์ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU รุ่นนี้แทบจะเหมือนกับตัวเก่าที่เป็น GA502DU แบบเป๊ะๆ เลย คือเปลี่ยนแค่โลโก้รุ่นเก่าจะมีไฟสีแดง รุ่นใหม่จะไม่มีไฟเท่านั้น แต่ส่วนตัวก็ถือว่าดีไซน์นี้ก็ยังสวยร่วมสมัยไม่ได้ดูเชยหรือดูเก่าเลย

พอร์ตเชื่อมต่อ


สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดของ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU จะถูกอัปเกรดขึ้นกว่าเดิมโดยทางขวามือตัวเครื่องจะมี USB 3.2 Type A จำนวน 2 พอร์ต และ Kensington lock ส่วนทางด้านซ้ายตัวเครื่องซ้ายก็จะมี รูเสียบสายชาร์จ, Lan, HDMI 2.0b, USB 3.2 Type A, USB Type C ที่รองรับทั้ง PD + DP และรูเสียบหูฟัง Headset 3.5 mm อีกหนึ่งช่อง เรียกได้ว่าให้มาครบทุกความต้องการเลยทีเดียวครับ

  • PD = Power Delivery คือ สามารถชาร์จเข้าเครื่องผ่านหัวชาร์จ PD ขนาด 65W ขึ้นไป
  • DP = Display Port คือ สามารถต่อจอแยกได้ผ่านสาย USB Type C

ทดสอบการใช้งาน

แน่นอนด้วยตัวเครื่องที่ออกแบบมาเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คความแรงย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน พร้อมซีพียู AMD Ryzen 7 4800HS ที่ถ้าเพื่อนๆ จำกันได้ก่อนหน้านี้มีคะแนนหลุดมาจากหลายสำนักว่าซีพียูรุ่นนี้มันแรงมากๆ เทียบเท่ากับซีพียูบน Desktop PC เลยทีเดียว เพราะด้วยขนาดสถาปัตยกรรมที่เล็กเพียง 7nm ทำให้สามารถจำนวนคอร์ เพิ่มความแรง หรืออะไรต่างๆ ได้มากขึ้นนั่นเอง

ก่อนอื่นดูมาดูสเปคซีพียูและการ์ดจอกันแบบละเอียดสักหน่อย เริ่มจากซีพียู AMD Ryzen 7 4800HS โดยตัว H แน่นอนย่อมมากจาก High Performace และ S ย่อมาจาก Special ขนาด 7nm ความเร็ว 2.9-4.2 GHz มีจำนวนคอร์ 8 Core/16 Thread และมี L3 Cache ขนาดใหญ่ถึง 12MB ส่วนการ์ดจอเลือกใช้ NVIDIA GeForce GTX 1660Ti Max-Q ที่มีขนาด 6GB GDDR6 แน่นอนย่อมสามารถเล่นได้ลื่นๆ ทุกเกมบนความละเอียด Full HD ส่วน Ram ให้มา 16GB (8+8) DDR4 bus 3200 สุดแรง

**หมายเหตุ ตัวโปรแกรยังไม่รู้จัก Ryzen 7 4800HS เลยแสดงผลเป็น 4800H แทน

ทดสอบความเร็วของ SSD m.2 PCIe บนเครื่องได้ค่า Read อยู่ที่ 1754.13 MB/s และ Write อยู่ที่ 968.94 MB/s ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ไม่ได้เร็วมาก ที่น่าสนใจคือใช้ SSD m.2 เป็นของยี่ห้อ Intel อีกด้วย

ถัดมาทดสอบซีพียูด้วยโปรแกรม Cinebench R20 กันบ้าง เปรียบเทียบ Ryzen 7 4800HS กับรุ่นอื่นๆ สรุปแล้วได้ดังนี้ (บอกเลยว่าแรงของจริง)

  • Ryzen 7 4800HS ได้ 3864 คะแนน
  • Ryzen 7 3750H ได้ 1492 คะแนน (R7 4800HS แรงกว่า ~159% )
  • i7-9750H ได้ 2512 คะแนน (R7 4800HS แรงกว่า ~54%)
  • i9-9980HK ได้ 3643 คะแนน (R7 4800HS แรงกว่า ~6% )

คราวนี้มาดูผลทดสอบในการเล่นเกมกันบ้าง โดยทีมงานเปิด Turbo Mode บนโปรแกรม Armory Crate การตั้งค่าแต่ละเกมใช้ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD ปรับกราฟิกพื้นฐานสุดทุกอย่าง ผลเป็นดังนี้

  • PUBG :  เฉลี่ย 80FPS / ต่ำสุด 59FPS / สูงสุด 100FPS
  • DOTA 2 : เฉลี่ย 90FPS / ต่ำสุด 51FPS / สูงสุด 146FPS
  • GTA V : เฉลี่ย 118FPS / ต่ำสุด 84FPS / สูงสุด 165FPS
  • COD Warzone : เฉลี่ย 85FPS / ต่ำสุด 70FPS / สูงสุด 110FPS

โดยการแสดงของจอ 144Hz Adaptive Sync เวลาเล่นเกม สามารถใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ ทดลองสะบัดเมาส์รัวๆ ภาพก็แทบจะไม่มีอาการฉีกขาดให้เห็นเลย ส่วนเรื่องลำโพงอันก็รู้สึกได้เลยว่าเป็นลำโพงคุณภาพสูง มีเสียงเบสนุ่มลึกกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เพราะมีเทคโนโลยี Smart Amp ให้เสียงคุณภาพระดับ Hires-Audio นั่นเอง

หลังจากทดสอบเล่นเกมหนักๆ ไปแล้วมาดูที่อุณหภูมิตัวเครื่อง สังเกตว่าบน HWMonitor จะมองไม่เห็นซีพียู Ryzen 7 4800HS ต้องรออัปเดตเวอร์ชันใหม่อีกที ส่วนอุณหภูมิการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660Ti Max-Q สูงสุดอยู่ที่ 85 องศา ด้วยกันครับถือว่าปกติธรรมดา

ส่วนอุณหภูมิซีพียู ทีมงานจะดูจากตัวโปรแกรม Armory Crate ที่ติดมากับเครื่อง ซึ่งได้อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 95 องศาเมื่อเบิร์นเทสแบบบังคับให้ใช้ซีพียู 100% แต่หากใช้งานเล่นเกมทั่วไปจะวิ่งอยู่ที่ราวๆ 80-85 องศาครับ

สำหรับการใช้งานแบตเตอรี่ทีมงานทดสอบด้วยการเปิดดู YouTube ปรับแสงหน้าจอราว 30% เป็นเวลา 20 นาที โดยตัวโปรแกรมระบุว่าสามารถใช้งานได้นานสูงสุดเกือบ 4 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าแอบใช้งานได้น้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในสมัยนี้

อะแดปเตอร์ตัวเครื่องที่ให้มาในกล่องขนาดค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั่วไป โดยจ่ายไฟสูงสุดอยู่ที่ 180W ด้วยกัน

ปิดท้ายด้วยการทดสอบหน้าจอ โดยใช้ตัว Spyder X Pro ในการทดสอบคาลิเบรทสี ผลคือเจ้า ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU มีขอบเขตสีหน้าจออยู่ที่ 63% sRGB ครับ

การแกะอัปเกรด

การแกะฝาเคสด้านใต้ตัวเครื่องเพื่อทำการอัปเกรดอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับรุ่นนี้ถือว่าทำได้ง่ายกว่าหลายๆ รุ่นอยู่พอสมควร เพียงแค่ใช้ไขควง 4 แฉกอันเดียวก็พอ ไม่ต้องใช้บัตรแข็ง เพราะตัวน็อตมุมขวาล่างสุด หากเราไขออกมาตัวฝาเครื่องจะยกขึ้นให้เลย โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตรแข็งรูด(ดูได้จากรูปด้านล่าง) แต่ตอนแกะฝาออกต้องค่อยๆ ทำนิดหนึ่งระวังเกลียวล็อคหัก




ภายในตัวเครื่องจะเห็นเมนบอร์ดสีแดงสุดจี๊ด พร้อมกับพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว ฮีทไปป์ 4 เส้น  การอัปเกรดสามารถใส่ SSD m.2 PCIe ได้อีก 1 ช่อง ส่วน Ram จะเป็นแบบฝังบอร์ดมาแล้ว 8GB ถอดเปลี่ยนได้เองอีก 1 ช่องด้วยกัน และตัวเครื่องไม่สามารถใส่ SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มได้

สรุป


ในภาพรวมแล้วสำหรับ ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU ที่เปิดมาประเดิมตัวแรกของไทยถือว่าประทับมาก โดยเฉพาะเรื่องของซีพียูที่เป็น AMD Ryzen 7 4800HS ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดมากๆ ความแรงเทียบรุ่นเก่าแรงเกิน 100% ซึ่งเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะทำให้ใครหลายคนต้องหันกลับมามองโน้ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู AMD เสียใหม่หมด

รวมถึงการใช้งานควบคู่กับการ์ดจอค่ายเขียวอย่าง NVIDIA GTX 1660Ti Max-Q ก็ถือว่าตอบโจทย์ใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร แถมได้จอ 144Hz เล่นทุกเกมได้ลื่นๆ ภาพไม่มีฉีกขาดอยู่แล้วบนความละเอียด Full HD ส่วนงานประกอบบอดี้ดีไซน์แม้ว่าจะดีไซน์ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าซีรีส์ ROG Zephyrus จะมีความพิถีพิถันมากกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างรู้สึกได้ ซึ่งรวมถึงการแกะอัปเกรดเครื่องด้วย

อย่างไรก็ตาม ASUS ROG Zephyrus G15 GA502IU ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่บ้างคือเรื่องขอบเขตสีหน้าจอที่ตัวเครื่องมีค่า sRGB อยู่ที่ 63% กับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ราว 4 ชั่วโมงซึ่งส่วนตัวถือว่าใช้งานได้น้อยไปหน่อยน่าจะได้สัก 6-8 ชั่วโมงขึ้นไปกำลังดี แต่ถ้ามองในเรื่องของความคุ้มเทียบกับสเปคความแรงที่ได้ในงบ 40,000 บาท อันนี้ก็บอกตามตรงเลยว่าเจ้า GA502IU รุ่นนี้ก็ถือเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ให้สเปคมาคุ้มมาก และแรงเป็นอันดับต้นๆ ของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คช่วงราคานี้เลยครับ

ข้อดี

  • ได้ซีพียู AMD Ryzen 7 4800HS ที่แรงขึ้นกว่าเดิมมาก รวมถึงแรงกว่า i9-9980HK อีกด้วย
  • บอดี้โลหะ งานประกอบทำได้เนี้ยบ หรูหรา สมกับเป็นซีรีส์ ROG Zephyrus
  • Ram ตัวเครื่องให้มา 16GB DDR4 พร้อม Bus สูงถึง 3200
  • หน้าจอ 15.6 นิ้วขอบบาง Full HD IPS 144Hz แสดงผลแบบ Adaptive Sync
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6
  • พอร์ต USB Type C เป็นแบบ DP + PD ต่อจอแยก ชาร์จไฟได้ (65W ขึ้นไป)
  • ปุ่มคีย์บอร์ดมีปุ่ม เพิ่มเสียง-ลดเสียง-ปิดไมค์-ROG แยกออกมาชัดเจนใช้งานง่าย
  • ตัวซอฟต์แวร์ Armory Crate สามารถปรับแต่งใช้งานได้จริง บูส Clock การ์ดจอแรงขึ้นได้
  • เสียงลำโพงนุ่มลึก เสียงดังฟังชัด รองรับระบบเสียง Hires-Audio

ข้อสังเกต

  • ขอบเขตสีหน้าจออยู่ที่ 63% sRGB
  • แบตเตอรี่ใช้งานจริง ได้นานสูงสุดราว 4 ชั่วโมง
  • ไม่มีกล้อง Webcam
  • Ram เป็นแบบฝั่งบอร์ด 8GB ถอดเปลี่ยนอัปเกรดได้ 1 ช่อง

from:https://droidsans.com/review-asus-rog-zephyrus-g15-ga502iu/

Preview – ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ที่สุดของนวัตกรรม Gaming Notebook สองหน้าจอ สเปก Core i9-10980HK + RTX 2080 Super

ปฏิวัติวงการ Gaming Notebook อีกครั้ง สำหรับการมาของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ซึ่งจัดว่าเป็นรุ่นพี่ใหม่สุดล้ำที่สุดของตระกูล ROG โดดเด่นด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i9-10980HK และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Super พร้อมจัดเต็มด้วยฟีเจอร์มากมาย แต่ที่เป็นจุดเด่นที่สุดก็คือนวัตกรรมหน้าจอที่สอง ROG ScreenPad Plus ที่ถูกยกมาจาก ASUS ZenBook Pro Duo UX581 ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการเล่นเกมและทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบ มีความพิเศษที่เมื่อกางหน้าจอหลักขึ้นมา จอที่สองก็ยกตัวให้สูงยิ่งขึ้นทำให้ได้มุมมองใช้งานลงที่สุด

ซึ่งล่าสุดแอดมินโป้งได้ไปร่วมงานเปิดตัวลับๆ ที่ทาง ASUS ประเทศไทยจัดขึ้น กับรอบ Sneak Peek ที่มีการนำเสนอ Gaming Notebook รุ่นใหม่ๆ ปี 2020 อย่าง ASUS ROG Zephyrus Duo 15 และรุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ASUS ROG Strix 15,17 / ASUS ROG Scar 15, 17 /ASUS ROG Zephyrus G15, M15, S15, S17 ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการอัพเดทสเปกและฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงได้ปรับดีไซน์การออกแบบไปในตัว ส่งผลให้ใครจะซื้อ Gaming Notebook รุ่นล่าสุด ตอนนี้ก็ใกล้มากๆ แล้วก็จะเปิดสเปกและราคาขายจริงอย่างเป็นทางการ

  

สำหรับบทความนี้เราจะมาทำการพรีวิว ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ที่เป็นตัวท็อปกันก่อน ที่ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจสุดๆ เพราะเป็น Gaming Notebook ทรงใหม่รุ่นใหม่ที่ไม่เคยมาก่อนใน ASUS จากการที่ผสานนวัตกรรมจาก ASUS ZenBook Pro Duo UX581 ซึ่งเป็น Notebook สายทำงานระดับมืออาชีพ กับ ASUS ROG Zephyrus Series ที่เป็น Notebook เล่นเกมสายจริงจังตัวจริง ที่ทุกๆ คนยอมรับและรู้จักกันเป็นอย่างดี ที่จะมีรายละเอียดของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 อย่างไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

  

ASUS ROG Zephyrus Duo 15 เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ ระดับสูง 4K sRGB 100% (หรือ Full HD 300Hz) + หน้าจอที่สอง ROG ScreenPad Plus โดยทำงานร่วมกันอย่างลงตัวสุดๆ นอกจากนี้ยังได้เรื่องของระบบระบายความร้อน AAS Plus amplifies airflow ที่ให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้นกว่า 30% อีกทั้งทั้งทำงานร่วมกับซิลิโคนนำความร้อนขั้นเทพอย่าง Liquid Metal จากทาง Thermal Grizzly ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการความร้อน ที่ก่อนหน้านี้เคยใชใน ASUS ROG Mothership GZ700 ไปแล้ว ในส่วนของไฟ RGB คีย์บอร์ด, ระบบเสียง, และการเชื่อมต่ออื่นๆ ก็จัดเต็มที่สุด สมกับเป็นหนึ่งในที่สุดของ Gaming Notebook ปี 2020 จริงๆ

  

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ดูเป็น Gaming Notebook ที่ได้รับ DNA จาก ASUS ROG มาอย่างเต็มเปี่ยม โดยมีน้ำหนักเบาทเพียง 2.4 กิโลกรัม และเนื่องด้วยมีขอบจอที่ค่อนข้างบาง ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพาสะดวกสบาย แม้จะไม่ได้เบาที่สุดๆ แต่ได้ฟีเจอร์จัดเต็มแบบไร้คู่แข่ง เพราะในตลาดตอนนี้แนวคิดหน้าจอที่สองขนาดใหญ่โตระดับ 14.1″ แบบนี้มีเพียง ASUS เท่านั้น ได้ความละเอียดเป็น 3840 x 1100 พิกเซล พาเนล IPS เกรดสูง รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วและปากกา แบบนี้มีเพียง ASUS เท่านั้น

ซึ่งการออกแบบออกมาได้ดูทันสมัยและเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของมุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบมุมเป็นเหลี่ยม มิติโดยรวมเป็นแบบสี่เหลี่ยมตัดขอบสวยงามให้ผิวสัมผัสที่ดีอารมณ์ซีรีส์ StudioBook ลักษณะสีเงินพร้อมสลับด้วยสีดำลงไปที่ไม่เหมือนใคร ส่วนวัสดุงานประกอบจะเป็นอลูมิเนียมเกรดสูงทั้งหมด สำหรับตำแหน่งของคีย์บอร์ดที่แตกต่างจากโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน จากการที่เลื่อนชุดแป้นคีย์บอร์ดมาไว้ด้านล่างสุด และขยับในส่วนของทัชแพดออกไปด้านข้าง จากการที่ด้านบนเหนือคีย์บอร์ดได้มีการติดตั้ง ROG ScreenPad Plus เอาไว้นั่นเอง

ตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องวัสดุจะเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งโลหะเกรดนี้มีความแข็งแรงมากกว่าโลหะอัลลอยธรรมดาแสดงถึงความเอาใจใส่ในรายละเอียดของการดีไซน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และใต้ตัวเครื่อง ทำให้มีทั้งความแข็งแรในด้านดีไซน์ฝาหลังใช้ลวดลายเป็นแนวทะแยงแบ่งครึ่งพร้อมโลโก้ ASUS ROG ติดตั้งไปทางด้านขวา รวมถึงแกนพับหน้าจอขนาดใหญ่ดูแข็งแรงทนทานสุดๆ เลยทีเดียว พร้อมเว้นช่อง V-Shaped ทำให้ไม่บังช่องระบายความร้อนด้านหลัง

  

หน้าจอ ROG ScreenPad Plus ของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 เป็นพาเนล IPS แบบด้าน รองรับการทัชสกรีน บนความคมชัดระดับ 4K ที่ 3840 x 1100 พิกเซล  อันเป็นเอกลักษณ์ของ ASUS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินและใช้งานจอภาพทั้งสองบนโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องได้อย่างเต็มความสามารถ หน้าจอสัมผัสขนาดอัตราส่วน 32:9 เหนือคีย์บอร์ดเพิ่มเนื้อที่การทำงานของจอภาพ ในขณะที่ยังคงรูปแบบโน้ตบุ๊ก โดยหน้าจอ ROG ScreenPad Plus จะเอียงขึ้นมา 13 องศาเอง เมื่อเราเปิดฝาหน้าจอหลักขึ้นมา

โดยสามารถใช้งานจอ ScreenPad Plus ได้เสมือนเป็นจอแสดงผลที่สองของ Windows 10 ใช้แสดงภาพ หรือใช้ฟังก์ชั่นต่างๆที่ออกแบบมาเพื่อช่วยประหยัดเวลาผู้ใช้ด้วยซอฟท์แวร์ ScreenXpert ซึ่งช่วยให้การใช้งานหลายๆหน้าต่างและแอพลิเคชั่นเป็นเรื่องง่าย รวมถึงปุ่มลัดคอนโทรลอย่าง App Switcher, ViewMax และ App Navigator ที่สามารถใช้งานโต้ตอบข้ามหน้าจอระหว่างหน้าจอหลัก และ ScreenPad Plus ผู้ใช้สามารถเริ่มโหมดการทำงานเปิดโปรแกรมหลายโปรแกรมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว

  

นอกจากนี้ยังสามารถลากแอพพลิเคชั่น, แถบเครื่องมือ หรือเมนูไปยังจอ ScreenPad Plus เพื่อลดความยุ่งเหยิงของหน้าจอหลัก และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น กลุ่มครีเอเตอร์สามารถเชื่อมต่อเครื่องมือในการทำงาน เช่น ตัวอย่างวีดีโอ. การควบคุมไทม์ไลน์, รหัสวินโดวส์ หรือพาแนลเสียงเข้ากับ ROG ScreenPad Plus เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างลื่นไหลมากที่สุด และเมื่อใช้งานแอพลิเคชั่นทางด้านโซเชียลบน ROG ScreenPad Plus ก็ยังช่วยให้สามารถติดตามข่าวสารและตอบข้อความได้ทันทีในขณะทำงานโดยไม่จำเป็นต้องสลับหน้าต่างไปมา

  

เมื่อมีจอที่สองเกินขึ้น สำหรับ ASUS ROG Zephyrus Duo 15 ก็ได้มีการวางตำแหน่งของคีย์บอร์ดที่แตกต่างจากโน้ตบุ๊ครุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน จากการที่เลื่อนชุดแป้นคีย์บอร์ดมาไว้ด้านล่างสุด และขยับในส่วนของทัชแพดออกไปด้านข้าง ทำให้บริเวณด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีพื้นที่ไว้ติดตั้ง ROG ScreeenPad Plus ซึ่งจริงๆ นั้นทาง ASUS ได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบจัดเต็มเอาไว้ด้วยด้านล่าง โดยมีช่องขนาดใหญ่ทำหน้าที่ดูดลมเย็นลงไปให้ผ่านทางฮีต์ไปป์ เรียกได้ว่างานประณีตละเอียดดีจริงๆ

โดยแป้นพิมพ์ของ ASUS ROG Zephyrus Duo 15การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ เป็นแบบ Chiclet มีระยะยุบ 1.4 มิลลิเมตร พร้อมความโค้งของปุ่มรับเข้ากับนิ้ว ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น สัมผัสนุ่ม มีระยะห่างของปุ่มกำลังพอดี แน่นอนว่ามี พร้อมไฟ RGB จัดเต็ม และเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้งด้วย

ดีไซน์ทัชแพดแบบ NumberPad นั้นก็ใช้เป็นแบบซ่อนปุ่มคลิก โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก นอกเหนือจากนั้นทัชแพดยังสามารถเปลี่ยนไปใช้งานในรูปแบบของปุ่ม NumPad ได้ ซึ่งตรงจุดนี้นั้นถือว่า ASUS สามารถที่จะใช้พื้นที่ได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด

  

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียง ESS + Hi-Res Audio พร้อมด้วย Smart AMP ให้ที่เสียงที่ดีมากทั้งความดังและคุณภาพ ผ่านตัวซอฟต์แวร์ Nahimic Sonic Studio ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า พูดเลยว่ามีโน้ตบุ๊คเพียงไม่กี่รุ่นที่ทำเสียงออกมาดีได้ขนาดนี้  ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น 2 ตัว ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด

  

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus Duo 15 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และพอร์ต Thunderbolt 3 อีก 1 พอร์ต รองรับการ DisplayPort 1.4 และ USB PD ในตัว พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ แยกออกจากกันขนาด 3.5 มิลลิเมตร อย่างละช่อง, HDMI และช่องเสียบอแดปเตอร์ ปิดท้ายด้วย LAN RJ45 ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น

ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า ASUS ROG Zephyrus Duo 15 มีน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วตัวอื่นๆ ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่สูงเหมือนกันถือว่าหนักและหนากว่าเล็กน้อย ที่รับได้อยู่จากฟีเจอร์ล้ำๆ มากมาย แต่ก็โดดเด่นกว่าก็คือมิติตัวเครื่องเล็กลงมาก อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในเรื่องการพกพาไปไหนมาไหน ก็พอที่จะใส่กระเป๋าและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ไม่ยากเย็นอะไร สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ก็จะเป็นเรื่องของมาตรฐานแรมจะได้เป็น DDR4 Bus 3200MHz ตามสเปกของ Core i Gen 10 H ส่วน SSD M.2 NVMe ก็จัดเต็ม !!!

ไว้ยังไงเราคงได้มีโอกาสรีวิว ASUS ROG Zephyrus Duo 15 กันอีกครั้ง บอกได้เลยว่าเป็น Gaming Notebook อีกตัวที่น่าตื่นเต้นจริงๆ ไม่ใช่แต่ได้สเปกใหม่ล่าสุดที่เป็น Intel Core i Gen 10 H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX Super เท่านั้น แต่ทาง ASUS ยังยัดฟีเจอร์ล้ำๆ มากมายทั้งเรื่องระบบระบายความร้อน การแสดงผลหน้าจอที่สองและอื่นๆ เยอะแยะไปหมด ในส่วนของราคาคาดการณ์สำหรับสเปกท็อปสุดน่าจะมีมากกว่า 100,000 บาทแน่นอน ส่วนถ้าเป็นสเปกรองลงมาหน่อย น่าจะอยู่เกือบๆ 100,000 บาทนะครับ ไว้รอติดตามสเปกและราคาขายจริงกันอีกทีก็แล้วกัน น่าจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมกันช่วงเดือนเมษายนต่อนี้แหละ

from:https://notebookspec.com/preview-asus-rog-zephyrus-duo-15/515706/

Review – ASUS ROG ZEPHYRUS G15 (GA502IU) : Ryzen 7 4800HS + GTX 1660 Ti Max-Q แรงลื่นล้ำกว่าที่เคยมีมา

ASUS ROG Zephyrus G15 (GA502IU) เป็น Gaming Notebook รุ่นแรกของไทยพร้อมขายก่อนใคร สเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 H Series อย่าง Ryzen 7 4800HS ตัวแรงประสิทธิภาพสูงแต่ร้อนน้อยกว่ารุ่น Ryzen 7 4800H เน้นใช้ใน Gaming Notebook บางเบา ส่วนการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q จัดเต็มเรื่องของการทำงานและการเล่นเกมเช่นเดิม จากการที่เป็นโน้ตบุ๊คระดับบนของ ASUS สาย Gaming ตระกูล ROG Zephyrus Series ที่เน้นความพรีเมียม การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ แบตยาวนานสูงสุดกว่า 10 ชั่วโมง ทำงานก็ดีเยี่ยมเล่นเกมก็ได้ดีกว่าเดิมมากๆ

รุ่นนี้ที่เรานำมารีวิวจะเป็น ASUS ROG Zephyrus G15 (GA502IU) รุ่นราคาอยู่ที่ 39,990 บาท (ขณะนี้มีรุ่นเดียวสเปกเดียว) ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz ที่ดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อน จากกมาตรฐานใหม่ที่มาพร้อม Ryzen 4000 อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ได้หน้าจอคุณภาพดีเยี่ยม พาเนล IPS ได้ Refresh Rate ที่ 144Hz พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้ได้ทันที ที่สำคัญประกันก็เป็น 2 ปีตามาตรฐาน ASUS ที่สามารถเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้ และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย นับได้ว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว

from:https://notebookspec.com/review-asus-rog-zephyrus-g15-ga502iu-ryzen-7-4800hs-gtx-1660-ti-max-q/515336/