คลังเก็บป้ายกำกับ: Article

เทรนด์ Digital Marketing 2020 วีดิโอสั้นมาแรง โฆษณาแพงขึ้น เอา Data ลูกค้ามาต่อยอด

Digital Marketing 2020 เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง การผลิตคอนเทนต์วีดิโอยาวๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวชวนฝันอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ราคาค่าสื่อโฆษณาออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และสิ่งที่พูดกันมานานอย่าง Data ซึ่งแบรนด์หรือเจ้าของสินค้าต้องทำได้แล้ว เพราะมันคือเครื่องมือชิ้นสำคัญของการทำตลาดในโลกยุคใหม่

เน้นผลิตวีดิโอสั้น แต่มีจำนวนหลายชิ้น ตอบโจทย์มากกว่า

ก่อนหน้านี้ แบรนด์สินค้ามักจะสร้าง 1 วีดิโอโฆษณาต่อ 1 แคมเปญ พร้อมทุ่มงบเต็มที่สำหรับวีดิโอขนาดยาว เน้นคุณภาพสูงสุดเพื่อใช้ในการโปรโมททั้งแคมเปญ

แต่เทรนด์การผลิตวีดิโอในปี 2020 จะกลับหัวกลับหางเป็นอีกทิศทางหนึ่ง เพราะจะเน้นไปที่ “การผลิตวีดิโอสั้น” และมี “จำนวนหลายชิ้น” ที่สำคัญคือใช้งบในการผลิตน้อยลง ส่วนวีดิโอที่ได้ออกมาก็ไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพสูงแบบในอดีตอีกต่อไป

เป้าหมายของการผลิตวีดิโอหลายชิ้น เป็นเพราะต้องการเจาะถึงกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันได้ทีละหลายๆ กลุ่ม ในแง่ของแบรนด์ก็ถือว่าประหยัดเงินได้มากกว่า รวมถึงเห็นผลที่รวดเร็วได้มากกว่าการผลิตวีดิโอเพียงแค่ชิ้นเดียวอีกด้วย

ส่วนแนวคิดเบื้องหลังของเทรนด์นี้มาจากการที่ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเสพคอนเทนต์มากมาย และจะเลือกดูเฉพาะคอนเทนต์ที่ถูกใจเท่านั้น การทำตลาดออนไลน์จะต้องมองว่าถึงดิจิทัลจะเป็นสื่อที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่นักการตลาดต้องจับตลาดให้เล็กลง” เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ค่าโฆษณาสื่อดิจิทัลจะแพงขึ้น(มาก)

พื้นที่สื่อออนไลน์ซึ่งสื่อโฆษณานิยมไปลงกัน แน่นอนว่าหนีไม่พ้นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram และ google ซึ่งแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เหล่านี้ต่างใชช้ระบบโฆษณาแบบ Real time Bidding เป็นการแข่งขันประมูลราคา ยิ่งมีความต้องการในการโฆษณาสูง ราคาโฆษณาก็ยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย

ทาง YMD Thailand บริษัทให้บริการด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่น ได้เสนอความเห็นไว้ว่า “ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราว่างงานเพิ่มสูง ทำให้คนหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น อีกทั้งการรุกเข้ามาของผู้ประกอบการรายย่อยชาวจีนในกลุ่มตลาดอีคอมเมิร์ซ

ดังนั้น เมื่อความต้องการลงโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มมีปริมาณคงที่ จึงมีแนวโน้มว่าปีนี้สื่อดิจิทัลจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน

เทรนด์การเลือกใช้ Influencer ยังอยู่ แต่ต้องผสมทั้ง Macro และ Micro

ปี 2019  ถือเป็นปีที่ Influencer ได้รับความนิยมจากแบรนด์สินค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดทั้ง Macro Influencer ซึ่งหมายถึง Influencer รายใหญ่ที่มีฐานคนติดตามจำนวนมาก ส่วนในอีกด้านคือ Micro influencer ซึ่งเป็น Influencer รายเล็กๆ ที่มีผู้ติดตามจำนวนอยู่จำนวนหนึ่ง

จากฐานข้อมูลของ YMD Thailand คาดการณ์ว่าในปี 2020 การใช้เงินกับ Influencer จะยังยังสูงเหมือนเดิม แต่ค่าใช้จ่ายในการทำดิจิทัลมีเดียที่สูงขึ้นจึงทำให้แบรนด์จะต้องมีกลยุทธ์ในการทำตลาดเพิ่มมากขึ้น

พูดง่ายๆ คือเทรนด์การตลาดดิจิทัลในปี 2020 จะเกิดการใช้ Influencer แบบผสมผสานมากขึ้น เพราะถ้าใช้ influencer รายใหญ่อย่างเดียว คนจะรับรู้ทันทีทันใดว่า โดนว่าจ้างให้มาโฆษณามาอย่างแน่นอน (แถมในแง่การลงทุนก็ถือว่ามีราคาค่าตัวที่แพงเสียด้วย) ประเด็นสำคัญคือ แม้ Macro Influencer จะสามารถทำให้เกิดการรับรู้ถึงการมีอยู่ของสินค้า (awareness) แต่หากไม่ก่อให้เกิดการซื้อสินค้าก็ถือว่าไม่เป็นผล เพราะฉะนั้น ในยุคนี้แบรนด์จึงจำเป็นต้องใช้ Influencer รายเล็กๆ ร่วมไปด้วย ผู้บริโภคจึงจะมีแนวโน้มจะเชื่อถือ คล้อยตาม และนำไปสู่การซื้อสินค้าหรือบริการที่มากขึ้น

จำเป็นต้องใช้ Data ลูกค้าเพื่อต่อยอดแผนการตลาดอย่างครบวงจร

การเก็บ Data ลูกค้าหมายถึงการเก็บข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึก ทั้งการใช้โซเชียลมีเดียแบบละเอียด และพฤติกรรมอื่นๆ ที่มีผลต่อการซื้อสินค้า

หากธุรกิจใดยังไม่เริ่มเก็บข้อมูลหลังจากนี้จะเสียเปรียบในการแข่งขัน (ซึ่งเรื่องนี้เราพูดกันมานานมากๆ) เพราะในขณะที่คู่แข่งมีข้อมูลการตัดสินใจก่อนซื้อของลูกค้า จะทำให้รู้ถึง “วิธี” ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างบรรลุผลที่ต้องการ แต่คนที่ไม่มีข้อมูล แม้ว่าจะทำการตลาดด้วยกิจกรรมการตลาดแบบลด แลก แจก แถม เทหมดหน้าตักอย่างไร ก็ไม่อาจสู้คู่แข่งได้อยู่ดี

โดยสรุป เทรนด์ Digital Marketing ในปี 2020 คือการที่แบรนด์สินค้าต่างๆ จะแปลงร่างกลายเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์บนโลกออนไลน์มากขึ้น (แน่นอนว่า ย่อมมีคอนเทนตืประเภทวิดีโอขนาดสั้น) เพราะการทำคอนเทนต์มันจะนำไปสู่การเก็บ Data ของผู้บริโภค และแถมจะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อโฆษณาดิจิทัลลงไปอีก อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าจับตามองก็คือ คอนเทนต์ที่แบรนด์ผลิตขึ้นมานั้นอาจอยู่เว็บไซต์ อยู่บนเพจเฟซบุ๊ก หรือบนแพลตฟอร์มอื่นใดที่ไม่ได้ระบุชื่อของแบรนด์นั้นๆ เอาไว้เลยก็ได้

ทั้งหมดนี้คือ เทรนด์ Digital Marketing 2020 ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/digital-marketing-2020/

หน้ากากอนามัยระดับไฮเอนด์กรอง 8 ชั้น ซัก 100 ครั้งก็ยังใช้ได้ผล กำลังบูม!

ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยระดับไฮเอนด์ ระบุ ตอนนี้หน้ากากอนามัยรุ่นนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ทางบริษัทกำลังเร่งผลิตท่ามกลางเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดอยู่นี่แหละ ผู้ผลิตหน้ากากคือบริษัท Clever ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิ (Aichi) กำลังรับออเดอร์ผลิตหน้ากากนี้ชนิดที่เรียกได้ว่างานล้นมือ นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา 

ผู้ผลิตหน้ากากชนิดนี้เล่าสรรพคุณว่า มันเป็นหน้ากากที่มีตัวกรองถึง 8 ชั้น เคยผลิตเพื่อคัดกรองไวรัสเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา (ช่วงเดียวกับที่มีโรคซาร์สระบาด) มันสามารถกรองไวรัส รวมถึงไวรัสโคโรนาชนิดใหม่นี้ด้วย มันกรองมลพิษฝุ่นควัน PM 2.5 ได้อีก และยังขจัดกลิ่นได้ด้วย

เจ้าหน้ากากชนิดนี้มีราคาขายมากกว่า 120 เหรียญสหรัฐ หรือ 3,600 กว่าบาท แม้ซักแล้วเป็น 100 ครั้งก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ ทางบริษัทระบุว่า ตอนนี้มียอดสั่งซื้อสูงขึ้นถึง 5 เท่า แต่บริษัทสามารถผลิตได้เพียง 50 ชิ้นต่อวันเท่านั้น เพราะมันเป็นหนัากากอนามัยที่ทำด้วยมือ ไม่ได้ทำด้วยเครื่องจักร 

ลูกค้าต้องรอประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ขึ้นไป ถึงจะได้รับสินค้า ลูกค้าในที่นี้ก็รวมถึงลูกค้าในเมืองอู่ฮั่นด้วย 

Eri Ishibashi ประธานบริษัทระบุ เธอประหลาดใจมากที่คนพากันสั่งซื้อ เธอหวังว่าเธอจะสามารถส่งหน้ากากให้กับลูกค้าที่กำลังกังวลได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ที่มา – NHK, Aichi Brand

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/high-end-face-mask-filter-out-viruses-and-pm-25/

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ อพยพคนจากอู่ฮั่น: ฝรั่งเศส-มาเลฯ-อินโดฯ-ออสเตรเลีย-เกาหลีใต้-อินเดียพร้อม!

รัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา อพยพพลเมืองของตนเองออกจากสถานกักบริเวณในอู่ฮั่น จีนแล้ว เมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา ญี่ปุ่นอพยพจำนวน 206 มี 2 คนที่แสดงอาการป่วย โดยสายการบินนิปปอนแอร์เวย์เพิ่งนำเครื่องลงที่สนามบินฮาเนดะ โตเกียว เมื่อเวลา 08.40น. หลังจากออกจากสนามบินนานาชาติอู่ฮั่นเทียนเหอ (Wuhan Tianhe International Airport) เมื่อเวลา 05.00น.

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ญี่ปุ่นนำเครื่องบินโบอิง 767-381 มาถึงสนามบินอู่ฮั่นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันพุธเพื่ออพยพพลเมืองญี่ปุ่นออกจากอู่ฮั่น มีแพทย์ 1 ราย พยาบาย 2 ราย และมีเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ควบคุมกักกันอีก 1 ราย เพื่อสำรวจอาการผู้โดยสารที่มีความเป็นไปได้ว่าจะติดเชื้อก่อนบินกลับบ้าน

มีผู้โดยสารญี่ปุ่นจำนวน 206 คน ในจำนวนนี้มี 5 ราย ที่เป็นผู้ชาย 3 รายอายุระหว่าง 30-50 ปี และผู้หญิง 2 รายอายุ 50 ขึ้นไป มี 2 คนที่เป็นไข้และมีอาการไอ คนที่มีอาการป่วยจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ

ขณะที่คนที่ไม่มีอาการป่วยแสดงให้เห็นจะได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลในชินจูกุ และจะถูกขอให้อยู่บ้าน หรือโรงแรมเป็นเวลา 14 วันเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าว “เราจะเตรียมการให้พร้อมเพื่อรักษาสุขภาพของพวกเขา”

ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาก็นำเครื่องบินออกจากอู่ฮั่นไม่กี่นาทีหลังเครื่องบินญี่ปุ่นออกไปมุ่งสู่เมืองแองคอเรจ (Anchorage) อลาสกา เพื่อเติมเชื้อเพลิงก่อนบินไปออนแทรีโอ (Ontario) แคลิฟอร์เนีย โดยเครื่องบินสหรัฐฯ อพยพชาวอเมริกันจากเมืองจีนได้จำนวน 240 ราย ซึ่งมีทั้งนักการทูตจากสถานกงสุงสหรัฐฯ ในอู่ฮั่น และพลเมืองชาวอเมริกัน

ทั้งนี้สนามบินนานาชาติออนแทรีโอนี้ถูกออกแบบมานับสิบปีแล้วเพื่อจะให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถนำพลเมืองอเมริกันกลับประเทศได้ เมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ต่างก็ได้รับการฝึกอบรมมาเพื่อรับมือกับภารกิจเช่นนี้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ CDC หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในอเมริกา (Centers for Disease Control) จะทำหน้าที่ตรวจเช็คสุขภาพผู้โดยสารขณะมุ่งสู่อลาสกา หากไม่มีใครมีอาการป่วยจะได้รับการอนุญาตให้เดินทางได้ต่อ ผู้โดยสารจะถูกตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อถึงออนแทรีโอ แคลิฟอร์เนีย

ด้าน Curt Hagman สมาชิกพรรครีพับลิกันแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า “เตรียมรับมือสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายแล้ว ประชาชนกังวล พวกเขาต้องการความมั่นใจว่ารัฐบาลจะปกป้องพวกเขา”

ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติออนแทรีโอระบุว่า เราเตรียมการเพื่อความพร้อมและปลอดภัยต้อนรับทั้งนักการทูตและพลเมืองชาวอเริกันกลับบ้านแล้ว

มาเลเซีย

  • นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดกล่าว “มาเลเซียกำลังเจรจากับรัฐบาลจีนเพื่ออพยพคนมาเลเซียออกจากพื้นที่ติดเชื้อ อู่ฮั่น ออกจำนวน 78 ราย เราเตรียมเครื่องบินพิเศษเพื่อพาคนมาเลย์ฯ กลับบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จีนเห็นด้วยที่จะปล่อยให้พวกเขากลับบ้าน”
  • มหาเธร์ยังกล่าวอีกว่า ชาวมาเลเซียอยู่ในจีนตอนกลางอาจจะต้องเจอเรื่องอาหารขาดแคลน รัฐบาลพร้อมที่จะพาเขากลับบ้าน พลเมืองชาวมาเลฯ จะต้องไม่ป่วยกลับมาเลเซีย พวกเขาจะถูกตรวจเช็คร่างกายก่อนถึงมาเลเซีย ถ้ามีการพิสูจน์ว่าพวกเขาป่วยจากไวรัสโคโรนา พวกเขาจะถูกกักบริเวณ อยู่ในพื้นที่ควบคุมเป็นเวลา 14 วัน ก่อนจะส่งตัวกลับบ้านได้

อินโดนีเซีย

  • รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียระบุว่า ได้เตรียมแผนสำหรับอพยพชาวอินโดนีเซียออกจาหูเป่ยแล้ว ทางรัฐบาลจีนเตรียมอำนวยความสะดวกให้ มีชาวอินโดนีเซียอยู่ในหูเป่ยจำนวน 243 ราย มีราว 100 รายยังอยู่ในเมืองอู่ฮั่น
  • ระยะทางจากหูเป่ยไปอินโดนีเซียนั้นค่อนข้างไกลราว 500 กิโลเมตร ทางรัฐบาลกำลังหารือถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จะสามารถรองรับได้ ซึ่งไม่ใช่ใช่แค่เพียงพื้นที่ในต่างประเทศเท่านั้นแต่ยังรวมถึงบริเวณใกล้เคียงด้วย นอกจากนี้ กองทัพอากาศอินโดนีเซียก็ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า มีเครื่องบิน 3 ลำพร้อมอพยพพลเมืองของตนกลับบ้านแล้ว

ออสเตรเลีย

  • ด้านออสเตรเลียเผยแผนอพยพพลเมืองของตนจากอู่ฮั่นแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี Scott Morrison กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะนำคนออสเตรเลียที่กลับมาจากอู่ฮั่นกักบริเวณไว้ที่เกาะคริสมาสต์ ราว 14 วัน นอกจากนี้รัฐบาลได้พูดคุยกับจีนถึงช่วงเวลาที่จะอพยพคนออกมาแล้ว
  • เกาะคริสมาสต์อยู่ห่างจากเพิร์ททางตะวันออกเฉียงเหนือราว 2,600 กิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1,800 คน ส่วนที่หูเป่ยมีพลเมืองออสเตรเลียอยู่ราว 600 คน

เกาหลีใต้และอินเดีย กำลังเตรียมแผนอพยพพลเมืองประเทศตนเองเช่นกัน

ภาพบรรยากาศที่ชาวจีนเมืองอู่ฮั่น เปิดหน้าต่าง ตะโกนให้กำลังใจกันข้ามตึกพร้อมร้องเพลงปลุกใจกัน ขณะที่ทางการแจ้งเตือน การกระทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้

สภาพเมืองอู่ฮั่นโดยรวม เงียบ สงบ เมืองเศรษฐกิจอันดับ 7 ของจีนกลายเป็นเมืองร้าง

ที่มา – Nikkei Asian Review (1), (2), (3) Washington Times, South China Morning Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/japan-usa-evacuate-citizen-from-wuhan-others-country-planning-to-move-from-wuhan/

อังกฤษเตรียมแผนอพยพ: เตือนคนกลับประเทศ บริติชแอร์เวย์สั่งระงับเที่ยวบินไป-กลับจีน

กระทรวงการต่างประเทศและเครือจักรภพแห่งสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ (Foreign & Commonwealth Office) ประกาศแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังมณฑลหูเป่ย เพื่อป้องกันการระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา

Borish Johnson นายกรัฐมนตรีอังกฤษพร้อมทั้งเตือนว่าขณะนี้มีการจำกัดการเดินทางเพิ่มขึ้น และมีการเข้าถึงความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างจำกัด ขอให้ชาวอังกฤษออกจากมณฑลหูเป่ย อย่างเร็วที่สุด ใครต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อไปที่หมายเลขโทรศัพท์ตามที่ทางการระบุ ลงทะเบียนความต้องการว่าจะออกจากมณฑลหูเป่ยก่อนวันที่ 29 มกราคม เวลา 11.00น. ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ คนอังกฤษที่อยู่ในจีนควรตัดสินใจจากสภาพแวดล้อมของตนเอง หากยืดเวลาเดินทางออกไปอีก อาจจะเกิดความไม่สะดวกได้ ขณะนี้อังกฤษกำลังเตรียมแผนอพยพพาคนอังกฤษออกจากมณฑลหูเป่ย

ด้านสายการบินบริติชแอร์เวย์ หลังมีประกาศแจ้งเตือนจากทางการ สั่งระงับเที่ยวบินทั้งไปและกลับจากจีนทันที สำหรับใครที่เตรียมบินระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2020 สามารถจองใหม่ได้ในเที่ยวบินอื่นโดยบริติชแอร์เวย์ เส้นทางเดิ หรือหากต้องการคืนเงิน ก็สามารถทำได้

ที่มา – GOV.UK, FCO, British Airways

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/uk-against-all-travel-to-hubei-british-airways-suspended-all-direct-flights-to-and-from-china/

ประยุทธ์แถลงควบคุมไวรัสโคโรนาได้ 100% พร้อมตั้ง คกก. รับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ 60 ราย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตั้งคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ บูรณาการทำงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

โดยอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวไว้เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 23/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ

เพื่อให้ไทยมีการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด รวมทั้งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ

อนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

คณะกรรมการประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวง ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภััย และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม

โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ กำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ รวมทั้งจัดทำแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ บูรณาการระหว่างหน่วยงาน จัดระบบการประสานงาน สนับสนุนการเตรียมความพร้อม รวมทั้งกำกับติดตามผลการดำเนินงาน

ทั้งนี้ ได้มีการแถลงการณ์จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา กรณีไวรัสโคโรนาและฝุ่น PM 2.5 ดังนี้

กรณีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ เวลานี้ มีการคัดกรองและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นระดับ 3 ได้กำหนดมาตรการได้อย่างเหมาะสม คัดกรองช่องทางเข้าออกประเทศทั้งทางบก ชายแดน ทางเรือ ท่าเรือต่างๆ

มีความพร้อมในการรักษา ส่งต่อ และจัดตั้งพื้นที่ควบคุมเมื่อมีความจำเป็น รัฐบาลได้บูรณาการร่วมกันทำงานกันหลายภาคส่วน เพื่อรับมือป้องกันและสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแม่นยำ ชี้แจงตามข้อเท็จจริง ไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ ยึดหลักการชีวิตและสุขภาพของประชาชนสำคัญที่สุด ขอให้มั่นใจว่า การดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ในระดับมาตรฐานสากล การคัดกรองได้ผลดี

สถานการณ์โดยรวมขณะนี้ ถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้  100% แต่เราก็ต้องไม่ประมาท ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวังและดูแลตัวเองด้วย ให้ความร่วมมือกับทางการ โรคนี้ป้องกันได้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ เน้นดูแลสุขภาพอนามัยเรื่อง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย

สำหรับการเตรียมอพยพชาวไทยในพื้นที่เสี่ยงและเมืองต่างๆ จากประเทศจีนนั้น ขณะนี้กระทรวงกลาโหมมีความพร้อมที่จะปฏิบัติได้ทันทีในโอกาสแรกที่ได้รับการอนุญาตจากประเทศจีน ซึ่งอยู่ในระหว่างการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดของกระทรวงการต่างประเทศ

รัฐบาลวางแนวทางการรับมือในการกำหนดช่องทางสื่อสารหลักเพื่อให้เกิดเอกภาพและน่าเชื่อที่สุดจากกระทรวงสาธารณสุข สามารถสอบถามได้โดยตรง สายด่วนกรมควบคุมโรค 1442 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเผยแพร่ที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

มาตรการในระยะยาว สามารถติดตามข่าวสารจากศูนย์ปฏิการด้านการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ จะมีการรายงานทุกวัน

กรณีฝุ่น PM 2.5 รัฐบาลมีความห่วงใย ไม่นิ่งนอนใจ มีการกำหนดมาตรการและแนวทางป้องกันอย่างต่อเนื่อง และประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออกเป็นวาระแห่งชาติ ออกมาตรการและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ที่มา – สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ทำเนียบรัฐบาล  

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/gen-prayuth-chan-o-cha-announce-coronavirus-in-thai-under-control-100-percent/

“ขนาดตัวใหญ่เกินไป” เปิดใจ 3 สาวนิวซีแลนด์ที่ถูกการบินไทยปฏิเสธ ไม่ให้นั่งชั้นธุรกิจ

การบินไทยปฏิเสธผู้โดยสารหญิงชาวนิวซีแลนด์จำนวน 3 คน ไม่ให้นั่งชั้นธุรกิจ ระบุ “ขนาดตัวใหญ่เกินไป” ต้องไปนั่งชั้นประหยัด

Thai Airways
Business Class, Thai Airways Photo: Shutterstock

ขนาดตัวใหญ่เกินไป นั่งชั้นธุรกิจไม่ได้

เรื่องมีอยู่ว่า Huhana Iripa คุณแม่ชาวนิวซีแลนด์วัย 59 ปี และลูกสาวของเธออีก 2 คน Renell และ Tere วัย 28 ปีและ 37 ปีตามลำดับ โดยคุณแม่ท่านนี้พาลูกสาวทั้ง 2 คนเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อทำศัลยกรรมผ่าตัดลดน้ำหนัก

ขามา เดินทางจากโอ๊คแลนด์มายังกรุงเทพ ทั้ง 3 คนนั่งชั้นประหยัด ทุกอย่างปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร

ขากลับ เมื่อเดินทางออกจากกรุงเทพไปยังโอ๊คแลนด์ ทั้ง 3 คนจองที่โดยสารในชั้นธุรกิจ แต่ถูกปฏิเสธจากลูกเรือของการบินไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า “พวกเธอมีขนาดตัวที่ใหญ่เกินไป” และขอให้ย้ายไปนั่งในชั้นประหยัด

Huhana เปิดใจเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เธอรู้สึกเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ เพียงเพราะรูปร่างของเธอเท่านั้น เธอรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก เพราะลูกเรือการบินไทยปฏิเสธพวกเธอต่อหน้าผู้โดยสารคนอื่นหลายรายที่นั่งอยู่บนเครื่องด้วยกัน

Huhana เล่าว่าในเหตุการณ์ มีลูกเรือประมาณ 5 คนคุยและปรึกษากันเป็นภาษาไทย จากนั้นลูกเรือบางคนส่ายหัวและมองมาที่พวกเธอเหมือนว่าไปทำอะไรผิดมาก่อน พร้อมทั้งบอกว่าพวกเธอนั้น “ตัวใหญ่เกินไป” (too big)

เธอตกใจมาก เพราะในชีวิตไม่เคยถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะน้ำหนักตัวมาก่อน หลังจากนั้นเพียงไม่นาน เธอก็ร้องไห้ออกมา ส่วนลูกเรือการบินไทยได้แต่ยืนมอง และหลังจากนั้นพวกเธอทั้ง 3 คนก็จำเป็นต้องย้ายไปนั่งในชั้นประหยัดตามที่ลูกเรือร้องขอ

Thai Airways
การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

การบินไทยชี้แจงว่าทำไมให้นั่งไม่ได้ และจ่ายเงินชดเชยให้บางส่วน

การบินไทยชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยเครื่องบินลำนั้นคือ 787-900 Dreamliner ใหม่ ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวมีเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นสูง โดยเฉพาะเข็มขัดนิรภัยที่ออกแบบมาไม่เหมาะกับคนที่มีสรีระขนาดใหญ่ ดังนั้นหากผู้โดยสารที่มีขนาดตัวใหญ่เกินไปจะไม่สามารถคาดเข็มขัดได้ จะส่งผลให้ระบบไม่รองรับความปลอดภัย ทางการบินไทยจึงไม่สามารถให้บริการในกรณีนี้ได้

สุดท้าย การบินไทยได้จ่ายเงินค่าชดเชยในกรณีให้ย้ายจากชั้นธุรกิจไปนั่งในชั้นประหยัดเป็นจำนวนเงิน 450 ดอลลาร์ (13,900 บาท) ในขณะที่พวกเธอซื้อตั๋วชั้นธุรกิจมาในราคา 1,250 ดอลลาร์ (38,600 บาท)

อย่างไรก็ตาม แม่ลูกชาวนิวซีแลนด์รู้สึกว่า การกระทำที่สร้างความอับอายของการบินไทยต่อพวกเธอในครั้งนี้ ไม่สมควรจะจ่ายเพียงแค่เงินชดเชยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

ที่มา – NZHerald, Independent, Simpleflying

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-airways-deny-3-women-business-class/

ฮ่องกงสั่งปิดชายแดนเชื่อมจีน: ระงับการเดินทางโดยรถไฟ รถบัส เรือ หวั่นไวรัสโคโรนาระบาด

ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารวม 4,474 ราย เสียชีวิต 107 ราย ติดเชื้ออยู่ในฮ่องกง 8 ราย มีชาวจีนอยู่ในเมืองที่ถูกรัฐบาลสั่งปิดเกือบ 60 ล้านราย รัฐมนตรีสาธารณสุขจีนเผย เชื้อไวรัสโคโรนาสามารถแพร่กระจายได้ก่อนจะแสดงอาการให้เห็น

รัฐบาลฮ่องกงหยุดให้ใบอนุญาติเดินทางสำหรับผู้เดินทางที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว โดย Carrie Lam (แคร์รี หล่ำ) ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เผย รัฐบาลจะสั่งให้มีการปิดชายแดนฮ่องกงที่เชื่อมกับจีนชั่วคราว และจะหยุดออกใบอนุญาตสำหรับเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวจีนด้วย

พื้นที่ชายแดน 4 แห่งจะถูกปิดภายในเที่ยงคืนของวันที่ 30 มกราคมนี้ จนกว่าจะมีการแจ้งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ซึ่งหมายความว่าประชาชนจะไม่สามารถเดินทางไปมาระหว่างฮ่องกงกับจีนทั้งทางบกในทางฝั่งตะวันตกของสถานีเกาลูน (Kaoloon), ฮุงฮอง (Hung Hom), ชาเทา (Sha Tau Kok), มันกัมโท (Man Kam To) และทางน้ำคือ ท่าเรือถึนเหมิน/ ตึนมัน (Tuen Mun Ferry) และท่าเรือจีน (China Ferry Terminal)

นอกจากนี้ จะมีการลดเที่ยวบินจากจีนลง 50% หยุดให้บริการสถานีรถไฟจากฝั่งตะวันตกของเกาลูน รวมถึงรถไฟความเร็วสูงที่จะไปจีน และสถานีฮุงฮอมก็จะหยุดให้บริการชั่วคราวด้วย จะหยุดให้บริการที่เกี่ยวกับท่าเรือทั้งหมด ยกเว้นท่าเรือมาเก๊า

รถบัสและรถโค้ชที่ให้บริการในฮ่องกงที่มาจากจีนจะถูกลดจำนวนเที่ยวลง การให้บริการรถโค้ชจากฮ่องกง-ซูไห่-สะพานมาเก๊าจะถูกระงับลงชั่วคราว ในส่วนของวีซ่า หล่ำกล่าวว่าได้ปรึกษากับทางการจีนแล้ว จะหยุดให้ใบอนุญาตการเดินทางด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา – CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hong-kong-close-china-borders-concern-of-coronavirus-outbreak/