คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID_TV

Google TV และ Android TV มีอุปกรณ์ใช้งาน 110 ล้านเครื่อง, เตรียมเพิ่มฟีเจอร์สมาร์ทโฮม-ฟิตเนส

Rob Caruso ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ Google TV ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Protocol เผยสถิติและทิศทางในอนาคตดังนี้

  • ตอนนี้มีอุปกรณ์ที่ใช้งาน Android TV + Google TV ประมาณ 110 ล้านเครื่อง มีแบรนด์สินค้าร่วมสนับสนุน 250 แบรนด์ (นับรวมทั้งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ทีวี และผู้ให้บริการเคเบิล/ทีวีแบบเสียเงิน)
  • มุมมองของกูเกิลคือผลักดันให้ใช้ Google TV ในระยะยาว (ในทางเทคนิคคือ Android TV + UI ครอบจากกูเกิล) แต่ก็ยังสนับสนุน Android TV ต่อไปเช่นเดิม
  • การใช้งานฟีเจอร์ Universal Search และ Discovery ต้องได้รับคำยินยอมจากบริการสตรีมมิ่งแต่ละตัวด้วย เช่น Netflix ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ Google TV สามารถเพิ่มรายการหนัง-ซีรีส์ลงใน watchlist ของระบบ
  • กูเกิลสนใจพัฒนาฟีเจอร์ควบคุมสมาร์ทโฮม และฟีเจอร์ด้านฟิตเนสให้ Google TV โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้
  • ตอนนี้ Google TV รองรับวิดีโอคอลล์ Duo ตั้งแต่ปี 2020 และสนใจรองรับตัวอื่นเพิ่ม ตัวเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้คือ Zoom

ที่มา – Protocol

from:https://www.blognone.com/node/126725

7 ปีแล้ว…ยังได้ไปต่อ NVIDIA ปล่อยอัปเดต Android TV 11 ให้ SHIELD TV ทุกรุ่น – ย้อนหลังไปถึงรุ่นแรก

NVIDIA ประกาศออกอัปเดต SHIELD Experience 9.0 บนพื้นฐาน Android TV 11 ให้อุปกรณ์ตระกูล SHIELD TV ทุกรุ่น ย้อนหลังกลับไปจนถึงรุ่นแรกสุดของปี 2558 ซึ่งมีอายุอานามรวม 7 ปีเข้าไปแล้ว สำหรับคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามามีด้วยกันหลายส่วน ทั้งฟังก์ชันสั่งงาน Google Assistant ด้วยเสียงผ่าน Gboard โคเดก aptX สำหรับลำโพงหรือหูฟัง Bluetooth และฟีเจอร์ใหม่ที่พ่วงมากับแอปหลาย ๆ ตัว

นอกจากนี้ NVIDIA ยังแสดงให้เห็นว่า บริษัทฯ ต้องการผลักดัน GeForce NOW RTX 3080 ที่เป็นบริการเล่นเกมผ่านระบบคลาวด์ โดยการเพิ่มการรองรับการแสดงผล HDR พร้อมความละเอียด 4K เข้าไปด้วย เพื่อให้เล่นเกมได้เต็มอรรถรสไปอีกขั้น ส่วนคุณสมบัติน่าสนใจอื่น ๆ ที่พ่วงมากับ Android TV 11 คือ ตัวเลือกอนุญาตให้สิทธิ์การเข้าถึงของแอปเพียงครั้งเดียว สำหรับปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

SHIELD Experience 9.0 ถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ในรอบหลายปี เพราะ NVIDIA ไม่เคยปล่อย Android TV 10 ออกมา ซึ่ง Android TV 11 ถือเป็นเวอร์ชันล่าสุด ณ ปัจจุบันของฝั่ง Android TV แล้ว

 

ที่มา : NVIDIA

from:https://droidsans.com/nvidia-shield-tv-android-tv-11-update/

NVIDIA ออกอัพเดต Android 11 ให้ Shield TV ทุกรุ่น, เครื่องรุ่นแรกได้อัพเดตนาน 7 ปีแล้ว

NVIDIA ออกซอพต์แวร์อัพเดต Shield Experience เวอร์ชัน 9.0 ให้กับอุปกรณ์ตระกูล Shield TV ทุกรุ่น (รวมถึง Shield รุ่นแรกที่ออกในปี 2015 เท่ากับได้อัพเดตนานถึง 7 ปี!)

การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการ Android TV 11 (แม้ยังไม่ใช่ Android TV 12 แต่ก็ยังไม่มีกล่องรุ่นไหนได้อัพเกรด) เพราะ NVIDIA ตัดสินใจไม่อัพเกรด Android 10 ให้กับ Shield เลย ทำให้การอัพเดตรอบนี้ถือเป็นการอัพเกรดระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่ในรอบหลายปีของ Shield

ของใหม่อย่างอื่นคือการอัพเดตแอพ Gboard, รองรับหูฟังบลูทูธที่เป็น aptX รวมถึงการอัพเดตเวอร์ชันแอพสตรีมหนังหลายๆ ตัว เช่น IMDb TV, Apple TV, Google Play Movies & TV, iQiyi เป็นต้น

No Description

ที่มา – NVIDIA, Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/126688

Xiaomi TV Stick รุ่นใหม่ – อัปเกรดความละเอียดเป็น 4K มาพร้อม Android TV 11 และรองรับ AV1

Xiaomi ออก Xiaomi TV Stick รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ มีการเปลี่ยนทั้งวิธีการตั้งชื่อและโลโก้บนตัวสินค้าให้สอดคล้องเป็นไปตามแนวทางของบริษัทฯ โดยมีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ อัปเกรดความละเอียดการแสดงผลภาพจาก 1080p มาเป็น 4K เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง เช่น Chromecast with Google TV หรือ Amazon Fire TV Stick 4K พร้อมระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยกว่าเก่าจาก Android TV 9 มาเป็น Android TV 11

เดิมที Mi TV Stick นั้นมีรุ่นท็อปที่รองรับความละเอียดระดับ 4K อยู่แล้ว แต่ Xiaomi TV Stick จะเข้ามาแทนที่ในรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาถูกกว่า แม้ยังไม่มีการประกาศราคา แต่สื่อต่างประเทศเดาว่า คงอยู่ที่ 54.99 เหรียญเท่าเดิม ส่วนในไทยของ 1,490 บาท

Xiaomi TV Stick ได้เพิ่มคุณสมบัติถอดรหัสวิดีโอ AV1 ในตัว ขยับหน่วยความจำขึ้นเป็น 2GB แต่สตอเรจยังให้มา 8GB เท่าเดิม ซีพียูใช้ Cortex-A35 จำนวน 4 แกน ไม่ระบุรุ่นที่ชัดเจน แต่จากข่าวลือคาดว่าน่าจะเป็น S905Y4 ของ Amlogic ความเปลี่ยนแปลงอย่างสุดท้ายคือ อัปเกรดเวอร์ชัน Bluetooth จาก 4.2 เป็น 5

from:https://droidsans.com/xiaomi-tv-stick-4k-android-tv-11/

Xiaomi ออก Xiaomi TV Stick รุ่นใหม่ 4K, ใช้ Android TV 11, รองรับ AV1

Xiaomi ออกอุปกรณ์เสียบทีวีรุ่นใหม่ Xiaomi TV Stick 4K มาแบบเงียบๆ โดยไม่มีประกาศข่าว แต่ขึ้นข้อมูลผลิตภัณฑ์บนหน้าเว็บแล้ว

Xiaomi TV Stick 4K ถือเป็นรุ่นอัพเกรดของ Mi TV Stick (สังเกตว่าสินค้ารุ่นใหม่ไม่มีคำว่า Mi ตามนโยบายแบรนด์แบบใหม่ ที่ใช้คำว่า Xiaomi อย่างเดียว ไม่มีคำว่า Mi อีกต่อไป) โดยฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญก็ตามชื่อคือ รองรับภาพความละเอียด 4K

สเปกอย่างอื่นคือ ซีพียูควอดคอร์ Arm Cortex-A53 ไม่ระบุรุ่น (คาดว่าเป็น Amlogic S905Y4), จีพียู Mali-G31 MP2, แรม 2GB, สตอเรจ 8GB, ระบบปฏิบัติการ Android TV 11 และรองรับการถอดรหัสวิดีโอ AV1 ที่ตัวฮาร์ดแวร์

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลราคาและวันวางขายของ Xiaomi TV Stick 4K แต่คาดว่าน่าจะขายในราคาเท่าเดิมคือ 54.99 ดอลลาร์ หรือราคาไทยคือ 1,490 บาท

No Description

ที่มา – Xiaomi via XDA

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126370

TCL ระงับการขายทีวีระบบ Google TV ชั่วคราว หลังซอฟต์แวร์มีปัญหา ทำเครื่องหน่วงและพบบั๊ก

TCL เป็นผู้ผลิตทีวีรายที่สองของโลกต่อจาก Sony ที่เปิดตัวทีวีในระบบปฏิบัติการ Google TV ออกมาขายในตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม แต่ดูเหมือนการเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นไปได้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก เมื่อมีลูกค้าจำนวนมากที่ซื้อทีวี TCL รุ่น 5-Series และ 6-Series ไป รายงานถึงปัญหาด้านซอฟต์แวร์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงบั๊กอื่น ๆ จนทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจระงับการจำหน่ายในสหรัฐฯ ชั่วคราว

Best Buy เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวของ TCL ในอเมริกา ตอนนี้ทีวีทั้งสองซีรีส์ดังกล่าวถูกปิดไม่ให้สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้แล้ว ซึ่ง TCL เองก็ออกมายอมรับตรง ๆ ว่า 5-Series และ 6-Series มีปัญหาตามที่ลูกค้าร้องเรียนเข้ามากับทางร้านจริง ๆ เลยสั่งพักการขายเอาไว้ก่อน โดยบริษัทฯ กำลังเร่งแก้ไขข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์อยู่ หากเสร็จเมื่อไหร่จะมีเฟิร์มแวร์ออกมาให้อัปเดตและจะนำทีวีกลับมาวางขายในร้านตามเดิมอีกครั้งหนึ่ง

อนึ่ง Google TV เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับทีวีตัวใหม่จาก Google เปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับ Chromecast with Google TV แต่ Android TV ของเดิมก็ยังมีการพัฒนาอยู่ควบคู่กันไป และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็พึ่งได้รับการอัปเกรดปรับหน้าตาให้คล้ายคลึงกับ Google TV ด้วย

 

ที่มา : 9to5Google

from:https://droidsans.com/tcl-stop-selling-google-tv-software-issue/

Omni Remotes: Model P รีโมทรักษ์โลกสำหรับ Android TV ใช้งานยาวแบตไม่มีวันหมด เพราะชาร์จด้วยแสงอาทิตย์

ทุกวันนี้อุปกรณ์ประเภท Android TV ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะความหลากหลายของคอนเท้นต์ที่มีให้เลือกดูกันแบบจมหู แถมมันยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ มาอำนวยความสะดวกอีกตรึม ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานด้วยเสียงจากตัวรีโมท, รีโมทที่มีปุ่มเข้าแอปที่ต้องการได้ทันที ฯลฯ ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยแบตเตอรี่ที่จะหมดไวกว่ารีโมททีวีปกติ…แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อเราหันมาใช้ Model P รีโมทสำหรับ Android TV ที่ไม่ต้องคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่เลย เพราะมันใช้พลังงานแสงอาทิตย์นั่นเอง

Omni Remotes บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากจีนประกาศเปิดตัวรีโมทสำหรับใช้กับ Android TV หรือ Set Top Box โดยรีโมทดังกล่าวรองรับทั้งการสั่งการผ่าน Infrared และระบบ Bluetooth สำหรับ Android TV ทั้งหลาย ซึ่งรวมไปถึงการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ด้วย

ปกติแล้วทีวีสำหรับ Android TV จะกินแบตเตอรี่มากกว่ารีโมททีวีทั่วไปเนื่องจากมันสั่งงานผ่าน Bluetooth ในขณะที่รีโมททีวีทั่วไปสั่งงานผ่านแสง Infrared ซึ่งกินพลังงานน้อยกว่า ทำให้เราต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรีโมทของ Android Box หรือ Android TV บ่อยกว่านั่นเอง

และสำหรับรีโมท Model P ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรีโมท Android TV ทั่วไปเลย มีปุ่มสำหรับเข้าแอปยอดนิยมทั้ง Netflix, YouTube, Amazon Prime, Disney+ รวมถึงปุ่มเรียก Google Assistant ด้วย แต่ความพิเศษของมันอยู่ที่แผงโซล่าเซลล์ในตัว ทำให้มันสามารถใช้งานได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีสิ้นสุด (จนกว่ารีโมทจะพัง)

โดย Omni Remotes เคลมว่ามันต้องการแค่การชาร์จไฟจากแสงสว่างภายในบ้านเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ก็สามารถใช้งานได้ยาวถึง 4 เดือน (ในกรณีที่ตัวรีโมทไม่โดนแสงอีกเลย) หมายความว่าหากเราวางรีโมทเอาไว้ในห้องที่มีการเปิดไฟ หรือมีแสงจากภายนอกเข้ามาตามปกติ เจ้า Model P ก็จะใช้งานได้ตลอดเวลานั่นเอง

แค่วางไว้ให้โดนแสงมันก็ชาร์จแบตไปเองเรื่อย ๆ

ก่อนหน้านี้ก็มี Samsung เจ้านึงแล้วที่ใช้รีโมท TV สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านโซล่าเซลล์ได้ แต่อันนั้นจะใช้ได้เฉพาะกับทีวี QLED ของ Samsung ที่เปิดตัวในปี 2021 เท่านั้น ในขณะที่ Model P เป็นรีโมท Bluetooth และ Infrared แบบ Universal ที่สามารถใช้งานกับ Android TV และ Set Top Box ได้หลากหลายรุ่น

แต่ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาว่าอยู่ที่เท่าไหร่ และจะใช้กับอุปกรณ์รุ่นไหนได้บ้างครับ…ก็นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดค่าถ่าน (ถ้าราคาไม่แรงมาก) แถมยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไม่ต้องคอยเปลี่ยนถ่านอยู่เรื่อย ๆ ด้วย

 

ที่มา : Omni Remotes

from:https://droidsans.com/model-p-solar-powered-smart-tv-remote-control/

Android TV 12 ออกตัวจริง, ยังไม่ประกาศแผนปล่อยอัพเดตให้สินค้าของกูเกิลเอง

กูเกิลออก Android TV 12 ตัวจริงมาแบบเงียบๆ

ของใหม่ใน Android TV 12 ได้แก่ ระบบจัดการสิทธิเข้าถึงไมโครโฟนและกล้องจาก Android 12 (ถ้าไมโครโฟนหรือกล้องกำลังทำงาน จะมีสัญลักษณ์บอก), รองรับการวาดหน้า UI แบบ 4K, แอพบนทีวีรองรับ text scaling ตามการตั้งค่าของผู้ใช้, รองรับมาตรฐาน HDMI CEC 2.0 เป็นต้น

ตอนนี้ Android TV 12 ยังมีให้ใช้เฉพาะบนกล่องสำหรับนักพัฒนา ADT-3 เท่านั้น และยังไม่ชัดเจนว่ากูเกิลจะนำไปใช้กับ Google TV ที่เป็น UI ครอบในเวอร์ชันของตัวเอง เมื่อไร โดยเว็บไซต์ 9to5google ให้ข้อมูลว่า Chromecast with Google TV ยังใช้ฐานเป็น Android TV 10 และยังไม่ได้อัพเกรดเป็น Android TV 11 ด้วยซ้ำ

ที่มา – Google, 9to5google

from:https://www.blognone.com/node/126152

6 แอนดรอยทีวี 4K HDR ภาพสวยคมดูหนังเพลินทั้งวัน เริ่ม 8,990 บาทเอง!

แอนดรอยทีวีดีๆ ตอนนี้หาซื้อได้ง่าย ได้ดูจอ 4K HDR10+ แล้วนะ!

androidtv cover

ถ้าในวันหยุดใครมีหนังที่อยากดูยาวๆ หรือมีคลิปแคสเกมที่อยากดูชิลๆ ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน อย่างไรผู้เขียนก็แนะนำให้มีแอนดรอยทีวีสักเครื่องเอาไว้นั่งดูแบบจอใหญ่สะใจ ไม่ต้องเพ่งในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้ปวดตา และถ้าใครมีเครื่องเกมคอนโซลอย่าง PlayStation 4, PlayStation 5, Nintendo Switch ก็หยิบมาต่อทีวีแล้วเล่นเกมได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลว่าต่อแล้วจะใช้ได้ไหมและบางรุ่นก็มีฟีเจอร์เอื้อกับการเล่นเกมเสริมเข้ามาอีกด้วย

Advertisementavw

ส่วนคำถามว่าทำไมต้องเป็นแอนดรอยทีวี? นั่นเพราะทีวีประเภทนี้จะติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android เอาไว้ จึงติดตั้งแอพฯ สตรีมมิ่งยอดนิยมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amazon Prime Video, Disney+ Hotstar, iQiYi ฯลฯ เอาไว้ดูได้มากมาย รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง Wi-Fi หรือ LAN ก็ได้ และบางรุ่นก็มีฟีเจอร์อย่าง Chromecast รองรับการ Cast คลิปจากสมาร์ทโฟนขึ้นไปยังทีวีได้ด้วย ดังนั้นถ้ามีติดห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนเอาไว้ก็มีประโยชน์อย่างแน่นอน

แอนดรอยทีวี

6 แอนดรอยทีวี 4K HDR น่าซื้อมาติดห้องนั่งเล่น อัพเดทความบันเทิงให้เต็มอิ่ม

ปัจจุบันแอนดรอยทีวีสักเครื่องราคาไม่ได้แพงมากแล้ว หลายๆ รุ่นก็ราคาถูกพร้อมฟีเจอร์ดีๆ เสริมเข้ามาให้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตจากประเทศจีนที่เข้ามาทุ่มตลาดด้วยทีวีฟีเจอร์ล้นแต่ราคาไม่แพงมาก บางแบรนด์อาจจะไม่คุ้นหูนักแต่ก็มีผู้ให้บริการหลังการขายในประเทศไทยทั้งหมด โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. Xiaomi Mi TV P1 (8,990 บาท)
  2. Hisense 43E7G (9,050 บาท)
  3. COOCAA 50S6G PRO (9,799 บาท)
  4. TCL 43H6000A (9,990 บาท)
  5. SKYWORTH 55SUC7500  (17,990 บาท)
  6. Sony KD-43X75 (18,600 บาท)
1. Xiaomi Mi TV P1 (8,990 บาท)

mi

Xiaomi Mi TV P1 เรียกว่าเป็นสมาร์ททีวีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เข้ามาสร้างกระแสฮือฮาในหมู่ผู้ใช้ที่มีสินค้ารอบตัวเป็น Mi Ecosystem และบริษัทในเครืออย่างมาก เนื่องจากฟีเจอร์เด่นของทีวีรุ่นนี้คือ มี MEMC (Motion Estimation, Motion Compensation) เป็นระบบแทรกเฟรมภาพเพิ่มเข้าไปในวิดีโอด้วยชิปในทีวี, ความละเอียดระดับ 4K HDR10+ และ Dolby Vision รวมทั้งขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 ทำให้สีสันบนหน้าจอสวยและแม่นยำ ระบบเสียงรองรับ Dolby Audio, DTS-HD มี Chromecast ในตัวสามารถส่งภาพจากหน้าจอมือถือขึ้นไปทีวีได้ทันที และมี Google Assistant ในตัว ทำให้สั่งทีวีคุมอุปกรณ์ Smart Home ชิ้นอื่นๆ ในบ้านได้เพียงแค่นั่งหน้าทีวีเท่านั้น

ทีวีรุ่นนี้จะมีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10+ พร้อม HLG รองรับ Dolby Vision ส่วน MEMC อยู่ที่ระดับ UHD 60 Hz ติดตั้งลำโพงคู่สเตอริโอ กำลังขับ 10+10 วัตต์ รองรับ Dolby Audio และ DTS-HD ให้คุณภาพเสียงคมชัด ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 10 ในตัว มี ROM 16GB, RAM 2GB สามารถติดตั้งแอพฯ อื่นๆ เพิ่มเติมได้ รองรับ Wi-Fi 5 GHz และ Bluetooth 5.0 ที่ตัวเครื่องมีพอร์ต HDMI x 3 ช่อง รองรับ eARC x 1 ช่อง, USB 2.0 x 2, AV x 1, LAN x 1, Optical audio x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, DVB-T2 x 1 จัดเป็นแอนดรอยทีวีรุ่นแรกที่ราคาไม่แพงเกินไปแต่ฟีเจอร์ให้มาเต็มเครื่อง

สเปคของ Xiaomi Mi TV P1
  • ทีวีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10+, HLG รองรับ Dolby Vision มี MEMC ระดับ UHD 60 Hz
  • ติดตั้ง Chromecast ไว้ในตัวเพื่อแชร์หน้าจอมือถือขึ้นทีวีได้
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ กำลังขับ 10+10 วัตต์ รองรับ Dolby Audio และ DTS-HD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 มี ROM 16GB, RAM 2GB
  • มีพอร์ต HDMI x 3 ช่อง รองรับ eARC x 1 ช่อง, USB 2.0 x 2, AV x 1, LAN x 1, Optical audio x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, DVB-T2 x 1
  • รองรับ Wi-Fi 5 GHz และ Bluetooth 5.0
  • ราคา 8,990 บาท (Mi Store)
2. Hisense 43E7G (9,050 บาท)

60b756c2Nbf21f2f1.jpgq70

Hisense ก็เป็นแบรนด์แอนดรอยทีวีที่ได้ทั้งความคุ้มค่าและสเปคเกินตัวอีกแบรนด์ไม่แพ้กับ Xiaomi เลยทีเดียว โดยฟีเจอร์เด่นหลักๆ ของ Hisense 43E7G นอกจากความละเอียดสูง 4K UHD HDR10+ แล้ว ยังมี Ultra Dimming เพิ่มลดแสงจัดในภาพให้เหมาะสม ช่วยให้ภาพบนจอทีวีดูสมจริงยิ่งขึ้นและรองรับ Dolby Vision พร้อม Sport&Game Mode ที่ลดความหน่วงของภาพเคลื่อนไหวเร็วอย่างเกมหรือกีฬาลง ทำให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น และรองรับ Screen Share ที่แชร์ภาพหน้าจอมือถือขึ้นมาหน้าจอคอมได้ด้วย

สเปคของ Hisense 43E7G ตัวนี้มีขนาดจอ 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10+ มีฟีเจอร์ Ultra Dimming, Dolby Vision และเทคโนโลยี Precision Color ที่ทาง Hisense พัฒนาเองเพื่อให้สีสันสวยและแม่นยำขึ้น ติดตั้งลำโพง 12+12 วัตต์ รองรับ Dolby Audio, DTS Virtual:X ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 9.0 มาให้ รองรับการติดตั้งแอพฯ สตรีมมิ่งต่างๆ เพิ่มเติม มี Chromecast ในตัว รองรับการแชร์ภาพจากหน้าจอมือถือขึ้นทีวีได้ทันที เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 GHz และ Bluetooth 5.0 ได้ มีพอร์ต HDMI x 3, USB x 2, Optical x 1, DVB-T2 x 1, RJ 45 LAN x 1 ด้วย ซึ่งถ้าใครอยากได้แอนดรอยทีวีเอาไว้ต่อเครื่องเกมคอนโซลก็แนะนำให้ดู Hisense รุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Hisense 43E7G
  • ทีวีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10+ รองรับ Dolby Vision มี Sport&Game Mode
  • ติดตั้ง Chromecast ไว้ในตัวเพื่อแชร์หน้าจอมือถือขึ้นทีวีได้
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ กำลังขับ 12+12 วัตต์ รองรับ Dolby Audio, DTS Virtual:X
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0
  • มีพอร์ต HDMI x 3, USB x 2, Optical x 1, DVB-T2 x 1, LAN x 1
  • รองรับ Wi-Fi 5 GHz และ Bluetooth 5.0
  • ราคา 9,050 บาท (Hisense Shopee Mall)
3. COOCAA 50S6G PRO (9,799 บาท)

coocaa

เชื่อว่าหลายๆ คนไม่คุ้นหูแบรนด์ COOCAA อย่างแน่นอน แต่จริงๆ แล้วแบรนด์นี้ผลิตแอนดรอยทีวีที่ดี คุณภาพสวนทางกับราคาออกมาเป็นระยะๆ เช่น COOCAA 50S6G ตัวนี้ที่เลือกมาแนะนำ ไม่ว่าจะราคาค่าตัวเท่ากับแอนดรอยทีวีแบรนด์อื่นๆ แต่ขนาดหน้าจอทีวีขยายขึ้นไป 50 นิ้วแล้วและดีไซน์กรอบบางและรองรับการแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนขึ้นทีวีได้เหมือนกัน เรียกว่าใครขอคุ้มๆ จ่ายน้อยๆ มาดูแบรนด์นี้เอาไว้ก่อนได้เลย

สเปคของ COOCAA 50S6G จะเป็นแอนดรอยทีวีขนาด 50 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10+ ดีไซน์หน้าจอกรอบบาง ทำให้มีพื้นที่ในการมองเห็นสุดกรอบ ติดตั้งลำโพงกำลังขับ 10+10 วัตต์ รองรับ Dolby Audio ส่วนระบบปฏิบัติการในทีวีเป็น Android 10 มี ROM 32GB, RAM 2GB สามารถติดตั้งแอพฯ สตรีมมิ่งต่างๆ ได้เยอะขึ้น รองรับการแชร์ภาพจากหน้าจอมือถือขึ้นทีวีได้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 2.4 GHz รองรับ Bluetooth ในตัว มีพอร์ต HDMI x 3, USB x 2, LAN x 1, AV x 1, DVB-T2 x 1 ซึ่งถ้าใครอยากได้ทีวีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สักตัวขนาดใหญ่ๆ เอาไว้ดูหนังตอนวันหยุดล่ะก็ แนะนำให้ดู COOCAA ตัวนี้ไว้ได้เลย และมีศูนย์บริการในประเทศไทยรองรับแล้วด้วย

สเปคของ COOCAA 50S6G
  • ทีวีขนาด 50 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10+ ดีไซน์ขอบบางสุดกรอบ
  • รองรับการแชร์หน้าจอมือถือขึ้นทีวีได้
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ กำลังขับ 10+10 วัตต์ รองรับ Dolby Audio
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 มี ROM 32GB, RAM 2GB
  • มีพอร์ต HDMI x 3, USB x 2, LAN x 1, AV x 1, DVB-T2 x 1
  • รองรับ Wi-Fi 2.4 GHz และ Bluetooth 
  • ราคา 9,799 บาท (COOCAA JD Central)
4. TCL 43H6000A (9,990 บาท)

tcl

ชื่อของ TCL นั้นน่าจะคุ้นหูคนไทยบางกลุ่มขึ้นมาบ้างแล้วด้วยชื่อชั้นความแข็งแรงทนทาน ใช้งานหลายปีไม่พังง่าย และ TCL 43H6000A รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นคุณภาพสำหรับคนหาแอนดรอยทีวีไว้ดูหนังสักตัว โดยฟีเจอร์เด่นคือ Rich Color Expansion ที่ TCL พัฒนาเองเพื่อให้สีสันบนหน้าจอสวยเข้มสมจริงยิ่งขึ้นและมี Micro Dimming แยกโซนแล้วปรับความสว่างหน้าจอแยกโซนกันให้ความสว่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในห้อง รองรับการแชร์หน้าจอมือถือขึ้นทีวีด้วย MagiConnect ที่ทาง TCL พัฒนาเองและ Chromecast และรองรับ AI-IN เมื่อเชื่อมต่อทีวีเข้ากับอินเตอร์เน็ตของที่บ้านผ่าน Google Home แล้วเราสามารถสั่งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทุกชิ้นในบ้านผ่านทีวีได้เลย

สเปคทีวีตัวนี้เป็นจอขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10 ดีไซน์กรอบบาง ติดตั้งลำโพง 9.5+9.5 วัตต์มาให้ รองรับ Dolby Audio ให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 9.0 มาให้ มี Google Assistant ในตัว รองรับ Wi-Fi, Bluetooth มีพอร์ต HDMI x 2, USB x 1, AV x 1, DVB-T2 x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, S/PDIF x 1, LAN x 1 มาแบบครบเครื่อง จัดเป็นแบรนด์ทีวีที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน สเปคมาครบๆ แนะนำให้ดูตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ TCL 43H6000A
  • ทีวีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10 ดีไซน์ขอบบางสุดกรอบ
  • รองรับการแชร์หน้าจอมือถือขึ้นทีวีได้ด้วย MagiConnect, Chromecast
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ กำลังขับ 9.5+9.5 วัตต์ รองรับ Dolby Audio
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 
  • มีพอร์ต HDMI x 2, USB x 1, AV x 1, DVB-T2 x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, S/PDIF x 1, LAN x 1
  • รองรับ Wi-Fi และ Bluetooth 
  • ราคา 9,990 บาท (Siamnano Shopee)
5. SKYWORTH 55SUC7500  (17,990 บาท)

skyworth

SKYWORTH 55SUC7500 นั้นเป็นอีกแบรนด์ที่หลายๆ คนอาจจะเห็นผ่านสื่อและเว็บไซต์ต่างๆ เป็นระยะๆ ว่าเป็นทีวีที่เป็น Android 10 รุ่นแรกๆ ของประเทศไทย ดีไซน์ขอบหน้าจอบางและใส่ชุดคำสั่งบีบอัดแบนด์วิธวิดีโอ AV1 มาให้พร้อมชิป Chameleon Extreme 2.0 ให้สีสันบนหน้าจอสมจริงยิ่งขึ้น มี Google Assistant สั่งการทำงานทีวีได้ทั้งเครื่องรวมทั้งรองรับการสั่งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในบ้านผ่านทีวีได้และมี Game Mode ให้ภาพไหลลื่นขึ้น มี Chromecast รับการแชร์ภาพจากหน้าจอจากสมาร์ทโฟนได้ด้วย

สเปคของ SKYWORTH รุ่นนี้มีขนาดหน้าจอ 55 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10 ดีไซน์กรอบบางพิเศษ มีลำโพงรองรับ Dolby Audio และ DTS Trusuround ให้คุณภาพเสียงดีและหนักแน่นพร้อมปรับเพิ่มลดความดังเสียงโดยอัตโนมัติ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 10 มาให้มี ROM 32GB, RAM 2GB สามารถติดตั้งแอพฯ สำหรับดูรายการสตรีมมิ่งได้เยอะขึ้น มีพอร์ต HDMI 2.0 x 3, USB 2.0 x 3, S/PDIF x 1, AV x 1, LAN x 1 เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4 GHz และ Bluetooth 5.0 ได้ด้วย ซึ่งถึงราคาจะสูงขึ้นมาบ้างแต่คุณภาพและฟีเจอร์ที่ใส่มาให้เรียกว่าน่าสนใจทีเดียว

สเปคของ SKYWORTH 55SUC7500
  • ทีวีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10 ดีไซน์ขอบบางสุดกรอบ
  • มี Chromecast รองรับการแชร์จอมือถือขึ้นทีวี, มีชุดคำสั่ง AV1 บีบอัดไฟล์หนัง
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ รองรับ Dolby Audio และ DTS Trusurround
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 มี ROM 32GB, RAM 2GB
  • มีพอร์ต HDMI 2.0 x 3, USB 2.0 x 3, S/PDIF x 1, AV x 1, LAN x 1
  • รองรับ Wi-Fi 2.4 GHz และ Bluetooth 5.0
  • ราคา 17,990 บาท (SKYWORTH Shopee Mall)
6. Sony KD-43X75 (18,600 บาท)

sony

ขึ้นชื่อว่า Sony แล้ว เรื่องความบันเทิงไม่ว่าจะเครื่องเล่นเกมคอนโซลหรือทีวีเรียกว่าไว้ใจได้แน่นอน ซึ่งแอนดรอยทีวีรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะเป็นรุ่น Sony KD-43X75 ที่ราคาพอเข้าถึงได้ไม่ยาก แต่มีฟีเจอร์น่าสนใจอย่างชิป 4K Processor X1 ช่วยจัดการภาพบนหน้าจอให้สวยงาม มีฟีเจอร์ Motionflow XR 200 ติดตั้งมาให้พร้อมชิป 4K X-Reality PRO เพิ่มความสวยงามคมชัดกว่าเดิมและมี Chromecast ในตัว รองรับการแชร์ภาพหน้าจอจากมือถือขึ้นทีวีได้ทันที

สเปคทีวีรุ่นนี้ของ Sony มีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10, HLG ติดตั้งลำโพง Full-range แบบ 10+10 วัตต์มาให้ รองรับ Dolby Audio ด้วย ช่วยให้ได้อรรถรสเวลาดูหนังหรือเล่นเกมยิ่งขึ้น ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android มาให้ มี ROM 16GB ไว้ติดตั้งแอพฯ สตรีมมิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมได้ รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 GHz และ Bluetooth 4.2 ด้วย รอบตัวมีพอร์ต HDMI x 3 มีช่อง ARC, USB x 2, Composite x 1, S/PDIF x 1, LAN x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1 จัดเป็นแอนดรอยทีวีรุ่นที่ดีไม่แพงเกินไปสำหรับคนที่ไว้ใจเชื่อถือชื่อชั้น Sony มากรุ่นหนึ่ง

สเปคของ Sony KD-43X75
  • ทีวีขนาด 43 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD HDR10, HLG มีชิป 4K Processor X1, Motionflow XR 200, 4K X-Reality PRO
  • มี Chromecast รองรับการแชร์จอมือถือขึ้นทีวี
  • ลำโพงคู่สเตอริโอ 10+10 วัตต์ รองรับ Dolby Audio
  • ระบบปฏิบัติการ Android มี ROM 16GB
  • มีพอร์ต HDMI x 3 มีช่อง ARC, USB x 2, Composite x 1, S/PDIF x 1, LAN x 1, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1
  • รองรับ Wi-Fi 5 GHz และ Bluetooth 4.2
  • ราคา 18,600 บาท (LCD TV Thailand Shopee)

สรุปสเปคแอนดรอยทีวี 6 รุ่นสุดคุ้มน่าจัด มีตัวไหนน่าโดนบ้าง?

จะเห็นว่าแอนดรอยทีวีในปัจจุบันนี้ราคาไม่แพงมากและหาซื้อได้ง่าย ถ้ามีติดห้องนั่งเล่นเอาไว้ก็ช่วยให้ดูหนังฟังเพลงได้อรรถรสยิ่งขึ้นหรือจะต่อเครื่องเล่นเกมคอนโซลไว้เล่นเกมก็ได้ ถ้าสรุปสเปคจะเป็นดังนี้

สเปคแอนดรอยทีวี ขนาด, ความละเอียดหน้าจอและฟีเจอร์ ลำโพง ระบบปฏิบัติการ การเชื่อมต่อ ราคา
Xiaomi Mi TV P1 43″ 4K UHD
HDR10+
HLG

Chromecast

10+10 วัตต์

Dolby Audio

DTS-HD

Android 10

ROM 16GB

RAM 2GB

HDMI x 3
(eARC x 1)

USB 2.0 x 2

AV x 1

LAN x 1

Optical audio x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

DVB-T2 x 1

Wi-Fi 5 GHz

Bluetooth 5.0

8,990 บาท
Hisense 43E7G 43″ 4K UHD
HDR10+
Dolby Vision

Sport&Game Mode

Chromecast

12+12 วัตต์

Dolby Audio

DTS Virtual:X

Android 9.0 HDMI x 3

USB x 2

Optical x 1

DVB-T2 x 1

LAN x 1

Wi-Fi 5 GHz

Bluetooth 5.0

9,050 บาท
COOCAA 50S6G PRO 50″ 4K UHD
HDR10+

รองรับการแชร์
จอมือถือขึ้นทีวี

10+10 วัตต์

Dolby Audio

Android 10

ROM 32GB

RAM 2GB

HDMI x 3

USB x 2

LAN x 1

AV x 1

DVB-T2 x 1

Wi-Fi 2.4 GHz

Bluetooth

9,799 บาท
TCL 43H6000A 43″ 4K UHD
HDR10

MagiConnect

Chromecast

9.5+9.5 วัตต์

Dolby Audio

Android 9.0 HDMI x 2

USB x 1

AV x 1

DVB-T2 x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

S/PDIF x 1

LAN x 1

Wi-Fi

Bluetooth

9,990 บาท
SKYWORTH 55SUC7500 43″ 4K UHD
HDR10

Chromecast

ชุดคำสั่ง AV1

ลำโพงสเตอริโอ

Dolby Audio

DTS Trusurround

Android 10

ROM 32GB

RAM 2GB

HDMI 2.0 x 3

USB 2.0 x 3

S/PDIF x 1

AV x 1

LAN x 1

Wi-Fi 2.4 GHz

Bluetooth 5.0

17,990 บาท
Sony
KD-43X75
43″ 4K UHD
HDR10+
HLG

4K Processor X1

Motionflow XR 200

4K X-Reality PRO

Chromecast

10+10 วัตต์

Dolby Audio

Android 10

ROM 16GB

HDMI x 3
(มีช่อง ARC)

USB x 2

Composite x 1

S/PDIF x 1

LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Wi-Fi 5 GHz

Bluetooth 4.2

18,600 บาท

สำหรับคนที่คิดจะซื้อแอนดรอยทีวีเครื่องใหม่มาใช้ที่บ้านนั้น จากที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะเป็นทีวีรุ่นเริ่มต้นที่ราคาไม่แพงมาก และเป็นรุ่นเริ่มต้นที่น่าจะตอบโจทย์การใช้งานของใครหลายๆ คนได้แล้ว แต่ทีวีกับพีซีจะมีสิ่งที่เหมือนกันคือ ถ้าเราลงทุนกับมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีฟีเจอร์น่าสนใจเพิ่มขึ้น บางรุ่นก็เป็นทีวีที่รองรับระบบระบบเสียงคุณภาพสูง, มีช่อง eARC HDMI ช่วยให้เล่นเกมคอนโซลแล้วภาพลื่นนวลตายิ่งกว่าเดิม ฯลฯ ซึ่งทีวีบางตัวราคาอาจจะเหยียบหลักครึ่งแสนหรือหลักแสนเลยก็ได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับโจทย์ของแต่ละคนเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

prestige cover

lol cover

g435 cover

from:https://notebookspec.com/web/623692-6-android-tv-4k-hdr

กูเกิลปล่อยอัพเดตมือถือ Android ใช้เป็นรีโมท Google TV ได้แล้ว ใช้พิมพ์รหัสผ่านบนทีวีได้

กูเกิลปล่อยฟีเจอร์ให้สมาร์ทโฟน Android ใช้เป็นรีโมทควบคุม Android TV/Google TV ได้ (ประกาศตอน Google I/O 2021 แต่เพิ่งปล่อย)

ฟีเจอร์นี้จะถูกฝังมาในตัว OS ใช้ได้โดยไม่ต้องลงแอพรีโมท วิธีใช้งานคือเพิ่มปุ่มรีโมทใน Quick Settings หรือจะเรียกผ่านแอพ Google TV ก็ได้เช่นกัน นอกจากการควบคุมปุ่มบนหน้าจอแล้ว ยังสามารถพิมพ์ข้อความในมือถือ เช่น ค้นหาชื่อหนังหรือกรอกรหัสผ่าน ซึ่งสะดวกกว่าการเลือกข้อความบนทีวีได้ด้วย

กูเกิลบอกว่าจะทยอยปล่อยฟีเจอร์นี้ในเร็วๆ นี้

ที่มา – Google

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/124929