คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

iFixit ชำแหละ Apple Watch Series 6 ให้คะแนนซ่อม 6 เต็ม 10 เผยแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ง่าย

หลังจากที่ได้มีการเปิดตัว Apple Watch Series 6 และ Apple Watch SE เราก็ได้เห็นทั้งดีไซน์ กับฟีเจอร์ต่าง ๆ กันไปแล้ว และล่าสุดทาง YouTuber ชื่อดังอย่าง iFixit ก็ได้ปล่อยคลิปชำแหละ Apple Watch Series 6 ให้ชาวเน็ตได้ดูกัน ทำให้เราได้เห็นส่วนประกอบใหม่ ๆ ที่อยู่ด้านในตัวอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ตัวใหม่ที่มีความจุมากขึ้น และสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย แถมยังมากับมอเตอร์สั่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกเช่นกัน

ทาง iFixit ก็ได้มีการแกะ Apple Watch Series 6 ออกเพื่อดูว่ามีส่วนประกอบอะไรด้านในบ้างซึ่งเราก็จะได้เห็นเซ็นเซอร์ใหม่ที่ถูกใส่เข้ามาอย่างเซ็นเซอร์ตรวจวัดออกซิเจนในเลือด แต่เซ็นเซอร์สำหรับฟีเจอร์ Force Touch ที่เคยมีใน Apple Watch รุ่นก่อน ๆ กลับโดนตัดทิ้งไปซะแล้ว

นอกจากนี้เรายังได้เห็นแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับตัวมอเตอร์สั่นตัวใหม่ที่จะมาช่วยให้ตัวเรือนสั่นแรงขึ้น เมื่อหมุนเม็ดมะยม หรือมีการแจ้งเตือนต่าง ๆ อีกทั้งเรายังได้เห็นแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเดิมถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ ในรุ่นหน้าปัด 44 มม. ส่วนรุ่นหน้าปัดขนาด 40 มม. ก็มีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นกว่า 9.5 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ Apple Watch Series 6 กับ Series 5 มีระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่อยู่ที่ 18 ชั่วโมงเท่ากัน ในขณะที่ Series 6 มีขนาดที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ Apple Watch Series 6 มีขนาดใหญ่ขึ้นน่าจะเป็นเพราะว่าหน้าจอรุ่นใหม่มีความสว่างกว่ารุ่นเก่านั่นเอง

iFixit บอกว่า Apple Watch Series 6 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เองอย่างไม่ยากเย็น เพราะเมื่อแงะเปิดตัวเรือนออกมาได้แล้ว ก็จะเจอกับแบตเตอรี่นอนให้เห็นแบบชัดเจน ก็แค่พลิกตัวแบตขึ้นมาจากนั้นก็ใช้ไขควงหมุนคลายล็อคสายไฟออกก็เรียบร้อยครับ

แต่ส่วนที่เปลี่ยนยากก็คือหน้าจอ ซึ่ง iFixit บอกว่าหน้าจอของ Apple Watch Series 6 เปลี่ยนค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้เลย เพราะมันมีทั้งชิ้นส่วนที่ถูกติดเอาไว้ด้วยกาว แถมยังมีสายไฟที่แสนจะเปราะบางเชื่อมอยู่ด้วย คือถ้ามือไม่นิ่งจริงอาจเสี่ยงทำสายไฟขาดได้ แล้วต้องมานั่งเชื่อมใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ทาง iFixit ได้ให้คะแนนความง่ายในการซ่อมของสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้เอาไว้ที่ 6 คะแนน โดยมีข้อดีอยู่ที่การเปลี่ยนหน้าจอที่สามารถทำได้เอง (แต่ค่อนข้างยาก) และแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนง่าย แต่ส่วนที่ยากก็คือน้อตแบบสามแฉกที่เอาออกยากในหลาย ๆ จุด และสายไฟหลายแห่งที่ต้องใช้ฝีมือในการเชื่อมสูง หากทำขาดระหว่างซ่อมนั่นเองครับ

Source: iFixit

from:https://droidsans.com/ifixit-teardown-apple-watch-series-6-gives-6-repairability-score/

เพราะสุขภาพคือการลงทุน เมื่อรัฐบาลสิงคโปร์แจกเงินให้กับประชาชนที่ออกกำลังกาย

ปัจจุบันเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงเนื่องจากการวิกฤตโควิด-19 พร้อมกับหลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ ปัญหาสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนกำลังเผชิญ

ล่าสุดรัฐบาลสิงคโปร์จับมือกับ Apple เพื่อจัดโปรแกรมสุขภาพแห่งชาติภายใต้ชื่อ ‘LumiHealth’ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย

โปรแกรม ‘LumiHealth’ นำประโยชน์จากศักยภาพของ Apple Watch มาใช้เพื่อส่งเสริมและสร้างศักยภาพให้ชาวสิงคโปร์และพลเมืองมีลักษณะนิสัยที่ดีต่อสุขภาพผ่านการแจ้งเตือนและภารกิจต่างๆ

โดยแอปฯ จะปรับเปลี่ยนภารกิจไปตามเพศ อายุ และน้ำหนักของแต่ละคนที่แตกต่างกัน เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ และการออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ

นอกจากนี้แอปฯ ฟีเจอร์เตือนผู้ใช้ถึงการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีน รวมไปถึงภารกิจปรับพฤติกรรมอย่างการนอนหลับและการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

ลงทุนในสุขภาพของประชาชน

เมื่อทำภารกิจสำเร็จผู้ใช้จะได้รับรางวัลสูงถึง 380 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 8,700 บาท โดยโปรแกรมดังกล่าวมีระยะเวลาทดลอง 2 ปีโดยจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้

“แม้ว่าพวกเราทุกคนทั่วโลกจะกำลังฟันฝ่าอุปสรรคจาก COVID-19 อยู่ แต่เราต้องไม่หยุดลงทุนกับอนาคต และคงไม่มีการลงทุนไหนที่จะดีไปกว่าการลงทุนให้กับสุขภาพของเราเอง” Heng Swee Keat รองนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์กล่าวในแถลงการณ์

โครงการดังกล่าวทำให้เห็นถึงความวิสัยทัศน์กว้างที่น่าสนใจของรัฐบาลสิงคโปร์ เนื่องจากการลงทุนในสุขภาพของประชาชน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว นอกจากนี้ประชาชนก็มีร่างกายแข็งแรง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าอีกด้วย

อ้างอิง Apple

from:https://www.thumbsup.in.th/singapore-apple-partner?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=singapore-apple-partner

ราคา iPhone XS, iPhone 8, iPhone 7 จาก TrueMove H, AIS, DTAC ประจำเดือน ก.ย. 63

ข้อมูลนี้แสดงราคา iPhone รุ่นที่ Apple ไม่จำหน่ายแล้ว ท […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-old-model-price-update-21-sep-2020.html

ราคา iPhone ล่าสุดจาก Apple, TrueMove H, AIS, DTAC ประจำเดือน ก.ย. 63

ข้อมูลนี้แสดงราคา iPhone เครื่องเปล่ารุ่นที่ Apple วางข […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-price-update-21-sep-2020.html

เปรียบเทียบสเปค Apple Watch Series 6, Watch SE และ Watch Series 3 ต่างกันยังไง ซื้อรุ่นไหนดี ?

เปิดตัวกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ Apple Watch Series 6 และรุ่นประหยัดราคาถูกลงกับ Apple Watch SE ที่มาพร้อมฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มากมายทั้งการวัดระดับออกซิเจนในเลือด (เฉพาะใน Apple Watch Series 6) และชิปเซ็ต S6 รุ่นใหม่ที่แรงขึ้น แถมยังมาพร้อมกับ Always-on Display ที่สว่างขึ้นมองเห็นได้ชัดแม้กระทั่งภายใต้แสงแดด (ใน Series 6 เท่านั้นอีกแล้ว) แต่เอ๊ะ? แล้ว 2 รุ่นใหม่นี้ต่างกันยังไง แล้วเทียบกับรุ่นเก่าจะต่างกันแค่ไหน ไปดูกันครับ

เทียบสเปค Apple Watch Series 6, Watch SE และ Watch Series 3

Apple Watch Series 6 Apple Watch SE Apple Watch Series 3
ขนาดหน้าปัด หน้าปัด 40มม และ 44มม จอใหญ่ขึ้น 30% หน้าปัด 40มม และ 44มม จอใหญ่ขึ้น 30% 38mm or 42mm case
หน้าจอ หน้าจอ Always-On Retina LTPO OLED ความสว่าง 1000 Nits หน้าจอ Retina LTPO OLED display, 1000 nits หน้าจอ Retina OLED display 2nd Gen
รุ่นให้เลือก รุ่น GPS และ GPS + Cellular รุ่น GPS และ GPS + Cellular รุ่น GPS
ชิปเซ็ต S6 SiP พร้อม 64-bit dual-core processor; W3 wireless chip; U1 chip (Ultra Wideband) S5 SiP พร้อม 64-bit dual-core processor; W3 wireless chip S2 พร้อม dual-core processor
การควบคุม เม็ดมะยมแบบดิจิตอลพร้อมระบบตอบสนองแบบสั่น เม็ดมะยมแบบดิจิตอลพร้อมระบบตอบสนองแบบสั่น เม็ดมะยมดิจิตอล
เซ็นเซอร์ตรวจร่างกาย ระบบตรวจจับอ๊อกซิเจนในเลือด, ระบบตรวจจับคลื่นหัวใจ (ECG) และระบบตรวจจับชีพจร 2nd Gen ระบบตรวจชีพจร ระบบตรวจจับชีพจร
การแจ้งเตือนร่างกาย ระบบแจ้งเตือนชีพจรต่ำ-สูง, แจ้งเตือนชีพจรเต้นผิดปกติ, แอปพลิเคชั่น ECG ระบบแจ้งเตือนชีพจรต่ำ-สูง, แจ้งเตือนชีพจรเต้นผิดปกติ ระบบแจ้งเตือนชีพจรต่ำ-สูง, แจ้งเตือนชีพจรเต้นผิดปกติ
ระบบตรวจจับการล้ม ระบบโทรฉุกเฉินนานาชาติ, ระบบโทรฉุกเฉิน, ระบบตรวจจับการล้ม ระบบโทรฉุกเฉินนานาชาติ, ระบบโทรฉุกเฉิน, ระบบตรวจจับการล้ม ไม่มี
ระบบกันน้ำ กันน้ำลึก 50 เมตร กันน้ำลึก 50 เมตร กันน้ำลึก 50 เมตร
การเชื่อมต่อ LTE, UMTS, Wi-Fi, และ Bluetooth 5.0 LTE, UMTS, Wi-Fi, และ Bluetooth 5.0 Wi-Fi และ Bluetooth 4.0
ระบบตรวจจับ GPS/GNSS, เข็มทิต, และระบบตรวจจับระดับความสูง GPS/GNSS, เข็มทิต, และระบบตรวจจับระดับความสูง GPS/GNSS
ลำโพง ลำโพงดังขึ้น 50%, ไมโครโฟน ลำโพงดังขึ้น 50%, ไมโครโฟน ลำโพงดังขึ้น, ไมโครโฟน
หน่วยความจำ ความจุ 32GB ความจุ 32GB ความจุ 8GB
แบตเตอรี่ 18 ชั่วโมง 18 ชั่วโมง 18 ชั่วโมง

 

เทียบราคา Apple Watch Series 6, Watch SE และ Watch Series 3

ขนาดหน้าปัด Apple Watch 6 Apple Watch SE Apple Watch 3
38 มม. 6,400
40 มม. 13,400 / 16,900 9,400 / 10,900
42 มม. 7,400
44 มม. 14,400 / 17,900 10,400 / 11,900

หมายเหตุ : ราคาตัวบางจะเป็นรุ่น GPS Only, ราคาตัวหนาจะเป็นรุ่น GPS + Cellular

โดยหลัก ๆ แล้วรุ่น Watch Series 6 ก็จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับระดับออกซิเจนในเลือด และชิปเซ็ต S6 ที่แรงขึ้น แถมยังมาพร้อมกับวัสดุให้เลือกถึง 3 แบบได้แก่ สแตนแลส อะลูมิเนียม และไทเทเนียม ส่วนทางฝั่ง SE มีให้เลือกแค่อะลูมีเนียมเท่านั้น ส่วนสีก็มีมาให้ได้เลือกซื้อกันด้านล่างเลยครับฟ

(รูปซ้ายสุดคือสี Apple Watch Series 6, กลา Watch SE และขวา Watch Series 3)

ส่วน Apple Watch Series 5 ที่หายไปคือจะเลิกวางจำหน่าย ซึ่งถ้าใครมีอยู่ในข้อมือตอนนี้ก็ไม่ต้องเสียใจเพราะถ้าเทียบระหว่าง Series 5 กับ 6 แล้วมีเพียงบางฟีเจอร์เดียวเท่านั้นที่อัปเดตเพิ่มเข้ามานั่นก็คือเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในระดับเลือด ECG เท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่สามารถเปิดใช้งานในไทยได้ตอนนี้

และถ้าใครที่กำลังจะซื้อ Apple Watch เครื่องใหม่ส่วนตัวแนะนำว่าควรจะซื้อตัว Watch SE มากกว่า Watch 3 เพราะมีฟีเจอร์ที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องระบบตรวจจับการล้ม, เข็มทิศ และใช้งาน Family Setup ซึ่งส่วนต่างราคาต่างกัน 3,000 บาทถือว่าค่อนข้างคุ้มเลยทีเดียวครับ

from:https://droidsans.com/apple-watch-2020-comparison/

DTAC เปิดให้บริการการตั้งค่าครอบครัว Family Mode บน Apple Watch Series 4 เป็นต้นไป เปิดเบอร์ใหม่ฟรีค่าบริการ 3 เดือนแรก

หลังจากที่เราได้เห็นงานเปิดตัว Apple Watch Series 6 และ Apple Watch SE ไปแล้วเมื่อวันพุทธที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นหนึ่งในฟีเจอร์น่าสนใจอย่างการตั้งค่าครอบครัว (Family Setup) ที่จะสามารถทำให้คนที่ไม่มี iPhone สามารถใช้งาน Apple Watch ได้ สำหรับใครที่รอใช้ฟีเจอร์นี้อยู่ก็ยิ้มได้เลย เพราะตอนนี้ DTAC ได้เปิดให้บริการ Family Mode เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Apple Watch Series 4 ขึ้นไปบน iPhone ที่รองรับ iOS 14 เท่านั้น

ในงานเปิดตัวเราก็ได้เห็นฟีเจอร์การใช้งาน Family Mode มากมายไม่ว่าจะเป็นกาตาม Location ของผู้ใช้งานว่าอยู่ที่ไหนกำลังทำอะไรอยู่เอาไว้แอบส่องพฤติกรรมลูก ๆ ได้ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย แถมน้อง ๆ หนู ๆ ที่ยังไม่มี iPhone ก็สามารถใช้ Family Setup เพื่อที่จะสามารถใช้ Apple Watch เป็นเครื่องมือสื่อสารเดี่ยว ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องมี iPhone ซึ่งในงานเปิดตัวเราก็ได้เห็นชื่อผู้ให้บริการเครือข่ายในไทยที่จะรองรับบริการนี้ได้แก่ DTAC, AIS และ TrueMove H 

รายชื่อเครือคร่ายผู้ให้บริการที่รองรับ Family Setup

แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดทาง DTAC จะเป็นผู้ให้บริการเจ้าแรกที่ได้เปิดให้บริการการตั้งค่าครอบครัว (Family Setup) เป็นที่เรียบร้อยแล้วในหน้าเว็บหลักของเครือข่ายโดยการเปิดบริการก็ง่ายนิดเดียวเพียงแค่ทำการเปิดเบอร์ใหม่กับทาง DTAC ก็จะได้รับสิทธิในการเปิดใช้บริการฟรี และได้รับสิทธิใครบริการ Family Setup ฟรี 3 เดือนแรกอีกด้วย โดยเงื่อนไขการใช้บริการก็จะมีดังนี้

  • เบอร์ที่เปิดใหม่จะสามารถนำไปใช้บน Apple Watch ได้ก็ต่อเมื่อเป็นเบอร์ที่จดบนเลขบัตรประชาชนเดียวกับที่ใช้บน iPhone เครื่องหลักเท่านั้น
  • iPhone หนึ่งเครื่องสามารถเชื่อมต่อโหมด Family ได้สูงสุด 5 เครื่อง
  • ใช้งานได้เฉพาะ Apple Watch 4 เป็นต้นไป และ iPhone เครื่องหลักต้องรองรับ iOS14 เท่านั้น
  • ควรเป็น Apple Watch รุ่น Cellular เท่านั้น

เงื่อนไขและค่าบริการรายเดือนในการเปิดใช้บริการ Family Setup

สำหรับผู้ใช้งานคนไหนที่สนใจอยากซื้อ Apple Watch ให้คนในครอบครัวใช้ผ่านการใช้งานโหมด Family Setup ก็สามารถเรียนรู้รายละเอียดการตั้งค่าและการใช้งานเบื้องต้นได้ที่นี่เลย หรือเพื่อความสะดวกรวดเร็วสามารถติดต่อศูนย์ DTAC สาขาที่ใกล้บ้านที่สุดเพื่อติดต่อสอบถามได้ตามสะดวกเลย 😀

Source: DTAC

from:https://droidsans.com/dtac-started-family-setup-service-for-apple-watch-in-thailand/

พบบั๊ก iOS 14 รีเซ็ตค่าแอป default ถ้าเปลี่ยนจาก Mail กับ Safari เป็นแอปอื่น เมื่อรีสตาร์ทเครื่อง

มีรายงานบั๊กที่ถูกค้นพบใน iOS 14 หลังจากที่แอปเปิลปล่อยอัพเดตเวอร์ชันใหม่ออกมาเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นบั๊กในฟีเจอร์ใหม่ ที่ผู้ใช้งานสามารถกำหนดค่าแอปพื้นฐาน (Default) สำหรับแอปเมลหรือเบราว์เซอร์ได้

โดยปัญหาที่เจอนั้น หากผู้ใช้งานกำหนดค่าแอปพื้นฐาน สำหรับอีเมล หรือเบราว์เซอร์ เป็นแอปอื่นที่ไม่ใช่ Mail หรือ Safari จะสามารถใช้งานตามที่ตั้งค่าไว้ได้จนกระทั่งรีสตาร์ทเครื่อง ค่าต่าง ๆ ก็จะกลับคืนเป็น Mail กับ Safari ทำให้ต้องไปตั้งค่าใหม่ซ้ำอีกครั้ง

คาดว่าแอปเปิลจะออกอัพเดตเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเร็ว ๆ นี้

ที่มา: Apple Insider

alt="iOS 14"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118511

AirPods และ AirPods Pro อัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ Quick Switch และ Spatial Audio

Apple ได้ปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่สำหรับหูฟังไร้สายยอดฮิต AirPods และ AirPods Pro 2nd Gen เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งที่ 5 แล้ว นับตั้งแต่เปิดตัว AirPods Pro มาเลย โดยฟีเจอร์ที่น่าสนใจใหญ่ ๆ นั้นก็ประกอบไปด้วย Quick Switch และ Spatial Audio นั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 ฟีเจอร์นี้จะใช้ได้กับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบ iOS 14 เท่านั้นนะครับ

Quick Switch สลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์

เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ถือว่าน่าสนใจและสะดวกมากกับ Quick Switch ที่ถุกกล่าวถึงในงาน Apple WWDC ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งาน Airpods จะสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ Apple ที่กำลังฟังอยู่ ได้ด้วยความรวดเร็วโดยจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดเชื่อมต่ออยู่บน iCloud บัญชีเดียวกันเท่านั้น โดยทางทีมงาน Droidsans ได้ทดสอบฟีเจอร์นี้บน AirPods Gen 2 แล้ว บอกได้เลยว่ารวดเร็วสะดวกสบายมาก ใส่หูฟัง AirPods เล่นบน iPhone อยู่พอเปลื่ยนไปเล่น iPad Pro ตัวหูฟังก็จะสลับมาเชื่อมต่อในอีกเครื่องให้โดยอัตโนมัติเลยครับ

Spatial Audio

อีกฟีเจอร์น่าสนใจที่ออกมาในของฝั่ง AirPods Pro เท่านั้นกับฟีเจอร์ Spatial Audio ที่จะเพิ่มเอฟเฟคเสียง Surround Sound แบบรอบตัวเข้าไป แต่เดี๋ยวก่อนเพราะ Spatial Audio ไม่ได้ใช้เอฟเฟคที่จะทำให้เสียงฟังดูกว้างขึ้นแบบ Dolby Atmos ในมือถือบางรุ่น แต่มันจะทำการตรวจจับการขยับหัวของเราโดยใช้เซ็นเซอร์ Accelerometers ที่อยู่ในตัวหูฟัง เมื่อเราหันหน้าหนีออกจากตัวอุปกรณ์ เสียงก็จะหมุนตามไปด้วย เหมือนกับเสียงอยู่ตรงนั้น ๆ จริง ๆ แต่ดูเหมือนจะรองรับเฉพาะหนังหรือเพลงที่รองรับ Dolby Atmos เท่านั้นนะครับ

 

วิธีการอัปเดต

สำหรับวิธีการอัปเดตนั้นก็ง่ายมาก ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้ Apple AirPods จะยังไม่มีฟีเจอร์ในการอัปเดตเฟิร์มแวร์ของหูฟังเองโดยอัตโนมัติ แต่ตัวหูฟังจะแอบอัปเดตเองเมื่อเราเปิดฝาหูฟังมาใช้งาน (และเชื่อมต่อกับมือถือ) โดยวิธีการเช็คเฟิร์มแวร์ก็สามารถทำได้เพียงแค่

  1. เปิดแอป Settings ที่อยู่ในหน้า Home
  2. แตะที่ General
  3. แตะที่ About
  4. แต่ที่ AirPods, AirPods Pro (ถ้าตั้งชื่อ AirPods เป็นอย่างอื่นชื่อนั้นก็จะปรากฎขึ้นมาแทน)
  5. สามารถตรวจเลขเฟิร์มแวร์ได้ตรงนั้นเลย

สำหรับใครที่มี AirPods หรือ AirPods Pro ก็สามารถลองเช็คดูได้เลยว่าได้รับอัปเดตนี้รึยัง และถ้าหากว่าได้รับอัปเดตแล้วก็สามารถใช้ฟีเจอร์ตามที่กล่าวมาข้างต้นได้เลยครับ

 

Source: Appleinsider

from:https://droidsans.com/apple-update-new-quick-switch-and-spatial-audio-features/

Belkin จัดเต็มอุปกรณ์เสริมมาตรฐานระดับโลก สำหรับ Apple Watch Series 6/ Apple Watch SE และ iPad Air (4th generation) รุ่นใหม่ล่าสุด

Belkin (เบลคิน) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผู้นำตลาดอุปกรณ์เสริมของมือถือสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก จัดเต็มอุปกรณ์เสริมมาเอาใจสาวก Apple ที่ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว Apple Watch Series 6 / Apple Watch SE และ iPad Air (4th generation) รุ่นใหม่ล่าสุด และกำลังมีแผนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็วๆ นี้

ซึ่งอุปกรณ์เสริมที่เบลคินแนะนำสามารถใช้งานร่วมกับ Apple Watch Series 6 / Apple Watch SE และ iPad Air (4th generation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานระดับโลกทั้งในส่วนของวัสดุอุปกรณ์และความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมการรับประกันการใช้งานนานถึง 2 ปี 

สำหรับ Apple Watch Series 6 / Apple Watch SE:

BOOST↑CHARGE™ 3-in-1 Wireless Charger for iPhone + Apple Watch + AirPods

Belkin

ที่รองชาร์จแบบไร้สาย Belkin BOOST↑CHARGE™ 3-in-1 Wireless Charger for iPhone + Apple Watch + AirPods มาพร้อมพลังในการชาร์จแบบไร้สายที่ออกแบบมาเป็นแท่นแบบ 3-in-1 พร้อมโมดูลไร้สายระบบ Qi รุ่นที่ 3 ซึ่ง Qi คือมาตรฐานเทคโนโลยีไร้สายที่ใช้การชาร์จแบบเหนี่ยวนำ ซึ่งได้รับการรับรองและการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้พลังงานได้สูงสุดถึง 7.5 วัตต์

ทั้งนี้ที่รองชาร์จแบบไร้สายรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อชาร์จ iPhone, Apple Watch, AirPods หรือ AirPods Pro ได้รวดเร็วกว่าเดิมสูงสุดถึง 25% ด้วยแผ่นรองชาร์จแบบไร้สายขนาด 7.5 วัตต์ ขณะเดียวกันโมดูลการชาร์จแบบแม่เหล็กก็จะให้พลังงานกับ Apple Watch ไปพร้อมๆ กัน โดยสามารถชาร์จผ่านเคสส่วนใหญ่ที่มีความหนาไม่เกิน 3 มม. ได้ 

ทั้งนี้ที่รองชาร์จอุปกรณ์ทั้ง 3 ชิ้นนี้สามารถชาร์จได้จากปลั๊กไฟเพียงตัวเดียว สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin BOOST↑CHARGE™ 3-in-1 Wireless Charger for iPhone + Apple Watch + AirPods พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 4,290 บาท

สำหรับ iPad Air (4th generation):

BOOST↑CHARGE USB-C to USB-C Cable + Strap

สายชาร์จ Belkin BOOST↑CHARGE USB-C เป็น USB-C พร้อมสายรัด เป็นสายชาร์จที่ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมี่ยมเข้ากับความแข็งแรงทนทานขั้นสูง มาพร้อมสายรัดเพื่อจัดระเบียบการจัดเก็บให้เรียบร้อย ใช้งานได้กับอุปกรณ์แบบ USB-PD เพื่อส่งต่อการชาร์จที่รวดเร็วสำหรับ iPad Air (4th generation) รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้งาน USB-C ได้ โดยสามารถชาร์จ iPad ที่มีช่องต่อ USB-C ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเชื่อมต่อกับที่ชาร์จที่ใช้งานแบบ PD ได้ และยังสามารถซิงค์และถ่ายโอนข้อมูลระหว่าง iPad ที่มีช่องต่อ USB-C กับ Mac ที่มีช่องต่อ USB-C ได้เช่นเดียวกัน

สายชาร์จมีความยาวสายอยู่ที่ 1.2 เมตร หรือประมาณ 4 ฟุต และสายรัดแบบหนังที่มีมาให้พร้อมเพื่อการจัดระเบียบสายให้เรียบร้อย เหมาะสำหรับการพกพา นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อให้ใช้งานได้อย่างทนทานยิ่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin BOOST↑CHARGE USB-C to USB-C พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 790 บาท

BOOST↑CHARGE 18W USB-C Wall Charger

ที่ชาร์จเสียบผนัง Belkin BOOSTCHARGE 18W USB-C ให้กระแสไฟขนาด 18 วัตต์ ไปยังพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จ iPhone และ iPad รุ่นที่ใช้ USB-C โดยการชาร์จแบบเร็วของพอร์ต USB-C ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น โดยรุ่นที่ใช้งาน USB จะมีเทคโนโลยี Power Delivery ให้แบตเตอรี่เต็ม 50% เมื่อใช้สาย USB-C พร้อมหัวต่อ Lightning ที่มีมาให้กับความยาวถึง 1.2 เมตร หรือประมาณ 4 ฟุต ซึ่งยาวกว่าสายมาตรฐานทั่วไปถึง 33% ทั้งนี้ยังผ่านการรับรอง MFI เพื่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย พร้อมรับประกันสินค้ายาวนานกว่า 2 ปี สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin BOOST↑CHARGE 18W USB-C พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,290 บาท

BOOST↑CHARGE 30W USB-C Wall Charger

ที่ชาร์จเสียบผนัง Belkin BOOSTCHARGE 30W USB-C  ขนาดกะทัดรัด มาพร้อมหัวต่อทั้งแบบ USB-C และ USB-A สามารถชาร์จอุปกรณ์ iOS ด้วยพอร์ต USB-C 18 วัตต์ พร้อมด้วยพอร์ต USB-A 12W โดยการชาร์จแบบเร็วของพอร์ต USB-C ใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น เมื่อชาร์จ iPhone หรือ iPad รุ่นที่ใช้งาน USB ที่มีเทคโนโลยี Power Delivery มีแบตเตอรี่เต็ม 50% เมื่อใช้สาย USB-C พร้อมหัวต่อ Lightning ที่มีมาให้ ทั้งนี้พอร์ต USB-A ให้กระแสไฟ 12 วัตต์ เพื่อชาร์จแบบเร็วทั้ง iPhone และ iPad รุ่นเก่าได้พร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังผ่านการรับรอง MFI เพื่อการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ iOS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย พร้อมรับประกันสินค้ายาวนานกว่า 2 ปี สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่  Belkin BOOST↑CHARGE 30W USB-C  พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,490 บาท

BOOST↑CHARGE™ 30W USB-C GaN Wall Charger

หัวชาร์จ Belkin BOOSTCHARGE™ 30W USB-C GaN Wall Charger สัมผัสประสบการณ์การชาร์จอีกระดับด้วยเทคโนโลยี GaN ขั้นสูง ให้การชาร์จที่รวดเร็วถึง 30W สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้พอร์ต USB-C มีขนาดกะทัดรัดและสะดวกสบาย ขาปลั๊กไฟแบบพับได้ทำให้มีขนาดเล็กและพกพาสะดวก สินค้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ในราคา 1,190 บาท สามารถดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://www.belkin.com/us/p/P-WCH001/

BOOST↑CHARGE™ Dual USB-C GaN Wall Charger 68W

หัวชาร์จ Belkin BOOSTCHARGE™Dual USB-C GaN Wall Charger 68W​ ชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จากพอร์ต USB-C ที่มีมาให้ 2 พอร์ต โดยการแชร์พลังงานอัจฉริยะจะให้การชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่หนึ่งอุปกรณ์ หรือสองอุปกรณ์ก็ได้ โดยจะทำการตรวจจับเมื่อแต่ละพอร์ตถูกใช้งานและกำหนดพลังงานที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งสามารถใช้งานพอร์ตเดียวเพื่อชาร์จอุปกรณ์ USB-C หนึ่งเครื่องโดยรับการชาร์จสูงสุด 60W หรือการชาร์จแลปท็อป 50W ด้วยพอร์ตหนึ่ง ไปพร้อมกับสมาร์ทโฟนหรือ iPad ที่รองรับ USB-C สูงสุด 18W กับอีกพอร์ตหนึ่งก็ได้เช่นกัน สินค้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆนี้ ในราคา 2,490 บาท สามารถดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://www.belkin.com/us/p/P-WCH003/

USB-C to HDMI Adapter

อะแดปเตอร์ Belkin USB-C เป็น HDMI มอบประสบการณ์อันราบรื่นและง่ายดายในการเชื่อมต่อ iPad Air (4th generation) ที่รองรับ USB-C เข้ากับ HDTV หรือจอภาพที่รองรับ HDMI โดยรองรับการแสดงผลความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60Hz (4096 x 2160) จึงสามารถถ่ายทอดความคมชัดและเสียงอันน่าทึ่งเพื่อที่สุดของประสบการณ์การรับชมในแบบ 4K อะแดปเตอร์นี้เหมาะสำหรับวิดีโอที่มีช่วงไดนามิกสูง (HDR) อีกทั้งยังรองรับ HDCP 2.2 เพื่อให้สามารถสตรีมคอนเทนต์ที่มีการป้องกันจาก iTunes และ Netflix ได้โดยต้องมีพอร์ต USB-C ที่รองรับวิดีโอ สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin USB-C to HDMI Adapter  พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 3,190 บาท

USB-C to VGA Adapter

อะแดปเตอร์ USB-C เป็น VGA จาก Belkin มีความสามารถในการเชื่อมต่อ iPad Air (4th generation) หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ USB-C เข้ากับหน้าจอ ทีวี หรือโปรเจ็กเตอร์เครื่องเก่าที่มีหัวต่อ VGA ได้อย่างราบรื่น ด้วยการออกแบบและทดสอบอย่างละเอียดจาก Belkin อะแดปเตอร์ชิ้นนี้จึงสามารถที่จะเพิ่มคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่มีพอร์ต USB-C มาไว้ในที่บ้านหรือที่ทำงานได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่เดิม สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin USB-C to VGA Adapter  พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,090 บาท

USB-C to Gigabit Ethernet Adapter

อะแดปเตอร์ Ethernet USB-C เป็น Gigabit จาก Belkin ทำให้สามารถใช้สายแลนเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้น ในขณะที่การเชื่อมต่อแบบไร้สายอาจทำงานได้ไม่ราบรื่นและไม่เสถียร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ iPad Air (4th generation) หรือ MacBook ที่มีพอร์ต USB-C หรือ MacBook Pro ที่มีพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C) โดยสามารถรองรับ 10/100/1000BASE-T อีกทั้งอะแดปเตอร์รุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบและทดสอบตามมาตรฐานที่เข้มงวดจาก Belkin ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพ สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin USB-C to Gigabit Ethernet Adapter พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 1,090 บาท

Ethernet + Power Adapter with Lightning Connector

อะแดปเตอร์ Ethernet + Power พร้อมหัวต่อ Lightning จาก Belkin เป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด หากต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบมีสายที่รวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้สำหรับ iPad Air (4th generation) อะแดปเตอร์รุ่นนี้มาพร้อมทั้งพอร์ต Power over Ethernet และพอร์ต Lightning เพื่อให้คุณสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างปลอดภัยพร้อมๆ กับชาร์จอุปกรณ์ iOS ไปในตัวได้อย่างต่อเนื่อง ความสามารถของ Power over Ethernet ยังให้การเชื่อมต่อที่สะดวกง่ายดายในอีกรูปแบบและชาร์จไปในตัวพร้อมกันด้วยสายเพียงเส้นเดียว

นอกจากนี้เมื่อดาวน์โหลดแอพ Belkin Connect จะสามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ ในอนาคตเพื่อให้การใช้งานอะแดปเตอร์ Ethernet + Power มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดได้อีกด้วย สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Belkin Ethernet + Power Adapter with Lightning Connector พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 3,590 บาท

from:https://www.mobileocta.com/belkin-offers-world-class-standard-accessories-for-the-new-apple-products/

หรือ Apple กำลังบอกใบ้ว่ามือถือซีรีส์ iPhone 12 อาจเปิดตัววันที่ 30 กันยายนนี้ ?

เก็บตกงาน Apple Event Time Flies เมื่อวานที่ผ่านมา หลังจากที่หลายคนรอเก้อกันไป เพราะ iPhone 12 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ Apple ไม่ได้มีการนำมาเปิดตัวภายในงาน แถมยังไม่มีการเอ่ยถึงเลยด้วย แต่ถ้าหากใครสังเกตดีๆ ดูเหมือนว่า Apple บอกใบ้ถึงวันเปิดตัวของมันออกมาแล้วแบบเนียน ๆ ว่าเราอาจจะได้เห็น iPhone 12 จะเปิดตัวในวันที่ 30 กันยายนนี้

ไม่รู้มีใครสังเกตเห็นกันบ้างมั้ยภายในงาน Time Flies โดยระหว่างที่ Apple กำลังโชว์ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ iPadOS 14 บน iPad 8th Gen อยู่นั้น มีช่วงหนึ่งที่มีการเขียนบันทึกลงไปในโน้ตว่า “Due by Sept 30th” พร้อมกับเพิ่มกิจกรรมลงไปยังปฏิทินด้วย ซึ่งมันมีคำว่า New Event อยู่ในเมนูปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด

…ดูเหมือน Apple จะโฟกัสกับฉากดังกล่าวอยู่นานจนผิดสังเกต ประกอบกับการที่ตัวหนังสือที่เขียนลงไปนั้นก็มีขนาดที่ใหญ่มาก ราวกับว่า Apple จงใจให้เราเห็นถึงคำใบ้ที่ว่านี้

อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น กิจกรรมที่ Apple จะจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายนอาจไม่ใช่งานเปิดตัว iPhone 12 ก็ได้ หรือแม้แต่อาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็เป็นไปได้เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์หลายคนก็ให้ความเห็นว่า iPhone 12 น่าจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมมากกว่า อย่างไรแล้วเราก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

from:https://droidsans.com/is-apple-going-to-launch-the-iphone-12-on-sept-30/