คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

จัดอันดับผู้ผลิต Premium Smartphone 2018 | Apple iPhone ยังแชมป์ ส่วน Google Pixel และ OnePlus มาแรงในแบบของตัวเอง

จากการประเมินยอดขายสมาร์ทโฟนกลุ่มพรีเมียมรอบปีที่ผ่านมา โดย Counterpoint Research มีรายงานว่า Google Pixel เข้าสู่อันดับสมาร์ทโฟนพรีเมียมชั้นนำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ถึงแม้จะยังอยู่เฉพาะในบางตลาดเท่านั้นก็ตาม โดยทำได้ถึงอันดับที่ 3 ของอเมริกา ส่วน OnePlus ต้องเรียกว่ามาแรงแบบฉุดรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 5 ของโลกสำหรับแบรนด์พรีเมียมเป็นที่เรียบร้อย แถมยอดขายโต 209% ส่วนแชมป์ยังเป็น Apple ตามมาด้วย Samsung และ Huawei แบบไม่ผิดคาดนัก

Apple x Samsung x Huawei ยังนำ ส่วน Google กับ OnePlus คือดีงามในที่ของตัวเอง

สำหรับผู้นำยังคงเป็นเจ้าเก่า เจ้าเดิม อย่าง Apple ตามมาด้วย Samsung ในแทบทุกตลาด โดยหากจัดอันดับโลกนั้น Apple กินส่วนแบ่งการตลาดพรีเมี่ยมสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 51% ส่วน Samsung และ Huawei อยู่ที่ 22% และ 10% ตามลำดับ โดยฝั่ง Apple กับ Samsung นั้นมีสัดส่วนที่ลดลงเล็กน้อย ผลพวงจากการที่คู่แข่งเบอร์รองๆแทบทุกราย สามารถเข็นนวัตกรรมในระดับทัดเทียมกันออกมาพร้อมกับราคาที่ย่อมเยาว์กว่า ในขณะที่ Huawei ก็ทำยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ Segment ราคา ไม่ใช่แค่กลุ่มพรีเมียมเสียด้วยซ้ำ และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือสัดส่วนยอดขายเรือธงของ OPPO เพิ่มขึ้นมากจาก 1% กลายมาเป็น 6% ขึ้นแท่นอันดับ 4 ของโลกไปเลย จากที่ช่วงปีหลัง ๆ มานี้หันมาโฟกัสรุ่นพรีเมียมกับเขามากขึ้นชนิดจัดหนัก จัดเต็ม

ในขณะที่ทางฝั่งของ Google นั้น ถึงแม้จะยังทำตลาดไม่ทั่วถึงนักทั้งในแง่ปริมาณการผลิตและจำนวนประเทศที่เข้าไปขาย (เช่นสาวกบ้านเราที่เฝ้ารอๆๆ และยังคงต้องรอกันต่อไป T-T) แต่ในตลาดที่ Google ให้ความสำคัญเป็นพิเศษอย่าง อเมริกาเหนือ (NAM) และ ยุโรปตะวันตก (WE) นั้นเรียกได้ว่าเริ่มเข้าสู่ยุคทองของพวกเขาแล้วจากส่วนแบ่งยอดขาย ขึ้นแท่นอันดับ 3 และอันดับ 5 ตามลำดับ เบียดชื่อชั้นอย่าง LG ที่เคยอยู่ในอันดับกลุ่มนี้ลงได้เรียบร้อย ฝากผลงานยอดขายโตปีต่อปีอยู่ที่ 40%

เช่นเดียวกับ OnePlus ผู้เคลมฉายา Flagship Killer ที่หลังจากปี 2017 เป็นต้นมา ความพยายามขยายตลาดให้ครอบคลุมเกือบทุกทวีปทั่วโลกดูจะเห็นผลอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ มีอัตราการเติบโตของยอดขายปีต่อปี สูงถึง 209% (ใช่แล้วเราพิมพ์ไม่ผิด 2 เท่ากว่าในปีเดียว!) ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนพรีเมียมอันดับ 5 ของโลกเป็นที่เรียบร้อย สเปคจัดเต็มในราคาที่จ่ายไปนั้นดูจะเป็นกลยุทธ์ที่เข้าเป้าสุดๆ โดยเฉพาะกับประเทศที่หลงรักในความคุ้มค่าอย่าง India ขึ้นแท่นอันดับ 2 เป็นรองเพียง Samsung เท่านั้น

ที่เหลือแบ่งๆกัน บางรายกำลังมา ส่วนบางรายนั้นกำลังช้ำใจ…

สำหรับแบรนด์ที่ทำผลงานได้ดีทั้ง Segment รวม และ Premium Segment อย่าง OPPO, Vivo, และ Xiaomi นั้นติดอันดับ Top 5 กับเขาด้วยในบ้านตัวเองอย่างจีน (CHINA) ซึ่งมีปริมาณและกำลังซื้อมากจนส่วนหนึ่งส่งผลให้ OPPO ติดอันดับ 5 ของโลกในตลาดพรีเมี่ยมนี้ไปเลยด้วยเพราะถ้าสังเกตุจากตารางข้างบน ไม่มีชื่อ OPPO ปรากฏอยู่ในตลาดประเทศอื่นเลยสำหรับ 5 อันดับแรก แปลว่าผลงานอันดับ 3 ในจีนนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ นอกจากนั้น Nokia by HMD Global เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ที่กลับมามีชื่อเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำกับเขาอีกครั้ง โดยล่าสุดนอกจากติดอันดับ 10 ของโลกในทุก Segment แล้วยังสามารถไต่ขึ้นอันดับ Top 5 ได้แล้วสำหรับ Premium Segment ในประเทศกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA)

ถัดมาเป็นกลุ่มอาการทรงตัวแบบออกไปทางเป๋ๆ มีเป๋มากกับเป๋น้อย… เริ่มที่ Motorola นับตั้งแต่ Lenovo ซื้อมาปั้นกันใหม่นั้น เกาะกลุ่ม Top 5 ได้อยู่บ้างสำหรับตลาดพรีเมียมของบางทวีป ส่วน LG กับ Sony ควงคู่กันหายไปจาก Top 5 ของตลาดยุโรปเป็นที่เรียบร้อย (WE) ในรายของ LG จะหนักกว่าเพื่อนหน่อยตรงที่โดนคู่แข่งเบอร์แรงทั้ง Google และ OnePlus เบียดแย่งอันดับไปจากทั้ง อเมริกาเหนือ (NAM) ยุโรปตะวันตกและตะวันออก (WE & CEE) ส่วนอดีตแชมป์อเมริกาเหนือและ Top 5 ของโลกโดยเฉพาะในระดับเรือธงอย่าง HTC นั้นไม่มีข้อมูล… เราคิดถึงนายนะ

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Sony ยังคงรั้งอันดับ 3 เอาไว้ได้แบบเหนียวแน่นสำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก (APAC Excl China) เป็นรองเพียง Apple กับ Samsung เท่านั้น อาจเป็นเพราะความนิยมที่ยังมีอยู่พอสมควรกับประเทศเจ้าบ้านอย่างญี่ปุ่น รวมไปถึงไต้หวันและออสเตรเลีย อันที่จริงเรือธง Sony Xperia ผลิตที่ประเทศไทยนะ การกลับมาทำตลาดอีกครั้งหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากนักอย่างที่ Sony ประเทศไทยเคยเกริ่นเอาไว้ว่าพักทำตลาดเท่านั้นยังไม่ได้ยอมแพ้ หวังว่าจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน…

จุดเริ่มต้นความสำเร็จ…? เจ้าบ้าน Android กับ ผู้สร้างแบรนด์ Flagship Killer

ถึงแม้จะมาช้าและมาแพง แต่ Google Pixel นั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างโดดเด่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ชูว่า นี่คือ Android จาก Google แท้ๆ ในฐานะเจ้าของบ้าน การผสมผสานทุกบริการของ Google ได้อย่างลงตัว และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Pixel ตั้งแต่รุ่น Original ในปี 2016 มานั้น สร้างแรงกระตุ้นให้คู่แข่งอย่างมากในด้าน Computational Photography มันคือประสบการณ์รูปถ่ายมือถือที่ยอดเยี่ยมชนิดที่ทุกวันนี้ยังคงคอนเซ็ปกล้องเดียวก็เปรี้ยวได้เอาไว้ ยังไม่ใส่กล้อง 2 กล้อง 3 มาสักที อย่างไรก็ตามยอดขายที่โตกว่า 40% ในปีล่าสุดนั้นถูกวิเคราะห์ว่า Google เลือกใช้เวลากับ Pixel Original และ Pixel 2 เพื่อสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็งในตัวมันเอง ก่อนที่จะทุ่มงบการตลาดแบบเอาเป็นเอาตายให้กับ Pixel 3 Series ช่วงท้ายปี 2018 นี่เอง ซึ่งนับว่ากลยุทธ์นี้เริ่มทำผลงานแล้ว

สำหรับอีกฝั่งของโลกอย่าง OnePlus นั้น มีกลยุทธ์ที่สุดไปอีกทางมาตั้งแต่รุ่นแรก OnePlus 1 (1+1) เปิดตัวในปี 2014 ชูแบรนด์ของตัวเองว่า “Flagship Killer” หรือ “นักฆ่าเรือธง” แบบที่เราชอบเรียกกันนั่นแหละ โดย OnePlus ใช้วิธีการอัดสเปคให้เท่ากันหรือมากกว่าพรีเมียมแบรนด์อื่นในทุกๆปี แต่มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าเรือธงแบรนด์อื่นราวๆ 50% (ทุกวันนี้แพงขึ้นเยอะนะ แต่ก็ยังถูกกว่าชาวบ้านเขาอยู่ 30 – 40% ในสเปคจัดเต็มเช่นเดิม) นอกจากนั้นแล้ว OnePlus ยังขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เน้นฟังเสียงสาวกอย่างจริงจัง เช่น CEO (Pete Lau) ที่ชอบตั้งคำถามและตอบโต้บน Social Network เพื่อหาคำตอบให้กับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเสมอๆ แล้วมันไปฆ่าเรือธงยังไงน่ะหรอ อันนี้ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องโดยตรงรึเปล่า แต่น่าจะต้องลองไปถามชื่อคุ้นหูอย่าง HTC, LG หรือ Sony ดูว่ามีความเห็นอย่างไรกันบ้าง… #htcไม่ถูกใจสิ่งนี้

อ้างอิง: 9to5Google | Counterpoint Technology Market Research

from:https://droidsans.com/google-oneplus-outperform-premium-smartphone-market/

โฆษณา

Apple อัพเดตโครงการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ล่าสุด สามารถหมุนเวียนแร่โคบอลต์เพื่อผลิตแบตเตอรี่ใหม่ได้แล้ว

แอปเปิลออกรายงานประจำปีด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นสำคัญเรื่องความก้าวหน้าของโครงการรีไซเคิลวัสดุ เพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแอปเปิลนำ iPhone ที่ลูกค้านำมาแลกเปลี่ยนในโครงการเทรดอิน ไปแยกชิ้นส่วนเพื่อหมุนเวียนวัสดุไปผลิตใหม่ โดยหุ่นยนต์ Daisy สามารถแยกชิ้นส่วน iPhone ที่แตกต่างกันถึง 15 รุ่น ได้ถึง 1.2 ล้านเครื่องต่อปี

พัฒนาการสำคัญที่แอปเปิลนำเสนอคือการนำแร่โคบอลต์ในแบตเตอรี่ มาผ่านกระบวนการเพื่อผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ได้ ทำให้ลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ตะกั่วในเมนบอร์ดของผลิตภัณฑ์แอปเปิลทั้งหมด ก็ใช้ตะกั่วจากการรีไซเคิล ส่วนอลูมิเนียมที่ใช้ผลิตฝา MacBook Air ก็มาจากการรีไซเคิลทั้งหมดเช่นกัน

แอปเปิลยังประกาศตั้งศูนย์วิจัยด้านการนำวัสดุกลับมาใช้งานใหม่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เพื่อวิจัยและค้นหาแนวทางใหม่ในการนำวัสดุอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งานซ้ำ เป็นการลดขยะเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ที่มา: แอปเปิล

alt="Daisy"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109282

แอปเปิลนำจอภาพ 4K LG UltraFine Display ออกจาก Apple Online Store

แอปเปิลได้นำจอภาพ LG UltraFine Display ความละเอียด 4K ออกจาก Apple Online Store แล้ว โดยเริ่มต้นในสหรัฐฯ ก่อน และจะตามด้วยประเทศอื่นๆ ต่อไป

หน้าจอ LG UltraFine Display นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างแอปเปิล และ LG ในปี 2016 เพื่อใช้กับ MacBook Pro รุ่นที่เปิดตัวในตอนนั้นผ่านพอร์ต Thunderbolt 3

หน้าจอ LG 4K มีขนาด 21.5 นิ้วแบบ IPS ความละเอียด 4096×2304 พิกเซล เปิดตัวที่ราคา 699.95 ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามหน้าจอความละเอียด 5K ที่เปิดตัวพร้อมกันยังคงอยู่บน Apple Online Store อยู่

ก่อนหน้านี้ไม่นาน LG เปิดตัว 4K UltraFine Display โมเดลใหม่ในราคา 1,300 ดอลลาร์ แต่ไม่ได้ทำร่วมกันกับแอปเปิล และไม่มีทีท่าจะลงขายแทนตัวเดิมบน Apple Online Store ด้วย

ที่มา: MacRumors

alt="Screen Shot 2559-10-28 at 12.00.19"

from:https://www.blognone.com/node/109272

macOS 10.15 ได้ Siri Shortcuts, Screen Time และหลายๆ ฟีเจอร์จาก iOS

นอกจากฟีเจอร์ Sidecar ที่กำลังจะมาบน macOS 10.15 แล้วนั้น เว็บไซต์ 9to5Mac รายงานว่าแอปเปิลจะมีการรองรับแอพ Shortcuts (ดาวน์โหลดเพิ่มเองแบบ iOS) และเพิ่มฟีเจอร์ Screen Times ลงใน macOS 10.15 นี้ โดยทั้ง 2 ฟีเจอร์ดังกล่าวจะมีการทำงานในรูปแบบเดียวกันกับบน iOS 12 ที่ได้เปิดให้ใช้กันไปแล้ว

ซึ่ง Shortcuts นี้ก็เป็นอีกหนึ่งแอพที่ใช้แพลตฟอร์ม Marzipan เช่นเดียวกับ Music, Podcasts และ Apple TV ด้วย ซึ่งก็ทำให้การพัฒนาแอพต่างๆ ข้ามแพลตฟอร์มสามารถทำได้สะดวกขึ้น เนื่องจากมีแอพเหมือนกันนั่นเอง

นอกเหนือจากนี้ยังมีการพัฒนาอีกหลายอย่างให้ใกล้เคียงกับบน iOS เช่นการตั้งนาฬิกาจับเวลา นาฬิกาปลุก หรือเช็คคุณภาพอากาศผ่าน Siri, การเปลี่ยนหน้าการจัดการ Apple ID ใหม่ ให้อยู่ใน System Preferences และสามารถตั้ง Family Sharing ได้ และเอฟเฟคบน iMessage

macOS 10.15 คาดว่าจะเปิดตัวในงาน WWDC ที่จัดขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ พร้อมกับปล่อยเวอร์ชันทดลองให้กับนักพัฒนา และคาดว่าจะปล่อยเวอร์ชันเต็มให้กับทุกคนในเดือนกันยายน หรือตุลาคมนี้

ที่มา: 9to5Mac

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109271

Apple ขยายโครงการรีไซเคิลทั่วโลก Daisy หุ่นยนต์รีไซเคิลแยกชิ้นส่วนมากขึ้น​ 4 เท่า 1.2 ล้านเครื่องต่อปี

วันนี้ Apple® ได้ประกาศพัฒนาโครงการรีไซเคิลครั้งใหญ่โดยเพิ่มจำนวนสถานที่ซึ่งลูกค้าในสหรัฐอเมริกาสามารถส่ง iPhone® ไปให้ Daisy หุ่นยนต์รีไซเคิลแยกชิ้นส่วนมากขึ้น​ 4 เท่า โดย Daisy จะแยกชิ้นส่วนและรีไซเคิล iPhone ใช้แล้วที่ลูกค้านำมาคืนที่ร้าน Best Buy ทั่วสหรัฐอเมริกาและร้าน KPN ในเนเธอร์แลนด์ ลูกค้าสามารถนำอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์มารีไซเคิลได้ที่ Apple Store® ทุกสาขาหรือผ่าน apple.com/th ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Apple Trade In

Apple ได้รับอุปกรณ์เกือบ 1 ล้านเครื่องจากโครงการเหล่านี้ และหุ่น Daisy แต่ละตัวก็สามารถแยกชิ้นส่วนอุปกรณ์ได้ 1.2 ล้านเครื่องต่อปี ในปี 2018 บริษัทได้นำอุปกรณ์ Apple กว่า 7.8 ล้านเครื่องไปประกอบใหม่ซึ่งช่วยลดการส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปฝังกลบกว่า 48,000 เมตริกตัน 
“กระบวนการรีไซเคิลที่ล้ำหน้าต้องเป็นส่วนสำคัญของซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์ และ Apple ก็กำลังบุกเบิกหาหนทางใหม่ๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้า” Lisa Jackson รองประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม นโยบาย และโครงการริเริ่มเพื่อสังคมของ Apple กล่าว “เราทำงานอย่างหนักเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ ลูกค้าสามารถใช้งานได้ในระยะยาว และเราหวังว่าโครงการที่เข้าร่วมได้อย่างง่ายดายและมีประโยชน์มากมายเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนนำอุปกรณ์เก่ามารีไซเคิล”

ตอนนี้ Daisy สามารถแยกชิ้นส่วน iPhone ที่แตกต่างกัน 15 รุ่นได้ 200 เครื่องต่อชั่วโมง ซึ่งช่วยให้มีวัสดุสำคัญที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เพิ่มขึ้นอีก เมื่อวัสดุต่างๆ ผ่านกระบวนการแยกชิ้นส่วนจาก Daisy แล้วก็จะถูกนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตต่อไป ส่วนโคบอลต์ซึ่งเป็นวัสดุหลักของแบตเตอรี่นั้น Apple จะส่งแบตเตอรี่ iPhone ที่ผ่านการคัดแยกชิ้นส่วนจาก Daisy ไปยังซัพพลายเชน จากนั้นชิ้นส่วนต่างๆ ก็จะถูกนำไปรวมกับเศษวัสดุจากแหล่งผลิต โคบอลต์ที่ได้จากขั้นตอนนี้ก็จะนำไปใช้ทำแบตเตอรี่ Apple ใหม่ นับว่าเป็นการหมุนเวียนวัสดุล้ำค่ากลับมาใช้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง 

นอกจากนี้ Apple ยังใช้ดีบุกรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแผงวงจรหลักสำหรับผลิตภัณฑ์ Apple ถึง 11 ประเภท โลหะผสมอะลูมิเนียมของบริษัทที่ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของ MacBook Air® และ Mac mini® ให้น้อยกว่ารุ่นก่อนๆ เกือบครึ่งหนึ่ง โดยอะลูมิเนียมที่คัดแยกได้จากโครงการ Apple Trade In จะถูกนำไปหลอมเป็นตัวเครื่อง MacBook Air
Apple ยังประกาศเปิดตัว Material Recovery Lab ที่สร้างขึ้นเพื่อคิดค้นกระบวนการรีไซเคิลในอนาคต พร้อมผลักดันงานวิจัยด้านการรีไซเคิลให้ไปไกลกว่าเดิม ตัวอาคารใหม่ขนาด 9,000 ตารางฟุตในเมืองออสติน รัฐเท็กซัสพร้อมรองรับโซลูชั่นใหม่ๆ ที่นำหุ่นยนต์และการเรียนรู้ของระบบมาพัฒนาวิธีการแยกชิ้นส่วน คัดแยก และตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แบบเดิมๆ ทีมงานจากห้องแล็บจะทำงานร่วมกับทีมวิศวกรของ Apple และนักวิชาการเพื่อหารือและเสนอวิธีแก้ไขปัญหาการรีไซเคิลของวงการอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

Apple พัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์จะใช้งานได้นานที่สุด โดย Apple Store และเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple ได้ขยายสาขาเพิ่มกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว Apple ได้เปิดตัววิธีการซ่อมหน้าจอ iPhone แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ร้านค้าหลายแห่งเปิดให้บริการนี้ได้ พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการเปลี่ยนแบตเตอรี่และรีไซเคิลของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอีกด้วย
วันนี้ Apple เผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อมประจำปี 2019 ซึ่งมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัท รวมถึงประกาศฉบับล่าสุดที่เผยว่าซัพพลายเออร์ 44 แห่งได้มุ่งมั่นที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เมื่อทำการผลิตให้กับ Apple คุณสามารถอ่านรายงานได้ที่apple.com/th/environment บริษัทจะฉลองวันคุ้มครองโลกในวันที่ 22 เมษายนโดยกำหนดให้เซสชั่น Today at Apple® ที่ Apple Store ทุกสาขาเป็นธีมสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอเรื่องราว คอลเลกชั่นแอพ และเกมต่างๆ บน App Store เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนรักโลกและตระหนักถึงบทบาทของตนต่อระบบนิเวศกิจกรรมท้าทายวันคุ้มครองโลกของ Apple ยังส่งเสริมให้ผู้ใช้ Apple Watch® ออกกำลังกายกลางแจ้งนาน 30 นาทีขึ้นไปเพื่อรับรางวัลพิเศษเนื่องในวันคุ้มครองโลกและสติ๊กเกอร์ไว้ใช้ในแอพข้อความ1

นอกจากนี้ Apple ยังพัฒนาการทำงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดทรัพยากรให้ดีขึ้นกว่าปีก่อนโดยสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านสิ่งแวดล้อม Conversation International, SEE Foundation และ The Recycling Partnership
ผู้ใช้ต้องมี iOS 12.1.3 และ watchOS 5.1.3 หรือใหม่กว่าเพื่อดูกิจกรรมท้าทาย

from:https://www.flashfly.net/wp/248701

นักวิเคราะห์สินค้า Apple ขาประจำยืนยัน iPhone รุ่นใหม่ปีนี้ กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหน้าเพิ่มเป็น 12MP

Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ที่ออกมาให้ข้อมูลสินค้าแอปเปิลรุ่นใหม่ขาประจำ ออกรายงานล่าสุดเกี่ยวกับ iPhone ของปี 2019 ที่จะมี 3 รุ่นใหม่ โดยบอกว่าทั้ง 3 รุ่น จะมาพร้อมกับกล้องหน้าที่เพิ่มเป็น 12 เมกะพิกเซล จากเดิมที่เป็น 7 เมกะพิกเซล

สำหรับกล้องหลังนั้นก็เหมือนกับที่มีหลายคนออกมาลือก่อนหน้า โดยรุ่นต่อจาก iPhone XS และ XS Max จะมีกล้องหลัง 3 ตัว 12 เมกะพิกเซล คือกล้อง Tele, กล้อง Wide และกล้อง Super Wide มีโซนี่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ ส่วน iPhone XR จะมีกล้องหลังเพิ่มเป็น 2 ตัว

สุดท้ายเรื่องที่ไม่ต้องรู้ก็เดาเองได้ Kuo บอกว่า กำหนดวางจำหน่าย iPhone ทั้ง 3 รุ่น คือช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ที่มา: MacRumors

alt="iPhone XS"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109259

นักวิเคราะห์คาด Apple จะเผชิญกับยอดขาย iPhone ที่ลดลงอีกในไตรมาส 2 ของปี 2019

ก่อนหน้านี้ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple เปิดเผยผลประกอบการ ของไตรมาสแรกของปีงบประมาณที่แล้ว โดยในเดือนมกราคม ตัวเลขของยอดขายแสดงให้เห็นว่ายอดขาย iPhone ในช่วงวันหยุดยาวของปี 2018 ลดลงอย่างมาก และล่าสุด นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแนวโน้มของยอดขายจะดำเนินต่อไป และ apple มียอดขายสมาร์ทโฟนไม่เกิน 45 ล้านเครื่องซึ่งลดลงมากกว่า 10% จาก 52 ล้านเครื่องของปีที่แล้ว

โดยนักวิเคราะห์จาก OTR Global ระบุว่า Apple จะมียอดส่ง iPhone ระหว่าง 37 ล้านถึง 42 ล้าน ในขณะที่นักวิเคราะห์ของ Wall Street คาดว่ายอดขายจะดีกว่าเล็กน้อยโดยมียอด 40 ถึง 45 ล้านเครื่อง OTR กล่าวว่าเหตุผลหลักคือยอดขายที่น้อยกว่าที่คาด สำหรับ สำหรับรุ่น iPhone XR และ iPhone XS นอกจากนี้ทาง Apple ตัดสินใจที่จะไม่ประกาศยอดขายทำให้คาดกันว่ามันจะทำได้น้อยกว่ารุ่นก่อน

รายงานไตรมาส 2 ของปี 2019 จะออกในวันที่ 30 เมษายน 2019 และจะปรากฏในหน้าของ Apple สำหรับการแถลงข่าว โดยคาดว่า รายได้ระหว่าง 55 พันล้านเหรียญ ถึง 59 พันล้าน น้อยกว่า 61 พันล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับรายงานของเดือนมกราคม – มีนาคม 2018 อัตรากำไรขั้นต้นควรอยู่ระหว่าง 37% และ 38%

ข่าว: นักวิเคราะห์คาด Apple จะเผชิญกับยอดขาย iPhone ที่ลดลงอีกในไตรมาส 2 ของปี 2019 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/04/19/apple-faces-poor-iphone-sales-in-q2.html