คลังเก็บป้ายกำกับ: Article

ลดอิทธิพลยักษ์ใหญ่ไอที รัฐสภายุโรปออกกฎคุมเข้มลิขสิทธิ์ ต้องลบเนื้อหาทันที ก่อนจะมีใครแจ้ง

Facebook Google Amazon Apple Microsoft

กฎหมายใหม่: บริษัทไอทีต้องลบเนื้อหาที่ผิดลิขสิทธิ์ทันที ก่อนที่จะมีใครมาแจ้ง

รัฐสภายุโรปออกกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ โดยกำกับให้บริษัทไอทีแพลตฟอร์มทั้งหลายต้องทำการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์กับศิลปิน/นักดนตรี นักเขียน และสำนักข่าว ก่อนที่จะมีการนำเอาผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนังสือ หรือข่าวมาโพสต์บนแพลตฟอร์ม

นอกจากนั้น ในกรณีที่พบว่ามีการโพสต์ผลงานที่ผิดลิขสิทธิ์จากผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม กฎหมายใหม่ระบุว่าบริษัทไอทีจะต้องทำการลบผลงานชิ้นนั้นออกจากแพลตฟอร์มโดยทันที ชนิดที่ไม่ต้องรอให้ใครมาแจ้งแล้วค่อยลบ เหมือนที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน

พูดง่ายๆ คือ กฎหมายใหม่นี้จะเข้มงวดกับลิขสิทธิ์เนื้อหาบนแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น และเรียกร้องให้บริษัทไอทีต้องมีท่าที active ต่อการกำกับเนื้อหาที่ผิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์ม

  • ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น Google ที่มี Google News ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข่าวจากสำนักต่างๆ (คล้ายๆ กับ LINE TODAY บ้านเรา) โดยกฎหมายใหม่ของรัฐสภายุโรปจะกำกับให้ Google ต้องทำการขอใบอนุญาตจากสำนักข่าวหรือผู้ผลิตเนื้อหาก่อนที่จะนำมาเผยแพร่

The New York Times รายงานว่า กฎหมายทำนองนี้เคยออกมาก่อนแล้วในประเทศสเปน โดยหลังจากนั้นได้ทำให้ Google ถอด Google News ออกจากการให้บริการในประเทศสเปนไปแล้ว

กลุ่มผู้สนับสนุนการออกกฎหมายในครั้งนี้ บอกว่า กฎหมายนี้เป็นการบังคับให้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ของผลงานต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ (creative industries) ในยุโรป

อย่าไรก็ดี เป็นที่ทราบกันว่า การเติบโตของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ถูกตั้งคำถามมาตลอดถึงอิทธิพลที่มากเกินไปจนทำให้เกิดการผูกขาดตลาด อย่างเช่น Google และ Facebook ได้ผูกขาดตลาดโฆษณาไปเกินกว่าครึ่งในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการออกกฎหมายในครั้งนี้จึงมองได้ว่าเป็นการลดอิทธิพลของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่นั่นเอง

ที่มา – The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/european-parliament-tech-industry-copyright/

โฆษณา

อยากได้คอมใหม่ต้องไปคอมมาร์ต! รวมไฮไลท์ โปรโมชั่นเด็ด “COMMART CONNECT 2019” ที่อยู่ใกล้รถไฟไปถึงนะครับ!!

 

นับเวลาถอยหลังเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงงานมหกรรมไอทีครั้งยิ่งใหญ่ของช่วงต้นปีนี้  “Commart Connect 2019” งานแสดงสินค้าไอที และนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีอันดับ 1 ของไทย โดยในปี 2562 มีความเปลี่ยนแปลงในด้านสถานที่จัดของงาน ที่ย้ายจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มาจัดที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC บางนา) โดยงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 – 31 มีนาคม 2562

ซึ่งการเดินทางมางาน Commart ขอบอกเลยว่ายังคงสะดวกสบายเหมือนเช่นเคย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รวมไปถึงขนส่งสาธารณะ ก็มีความสะดวกคล่องตัว แถมภายในไบเทคยังมีที่จอดรถ Indoor Parking ได้มากกว่า 3,000 คัน มากันแบบชิล ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าที่จอดรถจะไม่พอครับ

สำหรับไฮไลท์ที่น่าสนใจภายในงาน Commart Connect 2019 ซึ่งนอกจากจะเน้นในกลุ่มสินค้าไอทีเหมือนทุกปีแล้ว ในงานรอบนี้ยังมีอีกหลาย ๆ สิ่งที่น่าสนใจ และมีความแตกต่างไปจากงาน Thailand Mobile Expo 2019 ที่เพิ่งจะผ่านมาอีกด้วย เช่นสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานร่วมกับรถยนต์, กล้อง, โดรนและRobotics, แอปพลิเคชั่นและงานสัมนา อัพเดตเทรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เรียกว่ามาเดินงานเดียวแต่จบครบทุกความต้องการอย่างแท้จริง

“รวมไฮไลท์สินค้าที่น่าสนใจและสินค้าใหม่ที่จะมาเปิดตัวภายในงาน COMMART CONNECT 2019”

แนะนำ 6 โน๊ตบุ๊คบางเบาน่าใช้ ในราคาไม่เกิน 30,000 บาท ณ งาน COMMART CONNECT 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

คัดเลือก 6 รุ่นบางเบาหรือ Ultrabook น่าใช้ มาพร้อมสเปกดีและดีไซน์แจ่ม ในราคาไม่เกิน 30,000 บาทเท่านั้น พบกันได้ที่งาน Commart Connect 2019

ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ https://bit.ly/2JHkZHW

—————————————————

เตรียมพบกับแบรนด์ ASUS และโปรโมชั่นพิเศษต่าง ๆ ได้ในงาน COMMART CONNECT 2019 

พบกับกองทัพโปรดักส์ จากค่าย ASUS ทั้ง Notebook และ All in one ตัวแรง พร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจภายในงาน


28-31 มีนาคม 2562
ณ ไบเทค บางนา
ฮอลล์ 98-99

10:00 น. – 20:00 น.

————————————————

พบกับ NOTEBOOK ตัว TOP จากหลากหลายแบรนด์ ที่พร้อมตอบทุกโจทย์การใช้งาน

– สายทำงานนนนนนยาวววๆ –
DELL PRECISION 7530

– สายเกม และอยากพกพาด้วย –
ASUS ROG ZEPHYRUS S GX701

– สายคุ้มค่า พกง่าย ราคาน่าโดน –
LENOVO IDEAPAD 320S

– สายพกง่าย บางเบา ใช้ทั่วไป –
ACER SWIFT 7 (2019)

– สายเกมหนัก ๆ จัดกันปายย –
MSI GT75 8SG

– สายดีไซน์ต้องมาก่อน ถือแล้วต้องเท่ห์ –
HP SPECTRE X360 (2019)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aripfan.com/hp-spectre-x360-2019/

—————————————————

“แกะกล่องยั่วน้ำลาย” MSI GS75 STEALTH เพรียวบาง แต่มีพลัง

พบกันที่งาน Commart Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

—————————————————

“แกะกล่องยั่วน้ำลาย” LENOVO YOGA S730 กล่องสวย เครื่องบาง

พบกันที่งาน Commart Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

—————————————————

“แกะกล่องยั่วน้ำลาย” ASUS ZENBOOK UX333 BURGUNDY RED สีแดงงาม ๆ

พบกันที่งาน Commart Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

—————————————————

พบกับความไฮเทคจากผลิตภัณฑ์ ROBOTICS ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

 

ภายในงานพบกับความไฮเทคจากผลิตภัณฑ์ Robotics ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้ง Jimu robot ชุดหุ่นยนต์ประกอบรูปแบบรถ, Yanshee หุ่นยนต์การเรียนรู้เพื่ออนาคต, Alpha 1E หุ่นยนต์โต้ตอบอัจฉริยะ ที่มีจุดเด่นเพื่อการเรียนรู้ สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ภายในงานยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่นแข่งขันทักษะการบังคับหุ่นยนต์ รวมถึง Workshop ที่เปิดสอนการการเขียนโปรแกรมภาคเบสิคอย่างง่าย เพื่อใช้ในการควบคุมบังคับหุ่นยนต์  ซึ่งเป็นการส่งเสริมจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8-12 ปี

—————————————————

หมดกังวลเรื่องรถยนต์สตาร์ทไม่ติดไปได้เลย!!!


ปัญหาแบตฯ หมดแก้ง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์ช่วยจั๊มพ์สตาร์ทรถยนต์ GoTrec ที่มีให้เลือกถึง 2 รุ่น

เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Commart Connect 2019
ที่ไบเทค บางนา บูธ E68

—————————————————

SIPAD เพียงแค่เสียบก็ปลอดภัย 


พบกันที่บูธ E20 Hall 98-99 ไบเทคบางนา

—————————————————

เตรียมพบกับ REDRAGON THAILAND แบรนด์ GAMING GEAR มาแรง

ลดหนัก แถมแหลก แน่นอนนนน เจอกันได้ที่งาน Commart Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

—————————————————

🛒 ของมันต้องมี พบสินค้า GOTREC กล้องติดรถยนต์ ราคาพิเศษได้ที่งาน COMMART CONECT 2019

📌 ไบเทค บางนา ฮอลล์ 98-99 บูธที่ E 68
📆 28-31 มี.ค. 62

10:00 น. – 20:00 น.

—————————————————

WATASHI IOT SMART HOME


เปลี่ยนบ้านคุณให้เป็น Smart Home & Smart Security
กับชุดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวก IOT อัจฉริยะ จาก Watashi
ที่จะช่วยปกป้องคุณ ให้ปลอดภัยมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน
พร้อมทั้งให้คุณสามารถควบคุมอุปกรณ์ความปลอดภัยทุกอย่างผ่านปลายนิ้วสัมผัส

WATASHI ผู้นำกล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ IOT อันดับ 1 ของประเทศ
พบกันที่งาน Commart Connect 2019 บูธ E25,E35

—————————————————

LOOX TV แอปคู่ใจของคนชอบดูทีวี / พบกับกิจกรรม “โหลด ไลค์ แชร์ ลุ้นของรางวัลมากมาย” ที่งาน COMMART CONNECT 2019 @ไบเทค บางนา ฮอลล์ 98-99 (บูธ E6)

28-31 มีนาคม 2562
ณ ไบเทค บางนา 
ฮอลล์ 98-99

10:00 น. – 20:00 น.

—————————————————

พบกับแอพฯ MEA SMART LIFE ได้ที่บูธ DIGITAL PAVILION ณ งาน COMMART CONNECT 2019

MEA Smart Life แอพฯ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า จากทาง การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. สามารถชำระค่าไฟผ่านแอพฯ เช็กประวัติการใช้ไฟฟ้า แจ้งเหตุไฟฟ้าดับ คำนวนค่าไฟ และดูประกาศดับไฟฟ้ากับติดตามข้อมูลข่าวสารจากทาง กฟน. โดยตรง

—————————————————

เตรียมพบกับแอพฯ BFLIX ได้ที่โซน DIGITAL PAVILION ในงาน COMMART CONNECT 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

แอพฯ ดูหนังออนไลน์ https://bit.ly/2Tu5UJB สำหรับคอภาพยนต์หรือซีรีย์อินเดียโดยเฉพาะ คัดสรร Content ส่งตรงจากบอลลีวูด มีดูให้เพียบ และทดลองใช้ฟรีก่อนได้ 30 วัน ดูให้จุใจไปเลย

—————————————————

“EVENT COMMART CONNECT 2019”

ลบความเชื่อผิด ๆ ที่คิดว่ามาเดินงาน Commart แล้วจะมีแต่สินค้าไอมีเพียงอย่างเดียว เพราะทางผู้จัดเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องของจิตอาสาและการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสวนร่วม ภายในงานจึงมีการจัดสัมมนาฟรี ในเรื่องของไอทีอัพเดตเทรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมากความสามารถ (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) พบกันได้ที่ @Zone Digital Pavillion Commart Connect 2019

งานสัมนาจะมีครบตลอดทั้ง 4 วัน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมนาสามารถลงทะเบียนได้ที่ >> https://bit.ly/2TxN9on 

  1. วันที่ 28 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น.

หัวข้อ: 5G จุดเปลี่ยนธุรกิจและชีวิตแห่งอนาคต”รับฟังข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ เมื่อ 5G จะมาพลิกชีวิตและการดำเนินธุรกิจให้ล้ำขึ้น

โดย คุณก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านโทรคมนาคม
ที่งาน COMMART CONNECT โซน Digital Pavilion

 

2. วันที่ 29 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น.

หัวข้อ: แฮค ลวง หลอก รู้ทันภัยไซเบอร์ อัพเดตภัยไซเบอร์ล่าสุดที่ใกล้ตัวคุณและลูกหลาน เยาวชน และเทคนิคป้องกันการถูก แฮค ลวง หลอก ก่อนจะสายเกินไป

โดย พ.ต.อ.สันติพัฒน์ พรหมะจุล ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญกรรมทางเทคโนโลยี
ที่งาน COMMART CONNECT โซน Digital Pavilion

3. วันที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น.

หัวข้อ: พรบ.ไซเบอร์ กับความเป็นส่วนตัวของคนไทยอัพเดทข้อมูลผลกระทบและสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

โดย คุณ วิชัย วรธานีวงศ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสด้านไอที และผู้จัดรายการ CEO VISION ที่งาน COMMART CONNECT โซน Digital Pavilion

 

4. วันที่ 31 มีนาคม 2562 เวลา 13.00 น.

หัวข้อ: ต้องปรับตัวอย่างไร ก่อน AI มาแย่งงานทำ เมื่อเทคโนโลยี AI คืบคลานเข้ามาแทนที่ อาชีพอะไรกำลังเสี่ยงตกงาน และต้องปรับตัวอย่างไร…ให้อยู่รอด

โดย คุณชุติพงษ์ เบญจสัตย์กุล ที่งาน COMMART CONNECT โซน Digital Pavilion

—————————————————

“รวมไฮไลท์โปรโมชั่นที่น่าสนใจภายในงาน COMMART CONNECT 2019”

โปรโมชั่น ACE GAMING / DIY ผ่อน 0% นาน 10 เดือน!

28-31 มีนาคม 2562
ณ ไบเทค บางนา 
ฮอลล์ 98-99

10:00 น. – 20:00 น.

—————————————————

โปรโมชั่นสุด HOT จาก IT CITY สำหรับสาย GAMING / DIY  พร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือน!

28-31 มีนาคม 2562
ณ ไบเทค บางนา 
ฮอลล์ 98-99

10:00 น. – 20:00 น.

—————————————————

โปรโมชั่น: “ISTUDIO” ได้เวลาอันยิ่งใหญ่ประจำปีแล้วจ้าาา👨‍🎤

ลดไม่ยั้ง จัดหนักรับ Commart เรียงรายมาด้วย Macbook , iPad , iPhone ราคาสุดฉ่ำดูรายละเอียดรุ่นและราคาได้ที่ https://bit.ly/2JodHsH

มาพบกันนะคะในวันที่28 – 31 มีนาคม 2562 นี้ที่ไบเทคบางนา บูธ iStudio by SPVi No.C14 เวลา 10:00-20:00น.

—————————————————

โปรโมชั่น: นาทีทองของคนอยากได้จอ ลดสูงสุด 50%* ทุกวัน วันละ 3 รอบ ⚡

ลุ้นเป็นเจ้าของจอคุณภาพจากเดลล์หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น UltraSharp, UltraThin หรือ Alienware ลดแรงๆ 50% ราคาพิเศษแบบนี้พบกับที่ COMMART Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคม 2562 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 98 – 99 บูธเดลล์ A10 เท่านั้น

*ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินให้รางวัลส่งเสริมการขาย โดยคำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

**รายการส่งเสริมการขายและรายละเอียดของสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

—————————————————

โปรโมชั่น EPSON

 

– Epson ECO Tank Printer L3150 ราคาพิเศษ 4,990 บาท แถมฟรี Gift Voucher มูลค่า 200 บาท

– Epson ECO Tank M2140 ราคาพิเศษ 9,290 บาท แถมฟรี Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท

พบกันที่บูธ Epson A5 ณ งาน Commart Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้

—————————————————

โปรโมชั่น: เปิดประสบการณ์ช้อป…สุดคุ้ม! กับหลากเครื่องใช้ไฟฟ้าลดหนักทั้งงาน 

#HomeProHomeElectricSuperSale ที่งาน Commart Connect 2019
ลด+รับสูงสุด 35%* และลดเพิ่มอีกสูงสุด 3,000.-

พิเศษ!!
บัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ลด+รับสูงสุด 5%* และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13,000.-
พบกัน 28-31 มี.ค. 62 บูธ D5 ฮอลล์ EH98 ไบเทค บางนา

—————————————————

โปรโมชั่น ISTUDIO BY SPVI

ถล่มราคาสุดอลังการ !! มหกรรมสินค้าราคาพิเศษ เฉพาะที่งาน Commart Connect 2019 วันที่ 28 – 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

ดูรายละเอียดโปรโมชั่น SPVi แบบชัด ๆ ได้ที่ https://bit.ly/2JodHsH

—————————————————

โปรโมชั่น: บานาน่า กลับมาใหม่ จัดใหญ่กว่าเดิม @COMMART THAILAND

BaNANA BACK IN BIG บานาน่า กลับมาใหม่ จัดใหญ่กว่าเดิม สินค้า Smartphone, it Gadget ราคาพิเศษ ลดสูงสุด 80%

– สินค้า Apple ประหยัดสูงสุด 60%
– สินค้า Clearance ลดสูงสุด 60%
– สินค้านาทีทอง ลดสูงสุด 80% ทุกวันเวลา 12.30 น. | 19.30 น.
– ผ่อน 0% ทุกชิ้น ทั้งงาน นานสูงสุด 24 เดือน*
– เครดิตเงินคืนสูงสุด 35,000 บาท
– ส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 5,000 บาท เมื่อซื้อเครื่องรุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมเปิดเบอร์ทรู*

พบกับ BaNANA BACK IN BIG บานาน่า กลับมาใหม่ จัดใหญ่กว่าเดิม ลดสูงสุด 80% ในงาน Commart Connect 2019 ณ ไบเทค บางนา Hall 99 วันที่ 28 – 31 มี.ค. 62

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นทั้งหมดได้ที่ https://bit.ly/2Wr7fTn

รายละเอียดโปรโมชั่นจัดสเปกคอมฯ จาก Banana ในงาน COMMART CONNECT 2019

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นทั้งหมดได้ที่ https://bit.ly/2Wr7fTn

รายละเอียดโปรโมชั่น Apple จาก Banana ในงาน COMMART CONNECT 2019

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นทั้งหมดได้ที่ https://bit.ly/2Wr7fTn

—————————————————

โปรโมชั่นจัดหนักจาก CORSAIR GAMING ในงาน COMMART CONNECT 2019

—————————————————

โปรโมชั่นยั่ว ๆ จ้า เตรียมพบกับเซอร์ไพร์สจากทีพี-ลิงค์

ที่ขนทัพอุปกรณ์เน็ตเวิร์คอุปกรณ์ขยายสัญญาณมากมายหลากหลายรุ่นลดไม่ยั้ง จัดหนักรับ Commart เพื่อลูกค้าทุกท่าน

มาพบกันได้ตั้งแต่ วันที่ 28 – 31 มีนาคม 2562 ณ ไบเทคบางนา บูธ J.I.B. , Banana IT , IT City และ Speed Computer เฉพาะ งาน Commart Connect 2019 เท่านั้น !!

—————————————————

พบกับ GAMESIR ได้ที่บูธ JIB ในงาน COMMART 2019

ที่ไบเทคบางนา ตั้งแต่วันที่ 28-31 มีนาคม 2562 งานนี้นอกจากจะมีเกมส์มาให้ลองเล่นกันแล้ว ยังมีโปรโมชั่นอีกเพียบภายในงาน

—————————————————

โปรโมชั่น “DJI”เก็บทุกภาพความทรงจำ ไปกับดีเจไอ

เก็บทุกภาพความทรงจำ ไปกับดีเจไอ การถ่ายภาพมุมสูงและกิจกรรมสุดสำคัญ ด้วยคุณภาพแบบมืออาชีพที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

28-31 มีนาคม 2562
ณ ไบเทค บางนา
ฮอลล์ 98-99

10:00 น. – 20:00 น.

—————————————————

พบกับบูธ GOPRO ได้ที่ E40

มีโปรโมชั่นซื้อกล้อง GoPro ผ่อน 0% 10 เดือน ของบัตร Kbank , KTC , SCB , แบงค์กรุงเทพ และบัตรในเครือกรุงศรี รับ Cashback 300 บาท พร้อมกับลุ้นจับรางวัล Adventure Trip EP.3 เที่ยวทะเลเกาะขาม 2 วัน 1 คืน

—————————————————

โปรโมชั่นแรกจาก​ AMD

– ซื้อ CPU AMD Athlon 200GE แถมฟรี เครื่องคิดเลข !!

เฉพาะ Commart Connext 2019 ณ ไบเทค บางนา วันที่​ 28-31 มีนาคมนี้​ เวลา​ 10.00​ -​ 20.00น.​ เท่านั้น

—————————————————

“รวมข้อมูลและวิธีเดินทางมายังงาน COMMART CONNEXT 2019 ณ ไบเทค บางนา”

สำหรับการเดินทางมางาน Commart ขอบอกเลยว่ายังคงสะดวกสบายเหมือนเช่นเคย สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รวมไปถึงขนส่งสาธารณะ โดยทางเว็บ ibelieveit ขอสรุปเป็นไกด์ไลน์ให้ดังนี้ครับ

1.เดินทางด้วยรถยนต์

ให้เลือกเส้นทางขาเข้าประตูที่ 3 ลงทางด่วน “สมุทรปราการ-สำโรง (สุขุมวิท)”  ชิดซ้าย เข้าไบเทค

หรือเข้าประตู 1 – ลงทางด่วน บางนา-ตราด ขึ้นสะพานกลับรถ ชิดซ้ายเข้าไบเทค

ภายในไบเทคมีที่จอดรถ Indoor Parking ได้มากกว่า 3,000 คัน มากันชิล ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าที่จอดรถจะไม่พอครับ

2. เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS

การเดินทางมา BITEC บางนาด้วย BTS ขอบอกว่าสะดวกมาก ๆ เพราะมีทางเชื่อม Sky walk สามารถเดินเข้าสู่ BITEC ด้วยเวลาไม่ถึง 2 นาที สำหรับการเดินทางให้ขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีบางนา (E13) แล้วใช้ทางออกประตู 1 เดินเข้าสู่ทางเชื่อม (Sky walk bridge) เพื่อเข้าสู่ BITEC บางนา

3. เดินทางด้วยรถตู้ และรถประจำทาง 

การเดินทางมา BITEC บางนา ด้วยรถประจำทางสามารถทำได้ทั้งรถตู้และรถเมล์

รถตู้ -สายใต้ หัวลำโพง รังสิต หมอชิต2 สีลม พระราม2

รถประจำทาง จากถนนสุขุมวิท ขึ้นรถประจำทางสาย 2, 23, 45, 102, 116, 142, 507, 508, 511, 513, 563, 544, 552A
จากถนนบางนา-ตราด ขึ้นรถประจำทางสาย 38, 46, 46A, 48, 132, 133, 139, 180, 552, 552A

สรุปเดินทางมางาน  “COMMART CONNECT 2019” ที่ไบเทค บางนา นั้นมีความสะดวก ง่ายดายมาก ๆ แถมมีที่จอดรถอย่างเพียงพออีกด้วย ไม่ต้องลุ้นเหมือนที่เก่า ใครที่เป็นกังวลใจเรื่องที่จอดรถและไม่รู้จะเดินทางมาอย่างไร ก็คงอุ่นใจกันแล้วนะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับไฮไลท์โปรโมชั่น และสินค้าที่มีความหลากหลายของงาน Commart Connect 2019 ที่ปีนี้ขอบอกเลยว่าจัดหนักจัดเต็ม ชวนให้กระเป๋าสตางค์และบัตรเครดิตสั่นระรัวกันเลยทีเดียว ซึ่งในบทความนี้เป็นเพียงแค่การเรียกน้ำย่อยเท่านั้น  เพราะในวันงานจริงยังมีโปรดักส์, นวัตกรรม, อีเว้นท์กิจกรรม รวมไปถึงสินค้าไอที รุ่นใหม่ ๆ ที่รอให้ทุกคนได้เข้าไปสัมผัสกันอย่างจุใจ

แล้วพบกัน ณ ไบเทค บางนา  28-31 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 20:00 น. เป็นต้นไป

 

from:http://mobileocta.com/commart-connect-2019-promotion/

[วิเคราะห์] ศึกซุปเปอร์แอพ “Grab” vs. “Go-Jek” ใครจะเป็นผู้ชนะในภูมิภาคนี้?

ก่อนอื่น ซุปเปอร์แอพคืออะไร?

ซุปเปอร์แอพ (Super App) คือแอพพลิเคชั่นที่ครอบคลุมสินค้าและบริการในหลากหลายหมวดหมู่ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการเป็นแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้งานต้องการเปิดใช้งานเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยก็ 1 ครั้งต่อวัน

ต้นกำเนิดของซุปเปอร์แอพมาจากประเทศจีน นำโดยสองบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba และ Tencent ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือแอพพลิเคชั่น WeChat ที่แม้ว่าจะช่วงแรกจะเกิดขึ้นมาเพื่อใช้สื่อสารข้อความ แต่ปัจจุบันสามารถจ่ายเงินค่าอาหาร ซื้อของออนไลน์ จองตั๋วภาพยนตร์ เรียกรถ เล่นเกม ฯลฯ เรียกได้ว่าเข้าแอพเดียวครบทุกความต้องการ

  • ดังนั้นจึงไม่แปลก ถ้าดูจากโมเดลของพี่จีน หลายๆ แอพพลิเคชั่นที่เมื่อยิ่งใหญ่ได้ถึงระดับนึง ก็มักจะมองหาช่องทางในการเป็น “ซุปเปอร์แอพ” กันทั้งนั้น

หนึ่งในตลาดที่น่าสนใจคือ “ตลาดแอพพลิเคชั่นเรียกรถ” ในแถบบ้านเรา ที่จนถึงตอนนี้ชัดเจนว่ามีรายใหญ่อยู่เพียง 2 เจ้าคือ Grab และ Go-Jek และเนื่องจากทั้ง 2 รายต่างก็ประกาศชัดว่าต้องการเป็น “ซุปเปอร์แอพ”

ดังนั้นเราลองไปวิเคราะห์กันอยู่ว่า ศึกซุปเปอร์แอพครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะ

Grab
Grab Photo:Shutterstock

Grab vs. Go-Jek จากแอพเรียกรถ สู่ซุปเปอร์แอพ

แน่นอนว่าในปัจจุบัน Grab ได้เปรียบมากกว่า Go-Jek ในด้านการรับรู้ตัวแบรนด์ เนื่องจาก Grab ให้บริการใน 8 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, เมียนมา, กัมพูชา และไทย ส่วน Go-Jek ให้บริการเพียง 4 ประเทศในอาเซียนเท่านั้นคือ อินโดนีเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์ และไทย

  • ส่วนมูลค่ากิจการในปัจจุบัน Grab ก็มีสูงกว่า โดยอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (Grab คือสตาร์ทอัพยูนิคอร์นที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
  • ในขณะที่ Go-Jek มีมูลค่ากิจการอยู่ที่ประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

ความยิ่งใหญ่ของ Grab นอกจากข่าวใหญ่ที่ทุกคนทราบดีคือ การเข้าซื้อกิจการ Uber ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ถ้าไปเปิดดูผู้สนับสนุนเบื้องหลัง Grab จะพบว่าเป็นบริษัทรายใหญ่ของโลกที่แข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีมากมาย เช่น SoftBank Group ที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีเบอร์ 1 ของโลก นอกจากนั้นยังมี Microsoft ที่มาร่วมลงทุน รวมถึงบริษัทรถยนต์รายใหญ่อย่าง Toyota หรือสตาร์ทอัพเรียกรถยักษ์ใหญ่ในจีนอย่าง Didi Chuxing ก็มาเป็นผู้สนับสนุน Grab ด้วยเช่นกัน

บริการของ Grab ในไทย
บริการของ Grab ในไทย

ถ้าไปดูบริการของ Grab นอกจากการเรียกรถแล้ว ในปัจจุบัน Grab มีบริการที่ขยายความครอบคลุมความต้องการในชีวิตประจำวันอย่างมาก ได้แก่

  • GrabTaxi บริการเรียกรถแท็กซี่
  • GrabCar บริการเรียกรถบ้าน
  • GrabBike บริการเรียกวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
  • GrabExpress บริการส่งพัสดุและสิ่งของ
  • GrabFood บริการสั่งอาหาร
  • GrabRent บริการให้เช่ารถยนต์และจักรยานยนต์พร้อมคนขับ
  • GrabVan บริการเช่ารถตู้

นอกจากนั้นยังมีบริการด้านการเงินคือ GrabPay ที่เป็นกระเป๋าเงินให้ผู้ขับและผู้โดยสารชำระเงินผ่านกันทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในจุดนี้ยังนำไปสู่ธุรกิจใหม่ อย่างเช่นการให้กู้ยืมเงิน ดูตัวอย่างล่าสุดได้จากการจับมือในไทยที่ไปร่วมกับ KBank เพื่อทำเรื่องฟินเทค ชัดเจนว่าเส้นทางของ Grab คือการเดินทางไปสู่ความเป็นซุปเปอร์แอพทั้งสิ้น

Go-Jek
Go-Jek Photo: Shutterstock

มาดูทางด้านของ Go-Jek กันบ้าง รายนี้มีต้นกำเนิดจากอินโดนีเซีย และแม้เป็นยักษ์ในบ้านเกิดของตัวเองมานาน เนื่องจากไม่ได้มีแผนจะขยายออกไปนอกประเทศอย่างจริงจัง แต่ในจุดนี้เข้าใจได้ เพราะเพียงแค่ตลาดอินโดนีเซียก็ใหญ่มหาศาลแล้ว GDP ของอินโดนีเซียประเทศเดียวคิดเป็น 40% ของ GDP รวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม จุดพลิกผันที่ทำให้ Go-Jek ต้องเดินทางออกนอกบ้าน เป็นเพราะการรุกคืบหนักของ Grab จากการเข้ากิจการ Uber ในภูมิภาคนี้ นั่นเองจึงทำให้ Go-Jek จำเป็นต้องกระโดดออกจากบ้านเกิด เพื่อมาต่อสู้ในตลาดระดับภูมิภาค การตัดสินใจครั้งนี้เป็นทั้งความสำคัญและจำเป็น เพราะหากไม่ออกมาต่อสู้ ในไม่ช้าก็อาจจะถูก Grab บุกเข้าไปในบ้านเกิด และทำให้ Go-Jek พ่ายแพ้ได้ในที่สุด

ทีนี้ไปดูผู้สนับสนุนหลักของ Go-Jek กันบ้าง เพราะไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะต่างเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกทั้งนั้น ได้แก่ Google (ซึ่งเป็นการลงทุนโดยตรงจาก Google ไม่ผ่านหน่วยงานลงทุน เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดบ่อยครั้ง) และ Tencent โดยล่าสุด Go-Jek ระดมทุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์

บริการของ GET ในไทย
บริการของ GET ในไทย

ด้านบริการของ Go-Jek (ในไทย Go-Jek ใช้ชื่อบริการว่า GET) มีหลากหลายเช่นกัน นอกจากจะเรียกรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นจุดเด่นที่สุดแล้ว ยังมีบริการ Go-Mart ซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ, Go-Clean บริการทำความสะอาด, Go-Glam บริการแต่งหน้าทำผม หรือแม้กระทั่ง Go-­Massage บริการนวด ฯลฯ

แต่ปัญหาใหญ่ของ Go-Jek คือยังไม่คล่องตลาดในต่างประเทศ ดูได้จากบริการทั้งหมดที่ว่ามานั้น ยังให้บริการแบบครบวงจรเพียงแค่ในอินโดนีเซียเท่านั้น อย่างในไทยที่ Go-Jek (ในนาม GET) เข้ามาให้บริการมีเพียงแค่ 3 ประเภทเท่านั้น ได้แก่ เรียกรถมอเตอร์ไซค์ สั่งอาหาร และส่งของเดลิเวอรี่ ส่วนบริการที่สำคัญและต่อยอดไปสู่ธุรกิจใม่ๆ ได้อีกมากอย่าง Go-Pay ที่ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังไม่เปิดบริการ ตอนนี้คนไทยที่ใช้ GET จึงสามารถชำระได้แค่เพียงเงินสดเท่านั้น

ที่สุดแล้ว การเป็นซุปเปอร์แอพ = จะเหลือผู้ชนะเพียงรายเดียว?

เส้นทางการเป็นซุปเปอร์แอพของทั้ง 2 รายต่างมีความชัดเจน แต่ถ้าถามว่าใครจะเป็นผู้ชนะ นักวิเคราะห์มองว่าในท้ายที่สุดการชนะในความเป็นซุปเปอร์แอพอาจหมายถึง การเหลือผู้ชนะเพียงรายเดียวในตลาดซุปเปอร์แอพที่มีฐานรากมาจากธุรกิจเรียกรถ-ขนส่ง

แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นการแข่งขันย่อมดุเดือดอย่างแน่นอน ปัจจุบันยอดการดาวน์โหลดของ Grab ยังเหนืออยู่กว่ามาก เนื่องจากการทำตลาดนอกประเทศมานานกว่า โดยมียอดอยู่ที่ 108 ล้านครั้ง ในขณะที่ Go-Jek อยู่ที่ 11 ล้านครั้งเท่านั้น

แต่ถึงที่สุด หากต้องการเป็นซุปเปอร์แอพแห่งภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งสำคัญของ Grab ย่อมหนีไม่พ้นการเจาะเข้าไปในตลาดอินโดนีเซียเพื่อทำสู้กับ Go-Jek อย่างทัดเทียม เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนด้านของ Go-Jek ก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากจำเป็นต้องบุกตลาดนอกอินโดนีเซียอย่างเกรี้ยวกราดมากกว่านี้ โดยเติมบริการให้ครบวงจร เพื่อแข่งกับ Grab นั่นเอง

[แถม] วิวาทะผู้บริหาร Grab vs. Go-Jek 🔥

ไม่นานมานี้ มีวิวาทะของผู้บริหาร Grab และ Go-Jek ที่พูดถึงเรื่องความเป็นซุปเปอร์แอพ และค่อนข้างเดือดอยู่พอสมควร

โดย Nadiem Makarim ผู้ก่อตั้ง Go-Jek ได้บอกว่า อันที่จริงแล้ว คำว่า “ซุปเปอร์แอพ” Go-Jek ใช้มาก่อน และการที่ Grab พยายามจะใช้คำว่าซุปเปอร์แอพ เป็นเพียงการลอกเลียนแบบเท่านั้น

  • “มันน่าสนใจมากนะที่ Grab เริ่มพยายามที่จะดึงเอาคำว่าซุปเปอร์แอพออกไปจากเรา ผมเลยรู้สึกว่า ขอโทษทีนะ ธุรกิจของคุณปีแรกๆ ก็ลอกเลียนแบบมาจาก Uber ทีนี้พอผ่านไปอีก 3 ปี คุณก็จะมาลอกเลียนแบบ Go-Jek ต่ออีกใช่ไหม?

อย่างไรก็ตาม การตอบโต้กลับของ Anthony Tan ผู้ร่วมก่อตั้ง Grab บอกผ่านนิตยสาร Fortune ทางอีเมลมาเพียงว่า “การมีความคิดที่ดีไม่ได้รับประกันความสำเร็จเสมอไปนะครับ”

ปล. อันที่จริงแล้ว 2 คนนี้เป็นเพื่อกันสมัยเรียนที่ฮาร์วาร์ดเสียด้วยซ้ำ การต่อสู้

ข้อมูล – Fortune, Zdnet, The Jakartapost

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/grab-vs-go-jek/

ดราม่า! Air Asia ปล่อยโฆษณาบนรถเมล์ในออสเตรเลีย ชวนนักท่องเที่ยวมีเพศสัมพันธ์ในเมืองไทย

โฆษณาของ Ais Asia ที่ติดอยู่ข้างรถเมล์ในเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย สร้างปัญหาให้กับแบรนด์เสียแล้ว

(ดูจากรูปด้านล่างนี้) โฆษณาด้านบนเป็นตัวหนังสือขนาดใหญ่ระบุว่า “Get off in Thailand” อาจแปลความหมายได้ว่า “ลงจอดที่ประเทศไทย” หรืออาจแปลว่า “สำเร็จความใคร่ในประเทศไทย” ก็ได้ ส่วนด้านล่างเป็นตัวหนังสือขนาดเล็กระบุว่า “บินตรงจากบริสเบนสู่กรุงเทพ”

โฆษณา Air asia ชวนคนออสเตรเลียมามีเพศสัมพันธ์ในไทย
โฆษณาของ Air Asia ข้างรถเมล์ในเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย Photo: COLLECTIVE SHOUT

โฆษณา Air Asia ส่อชี้ชวนให้นักท่องเที่ยวไปมีเซ็กส์ในเมืองไทย

เรื่องเริ่มต้นจาก Melinda Liszewski โฆษกของ Collective Shout ที่ได้โพสต์จุดประเด็นบนเว็บไซต์ ถึงโฆษณาของสายการบิน Ais Asia ที่ติดอยู่ข้างรถเมล์ในเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเธอเชื่อว่าโฆษณาชิ้นนี้เป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปมีเพศสัมพันธ์ในเมืองไทย

เธอประณามว่า โฆษณาลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงโฆษณาที่ใช้ต้นทุนต่ำเท่านั้น แต่ยังเป็นโฆษณาที่มีมาตรฐานทางจริยธรรมที่ตกต่ำด้วย

เธอให้ข้อมูลที่อ้างอิงจากเพื่อนร่วมงานของเธอว่า กรุงเทพถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการเอารัดเอาเปรียบเด็กและผู้หญิง โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวชายชาวตะวันตกเดินทางเข้าไปใช้บริการท่องเที่ยวทางเพศ (Sex Tour) กว่า 250,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นชายชาวออสเตรเลียกว่า 32,000 คน

อย่างไรก็ตาม โฆษณาดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแค่บนรถเมล์เท่านั้น แต่ที่สนามบินในเมืองบริสเบนก็มีโฆษณาชิ้นนี้ด้วยเช่นกัน (ดูรูปด้านล่าง)

  • ล่าสุด Air Asia ได้ออกมาขอโทษต่อการทำโฆษณาดังกล่าว โดยบอกว่าได้เห็นถึงความไม่เหมาะสมของการโฆษณา และสัญญาด้วยว่าจะถอดโฆษณาดังกล่าวทั้งหมดออกโดยเร็ว
โฆษณาของ Air Asia บริเวณสนามบินในเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย
โฆษณาของ Air Asia บริเวณสนามบินในเมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย Photo: Reddit

ที่มา – Couriermail, Brisbanetimes, Collectiveshout

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/air-asia-get-off-in-thailand-advertisement/

Captain Marvel ทะยานรายได้สู่หลักพันล้านเหรียญ ติด 1 ใน 10 สุดยอดหนังที่สร้างจากคอมิกส์บุ๊ก

Captain Marvel ทะยานรายได้ทั่วโลกสู่ 1 พันล้านดอลลาร์

Captain Marvel หนังฮีโร่หญิงสุดแกร่งของจักรวาลมาร์เวล ก่อนหน้านี้ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลในหมวดหนังฮีโร่หญิงด้วยรายได้ 455 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก

ล่าสุด Captain Marvel ทำรายได้ทั่วโลกรวมแล้ว 910 ล้านดอลลาร์ (910,298,835) โดยแบ่งได้ดังนี้

  • รายได้ในสหรัฐอเมริกา 321,498,835 ดอลลาร์
  • รายได้ทั่วโลก 588,800,000 ล้านดอลลาร์

แน่นอนว่า เป้าหมายรายได้ต่อไปของ Captain Marvel คือการทะยานรายได้ขึ้นไปสู่หลัก 1 พันล้านดอลลาร์ แต่เพียงแค่รายได้ 910 ล้านดอลลาร์ของ Captain Marvel ก็ทำรายได้แซงหนังฮีโร่ชื่อดังหลายเรื่องไปแล้ว เช่น Thor: Ragnarok ที่มีรายได้ 854 ล้านดอลลาร์, Venom ที่มีรายได้ 855 ล้านดอลลาร์, Spider-Man: Homecoming ที่มีรายได้ 880 ล้านดอลลาร์ และ Wonder Woman ที่มีรายได้ 821 ล้านดอลลาร์

Captain Marvel กัปตัน มาร์เวล
Marvel Studios’ CAPTAIN MARVEL Carol Danvers/Captain Marvel (Brie Larson) Photo: Chuck Zlotnick ©Marvel Studios 2019

ปัจจุบันรายได้ของ Captain Marvel ถือเป็นหนังทำเงินอันดับที่ 52 ของโลกตลอดกาล แต่อย่างไรก็ดี Captain Marvel ถือเป็นหนังที่สร้างงานคอมิกส์บุ๊กลำดับที่ 10 ของโลกที่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้ โดยในหมวดนี้หนังที่ขึ้นแท่นเบอร์ 1 คือ Avengers: Infinity War 

ที่มา – Variety, Comicbook, Box Office Mojo

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/captain-marvel-box-office-to-billion-dollar/

ด้วยพลังแห่ง Alibaba ก้าวต่อไปของ Lazada คือการเป็น “ซุปเปอร์แอพอีคอมเมิร์ซ” แห่งอาเซียน

ในตลาดอีคอมเมิร์ซของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมูลค่ากว่า 1.02 แสนล้านดอลลาร์ (3.2 ล้านล้านบาท) Lazada ถือเป็นเบอร์ต้นๆ ของภูมิภาค ก้าวย่างต่อจากนี้คือการเป็น Super Solution ให้กับแบรนด์ผู้ขายและผู้บริโภคอย่างครบวงจร

เบื้องหลังความสำเร็จตลอด 7 ปีของ Lazada คือ “Alibaba”

กว่า 7 ปีที่ Lazada ถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะอีคอมเมิร์ซในปี 2012 ปัจจุบันต้องยอมรับว่า Lazada ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดอีคอมเมิร์ซของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Lazada ประสบความสำเร็จอย่างมากคือ Alibaba เพราะถ้าย้อนไปในปี 2016 นับตั้งแต่ที่ Alibaba ได้เข้าซื้อ Lazada อย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ทิศทางและเป้าหมายของ Lazada นับจากนั้นก็ชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ

ปิแอร์ ปัวยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป บอกว่า เป้าหมายสูงสุดของ Lazada คือการเป็น One Stop Shopping ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ Lazada พยายามทำคือการเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซึ่งมีภารกิจหลักในการแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการชำระเงิน แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการหนุนหลังจากพลังของ Alibaba” 
  • “มองเห็น Lazada ก็มองเห็น Alibaba อยู่เบื้องหลังนั่นเอง”
ปิแอร์ ปัวยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป
ปิแอร์ ปัวยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป

การสนับสนุนจาก Alibaba ยังไหลมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2017 Alibaba ลงทุนเพิ่มใน Lazada ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ จากนั้นในปี 2018 Alibaba ก็ลงทุนเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่าถ้านับรวมทั้งหมด Alibaba ลงทุนใน Lazada ไปแล้วกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และไม่ใช่แค่เรื่องเงิน เพราะก่อนหน้าที่ ปิแอร์ ปัวยอง จะขึ้นมานั่งแท่นซีอีโอคนปัจจุบันเมื่อปลายปี 2018 ก่อนหน้านี้ Lucy Peng หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งคนสำคัญของ Alibaba นั่งในตำแหน่งนั้นมาก่อนที่จะเลื่อนขึ้นไปเป็นประธานบอร์ดบริหาร

  • ณ วันนี้ Lazada ถือเป็นเบอร์ 1 ในด้านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นคำถามใหญ่ที่สำคัญคือ แล้วก้าวต่อไปของ Lazada คืออะไร เพราะถ้าดูจากการลงทุนทั้งเม็ดเงินและบุคลากรแล้ว ต้องบอกว่า Alibaba ไม่ต้องการแพ้ในตลาดนี้

ก้าวต่อไปของ Lazada ในภูมิภาคอาเซียน คือ LazMall

LazMall คืออะไร?

LazMall (ลาซมอลล์) คืออีกหนึ่งในแพลตฟอร์มของ Lazada ที่ขายสินค้าออนไลน์ผ่านแบรนด์ต่างๆ โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนปี 2018 โดยจุดเด่นของ LazMall คือการขายสินค้าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงผ่านแพลตฟอร์มของ Lazada ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องความน่าเชื่อถือของสินค้า

  • พูดให้เข้าใจง่ายๆ LazMall ก็คือห้างสรรพสินค้าออนไลน์ โดยเมื่อเข้าไปช้อปปิ้งใน LazMall จะเหมือนเดินเข้าห้างสรรพสินค้าไปซื้อสินค้าที่มีแบรนด์ แน่นอนว่าความต่างของ LazMall คือการซื้อของออนไลน์ที่มีแบรนด์ ส่วน Lazada แบบเดิมก็คือการซื้อของออนไลน์จากผู้ค้ารายย่อย ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ๆ แต่ถึงอย่างไรทั้ง Lazada และ LazMall ต่างก็อยู่ในแอพของ Lazada ที่เดียว

จิง ยิน ประธานกรรมการ ของ ลาซาด้า กรุ๊ป เปิดเผยว่า จุดมุ่งหมายของ LazMall ที่แท้จริงคือการตอบโจทย์อีคอมเมิร์ซของภูมิภาค ทั้งในเรื่องเทคโนโลยี การส่งสินค้า และการชำระเงิน โดยปัจจุบันมีแบรนด์ที่อยู่ใน ecosystem ของ LazMall กว่า 1,500 แบรนด์ (ในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 450 แบรนด์) โดยเป้าหมายของปี 2019 คือการเพิ่มแบรนด์เข้ามาใน LazMall อีกกว่า 5 เท่า หรือคิดเป็นตัวเลขคือ 7,500 แบรนด์

จิง ยิน ประธานกรรมการ ของ ลาซาด้า กรุ๊ป
จิง ยิน ประธานกรรมการ ของ ลาซาด้า กรุ๊ป

การเติบโตของ LazMall เพียง 6 เดือนหลังการเปิดตัวมีดังนี้:

  • ยอดผู้ใช้งานเป็นผู้หญิง 63%
  • การเติบโตของสินค้าที่สูงสุดคือหมวด FMCG
  • มียอดการขายเติบโตสูงถึง 80% ผ่าน LazMall ในวัน Super Brand day
  • มีผู้ซื้อหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 90% ในวัน Super Brand day
  • มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในวัน Super Brand day
จิง ยิน ประธานกรรมการ ของ ลาซาด้า กรุ๊ป
จิง ยิน ประธานกรรมการ ของ ลาซาด้า กรุ๊ป

หลักคิดของ LazMall คือการเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์แบรนด์และผู้ขายในการทำแบรนด์ การทำการตลาด และการขายแบบครบวงจร โดย LazMall แสดงศักยภาพว่า การจะเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์นั้นตั้งอยู่บนแพลตฟอร์มที่มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี โดยระบุว่า LazMall เกิดขึ้นมาเพื่อเป็น Super Solutions ของทุกคนในวงการอีคอมเมิร์ซ

  • ด้วยระบบเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและได้รับการสนับสนุนจาก Alibaba ทำให้ทั้งแบรนด์และผู้ขายสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเจาะลึกถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้เข้าใจลูกค้าของตัวเอง
  • เพื่อทำให้ประสบการณ์ของแบรนด์ ผู้ขาย และลูกค้าดีขึ้น การขนส่งสินค้าด้วยระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง จะทำให้สามารถขนส่งสินค้าได้ภายใน 24 ชั่วโมงใน 6 ประเทศที่ให้บริการ โดยการันตีว่าจะถึงภายใน 72 ชั่วโมง
  • ระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ และหนุนหลังโดย Alibaba (AliPay) รวมถึง Lazada Wallet จะทำให้ทั้งแบรนด์ ผู้ขาย และผู้ซื้อเกิดความสะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อของ เนื่องจากครบวงจรในตัวเองทั้งหมด

ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในสายตาของ Lazada

ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก โดยสินค้าที่ขายดีที่สุดของ Lazada ในไทยคือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้ากลุ่มความสวยความงาม และตามมาด้วยสินค้ากลุ่มแม่และเด็ก

  • หนึ่งในคำที่ LazMall ใช้ในการอธิบายตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ “Shoppertainment” หรือก็คือการนำเอาความบันเทิงมาใส่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

ล่าสุด LazMall นำเอา Live Streaming มาผสมผสานกับการขายของอีคอมเมิร์ซ โดยเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยเป็นที่แรก (และยังเป็นที่เดียวในขณะนี้) ซึ่งสามารถรองรับผู้ชมในคราวเดียวได้ถึง 1 แสนคน กระตุ้นการขายได้อย่างประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะขายสินค้าแล้วยังสามารถดึงเอาดารา-คนดังมาร่วมในการ Live Streaming การขายสินค้าได้ด้วย

ผู้บริหาร Lazada บอกว่า เหตุผลที่เริ่มที่ประเทศไทยเป็นเพราะศักยภาพในการตลาดของไทย ส่วนอีกหนึ่งเรื่องคือคนไทยใช้และมีส่วนร่วม (engagement) กับโซเชียลมีเดียเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

เป้าหมายของ Lazada ในปี 2030

  • “คลื่นลูกต่อไปของการค้าขายระดับโลก ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ๆ แต่เป็นแบรนด์เล็กรายย่อยที่ขายของอยู่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ”

นี่คือคำพูดของผู้บริหาร Lazada ที่ประกาศก้องว่าเป้าหมายของ Lazada ในภูมิภาคนี้คือ “การซื้อขายสินค้าที่เกิดขึ้นได้จากทุกที่บนโลก”

ในปี 2030 Lazada วางเป้าหมายไว้ว่า จะขยายลูกค้าให้ได้ถึง 300 ราย รวมถึงสร้างงานได้อีก 20 ล้านราย นอกจากนั้นจะสร้างผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยอีก 8 ล้านรายทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • ถึงที่สุดแล้ว ศึกอีคอมเมิร์ซยังเติบโตได้อีกมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกนี้คือการยอมกรีดเลือดตัวเอง สายป่านใครยาว คนนั้นก็ชนะ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/what-next-for-lazada-in-sea/

Royal Enfield เตรียมเปิดโรงงานประกอบในไทย กลางปีนี้

Royal Enfield ประกาศจัดตั้งบริษัทลูกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังพบว่าตลาดไทยกำลังเติบโต พร้อมเพิ่มกำลังการผลิต เปิดโรงงานประกอบรถจักรยานยนต์นอกประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก ที่ Gateway City ฉะเชิงเทรา ภายในกลางปีนี้

พร้อมลุยตลาดเองหลังจำหน่ายในไทย 3 ปีที่แล้ว

สิทธัตถะ ลาล

สิทธัตถะ ลาล CEO Royal Enfield เปิดเผยว่า เมื่อสามปีที่แล้ว ได้นำ Royal Enfield เข้ามาจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทย และที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เมื่อเทียบกับยอดขาย Royal Enfield ทั่วโลกที่มีกว่า 800,000 คัน ในปีที่ผ่านมา พบว่า 5 ประเทศแรกที่มียอดขายสูงสุด ประกอบไปด้วย อินเดีย, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อินโนนีเซีย และไทย และไทยเองมีศักยภาพในการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จากยอดจำหน่ายปีที่ผ่านมา 1,400 คัน และคาดว่าในปีนี้ ยอดขายจะแซงอินโดนีเซียขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ได้

“จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งบริษัทลูกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อบริหารจัดการ Dealer และสินค้าในไทยอย่างเต็มตัว ในช่วงนี้กำลังจัดตั้งทีมผู้บริหารไทยชุดใหม่ และทีมงานประมาณ 15 คน พร้อมกับทีมผู้บริหารจากอินเดีย ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้”

เปิดโรงงานประกอบนอกอินเดียครั้งแรกของ Royal Enfield ที่ไทย

นอกจากจะทำการเปิดบริษัทลูกที่ไทยแล้ว ยังได้ทำการว่าจ้าง United Auto ตั้งอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ฉะเชิงเทรา ในการประกอบรถจักรยานยนต์ ถือว่าเป็นครั้งแรกของ Royal Enfield ที่มีฐานการผลิตนอกประเทศอินเดียครั้งแรก ซึ่งในช่วงแรกจะนำเข้าชิ้นส่วนตัวเครื่องยนต์จากอินเดีย ส่วนโครงรถ ได้ว่าจ้าง Thai Summit Group ในการผลิตอยู่แล้ว สามารถส่งตรงมาที่โรงงานผลิตได้เลย ส่วนชิ้นส่วนอื่นๆ นั้น จะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศให้ได้ขั้นต่ำ 60% จากเงื่อนไขของรัฐไปก่อน และหลังจากนั้นจะทยอยใช้ชิ้นส่วนในไทยมากขึ้นตามลำดับ

“ด้วยกฎระเบียบของไทย ที่เอื้ออำนวยให้สามารถตั้งโรงงานประกอบได้ง่ายกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้ไทยเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ ที่ Royal Enfield พิจารณา และเห็นไทยมีศักยภาพในเรื่องของการเติบโตของยอดขาย เลยทำให้ตัดสินใจที่ลงทุนว่าจ้างโรงงานกอบในไทยเต็มตัว”

สำหรับการเปิดโรงงานประกอบในไทยนั้น จะประกอบรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นของ Royal Enfield ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน เบื้องต้นมีกำลังการผลิตมากกว่า 100 คันต่อเดือน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการที่จำหน่ายในไทย และในอนาคตยังสามารถส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่วนเรื่องของราคานั้น ทาง สิทธัตถะ ลาล ยืนยันว่า จะไม่มีการปรับราคาลงอย่างแน่นอน

“เนื่องจากราคาขาย Royal Enfield ในไทย ถือว่าต่ำมากๆ แล้ว การที่ Royal Enfield ได้มีโอกาสตั้งโรงงานประกอบในไทย ถือว่าเป็นการขยาย Margin Gap ให้มีมากขึ้น เพื่อทดแทนส่วนต่างในช่วงที่ Royal Enfield เปิดตัวในไทยเมื่อสามปีก่อน ดังนั้นลูกค้าเดิมของ Royal Enfield ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด”

ปูพรมเปิด Royal Enfield Store พร้อม After Service มากกว่าเท่าตัว

ในปัจจุบัน Royal Enfield ได้มีดีลเลอร์เพียงรายเดียว (Sharich Holding) แต่หลังจากนี้ จะประกาศรับสมัครดีลเลอร์เพิ่ม เพื่อขยายตลาดในไทยให้โตแบบก้าวกระโดด โดยการเปิด Royal Enfield Store ที่เดิมมีอยู่แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ทองหล่อ, วิภาวดีรังสิต และเชียงใหม่ เพิ่มอีก 12 แห่งตามหัวเมืองใหญ่ และศูนย์ให้บริการ (After Service) ที่ให้บริการเซอร์วิสเพียงอย่างเดียว เป็น 25 แห่ง ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 12 เดือนหลังจากนี้ ครอบคลุมการให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ

สรุป

หลังจากที่ Royal Enfield รุกไทยเปิดบริษัทลูก รวมถึงการเปิดโรงงานประกอบในไทย ถือว่าเป็นโรงงานประกอบแห่งแรกนอกประเทศอินเดีย เนื่องมาจากผลตอบรับที่ดีที่ช่วงสามปีที่ผ่านมา Royal Enfield ได้วางจำหน่ายในไทย อัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มว่า ส่วนแบ่งการตลาดในระดับ Middle size (250-750 cc.) จะขยายฐานได้มากขึ้นกว่านี้ ที่เมื่อปีที่แล้วมียอดขายกว่า 15,000 คัน โดยคาดหวังว่าลูกค้าสามารถสัมผัสความเป็น Premium ได้ ในราคาเพิ่มเงินไม่มาก เมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ ในตลาดระดับเดียวกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/royal-enfield-ckd-outside-india-first-time/