คลังเก็บป้ายกำกับ: Applications

5 เหตุผลสำคัญที่ควรใช้ RxJavaในโปรเจ็กต์จาวาของคุณ

Reactive Extensions (Rx) คือชุดคำสั่งและอินเทอร์เฟซที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหามากมายทั้งแบบง่ายและซับซ้อนของเหล่านักพัฒนา ซึ่งการนำมาใช้ร่วมกับจาวานั้นจะทำให้คุณสามารถจัดการแอคชั่นได้หลายตัวบนอีเวนต์ของระบบที่หลากหลายได้พร้อมกัน

นอกจากนี้ยังช่วยในการเขียนโค้ดให้สวยงามโดยที่คงความเรียบง่ายไว้ได้ ดังนั้น ทาง TechNotification.com จึงได้รวบรวมเหตุผลสำคัญ 5 ประการที่คุณควรนำ RxJava มาใช้ในโปรเจ็กต์ไว้ดังต่อไปนี้

1. เป็นแนวทางแบบ Functional

การเขียนโปรแกรมแบบฟังก์ชั่นนอลนั้นได้แก่การเน้นใช้ฟังก์ชั่นในฐานะพารามิเตอร์ รวมทั้งในฐานะผลลัพธ์ของฟังก์ชั่นอื่น เช่น Map ที่เป็นฟังก์ชั่นลำดับสูงที่นิยมใช้ในภาษาโปรแกรมมิ่งหลายชนิด ถ้านำมาใช้กับทุกองค์ประกอบของรายการ ก็จะคืนค่าที่เป็นรายการของผลลัพธ์มาเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าคุณคุ้นเคยกับการเขียนโปรแกรมแบบเน้นใช้ฟังก์ชั่น และเข้าใจหลักการของ Map และ Zip แล้ว ก็จะสามารถเรียนรู้ RxJavaได้ง่ายขึ้นด้วย

2. ใช้ Operator ผ่านตัวกำหนดเวลา

มีหลาย Operator ที่จำเป็นต้องระบุ Scheduler ถึงจะใช้ฟังก์ชั่นได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีแบบโอเวอร์โหลดที่ใช้ computation(), delay()ในฐานะ Scheduler ได้ด้วย ซึ่งคุณควรประกาศ Scheduler ที่ต้องการในฐานะอากิวเมนต์ที่สามทุกครั้งถ้าไม่ต้องการใช้ตัวComputation Scheduler

และนอกจาก delay() แล้ว คุณยังมี Operator อื่นๆ มากมายที่สามารถเปลี่ยนการกำหนดเวลาได้ด้วยไม่ว่าจะเป็น interval (), debounce (), timer (), skip (), timeout ()เป็นต้น

3. ทำแคชได้ง่าย

การ Caching ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการยกระดับประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่น เนื่องจากช่วยลดการเรียกใช้งานบนเครือข่ายด้วยการแคชข้อมูลตอบสนองของเน็ตเวิร์ก และจะเรียกดูข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้นด้วยถ้าข้อมูลถูกแคชไว้

การทำแคชนั้นมีสองรูปแบบคือ แบบ Memory Cache ที่เก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำของแอพพลิเคชั่น และแบบ Disk Cache ที่บันทึกข้อมูลลงบนดิสก์

4. ใช้ Subject ได้

ถ้าคุณกำลังทำงานกับอ๊อพเจ็กต์แล้ว ก็ควรทราบว่าลำดับการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลที่ถูกส่งไปยังSubjectonNextโดยดีฟอลต์ และจะถูกประมวลผลบน Thread เดียวกัน โดยจะมีการเรียกใช้ onNext() จนกว่าจะไม่พบ Operator observeOn()บน Sequence นั้นๆ

นั่นคือ เวลาที่เราลงทะเบียนกับ Subject จะมีการคืนค่าในทันที จากนั้นจึงถูกประมวลผลใน Thread ของ Shedulers.io()ซึ่งหลังจากนั้น เมื่อมีข้อความถัดขึ้นมาแสดงใน Subject ก็จะใช้ Thread ในการเรียกใช้ onNext()

5. สามารถสตรีมได้แบบ Asynchronous

สมมติว่าคุณต้องการส่งคำร้องขอไปยังฐานข้อมูลเพื่อต้องการทั้งข้อความและการตั้งค่าในทันที โดยเมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็อยากให้แสดงข้อความต้อนรับบนหน้าจอ ซึ่งการจะได้ผลลัพธ์ดังกล่าวด้วยจาวานั้น คุณต้องทำโปรเซสที่ยาวมาก

โดยต้องรัน AsyncTaskที่แตกต่างกัน 3 – 4 รายการ แล้วสร้าง Semaphore ที่จะรอทั้งคำร้องขอการตั้งค่าและข้อความทำงานเสร็จ เป็นต้น แต่ด้วย RxJavaเราสามารถปรับปรุงกระบวนการที่โค้ดอยู่ในรูป Thread ที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง และสร้างขึ้นจากรากฐานของ Functional Paradigm ได้

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/5-solid-reasons-to-use-rxjava-in-your-java-projects/

โฆษณา

เชิญร่วมงานสัมมนา “Digital Transformation is NOW ทลายขีดจำกัดทางธุรกิจด้วยกลยุทธ์ดิจิทัล”

The VIABLE สื่อและเครือข่าย (Media and Community) ด้านการทำ Digital Transformation รวบรวมเหล่ากูรูด้านการตลาด, Big Data, และนวัตกรรมดิจิทัล ร่วมบรรยายและเสวนาเข้มข้นจากเหล่าวิทยากรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ 6 ท่าน ทั้งจากไทยและต่างชาติ โดยงานนี้เป็นครั้งแรกที่ทาง The VIABLE ได้รับเกียรติร่วมพาร์ทเนอร์กับทาง HubSpot บริษัท CRM & Marketing Automation ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ทาง HubSpot ได้รับรางวัล Magic Quadrant จาก Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของโลก โดยผลรางวัลรวบรวมมาจากประสบการณ์และข้อเสนอแนะของผู้ใช้งานจริง ซึ่งจะต้องมาจากผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้าน IT ที่มีประสบการณ์เท่านั้น งานนี้ถือได้ว่าผู้ร่วมงานมีแต่คุ้มกับคุ้ม

เวที Digital Transformation is NOW ถูกจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ในเชิงบริหารจัดการและการวางกลยุทธ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้คุณสามารถวางกลยุทธ์ ปรับเปลี่ยนแต่ละฟังก์ชั่นหลักในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Marketing, Sales, HR และ Operations เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจให้พร้อมในสนามแข่งขัน พร้อมด้วยการถ่ายทอดประสบการณ์ธุรกิจจากเคสจริงที่ประสบความสำเร็จ ผ่านการผนวกเอาแบรนด์คอนเซ็ปต์ที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการใช้ช่องทางดิจิทัลอย่างชาญฉลาดมาทำให้ธุรกิจก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว

What to Expect  สิ่งที่คุณจะได้รับ: 

Inspiration

การสร้างให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย ให้งานนี้เป็นคำสัญญาจากเราที่จะนำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้คุณเดินหมากธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ 

Strategy 

แรงบันดาลใจเป็นเรื่องที่ดี แต่การมีกลยุทธ์ที่ดีจะช่วยให้คุณทะยานไปได้เหนือกว่า งานนี้เรารวบรวมสุดยอดกลยุทธ์ในยุคดิจิตอล ร่วมกำหนดทิศทาง วางกลยุทธ์ ขับเคลื่อนองค์กรของคุณสู่เป้าหมาย   

Actionable Advice 

เราร่วมมือกับดิจิทัล Guru ชั้นนำ และพิเศษด้วย Session จาก Speakers ตัวจริง Import มาจากทาง HubSpot Singapore ที่จะมาแนะนำการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจคุณในทุกช่องทาง ให้คุณกลับจากงานด้วยกลยุทธ์ที่นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม 

Professional Networking 

ร่วมพบปะกับนักธุรกิจผู้เข้าร่วมงานที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เปิดโอกาสให้ตัวคุณเองได้พบปะกับบุคคลภายนอกที่เปรียบเสมือนเป็น Sounding Board แลกเปลี่ยนมุมมอง ท้าทายความคิด และร่วมแชร์ความสำเร็จไปด้วยกันกับคุณ 

มาร่วมติดอาวุธทางความคิด เพิ่มศักยภาพให้สามารถก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลด้วยความมั่นใจ ให้คุณมองภาพกว้างและเข้าใจในธุรกิจ เข้าใจ End Customer โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ให้ทุกมิติของเป้าหมายทั้งการเงิน การผลิต และการบริการ มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในระดับสากล 

//////////// SAVE THE DATE //////////// 

วัน: ศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2019
เวลา: 13.00 – 17.30 น.
สถานที่: อาคาร Knowledge Exchange (KX) ชั้น 10 (BTS วงเวียนใหญ่, แผนที่)
รถยนต์ส่วนตัว: จอดรถที่อาคาร Knowledge Exchange บริการจอดรถฟรีสำหรับผู้เข้าร่วมงาน 

งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 094-545-6001 (คุณไอซ์)

from:https://www.techtalkthai.com/digital-transformation-is-now-by-the-viable/

TechTalk Webinar: เคล็ดลับความสำเร็จในการขึ้นระบบ ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต โดย FMS

FMS ขอเรียนเชิญเจ้าของกิจการ, ผู้บริหารธุรกิจ และผู้จัดการ IT ในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิต, ค้าปลีก รวมถึง Logistics เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “เคล็ดลับความสำเร็จในการขึ้นระบบ ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต โดย FMS” เพื่อรับฟังประสบการณ์การวางระบบ ERP ให้กับเหล่าธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตที่มีมายาวนานกว่า 25 ปีของ FMS ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: 25 Days of Successful Implementation : Best Practice for Implementing ERP for your Manufacturing Business เคล็ดลับความสำเร็จในการขึ้นระบบ ERP สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต โดย FMS
ผู้บรรยาย: ทีมงาน Forward Management Service
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

การขึ้นระบบ ERP นั้นถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับเหล่าธุรกิจโรงงานและการผลิตที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการในการทำงานให้เป็นระบบระเบียบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรองรับต่อการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมั่นคง

ใน Webinar ครั้งนี้ ทีมงาน FMS ที่ดำเนินธุรกิจด้านการวางระบบบัญชี, การเงิน และ ERP ให้กับเหล่าธุรกิจไทยมายาวนานกว่า 25 ปี จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ในการขึ้นระบบ ERP ให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตจากทีมงาน ERP Consultant ของบริษัทฟอร์เวิร์ด แมเน้จเม้นท์ เซอร์วิส โดยตรง พร้อมแนะนำแนวทางการคัดเลือก ERP ที่เหมาะสมกับองค์กร การนำไปประยุกต์ เชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นๆในองค์กร ปัญหาที่พบบ่อยและทางแก้ไข เคล็ดลับการขึ้นระบบภายใน 25 วัน

พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านการขึ้นระบบ ERP โดยตรงใน Webinar ครั้งนี้ พร้อมสอบถามคำถามหรือประเด็นปัญหาได้ทันที

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_JdZpdI-HTk29ko2wLCP56Q โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-erp-for-manufacturing-best-practices-by-fms/

FMS ขอเชิญเข้าร่วม Free Workshop “เจาะลึกระบบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย SAP Business One” 8 ส.ค. 2019

FMS และ A-Plus Software จาก Hongkong ร่วมกับ SAP Thailand ขอเชิญบริษัทที่สนใจเข้าร่วม Workshop ฟรี “เจาะลึกระบบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย SAP Business One” : Inventory Control, Warehouse Solution, และ Barcode System วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พศ. 2562 เวลา 8.30 – 12.30 น. ที่ SAP Thailand , ตึก Liberty สีลม BTS ศาลาแดง โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

เจาะลึกระบบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย SAP Business One” : Inventory Control, Warehouse Solution, และ Barcode System โดย FMS Consulting

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พศ. 2562
เวลา 8.30 – 12.30 น.
สถานที่ SAP Thailand , ตึก Liberty สีลม BTS ศาลาแดง

เจาะลึกและทดลองจริง การทำงานของระบบ ERP : SAP Business One สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต วางแผนการผลิต และเชื่อมต่อกับระบบบริหารสินค้าคงคลัง ( Barcode & Warehouse System)

พิเศษ !!! Free Workshop การออกแบบระบบสินค้าคงคลัง สอนโดยทีมผู้เชี่ยวชาญระบบ Manufacturing จาก A Plus Solution, ฮ่องกง และ ทีม SAP Business One Consultant จาก FMS และ SAP Thailand

กำหนดการ

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ http://www.fmsconsult.com/en/news-event/seminar/upcoming-event/inventory-control-warehouse-solution-barcode-system.html

from:https://www.techtalkthai.com/fms-free-workshop-warehouse-management-with-sap-business-one-2019-08/

น่าสนใจมาก! นี่คือ 5 ภาษาโปรแกรมมิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้หญิง

แม้ตลาดผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีผู้ชายเป็นเรี่ยวแรงสำคัญส่วนใหญ่ แต่ผู้หญิงก็เข้ามาสร้างบทบาทที่สำคัญในวงการนี้ด้วย แม้จะไม่ได้รับความสนใจจากสื่อในวงกว้างเท่าใดนัก ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นเพศหญิงได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างที่หลายคนคงทราบกันแล้วว่า นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์คนแรกของโลกก็เป็นผู้หญิง รวมทั้งผู้หญิงเองก็มีส่วนในการผลักดันการพัฒนาภาษาเขียนโปรแกรมต่างๆ มาอย่างยาวนาน ดังนั้น ลองมาดูกันถึงภาษาโปรแกรมมิ่ง 5 ภาษาที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้หญิงดังต่อไปนี้

1. ARC Assembly
ARC Assembly ถูกพัฒนาขึ้นโดย Kathleen Booth ขณะที่ทำงานอยู่ที่ Birkbeck College ในสหราชอาณาจักรช่วงปี 1950 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของวงการโปรแกรมมิ่ง ที่ยังจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมในรูปของชุดเลข 0 และ 1 อยู่

2. COBOL
ภาษา Common Business-Oriented Languageหรือ COBOL นี้ถูกสร้างขึ้นมาโดย Grace Hopper ซึ่งเป็นทหารกองหนุนในกองทัพเรือสหรัฐฯ เธอพัฒนาภาษานี้ขึ้นมาระหว่างทำงานกับระบบ UNIVAC เมื่อปี 1959

3. FORMAC
ภาษา Formula Manipulation Compilerหรือ FORMAC นี้ให้กำเนิดโดย Jean Sammet ในปี 1962 ในฐานะเป็นส่วนขยายเสริมของภาษา FORTRAN ที่พัฒนาขึ้นโดย IBM ในช่วงปี 1950 ซึ่งบริษัทได้จ้าง Jean มาทำงานด้านโปรแกรมมิ่งให้พัฒนาภาษาที่เป็นประโยชน์ในด้านการคำนวณคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น

4. CLU
ถือเป็นก้าวสำคัญที่นำมาสู่ภาษาโปรแกรมมิ่งแบบ Object-Oriented ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย Barbara Liskov ในปี 1974

5. BBC BASIC
ถูกสร้างขึ้นโดย Sophie Wilson นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในปี 1981 เป็นภาษาโปรแกรมมิ่งภาษาแรกที่สร้างขึ้นสำหรับงานด้านโทรทัศน์ พัฒนาขึ้นสำหรับ BBC โดยเฉพาะ

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/five-programming-languages-that-were-created-by-women/

Prize Interpack (1999) กับก้าวสำคัญในการปรับระบบ ERP สู่ SAP Business ByDesign ตอบโจทย์การผลิตถุงพลาสติกคุณภาพสูงสู่ธุรกิจหลากหลาย

เคยสงสัยกันไหมว่าถุงพลาสติกที่เราใช้งานกันในทุกวันนี้ผลิตมาจากไหน? แน่นอนว่าในไทยเองก็มีโรงงานทางด้านพลาสติกมากมาย แต่หากพูดถึงโรงงานที่ผลิตถุงพลาสติกให้กับแบรนด์ชั้นนำอย่างเช่น C.P., 7-Eleven, Big C, Makro, HomePro และอื่นๆ ล่ะก็ Prize Interpack (1999) คือผู้ผลิตถุงเหล่านั้น และในบทความนี้เราจะเล่าถึงทั้งแนวโน้มที่เปลี่ยนไปในวงการอุตสาหกรรมผลิตถุงพลาสติก และข้อคิดจากการปรับไปใช้ระบบ SAP Business ByDesign ในฐานะระบบ ERP ที่เป็นหัวใจหลักของ Prize Interpack (1999) ที่เป็นผู้ผลิตถุงพลาสติกให้กับหลากหลายธุรกิจที่น่าจะผ่านมือพวกเรากันมาบ้างไม่มากก็น้อย ทั้ง C.P., 7-Eleven, Big C, Makro, Tesco-Lotus, HomePro และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมายกันครับ

Prize Interpack (1999): ผู้ผลิตถุงพลาสติกคุณภาพสูงสำหรับการใช้งานทั่วไปและธุรกิจเฉพาะทาง ยอดขายกว่า 360 ล้านบาทในปี 2018 ที่ผ่านมา

ก่อนจะเล่าไปถึงเรื่องราวของระบบ ERP เราขอเล่าถึงเรื่องราวธุรกิจของ Prize Interpack (1999) และธุรกิจด้านการผลิตถุงพลาสติกให้ทุกท่านได้รู้จักกันโดยเบื้องต้นกันก่อน ซึ่งคุณพีรพงศ์ ศาศวัตวิบูลย์ ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท Prize Interpack (1999) จำกัด ก็ได้ให้เกียรติมาสัมภาษณ์เพื่อใช้เป็นเนื้อหาสำคัญในบทความนี้

คุณพีรพงศ์ ศาศวัตวิบูลย์ ผู้บริหาร บริษัท ไพรซ์ อินเตอร์แพค(1999) จำกัด

สไตล์ของคุณพีรพงศ์ที่สามารถสัมผัสได้จากการพูดคุยอย่างสนุกสนานในครั้งนี้นั้นก็ถือได้ว่าคุณพีรพงศ์เป็นผู้บริหารอารมณ์ดีที่มีวิสัยทัศน์ไกล พร้อมเปิดรับในเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งยังได้ลงมาคลุกคลีกับระบบ ERP ด้วยตนเองตั้งแต่แรกเพราะเล็งเห็นอยู่แล้วว่า ERP นี้จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของทุกกระบวนการในธุรกิจของ Prize Interpack (1999) อย่างแน่นอน

ผลิตภัณฑ์หลักๆ ที่ถูกคิดค้นวิจัยและสร้างขึ้นมาในโรงงานของ Prize Interpack (1999) ซึ่งมีพนักงานกว่า 140 คนในโรงงาน 2 แห่งที่มหาชัยและบางบอนนี้ก็คือถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้าที่เราได้ใช้กันในชีวิตประจำวันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติกของ C.P., 7-Eleven, Big C, Makro, Tesco-Lotus, HomePro หรืออีกหลากหลายแบรนด์ก็ตาม เรียกได้ว่า Prize Interpack (1999) นี้ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำทั่วไทย ในการผลิตถุงพลาสติกก็ว่าได้

ความไว้วางใจที่ได้รับจากแบรนด์ต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 20 ปีนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของแบรนด์นั้นๆ ที่มีให้กับกระบวนการการผลิตของ Prize Interpack (1999) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งประเด็นนี้ก็สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทาง Prize Interpack (1999) เองที่มุ่งเน้นในคุณภาพของการผลิตและมาตรฐานของกระบวนการทำงาน ที่นอกเหนือไปจากการได้รับการรับรองมาตรฐานอย่าง ISO 9000 : 2015, GMP, HACCP แล้ว การเลือกใช้แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายภายในโรงงานก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ Prize Interpack (1999) ให้ความสำคัญเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าธุรกิจองค์กรชั้นนำที่หลากหลายมา ซึ่งนอกจากลูกค้าที่เป็นธุรกิจองค์กรไทยแล้ว แบรนด์ต่างชาติในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็ยังเลือกใช้ Prize Interpack (1999) ด้วยเช่นกัน

อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่า “แค่ผลิตถุงพลาสติกนี้จะมีอะไรมากไปกว่าการทำถุงที่ทนทานและพิมพ์ชื่อแบรนด์ของลูกค้าลงไป?” ในการพูดคุยครั้งนี้ทางเราเองก็สงสัยเรื่องนี้เหมือนกันจึงได้สอบถามคุณพีรพงศ์ และได้รับคำตอบที่น่าสนใจและต้องอธิบายขยายความกันยาวมากว่า “การผลิตถุงพลาสติกทุกวันนี้มีรายละเอียดเยอะกว่าที่คนทั่วไปรู้”

ถุงพลาสติกสำหรับใช้งานทั่วไป ต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันเป็นสำคัญ

สำหรับถุงพลาสติกในสมัยก่อนผู้ใช้งานอย่างเราๆ นั้นอาจสัมผัสได้ถึงประเด็นเรื่องคุณภาพจากความเหนียวและความทนทานของถุงที่ใช้ และในมุมของผู้ผลิตนั้นก็มุ่งเน้นด้านคุณภาพการผลิตและความเร็วในการผลิตเป็นหลัก แต่ในมุมของแบรนด์และผู้ผลิตทุกวันนี้จะมองแค่นั้นไม่ได้อีกแล้ว

ประเด็นใหญ่ที่เริ่มกลายเป็นที่พูดถึงในสังคมไทยทุกวันนี้ ก็คือเรื่องของขยะที่เกิดขึ้นทุกวันอย่างต่อเนื่องจากการบริโภคสินค้าต่างๆ และกำจัดได้ยาก ซึ่งปัญหานี้ก็ถือเป็นปัญหาสำคัญที่หากคนไทยเราไม่ร่วมมือกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดปริมาณขยะลง หรือเปลี่ยนรูปแบบการบริโภคไปใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ อนาคตลูกหลานของเราก็คงต้องเป็นผู้แบกรับการอยู่ร่วมกับขยะไป

ด้วยเหตุนี้เอง เหล่าแบรนด์ต่างๆ จึงต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการหันมาใช้ถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้, นำมา Recycle ได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งก็เป็นโจทย์ต่อมายังทาง Prize Interpack (1999) ที่ต้องมุ่งหาวัตถุดิบสำหรับการผลิตถุงแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรงก็คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม BIOPlastic นั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากวัตถุดิบที่เปลี่ยนไปแล้ว สารเคมีและกระบวนการการผลิตรวมถึงเครื่องจักรที่ใช้นั้นก็ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เพื่อลดการสร้างมลพิษที่จะเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการผลิตไปด้วย นี่คือสิ่งที่ Prize Interpack (1999) ได้คิดและทำเผื่ออนาคตของเมืองไทยไปอีกก้าวหนึ่ง
ทุกวันนี้ถุง BIOPlastic ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ได้กลายเป็นทางเลือกของแบรนด์ที่หลากหลายในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มกลายเป็นมาตรฐานของการเลือกใช้ถุงพลาสติกกันไปแล้ว ไม่ว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ จะทราบหรือไม่ก็ตา

ถุงพลาสติกเฉพาะทาง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในธุรกิจที่แตกต่างตามความต้องการที่หลากหลาย

นอกจากถุงพลาสติกที่เราได้ใช้กันในทุกวันนี้แล้ว Prize Interpack (1999) เองก็ยังมีการผลิตถุงพลาสติกที่มีความพิเศษสูงยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่ถือว่าท้าทายและสร้างความแตกต่างให้กับ Prize Interpack (1999) ไปด้วยในตัว

ตัวอย่างที่คุณพีรพงศ์ยกขึ้นมาให้เห็นภาพกันอย่างชัดเจนนั้นก็เช่น ถุงพลาสติกสำหรับใส่สัตว์น้ำ สำหรับใส่ปลาหรือกุ้งเพื่อทำการขนย้ายโดยเฉพาะ เพื่อให้ถุงนั้นมีความทนทานสูงอยู่ และมีการออกแบบในรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาหรือกุ้งนั้นว่ายไปโดนขอบถุงหรือก้นถุงบาดจนได้รับการบาดเจ็บ ด้วยการเสริมชั้นซีลเข้าไปตรงขอบถุง หรืออย่างเช่นการผลิตถุงสำหรับบรรจุอาหาร ที่ต้องคำนึงถึงประเด็นด้านการถนอมอาหารให้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น เป็นต้น

ถุงลักษณะนี้มักถูกใช้งานภายในกระบวนการของอุตสาหกรรมต่างๆ และไม่ได้ปรากฏให้ผู้บริโภคได้เห็นแต่อย่างใด ซึ่งธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นก็จะมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป จุดนี้เองที่ทำให้ Prize Interpack (1999) ต้องคอยสรรหาวัตถุดิบ, กระบวนการ และแนวทางใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและขยายตลาดออกไปให้กว้างขึ้น

4 ข้อสำคัญสำหรับอนาคตของธุรกิจผลิตถุงพลาสติก: สิ่งแวดล้อม, คุณภาพ, ตอบโจทย์เฉพาะทาง และการทำ Automation

คุณพีรพงศ์ได้สรุปแนวโน้มของวงการผลิตถุงพลาสติกเอาไว้ 4 ประเด็นสำคัญหลัก ดังนี้

  • การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้โรงงานผลิตนั้นต้องมองหาวัตถุดิบ, เครื่องจักร และกระบวนการการผลิตใหม่ๆ ที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ และกลายเป็นประเด็นที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ต้องควบคุมคุณภาพการผลิตและสินค้าให้ได้ดี เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของธุรกิจโรงงานที่ยังคงมองข้ามไม่ได้
  • ต้องผลิตถุงที่ตอบโจทย์เฉพาะทางให้ได้มากขึ้น เพราะธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆ นั้นก็ต้องมองหาหนทางที่จะสามารถปรับปรุงกระบวนการการทำงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และถุงในฐานะของภาชนะนั้นก็มีบทบาทต่อกระบวนการทำงานในบางธุรกิจมากอย่างคาดไม่ถึง การคิดค้นสร้างนวัตกรรมถุงรูปแบบใหม่ๆ จึงต้องเกิดขึ้นเพื่อสอดรับกับความต้องการของตลาด
  • การทำ Automation ในกระบวนการการผลิตและการทำงานให้มากขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึงทั้งในระดับของเครื่องจักร, ในระดับของกระบวนการการทำงาน และในระดับของการจัดการข้อมูลในธุรกิจ

ERP: กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้การทำงานมีคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นได้ว่าใน 4 แนวโน้มสำคัญของธุรกิจการผลิตถุงพลาสติกนี้ ประเด็นเรื่องการทำ Automation ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาด้วย ซึ่งคุณพีรพงศ์ก็ได้เล็งเห็นในจุดนี้มานานและมองอย่างรอบด้านครบถ้วนว่า การทำ Automation นั้นไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ช่วยให้การผลิตเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้นเท่านั้น แต่ในแง่ของกระบวนการและการจัดการข้อมูลของธุรกิจนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน

ด้วยเหตุนี้ ERP จึงได้เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานภายใน Prize Interpack (1999) ได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากได้ริเริ่มนำระบบ ERP แรกมาใช้งานนั้น ก็ทำให้การทำงานของ Prize Interpack (1999) มีระบบระเบียบมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ด้วยการมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน, มีการระบุถึงข้อมูลที่ต้องเก็บและใช้อย่างครอบคลุม ซึ่งก็ส่งผลถึงการทำงานที่มีคุณภาพมากขึ้น, การแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างฉับไวมากยิ่งขึ้น และการวางแผนธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งถือว่าสำคัญมากต่อ Prize Interpack (1999) นั้น ก็คือข้อมูลจากระบบ ERP นั้นช่วยให้การ Audit ทั้งตามกฎหมายและตามมาตรฐานต่างๆ นั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องนั้นเสียเวลาในการทำงานในส่วนของการเตรียมข้อมูลเพื่อ Audit น้อยลงอย่างชัดเจน ในขณะที่ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์และทันต่อเวลานั้น ก็ทำให้การ Audit ผ่านได้ง่ายขึ้นไปด้วย

ประสบการณ์เป็นครู เรียนรู้ข้อผิดพลาดและปัญหาจากระบบ ERP เดิม สู่ระบบ ERP ใหม่ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี การใช้ ERP แรกนั้นก็ไม่ได้ราบรื่นไปเสียทีเดียว เพราะเมื่อธุรกิจของ Prize Interpack (1999) นั้นเติบโตขึ้นและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปริมาณของข้อมูลก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย และความต้องการที่จะปรับแต่งระบบ ERP ให้ตอบรับต่อกระบวนการใหม่ๆ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นั้นก็มากขึ้น และตอนนั้นเองที่ปัญหาก็เกิดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ด้วยระบบ ERP ที่มาจากผู้ผลิตรายเล็กนั้น การปรับแต่งแก้ไขต่างๆ ก็เป็นไปได้ยากด้วยข้อจำกัดมากมาย อีกทั้งปัญหาด้านประสิทธิภาพของระบบก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนจนทำให้พนักงานภายใน Prize Inperpack ต้องมาคอยจัดการย้ายข้อมูลออกจากระบบเป็นประจำ ในขณะที่ทีมงานที่สนับสนุนการใช้งานระบบ ERP ในยามนั้นก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที รวมถึงไม่สามารถปรับแต่งระบบให้เป็นไปได้ตามต้องการ ก็ทำให้การทำงานในช่วงนั้นติดขัดกันไม่น้อย

Prize Interpack (1999) ที่ได้เรียนรู้ถึงข้อดีของระบบ ERP และได้รับบทเรียนในการเลือกใช้ระบบ ERP มาแล้ว ก็ได้เริ่มเห็นความต้องการที่ชัดเจนมากขึ้นในระบบ ERP ใหม่ที่จะมาสนับสนุนธุรกิจของตนเองอีกยาวนานต่อไปนับสิบปีในอนาคต และได้ริเริ่มโครงการระบบ ERP ใหม่ขึ้นมา

ตัดสินใจใช้ SAP Business ByDesign เป็นรายแรกๆ ของไทย มั่นใจในชื่อเสียงของ SAP และวางใจในความง่ายของ Cloud

Credit: SAP

คุณพีรพงศ์ได้ประสานงานให้ทีมงาน Prize Interpack (1999) ติดต่อไปยังแบรนด์ของผู้ผลิตระบบ ERP ชั้นนำทั้งหมดในตลาด เพื่อมานำเสนอโซลูชันระบบ ERP ของตนเอง ซึ่งแต่ละเจ้านั้นก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แต่ประเด็นสำคัญหนึ่งที่คุณพีรพงศ์เห็นได้ชัดในบางโซลูชัน ก็คือในขั้นตอนการทดสอบการใช้งานจริง ที่พบว่าหากบางโซลูชันนั้นต้องมีกระบวนการในการรับส่งข้อมูลระหว่าง Module ที่ซับซ้อนเพิ่มเติมเข้ามา ทำให้หากนำมาใช้งานจริงนั้นพนักงานก็จะมีภาระด้านการจัดการข้อมูลเหล่านี้อยู่ดี และก็อาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการใช้งานได้ด้วย

นอกจากนี้ ในช่วงที่ทาง Prize Interpack (1999) กำลังพิจารณาระบบ ERP ใหม่อยู่นั้น ก็เป็นช่วงที่ Cloud ERP กำลังเป็นเทคโนโลยีที่เริ่มได้รับความนิยมพอดี ทำให้ทาง Prize Interpack (1999) ไม่รีรอที่จะพิจารณาและทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าว และสัมผัสได้ถึงความง่ายในการเริ่มต้นใช้งานและดูแลรักษา อีกทั้งยังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากผู้ผลิตโดยตรง

Credit: SAP

สุดท้ายแล้ว คุณพีรพงศ์ก็เล่าว่าทาง Prize Interpack (1999) ตัดสินใจเลือกใช้ SAP Business ByDesign เป็นรายแรกๆ ของไทย โดย SAP Business ByDesign นี้เป็นโซลูชัน Cloud ERP ที่มีการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เฉพาะทางของธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ มาอยู่แล้ว โดยมี Template สำหรับกระบวนการทำงานในธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมให้เลือกใช้และนำไปปรับแต่งได้ทันที ซึ่งทาง SAP ก็ได้สร้าง Template เหล่านี้ขึ้นมาจากประสบการณ์ในการช่วยธุรกิจทั่วโลกให้ได้เริ่มต้นใช้งานระบบ ERP นั่นเอง

นอกจากข้อดีดังกล่าวแล้ว ภายใน SAP Business ByDesign นี้ก็ยังมีโมดูลต่างๆ มาให้พร้อมเลือกนำไปใช้งาน โดยฐานข้อมูลทั้งหมดเชื่อมถึงกันอยู่แล้ว การจัดการข้อมูลทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นจึงสามารถเป็นไปได้อย่างง่ายดายในการป้อนข้อมูลเพียงครั้งเดียว จากนั้นทุกแผนกของทั้งบริษัทก็จะเห็นข้อมูลเหมือนกันทั้งหมดแบบ Real-time ได้ทันที ทำให้การทำงานนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว, คล่องตัว, แม่นยำมากยิ่งขึ้น และพนักงานของ Prize Interpack (1999) ก็ไม่ต้องเสียเวลากับการจัดการข้อมูลซ้ำซ้อนอีกต่อไป

ทั้งนี้ ด้วยความเป็นระบบ Cloud ERP ก็ทำให้ SAP Business ByDesign นั้นสามารถรองรับการเติบโตของข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ Prize Interpack (1999) ไม่ต้องพะวงกับประเด็นด้านเทคนิคในเชิง IT เองอีกต่อไป ภาระของแผนก IT ในบริษัทก็จะเบาลงไปด้วย

ร่วมงานกับ ISS Consulting คู่ค้าที่พร้อมดูแลระบบ ERP สำคัญให้ Prize Interpack (1999) ได้เป็นอย่างดี

ในการเลือกใช้ SAP Business ByDesign เป็นรายแรกๆ ของไทยนี้ จุดหนึ่งที่ทำให้ Prize Interpack (1999) ตัดสินใจได้ คือความเชื่อมั่นใน SAP on Cloud Solution ของ SAP ที่เหมาะกับความต้องการของบริษัทฯ รวมทั้งประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาระบบงาน SAP อันยาวนานของ ISS Consulting ในประเทศไทย

จุดที่ทำให้คุณพีรพงศ์ประทับใจนั้นก็คือความพร้อมของทีมงาน ISS Consulting ที่สามารถตระเตรียมข้อมูลต่างๆ ในการนำเสนอ Solution ระบบ SAP Business ByDesign ได้จนเกิดความมั่นใจ และสามารถตอบทุกปัญหาที่ทางทีมงาน Prize Interpack (1999) สงสัยได้อย่างครบถ้วน ทำให้ทาง Prize Interpack (1999) สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจนและเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียในแต่ละทางเลือก และในการทำงานโดยลงรายละเอียดในการปฏิบัติงานและทำงานร่วมกับทีมของ Prize Interpack (1999) อย่างเต็มที่

สำหรับ ISS Consulting ที่มีประสบการณ์มากมายในการ Implement ระบบ ERP ให้ธุรกิจโรงงานนั้น ก็มีความเข้าใจปัญหาและความต้องการของ Prize Interpack (1999) เป็นอย่างดี จึงได้ทำการปรับปรุงระบบในส่วนของการผลิต, การเชื่อมต่อผสานข้อมูลจากระบบเครื่องชั่งให้ส่งเข้ามาในใบสั่งผลิตในรูปแบบที่เหมาะสม ทำให้กระบวนการผลิตสามารถดำเนินไปได้อย่างไม่สะดุด, การคิดต้นทุนที่ถูกต้องในใบสั่งผลิต (Actual Cost), การคิดต้นทุนที่ถูกต้องสำหรับสินค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ (Landed Cost) และการบริหารการผลิตแบบที่มีการรับจ้างช่วง (Subcontract) รวมทั้งการฝึกอบรมให้ทางผู้ใช้งานได้มีความเข้าใจการทำงานและบันทึกข้อมูลได้ถูกต้อง เพื่อให้ทางผู้บริหารได้มีข้อมูลที่ชัดเจน แม่นยำ เชื่อถือได้ เพื่อสามารถนำมาในการบริหารจัดการและการตัดสินใจในเชิงธุรกิจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ปัจจุบัน Prize Interpack (1999) ได้ใช้งานจริงระบบ SAP Business ByDesin แล้ว ผู้ใช้งานในแผนกต่าง ๆ สามารถทำงานบนระบบในระดับ Operation ได้อย่างเต็มที่และมีความเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กรสามารถตรวจสอบและดูรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงและใช้ข้อมูลในเชิงบริหารและการวิเคราะห์ได้อย่างเต็มที่เพื่อตอบสนอบความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าด้วยการทำธุรกรรมบนระบบ SAP Business ByDesign ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Prize Interpack (1999) ยังได้ให้ความไว้วางใจกับทาง ISS เป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนผ่านช่องทาง Helpdesk Support อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการและรองรับการขยายตัวที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ทีมงานภายใน ต้องพร้อมเรียนรู้และเติบโตไปกับ ERP และมี Data ประกอบในทุกการตัดสินใจ

หลังจากที่ระบบ SAP Business ByDesign ได้ใช้งานจริงและ Go Live แล้วนั้น ทางทีมงานของ Prize Interpack (1999) ยังต้องปรับตัวเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีอยู่บน ERP ระบบใหม่นี้ต่อไป โดยจัดกระบวนการทำงานในระบบ Operation และ Master Data ใหม่ ๆ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ของระบบ เพื่อให้การทำงานในแต่ละวันเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปลายทางหนึ่งของ Prize Interpack (1999) นั้นก็คือการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในธุรกิจทั้งหมดมาใช้ในการตัดสินใจในเชิงธุรกิจให้ได้ครอบคลุมทุกแผนก และข้อมูลนี้เองที่จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานร่วมกันของพนักงานภายใน Prize Interpack (1999) ในอนาคต

นอกจากการทำงานร่วมกันภายในเองแล้ว การส่ง Feedback ให้กับทาง ISS Consulting และทาง SAP เองอย่างต่อเนื่องนั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เพราะบริการ SAP Business ByDesign นี้เป็นโซลูชันที่เกิดขึ้นจากการที่ SAP รวบรวมเอาประสบการณ์ของธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกมาสร้างขึ้น ดังนั้นหากมี Feedback ใดๆ ส่งกลับเข้าไปให้ทีมงาน SAP มากเท่าไหร่ โอกาสที่ Feedback เหล่านั้นจะถูกนำมาพัฒนาและปรับปรุงต่อไปนั้นก็จะมีสูงขึ้น และสุดท้ายแล้วก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจของ Prize Interpack (1999) และธุรกิจอื่นๆ ร่วมกันไปด้วย

ก้าวถัดไปคือ E-Commerce และ API

หลังจากที่ระบบ SAP Business ByDesign ถูกใช้งานได้เป็นอย่างดีแล้ว แผนถัดไปของ Prize Interpack (1999) นั้นก็คือการพัฒนาระบบ E-Commerce เพื่อขยายช่องทางการขายให้มากขึ้นและปรับกระบวนการการขายให้เป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น และการพัฒนาระบบ API เพื่อเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้ากับ SAP Business ByDesign ให้มากขึ้นนั่นเอง

การทำ E-Commerce ในธุรกิจ B2B นี้ถือเป็นทิศทางที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะแทบทุกคนในเวลานี้ต่างก็คุ้นชินกับการซื้อสินค้าออนไลน์อยู่แล้ว และความคุ้นชินนั้นก็เริ่มเข้ามาถึงจุดที่เหล่าธุรกิจจะนำมาใช้งานในรูปแบบ B2B ได้ ทางคุณพีรพงศ์จึงมองว่ายามนี้คือโอกาสที่ดีของ Prize Interpack (1999) ที่จะขยายตลาดให้กว้างขึ้น เปิดโอกาสให้ธุรกิจอื่นๆ สามารถเข้าถึงการผลิตถุงพลาสติกคุณภาพสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น

ส่วนการพัฒนา API นั้นก็เป็นอีกทิศทางหนึ่งที่สำคัญ เพราะ API นั้นจะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างระบบต่างๆ โดยมี SAP Business ByDesign เป็นพื้นฐาน และทำให้การทำ Automation นั้นเกิดขึ้นได้จริง ทั้งในระดับของเครื่องจักรที่จะสามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ได้, การลดกระบวนการการทำงานของพนักงานลงด้วยการทำให้ระบบต่างๆ เชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด และจัดการข้อมูลที่เกิดขึ้นในระบบร่วมกันได้ผ่านทาง API

สรุปบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังเลือก ERP จากประสบการณ์ของ Prize Interpack (1999)

คุณพีรพงศ์ได้สรุปบทเรียนสำคัญเอาไว้เพื่อเป็นแนวทางให้กับธุรกิจอื่นๆ ที่กำลังมองหาระบบ ERP อยู่ดังนี้

  • การทำ ERP นั้นคือโครงการสำคัญที่ธุรกิจต้องทุ่มเททรัพยากรลงไปอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้โครงการล้มเหลว โดยทั้งผู้บริหารและพนักงานจะต้องได้เรียนรู้ Know How ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และพัฒนาบุคลากรพร้อมกับระบบ โดยสุดท้ายแล้วคนที่จะต้องอยู่กับระบบ ERP คือทุก ๆ คนในองค์กร
  • เลือกเทคโนโลยีและผู้ Implement ที่มีความน่าเชื่อถือและมั่นคง เพราะธุรกิจของเราจะต้องทำงานร่วมกับคู่ค้าเหล่านี้อีกนาน
  • ตรวจสอบ Reference Customer ที่ใกล้เคียงกับธุรกิจของเราให้ดี ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากเพราะ Implementer แต่ละรายนั้นมีประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ต่างกัน
  • การเลือกระบบ ERP นั้นต้องตรวจสอบและทดลองใช้งานให้ลึก เพราะถึงแม้ในภาพรวมทุกระบบนั้นจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกัน แต่รายละเอียดปลีกย่อยนั้นจะแตกต่างกันออกไป และรายละเอียดนั้นเองที่เป็นจุดตัดสินใจสำคัญในการเลือก ERP ที่เหมาะกับธุรกิจจริงๆ
  • คำนึงถึงจำนวนทรัพยากรบุคคลที่จะต้องใช้ในการทำงานร่วมกับระบบ ERP และการดูแลรักษาระบบ ERP ให้ดีด้วย เพราะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางที่มีพนักงานไม่มากนัก ปัจจัยนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้โครงการสำเร็จหรือล้มเหลวได้เลย
  • อย่าจ้างที่ปรึกษาให้ทำงานให้อย่างเดียว แต่ผู้บริหารและพนักงานต้องลงมือทำเองด้วย เพราะยิ่งเรารู้หรือมีประสบการณ์กับระบบมากเท่าไหร่ การใช้งานก็จะยิ่งเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในระยะยาวการที่สามารถจัดการสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองได้นั้น ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบมากขึ้นไปอีก

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ให้กับธุรกิจทุกขนาดในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีของ SAP ครอบคลุมทั้ง SAP S/4HANA, SAP Business ByDesign, SAP Business One โดยคลอบคลุมตลาด ERP สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 200 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 250 คน

สำหรับในปี 2019 นี้ทางบริษัทจะครบรอบ 20 ปี ในการทำธุรกิจพร้อมประกาศวิสัยทัศน์ถึงการขยายตลาด SAP โดยนำโซลูชันอื่นๆ นอกเหนือจาก ERP อย่างเช่น SAP Customer Experience SAP C/4HANA, SAP SuccessFactors,SAP ARIBA, SAP Analytic on Cloud, SAP IBP Digital Supply Chain และอื่นๆ อีกมากมายเข้ามาเติมเต็มความต้องการของธุรกิจไทย ให้การทำ Digital Transformation เป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ทางบริษัทยังเป็นส่วนหนึ่งของ United VARS ซึ่งเป็นการรวมตัวของพาร์ทเนอร์ของ SAP ทั่วโลก เพื่อให้บริการการติดตั้งและให้คำปรึกษาในการใช้งาน SAP สำหรับธุรกิจข้ามชาติโดยเฉพาะ เพื่อให้ในแต่ละสาขาของธุรกิจข้ามชาตินั้นๆ ได้รับบริการจากพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นซึ่งมีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในธุรกิจภูมิภาคนั้นๆ เป็นอย่างดี พร้อมนำองค์ความรู้ด้านกระบวนการทางธุรกิจ, เทคโนโลยี และกฎหมายมาประยุกต์ใช้ในระบบเพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีของ SAP ในประเทศต่างๆ เป็นไปได้ด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจหลากหลาย Solution โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทได้มี Program Move 2.0 ซึ่งช่วยให้ลูกค้าค้าองค์กรสามารถขึ้นระบบได้ง่ายขึ้น ด้วย Qualified Solution ภายใต้ Smart One qualified solution เช่น Smart One S/4HANA Implementation for Manufacturing, Smart One S4/HANA Implementation for Trading และ Smart One S/4 HANA Conversion, SAP SuccessFactors Solution, SAP Analytic on Cloud เป็นต้น

โดยในปี 2018 ที่ผ่านมานี้ ทางบริษัทก็ได้รับรางวัลจาก SAP หลายรางวัล ได้แก่

  • รางวัลลูกค้าใหม่สูงสุดในกลุ่มธุรกิจ General Business (GB) จากงาน SAP Partner Kick Off 2019
  • รางวัล Top Net New Names Contribution 2018 ซึ่งเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงการที่ ISS Consulting มีลูกค้า SAP รายใหม่เป็นจำนวนมากที่สุด
  • รางวัล Top DRS Contribution 2018 ซึ่งเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงการที่ ISS Consulting นั้นได้มีลูกค้า SAP รายใหม่ๆ ไว้วางใจเตรียมพร้อมขึ้นโครงการในอนาคตด้วยกันมากที่สุด
  • รางวัล SAP Business One Top Performance Award 2018 เป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงการที่ ISS Consulting มีผลงานและสร้างยอดขายสูงสุดให้กับ SAP Business One
  • รางวัล Partner of The Year 2018 สุดยอด Partner ของ SAP ประจำปี 2018 จากการต่อยอดโครงการ SAP ของลูกค้าเดิมที่ไว้วางใจใช้บริการ ISS Consulting รวมกับการริเริ่มโครงการ SAP ร่วมกับลูกค้ารายใหม่มากที่สุดในปี 2018 ที่ผ่านมา

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th/ หรือโทร 02 237 0553
#ISSConsulting

from:https://www.techtalkthai.com/prize-interpack-1999-on-sap-business-bydesign-by-iss-consulting/

เคล็ดลับ 7 ประการในการปรับแต่งประสิทธิภาพของ “จาวา”

ไม่ว่าคุณกำลังมองหาทิปในการปรับแต่งประสิทธิภาพของโปรแกรมจาวาที่ทำได้ง่าย เพื่อตอบสนองความอยากเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโปรแกรมมากขึ้น หรือเพื่อเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการปรับแต่งเดิมที่ปัจจุบันซับซ้อนเกินไปก็ตาม

ทาง Hackread.com ได้รวบรวมแนวทางที่ทำได้ง่ายในการเรียนรู้วิธีสร้างและปรับแต่งแอพพลิเคชั่นให้ดูดี และรันการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไว้ดังต่อไปนี้

1. หลีกเลี่ยงการปรับแต่งที่มากเกินไป
พยายามยึดหลักการปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปรับแต่งประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นอยู่เสมอ มิเช่นนั้นคุณอาจจะพบกับความเสี่ยงจากการปรับแต่งประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นมากเกินไปก็ได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ พยายามอย่าจัดการเกี่ยวกับประสิทธิภาพนอกจากจะจำเป็นจริงๆ

การปรับแต่งแก้ไขด้านประสิทธิภาพไปก่อนล่วงหน้ามักทำให้โค้ดซับซ้อนจนจัดการดูแล หรือแม้แต่ตีความอ่านโค้ดได้ยากขึ้นในระยะยาว จนสุดท้ายกลับเป็นการลดความสามารถการใช้งานของแอพพลิเคชั่นแทน

นักพัฒนาซอฟต์แวร์มักใช้เวลามากเกินไปกับการกังวลด้านประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่นมากกว่าเรื่องของความง่ายหรือสะดวกสบายในการใช้ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่สำคัญ จนอาจกระทบกับเงินลงทุนปริมาณมหาศาลของบริษัทได้

2. ค้นหาจุดที่จำเป็นต้องพัฒนาในแอพพลิเคชั่น
เราจะไม่สามารถยกระดับประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นได้ถ้ายังไม่แน่ใจว่าปัจจุบันเรากำลังต้องการอะไรกันแน่ รวมไปถึงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับจุดที่จะเริ่มต้นพัฒนาด้วย นักพัฒนาบางคนดูจากโค้ด ขณะที่บางคนอาจเลือกวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านประสิทธิภาพแทน

การใช้ทูล Profiler จะช่วยทำให้ได้ความเข้าใจที่แม่นยำเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่จะเปิดช่องให้สามารถจำกัดความสนใจในบริเวณที่สำคัญอย่างแท้จริง

3. ใช้ประโยชน์จากชุดทดสอบประสิทธิภาพ
กุญแจสำคัญคือการลดจำนวนปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณควรสร้างและใช้ชุดทดสอบประสิทธิภาพเพื่อยกระดับการใช้งาน คุณจำเป็นต้องใช้ชุดทดสอบนี้เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่นในภาพรวมมากกว่าวัดแค่ฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่ง

4. จัดอันดับคอขวด
หลังจากประเมินความต้องการของแอพพลิเคชั่น พร้อมทดสอบผ่านชุดทดสอบตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดแล้ว คุณจำเป็นต้องสร้างรายการปัญหาด้านประสิทธิภาพที่ต้องการพัฒนา แม้หลายคนมักถูกจูงใจให้ทำงานเล็กๆ ก่อน คุณก็ต้องเริ่มจากคอขวดที่สำคัญมากที่สุดก่อนเสมอ

5. จัดความสำคัญของระดับบันทึก Log ขนาดใหญ่
นักพัฒนามักมองข้าม Log Level ในปัจจุบัน แทนที่จะเลือกมองข้ามโค้ดแล้วมาให้ความสำคัญกับงานที่ทำได้ชัดเจนกว่าอย่างการสร้างข้อความดีบั๊ก ซึ่งถ้าไม่ได้จัดการตามขั้นตอนนี้แล้ว อาจทำให้ได้ข้อความ Log ที่ถูกมองข้ามไปในที่สุด

6. ใช้ StringBuilder ในการเชื่อมต่อสตริง
จาวานั้นมีหลากหลายวิธีในการเชื่อมต่อสตริง ซึ่งรวมถึง StringBuilder ที่เปิดให้อ๊อพเจ็กต์ที่เป็นสตริงถูกปรับแต่งได้ ถ้าคุณเชื่อมต่อสตริงของโค้ดอยู่ ก็สามารถใช้ทูลนี้ในการสร้างลูปงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพได้

7. แคชทรัพยากรที่มีมูลค่าสูง
นักพัฒนามักใช้การแคชเป็นวิธีแก้ปัญหาเพื่อหลีกเลี่ยง Code Snippet ที่มีมูลค่าสูง ดังนั้นจึงควรใช้เวลาในการแคชทรัพยากรต่างๆ ที่มีการใช้งานอยู่เป็นประจำ การนำทรัพยากรที่ราคาแพงกลับมาใช้ซ้ำนั้นถือเป็นวิธีที่ดีกว่าการเสียเวลาและเงินลงทุนพัฒนาสร้างทรัพยากรใหม่ทุกครั้งที่ต้องการ

ที่มา : Hackread

from:https://www.enterpriseitpro.net/7-easy-to-use-java-performance-tuning-tips/