คลังเก็บป้ายกำกับ: ANTITRUST

Alibaba โดนรัฐบาลจีนสั่งปรับเป็นเงินเกือบ 2 หมื่นล้านหยวน ข้อหาผูกขาดตลาด

Alibaba หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน (รวมถึงในโลก) ได้ถูกรัฐบาลจีนบ้านเกิด สั่งปรับเป็นจำนวนเงินกว่า 1.82 หมื่นล้านหยวน หลังจากพบว่า Alibaba ได้ละเมิดกฎต่อต้านการผูกขาดของจีน เยอะกว่าที่จีนเคยปรับ Qualcomm ในกรณีเดียวกันถึง 3 เท่า

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รัฐบาลจีนได้ออกมาเดินหน้าสอบสวน Alibaba บริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศของตัวเอง ว่ามีพฤติกรรมที่มีแนวโน้มว่าผูกขาดตลาดหรือเปล่า หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แบบหนาหูว่า Alibaba นั้นกีดกันไม่ให้พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าของตนเองไปขายบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ของ Alibaba ซึ่งการกระทำแบบนี้ ถือว่าขัดต่อกฎระเบียบข้อบังคับของจีนอย่างชัดเจน

การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ Alibaba โดนใบสั่งค่าปรับแบบอ่วม ๆ กว่า 1.82 ล้านหยวน หรือแปลงเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 8.76 หมื่นล้านบาทแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหลังจากนี้ Alibaba จำเป็นต้องลดพฤติกรรมผูกขาดตลาดนี้ รวมไปถึงส่งรายงานยืนยันกับรัฐบาลจีน ว่าพวกเขาไม่มีพฤติกรรมนี้แล้วตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

ในส่วนนี้ทาง Alibaba ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ออกมาแถลงว่า พวกเขายอมจ่ายค่าปรับแต่โดยดี พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมให้ดีขึ้น

โดยมูลค่าค่าปรับ 1.82 หมื่นล้านหยวน (คิดเป็น US Dollar ที่ 2.8 พันล้านเหรียญ) ที่ Alibaba โดนในครั้งนี้ แม้ว่ามองเผิน ๆ แล้วจะเป็นตัวเลขที่เยอะมาก ๆ แต่ถ้าพิจารณาจากรายงานของบริษัท (เฉพาะในจีน) ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมา พบว่าคิดเป็นเพียงแค่ 4% ของทั้งหมดเท่านั้น… หรือถ้าเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ก็ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะช่วงนั้น Alibaba กวาดกำไรไปทั้งหมดถึง 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

ที่มา: The Verge

from:https://droidsans.com/alibaba-fined-antitrust-behaviour/

รัฐบาลจีนสั่งปรับ Alibaba 1.8 ข้อหาผูกขาดอีคอมเมิร์ซ 1.8 หมื่นล้านหยวน บริษัทบอกน้อมรับ

หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของประเทศจีน (State Administration for Market Regulation ตัวย่อ SAMR) สั่งปรับเงิน Alibaba ในข้อหาผูกขาด เป็นเงินสูงถึง 1.8 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 8.7 หมื่นล้านบาท)

SAMR เริ่มสอบสวน Alibaba ในข้อหาผูกขาดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 หลังรัฐบาลจีนสั่งเบรกแผนการ IPO ของ Ant Group บริษัทในเครือเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 และได้ข้อสรุปว่า Alibaba ใช้อำนาจเหนือตลาด (market dominance) ในทางมิชอบ กีดกันไม่ให้ผู้ค้ารายย่อยไปขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายอื่น ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย และพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015

Alibaba ระบุว่ายอมรับคำตัดสินของ SAMR และยินดีปฏิบัติตามทุกประการ

ที่มา – Reuters, Alibaba

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122128

FTC ยอมแพ้ ไม่ยื่นฏีกา Qualcomm ข้อหาผูกขาดตลาดชิปโมเด็มสมาร์ทโฟน

หลังคณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐ (Federal Trade Commission หรือ FTC) ยื่นฟ้อง Qualcomm ในปี 2017 ด้วยข้อหาผูกขาดตลาดชิปโมเด็มสมาร์ทโฟน โดยใช้เทคนิคด้านค่าค่าไลเซนส์สิทธิบัตร เพื่อกีดกันผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ให้ใช้ชิปของคู่แข่ง

คดีนี้ Qualcomm ถูกศาลชั้นต้นตัดสินว่าผิดจริงในเดือนมิถุนายนปี 2019 ก่อน Qualcomm จะยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสิน ยกคำร้อวของ FTC ในเดือนตุลาคมปี 2020

ล่าสุด FTC ออกแถลงการณ์ อ้างอิง Rebecca Kelly Slaughter รักษาการประธานคณะกรรมการด้านการค้า ระบุจะไม่ส่งคดีนี้ฟ้องศาลสูงสหรัฐ (supreme court) ต่อ เนื่องจากกรรมาธิการประสบกับแรงต้านพอสมควร (“…significant headwinds facing the Commission in this matter…”) พร้อมระบุว่าทีมกฎหมายของ FTC ทำงานได้ดีแล้ว ส่วน FTC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดต่อไป

ฝั่ง Don Rosenberg ที่ปรึกษาทั่วไปด้านกฎหมายของ Qualcomm ระบุว่า Qualcomm ลงทุนกับการค้นคว้าวิจัยไปกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อคิดค้นเทคโนโลยีที่ผู้คนหลายพันล้านใช้งานทั่วโลก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทต้องรักษาแรงจูงใจพื้นฐานในการคิดค้นและแข่งขัน

การยุติคดีครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของ Qualcomm ในการต่อสู้คดีความที่ลากยาวมาถึง 4 ปี และน่าจะส่งผลต่อการพัฒนาชิปโมเด็มทั้ง 4G และ 5G ที่ Qualcomm จะได้เปรียบตลาดต่อไป

ที่มา – FTC via Android Central

from:https://www.blognone.com/node/121948

Google ออกกฎใหม่ ยอมลดค่าคอมมิชชันลงเหลือ 15% สำหรับผู้พัฒนาที่ทำรายได้ไม่เกิน 1 ล้าน USD ต่อปี

Google เล็งออกกฎข้อบังคับใหม่ ยอมตัดสินใจลดค่าคอมมิชชั่นสำหรับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ทำรายได้จากการขายแอป และสินค้าภายในแอปไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี จากเดิม 30% เหลือเพียง 15% เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นการลดค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นรายย่อยใน Play Store ที่มีจำนวนมากถึง 99% เลยทีเดียว

Google ได้ออกมาให้ข้อมูลในบล็อกผู้พัฒนาเกี่ยวกับการลดค่าคอมมิชชั่นจากการขายแอป และสินค้าภายในแอปเหลือเพียง 15% (สำหรับผู้พัฒนาที่ทำรายได้ไม่เกิน 1 ล้าน USD ต่อปี) เพื่อให้ผู้พัฒนารายย่อยได้รับมีได้เพิ่มเติม และสามารถนำเงินที่ได้ไปต่อยอดกับแอปพลิเคชั่นของตัวเอง ซึ่งสาเหตุที่ Google เลือกตั้งเพดานรายได้จากแอปไว้ที่ 1 ล้านดอลลาร์ ก็มาจากการปรึกษากับ Partner ต่าง ๆ ของ Play Store แล้วได้คำตอบว่า ขนาดผู้พัฒนาแอปที่มีรายได้ 2 ล้าน USD, 5 ล้าน USD หรือแม้กระทั่ง 10 ล้าน USD ต่อปี แอปของพวกเขาก็ยังไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้มั่นคงเท่าที่ควร

การเปลี่ยนราคาคอมมิชชันของ Google ในครั้งนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับที่ Apple ทำเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ด้วยการลดราคาค่าคอมมิชชั่นจากแอปเหลือเพียง 15% สำหรับผู้พัฒนาที่ทำรายได้ไม่เกิน 1 ล้าน USD ต่อปี แต่มีความต่างอยู่ที่ว่า Apple จะทำการเก็บค่าคอมมิชชั่นทั้งหมด 30% ทันทีที่ผู้พัฒนาทำรายได้เกิน 1 ล้าน USD ในขณะที่ Google จะเก็บค่าคอมมิชชัน 30% เฉพาะรายได้ส่วนที่เกินมาจาก 1 ล้าน USD เท่านั้น

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว เหตุการณ์เรื่อง Anti-trust และเรื่องค่าคอมมิชชั่นอันไม่เป็นธรรมของ 2 ร้านค้าแอปที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Apple App Store และ Google Play Store ได้เป็นประเด็นถกเถียงกันมาค่อนข้างนานพอสมควร ซึ่งก็มาเริ่มปะทุเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งหลังจากที่ Epic Games ออกมาตบหน้า Apple ด้วยการชักชวนผู้ใช้งานให้ไปซื้อค่าเงิน V-Bucks ในเกม Fortnite ผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ได้ผ่าน App Store โดยตรง ซึ่งเป็นการละเมิดกฎโดยตรงตามข้อบังคับของ App Store ทำให้ Apple ต้องตัดสินใจเอาเกม Fortnite ออกจาก App Store

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็เกิดเป็นชนวนให้ผู้พัฒนาหลายรายออกมาเรียกร้องโดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือเผยความไม่เป็นธรรมเรื่องการเก็บค่าคอมมิชชั่นจากการขายแอปพลิเคชัน และสินค้าในแอปพลิเคชั่น (IAP) เป็นจำนวนถึง 30% ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนมากพอสมควร สร้างความไม่พอใจให้กับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันมากมาย เพราะให้ความรู้สึกเหมือน Google และ Apple ได้กำไรไปฟรี ๆ จากน้ำพักน้ำแรงของผู้พัฒนาทั้งรายใหญ่ และอิสระ

โดยหลังจากที่ทาง Google เผยข้อมูลเรื่องการลดค่าคอมมิชชั่นเหลือ 15% ได้ไม่นาน ทาง Epic Games ก็ออกมาให้ความเห็นว่าถึงแม้ว่าการกระทำของ Google ในครั้งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้พัฒนาก็จริง แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงได้ เพราะผู้พัฒนาทุกคนก็ต้องใช้งานช่องทางการจ่ายเงินของ Google อยู่ดี ทั้ง ๆ ที่ระบบปฏิบัติการ Android  ควรจะเป็นแพลตฟอร์มที่มีอิสระภาพอย่างเต็มที่

ถึงแม้ว่าข่าวนี้อาจจะไม่ได้เป็นข่าวดีสำหรับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันระดับท็อปของวงการอย่าง Epic Games หรือ Tencent ที่ทำรายได้เกิน 1 ล้าน USD ต่อปี อย่างสบาย ๆ แต่การลดค่าคอมมิชชันถึง 15% ให้กับผู้พัฒนารายย่อยที่มีจำนวนถึง 99% บน Play Store ถือว่าเป็นการลดรายได้ของ Google อยู่มากโขเลยทีเดียว โดยข้อตกลงที่กล่าวมาทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2021 เป็นต้นไป ส่วนการกระทำนี้จะสร้างความเชื่อใจให้กับผู้พัฒนา หรือจะช่วยให้ Google และ Apple รอดพ้นจากการฟ้องร้อง Anti-trust ได้หรือไม่ ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ

 

Source: AndroidDeveloper Via XDA-Developer

from:https://droidsans.com/google-issued-new-regulation-decrease-half-of-the-original-iap-comissions/

[Bloomberg] อาลีบาบาสร้าง Taobao Deals มินิแอปใน WeChat คู่แข่งโดยตรง ลดแรงกดดันผูกขาดตลาด

จากประเด็นอาลีบาบาโดนรัฐบาลจีนกดดันหนัก โดยเฉพาะประเด็นผูกขาดตลาด ล่าสุด Bloomberg รายงานว่าอาลีบาบายอมสร้างมินิแอปอีคอมเมิร์ซของตัวเองหรือ Taobao Deals แอปต่อรองราคาในแพลตฟอร์ม WeChat ของ Tencent ซึ่งเป็นคู่แข่งของอาลีบาบาโดยตรง และยอมให้ลูกค้าชำระเงินผ่านช่องทาง WeChat Pay ได้ เพื่อลดแรงเสียดทางผูกขาดตลาดอีคอมเมิร์ซ

การให้ลูกค้าชำระเงินผ่าน Wechat Pay นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะทั้งอาลีบาบาและ Tencent ต่างก็พยายามสร้าง ecosystem ของตัวเอง โดยอาลีบาบาได้ชื่อว่าเป็นรายใหญ่ในอีคอมเมิร์ซ ส่วน Tencent ก็เป็นรายใหญ่ในบริการดิจิทัล ซึ่งหลังๆ ต่างก็มีบริการที่คาบเกี่ยวกันหลายอย่าง เช่นมินิแอปใน WeChat ที่ให้ร้านค้าเข้ามาขายของได้ หรืออาลีบาบาก็มี Alipay แข่งขันตรงๆ กับ WeChat Pay เป็นต้น

ตอนนี้อาลีบาบากำลังโดนรัฐบาลจีนกดดันทุกทาง ตั้งแต่สั่งระงับการเข้า IPO ของ Ant Group, สั่งให้มีการสืบสวนกรณีผูกขาดตลาด, โดนกดดันให้ถอนหุ้นสื่อในมือ และกรณีล่าสุดคือ UC Browser ของอาลีบาบาถูกแบน ซึ่งคาดว่าเป็นคำสั่งรัฐบาล

No Description

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/121751

Facebook ตอบโต้ FTC คดีผูกขาดโซเชียล ยืนยันซื้อ WhatsApp, Instagram เป็นผลดีต่อทุกคน

เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2020 คณะกรรมการการค้าของสหรัฐ หรือ Federal Trade Commission (FTC) ยื่นฟ้อง Facebook ในข้อหาผูกขาดตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ค ขอให้ศาลสั่งแยก WhatsApp และ Instagram ออกมาเป็นอีกบริษัท

วันนี้ Facebook ตอบโต้ด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลให้ถอนคดีนี้ โดยเสนอเหตุผลหักล้าง FTC ในหลายประเด็น เช่น FTC ไม่สามารถแสดงหลักฐานว่า Facebook ขึ้นราคาหรือจำกัดปริมาณสินค้า, ไม่มีหลักฐานว่าการซื้อ WhatsApp และ Instagram เป็นการทำลายการแข่งขันจริง เป็นต้น

Facebook ยืนยันว่าการซื้อ WhatsApp และ Instagram เป็นผลดีต่อการแข่งขัน เป็นผลดีต่อผู้ลงโฆษณา และเป็นผลดีต่อผู้ใช้งาน การที่บริการของบริษัทได้รับความนิยมสูง เป็นเพราะได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

ที่มา – Facebook

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121631

หน่วยกำกับดูแลอังกฤษสอบสวนแอปเปิล ถึงเงื่อนไข App Store ไม่เป็นธรรมต่อนักพัฒนาหรือไม่

หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหราชอาณาจักร (Competition and Markets Authority หรือ CMA) ประกาศกำลังสอบสวนแอปเปิล หลังมีการร้องเรียนเข้ามาว่า ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับนักพัฒนาแอปลง App Store นั้นไม่เป็นธรรม และไม่เอื้อให้เกิดการแข่งขันทางการค้า ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าเสียโอกาสในการซื้อและใช้แอป

กฎของแอปเปิลข้อหนึ่งที่นักพัฒนามองว่าเป็นปัญหาคือ นักพัฒนาต้องใช้ระบบการชำระเงินในแอปของแอปเปิล และโดนหักค่าคอมมิชชั่น 30% ในการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด ซึ่งในการสอบสวนครั้งนี้ของ CMA นอกจากจะดูเรื่องค่าคอมมิชชั่นแล้ว ยังสอบสวนไปถึงเรื่องที่แอปเปิลแจกจ่ายแอปบน iPhone ให้กับลูกค้าชาวอังกฤษอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่ ตัวอย่างเช่น Spotify ฟ้องว่าแอปเปิลแสดงแอปสตรีมมิ่งเพลงของตัวเองมากกว่า เป็นต้น

การฟ้องแอปเปิลผูกขาดเริ่มเป็นประเด็นใหญ่จาก Epic ที่โจมตีการหักส่วนแบ่งของแอปเปิลมาโดยตลอด ล่าสุดก็ทาง Epic ก็ฟ้องร้องแอปเปิลข้อหาผูกขาดไปในหลายประเทศแล้ว ซึ่งแอปเปิลก็พยายามผ่อนปรนกฎด้วยการหักธุรกิจรายเล็กเพียง 15% แทน

No Description

ที่มา – The Register, CMA

from:https://www.blognone.com/node/121539

แอปเปิลถูกนักพัฒนาฟ้องผูกขาดจากฟีเจอร์ Sign in with Apple เพราะผู้ใช้เปลี่ยนค่ายไม่ได้

ฟีเจอร์ Sign in with Apple ถูกปล่อยออกมาบน iOS 13 เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเช่นอีเมล ซึ่งแอปเปิลก็บังคับให้แอปบน App Store ต้องเพิ่มตัวเลือกนี้เข้าไปคู่กับ ตัวเลือกล็อกอินด้วย Google, Facebook หรือ Twitter

ล่าสุดกระทรวงยุติธรรมเริ่มสอบสวนคำร้องจากนักพัฒนาที่ยื่นฟ้องตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าแอปเปิลใช้อิทธิพลเหรือ App Store บีบให้ใช้งาน Sign in with Apple ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานไม่มีทางเลือกที่จะย้ายไปใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (เพราะข้อมูลไม่ซิงก์และผูกอยู่กับแค่ Apple ID)

ที่มา – The Information via Macrumors

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121354

Epic Games ขยายวง ยื่นฟ้องร้อง Apple ผูกขาดในสหภาพยุโรป

ต่อเนื่องจากการฟ้องร้องในสหรัฐ, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร ล่าสุด Epic Games ขยายวงของคดีความไปยังสหภาพยุโรปแล้ว

Epic Games ยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการทั่วไปด้านการแข่งขันของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission’s Directorate-General for Competition) ในข้อหาคล้ายกันคือผูกขาด App Store และปิดกั้นกระบวนการชำระเงิน เป็นการใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ผิดในสหภาพยุโรป

Epic ยังแสดงจุดยืนคล้ายเดิมว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่าง Apple vs Epic แต่เป็นกลุ่มนักพัฒนาและลูกค้าที่ถูกบีบให้ใช้งานช่องทางการโหลดแอปและใช้จ่ายภายในแอปเพียงช่องทางเดียว และ Epic ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายจากการฟ้องร้องเช่นเดิม

ที่มา – Epic Games

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121234

จีนออกแนวทางแก้ผูกขาด ห้ามแพลตฟอร์มใหญ่บังคับร้านค้าเลือกขายของบนเว็บใดเว็บหนึ่งเท่านั้น

หน่วยงานของรัฐจีนที่ทำหน้าที่ควบคุมตลาดหรือ State Administration for Market Regulation (SAMR) ออกแนวทางกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ของจีน ป้องกันการผูกขาด หนึ่งในแนวทางคือห้ามไม่ให้แพลตฟอร์มใหญ่ บังคับร้านค้าต้องเลือกขายในเว็บใดเว็บหนึ่งเท่านั้น

พฤติกรรมดังกล่าวมีให้เห็นมานานแล้วในวงการอีคอมเมิร์ซของจีน และ SAMR สืบสวนอาลีบาบาเมื่อเดือนธันวาคม 2020 ว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งแนวทางกำกับดูแลใหม่นี้กระทบอาลีบาบาเต็มๆ เพราะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใหญ่ทั้ง Taobao และ Tmall

รัฐบาลจีนในช่วงนี้มีความพยายามจะควบคุมบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ในจีนโดยเฉพาะฟินเทค ช่วงต้นปี 2021 จีนได้ทำการสืบสวน Ant Group เจ้าของอาลีบาบา หลังสั่งเบรค IPO ของ Ant Group บริษัทลูกอาลีบาบา ที่คาดว่ามาจากความไม่พอใจที่แจ๊ค หม่าวิจารณ์กฎหมายจีน

นอกจากนี้ธนาคารกลางของจีนเตรียมเพิ่มมาตรการในกฎหมายต้านการผูกขาด พุ่งเป้าที่บริการเพย์เมนต์ที่ไม่ได้มาจากธนาคารโดยตรง กระทบ Alipay หรือ WeChat Pay เต็มๆ

alt="Alibaba"

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/121070