คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

[รีวิว] ASUS ExpertBook P1410CDA โน้ตบุ๊คทำงานรุ่นเล็กสุดคุ้มสำหรับธุรกิจจาก ASUS ที่ใช้ AMD Ryzen

กลับมาพบกันอีกครั้งกับการรีวิว Commercial Notebook หรือ Notebook สำหรับภาคธุรกิจของ ASUS ในตระกูล ASUS ExpertBook ครับ โดยในครั้งนี้เราได้รับเครื่องซีรีส์รุ่นเล็กสุดในตระกูลอย่าง ASUS ExpertBook P1410CDA มาลองรีวิวกันว่าถ้าธุรกิจแห่งหนึ่งๆ อยากจะซื้อ Notebook รุ่นเล็กราคาประหยัดแจกให้พนักงานใช้ทำงาน ASUS จะสามารถตอบโจทย์ได้อย่างไรบ้าง โดยจุดที่น่าสนใจก็คือเครื่องนี้เป็นเครื่องรุ่นทำงานเครื่องแรกจาก ASUS ซึ่งใช้ CPU AMD Ryzen ที่ส่งมาให้รีวิวเลย จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น มารับชมกันได้เลยครับ

ASUS ExpertBook P1410CDA รุ่นเล็กประหยัดคุ้มค่าด้วย AMD ติดตั้ง Windows 10 ให้พร้อมใช้งานได้ทันที

แนวคิดของ ASUS ExpertBook P1410CDA ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุดสำหรับใช้ทำงานในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางไปจนถึงธุรกิจองค์กรนี้ ก็คือประเด็นเรื่องของความคุ้มค่าในประสิทธิภาพที่เพียงพอต่อการทำงานเบื้องต้นได้ ดังนั้นในเครื่องรุ่นนี้จึงเน้นเฉพาะสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานต่อการทำงาน และเลือกใช้หน่วยประมวลผล AMD Ryzen ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าเป็นหลักมาให้

ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุด แต่สำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจแล้ว การเปิดให้แต่ละธุรกิจสามารถปรับแต่งสเป็คของเครื่องได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้งานนั้นก็ยังถือเป็นสิ่งจำเป็น และ ASUS ExpertBook P1410CDA ก็เปิดให้เลือกสเป็คได้หลากหลายดังนี้

Credit: ASUS
  • OS: Microsoft Windows 10 Pro หรือ Microsoft Windows 10 Home
  • CPU: AMD® Ryzen™ 7 3700U Processor, AMD® Ryzen™ 5 3500U Processor, AMD® Ryzen™ 3 3250U/3200U Processor, AMD® Athlon™ Gold 3050U Processor
  • RAM: 4GB – 16GB DDR4
  • Storage: รองรับ Dual HDD เลือกใช้งานได้ทั้ง 128GB/256GB/512GB PCIe Gen3 x2 SSD และ 500GB 5400RPM SATA
  • Graphics: AMD RadeonTM R3 Graphics 2GB VRAM
  • Display: 14″ (16:9) LED-backlit HD (1366×768) / FHD (1920×1200) / FHD IPS (1920×1200) 60Hz Anti-Glare
  • Wi-Fi: Wi-Fi 5 (802.11 ac) มาพร้อมกับ Bluetooth 4.2
  • Interface: 1 x COMBO audio jack, 1 x Type-C USB 3.0 (USB 3.1 Gen 1 / Gen 2), 1 x USB 3.0 port(s) Type A, 2 x USB 2.0 port(s) Type A, 1 x HDMI, 1 x Fingerprint reader (Optional)

จะเห็นได้ว่าสเป็คที่มีให้เลือกใช้ได้นี้ก็เพียงพอต่อการทำงานเอกสารเบื้องต้นภายในบริษัทหรือธุรกิจองค์กรแล้ว ส่วนสำหรับใครที่ห่วงว่าเครื่องรุ่นเล็กสุดนั้นอาจจะไม่สวย ตัว ASUS ExpertBook P1410CDA นี้ถือว่าสวยเรียบหรูเกินคาดกว่าความเป็นรุ่นเล็กไปพอตัวเลยทีเดียว ด้วยบอดี้สีดำแบบ Star Black กับสัมผัสลื่นสบายมือ และจอแบบ Nano Edge ที่ทำให้ขอบบางนั่นเอง

จุดเด่นหนึ่งที่ถูกชูขึ้นมาในเครื่องรุ่นนี้ นอกเหนือจากการใช้ AMD Ryzen เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าแล้ว ก็คือการที่ ASUS นั้นเสริมความแข็งแรงทนทานมาให้อย่างเต็มที่เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะเกิด Downtime ในการทำงานน้อยที่สุด โดยทาง ASUS ได้เสริมความทนทานเข้ามา 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  1. การป้องกัน Ear HDD ช่วยลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับ HDD ด้วยระบบตรวจจับการสั่นสะเทือนแบบเชิงรุกพร้อมแกนรองรับการสั่นสะเทือนถึง 3 แกน ลดโอกาสที่ HDD หรือข้อมูลใน HDD จะเสียหายลงไปได้ ดังนั้นถึงแม้จะเลือกใช้ HDD ในการทำงาน ก็ยังมั่นใจในความทนทานของข้อมูลได้
  2. เสริมโครงโลหะใต้แป้นพิมพ์เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานสำหรับคีย์บอร์ดและทัชแพด รวมถึงยังมีการเสริมความแข็งแรงให้กับข้อต่อบานพับเพิ่มเติม
  3. เสริมโครงบริเวณฝาปิดและมอนิเตอร์ ลดโอกาสการเกิดความเสียหายที่จะส่งผลมายังหน้าจอโดยตรงได้

สำหรับประกันที่มากับเครื่องนี้จะมีด้วยกัน 3 ส่วน ได้แก่ 3 Year Onsite Service บริการซ่อมถึงที่ 3 ปี, 3 Year Global Warranty รับประกัน 3 ปีทั่วโลก และ 1 Year Perfect Warranty รับประกันอุบัติเหตุในปีแรก เหมือนกับเครื่องรุ่นทำงานรุ่นอื่นๆ ของ ASUS ที่ต้องการให้การทำงานนั้นเป็นไปได้อย่างไหลลื่นไม่ติดขัด

สำหรับราคา เนื่องจากเครื่องรุ่นนี้สามารถเลือกสเป็คได้หลากหลายมาก ดังนั้นธุรกิจที่สนใจสั่งซื้อไปใช้งานจึงสามารถขอใบเสนอราคาได้จากตัวแทนจำหน่ายของ ASUS ได้ทันทีที่ https://www.asus.com/th/About_ASUS/commercial-shop/ โดยในลิงค์ดังกล่าวนี้จะรวม Contact ติดต่อสำหรับตัวแทนจำหน่ายในแต่ละภูมิภาคเอาไว้ ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและสั่งซื้อครับ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ ASUS ExpertBook P1410CDA สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.asus.com/th/Commercial-Laptops/ASUS-ExpertBook-P1410CDA/ ครับ

แกะกล่อง ลองใช้งานของจริง

สำหรับความประทับใจแรกที่แกะเครื่อง ASUS ExpertBook P1410CDA นี้ออกมาทดสอบก็คือความ Minimal ที่ให้ทุกอย่างมาครบพร้อมใช้งานได้ ไม่เยอะเกินไป และให้เฉพาะสิ่งที่จำเป็นมาจริงๆ ดูแล้วรู้ได้ทันทีว่าเหมาะสำหรับธุรกิจที่มองหาเครื่องเล็กๆ ราคาคุ้มค่าจำนวนมากไปใช้งานอย่างแน่นอน

อย่างที่ได้เล่าไปข้างต้น ตัวบอดี้ของเครื่องถือว่ายกระดับมาจากเครื่องรุ่นทำงานของปีก่อนหน้ามากๆ โดยถึงแม้จะเป็นเครื่องที่วางเอาไว้ให้เป็นเครื่องรุ่นเล็กสุด แต่ ASUS กลับเลือกออกแบบเครื่องด้วยวัสดุและสีที่ดูมีราคา ทำให้หากเทียบกับเครื่องอื่นๆ ในระดับราคาใกล้เคียงกันแล้ว ASUS ExpertBook P1410CDA ก็ถือว่าสวยโดดเด่นไม่น้อยเลย

หน้าจอขนาด 14 นิ้วเองก็ถือว่ากำลังดีสำหรับการใช้งาน และด้วยความเป็น Nano Edge ก็ทำให้ขนาดเครื่องโดยรวมไม่ใหญ่ และมีน้ำหนักเพียงแค่ 1.65 กิโลกรัม ในขณะที่คีย์บอร์ดและทัชแพดก็มีขนาดกำลังดีต่อการใช้งาน เรียกได้ว่า ASUS เลือกที่จะทำเครื่องขนาดนี้เพื่อให้ทุกอย่างออกมาพอดีกับการใช้งานจริงในราคาที่คุ้มค่าก็ว่าได้

แต่แน่นอน สำหรับเครื่องนี้หลายๆ คนคงสงสัยประเด็นเรื่องประสิทธิภาพเป็นหลักเพราะเป็นรุ่นที่ใช้ AMD Ryzen และเพื่อให้เห็นถึงประเด็นนี้กันชัดๆ ทาง ASUS จึงใส่ HDD มาให้เพื่อให้เห็นว่าแม้จะเป็นเครื่องที่ใช้ HDD แต่ประสิทธิภาพก็ยังดีพอที่จะใช้ทำงานจริงได้ โดยตัวเครื่องที่ได้มานี้จะใช้ CPU AMD Ryzen 7 3700U (4 CPU Core / 8 CPU Thread, 10 GPU Core, 2.3GHz) with Radeon Vega Mobile Gfx และติดตั้ง RAM มาให้ 8GB พร้อม HDD ความจุ 1TB

ในการเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกนั้น ก็ใช้เวลารอเครื่องบูทเสร็จซักพัก ไม่ถือว่านานหากเทียบกับเครื่องที่ใช้ HDD เป็นหลักสำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ พอเครื่องเปิดขึ้นมาแล้วก็ใช้ทำงานได้ราบรื่นปกติดีไม่มีปัญหาอะไร

เนื่องจากเครื่องที่ติดตั้งมาให้จากโรงงานนั้นยังเป็นเครื่องรุ่นเก่า ดังนั้นเราจึงเริ่มต้นลองอัปเกรด Microsoft Internet Explorer ไปใช้ Microsoft Edge ซึ่งเป็น Web Browser ล่าสุดของ Microsoft ที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมากมาใช้งาน ก็พบว่าทุกขั้นตอนก็ราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการอัปเดต Patch Windows 10 ก็ปกติดี ไม่มีปัญหาเช่นกัน

จุดที่ทำให้เห็นชัดและแตกต่างมากว่าเครื่องนี้ใช้ AMD ก็คือการที่เครื่องนี้ติดตั้ง AMD Radeon Settings มาให้ ทำให้สามารถบริหารจัดการการตั้งค่าการแสดงผลบนหน้าจอได้ในเชิงลึก รวมถึงปรับโหมดการทำงานสำหรับการแสดงผลวิดีโอหรือการเล่นเกมโดยเฉพาะด้วยเช่นกัน ตอนทดสอบลองปรับดูเล่นๆ ก็เพลินดีครับ ตั้งค่าได้เยอะมากจริงๆ

พูดถึงเรื่องกราฟฟิกแล้ว CPU รุ่นนี้มาพร้อมกับ Integrated GPU อย่าง Radeon Vega Mobile Gfx ที่จะมาช่วยประมวลผลการแสดงผลภาพแยกออกมา โดยตอนเปิดไฟล์วิดีโอหรือการประมวลผล 3D การ์ดจอตัวนี้ก็จะช่วย CPU ประมวลผลแทน ดังนั้นการแสดงผลภาพ การดูภาพยนตร์ หรือการเปิดไฟล์ 3D เล็กๆ ทั่วๆ ไปเครื่องนี้ก็ยังสามารถใช้ได้อยู่ แต่อาจจะไม่ได้เร็วมากเท่ากับการ์ดจอใหญ่ๆ และเปิดไฟล์ 4K ที่ระดับ 60fps หรือไฟล์ 8K แล้วกระตุก ซึ่งก็เป็นปกติของเครื่องทำงานรุ่นที่ไม่ได้เน้นการ์ดจอ ตรงนี้จะต่างออกไปจากบางรุ่นที่มีการ์ดจอแถมมาให้ แต่การ์ดจอจะทำงานเฉพาะเวลาที่ประมวลผลเกี่ยวกับ 3D เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็น Radeon Vega Mobile Gfx นี้ก็เรียกได้ว่าทำงานอยู่เรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เราใช้งานเลยครับ

สำหรับแบตเตอรี่ที่ให้มานั้นก็ถือว่าไม่ได้ใหญ่มากนัก โดยเครื่องนี้จากการทดสอบสามารถใช้งานได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมงจากการเปิดไฟล์วิดีโอผ่าน Browser ดังนั้นถ้าทำงานปกติหรือใช้งานเอกสารเป็นหลักก็น่าจะใช้ได้นานกว่านี้ครับ ส่วนความร้อนของเครื่องก็ถือว่าไม่สูง ใช้ทำงานบนตักได้สบายๆ แต่ว่าตรงบริเวณคีย์บอร์ดก็อาจอุ่นๆ บ้างตอนใช้งาน ไม่ได้ถึงกับร้อนครับ ใช้งานได้ปกติเลย

สิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากๆ คือเรื่องการเชื่อมต่อที่ ASUS ExpertBook P1410CDA นี้แถมสาย HDMI-to-VGA มาให้เลย เรียกได้ว่าเข้าใจตลาดธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจองค์กรที่ต้องการเครื่องโน้ตบุ๊ครุ่นเล็กสำหรับทำงานเบื้องต้นมากๆ เพราะจอมอนิเตอร์ของหลายธุรกิจนั้นก็มักจะใช้รุ่นที่ราคาไม่สูง หรือยังใช้รุ่นเก่าเมื่อหลายปีก่อน รวมถึงโปรเจคเตอร์ในห้องประชุมที่ยังอาจเป็นรุ่นเก่า และใช้สาย VGA เป็นหลักในการเชื่อมต่อ ดังนั้นตัวเครื่องนี้ที่ต้องการออกแบบมาให้เรียบง่าย จึงใช้วิธีแถมสาย HDMI-to-VGA สายเล็กๆ มาให้แทนเลย ไม่ต้องลำบากไปซื้อสายละหลักร้อยหรืออาจจะหลักพันสำหรับบางยี่ห้อ

ส่วนพอร์ตต่างๆ ที่ต้องใช้ในการทำงานก็แถมมาให้ครบเช่นกันครับ และยังมีแถมเมาส์ USB มาให้ใช้งานได้เลยด้วย

ก่อนหน้านี้ผู้ทดสอบเองเคยทดลองใช้งาน ASUS ExpertBook รุ่นที่สูงกว่านี้อย่างเช่น P2, P3 หรือ B9 มาแล้ว ก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างที่ชัดเจนดังนี้

  • ASUS ExpertBook P1 เป็นรุ่นเริ่มต้น Minimal ที่สุด อัปเกรดสเป็คสูงสุดได้ขนาดเล็กที่สุด
  • ASUS ExpertBook P2, P3 ฮาร์ดแวร์มีออปชันหลากหลายกว่า P1 เลือกอัปเกรดสเป็คได้สูงขึ้นมาก และเริ่มใส่ความสามารถด้าน Security เพิ่มเข้ามา
  • ASUS ExpertBook B9 รุ่นสูงสุดที่ใส่ทุกนวัตกรรมลงไป เครื่องเบามากด้วยวัสดุที่ดีที่สุด และสเป็คเครื่องยังสูงมากระดับใช้ทำงานจริงจังได้เลย

ซึ่งสำหรับ ASUS ExpertBook P1410CDA นี้ผมมองว่าก็ออกแบบมาได้ตอบโจทย์ที่ ASUS ต้องการ คือเป็นรุ่นที่ราคาถูกคุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ในขณะที่สเป็คยังคงสูงพอที่จะใช้ทำงานจริงได้ ส่วนตัวเครื่องก็ทำออกมาได้สวยงาม ไม่หนัก น่าใช้งาน ถึงแม้แบตเตอรี่จะไม่ทนทานมากนัก แต่สำหรับการใช้งานภายในออฟฟิศทั่วๆ ไปที่ใช้แบตเตอรี่แค่ตอนยกเครื่องไปห้องประชุม หรือไปพบลูกค้าเล็กน้อย ก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ

เลือกใช้ Windows 10 Pro หรือ Windows 10 Home?

แน่นอนว่าการในการซื้อ Notebook ซักเครื่องนั้น ค่า License ของ Windows ย่อมเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาอย่างแน่นอน และผู้ที่สนใจใช้งาน ASUS ExpertBook P1410CDA ที่เปิดให้เลือกใช้งานได้ทั้ง Windows 10 Pro และ Windows 10 Home นี้ก็ย่อมต้องเผชิญกับคำถามว่าจะเลือกใช้ Windows รุ่นใดดีอย่างแน่นอน

โดยเบื้องต้นแล้ว สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่อาจใช้งานที่บ้านหรือใช้เรียนหรือใช้เล่นเกม Windows 10 Home ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์แล้วเพราะมีความสามารถพื้นฐานทั้งหมดให้ใช้งาน รวมถึงยังมีความสามารถด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นตอนมาให้ใช้ด้วย ในขณะที่สำหรับธุรกิจองค์กรเองนั้นก็มักเลือกใช้ Windows 10 Pro ด้วยประเด็นความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยและการบริหารจัดการที่สูงกว่า รวมถึงการทำงานร่วมกับ Microsoft Azure หรือ Active Directory ด้วยเช่นกัน

อีกปัจจัยหนึ่งที่ถือว่าน่าสนใจมากนั้นก็คือเรื่องของการควบคุม Windows Update ที่ Windows 10 Pro นั้นเปิดให้จัดการในเชิงลึกได้มากกว่า และยังมีการใช้งานแบบ Kiosk Mode เพื่อใช้ในเชิงธุรกิจโดยเฉพาะเพิ่มเข้ามาให้ใช้งาน

สำหรับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Windows 10 ทั้งสองรุ่น สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.microsoft.com/th-th/windows/compare-windows-10-home-vs-pro ครับ

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • น้ำหนักกำลังดี ไม่หนักจนลำบากในการพกพา และ Adapter ชาร์จไฟก็มีขนาดเล็ก ทำให้ไม่ต้องมีน้ำหนักเพิ่มในส่วนนี้
  • แม้จะติดตั้ง HDD มาให้ทดสอบ แต่เครื่องก็ยังใช้ทำงานได้จนไม่รู้สึกว่าหน่วง อาจเปิดหรือปิดเครื่องและแอปช้ากว่า SSD บ้าง แต่โดยรวมแล้วสามารถซื้อให้พนักงานใช้ทำงานได้
  • วัสดุผิวภายนอกดูดีและทนทานมาก
  • เลือกสเป็ค CPU, HDD/SSD ได้หลากหลาย ใส่แรมได้มากสุด 16GB เลือกความละเอียดจอที่ระดับ 1366×768 และ 1920×1080 ได้
  • แถมสาย HDMI-to-VGA มาให้เลยในกล่อง เหมาะกับออฟฟิศที่ยังใช้มอนิเตอร์หรือโปรเจคเตอร์รุ่นเก่าๆ ไม่ต้องเปลี่ยนของเดิม ใช้งานต่อได้เลย

ข้อเสีย

  • เปิดคลิปความละเอียด 4K หรือ 8K แล้วกระตุก แต่สำหรับงานเอกสารออฟฟิศทั่วๆ ไปก็ถือว่าไม่จำเป็น
  • ปุ่ม Power อยู่ใกล้ปุ่ม Backspace ถ้ายังไม่ชินกับคีย์บอร์ดอาจกดพลาดทำให้เครื่อง Sleep ได้
  • กล้องไม่มีฝาปิดเหมือนรุ่นที่ใหญ่กว่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นรุ่นเล็กและต้องการลดความซับซ้อนในการผลิตและประกอบลง

ติดต่อทีมงาน ASUS ประเทศไทย

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าของ ASUS และต้องการข้อมูลรายละเอียดต่างๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.asus.com/th/commercial/

from:https://www.techtalkthai.com/asus-expertbook-p1410cda-commercial-notebook-with-amd-ryzen-review/

Review – ASUS TUF Gaming F15 FX506 สเปก Intel Core i5-10300H + GTX 1650 จอ IPS 144Hz แรงคุ้มค่า

ASUS TUF Gaming F15 FX506 อีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับ Gaming Notebook สเปก Intel Core i Gen 10H มาพร้อมกับชิปประมวลผล Core i5-10300H ตัวแรงราคาไม่แพง จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 ประสิทธิภาพพอตัว โดยได้รับการอัพเดทจาก ASUS TUF Gaming Series รุ่นก่อนๆ โดยนอกจากการตีบวกยัดสเปคจัดเต็มแน่นเอียดในราคาสุดคุ้ม เพียง 27,990 บาท ยังได้อัพเกรดในอีกหลายๆ ส่วนนับว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ปี 2020 ที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท

โดย ASUS TUF Gaming F15 FX506 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมเครื่องที่เราได้รับมารีวิวนั้น เป็นเครื่องขายจริงจากทางร้าน IT City ส่วนสเปกอื่นๆ มีหน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และมี SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มาให้ด้วย ส่วนหน้าจอก็ขนาด 15.6″ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับที่ 144 Hz ให้ภาพลื่นไหลสบายตา พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้ประกัน 2 ปี แบบ Global Warranty และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก พร้อมบริการด้วย 7-11 droppoint กว่าหมื่นสาขาทั่วประเทศไทย

from:https://notebookspec.com/asus-tuf-f15-fx506-core-i5-10300h-gtx-1650/537391/

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊ค Intel Tiger Lake (Gen 11) ทั้งตระกูล ZenBook, ExpertBook และ VivoBook เตรียมพร้อมจำหน่ายเร็วๆ นี้

หลังจากที่ Intel ได้เปิดตัวซีพียู Tiger Lake (Gen 11) ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ล่าสุดทาง ASUS ก็ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ตามมาติด ซึ่งใช้เป็นซีพียู Gen 11 นี้เช่นเดียวกัน ตามมาตรฐาน Intel Evo Platform Design โดยจะมีทั้ง ZenBook Flip S, ZenBook S, ZenBook 14, ZenBook 14 Ultralight, ZenBook Pro 15, ExpertBook B9 และ VivoBook รายละเอียดแต่ละรุ่นจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันครับ

สำหรับโปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 11 นั้นเบื้องต้นจะมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่อย่างตัว Iris Xe graphics ที่มีความแรงกว่ารุ่นเดิมเป็นเท่าตัว และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ได้อย่างเต็มที่ รองรับ WiFi 6 และ Thunderbolt 4 ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใหม่ในยุคถัดไปอีกด้วย

ZenBook Flip S UX371 จอ OLED แบบพับได้ 360 องศา บางที่สุดในโลก 

เริ่มต้นกันด้วย ZenBook Flip S ที่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเป็นพิเศษ และนับเป็นโน้ตบุ๊ค ASUS รุ่นแรกที่ได้รับการรับรองจาก Intel Evo3  มีความบางเพียง 13.9 มม. และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กก. เท่านั้น หน้าจอสัมผัสความละเอียด 4K UHD OLED กรอบจอบางแบบ NanoEdge ผ่านมาตรฐาน PANTONE Validated ซึ่งมีขอบเขตสีระดับ 100% DCI-P3 แถมได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 500 True Black-certified ให้สีดำที่ดำสนิทและคอนทราสท์ที่ยอดเยี่ยม และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา TÜV Rheinland-certified อีกด้วย

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ ASUS Pen ปากการุ่นใหม่ล่าสุดที่รองรับแรงกดได้ละเอียดถึง 4096 ระดับ รองรับการวาดเขียนในระดับมืออาชีพ สเปคเบื้องต้นจะมาพร้อมกับ Intel Core i7 Gen 11 พร้อมกราฟิก Iris Xe ทำงานคู่กับแรมขนาด 16 GB และ SSD m.2 PCIe3.0 x4 ความจุสูงสุด 1 TB และพอร์ตเชื่อมต่อเป็น Thunderbolt 4 จำนวนสองช่อง, ช่อง USB 3.2 Gen 1 Type-A หนึ่งช่อง, และ HDMI หนึ่งช่อง แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 15 ชั่วโมงหมดเรื่องการพกพาไปทำงานนอกสถานที่

ZenBook S UX393 จอ 3:2 3.3K ที่บางและเบาที่สุดในโลก

คราวนี้มาดูทางด้าน ZenBook S ที่เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาสุดพรีเมียมจอสัมผัสขนาด 13.9 นิ้ว อัตราส่วน 3:2  ความละเอียด 3.3K (3300 x 2200) NanoEdge PANTONE Validated และมีตัวเครื่องขนาดบาง 15.7 มม. น้ำหนักเบา 1.35 กก. ขนาดกะทัดรัด บอดี้ผลิตจากโลหะ และมีแบตเตอรี่ขนาด 67 Wh สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 12 ชม.


สเปคเบื้องต้นจะมาพร้อมกับ Intel Core i7 Gen 11 ใส่ Ram มาสูงสุด 16GB และหน่วยเก็บข้อมูลสูงสุด 1 TB แบบ SSD m.2 PCIe 3.0 x พร้อมพอร์ต HDMI, USB 3.2 Gen 1 Type-A, Thunderbolt 4 USB-C x 2 และ MicroSD card reader รวมถึงมี ASUS NumberPad 2.0 ช่วยในการใช้งานตัวเลข และ กล้องอินฟราเรด (IR) ช่วยการล็อคอินด้วยใบหน้าผ่าน Window Hello ให้มาด้วย

ZenBook 14 UX435EA/EG จอ 14” พร้อม ScreenPad ขนาดเครื่องเล็กสุดในโลก

ถัดมาจะเป็น ASUS ZenBook 14 จุดเด่นเลยคือมาพร้อมกับน้ำหนักเบาเพียง 980 กรัม  ที่ใช้ซีพียูเป็น Intel Core i7  Gen 11 พร้อม Intel Iris Xe graphics ในรุ่น UX435EAL หรือการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX450 โดดเด่นด้วยนวัตกรรมขอบจอบางทั้งสี่ด้าน ที่ให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องกว่า 92% พร้อมการแสดงค่าสี 100% sRGB


นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีฟีเจอร์ NumberPad สำหรับการใช้งานตัวเลขบนทัชแพก บานพับแบบ Ergolift ที่ช่วยให้การพิมพ์งานสะดวกสบาย มาพร้อมพอร์ทการเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ Thunderbolt 4 USB-C x 2, USB 3.2 Gen 1 Type-A, HDMI 2.0 และ MicroSD card reader รวมถึงการเชื่อมต่อ Intel WiFi 6 (802.11ax)

ZenBook Pro 15 UX535 จอ 15” 4K OLED เล็กที่สุดในโลก

มาดูรุ่นพี่ใหญ่อย่าง ZenBook Pro 15 กันบ้างที่เป็นโมเดลล่าสุดของโน้ตบุ๊คตระกูล ZenBook Pro โดยมาพร้อมจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD OLED มาพร้อม 100% DCI-P3 color gamut ขนาดเล็กที่สุดในโลก เอามาใช้ทำงานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกสบาย โดย ZenBook Pro 15 รุ่นนี้จะใช้ซีพียูเป็น Intel Gen 10 สูงสุดคือตัว i7, RAM 16 GB, การ์ดจอแยกสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650Ti ความจุ SSD m.2 1 TB PCIe 3.0 x4


นอกจากนี้ ZenBook Pro 15 มาพร้อม ASUS ScreenPad  ขนาด 5.65 นิ้วเวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ Thunderbolt 3 USB-C, USB 3.2 Type-A, HDMI 2.0, audio jack, และ SD card reader ทั้งยังนำเสนอนวัตกรรม ErgoLift ช่วยให้พิมพ์งานได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมด้วยกล้องอินฟลาเรด IR ล็อคอินด้วยใบหน้าผ่าน Windows Hello และ WiFi 6 (802.11ax) ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

ExpertBook B9 (B9400) จอ 15” 4K OLED ที่เล็กที่สุดในโลก

ปิดท้ายด้วย ASUS ExpertBook B9 ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งตัวเครื่องมีมีน้ำหนักเพียง 880 กรัมเท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ดีไซน์เดิมเพิ่มเติมคือสเปคใหม่ ตัวเครื่องแข็งแกร่งผ่านมาตรฐาน US MIL-STD 810H US military standards และเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะ ASUS NumberPad 2.0 ติดตั้งมาบนทัชแพดเพื่อการกรอกข้อมูลที่คล่องตัวยิ่งขึ้น และมีชิปเพิ่มความปลอดภัยของ Trusted Platform Module 2.0 (TPM), เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ และกล้องเว็บแคมแบบอินฟาเรด (IR camera)

สเปคอัปเกรดเป็น Intel Core i7 Gen 11 พร้อมด้วย Intel Iris Xe graphics และ Intel WiFi 6 รองรับความจุแบบ Dual SSD เทคโนโลยี RAID 0 และ RAID 1 ให้ผู้ใช้งานเป็นตัวเลือกระหว่างการโอนย้ายข้อมูลที่รวดเร็วขึ้นหรือเลือกสำรองข้อมูล ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อโลกแห่งการทำงานและธุรกิจ อาทิระบบประชุมสายวิดีโอคอลขั้นสูง ที่มีระบบ AI ช่วยตัดเสียงรอบข้าง และเทคโนโลยี ASUS WiFi Master สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เสถียรมากกว่าใคร

เพิ่มเติมยังมี ASUS VivoBook Flip 14, VivoBook 14/15 และ VivoBook S13/S14/S15 ที่ใช้ซีพียูเป็น Intel Gen 11 ตามหลังมาอีกที ซึ่งรายละเอียดรุ่น สเปค ราคาและกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ และสามารถติดตามกำหนดการข่าวสารต่างๆ ได้ที่ : https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

 

ที่มา : เมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/asus-tiger-lake-intel-gen-11-zenbook-expertbook/

Review – ASUS ZenBook 14 UM425IA จอ 14″ IPS sRGB 93% เบา 1.22 โล สเปก Ryzen 4000U ได้แรม 8-16GB / SSD 512GB มี Office แท้ ประกัน 3 ปี On-site

ASUS ZenBook 14 UM425IA เป็น AMD Notebook สายทำงานบางเบารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22 กก. เท่านั้น เรียกได้ว่ามีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนทั้งหมด แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อครบครัน พร้อมนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 20 ชม. พร้อมดีไซน์ใหม่ในสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร อัพเกรดประกันเป็น 3 ปี On-site Service + Perfect Warranty ในปีแรก

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 4000U series ซึ่งมีทั้ง Ryzen 5 4500U และ Ryzen 7 4700U เป็นตัวเลือก ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 8GB / 16GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคา 24,990 – 29,990 บาท

from:https://notebookspec.com/review-asus-zenbook-14-um425ia-ryzen-4000u/535284/

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊ก Intel Core Gen 11th ตระกูล Zenbook และ Expertbook

หลังเปิดตัว Intel Gen 11th ไปเมื่อคืนนี้ ASUS ก็ประกาศเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่มาพร้อม Intel Gen 11th คือ ZenBook Flip S, Zenbook Flip 13, Zenbook S, Zenbook 14 Ultralight, Zenbook Pro 15 และ Expertbook B9

Zenbook Flip S เป็นโน้ตบุ๊ก 2-in-1 รุ่นแรกของ ASUS ที่ผ่านมาตรฐานใหม่ Intel Evo เน้นบางเบา บางเพียง 0.55 นิ้ว หนักเพียง 950 กรัม มีกล้องหน้า รองรับ Windows Hello สเปกดังนี้

  • หน้าจอ ตัวเลือก LED FullHD, OLED 4K
  • ซีพียู Intel Core-i7-1165G7, Core-i5-1135G7
  • แรมสูงสุด 16GB 4,266 MHz LPDDR4x
  • ฮาร์ดดิสก์ สูงสุด SSD NVMe M.2 ขนาด 1TB
  • พอร์ต Thunderbolt 4, 2 พอร์ต, USB-A 1 พอร์ต และ HDMI 1 พอร์ต
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง แถมหัวแปลง 3.5 mm to USB-C
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 67 Wh ที่ชาร์จ 65W ผ่าน USB-C
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด ประมาณ 15 ชั่วโมง

No Description

Zenbook Flip 13 โน้ตบุ๊ก 2-in-1 อีกรุ่น ที่มีบานพับแบบ ErgoLift ใช้ได้หลายโหมด ทั้งโหมดโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และกางแบบเต้นท์ บาง 0.55 นิ้วเช่นกัน แต่หนักกว่ารุ่น S เล็กน้อย น้ำหนักอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม สเปกดังนี้

  • หน้าจอ ตัวเลือก LED Backlit FullHD, OLED FullHD
  • ซีพียู Intel Core-i7-1165G7, Core-i5-1135G7
  • แรมสูงสุด 16GB 4,266 MHz LPDDR4x
  • ฮาร์ดดิสก์ สูงสุด SSD 1TB NVMe M.2
  • พอร์ต Thunderbolt 4, 2 พอร์ต, USB-A 1 พอร์ต และ HDMI 1 พอร์ต
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง แถมหัวแปลง 3.5 mm to USB-C
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 67 Wh ที่ชาร์จ 65W ผ่าน USB-C
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด ประมาณ 14 ชั่วโมง

No Description

ZenBook S โน้ตบุ๊ก 13.9 นิ้ว หน้าจออัตราส่วน 3:2 บาง 0.62 นิ้ว หน้าจอความละเอียด 3.3K แบบ NanoEdge รองรับมาตรฐานสีโดย PANTONE เช่นกัน น้ำหนักประมาณ 1.35 กิโลกรัม มีสเปกดังนี้

  • หน้าจอ 13.9 นิ้ว 3.3K อัตราส่วน 3:2
  • ซีพียู Intel Core-i7-1165G7, Core-i5-1135G7
  • แรมสูงสุด 16GB 4,266 MHz LPDDR4x
  • ฮาร์ดดิสก์ สูงสุด SSD 1TB NVMe M.2
  • พอร์ต Thunderbolt 4, 2 พอร์ต, USB-A 1 พอร์ต และ HDMI 1 พอร์ต ช่องอ่าน microSD 1 ช่อง
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง แถมหัวแปลง 3.5 mm to USB-C
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 67 Wh ที่ชาร์จ 65W ผ่าน USB-C
  • เวลาใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด ประมาณ 12 ชั่วโมง

No Description

Zenbook 14 Ultralight โน้ตบุ๊ก 14 นิ้ว น้ำหนัก 1.04 กิโลกรัม มีตัวเลือกการ์ดจอ Intel Iris X และ Geforce MX450 สเปกอื่นๆ ดังนี้

  • หน้าจอ LED Backlit FullHD 14 นิ้ว
  • ซีพียู Intel Core-i7-1165G7, Core-i5-1135G7
  • แรมสูงสุด 16GB 4,266 MHz LPDDR4x
  • ฮาร์ดดิสก์ สูงสุด SSD 1TB NVMe M.2
  • พอร์ต Thunderbolt 4, 2 พอร์ต, USB-A 1 พอร์ต และ HDMI 1 พอร์ต
  • มีช่องเสียบหูฟัง
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 63 Wh ที่ชาร์จ 65W ผ่าน USB-C

No Description

Zenbook Pro 15 โน้ตบุ๊กหน้าจอ 15.6 นิ้ว น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม อัพหน้าจอได้สูงสุดถึง OLED 4K UHD และมีตัวเลือกจอสัมผัส มาพร้อมการ์ดจอ GTX 1650 Ti Max-Q และซีพียู Intel Core Gen 11th รหัส H มีสเปกดังนี้

  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว มีตัวเลือก LED Full HD, 4K แบบธรรมดาและแบบสัมผัส กับหน้าจอ OLED 4K แบบสัมผัส
  • ซีพียู Intel Core-i7-10750H, Core-i5-10300H
  • แรมสูงสุด 16 GB 2933 MHz DDR4
  • ฮาร์ดดิสก์ สูงสุด SSD 1TB NVMe M.2
  • การ์ดจอ GTX 1650 Ti Max-Q
  • พอร์ต Thunderbolt 3, 1 พอร์ต, USB-A 1 พอร์ต และ HDMI 1 พอร์ต และช่องอ่าน SD Card
  • มีช่องเสียบหูฟัง
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ตัวเลือก 96 Wh และ 64 Wh ที่ชาร์จ 150W ผ่านช่อง DC

No Description

Expertbook B9 โน้ตบุ๊กสำหรับทำงานแบบบางเบาสุดๆ รุ่นนี้น้ำหนักเพียง 880 กรัมในรุ่นแบต 33 Wh และ 1.005 กิโล สำหรับรุ่น 66 Wh หนา 0.59 นิ้ว มาพร้อมซีพียู Intel Core Gen 11th และยังมีรูหูฟังอยู่ มีสเปกดังนี้

  • หน้าจอ 14 นิ้ว LED Full HD
  • ซีพียู Intel Core-i7-1165G7, Core-i5-1135G7
  • แรมสูงสุด 32 GB 4266 MHz LPDDR4x (รองรับ dual channel)
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe PCIe 3.0 คู่ สูงสุด 2 TB x2
  • พอร์ต Thunderbolt 4, 2 พอร์ต, USB-A 1 พอร์ต HDMI 1 พอร์ต LAN 1 พอร์ต
  • มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และ Kensington lock
  • รองรับ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ ตัวเลือก 33 Wh และ 66 Wh ที่ชาร์จ 65W ผ่าน USB-C

No Description

ที่มา – Windows Blog, ASUS

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118268

เปิดตัว ASUS Zenfone 7 และ 7 Pro มาพร้อมจอรีเฟรชเรท 90Hz, กล้อง 3 ตัวแบบหมุนได้ และแบตอึด 5,000mAh

ASUS ประกาศเปิดตัว Zenfone 7 Series สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการที่ไต้หวัน โดยประกอบด้วย Zenfone 7 และ Zenfone 7 Pro ที่มาพร้อมจุดเด่นจอที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูง, กล้อง 3 ตัวแบบหมุนได้ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ รองรับชาร์จเร็ว ในราคาเริ่มต้น 23,500 บาท

สเปก Zenfone 7

ASUS Zenfone 7

ตัวเครื่องมีขนาด 165.1 x 77.3 x 9.6 มม. และน้ำหนัก 230 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ความสว่าง 700 nits, รองรับ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 6

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.84GHz โดยใข้ชิปเซ็ท Snapdragon 865 (7 nm+), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650, RAM 6GB/8GB แบบ LPDDR5, หน่วยความจำภายใน 128GB แบบ UFS 3.1 และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ZenUI 7

ติดตั้งกล้อง 3 ตัว flip-up cameras พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX686 รูรับแสง f/1.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.72″, ขนาดพิกเซล 0.8µm, ระบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS 4 แกน
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55″, ขนาดพิกเซล 1.4µm. ถ่ายมุมกว้างได้ 113 องศา และระบบ dual pixel PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, ระบบ PDAF, และซูมแบบออปติคอล 3 เท่า

สำหรับกล้องหมุนได้ flip-up cameras ของ ZenFone 7 Series มีตัวเรือนโลหะเหลวและขับเคลื่อนด้วยโมดูลมอเตอร์ใหม่เพื่อความทนทานต่อน้ำหนักที่มากขึ้น มีเซ็นเซอร์มุมที่ทำให้การพลิกขึ้นอยู่ในมุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าขณะถ่ายภาพ

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, ลำโพงคู่สเตอริโอ, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G Dual Band, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ต USB Type-C

ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว HyperCharge 30W ชาร์จ 60% ภายใน 34 นาที และ 100% ภายใน 93 นาที, 27W Quick Charge 4.0 โดย Qualcomm นอกจากนี้ยังรองรับ 18W USB Power Delivery และรองรับชาร์จแบบย้อนกลับ Reverse charging

ทั้งนี้ ASUS Zenfone 7 มีให้เลือก 2 สีคือ Aurora Black และ Pastel White โดยวางจำหน่ายแล้วที่ไต้หวัน ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 6GB+ 128GB ราคา 21,990 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่หรือประมาณ 23,500 บาท
  • RAM 8GB+ 128GB ราคา 23,990 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่หรือประมาณ 25,500 บาท

สเปก Zenfone 7 Pro

ตัวเครื่องมีขนาด 165.1 x 77.3 x 9.6 มม. และน้ำหนัก 230 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ความสว่าง 700 nits, รองรับ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 6

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.1GHz โดยใข้ชิปเซ็ท Snapdragon 865+ (7 nm+), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650, RAM 8GB แบบ LPDDR5, หน่วยความจำภายใน 256GB แบบ UFS 3.1 และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ZenUI 7

ติดตั้งกล้อง 3 ตัว flip-up cameras พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX686 รูรับแสง f/1.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.72″, ขนาดพิกเซล 0.8µm, ระบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS 4 แกน
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.55″, ขนาดพิกเซล 1.4µm. ถ่ายมุมกว้างได้ 113 องศา และระบบ dual pixel PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, ระบบ PDAF, และซูมแบบออปติคอล 3 เท่า

สำหรับกล้องหมุนได้ flip-up cameras ของ ZenFone 7 Series มีตัวเรือนโลหะเหลวและขับเคลื่อนด้วยโมดูลมอเตอร์ใหม่เพื่อความทนทานต่อน้ำหนักที่มากขึ้น มีเซ็นเซอร์มุมที่ทำให้การพลิกขึ้นอยู่ในมุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าขณะถ่ายภาพ

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, ลำโพงคู่สเตอริโอ, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G Dual Band, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ต USB Type-C

ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว HyperCharge 30W ชาร์จ 60% ภายใน 34 นาที และ 100% ภายใน 93 นาที, 27W Quick Charge 4.0 โดย Qualcomm นอกจากนี้ยังรองรับ 18W USB Power Delivery และรองรับชาร์จแบบย้อนกลับ Reverse charging

ทั้งนี้ ASUS Zenfone 7 Pro มีให้เลือก 2 สีคือ Aurora Black และ Pastel White โดยมีราคาอยู่ที่ 27,990 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่หรือประมาณ 29,900 บาท และวางจำหน่ายแล้วที่ไต้หวัน

ที่มา : Gizmochina

from:https://www.mobileocta.com/asus-zenfone-7-and-7-pro-launched/

เปิดตัว ASUS Zenfone 7 Series มือถือกล้องหลัง 3 ตัว พลิกถ่ายเซลฟี่ได้ มาพร้อม SD 865+ และจอ OLED 90Hz

เปิดตัวเรียบร้อยแล้ว สำหรับมือถือเรือธงซีรีส์ ASUS Zenfone 7 ที่คราวนี้มาด้วยกันถึง 2 รุ่น คือ Zenfone 7 และ Zenfone 7 Pro ซึ่งยังคงเอาไว้ด้วยเอกลักษณ์กล้องหลังที่พลิกกลับมาถ่ายเซลฟี่ได้ แต่คราวนี้ได้รับการอัปเกรดเพิ่มเติมจากรุ่นที่แล้วเป็นกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP, หน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz, ชิปตัวแรงซีรีส์ Snapdragon 865 และแน่นอนว่ารองรับ 5G ด้วย โดยเคาะราคาเริ่มต้นออกมาที่ 21,990 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือราวๆ 23,400 บาท

Zenfone 7 Series มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Zenfone 7 และ Zenfone 7 Pro มีความแตกต่างอยู่ที่รุ่นธรรมดาจะมากับชิป Snapdragon 865 ในขณะที่รุ่น Pro มากับชิปตัวท็อป Snapdragon 865+, RAM มีให้เลือก 6GB และ 8GB, ความจุแบบ UFS 3.1 มี 2 ขนาดคือ 128GB และ 256GB รองรับ microSD Card (ช่องแยก)

Zenfone 7 ทั้งสองรุ่น มีกล้องทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64MP พร้อมระบบออโต้โฟกัสแบบ 2×1 OCL + กล้อง Ultrawide เซ็นเซอร์ IMX363 ความละเอียด 12MP, ระบบ Dual Pixel AF + กล้อง Telephoto ความละเอียด 8MP Optical Zoom 3x, ระบบกันสั่น OIS (รุ่น Pro เท่านั้น)

กล้องของ Zenfone 7 Series มีความสามารถในการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K 30fps ที่มากับระบบกันสั่น EIS, ส่วนระบบกันสั่นขั้นสุดนิ่งกริ๊บ HyperSteady จะใช้ได้ที่ความละเอียด 1080p ถ่ายสโลว์โมชั่นได้ 3 แบบ คือ 4K ที่ 120fps, 1080p ที่ 240fps และ 720p ที่ 480fps นอกจากนี้ยังมีระบบอัดเสียงขั้นเทพด้วยไมโครโฟน 3 ตัว สำหรับการตัดเสียงลม, ไมสำหรับการซูมเสียง และโหมด Acoustic Focus

กล้องของ Zenfone 7 Series ยังคงมากับฟีเจอร์สุดอินดี้ ที่สามารถพลิกกลับมาถ่ายเซลฟี่ ทำให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ออกมาคมชัดกว่ามือถือหลายๆ รุ่น ที่ใช้กล้องเซลฟี่โดยเฉพาะ แถมยังได้มุมมองที่เลือกได้จากกล้องทั้ง 3 ตัว

แถมระบบกล้องพลิกได้นี้ ยังใช้ร่วมกับโหมด Auto panorama ที่เราแค่จับมือถือเอาไว้นิ่งๆ จากนั้นกล้องก็จะแพนกล้องให้โดยอัตโนมัติ และโหมด Motion Tracking ที่ทำให้กล้องแพนตามวัตถุที่โฟกัสได้อัตโนมัติอีกเช่นกัน

ระบบเสียงของ Zenfone 7 Series ก็ทรงพลังไม่ใช่เล่น เพราะมากับลำโพงสเตอรีโอที่ใช้แม่เหล็ก 5 ตัว พร้อม Dual Smart Amplifiers (NXP TFA9874) เพิ่มความกระหึ่มให้มากขึ้นไปอีก แต่น่าเสียดายที่คราวนี้ถูกตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออกไปแล้ว ส่วนแบตเตอรี่ของ Zenfone 7 Series อัดมาให้จุใจถึง 5000 mAh มากับระบบชาร์จไว 30W ที่ชาร์จจาก 0% – 60% ในเวลาแค่ 35 นาที เท่านั้น

สเปค Zenfone 7 / Zenfone 7 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080, รีเฟรชเรท 90Hz, Touch sampling 200Hz, รองรับ HDR10+
  • CPU : Snapdragon 865 / Snapdragon 865+
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : (LPDDR5) 6GB / 8GB
  • ความจุ : (UFS 3.1) 128GB / 256GB รองรับ microSD Card สูงสุด 2TB (ช่องแยก)
  • กล้องหลัง / หน้า :
    – กล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64MP พร้อมระบบออโต้โฟกัสแบบ 2×1 OCL
    – กล้อง Ultrawide เซ็นเซอร์ IMX363 ความละเอียด 12MP, ระบบ Dual Pixel AF
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 8MP Optical Zoom 3x, ระบบกันสั่น OIS
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือด้านข้าง
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่ แบบแม่เหล็ก 5 ชิ้น พร้อม Dual Smart Amplifiers, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ :
    – 5G SA: n77, n78
    – 5G NSA: n1, n2, n3, n5, n7, n8, n12, n20, n28, n38, n77, n78
    – FDD-LTE: Bands 1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 12, 17, 18, 19, 20, 26, 28, 29
    – TD-LTE: Bands 38, 39, 40, 41
    – WCDMA: Bands 1, 2, 3, 4, 5, 6, 8, 19
    – EDGE/GPRS/GSM: 850, 900, 1800, 1900 MHz
    – BT 5.1
    – Wi-Fi 6 (802.11a/b/g/n/ac/ax, 2×2 MIMO), dual-band 2.4GHz/5GHz, Wi-Fi Direct
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 30W
  • ระบบ Android 10 ครอบด้วย ZenUI 7
  • ขนาด / น้ำหนัก : 165.08 x 77.28 x 9.6 มม. / 230 กรัม

ราคา

  • Zenfone 7 (6GB / 128GB) : ราคา 21,990 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 23,400 บาท
  • Zenfone 7 (8GB / 128GB) : ราคา 23,990 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 25,600 บาท
  • Zenfone 7 Pro (8GB / 256GB) : ราคา 27,990 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 30,000 บาท

ASUS Zenfone 7 Series จะเริ่มวางจำหน่ายในไต้หวันตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป ส่วนประเทศอื่นๆ ต้องรออัปเดตข้อมูลกันอีกรอบครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : ASUS, XDA-Developers

from:https://droidsans.com/asus-zenfone-7-series-officially-announced/

ASUS เปิดตัว Zenfone 7, 7 Pro กล้องพลิกได้มีเลนซูม เริ่มต้นประมาณ 23,490 บาท

วันนี้ Asus เปิดตัว Zenfone 7 และ 7 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเรือธง แต่ไม่ได้เน้นด้านเกมมิ่งแบบตระกูล ROG ทั้งสองรุ่นมีกล้องสามตัว เพิ่มเลนส์ซูมเข้ามาจากที่เคยมีแค่เลนส์ปกติและอัลตร้าไวด์ ใน Zenfone 6

Zenfone 7 Pro ใช้แพแนลจอ AMOLED จากซัมซุง ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1080p+ อัตราส่วน 20:9 รีเฟรชเรต 90Hz ใช้ชิป Snapdragon 865+ แรม LPDDR5 เริ่มต้นที่ 8GB หน่วยความจำภายใน 256GB แบบ UFS 3.1 รองรับ 5G (แค่ sub-6GHz ไม่รองรับ mmWave) ใส่สองซิมได้ (แต่ไม่รองรับซิมคู่แบบ 5G+5G) รองรับ microSD card ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม ประกบด้วย Gorilla Glass 6 ด้านหน้า และ Gorilla Glass 3 ด้านหลัง

กล้องสามตัวแบบพลิกใช้เป็นกล้องหน้าได้ เพิ่มความแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม มอเตอร์เล็กลงแต่มีแรงบิดมากขึ้น ASUS ระบุว่าพลิกได้วันละ 100 ครั้ง ถึง 5 ปี เต็ม ทนแรงกดได้กว่า 35 กิโลกรัม กล้องหลัก 64MP เซ็นเซอร์ Sony IMX686 มี OIS กันสั่น ถ่าย 8K 30fps และ 4K 120fps ได้ กล้องอัลตร้าไวด์ 12MP เซ็นเซอร์ Sony IMX363 มี Dual Pixel AF มีออโต้โฟกัสในโหมดอัลตร้าไวด์ และใช้เป็นเลนส์ถ่ายมาโครที่ระยะโฟกัส 4 เซ็นติเมตรได้ด้วย ส่วนกล้องใหม่ที่เพิ่มมา เป็นเลนส์เทเล 80 มิลลิเมตร ความละเอียด 8MP ซูมได้ 3x มี OIS เหมือนกล้องหลัก

No Description

ส่วน Zenfone 7 ธรรมดา ต่างจาก 7 Pro ตรงที่ภายในใช้ชิป Snapdragon 865 กล้องหลักและกล้องซูมไม่มีกันสั่น OIS แรมมีรุ่นเริ่มต้นที่ 6GB และหน่วยความจำภายในเริ่มต้นที่ 128GB ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 30W ควบคุมการชาร์จให้หยุดแค่ 80 หรือ 90 เปอร์เซ็นต์เพื่อถนอมแบตได้ ไม่รองรับชาร์จไร้สาย แสกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง ไม่มีรูหูฟัง และยังไม่มีข้อมูลเรื่องกันน้ำ

Zenfone 7 ทั้งสองรุ่นเริ่มจำหน่ายในไต้หวันแล้ววันนี้ มีสองสี คือขาวและดำ แม้รุ่นธรรมดาจะมีขนาด 6GB + 128GB แต่ที่วางขายในไต้หวัน เริ่มที่ 8GB + 128GB ราคา 21,990 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 23,490 บาท) ส่วนรุ่น 7 Pro ความจุ 8GB + 256GB อยู่ที่ 27,990 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 29,990 บาท)

รุ่น global เตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในยุโรป 1 กันยายนนี้ ราคา global จะประกาศในสัปดาห์หน้า ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายในบ้านเราต้องติดตามกันต่อไป

No Description

ที่มา – The Verge, GSMArena

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118140

หลุดภาพ ASUS Zenfone 7 พร้อมสเปคคร่าวๆ เผยกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 64MP พลิกกลับมาถ่ายเซลฟี่ได้

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดข่าวลือของมือถือซีรีส์ ASUS Zenfone 7 ออกมาบ้างแล้ว ว่ามันจะมีทั้งหมด 2 รุ่น คือรุ่นปกติและรุ่น 7 Pro แถมยังจะมากับลูกเล่นสุดอินดี้อย่างกล้องหลังพลิกได้เหมือนกับรุ่น Zenfone 6 อีกด้วย โดยล่าสุดก็ได้มีภาพเรนเดอร์ของมือถือรุ่น Zenfone 7 ออกมาให้เห็นแล้ว เผยโฉมว่ามันมากับกล้องหลังที่พลิกมาถ่ายเซลฟี่ได้ตามข่าวลือจริงๆ 

สำหรับภาพเรนเดอร์ของ Zenfone 7 ที่หลุดออกมาคราวนี้ เป็นภาพของมือถือที่อยู่ในเคสใส เผยให้เห็นตัวเครื่องจากทุกด้าน โดยด้านหน้าของ Zenfone 7 จะเห็นว่ามันไม่มีกล้องเซลฟี่แล้วเพราะใช้กล้องตัวเดียวกับกล้องหลังที่พลิกมาถ่ายเซลฟี่ได้นั่นเอง (แต่ขอบก็ไม่ได้บางลงซักเท่าไหร่)

พลิกมาดูด้านหลังเครื่องจะเห็นว่ากล้องหลังที่พลิกได้ยังคงมีรูปร่างที่คล้ายๆ กับ Zenfone 6 แต่คราวนี้ได้รับการอัปเกรดด้วยการเพิ่มกล้องเข้ามาอีก 1 ตัว รวมเป็น 3 ตัว รวมถึงแฟลช LED อีก 1 ดวง

ขอบเครื่องด้านขวามีปุ่มปรับเสียง และปุ่ม Power ที่ดูแล้วน่าจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

ขอบเครื่องด้านล่างมีแค่ลำโพง ไมโครโฟน และพอร์ต USB-C เท่านั้น ส่วนรูหูฟัง 3.5 มม. โดนตัดทิ้งไปจากรุ่น Zenfone 6 เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ยังมีภาพตัวเครื่องจริง และภาพกล่องด้านหลังที่มีสเปคคร่าวๆ ของมือถือรุ่นนี้อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชิป Snapdragon 865, RAM 8GB, ความจุ 128GB, หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+, รองรับ 5G และกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 64MP + 12MP + 8MP

ตามข้อมูลบอกว่ามือถือซีรีส์ Zenfone 7 จะมีทั้งหมด 2 รุ่น คือ Zenfone 7 ธรรมดาที่เราได้เห็นภาพเรนเดอร์และสเปคคร่าวๆ ไปแล้ว ส่วนรุ่นท็อป Zenfone 7 Pro ที่คาดว่าจะมากับชิป Snapdragon 865+ ตอนนี้ยังไม่มีภาพตัวเครื่องโผล่ออกมาว่าจะแตกต่างจากรุ่นธรรมดายังไงบ้าง

ASUS จะเปิดตัวมือถือซีรีส์ Zenfone 7 ในวันที่ 26 สิงหาคม 2020 นี้ โดยคาดว่าราคาจะเปิดมาที่ราวๆ 499 ยูโร หรือประมาณ 18,600 บาท…ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ 2 วันเท่านั้น เราก็จะได้เห็นมือถือซีรีส์นี้เปิดตัวกันแล้วครับ

 

ที่มา : Phonearena

from:https://droidsans.com/asus-zenfone-7-renders-revealed-flip-tripple-camera/

หลุดภาพเครื่องจริง ASUS Zenfone 7 เผยด้านหลังที่มาพร้อมกล้อง 3 ตัวหมุนได้

ASUS มีแผนจะเปิดตัว Zenfone 7 Series อย่างเป็นทางการที่ไต้หวันในวันที่ 26 กันยายนนี้ โดยคาดว่าจะประกอบด้วย Zenfone 7 และ 7 Pro ล่าสุดมีภาพเครื่องจริงของ Zenfone 7 หลุดออกมาให้ชมกันแล้ว

สำหรับภาพเครื่องจริงของ Zenfone 7 ที่หลุดออกมานั้นเผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังที่มีดีไซน์ขอบโค้ง โดยตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัวแบบหมุนได้ และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง

ในส่วนสเปกของ Zenfone 7 คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่ผลิตโดย BOE ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 865+ จับคู่กับ RAM 16GB และติดตั้งกล้อง 3 ตัวหมุนได้ โดยกล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX686, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide เซ็นเซอร์ Sony IMX363 และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ 3D ToF

ทั้งนี้ งานเปิดตัว ASUS Zenfone 7 Series จะจัดขึ้นที่ประเทศไต้หวัน และออนไลน์ผ่านทาง Channel YouTube : ASUSTWN ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับบ้านเราเวลา 13.00 น. รอติดตามชมกันนะครั

ที่มา : Sparrowsnews

from:https://www.mobileocta.com/asus-zenfone-7-live-photos-exposed-online/