คลังเก็บป้ายกำกับ: APPLE

Apple ส่ง macOS Big Sur 11.2.2 ไม่ให้ชาร์จผ่านฮับที่ไม่ได้มาตรฐาน

Apple ได้ส่งอัปเดตซอฟต์แวร์ macOS Big Sur 11.2.2 สู่สาธารณะโดยเน้นกากปรับปรุงพอร์ต USB-C ของ MacBook Air และ MacBook Pro ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ MacBook ทั้งสองรุ่น

Apple อธิบายว่าการอัปเดตดังกล่าวป้องกันไม่ให้ MacBook Pro รุ่นปี 2019 หรือใหม่กว่าและ MacBook Air รุ่นปี 2020 หรือใหม่กว่า ซึ่งรวมถึง MacBook Air และ MacBook Pro M1 และ MacBook Air M1 ได้รับความเสียหายเมื่อใช้กับอุปกรณ์เสริม USB-C ที่ใช้พลังงานจากผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่ได้มาตรฐานตามของ Apple

อย่างไรก็ตาม ถือว่าน่าเสียดายที่ Apple ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ชัดเจนว่าผู้ใช้ Mac บางรายได้รับ “ความเสียหาย” หรือไม่เมื่อใช้ฮับและ อุปกรณ์เสริม USB-C ของบริษัทอื่น โดยผู้ใช้งานสามารถอัปเดต macOS Big Sur 11.2.2 ได้ผ่าน Software Updates ของเครื่องได้ทันที

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าผู้ใช้งาน MacBook Air และ MacBook Pro ที่ใช้ชิป M1 หลายคนประสบปัญหา เพื่อชาร์จผ่าน USB-C ของเครื่อง จะทำให้เครื่องเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟ บางเครื่องดับไปเฉย ๆ หรือบอร์ดพัง เป็นต้น

ข่าว: Apple ส่ง macOS Big Sur 11.2.2 ไม่ให้ชาร์จผ่านฮับที่ไม่ได้มาตรฐาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/28/apple-released-macos-big-sur-11-2-2.html

iOS 14 มีส่วนแบ่งผู้ใช้งาน 80% ของอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว

แอปเปิลอัพเดตตัวเลขล่าสุด ส่วนแบ่งผู้ใช้งาน iOS และ iPadOS แยกตามเวอร์ชัน ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021 โดย iOS 14 มีผู้ใช้งาน 80% ของอุปกรณ์ iOS ที่มีการใช้งานทั้งหมด ส่วน iOS 13 อยู่ที่ 12% แต่เวอร์ชันเก่ากว่านั้น 2% หากดูเฉพาะอุปกรณ์ที่แอปเปิลเปิดตัวย้อนหลังไป 4 ปี ตัวเลขของ iOS 14 จะเพิ่มเป็น 86%

ตัวเลขที่แอปเปิลรายงานก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม iOS 14 มีส่วนแบ่งผู้ใช้งาน 72%

iPadOS 14 มีส่วนแบ่งผู้ใช้งานรวม 70% ของ iPad ทั้งหมด แต่หากดูเฉพาะ iPad ที่เปิดตัวย้อนหลังไปใน 4 ปี ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเป็น 84%

ที่มา: MacRumors

alt="iOS 14"

alt="iPadOS 14"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121426

Apple ออกอัพเดต macOS Big Sur 11.2.2 ป้องกันปัญหา MacBook เชื่อมต่ออุปกรณ์ 3rd Party USB-C

แอปเปิลออกอัพเดตย่อย macOS Big Sur 11.2.2 เพื่อแก้ปัญหา MacBook Pro (รุ่นปี 2019 ขึ้นไป) และ MacBook Air (รุ่นปี 2020 ขึ้นไป) โดยแอปเปิลระบุว่าเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเชื่อมต่อ MacBook รุ่นดังกล่าวกับ Hub หรือ Dock ของผู้ผลิต 3rd Party ผ่าน USB-C

แอปเปิลไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหานี้ว่าความเสียหายมีอาการลักษณะอย่างไร แต่ทั้งนี้ผู้ใช้งาน macOS Big Sur โดยเฉพาะ MacBook สองรุ่นที่กล่าวข้างต้น สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการได้ผ่าน Software Update ใน System Preferences

อัพเดต macOS Big Sur 11.2.2 นี้ สามารถอัพเดตได้ในอุปกรณ์ Mac ทุกรุ่นที่อัพเดต Big Sur ได้ ไม่จำกัดแค่ MacBook กลุ่มที่มีปัญหา

ที่มา: 9to5Mac

MacBook Air

from:https://www.blognone.com/node/121421

[ลือ] Apple และ Kia ยังไม่ยุติความร่วมมือกันทั้งหมด แต่อาจไม่ใช่รถยนต์ไร้คนขับ

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเรื่องแอปเปิลเตรียมพัฒนารถยนต์ไร้คนขับร่วมกับ Hyundai ซึ่งต่อมาระบุว่าจะใช้ Kia บริษัทในเครือเป็นผู้พัฒนาให้ แต่เมื่อต้นเดือนก็มีรายงานว่าโครงการดังกล่าวได้ยุติการเจรจาไปชั่วคราว ล่าสุดมีรายงานใหม่เกี่ยวกับรายละเอียดการพูดคุยของสองบริษัท

Reuters รายงานอ้างข้อมูลจากเว็บข่าวออนไลน์ของเกาหลีใต้ Chosun Biz ว่าแอปเปิลและ Kia ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ไปเมื่อปีที่แล้ว โดยตกลงความร่วมมือกันใน 8 หัวข้อ ซึ่งรวมทั้งการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าด้วย และข้อตกลงนี้ยังไม่ถูกยกเลิกแต่อย่างใด แต่ถึงแม้ยุติการเจรจาจริง ก็ยังเหลืออีก 7 หัวข้อที่ยังสามารถร่วมมือกันได้ ซึ่งรวมทั้ง Last Mile Mobility หรือการพัฒนาวิธีเดินทางไปยังจุดหมายสุดท้าย หลังเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ เช่น การเดินเท้า หรือใช้จักรยาน

ตัวแทนของ Hyundai และแอปเปิล ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวลือนี้

ที่มา: Reuters

alt="Kia"

from:https://www.blognone.com/node/121417

Clubhouse ว่าจ้างนักพัฒนาแอพแอนดรอยด์ เตรียมออกเวอร์ชั่นแอนดรอยด์เร็วๆ นี้

Clubhouse ที่เป็นแอพโซเชียลแบบถ่ายทอดเสียงที่เติบโตรวดเร็วมากนั้น ล่าสุดได้ว่าจ้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์บนแอนดรอยด์ ที่น่าจะเป็นสัญญาณว่าสตาร์ทอัพดาวรุ่งรายนี้กำลังเริ่มพัฒนาเวอร์ชั่นบนระบบปฏิบัติการยอดนิยมจากกูเกิ้ลกันแล้ว

โดยคุณ Mopewa Ogundipe ทวีตเมื่อวันจันทร์ว่า “วันนี้เป็นวันแรกที่ร่วมงานกับ @joinClubhouse ซึ่งถ้าคนอื่นรู้จักฉันดีก็จะทราบถึง ‘ทัศนคติ’ ที่ฉันมักมีกับแอพที่มีเฉพาะบน iOS มาโดยตลอด ดังนั้นจึงตื่นเต้นมากที่จะได้ร่วมทีมในการนำแอพดังกล่าวมาสู่แอนดรอยด์”

แอพ Clubhouse นี้เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็ได้กลายเป็นหนึ่งในแอพระดับคอนซูเมอร์ที่ฮอตฮิตมากที่สุดจากซิลิกอนวัลเล่ย์ โดยในแอพ Clubhouse นี้ ผู้ใช้สามารถรวมตัวในห้องที่จำลองขึ้นมาเพื่อแชร์เสียงกันได้อย่างเดียว

คนมักใช้แอพนี้ในการถกเถียงประเด็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีเทรนด์ใหม่ คุยเกี่ยวกับดนตรีและแฟชั่น หรือรับฟังนักพูดที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น Elon Musk แต่จนถึงปัจจุบันแอพนี้ก็ยังใช้กันได้แค่ในกลุ่มผู้ใช้ไอโฟนที่ได้รับคำเชิญเท่านั้น แต่ถึงแม้มีข้อจำกัดดังกล่าวก็กลับมีผู้ใช้ต่อสัปดาห์พุ่งแตะระดับ 10 ล้านรายแล้ว

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/clubhouse-hires-android-software-developer/

Facebook ออกแคมเปญใหม่ เพื่อย้ำข้อดีของ Personalized Ad

Facebook ออกแคมเปญใหม่ในชื่อ Good Ideas Deserve to be Found หรือไอเดียดี ๆ ควรถูกค้นพบ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ของโฆษณาแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized Ad) ว่าช่วยให้ผู้ใช้งานได้ค้นพบธุรกิจหรือบริการ ที่เขาชื่นชอบและได้ร่วมสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้น

แคมเปญนี้เป็นการต่อสู้กับระหว่าง Facebook กับแอปเปิลรอบล่าสุด ในประเด็นการปรับค่าความเป็นส่วนตัวบน iOS 14 ที่ส่งผลต่อการทำโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Target Ad) ซึ่งก่อนหน้านี้ Facebook ย้ำว่ากระทบกับธุรกิจขนาดเล็ก

โฆษณาในแคมเปญดังกล่าวเล่าถึงธุรกิจขนาดเล็ก ที่ใช้ประโยชน์จาก Target Ad บน Facebook ทำให้พวกเขาสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันขึ้นมาได้ โดยจะเผยแพร่เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งบน Facebook, โทรทัศน์ และวิทยุ

ที่มา: CNBC และ Facebook

alt="Facebook's Good Ideas Deserve to be Found"

from:https://www.blognone.com/node/121403

Qualcomm โดนฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 500 ล้านปอนด์ หลังเป็นต้นเหตุที่ทำให้สมาร์ทโฟนมีราคาสูงขึ้น

Qualcomm บริษัท Semiconductor ชื่อดังที่ส่วนมากเรามักจะรู้จักผ่านชื่อของชิปเซ็ต Snapdragon ซีรีส์ต่างๆ ล่าสุดพวกเขาก็งานเข้าซะแล้ว เพราะโดนหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเกือบๆ 500 ล้านปอนด์ โทษฐานทำตัวผูกขาดตลาด

Which? หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคเจ้าใหญ่ของเกาะอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยว่า Qualcomm ได้ใช้อำนาจในทางการตลาดของตนเอง บีบขึ้นราคาสิทธิบัตรและสินค้าต่างๆ พร้อมขายให้กับ Apple และ Samsung ในราคาสูงกว่าที่มันควรจะเป็น ซึ่งแน่นอนว่าพอ Apple และ Samsung ต้องซื้อสิทธิบัตรที่แพงๆ มา ย่อมส่งผลให้ราคามือถือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ราคาแพงขึ้นตาม โดยคนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ผู้บริโภคตาดำๆ อย่างเรานั่นเอง

โดย Which? ได้ออกมาเรียกร้องต่อศาลให้ Qualcomm จ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 482.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปแจกจ่ายให้กับผู้บริโภคชาวบริทิชที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรมครั้งนี้ เฉลี่ยจะได้เงินค่าชดเชยจาก Qualcomm กันคนละประมาณ 17 – 30 ปอนด์ ขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทของสินค้าที่ซื้อไป และต้องซื้อสินค้าจาก Apple และ Samsung หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2015 เท่านั้น

สำหรับสาเหตุที่ Which? ได้ฟ้องต่อศาลเกี่ยวกับการผูกขาดตลาดของ Qualcomm ก็คือ

  • Qualcomm ปฏิเสธที่จะขายสิทธิบัตรบางส่วนให้กับบริษัทคู่แข่ง
  • Qualcomm ปฏิเสธที่จะขายชิปให้ผู้ผลิตมือถือ หากบริษัทนั้นๆ ไม่จ่ายค่าต๋งให้กับพวกเขา

อย่างไรก็ดี หาก Which? ชนะคดีขึ้นมา ทาง Qualcomm ก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินเกือบๆ 500 ล้านปอนด์ ซึ่งแม้ว่าสำหรับเราๆ จะดูเหมือนเป็นจำนวนที่เยอะมากๆ แต่ถ้ามองในมุมของ Qualcomm แล้ว ตัวเลขนี้ถือว่าน้อยมากๆ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดของปี 2020 ที่ผ่านมา เพียงแค่ 2.8% เท่านั้น

 

ที่มา: engadget | CNBC

 

from:https://droidsans.com/qualcomm-faces-fine-almost-500-million-pounds-responsible-price-hike/

Apple จับ BOE เซ็นสัญญาผลิตจอ OLED ให้กับ iPhone 12 หลังคุณภาพผ่านมาตรฐานแล้ว

บริษัทที่รับผิดชอบผลิตหน้าจอ OLED ให้กับ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นของ Apple ตอนนี้คือ Samsung และ LG ตกหล่นชื่อของ BOE อีกหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการหน้าจอไป เนื่องจากเทคโนโลยีจอ OLED ของพวกเขายังไม่ผ่านมาตรฐานของ Apple แต่แล้วล่าสุด BOE ก็ทำสำเร็จ สามารถก้าวข้ามอุปสรรคดังกล่าวได้ เตรียมเป็นผู้ผลิตจอ OLED รายที่สามให้กับ Apple มีลุ้นลากยาวไปถึง iPhone 12s (หรือ iPhone 13) เลย

แหล่งข่าวรายงานว่าตอนนี้ Apple ได้ยอมให้ BOE เป็นผู้ผลิตจอ OLED ให้กับพวกเขาแล้ว แต่น่าเสียดายที่จะจำกัดอยู่เพียงแค่รุ่น Refurbished เท่านั้น ส่วนรุ่นปกติยังคงเป็น Samsung และ LG เจ้าเก่าเจ้าเดิมอยู่ ทว่าในส่วนนี้ทาง BOE เองก็จัดตั้งโรงงานขึ้นมาใหม่ใน Mianyang สำหรับทดลองผลิตจอ OLED ให้กับ iPhone รุ่นปี 2021 โดยเฉพาะ

โดย BOE ได้จับมือร่วมกับ General Interface Solution (GIS) บริษัทในเครือของ Foxconn เพื่อช่วยกันพัฒนาและผลิตหน้าจอ OLED ให้กับ iPhone รุ่นต่อไปของ Apple นั่นเอง ก่อนหน้านี้ทั้งสองก็เคยแท็กทีมกันแล้วหนึ่งรอบ แต่ก็ต้องอกหักเนื่องจากจอ OLED ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมา ยังไม่ผ่านมาตรฐานของ Apple นั่นเอง

ปัจจุบันคนที่รับผิดชอบหลักๆ ในการผลิตจอ OLED ให้กับ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากไม้เบื่อไม้เมาอย่าง Samsung นั่นเอง ในส่วน LG จะผลิตให้เฉพาะรุ่น iPhone 12 และ iPhone 12 Pro เท่านั้น

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ไม่แน่ปีนี้ Apple อาจไว้ใจ BOE ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตหน้าจอ OLED หลายหลักของพวกเขาแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า เทคโนโลยี OLED ของ BOE แทบจะเทียบเคียงกับทางฝั่งสองยักษ์ใหญ่จากแดนกิมจิแล้ว 

อย่างไรก็ตาม จากข่าวลือก่อนหน้าที่บอกว่า iPhone 2021 รุ่น Pro จะเลือกใช้หน้าจอที่มากับ LTPO 120Hz นั้น เหมือนคนผลิตน่าจะยังคงเป็น Samsung และ LG เหมือนเดิมนะ ส่วน BOE น่าจะเข้ามาแบ่งเบาภาระในรุ่นปกติและรุ่นเล็กไซส์ mini แทน

 

ที่มา: phonearena

from:https://droidsans.com/boe-oled-technology-apple-approved/

ผู้บริหาร Apple Music ยืนยัน ไม่มีแผนทำโมเดลแบบฟังฟรี ติดโฆษณา

Elena Segal ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายธุรกิจเพลงทั่วโลกของแอปเปิล ได้ให้ข้อมูลต่อสมาชิกสภาอังกฤษ ร่วมกับตัวแทนจาก Spotify และ Amazon ซึ่งมีคำตอบที่น่าสนใจหลายประเด็น

โดยในคำถามว่าแอปเปิลจะให้บริการ Apple Music เป็นตัวเลือกที่ฟรีแล้วติดโฆษณาหรือไม่ Segal บอกว่าบริษัทไม่คิดว่ารายได้จากโฆษณาจะมากพอ สำหรับการสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมดนตรี อีกทั้งจะมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวที่แอปเปิลให้คุณค่าด้วย รวมทั้งบอกว่าแอปเปิลมั่นใจว่าได้ให้ผลตอบแทนตอนนี้กับศิลปินมากกว่ารายอื่น

ส่วนโมเดลการแบ่งรายได้ของการฟังเพลงสตรีมมิ่งนั้น แอปเปิลบอกว่ากำลังศึกษาแนวทางอื่นจากปัจจุบันเป็นการจ่ายตามอัตราการถูกฟัง โดยอาจมองในมุมฝั่งลูกค้าที่เป็นผู้ฟังมากขึ้น

ที่มา: iMore

Apple Music

from:https://www.blognone.com/node/121364

ซัพพลายเออร์ของ Apple เตรียมผลิตพาเนล Mini-LED ภายใน มี.ค. 2021 คาดใช้กับ iPad Pro เป็นรุ่นแรก

ข่าวลือเกี่ยวกับ Mini-LED ที่ Apple เตรียมจะนำมาใช้งานกับอุปกรณ์ของตัวเอง ลากยาวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุดดูเหมือนจะใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ตามรายงานของ DIGITIMES ระบุว่า Ennostar ที่เป็นบริษัทซัพพลายเออร์ เตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิตแผงหน้าจอแบบใหม่ดังกล่าวภายในเดือนมีนาคม 2021 เพื่อนำไปใช้กับ iPad Pro เป็นรุ่นแรก

ข้อมูลข้างต้นจาก DIGITIMES สอดคล้องกับข่าวลือที่บอกว่า iPad Pro จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2021 มีด้วยกัน 2 ขนาด คือ หน้าจอ 11 นิ้ว และหน้าจอ 12.9 นิ้ว มีโอกาสสูงมาก ๆ ที่จะเป็นผลิตภัณฑ์แรกจาก Apple ที่ได้ประเดิมใช้พาเนล Mini-LED เป็นแบ็กไลต์ ต่อจากนั้นอาจตามมาติด ๆ ด้วย MacBook Pro ขนาด 14 นิ้ว และขนาด 16 นิ้ว

ในภาพรวมของเทคโนโลยีแล้ว พาเนล Mini-LED ไม่ได้แตกต่างไปจาก IPS LCD มากเท่าไหร่นัก ทั้งคู่ทำงานโดยอาศัยการส่องแสงจากแหล่งกำเนิด ผ่านเลเยอร์ที่เป็นชั้นผนึกเหลวเพื่อเปลี่ยนให้เป็นสีสันต่าง ๆ ตามต้องการ แต่สิ่งที่ Mini-LED เหนือกว่า คือ จำนวนหลอดไฟแบ็กไลต์ จากเดิมที่มีหลักสิบ คราวนี้อาจมีหลักร้อย หรือมากที่สุดอาจถึงหลักพัน ทำให้รองรับการหรี่แสงแบบโซนหลาย ๆ จุด เพื่อเพิ่มคอนทราสต์ให้กับการแสดงผล ภาพจะดูมีมิติ แสงและเงาสมจริงมากยิ่งขึ้น แถมยังมีระดับความสว่างที่มากขึ้นและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิมด้วย เพราะไม่มีวัสดุอินทรีย์เป็นส่วนประกอบนั่นเอง

นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกด้วยว่า Apple มีความสนใจที่จะนำ micro-LED มาใช้กับอุปกรณ์สวมใส่ อย่างเช่น Apple Watch และอาจรวมถึง iPhone ในอนาคตด้วย แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ฝั่ง micro-LED นั้นจะคล้ายกับ OLED มากกว่าครับ

 

ที่มา : DIGITIMES จาก GSMArena

from:https://droidsans.com/apple-supplier-start-manufacturing-mini-led-for-ipad-pro/