คลังเก็บป้ายกำกับ: Applications

Microsoft ประกาศโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สใหม่ ‘OAM’ และ ‘Dapr’

Microsoft ได้มุ่งก้าวต่อเพื่อสนับสนุนวงการนักพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native ด้วยการประกาศโครงการโอเพ่นซอร์สใหม่ 2 รายการที่ชื่อ OAM และ Dapr

Credit : redmondmag.com

Open Application Model (OAM) เป็นโปรเจ็คที่ทาง Microsoft ได้ออกประกาศร่วมกับ Alibaba เพื่อเป็นมาตรฐานให้แก่การพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native โดยอิงกับเทคโนโลยีด้าน Container และ Microservice ทั้งนี้หัวใจสำคัญของ OAM คือเน้นเรื่อง Platform-agnostic (ทำงานได้ข้ามแพลตฟอร์มใดๆ) ในส่วนของการ Implement ที่ทั้งสองบริษัทร่วมมือกันพัฒนาจริงอิงกับ Kubernetes กำลังอยู่ในขั้นทดสอบที่ชื่อว่า ‘Rudr

สำหรับคอนเซปต์ของ OAM (รูปประกอบด้านบน) คือมีการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนคือ 1. Application Developer ที่ทำหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์ 2. Application Operator ทำหน้าที่คอนฟิคต่างๆ 3. IT Infrastructure ทำหน้าที่เกี่ยวกับ Infrastructure โดย Application Dev และ Operator จะใช้ YAML File เป็นเครื่องมือพื้นฐาน นอกจากนี้ภายใน Specification ยังมีนิยามองค์ประกอบอื่นไว้ด้วย เช่น Component, Workload Types, Application Scope และ Application Configuration ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นโมเดลที่ไว้อ้างอิงเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native ได้อย่างเป็นกลาง ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หรือ GitHub

credit : redmondmag.com

อีกหัวข้อหนึ่งที่ Microsoft พยายามแก้ปัญหาการ Portability แอปพลิเคชันกลายเป็นโปรเจ็ค Dapr (ตามรูปด้านบน) ซึ่งคุยว่าเป็น Platform-agnostic, Portable, Event-driver Runtime ที่รองรับภาษาพัฒนาและ Framework ได้หลากหลาย ทั้งนี้ด้วยการเปิด API ให้ใช้ได้ผ่าน HTTP หรือ gRPC ทำให้สามารถรองรับการใช้งานข้ามระหว่าง  Machine, IoT หรือ Container ได้ ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ GitHub

ที่มา :  https://redmondmag.com/articles/2019/10/17/microsoft-alibaba-open-app-model.aspx และ  https://betanews.com/2019/10/16/microsoft-open-source-oam-dapr/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-opensource-projects-oam-and-dapr/

โฆษณา

Play Store กำลังลดราคาแอพ บางแอพแจกฟรี จากปกติเสียเงิน อย่างแอพ Speed Camera Radar (PRO)

Google กำลังลดราคาแอพพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์ Android ที่มีให้ดาวน์โหลดใน Play Store โดยบางแอพถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรี!! จากปกติต้องเสียเงินซื้อ แต่มีการจำกัดระยะเวลา เพราะฉะนั้นไม่ควรช้าที่จะเข้าไปดาวน์โหลดมาเก็บไว้ก่อน

Speed Camera Radar (PRO) แจ้งตำแหน่งกล้องจับความเร็วบนถนน ดาวน์โหลดฟรี!! จากราคาปกติ 67 บาท

Numberwiz เครื่องคิดเลขขั้นสูง ดาวน์โหลดฟรี!! จากราคาปกติ 23 บาท

Scientific Diet Clock ช่วยคำนวณแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญ ดาวน์โหลดฟรี!! จากราคาปกติ 32 บาท

Genetic Helper ค้นหาลักษณะลำดับการเข้ารหัสทางพันธุกรรม ดาวน์โหลดฟรี!! จากราคาปกติ 23 บาท

Complex Number Calculator | Polar Complex Calc เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ ดาวน์โหลดฟรี!! จากราคาปกติ 75 บาท

Photo Exif Editor Pro – Metadata Editor ดูและแก้ไขข้อมูล Exif ของรูปภาพ ลดราคา!! เหลือ 46 บาท จากราคาปกติ 90 บาท

ที่มา – wccftech

from:https://www.flashfly.net/wp/270968

รู้จัก ARM Pelion แพลตฟอร์ม IoT จาก ARM จัดการทุกอย่างครบจบในที่เดียว

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง ARM ได้จัด IoT Workshop ขึ้นเพื่อนำเสนอแง่มุมต่างๆของการนำเทคโนโลยี IoT ไปใช้ในธุรกิจ ทีมงาน TechTalkThai ได้เข้าไปร่วมงาน และทำความรู้จักกับ ARM Pelion IoT Platform จึงอยากจะมาเล่าให้ผู้อ่านฟังกันคร่าวๆว่าเจ้าแพลตฟอร์ม IoT นี้มีความสามารถอย่างไร และเหมาะกับธุรกิจแบบไหนบ้าง

IoT นั้นเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่หลายองค์กรยกให้เป็นยุทธศาสตร์ในปี 2019 จากความสามารถในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งนับว่าเป็นวัตถุดิบในการทำธุรกิจที่ขาดไม่ได้เลยในยุคปัจจุบัน จนถึงตอนนี้ หลายองค์กรอาจเริ่มต้นกับ IoT กันบ้างแล้ว แต่ความท้าทายใหม่ที่ธุรกิจมักจะเผชิญกันก็คือการจัดการและสเกลระบบ IoT ให้ใช้งานเก็บข้อมูลได้จริงเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีระบบจัดการที่ดี ดังนั้นจึงมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม IoT ขึ้นเพื่อช่วยธุรกิจในการแก้ปัญหานี้

ARM Pelion IoT Platform ก็เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม IoT ที่จะเข้ามาช่วยลดความซับซ้อนของการนำ IoT ไปใช้งานในธุรกิจ แพลตฟอร์ม Pelion นี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตามการใช้งาน คือ Connectivity Management Services, Device Management Services, และ Data Management Services โดยทั้ง 3 ส่วนจะทำงานร่วมกันภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่สุดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกๆตัวของ Arm

ภาพรวมของแพลตฟอร์ม Pelion ที่แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน โดยธุรกิจสามารถเลือกใช้เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้ง 3 ส่วนร่วมกันได้ (ภาพ: ARM)

Pelion จะช่วยให้ธุรกิจจัดการกับเครือข่าย อุปกรณ์ในเครือข่าย และข้อมูลที่เก็บมาได้ง่ายขึ้น โดยสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ ระบบเครือข่าย คลาวด์ และข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีความปลอดภัย และสามารถช่วยในการนำข้อมูลไปวิเคราะห์และแสดงผลเบื้องต้นได้ด้วย

รู้จักแพลตฟอร์มนี้ไปคร่าวๆแล้ว ลองมาเจาะลึกกันว่าส่วนประกอบทั้ง 3 ส่วน อันได้แก่ Connectivity Management, Device Management, และ Data Management นั้นประกอบไปด้วยอะไร และมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

Connectivity Management

การเชื่อมต่อในเครือข่าย IoT นั้นมีอยู่หลายรูปแบบ และมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ธุรกิจจะต้องจัดการอยู่พอสมควร Pelion จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดการการเชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และพร้อมต่อการสเกลเครือข่ายขึ้นไปถึงระดับโลก โดย Connectivity Management ของ Pelion มีความสามารถที่น่าสนใจ ดังนี้

Global Cellular
Pelion จะช่วยให้อุปกรณ์ IoT สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายได้ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะอยู่ที่ใดในโลก ผ่านเวนเดอร์เพียงเจ้าเดียว โดยกลไกของ Pelion จะช่วยเชื่อมต่อสัญญาณจากซิมของอุปกรณ์ไปยังเครือข่ายท้องถิ่นที่ Pelion ได้ทำข้อตกลงไว้ ลดภาระความปวดหัวในการติดต่อกับผู้ให้บริการเครือข่ายในแต่ละประเทศ

Protocol เชื่อมต่อทั้ง IP และ Non-IP
นอกจากส่งข้อมูลผ่าน IP Network แล้ว Pelion ยังรองรับ Non-IP Network เชน NB-IoT ด้วย โดยโปรโตคอลที่ Pelion รองรับนั้นมีได้แก่ MQTT(s) ,HTTPS, และ Sockets

ใช้ได้ทั้ง eSIM และซิมแบบปกติ
ธุรกิจสามารถสั่งผลิตอุปกรณ์ที่มีระบบ eSIM ผ่าน ARM ได้ตามต้องการ โดย eSIM ที่ติดมากับอุปกรณ์นั้นจะรองรับการเชื่อมต่อกับเครือข่ายกว่า 600 เครือข่ายทั่วโลก และหากต้องการเปลี่ยนเครือข่าย ก็สามารถตั้งค่าใหม่ได้ภายหลัง และในส่วนของซิมแบบปกติเอง Pelion ก็ให้บริการซิมการ์ดในทุกขนาด อีกทั้งยังมีแผนที่จะพัฒนาไปจนถึง iSIM ที่มีขนาดเล็กกว่า eSIM มากด้วย

Network Infrastructure

Pelion ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายให้สามารถทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีทั้งความเสถียร ยืดหยุ่น และเป็นไปตามกฎข้อบังคับด้านข้อมูลของแต่ละประเทศ ในการใช้ Pelion ผู้ใช้จะสามารถเลือกได้ว่าจะส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ไปยังแอปพลิเคชันผ่านเทคโนโลยีใด เช่น IPSEC, Open VPN, ผู้ให้บริการ Cloud, หรือทางเชื่อมที่ธุรกิจเช่ามาใช้โดยเฉพาะ (Leased Line)

Device Management

Device Management ของ Pelion นั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกับอุปกรณ์และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ผ่านซอฟต์แวร์ได้โดยสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนซอฟต์แวร์แบบ Embedded หรือว่าการเขียนแอปพลิเคชันด้านบนอย่าง Web App ก็ตาม

(ภาพ: ARM)

โดยภายในโซลูชัน Device Management ก็จะมีโมดูลในการจัดการเรื่องต่างๆให้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เรื่องการอัพเดท Firmware ซึ่งไม่ง่ายเลยหากมีอุปกรณ์ที่หลากหลายและมีจำนวนที่มากในเครือข่าย, Access Management ซึ่งจะช่วยจำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์และการควบคุมแต่ละส่วน, Connector ซึ่งจัดการการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลายประเภท การออก Certificate เข้าใช้ระบบ การขึ้นทะเบียนอุปกรณ์แต่ละตัว และการเก็บสถิติ, Device Directory ซึ่งช่วยในการแบ่งกลุ่ม ค้นหา เรียกดู และเช็คสถานะของอุปกรณ์แต่ละตัว, ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยในการส่งต่อรหัสผ่านเครือข่าย Wifi

โดยทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าเป็นการจัดการ Lifecycle ของอุปกรณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การ Onboard เข้าระบบ ไปจนถึงการใช้งานและบำรุงรักษา

Device Management นั้นสามารถพูดคุยกับอุปกรณ์ IoT ผ่านโปรโตคอลหลากหลาย โดยเฉพาะ LwM2M ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ผ่านโมเดลที่มีลักษณะคล้ายๆ REST Model และ CoAP ซึ่งจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ได้มากกว่า HTTP ราว 8-10 เท่า และในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันซึ่งเป็นปลายทางอีกด้านหนึ่ง Pelion ก็ได้เตรียม REST API และ SDK ในภาษา Java, Python, JavaScript และ .NET ไว้ให้พัฒนาแอปพลิเคชันกันได้โดยง่าย

Device Management ของ Pelion นี้รองรับการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์แบบ Bare metal (มีระบบเชื่อมต่อที่เรียกว่า Edge รองรับ) และการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการทั้ง Mbed OS และ Linux

Data Management

เป้าประสงค์หลักของการจัดตั้งระบบ IoT นั้นคือการสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเรียกข้อมูลเหล่านั้นขึ้นมาวิเคราะห์เป็นความรู้ที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจได้ แน่นอนว่า Pelion ย่อมไม่ลืมความสำคัญของส่วนนี้ จึงได้พัฒนาระบบจัดการข้อมูลครบวงจรที่จะช่วยตั้งแต่การจัดเก็บ นำข้อมูลมาใช้ตัดสินใจแบบ Real-time และรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยมีกลไกรองรับการสเกลเต็มที่ ทำให้องค์กรไม่ต้องกังวลว่าระบบจะทำงานได้แย่ลงหากมีข้อมูลหรืออุปกรณ์ในเครือข่าย IoT เพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

โซลูชันหลักของส่วนนี้ คือ ARM Treasure Data ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จัดการและวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อมต่อมาจาก Pelion ได้จบครบในตัวเดียว โดยมีเครื่องมือต่างๆพร้อมให้เลือกใช้งาน เช่น ระบบ Predictive Analytics การสร้าง Customer View 360 องศาจากข้อมูลการใช้งาน การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ Cross-sell และ Upsell และการสร้างระบบ Recommendation เป็นต้น ซึ่งโซลูชันนี้หลายๆองค์กรก็ได้นำไปใช้งานเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานในอุตสาหกรรมมากมาย เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมอื่นๆอีกมาก


แพลตฟอร์ม Pelion นั้นปัจจุบันได้มีการนำไปใช้งานกับระบบ IoT ทั้งในโปรเจกต์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น ระบบ IoT ในการดูแลสัตว์น้ำผ่านเซ็นเซอร์รับข้อมูลจากเสียง ระบบตรวจสอบสถานะการทำงานของเครื่องจักรในโรงงาน ระบบจัดการคลังสินค้า และระบบซึ่งเป็นส่วนประกอบของ Smart City เช่น ที่จอดรถอัจฉริยะ และเสาไฟฟ้าที่เปิดปิดตามความเคลื่อนไหวของคน และสามารถควบคุมได้จากระบบส่วนกลาง เป็นต้น

ท่านใดที่สนใจอยากศึกษาเกี่ยวกับ Pelion เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านเกี่ยวกับกรณีศึกษาการใช้งานในอุตสาหกรรมได้ที่ https://www.arm.com/products/iot/pelion-iot-platform และหากต้องการข้อมูลเชิงเทคนิคโดยละเอียด สามารถอ่าน Document เต็มๆตามลิงก์นี้ https://www.pelion.com/docs/

สำหรับในประเทศไทย ARM ได้จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ Advantech ในการให้บริการด้านต่างๆ ท่านที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อพูดคุยถึงโซลูชันและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ IoT ของ ARM ได้ที่อีเมล์ chanchai.p@advantech.com

from:https://www.techtalkthai.com/arm-pelion-full-stack-iot-platform/

Kernel Consulting กับความสำเร็จในการติดตั้งระบบ SAP Business One ให้แก่ Penkhun ผู้จัดจำหน่ายของ Elvira รายเดียวในประเทศไทย

คงจะปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าหากต้องการให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งนั้น การใช้งานระบบ ERP เพื่อเข้ามาบริหารจัดการและควบคุมการทำงานภายในธุรกิจเป็นให้ระบบและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกต่อไป Kernel Consulting หนึ่งใน SAP Partner ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้าน Software SAP Business One ระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) โดยเฉพาะ จึงได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การติดตั้งระบบ ERP ให้กับธุรกิจไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแนวทางให้กับธุรกิจอื่นๆ ที่กำลังมองหาระบบ ERP ไปใช้งานอยู่

รู้จักกับ Kernel Consulting และ SAP Business One

ในการขึ้นระบบ ERP ใดๆ นั้น ถึงแม้การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ แต่การเลือกทีมงานที่ปรึกษา, ติดตั้ง และดูแลรักษาระบบ ERP ให้กับธุรกิจของเราเองนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน และนี่เองก็ทำให้ทีมงาน Kernel Consulting ซึ่งมีความรู้และสั่งสมประสบการณ์ความชำนาญมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าธุรกิจหลากหลายทั่วประเทศไทย ในฐานะของ SAP Implementer มืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ

Kernel Consulting เป็นพันธมิตรรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น SAP Business One Gold Partner โดยนอกจากจะมีทีมงานที่มีความชำนาญในตัวเทคโนโลยีของ SAP Business One แล้ว Kernel Consulting ก็ยังมีทีมงานให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจที่เข้มแข็ง สามารถให้คำแนะนำแก่ธุรกิจได้อย่างรอบด้าน ประยุกต์นำเทคโนโลยี SAP Business One ไปตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรได้ทุกขนาดทุกอุตสาหกรรม

สำหรับ SAP Business One เองนั้นถึงแม้จะเป็นโซลูชันระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ที่ถูกออกแบบมาสำหรับรองรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) แต่ก็เป็นระบบ ERP ที่มีความสามารถอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวรองรับการตอบโจทย์ของธุรกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารจัดการทางด้านการเงิน, บัญชี, การขาย, การตลาด, การขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นความสามารถพื้นฐานที่ตอบโจทย์ธุรกิจจำนวนมากได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ เพื่อตอบรับต่อความต้องการทางธุรกิจที่อาจมีความหลากหลายนอกเหนือไปจากความสามารถของ SAP Business One ทาง Kernel Consulting เองก็ยังได้มี SAP Business One on Hana ที่เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้มีการพัฒนามาจาก SAP Business One โดยมีการรวมเทคโนโลยีหน่วยความจำแบบแรม RAM กับคลาว์ (Cloud) และ Premise (อุปกรณ์ที่ติดตั้งในองค์กร) ทำให้การทำงานนั้นมีความคล่องตัวและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแม่นยำ มีการรายงานผลและการแจ้งเตือนปัญหาต่างอย่างทันที (Real Time) ลดความซับซ้อนในการทำงาน ลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร ผู้ใช้จึงสามารถวางแผนกระบวนการผลิตได้อย่างง่ายดาย ติดตั้งระบบภายในระยะเวลาอันสั้น และมีราคาที่สามารถจับต้องได้

ตัวอย่างโซลูชั่นที่ทางบริษัท Kernel Consulting ได้มีการพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติม

  • ระบบ Manufacturing Resource Planning (MRP) สำหรับจัดการกับการผลิต
  • ระบบ Point-of-Sales (POS) สำหรับจัดการการขายสินค้าหน้าร้าน
  • ระบบ Warehouse Management System (WMS) สำหรับบริหารจัดการคลังสินค้า
  • ระบบ Consignment สำหรับรองรับธุรกิจฝากขาย
  • ระบบ Business Intelligence สำหรับสร้างรายงานวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ

รวมถึงยังมีระบบอื่นๆ อีกมากมายซึ่ง Kernel Consulting พร้อมที่จะพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อกับ SAP Business One และ SAP Business One on Hana โดยที่ผ่านมามีธุรกิจจำนวนมากซึ่งได้วางใจให้ Kernel Consulting เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและติดตั้งดูแลรักษาระบบ SAP Business One และ SAP Business One on Hana แก่ธุรกิจต่างๆแบบครบวงจรในหลากหลายอุตสาหกรรม

ตัวอย่างผลตอบรับจากลูกค้าหลังจากใช้งาน SAP Business One กับบริษัท Kernel จริง

Penkhun Co., Ltd. ผู้จัดจำหน่ายสินค้า Elvira แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ต้องการแยกบริษัท Elvira ออกจากตลาดเครื่องครัว เพื่อให้สามารถโฟกัสตลาดได้ตรงจุด เนื่องจากระบบเก่านั้นเป็นการทำบัญชีแบบรวม ทำให้ไม่สามารถดึงข้อมูลออกมาทั้งหมดได้ครบถ้วน จึงมองหาซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการจัดการบัญชี โดยมีคนรู้จักได้แนะนำให้รู้จักกับทางบริษัท Kernel Consulting โดยบริษัท Kernel Consulting นั้นมีความเชี่ยวชาญในระบบ ERP และเป็น Partner ของ SAP ซึ่งเป็นผู้นำทางการตลาดของธุรกิจ Software ERP ที่มีชื่อเสียงมากกว่า 20 ปี และมีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก

เมื่อบริษัท Kernel Consulting ได้ทราบถึงปัญหาจากบริษัท Penkhun แล้วนั้นจึงได้แนะนำ ERP Software ซึ่งก็คือ SAP Business One ให้กับทางบริษัท Penkhun เนื่องจาก SAP Business One นั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถตอบโจทย์ในการจัดการบัญชีขนาดใหญ่ และสามารถติดตั้งใช้งานให้สำเร็จในระยะเวลาที่จำกัดเพียงจำกัด

หลังจากที่ได้มีการติดตั้งระบบ SAP Business One ให้กับทางบริษัท Penkhun นั้นได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างดีมาก เพราะบริษัท Kernel Consulting นั้นมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์ในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ให้พร้อมใช้งานได้จริงภายในระยะเวลาอันสั้นเพียง 3 เดือน มีฟังก์ชั่นในการทำงานที่ง่ายไม่ซับซ้อน มีการอัพเดทข้อมูลแบบ Real Time สามารถเรียกข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบมือถือ และสามารถสร้างรายงานทางธุรกิจได้ตามที่ต้องการ จึงสามารถกล่าวได้ว่า SAP Business One นั้นสามารถตอบโจทย์ธุรกิจ SME ได้จริง

สนใจระบบ SAP Business One ติดต่อ Kernel Consulting ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชัน ERP ของ SAP Business One หรือต้องการสอบถามข้อมูลใดๆ สามารถติดต่อทีมงาน Kernel Consulting ได้ทันทีที่เบอร์โทรศัพท์ 02-672-3155-6 หรืออีเมล์ sales@kernelconsulting.com

from:https://www.techtalkthai.com/kernel-consulting-installs-sap-business-one-for-penkhun/

สรุปงาน SAP Solutions Summit 2019 และการพูดคัยกับคุณนพดล ถึงแนวโน้มธุรกิจและ SAP ที่ต้องรู้สำหรับปี 2019 นี้

ในงานสัมมนา SAP Solutions Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมานี้ ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้และได้พูดคุยกับคุณนพดล เจริญทอง Sales Director แห่ง SAP Indochina ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากมายทั้งในเชิงธุรกิจและเทคโนโลยี จึงขอนำเนื้อหาและบทสนทนาต่างๆ มาสรุปให้ผู้อ่านกันดังนี้ครับ

ERP ในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไทยเริ่มเข้าใจแล้วว่า SAP คือ Cloud Company

หากพูดถึงชื่อของ SAP เราคงต้องคุยกันเรื่อง ERP กันก่อน ซึ่งคุณนพดลเองก็ได้เล่าถึงภาพรวมของตลาด ERP ในไทยว่ายังคงเติบโตอย่างเข้มแข็ง ด้วยกระแสด้านการทำ Digital Transformation ที่ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในธุรกิจหลายอุตสาหกรรม ในขณะที่ทาง SAP เองก็ได้มีการผลักดันโซลูชันด้านระบบ ERP สำหรับธุรกิจหลากหลายขนาดและตอบโจทย์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้ง SAP All-in-One สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่, SAP Business One สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึง SAP Business ByDesign สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการนำ Best Practice ในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ จาก SAP ไปประยุกต์ใช้งาน

ประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในตลาดประเทศไทยนั้น ก็คือการที่ธุรกิจในทุกขนาดเปิดรับต่อการนำเทคโนโลยี Cloud มาใช้งานกันอย่างเต็มที่แล้ว จากแต่เดิมที่ภาคธุรกิจนั้นเคยกังวลว่าระบบงานสำคัญอย่าง ERP นั้นควรจะย้ายขึ้น Cloud ดีหรือไม่ กลายเป็นทุกวันนี้ Cloud กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งไปแล้วด้วยจุดเด่นทั้งด้านความคุ้มค่า, ความเร็วในการเริ่มต้นดำเนินโครงการ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยที่ทาง SAP และเหล่าผู้ให้บริการเองสามารถช่วยดูแลรักษาระบบได้ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถหันไป Focus กับการทำงานและสร้างนวัตกรรมอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลถึงการดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure กันอีกต่อไป

ด้วยทิศทางนี้เองก็ส่งผลให้ SAP Business ByDesign ที่เป็นบริการ ERP บน Cloud นั้นเริ่มได้รับความสนใจสูงยิ่งขึ้นจากธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งด้วยการที่ระบบนั้นมี Best Practice Process สำหรับใช้งานในแต่ละภาคส่วนของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมที่ชัดเจน ก็ทำให้การนำไปปรับใช้เข้ากับธุรกิจนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้งานระบบ ERP เลยก็ว่าได้

ส่วนทางด้าน SAP Business One ที่มี Partner ของ SAP หลายรายช่วยกันผลักดันตลาดอยู่นี้ ก็ถือว่ามีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี อีกทั้งยังมีตลาดขนาดใหญ่ และยังมีความยืดหยุ่นที่ธุรกิจต่างๆ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งในแบบ On-Premises และ Cloud ก็ทำให้ SAP Business One นี้ถูกเลือกใช้เป็นระบบ ERP แรกของหลายๆ ธุรกิจ และยังเป็นตัวเลือกหลักที่ธุรกิจต่างๆ จะเปลี่ยนจากการใช้งาน Software บัญชีหรือ ERP ค่ายอื่นๆ มาใช้งานแทนด้วย

สุดท้าย SAP All-in-One ซึ่งเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจองค์กรนั้น กระแสหลักที่เกิดขึ้นก็คือการที่ลูกค้าธุรกิจองค์กรย้ายระบบเดิมไปสู่ SAP S/4HANA เพื่อให้ระบบหลังบ้านนั้นสามารถรองรับรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงหลากหลายได้มากขึ้น ด้วยกระแส Digital Transformation ที่ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องลองผิดลองถูกทำธุรกิจด้วยวิธีการใหม่ๆ หรือเปิด Business Unit ใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง SAP S/4HANA ที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีประสิทธิภาพสูงนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถลองสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยยังคงมีระบบ ERP ที่รองรับต่อกระบวนการการทำงานรูปแบบใหม่ๆ ได้อยู่ตลอดนั่นเอง

Experience Economy: ERP ตอบคำถาม What แต่ Qualtrics จะเข้ามาช่วยตอบคำถาม Why

หัวข้อใหญ่อันหนึ่งที่คุณนพดลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือการเข้าซื้อกิจการของ Qualtrics โดย SAP ที่ถือเป็นดีลใหญ่แห่งปี ซึ่งเทคโนโลยีของ Qualtrics เองนี้ก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความต้องการของธุรกิจต่างๆ ที่เดิมทีถึงแม้จะมี ERP ซึ่งมีข้อมูลการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วนจนทำให้เหล่าผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ (What) แต่เทคโนโลยีของ Qualtrics นี้จะเข้ามาตอบคำถามว่าทำไมเหตุการณ์ต่างๆ ถึงเกิดขึ้นกับธุรกิจ (Why) ได้

แนวโน้มหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแบรนด์ใหญ่ทั่วโลกนั้นก็คือการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าหรือ Experience อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและการให้บริการให้เหนือกว่าคู่แข่งและสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นการตลาดสู่ลูกค้าในระยะยาวที่ทุกวันนี้ต่างมี Loyalty ลดน้อยลงจากความฉาบฉวยของสื่ีอในโลกออนไลน์

โซลูชันของ Qualtrics นี้คือการรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้าหรือทีมงาน เพื่อนำข้อมูลที่เป็น Unstructured Data เหล่านี้มาทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจด้วยเทคโนโลยี AI, Deep Learning และ Machine Learning โดย Qualtrics เองนี้รองรับการถูกนำไป Integrate เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้การออกแบบ Workflow เพื่อรวบรวมความคิดเห็นหรือความพึงพอใจในกระบวนการต่างๆ นั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

การนำ Qualtrics มาใช้งานนี้จะตอบโจทย์ทั้งการรวบรวมความคิดเห็นจากลูกค้า, พนักงาน, มุมมองต่อผลิตภัณฑ์ และมุมมองต่อแบรนด์ได้ ซึ่ง 4 โจทย์นี้ก็ถือเป็นโจทย์หลักที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญอยู่แล้ว

SAP นั้นมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะผลักดันตลาดของ Qualtrics ในเมืองไทยให้เติบโตหลังจากนี้ โดยโซลูชันนี้มีทีมงานคนไทยมาประจำการอยู่แล้ว ดังนั้นหากธุรกิจใดสนใจก็สามารถเริ่มต้นพูดคุยกับทาง SAP ได้ทันที

เมื่อถามถึงภาพของอนาคตว่า Qualtrics จะรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลภาษาไทยได้เมื่อไหร่ คำตอบที่ได้นั้นคือ “อีกไม่นานเกินรอ” ดังนั้นเหล่านักการตลาดชาวไทยก็สามารถเริ่มศึกษาเทคโนโลยีของ Qualtrics รอกันไว้ได้เลยครับ น่าสนใจมากๆ โดยทาง Qualtrics เปิดให้เราสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้งานความสามารถเบื้องต้นกันได้ฟรีๆ ที่ https://www.qualtrics.com ครับ

Robotic Process Automation อีกหนึ่งกระแสสำคัญที่ธุรกิจต้องเริ่มนำไปใช้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถือเป็นกระแสมาแรงมากในช่วงที่ผ่านมานี้ก็คือการใช้ Robotic Process Automation หรือ RPA ในการเปลี่ยนงานบนโลก Digital ต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติด้วยการทำ Automation และ SAP เองก็มีโซลูชัน RPA นี้เป็นของตัวเองแล้วภายใต้ชื่อ SAP Intelligent Robotic Process Automation

กรณีการใช้งานหลักอันหนึ่งที่เกิดขึ้นในหลายธุรกิจของ RPA นั้น ก็คือการนำ RPA มาใช้ผสานระบบ ERP เข้ากับ Business Application หรือ Data Source อื่นๆ ภายนอก ซึ่งการที่ SAP มีโซลูชันของ RPA เองนี้ก็ทำให้การ Integrate ระบบเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งกว่าในอดีต และมั่นใจได้ว่าโซลูชัน RPA นี้จะรองรับกับ Application ต่างๆ ของ SAP ได้เป็นอย่างดี

คุณนพดลให้ความเห็นว่าสำหรับการที่ธุรกิจจะนำ RPA ไปใช้งานได้อย่างประสบความสำเร็จนั้น ต้องไม่มองว่าการเริ่มต้นใช้งาน RPA นั้นเป็นโครงการ แต่การใช้งาน RPA จะต้องกลายเป็นทักษะการใช้เครื่องมือพื้นฐานของพนักงาน และมีความต่อเนื่องในการแปลงกระบวนการการทำงานต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติไปเรื่อยๆ ในขณะที่เทคโนโลยี RPA นั้นจะต้องอยู่ในบทบาทของ Platform ที่สนับสนุนทุกงานของทุกแผนกในธุรกิจองค์กรได้

SuccessFactors ไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดการทรัพยากรบุคคลง่ายขึ้น แต่ยังรองรับเทรนด์ OKR ที่ถูกใช้งานควบคู่กับ KPI ได้ด้วย

สำหรับ SAP SuccessFactors ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยเองก็กำลังเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยในปี 2018-2019 ที่ผ่านมานี้ กรณีการประยุกต์ใช้งาน SAP SuccessFactors นั้นได้ขยายไปสู่การรองรับการนำแนวคิดด้าน Objectives and Key Results หรือ OKR ที่เป็นกระแสว่าจะมาแทน KPI ในงานหลายๆ บทบาทในอนาคตด้วย

ความน่าสนใจของการนำ OKR ไปใช้งานในภาคธุรกิจนี้ ก็คือการที่จะทำให้พนักงานแต่ละคนเห็นเป้าหมายของสิ่งที่ตนเองต้องบรรลุได้ชัดเจนมากขึ้น และเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจองค์กรในวงกว้างมากขึ้น เรียกได้ว่าการทำงานของพนักงานแต่ละคนนั้นจะอิงไปกับเป้าหมายหลักของธุรกิจองค์กร ไม่ได้อิงกับ KPI ที่หลายครั้งอาจพาให้พนักงานมุ่งเน้นการบรรลุ KPI มากกว่าการที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้จริง

นอกจากแนวคิดด้าน OKR แล้ว สภาพแรงงานของตลาดในประเทศไทยเองก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ SAP SuccessFactors นั้นเติบโตเป็นอย่างมาก ด้วยจำนวนจำกัดของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทั้งภายในและภายนอกองค์กร ทำให้หลายๆ ธุรกิจนั้นต้องรักษาพนักงานเก่งๆ ที่ตนเองมีอยู่เดิมเอาไว้ด้วยการวิเคราะห์เชิงลึกและตอบโจทย์ชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้น เช่น หากเบื่องานก็สามารถย้ายไปทำงานตำแหน่งอื่นที่จะยังคงใช้ทักษะของพนักงานได้ในขณะที่พนักงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ตนเองสนใจ ไปจนถึงการปรับกระบวนการในการ Recruit และเก็บข้อมูลผู้สมัครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เรียกได้ว่า SAP SuccessFactors นี้ถูกนำมาใช้ในการจัดการกับ Skilled Worker ในทุกอุตสาหกรรมเลยก็คงไม่ผิดนัก

เทคโนโลยีอื่นๆ เองก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเช่นกัน

เนื่องจาก SAP เองนั้นมีเทคโนโลยีที่หลากหลาย และมีโอกาสได้ร่วมงานกับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม คุณนพดลจึงได้แบ่งปันแง่มุมของแต่ละเทคโนโลยีสั้นๆ เอาไว้ดังนี้

  • IoT ยังคงได้รับความสนใจจากหลายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและมีโครงการทดสอบกันมากมาย
  • AI เริ่มถูกใช้งานจริงในลูกค้าองค์กรหลายๆ ที่เนื่องจาก SAP มีการ Embedded เทคโนโลยี AI, Deep Learning, Machine Learning ลงไปโดยตรงในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการนำข้อมูลธุรกิจไปใช้สร้าง AI ก็เริ่มเกิดให้เห็นขึ้นแล้ว
  • Blockchain กลายเป็นกลยุทธ์ในระยะยาวของหลายองค์กร ซึ่งทาง SAP เองก็เข้าไปช่วยจัด Workshop ด้าน Design Thinking ช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบและสร้างประโยชน์ใหม่ๆ ได้มากขึ้น
  • SAP Ariba เริ่มได้รับความสนใจจากแผนกจัดซื้อของธุรกิจองค์กร ที่จะมาช่วยให้การจัดซื้อเป็นไปได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • SAP Concur เองก็ได้รับความสนใจจากธุรกิจข้ามชาติจำนวนมาก เพราะสามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานได้เป็นอย่างดี

PDPA ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกฎหมายในปี 2020 นี้

ประเด็นสุดท้ายที่คุณนพดลทิ้งท้ายเอาไว้ในการพูดคุยครั้งนี้ ก็คือเรื่องของกฎหมาย Personal Data Protection Act หรือ PDPA ที่จะมีการบังคับใช้อย่างจริงจังในอนาคตอันใกล้ ที่จะทำให้เหล่าธุรกิจทั่วไทยต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าและคู่ค้า เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่จะต้องทำให้ธุรกิจมีการเสริมขั้นตอนต่างๆ เข้ามามากขึ้น

ในมุมของคุณนพดลนั้น PDPA ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ยากขึ้น แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและเป็นสากลยิ่งขึ้น โดยในช่วงนี้เราเองก็จะเริ่มเห็นธุรกิจใหญ่ของไทยในตลาดหลักทรัพย์เริ่มเดินหน้าโครงการด้าน PDPA กันแล้วอย่างจริงจัง ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กและกลางเองก็ต้องเริ่มต้นศึกษาและเรียนรู้จากตัวอย่างของธุรกิจอื่นๆ ให้ดี

SAP เองมีโซลูชันที่ชื่อว่า SAP Customer Data สำหรับใช้ในการบริหารจัดการประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าโดยเฉพาะ ซึ่งคุณนพดลก็เล่าว่าโซลูชันนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากลูกค้าธุรกิจที่ใช้ SAP ในทุกวันนี้ และกำลังมองหาจุดสมดุลระหว่างการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้ามาใช้ในการวิเคราะห์และการทำการตลาดอย่างแม่นยำ กับการตอบรับต่อข้อกฎหมายไปด้วยในตัว

from:https://www.techtalkthai.com/sap-solutions-summit-2019-interview-summary/

ISSP ปลดล็อค! ธุรกิจไทยเริ่มใช้ SAP บน Cloud ได้ ในราคาเพียงเดือนละ 6,500 บาทเท่านั้น!

หากพูดถึงระบบ ERP สำหรับธุรกิจแล้ว เบอร์หนึ่งก็ต้องยกให้ระบบ SAP แต่ข่าวสารที่ออกมา ส่วนใหญ่จะพบว่าราคาของการลงทุนในระบบนั้นค่อนข้างสูง และใช้งานยาก ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางนั้นตัดสินใจเลือกใช้ SAP ได้ลำบาก บริษัท SAP ได้ทราบถึงเหตุผลนั้นเป็นอย่างดี จึงได้มีระบบสำหรับธุรกิจขนาดแล็กและขนาดกลางออกมา ให้บริการเพื่อลดช่องว่างนั้น ประมาณเกิอบ 20 ปี แล้ว คือระบบ SAP Business One และให้บริการทั้งที่เป็น On-Premises และบน Cloud

ISSP ในฐานะของผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำและผู้ให้บริการระบบ SAP Business One มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากช่องว่างใหญ่ของตลาดในจุดนี้ จึงได้นำโซลูชันของ SAP Business One มาเปิดให้บริการบน Cloud Infrastructure ของตนเอง เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถเช่าใช้ SAP ได้ในราคาเพียงเดือนละ 6,500 บาทเท่านั้น เริ่มต้นใช้งานได้อย่างง่ายดายคุ้มค่า และมีระบบการสำรองข้อมูลที่ได้มาตราฐาน แถมยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ ISSP ช่วยดูแลรักษาระบบให้ทำงานได้อยู่ตลอด 24×7 อีกด้วย

ISSP กับการผสานความเชี่ยวชาญด้าน Cloud และ SAP เพื่อลูกค้าธุรกิจไทย

หากใครอยู่ในวงการ IT นั้นก็คงจะรู้จักกับชื่อเสียงของ ISSP กันเป็นอย่างดีในฐานะของผู้ให้บริการ Cloud, Data Center และ Internet ที่มีทีมงานทางด้าน IT คอยให้คำปรึกษางานทางด้าน System Integration ให้แก่ธุรกิจองค์กร แต่อันที่จริงแล้ว ISSP ยังมีอีกธุรกิจสำคัญหนึ่งก็คือการรับบทบาทเป็น SAP Implementor ด้วย

ISSP มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน SAP Business One ซึ่งเป็นโซลูชันระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางโดยเฉพาะ ด้วยความสามารถในการรองรับโมดูลพื้นฐานสำหรับธุรกิจต่างๆ อย่างครบถ้วนจบในตัว ทั้งการเงิน, บัญชี, การขาย, คลังสินค้า, การผลิต และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ที่ผ่านมานั้น ISSP ได้นำความเชี่ยวชาญของตนเองผสานกับโซลูชันของ SAP

ISSP เองก็ยังได้ผ่านการรับรองจาก SAP เพื่อเปิดให้บริการ Cloud สำหรับ SAP Business One ในเมืองไทยได้ ตั้งแต่ปี 2013 ทำให้ ISSP นั้นนำ SAP Business One ขึ้นมาติดตั้งและให้บริการบนระบบ Cloud Infrastructure ของ ISSP เอง และสามารถให้ลูกค้าธุรกิจไทยเช่าใช้งานโดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปีได้ ISSP ได้ให้บริการ SAP Business One บน Cloud โดยมี SLA (Service Level Agreement) เป็นมาตรฐานระดับการให้บริการด้วยความมั่นคงที่ 99.5% ซึ่งเป็นตัวเลขมาตรฐานซึ่งถูกกำหนดโดย SAP

ทั้งนี้บริการ Cloud ของ ISSP เองก็ถูกออกแบบมาทั้งในเชิงของเทคโนโลยีและการดูแลรักษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ใช้งานนั้นมีความมั่นใจในความมั่นคงทนทานและความปลอดภัย อีกทั้ง Data Center ของ ISSP เองก็ยังผ่านมาตรฐาน ISO 27001 ทำให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถเลือกใช้งานได้อย่างวางใจ คุ้มค่ากว่า การลงทุนใน Data Center ของตนเองเป็นอย่างมาก

ตอบโจทย์ธุรกิจไทยที่อยากเติบโตอย่างเป็นระบบ ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ๆ และเตรียมตัวเข้าสู่ IPO

สำหรับจุดเด่นสำคัญที่ทีมงาน ISSP ได้ถูกเลือกให้รับบทบาทเป็น SAP Implementor ให้กับธุรกิจต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องนั้น ก็เป็นเพราะความรู้และความสามารถของทีมงาน ISSP เองที่มีทั้งทีมงาน Consult ในส่วนของธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างครบถ้วน ทำให้การเข้าไปติดตั้งปรับแต่งระบบ SAP ให้กับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการในเชิงธุรกิจได้เป็นอย่างดี และมีทีมงานสนับสนุนทางด้านเทคนิคตลอดทั้งโครงการ

การใช้ SAP Business One นั้นจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางทำงานเป็นระบบระเบียบมากขึ้น โดยมีข้อมูลธุรกิจถูกรวมอยู่ที่ศูนย์กลาง และสามารถนำมาสร้างรายงานหรือวิเคราะห์ในแง่มุมต่างๆ ของธุรกิจได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของ ISSP นั้นก็มีทั้งธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานระบบ ERP แรก, ธุรกิจที่เคยใช้ Software ทางด้านบัญชีหรือ ERP อื่นๆ มาก่อนและต้องการเปลี่ยนมาใช้ SAP เพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น ไปจนถึงธุรกิจที่ต้องการจะเข้า IPO และต้องการเลือกระบบ ERP ที่ดีที่สุดมาใช้งาน มีระบบสำรองข้อมูลทีได้มาตราฐานให้ทั้งที่เป็น Daily และ Mirror backup นอกสถานที่ เพื่อป้องกันระบบหลักมีปัญหา และเพื่อให้ง่ายต่อการ Audit ในขั้นตอนต่างๆ ในการก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน หรือการบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ รูปแบบการลงทุนจาก CapEx เป็น OpEx แทน และทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่ต้องกังวลกับการลงทุนหรืออัปเกรด Hardware ด้วยตัวเองอีกต่อไป สามารถใช้จุดเด่นของ Cloud ในการเพิ่มขยายทรัพยากรต่างๆ ได้ตามต้องการ

SAP B1 Service Pack ให้บริการ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

โดย ISSP ได้พัฒนาระบบ SAP Business One ให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น โดย ISSP จึงได้ออกแบบบริการ Cloud สำหรับ SAP Business One ไว้ 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

1. SAP Business One Financial Pack สำหรับธุรกิจ Startup สำนักงานบัญชี และธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่มีพนักงานเริ่มต้น 2 – 5 คน ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน SAP Business One ได้ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 6,500 บาทต่อผู้ใช้งาน 2 คน โดยมีค่าติดตั้งเริ่มต้นแยกต่างหาก โดยโซลูชันนี้จะครอบคลุมทั้งโมดูลซื้อ, ขาย, การเงิน, บัญชี, การบริหารสินค้า และคลังสินค้า ทั้งหมดนี้ใช้เวลาติดตั้งให้พร้อมเริ่มต้นใช้งานได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น

2. SAP Business One Full Implementation สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มองหาโซลูชันระบบ ERP ซึ่งปรับแต่งเพื่อรองรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจเฉพาะทาง โดยทีมงาน ISSP จะเข้าไปทำการให้คำปรึกษาอย่างครบวงจรและปรับแต่งระบบ SAP ออกมาให้ได้ตรงกับทุกความต้องการของธุรกิจเช่น การแยก BOI/Non-BOI, Cost Accounting หรือ Budget รวมถึงการทำ Integrate ระบบ SAP Business One เข้ากับ Business Application อื่นๆ ที่เคยใช้งานอยู่เดิม

ในกรณีที่ลูกค้าต้องการ ติดตั้งการใช้งาน SAP Business One บน Premise ด้วยฐานข้อมูลทั้ง Microsoft SQL หรือ SAP HANA เพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการและงบประมาณของธุรกิจนั้นๆ ทาง ISSP ก็พร้อมให้บริการ ด้วยเหมือนกัน

พร้อมต่อยอดด้วยเทคโนโลยีหลากหลายในอนาคต รองรับการเติบโตและการประยุกต์นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้

ไม่เพียงแต่การเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน SAP Business One เท่านั้น ทีมงานของ ISSP เองก็ยังมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบ Application สำหรับตอบโจทย์ธุรกิจในส่วนอื่นๆ อีกมากมาย และยังพร้อมที่จะนำองค์ความรู้ในส่วนนั้นเข้ามาผสานกับระบบ SAP Business One เพื่อช่วยให้ลูกค้าธุรกิจของ ISSP สามารถเปิดรับต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ปรับปรุงกระบวนการการทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น

  • E-Tax Invoice & E-Receipt ระบบใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถจัดการใบเสร็จในแบบ Paperless ได้ในอนาคต ซึ่ง ISSP เองก็มีโซลูชันด้านนี้อย่างครบถ้วนพร้อมให้บริการได้แล้ว
  • E-Banking Integration ผสานระบบ SAP Business One เข้ากับระบบของธนาคารไทย เพื่อให้กระบวนการด้านการเงินเกิดขึ้นได้อย่างลื่นไหลสูงสุด
  • PR Approval Web base โซลูชันสำหรับการจัดการคำสั่งขออนุมัติการซื้อของธุรกิจจากแผนกต่างๆ
  • Mobile Sales/POS ระบบเสริมสำหรับรองรับการทำงานนอกสถานที่ หรือหน้าร้าน ให้เชื่อมต่อกับ SAP ได้โดยตรง
  • Barcode Warehouse จัดการบริหารคลังสินค้าด้วย Barcode ทั้งหมด

สนใจโซลูชันระบบ IT สำหรับธุรกิจ ติดต่อ ISSP ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบ SAP เพื่อใช้งานภายในธุรกิจองค์กร สามารถติดต่อทีมงาน ISSP เพื่อนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่ Email: SAPTeam@isp-thailand.com หรือโทร 0-2033-0999 พร้อมแจ้งว่าได้รับข่าวสารจาก TechTalkThai ทางบริษัทมีส่วนลดพิเศษอีก 10 % จากราคา Implement และการ ให้บริการในการ Application Support ฟรีอีก 1 เดือน

from:https://www.techtalkthai.com/sap-on-issp-cloud-starts-at-6500-thb-per-month/

Microsoft เตรียมเพิ่มความสามารถ AI หลายรายการให้ Dynamics 365

Microsoft กำลังทยอยเพิ่มความสามารถด้าน AI หลายส่วนให้ Dynamics 365 หรือผลิตภัณฑ์ ERP ของตน โดยอาศัยการต่อยอดจาก Azure AI นั่นเอง

Credit: Microsoft

ปัจจุบัน Microsoft ได้นำเอา AI มาสร้างความสามารถ ‘Insight’ ให้ลูกค้า Dynamics 365 หลายส่วนแล้ว เช่น Customer Insights, Customer Service Insights, Market Insights และ Sales Insights เป็นต้น โดยเมื่อต้นปีมีการประกาศว่าจะมีการอัปเดต ‘Wave 2’ ของ AI ให้แก่ Dynamics 365 อีกครั้งในช่วง 1 ตุลาคมนี้ถึงมีนาคมปีหน้า

วันนี้ Microsoft จึงเปิดเผยถึงความคืบหน้าและอัปเดตฟีเจอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ดังนี้

  • ทำให้แอปพลิเคชัน Customer Insights สามารถรองรับ Business-to-Business (B2B) จากเดิมที่รองรับ B2C อยู่แล้ว ซึ่งจะเริ่มใช้จริง 1 ตุลาคมนี้
  • มีแอปพลิเคชันใหม่ในตระกูล Insights ที่ชื่อ ‘Product Insights’ ซึ่งจะเปิดให้ทดลอง 1 ตุลาคมเช่นกัน โดยจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจการใช้งานผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้นและช่วยแก้ปัญหาของผลิตภัณฑ์ได้ด้วย
  • เพิ่มฟังก์ชันใหม่ให้ Dynamics 365 Virtual Agent for Customer Service โดยผู้ใช้งานจะสามารถทดสอบ Virtual Agents เป็นการภายในได้ก่อนปล่อยใช้งานจริง โดยฟังก์ชันนี้จะเริ่มออกมา 1 ธันวาคมปีนี้
  • เพิ่มฟีเจอร์ IoT Intelligence เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นข้อมูลคลังสินค้าได้ในระดับเรียลไทม์ เพื่อสามารถแก้ปัญหาได้อย่าง Proactive โดยจะเริ่มใช้จริง 1 ตุลาคมนี้
  • เตรียมเปลี่ยนแอปพลิเคชัน Dynamics 365 Retail เป็น Dynamics 365 Commerce แทน โดยจะเริ่มทดสอบไปแล้วเมื่อวาน (23 กันยายน) โดย Microsoft คุยว่า Commerce จะสามารถตอบโจทย์ End-to-End commerce ได้
  • ออกแอปพลิเคชัน Dynamics 365 Connected Store เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถได้รับ Insights ภายในของร้านค้าจริงเพื่อบริหารจัดการในเชิงรุกได้

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/microsoft-to-add-more-ai-infused-apps-and-features-to-dynamics-365/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-add-many-features-and-apps-to-dynamics-365/