คลังเก็บป้ายกำกับ: Applications

HR Applications แอพที่ช่วยมนุษย์เงินเดือนลางานง่ายขึ้น

ผ่านช่วงหยุดยาวกันมาสักพักแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงอินกับวันหยุดยาวแสนสุขที่ปีนึงจะมีสักครั้งให้สุขใจ แต่หยุดยาวบางทีเราก็สร้างได้เองนะคะ เพียงคำนวณวันหยุดของคุณกับวันหยุดราชการให้แมทกัน รับรองว่าหยุดยาวยังมีอีกเพียบ

แต่การลางานสมัยนี้คงไม่ต้องปวดหัวเหมือนสมัยก่อนแล้วค่ะ เพราะเราสามารถยื่นเรื่องลากับหัวหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย วันนี้เราจึงยก HR Applications ตัวช่วยที่ให้การลางานของเหล่ามนุษย์เงินเดือนเป็นเรื่องที่ง่ายไม่กี่วินาทีเท่านั้น มีแอพไหนบ้างเข้ารอบสุดท้ายไปดูกันค่า

Happy Work

ชื่อแอพก็บอกถึงความแฮปปี้แล้วนะคะ เพราะทั้งสะดวกสะบายและแสนง่าย เหมาะสำหรับบริษัทที่มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นหรือต้องออกไปดูงานข้างนอกบ่อยๆ เพราะสามารถเช็คเวลาเข้างานได้จาก GPS และที่สะดวกสุดๆ คงหนีไม่พ้นการยื่นเรื่องลา เพราะระบบจะมีฟอร์มมาให้อยู่แล้ว เพียงเลือกประเภทของการลา และเหตุผลว่าลาเพราะอะไร ข้อมูลก็จะส่งตรงไปหาระบบของหัวหน้าทันที อ่อ ที่สำคัญทำเรื่องเบิกค่าใช้จ่ายได้ด้วยนะ
โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/happy-work/id1342166833?mt=8

EZY-HR

ถึงฟีเจอร์จะไม่หวือหวามาก แต่ความเรียบง่ายนำมาสู่การใช้ง่าย เพราะระบบจะบอกวันลาที่เราเหลือว่าแต่ละประเภทเหลือกี่วัน ทำให้ง่ายต่อการคำนวณวันหยุดของเรา และฟอร์มการกรอกก็เป็นกล่องข้อความที่เขียนง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นแอพที่องค์กรณ์ใหญ่ๆ เริ่มหันมาใช้กันบ้างแล้ว
โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/us/app/pork-rm-ngein-deuxn-ezy-hr/id1025469691?mt=8&ign-mpt=uo%3D4,
https://play.google.com/store/apps/details?id=mobile.ezyhr

 

True HR

เป็นแอพที่เหมือนเป็นศูนย์กลางของ HR ไว้ในแอพเดียว นอกจากทำเรื่องลากิจต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถออกสลิปเงินเดือนได้ในแอพเดียว และยังมีระบบส่ง payroll slip ทาง e-mail สะดวกมากๆ สำหรับใครที่เข้มงวดเรื่องเอกสารการเงิน
โหลดได้ที่ : https://itunes.apple.com/th/app/true-hr-app/id1171647789?l=th&mt=8https://play.google.com/store/apps/details?id=com.trueit.truehr&hl=th

 

ตอนนี้หลายบริษัทเริ่มหันมาใช้แอพพลิเคชั่นในการจัดการเรื่องลากิจของพนักงานกันแล้วนะคะ ซึ่งบริษัทจะใช้แอพไหนอยู่ที่แต่ละบริษัทจะตกลงกันเลย ซึ่งทั้งสามแอพที่กล่าวไปได้แก้ปัญหาความยุ่งยากเรื่องเอกสารในการขอลาของพนักงานและเพิ่มความสะดวกสบายได้เยอะมากๆ ใครมีแอพเจ๋งๆ อีกคอมเมนต์บอกพวกเราได้เลยนะคะ

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/04/hr-applications/

โฆษณา

5 ทักษะด้านไอทีที่จำเป็น ช่วยทำให้คุณเป็นนักพัฒนาด้าน Blockchain ที่ดีได้

บล็อกเชน เป็นชุดข้อมูลถาวรที่มีการบันทึกเวลาประกอบ และถูกจัดการผ่านกลุ่มคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน ไม่ได้มีเครื่องไหนหรือองค์กรกลางใดเป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว ทำให้มีคุณสมบัติของการต้านทางการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยไม่ถูกต้อง และอำนวยความสะดวกในการแบ่งปัน

ข้อมูลที่อยู่ในรูปบล็อกเชนนี้ถือเป็นสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่ละบล็อกข้อมูลจะได้รับการปกป้องและเชื่อมต่อกับบล็อกอื่นด้วยหลักการเข้ารหัส เช่น การร้อยเข้ากันเป็นลูกโซ่หรือ Chain เทคโนโลยีนี้เริ่มดังเป็นพลุแตกตั้งแต่ ซาโตชิ นากาโมโต้เอามาใช้เปิดตัวบิทคอยน์

แต่ปัจจุบันก็มีการใช้งานที่หลากหลายกว่าการทำเป็นเงินสกุลดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนทางดิจิตอล, ใช้ตรวจสอบซัพพลายเชน, ติดตามทรัพย์สินที่มีค่าอย่างเครื่องประดับ ฯลฯ จนยักษ์ใหญ่อย่าง IBM และซัมซุงกำลังพัฒนาบล็อกเชนให้เป็นนวัตกรรมใหม่ และคาดว่างานด้านนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 33 เท่า

สำหรับผู้ที่ตั้งมั่นจะเป็นนักพัฒนาบล็อกเชนนั้น ควรมีทักษะที่เกี่ยวข้อง 5 ประการดังต่อไปนี้ ได้แก่ ด้านโครงสร้างข้อมูล, ด้านระบบและเครือข่ายแบบกระจายหรือ Distributed, ด้านการเข้ารหัสหรือ Cryptography, ด้านเศรษฐศาสตร์คริปโตหรือ Cryptonomics เช่น Game Theory, และด้านระบบ Smart Contract

1. โครงสร้างข้อมูล

ถือเป็นสิ่งแรกที่ต้องเข้าใจอย่างถ่อแท้ เพราะบล็อกเชนนั้นมีลักษณะค่อนข้างซับซ้อน จากการที่ต้องกระจายข้อมูลบนเครือข่ายเพื่อทำซ้ำฐานข้อมูลจัดเก็บในรูปบล็อกด้วยการใช้เทคนิคเข้ารหัสชั้นสูงเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลยังรักษาความถูกต้องเวลาที่มีบล็อกข้อมูลใหม่เพิ่มเข้ามา ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างข้อมูลที่จำเป็นได้แก่ รายการเชื่อมต่อ (Linked List), ทรีสำหรับค้นหาแบบไบนารี, Hash Map, กราฟต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งควรเรียนรู้ภาษาโปรแกรมมิ่งที่เกี่ยวข้องด้วยอย่างเช่น Python, Java, C++ เป็นต้น

2. ระบบและเครือข่ายแบบ Distribute

เนื่องจากเทคโนโลยีบล็อกเชนอาศัยการเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์อยู่เบื้องหลังการทำงาน ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Distributed Ledger, เครือข่ายแบบ Perr-to-Peer, แผนผังเครือข่ายหรือ Topologies, และเรื่องเราท์ติ้งจึงสำคัญมากด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องหรือ Byzantine fault-tolerant consensus

3. เทคโนโลยีเข้ารหัส หรือ Cryptography

เป็นรากฐานสำคัญของบล็อกเชน ตัวอย่างเช่นบิทคอยน์ที่ใช้การเข้ารหัสแบบ Public-key เพื่อสร้างลายเซ็นดิจิตอลและฟังก์ชั่นแฮช ดังนั้นถ้าต้องการเป็นนักพัฒนาด้านบล็อกเชนแล้ว ก็ควรมีความรู้ด้านคณิตศาสตร์อย่างดีด้วย นอกจากนี้เรื่องของการเข้ารหัสยังรวมถึงการเข้ารหัสแบบยืนยันตน, การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล, ตัว Block Cipher, และ Hash Function ที่เป็นฟีเจอร์สำคัญของการเข้ารหัสในบล็อกเชน รวมทั้งยังควรศึกษาเกี่ยวกับ RSA (Rivest–Shamir–Adleman) และ ECDSA (elliptic curve cryptography) ด้วย

4. Cryptonomics

เนื่องจากสกุลเงินคริปโตทั้งหลายไม่ได้มีธนาคารกลางมาคอยตรวจสอบธุรกรรม ดังนั้น การที่จะสามารถตรวจเช็คการทำงานของบริษัทด้านคริปโตได้นั้น ก็จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องของเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ทฤษฎีเกม (Game Theory), การตีมูลค่าสกุลเงิน, และนโยบายด้านการคลังหลากหลายแบบที่เกี่ยวกับเงินคริปโต ซึ่งสามารถศึกษาได้จากหนังสืออย่าง The Business Blockchain: Promise, Practice and Application of the Next Internet Technology, Blockchain: Blueprint for the New Economyเป็นต้น

5. Smart Contract

เป็นโปรแกรมที่รันบนบล็อกเชนหลังจากที่ธุรกรรมสำเร็จแล้ว ซึ่งแม้ชื่อจะบอกว่าเป็นสัญญา แต่ก็ไม่ได้มีพิธีกรรมทางกฎหมายอะไรมาบังคับ หรือจำเป็นต้องให้ทนายความเข้ามาตรวจสอบเหมือนสัญญาจริง ตัวสัญญาอัจฉริยะนี้เป็นระบบที่รันแบบอัตโนมัติเพื่อยกระดับความสามารถของตัวบล็อกเชน ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีนักพัฒนาจำนวนน้อยมากที่เข้าใจหรือสามารถออดิทสมาร์ทคอนแทรกต์นี้ได้ ยิ่งสัญญาอัจฉริยะนี้มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนที่ทำงานด้านนี้ก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงานมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-become-a-blockchain-developer/

TechTalk Webinar: Cloud ERP และระบบ Data Anaytics เพื่อการทำ Digital Transformation โดย Epicor

TechTalkThai ขอเรียนเชิญเหล่า Managing Director, เจ้าของธุรกิจโรงงานและการผลิต, ผู้บริหารในธุรกิจโรงงานและการผลิต, IT Manager และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Cloud ERP และระบบ Data Anaytics เพื่อการทำ Digital Transformation โดย Epicor” เพื่อเรียนรู้การนำระบบ Cloud ERP และ Data Analytics มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจการผลิตและโรงงาน ในวันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Cloud ERP and Analytics for Digital Transformation โดย Epicor
ผู้บรรยาย: คุณ Rattina Buranaosot, Epicor
วันเวลา: วันอังคารที่ 30 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

เพื่อปลดปล่อยศักยภาพสำหรับ Industry 4.0 เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่ชาญฉลาด, คุ้มค่า และสามารถแข่งขันได้ ธุรกิจนั้นต้องทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ได้อย่างวรวดเร็วที่สุด, ส่งมอบสินค้าหรือบริการด้วยเวลาที่น้อยที่สุด, ติดตามผลิตภัณฑ์ได้ในทุกขั้นตอนการผลิตและขนส่ง, บริหารจัดการขั้นตอนการผลิตและขนส่งเหล่านั้น รวมถึงยังต้องทำนายในทุกๆ ประเด็นให้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าเดิม ระบบ ERP ที่ทันสมัยคือหัวใจสำคัญในทุกๆ โครงการ Industry 4.0 ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการของฝ่ายบริหารในการปรับปรุงประสิทธิภาพและเปลี่ยนกระบวนการการทำงานให้เป็นอัตโนมัติในทุกๆ การผสานระบบที่เกิดขึ้น โดย Cloud จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและองค์กรขนาดใหญ่นั้นสามารถก้าวกระโดดขึ้นนำคู่แข่งได้ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

ใน Webinar ครั้งนี้ เราจะแสดงให้เห็นว่า Epicor Cloud ERP จะช่วยให้คุณมุ่งเน้นไปที่การเติบโตแทนที่จะต้องเสียเวลากับระบบ IT ได้อย่างไร และจะเล่าถึงภาพรวม 4 ส่วนหลักๆ ของ Epicor ได้แก่ ERP, BI, Reporting และ Analytics พร้อมแสดงให้เห็นว่าระบบนี้จะช่วยให้พนักงานทั่วๆ ไปในธุรกิจของคุณทำงานดีขึ้นได้อย่างไร แม้พนักงานเหล่านั้นจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ก็ตาม

ลงทุนได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด, สร้างคุณค่าใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วที่สุด และเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกๆ อุปกรณ์อย่างแม่นยำได้ทันทีที่ต้องการ จากทุกที่ทั่วโลกด้วย Epicor Cloud ERP

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_8-RHhKZ6RC6UfGTF4rQFOw โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-cloud-erp-and-data-anaytics-for-digital-transformation-by-epicor/

TechTalk Webinar: เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจด้วย Business Intelligence และวางแผนธุรกิจด้วย SAP Analytics โดย ISS Consulting

ISS Consulting (Thailand) Ltd. ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหาร ในส่วนงาน Finance, Sales, Marketing, Customer Service, IT และอื่นๆ รวมถึงผู้ที่สนใจนำระบบ Business Intelligence ไปพัฒนาศักยภาพของบริษัท เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจด้วย Business Intelligence และวางแผนธุรกิจด้วย SAP Analytics โดย ISS Consulting” เพื่อรู้จักกับเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจจาก SAP และสามารถนำไปต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจด้วย Business Intelligence และวางแผนธุรกิจด้วย SAP Analytics โดย ISS Consulting
ผู้บรรยาย: คุณบุเรศ โตศักดิ์ตระกูล, Project Manager & SAP Consultant, ISS Consulting
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

Webinar ครั้งนี้ จะนำเสนอถึงโซลูชันของ SAP BI ซึ่งเป็นโซลูชันระบบ Business Intelligence สำหรับใช้ในการเพิ่มมูลค่าและสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจจากการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ทั้งภายในระบบของ SAP และข้อมูลธุรกิจอื่นๆ ร่วมกัน เพื่อปรับปรุงการตัดสินใจในเชิงธุรกิจของแผนกต่างๆ ให้มีความแม่นยำมากขึ้น และทำให้การวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจในเชิงบริหารนั้นเป็นไปได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเนื้อหาจะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

าพรวมการวิเคราะห์ข้อมูลและการแสดงข้อมูล ของระบบ SAP Analytic

  • ภาพรวมโซลูชันเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • กลยุทธ์การวิเคราะห์ข้อมูลและการแสดงข้อมูล ของระบบ SAP Analyticสำหรับผู้ประกอบการ

วิสัยทัศน์และแนวทางของระบบ SAP Analytic

  • แนวโน้มที่สำคัญและความต้องการของลูกค้าต่อระบบการวิเคราะห์
  • วิเคราะห์-เปรียบเทียบ จุดแข็ง-จุดอ่อน ประโยชน์-ความเสี่ยง ปัญหาและข้อควรระวัง ของระบบ SAP Analytic

นวัตกรรมของระบบ SAP Analytic

  • ความแปลกใหม่ของระบบ SAP Business Intelligence 2019 เช่นSAP BOBJ, SAP SAC ,SAP BW
  • วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลธุรกิจอย่างมีชั้นเชิงด้วย SAP Analytics
  • นำเสนอเครื่องมือของระบบการวิเคราะห์ ในการออกแบบ Dashboard
  • อัพเดทข้อมูลผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันและแผนพัฒนาในอนาคต

Webinar นี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนกลยุทธ์การทำงานให้เป็นแบบ Data-Driven ทั้งในระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ เหมาะกับผู้ฟังในธุรกิจทุกอุตสาหกรรม

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_dmmc0qqYQ5GHkH3WahmwsA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-sap-analytics-for-business-intelligence-by-iss-consulting/

ปกป้อง Gmail ของคุณด้วยโซลูชั่น Trend Micro Cloud App Security

บริการอีเมล์ฟรีชื่อดังอย่าง Gmail มีอายุมากว่า 15 ปีแล้ว จนปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกรวมมากถึง 1.5 พันล้านราย นอกจากบริการเมล์ส่วนตัวแล้ว ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของโซลูชั่น G Suite สำหรัองค์กรอีกด้วย ซึ่งจีเมลนี้โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยจากการใช้เอนจิ้นแอนตี้ไวรัสหลายตัวมาใช้ตรวจสอบข้อมูลอีเมล์

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ยืนยันตนขั้นสูงอย่างเช่นการยืนยันตนแบบสองตัวแปร (2-Step) และ Single Sign-On รวมทั้งโพลิซีความปลอดภัยสำหรับอีเมล์อย่างเช่นการบังคับใช้ TLS เป็นต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็มีอันตรายที่มากับอีเมล์อีกมากมายที่ยากจะตรวจสอบได้

ตัวอย่างอันตรายที่ฟีเจอร์พื้นฐานของ Gmail นั้นปกป้องผู้ใช้ได้ยากได้แก่ เมล์หลอกลวงทางธุรกิจหรือ BEC รวมถึงมัลแวร์และช่องโหว่แบบ Zero-Day ที่ไม่เคยมีข้อมูลมาก่อน ซึ่งฟีเจอร์ความปลอดภัยมาตรฐานของ G Suite ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันมัลแวร์ที่รู้จักกันแพร่หลายเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนแค่ 5% ของมัลแวร์ที่คุกคามอยู่ทั้งหมด

ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรพิจารณาเลือกใช้ทูลจากเธิร์ดปาร์ตี้เพื่อปกป้ององค์กรของคุณจากมัลแวร์อีก 95% ที่เหลือ และอันตรายที่มากับอีเมล์อื่นๆ อย่างเช่นโซลูชั่น Trend Micro Cloud App Security ที่ตอนนี้ครอบคลุมการปกป้อง Gmail ใน G Suite นอกเหนือจากที่เคยปกป้องในส่วน Google Drive ด้วย

ที่มา : Trendmicro

from:https://www.enterpriseitpro.net/trend-micro-cloud-app-security/

Windows 10 เวอร์ชั่นล่าสุด ไม่ต้องกด ! safely remove hardware อีกแล้ว

ไมโครซอฟท์ได้ยุติออปชั่นที่ชื่อว่า “Safely Remove” ของอุปกรณ์ USB Drive แล้วใน Windows 10 เวอร์ชั่นล่าสุด  นั่นหมายความว่าเมื่อใช้อุปกรณ์ USB เสร็จก็ดึงออกได้เลย

สำหรับโพลิซีตัวใหม่นั้นจะเป็นแบบที่เรียกว่า “Quick Removal” ซึ่งไม่ต้องห่วงถึงเรื่องของความปลอดภัยกับอุปกรณ์ต่อเชื่อม USB เหล่านี้เลย ทำให้ยูสเซอร์หมดห่วงว่าข้อมูลจะสูญหาย อย่างไรก็ตามยูสเซอร์สามารถตั้งค่าโพลิซีอย่างเช่น “Better performance” เพิ่มเติมในตัว Disk Management ทั้งนี้ก็เพื่อยังคงออปชันในการทำ “safely remove hardware” ไว้ให้หากผู้ใช้ยังคงต้องการใช้ฟังก์ชั่นนี้

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน Quick Removal โดยกระทำดังนี้

1. เชื่อมต่อตัวดีไวซ์เข้ากับคอมพิวเตอร์
2. คลิกขวาที่ Start และเลือก File Explorer
3. ใน File Explorer ให้เลือกอุปกรณ์ไดร์ฟ USB ที่คุณต้องการ (ตัวอย่าง USB Drive อาจจะอยู่ไดร์ฟ D:)
4. คลิกขวาที่ Start และเลือก Disk Managment
5. ในหน้าต่างด้านล่างของ Disk Management ให้คลิกขวาที่ดิสก์ที่เป็นตัว USB Drive ในที่นี้เป็นไดร์ฟ D:) จากนั้นให้คลิกที่ Properties
6. ให้เลือกแท็บ Policies และจากนั้นเลือกโพลิซีที่คุณต้องการ (กรณี Quick Removal จะทำให้คุณไม่ต้องกดฟังก์ชั่น safely remove hardware อีกต่อไป)

ที่มา : Mybroadband

from:https://www.enterpriseitpro.net/windows-10-drops-default-option-to-safely-remove-usb-drives/

เอสเอพี แนะองค์กรธุรกิจไทย ปรับตัวสู่การเป็นผู้นำในยุค เอ็กซ์พีเรียน อีโคโนมี

เอสเอพี ส่งเสริมให้องค์กรธุรกิจทุกขนาดในทุกภาคอุตสาหกรรมของไทยปรับตัวในยุค เอ็กซ์พีเรียน อีโคโนมี (Experience economy) พร้อมเผยโซลูชั่นชั้นนำของตลาดด้าน เอ็กซ์พีเรียน แมเนจเมนท์ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความเป็นเลิศในทุกกระบวนการทางธุรกิจซึ่งจะช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาด ทั้งนี้ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของเอสเอพี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนสู่การเป็น ไทยแลนด์ 4.0

ในปัจจุบัน ประสบการณ์ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อผลประกอบการทางธุรกิจ จึงมีความจำเป็นที่เจ้าของธุรกิจต่างๆ จะต้องเข้าใจสถานการณ์ ตระหนักถึงโอกาสและพิจารณาว่าธุรกิจของตนต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีในองค์กรในแง่มุมใดบ้าง ในโลกที่มีตัวเลือกหลากหลาย “ประสบการณ์” สามารถสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ รวมทั้งส่งเสริมความภักดีของลูกค้าและพนักงาน การสร้างประสบการณ์ที่ดีสามารถนำไปสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้น การบริหารพนักงานขององค์กรที่มีศักยภาพสูงขึ้น และความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีคุณค่าและยั่งยืนมากกว่าเดิม

เพื่อสนับสนุนแนวคิด ไทยแลนด์ 4.0 เอสเอพี ได้วางเป้าหมายสำหรับประเทศไทย ในปี 2562 โดยมุ่งมั่นส่งเสริมองค์กรธุรกิจไทยให้พัฒนาสู่การเป็นอินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ หรือ องค์กรที่มีความชาญฉลาด และสนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้อย่างชาญฉลาดในยุคเศรษฐกิจแห่งประสบการณ์ ทั้งนี้ เอสเอพี มุ่งส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในส่วน Front office ด้วยเล็งเห็นว่า ความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมต่อระหว่าง Front office และ Back office นำมาซึ่งการเข้าถึงและการต่อยอดดาต้า ที่จะทำให้เกิดการสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ช่วยให้องค์กรใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติการด้วยระบบอัตโนมัติ สร้างความประทับใจแก่ลูกค้า เสริมศักยภาพให้แก่พนักงาน และมีรายได้เพิ่มขึ้น

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 46 ปี พร้อมพอร์ตโฟลิโอนวัตกรรมชั้นสูง เพื่อการขับเคลื่อนทัพหน้าของหน่วยธุรกิจ อาทิ ระบบดิจิตอลคอร์ (Digital core) ทรงพลัง SAP S/4 HANA ชุดโซลูชั่นบูรณาการเพื่อการบริหารประสบการณ์ของลูกค้า SAP C/4 HANA และ Qualtrics’s Experience Management (XM) Platform เอสเอพีพร้อมยกระดับองค์กรธุรกิจไทยสู่การเป็นอินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ อย่างเต็มตัว

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/sap-experience-management/