คลังเก็บป้ายกำกับ: ASUS

รีวิว ASUS ExpertBook B9 B9400 สเปก Core i Gen 11 เบาสุด 880 กรัม แพลตฟอร์ม Intel EVO มืออาชีพ แรงลื่นปลอดภัย ประกันเทพ On-site 3 ปี

ASUS ExpertBook B9 (B9400) รุ่นปี 2021 สเปก Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake การันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดของทาง ASUS ExpertBook รุ่นก่อนอย่าง B9 (9450) จากที่ผ่านมาทาง ASUS ได้นำเสนอโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเน้นใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ล่าสุดสำหรับสายทำงานและจริงจังยิ่งกว่า

กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ เน้นการทำงานแบบองค์กร ที่เบาสุดๆ แค่ 880 กรัม หรือ 1.005 กิโลกรัม จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานหน้าจอ 14″ มืออาชีพที่เบาที่สุดของโลก ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดตลอดทั้งวัน ประกันก็ดีเยี่ยมเพราะเป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 3 ปี (และ Global Warranty 3 ปี) มีประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกด้วย

ASUS ExpertBook B9

ดีไซน์ตัวเครื่องบางของ ASUS ExpertBook B9 บางสุดๆ เพียง 14.9 มม. ใช้วัสดุสุดเทพอย่าง แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอยที่เป็นโลหะดีที่สุดในตลาด มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-1165G7 ซึ่งแรงลื่นรองรับทุกๆ การใช้งาน รวมไปถึงระบบความปลอดภัยก็จัดเต็ม ทั้งยังผ่านการทดสอบความทนทาน MIL–STD 810H Military Standard มาตรฐานกองทัพ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักธุรกิจหรือคนที่ต้องการสุดยอดโน๊ตบุ๊ค 14″ ประสิทธิภาพสูงคู่ใจในการทำงานจริงจัง หรือ Commercial ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

สรุปแล้วสำหรับ ASUS ExpertBook B9 ปี 2021 ถูกออกแบบมาเป้นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมือาชีพหน้าจอ 14″ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และความบางเบาขั้นสุด อีกทั้งได้ความครบถ้วนในทุกๆ ทาง เน้นความทนทาน ปลอดภัย ไว้ใจได้ มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงเหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือหนักๆ รวมถึงเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง ด้วยการเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i7-1165G7 การ์ดจออนชิปดีที่สุดอย่าง Iris Xe Graphics และสเปกอื่นๆ จัดเต็ม

แบตเตอรี่ยาวนานสุดๆ ที่เกือบ 15 ชั่วโมงขึ้นไปจากการทดสอบจริง สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคาค่าตัว (คาดการณ์ 4x,xxx บาท) โดย ASUS ExpertBook B9  เน้นเข้ามาบุกตลาดระหว่างองค์กร, ธุรกิจขนาดกลาง หรือคนที่ต้องการความแตกต่าง ชูจุดแข็งเรื่องดีไซน์เครื่องที่ได้ความบางเบา แข็งแรงทนทาน และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง หรือถ้าคนทั่วไปอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบามาตรฐานสูงก็สามารถหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 81

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจ ที่ต่อยอดความสำเร็จของโน๊ตบุ๊คตระกูลสายธุรกิจระดับมืออาชีพได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์องค์กรขนาดใหญ่ หรือว่า SME / SMB ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่ถูกว่าตลาดให้แตกต่างจาก ZenBook Seires โดยยังมี ExpertBook รุ่นอื่นๆ อีก ในราคาที่ย่อมเยาว์กว่า 

โดดเด่นเหนือชั้นกว่าเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ทั้งจากฮาร์ดแวร์ภายในระดับ BIOS และภายนอก อย่างกล้องเว็บแคมจะมีฟีเจอร์ของ Privacy Shield มาให้ ทำให้เลือกปิดการใช้งานด้วยกายภาพได้ และมี Proximity sensor ตรวจจับผู้ใช้งาน รวมไปถึงมี 3D IR Camera และสแกนลายนิ้วอีกด้วย และที่แตกต่างจาก ASUS โน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ก็คือ การรับประกัน On-site Serice ซ่อมฟรีถึงบ้าน ระยะ 3 ปี ที่สำคัญเป็นแบบทั่วโลก อีกทั้งมีประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง ASUS Premium Care ด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 80

อย่างไรก็ตามขณะที่รีวิวอยู่นี้ยังไม่ทราบถึงราคาว่าทาง ASUS จะจำหน่ายอย่ที่เท่าไร แต่คาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 4x,xxx บาท หรือจะมีรุ่นถูกกว่านั้น สเปกเป็น Core i5-1135G7 รวมไปถึงมีแบตเตอรี่ความจุ 2-Cell 33Wh ให้เลือก ซึ่งตังเครื่องจะเบาที่สุดที่ 880 กรัม ส่วนเครื่องที่เรานำมารีวิวจะเป็นสเปกแบตเตอรี่ 4-Cell 66Wh จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.005 กิโลกรัม ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตเดียวก็คือ ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจจะดูสูงไปหน่อยเมื่อเราใช้งานหนักๆ ที่ 100 องศาเซลเซียส แต่ก็สามารถใช้งานได้ปกติ 

จุดเด่น ASUS ExpertBook B9

  • ตัวเครื่องทั้งมดใช้วัสดุ “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย” (Magnesium Lithium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไป
  • เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 13.3″ เพราะขอบจอบางเฉียบ
  • มีความเบาสุดๆ ที่ 880 กรัม ซึ่งนับว่าเบาที่สุดในโลก และบางเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น
  • ดีไซน์พิเศษบานพับ ErgoLift Hinge ช่วยให้ใช้งานดีขึ้น ในหลายๆ ส่วน
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย เทคโนโลยี Nano Edge บางพิเศษกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย Core i7-1165G7 + RAM 16GB + SSD 1TB
  • ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810H ทนทานต่อการใช้งาน
  • ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดี ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน
  • มาพร้อม 3D IR Camera / Fingerprint ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • ไมโครโฟนแบบ 4 ตัว มีระบบตัดเสียงรบกวน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมวิดีโอ
  • ฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ช่วยการใช้งานแป้นตัวเลข ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ง่าย 
  • มี Windows 10 Home ใช้งานทันที มีซอฟต์แวร์ MyASUS / Business Manager ช่วยจัดการ
  • ระบบคามปลอดภัยระดับองค์กรครบเครื่อง สไตล์ Commercial 
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 15  ชั่วโมงขึ้นไป (แบต 4-Cell 66Wh)
  • มีฟีเจอร์ชาร์จเร็วช่วยให้เราสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-60% ได้ภายในเวลาเพียง 39 นาที
  • ยังมีการติดตั้ง USB-A มาให้ใช้งานอยู่ แม้เครื่องจะบางเบาสุดๆ ก็ตาม 
  • ประกันเป็น On-site Service ทั่วโลกระยะเวลา 3 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรก
  • ได้อุปกรณ์บันเดิลมากมาย อาทิ ซอฟต์เคส / สายแปลง LAN / กล่องพับเป็นที่รองเครื่อง
  • ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพดี ฟีเจอร์เพียบ ใช้งานจริงได้ เมื่อเทียบแบรนด์อื่นๆ

ข้อสังเกต ASUS ExpertBook B9

  • การแกะอัพเกรดทำได้ไม่ยาก แต่สามารถอัพได้เพียง SSD M.2 NVMe PCIe เท่านั้น 
  • ถ้าเทียบแต่สเปก จะเห็นว่ามีราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คในตลาดรุ่นอื่นๆ ประมาณนึง
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นสูงสุดที่ 100 องศาเซลเซียส ถือว่าสูงแต่ก็ไม่รบกวนการใช้งาน 

Specification

สเปกของ ASUS ExpertBook B9 ขณะที่รีวิวอยู่มีเพียงสเปกเดียว คือ Intel Core i7-1165G7 ซึ่งด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.80 GHz – 4.70 GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 11 nm SuperFin ที่แรงขึ้นมากพร้อมด้วย AI ช่วยทำงานบางอย่างในตัว เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ส่วนการ์ดจอเป็น Intel Iris Xe Graphics ที่เพียงพอกับใช้งานพื้นฐานแน่นอน รวมไปถึงงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมออนไลน์ก็ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านั้นทั้งหมด 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 32

โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″แบบด้าน ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง ที่ sRGB ใกล้เคียง 100% ที่ความสว่าง 300 nits  แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz ซึ่งรองรับกับการใช้งานทั่วไปได้สบาย สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาที่ 890 กรัม / 1.005 กิโลกรัม จากการที่มีสเปกแบตเตอรี่ต่างกันด้วย ที่ 2-Cell 33Wh / 4-Cell 66Wh ซึ่งทำให้ระยะเวลาการใช้แบตเตอรี่แตกต่างกันด้วย 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 75

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมไมค์ 4 ตัว (support noise cancellation) อีกทั้งมี Fingerprint / 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้ การรับประกันมีระยะ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีบริการอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก และมีประกันอุบัติเหตุในปีแรกอย่าง ASUS Premium Care เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่าประกันของ ASUS Notebook ทั่วไปชัดเจน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 73

ASUS ExpertBook B9 B9400 ราคา 4x,xxx บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70 GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 76

ในส่วนของบันเดิลเองก็มีความพิเศษ เพราะมาพร้อมกับซองซอฟต์เคสที่ดูดีลงตัวกับเครื่อง อีกทั้งได้ตัวแปลง Micro HDMI to LAN RJ45 มาให้ใช้งานได้ทันที ตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการหรือจำเป็นใช้งานเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตแบบสาย LAN อยู่เช่นตามที่ทำงานรวมไปถึงองค์กรต่างๆ โดดเด่นด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไฟ ที่เป็นมาตรฐาน USB-C แบบ USB PD ปิดท้ายด้วยกล่องเก็บอุปกรณ์ที่สามารถกางออกมาเป็นที่รองโน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย นับได้ว่ามีความใส่ใจจริงๆ 

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS ExpertBook B9 นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบปกติทั่วไป เนื่องด้วยมีขอบจอที่บางมากแบบ Nano Edge ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา น้ำหนักเบาที่สุดเพียง 880 กรัม สำหรับสเปกแบตเตอรี่ความจุ 2-Cell 33Wh ส่วนอีกสเปกแบตเตอรี่ความจุ 4-Cell 66Wh ส่วนความบางเท่ากันที่ 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าภายนอกดูความแตกต่างไม่ออกเลย ส่วนน้ำหนักที่แตกต่าง ถ้าไม่ยก 2 เครื่องพร้อมๆ กันก็แทบจะไม่รู้สึกเลย

เรียกได้ว่ามิติตัวเครื่องมีความกระทัดรัดเหมาะต่อการพกพา ด้วยดีไซน์ของขอบจอที่บางเฉียบ ที่สำคัญบานพับระหว่างจอภาพและด้วยฟีเจอร์ ErgoLift ทำหน้าที่เสมือนฐานรองรับ ทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5 องศากับระนาบ เมื่อกางหน้าจอประมาณ 145 องศา (กางได้มากสุดที่ 180 องศา) ทำให้การพิมพ์ง่ายและสบายยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการปวดข้อมือ ปวดตามลำตัว และคอ ที่เกิดจากการพิมพ์เป็นระยะเวลานานไปได้เลย นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจที่เน้นว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นการใช้งานระดับมืออาชีพ

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 4

ตัวเครื่องโดยรวมจะทั้งหมดใช้วัสดุที่ดีที่สุดอย่าง “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย” (Magnesium Lithium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไปอย่าง อะลูมิเนียมอัลลอย / แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง ตัวเครื่องด้านใน และใต้ตัวเครื่อง ทำให้มีทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบาที่ดีกว่า ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางบนคีย์บอร์ดจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญผิวสัมผัสยังเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ตรงนี้มีความเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นใกล้เคียงกันแบบรู้สึกได้ทันที พร้อมใช้สีสัน Star Black พื้นผิวไม่เรียบ ให้ความรู้สึกเป็นหมู่ดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 38

อีกทั้งเรื่องความทนทานยังมีความโดดเด่นด้วยเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL–STD 810H US Military Standard  และผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานของ ASUS เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม อาทิ ตกกระแทก สั่นสะเทือน อุณหภูมิสูงต่ำ ฝุ่นและละอองน้ำ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร CNC ที่ประณีตและสวยงามในหนึ่งเดียว พร้อมด้านในใส่อุปกรณ์รองรับการกระแทกอีกชั้นด้วย เรียกได้ว่ามีความเชื่อมั่นที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในตลาดแน่นอน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 24

ASUS ExpertBook B9 เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ครบเครื่องในทุกๆ ด้าน มีสเปกที่ดี แรงลื่น จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดจริงๆ ตอบโจทย์คนที่จริงจังด้านการทำงานระดับมืออาชีพ ด้วยการออกแบบจอแสดงผล NanoEdge นั้นส่งผลให้มีขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดกว่า ด้วยน้ำหนักเบาตัวเครื่องที่บาง  ซึ่งนับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ปี 2021 ก็ว่าได้ ตอบสนองการพกพาไปใช้งานทุกที่ทุกเวลาอย่างที่สุด สามารถใส่ในกระเป๋าถือ หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางอยู่ตลอดเวลา 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 69
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 70
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 71
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 48
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 42
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 29
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 30
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 13
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 12

Keyboard / Touchpad

ตัวแป้นคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีน้ำเงินเข้มที่สกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่นุ่มกำลังดี คีย์บอร์ดมีระยะห่างกำลังดี เป็นระยะห่างที่พิสูจน์แล้วว่าพิมพ์ได้สบายนิ้วมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น แป้นคีย์บอร์ดให้สัมผัสปลายนิ้วที่นุ่มนวลพร้อมกับระยะกดที่เหมาะสม มีไฟส่องสว่าง Backlit สีขาว ที่สามารถปิดหรือเปิดได้

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 11

ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวา โดดเด่นด้วยสีสันที่แตกต่างเป็นสีดำปุ่มเดียวเมื่อเทียบกับแป้นคีย์บอร์ดทั้งหมด อีกทั้งแป้นพิมพ์ที่กันน้ำหกสามารถปกป้องตัวเองจากอุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น การทำน้ำหกใส่ได้ปริมาณถึง 66 มิลลิลิตร โดยไม่เกิดความเสียหาย และเราสามารถเช็ดทำความสะอาดได้โดยง่าย รวมไปถึงมุมซ้ายล่างของคีย์บอร์ดยังมีสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ไว้ใช้งานร่วมกับ Windwos Hello เพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 Home อีกด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 15

ตัวทัชแพดมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การสัมผัสเลื่อนนิ้วไปมาจะดูลื่นๆ สักหน่อย ส่วนตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชได้ลื่นไหลพอสมควร เรียกได้ว่าใช้งานได้เยี่ยมยอดกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน และด้วย ฟีเจอร์ ErgoLift แป้นพิมพ์จะยกตัวเพื่อทำมุมที่เหมาะสมกับการพิมพ์โดยอัตโนมัติทันทีที่เราเปิดฝาหน้าจอ

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 14
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 16
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 18

รวมไปถึงมีฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย (ลดแสงไฟได้ด้วยโลโก้มุมขวาบน) จัดได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ แน่นอน

Screen / Speaker

หน้าจอเป็นพื้นผิวแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อนได้ดี พร้อมขอบบางทั้ง 4 ด้าน ให้ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบเพียง 4 มม. ตามสไตล์ NanoEdge โดยให้พื้นที่หน้าจอถึง 94% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่ อีกทั้งยังด้วยฟีเจอร์ Webcam Shield เพียงเลื่อนเว็บแคมเก็บเข้าที่ เพื่อหยุดการทำงานของเว็บแคมได้แล้ว

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 9

เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบ 4 ตัว มีระบบตัดเสียงรบกวน เทคโนโลยี ASUS AI Noise-Canceling Audio เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมแบบวิดีโอ (Video Conference) เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมด้วย 3D IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป รวมถึงมีความปลอดภัยด้วย

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Proximity sensor ที่เป็น เซนเซอร์ตรวจจับผู้ใช้งานว่าอยู่ด้านหน้าตัวเครื่องหรือไม่ โดยเครื่องจะลดความสว่างของจอแสดงผลเพื่อ ประหยัดพลังงาน หรือล็อคตัวเครื่องโดยอัตโนมัติ กรณีผู้ใช้งานไม่อยู่หน้าเครื่อง และเปิดหน้ําจอให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง เมื่อผู้ใช้งาน กลับมา พร้อมด้วยใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 6
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 7
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 8

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite  โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 90% และ AdobeRGB ที่ 70% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ พอตัว ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง

s3 4

ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับที่ดีเยี่ยม ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้มาตรฐานระดับมืออาชีพเลยทีเดียว ส่งผลให้มีคะแนนรวมอยูท่ี 4.0 คะแนน ถือว่าสูงกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปี 2021 นี้

s1 4
s2 4
s4 2

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีกว่ารุ่นบางเบาทั่วไป ที่ถึงแม้จะมีความบางความเบาของตัวเครื่องอย่างที่สุด แต่ก็ได้คุณภาพทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี โดยรวมถือในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้แบบสบายๆ

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 21

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 53
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 54
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 52

Connector / Thin And Weight

ในส่วนของรอบๆ ตัวเครื่องติดตั้งพอร์ตถือว่าให้มาพอตัว ด้วยการติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้จำนวน 2 พอร์ตด้วยสำหรับการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ และการเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C รวมไปถึงยังมีพอร์ต USB 3.2 Type-A และ HDMI แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบ แน่นอนว่ายังมี ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรก็ยังมีอยู่เช่นเดิม  ส่วนด้านหน้าจะเป็นไฟ LED สถานะการทำงาน พร้อมพอร์ต micro HDMI ที่ใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์เพื่อใช้งาน LAN RJ45 ด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 40

น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 890 กรัม – 1.005 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็กจ่ายไฟที่ 65W หัวแบบ USB-C กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ 1.3 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งแน่นอนว่าออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง นอกจากนั้นในบันเดิลยังมีซอฟต์เคสสุดหรูมาให้อีกด้วย 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 41
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 43
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 74
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 60
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 85
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 86

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องนั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนาทีเดียวจากการที่ฝาหลังเป็นโลหะแข็งแรงทนทาน ให้ความยืดหยุ่นพอสมควร อาศัยไขควงรูปดาวขนาดเล็กก็สามารถไขได้แล้ว  ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกที่ละส่วนได้เลย เมื่อเปิดถึงภายในเครื่องแล้วจะเห็นการวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ โดยตามภาพจะเป็นสเปกที่มีแบตเตอรี่ความจุ 4-Cell 66Wh ที่จะเห็นว่าค่อนข้างเต็มพื้นที่ฮาร์ดแวร์ภายในเลยทีเดียว

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 61

เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 1 เส้น วางพาดชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 1 ตัว โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านข้างตัวเครื่อง นอกจากนั้นแรมที่ติดตั้งมาขนาด 16GB จะเป็นแบบฝังบอร์ด ทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ภายหลังตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คบางเบาโดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe จำนวน 2 สล็อต โดยเครื่องที่นำมารีวิวนั้นจะใส่เต็มมาแล้ว 1 สล็อต และว่างอยู่ 1 สล็อตทำให้สามารถอัพเกรด SSD ได้ภายหลังอีก 1 ตัวทันทีนั่นเอง รายละเอียดอื่นๆ เราจะเห็นถึงเสาสัญญาณ Wi-Fi แบบ 2 เสาที่ขอบด้านเครื่องด้านหน้าอีกด้วย 

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 62
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 63
ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 64

Performance / Software

ASUS ExpertBook B9 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i7-1165G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.70 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin  อีกทั้งมี AI ช่วยทำงานในตัว 

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB แบบฝังบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4x Bus 4266 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูง ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1 3.   c2 3

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

g1 3.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอสมควร รวมไปถึงตัวการ์ดจอออนชิปเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอที่อัพเกรดใหม่ที่เน้นการทำงาน 3 มิติที่ดียิ่งขึ้น

cine15 3.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ของ Samsung ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3546 MB/s และเขียนที่ 2798 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ระดับสูงที่ความเร็วดีมากๆ

ssd 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,890 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 + Iris Xe Graphics ทำให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายและเปิดโปรแกรมได้มากมายอีกด้วย จากการที่ติดตั้งแรมมาขนาด 16GB

pc10 3

ทดสอบเกมได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย สำหรับเกมออนไลน์ ยอดนิยม 3 แนวอย่าง DOTA 2 ปรับ Best / Overwatch ปรับ Low / PUBG ปรับ Low ที่ความละเอียด Full HD  

เริ่มจาก DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอันเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 68 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 34 และในส่วนของเกม Overwatch / PUBG ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 63/46 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 45/23 เฟรมเรท ก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัว อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง

ASUS ExpertBook B9 i7 1165G7

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (โดยเปิดเครื่องมาเจอเลยพร้อมมี Hotkey ให้กดใช้งาน) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน

รวมไปถึงโหมดพัดลมและโปรไฟล์สีการแสดงผล นอกจากนี้ยังพิเศษด้วย ฟังก์ชั่น “Link to MyASUS” เป็นฟังก์ชันในซอฟต์แวร์ MyASUS เวอร์ชันล่าสุด โดยสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับ ASUS ExpertBook B9 ได้อย่างไร้รอยต่อ สามารถถ่ายโอนไฟล์ URL การแจ้งเตือน อ่าน รับ และส่งข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดได้บนโน๊ตบุ๊คได้เลย

myasus

โดดเด่นด้วย Trusted Platform Module (TPM) เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดด้วยการเข้ารหัสข้อมูลต่างๆ ก่อนบันทึกลงพื้นที่จัดเก็บของเครื่อง ผ่านการใช้งาน ASUS Business Manager ชุดโปรแกรมอรรถประโยชน์ เพื่อการบำรุงรักษาตัวเครื่อง และซอฟต์แวร์ภายในได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถบริหารจัดการตัวเครื่องแบบรวมศูนย์ รวมทั้งสนับสนุนการควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถควบคุมพอร์ต USB แบบเบ็ดเสร็จ โดยการตั้งค่าหรือล็อกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ USB เพื่อความปลอดภัยเมื่อเชื่อมต่อกับตัวเครื่องอย่างที่ทำไม่ได้ในรุ่นทั่วๆ ไปนั่นเอง

bus

Battery / Heat / Noise

ทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ซึ่งเป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น แบ่งออกเป็น 2 สเปก คือ 2-Cell 33Wh / 4-Cell 66Wh โดยเครื่องรีวิวนี้เป็นสเปก 4-Cell 66Wh สามารถใช้งานจริงต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 15 ชั่วโมงขึ้นไป จนไปถึง 20 ชั่วโมงทีเดียว ผ่านการทดสอบดู Youtube ทาง Microsoft Edge และในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร

batt 3

แน่นอนว่าในการทดสอบครั้งนี้ก็ได้ปรับเป็น Power Saver Mode พร้อมปรับแสงสว่างและรดับเสียงเหลือ 10% ซึ่งแม้รุ่นแบตเตอรี่จะใช้งานได้ไม่ยาวนานเท่ากับที่เคลมไว้ แต่ก็ถือว่ายาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปเยอะอยู่ดี อีกทั้งด้วยเทคโนโลยีการชาร์จเร็วช่วยให้เราสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-60% ได้ภายในเวลาเพียง 39 นาที ผ่านการชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 65Watt ที่ให้มา หรือจะซื้อของแบรนด์อื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน มาใช้งานร่วมกันก็ได้ แน่นอนว่าชาร์จผ่าน Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD ได้เช่นกัน

batt2

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดที่ 100 องศาเซลเซียส นับว่าระบบระบายความร้อนของ ASUS ExpertBook B9 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแล้วล่ะ เทียบกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปกแรงๆ หลายๆ รุ่น นับว่าพัดลมตัวเดียวถือว่าน่าประทับใจในระดับนึงเพราะร้อนไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส (เพราะถ้าเกินระบบจะลดความเร็วชิปประมวลผลลงมา) ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่ 10 นาโนเมตร ที่ดีขึ้นกว่า Gen ก่อนๆ โดยรวมแล้วก็สามารถใช้งานแบบไร้กังวล ประสิทธิภาพดีไม่มีอาการหน่วงเลย

temp2

Conclusion / Award

มีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คปี 2021 สายทำงานระดับมืออาชีพหน้าจอ 14″ สเปก Core Gen 11 แพลตฟอร์ต Intel EVO จัดเต็มอีกหนึ่งรุ่นในทุกๆ มิติ ที่เชื่อว่าทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง ASUS ExpertBook B9 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล ASUS กลุ่มเน้นใช้งานองค์กรหรือภาคธุรกิจ ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน

สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ค Commercia ของทาง ASUS บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร เบาที่สุดที่ 880 กรัมเท่านั้น (หนักกว่ารุ่นก่อน 10 กรัม) แต่รุ่นที่เรารีวิวก็นับว่าเบาไม่ต่างกันที่ 1.005 หิโลกรัม ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ดูเรียบๆ เน้นภาพลักษณ์ที่ดูภูมิฐาน แต่ว่าได้ประสิทธิภาพขั้นสูง รองรับทุกๆ การใช้งาน (ที่ไม่ใช่การเล่นเกมเป็นหลัก) โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ที่เปลี่ยนทัชแพดเป็นแป้นตัวเลขได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครใช้งานบ่อยๆ อย่างงานสาย Finance น่าจะชื่นชอบกัน

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 25

สเปกของ ASUS ExpertBook B9ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i7-1135G7 ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร การ์ดจออนชิปดีที่สุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics โดยรวมอื่นๆ ก็ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแรมมาขนาดใหญ่ 16GB อีกทั้งยังใส่ SSD M.2 มาตรฐานความเร็วสูง ที่ความจุ  1TB

เหลือเฟือกับการใช้งานทั่วๆ ไป หรืองานหนักๆ หรืองาน 3 มิติที่ไม่ซับซ้อนมาก รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ก็รองรับได้แบบสบายๆ เน้นเรื่องของการใช้งานพื้นฐานและการพกพาไปใช้งานนนอกสถานที่เป็นหลัก แบบแทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์เลย หรือจะชาร์จไฟจริงๆ ก็รองรับเป็น USB PD ซึ่งตัวอแดปเตอร์ติดเครื่องเองก็ชาร์จไฟได้ทั้ง มือถือ และ Gadget อื่นๆ ได้ทั้งหมด

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 50

รวมถึงหน้าจอก็มีดีไซน์ที่บางเฉียบเป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง ที่ความละเอียด Full HD แบบจอด้านเรียบเนียนตา พร้อมติดตั้งกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัวแบบ 4 ตัว ที่มีฟีเจอร์การลดเสียงรบกวน ซึ่งน่าจะตอบโจทย์คนใช้งาน VDO Call ตามบริษัทองค์กรต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีกล้องอินฟราเรด IR 3D Camera และ Fingerprint ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello และได้ Proximity sensor เสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้นไปอีก

เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นมากกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ชัดเจน ในเรื่องของความสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งความทนทานก็จัดเต็มเพราะตัวเครื่องด้วยเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL–STD 810H US Military Standard  และผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานของ ASUS เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม อย่างที่โน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพาบางเบาควรจะมีทุกรุ่น

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 55

การออกแบบดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B9 ที่ดูแล้วเรียบหรูและใช้วัสดุคุณภาพดีตลอดทั้งตัวเครื่อง งานประกอบก็เรียบร้อย มิติตัวเครื่องก็เล็กกระชับบางเบา พกพาสะดวก แบตใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 15 – 20 ชั่วโมง โดดเด่นด้วย ErgoLift ที่ยกตัวเครื่องพร้อมความทนทานระดับทางทหาร รองรับงานทั่วไปลื่นไม่มีสะดุด หรืองานหนักๆ ประมวลผลเยอะ เปิดหลายๆ โปรแกรมก็เอาอยู่

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยอื่นๆ แบบใช้งานในองค์กรก็ครบเครื่องครบครัน ตามสไตล์โน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเน้นใช้งานในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Webcam Shield เพียงเลื่อนเว็บแคมเก็บเข้าที่ เพื่อหยุดการทำงานของเว็บแคม และ Trusted Platform Module (TPM) เก็บรหัสผ่านและการเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงตั้งค่าควบคุมพอร์ตต่างๆ ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อีกด้วย

ASUS ExpertBook B9 B9400 Review 65

การรับประกันก็เหนือชั้นกว่าตามมาตรฐานของ ASUS ทั่วไปอีกด้วย เพราะได้การรับประกันเป็นแบบ On-site Serice ซ่อมฟรีถึงบ้าน ยาวนานถึง 3 ปี ที่สำคัญเป็นแบบทั่วโลก รวมไปถึงในปีแรกแค่เราลงทะเบียนก็จะได้ประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง ASUS Premium Care แล้ว (ต้องซื้อและเปิดใช้งานภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อผลิตภัณฑ์) ถือว่าได้มีจุดเด่นที่ชัดเจน ทำให้เราได้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดย ASUS ExpertBook B9 (B9000) เน้นเข้ามาบุกตลาดระหว่างองค์กร, ธุรกิจขนาดกลาง และกลุ่มครีเอเตอร์มืออาชีพ ชูจุดแข็งเรื่องดีไซน์เครื่อง ความบางเบา และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง หรือถ้าคนทั่วไปอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบามาตรฐานสูงก็สามารถหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ อีก ทั้งขนาดหน้าจอ 14″ / 15.6″ ที่ราคาถูกกว่า ใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2Lvdm9j

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ExpertBook B9 (B9400) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านของพกพา เพราะเบาสุดเพียง 880 กรัม อีกทั้งมีขนาดมิติตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัดมากๆ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 15 – 20 ชั่วโมง อีกทั้งชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD ได้ และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ มีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุที่ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานระดับกองทัพ เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง  ดังนั้นจึงหายห่วงเรื่องความทนทานได้เลย 

NBS award 4 Mobility 

Best Design

ดีไซน์โดยรวมมีความโดดเด่นเรื่องสีสัน Star Black สีดำพื้นผิวแบบด้านมีพื้นผิวไม่เรียบ ให้ความรู้สึกดวงดาวเต็มท้องฟ้าในยามค่ำคืน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบ NanoEdge ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 14″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม  ไปจนถึงบานพับ ErgoLift ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานได้เป็นอย่างดี เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบโค้งมน ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนเน้นทำงานระดับมือาชีพหรือองค์กร และที่สุดก็คือวัสดุที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจนอย่าง “แมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย” (Magnesium Lithium Alloy) 

NBS award 7 Design

Best Performance

จัดเต็มด้วยฟีเจอร์จริงๆ ระดับสูงที่ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาราคา 4x,xxx บาท ที่แรงลื่นน่าใช้งาน ที่มาพร้อมสเปคอย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake รวมถึงมีแรม 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ซึ่งมี 3D IR Camera , Fingerprint และฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่นๆ ระดับมืออาชีพ ซึ่งหาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คตามท้องตลาดทั่วไปแน่นอน ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นหนึ่ง เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นหลากหลาย ดีไซน์ก็พรีเมียม เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบาแบบนี้

award new performance 

 

from:https://notebookspec.com/web/592924-review-asus-expertbook-b9-b9400-core-i7

10 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 สเปคดี Intel, AMD เลือกได้ WFH เจ๋ง ใช้เรียนก็ดี อยู่ได้ยาว ๆ

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ยุคนี้สเปคดี อัพเกรดหน่อยก็ใช้ได้หลายปี

laptop2021 cover

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้น เมื่อก่อนอาจจะเป็นระดับราคาที่ผู้ใช้หลายคนคิดว่าเป็นสเปคระดับที่เอาไว้ให้น้องนักเรียนนักศึกษาเอาไว้เรียนหนังสือหรือเปิดเว็บใช้งานทั่วไปเท่านั้น แต่ความคิดนี้ในยุคปี 2021 นั้นไม่เป็นจริงเสมอไปอีกแล้ว เพราะเรทนี้ปัจจุบันสามารถหาโน๊ตบุ๊คทำงานสเปคดี จะทำงานออฟฟิศทั่วไปหรือดูหนังฟังเพลงเรียกว่าทำได้สบาย ๆ เลย

นอกจากนี้ สเปคและซีพียูของโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้ก็ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ อาจจะต้องอัพเกรดเพิ่มแรมอีกหน่อย ก็ช่วยให้เครื่องทำงานได้ดีขึ้นมากแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้เขียนเคยแนะนำโน๊ตบุ๊คสำหรับ WFH ในงบสองหมื่นกลางไปแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ราคาเป็นมิตรกว่าเดิมและมีซีรี่ส์ที่น่าสนใจให้เลือกซื้ออีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000

โน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน 15000 บาท ยุคนี้หารุ่นดีมาใช้งานได้สบาย ๆ อัพเกรดนิดหน่อยก็เวิร์คแล้ว

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท อัพเกรดนิดหน่อย ใช้ทำงานดีแน่นอน

acer laptop

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทยุคนี้ เรียกว่าเป็นอีกสนามแข่งขันของแต่ละแบรนด์ที่พากันขนรุ่นย่อย เน้นความคุ้มค่าประสิทธิภาพดีออกมาเต็มไปหมด ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษาและคนทำงานเอกสารได้เป็นอย่างดี และซีพียูของโน๊ตบุ๊คกลุ่มนี้ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เสียด้วย ขั้นต่ำก็เป็นแบบ 2 คอร์ 4 เธรดกันแล้ว และก็สามารถหารุ่นที่เป็นแบบ 4 คอร์ 8 เธรดมาใช้งานได้อีกด้วย

สำหรับงานเอกสารทั่วไปถือว่าหายห่วง ดูหนังความละเอียดสูงระดับ 4K จากเว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix หรือ YouTube ก็ทำได้สบายหายห่วง ซึ่งในเรทราคานี้จะมีซีพียูให้เลือกดังนี้

รุ่นและสเปคของซีพียู คอร์และเธรด ความเร็ว การ์ดจอในซีพียู ค่า TDP
Intel Pentium Silver N5000 4 คอร์ 4 เธรด 1.1-2.7 GHz Intel UHD Graphics 605 6 วัตต์
Intel Pentium Silver N6000 4 คอร์ 4 เธรด 1.1-3.3 GHz Intel UHD Graphics 6 วัตต์
Intel Core
i3-1005G1
2 คอร์ 4 เธรด 1.2-3.4 GHz Intel UHD Graphics for 10th Gen Intel 15 วัตต์
Intel Core
i3-1115G4
2 คอร์ 4 เธรด 3.0-4.1 GHz Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel 28 วัตต์
AMD Ryzen 3 3250U 2 คอร์ 4 เธรด 2.6-3.5 GHz AMD Radeon Graphics 3 คอร์ 15 วัตต์
AMD Ryzen 5 3500U 4 คอร์ 8 เธรด 2.1-3.7 GHz AMD Radeon Vega 8 15 วัตต์
AMD Ryzen 3 4300U 4 คอร์ 4 เธรด 2.7-3.7 GHz AMD Radeon Graphics 5 คอร์ 15 วัตต์

ส่วนการอัพเกรดโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนี้ มีบางรุ่นที่ยังติดตั้งมาแค่ 4GB  ซึ่งถือว่าน้อยไปแล้ว แนะนำว่าถ้าซื้อเครื่องแล้วก็ซื้อแรมเพิ่มเป็น 8GB หรือมากกว่านั้นไปเลย จะใช้งานได้ดีและไม่มีปัญหาแรมไม่พอใช้อย่างแน่นอน

10 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท น่าใช้ ซื้อไว้คุ้มแน่นอน

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาททั้ง 10 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะมีทั้งหมด 5 แบรนด์ชั้นนำที่มีขายในประเทศไทยหลากหลายซีรี่ส์ ซึ่งผู้ที่สงสัยว่าแต่ละซีรี่ส์มีจุดเด่นตรงไหนบ้างสามารถทำความเข้าใจได้ในบทความนี้ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้หลาย ๆ คนได้ดีที่สุด ส่วนโน๊ตบุ๊ครุ่นแนะนำในราคา 15000 บาททั้ง 10 รุ่นมีดังนี้

  1. Acer Swift 1 SF114-34-P02R (13,900 บาท)
  2. Acer Aspire 3 A315-58-38QD (14,900 บาท)
  3. Acer Spin 1 SP111-34N-P53K (14,990 บาท)
  4. Lenovo ThinkBook 14 Gen 2-20VF009WTA (12,840 บาท)
  5. Lenovo IdeaPad 3 14-81WD00LJTA (14,690 บาท)
  6. HP 15-db1003AU (11,190 บาท)
  7. HP 15s-du2051TX (14,800 บาท)
  8. DELL Inspiron 3505-W566155260ATHW10 (14,990 บาท)
  9. Asus M515DA-EJ017T (12,990 บาท)
  10. Asus X515EA-EJ002T (14,900 บาท)
1. Acer Swift 1 SF114-34-P02R (13,900 บาท)

swift1

คนชอบโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาไม่แพง สำหรับแบรนด์ Acer แล้วก็ต้อง Swift 1 SF114-34-P02R รุ่นนี้ที่ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมสวยงาม สเปคแรงระดับใช้ทำงานออฟฟิศ ดูหนังฟังเพลงได้สบาย ๆ และยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาตรงที่วางข้อมือข้างขวา เอาไว้ป้องกันโดนขโมยไปใช้งานและรักษาความเป็นส่วนตัวด้วย ส่วนจุดสังเกตคือ เครื่องนี้โดนตัดฟีเจอร์ USB Power Delivery ชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB-C ออกไป ไม่มีให้ใช้เหมือน Swift รุ่นแพงกว่า มีแรม 4GB ที่อัพเกรดไม่ได้แต่เปลี่ยน M.2 NVMe SSD เพิ่มความจุได้แทน ดังนั้นถ้าต้องการเปิด Chrome หลายแท็บ แรมอาจจะเต็มเร็วสักหน่อย แต่ถ้าหมั่นปิดแท็บที่ไม่ได้ใช้เป็นระยะ ๆ ก็ถือว่าพอใช้งานได้เช่นกัน

สเปคใช้ Intel Pentium Silver 6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.7 GHz การ์ดจอ Intel UHD Graphics 615 แรม 4GB DDR4 บัส 2933 MHz ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) มาให้ในตัว หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 3.2 Type-A x 2, USB 3.2 Type-C x 1, HDMI x 1 ช่อง เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น

สเปคของ Acer Swift 1 SF114-34-P02R
  • Intel Pentium Silver 6000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.7 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 615
  • แรม 4GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 3.2 Type-A x 2, USB 3.2 Type-C x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 13,900 บาท (JIB)
2. Acer Aspire 3 A315-58-38QD (14,900 บาท)

aspire 3

ถ้าโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้น ยังไงก็ต้องมี Acer Aspire 3 A315-58-38QD เป็นอีกรุ่นแนะนำสำหรับคนชอบเครื่องสเปคคุ้มค่า พร้อมใช้ทำงานได้สบาย ๆ ซึ่ง Aspire 3 รุ่นนี้ติดตั้ง Numpad มาให้ ดังนั้นถ้าใครทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและเอกสารอยู่เป็นประจำก็เหมาะกับรุ่นนี้มาก รวมทั้งหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD ก็ไม่ต้องเพ่งหน้าจอมากและแสดงหน้ากระดาษข้อมูลบนหน้าจอได้มากขึ้นอีกด้วย

สเปคใช้ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz การ์ดจอ Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel แรม 4GB DDR4 บัส 3200 MHz ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) มาให้ในตัว หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.2 Type-A x 2, HDMI x 1 ช่อง เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

สเปคของ Acer Aspire 3 A315-58-38QD
  • Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel
  • แรม 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.2 Type-A x 2, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 14,900 บาท (JIB)
3. Acer Spin 1 SP111-34N-P53K (14,990 บาท)

spin1

สำหรับซีรี่ส์ที่พับหน้าจอกลับได้ 360 องศาในกลุ่มโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้น เรายังสามารถหาซื้อ Acer Spin 1 SP111-34N-P53K มาใช้งานได้ มีปากกาสไตลัสแถมมาให้ใช้งานกับหน้าจอสัมผัสขนาด 11.6 นิ้วอีกด้วย ถ้าใครเน้นเรื่องเครื่องเล็กพกง่ายมีปากกาใช้ เอาไว้เซ็นเอกสารหรือวาดเขียนสเก็ตช์ภาพแบบง่าย ๆ ก็น่าเลือกซื้อรุ่นนี้ไปใช้งานเช่นกัน จะมีข้อสังเกตคือตัวเครื่องใช้ฮาร์ดดิสก์แบบ eMMC ซึ่งความเร็วจะมากกว่าฮาร์ดดิสก์จานหมุนทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้น ไม่เท่ากับ M.2 SSD ที่เป็น SATA III 

สเปคใช้ซีพียู Intel Pentium Silver N5000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.7 GHz การ์ดจอ Intel UHD Graphics 605 ฮาร์ดดิสก์ความจุ 128GB แบบ eMMC ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) มาพร้อมใช้งาน แรมมีความจุ 4GB DDR3L บัส 1866 MHz และหน้าจอสัมผัสแบบ LED ขนาด 11.6 นิ้ว พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0, USB 3.0, HDMI ติดตั้งมาอย่างละพอร์ต เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 น้ำหนักเพียง 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น

สเปคของ Acer Spin 1 SP111-34N-P53K
  • Intel Pentium Silver N5000 แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.1-2.7 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 605
  • แรม 4GB DDR3L บัส 1866 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ eMMC ความจุ 128GB
  • หน้าจอสัมผัสแบบ LED ขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.0 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 14,990 บาท (BaNANA)
4. Lenovo ThinkBook 14 Gen 2-20VF009WTA (12,840 บาท)

thinkbook 14

สายเน้นการทำงานแล้วอยากได้ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยด้วย สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทก็มีตัวเลือกน่าสนใจอย่าง Lenovo ThinkBook 14 Gen 2 ตัวนี้ให้เลือกซื้อไปใช้เช่นกัน เนื่องจากงานประกอบแข็งแรง ตัวเครื่องอลูมิเนียม ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen รุ่นใหม่มาให้ใช้งานด้วยราคาไม่แพง มี USB-C ติดตั้งมาให้ใช้งานถึง 2 ช่องทีเดียว

สเปคใช้ AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.7-3.7 GHz การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 5 จัดว่าเป็นรุ่นประสิทธิภาพดีและประหยัดพลังงาน ฮาร์ดดิสก์เป็น M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) Single Language และแรม 4GB DDR4 บัส 3200 MHz มาพร้อมใช้งาน หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-C x 1, USB 3.2 Type-C x 2, USB 3.2 Type-A x 2, HDMI x 1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 โดยพอร์ต USB-C ช่องหนึ่งรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องอีกด้วย

สเปคของ Lenovo ThinkBook 14 Gen 2-20VF009WTA
  • AMD Ryzen 3 4300U แบบ 4 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.7-3.7 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 5
  • แรม 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 256GB
  • หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 3.1 Type-C x 1, USB 3.2 Type-C x 2, USB 3.2 Type-A x 2, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) Single Language
  • ราคา 12,840 บาท (Advice)
5. Lenovo IdeaPad 3 14-81WD00LJTA (14,690 บาท)

ideapad3

ส่วนคนที่ไม่อยากอัพเกรดเครื่องมาก เน้นซื้อมาแล้วเปิดใช้งานเลยในกลุ่มโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้น มี Lenovo IdeaPad 3 ให้เลือกซื้อเช่นกัน เพราะเป็นซีพียู Intel Core i3 กับแรม 8GB DDR4 ติดเครื่องมาพร้อมใช้งานและมี Microsoft Office Home & Student 2019 อีกด้วย ดังนั้นถ้าใครเน้นคุ้มค่า ซื้อครั้งเดียวจบในตัวแนะนำเป็นรุ่นนี้ได้เลย

สเปคเป็น Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4 GHz การ์ดจอ Intel UHD Graphics G1 มีแรม 8GB DDR4 บัส 2666 MHz กับฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) พร้อมกับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาด้วย ส่วนหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.2 Type-A x 2 และ HDMI x 1 ช่อง เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

สเปคของ Lenovo IdeaPad 3 14-81WD00LJTA
  • Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics G1
  • แรม 8GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 256GB
  • หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.2 Type-A x 2 และ HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit) และ Microsoft Office Home & Student 2019
  • ราคา 14,690 บาท (BaNANA)
6. HP 15-db1003AU (11,190 บาท)

hp15

HP เองก็มีโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท สเปคดีราคาไม่แพงให้เลือกใช้เช่นกัน ซึ่ง HP 15-db1003AU เครื่องนี้ นอกจากเครื่องจะประสิทธิภาพสูงด้วย AMD Ryzen 5 แล้ว ยังได้แรม 8GB มาพร้อมใช้งาน และหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว มี Numpad พร้อมใช้งานอีกด้วย เรียกว่าเป็นรุ่นตอบโจทย์คนหาโน๊ตบุ๊คเน้นทำงานเอกสารจริง ๆ จัง ๆ เครื่องหนึ่งเลย และยังเอาไว้ใช้เล่นเกมออนไลน์ได้อีกด้วย

สเปคใช้ AMD Ryzen 5 3500U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.1-3.7 GHz การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 8 และฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) และแรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz พร้อมใช้งานทันที หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.1 Type-A x 2, HDMI x 1 เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2 

สเปคของ HP 15-db1003AU
  • AMD Ryzen 5 3500U แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.1-3.7 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 8
  • แรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 256GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.1 Type-A x 2, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 11,190 บาท (BaNANA)
7. HP 15s-du2051TX (14,800 บาท)

hp 15s

ส่วนโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ของ HP อีกรุ่นเป็น HP 15s-du2051TX ใช้ซีพียู Intel พร้อมติดตั้งพอร์ต USB-C มาให้และมีการ์ดจอ NVIDIA MX Series สำหรับใช้เข้ารหัสวิดีโอความละเอียดสูงและพอใช้ตัดต่อคลิปวิดีโอต่าง ๆ ได้ มี Numpad ด้วย ถ้าใครอยากใช้โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทซีพียู Intel แบรนด์ HP เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

สเปคเป็น Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4 GHz และการ์ดจอแยก NVIDIA GEFORCE MX130 แรม 2GB GDDR5 สำหรับเข้ารหัสวิดีโอ 4K กับฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) แรม 4GB DDR4 บัส 2666 MHz หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 3.1 Type-A x 2, USB 3.1 Type-C x 1, HDMI x 1 ช่อง เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2

สเปคของ HP 15s-du2051TX
  • Intel Core i3-1005G1 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 1.2-3.4 GHz
  • การ์ดจอแยก NVIDIA GEFORCE MX130 แรม 2GB GDDR5
  • แรม 4GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 256GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 3.1 Type-A x 2, USB 3.1 Type-C x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.2
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 14,800 บาท (BaNANA)
8. DELL Inspiron 3505-W566155260ATHW10 (14,990 บาท)

inspiron 3505

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท มี DELL Inspiron 3505-W566155260ATHW10 เป็นรุ่นที่สเปคและราคาสมเหตุผลกันรุ่นหนึ่งและสเปคดีทีเดียว ซึ่งถ้าชื่นชอบแบรนด์นี้จะเลือกรุ่นนี้ไปใช้งานก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากทีเดียว เพราะได้แรม 8GB มาพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องอัพเกรดและมี Numpad พร้อมใช้ทำงานเกี่ยวกับตัวเลขได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

สเปคเป็น AMD Ryzen 3 3250U แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.6-3.5 GHz การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 3 มีฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) และแรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz เรียกว่าพร้อมใช้งานไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้ หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.2 Type-A x 2, HDMI x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0

สเปคของ DELL Inspiron 3505-W566155260ATHW10
  • AMD Ryzen 3 3250U แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.6-3.5 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 3
  • แรม 8GB DDR4 บัส 2400 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 512GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 1, USB 3.2 Type-A x 2, HDMI x 1
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 14,990 บาท (BaNANA)
9. Asus M515DA-EJ017T (12,990 บาท)

asus m515

ASUS เองก็มีโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาท สเปคน่าใช้งานราคาหมื่นต้นให้เลือกซื้อเช่นกัน เป็น Asus M515DA-EJ017T ที่มีพอร์ต USB-C และ Numpad ให้ใช้งานเช่นกัน เรียกว่าครบเครื่องพอตัว รวมทั้งถ้าเครื่องมีปัญหาก็สามารถส่งเคลมได้ง่ายผ่านทาง 7-11 ได้อีกด้วย จัดว่าสะดวกและง่ายเป็นอย่างมาก 

สเปคเป็น AMD Ryzen 3 3250U แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.6-3.5 GHz การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 3 มีฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) แต่แรมมีเพียง 4GB DDR4 บัส 2666 MHz เท่านั้น อาจจะน้อยไปบ้างและแนะนำให้อัพเกรดเพิ่มเป็น 8GB ด้วย ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้วความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อมพอร์ต USB 2.0 x 2, USB 3.2 Type-A x 1, USB 3.2 Type-A x 1 และ HDMI x 1 ช่อง เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1

สเปคของ Asus M515DA-EJ017T
  • AMD Ryzen 3 3250U แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.6-3.5 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 3
  • แรม 4GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 512GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 2, USB 3.2 Type-A x 1, USB 3.2 Type-A x 1, HDMI x 1
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 12,990 บาท (BaNANA)
10. Asus X515EA-EJ002T (14,900 บาท)

asus

ส่วน ASUS อีกรุ่นเป็น Asus X515EA-EJ002T ที่ใช้ซีพียู Intel รุ่นที่ 11 มาให้ พร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องขนาด 15.6 นิ้วกับ Numpad และ USB-C จัดได้ว่าครบเครื่องสำหรับคนทำงานที่ชอบ Intel และ ASUS ช่วยให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่จุดสังเกตคือแรม 4GB เป็นแบบบัดกรีติดบอร์ดมาเลย คาดว่าตอนอัพเกรดจะมีช่องให้ต่อเพิ่มอีก 1 ช่องเท่านั้น

สเปคใช้เป็น Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz การ์ดจอ Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel ฮาร์ดดิสก์แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) มีแรม 4GB DDR4 บัส 3200 MHz ติดบอร์ดมาเลย ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อมพอร์ต USB 2.0 x 2, USB 3.2 Type-A x 1, USB 3.2 Type-C x 1, HDMI x 1 เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1 

สเปคของ Asus X515EA-EJ002T
  • Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics for 11th Gen Intel
  • แรม 4GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • ติดตั้งพอร์ต USB 2.0 x 2, USB 3.2 Type-A x 1, USB 3.2 Type-C x 1, HDMI x 1
  • เชื่อมต่อไร้สายได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 4.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • ราคา 14,900 บาท (Advice)

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 15000 บาทนั้น เราสามารถหาซื้อได้ไม่ยากและมีรุ่นน่าสนใจสเปคแตกต่างกันไปหลากหลายแบบ ทั้งรุ่นพับหน้าจอกลับ 360 องศา พร้อมปากกาสไตลัส, เครื่องพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019 หรือแม้แต่รุ่นหน้าจอใหญ่พร้อม Numpad ก็มีให้เลือก

ถ้าให้เลือกซื้อสักรุ่น การหารุ่นที่มีโปรแกรมมาพร้อมใช้งานแล้วอัพเกรดฮาร์ดแวร์เช่นแรมเพิ่มในภายหลังนั้นเป็นวิธีที่คุ้มที่สุด เพราะมูลค่าโปรแกรมแท้อย่าง Microsoft Office นั้นมีราคาสูงกว่าหรือไล่เลี่ยกับแรมตัวหนึ่ง ซึ่งถ้ามีมาให้ใช้งานเลย ช่วยประหยัดเวลาและเงินไปได้มากทีเดียว และปัจจุบันการสั่งซื้อก็ไม่จำเป็นต้องไปหน้าร้านแล้ว จะสั่งให้ส่งสินค้ามาที่หน้าบ้านก็สะดวก และร้านค้าออนไลน์หลาย ๆ แห่งก็มีโปรโมชั่นน่าสนใจให้เราเลือกได้ตามต้องการอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 1wfh laptop 1

lean laptop cover

laptop2021 cover

from:https://notebookspec.com/web/592608-10-recommend-laptop-under-15000-baht-2

เผยภาพเรนเดอร์พร้อมสเปค ASUS Zenfone 8 และ Zenfone 8 Flip ที่ยังคงมากับกล้องหลังพลิกได้

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราเริ่มได้ข่าวของมือถือกล้องพลิกได้อย่าง ASUS Zenfone 8 ออกมาบ้างแล้วว่ามันจะมีทั้งหมด 3 รุ่น คือ ZenFone 8, ZenFone 8 Pro แลพ ZenFone 8 Flip ซึ่งล่าสุดก็ได้มีข้อมูลสเปคเพิ่มเติมของ Zenfone 8 กับ Zenfone 8 Flip ออกมาแล้ว พร้อมกับภาพเรนเดอร์ที่เผยให้เห็นว่ามันจะยังคงมากับเอกลักษณ์กล้องหลังพลิกได้อีกเช่นเคย

เริ่มด้วย Zenfone 8 Flip ที่ดีไซน์ดูไม่ค่อยแตกต่างจาก Zenfone 7 ซักเท่าไหร่ แต่ถ้าสังเกตจะเห็นว่าขอบจอของ Zenfone 8 Flip ทั้ง 4 ด้าน บางลงกว่าเดิม และแน่นอนว่าไม่มี Notch หรือรูบนหน้าจอให้เกะกะสายตา เพราะเวลาจะถ่ายเซลฟี่หรือใช้งาน Video Call ก็ใช้กล้องหลังพลิกกลับมาแทนนั่นเอง

สเปคของมือถือรุ่นนี้ตามข้อมูลที่หลุดออกมาบอกว่ามันจะใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz ใช้ชิปเรือธง Snapdragon 888, RAM 8GB, ความจุ 256GB, กล้องหลังมี 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 64MP + กล้อง Telephoto 8MP + กล้อง Macro 12MP, แบตเตอรี่ 5000 mAh และรองรับชาร์จไว 30W ตัวเครื่องมีขนาด 165 x 77.3 x 9.5 มม. น้ำหนัก 230 กรัม (ถือว่าค่อนข้างหนักเลยล่ะ)

ส่วน Zenfone 8 จะเป็นรุ่นน้องเล็กสุดของซีรีส์ ด้วยหน้าจอขนาด 5.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้ชิปรุ่นเดียวกันคือ Snapdragon 888, RAM 8GB, ความจุ 128GB, กล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 64MP + กล้อง Macro 12MP แต่รุ่นนี้จะใช้กล้องเซลฟี่แบบปกติ เจาะรูวางอยู่บนหน้าจอมุมซ้ายบน

แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh รองรับชาร์จไว 30W และยังคงมีรูหูฟัง 3.5 มม. ให้มาด้วย ตัวเครื่องมีขนาด 148 x 68.5 x 9 มม. น้ำหนัก 170 กรัม

มีการคาดการณ์ว่าเราน่าจะได้เห็น Zenfone 8 Series เปิดตัวในช่วงสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่มีกำหนดการเป๊ะ ๆ ว่าจะเป็นวันไหนแน่…เอาไว้ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วเราจะรีบมาอัปเดตให้ทันทีครับ

 

ที่มา : 91mobiles

from:https://droidsans.com/asus-zenfone-8-zenfone-8-flip-renders-specs-leaked/

ASUS ปรับขึ้นราคาโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ทั้งสายเล่นเกม และทำงาน 1,000 – 3,000 บาท เหตุสภาวะต้นทุนสูงขึ้น

ASUS ประกาศอย่างเป็นทางการในเว็บไซต์ประเทศไทย เหตุมีการขึ้นราคาโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น ASUS VivoBook, TUF, ROG, ZenBook และอื่น ๆ รวมกว่า 40 รุ่นด้วยเหตุผลที่ว่าตลาดมีสภาวะต้นทุนสูงขึ้นทำให้ทางบริษัทต้องปรับราคาตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้มีราคาเพิ่มขึ้น 1,000 – 3,000 บาทแล้วแต่รุ่น มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2021เป็นต้นไป

ที่เป็นครั้งแรกที่ ASUS ออกมาประกาศขึ้นราคาโน้ตบุ๊คของตัวเองเพราะก่อนหน้านี้ก็จำหน่ายโน้ตบุ๊คหลากหลายรุ่นในราคาที่ดีมาตลอด ซึ่งรุ่นที่มีการขึ้นราคาก็มีแต่ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ไปจนถึงตัวท็อปสายเกมมิงเลยก็มี สำหรับใครที่กำลังเล็งซื้ออยู่ก็สามารถดูรายชื่อรุ่นที่ถูกขึ้นราคาประกอบการตัดสินใจได้เลย

ชื่อรุ่น รหัสรุ่น ราคาเดิม ราคาใหม่
ASUS VivoBook 14 D413 D413IA-EB248TS 19,990 20,990
ASUS VivoBook 14 D413 D413IA-EB249TS 19,990 20,990
ASUS VivoBook 14 D413 D413IA-EB250TS 19,990 20,990
ASUS VivoBook 14 D413 D413IA-EB303TS 22,990 23,990
ASUS VivoBook 15 D533 D533UA-BQ001TS 21,990 22,990
ASUS VivoBook 15 D533 D533UA-BQ005TS 26,990 27,990
ASUS TUF GAMING A15 FA506QR-HN035T 42,990 45,990
ASUS TUF GAMING A17 FA706QR-HX025T 44,990 47,990
ASUS TUF DASH F15 FX516PR-HN033T 44,990 47,990
ROG Strix G15 GL543QM-HF215T 49,990 50,990
ROG Strix G17 GL743QM-HG111T 54,990 55,990
Asus L410 L410MA-BV001T 9,990 10,990
ASUS M515 M515DA-BR715T 12,990 13,990
ASUS M515 M515UA-EJ001TS 20,990 21,990
ASUS M515 M515UA-EJ002TS 20,990 21,990
ASUS VivoBook 14 S413 S413EA-EB123TS 15,990 16,990
ASUS VivoBook 14 S413 S413EA-EB124TS 15,990 16,990
ASUS VivoBook 14 S413 S413EA-EB125TS 22,990 23,990
ASUS VivoBook 14 S413 S413EA-EB126TS 26,990 27,990
ASUS VivoBook 14 S413 S413EA-EB158TS 26,990 27,990
ASUS VivoBook 14 S413 S413EA-EB159TS 26,990 27,990
ASUS VivoBook 15 S533 S533EA-BQ049TS 23,990 24,990
ASUS VivoBook 15 S533 S533EA-BQ050TS 23,990 24,990
ASUS VivoBook 15 S533 S533EA-BQ051TS 23,990 24,990
ASUS VivoBook 15 S533 S533EA-BQ052TS 23,990 24,990
ASUS VivoBook Flip 14 TP412 TP412FA-EC491T 16,990 17,990
ASUS VivoBook Flip 14 TP470 TP470EA-EC101TS 25,990 26,990
ASUS ZenBook 13 OLED UX325EA-KG002TS 30,990 31,990
ASUS ZenBook Flip 13 UX363 UX363EA-HP115TS 39,990 40,990
ASUS ZenBook Flip 13 UX363 UX363EA-HP184TS 31,990 32,990
ASUS ZenBook Flip S UX371EA-HL003TS 55,990 56,990
ASUS ZenBook 14 UX425 UX425EA-BM004TS 27,990 28,990
ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL-KC054TS 30,990 31,990
ASUS ZenBook 14 Ultralight UX435EAL-KC057TS 35,990 37,990
ASUS ZenBook Duo 14 UX482EA-HY001TS 39,990 40,990
ASUS ZenBook Duo 14 UX482EA-HY003TS 47,990 48,990
ASUS X515 X515EA-EJ001T 14,990 15,990
ASUS X515 X515EA-EJ002T 14,990 15,990
ASUS X515 X515JA-EJ001T 13,490 14,490
ASUS X515 X515JA-EJ002T 13,490 14,490
ASUS X515 X515JA-EJ093T 17,490 18,490
ASUS X515 X515JA-EJ095T 17,490 18,490

สำหรับใครที่เพิ่งซื้อไปแล้วก็ถือว่าโชคดีมาก ๆ ส่วนคนที่กำลังเล็ง ๆ ไม่ได้ซื้อก็คงคิดหนักกันอย่างแน่นอนครับ และถ้ามีรุ่นใหม่เปิดออกมาในอนาคตต้องรีบตัดสินใจซื้อก่อนจะโดนเพิ่มราคาด้วยนะ

Source: Asus Thailand

from:https://droidsans.com/asus-increase-price-in-thailand/

ASUS เปิดตัว adolpad 10 Pro แท็บเล็ตจอใหญ่ 10.1 นิ้ว, แบตอึด 7300mAh, ใช้ชิป MediaTek 8183

ASUS เปิดตัว adolpad 10 Pro แท็บเล็ตขุมพลัง MediaTek 8183 ในประเทศจีน มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ เลือกใช้พาเนลชนิด LCD บนสัดส่วน 16:10 ภาพคมชัด สีสันสวยงาม แบตเตอรี่ใหญ่สะใจ ความจุ 7300mAh ราคาไม่ถึง 1 หมื่นบาท

นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว adolpad 10 Pro ยังมากับกล้องหน้า 5MP และกล้องหลัง 8MP พร้อมแฟลช LED จำนวน 1 ดวง พอร์ตเชื่อมต่อให้มาครบครันทั้งแจ็กเสียง 3.5 มม. และ USB Type-C หน่วยความจำ RAM 4GB + 128GB ใส่ microSD card เพิ่มได้อีก สูงสุด 512GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10

สเปค ASUS adolpad 10 Pro

  • จอภาพ : IPS LCD ขนาด 10.1 นิ้ว, ความละเอียด Full HD+, สัดส่วน 16:10
  • ชิป : MediaTek 8183
  • หน่วยความจำ : RAM 4GB + 128GB, รองรับ microSD card สูงสุด 512GB
  • กล้องหลัง : 8MP, แฟลช LED
  • กล้องหน้า : 5MP
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5
    – แจ็ก 3.5 มม.
    – USB Type-C 2.0
  • แบตเตอรี่ : 7300mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 1
  • สี : เขียว, เทา

adolpad 10 Pro มีค่าตัวอยู่ที่ 1,699 หยวน (ประมาณ 8,190 บาท) แต่มีราคาพิเศษในช่วงพรีออร์เดอร์ เหลือเพียง 1,599 หยวน (ประมาณ 7,690 บาท) ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการวางจำหน่ายในประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้

 

ที่มา : ASUS ประเทศจีน จาก Gizmochina

from:https://droidsans.com/asus-adolpad-10-pro-specs/

นับถอยหลัง… ASUS ประกาศเตรียมเปิดตัว ZenFone 8 เรือธงชิป Snapdragon 888 วันที่ 13 พฤษภาคม 2564

ASUS ประกาศเตรียมเปิดตัว ZenFone 8 ว่าที่เรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย พร้อมบอกใบ้อาจมี ZenFone 8 Mini มาร่วมแจมในงานด้วย เพิ่มทางเลือกให้กับคนที่ชอบมือถือขนาดกะทัดรัด แต่ไส้ในจัดเต็ม

แม้ว่า ASUS ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรกับเราเลยนอกเหนือจากวันและเวลาเปิดตัวข้างต้น แต่จากฐานข้อมูลของ Geekbench ทำให้เราได้ทราบว่า ZenFone 8 ในชื่อรหัส ASUS_I004D ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 888 พ่วงด้วย RAM 8GB ส่วน ASUS_I006D ที่อาจเป็น ZenFone 8 Mini (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) ใช้ชิปตัวเดียวกัน แต่มี RAM 16GB ทั้งคู่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11

จากข่าวลือก่อนหน้านี้ระบุว่า ZenFone 8 กับ ZenFone 8 Mini จะมาพร้อมกับหน้าจอ OLED อัตรารีเฟรช 120Hz ความละเอียด FHD+ ในขนาด 6.67 นิ้ว และ 5.92 นิ้ว ตามลำดับ โดยยกจุดเด่นเรื่องกล้องหลังที่พลิกมาถ่ายเซลฟี่ได้มาจากรุ่นก่อนด้วย แต่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ ZenFone 8 Pro

 

ที่มา : ASUS จาก GSMARENA

from:https://droidsans.com/asus-zenfone-8-series-13-may-2021/

Asus Zenfone 8 ซีรีส์เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 12 พฤษภาคมนี้

Asus ไม่ได้มีเพียงสมาร์ทโฟนซีรีส์ ROG เท่านั้นที่จำหน่ายในตลาดเพราะในที่อื่นๆ นั้น Asus ยังคงทำตลาดสมาร์ทโฟนปกติกับซีรีส์ Zenfone ไปด้วย ล่าสุดทางหน้าเว็บไซต์ของ Asus ได้ปล่อยภาพนับถอยหลังเตรียมเข้าสู่วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Zenfone ซีรีส์ 8 แล้ว จะน่าสนใจมากแค่ไหนไปติดตามกัน

asus zenfone 7 pro asus 9
Asus Zenfone 7 ที่มาพร้อมความแปลกกับกล้องแบบหมุน

Asus Zenfone 8

Asus Zenfone 7 นั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่อาจจะทำยอดจำหน่ายได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก(แต่ก็ทำยอดได้ในระดับที่ยังคงมีรุ่นสานต่อออกมาเรื่อยๆ) โดยใน Zenfone 7 รุ่น Pro นั้นมาพร้อมกับความเจ๋งแหวกไปจากสมาร์ทโฟนอื่นๆ ในตลาดด้วยระบบกล้องเดี่ยวที่สามารถหมุนใช้งานได้ทั้งหน้าและหลังทำให้ด้านหน้าจอของมันนั้นไม่มีรูหรือติ่งมาให้แกะกะสายตาในการมองอีกต่อไป

csm zenfone 8 mini 2304934819

สำหรับ Zenfone 8 นั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างจะมีข่าวลือหลุดออกมาน้อยมากๆ (เพราะไปหลุดเอาซีรีส์ ROG ที่เน้นสำหรับการเล่นเกมมากกว่า) อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นก็ยังคงมีข่าวลือออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันบ้างอย่างเช่น Zenfone 8 ซีรีส์นั้นจะประกอบไปด้วยสมาร์ทโฟนทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกันคือ Zenfone 8 Pro, Zenfone 8 และ Zenfone 8 Mini

ข้อมูลที่หลุดออกมามากที่สุดของ Zenfone 8 ซีรีส์นั้นคงต้องยกให้ Zenfone 8 Mini ที่จะมีสเปคดังต่อไปนี้

  • หน้าจอชนาด 5.9 นิ้วใช้พาเนลแบบ OLED ที่มี refresh rate 120 Hz
  • มาพร้อมชิปเซ็ทสุดแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำเริ่มต้นอยู่ที่ 8 GB

หากสเปคดังกล่าวที่หลุดออกมาเป็นเรื่องจริงแล้วนั้นถือได้ว่านี่อาจจะเป็นการกระตุ้นให้วงการสมาร์ทโฟนสะดุ้งกันได้ไม่มากก็น้อยเพราะโดยปกติแล้วนั้นสมาร์ทโฟนที่ตามท้ายด้วย Mini นั้นส่วนใหญ่มักจะถูกลดสเปคไปจากรุ่นพี่พอสมควร อย่างไรก็ดีในวันที่ 12 พฤษภาคม(หรือ 00.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม ตามเวลาในไทย) เราก็จะได้รู้กันแล้ว น่าเสียดายที่ Asus เลิกทำตลาดสมาร์ทโฟนในไทยไปได้สักระยะแล้วดังนั้นหากใครอยากได้เป็นเจ้าของก็อาจจะต้องตามหาร้านหิ้วกันเอาหน่อย

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/590606-https-www-notebookcheck-net-asus-zenfone-8-series-officially-confirmed-for-may-12-launch-featuring-the-touted-compact-zenfone-8-mini-534547-0-html

รีวิว ASUS TUF Gaming A15 FA506 สเปก Ryzen 7 5800H + RTX 3070 ทรงพลังแรงสุดในรุ่น จอสีตรง 240Hz ราคาดี 46,900 บาท

ASUS TUF Gaming A15 (FA506) เป็นอีกหนึ่งสุดยอด AMD Notebook ที่ทรงพลังในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ในปี 2021 สำหรับการที่เป็น Gaming Notebook ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H ด้วยเทคโนโลยีการผลิต 7nm จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Series ความแรงที่เหนือชั้นกว่า พร้อมสเปกอื่นๆ ก็จัดเต็มด้วย 

ต่อยอดความสำเร็จมาจาก ASUS TUF Gaming A15 รุ่นปีก่อน ที่ประสบความเร็จเป็นอย่างดี โดยเครื่องเองก็มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครทั้งจากดีไซน์ภายนอก ฟีเจอร์ภายใน รวมถึงความแข็งแรงทนทานตามสไตล์ของ TUF Series ด้วย นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ให้ความแรงลื่นทรงพลังที่คุ้มค่าที่สุดในงบประมาณ 3x,xxx – 4x,xxx บาททีเดียว

ASUS TUF Gaming A15

โดย ASUS TUF Gaming A15 FA506 เครื่องที่เราได้รับมารีวิวนั้น เป็นเครื่องขายจริง ได้ชิปประมวลผล Ryzen 7 5800H การ์ดจอ GeForce RTX 3070 ส่วนสเปกอื่นๆ มีหน่วยความจำแรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และมี SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มาให้ด้วย โดยราคารุ่นนี้อยู่ที่ 46,900 บาท 

ส่วนหน้าจอก็ขนาด 15.6″ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz มีเทคโนโลยี Adaptive Sync ให้ภาพลื่นไหลไม่ฉีกขาด พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home  ได้ประกัน 2 ปี แบบ Global Warranty และประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก พร้อมบริการด้วย 7-11 droppoint กว่าหมื่นสาขาทั่วประเทศไทย

VDO Review

Coming Soon !!!

NBS Verdict

ASUS TUF Gaming A15 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H Series ที่มีความเจ๋งมากมาย มาพร้อมกับประสิทธิภาพความแรงจากการที่ได้เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรมโค้ดเนม Cezanne สุดล้ำหน้า อีกทั้งยังเป็นแรนด์แรกที่ขายตั้งแต่ต้น ปี 2021 นี้ด้วย ดีไซน์ยังมีความเฉียบโดยฝาหลังจอแบบใหม่ ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้นพร้อมโลโก้ TUF Gaming แบบใหม่บริเวณมุมตัวเครื่องและหมุดยึดสี่มุมตามสไตล์

รวมไปถึง ASUS TUF Gaming A15 โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพสูง sRGB 89% พร้อมทำเลือกรุ่นที่รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing) ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอดีๆ ในการทำงานด้วย อย่างไรก็ตามถ้าเป็นรุ่น 144Hz จะได้ sRGB ที่ 60% โดยประมาณ

ASUS TUF Gaming A15

นอกจากนี้มีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra จำลองเสียง 7.1 ในการเล่นเกมได้ พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานอย่าง Wi-Fi 6 AX  และ Bluetooth 5.0 ซึ่งนับว่าเพียงพอต่อการใช้งานที่พื้นฐานเราแน่นอน อีกทั้งยังมีการตัด USB 2.0 Type-A ทางขวาตัวเครื่องออกไปแล้วที่มีในรุ่นก่อนออกไป โดยแทนที่เป็น USB 3.2 Gen 2 Type-A แล้วนั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15

ระบบระบายความร้อน ASUS Intelligent Cooling ของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 สามารถปรับการทำงานได้สามโหมด อีกทั้งยังมี Anti-Dust Cooling ช่องระบายฝุ่นที่อยู่ด้านข้างฮีทซิ้งค์ทั้งสองฝั่ง ซึ่งควบคุมความร้อนได้ดีขึ้นคือไม่เกิน 96 องศาเซลเซียสสำหรับชิปประมวลผล ช่วยให้เครื่องสามารถทำงานได้เสถียรยาวนาน แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป 

สรุปแล้ว ASUS TUF Gaming A15 FA506 มีความน่าใช้ในหลายๆ ส่วน ที่นอกจากเรื่องสเปกภายใน ความคุ้มค่าต่อราคาที่ได้แล้ว ในส่วนของฟีเจอร์อื่นๆ ก็ยังมีความน่าสนใจไม่น้อย อย่างชุมคีย์บอร์ดก็สามารถตอบสนองได้ดีเยี่ยมสมกับการที่เป็น Gaming Notebook เหมือนยกมาจาก ROG Series เลยก็ว่าได้ พร้อมปรับไฟคีย์บอร์ดแบบ RGB Aura โดยเป็นแบบ All Zone แม้อาจจะมีข้อจำกัดหลายๆ ส่วน แต่เข้าเอาจริงด้วย ก็ยังน่าซื้อมาใช้งานอยู่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเรารับข้อสังเกตได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง นอกจากนี้ในส่วนของบันเดินเองยังให้สติ๊กเกอร์ TUF เก๋ๆ มาให้ด้วย ไว้สำหรับติดนู้นนี่นั่นเอง

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 2

จุดเด่น ASUS TUF Gaming A15

  • ดีไซน์ใหม่ถูกใจตามสไตล์ TUF Gaming งานประกอบแน่นวัสดุดี ฝาหลังเป็นโลหะ
  • ตัวเครื่องมีความแข็งแรงทนทาน ผ่านมาตรฐานทางการทหาร Military Grade (MIL-STD-810H) 
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง AMD Ryzen 7 5800H แรงลื่นกว่า
  • การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 ที่ให้ความแรงลื่นที่มากกว่า GTX Series 
  • แรมขนาด 16GB Bus 3200 MHz แบบ Dual Channel จัดเต็ม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง มุมมองกว้าง พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าจัดการได้ดี ไม่ร้อนจนเกินไป ทำงานได้ไม่มีสะดุด
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ด้วย USB 3.2 Type-A / C รองรับ DisplayPort
  • รองรับการอัพเกรดทั้ง SSD M.2 เพิ่มอีก 1 ช่อง 
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 14 – 15 ชั่วโมง
  • มีซอฟต์แวร์ Armory Crate และ myASUS เวอร์ชันใหม่มาช่วยปรับแต่งการใช้งาน
  • มาพร้อม Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที มีความสเถียร์ของไดร์เวอร์
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม แรงลื่น ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต ASUS TUF Gaming A15

  • ดีไซน์หลักๆ ยังคล้ายเดิม หลักๆ เปลี่ยนที่ฝาหลังลวดลายใหม่ 
  • ไม่มี SD Card Reader มาให้ใช้งาน ทำให้ต้องหาอุปกรณ์มาเชื่อมต่อ
  • หน้าจอ IPS เกรดสูงขึ้น เฉพาะรุ่นสเปก 240Hz ส่วน 144Hz ยังใกล้เคียงรุ่นก่อน
  • การ์ดจอเป็นซีรีส์ Max-Q แต่ความแรงก็ไม่เป็นรอง Max-P เท่าไรนัก

Specification

ASUS TUF Gaming A15 FA506 สเปกที่นำมารีวิว มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H สถาปัตยกรรม Zen 3 มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 7 nm โค้ดเนม Cezanne ทำงานที่ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีไปอีกขั้นเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้แบบแรงขึ้นในทุกๆ การทำงานหรือเล่นเกม พร้อมผสานกับ APU การ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon 8 ที่เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐาน 2 มิติ 3 มิติทั่วไป ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็นรุ่นใหม่ NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) 

ซึ่งแรงลื่นและเย็นกว่า GTX 20 Series ในทุกๆ มิติ พร้อมฟีเจอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DLSS / Ray Tracing มาแบบจัดเต็ม รองรับกราฟิกที่สวยงามมากกว่า แต่ก็ได้ความแรงที่มากกว่า RTX 2060 รุ่นก่อน โดยเน้นให้มีความร้อนที่น้อยกว่าและประหยัดพลังงานเข้ากับตัวเครื่องที่บางเบา  แรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Dual Channel (8GB x 2 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่มีความลื่นไหลทั้งระบบ พร้อมอัพเกรด SSD M.2 ได้อีกตัวทันที 

ASUS TUF Gaming A15

โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าสำหรับสเปกนี้คือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ได้ด้วย ระบบการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.2 (Dual band)

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 3

พร้อมติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 Home และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate รุ่นใหม่ มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ สนนราคาของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 รุ่นใหม่สเปกที่นำมารีวิวอยู่ที่ 46,900 บาท (หรือถูกกว่านั้นในสเปกรองลงไป) จัดว่าคุ้มค่าไม่แพงเมื่อเทียบกับความแรง รวมไปถึงมีรุ่นหน้าจอ 17.3″ อย่าง A17 FA706 เป็นตัวเลือกด้วย 

ASUS TUF Gaming A15 FA506 / A17 FA706 รุ่นสเปกที่ขาย

ASUS TUF Gaming A15 FA506QM-HN077T ราคา 34,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 GDDR6 6GB
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Connector : Wi-Fi 6E (2 x 2) + BT5.1
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty 

ASUS TUF Gaming A15 FA506QR-HN035T ราคา 42,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 GDDR6 8GB
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Connector : Wi-Fi 6E (2 x 2) + BT5.1
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty 

ASUS TUF Gaming A15 FA506QR-HN035T ราคา 46,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 GDDR6 8GB
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD (1920 x 1080) 240Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Connector : Wi-Fi 6 AX (2×2) + BT5.1
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty

ASUS TUF Gaming A17 FA706QR-HX025T ราคา 44,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3070 GDDR6 8GB
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 17.3″ IPS Full HD (1920 x 1080) 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Connector : Wi-Fi 6E (2 x 2) + BT5.1
  • Keyboard : RGB Gaming Keyboard
  • Warranty : 2 Years  Inter / 1 Year Perfect warranty

Hardware / Design

ที่ผ่านมาหลายรุ่นหลายปีสำหรับ ASUS TUF Gaming Series นับว่าเป็น Gaming Notebook ที่ดีมากๆ เป็นการต่อยอดมาโดยตลอด ได้ทั้งความคุ้มค่า ประสิทธิภาพความแรง แบบที่หลายๆ อย่างยกมาจากรุ่นพี่ ROG เลย แต่มาในราคาที่ไม่แพง สามารถจับต้องได้ง่าย โดยที่ผ่านมาเราเห็นกันมาแล้ว อย่าง ASUS TUF Gaming  ซึ่งเป็นตัวแรงยอดนิยมสุดๆ

ได้สเปกเป็น AMD Ryzen 5000H กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 30 Seriesในช่วงงบ 3x,xxx – 4x,xxx บาท แทบไม่มี Gaming Notebook รุ่นไหนสู้ได้ทีเดียวในปีก่อน แน่นอนปี 2020 – 2021 ก็จัดเต็มนอกเหนือความแรงแล้ว ก็จะเป็นในส่วนของฟีเจอร์ประสบการณ์ใช้งานอื่นๆ รวมไปถึงดีไซน์ด้วย ให้ความรู้สึกเป็น Gaming Notebook อย่างแท้จริง

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 79

โดยการมาของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 มีความน่าสนใจยิ่งกว่าซึ่งนอกเหนือสเปกภายในแล้ว อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง slim bezel Nano-Edge นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก

ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก มีความทนทานระดับ Military Grade (MIL-STD-810H) ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้

ASUS TUF Gaming A15

ดีไซน์การออกแบบของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 เรียกได้ว่ายกระดับกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาแบบเหนือชั้น ฝาหลังจอแบบใหม่สีสัน Fortress Gray ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้นพร้อมโลโก้ TUF Gaming รูปแบบใหม่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี โดยมี TUF เป็นอักษรขนาดใหญ่ และมีโลโก้เล็กๆ ที่มุมขวาบน พร้อมด้วยหมุดยึดสี่มุมให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและเรียบหรูในเวลาเดียวกัน 

ส่วนด้านหลังตัวเครื่องออกแบบให้มีช่องระบายความร้อนแบบ 3 ทิศทาง ด้วยสองช่องขนาดใหญ่ด้านหลัง พร้อมอีก 1 ช่องด้านซ้าย ฟินระบายความร้อนเป็นสีทองแดง พร้อมระบบไหลฝุ่นอัตโนมัติ การันตีเรื่องของการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม เพื่อให้ตัวเครื่องใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด 

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 73

ฝาด้านล่างตัวเครื่องเป็นพลาสติกโพลีเมอร์ผสมซิลิคอนคาไบด์ สินแร่ที่มักถูกใช้ผสมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มคุณสมบัติการทนทานต่อความร้อน พบได้ในเบรก/คลัทช์ของรถยนต์ และแผ่นเซรามิกในเสื้อเกราะกันกระสุน นอกจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน ซึ่งฝาด้านล่างยังถูกออกแบบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งอีกขั้น ด้วยรูปทรงหกเหลี่ยมแบบรังผึ้ง (Honeycomb) ที่บริเวณช่องดูดลมเย็นเข้าเครื่องเพื่อช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งโครงสร้างภายในก็ยังเป็นรังผึ้งด้วย 

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 67

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของระบบระบายความร้อนก็ใช้ระบบ Scenario Profiles และ Self-Cleaning Cooling ที่สามารถปรับเร่งรับได้ พร้อมมี Anti-Dust Tunnel สำหรับเป่าฝุ่นออกมาให้อีกด้วย จัดเต็มจริงๆ ให้มาครบไม่มีกั๊ก ส่วนของคีย์บอร์ดจะให้ไฟ RGB แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง เชื่อมั่นได้เรื่องของความทนทาน 

ได้ Travel Key 1.8 มิลลิเมตร (ระยะที่กดปุ่มลงไปลึก) การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 61

ส่วนด้านในจะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีเยี่ยมสมการมาของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 รุ่นใหม่ปี 2021 ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ Gaming แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าที่สุดฟีเจอร์แน่นอนที่สุด 

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 26
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 24
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 31
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 46
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 50
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 52
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 55
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 59
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 74

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมไฟ RGB Aura โดยเป็นแบบ All Zone ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ รองรับการกดได้ทนทานถึง 20 ล้านครั้ง มีเทคโนโลยี Overstroke จากประสบการณ์ใช้งานจัดว่าเป็นคีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคยเสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว 

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 43

ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มิลลิเมตร พร้อมปุ่มมีความโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน อีกทั้งปุ่ม WASD จะมีความพิเศษคือเป็นสีขาวใส รวมถึงมี Numpad แป้นตัวเลขก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ แบบแป้นพิมพ์ Full Size ส่วนของทัชแพดที่มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง ถูกออกแบบมาให้เป็นแบบแยกปุ่มออกมาชัดเจน และทำไฮไลท์ที่มุมของทัชแพด เข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี ใช้งานได้แม่นยำ

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 35
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 37
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 36

Screen / Speaker

ASUS TUF Gaming A15 FA506  มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบเพียง 6.5 มิลลิเมตรทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูง สีสันตรง มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 240Hz ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Notebook ใช้งานพื้นฐานของปี 2021 ทั่วไปมากทีเดียว

ASUS TUF Gaming A15

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพมืออาชีพ ที่แน่นอนว่าต้องกว่า TN เรื่องของสีสันและมุมมอง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด 

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 89% และ AdobeRGB 68% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับกลางๆ ค่อนไปทางดี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดี9k,มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพหน่อยก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 220 cd/m2 แต่สำหรับช่องล่างกลางจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 12%  ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite นับว่าดีกว่ารุ่นสเปก 144Hz แน่นอน

ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบ Stereo แบบช่องเสียงออกสี่ทิศทางถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านใต้ตัวเครื่องมุมซ้ายขวา ให้เสียงดังขึ้น 1.8 เท่า และเบสที่ลึกกว่าเดิม 2.7 เท่า พร้อมจำลองเสียงแบบ 7.1 แชแนลผ่านการเชื่อมต่อหูฟัง ระบบเสียง DTS:X ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนักที่มากกว่า ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีกว่ามาตรฐาน Gaming Notebook ทั่วไปพอตัว 

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 15
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 16
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 14

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 FA506 ก็จัดว่าครบครันดีขึ้น ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบถ้วนใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตเกือบทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง มีทั้ง USB 3.2 Gen2 Type-C จำนวน 1 พอร์ตโดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 พร้อม USB 3.2 Type-A (Gen 1) จำนวน 3 พอร์ต พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวา โดยตัวเครื่องจะไม่มี SD Card Reader เหมือนรุ่นก่อนหน้าด้วย 

ASUS TUF Gaming A15

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.2 (2×2) และ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อนที่เป็น 5 AC  รองรับการใช้งานได้แบบสบายๆ ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 359.8 x 256 x 22.8 ~24.7 มม. น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ถือว่าอยู่ในเกณ์ที่ดีตามมาตรฐาน Gaming Notebook และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 200 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2 กิโลกรัมกลางๆ ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ ก็พกพาไปไหนมาไหนได้สบายๆ แน่นอน

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 68
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 66
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 1

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 FA506 เพื่อทำการอัพเกรดนั้นทำง่ายมากเพียงแกะน็อตออกทุกตัวแล้ว โดยมุมนึงจะมีสกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัวออกปกติ (ระวังความยาวไม่เท่ากันด้วย) เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว แบบ 3 ทิศทาง พร้อมระบายความร้อนที่มี Self-Cleaning Cooling  ที่อยู่ในชุดฟินสีทองแดง หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อน

ASUS TUF Gaming A15

จุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 4 เส้นขนาดใหญ่พาดผ่าน เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe สรุปคือเราสามารถติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCIe ได้ 2 ตัวพร้อมกันนั่นเอง แรมให้มาแล้วแบบ 16GB ที่เป็น 8GB x 2 แถว ซึ่งเอาเข้าจริงก็เพียงพอกับการใช้งานทุกๆ อย่างแล้ว แต่สำหรับในอนาคตใครอยากอัพเกรดแรมเป็น 16GB x 2 แถว ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 6
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 9
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 13
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 10
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 11
ASUS TUF F15 FA506 R5800H RTX3070 Review 12

Performance / Software

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงในตลาดของ Gaming Notebook ของ AMD อย่าง Ryzen 7 5800H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ มากกว่า Ryzen 4000H ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.20 – 4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 45W รองรับการทำงานประมวลผลหนักๆ หรือเล่นเกมได้ดีกว่า

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ และดีที่สุดแน่นอน เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 4000H อย่าง Ryzen 7 4800H แน่นอน พร้อมได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz (8GB x 2) ใช้งานได้ทันที ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

c1 7.   c2 7

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2000MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเป็นหลัก กับหน้าจอความละเอียดสูงให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

g1 7.   g2 7

อีกทั้งยังมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็น Max-Q ไม่ใช่ Max-P เน้นความแรงแต่ปลดปล่อยความร้อนที่ต่ำกว่า สถาปัตยกรรม Ampere  เทคโนโลยีการผลิต 8 นาโนเมตร โดยเป็น RTX เจนที่ 2 ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าที่เทียบเคียงอย่าง GeForce RTX 2070 ได้ดีกว่า ซึ่งไม่ใช่แค่แรงแต่ยังร้อนน้อยกว่าด้วย

เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ทุกประเภท ทั้งตัวหนาหนักและบางเบา รองรับ Ray Tracing ช่วยเพิ่มคุณภาพการแสดงแสงเงาให้แม้แต่เกมระดับ AAA ก็ยังสามารถปรับกราฟิกได้ถึง Ultra ให้ภาพสวยงาม ไหลลื่น สมจริงกว่าที่เคยมีมา เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว แม้ว่าจะเป็น Max-Q แต่ความแรงไม่เป็นรองสเปก Max-P เลย

cine15 5.   cine20 5 

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Ryzen 5000H เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4800H / Intel Core i7-10875H ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยก RTX 3070 เองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบนสุด ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

ssd 7

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 1TB แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3597 MB/s และเขียนที่ 3022 MB/s สมกับเป็นรุ่นบนๆ ของตลาดจริงๆ

pc10 7

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,595 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800H มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คปีก่อนๆ มากพอตัว

3d 1

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 8,321 และประมวลผลคาดการณ์เกม Apex Legends ปรับสุด Full HD ได้ 140+ FPS เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน

game test 6

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 100 – 160 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 8GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลจริงๆ

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย 

arm

นอกเหนือจากนี้ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ยังมี Armory Crate รุ่นใหม่ โดยเป็นซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS รุ่นใหม่ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบถ้วน

my

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS TUF Gaming A15 FA506 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติขนาด 90Whrs ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 13 – 14 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจมากๆ กับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้

batt2

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS TUF Gaming A15 FA506 เมื่อใช้งานแบบปกติ ชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียสเช่นกัน ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด

ด้วยการเปิดโหมด Turbo เพื่อเริ่งประสิทธิภาพ จากการทดสอบขณะนี้ดูได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ Hardware Monitor รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถดูข้อมูลได้ละเอียดมากๆ โดย CPU ชิปประมวลผล อยู่ที่ไม่เกิน 96 องศาเซลเซียส ส่วน GPU การ์ดจอจะอยู่ที่ไม่เกิน 78 องศาเซลเซียส ซึ่งต้องยอมรับว่าเย็นกว่ารุ่นก่อนๆ และเย็นกว่าหลายรุ่นในตลาด นับว่าทาง ASUS ทำการบ้านมาดีจริงๆ  

temp2 3

โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้ดีในแง่ของความลื่นไหล ไม่มีสะดุด ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมา แน่นอนว่ามากกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึงแต่ไม่ถึงขั้นดังรบกวน จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Windows เพื่อใช้งานทั่วไปก็สามารถทำได้ค่อนข้างเงียบทีเดียว

Conclusion / Award

จาการที่สัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานและความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ล้ำหน้า ขอบจอบาง น้ำหนักเบา มีไฟคีย์บอร์ด RGB งานประกอบและวัสดุที่เยี่ยมยอด ได้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นเมื่อเทียบกับ Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ รวมไปถึงระบบระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น สเปคประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญคือได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูง sRGB 89% ที่ Refresh Rate 240Hz ได้สเปกที่รองรับการเล่นเกมได้อย่างสนุกสนานอย่างแท้จริง 

ASUS TUF Gaming A15

ด้วยการรวมตัวของใหม่อย่าง AMD Ryzen 7 5800H ที่มีความแรงที่ดีกว่ารุ่นก่อนแบบไม่กั๊ก ที่สำคัญความร้อนมีไม่มาก พร้อมด้วยการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6) แบบ Max-Q และแรม DDR4 ขนาด 16GB ที่ไม่ต้องอัพเกรดแล้ว  อีกทั้งยังมี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 1TB แบบความเร็วสูง มาให้พร้อมใช้งาน ครบครันกับการใช้งาน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น TUF Gaming ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดัน แต่เน้นประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่าด้วย อย่างที่แบรนด์อื่นๆ ไม่สามารถให้ได้

ASUS TUF Gaming A15

เรื่องของการออกแบบที่ ASUS TUF Gaming A15 FA506 ทำได้ดีมาก ฉีกรูปแบบเดิมๆ ออกไป ด้วยดีไซน์สไตล์ TUG Gaming ที่เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6″ แต่มีมิติตัวเครื่องพกพาสะดวก ที่ดูดุดันจริงจังเกินราคา บวกกับฟีเจอร์อย่างคีย์บอร์ดมีไฟแบบพิเศษ ด้วยปุ่ม WASD เป็นแบบโปร่งแสงโดดเด่น ​ระบบเสียงคุณภาพดีเยี่ยม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 14 ชั่วโมง !!! ที่สำคัญเครื่องนี้มีระบบป้องกันฝุ่น Self-Cleaning Cooling พร้อมระบบระบายความร้อนจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ต้องการ Gaming Notebook ที่แรงและคุ้มค่าอย่างแท้จริง

ASUS TUF Gaming A15

ปิดท้ายเทียบ ASUS TUF Gaming A15 FA506 รุ่นใหม่ปี 2021 เทียบกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาดตอนนี้ที่ขายๆ กันอยู่ ในช่วงราคา 3x,xxx บาทขึ้นไป ตามแต่สเปกหรืองบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ ก็ต้องยอมรับว่าน่าซื้อสุดๆ นอกจากได้ชิปประมวลผลที่แรงขึ้นกว่าเดิม การ์ดจอที่แรงลื่นแม้จะเป็นซีรีส์ Max-Q (ปี 2021 นี้ทาง NVIDIA ไม่บอกแล้ว ต้องหาข้อมูลเสริมเอง) ไม่ใช่ Max-P แบบรุ่นก่อนๆ แต่ทาง ASUS ก็ OC เร่งความแรงขึ้นให้ด้วย ทำให้เล่นเกมได้ลื่นกว่าแล้ว ความร้อนต้องบอกว่าเย็นขึ้นได้อีก

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในปี 2021 รุ่นใหม่ๆ ได้ทำการส่งสเปกที่ใกล้เคียงนี้มาเหมือนกัน ทั้งสเปกที่เป็น AMD หรือ Intel โดยต้องเปรียบเทียบแล้วก็มีจุดเด่นและข้อสังเกตที่แตกต่างกันออกไป ตรงนี้เพื่อนๆ ต้องลองเปรียบเทียบกันอีกทีว่าชอบแบบไหน เพราะโจทย์ของการใช้งานแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่บอกเลยว่าถ้าใครสนใจ ASUS TUF Gaming A15 อยู่แล้วก็จัดได้เลย เพราะขายดีและของหายากจากความต้องการที่สูงและโรงงานผลิตไม่ทัน

ASUS TUF Gaming A15

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS TUF Gaming A15 FA506 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance 

ASUS TUF Gaming A15 FA506 สเปกใหม่ล่าสุด พร้อมขายก่อนใครเป็น AMD Ryzen 7 5800H + NVIDIA GeForce RTX 3070 + Ram 16GB Bus 3200Hz + SSD M.2 NVMe PCIe 1TB + มี Windows 10 Home ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงกว่า Gaming Notebook รุ่นก่อนๆ ทั้ง AMD Ryzen / Intel Core i รุ่นก่อนมากๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แบบนี้ 

 award new performance  

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ TUF Gaming โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS TUF Gaming A15 FA506 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แถมน้ำหนักเบาแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ที่สำคัญคือดีไซน์ให้ความสวยงามดูทนทานกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด จากการใช้สีสันเป็น Fortress Gray ใช้วัสดุเป็นโลหะผสมแบบอลูมิเนียมอัลลอยทั้งชิ้น

NBS award 7 Design

Best Durability

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มีความทนทานระดับ Military Grade ต่อแรงกระแทก อุณหภูมิสูงต่ำ ความชื้น ความกดอากาศ และแสงแดด เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook น้อยรุ่นนักที่มาพร้อมคุณสมบัติแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเราจะหาความทนทานระดับ Military Grade ได้ก็พวก Ultrabook ราคาแพงเท่านั้น แต่สิ่งนี้ ASUS จัดเต็มมาให้เลย สำหรับ Gaming Notebook ช่วงราคา 3x,xxx – 4x,xxx บาท นับว่ามีความใจเป็นอย่างมาก มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน

award new Durability

Best Gaming

นอกเหนือจากสเปกหลัก ยังให้ความ Gaming โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4  ได้ไฟคีย์บอร์ด RGB และระบบระบายความร้อนที่เยี่ยมยอดด้วย

award new Gaming

 

from:https://notebookspec.com/web/589923-review-asus-tuf-gaming-a15-r7-rtx-3070

Power Buy จัดโปรโมชั่น เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค และอุปกรณ์เสริม ทั้งลด ทั้งแถม คุ้มสุด ๆ

Promotion สายเกมไม่ควรพลาด Power Buy สวรรค์ของเหล่าเกมเมอร์ จัดโปรโมชั่น เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค และอุปกรณ์เสริมแบบจัดเต็ม ทั้งลด ทั้งแถม คุ้มสุด ๆ เฉพาะวันที่ 23 เมษายน – 30 เมษายน 2564 ช้อปได้ทั้งหน้าเว็บและหน้าร้าน ลดสูงสุด 44% ผ่อน0%* นานสุด 36 เดือน* เมื่อซื้อที่หน้าร้าน และผ่อน 0% นานสุด 10 เดือน เมื่อซื้อผ่านเว็บไซต์

Power Buy โปรโมชั่น เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค

ซื้อได้ที่เพาเวอร์บายทุกสาขา และ Online Store: https://bit.ly/3ndj2mC


โปรโมชั่น เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค Power Buy

AW07 22Apr NBGaming 01

เริ่มด้วยเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสุดคุ้ม Acer Nitro 15.6 นิ้ว ราคาพิเศษ 26,990 บาท จากราคาปกติ 28,990 บาท สเปคเป็น CPU AMD Ryzen 5 4600H + RAM 8GB + GTX 1650 Ti และความจุ 512GB

อีกรุ่นก็แรงไม่แพ้กัน ASUS TUF Gaming A15 หน้าจอ15.6 นิ้ว 144Hz ราคาพิเศษ 31,990 บาท จากราคาปกติ 33,990 บาท ถูกใจขาแรงด้วย CPU AMD Ryzen 7 4800H + RAM 8GB + GTX 1660 Ti และความจุ 512GB

AW07 22Apr NBGaming 02

เอาใจสาย Intel กันด้วย Acer Nitro 15.6 นิ้ว 144Hz ที่ขับเคลื่อนด้วย CPU Intel Core i5-10300H + RAM 16GB + 512GB SSD มีให้เลือกความแรงทั้ง 2 แบบได้แก่

  • VGA NVIDIA GEFORCE RTX2060 6 GB GDDR6 ราคาพิเศษ 32,990 บาท จากราคาปกติ 35,990 บาท
  • VGA NVIDIA GEFORCE GTX1650TI 4 GB GDDR6 ราคาพิเศษ 29,990 บาท จากราคาปกติ31,990 บาท
AW07 22Apr NBGaming 03

ตามมาด้วยเกมมิ่งโน้ตบุ๊คจากทาง Lenovo ไม่ว่าจะเป็น Lenovo Legion 5 CPU AMD Ryzen 5 + VGA GTX 1650Ti ราคาพิเศษ 28,990 บาท จากราคาปกติ 30,990 บาท หรือจะเป็น Lenovo IdeaPad Gaming 3 สเปค CPU AMD Ryzen 5 4600H ในราคาพิเศษ 23,990 บาท จากราคาปกติ 25,990 บาท

AW07 22Apr NBGaming 04

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คจากแบรนด์ HP ก็ร่วมโปรโมชั่นเช่นกัน สำหรับ HP Pavilion Gaming 15 มีให้เลือกทั้งสเปคที่เป็น CPU Intel และ CPU AMD 

  • สเปค AMD Ryzen 5 4600H ราคาพิเศษ 23,990 บาท จากราคาปกติ 24,990 บาท
  • สเปค Intel Core i7 ราคาพิเศษ 28,990 บาท จากราคาปกติ 30,990 บาท
AW07 22Apr NBGaming 05

มาต่อกันที่เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค Lenovo Legion 5 สเปค CPU Intel Core i5 กับราคาพิเศษ 27,990 บาท จากราคาปกติ 30,990 บาท หรือจะเป็น Lenovo IdeaPad Gaming 3 สเปค CPU AMD Ryzen 7 ก็จัดโปรในราคาพิเศษ 27,990 บาท จากราคาปกติ 28,990 บาท

AW07 22Apr NBGaming 06

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คซีรี่ส์คุ้มค่าอย่าง Lenovo IdeaPad Gaming 3 รุ่น CPU AMD Ryzen 7 4800H กับราคาพิเศษเพียง 25,990 บาท จากราคาปกติ 26,990 บาท หรือจะเป็นรุ่นซีพียู Intel อย่าง Lenovo IdeaPad Gaming 3i ขับเคลื่อนด้วย Intel Core i5 และ VGA GTX 1650Ti เล่นเกมออนไลน์สบาย ๆ ในราคาพิเศษ 26,990 บาท จากราคาปกติ 27,990 บาท

AW07 22Apr NBGaming 07

Lenovo IdeaPad Gaming 3 รุ่นซีพียู AMD Ryzen 5 4600H จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ 21,990 บาท จากราคาปกติ 23,990 บาท หรือถ้าเน้นสเปคแรงขึ้นมาอีกนิด Lenovo Legion 5 รุ่น CPU AMD Ryzen 7 4800H + VGA GTX 1650Ti เล่นเกมก็ได้ ตัดต่อก็ยังไหว กับราคาพิเศษ 30,990 บาท จากราคาปกติ 32,990 บาท

AW07 22Apr NBGaming 08

นอกจากสินค้าประเภทเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่จัดโปรโมชั่นแล้ว ยังมีอุปกรณ์อย่างหูฟังเกมมิ่งลดราคาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น NUBWO-X98 ราคาเบา ๆ 490 บาท หรือจะเป็น Razer Kraken X Lite ก็มีโปรลดราคา เหลือเพียง 990 บาท จากราคาปกติ 1,790 บาท

AW07 22Apr NBGaming 09

ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์สำคัญของเกมเมอร์อย่าง Gaming Mouse และ Gaming Keyboard 

  • Razer DeathAdder ราคาพิเศษ 699 บาท จากราคาปกติ 990 บาท
  • Gaming Mouse Neolution ราคาพิเศษ 590 บาท
  • Logitech G813 RGB วิบวับในราคาเพียง 4,490 บาท ผ่อนชำระ 0% เริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,123 บาท ผ่านบัตรที่ร่วมรายการ

Power Buy จัดให้ กับโปรโมชั่นลดแรงส่งท้ายเดือนเมษายน สินค้าในกลุ่มเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค และอุปกรณ์เสริมเกมเมอร์ตัวจริงไม่ควรพลาด เพราะมีสินค้าที่น่าสนใจหลายรุ่น พร้อมโปรโมชัน ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อแลกคะแนน The 1**

AW07 22Apr NBGamingCover 01

และเอาใจเกมเมอร์มากขึ้น ซื้อปุ๊บ รับสินค้ารวดเร็วทันใจไม่ต้องรอนาน มีบริการพิเศษมากมาย ทั้งส่งด่วนภายใน3 ชั่วโมง หรือ สั่งแล้วไปรับที่ร้านภายใน 1 ชั่วโมง

*เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ / เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ / ราคาออนไลน์และหน้าร้านอาจแตกต่างกัน / เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / บริษัทฯ สงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโดยมิแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

**12.5% ของคะแนนที่แลก แต่ไม่เกินราคาสินค้า

from:https://notebookspec.com/web/590353-promotion-power-buy-gaming-notebook

หลุดภาพการ์ดเหมือง ASUS CMP 30HX มี RGB คาดราคา 25,000 บาท

ก่อนหน้านี้ NVIDIA เปิดตัวการ์ดจอ NVIDIA CMP การ์ดจอซีรี่ส์ขุดเหมืองโดยเฉพาะแล้ว และวันนี้ก็หลุดภาพ ASUS CMP 30HX การ์ดขุดเหมืองโดยเฉพาะที่ใส่ซิ้งค์ระบายความร้อนของทาง ASUS มาพร้อมคำว่า CMPและไฟ RGB บนตัวการ์ดด้วย ใช้ซิ้งค์ระบายความร้อนของการ์ดจอ GEFORCE GTX 1660 SUPER DUAL EVO ของทางบริษัทแต่ตัดพอร์ตต่อหน้าจอที่ท้ายการ์ดทิ้งไป โดยภาพหลุดทั้งหมดนี้มาจาก VideoCardz เป็นผู้ปล่อยออกมา

ASUS CMP 30HX

สเปคของ ASUS CMP 30HX

ASUS CMP 30HX 2
ASUS CMP 30HX 3
P setting xxx 0 90 end 692

สำหรับดีไซน์และจุดแตกต่างระหว่าง CMP 30HX กับ GEFORCE GTX 1660 SUPER DUAL EVO คือเรื่องตัวการ์ด ASUS CMP จะเป็นตัวการ์ดอย่างเดียว ไม่มีพอร์ต I/O เอาไว้ต่อหน้าจอด้านหลังการ์ดและมีพัดลมคู่เอาไว้ระบายความร้อน ความหนาอยู่ที่ 2.7 สล็อต ซึ่งถ้าเอาไปทำ Rig ก็เรียกว่าใหญ่ไล่ ๆ กันกับการ์ด GEFORCE ที่เหมาไปขุดกันจนขาดตลาดเลย

ตัวการ์ด CMP 30HX ไม่มีพอร์ตต่อหน้าจอดังนั้นก็จะใช้ขุดเหมืองได้อย่างเดียว เอาไปเล่นเกมหรือเป็นการ์ดประมวลผลกราฟฟิคอื่น ๆ ไม่ได้เลย ก็อาจจะทำให้ชาวเหมืองที่หวังว่าเหมืองแตกก็จะขายการ์ดจอต่อน่าจะไม่ชอบนัก

 

ASUS CMP 30HX 5

ด้านสเปคของการ์ดจอตัวนี้มีดังนี้

  • ตัวการ์ดเป็นชิป NVIDIA CMP 30HX คาดว่าเป็นสถาปัตยกรรม Turing รหัส TU116-100 
  • ความเร็วเริ่มต้น 1,530 MHz เร่งความเร็วไปได้ 1,785 MHz เร็วเท่ากับ GEFORCE GTX 1660 SUPER
  • แรมการ์ดจอขนาด 6 GB GDDR6 Memory Clock ที่ 14 Gbps
  • Memory Interface ขนาด 192-bit
  • ใช้สายไฟ 8-pin x 1 สายเพื่อจ่ายไฟให้ตัวการ์ด
  • มีแถบไฟ ARGB ติดอยู่บนตัวการ์ดด้วย
  • มิติตัวการ์ด 24.2 x 13 x 5.3 cm. (ยาวxกว้างxหนา)

nvidia cmp spec

อ้างอิงจากข้อมูลสเปคที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ตัวการ์ดจะมีค่า Hash Rate ที่ 26 MH/s ใช้พลังงาน 125W และมีกำหนดวางขายเดือนพฤษภาคมนี้ ราคา 799 ดอลลาร์ หรือราว 25,000 บาท อย่างไรก็ตาม เรื่องความคุ้มค่าของการ์ดตัวนี้จะตรงใจชาวเหมืองหรือไม่ต้องรอดูหลังจากเปิดตัวแล้วชาวเหมืองเอาไปใช้งานกัน

ที่มา : TechPowerUp, VideoCardz

from:https://notebookspec.com/web/589220-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-asus-cmp-30hx-%e0%b8%a1%e0%b8%b5-rgb