คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLICATION_SECURITY

TechTalk Webinar: ทำ Single Sign-On, Access Policy และ Multi-Factor Authentication ด้วย Cloud-based Access Management Service โดย Thales

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้บริหาร IT และ Security, ผู้จัดการ IT และ Security, Security Engineer, Software Developer และผู้ดูแลระบบ IT เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “TechTalk Webinar: ทำ Single Sign-On, Access Policy และ Multi-Factor Authentication ด้วย Cloud-based Access Management Service โดย Thales” เพื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยีด้านการยืนยันตัวตัวตนและกำหนดสิทธิ์สำหรับการเข้าถึง Application ต่างๆ บน Cloud และ Web อย่างมั่นคงปลอดภัย ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ทำ Single Sign-On, Access Policy และ Multi-Factor Authentication ด้วย Cloud-based Access Management Service โดย Thales
ผู้บรรยาย: คุณ Payathai Kalyawongsa, Bangkok Systems & Software
วันเวลา: วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

ทุกวันนี้การใช้งาน Application ในภาคธุรกิจนั้นถือว่ามีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งกว่าในอดีตมาก เนื่องจากการนิยมใช้งาน Business Application สำหรับตอบโจทย์ทางธุรกิจในแง่มุมต่างๆ ทั้งจากบน Cloud และภายใน On-Premises Data Center ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้การบริหารจัดการด้าน Security และสิทธิ์ในการเข้าใช้งานต่างๆ นั้นยากยิ่งขึ้น อีกทั้งพนักงานภายในองค์กรเองก็อาจเกิดความสับสนจากการที่มี Application ที่ต้องใช้งานจำนวนมาก และมี Username/Password จำนวนหลายชุดตามไปด้วย

เทคโนโลยี Cloud-based Access Management จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะ และทำให้ผู้ใช้งานภายในธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึง Application เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตนเองได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถใช้งาน Username/Password เพียงชุดเดียวในการเข้าถึงระบบ Application ทั้งหมดได้ และยังรองรับการทำ Multi-Factor Authentication เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึง Application และข้อมูลสำคัญของธุรกิจด้วย

ใน Webinar ครั้งนี้ คุณจะได้รู้จักกับเทคโนโลยี Cloud-based Access Management Service จาก Thales พร้อมกับเรียนรู้เจาะลึกในประเด็นดังต่อไปนี้

  1. การบริหารจัดการ User Access อย่างง่ายดายด้วยระบบ Cloud Single Sign-On
  2. การกำหนดนโยบายการเข้าถึงระบบงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย สำหรับทั้งองค์กรและพนักงานรายบุคคล
  3. การทำ Trust Elevation และการทำ Step-Up Authentication
  4. การผสานระบบ Application ที่มีอยู่เข้ากับระบบ Catalog ได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้ Template ที่จัดเตรียมเอาไว้
  5. การเสริมระบบ Security ให้กับ Application ทั้งหมดด้วยข้อมูล Context

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_ZjVKoHZZQRu7dNSk1RlYiw โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-single-sign-on-access-policy-multi-factor-authentication-with-thales/

โฆษณา

NVIDIA อัปเดตแพตช์ช่องโหว่ 5 รายการบน Windows แนะผู้ใช้ควรอัปเดต

NVIDIA ได้ทำการแพตช์แก้ไขช่องโหว่ 5 รายการให้ไดร์ฟเวอร์ของผู้ใช้งาน Windows ซึ่งช่องโหว่มีตั้งแต่ระดับความร้ายแรงสูง-กลาง ทั้งนี้ได้กระทบกับผลิตภัณฑ์การ์ดจอในรุ่น GeForce, Quadro, NVS และ Tesla ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ใช้งานควรอัปเดต

credit : Bleepingcomputer

ช่องโหว่ดังกล่าว (ภาพประกอบด้านบน) สามารถทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเช่น การ Execution โค้ด, ยกระดับสิทธิ์ และ DoS ทั้งนี้ช่องโหว่ทั้งหมดไม่สามารถใช้ผ่านทางไกลเข้ามาได้และต้องอาศัยการตอบสนองบางอย่างจากผู้ใช้งานด้วย โดยทาง NVIDIA ยังได้แนะนำถึงการแพตช์กับผลิตภัณฑ์ต่างๆไ ไว้ตามตารางด้านล่าง ซึ่งหากไม่ต้องการแพตช์เองก็สามารถรอ Security Update จาก Windows ได้ซึ่งจะมีเวอร์ชันของแพตช์คือ 431.23, 425.85 และ 412.39 สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของ NVIDIA ครับ

credit : Bleepingcomputer

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/nvidia-patches-high-severity-flaws-in-windows-gpu-display-driver/

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-august-2019-patch-on-windows/

สรุปงานสัมมนา Citrix Rethinking Networking for a Hybrid Cloud World การมาของ Hybrid Cloud จะทำให้ Network และ Security ต้องเปลี่ยนไปอย่างไร

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ไปร่วมงานสัมมนา Rethinking Networking for a Hybrid Cloud World ที่จัดขึ้นโดย Citrix เพื่ออัปเดตถึงแนวโน้มการมาของ Hybrid Cloud และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการออกแบบระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยในธุรกิจองค์กร พร้อมเล่าถึงโซลูชันใหม่ล่าสุดของ Citrix ทางด้าน Application Delivery Controller, SD-WAN และ Security ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ๆ ในระบบเครือข่ายที่ธุรกิจองค์กรต้องเผชิญ จึงขอหยิบยกนำเนื้อหาต่างๆ มาสรุปดังนี้ครับ

Credit: Citrix

เมื่อ Cloud เปลี่ยนไป Network และ Security ก็ต้องเปลี่ยนตาม

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ทีมงาน Citrix ได้เริ่มต้นด้วยการนำตัวเลขสถิติและแนวโน้มของ Workload รูปแบบต่างๆ ในระบบ IT ของธุรกิจองค์กร ที่ชี้ให้เห็นว่าระบบ On-Premises นั้นมีสัดส่วนการใช้งานที่น้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่การใช้งานระบบแบบ Off-Premises และการใช้งานระบบจาก Cloud Provider นั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณ Traffic ภายในระบบเครือข่ายของธุรกิจองค์กรนั้นลดน้อยลง แต่ Traffic ที่เชื่อมต่อออกไปยังภายนอกนั้นสูงขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ก็ยังมีการนำเสนอข้อมูลด้านการเติบโตของ Public Cloud ที่จะเติบโตถึง 100% ภายในปี 2021 และ True Private Cloud ที่จะเติบโตสูงถึง 200% ภายในปี 2021 ซึ่งก็ทำให้เราเห็นภาพของการที่ธุรกิจองค์กรต่างๆ นั้นจะต้องใช้งานทั้ง Public Cloud และ Private Cloud ควบคู่กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

Credit: Citrix

จากแนวโน้มเหล่านี้ ทำให้ได้ข้อสรุปว่าในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ แนวคิดของ Hybrid-Multi Cloud จะกลายมาเป็นทางเลือกหลักของธุรกิจองค์กร และการออกแบบระบบเครือข่ายสำหรับธุรกิจองค์กรนั้นก็จะได้รับผลกระทบจากแนวคิดดังกล่าว ส่งผลให้ระบบเครือข่ายนั้นต้องถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองแนวโน้มหลักๆ 3 ประการ ได้แก่

  1. Application Transformation การเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมการออกแบบของระบบ Application สมัยใหม่
  2. Cloud Transitions การย้ายระบบต่างๆ ไปสู่ Cloud และการเลือกใช้บริการ Cloud มากขึ้นในอนาคต
  3. Intelligent and Secure Workspaces การออกแบบระบบเพื่อรองรับการทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมั่นคงปลอดภัย

ทางด้าน IDC เองก็ได้ออกมาสรุปถึงประเด็นเหล่านี้ในแนวทางที่สอดคล้องกัน โดย IDC นั้นเชื่อว่าแรงขับเคลื่อนหลักคือการทำ Digital Transformation ของภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในฝั่งของ Data Center เพื่อมาตอบโจทย์รูปแบบใหม่ๆ อีกทั้งยังทำให้เกิดการใช้งาน Cloud และ IoT มากขึ้น ส่งผลย้อนกลับมาให้เหล่าธุรกิจนั้นต้องลงทุนในระบบ IT Infrastructure ทั้งในส่วนของ Compute, Storage และ Network มากขึ้นไปด้วยในช่วงที่ผ่านมา ส่วน Workload ที่จะมีอยู่ในธุรกิจองค์กรนั้น IDC มองว่าสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  1. Steady-State Workload กลุ่มที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เน้นความมั่นคงทนทาน, ความมั่นคงปลอดภัย และความคุ้มค่าในการใช้งาน
  2. Elastic Workload กลุ่มที่ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและต้องการความยืดหยุ่นเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาใช้งาน
  3. Edge Workload กลุ่มที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงในระดับ Cloud แต่มี Latency ที่ต่ำและสามารถควบคุมเองได้

ด้วยเหตุนี้ IDC จึงมองว่าระบบ Application Delivery Controller นั้นจึงต้องสามารถใช้งานได้บนทั้ง On-Premises และ Cloud เพื่อรองรับ Workload รูปแบบต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและโยกย้ายอยู่อย่างต่อเนื่องให้ได้ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ IT นั้นยังคงสามารถตรวจสอบการทำงานของ Application และ Network ได้อยู่เสมอในทุกแง่มุม

ทั้งนี้ในมุมของ Citrix เอง ก็ได้มีการปรับให้ Application Delivery Controller สามารถตอบโจทย์ของการควบคุมและจัดการ Software สมัยใหม่และ Cloud ได้ดีขึ้น, การเชื่อมต่อ WAN เข้ากับบริการ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย SD-WAN และการให้บริการ Application และข้อมูลต่างๆ ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและยังคงง่ายดายผ่านโซลูชันด้าน Workspace โดยสำหรับการบริหารจัดการระบบ Application ต่างๆ ที่กระจายอยู่บน Hybrid-Multi Cloud นั้น ก็ตกเป็นหน้าที่ของ Citrix Application Delivery Management หรือ Citrix ADM ไป

สถาปัตยกรรมเบื้องหลัง Application มีความซับซ้อนสูงขึ้น การออกแบบระบบเครือข่ายเพื่อรองรับ Workload ภายใน Data Center จึงต้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่น

การมาของ Digital Transformation นั้นโดยภาพรวมแล้วก็คือการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจสูงสุด และแนวคิดนี้เองก็ได้ส่งผลให้สถาปัตยกรรมของระบบ Application นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะการที่ระบบใดๆ จะมีข้อมูลเป็นศูนย์กลางและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่นคล่องตัวนั้น สถาปัตยกรรมแบบ Monolithic แบบเดิมย่อมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ในขณะที่สถาปัตยกรรมแบบ Decentralized และ Microservices นั้นได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากต่อ Application สมัยใหม่แทน

Credit: Citrix

หากนึกภาพไม่ออก ลองจินตนาการถึง Mobile Application ที่มีความสามารถหลากหลายดู ความสามารถย่อยต่างๆ ทั้งในส่วนของการอัปโหลดไฟล์, การวิเคราะห์รูปภาพ, การเชื่อมต่อข้อมูลแผนที่ และอื่นๆ อีกมากมายนั้น ต่างก็ถูกออกแบบให้เป็นระบบย่อยภายใน Microservices ทั้งสิ้นเพื่อให้สามารถทำการปรับแต่งแก้ไขและเพิ่มขยายประสิทธิภาพได้อย่างสะดวกโดยไม่เกิด Downtime ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าเบื้องหลังของ Application สมัยใหม่นี้มีความซับซ้อนสูงกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ดี สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ การใช้งาน Application ที่มีสถาปัตยกรรมเบื้องหลังหลากหลายร่วมกันนั้นก็จะกลายเป็นภาพของอนาคตร เพราะ Business Application สำคัญนั้นก็มักเป็นระบบแบบ On-Premises ในขณะที่ระบบ Application บางระบบนั้นก็อาจเลือกใช้ Hybrid-Multi Cloud หรือ Cloud Native ก็ได้ ดังนั้น Application Delivery Controller จึงต้องรองรับการทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมทั้งหมดนี้ให้ได้ในหนึ่งเดียว

แนวทางหนึ่งที่ Citrix ได้ทำเพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ก็คือแนวคิด TriScale2 ที่ทำการคิด License ในการใช้งาน Citrix NetScaler ในแบบ Pool แทน ดังนั้นธุรกิจองค์กรจึงสามารถใช้งาน NetScaler Appliance หรือ Instance จำนวนมากพร้อมๆ กันได้ภายใต้ License กลางชุดเดียว และนับรวม Capacity ในการใช้งานทั้งหมดรวมกัน และโยกย้าย Capacity เหล่านี้ได้ตามต้องการ ทำให้ธุรกิจองค์กรมีอิสระในการเลือกใช้งาน Application บน Platform ที่ต้องการได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ต้องลงทุนใน License เกินความจำเป็น

นอกจากนี้ Citrix เองก็ยังมีระบบ Analytics เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานหรือปัญหาที่เกิดขึ้นบน NetScaler ที่กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของระบบ IT ในแต่ละธุรกิจองค์กรได้ อีกทั้งยังมี API ชุดเดียวกันทั้งหมดไม่ว่าจะใช้งาน NetScaler บน Platform ใดก็ตาม เพื่อให้ง่ายต่อการทำ Automation ในอนาคตด้วย

Application กระจายอยู่หลากหลายแห่ง องค์กรต้องจัดการทุกการเชื่อมต่อให้มีประสิทธิภาพด้วย SD-WAN

เมื่อฝั่ง Application พร้อมให้บริการได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าเบื้องหลังจะถูกติดตั้งใช้งานอยู่บน Platform ใดๆ ก็ตามแล้ว โจทย์ถัดมาก็คือการทำให้พนักงานภายในองค์กรนั้นสามารถเชื่อมต่อไปยัง Application ทั้งภายในระบบ On-Premises และบน Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย ซึ่ง SD-WAN ก็คือเทคโนโลยีที่ Citrix นำมาตอบโจทย์นี้นั่นเอง

Credit: Citrix

Citrix นั้นเห็นว่าตลาด SD-WAN กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และใน Asia-Pacific เองก็มีการทำนายว่า SD-WAN จะเติบโตอย่างรวดเร็วถึง 57.9% ต่อปีโดยเฉลี่ยเลยทีเดียว

Citrix SD-WAN นี้เป็นเทคโนโลยีที่สร้าง Software-Defined Overlay ขึ้นมาครอบชั้นของ WAN ที่มีอยู่เดิม และทำการบริหารจัดการ Bandwidth และความมั่นคงทนทานในการเชื่อมต่อไปยังภายนอกองค์กรหรือต่างสาขาให้มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงที่สุด พร้อมเสริมด้วยเทคโนโลยี WAN Optimization ที่มีอยู่ เร่งประสิทธิภาพการเชื่อมต่อให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีกชั้นหนึ่ง

จุดหนึ่งที่น่าสนใจของ Citrix SD-WAN นั้น ก็คือการที่ระบบสามารถเข้าใจถึงเงื่อนไขและประสิทธิภาพการทำงานของ WAN แต่ละแบบที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น MPLS, Internet, LTE, Satellite หรืออื่นๆ ซึ่ง SD-WAN นี้ก็จะทำการตรวจสอบทั้งค่า Latency, Loss, Jitter, Congestion และ Availability ของแต่ละการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา เพื่อนำมาใช้ในการคำนวนและเลือกเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับ Traffic แต่ละรูปแบบ อีกทั้งยังสามารถทำการ Failover ได้โดยอัตโนมัติหากพบปัญหาเกิดขึ้นในการเชื่อมต่อใดๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานด้วย

นอกจากความสามารถในการตรวจสอบสถานะของ WAN แล้ว Citrix SD-WAN เองก็ยังสามารถจำแนก Application ที่ผู้ใช้งานต้องการเข้าถึงและทำความเข้าใจพฤติกรรมของ Application ได้มากกว่า 4,000 รูปแบบ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการ Optimize เส้นทางของเครือข่ายให้ดีที่สุด หรือทำ QoS เพื่อให้ Application สำคัญของธุรกิจนั้นสามารถถูกเข้าถึงและใช้งานได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหลได้

ส่วนการใช้งาน Cloud Application ใดๆ นั้น Citrix SD-WAN เองก็สามารถช่วยให้การเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการ Cloud แต่ละรายมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นได้ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับ API ของผู้ให้บริการแต่ละรายเพื่อให้การเชื่อมต่อตรงไปยัง Cloud ของผู้ให้บริการแต่ละรายเป็นไปได้โดยอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น

สำหรับธุรกิจที่มีการใช้งาน Desktop Virtualization หรือ Application Virtualization ผ่านโปรโตคอล ICA นั้น Citrix SD-WAN ก็สามารถทำการวิเคราะห์ Traffic ลงลึกได้ถึงระดับ Application ย่อยของแต่ละผู้ใช้งาน และทำการ Optimize Traffic ได้โดยอัตโนมัติ

ภายใน Citrix SD-WAN นี้ยังมีเทคนิคอีกหลากหลายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานในการเชื่อมต่อ Application ต่างๆ อีกมากมาย และด้วยความสามารถที่หลากหลายที่รองรับภายในโซลูชันเดียวนี้ ก็ทำให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถลดการลงทุนในระบบที่สาขาขององค์กรทั้ง WAN Optimizer, Router และ Firewall ให้มาอยู่ภายในระบบเดียวที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างง่ายดายและไม่ซับซ้อนได้ในตัว

Citrix พร้อมผลักดันการเติบโตในตลาดไทย ด้วยเป้าหมายเดิมคือ “การทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งาน Application ได้อย่างมีรวดเร็ว, ง่ายดาย และมั่นคงปลอดภัย”

นอกเหนือจากสองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว Citrix เองก็ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่ตั้งเป้าจะขยายตลาดในไทย ไม่ว่าจะเป็น Citrix Workspace ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมของระบบ Desktop Virtualization และ Application Virtualization ให้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วยประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมและยังคงมีความมั่นคงปลอดภัยที่สูงอยู่, Citrix ShareFile สำหรับการแบ่งปันข้อมูลไฟล์งานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลาและทุกอุปกรณ์อย่างปลอดภัย หรือ Citrix Endpoint Management ที่สามารถบริหารจัดการทั้ง Desktop, Notebook, Mobile และ IoT Device จากศูนย์กลางได้

หลักสำคัญของ Citrix ประการหนึ่งก็คือในทุกๆ ผลิตภัณฑ์นั้น ความมั่นคงปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ Citrix จะไม่มองข้าม เพื่อให้เหล่าธุรกิจองค์กรได้นำโซลูชันของ Citrix ไปใช้งานได้อย่างมั่นใจนั่นเอง

ติดต่อทีมงาน Citrix ได้ทันที

ผู้ที่สนใจในโซลูชันด้านระบบ Application Delivery Controller, SD-WAN, Security, Single Sign-On หรือ Digital Workspace สามารถติดต่อทีมงาน Citrix เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม, นัดเพื่อเข้าไปนำเสนอโซลูชัน หรือขอใบเสนอราคาได้ที่คุณ Narisara Wongchanteuk (Mai) narisara.wongchanteuk@citrix.com หรือโทร 063-923-9936

from:https://www.techtalkthai.com/citrix-rethinking-networking-for-a-hybrid-cloud-world-seminar-summary/

CSA แจกเอกสารฟรี Best Practices for Implementing a Secure Application Container Architecture

Cloud Security Alliance หรือ CSA ได้จัดทำเอกสารฟรีในหัวข้อ Best Practices for Implementing a Secure Application Container Architecture เพื่อให้เหล่าธุรกิจพัฒนา Software ต่างๆ ซึ่งมีการใช้งาน Container และ Microservices สามารถนำไปอ้างอิงเพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบโดยรวมได้ดีขึ้น

Credit: CSA

เอกสารฉบับนี้มีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ความยาว 31 หน้า โดยมีรายการของประเด็นต่างๆ ที่ทีมพัฒนาควรให้ความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น 17 ประเด็นใหญ่ๆ ซึ่งแตกย่อยออกได้เป็น 54 ประเด็นย่อย พร้อมระบุว่าผู้ที่ทำงานตำแหน่งใดควรเป็นผู้รับผิดชอบในงานแต่ละส่วน และเนื้อหาคำบรรยายสั้นๆ สำหรับแต่ละประเด็นเพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ปรับใช้งานกับระบบของตนเองได้โดยไม่ได้อ้างอิงกับเทคโนโลยีของค่ายใดเป็นพิเศษ

จากที่ลองโหลดมาอ่านดู เนื้อหาถือว่าอ่านได้ค่อนข้างง่ายและไม่ได้ลงรายละเอียดลึกจนเกินไป ใครที่ใช้ Container หรือ Microservices อยู่สามารถโหลดไปทำเป็น Checklist ประจำทีม หรือนำบางข้อที่ยังไม่เคยทำเข้าไปเสริมก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยครับ

ผู้ที่สนใจสามารถโหลดเอกสารได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://cloudsecurityalliance.org/artifacts/best-practices-for-implementing-a-secure-application-container-architecture/ โดยจะมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่บอตที่อาจจะวุ่นวายเล็กน้อยครับ

from:https://www.techtalkthai.com/csa-free-best-practices-for-implementing-a-secure-application-container-architecture/

เชิญร่วมงานสัมมนาประจำปี Fortinet 361º Security 2019 – Integrated Defense

Fortinet Thailand ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ดูแลระบบ IT ในธุรกิจต่างๆ เข้าร่วมงานสัมมนา Fortinet 361º Security 2019 – Integrated Defense ซึ่งเป็นงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ Fortinet ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ณ โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Fortinet 361º Security 2019 – Integrated Defense
วัน: วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2019
เวลา: 8:30 – 17:00 น.
สถานที่: Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit (BTS นานา, แผนที่)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://seahk-361security-2019.fortinetasia.com/thailand-bangkok.html

ยุคดิจิทัล คือ โลกแห่งการเชื่อมต่อเครือข่ายองค์กรในทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต สมาร์ตดีไวซ์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน ทั้งข้อมูล ภาพ และเสียง ผ่านสาขา บน Hybrid Cloud, Multicloud, Blockchain หรือแม้แต่การเชื่อมต่อไปยังเครื่องจักรกล IoT

Hyper-Connected World จึงมีช่องโหว่ ความซับซ้อน และตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น อาชญากรทางไซเบอร์ยังมีการนำ AI และ Machine Learning มาประยุกต์ใช้ให้เกิดรูปแบบภัยคุกคามที่หลากหลายอีกด้วย

อย่าปล่อยให้ธุรกิจของท่านตกเป็นเป้านิ่งของการโจมตี

ภายในงานท่านจะได้พบกับนวัตกรรมการใช้ระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ป้องกันและขับเคลื่อนเครือข่ายในทุกๆ ส่วนขององค์กรจาก Fortinet และพันธมิตรเทคโนโลยีต่างๆ พร้อมกับการแสดงสาธิตที่บูธในงาน ทำอย่างไรให้องค์กรของท่านรับมือกับภัยคุกคามในโลกอันซับซ้อนนี้ได้อย่างครอบคลุม

กำหนดการ

08:30 – 09:00 Registration
09:00 – 09:05 Fortinet S361 2019 Grand Opening
09:05 – 09:10 Opening Address
Chanvith Iddhivadhana, Country Manager, Fortinet Thailand
09:10 – 09:30 Fortinet Recent Milestones and The Next Paradigm Shift
Peerapong Jongvibool, Vice President, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
09:30 – 10:10 Keynote Address – When Privacy and Cybersecurity are converging, Paradigm Shift from Preventive to Responsive Security
Aj. Prinya Hom-anek, President and Founder, ACIS Professional Center
10:10 – 10:50 New Thailand Cybersecurity & Personal Data Act – How to
Dr. Rattipong Putthacharoen, Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet Thailand
10:50 – 11:10 Coffee Break
11:10 – 11:45 Reducing Cloud Security Complexities
Sean Hong, Fortinet Regional Director Strategic Alliance – Cloud, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
11:45 – 12:15 Maximizing Agility with Security
Henry Pea, Sales Engineering Manager, TUFIN, Asia Pacific
12:15 – 13:15 Lunch
13:15- 13:50 Transform Your Distributed Enterprise Network with SD-Branch
Ching Ping Wong, Senior Business Development Manager, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
13:50 – 14:25 Using AI to Manage Web Application Threats
Pheema Ekpho, Channel Systems Engineer, Fortinet Thailand
14:25 – 15:05 The New Dimension of Cybersecurity for ICS
Yue Chin Beng, Regional Sales Director, Fortinet Asia Pacific
15:05 – 15:25 Coffee Break
15:25 – 16:00 Third Generation Cyber Security with Fortinet Fabric
Kevin Chua, Director, Regional Systems Engineering, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
16:00 – 16:35 Customer Use Case
Fortinet Thailand
16:35 – 16:50 Key Takeaways: Integrated Defense
Dr. Rattipong Putthacharoen, Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet Thailand
16:50 – 17:00 Closing / Lucky Draw

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ ผู้บริหารฝ่าย IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, หัวหน้าฝ่าย, ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ดูแล IT ขององค์กรขนาดกลางและใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบ Security, Network, System, IT Infrastructure และ Data Center

ลงทะเบียนวันนี้พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่ ได้แก่ iPhone, iRobot และ Beats Solo โดยรับจำกัดจำนวน 200 ท่านเท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนมาในนามบริษัท ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมงานผ่านทางอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้

** สำหรับ Distributors และ Partners สามารถเข้าร่วมงานได้เฉพาะผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ของงานเท่านั้น

from:https://www.techtalkthai.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3/

เชิญร่วมงานสัมมนาประจำปี Fortinet 361º Security 2019 – Integrated Defense

Fortinet Thailand ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ดูแลระบบ IT ในธุรกิจต่างๆ เข้าร่วมงานสัมมนา Fortinet 361º Security 2019 – Integrated Defense ซึ่งเป็นงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ Fortinet ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ณ โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: Fortinet 361º Security 2019 – Integrated Defense
วัน: วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2019
เวลา: 8:30 – 17:00 น.
สถานที่: Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit (BTS นานา, แผนที่)
ลิงค์ลงทะเบียน: https://seahk-361security-2019.fortinetasia.com/thailand-bangkok.html

ยุคดิจิทัล คือ โลกแห่งการเชื่อมต่อเครือข่ายองค์กรในทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต สมาร์ตดีไวซ์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน ทั้งข้อมูล ภาพ และเสียง ผ่านสาขา บน Hybrid Cloud, Multicloud, Blockchain หรือแม้แต่การเชื่อมต่อไปยังเครื่องจักรกล IoT

Hyper-Connected World จึงมีช่องโหว่ ความซับซ้อน และตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น อาชญากรทางไซเบอร์ยังมีการนำ AI และ Machine Learning มาประยุกต์ใช้ให้เกิดรูปแบบภัยคุกคามที่หลากหลายอีกด้วย

อย่าปล่อยให้ธุรกิจของท่านตกเป็นเป้านิ่งของการโจมตี

ภายในงานท่านจะได้พบกับนวัตกรรมการใช้ระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ป้องกันและขับเคลื่อนเครือข่ายในทุกๆ ส่วนขององค์กรจาก Fortinet และพันธมิตรเทคโนโลยีต่างๆ พร้อมกับการแสดงสาธิตที่บูธในงาน ทำอย่างไรให้องค์กรของท่านรับมือกับภัยคุกคามในโลกอันซับซ้อนนี้ได้อย่างครอบคลุม

กำหนดการ

08:30 – 09:00 Registration
09:00 – 09:05 Fortinet S361 2019 Grand Opening
09:05 – 09:10 Opening Address
Chanvith Iddhivadhana, Country Manager, Fortinet Thailand
09:10 – 09:30 Fortinet Recent Milestones and The Next Paradigm Shift
Peerapong Jongvibool, Vice President, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
09:30 – 10:10 Keynote Address – When Privacy and Cybersecurity are converging, Paradigm Shift from Preventive to Responsive Security
Aj. Prinya Hom-anek, President and Founder, ACIS Professional Center
10:10 – 10:50 New Thailand Cybersecurity & Personal Data Act – How to
Dr. Rattipong Putthacharoen, Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet Thailand
10:50 – 11:10 Coffee Break
11:10 – 11:45 Reducing Cloud Security Complexities
Sean Hong, Fortinet Regional Director Strategic Alliance – Cloud, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
11:45 – 12:15 Maximizing Agility with Security
Henry Pea, Sales Engineering Manager, TUFIN, Asia Pacific
12:15 – 13:15 Lunch
13:15- 13:50 Transform Your Distributed Enterprise Network with SD-Branch
Ching Ping Wong, Senior Business Development Manager, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
13:50 – 14:25 Using AI to Manage Web Application Threats
Pheema Ekpho, Channel Systems Engineer, Fortinet Thailand
14:25 – 15:05 The New Dimension of Cybersecurity for ICS
Yue Chin Beng, Regional Sales Director, Fortinet Asia Pacific
15:05 – 15:25 Coffee Break
15:25 – 16:00 Third Generation Cyber Security with Fortinet Fabric
Kevin Chua, Director, Regional Systems Engineering, Fortinet Southeast Asia and Hong Kong
16:00 – 16:35 Customer Use Case
Fortinet Thailand
16:35 – 16:50 Key Takeaways: Integrated Defense
Dr. Rattipong Putthacharoen, Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet Thailand
16:50 – 17:00 Closing / Lucky Draw

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ ผู้บริหารฝ่าย IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, หัวหน้าฝ่าย, ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ดูแล IT ขององค์กรขนาดกลางและใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบ Security, Network, System, IT Infrastructure และ Data Center

ลงทะเบียนวันนี้พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่ ได้แก่ iPhone, iRobot และ Beats Solo โดยรับจำกัดจำนวน 200 ท่านเท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนมาในนามบริษัท ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมงานผ่านทางอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้

** สำหรับ Distributors และ Partners สามารถเข้าร่วมงานได้เฉพาะผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ของงานเท่านั้น

from:https://www.techtalkthai.com/fortinet-361-security-2019-integrated-defense/

[Video] Sponsored Webinar: Automate DevOps & SecOps deployments with CI/CD Pipeline Integration

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Sponsored Webinar เรื่อง “Automate DevOps & SecOps deployments with CI/CD Pipeline Integration” โดยทีมวิศวกรจาก F5 Networks ประเทศไทย พร้อมเรียนรู้การผสาน F5 BIG-IP เข้าสู่กระบวนการ CI/CD เพื่อพัฒนาและส่งมอบแอปพลิเคชันออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณวิภวัฒน์ อุปถัมภ์วิเชียร Security Evangelist จาก F5 Networks ประเทศไทย

กระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันโดยใช้ CI/CD (Continuous Integration/Continuous Delivery) ช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างทีม Developers กับทีม Operation เข้าด้วยกัน โดยทำให้การสร้าง การทดสอบ และการวางระบบแอปพลิเคชันเป็นไปได้โดยอัตโนมัติ CI/CD เป็นโมเดลที่ครอบคลุมการทำงานเพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งมอบแอปพลิเคชันออกสู่ตลาด ซึ่งนับเป็นแกนหลักสำคัญของกระบวนการ DevOps ที่ทันสมัย นอกจากนี้ การมีระบบอัตโนมัติยังเป็นตัวช่วยที่ทำให้ทีม Developers สามารถปรับ เพิ่ม หรือเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ต่างๆ บนแอปพลิเคชันได้ตามความต้องการ ในขณะที่ทีม Operation ยังคงสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีเสถียรภาพอีกด้วย

ใน Webinar ภายใต้ซีรีย์ Automation และ Orchestration นี้ ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโมเดล CI/CD และการผสาน F5 BIG IP เข้ากับโมเดลดังกล่าวโดยใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น GitLab CI หรือ Jenkins เพื่อให้สามารถส่งมอบแอปพลิเคชันสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ โดยที่แอปพลิเคชันยังคงความมั่นคงปลอดภัย พร้อมใช้งาน และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับ

  • CI/CD คืออะไร มีความสำคัญต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างไร
  • แนะนำเครื่องมือสำคัญของ CI/CD เช่น Source Control, Orchestration, Webhooks
  • Tool Chain ของ F5 Automation และ Orchestration
  • สาธิตการตั้งค่า F5 BIG-IP โดยใช้เครื่องมือ CI/CD เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและส่งมอบแอปพลิเคชัน
  • ถามตอบข้อสงสัยกับผู้เชี่ยวชาญจาก F5 Networks

from:https://www.techtalkthai.com/sponsored-webinar-automate-devops-secops-deployments-with-ci-cd-pipeline-integration-video/