คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

ASUS TUF Gaming FX95DD โน้ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD Ryzen 7 3750H + GTX1050 ราคา 26,000 บาท

มากันอย่างต่อเนื่องสำหรับ Gaming Notebook ที่น่าจับตามองของทาง ASUS อย่าง ASUS TUF Gaming FX95DD ที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD Ryzen 7 3750H + NVIDIA GeForce GTX1050 โดยเป็นการรวมตัวกันระหว่าง 2 ค่ายที่เป็นคู่แข่งกันอย่าง AMD ในส่วนของชิปประมวลผล CPU และการ์ดจอ GPU ของ NVIDIA ที่ก่อนหน้านี้เราได้เห็นกันมาในรุ่น ASUS A570 แต่สเปกเป็น AMD Ryzen 5 2500U + GTX 1050 ที่นับว่าดี แต่ก็อาจจะไม่สุด

อีกทั้งไม่นานมานี้เราได้เห็นถึงการมาของ ASUS TUF Gaming FX505DY กันไปแล้ว ที่เป็น Gaming Notebook ราคาแค่ 19,990 – 21,990 บาท สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3550H และการ์ดจอ AMD Radeon RX560X ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นการมาครั้งแรกของชิปประมวลผล AMD ที่เป็นระดับ Gaming ตระกูล H อย่าง Ryzen 5 3550H ซึ่งพร้อมขายจริง โดดเด่นด้วยความแรงและเทคโนโลยีการผลิตที่ดีกว่าที่ 12 นาโนเมตร ทำให้ร้อนน้อยกว่ากินไฟตัวกว่าอีกด้วย มาพร้อมการ์ดจอตัวแรงเล่นเกมลื่นอย่าง RX560X อีกด้วย

ล่าสุดเจอรุ่นใหม่รุ่นเด็ดอีกแล้วในเว็บไซต์ ASUS ประเทศจีนกับ ASUS TUF Gaming FX95DD ที่มีต้นแบบดีไซน์มาจาก ASUS TUF Gaming FX505DY เลย แต่มีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อยเช่นลวดลายฝาหลัง โดยมาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H ที่แรงกว่า Ryzen 5 3550H สถาปัตยกรรม Zen+ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 12 nm ความเร็ว 2.3 – 4.0 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 10 ส่วนการ์ดจอก็อย่างที่รู้กันดีคือ GTX 1050 ถึงความแรง (แต่เป็น GDDR5 3GB) ส่วน RAM ขนาด 8GB และให้ SSD ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน

หน้าจอขนาด 15.6″ ขอบจอบางที่ 6.5 มิลลิเมตร ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่ 120 Hz อีกทั้งยังได้เทคโนโลยีหน้าจอ 120Hz ส่งผลทำให้เล่นเกมได้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า ลื่นไหลดีกว่า 60Hz ทั่วไป พร้อมความบางเบาที่ 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ที่แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก พบกับความต่างแบบเห็นได้ชัดเจนว่ามีขนาดเล็กกว่าพอตัว เหมือนอย่างใน ASUS TUF Gaming FX505DY

นอกจากนี้คาดว่ายังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Hyper Cool สามารถปรับเร่งรับได้ ฟินระบายความร้อนสีแดง พร้อมมี Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย จัดเต็มจริงๆ ให้มาครบไม่มีกั๊ก ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟเป็นแบบสีแดงสีเดียว ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์สีแดงไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ รวมถึงความทนทานก็จัดเต็ม อาทิ ความกดอากาศ อุณหภูมิร้อนเย็น ตกกระแทรก การสั่นสะเทือน และความชื้น

สำหรับราคาของ ASUS TUF Gaming FX95DD ที่เปิดเผยออกมานั้น อยู่ที่ $866 หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 26,000 บาท รวมไปถึงไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะได้การ์ดจอที่เป็น GTX 1660Ti / GTX 1660 / GTX 1650 มาในรุ่นอื่นๆ ก็เป็นได้ เชื่อได้ว่ามีความคุ้มค่ามากๆ ทีเดียว คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเข้าไทยไหม แล้วจะเข้าเมื่อไหร่ และตลาด Gaming Notebook ที่เป็น Intel + NVIDIA จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องคอยติดตามกันดู !!!

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/asus-reveals-fx95dd-laptop-with-amds-ryzen-7-3750h-and-nvidias-geforce-gtx-1050/478309/

โฆษณา

ASUS Zenfone 6 ผ่านการรับรองจาก FCC มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 855 และกล้องหลังคู่ Dual Camera

 

ASUS มีแผนที่จะเปิดตัว Zenfone 6 ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยหลังจากที่มีผลทดสอบประสิทธิภาพพร้อมสเปกของสมาร์ทโฟนดังกล่าวปรากฎบนแอป GeekBench หลุดออกมาให้เห็นกันไปแล้วนั้น ล่าสุด Zenfone 6 ได้ผ่านการรับรองจาก FCC พร้อมเผยสเปกเพิ่มเติมออกมา

FCC  หรือหน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (คล้าย กสทช.บ้านเรา) ได้เผยข้อมูลของ ASUS Zenfone 6 โดยจะมาพร้อมโปรเซสเซอร์ baseband SM8150 ซึ่งก็คือชิปเซ็ท Snapdragon 855 นั่นเอง

ASUS Zenfone 6

โดยในฉลากของ FCC  ที่ติดด้านหลังเครื่องยังเผยให้เห็นว่า Zenfone 6 จะมาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera  (ตามข่าวลือหนึ่งในเซ็นเซอร์จะมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล) และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

นอกจากนี้ ในฉลากอีกฉบับของ FCC ยังเผยข้อมูลแบตเตอรี่ของ Zenfone 6 ที่รองรับการาร์จเร็ว 18W เหมือนกับ Zenfone 5Z ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว และแสดงข้อมูล IMEI สองหมายเลข ซึ่งหมายความว่าจะรองรับ 2 ซิมด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ ASUS Zenfone 6 ตามที่ปรากฎบนแอป AnTuTu จะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+,  RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie

ที่มา : Gsmarena

 

from:http://mobileocta.com/asus-zenfone-6-is-fcc-certified-with-the-snapdragon-855-chipset-and-dual-rear-camera/

Asus – ZenBook S13 UX392 สุดยอด Ultrabook ขอบจอบางสุดทั้ง 4 ด้าน ขนาด 13.9″ เบา 1.08 โล

เมื่อปีก่อน 2018 ทาง ASUS ได้ส่ง ASUS ZenBook S UX391 มาทำตลาดโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียม ดีไซน์สวยล้ำหน้า น้ำหนักแค่ 1 กิโลกรัม ที่แอดมินโป้งเองก็เคยรีวิวไปแล้ว มาในตอนนี้ปี 2019 ก็ได้นำเสนอ Asus ZenBook S13 UX392 ที่เป็นรุ่นต่อยอดออกมาแล้ว ที่มาพร้อม DNA ของ ZenBook อย่างเต็มเปี่ยม แต่ได้ความสดใหม่ในเรื่องของหน้าที่จากเดิมๆ ที่เป็นขนาด 13.3″ ตอนนี้เป็น 13.9″ แล้ว

ด้วยขอบจอ NanoEdge ที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน มีความบางเพียง 2.5 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าส่วนของหน้าจอทั้งหมด 100% คิดเป็นจอแสดงผลที่ 97% ทีเดียว และเคลมว่ามีคุณภาพระดับ 100% sRGB  ประเด็นก็คือการที่ขอบบางทั้ง 4 ด้าน จึงทำให้ต้องมีการทำขอบจอบนเขย่งขึ้นมาเพื่อติดตั้งเว็บแคมนั่นเอง ส่งผลให้ช่วยเปิดฝาได้ง่ายขึ้นด้วย

สเปก Asus ZenBook S13 UX392 นั้น ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-8565U (Whiskey Lake) ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 4.6 GHz ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ส่วนการ์ดจอก็มีทั้ง Intel UHD Graphics 620 และการ์ดจอแยก GeForce MX150

แรมก็ให้มา 16GB DDR3L เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ปกติ ส่วน SSD มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูง PCIE Gen3 SSD ใช้จอขนาด 13.9 นิ้ว แบบด้าน พาเนล IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit มาให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็น Ultrabook ระดับสูงสุดของทาง ASUS ก็ว่าได้

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้น รุ่นก่อนจะมีเพียง USB 3.1 Type-C เท่านั้น (รุ่นก่อนจะมีมาตรฐาน Thunderbolt 3 ด้วย) ส่งผลให้การใช้งานนั้นจำเป็นต้องอแดปเตอร์แปลง แต่ Asus ZenBook S13 UX392 เลือกที่จะให้มาเป็น USB Type-C x 2, USB Type-A x 1 และ micro SD Card Reader แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอด Ultrabook โดยบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.08 กิโลกรัม (มากกว่าเดิม 30 กรัม) ทำให้ ASUS ZenBook S UX392 สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คในเกรดระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

โดย ASUS ZenBook S UX392 วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่าง Utopia Blue พร้อมแซมด้วยสี Rose Gold ชมพูทองเพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut รวมไปถึงด้านในอย่างตัวอักษรคีย์บอร์ด เพื่อให้ ASUS ZenBook S UX391UA มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น ดูแล้วมีความเหนือชั้นกว่า Ultrabook ทั่วไปแบบรู้สึกได้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ยังคงมีอยู่ให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5.5 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

ถือว่าน่าสนใจทีเดียวสำหรับ Asus ZenBook S13 UX392 ไว้ยังไงมีโอกาสเดี๋ยวแอดมินโป้งจะมารีวิวให้ได้ชมกันว่าน่าซื้อแค่ไหน แล้วราคาในไทยจะอยู่ที่เท่าไร จากรุ่นเดิม 49,990 บาท คาดว่ารุ่นใหม่นี้ราคาก็น่าจะใกล้เคียงกัน สมกับ Ultrabook ระดับสูงอีกรุ่นที่น่าซื้อหามาใช้งานจริงๆ

ที่มา : notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/asus-zenbook-s13-ux392-with-97-percent-screen-to-body-ratio/478136/

Asus – ZenBook S13 UX392 สุดยอด Ultrabook ขอบจอบางสุดทั้ง 4 ด้าน ขนาด 13.9″ เบา 1.08 โล

เมื่อปีก่อน 2018 ทาง ASUS ได้ส่ง ASUS ZenBook S UX391 มาทำตลาดโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียม ดีไซน์สวยล้ำหน้า น้ำหนักแค่ 1 กิโลกรัม ที่แอดมินโป้งเองก็เคยรีวิวไปแล้ว มาในตอนนี้ปี 2019 ก็ได้นำเสนอ Asus ZenBook S13 UX392 ที่เป็นรุ่นต่อยอดออกมาแล้ว ที่มาพร้อม DNA ของ ZenBook อย่างเต็มเปี่ยม แต่ได้ความสดใหม่ในเรื่องของหน้าที่จากเดิมๆ ที่เป็นขนาด 13.3″ ตอนนี้เป็น 13.9″ แล้ว

ด้วยขอบจอ NanoEdge ที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน มีความบางเพียง 2.5 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าส่วนของหน้าจอทั้งหมด 100% คิดเป็นจอแสดงผลที่ 97% ทีเดียว และเคลมว่ามีคุณภาพระดับ 100% sRGB  ประเด็นก็คือการที่ขอบบางทั้ง 4 ด้าน จึงทำให้ต้องมีการทำขอบจอบนเขย่งขึ้นมาเพื่อติดตั้งเว็บแคมนั่นเอง ส่งผลให้ช่วยเปิดฝาได้ง่ายขึ้นด้วย

สเปก Asus ZenBook S13 UX392 นั้น ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-8565U (Whiskey Lake) ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 4.6 GHz ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ส่วนการ์ดจอก็มีทั้ง Intel UHD Graphics 620 และการ์ดจอแยก GeForce MX150

แรมก็ให้มา 16GB DDR3L เป็นแบบฝังติดบอร์ดมาเช่นเดียวกับ Ultrabook ปกติ ส่วน SSD มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูง PCIE Gen3 SSD ใช้จอขนาด 13.9 นิ้ว แบบด้าน พาเนล IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit มาให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็น Ultrabook ระดับสูงสุดของทาง ASUS ก็ว่าได้

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้น รุ่นก่อนจะมีเพียง USB 3.1 Type-C เท่านั้น (รุ่นก่อนจะมีมาตรฐาน Thunderbolt 3 ด้วย) ส่งผลให้การใช้งานนั้นจำเป็นต้องอแดปเตอร์แปลง แต่ Asus ZenBook S13 UX392 เลือกที่จะให้มาเป็น USB Type-C x 2, USB Type-A x 1 และ micro SD Card Reader แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอด Ultrabook โดยบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.08 กิโลกรัม (มากกว่าเดิม 30 กรัม) ทำให้ ASUS ZenBook S UX392 สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คในเกรดระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

โดย ASUS ZenBook S UX392 วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่าง Utopia Blue พร้อมแซมด้วยสี Rose Gold ชมพูทองเพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut รวมไปถึงด้านในอย่างตัวอักษรคีย์บอร์ด เพื่อให้ ASUS ZenBook S UX391UA มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น ดูแล้วมีความเหนือชั้นกว่า Ultrabook ทั่วไปแบบรู้สึกได้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ยังคงมีอยู่ให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5.5 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

ถือว่าน่าสนใจทีเดียวสำหรับ Asus ZenBook S13 UX392 ไว้ยังไงมีโอกาสเดี๋ยวแอดมินโป้งจะมารีวิวให้ได้ชมกันว่าน่าซื้อแค่ไหน แล้วราคาในไทยจะอยู่ที่เท่าไร จากรุ่นเดิม 49,990 บาท คาดว่ารุ่นใหม่นี้ราคาก็น่าจะใกล้เคียงกัน สมกับ Ultrabook ระดับสูงอีกรุ่นที่น่าซื้อหามาใช้งานจริงๆ

ที่มา : notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/asus-zenbook-s13-ux392-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94-ultrabook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%97/478136/

หลุดภาพเรนเดอร์มือถือจอสไลด์แบบสองด้านของ Asus Zenfone 5G

จอสไลด์มาอีกแล้วจ้า คราวนี้มาแบบสไลด์ได้ 2 ด้านเลื่อนขึ้นก็ได้ เลื่อนลงก็ได้ เป็นของค่าย Asus ที่คาดว่าจะนำมาใช้กับ Asus Zenfone ในเวอร์ชั่น 5G หรืออาจเป็น Asus Zenfone  6 ซึ่งดีไซน์นี้ก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไร เพราะก่อนหน้านี้ก็มีในมือถือ Nokia N95 นั่นเอง ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Evan Blass  (@evleaks)เจ้าพ่อข่าวลือ ซึ่งเผยว่าดีไซน์ดังกล่าวถูกออกแบบโดยคนที่เคยออกแบบ Asus ZenFone 5 โดยภาพเรนเดอร์ชุดนี้มี 2 แบบ สองสไตล์ด้วยกัน

ดีไซน์ในแบบแรกจะมาพร้อมบอดี้แบบขอบมน มีจอแสดงผลแบบไร้ติ่ง ไร้รู เมื่อสไลด์จอลงมาจะเห็นกล้องหน้าเซลฟี่แบบ Dual camera อยู่บริเวณกึ่งกลาง ขนาดข้างด้วยแผง LED Flash แนวนอนในแบบยาว ทั้งนี้ความละเอียดของกล้องทราบแต่เพียงว่า หนึ่งในสองนั้นเป็นเลนส์ wide angle 120 องศา ส่วนกล้องหลังก็กล้องคู่เช่นกัน และเมื่อสไลด์ขึ้น จะเห็นลำโพงจาก Harman Kardon และรองรับสแกนนิ้วหน้าจอ (in-display fingerprint scaner) ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มพาวเวอร์ และปุ่มกดปรับลด-เพิ่มเสียง ส่วนทางด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่ซิม

สำหรับดีไซน์ที่ 2 นั้น ตัวเครื่องมาแบบดีไซน์เหลี่ยม จอสไลด์สองด้านเช่นกัน แต่ต่างกันที่ ตำแหน่งกล้องหน้าพร้อม LED Flash แยกกันอยู่คนละมุม และเมื่อสไลด์ขึ้นด้านบนจะเห็น แถบสัมผัสเล็กๆ ว่ากันว่าได้ไอเดียมาจาก ASUS ZenBook Pro 15 ที่ทำงานเหมือน trackpad โดยเอาไว้เรียกใช้แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ ซึ่งปรับแต่งได้ตามการใช้งานของเรา ส่วนด้านหลังมาพร้อมกล้องคู่ พร้อมไฟ LED และมีสแกนนิ้วอยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง

 

ตามกำหนดเปิดตัวของ  Asus Zenfone 6 นั้นจะอยู่ในราวๆ เดือนพฤษภาคม ซึ่งกว่าจะถึงวันเปิดตัวอาจมีกระปรับเปลี่ยนไปบ้าง ไว้เรามารอดูกันค่ะว่ามือถือรุ่นใหม่ของ Asus รุ่นไหนกันแน่ที่จะได้ใช้ดีไซน์ในแบบจอสไลด์สองด้านนี้

 

ที่มา gizmochinaphonearena

from:https://droidsans.com/these-asus-5g-concept-phones-with-dual-sliders-are-pretty-cool/

Asus อาจเปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ทโฟน ROG Phone รุ่นที่ 2 ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้

Asustek Computer ถูกอ้างว่ากำลังวางแผนเปิดตัวสมาร์ทโฟนสายเกม ROG Phone รุ่นที่ 2 ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ (ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน) โดยจะจับมือกับ Tencent บริษัทไอทีรายใหญ่ในประเทศจีน เพื่อนำ ROG Phone รุ่นที่ 2 เจาะตลาดเกมในแผ่นดินจีน แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสเปกของสมาร์ทโฟน

ธุรกิจสมาร์ทโฟนของ Asus ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนักในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และในปลายปีที่แล้ว Asus ได้เปิดเผยว่าบริษัทฯ จะเร่งฟื้นฟูรายได้ ด้วยการโฟกัสไปยังสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม และเกมมิ่งสมาร์ทโฟน

แหล่งทำเงินที่ใหญ่ที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนหนีไม่พ้นประเทศจีน และชาวจีนจำนวนมากกำลังให้ความสนใจเกมบนสมาร์ทโฟน ซึ่ง Tencent เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เกมรายใหญ่ การจับมือกันระหว่าง Tencent กับ Asus อาจเป็นหนทางที่ทำให้ ROG Phone รุ่นที่ 2 ประสบความสำเร็จในปีนี้

ที่มา – Digitimes
https://www.flashfly.net/wp/247828

from:https://www.flashfly.net/wp/247828

เผยภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ ASUS Zenfone 6 เวอร์ชั่น 5G มาพร้อมตัวเครื่องสไลด์ 2 ด้าน และดีไซน์สวยหรู

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 หรือเมื่อ 13 ปีก่อน หากใครยังจำได้กับ Nokia N95 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมตัวเครื่องที่ดีไซน์แบบเลื่อนสไลด์ได้ 2 ด้าน โดยถ้าสไลด์ลงก็จะแสดงปุ่มควบคุมการเล่นเพลง ถ้าสไลด์ขึ้นก็จะเป็นการใช้งานปุ่มกดโทรศัพท์ปกติทั่วไป และดูเหมือนว่าดีไซน์นี้กำลังจะกลับมาอีกครั้งโดยเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ของ ASUS Zenfone 6 เวอร์ชั่น 5G ที่เผยออกมาให้เห็นกัน

ภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ของ ASUS Zenfone 6 เวอร์ชั่น 5G ถูกแชร์ผ่านบัญชี Twitter ของ Evan Blass (@evleaks) จอมปล่อยข่าวลือและภาพหลุดสมาร์ทโฟนชื่อดัง โดยอ้างว่าถูกออกแบบโดยหนึ่งในผู้ออกแบบ Zenfone 5 และมี 2 คอนเซปต์เรนเดอร์ด้วยกัน

Zenfone 5G

สำหรับภาพคอนเซปต์เรนเดอร์แรกเผยให้เห็นตัวเครื่องที่มีดีไซน์โค้งมนสวยหรู โดยเมื่อเลื่อนสไลด์ขึ้นก็จะเห็นกล้องเซลฟี่คู่ขนาบอยู่ตรงกลางขนาบด้วยไฟแฟลช LED คู่แบบยาวที่ช่วยให้การถ่าเซลฟี่ในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น และเมื่อสไลด์ลงจะเห็นช่องลำโพงเสียงที่ร่วมกับ Harman Kardon

ขณะที่ด้านหลังของภาพคอนเซปต์เรนเดอร์แรกติดตั้งกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED อยุ่ตรงกลางด้านบนในแนวนอน และไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งคาดว่าจะฝังอยู่บนหน้าจอด้านหน้าเครื่อง

ในส่วนด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียงกับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง และด้านซ้ายมีช่องใส่ซิมการ์ด และมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ กับสีขาวตัดดำ

ส่วนอีกภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ของ ASUS Zenfone 6 เวอร์ชั่น 5Gมาในดีไซน์ทรงเหลี่ยม เมื่อเลื่อนสไลด์ขึ้นก็จะเห็นกล้องเซลฟี่คู่เหมือนภาพคอนเซปต์เรนเดอร์แรก แต่ดีไซน์ต่างกันตรงตำแหน่งของเลนส์กล้องและไฟแฟลชคู่ที่แยกไปอยู่คนละด้านกัน

และถ้าเลื่อนไลด์ลงก็จะเป็นจอสัมผัสขนาดเล็กสำหรับควบคุมการใช้งานแอปต่างๆ ซึ่งในภาพจะเป้นแป้นควบคุมแอปสำหรับแก้ไขภาพ ซึ่งดูเหมือนจะได้รับแรงบันดาลใจจาก ASUS ZenBook Pro 15 ที่มีหน้าจอสัมผัสเป็นแทร็คแพด

ส่วนด้านหลังใช้วัสดุที่เคลือบด้วยกระจกสวยหรู ติดตั้งกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ LED ในแนวนอนอยู่ตรงกลางด้านบนเหมือนภาพคอนเซปต์เรนเดอร์แรก แต่ต่างกันตรงที่ภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ภาพที่ 2 นี้มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลัง และมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียงกับป่มเปิดปิดเครื่องอยู่ด้านขวาข้างเครื่อง

นอกจากนี้ Evan Bass ยังได้แชร์ภาพตัดแปะเครื่องต้นแบบของ ASUS Zenfone 6 เวอร์ชั่น 5G ทั้ง 2 เวอร์ชั่นที่มีดีไซน์สวยงามและดูล้ำมากๆ ซึ่งหากคอนเซปต์เรนเดอร์ของ ASUS Zenfone 6 เวอร์ชั่น 5G นี้เป็นจริงไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นใดก็ตาม ถือเป็นแนวทางที่ดีสำหรับสมาร์ทโฟนของ ASUS ในอนาคตเลยก็ว่าได้

ที่มา : Gizmochina

 

from:http://mobileocta.com/revealing-the-image-rendering-concept-asus-zenfone-5g-comes-with-2-slide-machines/