คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

รีวิว ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition สเปก Ryzen 9 5900HX + Radeon RX 6800M จอ 15.6″ QHD 165Hz ราคา 59,990 บาท

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ในรีวิวนี้เป็นเครื่องขายจริงแล้ว จัดว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 รุ่นแรก ซึ่งได้สเปกเป็น AMD 100% ทั้งในส่วนของชิปประมวลผลและการ์ดจอแยก ได้ประสิทธิภาพที่ทรงพลัง ด้วยการทำงานของ Ryzen 9 5900HX รองรับการ OC จับคู่มากับ Radeon RX 6800M (12GB GDDR6) ประสิทธิภาพสูง เน้นความแรงและฟีเจอร์ที่มากกว่า ROG Strix G15 รุ่นปัจจุบัน อีกทั้งมีให้เลือกหลากหลายรุ่น โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ที่เราสามารถปรับแต่งได้ 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (Liquid Metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ พร้อมด้วยฟีเจอร์ Gaming ต่างๆ ที่ล้ำกว่า Gaming Notebook ทั่วไป สมกับการมาของสเปก Ryzen 5000H + Radeon RX 6000M รุ่นใหม่ล่าสุด อีกทั้งได้หน้าจอเป็น 15.6″ ความละเอียด QHD พาเนล IPS คุณภาพสูงที่ 165Hz ที่ต้องบอกว่าเป็นหน้าจอที่ดีสำหรับเล่นเกมระดับ eSports

VDO Preview

Coming Soon

NBS Verdict

สรุปแล้ว ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ถือว่าเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ปี 2021 สเปก AMD สายพันธุ์ 100% ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 5000H และการ์ดจอแยก Radeon RX6000M ที่เน้นความเป็น Gaming จริงจังที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้  ดีไซน์คล้ายกับรุ่นสเปก Intel + NVIDIA มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลระดับสูงและการ์ดจอ Gaming ที่แรงกับทุกเกมในตลาดแน่นอน พร้อมจอพาเนล IPS เกรดสูง sRGB 100% ที่ความละเอียด QHD@165Hz ซึ่งเป็นหน้าจอมาตรฐานที่ดีกว่าของ Gaming Notebook ในตลาดทั่วไป

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 77

โดยชิปประมวลผล Ryzen 9 5900HX เป็นรุ่นที่แรงที่สุด พร้อมรองรับการ Overclock เพิ่มได้ ส่วนการ์ดจอแยกอย่าง Radeon RX 6800M (12GB GDDR6) เองก็เป็นรุ่นท็อปสุด มาพร้อมสถาปัตยกรรมล่าสุดอย่าง NAVI 22 เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตรเหมือนกัน ที่สำคัญฟีเจอร์อื่นๆ ยัดมาให้อย่างแน่นอน ไม่แค่นั้นเรื่องระบบระบายความร้อนก็ทำได้ดี ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง  เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน โดยคาดว่ารุ่นขายจริงจะมีสเปกให้เลือกซื้อมากกว่านี้ และมีราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงจนเกินไป  

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 74

ในส่วนของรุ่นรองลงมา ถ้ามีมาในอนาคตก็คาดว่าจะมีเป็น Ryzen 5 5600H / Ryzen 7 5800H พร้อมพ่วงด้วย Radeon RX 6600M / Radeon RX 6700M รองรับการทำงานพื้นฐานได้สมบูรณ์แบบ หรือจะเอาไปทำงานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็สบายมากๆ เทียบเท่ากับการ์ดจออีกแบบเจ้าตลาดได้สบายๆ ติดตั้งแรมมาให้ขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ  1TB เรื่องความแรงกับความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าตัว 59,990 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกแล้ว ก็น่าว่ามีความน่าสนใจมากๆ 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 81

เรียกได้ว่าใครต้องการ Gaming Notebook ที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นที่ดีกว่า Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าทั่วไป พร้อมความแตกต่างที่ไม่ได้ใช้การ์ดจอเป็น GeForce RTX 30 แล้ว ก็สามารถเลือกซื้อเป็น ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ได้เลย แน่นอนว่าได้ฟีเจอร์ Gaming อย่างไฟคีย์บอร์ด RGB ไฟ Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง รวมถึงระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ต้องบอกว่าราคาสูงกว่า TUF Gaming Series ในระดับนึง แต่ก็แลกกับฟีเจอร์อะไรที่มากกว่าเยอะเช่นกัน 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 33

สำหรับข้อสังเกต จะเป็นเรื่องดีไซน์เป็นหลัก แม้จะมีลูกเล่นในส่วนของ ROG Cap ที่เราสามารถสไลด์เปลี่ยนไปมาได้ ทั้งสีแดง Challenger Red / สีเงิน Spangle Silver / สีดำโปร่งแสง Translucent Black ซึ่งแตกต่างจาก ROG Strix G15 ทั่วไป แต่ก็ด้วยการใช้พื้นฐานเดียวกัน 100% ทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคมมาให้ในตัวเช่นเดิม รวมถึงไม่มี SD Card Reader ติดตั้งมาให้ และมี USB-C เพียงพอร์ตเดียว ถ้าจะใช้งานต้องหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มเอง โดยถ้าใครคิดว่าไม่เป็นปัญหาอะไร และเป็นแฟน AMD ตัวจริงเน้นสเปกฮาร์ดแวร์ภายในที่ประสิทธิภาพสูงมากกว่า ก็ตามไปจัดกันได้เลย 

 จุดเด่น ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์แฟนๆ ROG สไตล์ปี 2021 พร้อมงานประกอบที่ดี 
  • ประสิทธิภาพสูงด้วย AMD 100% ชิปประมวลผล Ryzen 9 5900HX การ์ดจอแยก Radeon RX 6800M ซึ่งรองรับการ Overclock ด้วย
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe ความจุ 1TB รองรับการติดตั้ง SSD M.2 อีก 1 ตัวได้ทันที 
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูง sRGB 100% ความละเอียด QHD ได้ Refresh Rate ที่ 165Hz
  • คีย์บอร์ดมีไฟหลากสีแบบ Per-key RGB พร้อม Surrounded Light Bar ด้วย AURA RGB
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน เพียงพอต่อการใช้งาน 
  • ลำโพงดัง 4W x 2 คุณภาพเสียงดีด้วยเทคโนโลยี Smart Amp
  • ระบบระบายความร้อนดีขึ้นด้วยโลหะเหลว (Liquid Metal) และ Vapor Chamber Cooling
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD (ชาร์จช้าอแดปเตอร์ปกติ)
  • ประกัน 3 ปี On-site Service พร้อมปีแรกมีประกับอุบัติเหตุ ตามมาตรฐานของ ROG Series

ข้อสังเกต ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

  • ดีไซน์โดยรวมใช้พื้นฐานจาก ROG Sritx G15 แต่มีการปรับลวดลายให้สวยยิ่งขึ้น 
  • ไม่มีกล้องเว็บแคมมาให้ในตัว ถ้าจะใช้งานต้องหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มเอง
  • ไม่มี SD Card Reader ติดตั้งมาให้ และมี USB-C เพียงพอร์ตเดียว

Specification

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ตอนนี้มีเพียงเครื่องเดโมเท่านั้น รุ่นที่ได้มารีวิวเป็นสเปกที่แรงมากๆ ในราคาคุ้มค่าสุดๆ คือ ได้ชิปประมวลผลตัวแรงสุดของ AMD อย่าง Ryzen 9 5900HX ความเร็ว 3.30 – 4.60GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ประสิทธิภาพดีที่สุดรองรับการ OC พร้อมการ์ดตัวแรงตัวแรกจาก AMD ในปี 2021 อย่าง Radeon RX 6800M พร้อมที่ก็ข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ 8GB x 2 แถว ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 Home พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 29

หน้าจอที่นำมาติดตั้งเป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ กับความละเอียด QHD ที่ 2560 x 1440 พิกเซล สัดส่วน 16:9 พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.2 Type-C, HDMI, 3 x USB 3.2 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ส่วนการรับประกันเป็นแบบ 3 ปี มีบริการ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย พร้อมประกันอุบัติเหตุอีก 1 ปี 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ราคา 59,990 บาท

  • CPU : AMD Ryzen 9 5900HX (8C/16T & 3.30 – 4.60GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + Radeon RX 6800M (12GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Quad HD @165Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site + 1 Year Perfect Warranty

Hardware / Design

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีความบางสุดที่ 22.6 ~ 27.2 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าโดยรวมมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบ ได้รับ DNA เต็มๆ มาจาก ROG Strix G15 รุ่นปัจจุบันในหลายๆ ส่วน แต่ว่ามีโลโก้ AMD ที่มุมซ้ายล่างของฝาหลัง พร้อมสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ขอบตัวเครื่องได้ อย่างตอนนี้ตามภาพคือติดตั้งเป็นสีแดงอยู่ 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 45

บานพับเป็นแบบ 2 แกนยกตัวขึ้นมา ซึ่งมีความพิเศษสุดๆ คือได้ชุดระบายความร้อนด้านหลังที่รูปแบบ 3 มิติ พร้อมระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น ได้เรื่องความล้ำสมัยและคำนึงถึงอรรถประโยชน์ในการใช้งานเป็นหลัก ให้ผิวสัมผัสบนตัวเครื่องในส่วนที่ต้องใช้งานมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 40C (ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง 25C) วัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นพลาสติกให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 38

พร้อมทำลวดลายโฉบเฉียบตามสไตล์ของ ROG แต่มีการปรับรายละเอียดเล็กน้อยกับลวดลาย ROG เล็กๆ ที่ให้ความเป็น Gaming Notebook ที่จัดเต็มด้วยไฟ RGB มากกว่า อย่างฟีเจอร์ Surrounded Light Bar ที่เป็นขอบตัวเครื่องด้านหน้าทั้งหมด พร้อมกินพื้นที่มาด้านข้างเล็กน้อย ได้เกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ Per-key RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ Gaming Gear ของ ASUS เอง เรียกได้ว่าตอบโจทย์ Gamer อย่างแท้จริง 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

ส่วนหน้าจอจะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องซ้ายขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ครีบใบ 0.1 มิลลิเมตร ความเร็วสูงแบบ 12V แบบ 84 ใบพัดรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น และท่อฮีทไปป์จำนวน 6 ท่อขนาดใหญ่ โดยมี Copper Plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อน

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังได้พัฒนาระบบระบายความร้อนให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเลือกใช้โลหะเหลว (Liquid Metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ พร้อมกับท่อน้ำความร้อนพิเศษ Vapor Chamber ช่วยนำพาความร้อนในการถ่ายเทได้เป็นอย่างดี 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 61

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องเป็นวัสดุพลาสติกมีลวดลาย ROG พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นเป็นแนวยาวใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รองรับการอัพเกรดแรมได้ 1 แถว, SSD M.2 ซึ่งตัดการรองรับอัพเกรด HDD ออกไปแล้ว รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 30

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุทั้งหมด ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ เแม้ว่าดีไซน์จะใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า แต่ก็ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงต้นปี 2021 ที่ไม่ใช่แค่แรงลื่นล้ำจากสเปกภายใน 

แต่ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ได้ฟีเจอร์อื่นๆ และความสดใหม่ที่ดีกว่า ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเอง อย่างไรก็ตามสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงๆ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากการที่ได้ดีไซน์ สเปก ฟีเจอร์ และราคาที่เหมาะสมที่สุด

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 9
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 15
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 28
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 36
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 49
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 46
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 64
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 65
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 66

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG ที่สามารถปรับแต่งสีไฟเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายในได้ในแต่ละปุ่ม ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ ให้รูปแบบคีย์บอร์ดที่แตกต่างจาก Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ทั่วไป จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key Rollover & Anti-Ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ ปุ่มปรับโหมดการทำงาน และ ปุ่ม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ ส่วนด้านซ้ายชุดคียบอร์ดก็มี Hot Key ต่างๆ ในการควบคุมมีเดียเช่นกันเล่นเพลงหรือไฟล์ VDO 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 23

ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 หรือ Hot Key ด้านบน ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Turbo Mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด หรือ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน ทัชแพดเองขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน ดีไซน์แบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาแล้ว ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมากกว่ารุ่นก่อนหน้าด้วย

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 18
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 20
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 25

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition มีขนาด 15.6” ความละเอียด Quad HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare ด้วย Refresh Rate สูงสุด 165Hz ได้ Response Time ที่ 3msให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ลื่นไหลและยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย) ถือว่าเป็นมาตรฐานหน้าจอของ Gaming Notebook ปี 2021ในระดับ Gaming Notebook ตัวจริง 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพที่ดีกว่าหลายๆ รุ่น มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 100% / AdobeRGB ที่ 88% / DCI-P3 ที่ 91% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีแบบมาตรฐานที่ควรจะเป็นของโน๊ตบุ๊คราคาช่วงนี้ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 400 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน นับได้มาพัฒนาจากรุ่นปีก่อนได้ยอดเยี่ยม

s1 1

s2 1
s3 1
s4 1

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องแถวล่างมุมซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 15% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ส่วนค่าคลาดสี Delta E เฉลี่ยแล้วต่ำเพียง 1.27 เท่านั้น ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว

dolby

ตัวเครื่อง ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition มีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องข้างๆ ซ้ายขวา คุณภาพสูง กำลัง 4W x 2 พร้อม Smart Amp และระบบเสียง Dolby Asmos ปรับแต่งได้หลากหลาย เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ เรื่องของความดังของเสียงถือว่ามากกว่า 2 เท่า เรื่องคุณภาพและความดังจัดว่าประทับใจ ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานก็ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 62
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 61
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 63

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องนี้ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ตมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.2 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย ซึ่งรองรับการโอนถ่ายข้อมูล ต่อหน้าจอแยก DisplayPort ชาร์จไฟด้วยมาตรฐาน USB-PD (USB Power Delivery) ทั้งอแดปเตอร์หรือ Power Bank (แนะนำว่าควรใช้รุ่น 65W – 100W เพื่อการชาร์จไฟกลับได้รวดเร็ว) นับได้ว่าในส่วนฟีเจอร์นี้เยี่ยมยอดกับการชาร์จไฟเข้าตัวเครื่องที่สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งชาร์จช้ากว่าอแดปเตอร์หลัก

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, พอร์ต LAN ตัวเต็ม และ HDMI ไว้เชื่อมต่อหน้าจอภายนอกในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX ได้เทคโนโลยี RangeBoost แบบ 2 x 2 ให้ระยะการรับสัญญานที่ไกลขึ้นถึง 30% พร้อมอัตราการรับ-ส่งข้อมูลที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่ไม่มี SD Card Reader ติดตั้งมาให้ด้วย ถ้าจะใช้งาน แนะนำว่าควรหาอแดปเตอร์ที่เป็น USB Hub มาเพิ่ม

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 70
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 68
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 54

ส่วนการพกพาเองก็ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ โดยมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊ค 15.6″ ตัวอื่นๆ มิติตัวเครื่องโดยรวมมีขนาด 360 x 275 x 21~25.8 มิลลิเมตร อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมในเรื่องการพกพาไปไหนมาไหน แม้ว่าถ้ารวมอแดปเตอร์ 280 Watt แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 2.7 กิโลกรัม ก็พอที่จะใส่กระเป๋าและเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ไม่ยากเย็นอะไร ถือได้ว่าสะดวกสำหรับการเคลื่อนย้ายอยู่ 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 55
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 72
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 73

Inside / Upgrade

ถ้าใครต้องการจะแกะทั้งฝาล่างทั้งหมดเพื่ออัพเกรดหรือทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ไขน็อตทั้งหมดประมาณ 10 ตัว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ แงะแกะทีละส่วนขึ้นอย่างช้าๆ เพียงเท่านี้ก็จะแกะฝาล่างได้ไม่ยากเย็น ส่วนประกอบภายในอื่นๆ  ที่มีงานประกอบเรียบร้อยดี แต่มีข้อควรระวังก็คือ Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ซึ่งจะมีสายแพรเชื่อมต่อไว้อยู่ ไม่แนะนำให้ถอดโดดเด็ดขาด ฉะนั้นเมื่อแกะฝาแล้วให้ถอดวางไว้ใกล้ๆ กัน และระมัดระวังมากๆ ขณะที่อัพเกรดหรือทำความสะอาด 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

เมื่อแกะออกมาแล้วจะพบกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB โดยติดตั้งมาแล้ว 8GB x 2 แถว (Dual Channel) มาตรฐาน SO-DIM RAM รองรับการอัพเกรดได้สูงสุด 64GB  และ SSD ขนาด 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ให้การใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหลไร้คอขวด พร้อมรองรับการใส่ SSD M.2 อีก 1 ตัวทันที ที่ต้องบอกว่าสำหรับการใช้งานทั่วไปและใข้งานเล่นเกม AAA แต่ถ้าใช้งานหนักๆ จนไปถึงการสตรีมเกม หรือเปิดโปรแกรมเยอะๆ แนะนำให้อัพเกรดเป็นแรม 32GB จะดีมากๆ

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 84

ระบบระบายความร้อนใช้ในการพัดลมเข้าออกนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง 2 ช่อง (มีช่องไล่ฝุ่น) ด้านข้างอีก 2 ช่อง โดยการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของพัดลมนี้กับชิป CPU / GPU จะทำผ่าน Heat Pipe จำนวน 6 เส้นขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือใช้ซิลิโคนแบบพิเศษแตกต่างจาก Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ด้วยสารประกอบโลหะเหลว Liquid Metal + Vapor Chamber Cooling เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผลและการ์ดจอ ซึ่งการทดสอบเบื้องต้นบอกได้เลยว่าน่าประทับใจมากๆ แม้สเปกจะแรงมาก แต่ความร้อนนั้นถือว่าเย็นทีเดียว

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 86
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 85
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 92
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 87
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 88
ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 94

Performance / Software

สำหรับ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวท็อปสุดในตลาดของ Gaming Notebook ของ AMD อย่าง Ryzen 9 5900HX เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่า Ryzen 5000H ทุกตัวในตลาด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.30 – 4.60 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W – 54W แน่นอนว่ารองรับการ Overclock จาก ASUS ด้วย ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก

มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ 8GB x 2 แถว ซึ่งเป็นแบบ SO-DIMM ซึ่งเราสามารถถอดอัพเกรดเพิ่มได้ทันที กับขนาดแรมที่รองรับสูงสุดที่ 64GB พร้อมกับมี SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 1TB x 1 ตัว รองรับการอัพเกรดได้อีก 1 ตัวทันที พร้อมเชื่อมต่อแบบ Raid 0 เพิ่มความแรงไปอีก แน่นอนว่าสามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้ใช้งานลื่นไหลทันทีแบบรวดเร็วอย่างที่สุด

c1 1.    c2 1

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2100MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเป็นหลัก กับหน้าจอความละเอียดสูงให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงจาก AMD เช่นกัน

อย่าง Radeon RX 6800M สถาปัตยกรรม NAVI 22 เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร มี 2,560 Stream Processors ที่ค่า TGP (Total Graphic Power) 145W มีแรม 12GB GDDR6 กับ Memory bus 192-bit  ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่า เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ระดับท็อป รองรับเกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 1.   g2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HX คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Ryzen 5000H เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 4900H / Intel Core i9-10980HK ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก Radeon RX 6800M เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

cine15 1.   cine20 1

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใช้เป็นเกรดสูงสุด ซึ่งทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe พร้อมรองรับอีก 1 สล็อต ทำให้ทำ Raid เพื่อเพิ่มความเร็วแรงมากกว่า SSD M.2 ทั่วไปก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ  3,155 MB/s และเขียนที่ 1,703 MB/s ที่ต้องบอกว่าเหนือชั้นกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด

ssd 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 7,150 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ด้วยการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุด จากชิปประมวลผล Ryzen 9 5900HX มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming ตัวบนสุดอย่าง Radeon RX 6800M ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คตัวท็อปรุ่นปีก่อนๆ มากพอตัวระดับเทียบเท่าการ์ดจอไฮเอนด์อีกค่าย ฉะนั้นการใช้งานพื้นฐานหรือทำงานหนักๆ สอบผ่านได้สบายๆ แต่คาดว่าคะแนนน่าจะทำได้ดีกว่านี้ คาดว่ามาจาก Driver ยังต้องอัพเดทกันต่อไป 

pc10 1

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 10,636 เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน แต่เครื่องนี้เป็นเดโม รวมไปถึงซอฟต์แวร์ยังไม่รองรับเต็มที่ 100% ไว้มีโอกาสได้มาทดสอบกันอีกที 

3dd

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 8 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 90 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil Village / GTA V / Battlefield V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง SCUM / PUBG / DOTA 2 / APEX ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมทุกๆ เกมก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล ตาม Native ของหน้าจอ (ซึ่งละเอียดกว่า 1920 x 1080 พิกเซล) โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดยในส่วนของ Resident Evil Village ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB สมกับตัวการ์ดจอที่ 12GB ทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจทีเดียว

game test 1

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / DOTA 2 / APEX รวมไปถึงเกม SCUM ที่กินสเปก ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 2560 x 1440 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แต่อย่างเกม SCUM แนะนำให้ปรับกลางๆ น่าจะเหมาะกับการเล่นมากกว่า 

ซอฟต์แวร์ Armoury Crate ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆ ของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับแต่งไฟด้วย Aura Sync นั้นทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว หรือผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลากหลายโปรไฟล์ ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ

arm

แน่นอนว่า ASUS Notebook รุ่นนี้เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ที่สำคัญยังเลือกเชื่อมต่อกับมือถือสมาร์ทโฟนผ่านทางซอฟต์แวร์ตัวนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ดีตัวนึงเลย ดีกว่าหลายๆ รุ่นที่ไม่มีแน่นอน

myasus

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวได้กว่า 12 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้นานมากๆ ถ้าเทียบกับ Gaming Notebook รุ่นต่างๆ ในยุคก่อน คาดว่าจะการที่ตัวเครื่องจัดการพลังงานได้ดีขึ้นจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H รุ่นใหม่ พร้อมกันนั้นยังรองรับ USB-PD ในการชาร์จไฟกลับเข้าเครื่องด้วย 

batt3

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ตัวเครื่องเมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ส่วการ์ดจอแยกจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ซึ่งอุณหภูมิชิปประมวลผลนี้ดูผ่านทางซอฟต์แวร์ Hardware Monitor เพื่อดูว่าชิปประมวลผล CPU ว่าจะร้อนที่สุดอยู่เท่าไรในการใช้งานจริงๆ

temp

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องสำหรับชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 95 องศาเซลเซียสเท่านั้น ที่ต้องบอกว่าค่อนข้างเย็นทีเดียวถ้าเทียบความแรงที่ได้จากรุ่นก่อนๆ จากการใช้สารประกอบโลหะเหลว Liquid Metal ช่วยนำพาความร้อนได้เป็นอย่างดี ส่วนที่เป็นการ์ดจอแยก GPU ต้องดูที่ GPU-Z จะอยู่ที่ 75 – 80 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่ามีความเย็นพอตัว จากที่เป็นการ์ดจอรุ่นใหม่ ส่วนเสียงพัดลมก็ดังขึ้นจากการที่เปิดฟีเจอร์ Turbo แต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง

gt

Conclusion / Award

จากประสบการณ์และใช้งานจริงๆ ของ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition เครื่องขายจริงในไทย สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HX ทำงานร่วมกับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6800M สนับสนุนทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้แตกต่างบางส่วนกับ ROG Strix G15 รุ่นปกติ ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า ด้วยลวดลายใหม่ สีสันใหม่ เน้นฟีเจอร์และความพรีเมียมกว่า TUF  มีไฟ RGB จัดเต็ม งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ที่มีอยู่ทั่วไป จากการที่เกือบทุกรุ่นในตลาดใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series โดดเด่นด้วยสเปคประสิทธิภาพสูง ทั้งในการเล่นเกมหนักๆ ระดับ AAA หรือว่าการทดสอบอื่นๆ ที่บอกเลยว่าของจรอง อีกทั้งยังควบคุมความร้อนและจัดการแบตเตอรี่ได้ดีกว่าเดิมมากๆ ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS ขอบเขตสี sRGB 100% ความละเอียด QHD ที่ Refresh Rate 165Hz  กับราคา 59,990 บาท ได้ประกัน On-site 3 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้าน และประกันอุบัติเหตุในปีแรก ก็นับว่ามีความคุ้มค่าจริงๆ 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

ที่น่าสนใจอื่นๆ ของ ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition จะเป็นระบบระบายความร้อนอย่าง ROG Intelligent Cooling และ สารประกอบโลหะเหลว Liquid Metal ระดับพรีเมี่ยมจากทาง Thermal Grizzly และ Vapor Chamber Cooling ที่ใส่ทุกอย่างจัดเต็มกว่าทีเคยมีมา ที่แม้สเปกจะแรงขึ้นแต่ก็เย็นกว่าเดิม คีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG และ Light Bar ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายใน ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition

การเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.2 Type-C ที่รองรับการชาร์จไฟเข้าเครื่อง และมี USB 3.2 Type-A / Gigabit Ethernet / Bluetooth 5.1 / Wi-Fi 6 AX ASUS RangeBoost ใช้งานได้ครบครัน อย่างไรก็ตามใช่ว่า Gaming Notebook จะไม่มีข้อสังเกตเสียทีเดียว อย่างกล้องเว็บแคมที่ต้องบอกว่า ASUS ใจเด็ด เลือกที่จะตัดออกไปเลย เข้าใจว่า Gamer ใช้งานกันน้อยอยู่แล้ว ส่วนถ้าใครจะสตรีมจริงจังยังไงก็คงต้องซื้อแยกอยู่ดีนั่นเอง แต่ถ้าใครรับได้ตรงจุดนี้ ก็บอกเลยว่ารอจัดกันได้เลย 

ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition Review 35

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Strix G15 Advantage Edition ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Gaming

Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่ได้ความแรงจัดๆ และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น หน้าจอ QHD@165Hz พาเนล IPS ขอบจอบางเฉียบ ระบบระบายความร้อนดีเยี่ยม ผสานการทำงานของซิลิโคนแบบพิเศษเป็นสารประกอบโลหะเหลว Liquid Metal + Vapor Chamber ระดับพรีเมี่ยม ช่วยนำความร้อนเป็นอย่างดี รวมไปถึงซอฟต์แวร์ Armory Crate ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และอื่นๆ อีกมากมาย สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมเน้นความคุ้มค่าที่มาพร้อมฟีเจอร์ ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกในตลาด Gaming Notebook ที่ดีรุ่นหนึ่ง ในช่วงราคา 59,990 บาทเท่านั้น 

 award new Gaming 

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ASUS ROG โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ROG Strix + AMD ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วหรูหราตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม เน้นความ eSport ตัวจริง เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์ อีกทั้งยังมีไฟ RGB Light Bar รอบตัวอีกด้วย เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกัน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

NBS award 7 Design

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5900HX ตัวท็อปแรงสุด และการ์ดจอแยกตัวแรงสดใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง AMD Radeon RX 6800M ซึ่งรองรับการ Overclock ทั้ง CPU / GPU รวมไปถึงได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz และที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้กว่าสเปกในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย เทียบความแรงกับราคาคุ้มค่ามากๆ

award new performance

from:https://notebookspec.com/web/607680-asus-rog-strix-g15-advantage-edition

รีวิว ASUS S500 พีซีที่เกิดมาเพื่อออฟฟิต

สำหรับพีซีที่ใช้ในออฟฟิต ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญ และยิ่งกะทัดรัดประหยัดพื้นที่ด้วยยิ่งดีอย่าง ASUS S500 ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้ โดดเด่นทั้งเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และขนาดที่กะทัดรัดเป็นพิเศษ

ASUS S500

ASUS S500 เป็นพีซีแบรนด์จากเจ้าตลาด DIY ที่กระโดดมาทำพีซีเพื่อองค์กร รวมไปถึงนักเรียน ผู้สูงอายุ ด้วยซอฟแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของตัวเครื่อง ปรับแต่งได้มากมาย วัสดุที่แข็งแรงทนทานประหยัดไฟและยังแผ่ความร้อนน้อยกว่าด้วย

รวมไปถึงสเปคที่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างเครื่องที่ทีมงานได้ทดสอบนี้ ทั้ง Intel Core i5-11400 ,RAM 8 GB DDR4 ,SSD PCIe 512 GB ,รองรับ WiFI 5 มาพร้อม Windows 10 Home และ Pre-installed with genuine Windows and Office 2019 พร้อมใช้งานโปรแกรมOffice ex, Word, Excel, PowerPoint ตลอดอายุเครื่อง ประหยัดค่าใช้จ่าย

ฟีเจอร์เด่น ASUS S500

  • Storage SSD up to 512G หน่วยเก็บข้อมูลแบบ SSD ทำงานรวดเร็วกว่า HDD เปิดปิดเครื่องได้ไวและเปิดไฟล์งานหลายๆไฟล์พร้อมกันได้รวดเร็ว
  • คอมพิวเตอร์แบบ Small form factor ประหยัดเนื้อที่และน้ำหนักเบา เคลื่อนย้าย พร้อมทำความสะอาดได้ง่าย แต่ประสิทธิภาพเหมือนเครื่องพีซีขนาดปกติ สามารถวางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง (Two-way AI noise-canceling technology) สำหรับการประชุมวีดีโอคอล ช่วยตัดเสียงรบกวนจากปลายทางของคู่สนทนา
  • ประหยัดพลังงาน (Up to 80 PLUS Platinum PSU, up to 92% efficient power supply) ให้ความร้อนน้อย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  • มาพร้อม Windows 10 Home และ Pre-installed with genuine Windows and Office 2019 (specific model) พร้อมใช้งานโปรแกรมOffice ex, Word, Excel, PowerPoint ตลอดอายุเครื่อง ประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เครื่องทนทาน ผ่านมาตรฐาน US MIL-STD 810H military grade reliability with optimized construction การตกหล่น หรือการกระแทก
  • มาพร้อม 11th Gen Intel up to core i5 processor
  • Wi-Fi 5, DDR 4 RAM
  • นำเสนอ My ASUS โซลูชันซอฟต์แวร์ที่สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบบูรณาการข้ามระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันรวมถึง Windows, Android และ iOS
  1. Link to MyASUS ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์มือถือเพื่อสร้างประสบการณ์แบบบูรณาการ
  2. System Diagnosis ระบุปัญหาที่พบ รายงานแหล่งที่มาของปัญหา และให้คำแนะนำทันที
  3. ASUS AppDeals เพลิดเพลินกับส่วนลดสำหรับแอพลิเคชั่นต่างๆและข้อเสนอสุดพิเศษของ ASUS ผ่าน AppDeals
  4. Customer Serviceการให้บริการหลังการขายรวมถึงการช่วยเหลือผู้ใช้ผ่านการแชทออนไลน์ของ ASUS การติดตามสถานะการซ่อมแซมและการสั่งซื้อASUS Premium Care
  • มาพร้อมประกัน 3 ปี Onsite service ซ่อมถึงทีเมื่อเครื่องมีปัญหา และ 1 ปี Perfect Warranty เมื่อเกิดอุบัติเหตุ น้ำหกใส่ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเครื่องตกหล่น

ASUS S500 24

อุปกรณ์ภายในกล่องจะมีเมาส์คีย์บอร์ดแถมมาให้ด้วยพร้อมใช้งาน

ASUS S500 02

ASUS S500 03 ASUS S500 05

ASUS S500 มาในขนาดที่กะทัดรัดแบบ small form factor ประหยัดพื้นที่ สามารถใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตัวเคสผลิตมาจากโลหะ มีความแข็งแรงมาก ผ่านการทดสอบความทนทาน US MIL-STD 810H  สามารถวางจอทับเคสได้เลย

ASUS S500 04

ด้านหน้าจะมีไดร์ฟ DVD แบบ Slot Load ปุ่มเปิดเครื่อง 3.5 mm สำหรับต่อหูฟัง และหูฟังพร้อมไมค์แบบ Combo ,USB 3.1 2 พอร์ต , USB 3.0 2 พอร์ต และ SD Card Reader

ASUS S500 06

ฝาด้านซ้ายที่เปิดได้จะมีช่องระบายความร้อนให้อากาศเย็นเข้าไปถ่ายเทได้อยู่

ASUS S500 08

ส่วนด้านขวาจะปิดทึบเปิดไม่ได้

ASUS S500 09

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันไม่ว่าจะเป็น

  • 2 x PS/2
  • 1 x HDMI
  • 1 x VGA
  • 2 x RS-232 
  • 2 x USB 3.0
  • 2 x USB 2.0
  • Audio 3.5 mm

ASUS S500 11

ด้วยเคสแบบ SFF แม้จะวางแนวตั้งก็ไม่เกะกะเท่าไรนัก

ASUS S500 15

หรือจะวางนอนก็สามารถวางได้ และวางจอภาพทับลงไปเพื่อประหยัดพื้นที่โต๊ะทำงาน ตัวเคสก็มีความแข็งแรงดีทีเดียว

ASUS S500 19

เปิดมาภายในเคสจะดูเรียบๆ พร้อมพัดลมระบายความร้อนที่มีการบังคับทิศทางลมไว้ด้วย โดยจะมีฝาปิดตรงไดร์ฟ DVD ที่จะเอาไว้ติดตั้งฮาร์ดดิสค์แบบ 3.5 หรือ 2.5 นิ้ว เพิ่มได้

ASUS S500 20

ASUS S500 22 ASUS S500 23   

เมื่อถอดฝาหน้าและไดร์ฟ DVD ออกไป จะเห็นภายในชัดเจน แรมที่สามารถใส่ได้ 2 แถว การ์ดจอที่สามารถเพิ่มได้แบบชนิด Low Profile นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มฮาร์ดดิสค์แบบ SATA ได้อีก 1 พอร์ต

MyASUS 7 23 2021 11 21 49 AM

ASUS S500 มาพร้อมจุดเด่นในส่วนของซอฟแวร์ 2 ตัว ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภาย และสนับสนุนการใช้งานในองค์กรด้วยกันเริ่มที่ My ASUS สำหรับปรับตั้งค่าเบื่องต้น ไม่ว่าจะเป็น

MyASUS 7 23 2021 11 21 52 AM

การโอนถ่ายไฟล์ระหว่างเครื่อง

MyASUS 7 23 2021 11 22 02 AM

แชร์หน้าจอระหว่างเครื่องในวง lan เดียวกัน

MyASUS 7 23 2021 11 22 19 AM

อีกหนึ่งจุดเด่นของ ASUS S500 ก็คือการปรับแต่งตัวเครื่องได้ ตั้งแต่ปรับโะรไฟล์พัดลมระบายความร้อน เพื่อลดเสียงการทำงานของตัวเครื่อง

ในส่วนของเสียงและไมค์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะมีฟังค์ชั่น AI มาช่วยปรับแต่ง ทั้งช่วยลดเสียงรบกวนให้ตัวไมค์ ช่วยให้พูดคุยประชุมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นตัดเ้สียงรอบข้างไมค์ออกไป รวมไปถึงปรับแต่งเสียงลำโพงหรือหูฟังให้เน้นเฉพาะเสียงพูดอย่างเดียวโดยตัดเสียงอื่นออกไป และจากการทดสอบใช้งาน

  • การตัดเสียงไมค์ ทำได้ดีมาก จากปรกติไมค์ที่ทีมงานใช้จะเก็บเสียงรอบข้าง แม้จะห่างไปราว 1-2 เมต์ ก็ยังเข้ามา ไม่ว่าจะเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด เสียงประตูปิดเปิด แต่เมื่อใช้ฟังค์ชันนี้แล้ว จะไม่ได้เก็บเสียงรอบข้างเข้ามาเลย เสียงพูดคุยชัดเจนขึ้น เหมือนใช้พวกไมค์ตัดเสียงรบกวนดีๆเลย
  • ส่วนการตัดเสียงรบกวนของลำโพง อันนี้จะรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย เพราะมันตัดเสียงรบกวนจากลำโพงเกือบทั้งหมด และจะมีแต่เสียงพูดออกมา นึกง่ายๆถ้าฟังเพลงจะได้ยินแต่เสียงร้อง จะไม่ได้ยินเสียงดนตรีหลุดมาเลย ดูหนังก็ตะได้ยินแต่เสียงคนพูด ไม่ได้ยินเสียงดนตรีประกอบใดๆ เข้าใจว่าตัว AI เน้นเฉพาะเสียงพูดคุยเพื่อการรประชุมการเรียนจริงๆ แต่ถ้าเกิดมีดนตรีประกอบใดๆเช่นต้องพรีเซ้นต์งานวีดีโอสักตัวอาจจะมีปัญหาไม่ได้ยินเสียงดนตรีประกอบได้

สุดท้ายจะเป็นการปรับแต่งโพรไฟล์ของการรับส่งไฟล์ หรือการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตว่าอยากให้เน้นการใช้งานด้านไหน 

MyASUS 7 23 2021 11 22 46 AM

ในส่วนของที่เช็ค error ต่างๆของตัวเครื่อง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้เลย

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 30 AM

อีกซอฟแวร์เลยคือ ASUS Business Manager สำหรับปรับแต่งตัวเครื่อง ซึ่งต้องตั้งรหัสก่อน โดยเมนูหลักอันแรกเลยคือสามารถตั้งล๊อคพอร์ต USB ได้เลย เช่นให้ไม่สามารถต่อใช้งานได้ หรือใช้งานได้แต่อ่านเท่านั้น รวมไปถึงล๊อคไดร์ฟ DVD ได้ด้วย

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 34 AM

ต่อมาจะเป้นการตั้งล๊อคการตั้งค่าอื่นๆเช่น ลีอคการตั้งค่าวันที่ ล๊อคหน้าจอ รวมถึงปิดการปรับแต่ง Registry ได้ด้วย

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 39 AM

ตั้งการเข้ารหัสล๊อคตัวไดร์ฟต่างๆ เวลาเรานำไปต่อเครื่องอื่นก็จะไม่สามารถอ่านข้อมูลในไดร์ฟที่มีการล๊อคนั่นเอง

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 19 44 AM

ตรวจสอบ Log ต่างๆที่มีการทำงานของตัวเครื่อง เหมาะกับพ่อแม่ที่ต้องการตรวจสอบลูกๆ หรือฝาก IT รวมไปถึงเจ้านายที่ต้องการเช็คตรวจสอบลุกน้อง

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 20 08 AM

เมนูสำหรับลบไฟล์แบบไม่ให้เหลือซาก ป้องกันการกู้ข้อมูลกลับมาใหม่

ASUS Business Manager 7 23 2021 11 20 12 AM

สุดท้ายคือเปลี่ยน Logo Bios เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการโชว์ความเป็นเอกลักษณ์

 CPU Z 3CPU Z 7 23 2021 11 18 52 AM

ซีพียู S500 ในเครื่องทดสอบนี้มาพร้อม i5-11400

CPU Z 7 23 2021 11 18 57 AM Ram 1

แรมที่ติดตั้งมาขนาด 8 GB แบบ DDR4 3200 MHz

CPU Z Bench 1

Cinebench R15 1

ความแรงของซีพียู กำลังดี รองรับการใช้งานต่างๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

GPU Z 3

การ์ดจอออนบอร์ดที่ติดตั้งมา Intel UHD 730

CrystalDiskMark 1

SSD ที่ติดตั้งมาอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนข้างเร็ง เปิดเครื่องไว เปิดโปรแกรมเร็ว

PCMark 10 PCMark10 คะแนนระดับกลางๆ

FurMark CPU Burner

ในส่วนของความร้อน แม้จะเป็นเคสเล็ก SFF แต่อุณหภูมิของซีพียูสูงสุดก็แค่ราว 77 องศาเซลเซียส แม้จะมีพัดลมแค่ตัวเดียว แต่ก็มีการบังคับทิศทางลม และมีช่องให้อากาสเข้าไปถ่ายเท ทำให้สามารถจัดการระบายความร้อนได้ดีทีเดียว

ASUS S500 25

ASUS S500 เหมาะทั้งองค์กร ที่ต้องการพีซีขนาดกะทัดรัดความปลอดภัยสูง หรือกระทั่งผู้ปกครองที่ต้องการหาพีซีที่สามารถตรวจสอบการเรียนออนไลน์ หรือการใช้งานอื่นๆของวัยเรียนได้ อีกทั้งยังมาพร้อมความทนทานจัดวางง่าย พร้อม Windows 10 + Office แท้ พร้อมใช้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว นอกจากนั้นยังสามารถปรับแต่งตัวเครื่องได้หลากหลาย พร้อม AI ตัดเสียงที่ช่วยให้การประชุม การเรียนออนไลน์คมชัดไม่มีสะดุด และสุดท้ายคือการรับประกันซ่อมฟรีออนไซทืถึงบ้าน 3 ปีเต็ม

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัดประหยัดพื้นที่
  • ตัวเคสมีความแข็งแรงมาก
  • มาพร้อม Windows + Office แท้
  • มี AI ตัดเสียงไมค์ได้ดีมาก
  • ประกัน 3 ปี ออนไซท์ซ่อมถึงบ้าน
  • ความปลอดภัยขั้นสูงเช่นล๊อคพอร์ต USB ได้

ข้อสังเกต

  • AI ที่ตัดเสียงลำโพงตัดเสียงมากเกินไป
  • ราคาต่อสเปคอาจจะสูงกว่าเครื่องประกอบ

from:https://notebookspec.com/web/606194-review-asus-s500

Asus Zenfone 8 ทำคะแนน DxOMark ได้สูงกว่า Galaxy S21!

หากคุณอยากได้สมาร์ตโฟนขนาดกระทัดรัดที่มีกล้องแจ่ม ๆ สักเครื่อง Asus Zenfone 8 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถทำคะแนนกล้องแซง Samsung Galaxy S21 ได้เลยทีเดียว

จากผลทดสอบของ DxOMark ได้ให้คะแนนในส่วนภาพนิ่งของ Asus Zenfone 8 ไปสูงถึง 126 คะแนน มากกว่า Galaxy S21 ที่ได้ไป 123 คะแนน แต่ยังตามหลัง Pixel 5 ที่ทำคะแนนภาพนิ่งไปได้ 129 คะแนน และ iPhone 12 mini ที่ทำคะแนนภาพนิ่งไปได้ 132 คะแนน ส่วนคะแนนการถ่ายวิดีโอทำได้ 108 คะแนน อยู่ระหว่างสองคู่แข่งคือ Galaxy S21 ทำได้ 101 คะแนน และ iPhone 12 ทำได้ 112 คะแนน

Asus Zenfone 8 มีกล้องทั้งหมด 2 ตัวคือกล้องหลักและกล้อง Ultrawide ซึ่งเป็นรูปแบบกล้องแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน iPhone 12 mini แต่เนื่องจาก Zenfone 8 ใช้เซนเซอร์ความละเอียด 64 ล้านพิกเซลซึ่งผลที่ได้นั้นดีกว่ากล้องเซนเซอร์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลของ iPhone 12 mini และ Pixel 5

ข่าว: Asus Zenfone 8 ทำคะแนน DxOMark ได้สูงกว่า Galaxy S21! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/asus-zenfone-8-beats-galaxy-s21-in-dxomark-camera-review/

รีวิว ASUS G15DK พีซีแบรนด์เพื่อเกมเมอร์ ในยุคการ์ดจอแพง

พีซีแบรนด์ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังในยุคการ์ดจอแพง ด้วยคอมเซ็ตสเปคคุ้ม พร้อมการ์ดจอที่แพงและหายากอย่าง ASUS G15DK ที่เป็นอีกหนึ่งรุ่นสำหรับเกมเมอร์ด้วยสเปคระดับ GTX 1660 Super ในราคาสุดคุ้มเพียงไม่ถึงสามหมื่นบาท

ASUS G15DK

ASUS G15DK ได้ต่อยอด ASUS G15DH ปรับสเปคในราคาที่ถูกลงด้วย AMD RYZEN 5 3600X + GTX 1660 Super ซึ่งเฉพาะราคาการ์ดจอขายแยกตอนแพงๆ ก็ปาไป 20,000 บาท ได้ พร้อมด้วยตัวเคสที่ระบายอากาศดี มีไฟ RGB จัดเต็มไม่แพ้เครื่องประกอบ Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้เลยพร้อมใช้งานได้ทันที ในราคาเพียง 26,990 บาท

สเปค ASUS G15DK

  • CPU : AMD RYZEN 5 3600X
  • RAM : 8 GB DDR4
  • STORAGE : 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD
  • VGA : NVIDIA GEFORCE PH GTX1660S 6 GB GDDR6
  • OS : WINDOWS 10 HOME

ASUS G15DK 04

ASUS G15DK 06 ASUS G15DK 05

ASUS GA15DK ออกแบบดูดุดัน ดูเป็นเกมมิ่งมากขึ้นด้วยเคสที่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ทำให้สามารถอัพเกรดหรือเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก โดยจุดเด่นจะอยู่ที่หน้ากากลาย ROG เป็นลายเส้นแนวทะแยงที่มีไฟ RGB เป็นแท่งแนวเฉียง เพิ่มความสวยงามไม่เหมือนใคร พร้อมช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ อยู่ด้านล่าง โดยด้านบนจะมีโลโก้ ROG เงา

ASUS G15DK 07

ที่แขวนหูฟังพับเก็บอยู่ทางด้านมุมซ้าย

ASUS G15DK 09

ASUS G15DK 08 ASUS G15DK 10

ด้านบนมีการทำเป็นลายเส้นที่อุดมไปด้วยช่องระบายความร้อนจำนวนมาก เพื่อให้อากาศเย็นเข้าไปถ่ายเท รวมถึงระบายอากาศร้อนออกมาได้อย่างรวดเร็ว (แต่ก็เป็นที่เข้าของฝุ่นด้วย) นอกจากนั้นยังมีหูจับให้ยกเครื่องได้อย่างสะดวกอีกด้วย เผื่อต้องยกไปไหนมาไหน

พอร์ตเชื่อมต่อด้านบนจะเป็น Mic, Headphone, USB 3.2 Type C และ Type A

ASUS G15DK 15

ASUS G15DK 16 ASUS G15DK 17

ตำแหน่งของ Power Supply จะอยู่ด้านล่าง โดยมีพัดลมช่วยระบายความร้อนอยู่ด้านบนอีกหนึ่งตัว

พอร์ตเชื่อมต่อด้านหลังมีครบไม่ว่าจะเป็น

  • 1 x PS/2 Combo
  • 1 x DVI-D
  • 1 x D-Sub
  • 1 x HDMI
  • 1 x RJ45
  • 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A
  • 2 x USB 3.2 Gen 1 Type-A
  • 3 x Audio jacks

พอร์ตเชื่อมต่อของการ์ดจอ

  • 1 x DVI-D
  • 1 x Display-Port
  • 1 x HDMI

ASUS G15DK 18

ฝาตัวเครื่องอีกด้านจะมีการเจาะช่องระบายความร้อนให้อากาศถ่ายเท พร้อมสเปคเครื่อง

ASUS G15DK 20

ASUS G15DK 21 ASUS G15DK 22

ภายในฝาด้านนี้จะเป็นบรรดาสายไฟ สายเชื่อมต่อต่างๆ ที่มีการจัดสายไว้อย่างดีจากโรงงานแล้ว โดยด้านล่างนอกจากกล่อง Power Supply แล้วยังมีจุดสำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้ว อีกหนึ่งลูก

ASUS G15DK 12

เพิ่มความโฉบเฉียวมากขึ้นด้วยฝาข้างแบบใส พร้อมลวดลายพิเศา เพื่อให้เห็นภายในเคสได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังโชว์ไฟ RGB อีกด้วย

ASUS G15DK 23

ASUS G15DK 25 ASUS G15DK 30

อีกฝั่งภายในฝาข้างแบบใส จะเป็นอุปกรณ์หลักไม่ว่าจะเป็น เมนบอร์ด ซีพียู แรม การ์ดจอ ที่จัดสายมาอย่างดีแล้ว ทำให้ภายในเคสดูโล่งไม่เกะกะ แต่เมนบอร์ดที่ให้มาเป็น Micro ATX ทำให้แทบไม่สามารถอัพเกรทอะไรเพิ่มเติมได้แล้ว

ASUS G15DK 27

ด้านหน้ายังสามารถติดพัดลมหรือหม้อน้ำได้อยู่

ASUS G15DK 28

ด้านบนก็เช่นกัน สามารถติดพัดลมและหม้อน้ำได้เช่นกัน 

ASUS G15DK 26

การ์ดจอ GTX 1660 Super ตัวเล็กสเปคเลย

ASUS G15DK 31

ASUS G15DK 32 ASUS G15DK 33

ตำแหน่งของไฟ RGB อยู่ที่ขอบเคสด้านหน้าและด้านบน

ASUS G15DK 34

ASUS G15DK 35 ASUS G15DK 36

ไฟ RGB สวยงามเลยทีเดียว ปรับแต่งได้ด้วยตามต้องการ

ASUS G15DK 45

ASUS G15DK 41 ASUS G15DK 44    

เส้นไฟ RGB ด้านหน้าสวยงาม ปรับแต่งได้

ARMOURY CRATE 7 14 2021 11 37 51 AM

ARMOURY CRATE 7 14 2021 11 38 19 AM ARMOURY CRATE 7 14 2021 11 38 26 AM

ARMOURY CRATE 7 14 2021 11 39 32 AM

ARMOURY CRATE 7 14 2021 11 39 41 AM

ARMOURY CRATE 7 14 2021 11 40 01 AM

ซอฟต์แวร์ ROG Armory Crate ผสานรวมทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบการใช้งานคอมพิวเตอร์ปกติและระบบควบคุมแสงสว่างเข้าไว้ด้วยกัน เข้าใช้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ช่วยให้คุณสามารถจัดการโปรไฟล์เกมได้ถึง 4 แบบ โปรแกรมจะโหลดโปรไฟล์ที่ตั้งค่าไว้เมื่อคุณเปิดเกมโดยอัตโนมัติ ตัวเลือกเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะกลายเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ในอนาคต

 CPU Z RAM

สเปคที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็นซีพียู AMD Ryzen 5 3600X ทำงานหนักๆ เล่นเกมได้สบาย โดยแรมเป็นความจุ 8GB ติดตั้งมาให้ รองรับการอัพเกรดเพิ่มได้

CPU Z Bench

คะแนนซีพียู แรงดีทีเดียว

GPU Z

GTX 1660 Super ตัวคุ้ม เล่นเกมสบาย

 CINEBENCH R15 CINEBENCH R20

คะแนนซีพียูแรงเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับราคาแล้วจัดว่าคุ้มด้วย

CrystalDiskMark 

SSD ความจุ 512 GB ที่ให้มา ไม่ช้าเกินไป ตามมาตรฐาน WD Blue

MCMark 10 PCMark 10 PCMark 10

คะแนน PCMARK 10 แรงกำลังดี

3DMark Time Spy

FF XV

คะแนนกราฟิกก็จัดว่าเล่นเกมต่างๆ ได้สบาย

FurMark GPU

และมาถึงการทดสอบอุณหภูมิ ทดสอบเบิร์นการ์ดจอและซีพียู อุณหภูมิสูงสุดของซีพียูจะอยู่ที่ราว 84 องศาเซลเซียส และการ์ดจอที่ 91 องศาเซลเซียส โดยรวมแม้การ์ดจอจะสูงไปหน่อย แต่ต่อให้ใช้งานนานๆ เล่นเกมต่อเนื่องเครื่องก็สามารถระบายความร้อนได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

ASUS G15DK 48

ASUS G15DK เป็นพีซีแบรนด์ที่ออกมาได้ถูกที่ ถูกเวลา ตอบโจทย์ท่านที่ต้องการพีซีราคาคุ้มสำหรับเล่นเกมสักเครื่อง ที่สเปคอาจจะไม่ได้แรงมาก แต่ราคาคุ้มค่า โดยเฉพาะการ์ดจอ GTX 1660 Super ที่ช่วงที่ผ่านมาราคาแรงและหายากเสียเหลือเกิน โดยองค์ประกอบต่างๆ สเปคต่อราคาเหมาะสมจับต้องได้ง่าย ในราคาค่าตัว 26,990 บาท

นอกจากนั้นยังมาพร้อมไฟ RGB ที่จัดเต็ม และยังคุ้มค่าไม่แพ้เครื่องประกอบแต่ยังได้วินโดวส์แท้ประกัน 3 ปี On-site ซ่อมถึงบ้านไม่ต้องยกเครื่องหรือถอดของไปเคลมให้วุ่นวาย การันตีทุกอุปกรณ์ใช้งานร่วมกันได้ 100% กับฝาเคสที่สวยงามไม่เหมือนใคร มีไฟ RGB ติดตั้งมาให้พร้อมโชว์ได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดเครื่อง หรือถ้าสเปคยังแรงไม่พอก็สามารถเพิ่มแรม ฮาร์ดดิสค์ได้อีก โดยไม่กระทบต่อการรับประกัน

ASUS G15DK จึงเหมาะกับท่านที่ต้องการเกมมิ่งพีซีที่เน้นความสะดวก ไม่ต้องวุ่นจัดสเปค ประกอบเครื่อง มาพร้อมวินโดวส์เสร็จสรรพพร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่องครั้งแรก พร้อมประกันภัย Perfect warranty 1 ปีแรก และประกัน 3 ปีซ่อมถึงบ้าน ในราคาที่ไม่ต่างจากเครื่องประกอบเองเลย

จุดเด่น

  • วินโดวส์ไดร์เวอร์ลงมาพร้อมใช้งาน
  • สะดวกไม่ต้องประกอบเอง อุปกรณ์ใช้ร่วมกันได้แน่นอน
  • ประกัน 3 ปี On-site ซ่อมให้ฟรีถึงบ้าน
  • Perfect warranty 1 ปีแรก
  • ไฟ RGB พร้อม Aura Sync
  • ช่องระบายความร้อนเยอะ มีหูจับให้ด้วย

ข้อสังเกต

  • แรมมาแค่ 8GB
  • SSD เป็นรุ่นกลางเท่านั้น
  • การ์ดจอตัวเล็ก ค่อนข้างร้อน

from:https://notebookspec.com/web/604433-review-asus-g15dk

แนะนำ 5 โน้ตบุ๊คเล่นเกม สเปคแรงน่าซื้อ ราคาคุ้ม ประจำกลางปี 2021 งบเริ่มต้น 20,000 บาท

ในช่วงกลางปี 2021 โควิดกลับมาระบาดอีกระลอก ทำให้ใครหลายคนจำเป็นต้องใช้โน้ตบุ๊ค ซึ่งแน่นอนว่าถ้าจะซื้อสักเครื่องก็อยากได้สเปคแรง ๆ ที่ใช้ทำงานได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะงานเอกสาร เรียนออนไลน์ หรือจะเอามาเล่นเกม ทำตัดต่อก็สามารถทำได้ โดยในบทความนี้เองทีมงานก็จะมา 5 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่น่าซื้อสำหรับคนที่กำลังมาหาตัวเริ่มต้นอยู่ ในช่วงราคา 20,000 – 25,000 บาท ซึ่งจะมีรุ่นอะไรน่าสนใจบ้างมาดูกันครับ

1. Acer Aspire 7 ปี 2021

มาเริ่มต้นกันด้วยรุ่นที่คุ้ม ที่ถูกที่สุดกันก่อนเลยในบรรดา 5 รุ่นที่อยากจะแนะนำกับ Acer Aspire 7 ปี 2021 กับรหัส A715-42G-R7RS ดีไซน์ตัวเครื่องจะเหมือนกับโน้ตบุ๊คทำงานปกติ แต่แฝงไปด้วยสเปคภายในที่แรงไม่ต่างจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ พร้อมซีพียู AMD Ryzen 5000 Series การ์ดจอ GTX 1650 โดยตัวเครื่องจะเป็นโน้ตบุ๊คไซส์จอขนาด 15.6″ ขอบบาง คีย์บอร์ดมี Numpad พร้อมไฟสีขาวใช้งานกลางคืนได้

  • ข้อดี ราคาถูก, ซีพียู Ryzen 5000 ใหม่ล่าสุด รหัส U กินไฟน้อย, แบตอึดใช้ได้มีถึง 10 ชั่วโมง, มีสแกนลายนิ้วมือ, ประกัน 3 ปี Onsite
  • ข้อสังเกต ซีพียูรหัส U อาจจะไม่แรงเท่า H ตัวอื่น แต่เพียงพอต่อการใช้งานหนัก ๆ ได้ดี

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 144Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.1
  • Battery : 48 Wh
  • Weight : 2.15 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 3 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • Price : 21,990 บาท

**ถ้าเป็นรุ่น Acer Aspire 7 A715-42G-R113 ซีพียู Ryzen 7 5700U (8C/16T) ราคา 23,900 บาท

 

2. HP PAVILION Gaming 15 ปี 2020

ถัดมาดูทางด้านแบรนด์ HP กันบ้างกับ Paviliong Gaming 15 รหัส EC1117AX ซึ่งเป็นรุ่นปี 202o ดีไซน์อะไรต่าง ๆ จะเหมือนกับรุ่นปัจจุบันปี 2021 ตัวเครื่องจะเป็นโทนสีเขียวดำแตกต่างจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น ๆ วัสดุงานประกอบเป็นพลาสติกคุณภาพสูง ไซส์จอขนาด 15.6″ ขอบบาง คีย์บอร์ดมี Numpad พร้อมไฟสีเขียวสวยงาม พร้อมซีพียู AMD Ryzen 4000 รหัส H และการ์ดจอ GTX 1650Ti แรงกว่าใคร

  • ข้อดี การ์ดจอแรงกว่าเพื่อน, มีช่องอ่าน SD Card ตัวเต็ม, น้ำหนักไม่ถึง 2 กิโล
  • ข้อสังเกต มีช่อง USB-A เพียง 2 ช่อง, หาซื้อค่อนข้างยาก

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650Ti 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB (ใส่ HDD 2.5″ หรือ SSD ได้ 1 ลูก)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 144Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.0
  • Battery : 45 Wh
  • Weight : 1.98 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 2 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • Price : 24,990 บาท

 

3. LENOVO GAMING 3 ปี 2020

มาต่อกันที่ Lenovo Gaming 3 ปี 2020 รหัส 15ARH05 82EY006UTA ซึ่งอีกรุ่นที่ช่วงเปิดตัวมาใหม่ ๆ ขายดีมาก เพราะด้วยสเปคต่อราคาถือว่าคุ้ม งานประกอบดีไซน์ต่าง ๆ ดูเรียบง่าย มินินอล อีกทั้งยังมีปแป้นคีย์บอร์ดขนาดใหญ่ ปุ่มลูกศรแยกออกมาจากกันชัดเจน มี Numpad ตามมาตรฐาน และมีไฟคีย์บอร์ดสีฟ้าสวยงาม รวมถึง หน้าจอขอบบาง มีกล้อง Webcam ที่มีม่าน Privacy Shutter เปิดปิดแบบแมนวลได้

  • ข้อดี คีย์บอร์ดออกแบบมาดี ปุ่มนุ่ม พิมพ์สนุก, กล้อง Webcam มีชัตเตอร์เปิดปิดได้, ดีไซน์เรียบ ๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทำงานทั่วไป
  • ข้อสังเกต มีช่อง USB-A เพียง 2 ช่อง, จอ 120HZ (รุ่นอื่น 144Hz), รองรับแค่ Wi-Fi 5

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB (ใส่ SSD m.2 หรือ HDD 2.5″ ได้อีก 1 ลูก ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 120Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 5, Bluetooth 5.0
  • Battery : 45 Wh
  • Weight : 2.2 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 2 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้าน + อุบัติเหตุ 1 ปีแรก
  • Price : 23,990 บาท

 

4. ASUS TUF Gaming F15 ปี 2020

คราวนี้มาถึงรุ่นฮอตฮิตที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีกับ ASUS TUF Gaming ที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายคุ้มค่าราคาประหยัด โดยรุ่นที่ทีมงานแนะนำนี้จะเป็นตัว TUF F15 รหัส FX506LH-HN002T ปี 2020 ดีไซน์ตัวเครื่องต่าง ๆ คงเหมือนรุ่นก่อน ๆ แต่เปลี่ยนวัสดุฝาหลังเป็นโลหะ บอดี้ส่วนอื่นพลาสติกปกติ หน้าจอขอบบางขนาด 15.6″ พร้อมคีย์บอร์ดมีไฟ RGB Fullzone และกล้อง Webcam HD วิดีโอคอลได้

  • ข้อดี หาซื้อง่ายทั้งตามร้านไอทีทั่วไป และร้านออนไลน์, อัปเกรดเพิ่มได้ทั้ง SSD m.2 และ HDD 2.5″ (หรือ SSD) ได้อีกอย่างละ 1 ลูก, พอร์ต USB-C เป็นแบบ DP ต่อจอแยกได้, คีย์บอร์ดปรับไฟ RGB ได้
  • ข้อสังเกต ราคาแอบขึ้นจากเดือนก่อน 1,000 บาท

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  Intel Core i5-10300H (4C/8T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2933 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 512 GB  (ใส่ SSD m.2 และ HDD 2.5″ ได้อีกอย่างละ 1 ลูก)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 120Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.2
  • Battery : 48 Wh
  • Weight : 2.3 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 2 ปี + อุบัติเหตุ 1 ปีแรก
  • Price : 24,990 บาท

 

5. MSI GF63 Thin รุ่น Exclusive

ปิดท้ายด้วยเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายพันธ์ุแท้จากแบรนด์ MSI ซึ่งตามปกติแล้ว ราคามักจะเริ่มต้นที่สองหมื่นปลาย ๆ สามหมื่นต้น ๆ แต่ครั้งนี้พิเศษเพราะขายในราคาเพียง 23,990 บาทเท่านั้นกับ MSI GF63 Thin รหัส 10SCXR-1635TH ซึ่งเป็นรุ่น Exclusive มีขายเฉพาะร้าน IT City เท่านั้นหมดแล้วหมดเลย ดีไซน์ภาพรวมก็จะเหมือนกับรุ่น GF63 ปกติทั่วไป เพียงแต่จะลดฟีเจอร์กับสเปคบางอย่างลงแทน

  • ข้อดี น้ำหนักเบามากเพียง 1.86 กก. และมิติตัวเครื่องเล็กกว่ารุ่นอื่น (ไม่มี Numpad), ซีพียู Intel Gen 10 รหัสพิเศษ แรงกว่าตัวอื่น, มีพอร์ตไมค์ 3.5mm
  • ข้อสังเกต ความจุ SSD ให้มา 256GB, การ์ดจอเป็นรุ่น Max-Q, ประกัน 1 ปี

สเปคเบื้องต้น

  • CPU :  Intel Core i5-10500H (6C/12T)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q 4GB GDDR6
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 3200 (มี 2 Slot)
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256 GB  (ใส่ SSD หรือ HDD 2.5″ ได้อีกอย่างละ 1 ลูก)
  • Display : 15.6″ Full HD IPS 120Hz ~63% sRGB
  • Connection : WiFi 6, Bluetooth 5.1
  • Battery : 51 Wh
  • Weight : 1.86 Kg
  • OS : Windows 10
  • Warranty : 1 ปี
  • Price : 23,990 บาท

เป็นอย่างไรก็บ้างกันกับ 5 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ทีมงานแนะนำในช่วงกลางปี 2021 นี้ ซึ่งทุกรุ่นหากเพื่อน ๆ ซื้อไปแล้วอยากจะใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพ แนะนำว่าควรเพิ่ม RAM อีก 8GB เป็น 16GB จะดีมาก เพราะปัจจุบันบรรดาโปรแกรมและเกมต่างๆ กินสเปคมากขึ้นกว่าเดิม โดย RAM 8GB DDR4 1 แถวราคาจะอยู่ที่ราว 1,500 บาทใช้งานได้อีกหลายปีครับ (อย่าลืมดู Bus RAM ให้ตรงกันด้วย)

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ เพิ่มออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/gaming-notebook-20000-2021-5-recommended/

รีวิว ASUS TUF Gaming F15 รุ่นใหม่แรงคุ้มในงบแค่ 30,990 บาท แต่ได้ Intel Tiger Lake กับ RTX 3050 ไปเล่นเกมแล้ว

ASUS TUF Gaming F15 รุ่นใหม่จับคู่ RTX 3050 แต่ก็เล่นเกมได้ดีไม่แพ้รุ่นใหญ่

f15 cover

ASUS TUF Gaming F15 จัดเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คซีรี่ส์คุ้มค่าที่ ASUS ทำออกมาเน้นกลุ่มเกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีคุ้มค่าราคาเป็นหลัก ซึ่งถ้าเทียบแล้วก็เป็นรุ่นเริ่มต้นในซีรี่ส์เกมมิ่งของ ASUS มีพี่น้องฝาแฝดที่หน้าตาเรียบร้อยแต่สเปคดีไม่แพ้กันชื่อ ASUS TUF Dash F15 ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ที่ดูเป็นโน๊ตบุ๊คสายกึ่งทำงานกึ่งเกมมิ่งหน้าตาเรียบร้อยดูดี ส่วน ASUS TUF Gaming F15 จะดีไซน์เน้นเกมเมอร์แบบเต็มตัว

ยิ่งยุคนี้ที่การ์ดจอแยกยังราคาแพงอยู่ เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ASUS TUF Gaming F15 ก็ได้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เติมเข้ามามากมาย ได้แก่ NVIDIA DLSS ที่ใช้ AI ช่วยเรนเดอร์ฉากในเกม, Dynamic Boost 2.0 ที่ช่วยเพิ่มเฟรมเรทตอนเล่นเกมให้สูงขึ้น, Intel Resizable BAR ของซีพียู Intel รุ่นที่ 11 ในเครื่องเพื่อช่วยโหลดฉากในเกมได้เร็วขึ้นอีก ทำให้เกมเมอร์ที่อยากเล่นหรือ Live Stream เกมก็ติดตั้ง NVIDIA Broadcast ใส่ ASUS TUF Gaming F15 แล้วเริ่มเล่นเกมได้เลยและนอกจากนี้ยังมี WhisperMode 2.0 ที่เป็นอัลกอริธึ่มของ AI ที่ช่วยจัดการอุณหภูมิในเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ASUS TUF Gaming F15

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่น่าสังเกตของ ASUS TUF Gaming F15 นั้น ถึงจะมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร อย่างแรกคือพอร์ต Thunderbolt 4 ใช้โอนไฟล์เข้าออกเครื่องและใช้ต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort เท่านั้น ใช้ชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB Power Delivery ไม่ได้เหมือน Thunderbolt ของโน๊ตบุ๊คเครื่องอื่นหรือแบบที่ ASUS TUF Dash F15 ทำได้ และในตัวเครื่องมีที่ว่างพอใส่ช่อง 2.5″ SATA III SSD เข้าไปได้ แต่ไม่มีหัวพอร์ต SATA III กับถาดใส่ SSD ติดมาให้แล้วเว้นว่างเอาไว้เป็นพื้นที่ว่าง จัดว่าน่าเสียดายที่ทาง ASUS ไม่ใช้พื้นที่ว่างนี้ให้เต็มที่อย่างเพิ่มความจุของแบตเตอรี่หรือใส่ถาดเติม SSD มาให้ด้วย ซึ่งถ้าทาง ASUS ปรับปรุงในส่วนนี้อีกสักหน่อย จะถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว

NBS Verdict

ASUS TUF Gaming F15 DSC05592

ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้ เรียกว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นที่นอกจากประสิทธิภาพจะดีคุ้มค่าแล้ว ยังอัพเกรดเครื่องได้เต็มที่ทั้ง M.2 NVMe และแรมอย่างละ 2 ช่องที่ติดตั้งเอาไว้ในตัว ถ้าใครซื้อมาแล้วอยากอัพเกรดแรมจาก 8GB ไป 16-32 GB เลยก็ได้ ส่วน M.2 NVMe ที่ติดตั้งมาในเครื่องความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home นั้นเรียกว่ามีมากเพียงพอสำหรับติดตั้งเกมและโปรแกรมทำงานได้สบาย ๆ แต่ถ้ายังไม่พอ จะเพิ่มอีก 1TB ที่ช่องเสริมก็ได้ จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่อัพเกรดสเปคได้ยืดหยุ่นเครื่องหนึ่ง

จุดเด่นของ ASUS TUF Gaming F15
  1. ซีพียูรุ่นเริ่มต้นของซีรี่ส์เป็น Intel Core i5-11400H เป็น Intel รุ่นที่ 11 แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ประสิทธิภาพดีทำงานลื่นเล่นเกมสบาย
  2. มีช่องอัพเกรดแรมและ M.2 NVMe SSD ได้อย่างละ 2 ช่อง อัพเกรดสเปคเครื่องได้สะดวก ติดตั้ง M.2 NVMe OEM ของ Samsung ที่ประสิทธิภาพดีมาให้ในเครื่อง
  3. การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 มีประสิทธิภาพดี เล่นเกม AAA ในปัจจุบันแบบเปิดกราฟฟิคสุดแล้วก็ยังได้เฟรมเรทเฉลี่ย 52 fps ขึ้นไปทั้งหมด
  4. งานประกอบแข็งแรง แน่น เปิดฝาอัพเกรดได้ง่ายมากเพราะเป็นน็อตหัวแฉกที่หาไขควงมาไขออกได้ง่าย ดีไซน์ตัวเครื่องแข็งแรงคงเอกลักษณ์ของ ASUS TUF Gaming F15
  5. ระบายความร้อนในตัวเครื่องได้ดีและเย็น ตอนใช้ทำงานหรือเล่นเกมก็ไม่มีอาการเครื่องอุ่นหรือเริ่มร้อนรบกวนเลยด้วยฟีเจอร์ Whisper Mode 2.0
  6. ซอฟท์แวร์ Armoury Crate ปรับแต่งการทำงานตัวเครื่องให้เข้ากับการใช้งานทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน
  7. มีฟีเจอร์เอื้อการเล่นเกมติดตั้งมาให้ครบครันทั้ง Dynamic Boost 2.0, Intel Resizable BAR, NVIDIA DLSS จึงเล่นเกมได้ลื่นไหล
  8. มีพอร์ต Thunderbolt 4 เอาไว้รับส่งข้อมูลและต่อหน้าจอเสริมได้แบบ DisplayPort ถ้าต้องการต่อจอเกมมิ่งแยกก็ทำได้เลย
  9. พอร์ต USB-A บนตัวเครื่องเป็น USB 3.2 Gen 1 Type-A ทั้งหมด ไม่มี USB 2.0 แล้ว ทำให้ต่อพอร์ตไหนก็รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วแน่นอน
  10. คีย์บอร์ดมีปุ่มฟังก์ชั่นไว้สลับระหว่างโหมดประหยัดพลังงานหรือโหมดเน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมโดยเฉพาะ กดใช้งานได้ง่ายและไฟ RGB เปลี่ยนสีได้หลากหลาย
  11. ปุ่มคีย์บอร์ดมีน้ำหนักและสปริงคืนตัวได้ดี ระยะกดพิมพ์ที่ลึกกำลังพอเหมาะใช้พิมพ์งานหรือเล่นเกมได้ดีน่าสนใจ
ข้อสังเกตของ ASUS TUF Gaming F15
  1. พื้นที่ว่างข้างแบตเตอรี่ขนาดพอจะใส่ 2.5″ SATA III SSD ได้หนึ่งช่องพอดีแต่ถูกเว้นว่างเอาไว้ไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์อะไร แนะนำว่า ASUS TUF Gaming F15 รุ่นใหม่น่าขยายแบตเตอรี่เป็น 76 Wh หรือใส่ชุดสำหรับติดตั้ง SATA III SSD มาด้วยจะดีสุด
  2. พอร์ต Thunderbolt 4 รองรับการต่อจอเสริมแบบ DisplayPort เท่านั้น ไม่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่อย่างที่พอร์ต Thunderbolt ควรทำได้
  3. รุ่นสูงสุดยังเป็นการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 เท่านั้น ทั้งที่ Intel Core i9-11900H สามารถรีดประสิทธิภาพระดับ RTX 3070-3080 ได้สบาย ๆ
  4. การปลดล็อคเครื่องยังต้องพิมพ์รหัสผ่านอย่างเดียว ไม่มีระบบสแกนนิ้วหรือใบหน้า
  5. แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดเพียง 4 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น

รีวิว ASUS TUF Gaming F15

Specification

ASUS TUF Gaming F15 DSC05594

สำหรับสเปคของ ASUS TUF Gaming F15 รหัสซีรี่ส์ FX506 จะมีทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 30,990-49,990 บาท ขึ้นอยู่กับซีพียูและการ์ดจอในเครื่อง ซึ่งถ้าให้สรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

รุ่นของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 FX506HC-HN002T

(เครื่องรีวิว)

FX506HE-HN003T FX506HM-HN008T FX506HM-HN007T FX506HM-AZ101T
ซีพียู Intel Core i5-11400H
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด
ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
Intel Core i7-11800H
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
ความเร็ว 2.3-4.6 GHz
Intel Core i9-11900H
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
ความเร็ว 2.5-4.9 GHz
การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050

4GB GDDR6

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

4GB GDDR6

NVIDIA GeForce RTX 3060

4GB GDDR6

แรม 8GB DDR4 บัส 2933 MHz 16GB DDR4 บัส 2933 MHz 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe 512GB M.2 NVMe 1TB
หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบ Anti-glare
ค่า Refresh Rate 144 Hz มี Adaptive-Sync
พอร์ตและการเชื่อมต่อ USB 3.2 Type-A x 3

Thunderbolt 4 x 1

HDMI 2.0b x 1

RJ45 LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Kensington Lock x 1

Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax

Bluetooth 5.2

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
แบตเตอรี่ 3-Cell 48Wh 4-Cell 90Wh
ประกันตัวเครื่อง 2 ปี Onsite 2 ปี Onsite + ประกันอุบัติเหตุ 1 ปี
ราคา 30,990 บาท 32,990 บาท 36,990 บาท 42,990 บาท 49,990 บาท

จะเห็นว่าสเปคของ ASUS TUF Gaming F15 รุ่นนี้จะเน้นอัพเกรดซีพียูให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นหลัก จะเห็นว่าสเปครุ่นสูงสุดรหัส FX506HM-AZ101T จะใส่ Intel Core i9-11900H มาให้เลย ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงพร้อมทำงานหรือใช้งานกับโปรแกรมที่กินทรัพยากรตัวเครื่องมากได้สบาย ๆ แต่มีจุดสังเกตเล็กน้อยคือถ้าเป็นรุ่นสูงสุดที่ใส่ Intel Core i9 มาแล้วทั้งที ถ้า ASUS ติดตั้ง NVIDIA GeForce RTX 3070 มาให้ จะน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว

ชมสเปคโดยละเอียดของ ASUS TUF Gaming F15 ทั้ง 5 รุ่นได้ที่นี่

Hardware & Design

ASUS TUF Gaming F15 DSC05585

ดีไซน์ของ TUF Gaming F15 นั้น ดีไซน์รอบตัวเครื่องจะอิงจากรุ่นที่แล้วมาและอัพเกรดสเปคตัวเครื่องให้ประสิทธิภาพดีขึ้น เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงความแข็งแรงเอาไว้ ขาตั้งตัวเครื่องจะติดอยู่ทั้งสองฝั่งเว้นตรงกลางตัวเครื่องให้ว่างไว้เวลาตอนพับหน้าจอลงไป จะเห็นโลโก้ TUF Gaming และแถบไฟแสดงสถานะตัวเครื่องอยู่ด้านนอกตัวเครื่องระนาบเดียวกับฝาหลัง

ASUS TUF Gaming F15 DSC05597

ASUS TUF Gaming F15 DSC05632
ASUS TUF Gaming F15 DSC05634

ฝาหลังตัวเครื่องจะใช้ดีไซน์แบบเดิมที่ยิงเลเซอร์คำว่า TUF ไว้ที่ฝั่งซ้ายและโลโก้ที่มุมบนขวา มีลิ้นสำหรับดึงเปิดหน้าจอติดเอาไว้ตรงขอบบนตัวเครื่องเอาไว้ใช้นิ้วดึงเปิดตัวเครื่องได้และด้านหลังเป็นช่องระบายความร้อน 2 ช่อง ดีไซน์เหมือนท่อไอพ่นของเครื่องบินเจ็ต ให้ความสวยเท่ที่เกมเมอร์หลายคนน่าจะชื่นชอบ

ASUS TUF Gaming F15 DSC05600 1

ASUS TUF Gaming F15 DSC05598
ASUS TUF Gaming F15 DSC05599

และทาง ASUS ก็เน้นดีไซน์ให้รู้สึกถึงความแข็งแรงและออกดูดิบเล็กน้อยด้วยชิ้นพลาสติกด้านปิดมุมทั้ง 4 มุมของตัวเครื่องให้เป็นเหมือนน็อตที่ขันล็อคฝาหลังตัวเครื่องเข้ากับหน้าจอไว้ด้วย

 

ASUS TUF Gaming F15 DSC05610
ASUS TUF Gaming F15 DSC05595

ส่วนชิ้นพลาสติกด้านในที่เขียนคำว่า TUF Gaming ที่ออกแบบเว้นขอบล่างหน้าจอเอาไว้ เมื่อพับปิดหน้าจอจะเห็นทั้งแถบไฟแสดงสถานะ 4 ดวง ได้แก่ ไฟแสดงสถานะการเปิดเครื่องรูปหลอดไฟ, ไฟแสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่รูปถ่านมีสายฟ้าฟาดตรงกลาง, ไฟแสดงสถานะว่าฮาร์ดดิสก์ทำงานที่เป็นรูปถังและไฟแสดง Airplane Mode ที่เป็นรูปเครื่องบิน

ซึ่งส่วนตัว ผู้เขียนมองว่าการออกแบบที่เว้นไฟแสดงสถานะเอาไว้ที่ขอบบนตัวเครื่อง จะทำให้สังเกตสถานะตัวเครื่องได้ง่ายและดูดีด้วย ถือเป็นการออกแบบเน้นความสวยงามที่ใช้งานได้จริงจุดหนึ่ง

ASUS TUF Gaming F15 DSC05628

ส่วนด้านใต้เครื่องจะเป็นฝาหลังที่ ASUS เรียกว่า Honeycomb Grip หรือดีไซน์แบบรังผึ้ง และเป็นพลาสติกเนื้อด้าน ทำให้การดูดอากาศเข้ามาระบายความร้อนทำได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนมากวนใจระหว่างใช้งานเลย

ASUS TUF Gaming F15 DSC05638

ตัวเครื่องจะกางหน้าจอได้มากสุดราว 160 องศา ถือว่ากว้างเท่ากับโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน ทำให้จัดมุมองศาให้เข้ากับการมองเห็นของเราได้สะดวก จะวางบนโต๊ะหรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คก็กางให้เข้ากับสายตาของเราได้ง่าย เหมาะกับการจัดโต๊ะทำงานและเล่นเกมเป็นอย่างมาก

Keyboard & Touchpad

ASUS TUF Gaming F15 DSC05611

คีย์บอร์ดของ TUF Gaming F15 เครื่องนี้จะเป็นแบบ Full-size มีแป้น Numpad ติดตั้งมาให้ใช้กดตัวเลขได้สะดวกขึ้น ถ้าสังเกตจะเห็นว่าชุดปุ่ม F1-F12 จะจับเป็นชุด 4 ปุ่มทั้งหมด 3 ชุดและมีกลุ่มของปุ่ม Function ติดตั้งไว้เหนือ Numpad ด้วย ซึ่งจุดนี้ทาง ASUS ออกแบบและจัดระเบียบปุ่มได้ดีและใช้งานได้ง่ายทีเดียว ดีไซน์ตัวปุ่มจะทำขอบข้างและตัวอักษรบนปุ่มทั้งภาษาไทยและอังกฤษเป็นแบบใสให้ไฟ RGB ลอดผ่านได้

ส่วนสัมผัสการพิมพ์ของแป้นคีย์บอร์ดจัดว่ามีระยะกดลึกราว 1 มม. จัดว่าลึกกว่าปุ่มคีย์บอร์ดเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่น ตอบสนองการกดได้ดีและสปริงค่อนข้างแข็งดีดตัวคืนไว จากการทดสอบพิมพ์ถือว่าเป็นคีย์บอร์ดที่พิมพ์ได้สนุกและเหมาะกับคนที่พิมพ์สัมผัสได้เร็ว และมีนิสัยพิมพ์แบบหวดปุ่มพอควร ส่วนการเล่นเกมถือว่าตัวปุ่มค่อนข้างแข็งและเวลาสลับนิ้วกดคำสั่งต่าง ๆ เช่นรีโหลดหรือวิ่งไปมาทำได้ไวทันใจ

ASUS TUF Gaming F15 DSC05612
ASUS TUF Gaming F15 DSC05613

ด้านของตัวปุ่มและการวางปุ่มบนคีย์บอร์ดของ TUF Gaming F15 ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าทาง ASUS ใส่ใจและจัดวางได้เป็นระเบียบดีกว่าโน๊ตบุ๊คบางรุ่นด้วย โดยปุ่ม W, A, S, D ที่เกมเมอร์มักวางนิ้วไว้บนคีย์บอร์ดจะเป็นปุ่มใสให้ไฟ RGB ตรงปุ่มนี้สว่างเป็นพิเศษ

ส่วนของปุ่ม Fn สำหรับกด Function ต่าง ๆ ของตัวเครื่องจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ถัดจากปุ่ม Ctrl เวลาจะกดปุ่ม Function ต้องกด Fn ค้างไว้ ค่อยกด F1-F12 และถ้ากด Fn+Windows จะล็อคปุ่ม Windows ไม่ให้ทำงาน เวลาเผลอไปกดโดนตอนเล่นเกม หน้า Start Menu ก็จะไม่เปิดออกมารบกวนตอนเล่นเกมด้วย

ASUS TUF Gaming F15 DSC05614
ASUS TUF Gaming F15 DSC05615
ASUS TUF Gaming F15 DSC05616
ASUS TUF Gaming F15 DSC05617

ส่วนปุ่ม Power ที่มุมบนขวาเหนือคีย์บอร์ดจะเป็นปุ่มธรรมดา ไม่มีฟังก์ชั่นสแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้เหมือนซีรีส์ Zephyrus ถึงจะดีไซน์คล้ายกันก็ตาม ซึ่งน่าเสียดายอยู่บ้างเพราะว่าถ้าติดตั้งมาให้จะทำให้ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกขึ้น ส่วนปุ่ม Function บนแถบปุ่ม F1-F12 จะแยกเป็นชุด ๆ จัดหมวดหมู่ได้ดี โดยแต่ปุ่มแต่ละชุดจะมีฟังก์ชั่นดังนี้

  • F1-F3 : ปิดเสียง, เพิ่มหรือลดเสียง
  • F4 : ปิดหรือเปิดไมโครโฟน
  • F5 : ปุ่มสลับระหว่าง Performance mode สำหรับเล่นเกมหรือทำงานที่กินทรัพยากรเครื่องมาก ๆ และ Silent mode ที่ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานและเสียงพัดลมเบา
  • F6 : ปุ่มดับหน้าจอเวลาไม่ได้ใช้งาน
  • F7-F8 : ปุ่มลดหรือเพิ่มความสว่างของหน้าจอ
  • F9 : ปุ่ม Project เอาไว้ตั้งค่าเวลาต่อหน้าจอแยก
  • F10 : ปุ่มปิดหรือเปิดการทำงานทัชแพด
  • F11 : ปุ่ม Sleep mode
  • F12 : ปุ่ม Airplane mode

ต่อจากปุ่ม F1-F12 จะเป็นเซ็ตปุ่ม Function อย่าง Delete กับ Insert, Pause กับ Break, Print Screen กับ SysRq, Home กับ End ที่ซ้อนกันอยู่ โดยวิธีกดคือถ้ากดทันทีจะเป็นฟังก์ชั่นบน ถ้ากด Fn ค้างไว้แล้วกดที่ปุ่มเดิมอีกครั้งจะเป็นฟังก์ชั่นด้านล่าง ตัวอย่างเช่นกดปุ่ม Home แล้วถ้ากด Fn+Home จะกลายเป็นปุ่ม End ซึ่งถือเป็นการออกแบบปุ่ม Function ที่ประหยัดปริมาณปุ่มได้ดีและสมเหตุผลด้วย

ASUS TUF Gaming F15 DSC05646
ASUS TUF Gaming F15 DSC05645

สำหรับปุ่ม Fn+F5 ที่เอาไว้สลับระหว่าง Performance mode กับ Silent mode เมื่อกดแล้วหน้าจอจะแสดงโลโก้ของโหมดนั้นขึ้นมาพร้อมกับเร่งหรือลดความสว่างหน้าจอด้วย เป็นสัญญาณบอกผู้เขียนว่าตอนนี้ ASUS TUF Gaming F15 เปลี่ยนโหมดเรียบร้อยแล้ว

ASUS TUF Gaming F15 DSC05620
ASUS TUF Gaming F15 DSC05618

ส่วนปุ่ม Function อีกปุ่มที่เซ็ตค่าเอาไว้ได้ดี คือปุ่มเรียกเครื่องคิดเลขที่ปุ่ม Enter ของ Numpad ซึ่งถ้าใครต้องคิดเลขคำนวนค่าใช้จ่ายอะไรบ่อย ๆ ก็เรียกใช้งานง่ายขึ้นด้วย ส่วนปุ่มลูกศรจะรวมฟีเจอร์ ASUS AURA SYNC หรือฟีเจอร์คุมไฟ RGB บนคีย์บอร์ดเอาไว้ ตอนใช้งานให้กด Fn ค้างเอาไว้ก่อนค่อยกด โดยกดขึ้นลงจะเพิ่มหรือลดความสว่างของไฟ ส่วนปุ่มซ้ายขวาที่มีคำว่า AURA อยู่ จะเป็นการสลับไปมาระหว่างไฟทั้ง 4 โหมด

ASUS TUF Gaming F15 DSC05644
ASUS TUF Gaming F15 DSC05639
ASUS TUF Gaming F15 DSC05641
ASUS TUF Gaming F15 DSC05642

สำหรับไฟทั้ง 4 โหมดมี Static จะเป็นไฟสีแดงค้างเอาไว้, Breathing ที่ไฟจะกระพริบเหมือนหายใจอยู่ม, Strobing จะกระพริบไฟบนคีย์บอร์ดเป็นจังหวะและ Color cycle จะเปลี่ยนแสงไฟบนคีย์บอร์ดเป็นสีต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ และเป็นโหมดเดียวที่สลับสีไปมาได้ ส่วนโหมดอื่นจะเป็นไฟสีแดงอย่างเดียว

ASUS TUF Gaming F15 DSC05654

ASUS TUF Gaming F15 DSC05650
ASUS TUF Gaming F15 DSC05653

ส่วนความสว่างของปุ่มบนคีย์บอร์ดจะกดได้ 3+1 ระดับ คือปิดไฟและเพิ่มความสว่างขึ้นมาได้ 3 ระดับ ซึ่งความสว่างจัดว่าสว่างมาก ซึ่งถ้าใครไม่ชอบก็อาจจะลดมาเหลือระดับ 1-2 ให้แดงเรื่อ ๆ ก็จัดว่าแดงกำลังดีแล้ว และที่ปุ่ม W, A, S, D ที่เป็นปุ่มใสจะสกรีนตัวอักษรบนปุ่มเอาไว้เป็นสีดำ ทำให้ดูตัดกับปุ่มทั้งคีย์บอร์ดได้สวยงามดี

ASUS TUF Gaming F15 DSC05626
ASUS TUF Gaming F15 DSC05627

ส่วนของทัชแพดจะเป็นดีไซน์แบบแยกระหว่างตัวทัชแพดกับปุ่มคลิกซ้ายขวาอย่างชัดเจน โดยตัวทัชแพดจะมีลูกศรชี้มุมทั้ง 4 ด้าน เป็นดีไซน์ช่วยบอกกรอบการทำงานของตัวทัชแพด และขอบล่างของทัชแพดก็ไม่ได้ซ่อนปุ่มคลิกเอาไว้ด้วยถ้าจะคลิกต้องกดที่ปุ่มด้านล่างที่ทำแยกเอาไว้เท่านั้น จัดเป็นดีไซน์แยกสัดส่วนการใช้งานได้ชัดเจนระดับหนึ่ง 

Screen & Speaker

ASUS TUF Gaming F15 DSC05606

ASUS TUF Gaming F15 DSC05607
ASUS TUF Gaming F15 DSC05608
ASUS TUF Gaming F15 DSC05609

สเปคหน้าจอของ TUF Gaming F15 เครื่องนี้จะมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีฟีเจอร์ Adaptive Sync ที่ช่วยลดอาการภาพฉีก ซึ่งจะทำงานตอนเล่นเกมแล้วกวาดเมาส์เร็ว ๆ แล้ว ฟีเจอร์นี้จะช่วยลดอาการนี้ลงไปได้ ซึ่งเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ค่า Refresh Rate หน้าจอสูง ๆ แล้วมีฟีเจอร์นี้จะทำให้เล่นเกมแล้วภาพดูต่อเนื่องขึ้น

ส่วนดีไซน์ขอบหน้าจอขอบบนและด้านข้างจะบางเพื่อเพิ่มพื้นที่การมองเห็นให้กว้างขึ้น ติดตั้งกล้อง Webcam ความละเอียด HD เอาไว้ใช้ตอนประชุมออนไลน์ทั่วไป ซึ่งความละเอียดถือว่าอยู่ในระดับทั่วไปแค่พอใช้งานได้เท่านั้น

s1 3

s2 3
s4 2

ส่วนขอบเขตสีบนหน้าจอเมื่อทดสอบด้วย Spyder5Elite ที่ใช้ปรับตั้งค่าและวัดขอบเขตสีบนหน้าจอแล้ว ได้ค่าขอบเขตสีที่ 61% sRGB, 46% AdobeRGB และ 45% DCI-P3 ซึ่งถือว่าขอบเขตสีนั้นอยู่ในระดับกลาง ๆ เทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คสายใช้งานทั่วไปและเกมมิ่งหลายรุ่นในปัจจุบัน ถือว่าใช้งานทั่วไปได้อย่างแน่นอนแต่ถ้าต้องการแต่งภาพหรือทำงานอาร์ตต่าง ๆ อาจจะแค่พอทำได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 

ส่วนค่าความสว่างเมื่อทดสอบแบ่งพื้นที่เป็นตาราง 9 ช่อง จะเห็นว่าพื้นที่โซนสว่างจะคละกันไปหมด โดยจุดสว่างที่สุดจะอยู่ตรงกลางมีค่าความมืดบนพาเนลจอ 0% ส่วนโซนที่สว่างน้อยสุดบนจอจะอยู่ตรงกลางฝั่งซ้ายและขวาของหน้าจอที่ 13% และลดหลั่นลงมาเป็น 11% ที่ตรงกลางขอบบนหน้าจอที่ 11% ซึ่งโดยส่วนตัวของผู้เขียนแล้วไม่ค่อยแนะนำให้ทำสีภาพถ่ายบนหน้าจอนี้มากนักเพราะความสว่างไม่ค่อยสม่ำเสมอกันเท่าไหร่ ให้ดีสุดควรใช้หน้าจอแยกที่มีขอบเขตสีกว้างกว่านี้ระดับ 90% sRGB ขึ้นไปและค่าความสว่างสม่ำเสมอกันจะดีกว่า

ส่วนคะแนน Monitor Rating รวมแล้ว จะได้ 3 จาก 5 คะแนนเท่านั้น จัดว่าเป็นหน้าจอที่อยู่ระดับทั่ว ๆ ไป ไม่ได้โดดเด่นเรื่องการทำงานอาร์ตต่าง ๆ เท่าไหร่ ซึ่งไม่ได้เป็นโฟกัสหลักของ TUF Gaming F15 อยู่แล้ว แต่จุดสังเกตคือหน้าจอนี้ค่า Contrast จะเด่นมากที่ 5 คะแนนเต็ม ลดลงมาเป็น Tone Response ที่ 4.5 คะแนน และ Color Uniformity 4 คะแนน 

ASUS TUF Gaming F15 DSC05576
ASUS TUF Gaming F15 DSC05575

ส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาจะมี 2 ตัว กำลังขับ 2W อยู่ด้านใต้เครื่อง เมื่อเปิดแล้วเสียงจะอัดแล้วสะท้อนจากพื้นโต๊ะขึ้นมา มีซอฟท์แวร์ปรับแต่งเสียงของ DTS ซึ่งจากการทดลองฟังเพลงดูแล้ว ถือว่าลำโพงให้มิติเสียงที่ค่อนข้างดี มีเบสให้พอฟังเพลงแนว EDM ได้บ้าง แต่จริง ๆ แล้วเป็นลำโพงที่เน้นเรื่องรายละเอียดเสียงทั้งเครื่องดนตรีและคนร้องได้ค่อนข้างดีและสเตจเสียงจัดว่ากว้างระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าลำโพงติดเครื่องของ TUF Gaming F15 จะเหมาะกับการดูหนังมากกว่า ส่วนการฟังเพลงถือว่าฟังได้ระดับหนึ่งแต่ถ้าให้ดีที่สุดควรต่อลำโพง Full Range แยกออกมาอีกตัวไปเลยดีกว่า

Connector / Thin & Weight

ASUS TUF Gaming F15 DSC05629
ASUS TUF Gaming F15 DSC05630

ส่วนของพอร์ตที่ติดตั้งมาบนตัวเครื่อง จะมีเพียง 2 ฝั่งซ้ายขวาเหมือนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นคุ้มค่าจากหลาย ๆ แบรนด์ ไม่ได้ย้ายเอาไปติดตั้งด้านหลังเครื่องเหมือนหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน ส่วนพอร์ตบนตัวเครื่องฝั่งซ้ายจากซ้ายมือจะเป็นช่องอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่อง, RJ45 LAN, HDMI 2.0b, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 2 ช่อง, Thunderbolt 4 ที่ต่อหน้าจอแยกได้แบบ DisplayPort และช่องหูฟัง 3.5 มม. อีกหนึ่งช่อง ส่วนด้านขวามือจะมี USB 3.2 Gen 1 Type-A กับพอร์ต Kensington Lock อย่างละช่อง โดยมีช่องระบายอากาศคั่นกลางเอาไว้

ซึ่งเรื่องของพอร์ตจะมีทั้งข้อดีและจุดสังเกตรวม ๆ กัน คือตัวเครื่องจะใช้พอร์ต USB 3.2 Gen 1 Type-A ทั้ง 3 ช่อง ทำให้รับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ต่อให้ไฟล์ที่โอนเข้าออกเครื่องจะมีขนาดใหญ่ก็ทำได้รวดเร็วอย่างแน่นอน แต่จุดสังเกตคือพอร์ต Thunderbolt 4 ที่ได้ฟังก์ชั่นไม่ครบ ซึ่งปกติแล้วพอร์ตนี้จะใช้รับส่งข้อมูลเข้าออกเครื่อง, ต่อหน้าจอแยกและชาร์จแบตเตอรี่กลับให้โน๊ตบุ๊คได้ตามมาตรฐาน USB Power Delivery แต่ ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้จะมีแค่ 2 อย่างแรก ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ได้ คาดว่าเพราะซีพียู Intel ในเครื่องเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงกินพลังงานเยอะ เลยใช้ปลั๊กแกลเลี่ยมไนไตรท์ (GaN) กำลังชาร์จ 65-100W ชาร์จไม่ไหว ทาง ASUS เลยตัดฟีเจอร์นี้ออกไปแทน

ASUS TUF Gaming F15 DSC05566
ASUS TUF Gaming F15 DSC05567

ด้านความหนาของตัวเครื่อง พอวัดด้วยเวอร์เนียดิจิตอลแล้ว ส่วนด้านหน้าเครื่องใกล้ผู้ใช้จะหนา 24.9 มม. และด้านหลังเครื่องหนา 25.4 มม. ถือว่าหนาไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน 

ASUS TUF Gaming F15 DSC05562

ASUS TUF Gaming F15 DSC05564
ASUS TUF Gaming F15 DSC05563
ASUS TUF Gaming F15 DSC05565

ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเมื่อชั่งด้วยตาชั่งดิจิตอลแล้วหนัก 2.095 กิโลกรัม ส่วนอแดปเตอร์ 522 กรัม รวม 2.616 กิโลกรัม จัดว่าหนักไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน สามารถพกเครื่องไปไหนมาไหนได้ไม่ลำบากมาก 

Inside & Upgrade

ASUS TUF Gaming F15 DSC05568

ด้านการแกะอัพเกรดตัวเครื่อง เราสามารถขันน็อตทรงแฉกบวก (Philips Head) ทั้ง 11 ตัวด้านใต้เครื่องออกแล้วใช้การ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์ไล่ตามขอบตัวเครื่องเพื่อเปิดฝามาอัพเกรดได้เลย สำหรับเคล็ดลับการแกะเครื่องให้ง่ายที่สุด แนะนำให้เริ่มจากขอบด้านหลังเครื่องฝั่งโลโก้ TUF Gaming แล้วไล่ซ้ายมาเรื่อย ๆ จนวนรอบตัว ส่วนน็อตมุมล่างขวามือในภาพตอนกำลังจะเปิดเครื่องจะถูกออกแบบให้ฝืนติดกับเครื่อง เวลาถอดให้บีบตัวเครื่องแล้วขันออกถึงจะแกะออกได้ง่าย

ASUS TUF Gaming F15 DSC05570

ด้านในตัวเครื่อง ทาง ASUS จะวางแนวฮีตไปป์แบบเดียวกับ TUF Gaming F15 รุ่นก่อน โดยใช้ไปป์ทองแดงสามเส้นเดินพาดซีพียูและการ์ดจอ นำความร้อนมาที่พัดลมโบลวเวอร์ 2 ตัวที่ใช้ระบายความร้อนออกทางด้านหลังและฝั่งขวาของตัวเครื่อง ตรงกลางเป็นแผงเมนบอร์ดสีน้ำเงินส่วนด้านล่างเป็นแบตเตอรี่หนึ่งก้อน

ฝั่งขวาของแบตเตอรี่จะเป็นพื้นที่ว่างที่คาดว่าเคยติดตั้ง 2.5″ SATA III HDD ไว้ แต่พอเปลี่ยนมาใส่ M.2 NVMe SSD พื้นที่ตรงนี้ก็เว้นไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้า ASUS อยากให้ TUF Gaming F15 อัพเกรดได้จัดเต็มกว่านี้ อาจจะเติมถาดฮาร์ดดิสก์กับหัว SATA III ทิ้งเอาไว้ให้ผู้ใช้ที่อยากเพิ่ม 2.5″ SATA III SSD เอาไว้เก็บข้อมูลได้อัพเกรดได้ด้วยก็จะดีมาก

ASUS TUF Gaming F15 DSC05572

ASUS TUF Gaming F15 DSC05573
ASUS TUF Gaming F15 DSC05574

สำหรับ SSD แบบ M.2 NVMe อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 กับแรมจะมีช่องให้อัพเกรดเพิ่มอย่างละ 2 ช่อง ติดพลาสติกกันไฟฟ้าสถิตย์กับซิลิโคนแบบแผ่นเอาไว้ช่วยระบายความร้อนเอาไว้ สำหรับแรมจะอัพเพิ่มได้มากสุด 32GB DDR4 ถ้าใช้ Intel Core i5 ควรเลือกบัส 2933 MHz แต่จากที่ทดสอบแล้วสามารถใช้บัส 3200MHz ได้เหมือน Intel Core i7, i9 โดยไม่มีปัญหา สำหรับ M.2 NVMe อัพเกรดได้ช่องละ 1TB

ถือว่า ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้เหมาะกับเกมเมอร์สายคันไม้คันมือที่ลงเกมเยอะเปิดโปรแกรมหลาย ๆ โปรแกรมแล้วแรมไม่พอ SSD เต็มบ่อยก็เปิดฝาอัพเกรดเครื่องได้ง่าย ๆ เติมแรมกับ M.2 NVMe ได้ตามสะดวก แต่ถ้าทาง ASUS ติดหัว SATA III กับถาดฮาร์ดดิสก์ 2.5″ มาด้วย จะถือว่ายอดเยี่ยมมาก 

ASUS TUF Gaming F15 DSC05571

ASUS TUF Gaming F15 DSC05579
ASUS TUF Gaming F15 DSC05580
ASUS TUF Gaming F15 DSC05581
ASUS TUF Gaming F15 DSC05582

ฮีตไปป์จะเดินแนวจากฝั่งซ้ายมือที่ติดกับซิ้งค์หน้าพัดลมโบลวเวอร์ที่เป่าออกด้านข้างและด้านบน  เดินแนวพาดบนซีพียูและการ์ดจอ 2 เส้น และมีเส้นที่พาดผ่านชิ้นส่วนสำคัญในเครื่อง 1 เส้น แล้วทั้ง 3 เส้นไปรวมที่พัดลมขวามือ ซึ่งถึงผู้ใช้บางคนอาจจะติดภาพกับฮีตซิ้งค์แบบนี้แล้วมีภาพจำจาก TUF Gaming F15 รุ่นก่อนว่ามีปัญหาความร้อน ฯลฯ แต่จากที่ผู้เขียนทดลองเล่นเกมและใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่เจอปัญหาดังกล่าวแล้ว ดังนั้นผู้ใช้ที่เป็นห่วงปัญหาดังกล่าวว่าถ้าซื้อไปใช้อาจจะเจอปัญหาเก่ามากวนใจก็ไม่ต้องห่วง เพราะว่า ASUS TUF Gaming F15 ตัวนี้ไม่มีปัญหาดังกล่าวแล้ว

Performance & Software

ASUS TUF Gaming F15 DSC05625

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 เครื่องที่ได้รับมารีวิว จะติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ใช้ SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ แรมความจุ 8GB DDR4 บัส 2933 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มี Adaptive Sync ช่วยลดอาการภาพฉีกเวลาเล่นเกมแล้วลากเมาส์เร็ว ๆ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย

cpu z 1
cpu z 2

เมื่อเช็คสเปคของซีพียูด้วย CPU-Z แล้ว ตัว Intel Core i5-11400H นั้นจะเป็นซีพียู 6 คอร์ 12 เธรด สถาปัตยกรรม Tiger Lake ขนาด 10 นาโนเมตร เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงของทาง Intel และรองรับชุดคำสั่งที่ใช้ทำงานกับโปรแกรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจากการใช้งานจริง ถือว่าทำงานได้ดีทีเดียว ซึ่งจะเล่นเกมหรือทำงานที่กินประสิทธิภาพสูง ๆ ก็สามารถจัดการงานได้เป็นอย่างดี ส่วนแรม OEM ในเครื่องมีความจุ 8GB DDR4 บัส 3200 MHz จากทาง Samusung 

gpu z 1
gpu z 2

การ์ดจอเมื่อเช็คด้วย GPU-Z แล้ว เป็นรุ่น NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 รองรับ DirectX 12 แล้ว และเปิดฟีเจอร์ Resizable BAR ที่ช่วยเรื่องการโหลดฉากในเกมได้อย่างรวดเร็วเอาไว้แล้ว และถาสังเกตที่ช่องด้านล่าง จะเห็นว่าถึงจะเป็นรุ่นเริ่มต้นรหัส RTX 3050 ก็ตาม แต่ก็ใช้ Ray Tracing ได้เช่นกัน

device mgr

เมื่อเช็คชิ้นส่วนในเครื่องด้วย Device Manager จะเห็นว่านอกจากชิป TPM 2.0 ที่ต้องมีเพื่อให้อัพเกรดเป็น Windows 11 ได้ทันทีติดตั้งมาให้แล้ว ชิป Wi-Fi 6 ก็เป็น Intel AX201 รุ่นใหม่ล่าสุดประสิทธิภาพดี รับสัญญาณได้ 160 MHz แบบ 2×2 MU-MIMO มี OFDMA และรองรับ Bluetooth 5.2 อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากเล่นเกมหรือทำงานด้วย Wi-Fi อย่างเดียวก็ใช้งานได้เลยไม่ต้องกังวล

ส่วน SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ในเครื่อง เป็น Samsung OEM รุ่น MZVLQ512HBLU-00B00 หรือ Samsung PM991 ที่มักนิยมเอามาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค โดยอินเตอร์เฟสเป็น PCIe 3.0 x4 ขนาด 2280 ความเร็วหน้าสเปคมีค่า Sequential Read 3,100 MB/s กับ Sequential Write 1,800 MB/s

ssd 4

พอทดสอบด้วย CrystalDiskMark ได้ค่า Sequential Read 3,062 MB/s และ Sequential Write 1,609 MB/s ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับหน้าสเปคจากทาง Samsung ด้วย ดังนั้นถ้าใครซื้อ ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้ไปเล่นเกมหรือทำงาน ผู้เขียนเห็นว่าถ้าไม่ได้จะอัพเกรดไปใช้ Samsung 970 EVO Plus หรือว่า WD Black SN750 ที่ความจุเท่ากัน ก็ไม่ต้องเปลี่ยนแล้วใช้ M.2 NVMe ติดเครื่องตัวนี้ไปได้เลย แล้วเติม M.2 NVMe ที่พอร์ตที่ 2 เอาไว้ลงเกมหรือโปรแกรมทำงานเพิ่มดีกว่า

cine15 4
cine20 3

ส่วนการทดสอบเรนเดอร์ 3D CG ด้วย CINEBENCH R15 ว่า ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้ทำงานได้ดีหรือไม่ เมื่อทดสอบแล้วผลคะแนน OpenGL จะทำคะแนนได้ 133.73 fps และ CPU 1,497 cb จัดว่าทำคะแนนได้ดี และพอทดสอบการเรนเดอร์แบบเน้นที่ตัวซีพียูอย่างเดียวด้วย CINEBENCH R20 จะได้คะแนน CPU 3,738 pts นับว่าแรงและทำงาน 3D CG ต่าง ๆ ได้สบาย ๆ แน่นอน

3dmark

เมื่อทดสอบการเล่นเกมด้วย 3DMark Time Spy แล้ว จะได้คะแนนเฉลี่ยรวมที่ 5,039 คะแนน ซึ่งคะแนนระดับนี้จัดว่าเล่นเกม AAA ได้สบาย ๆ โดยปรับกราฟฟิคระดับสูงแล้วคาดหวังเฟรมเรทระดับ 50-60 fps ขึ้นไปได้เลย และสังเกตที่กราฟ Monitoring ด้านล่าง จะเห็นว่ากราฟเป็นเส้นแนวเสถียรต่อเนื่อง อาจจะมีกราฟหยักขึ้นลงบ้างตามจังหวะแต่ไม่มีเส้นกราฟที่ปักหัวลงแบบหนัก ๆ ที่เป็นตัวบอกอาการว่าซีพียูและการ์ดจอตัวนี้มีปัญหาเรื่องการเรนเดอร์ภาพในเกมเลย

pc10 3

ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม PCMARK 10 ว่า ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้สามารถใช้ทำงานออฟฟิศ, ประชุมออนไลน์, บีบอัดและคลายไฟล์ Zip ได้ดีแค่ไหน ผลคะแนนเฉลี่ยได้ 5,633 คะแนน จัดว่าอยู่ในระดับสูงและแรงหายห่วง และสังเกตที่กราฟ Monitoring รันการทำงานด้านล่างจะเห็นว่าตัวกราฟก็รันได้เสถียรต่อเนื่อง ไม่มีอาการกราฟหัวปักลงมาเลยแม้แต่จุดเดียว ดังนั้นถ้าเกมเมอร์คนไหนที่อยากซื้อเครื่องนี้เอาไว้ทำงานและเล่นเกมก็ซื้อมาใช้ได้เลย ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

affinity

ส่วนการทดสอบซอฟท์แวร์แต่งภาพทำสี ตัดฉากหลังและทำไฟล์ภาพ Vector จะใช้ตัว Benchmark ของโปรแกรม Affinity Photo ซึ่งผลคะแนนที่ได้ จะเห็นว่าตัวคะแนน Vector แบบ Multi CPU ทำได้ 1,724 คะแนน, คะแนน Raster Multi GPU ที่เช็คการประสานงานกันระหว่างการ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics กับ GeForce RTX 3050 แล้วได้ 3,438 คะแนน ซึ่งผลคะแนนนี้ จัดว่าอยู่ในระดับที่ทำงานตัดต่อแต่งภาพ หรือใช้ไฟล์ Vector ได้อย่างลื่นไหลแน่นอน 

game test 4

ส่วนการทดสอบเล่นเกม AAA โดยเปิดกราฟฟิคระดับสูงสุดที่ความละเอียด Full HD จะเห็นว่า Intel Core i5-11400H กับ NVIDIA GeForce RTX 3050 แรม 4GB GDDR6 ถึงจะเป็นตัวรองจาก RTX 3060 ก็ตาม แต่เรื่องเล่นเกมถือว่าเล่นได้ดีไม่ต้องห่วงแน่นอน ซึ่งถ้าใครอยากได้เฟรมเรทสูงกว่านี้อีกสักหน่อย อาจจะปรับ Anti-aliasing ลงนิดหน่อยเพื่อไม่ให้กินแรมการ์ดจอเยอะเกินไปก็จะได้เฟรมเรทสูงกว่านี้อย่างแน่นอน

ส่วนของความรู้สึกตอนเล่นเกม AAA ด้วยการ์ดจอ RTX 3050 นั้น ถึงสื่อต่างประเทศจะบอกว่าการ์ดจอตัวนี้มีปัญหาเรื่องคอขวด Bandwidth ฯลฯ แล้วแนะนำให้ซื้อตัว RTX 3060 ขึ้นไปดีกว่า แต่พอผู้เขียนทดลองเล่นเกมและใช้ทำงานแต่งภาพต่าง ๆ แล้ว ประสิทธิภาพของการ์ดจอตัวนี้จัดว่าเพียงพอและเล่นเกมได้ลื่นอย่างแน่นอน ซึ่งความลื่นไหลตอนเรนเดอร์ภาพในเกมนั้นจัดว่าทำได้ดีหายห่วงแน่นอน ซึ่งใครที่มีงบประมาณจำกัดแต่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดี ๆ สักเครื่องก็ซื้อโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งการ์ดจอ RTX 3050 ไปเล่นเกมได้เลย ยิ่งถ้าเป็นเกมออนไลน์อย่าง DotA 2, Apex Legends, PUBG เรียกว่าลื่นไหลหายห่วง และฉากก็โหลดขึ้นมาได้ไว มองเห็นคู่ต่อสู้และตัดสินใจตอบสนองได้เร็วอย่างแน่นอน ไม่มีปัญหาเรื่องความหน่วงอืดหรือเฟมเรทตกมากวนใจเลย

main

game visual
scenario profile
user center
settings
news
featured

ส่วนของซอฟท์แวร์ปรับแต่งการทำงานของ ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้จะมี Armoury Crate ที่ใช้มอนิเตอร์ความร้อนและปรับแต่งการทำงานโดยรวมของตัวเครื่อง, ปรับโปรไฟล์การแสดงผลบนหน้าจอได้หลากหลายแบบให้เข้ากับประเภทเกมที่เล่น, เปลี่ยนธีมของโปรแกรมและรวม User Center ที่เป็นหน้ารวมสำหรับผู้ใช้เพื่อดูสถานะตัวเครื่องได้อีกด้วย เรียกว่ารวมการตั้งค่าทั้งหมดเอาไว้ที่เดียวและทำให้ปรับแต่งการทำงานตัวเครื่องได้สะดวกขึ้นหลายเท่า

User Experience

ASUS TUF Gaming F15 DSC05594 1

ในฐานะที่ ASUS TUF Gaming F15 เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแบบเน้น ๆ และเอาไปทำงานได้ด้วย สามารถพูดได้ว่าถึงจะเป็นสเปคตัวเริ่มต้น ราคา 30,990 บาท ก็ตาม แต่ก็ได้ Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 ก็ถือว่าประสิทธิภาพดีทีเดียว

ผู้เขียนทดลองเอาไปแต่งภาพด้วยโปรแกรม Affinity Photo โดยใช้ไฟล์ที่มี Vector 3 เลเยอร์ก็สามารถแต่งภาพและเลื่อนเลเยอร์ไปมาได้อย่างรวดเร็วลื่นไหลไม่มีอาการหน่วงเลยแม้แต่น้อย ส่วนการทำงานเปิดเบราเซอร์ดูหนังฟังเพลงก็ลื่นไหลใช้ได้สบาย ๆ และตอนที่ทำงานกราฟฟิคกับดูหนังฟังเพลง ตัวเครื่องก็เย็นตลอดเวลาและไม่มีเสียงพัดลมเลย ดังนั้นเรื่องการทำงานทั่วไปอย่างการทำงานแต่งภาพหรือเอกสาร เรียกว่าผ่านได้เลยไม่ต้องกังวล

ส่วนการเล่นเกม ถ้าเปิดเกม AAA แล้วเปิด Performance mode ดู จะมีเสียงพัดลมออกมาบ้างและตัวเครื่องที่เย็นจะกลายเป็นอุณหภูมิห้องแต่ไม่มีอาการร้อน เนื่องจากตัวเครื่องรีดประสิทธิภาพออกมาให้เล่นเกมได้ลื่นไหล และพอเล่นเกมเสร็จแล้วเปลี่ยนมาใช้งานตามปกติ ASUS TUF Gaming F15 ก็กลับมาเย็นตามปกติอีกครั้ง นับว่าทาง ASUS ทำการบ้านกับการจัดการอุณหภูมิและความร้อนได้ดีทีเดียว ซึ่งถ้าใครอยากซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพดีในงบประมาณ 3 หมื่นบาทต้น ๆ ASUS TUF Gaming F15 ตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าซื้อให้คุ้มที่สุด ตัวเริ่มต้นที่เป็น RTX 3050 ก็ได้ และพอเก็บเงินได้อีกนิดค่อยเพิ่มแรมอีกเส้นให้เป็น 16GB ก็โอเคแล้ว แต่ถ้าเพิ่มเงินได้ก็แนะนำให้ขยับไปซื้อตัว RTX 3050 Ti เลยก็ดี เพราะว่าการ์ดจอที่มีรหัส Ti ตามหลังจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นราว 10-15% อยู่แล้ว แต่ถ้าเล่นเกมอย่างเดียว ไม่ได้เอาไปเรนเดอร์ 3D CG หรือทำงานหนัก ๆ ผู้เขียนแนะนำว่าตัวที่คุ้มราคาที่สุดจะเป็นรุ่นกลางที่ได้ Intel Core i5-11400H กับ NVIDIA GeForce RTX 3060 ที่ราคา 36,990 บาท ซึ่งสเปคถือว่าแรงเพียงพอสำหรับเล่นเกมแล้วไม่ต้องอัพเกรดอะไรเพิ่ม อย่างมากอาจจะซื้อ M.2 NVMe 1TB มาเติมเอาไว้เป็นไดรฟ์ลงเกมหรือโปรแกรมที่ต้องใช้งานเพิ่มก็เพียงพอแล้ว ส่วนถ้าใครต้องทำงาน 3D CG อาจจะขยับไป Intel Core i7 หรือ Intel Core i9 ก็เลือกได้ตามความเหมาะสม ให้ซีพียูมีประสิทธิภาพสูงพอจะรันโปรแกรมที่ใช้งานเป็นประจำได้เลย

Battery / Heat & Noise

ASUS TUF Gaming F15 DSC05577

สำหรับแบตเตอรี่ใน ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้ จะเป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ขนาด 48Wh (4,240mAh Typical, 4,110mAh Rated) จัดว่ามีขนาดไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นจากค่ายคู่แข่งที่ราคาใกล้เคียงกัน โดยตัวนี้จะเป็นแบบ 3-Cell ขนาดไม่ใหญ่มาก

batt 3

และเมื่อนำมาทดสอบว่าแบตเตอรี่ใน ASUS TUF Gaming F15 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานกี่ชั่วโมง โดยเปิดความสว่างต่ำสุดและลดเสียงเหลือ 10% เปลี่ยนเป็น Silent mode ใช้ Microsoft Edge เปิดดูคลิปใน YouTube ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 นาที ได้ผลว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 4 ชั่วโมง 35 นาที ถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คบางเบาแบตอึดเป็นหลักอาจจะดูใช้งานได้ไม่นานก็จริง

ถ้าเทียบในหมู่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คด้วยกันแล้ว ต้องถือว่า TUF Gaming F15 เครื่องนี้ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงไล่เลี่ยกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่เกรดและระดับราคาเดียวกันได้สบาย ๆ ซึ่งจากการทดลองใช้งานจริงก็นับว่าใช้งานได้นานพอควร มากพอที่จะเอาเข้าประชุมหรือเข้าเลคเชอร์ต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมงได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กก็ยังไหว

temp 1

ด้านอุณหภูมิตัวเครื่องเมื่อทดสอบเบิร์นเครื่องให้เกิดความร้อนสูงสุดแล้ววัดด้วย CPUID HWMonitor ตัวซอฟท์แวร์จะจับอุณหภูมิของ Package ได้ร้อนสุดที่ 97 องศาเซลเซียส เย็นสุดที่ 37 องศาเซลเซียส ได้อุณหภูมิเฉลี่ยช่อง Value ที่ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งสำหรับโน๊ตบุ๊คแล้วต้องถือว่าเย็นเลยทีเดียว เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไปถึงระดับร้อนของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจะอยู่ราว 75-80 องศาเซลเซียส และถ้าเอามาเล่นเกมและใช้งานตามปกติแล้วอุณหภูมิ 97 องศาเซลเซียสเองก็ไม่ได้พีคอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นสามารถสรุปในประเด็นความร้อนได้เลยว่า ASUS TUF Gaming F15 เครื่องนี้สามารถคุมอุณหภูมิตัวเครื่องได้ดี เล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน

Conclusion & Award

ASUS TUF Gaming F15 DSC05591

สำหรับ ASUS TUF Gaming F15 รุ่นใหม่นี้ ต้องถือว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวคุ้มที่นอกจากงานประกอบจะดี แข็งแรงและให้สเปคที่ถือว่าคุ้ม เพราะได้ Intel Core i5-11400H กับ NVIDIA GeForce RTX 3050 ที่ใช้ทำงานและเล่นเกมส์ต่าง ๆ ได้ดีและสามารถอัพเกรดเพิ่มแรมและ SSD M.2 NVMe เพิ่มได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าเราเลือกรุ่นที่ใช้ซีพียูและการ์ดจอที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราแล้ว จะมาเพิ่มแรมกับ SSD ภายหลังก็ทำได้ง่าย ๆ อีกด้วย

ส่วนเรื่องหน้าจอ แม้จะพอใช้งานแต่งภาพทำสีได้บ้างแต่จุดเด่นของหน้าจอนี้ คือเรื่องการเล่นเกมเพราะว่าเป็นจอที่มีค่า Refresh Rate สูงถึง 144 Hz และมี Adaptive Sync ที่ทำให้ภาพไม่ฉีกขาดตอนเลื่อนเมาส์เร็ว ๆ ระหว่างเล่นเกมอีกด้วย ทำให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้สนุกและเห็นภาพได้ต่อเนื่องด้วย ดังนั้นถ้าใครคิดว่าจะซื้อเครื่องนี้มาเล่นเกมเป็นหลักก็ซื้อมาใช้ได้เลย

ASUS TUF Gaming F15 DSC05587

ส่วนเรื่องความร้อนที่หลายคนกังวลาว่า ASUS TUF Gaming F15 รุ่นใหม่ เวลาเล่นเกมหรือทำงานหนัก ๆ แล้วจะร้อนเหมือนรุ่นก่อนหรือเปล่า ต้องบอกว่ารุ่นใหม่ที่อัพเกรดมาเป็น RTX 3050 ทาง ASUS ก็แก้ปัญหานี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้าจะซื้อไปใช้ทำงานหรือเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ ก็ไม่ต้องกังวลปัญหานี้เลย แต่ถ้าใครอยากให้เครื่องเย็นยิ่งขึ้น แนะนำให้วางเครื่องบนแท่นวางโน๊ตบุ๊คสักหน่อยก็ช่วยเรื่องระบายอากาศและลดอุณหภูมิไปได้เยอะมากแล้ว

ส่วนเรื่องที่เป็นจุดสังเกตที่พูดถึงในรีวิวจะมีเพียงไม่กี่เรื่อง เช่น พอร์ต Thunderbolt 4 ที่ติดตั้งมาให้จะให้ฟีเจอร์มาไม่ครบ ใช้ได้แค่ต่อหน้าจอและโอนไฟล์ได้เหมือน USB-C ที่มี DisplayPort Alternate mode เท่านั้น ใช้ชาร์จแบตเตอรี่กลับเข้าตัวเครื่องไม่ได้, มีพื้นที่ว่างพอติดตั้ง 2.5″ SATA III SSD แต่ไม่มีถาดและหัวต่อฮาร์ดดิสก์และต้องพิมพ์รหัสผ่านเพื่อปลดล็อคเครื่องเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องส่วนรายละเอียดเล็กน้อยของเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เท่านั้น แต่ถ้ามองกลับไปที่จุดเด่นต่าง ๆ แล้วล่ะก็ ASUS TUF Gaming F15 ก็ถือว่าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ดีตอบโจทย์เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว

Award
Best Gaming

award new Gaming

สำหรับสเปคเริ่มต้นที่เปิดราคามาเพียง 30,990 บาท แต่ได้ Intel Core i5-11400H กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 กับแรม 8GB จัดว่าน่าสนใจ สามารถเล่นเกม AAA ปรับกราฟฟิคระดับสูงสุดได้เฉลี่ยที่ 52-60 fps ขึ้นไปได้สบาย ๆ หน้าจอก็มี Adaptive Sync ช่วยลดอาการภาพฉีกขาดตอนเลื่อนเมาส์ในเกมเร็ว ๆ ทำให้ภาพที่เห็นต่อเนื่องยิ่งขึ้น ดังนั้น ASUS TUF Gaming F15 จึงคู่ควรกับรางวัล Best Gaming อย่างแน่นอน

Best Performance

award new performance

สำหรับ Best Performance นั้น ถ้านับรวมรุ่นย่อยแล้วต้องบอกว่า ASUS จัดสเปค TUF Gaming F15 ออกมาได้ดี เพราะเริ่มต้นก็ได้ Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด แล้วและถ้าเพิ่มเงินเข้าไปก็ได้สเปคกลับมาในระดับที่คุ้มค่าขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งได้อัพเกรดการ์ดจอ, แรม เพิ่มเติมอย่างจุใจ จะทำงาน 3D CG ต่าง ๆ ก็ทำได้อย่างดีไม่มีปัญหา และถ้าใครยังหนำใจจะเปิดฝามาอัพเกรดเติมแรมและ M.2 NVMe เข้าไปก็ได้ เรียกว่าดีต่อผู้ใช้ที่ชอบการอัพเกรดเครื่องให้ประสิทธิภาพดีขึ้นเป็นอย่างมาก

from:https://notebookspec.com/web/605909-review-asus-tuf-gaming-f15

รีวิว ASUS ROG Zephyrus M16 สเปก i9-11900H + RTX 3060 จอ 16″ 2K 165Hz sRGB 100% เบา 2 โล ดีไซน์สุดพรีเมียม

ASUS ROG Zephyrus M16 (GU603) ใช้สเปก Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 และ NVIDIA GeForce RTX 30 Series รุ่นใหม่ล่าสุด กับการที่เป็น Gaming Notebook ปี 2021 เน้นความพรีเมียม หน้าจอ 16″ เบา 2 กิโลกรัม ดีไซน์บางเบา หน้าจอ 16″ จอ 2K WQHD 165Hz สุดล้ำประสิทธิภาพสูงสุด ติดตั้งลำโพง 6 ตัวสุดกระหึ่ม Dolby Atmos วัสดุฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม พร้อมสีสันใหม่อย่าง Off Black ที่ให้ความแตกต่างอย่างโดดเด่น

เป็นชิปประมวลผลจาก Intel Core i9-11900H ที่ดีที่สุดเน้นทั้งแรงและร้อนน้อยกว่า ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) เทคโนโลยี 8 นาโนเมตรที่ใหม่ที่สุด สถาปัตยกรรม RTX Gen 2 สเปกอื่นๆ ก็โดดเด่นไม่เป็นรองกัน โดยติดตั้งแรมมาขนาด 32GB DDR4 Bus 3200MHz อีกทั้งได้ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ความจุ 1TB ที่ความเร็ว 5,000 – 7,000 MB/s

ASUS ROG Zephyrus M16

สำหรับหน้าจอ ASUS ROG Zephyrus M16 เป็นพาเนล IPS เกรดสูง sRGB 100% รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz อีกทั้งมีปุ่ม Power ทำหน้าที่ Fingerprint ด้วย จัดเต็มเลยการเล่นเกมหรือทำงาน ที่สำคัญคือได้มาตรฐานการเชื่อมต่อมาตรฐาน Thunderbolt 4 ที่รองรับทุกๆ การเชื่อมต่อที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะโอนถ่ายข้อมูล ต่อจอแยก 4K/8K และชาร์จไฟ PD แน่นอนว่ามาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ใช้ได้ทันที ด้ประกันก็เป็น 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ทำงานระดับมืออาชีพ ดีไซน์บางเบา เน้นการทำงาน ให้ปสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอด ผ่านขนาดหน้าจอ 16″ ที่ทรงพลังจริงๆ และแรงล้ำไม่ซ้ำใคร สำหรับการมาของ ASUS ROG Zephyrus M16 เชื่อได้เลยว่าตลาด Gaming Notebook สนุกสนานแน่นอน ไม่ใช่แค่เป็นรุ่นหน้าจอ 2K WQHD ที่คมชัดกว่า Full HD เท่านั้น แต่ด้วยการมาของสเปกชิปประมวลผลให้ล่าสุดจาก Intel Core i9 Gen 11 H45 ก็แรงลื่นกว่า i9 Gen 11 H45 ไปอีกขั้น

ประกอบกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series อย่าง RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) มีค่า TGP ที่ 95W โดยผ่านการ OC จากทาง ASUS ที่ดูแล้วจากผลทดสอบจริงๆ แล้ว มีความเหนือกว่า Gaming Notebook ปีก่อนแบบชัดเจนในการเล่นเกมที่ควรละเอียดที่มากกว่า ซึ่งให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดทั้งภาพที่สวยงามและเสียงที่จัดเต็มด้วยลำโพง 6 ตัว ระบบ Dolby Atmos อย่างที่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ณ ขณะที่เรากำลังรีวิวอยู่ 

ASUS ROG Zephyrus M16

ดีไซน์การออกแบบทั้งหมดเอง ก็เป็นการต่อยอดมาจากรุ่นปีก่อนหน้าจอ 15.6″ อย่าง ASUS Zephyrus หลายๆ รุ่น ในทุกๆ มิติ โดยฝาหลังเองมีการรังสรรค์เจาะรูกว่า 8279 รูพร้อมสีสันภายในเพิ่มความมันวาวไม่เหมือนใคร พร้อมการเสริมรังผึ้งใต้ที่พักฝ่ามือเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยวัสดุที่น้อยที่สุดเพื่อให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง การออกแบบทนต่อการโค้งงอภายใต้แรงกดเพื่อความรู้สึกกระชับในขณะที่เราใช้งาน พร้อมมี ErgoLift Hinge ช่วยตัวเครื่องให้เอียงเข้ากับการพิมพ์ และกางได้สุดที่ 180 องศา อย่างที่โน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ไม่มี 

จุดเด่นที่ต้องพูดถึงนอกจากดีไซน์สวยเฉียบคือความบางที่ 19.9 มิลลิเมตร ขอบจอบางเฉียบ พกพาสะดวกด้วยความเบาของเครื่องเพียง 2 กิโลกรัม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 6:40 ชั่วโมง การเชื่อมต่อก็ครบครันทั้งไร้สายและพอร์ต Thundebolt 4 รองรับการโอนถ่ายข้อมูล / ต่อจอแยก / ชาร์จ PD ที่สำคัญก็คือได้หน้าจอคุณภาพสูง ที่ได้ Refresh Rate ที่ 165Hz นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 16″ สัดส่วน 16:10 ที่ความละเอียด 2K ที่คมชัดกว่า Full HD แบบเดิมๆ ซึ่งเป็นมาตรใหม่ที่ดีที่สุดรุ่นนึง ทั้งจากตัวเครื่อง ฟีเจอร์ และประสบการณ์ใช้งานจริง

ASUS ROG Zephyrus M16

สำหรับสเปกชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H ที่เน้นทั้งแรงและร้อนน้อยกว่า จากเทคโนโลยีROG Intelligent Cooling ที่จัด Heatpipe มาให้ถึง 6 เส้น, พัดลมดีไซน์ใหม่ที่ช่วยลดเสียงรบกวนพร้อมทำความสะอาดตัวเองได้ และใช้ Liquid metal การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 ที่ TGP 95W แรมการ์ดจอ 6GB GDDR6 ที่ติดตั้งแรมตัวเครื่องมา 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ความจุ 1TB ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักๆ หรือเล่นเกม 3 มิติก็จะมีความลื่นไหลแน่นอน เทียบกับรุ่นรุ่นก่อนๆ ก็เหนือชั้นกว่าด้วย อย่างไรก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ASUS ROG Zephyrus M16 ก็จะมีข้อสังเกตในส่วนของ การที่ไม่มี SD Card Reader มีแต่ก็ยังมี micro SD Card Reader มาให้ (แต่สายทำงานน่าจะใช้ SD Card มากกว่า) แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้ที่ 10 ชั่วโมง ทดสอบจริงได้ 6:40 ชั่วโมง และถ้ามีสเปก i7-11800H + RTX 3070 น่าจะเหมาะสมกับการเล่นเกมที่ 2K กว่านี้ ด้วยราคา 64,990 บาท ได้ประกัน ASUS Exclusive Care 3 ปี On-site Service และประกันอุบัติเหตใน 1 ปีแรก จัดเป็น Gaming Notebook ระดับบนของปี 2021 ที่สมราคาจริงๆ

ASUS ROG Zephyrus M16

จุดเด่น ASUS ROG Zephyrus M16

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจตามสไตล์ ROG Zephyrus งานประกอบแน่นวัสดุดีเยี่ยม
  • ขอบหน้าจอบางพิเศษมิติเทียบเท่ารุ่น 15.6″ ตัวเครื่องเบา 2 กิโลกรัม บางสุดที่ 19.9 มิลลิเมตร
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Intel Core i9-11900H แรงลื่น ร้อนน้อยกว่า
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 พร้อม OC มาจาก ASUS เพิ่มความแรงไปอีก
  • แรมขนาด 32GB Bus 3200 MHz แบบ Dual (Onboard มา 16GB แบบ SO-DIM 16GB)
  • ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ความจุ 1TB ที่ความเร็ว 5,000 – 7,000 MB/s
  • หน้าจอ 16″ พาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 100% ความละเอียด 2K @ Refresh Rate 165Hz
  • ติดตั้ง 6 ลำโพง ระบบ Dolby Asmos รองรับ Hi-Res เพื่อให้ได้รับประสบการณ์เสียงชั้นยอด
  • ติดตั้งกล้องเว็บแคม พร้อมไมโครโฟนแบบพิเศษ 3 มิติ ที่ AI ช่วยตัดเสียงรบกวนได้
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าจัดการได้ดี ด้วย ROG Intelligent Cooling ทำงานได้ไม่มีสะดุด
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครันและมี Thunderbolt 4 รองรับ 40Gbps / DisplayPort / USB PD
  • ปุ่ม Power ทำหน้าที่ Fingerprint เพื่อใช้งาน Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน Login ด้วย
  • มาพร้อมกับระบบชาร์จเร็วสูงสุด 50% ใน 30 นาที และมีช่องชาร์จแบบ Type-C 
  • มีซอฟต์แวร์ Armory Crate และ MyASUS มาช่วยปรับแต่งการใช้งาน
  • มาพร้อม Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที มีความสเถียร์ของไดร์เวอร์
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ASUS Exclusive Care ประกัน 3 ปีแบบทั่วโลก พร้อมบริการ On-site Service และมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต ASUS ROG Zephyrus M16

  • ไม่มี SD Card Reader มีแต่ micro SD Card Reader
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้น้อยกว่าที่เคลมไว้ที่ 10 ชั่วโมง ทดสอบจริงได้ 6:40 ชั่วโมง
  • ถ้ามีสเปก i7-11800H + RTX 3070 น่าจะเหมาะสมกับการเล่นเกมที่ 2K กว่านี้ 

Specification

ASUS ROG Zephyrus M16 จะมีจำหน่ายอยู่เพียงสเปกเดียวเท่านั้น ซึ่งเน้นความคุ้มค่าแต่ว่าแรงลื่น ได้ชิปประมวลผลตัวแรงเป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 ในรุ่น Core i9-11900H ทำงานที่ความเร็ว 2.50 – 4.90 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-11800H พร้อมกันนั้นยังมี AI ช่วยในการทำงานบางโปรแกรมได้ลื่นไหลยิ่งกว่า โดยมีการ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่อย่าง Intel UHD Graphics Xe 750 32EUs

พร้อมการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) พร้อมที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ความจุ 1TB ไว้ด้วย มีความลื่นไหลขั้นสูง อีกทั้งยังรองรับการติดตั้งอัพเกรดเพิ่ม SSD M.2 มาให้อีก 1 ช่อง ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 32GB แบบ Dual Channel มาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz (16GB x 2 โดยออนบอร์ดมาแล้ว 1 แถว) โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด 48GB 

ASUS ROG Zephyrus M16

โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 16″ ความละเอียด WQHD ที่ 2560 x 1600 พิกเซล ที่สะดส่วน 16:10 ให้พื้นที่มากกว่าหน้าจอทั่วไป พาเนล IPS เกรดสูง ระดับขอบเขตสี sRGB 100% รองรับ Refresh Rate ที่ 165Hz พร้อมมาตรฐาน DolbyVision ให้ความเรียบเนียนในการใช้งานสุด พร้อมความลื่นไหลและค่าสีที่เที่ยงตรงในจอเดียว นอกจากนี้ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos ลำโพงเป็น 6 ตัวจัดเต็ม ได้กล้องเว็บแคม 720p และ AI mic noise-canceling ภายในตัว

พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดดเด่นด้วย Thunderbolt 4 ที่รองรับโอนถ่ายข้อมูล 40Gbps / DisplayPort 1.4 ออก 4K, 8K ได้ / ชาร์จไฟผ่านทาง USB PD (power delivery ) ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Intel Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) และ Bluetooth 5.2 พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate / MyASUS มาให้ในตัว

ASUS Exclusive Care ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 ปี Local Onsite Service เครื่องมีปัญหา ไปซ่อมถึงที่ 3 ปี International Warranty เครื่องมีปัญหาแต่อยู่ต่างประเทศ ก็ยัง สามารถใช้บริการการรับประกันระหว่างประเทศได้ 1 ปี Perfect Warranty อุบัติเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะทำน้ำหกใส่ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเครื่องตกหล่น โดยทั้งหมดนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อซื้อสินค้าที่มีสัญลักษณ์ ASUS Exclusive Care

ASUS ROG Zephyrus M16 GU603HM-K8024T ราคา 64,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i9-11900H (8C/16T & 2.5 – 4.9GHz)
  • GPU : Intel UHD + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6)
  • RAM : 32GB DDR4 Bus 3200 MHz (Onboard 16GB)
  • DISPLAY: 16″ IPS 2K QHD 165Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe Gen4 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty 

Hardware / Design

ASUS ROG Zephyrus M16 อยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG Zephyrus ที่เน้นสายเกมเมอร์สายพกพาบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่าที่เคยมีมาทั้งหมด มีสีสัน Off Black พร้อม ตัวเครื่องมีผิวสัมผัส Soft-touch ในบริเวณที่รองข้อมือ ที่ยังช่วยลดโอกาสเกิดรอยนิ้วมือที่ไม่น่าดู ด้วยเคลือบผิวที่บาง ทำให้ยังคงได้ผิวสัมผัสที่ดี แต่ยังคงสไตล์ความบางกะทัดรัดไว้ กับน้ำหนักเพียง 2 กิโลกรัมและบางเพียง 19.9 มิลลิเมตร 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 73

รวมไปถึงหน้าจอมีขนาด 16″ แบบขอบจอบางเฉียบ Nano Edge Display ตามสไตล์ของ ASUS โดยตัวเครื่องเทียบเท่า 15.6″ เท่านั้น ทำให้ใช้งานได้เต็มตามากขึ้น ส่วนช่องระบายความร้อนมีทั้งหมด 4 ช่อง เทคโนโลยี ROG Intelligent Cooling เป่าออกใต้หน้าจอ 2 ช่อง และด้านขวาซ้ายอีกอย่างละ 1 ช่อง พัดลม 2 ตัว แบบ 84 ใบ พร้อมฮีทไปป์ 6 เส้นขนาดใหญ่พร้อมทำความสะอาดตัวเองได้  และ Liquid Metal Thermal Grizzly Conductonaut ดึงความร้อนออกจาก CPU / GPU ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่นำพาความร้อนออกได้เป็นอย่างดี 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 75

มีความโดดเด่นโดยฝาหลังโลหะวัสดุแม็กนีเซียมอัลลอยด์ที่เราเห็นเป็นจุดๆ ซึ่งกระจายไปทั่วนั้น ผ่านกระบวนการ CNC ด้วยเครื่องจักรมาเป็นอย่าง กว่า 8,297 รูด้วยกัน พร้อมแซมด้วยสีปริซึม อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 180 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้นจากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง ช่วยเรื่ององศาการพิมพ์ที่สบายขึ้น การรดูดลมเย็นที่ดีขึ้น และลำโพงสะท้อนเสียงได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 65

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรงงานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 4 ช่องด้านล่างใต้เครื่อง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัวจากนั้นค่อยๆ ดึงขึ้น รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 54

สรุปสั้นๆ สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus M16  ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาหน้าจอ 16″ ได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในประสิทธิภาพและฟีเจอร์ที่ล้ำหน้ากว่า 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 20
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 24
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 25
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 28
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 31
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 33
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 23
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 64
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 58

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Zephyrus M16 เป็นคีย์บอร์ด Gaming แบบ Stealth Type พิมพ์ได้เงียบ ที่มีไฟ LED แบบ RGB All Zone แต่ละปุ่มมีมุมโค้งเข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.7 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และปุ่มเรียกโปรแกรม Armoury Crate ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริง

โดยปุ่ม Power ที่ติดตั้งอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ดยังทำหน้าที่ Fingerprint ในหนึ่งเดียวกัน เพื่อใช้งาน Windows Hello เพื่อเข้าใช้งาน Login ด้วย เรียกได้ว่าได้ทั้งความรวดเร็วและปลอดภัย ในส่วนของทัชแพดเองขนาดใหญ่มากๆ ใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 20% ดีไซน์แบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวา ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 41

ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 Home ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทัชแพดที่ใช้งานได้ดีที่สุดรุ่นนึงสำหรับ Gaming Notebook ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Turbo / Performance / Silent / Windows ตามความเหมาะสมในการใช้งานต่างๆ เช่นการเล่นเกมจะเป็น Turbo ส่วนถ้าใช้งานทั่วไปคือ Windows 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 44
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 43
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 45
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 42
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 49
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 32

Screen / Speaker

ASUS ROG Zephyrus M16 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ Nano Edge Display ทั้งขอบด้านข้างและด้านบนทำให้ไม่มีกล้องเว็บแคม ถ้าใช้งานต้องหามาติดตั้งเอง (แต่ยังมีไมโครโฟนแบบคู่อยู่) ด้วยขนาด 16″ ความละเอียด WQHD (2560 x 1600 พิกเซล) สัดส่วนหน้าจอ 16:10 ที่ดีกว่า 16:9 ในการทำงานต่างๆ โดยได้พาเนลเป็น IPS คุณภาพดีเยี่ยม มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบ 2 ตัว มีระบบตัดเสียงรบกวน เทคโนโลยี ASUS AI Noise-Canceling Audio เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมแบบวิดีโอเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 35

รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอเป็น Refresh Rate ที่ 165Hz / 3ms ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว พร้อม ลดอาการเบลอ ค้าง จากการเคลื่อนไหว เพื่อการ Ray Tracing ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และด้วยฟีเจอร์ Adaptive-Sync ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความเรียบลื่น ช่วยลดอาการภาพฉีกขาด และลดการกระตุก เพื่อความบันเทิงขั้นสูงสุด เรียกได้มาเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่ดีกว่ารุ่นปีก่อนๆ ไปอีกขั้น

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 37
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 38
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 39

ทดสอบหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสัน Gamut เทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 1000% / AdobeRGB 88% / DCI-P3 91%เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับสูงมากๆ แน่นอนว่าเทียบกับ Gaming Notebook ทั่วไปนั้นดีกว่ามาก ถือว่าเป็นระดับที่ดีเยี่ยมจริง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ 400 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไปพอสมควร สู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพแบบมืออาชีพได้สบายๆ 

s4 1

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าหลายๆ ช่องที่เป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 400 cd/m2 แต่สำหรับช่องมุมซ้ายล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 15% ที่ถือว่ารับได้ อีกทั้งค่าคลาดสี Delta-E เฉลี่ยแล้วอย่ที่ 1.04 เท่านั้นเอง ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว สรุปคือเล่นเกมได้ดีมากๆ ส่วนสีสันก็จัดว่ายอดเยี่ยมอย่างที่หาได้อยากในตลาดโน๊ตบุ๊ค สมกับการที่มาพร้อมกับ Pantone Validated

s1 1
s2 1
s3 1

ตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus M16 ติดตั้งระบบเสียงแบบ 6 ลำโพง แบ่งออกเป็น 2x 2W tweeterโดยมีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องบริเวณขอบที่วางมือซ้ายและขวาซ้ายขวา คุณภาพสูง ที่เน้นให้เสียงกลางและแหลม พร้อมลำโพงซัฟวูฟเฟอร์อีก 4 ตัวด้านใต้ตัวเครื่อง ทำให้ได้เสียงทุ่มหนักหน่วงกว่า แบบ Dual force-canceling ให้เสียงที่สมดุลและ ยอดเยี่ยม อีกทั้งมี Smart Amp เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัดที่ชัดขึ้นถึง 1.5 เท่า เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ให้ขอบเขตเสียงที่กว้าง เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาพอตัว

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 48

จากการที่มีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์แยกออกมาต่างหาก มีไดนามิกมากขึ้นสำหรับเสียงความถี่ต่ำ ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ รวมไปถึงมีเทคโนโลยี Dolby Atmos ช่วยจำลองเสียง 3 มิติได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสุดยอดทั้งด้านภาพและเสียงจริงๆ สำหรับ Gaming Notebook เครื่องนี้ เรียกได้ว่าเต็มอารมณ์ทั้งการใช้งานทั่วไป ดูหนัง ดู Youtube / Netflix / Disney+ Hotstar อย่างที่รุ่นอื่นๆ ทำไม่ได้

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 47
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 62
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 63

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องจัดว่าครบเครื่องมากๆ จากการที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 16″ ระดับสูง โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง มีทั้ง USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 พอร์ต และ Thunderbolt 4 ที่รองรับการโอนไฟล์สูงสุดที่ความเร็ว 40Gbps / DisplayPort 1.4 ผ่านจอแยก 4K, 8K / ชาร์จไฟกลับเข้าเครื่อง USB Power Delivery พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง และ HDMI 2.0 แน่นอนว่ามีต่ออแดปเตอร์ปกติ 1 ช่องด้วย ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา นอกจากนี้ยังได้ในส่วนของ LAN RJ45 ด้วย

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 57

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 355 x 243 x 19.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างเบาเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 240 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.5 กิโลกรัมเท่านั้น พอแบกพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ไม่หนักมาก ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียวสำหรับหนุ่มๆ หรือสาวๆ ที่เป็นสาย Gamer

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 55
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 53
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 61

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS ROG Zephyrus M16 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมาก โดยมุมนึงจะมีสกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแง้มขึ้นมาอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามต้องระวังนิดนึงก็คือ จะมีน้อต 3 ตัวที่มียางสีติดติดเอาที่กลางตัวเครื่อง อย่าว่าต้องัดออกมาแล้วไขน็อตออกด้วย 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 80

เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่เทคโนโลยี ROG Intelligent Cooling พร้อมระบายความร้อนที่มี Anti-Dust Tunnels ที่อยู่ในชุดฟินสีดำ หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อนจุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 6 เส้น พร้อมกันนั้นยังมีการติดตั้ง Liquid Metal นำพาความร้อนแบบพิเศษจาก CPU / GPU เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว 

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 81
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 83
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 90

ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ที่ใส่มาแล้ว 1TB ได้ความเร็วแรงมากๆ ถ้าจะอัพเกรดเพิ่ม SSD M.2 อีก 1 ตัวก็สามารถเพิ่มได้เลย เพราะมีสล็อตว่างอยู่แล้ว ส่วนหน่วยความจำแรมขนาด 16GB แถวแรกเป็นแบบฝังบอร์ด และรองรับการใส่ 1 แถว (SO-DIM) ซึ่งใส่มาแล้ว 16GB อีกหนึ่งแถว รวมเป็น 32GB ซึ่งก็ใส่มาเต็มแล้วในส่วนของเครื่องทดสอบ ซึ่งรองรับการอัพเกรดสูงสุดที่ 48GB

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 84
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 85
ASUS ROG Zephyrus M16 Review 86

Performance / Software

ASUS ROG Zephyrus M16 มาพร้อมกับชิปประมวลผลเน้นประสิทธิภาพสูงสุดรุ่นใหม่ของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake H45 เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin อย่าง Core i9-11900H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่ารุ่น Core i7-11800H ที่ใช้กันในหลายแบรนด์ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง

โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.50 GHz ซึ่งสามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.90 GHz เป็นซีพียูแบบ 8 Core 16 Threads ได้ 24 MB L3 Cache มาพร้อมแรมภายในขนาด 32GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ 16GB x 1 แถว และออนบอร์ดมาแล้วที่ 16GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ที่มีมาให้ใช้งานลื่นไหลทันทีแบบสบายๆ 

c1 1.    c2 1

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics Xe 750 32EUs  ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง ด้วยความเร็ว 350 – 1450 (Boost) MHz อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้น แต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ QuickSync ทำให้รองรับการแสดงผลระดับ 4K ได้อย่างลื่นไหล

g2 1.    g1 1

โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็น Max-P ไม่ใช่ Max-Q เน้นความแรงลื่นมากกว่า สถาปัตยกรรม Ampere เทคโนโลยีการผลิต 8 นาโนเมตร โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 ได้ดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่าด้วย 

เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว พร้อมกันนั้นยังมีการเพิ่มค่า TGP สูงสุดเป็น 95W อีกด้วย

cine15 2.   cine20 1

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นรุ่นระดับบน เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryze / Intel Core รุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3060 Max-P เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

ssd 1

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว รองรับการใช้งานได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe Gen 4 ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 7089 MB/s และเขียนที่ 5133 MB/s ที่เร็วมากๆ จัดเป็น SSD ระดับสูงเลยทีเดียว  ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับ SSD M.2 SATA 3 หรือ SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe Gen 3 แบบเดิมๆ แล้วละก็ จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ตั้งแต่เปิดเครื่อง โหลดไฟล์ต่างๆ รวมไปถึงการโหลดเกม 

pc10 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 8,542 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeFoce RTX 3060 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนมากพอตัว

3d 3

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 8,542 เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 8 / GTA V / Battlefield V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / SCUM / APEX ที่ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล โดยเป็น Native ของหน้าจอ  โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว

game test 1

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / DOTA 2 / APEX ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด ส่วนเกม SCUM นั้นต้องยอมรับว่าเป็นเกมที่กินสเปกจริงๆ แนะนำว่าเล่นจริงๆ ปรับความละเอียดเป็น 1920 x 1200 พิกเซล ที่กราฟิกกลาง ๆ จะลื่นไหลกว่า ซึ่งเกมอื่นๆ ถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ ให้วิ่งได้ที่ 165Hz ตาม Refreash Rate หน้าจอ

arm 1

นอกเหนือจากนี้ ASUS ROG Zephyrus M16 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบ อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆ ตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์ 

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

myasus 1

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติขนาดความจุสูง ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวประมาณ 6:40 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 16″ สเปกแรงลื่นแบบนี้ แต่ก็ยังน้อยกว่าที่ทาง ASUS เคลมไว้ที่ 10 ชั่วโมง 

ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้ สมกับเป็น ROG Zephyrus Series จริงๆ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟกลับแบบรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี Fast Charging ที่ใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถชาร์จไฟแบตเตอรี่จาก 0% กลับมาที่ 50% ได้ นอกนจากนี้ยังรองรับอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C มาตรฐาน PD ซึ่งจะมีขนาดเล็ก เพื่อชาร์จไฟได้อีกด้วย เพื่อความสะดวกสบายในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ยิ่งขึ้นไปอีก

batt3

สำหรับอุณหภูมิทดสอบด้วยโปรแกรม Hardware Monitor สามารถตรวจสอบได้ครบถ้วนทั้ง CPU / GPU จากการที่เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จากการทดสอบเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 26 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ด้วยการเปิดโหมด Turbo ที่เร่งประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน

temp2 1

ประสิทธิภาพโดยรวมยังลื่นไหลอยู่  ซึ่งชิปประมวลผลร้อนสุดๆ ที่ 94 องศาเซลเซียส นับว่าควบคุมความร้อนได้ดี โดยไม่สูงเกินไปกว่านี้แน่นอน เพราะระบบยังคงจัดการได้ดีอยู่ พร้อมกันนั้นไม่กระทบต่อการใช้งานด้วย เพราะประสิทธิภาพไม่ตกเลย ในส่วนของการ์ดจอจะร้อนสุดอยู่ที่ 80 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่มีซอฟต์แวร์ Armory Crate ถ้าใช้งานทั่วไป เราสามารถเลือกปรับโหมดต่างๆ เช่น Windows ทำให้พัดลมแทบไม่หมุนและไม่มีเสียงเลย

Conclusion / Award

สมการรอคอยของการมาของ Gaming Notebook ดีไซน์บางเบาหน้าจอ 16″ ในปี 2021 ที่เป็นการพัฒนามาจาก DNA ของ ASUS ROG Zephyrus Series ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า Gaming Notebook ปีก่อนมากๆ สำหรับ ASUS ROG Zephyrus M16 มีฟีเจอร์ Gaming และฟีเจอร์ขั้นสูงมากมาย โดยมีราคา 64,990 บาท และตอนนี้มีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น จัดได้ว่าเน้นความพรีเมียมและเรื่องความบางเบาพกพา พร้อมประสิทธิภาพความแรงขั้นสูง ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดกว่าทั้งระบบภาพและเสียง เป็นหลักตามซีรีส์ของ ROG Zephyrus อย่างที่เราทราบกัน

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 1

ซึ่ง ASUS ROG Zephyrus M16 เครื่องที่ได้รับมารีวิวนี้ยังเป็นสเปกเครื่องขายจริงที่พร้อมจำหน่ายในไทยแล้ว ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H ที่เน้นความแรงที่มากกว่า Core i7-11800H ที่หลายๆ รุ่นใช้งาน เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin สถาปัตยกรรม Tiger Lake H45 ผสานกาทำงานร่วมกับการ์ดจอแยกตัวแรงแต่ร้อนน้อยอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (6GB GDDR6) ซึ่งยังมีฟีเจอร์ ROG Boost เพิ่มความแรงเป็น 1525MHz at 80W (95W with Dynamic Boost)

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 18

รวมไปถึงในส่วนของแรมยังได้เป็นมาตรฐานใหม่ด้วยขนาด 32GB DDR4 Bus 3200 MHz แน่นอนว่าที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ความจุ 1TB ซึ่งต้องบอกว่าประทับใจมากๆ ที่ระดับความเร็ว 7,000 – 5,000 MB/s กับความแรงในมิติดีไซน์ที่เล็กกระทัดรัดสุดๆ ในตัวเครื่อง 15.6″ เท่านั้น เรียกได้ว่าเทียบกับ ASUS TUF Gaminf F15 ที่มีขนาดตัวเครื่องเล็กกว่าด้วย พร้อมความเบากว่าเล็กน้อย แน่นอนว่ามีการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 with Gig+ (802.11ax) และพอร์ต Thunderbolt 4 ล้ำๆ ด้วย

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 78

จากการทดสอบใช้งานจริงเล่นเกมจริงๆ เห็นได้ชัดถึงความทรงพลังของชิปประมวลผลและการ์ดจอรุ่นใหม่ ซึ่งแรงกว่าจากเดิมๆ แล้ว อีกทั้งมี ROG Intelligent Cooling ที่จัด Heatpipe มาให้ถึง 6 เส้น, พัดลมดีไซน์ใหม่ที่ช่วยลดเสียงรบกวนพร้อมทำความสะอาดตัวเองได้ และใช้ Liquid metal Thermal Grizzly Conductonaut ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้มากกว่า ที่สำคัญหน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูงที่ให้ค่า sRGB 100% พร้อม Refresh Rate ที่ 165Hz พร้อมความละเอียด WQHD ที่มากกว่า รวมไปถึงยังได้ลำโพงจัดเต็มถึง 6 ตัวระบบเสียง Dolby Atmos ที่เป็นที่สุดของความบันเทิงจริงๆ

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 16

ในตอนนี้ถ้าใครต้องการ Gaming Notebook ตัวแรง และได้สเปกใหม่และแรงสุดๆ ในค่าตัวเพียง 64,990 บาทเท่านั้น ASUS ROG Zephyrus M16 สเปก Core i9-11900H + GeForce RTX 3060 Max-P ก็ตอบโจทย์อยู่ ได้การรับประกัน 3 ปีแบบทั่วโลก พร้อมบริการ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็มกว่ารุ่นก่อนๆ ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาดจริงๆ ทั้งตัวเครื่องและบริการหลังการชายด้วย เอาว่าใครงบถึง ก็แนะนำว่าจัดกันได้เลย

ASUS ROG Zephyrus M16 Review 22

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 16 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Zephyrus M16 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

หนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ROG โน๊ตบุ๊คสายบางเบาพรีเมียม ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ROG Zephyrus รุ่นนี้ ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ทำงานก็ได้เล่นเกมก็ดี ที่สำคัญวัสดุคุณภาพดีงานประกอบก็เยี่ยมทั้งอลูมิเนียมอัลลอยด์ เอาไปทำงานหรือเล่นเกมได้หมดรอบด้าน ฝาหลังเป็นโลหะผ่านกระบวนการขึ้นรูปเจาะ CNC ที่เรียบเนียนสวยงาม จำนวน 8,279 รู พร้อมแซมด้วยเส้นแสงปริซึม มีสีสัน Off Black โดดเด่น ตัวเครื่องมีผิวสัมผัส Soft-touch ในบริเวณที่รองข้อมือ ที่ยังช่วยลดโอกาสเกิดรอยนิ้วมือที่ไม่น่าดู ด้วยเคลือบผิวที่บาง ทำให้ยังคงได้ผิวสัมผัสที่ดี

NBS award 7 Design  

Best Performance

ASUS ROG เครื่องที่เรานำมาทดสอบสเปคเป็นชิปประมวลผล  การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ได้แรม 32GB และ SSD M.2 NVMe PCIe Gen 4 ความจุ 1TB ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงจริงๆ  รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีมากๆ ส่วนการใช้งานทั่วไปหรืองานแบบมือาชีพนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญได้ความพรีเมียม บางเบา เรียกได้ว่าทรงพลังจริงๆ สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 16″ ที่เบาเพียง 2 กิโลกรัม บาง 19.9. มิลลิเมตรแบบนี้

award new performance

Best Gaming

รวมไปถึงลำโพงก็จัดเต็มถึง 6 ตัว ระบบ Dolby Atmos ที่ให้เสียงกระหึมพร้อมรายละเอียดเสียงที่จัดเต็ม และที่สำคัญคือระบบระบายความร้อนที่ดีมากๆ จากทาง ROG Intelligent Cooling เป่าออกใต้หน้าจอ 2 ช่อง และด้านขวาซ้ายอีกอย่างละ 1 ช่อง พัดลม 2 ตัว แบบ 84 ใบ พร้อมฮีทไปป์ 6 เส้นขนาดใหญ่พร้อมทำความสะอาดตัวเองได้  และ Liquid Metal Thermal Grizzly Conductonaut ดึงความร้อนออกจาก CPU / GPU ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ที่สเปกแรงลื่นขนาดนี้ แต่ใช้งานจริงได้ไม่ร้อนเลย 

award new Gaming

Best Graphic

จากการที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 16″ ที่ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่ารุ่นทั่วๆ ไป ทั้งจากหน้าจอความละเอียดสูงกว่าที่ 2K WQHD 2560 x 1600 พิกเซล ซึ่งพาเนลเป็น IPS เกรดสูงมากระดับ sRGB 100% อีกทั้งได้ Refresh Rate ที่ 165Hz ส่งผลให้เล่นเกมได้สนุกสนานกว่าที่เคยมีมา หากต้องการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม ตัวเครื่องก็ยังมีพอร์ตที่ครบครันสำหรับการใช้งานทั่วไปด้วยเช่นกัน ที่สำคัญจากการที่มีพอร์ต Thunderbolt 4 เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด ต่อจอแยก 4K / 8K ได้ทันที  

award new Graphic

 

from:https://notebookspec.com/web/604029-review-asus-rog-zephyrus-m16-i9-rtx3060

เปิดตัว Smartphone for Snapdragon Insiders มือถือที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีโคตรเทพจาก Qualcomm ราคาเกือบ 5 หมื่นบาท

Smartphone for Snapdragon Insiders มือถือชื่อยาวเหยียดจาก Qualcomm โผล่มาเปิดตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเซอร์ไพรส์กันเป็นแถบ โดยได้รับความร่วมมือจาก ASUS ในการออกแบบและผลิตตัวอุปกรณ์ อัดแน่นไปด้วยฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ทุกภาคส่วน ทั้งหน้าจอ กล้องถ่ายภาพ ชิปประมวลผล ลำโพง และเซนเซอร์ต่าง ๆ ผสานพลังเข้ากับซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว ขายเป็นชุดร่วมกับหูฟังไร้สาย ราคาอยู่ที่ 1,499 เหรียญ

ต้องบอกว่า Smartphone for Snapdragon Insiders เปรียบเสมือนเป็นมือถือที่ Qualcomm ทำออกมาโชว์ความโหดของเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ไม่ปาน เริ่มจากหน้าจอที่เลือกใช้พาเนล AMOLED คุณภาพสูงขนาด 6.78 นิ้วจาก Samsung เป็นจอภาพแบบ 10-bit ขอบเขตสีกว้างครอบคลุม 111.23% ของ DCI-P3 ดันความสว่างได้มากสุดที่ 1200 นิต ผ่านมาตรฐานทั้ง HDR10 และ HDR10+ ความคลาดเคลื่อนของสีต่ำ Delta-E < 1 แถมยังมีอัตรารีเฟรช 144Hz และรองรับคุณสมบัติอัตราแรเงาแบบผันแปร (variable rate shading: VRS) อีกต่างหาก

ถัดมากับกล้องหลังที่ Qualcomm ใส่มาให้ด้วยกัน 3 ตัว กล้องหลักกับกล้องอัลตร้าไวด์จะใช้เซนเซอร์ภาพ IMX686 ความละเอียด 64MP และ IMX363 ความละเอียด 12MP จาก Sony ตามลำดับ ส่วนกล้องอัลตร้าไวด์จะมีความละเอียด 8MP ซูมออปติคัลไกลสุด 3 เท่า และซูมดิจิทัลไกลสุด 12 เท่า

Smartphone for Snapdragon Insiders บันทึกวิดีโอได้สูงสุดที่ระดับ 8K รองรับฟีเจอร์โฟกัสติดตามวัตถุและซูมหาเป้าหมายโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นการดึงเอาศักยภาพของชิปประมวลผลภาพ Spectra 580 จำนวน 3 ตัวที่อยู่ภายในออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเป็นการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์แสนชาญฉลาดนั่นเอง

ลำโพงตัวเครื่องเป็นแบบสเตอรีโอคู่ บูสต์พลังเสียงด้วย Smart AMP และจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Snapdragon Sound ในตัว เสริมด้านการเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สายให้มีความหน่วงแฝงต่ำและอัปเกรดคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนชิปเซตนั้นแน่นอนต้องเป็นตัวท็อป Snapdragon 888 ผลิตเอง ใช้เอง พ่วงมากับ RAM จัดเต็ม 16GB แบบ LPDDR5 ในขณะที่ ROM ให้มา 512GB บนมาตรฐาน UFS 3.1 ถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วเต็มสปีด

นอกจากนี้ Qualcomm ยังการันตีว่า Smartphone for Snapdragon Insiders เป็นมือถือที่มีแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อที่ทันสมัยที่สุดในโลก รองรับ 5G ทั้ง sub-6GHz NR และ mmWave รวมถึง Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับ ฟังก์ชันการสแกนลายนิ้วมือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เพราะทางบริษัทฯ ใช้เซนเซอร์ Qualcomm 3D Sonic ในเจเนอเรชันที่ ซึ่งมีพื้นที่รับสัมผัสที่กว้างและประมวลผลได้เร็วมาก ๆ อีกทั้งยังทำงานได้แม้นิ้วจะเปียกอยู่ เป็นแบบเดียวกับที่อยู่ใต้หน้าจอของ Galaxy S21 Ultra แต่ของ Qualcomm นั้นต่างออกไปนิดหน่อย เพราะตำแหน่งจะอยู่ที่ฝาหลังแทน ด้วยเหตุผลทางเทคนิคเกี่ยวกับพาเนลแสดงผลที่เป็นชนิดแข็ง และถัดลงมาเล็กน้อยจะมีโลโก้ของแบรนด์ที่ซ่อนลูกเล่นเป็นไฟกะพริบได้เอาไว้ด้วย

สเปค Qualcomm Smartphone for Snapdragon Insiders

  • จอภาพ : AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว
    – สัดส่วน 20.4:9
    – ความละเอียด 2448 x 1080 พิกเซล
    – ความคลาดเคลื่อนสี Delta-E < 1
    – ความสว่าง 800 นิต, สูงสุด 1200 นิต
    – อัตรารีเฟรช 144Hz
    – ความลึกสี 10-bit
    – 111.23% ของ DCI-P3, 106.87% NTSC, 150.89% ของ sRGB
    – ผ่านมาตรฐาน HDR10 และ HDR10+
    – กระจก Corning Gorilla Glass Victus
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : RAM 16GB (LPDDR5) + ROM 512GB (UFS 3.1)
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 64MP, เซนเซอร์ Sony IMX686, รูรับแสง f/1.8, ทางยาวโฟกัส 26.6 มม., OIS
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 12MP, เซนเซอร์ IMX363, รูรับแสง f/2.2, ทางยาวโฟกัส 14.3 มม., ระยะโฟกัสใกล้สุด 4 ซม.
    – กล้องเทเลโฟโต้ 8MP, ทางยาวโฟกัส 80 มม., ซูมออปติคัล 3 เท่า, ซูมดิจิทัล 12 เท่า
    – แฟลช LED คู่
  • กล้องหน้า : 24 มม., ทางยาวโฟกัส 27 มม.
  • เสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, Smart AMP WDA8835
  • เครือข่าย : 5G sub-6GHz NR, 5G mmWave
    – Nano-SIM (1) + Nano-SIM (2)
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 6E (802.11a/b/g/n/ac/ax), 2×2 MIMO
    – Bluetooth 5.2
    – NFC
    – GPS, GLONASS, BeiDou, Gallileo, QZSS, NavIC
  • พอร์ต :
  • เซนเซอร์ : Qualcomm 3D Sonic Sensor Gen 2, gyroscope sensor, e-compass sensor, proximity sensor, light sensor, hall sensor
  • แบตเตอรี่ : 4000mAh, รองรับ Qualcomm Quick Charge 5.0 (65W)
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • ขนาด : 173.15 x 77.25 x 9.55 มม.
  • น้ำหนัก : 210 กรัม

ราคาและการวางจำหน่าย

ASUS จะเป็นผู้รับผิดชอบในการวางจำหน่าย Smartphone for Snapdragon Insiders ให้แก่ Qualcomm เริ่มวางขายเดือนสิงหาคมศกนี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย จีน ราคา 1,499 เหรียญ หรือประมาณ 48,790 บาท ไม่รวมภาษี ในชุดจะมีทั้งมือถือ, หูฟังไร้สายที่ผลิตโดย Master & Dynamic, เคสบัมเปอร์ และอะแดปเตอร์แปลงไฟ Qualcomm Quick Charge 5 ขนาด 65W มาให้ด้วย

ดูเพิ่มเติม : Qualcomm

from:https://droidsans.com/qualcomm-smartphone-for-snapdragon-insiders-specs-price/

ASUS จับมือ Microsoft พร้อมอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows 11

เอซุสประกาศความร่วมมือกับบริษัทไมโครซอฟท์เตรียมความพร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้งานปัจจุบันและลูกค้าใหม่เครื่องคอมพิวเตอร์เอซุสสำหรับการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Windows 11 ซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆนี้

โดยเอซุส บริษัทไอทีชั้นนำระดับโลกจะรองรับระบบปฏิบัติการ Windows 11 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวที่ผู้คนต่างตั้งตารอครั้งนี้ เอซุสได้เตรียมความพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ปัจจุบัน และเครื่องรุ่นใหม่สำหรับการอัพเกรดฟรีเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 11 ครั้งนี้

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เครื่องโน้ตบุ๊กระบบปฏิบัติการ Windows 10  ที่วางจำหน่ายใหม่ จะอยู่ในรายการอัพเกรดของทางเอซุส รวมถึงรุ่นที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันหลายรุ่นที่เข้าเกณฑ์ จะได้สิทธิ์อัพเกรดหลังจากการเปิดตัวใช้งานอย่างเป็นทางการของ Windows 11 อาทิ ZenBook Pro Duo 15 OLED (UX582), ZenBook Duo 14 (UX482), ZenBook Flip 13 OLED (UX363และ ZenBook 13 OLED (UX325

โดยผู้ที่สนใจซื้อเครื่องรุ่นเหล่านี้ ณ ปัจจุบัน สามารถอุ่นใจซื้อเครื่องได้โดยไม่ต้องรอ พร้อมรับการอัพเกรดเป็น Windows 11 ฟรี นอกจากนี้เครื่องอีกหลายรุ่นของทางเอซุสที่ติดตั้ง Windows 10 มาจะได้รับการอัพเกรดเป็น Windows 11 ด้วยเช่นกัน ได้แก่ โน้ตบุ๊ก ProArt StudioBook, ZenBook และVivoBook , เกมมิ่งโน้ตบุ๊กROG Strix, ROG Zephyrus และ ROG Flow 

พร้อมด้วยเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก และคอมพิวเตอร์เดสก์ท๊อปเกมมิ่งในตระกูล TUF, โน้ตบุ๊กธุรกิจ ExpertBook และคอมพิวเตอร์เดสก์ท๊อป ExpertCenter ก็สามารถอัพเกรดได้ฟรีเช่นกัน เช่นเดียวกับ Zen AiO, Vivo AiO และ ASUS Mini PCs อีกหลายรุ่น

ท่านที่สนใจตรวจสอบรุ่นโน้ตบุ๊กที่ร่วมอยู่ในรายการอัพเกรดฟรี สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.asus.com/microsite/2021/windows11/  

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/asus-partners-with-microsoft-to-upgrade-windows-11-operating-system/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asus-partners-with-microsoft-to-upgrade-windows-11-operating-system

รีวิว ASUS TUF Gaming F15 FX506 สเปก i9-11900H + RTX 3060 จอ IPS 240Hz ฟีเจอร์เพียบ มี Thunderbolt 4 ราคา 49,990 บาท

ASUS TUF Gaming F15 FX506 รุ่นใหม่กลางปี 2021 เพิ่มเข้ามาอีกสเปกแล้ว สำหรับ Gaming Notebook สเปกสดใหม่ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 มาพร้อมตัวเลือกอย่าง Core i5-10400H และ Core i9-11900H ตัวแรงพิเศษยิ่งกว่า โดยจับคู่มากับการ์ดจอแยกตัวแรงรุ่นล่าสุด NVIDIA GeForce RTX 3050 และ RTX 3060 ประสิทธิภาพแรงลื่นกว่า จัดว่าเป็นรุ่นที่ราคาน่าสนใจที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดด้วยกับสเปกนี้

ASUS TUF Gaming F15

โดย ASUS TUF Gaming F15 FX506 ได้รับการอัพเดทจาก ASUS TUF Gaming Series รุ่นก่อนหลักๆ แล้วเป็นฮาร์ดแวร์ภายในจากการตีบวกยัดสเปคจัดเต็มแน่นเอียดในราคาสุดคุ้ม ส่วนดีไซน์ภายนอกก็มีการปรับกับฝาหลังโลหะแบบใหม่ลวดลายใหม่ที่ดูสวยงามลงตัวยิ่งขึ้น กับราคาเริ่มต้นเพียง 30,990 บาท  และ 49,990 บาท นับว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ปี 2021 ที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณ 30,000 บาทขึ้นไปก็ว่าได้

NBS Verdict

โดย ASUS TUF Gaming F15 FX506 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมเครื่องที่เราได้รับมารีวิวนั้น เป็นเครื่องขายจริงโดยเป็นรุ่น Core i9-11900H จับคู่มากับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ที่ค่า TGP สูงสุด 95W ส่วนสเปกอื่นๆ มีหน่วยความจำแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และมี SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มาให้ด้วย พร้อมรองรับการอัพเกรดทั้งแรมและ SSD อีกอย่างละ 1 ตัวทันที โดดเด่นสุดๆ ด้วยมาตรฐานการเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 ที่ดีที่สุด เป็นครั้งแรกของ TUF Series เลยทีเดียว 

ส่วนหน้าจอก็ขนาด 15.6″ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 90% โดย Refresh Rate สูงสุดที่ 240Hz ให้ภาพลื่นไหลสบายตา ภาพสวยงามค่าสีรองรับการใช้งานแบบมืออาชีพ พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing) ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอดีๆ ในการเล่นเกม มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ได้ประกัน 2 ปี แบบ Global Warranty และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก พร้อมบริการด้วย 7-11 droppoint กว่าหมื่นสาขาทั่วประเทศไทย ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 49,990 บาท 

ASUS TUF Gaming F15

ดีไซน์ยังมีความเฉียบโดยฝาหลังจอแบบใหม่ ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้นพร้อมโลโก้ TUF Gaming แบบใหม่บริเวณมุมตัวเครื่องและหมุดยึดสี่มุมตามสไตล์ โดดเด่นกว่ารุ่นทั่วไปด้วยการได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด และตัวคีย์บอร์ดก็ตอบสนองพร้อมความทนทานที่เยี่ยมยอด ซึ่งปกตินี้หาได้ยากใน Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ

ระบบระบายความร้อน ASUS Intelligent Cooling ของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 สามารถปรับการทำงานได้สามโหมด อีกทั้งยังมี Anti-Dust Cooling ช่องระบายฝุ่นที่อยู่ด้านข้างฮีทซิ้งค์ทั้งสองฝั่ง ซึ่งควบคุมความร้อนได้ดีในระดับที่รับได้คือไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส แม้จะดูสูงกว่าปกติ แต่ก็เข้าใจชิปประมวลผลเป็นรุ่นระดับสูง ทำให้มีการปลดปล่อยความร้อนที่สูงออกมาด้วย แต่อย่างไรก็ตามตัวเครื่องเองสามารถทำงานได้เสถียรยาวนาน

ASUS TUF Gaming F15

สรุปแล้ว ASUS TUF Gaming A15 FX506 รุ่นใหม่นี้ทั้งรุ่นราคา 30,990 บาท และ 49,990 บาท มีความน่าซื้อมาใช้งาน ที่นอกจากเรื่องสเปกภายในที่ใหม่ล่าสุด ได้ความแรงลื่นที่ความคุ้มค่าต่อราคาที่ได้แล้ว รวมไปถึงแบตยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง ซึ่งดีกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนหน้า ในส่วนของฟีเจอร์อื่นๆ ก็ยังมีความน่าสนใจไม่น้อย เหมือนยกมาจาก ROG Series เลยก็ว่าได้ พร้อมปรับไฟคีย์บอร์ดแบบ RGB Aura โดยเป็นแบบ All Zone ซึ่งให้ประสบการณ์ใช้งานี่เยี่ยมยอด 

แม้อาจจะมีข้อจำกัดหลายๆ ส่วน แต่เข้าเอาจริงด้วย ก็ยังน่าซื้อมาใช้งานอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเรารับข้อสังเกตได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง นอกจากนี้ในส่วนของบันเดินเองยังให้สติ๊กเกอร์ TUF เก๋ๆ มาให้ด้วย ไว้สำหรับติดนู้นนี่นั่นเอง ปิดท้ายที่ต้องรู้คือสเปกนี้ได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดดีกว่ารุ่น 144Hz (คาดว่า sRGB 60%) รวมไปถึงคาดว่าอนาคตน่าจะมีรุ่นราคา 35,000 – 45,000 บาทมาเป็นตัวเลือก ด้วยสเปก Core i7-11800H จับคู่มากับ RTX 3050 Ti – RTX 3060 ใครจะรอซื้อก็ได้ 

ASUS TUF Gaming F15

จุดเด่น ASUS TUF Gaming F15

  • ดีไซน์การออกแบบใหม่ สวยงามถูกใจตามสไตล์ TUF Gaming งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ขอบหน้าจอบางพิเศษ มิติเทียบเท่ารุ่น 14″ ตัวเครื่องเบาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ 2.3 กิโลกรัม
  • ประสิทธิภาพดีเยี่ยมด้วยชิปประมวลผล i9-11900H การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P
  • ได้แรมขนาด 16GB ที่ 1 แถว เพียงพอต่อการใช้งานและเล่นเกม หรือจะใส่เพิ่มก็ทำได้
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 ความจุ 1TB พร้อมอัพเกรด SSD M.2 ได้ภายหลังอีก 1 ตัว
  • ประสิทธิภาพในการทำงานหนักๆ และเล่นเกม 3 มิติได้อย่างลื่นไหล รวมถึงมีโหมด Turbo ด้วย
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 90% พร้อมรองรับ 240 Hz ลื่นไหลกว่า 144 Hz เดิมๆ
  • คีย์บอร์ดมีไฟ RGB All Zone พร้อมมีซอฟต์แวร์มาช่วยปรับแต่ง
  • มีพอร์ต Thunderbolt 4 รองรับการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนใน TUF Series
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง
  • ได้มาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่า Wi-Fi 5 AC 
  • มีความทนทานระดับ Military Grade น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้
  • มาพร้อม Windows 10 Homr ใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ที่ดี
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต ASUS TUF Gaming F15

  • ดีไซน์ตัวเครื่องโดยรวมยังคล้ายเดิม แต่ก็ได้ฝาหลังที่สวยงามขึ้น
  • อุณหภูมิชิปประมวลผลเมื่อใช้งานหนักๆ สูงสุดที่ 100 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน 
  • ตัวเครื่องไม่มี SD Card Reader 

Specification

ASUS TUF Gaming F15 FX506 จะมีจำหน่ายอยู่เพียงสเปกเดียวเท่านั้น ซึ่งเน้นความคุ้มค่าแต่ว่าแรงลื่น ได้ชิปประมวลผลตัวแรงเป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 ในรุ่น Core i9-11900H ทำงานที่ความเร็ว 2.50 – 4.90 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-11800H พร้อมกันนั้นยังมี AI ช่วยในการทำงานบางโปรแกรมได้ลื่นไหลยิ่งกว่า

โดยมีการ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่อย่าง Intel UHD Graphics Xe 750 32EUs พร้อมการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) พร้อมที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe Gen 3 ความจุ 1TB ไว้ด้วย ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 Bus 3200 MHz จำนวน 1 แถว โดยสามารถอัพเกรดได้สูงสุด 32GB 

ASUS TUF Gaming F15

โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x Thunderbolt 4 โดยทำงานโอนถ่ายข้อมูล / DisplayPort 1.4 / Power Delivery ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.2

ASUS TUF Gaming F15

พร้อมติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว (คล้ายใน ROG) ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ สนนราคาของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 รุ่นสเปกที่นำมารีวิวอยู่ที่ 49,990 บาท จัดว่าคุ้มค่ากับสเปกที่ได้นี้ 

ASUS TUF Gaming F15 FX506HC-HN002 ราคา 30,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-11400H (6C/12T : 2.60 – 4.50GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 GDDR6 8GB
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2 x 2) + BT5.2
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty 

ASUS TUF Gaming F15 FX506HM-AZ101T ราคา 49,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i9-11900H (8C/16T : 2.50 – 4.90GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P (GDDR6 6GB)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 240Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2×2) + BT5.2
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty

ASUS TUF Gaming F15

Hardware / Design

ที่ผ่านมาหลายรุ่นหลายปีสำหรับ ASUS TUF Gaming Series นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีมากๆ เป็นการต่อยอดมาโดยตลอด ได้ทั้งความคุ้มค่า ประสิทธิภาพความแรง แบบที่หลายๆ อย่างยกมาจากรุ่นพี่ ROG เลย แต่มาในราคาที่ไม่แพง สามารถจับต้องได้ง่าย โดยที่ผ่านมาเราเห็นกันมาแล้ว อย่าง ASUS TUF Gaming (The Ultimate Force) ซึ่งเป็นตัวแรงยอดนิยมสุดๆ

ได้สเปกเป็น Intel Core i Gen 11 Tiger Lake H45 กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Seriesในช่วงงบ 3x,xxx – 4x,xxx บาท แทบไม่มี Gaming Notebook รุ่นไหนสู้ได้ทีเดียวในปีก่อน แน่นอนปี 2020 – 2021 ก็จัดเต็มนอกเหนือความแรงแล้ว ก็จะเป็นในส่วนของฟีเจอร์ประสบการณ์ใช้งานอื่นๆ รวมไปถึงดีไซน์ด้วย ให้ความรู้สึกเป็น Gaming Notebook อย่างแท้จริง

ASUS TUF Gaming F15

จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรง แต่น้ำหนักไม่หนักจนเกินไป พกพาสะดวก มีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้

อีกทั้งดีไซน์การออกแบบของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 เรียกได้ว่ายกระดับกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาแบบเหนือชั้น ด้านหลังตัวเครื่องออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนแบบไม่มีอะไรมากั้นเพราะดีไซน์ฝาหลังเว้นเอาไว้ พร้อมด้วยสองช่องขนาดใหญ่ด้านหลัง ฟินระบายความร้อนเป็นสีทองแดง การันตีเรื่องของการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม

ASUS TUF Gaming F15

ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของสติ๊กเกอร์ฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงโลโก้ Core i9 Gen 11 / NVIDIA GeForce RTX และในส่วนของการรับประกัน Perfect warranty อย่างที่หาได้ยากใน Notebook รุ่นต่างๆ ในตลาด

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Scenario Profiles ด้วยพัดลม 2 ตัวขนาดใหญ่ แบบ 83 ใบพัด ที่สามารถปรับเร่งรอบได้ ภายในใช้ฮีทไปป์จำนวน 4 เส้นที่ครอบคลุมทั้ง CPU / GPU โดยมีช่องเป่าลมร้อนออก 3 ช่องทาง พร้อมมี Anti-Dust Tunnel ซึ่งทำงานเป็น Self-Cleaning Cooling สำหรับเป่าฝุ่นอัตโนมัติออกมาให้อีกด้วย จัดเต็มจริงๆ ให้มาครบเครื่องมากกว่ารุ่นอื่นๆ 

ASUS TUF Gaming F15

ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟ RGB แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ

ฝาด้านล่างตัวเครื่องเป็นพลาสติกโพลีเมอร์ผสมซิลิคอนคาไบด์ สินแร่ที่มักถูกใช้ผสมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อความร้อน พบได้ในเบรก/คลัทช์ของรถยนต์ และแผ่นเซรามิกในเสื้อเกราะกันกระสุน นอกจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทานน่าเหลือเชื่อ ฝาด้านล่างยังถูกออกแบบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีกขั้น ด้วยรูปทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง (Honeycomb) 

ASUS TUF Gaming F15

ส่วนด้านในจะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีเยี่ยมสมการมาของ ASUS TUF Gaming A15 FX506 รุ่นใหม่ปี 2021 ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ Gaming แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าที่สุดฟีเจอร์แน่นอนที่สุด

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 28
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 27
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 32
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 39
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 40
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 53
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 11
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 9
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 16

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคยเสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมีแป้นตัวเลข Numpad ใช้งานกันได้สะดวกเช่นเคย อีกทั้ง Spacebar มีการดีไซน์ให้พื้นที่ยื่นออกมา ทำให้กดกระโดดในเกมได้ง่าย

ASUS TUF Gaming F15

ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน ส่วนของทัชแพดที่มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบแยกปุ่มคลิกซ้ายและขวาออกมาชัดเจน และทำไฮไลท์ที่มุมเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 14
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 17
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 15

Screen / Speaker

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูง รองรับการใช้งานที่หลากหลาย มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 240Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz หรือบางรุ่นจะได้ 120 / 144Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2021 ทั่วไปมากทีเดียว

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 4

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูงกว่า TN จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากการที่เป็นพาเนล IPS เกรดสูงอยู่แล้ว 

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 5
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 7
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 8

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 90% และ AdobeRGB 70% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีเขียวและสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับกลางๆ ค่อนไปทางดี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพหน่อยก็ทำได้ดีเช่นกัน

s3 3

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 300 cd/m2 แต่สำหรับช่องบนแถวกลางจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 12% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

s1 3
s2 3
s4 3

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming F15 FX506 ใช้เป็นแบบ Stereo แบบช่องเสียงออกสี่ทิศทาง ให้เสียงดังขึ้น 1.8 เท่า และเบสที่ลึกกว่าเดิม 2.7 เท่า พร้อมจำลองเสียงแบบ 7.1 แชแนลผ่านการเชื่อมต่อหูฟัง ระบบเสียง DTS:X ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีกว่ามาตรฐาน Notebook ทั่วไปพอตัว ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านใต้ตัวเครื่องมุมซ้ายขวา 

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 44
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 45
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 46

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming F15 FX506 ก็จัดว่าครบครันดีขึ้น ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบถ้วนใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตเกือบทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง โดดเด่นสุดๆ ด้วยพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 1 พอร์ตโดยทำงานเป็น USB-C เพื่อโอนถ่ายข้อมูลสูงสุด 40Gb/s และต่อหน้าจอภายนอกด้วย DisplayPort 1.4 รวมไปถึงสามารถชาร์จไฟกลับเข้าเครื่องได้ผ่านมาตรฐาน USB Power Delivery 

พร้อมมี USB 3.2 Type-A (Gen 2) จำนวน 2 พอร์ต, พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI 2.0 ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวาได้รับการอัพเกรดเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้เชื่อมต่อเมาส์เป็นหลัก โดยตัวเครื่องจะไม่มี SD Card Reader เหมือนรุ่นก่อนหน้า แน่นอนว่าถ้าใครต้องการใช้งานส่วนนี้จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาเพื่อเชื่อมต่อ

ASUS TUF Gaming F15

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่า Wi-Fi 5 AC ถึง 3 เท่า ได้ความเร็วและสเถียรที่ดีขึ้น รองรับการใช้งานได้แบบสบายๆ ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 359.8 x 256 x 22.8 ~24.7 มม. น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ถือว่าอยู่ในเกณ์ที่ดี และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 180 W น้ำหนักเบา เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ ก็พกพาไปไหนมาไหนได้สบายๆ แน่นอน

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 42
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 43
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 50

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 FX506 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมากเพียงแกะน็อตออกทุกตัวแล้ว โดยมุมนึงจะมีสกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัวออกปกติ (ระวังความยาวไม่เท่ากันด้วย) เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว แบบ 3 ทิศทาง พร้อมระบายความร้อนที่มี Self-Cleaning Cooling  ที่อยู่ในชุดฟินสีทองแดง หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อน

ASUS TUF Gaming F15

จุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 4 เส้นขนาดใหญ่พาดผ่าน เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe สรุปคือเราสามารถติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe ได้ 2 ตัวพร้อมกันนั่นเอง แรมให้มาแล้วแบบ 16GB ที่เป็น 1 แถว ซึ่งเอาเข้าจริงก็เพียงพอกับการใช้งานทุกๆ อย่างแล้ว แต่สำหรับในอนาคตใครอยากอัพเกรดแรมเป็น 16GB x 2 แถว ก็สามารถทำได้เลย

ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 62
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 63
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 70
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 67
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 65
ASUS TUF F15 FA506 i9 RTX 3060 Review 66

Performance / Software

สำหรับ ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมกับชิปประมวลผลเน้นประสิทธิภาพสูงสุดรุ่นใหม่ของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake H45 เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร SuperFin อย่าง Core i9-11900H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่ารุ่น Core i7-11800H ที่ใช้กันในหลายแบรนด์

ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.50 GHz ซึ่งสามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.90 GHz เป็นซีพียูแบบ 8 Core 16 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 32GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ 16GB x 1 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ที่มีมาให้ใช้งานลื่นไหลทันทีแบบสบายๆ 

c1 3.   c2 3

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics Xe 750 32EUs  ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง ด้วยความเร็ว 350 – 1450 (Boost) MHz อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้น แต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ QuickSync ทำให้รองรับการแสดงผลระดับ 4K ได้อย่างลื่นไหล

โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 (6GB GDDR6) ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็น Max-P ไม่ใช่ Max-Q เน้นความแรงลื่นมากกว่า สถาปัตยกรรม Ampere  เทคโนโลยีการผลิต 8 นาโนเมตร โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 ได้ดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่าด้วย 

เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว พร้อมกันนั้นยังมีการเพิ่มค่า TGP สูงสุดเป็น 95W อีกด้วย

g1 3.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นรุ่นระดับบน เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryze / Intel Core รุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3060 Max-P เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

ssd 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว รองรับการใช้งานได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe Gen 3 ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนยุคก่อนๆ หรือ SSD มาตรฐาน SATA 3 แบบเดิมๆ แล้วละก็

จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ตั้งแต่เปิดเครื่อง โหลดไฟล์ต่างๆ รวมไปถึงการโหลดเกม ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3521 MB/s และเขียนที่ 3091 MB/s ที่เร็วมากๆ จัดเป็น SSD ระดับสูงเลย 

pc101 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,988 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeFoce RTX 3060 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนมากพอตัว

3d2

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 7,905 และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 135+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยประมาณ 80 – 120 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 8 / RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด จากกราฟเพื่อดูเฟรมเรมแต่ละเกมที่ทดสอบตามภาพด้านล่าง ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว

game test 2

ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 8 / RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 6GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 8 เกม

และด้วยพาเนล IPS แบบ 240Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 144Hz ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมาต่ำๆ หน่อย

arm 1

นอกเหนือจากนี้ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์

myasus

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS TUF Gaming F15 FX506 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับ 10% แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวเกือบๆ 9 ชั่วโมงทีเดียว

เรียกได้ว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ระยะเวลาที่มากกว่าที่คาดเอาไว้ ซึ่งจากการทดสอบล่าสุดพบว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวกว่า Gaming Notebook ทั่วไปจริงๆ ในสเปกนี้ อย่างไรก็ตามเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่มากกว่านี้ จะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานได้สั้นกว่าเป็นไปได้

batt

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลและการ์ดจอจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 30 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าในการใช้งานทั่วไปด้วยการใช้โหมด Windows แทบจะไม่รู้ว่าพัดลมหมุนเลย จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ

เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ซึ่งทั้งหมดนี้ดูผ่านทางซอฟต์แวร์ Hardware Monitor รุ่นล่าสุด เพื่อดูว่าชิปประมวลผล CPU / การ์ดจอ GPU ว่าจะร้อนที่สุดเย็นที่สุดเท่าไรในการใช้งานจริงๆ

temp4

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องสำหรับชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส ที่ต้องบอกว่าค่อนข้างร้อนกว่ารุ่นทั่วไป ถ้าเทียบความแรงที่ได้ก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ส่วนที่เป็นการ์ดจอจะอยู่ที่ 90 องศาเซลเซียส โดยดูผ่านทาง Hardware Monitor นับว่าไม่ได้มีผลต่อการใช้งานโดยรวมแต่อย่างใด

ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่เปิดฟีเจอร์ Turbo พร้อมเพิ่มรอบพัดลมอัตโนมัติ จากการที่มีพัดลม 2 ตัว แต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง ด้วยการทำงานด้วยชุดระบายความร้อนของ ASUS TUF Gaming Series ที่มีการพัฒนาต่อยอดมาโดยตลอด 

Conclusion / Award

จาการที่สัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ ASUS TUF Gaming F15 FX506 รุ่นท็อปสุดของปี 2021 ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง บอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ASUS ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่มีการปรับให้ดูสวยงามลงตัวมากยิ่งขึ้น ขอบจอบาง น้ำหนักไม่หนักจนเกินไป มีไฟคีย์บอร์ด RGB งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด

พร้อมความต่างที่ดีกว่าคือเรื่องความทนทาน ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น สเปคประสิทธิภาพสูงสุดจากชิปประมวลผล Intel Core i9-11900H ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูงกว่ารุ่นปกติ พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 240 Hz ให้สีสันที่ดีระดับ sRGB ใกล้เคียง 100% อีกทั้งลื่นไหลสบายตา และมี Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Armory Crate มาให้พร้อมใช้งานด้วย 

ASUS TUF Gaming F15

ด้วยการรวมตัวของใหม่การ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P ที่มีค่า TGP สูงสุดที่ 95W ส่งผลให้มีประสิทธิภาพทำงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมที่สูง อีกทั้งได้แรมขนาด 16GB แรงลื่นทันทีไม่ต้องอัพเกรด (หรือจะอัพเกรดอีกแถวก็ทำได้ง่ายๆ) อีกทั้งยังมี SSD แบบ M.2 NVMe PCIe Gen 3 ความจุ 1TB แบบความเร็วสูงสุดมาให้พร้อมใช้งาน ครบครันกับการใช้งาน

สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น TUF Gaming ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดัน แต่เน้นประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่า เรียกว่าในช่วงงบประมาณไม่เกิน 50,000 บาท นับว่ามีความน่าซื้อสุดๆ อีกทั้งมีความสเถียรรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป หรือเล่นเกมจริงจังด้วย เชื่อได้ว่าตอบสนองคนรุ่นใหม่อย่าง นักเรียน นักศึกษา คนทำงานแน่นอน 

ASUS TUF Gaming F15

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS TUF Gaming F15 FX506 ทำได้ดีมาก ด้วยดีไซน์สไตล์ TUF Gaming ยุคใหม่ ที่โดยรวมแม้จะยังใหล้เคียงแบบเดิมแต่ก็ถือว่าดีขึ้น บวกกับฟีเจอร์อย่างคีย์บอร์ดมีไฟแบบพิเศษ ด้วยปุ่ม WASD เป็นแบบโปร่งแสงโดดเด่น ​ระบบเสียงคุณภาพดีเยี่ยม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง ที่สำคัญเครื่องนี้มีระบบป้องกันฝุ่น Self-Cleaning Cooling พร้อมระบบระบายความร้อนจัดเต็ม เพื่อการใช้งานที่ยาวนานและต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับตระกูล ROG เข้าไปอีกขั้น

ASUS TUF Gaming F15

ปิดท้าย ASUS TUF Gaming F15 FX506 เทียบกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาดตอนนี้ที่ขายๆ กันอยู่ ที่ได้สเปก Core i9-11900H ก็ต้องยอมรับว่า น่าสนใจจริงๆ นอกจากได้ชิปประมวลผลที่แรงขึ้นกว่าเดิม การ์ดจอที่แรงลื่น ทำให้เล่นเกมได้ลื่นกว่าแล้ว ที่ต้องยอมรับว่าความร้อนแม้จะดูสูงหน่อย แต่รบกวนการทำงานเลย ส่วนการที่ไม่มี SD Card Reader ติดตั้งมาให้ ก็ยังเป็นอะไรที่รับได้อยู่ เพราะสามารถซื้ออุปกรณ์มาทดแทนได้ เมื่อเทียบประสิทธิภาพต่อราคา และฟีเจอร์อื่นๆ ที่ได้มา 

ASUS TUF Gaming F15

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS TUF Gaming F15 FX506 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ASUS TUF Gaming F15 FX506 สเปคเป็น Intel Core i9-11900H + NVIDIA GeForce RTX 3060 Max-P + 16GB + SSD M.2 NVMe PCIe 1TB + มี Windows 10 Home ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ ทั้ง AMD Ryzen / Intel Core i รุ่นก่อนมากๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ IPS 240Hz แบบนี้ ที่สำคัญยังได้การใช้งานแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 9 ชั่วโมง

 award new performance 

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ TUF Gaming โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS TUF Gaming F15 FX506 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แถมน้ำหนักเบาแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ที่สำคัญคือดีไซน์ให้ความสวยงามดูทนทานกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด จากการใช้สีสันเป็น Fortress Gray ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้น หรือพลาสติกเกรดพิเศษ

NBS award 7 Design

Best Durability

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มีงานประกอบที่เรียบร้อยสวยงาม ที่สำคัญยังได้เรื่องของความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเราจะหาความทนทานระดับ Military Grade ได้ก็พวก Ultrabook ราคาแพงเท่านั้น แต่สิ่งนี้ ASUS จัดเต็มมาให้เลย สำหรับ Gaming Notebook ช่วงราคา 30,000 – 50,000 บาท นับว่ามีความใจเป็นอย่างมาก มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน

award new Durability

 

from:https://notebookspec.com/web/600938-review-asus-tuf-gaming-f15-i9-rtx-3060