คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

ASUS ส่งไลน์อัพโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปพีซี 12th Gen Intel Core Processor เปิดตัวในไทย ชู Zenbook และ Vivobook ดีไซน์ใหม่ มาพร้อมนวัตกรรมและฟีเจอร์อัดแน่นตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

เอซุส (ประเทศไทย) เดินหน้าเปิดตัวโน้ตบุ๊กและเดสก์ท๊อปพีซีครบไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมวางจำหน่ายโน้ตบุ๊กไลน์อัพใหม่แห่งปี 2022 จากงาน The Pinnacle of Performance ชูโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุด 12th Gen Intel Core ที่จะช่วยให้การทำงานลื่นไหลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นำโดย Zenbook 14 OLED (UX3402) โน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้ว พร้อมดีไซน์ใหม่ โดดเด่นในสี Ponder Blue,  Zenbook Pro Duo 15 OLED (UX582ZM) โน้ตบุ๊กสายครีเอเตอร์ความละเอียด 4K ที่มาพร้อมหน้าจอที่สอง ScreenPad Plus, Zenbook 14 Flip OLED (UP5401ZA) โน้ตบุ๊กพรีเมียมขนาด 14 นิ้ว พับจอได้ 360 องศา สำหรับการทำงานหลากหลายฟังก์ชั่น, โน้ตบุ๊กตระกูล Vivobook S series ที่เน้นความบางเบา พกพาง่าย ได้แก่ Vivobook S 14X OLED (S5402) ขนาด 14.5 นิ้ว 

และ Vivobook S 15 OLED (K3502) ขนาด 15.6 นิ้ว เอาใจวัยรุ่นด้วยตัวเลือกสีหลากหลาย พร้อมดีไซน์ใหม่ และโน้ตบุ๊กขวัญใจนักเรียน นักศึกษาอย่าง  Vivobook 15X OLED (X1503) พร้อมด้วย Vivobook 14 (X1402) นอกจากนี้ยังเปิดตัว ASUS S500 ดีไซน์เพรียวบาง ขนาดกะทัดรัดเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหาเครื่องเดสก์ท๊อปพีซีสำหรับการใช้งาน

ASUS Zenbook 14 OLED (UX3402)

ASUS

Zenbook 14 OLED (UX3402) นำเสนอดีไซน์ใหม่บริเวณฝาหลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบ ‘คินสึงิ’(Kintsugi) ให้ความหรูหรา ทั้งคงความเรียบง่ายตามคอนเซ็ปต์เซน ‘Modern Zen’ มาพร้อมหน้าจอ OLED อัตราส่วน 16:10 2.8K ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว สี Ponder Blue ใหม่ให้ความหรูหรา พรีเมียม โดดเด่นเรื่องการพกพาด้วยน้ำหนักเครื่องเพียง 1.39 KG ตัวเครื่องบาง 16.9 mm 

พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 75Wh พร้อมระบบ fast charge สำหรับการใช้งานตลอดวัน นอกจากนี้ยังสามารถกางหน้าจอได้ถึง 180 องศา วางราบไปกับโต๊ะได้อย่างสะดวก เหมาะกับการใช้พรีเซ้นท์งาน มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยสแกนลายนิ้วมือสำหรับการล๊อคอินเข้าเครื่องบนปุ่ม power

Zenbook 14 OLED (UX3402) มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด 12th Gen Intel Core i7 ผ่านมาตรฐาน Intel EVO platform ตอบสนองได้เร็วขึ้น สามารถใช้งานหลายโปรแกรมพร้อมกัน หรือโปรแกรมหนักหน่วงได้อย่างไม่สะดุด, การ์ดจอ Intel® Iris Xᵉ, RAM ขนาด 16 GB พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลความจุสูงสุด 1 TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0

ASUS Zenbook Pro Duo 15 OLED (UX582ZM)

โน้ตบุ๊กความละเอียด 4K UHD OLED ขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมหน้าจอที่สอง หรือ ASUS ScreenPad™ Plus โฉมใหม่ขนาด 14 นิ้ว ที่ยกหน้าจอขึ้น และเทคโนโลยี Active Aerodynamic System Plus (AAS Plus) เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและลดปัญหาแสงสะท้อนได้ดียิ่งขึ้น 

พร้อมการอัปเกรดโปรเซสเซอร์ใหม่ ทรงพลังด้วยโปรเซสเซอร์ระดับท๊อป 12th Gen Intel H-Series Core i9, การ์ดจอ NVIDIA® GeForce® RTX™ 3060, RAM ขนาด 32 GB เพื่อการทำงานที่คล่องตัวและราบรื่นระหว่างสองหน้าจอ พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลความจุ 1 TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็ว

ASUS Zenbook 14 Flip OLED (UP5401ZA)

ASUS Zenbook 14 Flip OLED (UP5401ZA) รุ่นอัปเดทใหม่ปี 2022 นี้มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด 12th Gen Intel Core i7, การ์ดจอ Intel® Iris Xᵉ, RAM ขนาด 16 GB พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลความจุสูงสุด 1 TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 มาพร้อมหน้าจอ OLED อัตราส่วน 16:10 เพิ่มเนื้อที่การรับชม สำหรับการทำงานหรือใช้งานด้านบันเทิงได้อย่างลงตัว

ทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการใช้งานหลากหลาย สามารถใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้อย่างสะดวกด้วยตัวเครื่องที่สามารถพับหน้าจอได้ 360 องศา หนักเพียง 1.4 KG พกพาสะดวก คล่องตัวสูง มาพร้อมปากกาสไตลัสสำหรับการใช้งานอย่างอิสระ

ASUS Zenbook 14 OLED (UX3402), ASUS Zenbook Pro Duo 15 OLED (UX582ZM) และ ASUS Zenbook 14 Flip OLED (UP5401ZA) วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มาพร้อมการรับประกัน ASUS Exclusive Care ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี, ประกันระหว่างประเทศ 57 ประเทศทั่วโลก และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม พร้อมด้วย Windows 11 และ Pre-installed Office Home & Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง พร้อมรับสมาชิก Adobe Creative Cloud® ฟรี เป็นระยะเวลาสามเดือน

ASUS Vivobook S 14X (S5402) / S 15 OLED (K3502)

Vivobook S 14X OLED (S5402) โน้ตบุ๊กยอดนิยมขนาด 14.5 นิ้ว ตัวเครื่องบางเบา น้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.63 KG พร้อมอัตราส่วนหน้าจอ 16:10 2.8K 120 Hz OLED พร้อมวางจำหน่ายในสี Midnight Black พร้อมโปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel Core i5 ผ่านมาตรฐาน Intel EVO platform, การ์ดจอ Intel® Iris Xᵉ, RAM 8GB DDR4 on board + 8GB DDR4 SO-DIMM และหน่วยเก็บข้อมูลขนาด 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD

Vivobook S 15 OLED (K3502) มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว อัตราส่วน 16:9 FHD OLED นำเสนอโปรเซสเซอร์สูงสุด 12th Gen Intel Core i7 ผ่านมาตรฐาน Intel EVO platform, RAM 8GB DDR4 on board + 8GB DDR4 SO-DIMM พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลขนาด 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD พร้อมสามสีสวย ให้เลือกตามความชอบ ได้แก่ สี Indie Black, Brave Green และ Neutral Grey

Vivobook 15X OLED (X1503) และ Vivobook 14 (X1402)

Vivobook 15X OLED (X1503) มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว FHD OLED อัตราส่วน 16:9 และ Vivobook 14 (X1402) โน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้ว FHD อัตราส่วน 16:9 ทั้ง Vivobook 15X OLED และ Vivobook 14 วางจำหน่ายในสี Quiet Blue พร้อมด้วยโปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel Core i5 (Vivobook 15X OLED มาพร้อม โปรเซสเซอร์ Intel H-Series และ Vivobook 14 มาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel P-Series, การ์ดจอ Intel® Iris Xᵉ, RAM 8GB DDR4 พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลขนาด 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD

ASUS Vivobook S14X / S15 OLED (S5402 / K3502), Vivobook 15X OLED (X1503) และ Vivobook 14 (X1402) วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมการรับประกันตัวเครื่อง 2 ปีเต็มครอบคลุม 57 ประเทศทั่วโลก และการรับประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีแรก พร้อมด้วย Windows 11 และ Pre-installed Office Home & Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง พร้อมรับสมาชิก Adobe Creative Cloud® ฟรี หนึ่งเดือน

ASUS S500 Series

เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่มาพร้อมโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก 12th Gen Intel® มี 2 ขนาด ทั้งแบบ Tower และแบบ Small form factor ที่ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดเนื้อที่ และน้ำหนักเบา แต่ยังคงประสิทธิภาพเหมือนเครื่องพีซีขนาดปกติ จัดวางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมหน่วยเก็บข้อมูลแบบ SSD เปิด-ปิดเครื่องได้ไว โปรเซสเซอร์สูงสุด 12th Gen Intel® Core™ i7, RAM สูงสุด 8GB DDR4 พร้อมหน่วยเก็บข้อมูลสูงสุดขนาด 512GB

ASUS S500TD พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ และ S500SD จะวางจำหน่ายช่วงกลางเดือนมิถุนายน 65 เป็นต้นไป มาพร้อมประกัน 3 ปี Onsite service ซ่อมถึงที่เมื่อเครื่องมีปัญหา และการรับประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีแรก เมื่อเกิดอุบัติเหตุ น้ำหกใส่ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเครื่องตกหล่น พร้อมด้วย Windows 11 และ Pre-installed Office Home & Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง (สำหรับรุ่น S500SD)

ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม

  • UX582ZMH2901WS : Intel® Core™ i9-12900H/ 32GB LPDDR5 on board/ 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 Performance SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ NVIDIA® GeForce® RTX™ 3060 Laptop GPU / 15.6-inch 4K (3840 x 2160) OLED 16:9 aspect ratio/ 2.34 kg/ Office Home and Student 2021 included/ Three-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 109,990 บาท
  • UX3402ZAKM701WS : Intel® Core™ i7-1260P / 16GB LPDDR5 on board/ 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 Performance SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 14.0-inch 2.8K (2880 x 1800) OLED 16:10 aspect ratio/ 1.39 kg/ Office Home and Student 2021 included/ Three-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 43,990 บาท
  • UX3402ZAKM501WS : Intel® Core™ i5-1240P / 16GB LPDDR5 on board/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 Performance SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 14.0-inch 2.8K (2880 x 1800) OLED 16:10 aspect ratio/ 1.39 kg/ Office Home and Student 2021 included/ Three-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 35,990 บาท
  • UP5401ZAKN701WS : Intel® Core™ i7-12700H/ 16GB LPDDR5 on board/ 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD/ Intel Iris Xᵉ Graphics / 14.0-inch 2.8K (2880 x 1800) OLED 16:10 aspect ratio/ 1.40 kg/ Office Home and Student 2021 included/ Three-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 49,990 บาท
  • UP5401ZAKN501WS : Intel® Core™ i5-12500H/ 16GB LPDDR5 on board/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD/ Intel Iris Xᵉ Graphics / 14.0-inch 2.8K (2880 x 1800) OLED 16:10 aspect ratio/ 1.40 kg/ Office Home and Student 2021 included/ Three-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 41,990 บาท
  • S5402ZAM9501WS : Intel® Core™ i5-12500H/ 8GB DDR4 on board + 8GB DDR4 SO-DIMM/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 14.5-inch 2.8K (2880 x 1800) OLED 16:10 aspect ratio/ 1.63 kg/ Office Home and Student 2021 included/ One-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 30,990 บาท
  • K3502ZAL1701WS : Intel® Core™ i7-12700H/ 8GB DDR4 on board + 8GB DDR4 SO-DIMM/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 15.6-inch FHD (1920 x 1080) OLED 16:9 aspect ratio/ 1.80 kg/ Office Home and Student 2021 included/ One-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 34,990 บาท
  • K3502ZAL1501WS / K3502ZAL1502WS / K3502ZAL1503WS : Intel® Core™ i5-12500H/ 8GB DDR4 on board + 8GB DDR4 SO-DIMM/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 4.0 SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 15.6-inch FHD (1920 x 1080) OLED 16:9 aspect ratio/ 1.80 kg/ Office Home and Student 2021 included/ One-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 29,990 บาท
  • X1503ZAL1501WS : Intel® Core™ i5-12500H/ 8GB DDR4 on board/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 15.6-inch FHD (1920 x 1080) OLED 16:9 aspect ratio/ 1.70 kg/ Office Home and Student 2021 included/ One-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 26,990 บาท
  • X1402ZAEB501WS : Intel® Core™ i5-1240P / 8GB DDR4 on board/ 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/ Intel® Iris Xe Graphics/ / 14.0-inch FHD (1920 x 1080) 16:9 aspect ratio/ 1.50 kg/ Office Home and Student 2021 included/ One-Month Membership of Adobe Creative Cloud All Apps ราคา 22,990 บาท
  • S500TD712700013W : : Intel® Core™ i7-12700/DDR4 8G/512G/UMA/8X S-M DL/CRD+WIFI6(11AC)1*1+BT/WIN11 ราคา 26,990 บาท
  • S500TD512400012W : Intel® Core™ i5-12400/DDR4 8G/512G/GT730/8X S-M DL/CRD+WIFI6(11AC)1*1+BT/WIN11 ราคา 21,990 บาท
  • S500TD512400022W : Intel® Core™ i5-12400/DDR4 8G/512G/UMA/8X S-M DL /CRD+WIFI6(11AC)1*1+BT/WIN11 ราคา 19,990 บาท
  • S500SD512400002WS : Intel® Core™ i5-12400/DDR4 8G/512G/UMA/8X S-M DL /CRD+WIFI6(11AC)1*1+BT/WIN11+office ราคา 20,990 บาท
  • S500SD312100003WS : Intel® Core™ i3-12100 /DDR4 4G /256G /UMA /8X S-M DL /CRD+WIFI6(11AC)1*1+BT /WIN11+office ราคา 16,990 บาท

ติดตามข้อมูลข่าวสารและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

Zenbook14OLEDUX3402 : https://th.asus.click/MFf91l 

ZenbookProDuo15OLEDUX582 : https://th.asus.click/4hT3iq 

Zenbook14FlipOLEDUP5401 : https://th.asus.click/eP9yku 

VivobookS14XOLEDS5402 : https://th.asus.click/FZ1LUy 

VivobookS15OLEDK3502 : https://th.asus.click/1JcV3S 

S500TD : https://th.asus.click/TwnPi7 

ผลิตภัณฑ์ของ ASUS วางจำหน่ายผ่านตัวแทนชั้นนำทั่วประเทศ: https://bit.ly/35DwOaJ 

ASUS Official Store บน Shopee: https://bit.ly/2UEpBCb 

ASUS Official Store บน Lazada: https://bit.ly/2UBBmcJ 

ASUS Official Store บน JD: https://bit.ly/3fi1S5b 

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/asus-launches-a-lineup-of-notebooks-and-desktop-pcs-with-12th-gen-intel-core-processors/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asus-launches-a-lineup-of-notebooks-and-desktop-pcs-with-12th-gen-intel-core-processors

รีวิว ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z Intel Evo ชิป Alder Lake ฟีเจอร์ล้ำล้นตัวเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ

ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z ได้ Intel Evo ชิป Alder Lake พร้อมฟีเจอร์สุดเจ๋งรอบตัว!

asuszenbook14oled12th cover

ถ้าพูดถึงโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับพรีเมี่ยมของ ASUS ตระกูล ZenBook รหัส ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้ถือเป็นรุ่นใหม่ ซึ่งนอกจากการอัพเดทซีพียูเป็น Intel 12th Gen สถาปัตยกรรม Alder Lake ให้ได้ความสดใหม่พร้อมกับอัพเดทพาร์ทส่วนอื่นๆ ให้สอดรับกัน ทั้งแรม DDR5 บัส 4800MHz, M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 และ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax ซึ่งรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและเสถียรยิ่งกว่าเดิม เสริมความปลอดภัยด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือโดยรวมเอาไว้กับปุ่ม Power และผ่านมาตรฐาน Intel Evo ด้วย

Advertisementavw

นอกจากนี้ทางบริษัทก็ยังคงดีไซน์และฟีเจอร์เอกลักษณ์ของ ASUS ZenBook เอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะตัวเครื่องขนาดพกพาสะดวก, ASUS NumberPad 2.0 ที่เอา Numpad มารวมกับชุดทัชแพด เลือกเปิดปิดได้ตามสะดวกของผู้ใช้, หน้าจอทัชสกรีน NanoEdge Touchscreen Display พาเนล OLED ขนาด 14 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 ความละเอียด 2.8K ซึ่งได้ความสวยคมชัด ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 และได้รับการรับรอง PANTONE Validated, VESA DisplayHDR True Black 500 เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นที่ฝ่าย AE นำไปพรีเซนต์งานและพรู้ฟสีงานอาร์ตได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังติดตั้งพอร์ตใช้งานบ่อยมาครบถ้วนทั้ง USB-A, HDMI เสริมด้วย Thunderbolt 4 อีก 2 ช่อง ทำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวก ขยายเป็นพอร์ตอื่นๆ ด้วย USB-C Multiport Adapter อีก และยังปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวเครื่องให้สวยทันสมัยกว่าเดิมมาก

ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เป็นโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมแล้ว ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างเสียงก็ได้มีชิป DSP อย่าง Smart Amp ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงจากลำโพง โดยทาง ASUS เคลมความดังเสียงไว้ว่าลำโพงนี้จะดังกว่าเดิม 350% และไม่มีอาการเสียงเพี้ยน (Zero Distortion) ทำให้ฟังเพลงได้อรรถรสยิ่งกว่าเดิม ด้านคีย์บอร์ดแม้ดูผ่านๆ จะคล้าย ASUS ZenBook รุ่นอื่น แต่ดีไซน์ที่ซ่อนอยู่และสัมผัสได้เวลาใช้งาน คือ ตัวปุ่มเป็น Dished keycaps ซึ่งปุ่มจะโค้งเว้าลง 0.2 มม. เวลาพิมพ์งานแล้วตัวปุ่มจะโค้งรับทรงนิ้วและเพิ่มความแม่นยำตอนกดให้ลงน้ำหนักเข้า Contact point ของคีย์บอร์ดลดอาการกดริมปุ่มได้และยืดอายุการใช้งานปุ่มคีย์บอร์ดด้วย

NBS Verdict

ASUS Zenbook New DSC01859

ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้ ถือเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานมาตรฐาน Intel Evo ระดับพรีเมี่ยมที่คุ้มน่าซื้อมาใช้มาก เพราะนอกจากได้ Intel Alder Lake ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานมาใช้งานแล้ว ยังเสริมฟีเจอร์เข้ามาให้มากมายรวมทั้งติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 มาครบเครื่อง กล่าวได้ว่าซื้อเครื่องมา จัดการล็อคอินตั้งค่าให้เรียบร้อยก็ทำงานได้ทันที ไม่ต้องหาซื้อหรือโหลดโปรแกรมอะไรเพิ่มนัก และได้พอร์ต Thunderbolt 4 มาอีก 2 ช่อง ใช้ต่ออแดปเตอร์เป็นพอร์ตต่างๆ ได้และใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องได้ด้วย ไม่ต้องพกปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่องไปไหนมาไหนให้ลำบาก

หน้าจอที่เป็นจุดแข็งของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ก็ถือเป็นจุดเด่นจุดแข็งของเครื่องนี้ด้วย เพราะจอ 14 นิ้ว พาเนล OLED นี้มีความละเอียดสูง 2.8K อัตราส่วน 16:10 ปรับค่า Refresh Rate ไป 90Hz เพื่อความลื่นไหลได้ ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 500 การันตีสีดำสนิทบนหน้าจอและการแสดงผลสีของหน้าจอได้เที่ยงตรง ทำให้คนทำงานอาร์ตต้องพรู้ฟสีบนหน้าจอและช่างกล้องที่ต้องแต่งภาพถ่ายทำงานได้มีคุณภาพยิ่งขึ้น และสเปคของฮาร์ดแวร์ก็รองรับงานประเภทนี้ได้อย่างดีแน่นอน

ทว่าจุดสังเกตเล็กน้อยที่ผู้เขียนพบตอนใช้ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ทำงาน คือตัวเครื่องถูกออกแบบให้แกะเปลี่ยนอัพเกรด M.2 NVMe SSD ไม่ได้ด้วยตัวเอง คาดว่าเพราะทางผู้ผลิตออกแบบซ่อนน็อตเอาไว้ใต้ฐานยางตัวเครื่อง หากฝืนแกะออกอาจจะทำให้ตัวเครื่องเสียหายได้ ถ้าจะอัพเกรดก็ควรยกไปให้ช่างผู้ชำนาญการทำที่ศูนย์บริการจะดีกว่า รวมทั้งถ้ารันโปรแกรมใหญ่ เช่น โปรแกรมตระกูล Adobe นานๆ ก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นระดับหนึ่ง ทว่าตอนใช้งานทั่วไป เปิดเบราเซอร์หรือทำงานออฟฟิศก็ไม่ได้ร้อนรบกวนการใช้งานอย่างแน่นอน

ข้อดีของ ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z
  1. ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-1240P สถาปัตยกรรม Alder Lake ใหม่ล่าสุดมาให้ใช้งาน
  2. M.2 NVMe SSD เป็น PCIe 4.0 x4 มีแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz ทำงานได้รวดเร็ว
  3. หน้าจอทัชสกรีนขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 500
  4. หน้าจอปรับค่า Refresh Rate ไป 90Hz ได้ ทำให้การแสดงผลต่อเนื่องลื่นตายิ่งขึ้น
  5. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ รวมไว้กับปุ่ม Power ปลดล็อคเครื่องได้สะดวก
  6. ปุ่มคีย์บอร์ดแบบ Dished keycaps พิมพ์งานได้ดี เสริมความแม่นยำตอนกดปุ่ม
  7. ลำโพงพร้อม Smart Amp DAC ให้รายละเอียดเสียงดีน่าประทับใจ
  8. ได้ Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาพร้อมใช้
  9. เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร
  10. ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มา 2 ช่อง ควบคู่กับพอร์ตที่จำเป็น ทำให้เชื่อมต่อสะดวก
  11. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 12 ชั่วโมง และอาจจะใช้ได้นานกว่านี้ขึ้นอยู่กับการทำงาน
  12. มีฟีเจอร์ OLED Care ลดอาการ Burn-in เสริมมาในโปรแกรม MyASUS ด้วย
  13. ได้ประกัน ASUS Exclusive Care (International Warranty) 3 ปี พร้อม ASUS Perfect Care 1 ปีแรก สามารถต่อประกันได้ด้วย
ข้อสังเกตของ ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z
  1. ตัวเครื่องแกะอัพเกรดเองได้ยาก ถ้าต้องการอัพเกรดควรยกไปศูนย์บริการเท่านั้น
  2. ถ้ารันโปรแกรมขนาดใหญ่ต่อเนื่องนานๆ ตัวเครื่องจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นพอควร

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z

Specification

zenbook

ASUS Zenbook 14 OLED UX3402Z นั้นเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ของตระกูล ASUS ZenBook ที่อัพเดทสเปคและฟีเจอร์มาอัดแน่นเต็มตัว ซึ่งสเปคจะเป็นดังนี้

  • CPU – แยกเป็น 2 รุ่น ได้แก่
    • Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4GHz
    • Intel Core i7-1260P แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.4-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB PCIe 4.0 x4
  • RAM : ออนบอร์ด 16GB LPDDR5 4800MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 500 ค่า Refresh Rate 60~90Hz
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2, USB-A 3.2 Gen 2 x 1, HDMI 2.0b x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p / 1080p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Warranty : ASUS Exclusive Care (International Warranty) 3 ปี พร้อม ASUS Perfect Care 1 ปีแรก

Hardware & Design

ASUS Zenbook New DSC01851

ASUS Zenbook New DSC01810
ASUS Zenbook New DSC01814
ASUS Zenbook New DSC01848

ดีไซน์ของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z นั้นจะเน้นความเรียบง่ายแบบโน๊ตบุ๊คทำงานทั่วไป แต่เก็บรายละเอียดดีไซน์ให้ความหรูหราสวยงามและทำลวดลายไม่เยอะเกินไปจนรกสายตา จะเห็นว่าตัวเครื่องถ้ามองจากด้านหน้าจะดูเรียบง่ายคล้าย ASUS ZenBook รุ่นอื่นๆ แต่เสริมดีไซน์ให้สวยงามขึ้นด้วยวัสดุอลูมิเนียมตรงขาบานพับและทำฐานรับขาบานพับหน้าจอเป็นอลูมิเนียมทรงกลมเส้นยาวรับตัวขาฐานจอ ช่วยเสริมความแข็งแรงทนทานยิ่งขึ้น กางหน้าจอหลายๆ ครั้งก็ยังแข็งแรงและงานประกอบแน่นไม่มีอาการโยกคลอนใดๆ

นอกจากนี้ตัวขาบานพับหน้าจอยังเป็นดีไซน์ ErgoLift hinge เสริมชิ้นพลาสติกขอบล่างเครื่องเข้ามา ช่วยเสริมตอนกางหน้าจอพิมพ์งานแล้ว ขอบล่างของหน้าจอจะไม่สัมผัสพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันไม่ให้เกิดรอยกับตัวเครื่อง

ASUS Zenbook New DSC01883

ASUS Zenbook New DSC01820
ASUS Zenbook New DSC01821

ด้านขอบล่างของตัวเครื่องใต้ทัชแพดเอง ก็ทำบอดี้เครื่องเว้าเข้าไปเล็กน้อยให้เจ้าของเครื่องใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวเกี่ยวกางหน้าจอขึ้นมาใช้งานได้ทันที และทาง ASUS เองก็บาลานซ์น้ำหนักเครื่องได้ดี ตัวเครื่องก็ไม่กระดกยกตามมาอย่างแน่นอน และที่วางข้อมือของตัวเครื่องก็ติดสติกเกอร์แสดงมาตรฐานต่างๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะ Intel Evo, PANTONE Validated, สเปคตัวเครื่อง หรือแม้แต่สติกเกอร์ Microsoft Office Home & Student 2021 ที่ติดตั้งมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home ในเครื่องด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้เองก็ได้ประกัน ASUS Exclusive Care (International Warranty) 3 ปี พร้อม ASUS Perfect Warranty คอยดูแลตัวเครื่อง 1 ปีแรก เพียงแค่ลงทะเบียนให้เรียบร้อย เมื่อเกิดความเสียหายกับโน๊ตบุ๊คแล้วยังอยู่ในเงื่อนไขรับประกันแล้ว ทาง ASUS จะรับผิดชอบค่าเสียหาย 80% และผู้ใช้จ่ายเพียง 20% เท่านั้น และสามารถต่อประกันนี้เป็น 2 ปีได้ เพียงชำระค่าต่อประกัน 1,990 บาท ซึ่งเงื่อนไขรับประกันจะดูแลครอบคลุมเวลาทำเครื่องตก, น้ำหกใส่, ไฟฟ้าลัดวงจรหรือเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้รวมถึงการถูกโจรกรรมหรืออุปกรณ์เสริมร่วมของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้

ASUS Zenbook New DSC01818

ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ ErgoLift hinge ทำให้ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้กางเครื่องได้แบนราบ 180 องศา ไม่ว่าจะวางเครื่องบนโต๊ะหรือว่าแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็กางหน้าจอได้สะดวก หรือถ้าวางบนพื้นโต๊ะทำงานเพื่อแชร์หน้าจอให้เพื่อนร่วมงานดูก็ได้เช่นกัน

ASUS Zenbook New DSC01864

ASUS Zenbook New DSC01867
ASUS Zenbook New DSC01813

ฝาหลังอลูมิเนียมของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จะเปลี่ยนจากฝาหลังเรียบๆ กับโลโก้ ASUS เอาไว้ริมฝั่งขวาเป็นลายเส้นยิงเลเซอร์ 4 เส้น เรียงตัวเหมือนตัว A ทำสีด้านเอาไว้และมีคำว่า ASUS Zenbook ยิงเลเซอร์เล็กๆ ติดเอาไว้มุมล่างซ้ายมือแทน ทำให้ดีไซน์ดูสวยแปลกตากว่าเดิม บอกให้รู้ว่าตอนนี้เป็น Zenbook รุ่นใหม่อีกด้วย

ASUS Zenbook New DSC01805

ด้านใต้ตัวเครื่องจะดูเรียบง่าย มีเพียงแค่ขอบยางรองตัวเครื่องติดเอาไว้ 3 เส้นแยกเป็น 2 เส้นเล็กด้านบนและเส้นยาว 1 เส้นด้านล่าง มีช่องดูดอากาศเย็นเข้าไประบายความร้อนตรงกลางเครื่อง 1 แถบ และช่องระบายความร้อนฝั่งขวามือตัวเครื่องอีก 1 ช่องเท่านั้น 

Screen & Speaker

ASUS Zenbook New DSC01834

ASUS Zenbook New DSC01836
ASUS Zenbook New DSC01835
ASUS Zenbook New DSC01837
ASUS Zenbook New DSC01838

ASUS Zenbook New DSC01839

หน้าจอของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้มีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ได้รับการรับรอง PANTONE Validated และ VESA DisplayHDR True Black 500 ค่า Refresh Rate 60~90Hz และดีไซน์แบบ NanoEdge Display หรือขอบหน้าจอบาง 3 ด้าน ทั้งขอบบนและสองฝั่งซ้ายขวา ทำให้พื้นที่การมองเห็นบนหน้าจอกว้างยิ่งขึ้นแต่ตัวเครื่องไม่ใหญ่เกินไป เมื่อได้รับการรับรองจาก PANTONE แล้ว ก็จะมีสติกเกอร์ติดการันตีบนตัวเครื่องด้วย

ด้านข้อดีของการปรับค่า Refresh Rate ได้ว่าจะเป็น 60 หรือ 90Hz คือ ถ้าใช้งานตามปกติและเน้นประหยัดแบตเตอรี่ในเครื่อง ก็ตั้งไว้ 60Hz ได้ แต่ถ้าอยากได้ภาพไหลลื่นนวลตาตามแบบที่สมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นในปัจจุบันทำได้ ก็เลือกตั้งค่าใน Settings ของ Windows ได้เลย และใช้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จัดเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่เสริมความสุขให้ผู้ใช้ตอนทำงานที่ดี

gamut 2

brightness 2
bright zone 2
accuracy 1
sum 1

ส่วนขอบเขตสีหน้าจอจากการทดสอบด้วย Spyder5Elite แล้ว จะเห็นว่าพาเนล OLED ของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้แสดงสีได้กว้างมาก ได้ 100% sRGB, 100% AdobeRGB, 93% DCI-P3 และค่า Delta-E น้อยกว่า 2 ด้วย เพียง 0.86 เท่านั้น จัดว่าหน้าจอนี้แสดงสีได้สวยงามและเทียบสีแม่นยำ ฝ่ายศิลป์ใช้พรู้ฟสีงานอาร์ตหรือช่างภาพมืออาชีพจะใช้แต่งภาพถ่ายก็ได้เช่นกัน ถือได้ว่าเป็นพาเนลคุณภาพสูงที่เหมาะกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับพรีเมี่ยมเครื่องนี้มาก

ความสว่างหน้าจอจากการทดสอบ เมื่อปรับความสว่าง 100% จะสว่างถึง 317.5 nit ซึ่งถือว่าสว่างสู้แสงแดดตอนนั่งทำงานกลางแจ้ง เช่น ชานร้านกาแฟหรือนอกตัวอาคารได้สบายๆ ไม่ต้องห่วงว่าหน้าจอจะมืดมองไม่เห็น แต่ถ้านั่งทำงานในอาคารหรือออฟฟิศแนะนำให้ลดความสว่างลงมาที่ 75% ให้เหลือ 177.5 nit ก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตามผู้เขียนขอแนะนำว่าไม่ควรปรับความสว่างลงต่ำสุดเพราะสว่างเพียง 0.8 nit และตอนใช้งานจริงก็มืดจนแทบมองเนื้อหาบนหน้าจอไม่เห็นจึงใช้งานลำบากพอควร ส่วนการแบ่งพื้นที่บนหน้าจอเป็น 9 โซนวัดความสว่าง จะเห็นว่าพื้นที่ความสว่างของหน้าจอ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จะมีความสว่างลดลงน้อยมาก เพียง 0~3% เท่านั้น เวลาแต่งภาพก็ไม่ต้องระวังโซนไหนเป็นพิเศษเพราะสว่างไล่เลี่ยกันหมดทั้งหน้าจอ

ส่วนผลคะแนนโดยสรุปที่ Spyder5Elite วัดได้ หน้าจอ OLED ของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ทำคะแนนได้ 4 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าสูงใช้ได้ และการแสดงผลที่เด่นสุดของหน้าจอนี้จะเป็นส่วนของ Gamut, Contrast แสดงขอบเขตสีได้กว้างและจัด ซึ่งเป็นบุคลิคปกติของพาเนล OLED อยู่แล้ว ส่วนที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ Tone Response, Color Uniformity, Color Accuracy ซึ่งทำได้ 4.5 จาก 5 คะแนน จัดว่าทำได้ดีไม่แพ้กัน ถ้าใครต้องทำงานอาร์ต, พรู้ฟสีบ่อยๆ ก็สามารถใช้หน้าจอของ ZenBook เครื่องนี้ทำงานได้สบายๆ เลย

ASUS Zenbook New DSC01840

ASUS Zenbook New DSC01806
ASUS Zenbook New DSC01807

ลำโพงของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จะติดตั้งมาทั้งหมด 2 ดอกอยู่ริมซ้ายขวาด้านใต้ตัวเครื่อง ได้รับการจูนเสียงโดยบริษัท harman/kardon และเสริม Smart Amp DAC ให้เสียงช่วยลดอาการเสียงเพี้ยน (Zero Distortion) ด้วย ซึ่งเนื้อเสียงแม้จะเปิดลำโพงดัง 100% ก็ไม่เกิดอาการเสียงเพี้ยนหรือพร่าให้ได้ยิน โทนเสียงเบสจัดว่าพอมีให้ฟังเพลงแนวร็อคกับ EDM ได้ระดับหนึ่ง กลับกันคือ ลำโพงนี้จะเด่นเรื่องรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีและเสียงนักร้องนำไม่กลบกันเอง เก็บรายละเอียดเสียงได้ดีน่าประทับใจมากจนไม่จำเป็นต้องต่อลำโพงแยกก็ได้ ใช้ลำโพงติดเครื่องได้เลย

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook New DSC01825

ASUS Zenbook New DSC01873
ASUS Zenbook New DSC01871

คีย์บอร์ดของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เป็นคีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless พร้อมไฟ LED Backlit สีขาวมา สามารถกดเปิดปิดได้และแสงลอดตัวอักษรบนปุ่มด้วย ส่วนดีไซน์เป็น Dished keycaps ที่ตัวปุ่มจะโค้งเว้าลง 0.2 มม. เหมือนจานซุป ซึ่งถ้ามองตามปกติจะไม่ทันสังเกต แต่เมื่อพิมพ์จะรู้สึกได้ทันทีว่าตัวปุ่มโค้งลงเล็กน้อยเพื่อไกด์นิ้วของผู้ใช้ให้กดลงมาตรงกลางปุ่มพอดีกับ Contact Point ของคีย์บอร์ดพอดี นอกจากช่วยให้พิมพ์งานได้แม่นยำไม่พลาดไปโดนปุ่มอื่นแล้ว การกดตรง Contact Point ทำให้ยืดอายุการใช้งานปุ่มคีย์บอร์ดมากขึ้นด้วย ด้านสัมผัสการพิมพ์ต้องถือว่าระยะยุบตัวและการคืนตัวทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าใครชอบพิมพ์งานด้วยแป้นคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คน่าจะถูกใจปุ่มคีย์บอร์ดนี้ทีเดียว

ASUS Zenbook New DSC01832

ASUS Zenbook New DSC01827
ASUS Zenbook New DSC01828
ASUS Zenbook New DSC01829
ASUS Zenbook New DSC01826

ด้าน Function Key บนแป้นคีย์บอร์ด เรียกว่ายกจาก ASUS ZenBook รุ่นก่อนๆ มาใช้เลยก็ไม่ผิด และหลายๆ ปุ่มจะถูกเซ็ตคีย์ลัดเอาไว้หมด ไม่ว่าจะปุ่มลูกศรที่รวมกับ Page Up, Page Down, Home, End หรือแม้แต่ปุ่ม Delete ก็รวบไว้กับปุ่ม Insert ด้วย และกด Fn+Esc ก็ล็อค Function Key ตรงปุ่ม F1-F12 ได้ด้วย

นอกจากนี้ก็เสริมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรวมไว้กับปุ่ม Power ช่วยให้สแกนนิ้วปลดล็อคเครื่องได้สะดวก เพียงแค่ล็อคอิน Microsoft ID และกรอกรหัสผ่านไว้ ก็สแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคเครื่องได้เลย ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกเวลาใช้งานมากขึ้น

ASUS Zenbook New DSC01830

ด้าน Function Hotkey ที่ปุ่ม F1-F12 จะเห็นว่าทาง ASUS เซ็ตคีย์ลัดพื้นฐานสำหรับทำงานเอาไว้ครบเครื่องพร้อมใช้งานทีเดียว โดยมีคีย์ลัดดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพง
  • F4-F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – เปิดหรือปิดทัชแพด
  • F7 – ปิดหรือเปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและหน้าจอแยก
  • F9 – ปิดหรือเปิดไมค์
  • F10 – ปิดหรือเปิด Webcam
  • F11 – เรียก Snipping Tool
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS 

จะเห็นว่าการเซ็ตปุ่มลัดทั้งหมดนี้จะเป็นปุ่มใช้งานทั่วไปแทบทั้งหมดและก็ครบพอใช้งานด้วย แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าไหนๆ ทาง ASUS ก็เลือกใช้หน้าจอ 90Hz ปรับค่าได้แล้วทั้งที ก็น่าจะย้ายปุ่ม Snipping Tool ที่ F11 ไปรวมกับปุ่ม Print Screen แล้วใส่คีย์ลัดเปลี่ยนค่า Hz หน้าจอมาเลยจะดีกว่า จะได้กดปรับใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

ASUS Zenbook New DSC01841

ASUS Zenbook New DSC01843
ASUS Zenbook New DSC01842
ASUS Zenbook New DSC01824
ASUS Zenbook New DSC01869

ส่วนทัชแพดแบบ ASUS NumberPad 2.0 นี้เป็นทัชแพดอเนกประสงค์ กดสลับระหว่างทัชแพดปกติหรือกดปุ่มลายเครื่องคิดเลขมุมบนขวาเพื่อเปิดทัชแพดขึ้นมาใช้งานก็ได้ เวลาพิมพ์ตัวเลขก็ตอบสนองได้เร็วเหมือนกดแป้นทัชแพดปกติทีเดียว หรือถ้าต้องการลากเคอร์เซอร์เมาส์ก็ลากตอนเปิดทัชแพดได้ทันทีไม่ต้องกดปิดทัชแพดลงไป ส่วนเครื่องหมายสามเหลี่ยมมุมบนซ้ายจะทำงานได้ 2 แบบ คือ แตะ 1 ครั้งจะเอาไว้ลดความสว่างแสง Numpad ถ้าแตะค้างแล้วลากออกจากไอคอนนี้จะเรียกเครื่องคิดเลขขึ้นมาใช้งานได้ด้วย

จุดที่ ASUS ติดตั้งทัชแพดเอาไว้ ถ้าวางมือพิมพ์งานตามปกติ สันมือจะนาบขอบของทัชแพดเล็กน้อย แต่อาการทัชแพดลั่นอาจจะมีบ้างเล็กน้อย ถ้าใครไม่ชอบก็กดปิดทิ้งได้หรือพิมพ์แบบยกสันมือขึ้นแทนก็ได้ ซึ่งขนาดของทัชแพดถือว่าใหญ่กำลังใช้งานสะดวก ลากเคอร์เซอร์เมาส์ได้รวดเร็วรวมทั้งรองรับ Gesture Control ของ Windows ด้วย

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook New DSC01844
ASUS Zenbook New DSC01846

พอร์ตเชื่อมต่อของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จะมีพอร์ตที่ใช้งานประจำติดตั้งอยู่ แต่ฝั่งซ้ายจะมีแค่ USB-A 3.2 Gen 2 ช่องเดียวคู่กับช่องระบายอากาศภายในเครื่องเท่านั้น ส่วนพอร์ตใช้งานอื่นๆ จะรวมอยู่ฝั่งขวาตัวเครื่องพร้อมไฟแสดงสถานะการทำงานด้วย ซึ่งมีพอร์ต MicroSD Card Reader, Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, Audio Combo และ HDMI 2.0b ติดตั้งไว้

ด้านพอร์ตตัวเครื่อง ต้องถือว่าทาง ASUS ไม่กั๊กเลยและให้มาครบพร้อมใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 2 และ HDMI 2.0b สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไอทีชิ้นต่างๆ ในปัจจุบันนี้ ไม่ต้องลำบากหาตัวแปลง USB-C Multiport Adapter มาเสริมให้เสียเงิน แต่ถ้าต้องการใช้งานก็มี Thunderbolt 4 ไว้ต่อแยกเป็นพอร์ตแบบต่างๆ ทั้งใช้รับส่งข้อมูลและต่อจอเสริมได้และชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ได้ด้วย ทำให้ไม่ต้องพกปลั๊กเฉพาะติดกระเป๋าไปไหนมาไหน เจ้าของเครื่องแค่มีปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์ขึ้นไปก็ต่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ได้ทันที

ASUS Zenbook New DSC01802

ASUS Zenbook New DSC01804
ASUS Zenbook New DSC01803

น้ำหนักตัวเครื่องก็ถือว่าเบาพกง่ายทีเดียว โดยน้ำหนักเครื่องอย่างเดียวอยู่ที่ 1.37 กิโลกรัม ถ้ารวมกับปลั๊กน้ำหนัก 215 กรัม จะหนักเพียง 1.59 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเบาพกพาได้สะดวก และไม่มีปัญหาตัวเครื่องหนักจนไหล่ทรุดอย่างแน่นอน

Performance & Software

cpuz
ram 2

ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ได้อัพเดทซีพียูในเครื่องให้ทันสมัยยิ่งขึ้นเป็น Intel Core i5-1240P แบบ 12 คอร์ (4P+8E) 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4GHz สถาปัตยกรรม Alder Lake ใหม่ล่าสุดแล้ว มีค่า TDP 28 วัตต์ จับคู่กับแรมออนบอร์ด ความจุ 16GB DDR5 บัส 4800MHz ซึ่งได้ทั้งความจุและความเร็วรับส่งข้อมูลที่ดีมากพร้อมๆ กัน

gpu 1

การ์ดจอของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เป็น Intel Iris Xe Graphics ออนบอร์ดติดตั้งมากับซีพียู Intel Alder Lake ช่วยเรนเดอร์ภาพแสดงขึ้นบนหน้าจอ, แต่งภาพได้อย่างดีไม่มีปัญหา รองรับชุดคำสั่งหลักอย่าง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan ครบถ้วน

devicemgr 2

ส่วนพาร์ทในตัวเครื่อง เมื่อเช็คด้วย Device Manager แล้ว จะเห็นว่า ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ตรงตามมาตรฐาน Intel Evo ไม่ว่าจะเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่รวมกับปุ่ม Power ของ ELAN WBF การ์ด Wi-Fi PCIe รุ่น Intel AX211 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รับคลื่น 160MHz พร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2 ได้ในตัว มีชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยและทำงานคู่กับ Windows 11 ติดตั้งมาด้วย

ssd 4

M.2 NVMe SSD ในเครื่องมีความจุ 512GB ขึ้นรหัสรุ่นใน Device Manager เป็น MZVL2512HCJQ-00$00/07 512GB หรือ Samsung PM9A1 เป็น SSD OEM อินเตอร์เฟสเป็น PCIe 4.0 x4 ความเร็ว Sequential Read 6,900MB/s และ Sequential Write 5,000MB/s เทียบชั้นได้กับ Samsung 980 PRO เมื่อวัดความเร็วด้วย AS SSD แล้ว ได้ความเร็ว Sequential Read 4,357.09MB/s และ Sequential Write 1,726.89MB/s ถ้าดูแล้วต้องถือว่าความเร็ว Sequential Write อาจจะน้อยอยู่นิดหน่อยไม่ค่อยสมดุลย์กับฝั่ง Read นัก แต่ถ้าใช้งานตามปกติจัดว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ถ้าต้องการเปลี่ยน SSD ให้ความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงขึ้นและวิ่งเต็มความเร็วอินเตอร์เฟส ปัจจุบันนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะ Samsung 980 PRO, WD Black SN850, Kingston KC3000 ก็ได้ จะช่วยให้โหลดโปรแกรมใหญ่ๆ และไฟล์งานออกมาใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

r15 2
r20 2

ด้านการเรนเดอร์ 3D CG ต้องถือว่า Intel 12th Gen ก็มีประสิทธิภาพดีระดับใช้ Preview ตัวอย่างโมเดลสามมิติได้สบายๆ จากการทดสอบด้วย CINEBENCH R15 แล้ว ได้คะแนน OpenGL 91.65 fps และ CPU ที่ 1555 cb เรียกว่าประสิทธิภาพสูงไว้ใจได้ ส่วน CINEBENCH R20 ที่เน้นทดสอบกำลังการเรนเดอร์แล้ว ได้คะแนน CPU 3,667 pts นับว่ากำลังการประมวลผลของ Intel Core i5-1240P สามารถใช้ทำงานแนว 3D ได้ดีระดับหนึ่งอย่างแน่นอน

3dmark 2

ด้านการเล่นเกม จากการทดสอบด้วย 3DMark Time Spy แล้ว ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z สามารถทำคะแนนเฉลี่ยได้ 1,566 คะแนน และเมื่อดูผลคะแนนแยกแล้ว จะเห็นว่า CPU score ทำได้ 8,216 คะแนน ส่วน Graphics score อยู่ที่ 1,371 คะแนน ดังนั้นจึงสรุปได้ทันทีว่ากำลังการประมวลผลของ Intel Core i5-1240P นั้นดีในระดับไว้ใจได้ ส่วนการ์ดจอออนบอร์ดจัดว่าใช้ทำงานได้ แต่จะไม่เหมาะกับการเล่นเกมนัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics อยู่แล้ว

pcmark10 2

ในแง่การทำงานถือว่าไว้ใจ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ได้ พอทดสอบด้วย PCMark 10 ก็ได้คะแนนรวม 5,270 คะแนน และแยกหมวดหมู่แล้วจะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ เด่นในหมวด Essentials หรือการเปิดโปรแกรมและทำงานผ่านเว็บเบราเซอร์และประชุมออนไลน์ ส่วนการทำงานกับไฟล์เอกสารในหมวด Productivity และตัดต่อแต่งภาพอย่างหมวดทดสอบ Digital Content Creation จะทำได้ดีไล่เลี่ยกัน ยิ่งไปกว่านั้นคือการทดสอบกับโปรแกรมแต่งภาพเองก็ทำคะแนนได้ขึ้นมาระดับ 5,000 คะแนนขึ้นไปไม่ดึงผลคะแนนรวมให้ตกลงไปมากนัก ดังนั้นถ้าใครต้องแต่งภาพทำงานอาร์ตต่างๆ ก็สามารถใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานได้เลย

zenbook14oled

ในฐานะที่ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z ติดตั้ง Intel 12th Gen Alder Lake มาแล้ว ถ้านำมาเล่นเกมจะเป็นอย่างไร ซึ่งจากที่ทดสอบเล่นเกมออนไลน์ไม่กินสเปคมากอย่าง DotA 2 แล้วปรับกราฟฟิคต่ำสุด Intel 12th Gen กับ Intel Iris Xe Graphics เองก็สามารถเล่นเกมได้ดีระดับหนึ่ง พอจะทำเฟรมเรทได้เฉลี่ยเกิน 60 fps อยู่ แต่พอขยับมา PUBG ซึ่งต้องเรนเดอร์กราฟฟิคต่อเนื่องจะเกิดอาการโหลด Texture และฉากเป็นช่วงๆ ควบคู่กับอาการกระตุกชั่วเสี้ยววินาที (Struttle) เป็นระยะๆ ทำให้เฟรมเรทตกไปจนเกมค้างตั้งแต่ 1-2 วินาทีได้เลย ส่วนเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Elden Ring ก็มีอาการเดียวกันกับโน๊ตบุ๊ครุ่นที่ใช้การ์ดจอออนบอร์ดรุ่นอื่น คือ แม้จะเปิดเกมแล้วเล่นได้ โหลดฉากไวตามปกติ ก็ยังมีอาการไม่เรนเดอร์ตัวศัตรูขึ้นมาให้เห็นอยู่

โดยสรุปแล้ว Intel 12th Gen นี้ ถ้าต้องการเล่นเกมจริงๆ ควรเล่นเกมไม่กินทรัพยากรเครื่องเยอะ, เกมเน้นใช้พลังประมวลผลของ CPU หรือเกมออนไลน์อย่าง DotA 2 เป็นหลักจะดีกว่า เพราะการ์ดจอของเครื่องนี้จัดว่าอยู่ในระดับใช้ทำงานทั่วไปได้แต่ไม่ได้เด่นเรื่องการเล่นเกมเท่านัก

main 1

oled care
oled care 2
gamut setting

ด้านโปรแกรม MyASUS สำหรับใช้ปรับตั้งค่าการทำงานของตัวเครื่อง นอกจากใช้เซ็ตโหมดการทำงาน, อัพเดทเฟิร์มแวร์ให้ตัวเครื่องและอื่นๆ ได้แล้ว ทางผู้ผลิตเองก็เพิ่มฟีเจอร์สำหรับหน้าจอ OLED เข้ามาให้ นั่นคือหมวด ASUS OLED Care เสริมฟังก์ชั่นถนอมตัวพาเนลให้อายุการใช้งานนานขึ้น ลดการ Burn-in เวลาเจ้าของเครื่องเปิดโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งหรือล็อค Taskbar ค้างเอาไว้นานๆ ตัวโปรแกรมจะช่วยปรับการแสดงผลของหน้าจอโดยอัตโนมัติให้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เปิดเอาไว้ทุกหัวข้อได้เลย ส่วนหัวข้อ OLED Flicker-Free Dimming ก็ปล่อยเป็นการตั้งค่าจากโรงงานได้เลย

ด้านฟังก์ชั่นตั้งค่าการแสดงผลหน้าจอ OLED ของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เอง ก็ถือว่าน่าสนใจเช่นกัน เพราะฟังก์ชั่นนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลเป็นแบบต่างๆ ไม่ว่าจะ Normal หรือแสดงผลตามปกติ, Vivid เน้นสีสันสวยเข้มตามสไตล์พาเนล OLED หรือปรับแบบ Manual เปลี่ยนอุณหภูมิสีบนหน้าจอได้เป็นโทนอุ่นหรือเย็นมากขึ้นก็ได้โดยการเลื่อนบาร์ด้านล่างได้เลย ยิ่งใครนั่งจ้องหน้าจอทั้งวัน จะมีโหมด Eye Care ถนอมสายตาให้ใช้ด้วย โดยหน้าจอจะลดแสงสีฟ้าลงไป ช่วยให้สบายตาขึ้น

Battery & Heat & Noise

batt 2
battmon1hr

สำหรับแบตเตอรี่ความจุ 75Wh ใน ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จัดว่ามีความจุเยอะเพียงพอให้เจ้าของเครื่องใช้ทำงานต่อเนื่องได้ทั้งวัน ไม่ต้องกังวลคอยหาปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ให้เสียจังหวะทำงานเลย ซึ่งผลการทดสอบตามมาตรฐานของเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุด, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด ปรับเสียงลำโพงให้ดังเพียง 10% ใช้ Microsoft Edge ดูคลิป YouTube ต่อเนื่องว่าตัวเครื่องสามารถจัดการพลังงานได้ดีหรือไม่

ผลจากการวัดด้วย BatteryMon เมื่อดูคลิปนาน 30 นาที โชว์ว่า ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 11 ชั่วโมง 36 นาที แต่พอปล่อยให้คลิปรันยาวต่อเนื่องเป็น 1 ชั่วโมง ก็ได้ระยะเวลาใช้งานนานขึ้นเป็น 12 ชั่วโมง 5 นาที มีจุดสังเกตคือ ถึงจะปล่อยให้เครื่องรันไป 30 นาทีแล้ว แต่แบตเตอรี่เครื่องยังไม่ลดลงเลยและคงไว้ 100% ได้ต่อเนื่อง และพอใช้ถึง 1 ชั่วโมง ก็ยังลดลงเพียง 9% เท่านั้น และผู้เขียนเองก็ลองนำเครื่องไปใช้ทำงานทั่วไป ใช้เว็บแอพฯ ควบคู่กับโปรแกรมทำงานเอกสารต่าง พบว่าแบตเตอรี่ลดลงช้ามากหรือแทบไม่ลดเลย คาดว่าแบตเตอรี่ 75Wh ในเครื่องน่าจะใช้ทำงานได้นานราว 15-17 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ASUS Zenbook New DSC01809

ช่องระบายความร้อนของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จะอยู่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่อง ซึ่งมีแค่ช่องเดียวเท่านั้น เมื่อใช้งานทั่วไปอย่างการเปิดเบราเซอร์ทำงานผ่านเว็บแอพฯ และงานเอกสารทั่วไปก็ถือว่าระบายอากาศได้ดีและเงียบไม่รบกวนแม้แต่น้อย ยกเว้นเฉพาะตอนรันโปรแกรมใหญ่กินทรัพยากรเครื่องสักหน่อย เช่น Photoshop, Lightroom ก็จะได้ยินเสียงพัดลมทำงานชัดเจนขึ้นมาระดับหนึ่ง 

hwmonitor 2

ซึ่งความร้อนของตัวเครื่องเมื่อรันโปรแกรมขนาดใหญ่ดูแล้วก็ไม่ได้แผ่ไปทั่วเครื่องเหมือนโน๊ตบุ๊คบางรุ่น มากสุดตัวเครื่องก็อุ่นขึ้นเล็กน้อยใต้คีย์บอร์ดใกล้ปุ่ม WASD ออกไปทางช่องระบายความร้อน ส่วนภายในเครื่องเมื่อเช็คด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่า Intel Core i5-1240P เองก็ร้อนระดับหนึ่งเลย โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 33~99 องศา เฉลี่ย 97 องศาเซลเซียส แต่อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิสูงสุดนี้เกิดจากการรันโปรแกรมทดสอบตัวเครื่องเพื่อเค้นดูว่า ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จะมีอุณหภูมิสูงสุดระดับไหน ซึ่งตอนทดลองใช้งานจริงก็แทบไม่เจอความร้อนระดับนี้เลย ดังนั้นใครที่สนใจอยากซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็ซื้อไปใช้งานได้ไม่ต้องกังวลว่าจะร้อนไป

User Experience

ASUS Zenbook New DSC01852

แง่การใช้งานจริง ต้องถือว่า ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ที่ดีรุ่นหนึ่ง ครบทั้งเรื่องสเปคและซอฟท์แวร์สำหรับใช้งาน แค่เปิดเครื่องแล้วล็อคอินให้เรียบร้อยก็พร้อมใช้ในทันที มีระบบปฏิบัติการ Windows 11 พร้อมกับ Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาครบเครื่อง ไม่ต้องจ่ายเงินค่าซอฟท์แวร์ให้เสียดายเงินเลย อาจจะน่าเสียดายเล็กน้อยว่าถ้าต้องการอัพเกรดเปลี่ยน M.2 NVMe SSD ในเครื่องให้อ่านเขียนไฟล์ได้ทันใจกว่านี้ก็ต้องยกไปศูนย์บริการให้ช่างผู้ชำนาญการจัดการให้ แต่ถ้าจัดการเปลี่ยนไดรฟ์ตั้งแต่เริ่มต้นก็ถือว่าดีไม่มีปัญหาแน่นอน นอกจากนี้ตัวเครื่องตอนใช้งานตามปกติก็ไม่ได้ร้อนจนน่ากลัวอย่างที่โปรแกรม CPUID HWMonitor โชว์แม้แต่น้อย

จุดที่ชอบนอกจากซอฟท์แวร์ครบเครื่องแล้ว ระยะเวลาใช้งานกับซีพียู Intel 12th Gen ก็จัดการพลังงานได้ดีมาก ซึ่งผู้เขียนเองก็เน้นพกติดตัวไปใช้เขียนและทำงานผ่านเว็บแอพฯ ก็ถือว่าระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่นั้นน่าจะใช้ได้นานกว่าผลทดสอบจาก BatteryMon แจ้งไว้ที่ 12 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ซึ่งผู้เขียนคาดว่าน่าจะใช้งานได้ราว 15 ชั่วโมงเลย นอกจากนี้ทัชแพด ASUS NumberPad 2.0 ก็ใช้งานได้สะดวก ตอบสนองไวเหมือนใช้ Numpad ปกติ ซึ่งนักบัญชีและคนที่ต้องพิมพ์ตัวเลขบ่อยๆ น่าจะชอบฟังก์ชั่นนี้

ด้านจอไซซ์ 14 นิ้ว แต่ความละเอียดสูงระดับ 2.8K พาเนล OLED ที่ได้รับการรับรองจาก PANTONE และ VESA Display เองก็ถือว่าเป็นหน้าจอที่ดีน่าประทับใจ เพราะอัตราส่วนจอ 16:10 นั้นช่วยเพิ่มพื้นที่ในแนวตั้งมากขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งผู้เขียนเองก็ใช้ทำงานด้านการเขียนและเอกสารก็เห็นบรรทัดมากขึ้น และเวลา Process ภาพถ่ายประกอบรีวิวก็ใช้หน้าจอของ ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จัดการได้เลยและไม่ต้องกลัวสีเพี้ยน เพราะนอกจากขอบเขตสีกว้างแล้วค่า Delta-E <2 ไม่ต้องเสียเงินซื้อหน้าจอสำหรับทำงานอาร์ตโดยเฉพาะมาต่อเพิ่มด้วย พูดได้เลยว่าเรื่องทำงานคือจบในเครื่องเดียว

ส่วนที่ผู้เขียนเองเชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คนน่าจะกังวลอยู่ ว่าถ้าเป็นพาเนล OLED แล้วจะ Burn-in หรือเปล่า ในส่วนนี้เมื่อมีฟังก์ชั่น ASUS OLED Care เสริมเข้ามา ก็เปิดทิ้งเอาไว้ให้เครื่องจัดการตัวเองได้เลยไม่และประสบการณ์การใช้งานระหว่างเปิดกับไม่เปิด OLED Care นั้นก็แทบไม่ต่างกัน อย่างมากแค่ Taskbar จะถูกเปลี่ยนเป็น Auto Hide ชักซ่อนลงไปอัตโนมัติเท่านั้น เวลาจะใช้ก็ลากเมาส์ลงไปให้ Taskbar ยกขึ้นมาก็ใช้งานได้ตามปกติแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลในส่วนนี้ก็ได้

Conclusion & Award

ASUS Zenbook New DSC01853

ถ้าใครมีโจทย์หาโน๊ตบุ๊คสายทำงานดีๆ ระดับพรีเมี่ยมเอาไว้ใช้สักเครื่องแล้วอยากใช้ซีพียู Intel 12th Gen Alder Lake ด้วย ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z จัดเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย เนื่องจากซอฟท์แวร์ครบเครื่องพร้อมใช้งาน หน้าจอสีสันสวยเที่ยงตรงพร้อมฟังก์ชั่นถนอมพาเนลหน้าจอให้ใช้งานได้นาน ไม่เสื่อมไม่ Burn-in อีก ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อใช้งานไปนานๆ ได้อย่างอยู่หมัด ผู้ใช้ก็สบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย นอกจากนี้ลำโพงยังเสียงดีน่าใช้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าใครอยากให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็แนะนำให้ยกเครื่องพร้อม M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 ดีๆ สักตัวไปให้ศูนย์บริการถอดเปลี่ยนอัพเกรดก็พอแล้ว จะได้ดึงประสิทธิภาพของตัวเครื่องออกมาได้เต็มที่และเอา SSD ตัวเดิมไปทำเป็น External SSD ไว้เซฟงานเลย เพราะถ้าอัพเกรดส่วนนี้เสร็จก็ถือว่าสมบูรณ์แบบแล้วและใช้งานได้อย่างน้อย 3-4 ปีอย่างแน่นอน

award

award new Battery Life

best battery life

แบตเตอรี่ความจุ 75Wh เมื่อจับคู่กับ Intel Core i5-1240P ก็ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุดถึง 12 ชั่วโมง และอาจจะได้ถึง 15-17 ชั่วโมงทีเดียว และรองรับการต่อพอร์ตแยกและชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน Thunerbolt 4 ได้อีก ทำให้เจ้าของเครื่องใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่จะหมดตอนประชุมสำคัญ โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จึงเหมาะกับรางวัล Best Battery Life โดยไม่ต้องสงสัย

award new Design

best design

ASUS ZenBook 14 OLED UX3402Z เครื่องนี้ได้ดีไซน์ฝาหลังเครื่องดูล้ำอนาคตสวยงามยิ่งขึ้น แต่ก็ใส่ฟีเจอร์ดีๆ มาให้ครบไม่ว่าจะ ASUS NumberPad 2.0 และบานพับหน้าจอแบบ ErgoLift hinge ทำให้เจ้าของเครื่องทำงานได้สะดวกขึ้น จัดว่าได้ทั้งความสวยและฟังก์ชั่นการใช้งานพร้อมๆ กัน จึงคู่ควรกับรางวัล Best Design อย่างแน่นอน

award new multi media

best multimedia

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K พาเนล OLED อัตราส่วน 16:10 ใช้ทำงานสะดวก พรู้ฟสีได้สบายเพราะขอบเขตสีกว้างระดับ 100% DCI-P3 พร้อม ASUS OLED Care และลำโพงตัวเครื่องมี Smart Amp ติดตั้งมาอีก ทำให้ทำงานได้ดีหรือจะดูหนังฟังเพลงก็ดีงามทั้งคู่ จึงเหมาะกับรางวัล Best Multimedia มาก

from:https://notebookspec.com/web/647753-review-asus-zenbook-14-oled-ux3402z

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เบาสุดๆ แค่ 749 กรัมเท่านั้น พกสบายทำงานลื่นๆ

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 พกสบายไม่หนักไหล่ มีรุ่นไหนมาดู!

10lightweightlaptop cover

เมื่อเทคโนโลยีการย่อขนาดทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ พัฒนาขึ้น โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ จึงบางและเบาลงเรื่อยๆ จึงต้องจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ให้ผู้ใช้ที่เน้นหาโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา พกง่ายสบายไหล่เพราะต้องพกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนบ่อยๆ ได้หาซื้อไปใช้กัน ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นี้ จะรวมโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่เปิดตัวตั้งแต่ช่วงปี 2021 เป็นต้นมาและยังไม่มีใครล้มแชมป์ได้เอาไว้ด้วย

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แปรผกผันกับน้ำหนักคือราคาของโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาจะค่อนข้างแพงทีเดียว เริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 2 หมื่นบาทกลางๆ ไปจนเฉียดแสนเลยก็มี เพราะการปรับแต่งตัวเครื่องให้เบาลงแต่ยังคงแข็งแรงทนทานต้องใช้วัสดุคุณภาพสูงด้วย จึงทำราคาถูกเป็นพิเศษไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ก็ชดเชยโดยทางผู้ผลิตก็ใส่ฟีเจอร์ดีๆ เข้ามาชดเชยและให้ความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นด้วย

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022

จัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ไล่กันไปเลยตัวไหนเบาสุด ณ ตอนนี้

ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ครั้งนี้ รวมโน๊ตบุ๊ครุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วจากหลากหลายแบรนด์เอาไว้ด้วยกันแล้วไล่ตั้งแต่รุ่นที่เบาสุดเป็นต้นไป โดยทั้ง 10 รุ่นในบทความนี้จะมีดังนี้

  1. Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 (749 กรัม)
  2. Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 (980 กรัม)
  3. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL (980 กรัม)
  4. LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 (1.12 กิโลกรัม)
  5. LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 (1.19 กิโลกรัม)
  6. Acer Swift 3 SF314-511-57PD (1.2 กิโลกรัม)
  7. MacBook Air 13″ (1.29 กิโลกรัม)
  8. DELL Latitude 5320 (1.32 กิโลกรัม)
  9. LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 (1.35 กิโลกรัม)
  10. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA (1.39 กิโลกรัม)
1. Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 (749 กรัม)

20210509 233231 c

เริ่มต้นด้วยแชมป์ของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ซึ่งยังไม่มีใครล้มแชมป์ความเบานี้ได้ นั่นคือ Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 ซึ่งเบาเพียง 749 กรัมเท่านั้น สามารถใส่กระเป๋าพกไปทำงานได้สบายๆ ส่วนผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี M.2 NVMe SSD มา 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 Home ไว้ในเครื่องพร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0 ได้ด้วย เรียกว่าครองแชมป์โน๊ตบุ๊คเบาสุด ณ ตอนนี้โดยไม่มีใครมาล้มได้เลย

สเปคของ Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : FHD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 749 กรัม
  • Price : 37,990 บาท (ราคากลาง)
2. Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 (980 กรัม)

20210515 161300 c

ต่อด้วยโน๊ตบุ๊คสุดเบาอันดับ 2 ของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 แดนปลาดิบก็ยังครองแชมป์อยู่ โดยเป็น Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 ซึ่งอิงสเปคแทบทั้งหมดจาก Fujitsu รุ่นบน แต่ลดสเปคบางส่วนแทน ได้แก่ลดแรมเหลือ 8GB LPDDR4x, ตัดพอร์ต LAN ออก, น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 980 กรัม แต่ราคาก็ถูกลงเช่นกันและสเปคจัดว่าทำงานออฟฟิศได้สบายๆ แน่นอน ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคของ Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : FHD Camera 
  • Software : Windows 10 Home
  • Weight : 980 กรัม
  • Price : 32,990 บาท (ราคากลาง)
3. ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL (980 กรัม)

20201204 121920 c

อันดับ 3 ของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ตกเป็นของ ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL ซึ่งเปิดตัวมาเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา และทางบริษัทก็ใส่ฟีเจอร์มาให้มากมายไม่ว่าจะ ASUS NumberPad, กล้อง IR สแกนใบหน้า, ติดตั้ง Microsoft Office ตัวเต็มมาให้และน้ำหนักสูสีกับ Fujitsu ในข้อที่แล้ว เพราะเบาเพียง 980 กรัมเท่านั้น ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปคเครื่องนี้ถือว่าดีพร้อมใช้ทำงานออฟฟิศได้อย่างแน่นอน โดยใช้ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz และการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics เช่นกัน แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้อย่างแน่นอน มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้เสร็จสรรพพร้อมแรม 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 และเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 หากใครชอบและไว้ใจโน๊ตบุ๊คจาก ASUS เป็นทุนอยู่แล้วก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 2, USB-A 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : HD IR Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 980 กรัม
  • Price : 32,990 บาท (ราคากลาง)
4. LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 (1.12 กิโลกรัม)

20220218 230013 c

เชื่อว่าหลายๆ คนเห็นขนาดโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้วแล้ว ก็น่าประมาณน้ำหนักไว้ว่าต้องอยู่ราว 1.7 กิโลกรัมขึ้นไปแน่นอน แต่ LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 รุ่นนี้ได้อันดับ 4 ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เพราะเครื่องเบาเพียง 1.12 กิโลกรัมเท่านั้น และฟีเจอร์ดีๆ มาครบเครื่องทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, พอร์ต Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, หน้าจอพาเนลคุณภาพสูง ขอบเขตสีกว้างและเที่ยงตรงและได้ใช้ Microsoft 365 ฟรี 1 ปีนับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งานด้วย เรียกว่ามีดีเกินตัวมาก

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ได้สบายๆ มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home และ Microsoft 365 มาพร้อมใช้งาน แรมเป็นแบบออนบอร์ด ความจุ 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz ส่วนพอร์ตมี Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย บอดี้ก็แข็งแรงทนทานดีไซน์พรีเมี่ยม คุ้มจะซื้อมาใช้ทำงานสุดๆ

สเปคของ LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.12 กิโลกรัม
  • Price : 53,900 บาท (ราคากลางจาก LG Thailand)
5. LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 (1.19 กิโลกรัม)

20220218 231137 c

ตามมาด้วยรุ่นกลางจากบ้าน LG ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เป็นรุ่น LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 ซึ่งตัวเครื่องหนักขึ้นกว่ารุ่น 15.6 นิ้วเล็กน้อย โดยเพิ่มเป็น 1.19 กิโลกรัม ซึ่งอิงสเปคกับฟีเจอร์เด่นเหมือนกันกับรุ่น 15.6 นิ้วแทบทั้งหมด แต่อัพเกรดหน้าจอเป็นขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครอยากได้หน้าจอความละเอียดสูงกว่า Full HD ก็แนะนำให้ดูรุ่นนี้ได้เลย

สเปคของ LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.19 กิโลกรัม
  • Price : 59,900 บาท (ราคากลางจาก LG Thailand)
6. Acer Swift 3 SF314-511-57PD (1.2 กิโลกรัม)

20210728 041614 c

สำหรับ Acer Swift 3 SF314-511-57PD ถือเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดแล้วในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นี้ โดยน้ำหนักอยู่ที่ 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ตัวเครื่องพกพาสะดวกและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้พร้อมและสเปคใช้ทำงานออฟฟิศได้ดี มี Microsoft Office ตัวเต็มมาพร้อมทำงานอีกด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics ใช้หน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz พร้อมใช้ทำงานอย่างแน่นอน ส่วนพอร์ตมี USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาราคากำลังดีรุ่นหนึ่ง 

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-511-57PD
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 8GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 1.2 กิโลกรัม
  • Price : 22,900 บาท (Advice)
7. MacBook Air 13″ (1.29 กิโลกรัม)

20210323 113309 c

หากใครยังติดภาพว่า MacBook Air 13″ เป็นโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาใส่ซองเอกสารได้เหมือนเมื่อก่อน เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คฝั่ง Windows ในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 แล้ว จะเห็นว่าน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.29 กิโลกรัม ซึ่งหนักกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นแต่ก็ยังพกง่าย มีเซนเซอร์ Touch ID สแกนลายนิ้วมือและจอ Retina Display ซึ่งแสดงผลดี ขอบเขตสีกว้างความละเอียดสูงด้วย

รุ่นเริ่มต้นใช้ชิป Apple M1 แบบซีพียู 8 คอร์ จีพียู 7 คอร์ มี SSD ความจุ 256GB ติดตั้ง macOS Monterey มาให้ มี Unified Memory อีก 8GB แชร์ใช้งานภายในเครื่อง ส่วนจอ Retina Display มีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้างระดับ P3 แสดงผล True Tone มีพอร์ต Thunderbolt 3 x 2 ช่องและ Audio combo x 1 ช่องเท่านั้น เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ได้ ต้องถือเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นคนทำงานที่ใช้งานได้ครอบคลุมหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะงานเอกสาร, แต่งภาพ, ตัดต่อวิดีโอก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

สเปคของ MacBook Air 13″
  • CPU : Apple M1 แบบ 8 ตอร์
  • GPU : Apple M1 GPU 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB 
  • RAM : Unified Memory 8GB 
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600) พาเนล IPS ขอบเขตสีกว้างระดับ P3 แสดงผล True Tone
  • Ports : Thunderbolt 3 x 2, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • Webcam : 720p FaceTime HD Camera
  • Software : macOS Monterey พร้อมซอฟท์แวร์พื้นฐานจาก Apple
  • Weight : 1.29 กิโลกรัม
  • Price : 32,900 บาท (ราคากลาง)
8. DELL Latitude 5320 (1.32 กิโลกรัม)

20220302 113504 c

ด้านโน๊ตบุ๊คแบรนด์ขวัญใจคนทำงานอย่าง DELL ก็ผ่านเข้ารอบการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ด้วย เป็น DELL Latitude 5320 สเปคดี มีน้ำหนัก 1.32 กิโลกรัม ติดตั้งตัวอ่าน Smart Card มาให้ ได้การรับประกัน Dell Pro Support และ Battery Service Support ทั้งสองอย่างนาน 3 ปีทีเดียว

ซีพียูติดตั้ง Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แสดงผลขึ้นหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD 512GB ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้พร้อมแรมออนบอร์ด 16GB LPDDR4 บัส 3200MHz พอร์ตมี Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ด้วย เรียกว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ DELL Latitude 5320
  • CPU : Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 10 Pro
  • Weight : 1.32 กิโลกรัม
  • Price : 39,900 บาท (Advice)
9. LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 (1.35 กิโลกรัม)

20220218 232930 c

ถึง LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 จะอยู่อันดับเกือบสุดท้ายจากการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 ก็ตาม แต่เพราะขนาดตัวเครื่องใหญ่ถึง 17 นิ้ว ทำให้น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.35 กิโลกรัม แต่ก็ยังเบากว่าโน๊ตบุ๊คขนาดเท่าๆ กันหลายรุ่น และผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่ โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะแชร์สเปคร่วมกับ LG Gram ขนาด 16 นิ้วในข้อที่ 5 ทั้งหมด ยกเว้นขนาดหน้าจอที่ขยายขึ้นเป็น 17 นิ้วและน้ำหนักตัวเครื่องเท่านั้นที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คเครื่องใหญ่ ดีไซน์พรีเมี่ยมแนะนำให้เลือกซื้อรุ่นนี้ไปใช้เลย

สเปคของ LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6
  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 17 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10
  • Ports : Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, MicroSD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี
  • Weight : 1.35 กิโลกรัม
  • Price : 66,900 บาท (ราคากลางจาก LG Thailand)
10. ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA (1.39 กิโลกรัม)

20220303 172426 c

รุ่นสุดท้ายของการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 เป็น ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA โดยตัวเครื่องได้หน้าจอความละเอียด 2.8K พาเนล OLED รองรับ HDR แสดงผล Refresh Rate ได้ 90Hz มี ASUS NumberPad ติดตั้งมาให้พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงปุ่ม Power รวมทั้งได้ซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม

ซีพียูในเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์ แสดงผลขึ้นหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED รองรับ HDR ปรับค่า Refresh Rate 60~90Hz ได้ ส่วน M.2 NVMe SSD มีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft office Home & Student 2021 มาพร้อมใช้งาน ส่วนแรมมีขนาด 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย จัดเป็นโน๊ตบุ๊คคุณภาพในการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นี้เหมาะจะลงทุนซื้อไปทำงานเป็นอย่างมาก

สเปคของ ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA
  • CPU : AMD Ryzen 5 5625U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.3-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 7 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB 
  • RAM : 16GB LPDDR4x บัส 4266MHz
  • Display : 14 นิ้ว ความละเอียด 2.8K (2880×1800) พาเนล OLED รองรับ HDR ปรับค่า Refresh Rate 60~90Hz
  • Ports : USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery, USB-A 3.2 x 2, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera
  • Software : Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.39 กิโลกรัม
  • Price : 34,990 บาท (Advice)

สรุปสเปคจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022

จากการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 จะเห็นว่าทั้ง 10 รุ่นนั้น น้ำหนักก็ไล่ตั้งแต่หลักร้อยกรัมไปจนช่วง 1 กิโลกรัมต้นๆ เลยทีเดียว แม้ราคาจะสูงแต่ก็ได้ฟีเจอร์, ดีไซน์และวัสดุตัวเครื่องระดับพรีเมี่ยมมาทดแทนกันไป ซึ่งสรุปสเปคได้ดังนี้

สเปคจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 CPU, GPU SSD, RAM, Software หน้าจอ, น้ำหนัก การเชื่อมต่อ ราคา (บาท)
Fujitsu Ultralight UH-X-4ZR1C14466 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

13.3″ FHD IPS

749 กรัม

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

37,990
Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

13.3″ FHD IPS

980 กรัม

USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 2 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,990
ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ FHD IPS

980 กรัม

USB-C 3.2 x 2

USB-A 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,990
LG Gram 15 15Z95P-G-AH54A6 Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี

15.6″ FHD IPS

1.12 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

53,900
LG Gram 16 16Z95P-G-AH54A6 Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี

16″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

1.19 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

59,900
Acer Swift 3 SF314-511-57PD Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

14″ FHD IPS

1.2 กก.

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,900
MacBook Air 13″ Apple M1

CPU 8 คอร์

GPU 7 คอร์

SSD 256GB

Unified Memory 8GB

macOS Monterey

13.3″ QHD IPS
True Tone

1.29 กก.

Thunderbolt 3 x 2

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

32,900
DELL Latitude 5320 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4
3200MHz

Windows 10 Pro

13.3″ FHD IPS

1.32 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

39,900
LG Gram 17 17Z95P-G-AH54A6 Intel Core
i5-1155G7

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft 365 ใช้ฟรี 1 ปี

17″ WQXGA
(2560×1600)
IPS

1.35 กก.

Thunderbolt 4 x 2

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

MicroSD Card Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

66,900
ASUS ZenBook 14 OLED UM3402YA AMD Ryzen 5 5625U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe
512GB

16GB LPDDR4x
4266MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

14″ 2.8K
(2880×1800)
OLED HDR
60~90Hz

1.39 กก.

USB-C 3.2 x 1 รองรับ DisplayPort และ Power Delivery

USB-A 3.2 x 2

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

34,990

สำหรับโน๊ตบุ๊คทั้ง 10 เครื่องจากการจัดอันดับ 10 โน๊ตบุ๊คบางเบา 2022 นั้นก็สามารถหาซื้อได้ง่ายแล้ว ณ ตอนนี้ ถ้าหาดูดีๆ ก็จะเห็นโปรโมชั่นลดราคา, ได้ Cashback และของแถมเพิ่มเติมอีกมากมายโดยไม่ต้องไปเดินงาน COMMART ให้เหนื่อยเลย และถ้ารอวันพิเศษก็สามารถหาซื้อโน๊คบุ๊ครุ่นที่ต้องการได้ในราคาพิเศษสุดๆ ไม่เว้น MacBook ที่หลายๆ คนต้องการอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

laptop25000 cover

ssd cover

15000baht cover

from:https://notebookspec.com/web/650913-top-10-light-weight-laptop-2022

ASUS เปิดตัว Zenbook Pro 14 Duo OLED โน้ตบุ๊กจอคู่รุ่นใหม่ อัพเกรดเป็นจอ OLED

นอกจาก ASUS Zenbook Pro 16X OLED ที่ใช้ดีไซน์คีย์บอร์ดยกได้ ยังมีโน้ตบุ๊กอีกตัวที่ใช้ดีไซน์คล้ายๆ กันคือ Zenbook Pro 14 Duo OLED ที่มีจอที่สองแบบยกขึ้นได้

ดีไซน์โน้ตบุ๊กมีจอที่สองยกขึ้นได้ไม่ใช่ของใหม่ของ ASUS เพราะเคยทำมาหลายรอบแล้ว เวอร์ชันของปี 2021 คือ Zenbook Duo 14 การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือรอบนี้อัพเกรดเป็นจอ OLED และดันขึ้นเป็นรุ่น Pro ที่มีสเปกแรงขึ้น ใส่ซีพียูได้สูงสุด Core i9-12900H, จีพียู GeForce RTX 3050 Ti

หน้าจอหลักเป็นขนาด 14.5″ OLED 2.8K 120Hz ส่วนจอเล็กที่เรียกว่า ScreenPad Plus มีขนาด 12.7″ สัดส่วน 32:10 ความละเอียด 2.8K เป็นจอทัชสกรีน IPS 120Hz (จอหลักเลือกเป็นทัชหรือไม่ก็ได้) น้ำหนักรวม 1.7 กิโลกรัม

No Description

นอกจากนี้ ASUS ยังเปิดตัวโน้ตบุ๊กกลุ่ม Zenbook อีกตัวคือ Zenbook S 13 OLED ใช้ทรงมาตรฐาน ดีไซน์บางเบา น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใช้จอ 13.3″ 2.8k OLED และซีพียูเป็น AMD ใส่ได้สูงสุด Ryzen 7 6800U

from:https://www.blognone.com/node/128399

ASUS เปิดตัว Zenbook Pro 16X OLED ดีไซน์คีย์บอร์ดยกได้เพื่อระบายความร้อน

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊กตระกูล Zenbook และ Vivobook รอบกลางปี 2022 โดยเกือบทุกรุ่นใช้จอ OLED ที่กลายเป็นจุดขายของ ASUS ไปเรียบร้อยแล้ว

โน้ตบุ๊กรุ่นที่มีดีไซน์น่าสนใจคือ ASUS Zenbook Pro 16X OLED โน้ตบุ๊กขนาดจอ 16″ ดีไซน์บางเบา ที่มีคีย์บอร์ดยกชันขึ้นมาได้ และมีปุ่มหมุน dial ข้างทัชแพดสำหรับงานครีเอเตอร์ (ลักษณะคล้าย Surface Dial ของไมโครซอฟท์)

ASUS เรียกดีไซน์แบบนี้ว่า AAS (Active Aerodynamic System) เป็นการยกคีย์บอร์ดขึ้นให้เหมาะกับองศาของมือ และเป็นช่องลมเข้า ช่วยระบายความร้อนลงได้อีก 7 องศาเซลเซียส

ส่วน ASUS Dial เคยใส่มาแล้วในโน้ตบุ๊ก ASUS รุ่นก่อนๆ แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับขนาดให้บางลงกว่าเดิม 75% ใช้วัสดุเป็นแก้วเคลือบชั้นนอก โปรแกรมที่รองรับแล้วคือ Photoshop, Premiere Pro, Photoshop Lightroom Classic, After Effects, Illustrator แต่ก็สามารถตั้งค่าเพิ่มเองได้ถ้าต้องการ

สเปกของ Zenbook Pro 16X OLED แบบคร่าวๆ คือ

  • หน้าจอทัชสกรีน 16″ OLED ความละเอียด 4K (3840 x 2400) สัดส่วน 16:10 ความสว่าง 550nits
  • ซีพียู เลือกใส่ได้ระหว่าง Core i7-12700H หรือ Core i9-12900H
  • จีพียู เลือกเป็น Iris Xe หรือใส่ GeForce RTX 3060 Max-Q 6GB
  • แรม 16/32GB LPDDR5
  • สตอเรจ 512GB/1TB/2TB NVMe PCIe 4.0 SSD เป็นสล็อตแบบ M.2 2280
  • แบตเตอรี่ 96WHrs น้ำหนัก 2.40kg
  • คีย์บอร์ด backlit แบบปรับแต่งสีได้ per-key
  • ลำโพง 6 ตัว (2 tweeter + 4 woofer) โดย Harman Kardon รองรับ Dolby Atmos

Zenbook Pro 16X OLED เริ่มวางขายช่วงปลายเดือนมิถุนายน ราคาในยุโรปเริ่มต้นที่ 2,999 ยูโร

No Description

No Description

No Description

No Description

ที่มา – ASUS

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/128389

รีวิว ASUS ExpertBook B3 Flip โน๊ตบุ๊คไลฟ์สไตล์ คล่องตัว Thunderbolt 4 ปากกาสไตลัส

ASUS ExpertBook B3 Flip คล่องตัว พกสะดวก พับปรับโหมดได้ มี Thunderbolt 4 และสไตลัส เพื่องานและไลฟ์สไตล์

ASUS ExpertBook B3

ASUS ExpertBook B3 Flip จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คในกลุ่มธุรกิจ ที่เน้นความบางเบา แต่ให้ประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์ทั้งการทำงานและไลฟ์สไตล์ รองรับตั้งแต่การทำงานในองค์กร ไปจนถึงการเรียนออนไลน์ และการใช้งานที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อ สนทนาและสื่อสารได้เกือบตลอดเวลา เพราะมีรุ่นที่สนับสนุนการเชื่อมต่อ 4G LTE ด้วยการสนับสนุน SIM มาในตัว หน้าจอแสดงผลคมชัด รองรับมัลติทัช ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน พร้อมปากกาสไตลัส อันเป็นเอกลักษณ์ ให้ผู้ใช้ได้บันทึก นำเสนอและปลดปล่อยพันธนาการ ด้วยการออกแบบและเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พับหน้าจอ 360 องศา ใช้งานได้หลายโหมดด้วยกัน และกล้องเว็บแคม ที่มีให้ถึง 2 ตัวด้วยกัน โดยมีขุมพลังซีพียู Intel Gen 11 ที่เพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการประมวลผลงานและความบันเทิงได้อย่างรวดเร็ว ASUS เพิ่มความทนทานให้กับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ด้วยมาตรฐาน MIL-STA 810H เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ เช่นเดียวกับในเรื่องของความปลอดภัย ที่เป็นสิ่งแรกในทุกองค์กรให้ความสำคัญ ASUS ExpertBook รุ่นนี้ ก็มีมาให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Fingerprint sensor, TPM 2.0 หรือจะเป็น Webcam Shield ก็ตาม ให้การรับประกัน 3 ปีเต็ม เช่นเดียวกับเงื่อนไข 3-3-1 ที่มาพร้อม Perfect Warranty อีก 1 ปีเต็ม

ASUS ExpertBook B3 Flip


ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นที่เราได้รับมาทดสอบครั้งนี้ ใช้ขุมพลังซีพียู Intel Core i7-1165G7 ที่เป็นซีพียูที่ให้ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงถึง 4.7GHz แต่มีค่า TDP ต่ำ จึงลดความร้อนในการทำงาน และความโดดเด่นในแง่ของกราฟิก Intel® Iris® Xe Graphics ที่รองรับการใช้งานและความบันเทิงได้ดีพอสมควร เช่นเดียวกับแรม DDR4 3200 ที่ให้มา 8GB ทำงานคู่กับ SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 512GB กล้องเว็บแคม 2 ตัว และไมโครโฟน 2-way ที่มีเทคโนโลยี AI Noise-Canceling พอร์ต Thunderbolt 4 มาให้อีก 2 ช่อง น้ำหนักเบาเพียง 1.61 กิโลกรัมเท่านั้น และยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro 64-bit ให้พร้อมต่อการใช้งาน เคาะราคาในรุ่นนี้อยู่ที่ 35,900 บาท

Advertisementavw
ASUS ExpertBook B3 101

สามารถดูข้อมูลและสเปคเต็มของโน๊ตบุ๊คได้ที่: ASUS ExpertBook B3

จุดเด่น

  • การออกแบบที่เรียบง่าย เข้ากับการใช้งานในหลายสไตล์
  • งานประกอบดี มีความแข็งแรง มาตรฐาน MIL-STD
  • มาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน
  • TB4 รองรับการเชื่อมต่อจอแสดงผล และเป็น PD 3.1 ได้ในตัว
  • คีย์บอร์ดมีความแน่น ตอบสนองไว
  • ปุ่มคีย์มีไฟ Backlit เปิด-ปิดได้
  • บานพับหน้าจอพับได้ 360 องศา ให้ใช้งานในโหมดต่างๆ ได้
  • มาพร้อม Windows 10 Pro ในตัว
  • เว็บแคม 2 ตัว สำหรับใช้งานในโหมดปกติ และแท็ปเล็ต
  • ลำโพงให้เสียงคุณภาพดีพอสมควร
  • มีฟังก์ชั่น Numberpad บนทัชแพด เปิด-ปิดการใช้งานได้
  • มาพร้อมปากกาสไตล์ลัส พร้อมช่องจัดเก็บชาร์จไฟโดยเฉพาะ
  • ให้ความปลอดภัยข้อมูลระดับฮาร์ดแวร์
  • น้ำหนักเบาเพียง 1.61 กิโลกรัมเท่านั้น
  • การรับประกัน 3 ปี เป็น 3 ปี Onsite และ Global warranty รวมถึง 1 ปี Perfect warranty

ข้อสังเกต

  • กราฟิกมาบนซีพียู ประสิทธิภาพเน้นที่ความบันเทิงทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • มีแรมมาให้ 8GB อัพเกรดเป็น 16GB จะไหลลื่นมากขึ้น
  • ปากกาสไตลัส ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยในระดับหนึ่ง
  • พื้นที่บริเวณด้านข้างคีย์บอร์ด ทำให้บอดี้ดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

Specification

ASUS ExpertBook B3402FEA-EC0961WS
CPU Intel Core i7-1165G7
Integrate GPU Intel Iris Xe Graphic
RAM DDR4 8GB On board
Storage SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 512GB
Display 14.0″ FHD (1920 x 1080) 16:9 Glossy
Wireless WiFi 6 + Bluetooth 5.2
3G/4G 4G LTE support
OS Windows 11 Home
Office Home & Student 2021
ราคา 35,900 บาท

สำหรับโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B3402FEA รุ่นนี้ มาพร้อมซีพียู Intel Core i7-1165G7 ประมวลผลแบบ 4 core/ 8 thread ความเร็วสูงสุด 2.8GHz ให้ประสิทธิภาพในงานพื้นฐานชีวิตประจำวันได้ดี รวมถึงซอฟต์แวร์ในสำนักงานและความบันเทิง เช่นเกมออนไลน์หรือชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง มีค่า TDP ต่ำ ความร้อนน้อย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น ด้วยกราฟิก Intel Iris Xe Grahic ที่ถูกติดตั้งมาในซีพียู ให้ประสิทธิภาพที่ดี และประหยัดพลังงานอีกด้วย

ASUS ExpertBook B3

ติดตั้งแรม DDR4 3200 เป็นแบบออนบอร์ดมาให้ 8GB รองรับการอัพเกรดได้ที่ 32GB ในภายหลัง ซึ่งเพียงพอต่อการเริ่มต้นใช้งานในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ทั่วไป และงานในชีวิตประจำวัน ให้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro อัพเกรดได้ เช่นเดียวกับ Storage ที่ติดตั้ง SSD M.2 NVME PCIe 3.0 ความจุ 512GB มาให้ กับพื้นที่แสดงผลบนหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full-HD 1080p เป็นพาแนล IPS มีบานพับได้ถึง 180 องศา เพื่อการใช้งานในรูปแบบต่างๆ จะทำงานก็ดี ทัชสกรีนก็เหมาะอย่างยิ่ง อีกทั้งเสริมปากกาสไตลัสมาให้อีกด้วย เหมาะทั้งสายทำงาน พรีเซนเทชั่นและงานออกแบบได้ดีในระดับหนึ่ง ที่น่าทึ่งคือ ยังให้กล้องเว็บแคมมาอีก 2 ตัว ในการใช้นำเสนองานในแต่ละโอกาส โดยกล้องตัวบนมี Webcam Shield เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเป็นส่วนตัว

ASUS ExpertBook B3

ซึ่งถ้ามองกันในแง่ของความแข็งแรง วัสดุที่เป็นแม็กนิเซียม-อะลูมิเนียมอัลลอยของฝาปิดหรือ Cover ของตัวเครื่อง ก็ให้ความทนทานไม่น้อยเลย อีกทั้งงานประกอบค่อนข้างแน่นหนา กับขอบของตัวเครื่องที่แน่น และใช้น็อตสกรูหลายชิ้น ก็ทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ด้วยมาตรฐาน MIL-STD 810H ก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ดี

ASUS ExpertBook B3

ขอบจอของ ASUS ExpertBook B3 นี้ ยังมาในแบบ NanoEdge Design เช่นเดียวกับในรุ่นที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าจะเป็น B1 หรือ B7 ก็ตาม ทำให้พื้นที่โดยรวมดูกระชับ และเมื่อมองมาที่ขอบของบอดี้ด้านข้างคีย์บอร์ด ก็เหลือแค่ประมาณ 1.5cm ทำให้วางปุ่มคีย์บอร์ดได้แบบเต็มที่ แต่ก็ยังคงเหลือพื้นที่ด้านข้างมากไปหน่อย

ASUS ExpertBook B3

ส่วนโครงสร้างภายใน ทำจุดยึดมาให้แน่นหนา ใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอย และเสริมโครงสร้างที่เป็น Internal keyboard bracket และเพิ่มชั้นที่กันน้ำ เพื่อป้องกันของเหลวที่จะไหลลงมาได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดีคงต้องย้ำไว้ก่อนว่า แม้ว่าจะกันน้ำได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถเทหรือแช่อยู่ในน้ำได้นะครับ นอกจากนี้ยังไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน ซึ่งทาง ASUS แนะนำว่า หากทำน้ำหกลงไปบนคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊ค ให้เอียงหรือเทน้ำนั้นออก จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งและปล่อยให้แห้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ASUS ExpertBook B3

พอร์ตต่อพ่วงถือเป็นจุดเด่นของ ExpertBook B3 รุ่นนี้ เพราะให้พอร์ตความเร็วสูง Thunderbol 4 มาถึง 2 พอร์ตด้วยกัน รองรับการแสดงผลบนหน้าจอระดับ 4K และเป็น USB PD 3.0 อีกด้วย เช่นเดียวกับ USB 3.2 Type-A, 2.0 และ HDMI รวมถึง RJ-45 ที่เป็นไซส์มาตรฐาน พร้อมสล็อต microSD card reader มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 1.61 กิโลกรัม ชาร์จไฟผ่าน USB-C ด้วยอแดปเตอร์ AC 65W ขนาดเล็ก สนนราคาอยู่ที่ 35,900 บาท

สามารถดูสเปคโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ได้ที่ ASUS ExpertBook B3402FEA

การรับประกัน

การรับประกัน ASUS Exclusive Care

  • 3 Year Onsite Service: บริการตรวจซ่อมฟรีถึงที่ 3 ปี
  • 3 Year Global Warranty: ครอบคลุมการรับประกัน 3 ปี (57 ประเทศ)
  • 1 Year Perfect Warranty: เพิ่มการรับประกันอุบัติเหตุให้ใน 1 ปีแรก

รายละเอียดเพิ่มเติม Expert Book B3402F :https://th.asus.click/KQkJiZ


Hardware / Design

ก่อนหน้านี้ทาง NBS ได้เคยนำเสนอ ASUS ExpertBook B1 ให้ได้ชมกันแล้ว ซึ่งหากจะเปรียบเทียบในแง่ของดีไซน์ ก็เรียกว่าแทบไม่ได้ต่างกัน ในแง่ของสีสันทาง ASUS นำเสนอในรุ่น B3 นี้ว่าเป็นเหมือนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มองเห็นหมู่ดาว จะเป็นโทนของสีดำออกน้ำเงินนิดๆ ทำให้ดูลึกลับน่าค้นหา การออกแบบที่ดูเรียบง่าย นำไปใช้ได้ในหลายโอกาส ตัวเครื่องมีความบางเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับขอบจอที่บาง กระชับ ให้พื้นที่ใช้งานได้กว้างขวาง แต่อยู่ในระดับที่พกพาสะดวก อีกทั้งพับหน้าจอได้แบบ 360 องศา และยังเป็นทัชสกรีนอีกด้วย ช่วยให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น

ASUS ExpertBook B3

ตัวเครื่องยังคงมาในโทนสีเทาเข้ม แต่มีเฉดสีน้ำเงินเข้ามาแจม ซึ่งทาง ASUS ใช้เป็น Star Black finish คือออกโทนสีดำ แต่เป็นแนวท้องฟ้าในยามค่ำคืน ทำให้ดูสว่างขึ้น มีประกายสีเด่นออกมา เมื่อรวมกับภาพลักษณ์ของเส้นสายบนโน๊ตบุ๊ค ก็ดูไม่น่าเบื่อ เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่มงานธุรกิจทั่วไป

ASUS ExpertBook B3

หน้าจอที่ปรับบานพับได้หลากหลายโหมด ตั้งแต่เป็นโหมดโน๊ตบุ๊คปกติ หรือจะปรับเป็น Tent mode สำหรับการตรวจเช็คหรือดูข้อมูลที่ประหยัดพื้นที่จัดวาง รวมถึงใช้ในการถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังพับ 360 องศา ในโหมดแท็ปเล็ต เพื่อการจับถือและนำเสนอ รวมถึงการจดบันทึก และสามารถใช้กล้องที่ 2 จากตรงกลางเครื่องได้ รวมถึงสแตนโหมด ที่เอาไว้ดูวีดีโอ ชมภาพยนตร์ หรือจะใช้เพื่อการเล่นเกมเบาๆ ในช่วงพักก็ง่าย เพราะสามารถทัชสกรีนได้ รวมถึงในทุกๆ โหมด ก็สามารถนำปากกาสไตลัสมาใช้งานร่วมกันได้

ASUS ExpertBook B3
ASUS ExpertBook B3

บริเวณฝาด้านนอกของโน๊ตบุ๊คจะมีแสงไฟ LED ขนาดเล็กที่จะสว่างขึ้นเป็นแสงสีส้ม ASUS ออกแบบมาเพื่อให้คนอื่นที่เห็นคุณใช้งานแล้วแสงนี้ปรากฏขึ้น จะหมายถึงว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ประชุมหรือใช้งานสนทนาออนไลน์อยู่ ผู้ร่วมงานก็จะทราบได้ทันทีว่า คุณอาจจะยังไม่ว่าง หรือไม่สะดวกในการพูดคุยด้วยในช่วงเวลานั้นๆ


Keyboard / Touchpad

ASUS ExpertBook B3

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นตา ก็คงจะเป็นรูปแบบของ ErgoLift Hinge ที่ไม่ได้อยู่บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ คงต้องย้ำว่าด้วยการเป็น Convertible ซึ่งก็ทำให้โน๊ตบุ๊คต้องพับได้ 360 องศา จึงไม่สามารถดันขอบให้ยกตัวโน๊ตบุ๊คขึ้นมาได้ เหมือนกับในบางซีรีส์ของ ExpertBook แต่ด้วยการปรับพับหน้าจอได้นี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวจึงแทบไม่จำเป็น อีกทั้งการระบายความร้อนของตัวเครื่องก็ทำได้สะดวกอยู่แล้ว การไม่ได้ยกตัวขึ้น ก็ไม่ได้มีผลมากนัก เรียกว่าได้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายมาทดแทน

ASUS ExpertBook B3

คีย์บอร์ดบน ASUS ExpertBook เป็นปุ่มคีย์ไซส์มาตรฐานของโน๊ตบุ๊คระดับ 14″ พื้นฐาน ที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป และเป็นแบบเดียวกับ ExpertBook B1 ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ แสงไฟปรับได้เป็นแบบ Backlit 2 ระดับ ไม่รองรับการปรับระดับความสว่าง แสงลอดออกมาจากด้านใต้และตัวปุ่มที่เป็นภาษาอังกฤษ-ไทยอย่างชัดเจน เหมาะกับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ได้ดีพอสมควร เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่เน้นทำงานในช่วงกลางคืนหรือไม่อยากรบกวนเพื่อนร่วมห้อง และใช้ในห้องประชุมก็สะดวกไม่น้อย แต่จะติดอยู่เล็กน้อยก็ตรง ปุ่มลูกศรขึ้น-ลง ยังคงเป็นแบบ half หรือครึ่งปุ่ม ใครที่ใช้ปุ่มนี้บ่อยๆ ก็อาจจะต้องทำความคุ้นเคยให้มากขึ้นอีกนิด

ปุ่มคีย์ตอบสนองไวทีเดียว ซึ่งก็ใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คในหลายๆ รุ่นของค่ายนี้ ซึ่งระยะ Travel key หรือระยะกดแล้วตอบสนองอยู่ที่ 1.5mm เท่านั้น อยู่ในระยะที่มีแรงต้านน้อยๆ แต่ให้ความแม่นยำได้ดี

ปุ่มฟังก์ชั่น (fn) จัดมาให้แบบครบๆ เรียกว่าในงานธุรกิจและชีวิตประจำวันต้องใช้แบบไหน ดูทาง ASUS ก็จะเตรียมมาให้ ไม่ว่าจะเป็น ระดับเสียง, แสงสว่างหน้าจอ, เปิด-ปิดทัชแพด, ส่งสัญญาณ Output ไปยังจอภายนอก ล็อคหน้าจอ, ปิดกล้องเว็บแคม หรือจะใช้จับภาพหน้าจอ และคีย์ลัดสำหรับใช้เรียก MyASUS ขึ้นมาตั้งค่าการใช้งานระบบ รวมถึงการเปิด-ปิดไมค์, AI Noise-cancelling ในการตัดเสียงรบกวน สุดท้ายจะเป็นปุ่ม Delete ที่อยู่มุมบนสุด และปุ่มเพาเวอร์ที่อยู่ด้านบนนั้น ใช้ในการเปิด-ปิด รวมถึงการเป็น Fingerprint ในการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนลายนิ้วมือได้อีกด้วย โดยส่วนตัวมองว่าในแง่ของการใช้งานพื้นฐานครบถ้วน แต่ละปุ่มมีสัญลักษณ์ชัดเจน และดูง่ายทีเดียว

ASUS ExpertBook B3

ส่วนใครที่ไม่ค่อยจะถนัด เวลาที่ใช้ Numberpad บนโน๊ตบุ๊ค 15.6″ แล้วต้องมาใช้โน๊ตบุ๊คขนาด 14″ ลองดูทางนี้ครับ เพราะ ASUS เตรียมทัชแพด ที่นอกจากจะทำให้ที่ให้คุณได้ใช้งานมัลติทัช ในโหมดพื้นฐานเอาไว้แล้ว ก็ยังมี ASUS NumberPad 2.0 ที่เป็นแถบตัวเลข ที่จะสว่างขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน ด้วยการแตะที่รูปคีย์บอร์ด มุมขวาบนของทัชแพด จากนั้นแตะที่ตัวเลขบนทัชแพดนั้น เพื่อคีย์ตัวเลขให้ใช้งานเหมือนมีมุมได้เลย ในมุมของผู้ใช้เอง น่าจะชื่นชอบแนวทางแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยนัก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้โน๊ตบุ๊คตัวใหญ่ที่มีแป้นตัวเลขเอาไว้ใช้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้สะดวกขึ้น

ASUS ExpertBook B3 96

แต่ที่น่าสนใจก็คือ ASUS มองถึงเรื่องของสุขอนามัยให้กับผู้ใช้บนโน๊ตบุ๊ค ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ ด้วยการเคลือบสายป้องกันการสะสมและเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ASUS BacGuard3,4 ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22196 มาบนคีย์บอร์ด ทัชแพดและที่วางมือ ซึ่งข้อมูลที่ ASUS ได้แจ้งมานี้ สารเคลือบดังกล่าว นอกจากจะยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้เกิน 99% แล้ว ยังทนต่อบรรดาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ถือว่า ASUS คิดเตรียมเอาไว้ได้ดี เข้าใจผู้ใจผู้ใช้ในปัจจุบัน ที่เช็ดและล้างมือบ่อยกว่าทานน้ำเสียอีกในตอนนี้ ลดปัญหาการหลุดลอกไปได้เยอะเลย


Screen / Speaker

ASUS ExpertBook B3

ASUS ExpertBook B3 รุ่นนี้ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 หรือ Full-HD ดีไซน์ขอบมาในแบบ NanoEdge เรียกว่าขอบบางมากๆ และด้วยเป็นโน๊ตบุ๊ค Convertible ก็ทำให้ดีไซน์ขอบหน้าจอและพาแนลเสมอกัน เพื่อที่เวลาใช้งานโหมดแท็ปเล็ต ก็จะสามารถลากนิ้วหรือแตะใกล้ๆ บริเวณขอบได้ไม่สะดุด

ASUS ExpertBook B3

ด้านบนมาพร้อมกล้องเว็บแคม ความละเอียด 720p ให้ความคมชัดในระดับหนึ่ง เพียงพอต่อการใช้ประชุมหรือเรียนออนไลน์ได้ ลื่นไหลไม่สะดุด นอกจากนี้กล้องเว็บแคม ยังมาพร้อมตัวเปิด-ปิดกล้องแบบใช้เลื่อนด้วยตัวเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจเวลาที่ไม่ใช้งาน เมื่อปิดแล้ว จะมีจุดสีส้มๆ ขึ้นมาให้สังเกตได้ง่ายมาก

ASUS ExpertBook B3

แต่หากจะใช้กล้องสำหรับการถ่ายภาพหรือวีดีโอ ที่มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น ก็ใช้กล้องที่อยู่ตรงกลางตัวเครื่องได้เลย โดยใช้ได้ในทุกโหมด แต่ที่จะสะดวกที่สุด ก็น่าจะเป็นตอนที่ใช้กับ Tent Mode และ Tablet mode นั่นเอง โดยเว็บแคมตัวที่ 2 นี้ ติดตั้งอยู่เหนือคีย์บอร์ด ตรงพื้นที่ว่างระหว่างจอภาพ มีความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ในโหมดแท็ปเล็ตหรือจะเป็น Tent mode ก็ตาม เพราะว่าไม่ต้องกังวลว่านิ้วมือจะมาบังให้เสียจังหวะ

ASUS ExpertBook B3

สำหรับปากกาสไตลัสที่มากับโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ มีจุดเด่นหลายอย่าง ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ว่ากันตั้งแต่การรองรับน้ำหนักการกดได้ถึง 4096 ระดับ ให้การตอบสนองที่ไวพอสมควร มีการจัดเก็บง่ายกว่าในหลายๆ รุ่นที่เราได้ใช้งาน เพราะมีช่องที่เสียบอยู่ด้านข้างโน๊ตบุ๊ค และยังชาร์จไฟได้ในตัว ให้ความเร็วในการชาร์จที่ระบุไว้ กรณีที่ต้องใช้งานเร่งด่วนคือ แค่ 15 วินาที ก็ใช้ได้นานถึง 45 นาทีเลยทีเดียว เท่าที่ลองใช้ จากเดิมที่ชาร์จมาให้ก็เยอะพอสมควร และเราใช้งานในการลาก เขียน วาด และแทนเมาส์หรือทัชแพด ก็ใช้ได้ยาวนาน

ASUS ExpertBook B3

การใช้งานก็ยังคงเป็นแบบสไตลัส ขนาดค่อนข้างเล็ก และมีปุ่มกดบน-ล่างมาให้ ด้านท้ายจะเป็นจุดชาร์จ ที่ต่อเข้ากับในโน๊ตบุ๊ค และฝาปิดหรือ Cap ที่ใช้ในการดึงออกจากที่เก็บได้ง่ายขึ้น จุดเดียวที่จะทำให้ผู้ใช้คล่องตัวหรือไม่ อยู่ที่ขนาดและการจับถือ ด้วยไซส์ที่ค่อนข้างเล็ก ส่วนตัวมองว่ามือคุณผู้หญิง หรือผู้ใช้ที่มือเล็กหน่อยจะได้เปรียบ เพราะดูจะจับและเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่า แต่สิ่งต่างๆ ที่ว่ามานี้ ก็ขึ้นอยู่กับการระยะเวลาในการเรียนรู้ เพื่อให้คล่องตัวมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวมองว่า แค่ใช้งานในการจดบันทึก วาดบางอย่าง เพื่อให้มองภาพได้ง่ายขึ้น ในการใช้งานเป็นแท็ปเล็ตหรือ Tent mode ก็สะดวกไม่น้อยแล้ว

ASUS ExpertBook B3

ส่วนในเรื่องของเสียงและลำโพง จุดที่ติดตั้ง จะต่างจากโน๊ตบุ๊คในแบบงานธุรกิจทั่วไปของ ASUS อยู่เล็กน้อย นั่นคือ วางไว้บริเวณด้านใต้ เยื้องมาทางด้านหน้า แทนที่จะไปทางด้านข้างและลำโพงกดลงพื้น แต่บนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ออกมาด้านหน้า เพื่อให้มิติเสียงออกมาแบบตรงๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะเข้ากับการทำงานในโหมดต่างๆ ได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะ Tent mode และ Tablet mode โดยเสียงกลางออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ตึงตังหรือแน่น เหมือนกับลำโพงในกลุ่มเกมมิ่ง ที่มีซับมาด้วย แต่ในการดูวีดีโอ ภาพยนตร์บนยูทูป ก็พออยู่ในระดับที่ใช้ได้ เก็บรายละเอียดได้ระดับหนึ่ง เสียงสนทนาชัดเจน แต่หากจะเน้นที่มิติ แนะนำให้ใช้หูฟังจะดีกว่า ส่วนในการฟังคลิปเสียง หรือพอดแคส รวมถึงการถอดเสียงบรรยายและการประชุม ก็ถือว่าใช้ได้ การใช้งานพื้นฐานอยู่ในระดับที่ใช้ได้เลย

ASUS ExpertBook B3

เพิ่มเติมข้อมูลของไมโครโฟนที่มากับโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้อีกเล็กน้อย เพราะมีความสำคัญ สำหรับคนที่ใช้ในการประชุม หรือทำงาน และเรียน การสื่อสารสำคัญมากๆ ดังนั้นในการพูดคุยในบางสถานที่ อาจมีเสียงรบกวนจากภายนอก ที่บางทีไม่สามารถควบคุมได้ ทาง ASUS ก็ได้เตรียมฟีเจอร์ 3DNSR หรือ 3D noise-reduction หรือตัดเสียงรบกวน เมื่อใช้การสนทนาบนเว็บแคม ซึ่งจะลดบรรดาเสียงรบกวนที่เป็น noise ออกไปได้ ซึ่งจากที่เราได้ทดสอบนั้น ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงที่อยู่รอบข้าง แทบจะไม่ได้มีแทรกเข้าไปในไมค์ จะมีแค่บางๆ หรืออาจจะในบางจังหวะ ขึ้นอยู่กับระดับเสียงในช่วงนั้นๆ ที่บางครั้งจะค่อนข้างดัง เช่น เสียงเคาะเหล็ก หรือรถยนต์ที่เบิ้ลเครื่องเสียงดังๆ เป็นต้น


Connector / Thin & Weight

พอร์ตต่อพ่วงอุปกรณ์บนโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้ มากันอย่างครบครัน และจัดเต็มมาให้ผู้ใช้เป็นพิเศษ ด้วยพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน และมีพอร์ตส่วนใหญ่ ที่เป็นพอร์ตตัวเต็ม ไม่ได้เป็นพอร์ตขนาดเล็ก ที่ต้องหาตัวแปลงมาใช้ แม้ว่าโน๊ตบุ๊คจะมีมิติที่บางลงก็ตาม

ASUS ExpertBook B3 50

ด้านข้างซ้าย ประกอบด้วย Kensington lock, ถัดมาเป็น Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต โดยพอร์ตทั้งคู่นี้ รองรับการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง 40Gbps และใช้ในการแสดงผลต่อจอภายนอกในแบบ 4K ได้ 2 จอ รวมถึงทำหน้าที่เป็น Fast Charging พอร์ต USB 3.2 Type-A และ HDMI 2.0 เป็นแบบ Full-size รองรับการแสดงผลแบบ 4K ได้อีกด้วย ขยับมาข้างๆ กัน เป็นช่องสำหรับเก็บปากกาสไตลัส

ASUS ExpertBook B3

ส่วนทางด้านขวา ประกอบด้วยพอร์ต RJ-45 สำหรับการต่อ Gigabit LAN และมีช่อง USB 2.0 Type-A มาให้ รวมถึงช่องต่อออดิโอคอมโบแจ๊ค 3.5mm หูฟังและไมโครโฟน ใกล้กันเป็นช่องสำหรับใส่ microSD card reader มาให้ และรุ่นที่เป็นตัวท็อป ก็จะมีช่องสำหรับใน nano SIM card ในการเชื่อมต่อเครือข่ายพื้นฐาน นอกเหนือจากการใช้งาน WiFi หรือ Gigabit LAN ได้อีกด้วย ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งจำเป็นในงานธุรกิจ และการเรียนออนไลน์อยู่ไม่น้อย

ASUS ExpertBook B3

ในแง่ของความโดดเด่นน่าจะอยู่ที่การให้พอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ถึง 2 พอร์ตนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับการใช้งานได้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องต่อกับจอภายนอก และการโอนถ่ายข้อมูลที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น โดยส่วนตัวมองว่า ASUS ให้พอร์ตมาเกือบครบ และพร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาสิ่งอื่นมาทดแทน

ASUS ExpertBook B3

น้ำหนักของตัวเครื่องก็เรียกว่าไม่ได้ต่างไปจากข้อมูลเบื้องต้น ที่ได้จาก ASUS ด้วยการชั่งบนเครื่องชั่งเฉพาะตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คเพียงอย่างเดียว อยู่ที่ประมาณ 1.54 กิโลกรัม เท่านั้น โดยใกล้เคียงทาง ASUS แจ้งเอาไว้ที่ 1.61 กิโลกรัม แต่เมื่อรวมกับอแดปเตอร์และสายเพาเวอร์คอร์ด อีกประมาณ 310 กรัม ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.85 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าใส่กระเป๋าพกพาได้สะดวก กับขนาดของบอดี้ที่ ความยาว 329mm x กว้าง 223.95mm และหนาเพียง 16.9mm ก็สามารถใส่กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นสะพายข้างหรือเป้สะพายหลังได้อย่างสบาย


Inside / Upgrade

ASUS ExpertBook B3

ให้ข้อมูลไว้ในเบื้องต้นก่อนครับว่า โน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ ทำโครงสร้างภายใน และตัวล็อคบอดี้ที่แข็งแรงมากๆ ต่างจากในรุ่น TUF, B1 หรือ B7 ที่ยังพอแกะออกมาได้ไม่ซับซ้อนนัก รวมถึงในรุ่นนี้ยังจัดโครงโลหะขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งในส่วนของด้านข้างซ้าย-ขวา และบริเวณบานพับ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ซึ่งหากใครที่ต้องการจะอัพเกรด หรือปรับเปลี่ยน ทำความสะอาด อาจจะต้องใช้เครื่องมือในการแกะที่มีความบาง เพื่อสอดลงไปในช่องขนาดเล็กได้ง่าย และต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ซึ่งหากไม่แน่ใจแนะนำว่าให้ทางร้านทำการอัพเกรดให้เป็นดีที่สุด

ASUS ExpertBook B3

มาว่ากันที่องค์ประกอบภายในกันบ้าง นอกจากฮาร์ดแวร์พื้นฐานที่ ASUS ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น แรม DDR4 3200 SO-DIMM ซึ่งภายในจะเป็นการติดตั้งมาให้บนบอร์ดอยู่แล้ว 8GB แต่ก็จะยังมีอีก 1 สล็อตที่ว่างเอาไว้ เพื่อให้อัพเกรดเพิ่มได้อีก 32GB รวมเป็น 40GB สูงสุด

ส่วนสล็อตของ Storage นั้น มีให้สล็อตเดียวตามมาตรฐาน ซึ่งเดิมติดตั้งมาเป็น SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 x4 โดยให้มาเป็น SSD ความจุ 512GB และมีเพียงสล็อตเดียวเท่านั้น โดยรองรับการอัพเกรด ด้วยการเปลี่ยนโมดูล รองรับความจุสูงสุดที่ 1TB ในแง่ของการใช้งานพื้นฐาน การอัพเกรดได้เท่านี้ ก็จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าคุณต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่โหดขึ้น ก็ยังพออัพเกรดแรมและ SSD เพิ่มเติมได้ แนะนำเลยว่า หากคิดว่าต้องใช้ในงานสร้างคอนเทนต์ หรือมีซอฟต์แวร์บริโภคทรัพยากรหนักๆ เช่นการทำวีดีโอ หรือตกแต่งภาพ รวมถึงต้องการจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น และดึงมาใช้ได้รวดเร็ว อัพเกรดทั้งแรมและ SSD ให้พร้อมไปเลยน่าจะเหมาะที่สุด


Performance / Software

ASUS ExpertBook B3

มาดูที่สเปคซีพียูบน CPUz แจ้งเอาไว้ว่าเป็น Intel Core i7-1165G7 ความเร็วสูงสุด 4.70GHz ทำงานในแบบ 4 core/ 8 thread นับว่าเป็นซีพียูในกลุ่มที่มีกราฟิกมาด้วย ที่แรงเกือบสุด รองจาก i7-1195G7 เท่านั้น แต่ค่า TDP ต่ำ จึงลดเรื่องความร้อนไปได้พอสมควร

ASUS ExpertBook B3

ในการทดสอบเบื้องต้น เรามี Benchmark จาก CPUz เมื่อเทียบกับซีพียูพีซีเดสก์ทอป Intel Core i7-10700 ที่คงต้องบอกว่าแรงกว่าในทุกด้าน แต่ตัวเลขของ Single Thread ก็ถือว่าทำคะแนนได้แทบไม่ห่างกัน ส่วน Multi-Thread การทำงานของ 4 core/ 8 thread ก็ถือว่าเป็นรองอยู่พอสมควร

ASUS ExpertBook B3

มาที่แรมกันบ้าง ติดตั้งเป็นแบบออนบอร์ดมาให้แล้วที่ 8GB และยังมีสล็อตเหลือสำหรับการอัพเกรดได้อีก 1 สล็อต เป็นแรม DDR4 3200 นอกจากนี้ยังแจ้งมาให้ทราบว่าเป็นกราฟิก Intel Iris Xe Graphic ซึ่งแชร์แรมร่วมกันกับแรมระบบแบบอัตโนมัติ

ASUS ExpertBook B3

รายละเอียดของกราฟิกที่ติดตั้งมาบนโน๊ตบุ๊ค ASUS รุ่นนี้ เป็นแบบ Integrate graphic ซึ่งระบุมาเป็น Intel Iris Xe Graphic ในข้างต้น ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 400Hz และสามารถบูสท์เพิ่มได้ รวมถึงการแชร์หน่วยความจำ DDR4 กับระบบ เพื่อให้รองรับการใช้งานด้านต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ได้มีกราฟิกแยกอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาแต่อย่างใด

ASUS ExpertBook B3

มาที่ผลทดสอบ Storage กันบ้าง ระบบให้มาเป็น SSD อินเทอร์เฟส M.2 NVMe PCIe 3.0 x4 ซึ่งประสิทธิภาพในการทดสอบร่วมกับ CrystalDiskMark อยู่ที่ 2,231MB/s (Read) และ 1,155MB/s (Write) โดยส่วนตัวมองว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ สำหรับ SSD ที่ใส่มาให้บนโน๊ตบุ๊คในกลุ่มงานธุรกิจ แต่ถ้าในแง่ของการใช้งาน ยังคงตอบโจทย์ในการเปิดโปรแกรม เข้าถึงไฟล์ โอนถ่ายข้อมูลได้ดีทีเดียว และไม่ทำให้ราคาของตัวเครื่องดีดไปมากกว่านี้ ซึ่งหากใครซีเรียสกับ Storage ที่มีความเร็วสูงๆ มากๆ อาจจะต้องมองไปที่โน๊ตบุ๊คที่เป็น Intel Gen 12 เป็นหลัก แต่ราคาก็อาจจะขยับไปอีกไกล

ASUS ExpertBook B3

ในการทดสอบทั้งระบบก็ทำได้ไม่ธรรมดาเลย ซึ่งหากดูจากซีพียูในระดับเดียวกัน และใช้กราฟิก Integrate มาด้วย ตัวเลขในภาพรวมได้น้อยกว่า ASUS ExpertBook B1 ที่เราได้ทดสอบไปก่อนหน้านี้ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตัวเลขที่ได้จาก Essentials ที่เป็นงานด้านซอฟต์แวร์สำนักงานและชีวิตประจำวัน ซีพียู Core i7 ตอบสนองในงานนี้ได้ดีอยู่แล้ว รวมถึงการทำมัลติทาส์กกิ้งด้วย สายท่องเว็บหรือต้องหาข้อมูลบ่อยๆ แนะนำเพิ่มแรมอีก 8GB ให้ทำงานเป็น Dual-channel ก็จะเห็นผลได้ชัดมากขึ้น ส่วนผลของ Productivity ที่เกี่ยวเนื่องกับงานเอกสาร และการคำนวณที่เป็นด้านสเปรดชีต ก็ทำคะแนนได้น่าสนใจ หากเทียบกับซีพียูในระดับที่ใกล้เคียงกัน ส่วนคนทำงาน Content Creation ก็เรียกว่าอาจจะอิงกับแรมและกราฟิกอยู่ด้วย แต่ก็ถือว่าช่วยให้งานของคุณลื่นไหลได้ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอพรีเซนเทชั่น ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ หรือว่าจะตกแต่งภาพและการออกแบบกราฟิกพื้นฐานก็ตาม

ASUS ExpertBook B3

Passmark PerformanceTest 9.0 ก็เป็นอีกการทดสอบหนึ่งที่บ่งบอกถึงศักยภาพของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้ดีทีเดียว ตัวเลขที่ได้บน CPU Mark ทะลุ 10,000 ไปได้อย่างสวยงาม ซึ่งซีพียูหลายรุ่นอาจจะแตะๆ 8,000-9,000 เท่านั้น ยกเว้นในตระกูล “Intel H series” ที่จะแรงในระดับ 12,000 คะแนนขึ้นไป ส่วน Memory Mark ก็จะคะแนนน้อยลงหน่อย หากเทียบกับแรม 16GB หรือแรมในแบบ Dual-channel ที่จะทำได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ดีหากได้รับการอัพเกรด ก็เชื่อว่าจะทำผลลัพธ์ในจุดนี้ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่โดยภาพรวมจัดว่ารองรับงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ASUS ExpertBook B3

อีกหนึ่งการทดสอบความสามารถของซีพียูทั้งในแบบ Single-Thread และ Multi-Thread ที่เข้ามามีบทบาทต่อการบีบอัดข้อมูล จะเห็นว่าความต่างในการทำงานของทั้ง 2 รูปแบบนี้ ค่อนข้างเห็นได้ชัด

ASUS ExpertBook B3
ASUS ExpertBook B3
ASUS ExpertBook B3

ในแง่ของตัวแทนการทดสอบด้านเกมเวลานี้ 3DMark ยังคงเป็นโปรแกรมที่ให้ความแม่นยำได้ดี โดยผลทดสอบจะอิงจากกราฟิกที่ติดตั้งมาบนระบบเป็นหลัก และด้วยคะแนนที่เห็นบนการทดสอบเหล่านี้ แม้จะเป็นกราฟิก Integrate มา แต่การทดสอบในบางส่วน ก็ทำคะแนนได้น่าสนใจ และการทดสอบกราฟิกบางส่วน ยังให้อัตราเฟรมเรตที่ไหลลื่นได้ เพียงแต่ตัวเลขที่ได้จาก Fire Strike ที่ไม่ได้สูงนัก ก็เพราะความซับซ้อนและ API ที่ส่วนใหญ่จะเรียกความต้องการของกราฟิกแยกเป็นหลัก ทำให้คะแนนอาจจไม่สูงนัก แต่โดยรวมก็ยังแสดงให้เห็นว่า รองรับงานกราฟิกและเกมสามมิติได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะเน้นที่ความแรงในการเล่นเกม ก็คงต้องขยับไปที่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเลยครับ

ในกาทดสอบด้านเกม อาจจะไม่ได้เป็นเป้าหมายหลักสำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ แต่ในแง่ของประสิทธิภาพจากกราฟิก Intel Iris Xe Graphic ก็พอให้ผู้ใช้เล่นเกมเบาๆ เน้นเกมออนไลน์ในท้องตลาดได้หลายเกม โดยเฉพาะเกมแนว Casual หรือ Adventure อย่างเช่นเกม Stardew Valley ที่เป็นแนว Open World, MineCraft, World Box หรือแนวฮีโร่อย่าง Heart Stone เป็นต้น ส่วนถ้าเป็นเกมแอ็คชั่น ก็ต้องมาลุ้นกัน ว่าอยากจะได้ภาพสวยๆ หรือเฟรมเรตที่ลื่นไหล ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

ASUS ExpertBook B3

การทดสอบโอนถ่ายไฟล์ข้อมูลขนาด 15GB จาก SSD ที่ติดตั้งบนโน๊ตบุ๊ค ไปยัง SSD แบบต่อภายนอก ผ่านทางพอร์ต Thunderbolt 4 ในโหมด USB-C ใช้เวลาเพียง 3.15 นาที ส่วนถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งบนพอร์ต USB 3.2 Type-A จะใช้เวลาถึง 10 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็น TB4 ก็ยังคงเหมาะกับการโอนถ่ายข้อมูล ส่วนพอร์ต USB-A นั้น ก็สามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้ดี ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์, USB Adaptor หรืออื่นๆ


Battery / Heat / Noise

ASUS ExpertBook B3

ASUS ติดตั้งแบตเตอรี่มาให้แบบ 3-cell ความจุ 50Wh ซึ่งระยะในการใช้งาน จะอยู่ในเรื่องของการทดสอบนี้ ถือว่าไม่ได้น้อยเลยสำหรับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานร่วมกับซีพียู Intel Core i7-1165G7 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นท็อปๆ ในกลุ่มนี้ และยังมี Iris Xe Graphic มาในตัว และเมื่อดูจากองค์ประกอบอื่นๆ ที่ติดตั้งมาด้วย ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกันทีเดียว

ASUS ExpertBook B3

ในการทดสอบของทางเว็บไซต์ ด้วยการใช้โปรแกรมทดสอบอย่าง Battmon ด้วยการปรับหน้าจอให้มีความสว่างน้อยสุด เท่าที่จะมองเห็นคอนเทนต์บนหน้าจอได้ชัด อยู่ที่ระหว่าง 10-20% และปรับเสียงอยู่ที่ 30% พร้อมกับปรับการทำงานในโหมดประหยัดพลังงาน โดยเปิดดูวีดีโอ ทดสอบการสตรีมมิ่งบน Youtube เปิดไฟล์วีดีโอระดับ 4K แล้วรันอย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้อยู่ที่ราวๆ 7.40 ชั่วโมง

ASUS ExpertBook B3

เราลองทดสอบการชาร์จด้วยอแดปเตอร์ 65W ที่มาพร้อมกับโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ โดยการทดสอบบนโหมด Windows ที่ยังคงอยู่ในโหมดสแตนบายบนหน้า Desktop บนความสว่างระดับ 75% จากระดับแบตที่ 40% มาจนถึง 100% ใช้เวลาราว 80 นาที โดยประมาณ ซึ่งหากชาร์จในโหมดที่ปิดโน๊ตบุ๊คเอาไว้ ก็คาดว่าจะทำได้เร็วกว่านี้ และที่น่าสนใจคือ หากคุณมีอุปกรณ์ในกลุ่มของ PD หรือเพาเวอร์แบงก์ระดับ 65W ขึ้นไปรุ่นใหม่ๆ ก็สามารถนำมาชาร์จไฟโน๊ตบุ๊ค เพื่อยืดระยะเวลาในการใช้งานต่อไปได้ ให้ความสะดวกไม่น้อยเลย

ASUS ExpertBook B3

มาดูในแง่ของประสิทธิภาพการระบายความร้อนในระหว่างการทำงานกันบ้าง ในการทดสอบเราใช้โปรแกรม Furmark กับฟังก์ชั่น CPU Burner ในการเร่งความเร็วของซีพียูให้ทำงานในแบบ Full-load หรือเรียกว่าให้มีโหลดการทำงานระดับ 90-100% ตามจังหวะการทำงาน และใช้โปรแกรม CPUID HWMonitor เป็นตัววัดผล เป็นเวลาประมาณ 20 นาที ตัวเลขที่ออกมาสูงสุดอยู่ที่ 93-96 องศาเซลเซียส ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงระดับหนึ่ง และลดลงมาที่ราวๆ 85-87 องศาเซลเซียส

ASUS ExpertBook B3

จากนั้นเราลองใช้วิธีในการวางบน Cooling Pad ที่ไม่มีพัดลมมาให้ เพียงแค่ยกด้านใต้ให้สูงขึ้น อุณหภูมิก็ลดลงมาเหลือแค่ 7x องศาเซลเซียสเท่านั้นในแบบ Full-load ซึ่งจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ลงตัวแล้ว สำหรับซีพียู Intel Core i7 บนโน๊ตบุ๊คในกลุ่มบางเบาเช่นนี้ แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้ว แทบจะไม่ได้ดึงการทำงานของซีพียูมาในระดับที่ 90-100% นี้มากนัก และอาจจะมีแต่ก็ภายในเวลาไม่นาน เช่น ดำลังเรนเดอร์วีดีโอ เปิดไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน ดังนั้นโอกาสที่จะเจอกับอุณหภูมิสูงๆ นั้นแทบจะไม่มี อีกทั้งการระบายความร้อนที่ดี ช่องทางที่เป่าไปด้านหลังโดยตรง ย่อมไม่ส่งผลกระทบกับตัวเครื่องหรือมือของคุณขณะที่ใช้พิมพ์งานอีกด้วย เรียกว่าทัชแพดยังคงอุ่นนิดๆ เท่านั้น


Conclusion

ในภาพรวมของ ASUS ExpertBook B3 Flip รุ่นนี้ กลุ่มเป้าหมายน่าจะอยู่ในกลุ่มคนที่มีการใช้งานที่หลากหลาย และคล่องตัว เพราะด้วยขนาดและน้ำหนักค่อนข้างเบา ว่ากันที่ 1.61 กิโลกรัม ซึ่งในแง่ของการพกพา แทบจะอยู่ในเกณฑ์ของโน๊ตบุ๊คที่มีความบางเบาได้ แต่ด้วยพื้นฐานของการเป็น Convertible Notebook ก็ทำให้บีบให้บางกว่านี้ได้ยาก เพราะมีส่วนของโครงสร้างและความปลอดภัยที่ทาง ASUS ใส่มาให้ และได้มาตรฐาน MIL-STD มาด้วย ระดับนี้ก็ถือว่าลงตัวมากแล้ว เมื่อเทียบกับความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นทั้งโน๊ตบุ๊ค มอนิเตอร์และแท็ปเล็ตได้ในตัว และแบตเตอรี่ยังจัดว่าอึดพอสมควร แม้จะไม่ได้เปิดต่อเนื่องยาวได้ทั้งวัน แต่ถ้าคุณต้องพกพาไปข้างนอก ก็ยังมั่นใจได้ เปิด-ปิด สแตนบาย ออกเดินทางไปพบลูกค้า แล้วกลับมาประชุมต่อ กลับไปดูสตรีมมิ่งหรือฟังเพลงเบาๆ ที่บ้าน แบตยังพอเหลือ อยู่ที่การปรับจูนโหมดให้เหมาะสมเท่านั้น และไม่ต้องกลัวว่าจะต้องพกที่ชาร์จไปแล้วหนัก เพราะที่ชาร์จเล็กกระทัดรัดและเบามากมาย

ASUS ExpertBook B3

ในด้านการทำงานและประสิทธิภาพสำหรับงานในปัจจุบัน จัดว่าเรี่ยวแรงยังดี มีเหลือมากพอ ในการใช้งานมัลติทาส์กกิ้ง เช่นเปิด Meet ประชุมอยู่ ก็สามารถเปิดไฟล์เพื่อเช็คงาน และทำแผนนำเสนอผลงาน บนซอฟต์แวร์สำนักงาน และการดูหุ้นไปพร้อมๆ กันก็ยังไหว เพราะซีพียู Intel Core i7 ที่ใส่มาให้นี้ก็ไม่ธรรมดา แต่ถ้าเป็นไปได้อัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็จะยิ่งทำให้งานลื่นขึ้นอีกเยอะ และโน๊ตบุ๊คมีสล็อตมาให้สามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้ ส่วน Storage ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว หากต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แนะนำว่ามี External Drive เอาไว้สักตัวก็พอ แนะนำว่าเลือกเป็น SSD และเชื่อมต่อกับ USB-C ผ่านทางพอร์ต TB4 ให้ความเร็วได้ทันใจกว่า

ASUS ExpertBook B3

สุดท้ายน่าจะอยู่ในเรื่องของฟังก์ชั่นและความปลอดภัย ด้วยงานประกอบที่ทำออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แข็งแรง การหมุนพับหน้าจอยังดูแน่น ทำให้การใช้งานในโหมดต่างๆ ได้สะดวก หน้าจอทัชสกรีน ตอบสนองไว แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ต้องเช็ดหน้าจอบ่อยหน่อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของจอสัมผัสแบบนี้ ส่วนปากกาสไตลัส ใช้จดและดึงออกมาได้ง่ายทีเดียว เพียงแต่ว่าด้วยขนาดที่เล็ก บางครั้งอาจจะไม่ได้เหมาะกับการนำมาวาดภาพ หรือเน้นงานที่ลงรายละเอียดขั้นสูงสำหรับบางคน แต่ถ้าคุณจับได้ถนัดมือ รับรองว่าจะสนุกไปกับการใช้งานได้ไม่น้อยเลย การอัพเกรดยังพอทำได้ ด้วยการเพิ่มแรม อย่างไรก็ดีรุ่นท็อปๆ แบบนี้ น่าจะให้มาสัก 16GB แล้ว เพราะจะใช้งานได้คล่องตัวมากขึ้น ส่วน Storage ก็ยังปรับเปลี่ยนได้ในวันข้างหน้า เอาเป็นว่าสนนราคาระดับ 35,900 บาท ก็อยู่ในระดับที่คุ้มค่าน่าใช้ทีเดียวสำหรับ ASUS ExpertBook นี้ เมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นที่อัดแน่นมาแบบเต็มๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


Award

NBS award 4 Mobility

เป็นโน๊ตบุ๊คที่พกพาสะดวก ทั้งในแง่ของบอดี้ที่มีจอแสดงผล 14″ น้ำหนักเบา ใส่กระเป๋าพกพาเดินทางได้ง่ายขึ้น พร้อมพอร์ตต่อพ่วงอย่าง Thunderbolt 4 ที่รองรับการใช้งานในแบบต่างๆ ได้ เช่น โอนถ่ายข้อมูล เชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือสัญญาณแสดงผลและการชาร์จไฟก็ตาม แบตขนาดใหญ่ ใช้งานได้นานขึ้น

NBS award 7 Design

การออกแบบให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย กับหน้าจอที่พับได้ในโหมดต่างๆ ช่วยให้รองรับทั้งการทำงานและความบันเทิงได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น Tent mode, Stand, Tablet นอกเหนือจากการเป็นโน๊ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญยังเป็นหน้าจอสัมผัส คล่องตัวในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงยังมาพร้อมปากกาสไตลัสอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/647981-asus-expertbook-b3-flip-notebook

Asus x Evangelion เปิดตัวเมนบอร์ด ROG Z960 MAXIMUS และการ์ดจอ ROG STRIX RTX3090 รุ่นพิเศษ

แฟนๆ ของ Evangelion มีน้ำลายหก กระเป๋าเงินสั่นรัวๆ กันอีกแล้ว เมื่อทาง Asus ได้เผยโฉมหน้าของผลิตภัณฑ์เกมมิ่งในตระกูล ROG รุ่นพิเศษ Limited Edition กับ Evangelion ซึ่งแค่เห็นหน้าตา แฟนๆ ก็เตรียมหาช่องทางในการสั่งซื้อกันแล้ว

หลังจากที่ทาง Asus ได้เคยจับมือกับ Gundam ทำเป็นชุดสินค้า Collaboration ออกมาหลายชิ้น แถมขายดีซะด้วย ซึ่งคราวนี้การร่วมงานกับ Neon Genesis Evangelion ก็น่าจะกระแสแรงไม่แพ้กัน ด้วยโทน ดำ ม่วง เขียว ของ EVA-01 แถมงานออกแบบก็ดูดุดัน เหมือนตอนหลุดเข้า Berserk Mode ยังไงยังงั้น

 

ROG Maximus Z690 HERO Evangelion Edition

ดีไซน์ของตัวบอร์ดนั้นนอกจากจะใช้ธีมสีหลักแล้ว ยังมีลูกเล่นของ Polymo Lightning บริเวณ I/O พอร์ต ที่จะโชว์ลวดลายของ EVA-01 แถมหน้าจอ UEFI ยังถูกออกแบบใหม่ด้วย

ในส่วนของบอร์ดก็มาพร้อมสเปคมาตรฐาน Intel Z960 รองรับ Intel 12th Gen SoC , DDR5-6400 x 4 ช่อง, M.2 x 5 ช่อง, PCI-Express5.0 (x16) x 2 ช่อง, และ 2.5 gigabit LAN + WiFi 6E

 

ROG STRIX GeForce RTX 3090 Evangelion Edition

สำหรับ ASUS ROG STRIX GeForce RTX 3090 ก็ถูกแต้มด้วยโทนสีม่วงและเขียวเช่นกัน โดยรุ่นนี้ก็เป็นการ์จอตัวท็อป และเป็นครั้งที่ 3 ของ ROG STRIX แล้วที่มีการทำรุ่นพิเศษออกมา จากตอนแรกมีสีขาว White Edition ต่อด้วย Gungam และมาเป็น Evangelion

สเปครุ่นนี้ก็ตามมาตรฐาน ROG STRIX RTX3090 ประกอบไปด้วย 10,496 CUDA cores, น่าจะรองรับการ Overclock ไปที่ 1,890 MHz, มาพร้อมกับ VRAM 24GB GDDR6X 384-bit ทำงานที่ 19.5 Gbps.

เบื้องต้นเห็นว่าราคาของการ์ดจอรุ่นนี้นั้นเปิดมาในราคาเท่ากับรุ่นปกติเลย และมีวางขายแบบจำนวนจำกัด ตามรายงานข่าวคือที่ไต้หวันเองก็มีขายแค่บางร้าน และมีแค่ 15 ใบเท่านั้น โดยมีราคาอยู่ที่ 63,990 ไต้หวันดอลล่าร์ หรือประมาณ 75,000 บาท

 

source : alpes-holiday , tomshardware

from:https://droidsans.com/asus-x-evangelion-rog-mainboard-z960-rtx3090/

รีวิว ASUS ExpertBook B7 Flip ทำงานได้ทุกที่ ใส่ SIM ใช้ 5G ต่อเน็ตตลอดเวลา ฟีเจอร์มาครบยิ่งกว่าในงบ 40,900 บาท

ASUS ExpertBook B7 Flip โน๊ตบุ๊คมี 5G ของตัวเอง ไม่ง้อ Wi-Fi ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

expertbook b7 flip cover

เมื่อขึ้นชื่อว่า ExpertBook อย่าง ASUS ExpertBook B7 Flip เมื่อไหร่ คำจำกัดความของโน๊ตบุ๊คตระกูลนี้คือ เป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อคนทำงานไม่ว่าจะสเปค, ระบบรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องทั้งที่สแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าและบานสไลด์ปิดกล้อง Webcam และขึ้นชื่อเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อรอบตัวครบเครื่อง จะต่อกับอุปกรณ์ไหนก็ต่อได้ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมอย่าง Multiport Adapter เลย ซึ่ง ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้และให้มาเยอะกว่ารุ่นอื่นด้วยซ้ำ เพราะมันรองรับ 5G และมีตัวอ่าน Smart Card ติดตั้งมาให้จากโรงงานเลย และใช้ปากกา ASUS Stylus Pen วาดเขียนบนหน้าจอได้อีก

Advertisementavw

ด้านของซอฟท์แวร์ ต้องถือว่ามาครบครันทั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 และได้หน้าจอทัชสกรีน พร้อมดีไซน์แบบ Flip พับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตได้และมีปากกา ASUS Stylus Pen ติดมาในกล่องพร้อมใช้งาน เรียกว่าครบเสียยิ่งกว่าครบ ถ้าใครหาโน๊ตบุ๊คทำงานสักเครื่องไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์เสริมอะไรเลยก็ได้ และยิ่งเหมาะกับข้าราชการที่ต้องสำรวจสำมะโนครัวประชากรหรือแพทย์ก็ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรให้ยุ่งยาก แค่ติดตั้งซอฟท์แวร์เฉพาะก็สามารถอ่านข้อมูลบัตรแบบ Smart Card ได้แล้ว

ASUS ExpertBook B7 Flip

ยิ่งไปกว่านั้น ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ก็เสริมฟังก์ชั่นคีย์ลัดกำหนดเองได้อย่าง ASUS ExpertWidget เอาไว้ที่ปุ่มหมายเลข 1-4 ด้วย สามารถเซ็ตคำสั่งหรือโปรแกรมใช้งานบ่อยเอาไว้แล้วเรียกคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นขึ้นมาใช้ได้เลย และยังมี ASUS NumberPad แป้นตัวเลขไฟ LED บนแป้นทัชแพดสำหรับพิมพ์ตัวเลขติดตั้งมาให้ นับว่าครบจบในเครื่องเดียวจนหาคู่แข่งเปรียบแทบไม่ได้เลย

NBS Verdicts

ASUS Zenbook B7 NYX02146

ถ้าพูดถึง ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ ต้องถือว่าทางบริษัทออกแบบและใส่ฟีเจอร์มาแบบครบเครื่องจนแทบหาที่ติไม่ได้ ไม่ว่าจะพอร์ตรอบตัวครบเครื่อง, รองรับการเชื่อมต่อ 5G และมีตัวอ่าน Smart Card ฝังเอาไว้ในเครื่องแบบครบถ้วนพร้อมทำงานได้สบายๆ และยังรองรับ NFC อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้มีโน๊ตบุ๊คไม่กี่รุ่นเท่านั้นจะรองรับการเชื่อมต่อไร้สายเช่นนี้ได้ และยังปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะมีกล้องสแกนใบหน้าและเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาพร้อมใช้งานและยังมี ASUS NumberPad ให้พิมพ์เลขได้สะดวกขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ทาง ASUS ก็ตีโจทย์แตกเรื่องกลุ่มผู้ใช้ จึงให้โปรแกรมมาครบถ้วนทั้ง Windows 11 Home และ Microsoft Office Home & Student 2021 เปิดเครื่องมาก็ทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้เสียเงินใดๆ และดีไซน์รายละเอียดปลีกย่อยให้เอื้อคนทำงานสุดๆ ตอบโจทย์คนทำงานหลากหลายกลุ่มไม่ว่าจะข้าราชการสำมะโนประชากร, แพทย์หรือจะพนักงานออฟฟิศก็น่าซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปใช้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเล็กน้อยของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ คือ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดเพียง 8 ชั่วโมง 29 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยไปบ้าง เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานจากแบรนด์คู่แข่งหลายๆ รุ่นก้าวข้ามไประดับ 10 ชั่วโมงขึ้นไปแล้ว ถือว่าเรื่องแบตเตอรี่ยังไม่ได้ทนทานใช้งานได้นานเท่ากับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ควรทำได้ และไม่มีช่อง MicroSD Card Reader ติดตั้งมา ถ้าใครต้องโอนไฟล์วิดีโอหรือภาพจากกล้องก็ต้องหาตัวอ่านมาใช้งานเพิ่มด้วย

ข้อดีของ ASUS ExpertBook B7 Flip
  1. ซีพียูเป็น Intel Core i5-1155G7 ประสิทธิภาพดี ทำงานต่างๆ ได้อย่างแน่นอน
  2. ได้แรม 16GB DDR4 จากโรงงาน รองรับการอัพเกรดได้ 64GB
  3. มี Microsoft Office Home & Student 2021 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน
  4. รองรับการเชื่อมต่อ 5G ใส่ซิมการ์ดแล้วต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยไม่พึ่ง Wi-Fi ได้เลย
  5. มีหัวอ่าน Smart Card ติดตั้งมาให้ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม
  6. รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย NFC ทำให้รับส่งข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว
  7. มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้องสแกนใบหน้าครบถ้วนทั้งสองแบบพร้อมบานชัตเตอร์ปิดกล้อง Webcam เวลาไม่ต้องการใช้งาน
  8. พอร์ตเชื่อมต่อครบครันและหลากหลาย ไม่ว่าจะ USB-A 3.2 Gen 2, Thunderbolt 4, Mini DisplayPort, HDMI, micro HDMI ใช้แทนพอร์ต LAN ด้วย
  9. หน้าจอทัชสกรีน ใช้ปากกา ASUS Stylus Pen เขียนบนหน้าจอได้สะดวก
  10. งานประกอบตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน พับใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย
  11. มี ASUS NumberPad ใช้งานเป็น Numpad ได้ ตอบสนองรวดเร็วเหมือนแป้นจริง
  12. ตั้งค่าปุ่มลัดไว้ที่เลข 1-4 ด้วยฟีเจอร์ ASUS ExpertWidget ได้ เรียกโปรแกรมใช้งานบ่อยได้สะดวก
ข้อสังเกตของ ASUS ExpertBook B7 Flip
  1. ไม่มีช่อง MicroSD Card Reader ต้องหาซื้อตัวอ่านการ์ดมาต่อเพิ่มเติม
  2. แบตเตอรี่ใช้งานได้ 8 ชั่วโมง 29 นาที ซึ่งถือว่าน้อยไปบ้าง ควรได้ราว 10 ชม. ขึ้นไป
  3. ช่องแรมปิดผนึกไว้แน่นหนา ถ้าจะอัพเกรดควรให้ผู้เชี่ยวชาญของ ASUS เป็นคนจัดการ

รีวิว ASUS ExpertBook B7 Flip

Specification

ASUS ExpertBook B7 Flip

สเปคของ ASUS ExpertBook B7 Flip ต้องถือว่าเป็นสเปคเพื่อคนทำงานมาก ทั้งซอฟท์แวร์ครบเครื่อง สเปคดีสามารถทำงานหนักๆ ได้แน่นอน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • CPU : Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 3200MHz
  • Display : ทัชสกรีน 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
  • Ports : USB-A 3.2 Gen 2 x 2, Thunderbolt 4 x 2, Mini DisplayPort x 1, HDMI 2.0b x 1, micro HDMI x 1 (ใช้แทน RJ45 LAN), Smart Card Reader x 1, SIM Card x 1 รองรับ 5G, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2, NFC
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.44 กิโลกรัม
  • Price : 40,900 บาท (ราคากลาง)

Hardware & Design

ASUS Zenbook B7 NYX02143

ดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะเป็นดีไซน์คล้ายคลึงกับ ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ ซึ่งหน้าตาจะเน้นความเรียบง่าย บอดี้ตัวเครื่องเป็นสีดำทำจากพลาสติกแข็ง ให้ความทนทานและผ่านมาตรฐานทดสอบความแข็งแรง MIL-STD 810H แล้ว มั่นใจเรื่องความทนทาน ไม่มีปัญหาตัวเครื่องเสียหายเมื่อตกกระแทกหรือถูกของแข็งอย่างแน่นอน นอกจากนี้ทางบริษัทก็ออกแบบให้แป้นคีย์บอร์ดกันน้ำหกได้ระดับหนึ่งอีกด้วย 

ASUS Zenbook B7 NYX02148

ASUS Zenbook B7 NYX02166
ASUS Zenbook B7 NYX02156
ASUS Zenbook B7 NYX02164
ASUS Zenbook B7 NYX02151
ASUS Zenbook B7 NYX02165
ASUS Zenbook B7 NYX02167

เมื่อมีคำว่า Flip อยู่ในชื่อ ASUS จึงดีไซน์ให้ฐานหน้าจอเป็นโลหะแบบพับกลับเป็นแท็บเล็ตได้และมีขอบพลาสติกอยู่ 4 มุมของตัวเครื่องยื่นขึ้นมา ป้องกันหน้าแป้นคีย์บอร์ดรูดกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันการเสียหายและริ้วรอยต่างๆ ถ้ากางใช้งานแบบโน๊ตบุ๊คแล้วขอบล่างตัวหน้าจอจะดันตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยให้แป้นพิมพ์เฉียงขึ้น ช่วยให้พิมพ์งานได้สะดวก เป็นการออกแบบ ErgoLift hinge และมีขอบพลาสติกเล็กๆ ป้องกันขอบล่างหน้าจอรูดกับพื้นโต๊ะเช่นกัน ส่วนโลโก้ชื่อซีรี่ส์จะติดอยู่ตรงกลางเหนือแป้นคีย์บอร์ด เขียนว่า ASUS ExpertBook

ส่วนบอดี้ขอบล่างตัวเครื่องใต้ทัชแพดจะตัดเว้นเฉียงเป็นแถบยาว ให้ผู้ใช้สามารถกางหน้าจอได้ด้วยนิ้วเดียว สามารถกางได้ง่ายและขาฐานหน้าจอแข็งแรงไม่มีอาการกระพือแต่อย่างใด รวมทั้งบาลานซ์น้ำหนักตัวเครื่องได้ดีจนบอดี้ตัวเครื่องไม่ยกตามหน้าจอขึ้นมาอีกด้วย

ASUS Zenbook B7 NYX02191

ASUS Zenbook B7 NYX02192
ASUS Zenbook B7 NYX02194
ASUS Zenbook B7 NYX02193

ด้านหลังของตัวเครื่องจะดีไซน์เรียบง่าย ไม่มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษยกเว้นโลโก้ ASUS ตรงกลางเท่านั้น และมีโลโก้ ExpertBook ติดเอาไว้มุมบนซ้ายมือ ซึ่งโลโก้นี้มีฟังก์ชั่นพิเศษคือ ถ้ากด Fn+1 แล้ว จะมีไฟ LED สีแดงติดขึ้นมาเพื่อบอกคู่สนทนาที่ต้องการจะคุยกับเจ้าของเครื่องได้ ว่าตอนนี้กำลังติดประชุมหรือมีธุระอยู่ได้ด้วย จะได้ไม่ถูกรบกวนระหว่างติดสายประชุมสำคัญ

ด้านการออกแบบ ถือว่าเรียบง่ายสวยงามซ่อนช่องระบายความร้อนเอาไว้ ให้ความสวยเรียบร้อยไม่ประเจิดประเจ้อจนเกินไป แต่ถ้าพับเป็นแท็บเล็ตหรือพับจอกลับเป็นทรงเต็นท์ก็จะเห็นช่องระบายความร้อนอยู่ ถือว่าทางบริษัทออกแบบ ASUS ExpertBook B7 Flip ออกมาได้สวยเรียบร้อยดีมาก

ASUS Zenbook B7 NYX02195

ด้านใต้ตัวเครื่องจะออกแบบให้เรียบง่าย มีช่องอากาศเข้า 1 แถบใหญ่ตรงกลางด้านบนเครื่องและเจาะช่องลำโพงเอาไว้ด้านใต้แท่นพักข้อมือทั้งสองฝั่งเครื่อง พร้อมยางรองใต้ตัวเครื่อง 3 เส้นด้วยกัน แบ่งเป็นเส้นเล็กสองเส้นด้านใต้ที่วางข้อมือและเส้นยาวอีกเส้นหนึ่ง ป้องกันด้านใต้ตัวเครื่องไม่ให้ตัวเครื่องถูกกับพื้นโต๊ะโดยตรง ป้องกันตัวเครื่องเกิดรอยและความเสียหายได้

Screen & Speaker

ASUS Zenbook B7 NYX02159

ASUS Zenbook B7 NYX02161
ASUS Zenbook B7 NYX02160
ASUS Zenbook B7 NYX02162
ASUS Zenbook B7 NYX02163

หน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ จะเป็นไซซ์ 14 นิ้ว ความละเอียด WQXGA (2560×1600) พาเนล IPS อัตราส่วน 16:10 ขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB และดีไซน์กรอบหน้าจอให้บางเพื่อเพิ่มพื้นที่แสดงผล โดยมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (Screen-to-body ratio) อยู่ที่ 81% ด้วยกัน รองรับการทัชหน้าจอและใช้ ASUS Stylus Pen เขียนจดวาดได้ด้วย

ขอบด้านบนตัวเครื่องจะมีกล้อง Webcam และ IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าติดตั้งไว้ รองรับการทำงานร่วมกับฟังก์ชั่น Windows Hello ถ้าไม่ต้องการใช้กล้องแล้ว ก็สไลด์บานปิดกล้อง Webcam มาปิดได้เลย และกล้องจะกลายเป็นจุดสีส้มเช่นในภาพ จัดว่าทาง ASUS ให้ฟังก์ชั่นมาครบเครื่องมาก เสริมความสะดวกและความเป็นส่วนตัวได้สูงสุด

gamut 3

brightness 3
Bright zone 3
accuracy 2
sum 2

ขอบเขตสีของหน้าจอหลังจากวัดด้วย Spyder5Elite แล้ว ได้ผลว่าหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip นี้ แสดงผลสีได้ 92% sRGB, 71% AdobeRGB, 73% DCI-P3 และค่าความเบี่ยงเบนสีหรือ Delta-E เฉลี่ย 1.47 เท่านั้น ในเมื่อค่านี้น้อยกว่า 2 ก็การันตีได้ว่าสีสันบนจอของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เที่ยงตรง สามารถพรู้ฟสีงานอาร์ตได้ด้วยหรือจะเอาไว้แต่งภาพถ่ายจากกล้องก็ถือว่าใช้ทำได้เช่นกัน

ความสว่างของหน้าจอเมื่อวัดแล้ว ความสว่าง 100% จะสว่างถึง 367 nits ซึ่งทางบริษัทเคลมเอาไว้ว่าพาเนลจอนี้สว่างสุด 400 nits ก็ถือว่าใกล้เคียงกันมาก สามารถนั่งทำงานกลางแจ้งอย่างชานร้านกาแฟหรือนั่งทำงานในห้องแล้วแสงอาทิตย์สะท้อนหน้าจอก็ไม่มืดไป แต่ถ้าใช้ในห้องอาคารสำนักงานก็ปรับลงมาราว 75% ก็สว่างถึง 227 nits ก็เพียงพอเช่นกัน หรือถ้าใครเน้นให้ประหยัดแบตเตอรี่ใช้งานได้หลายชั่วโมงก็ปรับลงมาราว 25% ก็จะใช้งานได้นานขึ้นแน่นอน

เมื่อแบ่งพื้นที่บนหน้าจอเป็น 9 ช่องแล้ววัดความสว่างแยกโซนกัน จะเห็นว่าหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะสว่างแทบทุกโซนบนหน้าจอ และมีอัตราความสว่างลดลงเพียง 0-6% เท่านั้น ยกเว้นฝั่งขวามือส่วนกลางและล่างของหน้าจอที่ความสว่างลดลงเยอะเป็นพิเศษถึง 8% และ 12% ตามลำดับ ซึ่งคนที่ต้องการแต่งภาพถ่ายจากกล้องหรือต้องพรู้ฟสีควรเลี่ยงสองโซนนี้ไว้ก่อนจะช่วยลดโอกาสการไกด์สีจอเพี้ยนได้

สรุปแล้วหน้าจอของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ ได้คะแนนเฉลี่ยจากการวัดด้วย Spyder5Elite อยู่ 4 จาก 5 คะแนน ถ้าดูแยกเป็นส่วนๆ จะเห็นว่าหน้าจอนี้เด่นเรื่องค่า Contrast ซึ่งได้เต็ม 5 คะแนน ส่วน Gamut, Tone Response, Color Accuracy จะได้ 4.5 จาก 5 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะไม่แพ้กัน

ASUS Zenbook B7 NYX02173

ASUS Zenbook B7 NYX02196
ASUS Zenbook B7 NYX02197
ASUS Zenbook B7 NYX02200
ASUS Zenbook B7 NYX02201

ลำโพงของ ASUS ExpertBook B7 Flip จะมีทั้งหมด 2 ดอกด้วยกันและจูนเสียงด้วยบริษัทรับจูนเสียงลำโพงชั้นนำของโลกอย่าง Harman/Kardon ซึ่งเนื้อเสียงจัดว่าดีใช้ได้ ฟังเพลงได้หลากหลายแนวและเน้นเสียงเครื่องดนตรีกับเสียงนักร้องนำเป็นหลักและได้โทนเสียงค่อนข้างใส ส่วนเบสจะมีระดับหนึ่งพอให้ฟังเพลง EDM กับร็อคได้บ้าง แต่ไม่เด่นนัก จัดว่าถ้าใช้งานทั่วไปก็ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ถ้าเน้นว่าอยากได้คุณภาพเสียงดีจะต่อลำโพงแยกก็ดีเช่นกัน

Keyboard & Touchpad

ASUS Zenbook B7 NYX02170

ASUS Zenbook B7 NYX02184
ASUS Zenbook B7 NYX02183

คีย์บอร์ดของ ASUS ExpertBook B7 Flip เป็นคีย์บอร์ดขนาด 75% พร้อมไฟ LED Backlit สีขาวไฟลอดตัวอักษร สามารถกดเปิดปิดไฟได้ และทางบริษัทจัดการ Mapping ปุ่มรวมไว้กับปุ่มต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดสำหรับคนทำงานโดยรวมเอาไว้กับปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดไว้ และจุดเด่นของ ExpertBook B7 Flip คือ ASUS ExpertWidget ตรงปุ่มเลข 1-4 โดยเซ็ตตั้งค่าได้ในโปรแกรม MyASUS เอาไว้เรียกโปรแกรมหรือคำสั่งลัดใช้งานบ่อยขึ้นมาใช้ได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่มีประโยชน์สำหรับคนทำงานแท้จริง เป็นจุดเด่นที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก ใช้งานได้จริงและสะดวก

ด้านของปุ่ม Function Hotkey ตรง F1-F12 จะถูกตั้งค่ามาจากโรงงานดังนี้

  • F1-F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียง
  • F4-F5 – ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
  • F6 – ปุ่มปิดหรือเปิดทัชแพด
  • F7 – ปิดหรือเปิดไฟ LED Backlit
  • F8 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและจอเสริม
  • F9 – ปุ่มล็อคตัวเครื่องกลับไปหน้า Log in
  • F10 – ปุ่มปิดการทำงาน Webcam
  • F11 – Snipping Tool
  • F12 – เรียกโปรแกรม MyASUS

ASUS Zenbook B7 NYX02181
ASUS Zenbook B7 NYX02180
ASUS Zenbook B7 NYX02178
ASUS Zenbook B7 NYX02177
ASUS Zenbook B7 NYX02175

จะเห็นว่าปุ่ม F1-F12 ของ ASUS ExpertBook B7 Flip นี้จะถูกตั้งค่ามาคล้ายกับ ExpertBook รุ่นอื่นๆ ในซีรี่ส์ และมีปุ่มเรียกฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มเติมถัดจาก F12 ไปอีก 3 ปุ่มด้วยกันคือปุ่มปิด/เปิดไมค์, ปิดหรือเปิด AI Noise Cancellation เวลาประชุมงานออนไลน์, Print Screen, Delete/Insert ซึ่งถือว่าครบเครื่องทีเดียว แต่ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าปุ่มลัดเรียก Snipping Tool นั้นน่าจะโยกไปรวมกับปุ่ม Print Screen แล้วใส่ Airplane Mode เข้ามาแทนเพื่อปิดหรือเปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะดีกว่า เนื่องจากบางโอกาสไม่ต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือ 5G ก็กดบล็อคการเชื่อมต่อได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีปุ่มลัดต่างๆ Mapping รวมเอาไว้กับปุ่มใช้งานทั่วไปด้วย เช่นปุ่มลูกศรขึ้นลงซ้ายขวา ถูกเซ็ตปุ่ม Page Up, Page Down, Home, End เอาไว้ครบถ้วน, Fn+Esc เพื่อล็อคการทำงานปุ่มฟังก์ชั่น กล่าวได้ว่ายกแบบของแป้นคีย์บอร์ดทำงานของโน๊ตบุ๊ค ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ มาใช้งานตรงๆ เลย

ASUS Zenbook B7 NYX02171

ASUS Zenbook B7 NYX02172
ASUS Zenbook B7 NYX02182

ด้านทัชแพดที่อยู่ระหว่างที่วางข้อมือจะดีไซน์เป็นดีไซน์สี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมฟังก์ชั่น ASUS NumberPad เอาไว้ในตัว แต่ยังเป็นเวอร์ชั่นแรกอยู่จึงมีแต่คำสั่งเปิด Numpad ขึ้นมาใช้งานเท่านั้น ไม่มีฟังก์ชั่นรูปสามเหลี่มตรงฝั่งซ้ายที่ใช้ลดความสว่างหรือเรียกโปรแกรม Calculator ติดตั้งมาให้ ซึ่งแม้จะน่าเสียดายอยู่บ้างแต่ก็ถือว่ายังได้ฟังก์ชั่นใช้งานครบถ้วนอยู่ ด้านการใช้งานตัวทัชแพดรองรับ Gesture Control ของ Windows 11 ครบถ้วนใช้งานสะดวก

ด้านขนาดของทัชแพดตอนวางมือพิมพ์งานแล้ว ทั้งสองมือจะทาบลงริมทัชแพดทั้งสองด้านพอดี ซึ่งอาจจะมีโอกาสทัชแพดลั่นได้บ้าง แต่ถ้าไม่ต้องการก็กดคีย์ลัดปิดการทำงานทัชแพดทิ้งแล้วใช้เมาส์แทนก็ได้

Connector / Thin & Weight

ASUS Zenbook B7 NYX02190

ASUS Zenbook B7 NYX02188
ASUS Zenbook B7 NYX02189
ASUS Zenbook B7 NYX02199
ASUS Zenbook B7 NYX02210 1

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ ASUS ExpertBook B7 Flip ต้องถือว่าให้มาครบเครื่องไม่แพ้รุ่นก่อนและยังให้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากรองรับทั้ง NFC, 5G และมีช่องอ่าน Smart Card ซ่อนเอาไว้ด้านใต้ตัวเครื่องฝั่งขวามือด้วย ส่วนพอร์ตด้านข้างเครื่องจะมีดังนี้

  • ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2, mini HDMI สำหรับต่อแยกเป็น RJ45 LAN ด้วยหัวเชื่อมต่อเฉพาะ, Audio Combo
  • ฝั่งขวาจากซ้ายมือ – USB-A 3.2 Gen 2, ปุ่มเพิ่มลดเสียง, ปุ่ม Power พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ช่อง SIM Card รองรับ 5G, Mini DisplayPort, Kensington Lock, ตัวอ่าน Smart Card (ซ่อนอยู่ขอบด้านใต้เครื่อง)

ถ้าดูจากพอร์ตต้องถือว่าทาง ASUS อัพเกรดพอร์ตของ ExpertBook B7 Flip ให้เป็นพอร์ตใหม่ล่าสุดจนหมดแล้วและยังเพิ่มพอร์ตใหม่ๆ มาครบ โดยตัด VGA ทิ้งไปและลดความหนาของตัวเครื่องจากช่อง RJ45 LAN โดยเปลี่ยนให้ต่อผ่าน Mini HDMI แทน ก็ถือเป็นวิธีที่ดีมาก หากพอร์ตไม่พอใช้งานก็ซื้อ USB-C Multiport Adapter มาต่อกับ Thunderbolt 4 แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ เพิ่มได้ แต่น่าเสียดายว่า ASUS น่าใส่ MicroSD Card Reader เข้ามาให้อีกสักช่องจะครบเครื่องกว่านี้ ซึ่งถ้าใครต้องโอนไฟล์เข้าออก MicroSD card เป็นประจำก็หา USB Card Reader มาใช้เพิ่มเติมอีกหน่อยก็ได้และราคาของอุปกรณ์ชิ้นดังกล่าวก็ไม่แพงมากอีกด้วย

ASUS Zenbook B7 NYX02220

ASUS Zenbook B7 NYX02223
ASUS Zenbook B7 NYX02222
ASUS Zenbook B7 NYX02219

ปากกา ASUS Stylus Pen ด้ามนี้จะเป็นด้ามสหกรณ์ใช้ร่วมกับโน๊ตบุ๊คจอทัชสกรีนรุ่นอื่นๆ ของทางบริษัท สามารถใช้วาดเขียนจดหรือทำมาร์กอัพบนเอกสารหรือภาพที่ต้องการได้ง่ายๆ ใช้ถ่าน AAAA x 1 ก้อนเท่านั้น เมื่อไม่ใช้งานก็นำมาดูดติดไว้กับขอบหน้าจอส่วนบนขวาใกล้เพลตโลหะ ExpertBook ได้ด้วย การวาดเขียนถือว่าตอบสนองได้ดี

ASUS Zenbook B7 NYX02226

ASUS Zenbook B7 NYX02214
ASUS Zenbook B7 NYX02215
ASUS Zenbook B7 NYX02218
ASUS Zenbook B7 NYX02225

นอกจากนี้ในกล่องจะมีหัวแปลง Mini HDMI เป็น RJ45 LAN แถมมาให้ 1 ชิ้น ไม่มีพอร์ต LAN แบบฝังเอาไว้กับตัวเครื่องเหมือน ExpertBook รุ่นก่อนหน้าอีกแล้ว ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนชื่นชมวิธีคิดแบบนี้ เพราะนอกจากทำให้เครื่องบางลงโดยการเปลี่ยนพอร์ตหนาออกแล้วใช้หัวแปลงขนาดเล็กไล่เลี่ยกับพอร์ตอื่นอย่างนี้ ทำให้ไม่เสียพอร์ตจำเป็นไป และถ้าใครต้องเชื่อมต่อกับวง Server หรือไดรฟ์ภายในองค์กร ก็นำหัวแปลงนี้สวมกับสาย LAN เส้นประจำแล้วต่อ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ได้ทันที แต่ถ้าให้ยิ่งขึ้น ผู้เขียนเสนอว่าน่าเติมช่อง Card Reader ทั้ง SD, MicroSD Card ไว้ตรงนี้ทีเดียวเลยจะได้ไม่ต้องเสียพอร์ตอะไรไป

ASUS Zenbook B7 NYX02139

ASUS Zenbook B7 NYX02141
ASUS Zenbook B7 NYX02142
ASUS Zenbook B7 NYX02140

น้ำหนักของ ASUS ExpertBook B7 Flip หลังชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้ว เฉพาะเครื่องจะหนัก 1.44 กิโลกรัม ตรงกับหน้าสเปคบนเว็บไซต์ พอรวมกับชุดอแดปเตอร์หนัก 301 กรัม หากชั่งรวมน้ำหนักอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นรวมถึงเมาส์ด้วยจะขึ้นเป็น 436 กรัม พอชั่งรวมทุกชิ้นจะขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.87 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักมากนัก สามารถพกใส่กระเป๋าติดตัวไปทำงานได้สบายๆ

แต่เนื่องจาก ExpertBook เครื่องนี้มีพอร์ต Thunderbolt 4 ถึง 2 ช่อง ก็ไม่จำเป็นต้องเอาปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่องติดไปไหนมาไหนเสมอก็ได้ เจ้าของเครื่องอาจจะปล่อยปลั๊กทิ้งไว้ที่ออฟฟิศแล้วพกปลั๊ก GaN กำลังชาร์จ 65 วัตต์คู่กับสาย USB-C to C สักเส้นเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ก็เพียงพอแล้ว ในแง่การพกพาใช้งานถือว่าไม่มีปัญหาและนับว่าเบาสบาย

Inside & Upgrade

ASUS Zenbook B7 NYX02203

ASUS Zenbook B7 NYX02212
ASUS Zenbook B7 NYX02204
ASUS Zenbook B7 NYX02205
ASUS Zenbook B7 NYX02206
ASUS Zenbook B7 NYX02213

หากเจ้าของเครื่องคนไหนต้องการเปิดฝาอัพเกรด ก็สามารถขันน็อตปลดล็อคแล้วเอาการ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบเครื่องเปิดฝาออกแล้วอัพเกรดเพิ่ม M.2 NVMe SSD กับแรมในเครื่องได้เลย โดยทางบริษัทแจ้งช่องอัพเกรดเอาไว้ว่า ASUS ExpertBook B7 Flip สามารถเติม M.2 NVMe SSD แบบ PCIe 3.0 x4 เสริมจากไดรฟ์หลักได้อีก 1 ช่อง รองรับความจุ 512GB และ RAM เป็น SO-DIMM ทั้ง 2 ช่อง รองรับได้สูงสุดถึง 64GB 

เมื่อเครื่องแล้ว จะเห็นว่าตรงกลางเครื่องมีโครงโลหะครอบ M.2 NVMe SSD ตัวหลักเอาไว้และใกล้ๆ กันจะมีอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 อีกหนึ่งช่องเอาไว้ใส่ SSD อีกชิ้นได้ทันที แต่จุดน่าสังเกตคือแรมแบบ SO-DIMM อีกสองช่องนั้น ผู้เขียนสันนิษฐานว่าจะซ่อนอยู่ใต้กรอบโลหะสีดำใกล้กับพัดลมระบายความร้อน ซึ่งพอพยายามแกะเปิดฝาดูแล้วจัดว่าแกะได้ยากมากจนไม่แนะนำให้ทำด้วยตัวเอง ถ้าต้องการอัพเกรดแนะนำให้ยกเครื่องไปให้ช่างผู้ชำนาญการประจำศูนย์บริการจัดการให้ดีกว่า

และสังเกตว่าตอนนี้ ASUS ExpertBook B7 Flip จะไม่มีช่องและอินเตอร์เฟสสำหรับ 2.5″ SATA III HDD/SSD ติดตั้งมาเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว หากใครมีไดรฟ์แบบ 2.5″ รุ่นเก่าอยู่ก็ต้องเปลี่ยนไปใส่กล่อง External SSD/HDD แทน

Performance & Software

cpu 1
ram 3

ซีพียูของ ASUS ExpertBook B7 Flip เป็นรหัสพิเศษจากทาง Intel เป็นรุ่น Intel Core i5-1155G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake ขนาด 10nm มีค่า TDP อยู่ที่ 28 วัตต์ ส่วนแรมในเครื่องเป็น SO-DIMM จำนวน 2 ช่อง ติดตั้งมาให้ 16GB DDR4 บัส 3200MHz ตั้งแต่เปิดเครื่องเริ่มใช้งาน ในฐานะโน๊ตบุ๊คเน้นการทำงานและพกพาต้องถือว่าเยอะเพียงพอใช้ทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

gpu 2

การ์ดจอในเครื่องมีแต่ออนบอร์ดของ Intel รุ่น Intel Iris Xe Graphics สำหรับเรนเดอร์ภาพและงานต่างๆ ขึ้นหน้าจอได้อย่างดีไม่มีปัญหา รองรับชุดคำสั่งพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะ OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan จึงรองรับการเรนเดอร์งานกับโปรแกรมกราฟฟิคต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

device mgr 1

พาร์ทในตัวเครื่องเมื่อเช็คด้วย Device Manager จะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้อง IR Camera ติดตั้งมาให้ทั้ง 2 ชิ้น เลือกใช้งานได้ตามความสะดวก เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi PCIe Card รุ่น Intel AX201 คลื่น 160MHz พร้อมชิป TPM 2.0 สำหรับรักษาความปลอดภัยตัวเครื่องติดตั้งมาครบถ้วน 

ssd 6

M.2 NVMe SSD ในเครื่องจะรองรับทั้งหมด 2 ช่อง ได้ช่องละ 512GB เป็นอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 โดยทางบริษัทเลือก SSD OEM เป็นรุ่น Samsung MZVL2512HCJQ-00B00 หรือ Samsung PM9A1 โดยตัว SSD จะเป็นอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แล้ว มีความเร็ว Sequential Read 6,900MB/s และ Sequential Write 5,000MB/s ด้วยกัน ซึ่งผู้เขียนคาดว่าที่ ASUS นำ SSD ที่อินเตอร์เฟสใหม่กว่าที่เมนบอร์ดของโน๊ตบุ๊ครองรับมาใช้ เพื่อให้ตัว SSD วิ่งได้เต็มความเร็วอินเตอร์เฟสรุ่นต่ำกว่าและลดต้นทุนในทางที่ดีไปในตัวก็เป็นไปได้

จากการวัดด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark จะเห็นว่า Samsung PM9A1 สามารถทำความเร็ว Sequential Read/Write ไปได้ 3,136/3,377MB/s ซึ่งถือว่าเร็วน่าประทับใจใช้ได้ ในมุมของผู้เขียนเห็นว่าเมื่อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ออกแบบมาเพื่อคนทำงานอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยน SSD รุ่นติดเครื่องนี้ก็ได้ แต่เพิ่มอีก 512GB เอาไว้เซฟงานหรือสไลด์ใช้ประจำเอาไว้ในเครื่องก็โอเคแล้ว

r15 3
r20 4

กำลังการเรนเดอร์ 3D CG ของ ASUS ExpertBook B7 Flip ถือว่าอยู่ในระดับพอใช้งานได้ พอเปิดพรีวิวตัวอย่างโมเดล 3D ได้อย่างลื่นไหลอยู่ ซึ่งเมื่อทดสอบโดยรวมด้วย CINEBENCH R15 จะได้คะแนน OpenCL 74.75 fps และ CPU อีก 724 cb และเมื่อทดสอบแบบเน้นเค้นกำลังของ CPU อย่างเดียวด้วย CINEBENCH R20 จะเห็นว่าทำคะแนน CPU ได้ 1,734 pts ด้วยกัน ซึ่งถือว่าสูงใช้ได้ สามารถนำไปเปิด Preview ตัวอย่าง 3D CG กับลูกค้าได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

3dmark 3

ส่วนการเล่นเกมซึ่งไม่ได้เป็นประเด็นใจความของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้อยู่แล้ว ก็ถือว่าแค่พอใช้งานได้เท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบจาก 3DMark Time Spy เอง ก็ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 1,064 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,482 คะแนน และ Graphics score อีก 948 คะแนนเท่านั้น จึงสรุปได้ทันทีว่า ExpertBook เครื่องนี้ไม่ได้เกิดมาพื่อการเล่นเกมอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะหาเกม 8-bit ง่ายๆ เล่นพอแก้เบื่อ ก็ยังพอเล่นได้ระดับหนึ่ง

pcmark

ผลการทดสอบกับโปรแกรม PCMark 10 ซึ่งเน้นทดสอบว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้สามารถทำงานได้ดีเท่าไหร่ ซึ่งผลสรุปของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ทำคะแนนเฉลี่ยจบ 4,477 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆ ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คทำงานรุ่นอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ ซึ่งกำลังการประมวลผลของ Intel Core i5-1155G7 สามารถเรียกเปิดโปรแกรมหรือเบราเซอร์เพื่อท่องเว็บและทำงานกับ Web app ต่างๆ รวมถึงประชุมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ส่วนของการทำงานกับโปรแกรม Word, Excel และแต่งภาพจัดว่าใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง เรียกเปิดโปรแกรมทำงานเอกสารและตัดต่อแต่งภาพได้ดี

myasus

myasus2
myasus3
myasus4

นอกจากนี้ ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ติดตั้งโปรแกรม MyASUS สำหรับตั้งค่าตัวเครื่องมาให้เหมือนโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นๆ ของทาง ASUS เอง นอกจากตั้งค่าแล้วยังมีส่วนของการอัพเดทเฟิร์มแวร์, มอนิเตอร์อุณหภูมิและส่วนต่างๆ ของตัวเครื่องและติดต่อกับทาง ASUS เพื่อนัดคิวซ่อมหรือเรียกช่างเข้ามาให้บริการ Onsite service ได้ด้วย เพราะมีประกัน Perfect Warranty ติดเครื่องมา 1 ปีเต็ม และถ้าต้องการต่อประกันอีก 1 ปีก็ชำระเงินเพิ่มอีก 1,990 บาท ก็ขยายระยะรับประกันออกไปได้ด้วย

Battery & Heat & Noise

ASUS Zenbook B7 NYX02202

แบตเตอรี่ของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ จะมีขนาดใหญ่ 63Wh เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ มีความจุแบบ Typical Capacity 5,427mAh และ Rated Capacity 5,260mAh ด้วยกัน จัดว่ามีความจุเยอะกว่า ExpertBook รุ่นก่อนๆ ราว 10Wh ด้วยกัน

battmon 2

ถึงความจุเพิ่มขึ้น แต่เมื่อวัดด้วย BatteryMon ตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์ โดยลดความสว่างหน้าจอให้ต่ำสุด, เปิดเสียงลำโพง 10%, ปิดไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด เปลี่ยนโหมดตัวเครื่องเป็น Battery Saver แล้วใช้ Microsoft Edge ดู YouTube นาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง 29 นาทีเท่านั้น จัดว่าใช้ได้ไม่นานเท่า ExpertBook รุ่นอื่นๆ ที่แบตเตอรี่น้อยกว่าแต่จัดการพลังงานได้ดี ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าถ้าแบตเตอรี่อยู่ระดับ 63Wh แล้ว ก็ควรได้ราว 10 ชั่วโมงขึ้นไป แต่เครื่องนี้กลับได้น้อยกว่าที่คิดอยู่บ้างแม้จะรีเซ็ตการทดสอบไป 2-3 ครั้งก็ตาม สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากตัว BIOS ของโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ยังเซ็ตคำสั่งมาได้ไม่สมบูรณ์พอและคาดหวังว่าทางบริษัทจะปรับแต่งชุดคำสั่งเพิ่มเติมให้กินพลังงานน้อยกว่านี้

ASUS Zenbook B7 NYX02208

ส่วนพัดลมโบลวเวอร์ของ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้จะมี 1 ตัว พร้อมฮีตไปป์ 4 เส้น เดินจากซีพียูตรงเข้ามาระบายความร้อนออกด้านหลังเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานปกติถือว่าเสียงเบามากระดับไม่เกิน 40 เดซิเบลเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดเสียง แต่ถ้าใช้โปรแกรมใหญ่ กินทรัพยากรเครื่องเยอะๆ ก็จะเสียงดังขึ้นจนได้ยินเป็นเสียงหวีดแว่วจากตัวเครื่อง

hwmonitor 3

ซึ่งอุณหภูมิของเครื่องตอนผู้เขียนรันโปรแกรมทดสอบรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องแล้วจับด้วย CPUID HWMonitor จะได้อุณหภูมิอยู่ที่ 47~93 องศา เฉลี่ย 50 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าอุ่นจนค่อนร้อนอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้งานทั่วไปอย่างทำงานเอกสารและพรีเซนต์งานกับเปิดเว็บไซต์ดูหนังฟังเพลง ก็ไม่มีโอกาสร้อนถึงระดับที่เห็นในรีวิวนี้อย่างแน่นอน

User Experience

ASUS Zenbook B7 NYX02150

ด้านการใช้งานจริง ผู้เขียนนับว่า ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ครบเครื่องทั้งในแง่ของพอร์ตข้างตัวเครื่องและการเชื่อมต่อไร้สาย เพราะนอกจาก Wi-Fi, Bluetooth ก็ยังมี NFC และใส่ซิมการ์ดให้เชื่อมต่อ 5G ได้ในตัว ขอแค่ให้ซิมส่วนตัวใช้โปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตเยอะพอใช้งาน ก็ยื่นขอทำ Multi-SIM กับศูนย์บริการและนำมาใส่โน๊ตบุ๊คไปเลย ก็สามารถจะกางโน๊ตบุ๊คมาทำงานตอนไหนที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องนั่งกังวลว่าจะหาสัญญาณ Wi-Fi เจอหรือเปล่าอีกต่อไป หากถ้าใครเป็นนักข่าวภาคสนามต้องลงพื้นที่ทำข่าวงานเปิดตัวหรือแถลงข่าวใดๆ ก็สามารถทำงานได้เร็วและได้เปรียบกว่าคนอื่นหลายขุม รวมถึงข้าราชการสำรวจสำมะโนประชากรหรือใครต้องเกี่ยวข้องกับการดึงข้อมูลเข้าออกบัตร Smart Card เป็นประจำ ASUS ExpertBook B7 Flip เครื่องนี้ก็ตอบโจทย์ ไม่ต้องซื้อเครื่องอ่าน Smart Card ให้เสียเงินเพิ่มเพิ่ม

ด้านการใช้งานไม่ว่าจะเรื่องทำงานเอกสาร พกไปประชุมงานหรือพับหน้าจอเป็นแท็บเล็ตและมีปากกา ASUS Stylus Pen ก็เป็นจุดได้เปรียบมาก เพราะเจ้าของเครื่องสามารถใช้เซ็นเอกสารสำคัญส่งแบบลายเซ็นดิจิตอลได้ทันที ดังนั้นคนอีกกลุ่มอย่างพนักงานกรมธรรม์ประกันชีวิต ก็สามารถทำเอกสารและให้ลูกค้าผู้เอาประกันเซ็นบนหน้าจอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้เช่นกัน หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศฝ่ายทีมเซลส์ที่มักไปพบปะลูกค้าติดต่องานหรือพรีเซนต์งานบ่อยๆ ก็ได้ใช้ประโยชน์จากพอร์ตหลากหลายแบบข้างเครื่องอย่างแน่นอน

ด้านการใช้งานจริง นอกจากพอร์ตครบ มีระบบยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกอย่างการสแกนใบหน้ากับลายนิ้วมือติดตั้งมาครบถ้วน เรียกวาเป็นจุดแข็ง ซึ่งผู้เขียนตอนทดสอบใช้งานโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ก็พอใจมาก สามารถเลือกสแกนปลดล็อคเครื่องได้สะดวก ยิ่งในยุค COVID-19 เช่นนี้ การมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือถือเป็นระบบยืนยันตัวตนที่ใช้งานได้ถูกสถานการณ์ที่สุด ไม่ต้องชักหน้ากากอนามัยลงให้เสี่ยงรับเชื้อโรคและยังปลดล็อคเครื่องใช้งานได้ทันที ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านให้เสียเวลาและถูกแอบมองขโมยรหัสเครื่องอีก ดังนั้นถ้าใครมีข้อมูลสำคัญเก็บเอาไว้ในเครื่องนี้ก็สามารถใช้งานได้อย่างอุ่นใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องใส่ใจสักหน่อยคือระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ได้เพียง 8 ชั่วโมง 30 นาทีน่าจะเป็นจุดสังเกตหลักๆ เพียงจุดเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าประชุมไม่นานหรือพกเครื่องไปเปิดใช้พิมพ์งานไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ให้ดีก็แนะนำให้เตรียม Powerbank ความจุสูงหรือปลั๊ก GaN พร้อมสาย USB-C ดีๆ สักเส้นติดกระเป๋าเอาไว้ด้วย เวลาแบตเตอรี่ใกล้หมดแต่งานยังไม่จบจะได้ทำต่อให้เสร็จได้โดยไม่ขาดตอน

Conclusion & Award

ASUS Zenbook B7 NYX02154

ASUS ExpertBook B7 Flip นับเป็นโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างครบถ้วนกระบวนความ ทั้งการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 หรือ 5G ก็ได้ ทำให้นั่งทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ มีพอร์ตใช้งานเยอะเหลือเฟือตั้งแต่ Thunderbolt 4, USB-A 3.2 Gen 2 หรือแม้แต่ตัวอ่าน Smart Card มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือกับกล้อง IR Camera ไว้ปลดล็อคเครื่องแบบไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน ได้ความปลอดภัยและสะดวกกว่าการพิมพ์รหัสผ่านแบบเดิมหลายเท่าอีกด้วย

ด้านน้ำหนักพกพาก็จัดว่ากำลังดีไม่มากไม่น้อย เพียง 1.44 กิโลกรัมแต่พับเป็นแท็บเล็ตไว้พรีเซนต์งานหรืออ่านหนังสือ E-Book ก็สะดวก และยังใช้ปากกา ASUS Stylus Pen เขียนเน้นหรือจดลงบนเอกสารชิ้นนั้นๆ ได้ทันที หรือจะเอาไว้เซ็นเอกสารสำคัญก็ได้ จัดว่าครบเครื่องตอบโจทย์คนทำงานจริงๆ ขอแค่เตรียม Powerbank หรือปลั๊ก GaN เอาไว้ในกระะเป๋าเอาไว้ซัพพอร์ตไว้ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เวลาต้องใช้งานนานกว่า 8 ชั่วโมง ก็เพียงพอแล้ว เท่านี้ก็ใช้งานได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

award

NBS award 7 Design

Best Design

นอกจากดีไซน์ให้ตัวเครื่องแข็งแรงจนผ่าน MIL-STD-810H แล้ว ASUS ExpertBook B7 Flip ก็ซ่อนฟีเจอร์ไว้เต็มเครื่องโดยไม่รกสายตา มีทั้ง ErgoLift hinge, NumberPad, ExpertWidget และยังใส่พอร์ตจำเป็นต้องใช้งานมาให้ครบถ้วนตามเอกลักษณ์ของตระกูล ExpertBook ควรเป็น 

 

NBS award 4 Mobility

best mobility

แง่การพกพานอกจากน้ำหนักที่เบาเพียง 1.44 กิโลกรัม ไม่หนักลำบากไหล่ของเจ้าของเครื่องแล้ว การเชื่อมต่อใช้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย 5G ก็สำคัญ เพราะ ASUS ExpertBook B7 Flip มีช่อง SIM ในตัว ไม่ต้องคอยกังวลวิ่งหา Wi-Fi ให้เสียเวลา นำเครื่องไปไหนก็เปิดมาทำงานได้ทุกที่ ราวกับแท็บเล็ตรุ่น LTE สามารถยกเครื่องไปไหนมาไหนก็ได้และใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเองได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลย

from:https://notebookspec.com/web/648939-review-asus-expertbook-b7-flip

เผยภาพเรนเดอร์ Galaxy A04s / ZTE ประกาศวันเปิดตัว Axon 40 Series / ASUS อาจวางขาย ProArt Display PA147CDV เร็ว ๆ นี้

Samsung ออก Galaxy A Series รุ่นใหม่ในปี 2565 มาเกือบครบทุกรุ่นแล้ว ตัวล่าสุดที่กำลังจะตามมาคือ น้องเล็กราคาประหยัด Galaxy A04s ที่รอบนี้ปรับดีไซน์มาใหม่ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ส่วน ZTE เตรียมเปิดตัวเรือธง Axon 40 Series วันที่ 9 พฤษภาคม ชูจุดเด่นกล้องเซลฟีใต้หน้าจอและกล้องหลัง 64MP จัดเต็ม 3 ตัว ถ่ายวิดีโอ 8K ได้ทุกเลนส์ นอกจากนี้ มอนิเตอร์เสริมทรงยาว ProArt Display PA147CDV จาก ASUS ที่เปิดตัวตั้งแต่ปีก่อน อาจได้ฤกษ์วางในไม่ช้า

ภาพเรนเดอร์ Galaxy A04s ภาคต่อมือถือราคาประหยัด

Galaxy A03s สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นจาก Samsung วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปีกลาย จนถึงตอนนี้ก็มีอายุอายุเกือบครบ 1 ปีแล้ว ใกล้ได้เวลาที่จะออกรุ่นใหม่เต็มที โดยล่าสุดได้มีภาพเรนเดอร์ของ Galaxy A04s ถูกปล่อยออกมาจากแหล่งข่าวขาประจำอย่าง OnLeaks เป็นที่เรียบร้อย

ข้อมูลระบุว่า Galaxy A04s จะมากับหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ เท่ากับรุ่นก่อน สัดส่วนตัวเครื่องอยู่ที่ 164.15 x 76.5 x 9.18 มม. ใกล้เคียงกับของเดิมในทุกมิติเช่นกัน แต่ส่วนที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือฝาหลัง รอบนี้ไม่มีกรอบสี่เหลี่ยมมาล้อมรอบกล้องทั้ง 3  ตัวแล้ว ดีไซน์จึงดูเรียบง่ายและสะอาดตามากขึ้น

ยังไม่มีข้อมูลว่า Galaxy A04s ใช้ชิปอะไร มีค่าตัวเท่าไหร่ และจะเปิดตัวตอนไหน แต่ถ้าอ้างอิงจาก Galaxy A03s แล้วคงอยู่ในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3

 

ที่มา: Giznext


ZTE เคาะวันเปิดตัว Axon 40 Series วันที่ 9 พ.ค.

ZTE ยืนยันแล้ว Axon 40 Series จะเปิดตัวในจีนวันที่ 9 พฤษภาคม 13.00 น. ตามเวลาไทย มากับเทคโนโลยีกล้องกล้องเซลฟีใต้หน้าจอเหมือนเดิม พื้นที่การแสดงผลเหนือกล้องมีความหนาแน่นสูง 400PPI ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 1



 

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Axon 40 Series คือ กล้องหลัง รอบนี้จะมีการอัปเกรดกล้องทั้ง 3 ตัวให้มีความละเอียด 64MP เท่ากันทั้งหมด ประกอบด้วย กล้องหลัก กล้องอัลตราไวด์ และกล้องเทเลโฟโต โดยสามารถถ่ายวิดีโอ 8K ได้ทุกตัว

สำหรับ Axon 30 5G พึ่งวางจำหน่ายในบ้านเราไปได้ไม่นาน ราคาเริ่มต้นสุดเร้าใจแค่ 12,990 บาท ต้องรอดูว่า Axon 40 Series จะมีค่าตัวเท่าไหร่

 

ที่มา : ZTE


หน้าจอพกพาซีรีส์ ProArt Display จาก ASUS อาจวางขายเร็ว ๆ นี้

เดือนกันยายนปีที่แล้ว ASUS ได้เปิดตัว PA147CDV มอนิเตอร์พกพารุ่นใหม่ในซีรีส์ ProArt Display ที่เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานสายครีเอเตอร์เป็นหลัก แต่ยังไม่วางขายเสียทีจนถึงตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีการนำสินค้ามาโชว์ตัวในงาน NAB Show แล้ว อาจพร้อมวางจำหน่ายในไม่ช้า

PA147CDV มีสัดส่วน 32:9 บนขนาด 14 นิ้ว พาเนลเป็นชนิด IPS LCD ขอบเขตสี 100% ของ sRGB รองรับทัชสกรีนและปากกาที่ใช้โปรโตคอล MPP 2.0 ของ Microsoft นอกจากนี้ยังมีแป้นไดอัลสำหรับปรับค่าต่าง ๆ ติดตั้งมาให้ในตัว ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อเลือกเสียบได้ระหว่าง HDMI และ USB Type-C

 

ที่มา : Notebookcheck

from:https://droidsans.com/galaxy-a04s-render-axon-40-series-launch-date-proart-display-pa147cdv-coming-soon/

Asus เปิดตัวหน้าจอพกพาทรงยาว ขนาด 14 นิ้ว รองรับทัชสกรีน มีแป้นหมุนปรับค่า เจาะกลุ่มครีเอเตอร์

Asus เปิดตัว ProArt Display PA147CDV หน้าจอแบบพกพาขนาด 14 นิ้ว อัตราส่วน 32:9 ความละเอียด 1920×550 พิกเซล รองรับทัชสกรีน และปากกา Microsoft Pen Protocol 2.0 พร้อมแป้นหมุนปรับค่า Asus Dial จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดอเมริกาเหนือช่วงไตรมาส 2 ของปี 2022 ส่วนราคายังไม่เปิดเผย

ProArt Display PA147CDV มีความสว่าง 400-nit เป็นหน้าจอแบบ IPS แสดงผลได้ครอบคลุม 100% sRGB และค่าสีอื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีพอร์ตเชื่อมต่อ 3 ช่องคือ HDMI และ USB-C 2 ช่อง และมีแอปพลิเคชันเปลี่ยนหน้าจอนี้เป็น Dial เพื่อใช้ควบคุมการทำงานบน Adobe Photoshop และ Lightroom Classic ได้

Asus แจ้งว่า ProArt Display PA147CDV ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์ครีเอเตอร์โดยเฉพาะ วางตำแหน่งเป็นจอที่ 2 ที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่าการใช้แท็บเลตเป็นหน้าจอที่ 2 นอกจากนี้ตัวจอยังวางเป็นแนวตั้ง ตอบโจทย์กลุ่มนักพัฒนาเพื่อใช้งานระหว่างเขียนโค้ดเช่นกัน

สำหรับในตลาดไทย ยังไม่มีความชัดเจนว่า Asus จะนำหน้าจอรุ่นดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายเมื่อไร โดยปัจจุบัน Asus จำหน่ายสินค้ากลุ่ม ProArt แค่ Monitor ที่ตอบโจทย์เรื่องค่าสีที่แม่นยำ และไม่ใช่แค่ Asus ที่หันมาเน้นทำตลาดอุปกรณ์ไอทีเพื่อครีเอเตอร์ เพราะ Acer และ Dell เข้ามารุกตลาดนี้เช่นกัน

อ้างอิง // PCWorld

alt="Asus"

alt="Asus"

alt="Asus"ภาพจาก Asus

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/128188