คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE_PENCIL

วิธีเช็ค Serial Number ของ Apple Pencil ง่าย ๆ ใน 2 นาที

Apple Pencil Imod Tv Youtube Coverวิธีเช็ค Serial Number ของ Apple Pencil ง่าย ๆ หากใครใช้ Apple Pencil รุ่นที่ 1 ให้เปิดฝาแล้วดูที่บริเวณ Lightning Port, ส่วน Apple Pencil รุ่นที่ 2 ต้องดูในการตั้งค่าของ iPad ชมวิธีการกันได้เลยครับ วิธีเช็ค Serial Number ของ Apple Pencil ง่าย ๆ ใน 2 นาที  อุปกรณ์ที่ใช้ได้กับ Apple Pencil รุ่นที่ 1 iPad Air (รุ่นที่ 3) iPad mini (รุ่นที่ 5) iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ […]

from:https://www.iphonemod.net/how-to-check-apple-pencil-serial-number.html

วิธีแคปภาพหน้าจอด้วย Apple Pencil ใน iPad บน iPadOS ทำง่ายด้วยปลายปากกา

How To Screen Capture On Ipad With Apple Pencil In Ipadosผู้ใช้ iPad ที่อัปเดตเป็น iPadOS เรียบร้อยแล้ว บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเราสามารถใช้ Apple Pencil เป็นตัวช่วยในการแคปหรือถ่ายภาพหน้าจออย่างรวดเร็วได้ด้วย ทำได้ง่ายมากๆ เพียงแค่ตวัดปลายปากกา ไปชมวิธีกัน วิธีแคปภาพหน้าจอด้วย Apple Pencil ใน iPad บน iPadOS ทำง่ายด้วยปลายปากกา ตวัดหรือปัดปากกา Apple Pencil ที่มุมด้านล่างของหน้าจอ จะมุมซ้ายหรือขวาก็ได้ iPad จะทำการแคปภาพหน้าจอให้ทันที เราก็สามารถใช้ Mark Up ตกแต่งได้ตามใจชอบ ต่อจากนี้การแคปหรือถ่ายภาพหน้าจอก็จะง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เวลาที่เราต้องการจับภาพที่น่าสนใจก็สามารถตวัด Apple Pencil ได้เลย นอกจากนี้ใน iOS 13 และ iPadOS ยังรองรับการแคปภาพหน้าจอยาวๆ ทั้งหน้าได้อีกด้วย ชมวิธีที่นี่ (แต่รองรับเฉพาะ Safari) สำหรับใครที่ยังไม่เคยทราบวิธีการแคปภาพหน้าจอด้วย Apple Pencil มาก่อน ก็ลองนำไปทำกันดูนะคะ

from:https://www.iphonemod.net/how-to-screen-capture-on-ipad-with-apple-pencil-in-ipados.html

แนะนำแอพ Bluetooth Finder ช่วยตามหา Apple Pencil ที่หายไป

Bluetooth Finder เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์อย่างมาก สำหรับเจ้าของ iPad ที่มี Apple Pencil เพราะแอพนี้จะช่วยตามหา Apple Pencil ที่หายไป รวมถึงค้นหาอุปกรณ์ Bluetooth อื่นๆ ที่จับคู่กับ iPad ได้อีกด้วย

สำหรับการตามหา Apple Pencil ด้วยแอพ Bluetooth Finder มีข้อจำกัดบางประการที่ควรทราบไว้ อย่างแรกก็คือ ระบบค้นหา Apple Pencil จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อพบว่าทำ Apple Pencil หายไปไม่กี่นาทีในบริเวณนั้น ประการที่สองก็คือ ถ้าหากรีสตาร์ท iPad หลังจากทำ Apple Pencil สูญหาย จะไม่สามารถติดตามได้ และสุดท้ายก็คือ ไม่สามารถค้นหา Apple Pencil ใยระยะไกลได้ เนื่องจากอาศัยการเชื่อมต่อ Bluetooth

ทั้งนี้ ผู้สร้างแอพ บอกกับแหล่งข่าวว่า เดิมที Bluetooth Finder ถูกสร้างมาเพื่อตามหา Apple Pencil โดยเฉพาะ แต่ Apple ไม่อนุมัติให้อยู่ใน App Store ถ้าหากสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหา Apple Pencil เพียงอย่างเดียว จึงต้องเพิ่มฟีเจอร์ให้ค้นหาอุปกรณ์ Bluetooth อื่นๆ ด้วย

สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Bluetooth Finder ได้ที่ App Store ราคา 179 บาท

ที่มา – Cult of Mac
https://www.flashfly.net/wp/274082

from:https://www.flashfly.net/wp/274082

Adobe เปิดให้โหลด Photoshop เวอร์ชั่นเต็มบน iPad แล้ว ใช้งานได้ฟรี 30 วันแรก

Adobe เปิดให้โหลด Photoshop เวอร์ชั่นเต็มบน iPad แล้วบน App store ใช้งานได้ฟรี 30 วันแรก ถ้าต้องการใช้งานต่อจากนั้นต้องสมัครเป็นสมาชิก Creative Cloud โดย Adobe เปิดตัว Photoshop เวอร์ชั่นเต็มบน iPad มาตั้งแต่งาน Adobe Max ปี 2018

ฟีเจอร์หลักของ Photoshop เวอร์ชั่นเต็มบน iPad คือ เปิดไฟล์ psd ได้ ทำงานเชื่อมอุปกรณ์พีซีได้ และใช้งาน brush และเพิ่มเลเยอร์ได้เหมือนกับเวอร์ชั่นพีซี อุปกรณ์ที่รองรับ Photoshop เวอร์ชั่นเต็มบน iPad

  • iPad Pro (Wi-Fi, Wi-Fi, and Cellular)
  • iPad Pro (12.9-inch) and 2nd generation
  • iPad Pro (10.5-inch)
  • iPad Pro (9.7-inch)
  • iPad 5th Generation
  • iPad Mini 4
  • iPad Air 2

No DescriptionNo Description

ที่มา – The Next Web

from:https://www.blognone.com/node/112929

รีวิว iPadOS สุดยอดระบบปฏิบัติการ แปลงร่างให้ iPad กลายเป็นแล็ปท็อป Apple Pencil ดีกว่าเดิม

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ Apple สร้างระบบปฏิบัติการขึ้นมาสำหรับ iPad โดยเฉพาะ เรียกว่า iPadOS ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก iOS 13 แต่ปรับแต่งให้เหมาะสำหรับอุปกรณ์จอสัมผัสขนาดใหญ่ และใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ได้อย่างราบรื่น โดยรองรับ iPad ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้

  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว
  • iPad (รุ่นที่ 6)
  • iPad (รุ่นที่ 5)
  • iPad mini (รุ่นที่ 5)
  • iPad mini 4
  • iPad Air (รุ่นที่ 3)
  • iPad Air 2

New Home Screen

iPadOS มาพร้อมหน้าจอโฮมที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างใหม่ เพื่อให้จอภาพขนาดใหญ่ของ iPad ถูกใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด สามารถแสดงแอพในแต่ละหน้าได้มากขึ้น รองรับการปักหมุดวิดเจ็ต Today View (มุมมองวันนี้) ลงบนหน้าจอโฮม ช่วยให้เข้าถึงวิดเจ็ตได้อย่างรวดเร็ว และเหลือบดูข้อมูลอย่างเช่น พาดหัวข่าว พยากรณ์อากาศ ปฏิทิน กิจกรรม เคล็ดลับ และอื่นๆ

Slide Over และ Split View

Slide Over และ Split View ทำให้การใช้งานหลายๆ แอพพร้อมกันเป็นเรื่องง่าย ด้วยมุมมองแยกหน้าจอ Split View ช่วยผู้ใช้ iPad ทำงานกับหลายๆ ไฟล์และเอกสาร จากแอพเดียวกันในเวลาเดียวกัน ขณะที่ Slide Over ช่วยให้ iPad สามารถดูและสลับไปมาระหว่างแอพต่างๆ อย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น เจ้าของ iPad สามารถเขียนอีเมลในขณะที่ดูอีเมลอีกฉบับที่อยู่ข้างกัน หรือเข้าถึงหลายๆ แอพ เช่น Messages หรือ Calendar นอกจากนี้ยัง รองรับ App Exposé (กางแอพ) ช่วยให้สามารถดูหน้าต่างที่เปิดอยู่ของแอพใดแอพหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่แตะไอคอนใน Dock

Safari ระดับเดสก์ท็อป

แอพ Safari ได้รับการยกเครื่องใหม่บน iPadOS ให้สามารถท่องเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยมุมมองการแสดงผลระดับเดสก์ท็อป โดยปรับขนาดให้เหมาะสมกับจอภาพระลลสัมผัสของ iPad นั่นหมายถึง เจ้าของ iPad จะสามารถทำงานบนเว็บไซต์ต่างๆ ได้เหมือนพีซี ไม่ว่าจะเป็น WordPress, Google Docs, Squarespace แม้แต่เปิดวีดีโอใน YouTube ก็ยังรองรับฟีเจอร์ PIP (picture-in-picture)

Safari บน  iOS 13 และ iPadOS ยังมาพร้อมเครื่องมือ Download Manager ซึ่งจะถูกซ่อนไว้จนกว่าผู้ใช้งานจะพบ Link ดาวน์โหลด เมื่อมีการแตะที่ Link จะพบกับหน้าต่างย่อยลอยขึ้นมา โดยมีข้อความถามว่าต้องการดาวน์โหลดไฟล์จาก Link ใช่หรือไม่ พร้อมปุ่ม Download 

หลังจากกดปุ่ม Download ผู้ใช้งานยังสามารถดูความคืบหน้า หรือดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆ ได้ทันที หากต้องการลบการดาวน์โหลดให้ปัดนิ้วไปทางซ้ายแล้วแตะปุ่ม Delete 

ทั้งนี้ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากแอพ Safari จะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ Downloads ภายในแอพ Files ซึ่งเป็นไดเรกทอรี่บน iCloud Drive และหมายถึงจะถูกจำกัดพื้นที่ไว้ 5GB นอกจากจะมีการเช่าบริการพื้นที่บน iCloud

นอกจากนี้ Safari บน iPad ยังรองรับคุณลักษณะใหม่ๆ ที่สำคัญอีกด้วย อย่างเช่น ปุ่มลัดคีย์บอร์ดใหม่ 30 ตัว และการปรับปรุงการจัดการแท็บ

Apple Pencil

Apple Pencil ก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความหน่วงที่ต่ำลง โดยเฉพาะ Apple Pencil รุ่นที่ 2 มีค่าความหน่วงลดเหลือเพียง 9 มิลลิวินาที จาก 20 มิลลิวินาที จึงให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนแผ่นกระดาษจริงมากขึ้น และมาพร้อมเครื่องมือใหม่ๆ สำหรับการวาดภาพ จดโน้ต และทำเครื่องหมายสิ่งต่างๆ 

iPad ที่รันบน iPadOS สามารถใช้ Apple Pencil ช่วยจับภาพหน้าจอได้ทันที เมื่อปัดหน้าจอขึ้นจากมุมล่างซ้ายหรือขวา พร้อมด้วยเครื่องมือตกแต่งภาพที่ออกแบบใหม่ และยังสามารถจับภาพหน้าจอบน Safari ได้ทั้งหน้าเว็บ พร้อมเพิ่มเติมข้อความ จดบันทึก และเซฟเป็นไฟล์ PDF ได้โดยตรงจากแอพ Files

Apple Pencil ยังมาพร้อมชุดเครื่องมือที่ได้รับออกแบบใหม่ ประกอบด้วย จานสี รูปทรง ยางลบวัตถุ ยางลบพิกเซลใหม่สำหรับลบส่วนใดก็ตามของเส้นขีด และไม้บรรทัดสำหรับวาดเส้นตรง

ปรับปรุงการแก้ไขข้อความ

การแก้ไขข้อความบน iPadOS ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเคอร์เซอร์ แล้วลากไปยังบริเวณที่คุณต้องการได้อย่างแม่นยำ เลือกกลุ่มข้อความได้อย่างรวดเร็วโดยลากนิ้วให้อยู่เหนือข้อความ หรือ แตะสองครั้งเพื่อเลือกหนึ่งคำ แตะสามครั้งเพื่อเลือกประโยค และแตะสี่ครั้งเพื่อเลือกทั้งย่อหน้า

iPadOS ยังมาพร้อมคำสั่งนิ้วแบบใหม่

  • Cut – ใช้ 3 นิ้ว จีบหน้าจอ
  • Copy – ใช้ 3 นิ้วจีบหน้าจอ 2 ครั้ง
  • Paste – ใช้ 3 นิ้ว แตะบนหน้าจอแล้วถ่างออก
  • Undo – แตะหน้าจอ 3 นิ้ว แล้วลากไปทางซ้าย หรือ เคาะหน้าจอ 2 ครั้ง ด้วย 3 นิ้ว
  • Redo  – แตะหน้าจอ 3 นิ้ว แล้วลากไปทางขวา
  • เคาะหน้าจอ 1 ครั้ง ด้วย 3 นิ้ว เพื่อเปิดเมนูทางลัดของ Cut, Copy, Paste, Undo

คีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดลอยแบบใหม่ ช่วยประหยัดพื้นที่เพราะมีขนาดเล็กลง เจ้าของ iPad สามารถหยิกนิ้วเพื่อเปิดใช้งานคีย์บอร์ดลอยและลากไปที่ใดก็ได้บนหน้าจอ และยังรองรับ QuickPath จึงสามารถพิมพ์ด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างถนัด

iPadOS ยังออกแบบมารองรับ Smart Keyboard ช่วยให้ผู้ใช้งานกดปุ่มลัด เพื่อไปยังส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์บนแอพ Safari และจัดการไฟล์ต่างๆ ได้เร็วขึ้น

แอพ Files 

แอพ Files เป็นศูนย์กลางสำหรับเข้าถึงและจัดการเอกสารอย่างรวดเร็ว และการรองรับการแชร์โฟลเดอร์ผ่าน iCloud Drive ที่มาพร้อมกับ iPadOS ก็ยิ่งทำให้แอพไฟล์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก ทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงโฟลเดอร์ที่แชร์ไว้ จะเห็นโฟลเดอร์นั้นใน iCloud Drive และจะสามารถเข้าถึงเวอร์ชั่นล่าสุดได้เสมอ 

มุมมองคอลัมน์ใหม่ พร้อมภาพตัวอย่างความละเอียดสูงช่วยผู้ใช้สำรวจไดเรกทอรี ในขณะที่การรองรับ Quick Actions (การดำเนินการด่วน) อย่างเช่น การขีดเขียน การหมุน และการสร้าง PDF ทำให้การทำงานบน iPad เป็นเรื่องง่าย iPadOS ยังปล่อยที่เก็บข้อมูลในเครื่อง การบีบอัดและแตกไฟล์ ZIP และปุ่มลัดคีย์บอร์ดใหม่ๆ อีกด้วย

iPadOS ยังรองรับไดรฟ์ภายนอกอีกด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเสียบไดรฟ์ USB หรือการ์ด SD หรือลงชื่อเข้าใช้เซิร์ฟเวอร์ไฟล์ SMB ได้อย่างง่ายดาย 

iPadOS ยังมาพร้อมคุณสมบัติใหม่ๆ อีกหลายอย่างแบบเดียวกับที่พบใน iOS 13 ไม่ว่าจะเป็น Dark Mode, Maps, Sign In with Apple, Photos รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่นใน App Store ที่มีขนาดแอพเล็กลง ดาวน์โหลดได้รวดเร็วขึ้น พร้อมปรับปรุง  Face ID ให้ปลดล็อคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทางด้านเกมนั้น iPadOS ยังรองรับการเชื่อมต่อกับจอยเกมเครื่องคอนโซลทั้ง PS4 และ Xbox One อีกด้วย สามารถเล่นเกมที่รองรับได้ทุกเกม และยังสามารถนำเอาเมาส์มาเชื่อมต่อใช้งานแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

คาดว่า Apple จะปล่อยระบบปฏิบัติการ iOS 13 และ iPadOS ออกมาให้เจ้าของ iPhone และ iPad ได้รับการอัพเดทในเดือนกันยายนนี้ พร้อมกับการมาถึงของ iPhone รุ่นใหม่ๆ แต่สำหรับใครที่อยากลองใช้งาน  iOS 13 และ iPadOS ก่อนที่ Apple จะปล่อยเวอร์ชั่นสมบูรณ์ออกมา สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชั่น Public Beta มาทดลองใช้งานได้แล้ววันนี้

iOS 13 และ iPadOS เวอร์ชั่น Public Beta ยังไม่มีความเสถียร และอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ แต่ถ้าผู้ใช้งานยอมรับความเสี่ยง สามารถติดตั้ง Public Beta ได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ (ก่อนติดตั้งตั้ง Public Beta แนะนำให้ทำการสำรองข้อมูลสำคัญก่อนทุกครั้ง)

1. เปิด Safari ใน iPhone หรือ iPad แล้วเข้าไปที่ Beta Program บนเว็บไซต์ทางการของ Apple

2. ให้ทำการ Sign in ลงทะเบียน Apple ID ของผู้ใช้งาน

3. จากนั้นให้คลิกที่เมนู Enroll Your Devices ที่อยู่ด้านบน เป็นการลงทะเบียนอนุญาตใช้งานอุปกรณ์ในการทดสอบ Public Beta

4. เลื่อนหาปุ่ม ‘Download profile’ สีฟ้า จากนั้นให้กดเพื่อทำการติดตั้ง Profile Beta บน iPhone หรือ iPad สำหรับการติดตั้ง Profile ตัว Public Beta 

5. เมื่อติดตั้ง Profile ลงในเครื่องเรียบร้อยแล้วให้ทำการ Restart เครื่องหนึ่งรอบ

6. หลังจากที่เปิดเครื่องใหม่แล้วให้ทำการเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วเข้าไปที่ Settings > General > Software Update.

7. จะพบว่าสามารถดาวน์โหลด iOS 13 Public Beta ให้กด “Download and Install” เป็นอันเรียบร้อย

บทความโดย – http://www.flashfly.net

from:https://www.flashfly.net/wp/266191

iPhone 11 อาจรองรับการใช้งานของ Apple Pencil เวอร์ชั่นใหม่ ไซส์เล็กน้ำหนักเบากว่าเดิม

น่าจะ 100% แล้วว่า iPhone 2019 ทั้ง 3 รุ่นจะมาในชื่อ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max หลังจากที่บริษัทผลิตเคสมือถือ ESR ได้เปิดเผยข้อมูลสินค้าที่แสดงให้เห็นถึงชื่อรุ่นของสมาร์ทโฟนทั้งสาม ล่าสุดมีภาพหลุดเคสของ iPhone 11 Pro หลุดออกมา ด้านหลังโชว์ให้เห็นถึงช่องว่างใส่ Apple Pencil หรือนี่จะเป็นการบอกกลายๆ ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะสามารถรองรับดินสอเขียนจอได้?

ทราบกันดีอยู่แล้วว่า iPhone 2019 ทั้ง 3 รุ่นจะมาพร้อมกับกล้อง 3 ตัว แถมโมดูลกล้องดันมีขนาดใหญ่พิลึกแปลกๆ เสียอีก.. โดยล่าสุดก็มีข่าวลือเป็นภาพหลุดเคสออกมากล่าวถึงฟีเจอร์สุดเด่นที่จะทำให้ iPhone 2019 นั้นสามารถต่อกรกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Galaxy Note 10 ได้ก็คือ iPhone 11 Pro อาจจะรองรับการใช้งานของ Apple Pencil ได้!

Apple Pencil เวอร์ชั่นที่รองรับการใช้งานบน iPhone 11 อาจเป็นรุ่นใหม่ที่มีขนาดและน้ำหนักที่เบากว่าเดิม

ทว่าภาพหลุดเคสดังกล่าวเป็นเพียงแค่ภาพเรนเดอร์เท่านั้น โดย Apple ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการรองรับ Apple Pencil ใน iPhone 11 แต่อย่างใด อย่างไรก็ดี Mobile Fun (ผู้ทำภาพเรนเดอร์ขึ้นมา) เสริมขึ้นมาว่า “ภาพเรนเดอร์เคสดังกล่าวได้ตอกย้ำข่าวลือต่างๆ นาๆ ว่า Apple Pencil จะสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ได้”

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีนักวิเคราะห์ท่านหนึ่งคาดการณ์ว่า iPhone 11 (ไม่แน่ใจว่าทั้ง 3 รุ่นเลยหรือเปล่า) จะรองรับการใช้งาน Apple Pencil ซึ่งไปประจวบเหมาะกับภาพหลุดเคสด้านบนพอดิบพอดีเลย โดย Apple Pencil ที่ว่าน่าจะเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่มีขนาดเล็กและเบากว่าเวอร์ชั่นปัจจุบันอยู่พอสมควร

ทั้งนี้ก็ยังไม่ชัวร์ว่า iPhone 11 ทั้ง 3 รุ่นจะสามารถใช้งานร่วมกันกับ Apple Pencil ได้หรือเปล่า

คาดกันว่า iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max จะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว, แบตเตอรี่ที่ใหญ่และอึดขึ้น, หน่วยความจุที่ทำงานไวกว่าเดิม และสีใหม่ๆ ให้เลือกใช้งาน เดือนหน้าคงได้ทราบสเปคกันเต็มๆ แน่นอนครับ

ที่มา: imore

from:https://droidsans.com/iphone-11-case-hints-apple-pencil-support/

ผู้ผลิตเคสคาดว่า iPhone 11 จะสนับสนุน Apple Pencil

ผู้ผลิตเคส Olixar มักจะเปิดตัวเคสสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาก่อนอยู่เสมอ และล่าสุดได้เปิดตัวเคสสำหรับ iPhone 11 ออกมาแล้ว พร้อมรับจองทันทีผ่านร้านค้า MobileFun ในสหราชอาณาจักร

ที่น่าสนใจก็คือภาพเรนเดอร์เคสสำหรับ iPhone 11 Pro (ที่คาดว่าจะออกมาทำตลาดแทนที่ iPhone XS) ดูเหมือนจะมีการเซาะร่องไว้เป็นแนวยาวที่ด้านหลัง ซึ่งเหมาะสำหรับนำ Apple Pencil มาแนบติดได้อย่างพอดี อีกทั้งยังเป็นการยืนยันดีไซน์กล้องหลังของ iPhone รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกล้อง 3 ตัว วางอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม

ไม่เพียงแต่ Olixar เท่านั้น ที่เชื่อว่า iPhone 11 จะสนับสนุน Apple Pencil รายงานก่อนหน้านี้จาก Citi Research ก็มีความเชื่อแบบเดียวกัน

ที่มา – 9to5Mac
https://www.flashfly.net/wp/263963

from:https://www.flashfly.net/wp/263963