คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

Xiaomi ประกาศพร้อมวางจำหน่าย Mi Mix 3 Forbidden City รุ่นพิเศษ RAM 10GB ในเดือนธันวาคมนี้

 

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Mix 3 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์กล้องหน้าสไลด์ขึ้น และหน้าจอไร้ขอบไร้รอยบาก

นอกจากนี้ Xiaomi ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Mi Mix 3 Forbidden City ออกมาพร้อมกันด้วย โดยมีดีไซน์สุดพรีเมียมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังต้องห้ามของประเทศจีน แต่ยังไม่มีการการเผยวันวางจำหน่ายออกมา

Mi Mix 3 Forbidden City

ล่าสุด Xiaomi ได้ประกาศเตรียมวางจำหน่าย Mi Mix 3 Forbidden City ที่ประเทศจีนในเดือนธันวาคมนี้ แต่ยังไม่มีการระบุวันที่จะจำหน่าย ซึ่งต้องรอรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สำหรับ Mi Mix 3 Forbidden City มีดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังต้องห้ามของประเทศจีน โดยสื่อถึงความลึกลับและอำนาจผ่านสัตว์ในตำนานของจีนอย่างกิเลน

ตัวเครื่องเป็นโลหะสีน้ำเงินเข้มครอบทับด้วยกระจกเงาวาว พิมพ์ลายกิเลนสีทองไว้ที่ด้านหลัง บรรจุในแพ็คเกจลวดลายกินเลนสุดพรีเมียม โดยในแพ็คเกจยังมีแท่นชาร์จไร้สาย เคส และฟิกเกอร์กิเลนสีทองมาให้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี Xiaomi Mi Mix 3 Forbidden City มีสเปกโดยรวมที่เหมือนกับ Mi Mix 3 ยกเว้นในส่วนของ RAM ที่จัดเต็มมาให้ถึง 10GB โดยมีหน่วยความจำภายในขนาด 256GB และราคาอยู่ที่ 4,999 หยวน หรือประมาณ 23,750 บาท

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-announces-mi-mix-3-forbidden-city-edition-will-go-on-sale-in-december/

Advertisements

หลุดภาพเรนเดอร์ ASUS Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 พร้อมสเปก ก่อนเปิดตัว 11 ธ.ค.นี้

 

ASUS มีแผนที่จะเปิดตัว Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล Zenfone Max Series ที่ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 11 ธันวาคม ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์และสเปกของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

Roland Quandt หรือ @rquandt จอมปล่อยข่าวลือและภาพหลุดสมาร์ทโฟนชื่อดังได้โพสต์ภาพเรนเดอร์พร้อมสเปกเต็มของ Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 บนเว็บไซต์ winfuture 

โดยเผยให้เห็นตัวเครื่องที่มีดีไซน์คล้ายกัน แตกต่างกันตรงที่ Zenfone Max Pro M2 มีรอยบากที่เล็กกว่ารุ่น Max M2 และด้านหลังของ Max Pro M2 ทำจากกระจกและมีน้ำหนักเบา ขณะที่ด้านหลัง Max M2 ใช้วัสดุที่ทำจากโลหะ

Zenfone Max Pro M2

สำหรับสเปกของ Zenfone Max Pro M2 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซลในอัตราส่วน 19.5:9 และมีรอยบากหรือ Notch อยู่ตรงกลางด้านบน 

ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 660, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card

ติดตั้งกล้องหลังคู่ โดยกล้องหลังเซ็นเซอร์ Sony IMX486 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh

ส่วน Zenfone Max M2 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซลในอัตราส่วน 19.5:9 และมีรอยบากหรือ Notch อยู่ตรงกลางด้านบน เหมือนรุ่น Max Pro M2

ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 636, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card

ติดตั้งกล้องหลังคู่ โดยกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องรองยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา ส่วนความละเอียดของกล้องหน้าเซลฟี่ และขนาดความจุแบตเตอรี่ก็ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาเช่นกัน

ทั้งนี้  Zenfone Max M2 และ Zenfone Max Pro M2 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ 

ที่มา : Gizmochina

 

from:http://mobileocta.com/asus-zenfone-max-m2-and-pro-m2-specs-and-images-leak/

เกม Pokemon GO เตรียมอัพเกรดเพิ่มโหมด PVP จะต่อสู้กันเองได้แล้ว

เกม Pokemon GO ดูเหมือนว่าจะกลับมาคืกคักเป็นพิเศษเพราะการมาของ Pokemon Let’s Go Pikachu และ Pokemon Let’s Go Eevee เพราะมันสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนตัว Pokemon กันกับเกม Pokemon GO ได้ ทำให้มีคนกลับไปไล่จับกันใหม่อีกรอบ

และทำให้ทีมผู้สร้างอาจจะเห็นโอกาสในการเพิ่มโหมดใหม่ให้กับเกม Pokemon GO อีกครั้งหลังจากเงียบไปนาน เพราะล่าสุด twitter อย่างเป็นทางการของเกมได้ปล่อยภาพบอกใบ้ว่าจะมีการเปิดโหมด VS หรือโหมดต่อสู้กันของเหล่าเทรนเนอร์ มาให้เล่นโดยเป็นภาพของตัวละครในเกม Pokemon GO ในลานประลอง ที่ใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือโหมด PVP  Player Vs Player คาดว่าจะมีการอัพเกรดให้เร็วๆนี้แน่

เกม Pokemon Let’s Go Pikachu และ Pokemon Let’s Go Eevee

ข่าว: เกม Pokemon GO เตรียมอัพเกรดเพิ่มโหมด PVP จะต่อสู้กันเองได้แล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/12/01/vs-player-coming-to-pokemon-go.html

เปิดสเปค Asus Zenfone Max M2 และ Pro M2 สองรุ่นใหม่จาก Asus

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลของสมาร์ทโฟนรุ่น Asus Zenfone Max M2 และ Asus Zenfone Max Pro M2 ได้ปรากฏขึ้นในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีการเปิดข้อมูลสเปคและภาพออกมาจากเว็บ WinFuture แล้วแต่ยังไม่เป็นทางการและยังไม่ครบ โดยมันยังคงไม่มีอะไรที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วๆไปมากนัก ยังคงมีรอยบาก และที่สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง ทั้งสองรุ่น โดยมันจะเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ Asus เตรียมเปิดตัวในเร็วๆนี้แน่

สเปค Asus Zenfone Max M2

  • มาพร้อมชิป Snapdragon 636
  • แรม 4GB
  • กล้องยังไม่ระบุข้อมูลออกมา

สเปค Asus Zenfone Max Pro M2

  • Snapdragon 660
  • แรม 4GB
  • จอ 6 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 ที่มีอัตราส่วน 19.5: 9
  • กล้องหลักเลนส์คู่ความละเอียด 12MP + 5MP กล้องหน้ายังไม่เปิดข้อมูล
  • แบตคาดว่ามีความจุมากถึง 5,000 mAh

ข่าว: เปิดสเปค Asus Zenfone Max M2 และ Pro M2 สองรุ่นใหม่จาก Asus มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/12/01/asus-zenfone-max-m2-and-pro-m2-specs.html

ชมคลิปชัดๆ ZTE nubia X สมาร์ทโฟน 2 หน้าจอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

นอกจากรูบนหน้าของที่จะมาแทนรอยบากแล้ว สมาร์ทโฟน 2 หน้าจอ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่จะมาเป็นแนวทางใหม่ในการสร้างสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดตัว nubia X สมาร์ทโฟน 2 หน้าจอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และหลังจากเปิดให้จองก็ทำขายถล่มทลาย 100,000 เครื่องใน 57 วินาที เท่านั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดตัวยังไม่มีคลิปการใช้งานสองหน้าจอ ออกมาโชว์ให้เห็นจนล่าสุดมีการปล่อยคลิปโชว์ลูกเล่นหน้าจอที่ 2 ที่อยู่ด้านหลัง ที่เป็นหน้าจอที่กลมกลืนกับฝาหลังของ nubia X แบบไม่บอกไม่รู้ว่ามันมีหน้าจอที่สองอยู่ โดยนอกจากสวยงามแล้วเรายังใช้งานเพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้องด้านหลังได้ด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ว่ามันจะขายดีแต่ค่าย nubia ยังไม่มีการทำตลาดใตไทยอย่างเป็นทางการก็ต้องรอลุ้นว่าจะมีการนำ nubia X เข้ามาขายด้วยหรือไม่

สเปคของ Nubia X

 

  • หน้าจอหลักสัดส่วน 93.6% จอด้านหน้าเป็น LCD มีความละเอียด FHD + (1080 x 2280 พิกเซล) มีขนาดใหญ่ขนาด 6.26 นิ้วที่มีอัตราส่วน 19: 9
  • จอรองที่ด้านหลัง 5.1 นิ้ว แบบ OLED และมีอัตราส่วน 19: 9 ความละเอียด HD + (720 x 1520)
  • ใช้ชิป Snapdragon 845
  • แรม 6GB หรือ 8GB
  • ความจุ 64 GB – 256GB
  • ไม่มีกล้องหน้า เพราะคุณสามารถใช้หน้าจอด้านหลังเพื่อมองภาพได้
  • กล้องเลนส์คู่มีความละเอียด 16MP ที่มีรูรับแสง f / 1.8 ในขณะอีกเลนส์ 24MP f / 1.7 มีคุณสมบัติการรับรู้ภาพ AI และระบบโฟกัสอัตโนมัติ PDAF
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,800 mAh
  • มาพร้อม Android 8.1 Oreo
  • ไม่มีช่องหูฟังแบบ 3.5 ม.ม.
  • ZTE nubia X ราคาเริ่มต้น 6GB / 64GB 473 เหรียญ รุ่น 8GB / 128GB ราคา 530 เหรียญ และรุ่น 8GB / 256GB ราคา 602 เหรียญ

 

ข่าว: ชมคลิปชัดๆ ZTE nubia X สมาร์ทโฟน 2 หน้าจอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/12/01/zte-nubia-x-unveiled-with-two-screens-2.html

รีวิว OPPO R17 Pro แค่เรื่องกล้อง กับเรื่องชาร์จ ก็สุดยอดแล้ว!

สมาร์ทโฟนที่โชว์การพัฒนาในระดับสุดยอดอีกหนึ่งรุ่นครับ สำหรับการอัพเดทเทคโนโลยีชุดใหญ่ที่ OPPO ใส่เข้ามาให้ R17 Pro ตัวนี้

เรียกว่ากระโดดเด้งมาจากรุ่นก่อนหน้าชัดเจนเหลือเกิน โดยเฉพาะในด้านของ “กล้อง” และเทคโนโลยี “การชาร์จเร็ว” จริงๆ ถ้าจะยกประเด็นหลักที่เป็นจุดขายของ OPPO R17 Pro ที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดแบบชัดเจน ก็เป็นสองเรื่องนี้แหละครับ แถมเป็นเรื่องที่สำคัญมากทั้งสองเรื่องเลยด้วย

 

อย่างที่รู้กัน OPPO R17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนกล้องหลังสามตัวเครื่องแรกของทาง OPPO แต่มันพิเศษตรงกล้องหลังของมันนั้นไม่เหมือนกับใครเลยครับ มันเป็นเทคโนโลยีใหม่แกะกล่องที่เรียกว่าระบบ TOF (Time of flight) หรือจะอธิบายง่ายๆ ก็คือกล้องที่ยิงกำแพงแสงออกไป เพื่อใช้แผ่นแสงนั้นตรวจจับวัตถุด้านหน้าได้แบบ 3D โดยไม่สนใจต่อสภาพความมืดหรือสว่างในขณะนั้นๆ มืดแค่ไหนมันจับได้หมด

เมื่อกล้องมันตรวจจับสิ่งที่ถ่ายได้แบบรู้ตื้น,ลึก,หนา,บาง แล้ว มันก็คือต้นทุนข้อมูลการประมวลผลของกล้องที่ได้เปรียบเทคโนโลยีชาวบ้านเขานั้นละครับ

เมื่อประกอบกับซอฟท์แวร์กล้องตัวใหม่ของ OPPO ก็อย่างที่เห็น ผลลัพท์แจ่มแมวมาก โดยเฉพาะการถ่ายภาพในโหมดกลางคืนที่แชร์กันเต็มฟีดเฟสบุ๊คในขณะนี้

แต่นั้นเป็นเรื่องการใช้งานภายในที่ผมจะมีรูปตัวอย่างจากกล้องของมันมาให้ดูกันท้ายบทความ ตอนนี้มาดูความโดดเด่นจากตัวเครื่องภายนอกกันก่อนครับ

 

OPPO R17 Pro เป็นเครื่องที่ภายนอกโคตรจะเด่นเลยครับ กล้าใช้กล้าดีไซด์กับแนวสี Radiant Mist เป็นการชนกันระหว่างสีม่วงปะทะสีน้ำเงิน บรรจบกันกลางเครื่องเป็นเหลือบเงารูปตัว S มันเหมือนมาจากสีของขอบฟ้าแสงเหนือ แค่ที่มาก็บรรเจิดแล้ว

 

ตัวเครื่องให้ผิวสัมผัสที่แปลกมาก เหมือนมองผ่านม่านควัน ผมไม่เคยเจอ มันออกด้านนิดๆ เงาหน่อยๆ ดูเหล็กๆ รู้สึกเย็นๆ ยิ่งลูบยิ่งเพลินครับ แถมผิวสัมผัสนี้เกิดรอยนิ้วมือยากด้วย ใครขี้เกียจเช็คคราบนิ้วบนเครื่องบ่อยๆ บอกเลยว่า “ใช่” วันหลังขอวัสดุแบบนี้อีกครับ OPPO ผมรู้สึกว่ามันพิเศษมาก

ด้วยสีและพื้นผิว ถือใช้แล้วจะแยงตาชาวบ้านดีนักแล ความเด่น +10 คะแนนครับ ^^

หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้อัตราส่วน 19.5:9 สุดขอบ เหลือเม็ดติ่งใส่กล้องเอาไว้ด้านบนนิดเดียว เขาเรียกจอแบบนี้ว่า Waterdrop screen หรือจอหยดน้ำนั้นเอง จากรูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำหยด ทำให้พื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องแทบจะเป็นหน้าจอหมดแล้วครับ กว่า 91.5% เครื่องแค่นี้ แต่หน้าจอล่อไป 6.4 นิ้วเลยทีเดียว ความละเอียด FHD+ สีสันดีครับ ใช้งานเล่นเกม ดูหนัง ดูภาพ อ่านหนังสือ ชัดเจนเต็มตา

กระจกจอใช้รุ่นใหม่ไฮโซตัวล่าสุด Corning Gorilla Glass 6 ทนทานมากกว่ารุ่นเดิมขึ้นถึงสองเท่า และนี่ยังเป็นครั้งแรกของ OPPO ที่เป็นเครื่องซึ่งสามารถสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้โดยตรงด้วยนะครับ กดนิ้วลงไปเลยตรงตำแหน่งที่เขาระบุไว้ สแกนนิ้วเข้าใช้งานได้ไวและแม่นมาก

หรือจะสแกนหน้าก็ได้ครับ และสแกนได้แม้ในที่มืดสนิท เช่นใช้เปิดแอบถ่ายในโรงหนัง หรือมุมตึกเวลาดักปล้นคนตอนดึกๆ ไม่มีปัญหาครับ ไม่สะดุดขณะทำงานในที่มืดลับตาคน ^^

รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual 4G มี NFC มี Bluetooth 5.0 และ WiFi 5.0Ghz รวมถึง VoLTE และ VoWIFI ครบครับด้านการเชื่อมต่อไร้สาย

พอร์ตชาร์จใต้เครื่องแบบ USB type C เจ้าพอร์ตนี้แหละครับตัวเด็ดของรุ่น เพราะว่า OPPO R17 Pro เป็นเครื่องรุ่นที่สองของจักรวาล ที่รองรับการชาร์จไฟในระบบ SuperVOOC Flash Charge ระบบการชาร์จแบตมือถือที่เร็วที่สุดในโลก (ดาวอื่นยังไม่ส่งข้อมูลมาเปรียบเทียบ) สามารถชาร์จไฟ 40% ได้ในเวลาแค่ 10 นาทีครับ!

10 นาที แบตกลับมาเกือบครึ่งก้อน! แต่อย่าเพิ่งรีบเชื่อ เพราะผมจับทดสอบเลยครับ เสียบไฟไป 10 นาที ปรากฏว่า…..โกหกกันชัดๆ ครับ เพราะมันได้เกิน 40% ซะงั้น!

ในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เวลาผมเอา OPPO R17 Pro ไปทริปต่างที่ต่างทาง แถบไม่ห่วงเรื่องแบตเลยครับ เพราะต่อให้ลืม ผมเสียบชาร์จก่อนเข้าไปอาบน้ำ ออกมาแบตเกือบเต็ม! ไม่ใช่อาบน้ำนานนะ 555 แต่มันจะชาร์จไวไปไหนครับเพ่ – –

แถมในช่วงการทดสอบใช้ ผมพยายามเปิดเกมในหน้าจอแบบสว่างสุด ทำอะไรมันไม่ได้เลยครับ ชาร์จโคตรไวอยู่เหมือนเดิม
แถมเปิดแสงจอขนาดนี้ เปิดเกมเน้นกราฟิกขนาดนี้ ชาร์จไวขนาดนี้ ความร้อนของเครื่องแทบไม่มีให้รู้สึกแตกต่างไปมากอะไรนัก ต้องบอกว่าพัฒนามาได้สมบูรณ์แบบครับ เอารางวัลไปเลยสำหรับเจ้าระบบ SuperVOOC Flash Charge

ซึ่งผมอยากจะบอกความลับให้สำหรับคนยังไม่รู้ ว่าทำไม SuperVOOC Flash Charge ถึงชาร์จไวได้ขนาดนี้ อธิบายง่ายๆ มันก็คือ “แบตเตอรี่สองก้อน” นั้นเอง

วิธีเร่งให้แบตสามารถรับไฟได้เร็วขึ้นมากเป็นเท่าทวี ก็คือการเพิ่มช่องการการรับไฟให้มากขึ้น ยิงไฟเข้าจากปลั๊กชาร์จ 10V 5A แล้วก็ไปแบ่งกันก้อนละ 5V เร็วขึ้นสบายใจ แถมปลอดภัยในระดับ VOOC Flash Charge เช่นเดิม

ฟังเหมือนง่ายเนอะครับ 555 แต่จริงๆ ยังมีเรื่องของเชิงเทคนิคอีกเพียบบบบบบ ฉะนั้นก็สามารถพูดได้ว่า OPPO R17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนแบตเตอรี่คู่ได้นะครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องให้มาครบ ทั้งเคสใส กระจกกันรอยแปะมาให้ ที่ชาร์จและสายชาร์จซึ่งรองรับ SuperVOOC Flash Charge และหูฟังซึ่งเป็นแบบพอร์ต  USB Type C

การใช้งานภายใน

ใช้ Color UI ใหม่ล่าสุด V5.2 ครอบทับ Android 8.1 ผสมผสานการจัดสรรระบบและพลังงานด้วยความฉลาดของ AI ที่มีอยู่ในหน่วยประมวลผลตัวใหม่ Snapdragon 710



มีฟังก์ชั่นใหม่ใส่เข้ามา เช่นฟังก์ชั่น “Smart Bar” เป็นชุดคำสั่งด่วนที่เราสามารถเรียกใช้ได้ทันที บนหน้าแอปพลิเคชั่นทุกแอปรวมถึงหน้าเล่นเกม ซึ่งเราสามารถกดบันทึกภาพเหน้าจอไว้เป็นไฟล์วีดีโอได้ด้วยนะครับ

Gamespace ซึ่งเป็นระบบฟังก์ชั่นเกมที่สำคัญกับคนเล่นเกมมากครับ เพราะว่ามันทำหน้าที่ปรับแต่งเครื่องเพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นเกม เช่นปิดกั้นการแจ้งเตือนในขณะเล่นเกม

การปรับแต่งการแจ้งเตือนให้เป็นรูปแบบของ ป๊อบ-อัพ ไม่รบกวนหรือหลุดออกจากตัวเกมครับ สามารถเร่งประสิทธิภาพเครื่องทั้งด้านการประมวลผล ด้านเน็ตเวิร์ค และปิดการปรับแสงหน้าจอโดยอัตโนมัติขณะเล่นเกม

อย่างที่บอก OPPO R17 Pro ใช้หน่วยประมวลผลตัวใหม่ที่มี AI ครับ Snapdragon 710 ประสิทธิภาพนับเป็นตัวรองท็อปของปี 2018 จาก Qualcomm จากที่ทดสอบมันสามารถเล่นเกมระดับกราฟิกสูงๆ ได้ลื่นเลยครับ PUBG เล่นสบาย เป็น ใช้งานแอปพลิเคชั่น ได้ทุกแอปทุกอย่าง ฉะนั้นถ้าจะเล่นเกม ทุกเกมผมแนะนำให้ปรับกราฟิกให้สูงสุดไปได้เลยเพราะหน่วยประมวลผลแบรนด์นี้ เข้ากันกับระบบ Android ได้มากที่สุดแล้วครับ


แถมมีแรมมาให้มโหฬาร 8 GB นับว่าเกินจะพอสำหรับการเล่นเกมและการสลับแอพใช้งานไปๆ มาๆ ลองใช้ฟังก์ชั่น App Split -screen หรือการใช้งานสองแอพพร้อมกัน สบายครับ เพราะแรมเยอะมาก

พูดถึงหน่วยความจำภายในของ R17 Pro ก็มีมาให้ 128 GB เลยครับ สเปคโดยรวมแล้วของ OPPO R17 Pro นับเป็นตัวตลาดบนของ OPPO อีกหนึ่งรุ่น



กล้องถ่ายภาพ

ที่เกริ่นกันมายาวนาน ยังไม่ใช่ไฮไลด์เด็ดสุดของ OPPO R17 Pro เลยนะครับ เพราะว่าเรายังไม่ได้พูดถึง “กล้อง” ของ OPPO R17 Pro กันเลย

กล้อง OPPO R17 Pro เก่งกาจมาก ผมขอเรียกว่าระดับอัศจรรย์เลยละ ด้วยซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีใหม่ของเขาที่เรียกว่า TOF (Time Of Flight) มันสุดยอดจริงๆ ครับ ระบบการยิงแผ่นแสงออกไปจับลักษณะสิ่งที่จะถ่ายเพื่อประมวลผลเป็น 3D ซึ่งจุดเด็ดอยู่ที่ระบบนี้ มันจับวัตถุได้ทุกสภาพแสงด้วยนะสิครับ

และด้วยโหมดถ่ายภาพกลางคือ Ultra Night Mode บวกกับรูรับแสง f1.5 และขนาดพิกเซล 1.4μm มีระบบกันสั่นออปติคอล OIS 3 Axis และ AI Ultra Clear Engine รวมกับเทคโนโลยี TOF

ทำให้ภาพกลางคืนของ OPPO R17 Pro ยอดเยี่ยมสุดๆ ครับ

ภาพที่เห็นทั้งหมดนี้ เป็นการเดินถือถ่ายโดยไม่ใช้ขาตั้งกล้อง ต้องบอกว่า แม้แต่กล้องโปรก็ไม่สามารถทำได้ง่ายๆ นะครับ เพราะมันไม่มีซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีที่สมาร์ทโฟนสมัยนี้มันใช้กัน






แถมไม่ใช่แค่การถ่ายภาพวิวเท่านั้นที่ทำได้ดี แม้ในที่มืด OPPO R17 Pro ก็ถ่ายภาพคนได้ยอดเยี่ยมด้วยครับ เพราะว่ามันจับตำแหน่งของบุคคลในภาพได้ ฉะนั้น ถ่ายคนกลางคืนไม่ต้องเปิดแฟลช ภาพสวยกิ๊กครับ

ขอบคุณนายแบบ คุณ Patr จาก Droidsans ^^

 

จะพูดว่ามันถ่ายภาพกลางคืนดี ก็ดูจะไม่ยุติธรรมกับภาพกลางวันครับ เพราะว่าภาพกลางวันก็ระดับท็อปด้วยเช่นกัน OPPO R17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องแบบรูรับแสงคู่อัจฉริยะ F2.4 และ F1.5 มันจะเปลี่ยนขนาดของรูรับแสงให้เราเองโดยอัตโนมัติเมื่อวิเคราะห์จากสภาพแสงในขณะนั้น โดยที่ผู้ถ่ายไม่ต้องเข้าใจการใช้งานกล้องแต่อย่างใด

แค่หยิบขึ้นแล้วก็ถ่ายภาพ หวังผลลัพท์ภาพที่ดีได้เลยครับ ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับ OPPO R17 Pro








เมื่อมันมีระบบ TOF เขามาช่วยในการระบุวัตถุที่กำลังถ่ายได้ในระดับ 3D สิ่งที่ตามมาก็คือการรับรู้ทรวดทรง ฉะนั้นการตัดขอบวัตถุก็จะแม่นยำมาก

ทดสอบถ่ายภาพโหมดบุคคล ในพื้นหลังแบบรกๆ กล้องพี่แกตัดฉากหลังหายเกลี้ยงเลย สุดยอดครับ

ผลจากการตัดพื้นหลังภาพด้านบนด้วยเอฟเฟ็กต์ที่เครื่องมี อย่างกับตัดฉากทิ้งด้วยโฟโต้ช้อป


อย่าพึ่งอึ่งแต่เพียงกล้องหลังครับ อย่าลืมว่านี่คือสมาร์ทโฟนจาก “OPPO” ฉะนั้นกล้องหน้าก็สุดติ่งกระดิ่งแมวเช่นกัน แถมความละเอียดสูงลิ่ว 25MP ที่พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty

พร้อมเซ็นเซอร์ HDR สาหรับการเซลฟี่ในที่แสงจ้า ย้อนแสง หรือจะแสงน้อยในอาคาร มันรับได้หมดครับ ^^


สรุปท้ายรีวิว

ต้องยอมรับเลยครับว่า OPPO R17 Pro คือมือถือล้ำยุคด้านเทคโนโลยีของจริง แถมเป็นเทคโนโลยีในเรื่องที่จำเป็นต่อการใช้งานมากด้วย ทั้งเรื่องการชาร์จแบต และเรื่องของกล้อง ยอดเยี่ยมมากครับ

ประสิทธิภาพการใช้งานก็ไม่เป็นรอง การออกแบบตัวเครื่องภายนอกก็ยังสวยอีกด้วย ครบเครื่องสุดๆ เป็นรุ่นที่แนะนำว่าถ้า ชอบตัดสินใจซื้อได้เลย

OPPO R17 Pro พร้อมเปิดให้เริ่มจองเป็นเจ้าของกันตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ลูกค้าที่จองจะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 9,200 บาท  ได้แก่ OPPO VIP Card ประกันหน้าจอแตก ภายใน 1 ปี และ OPPO Tripod ขาตั้งกล้อง ในราคา 24,990 บาท

และพิเศษเมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย สามารถเป็นเจ้าของ R17 Pro ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 9,990 บาท และยังได้รับ OPPO VIP ด้วยนะครับ

ข่าว: รีวิว OPPO R17 Pro แค่เรื่องกล้อง กับเรื่องชาร์จ ก็สุดยอดแล้ว! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2018/11/30/review-oppo-r17-pro.html

ส่อง 6 ฟีเจอร์เด่น Realme 2 Pro สมาร์ทโฟนสำหรับคนมีสไตล์ และที่สุดแห่งพลังในราคาสุดคุ้ม

 

เรียกว่าเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่มาแรงเลยก็ว่าได้ สำหรับ Realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตมาจากการเป็นซับแบรนด์ของ OPPO แต่ปัจจุบันแยกตัวออกมาเป็นแบรนด์อิสระ 

โดยหลังจากที่ประเดิมทำตลาดในบ้านเราด้วยรุ่น Realme 2 Pro 4+64GB ไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก 

Realme 2 Pro

ล่าสุดได้ส่ง Realme 2 Pro 8+128GB เอาใจคนที่ชอบความเร็ว และแรง ออกมาทำตลาดอีกรุ่น ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูกันดีกว่าว่าเจ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจ จนทำให้ทุกคนชื่นชอบ และจับจองเป็นเจ้าของกันขนาดนี้

ชิปเซ็ท Snapdragon 660 AIE ที่แรง และฉลาด

Realme 2 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนราคาหลักพันที่เลือกใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 660 AIE ตัวกลางที่ส่วนใหญ่จะเห็นในสมาร์ทโฟนรุ่นราคาหมื่นต้นๆ ไปถึงหมื่นกลาง บวกกับหน่วยประมวลผลซีพียู Octa Core ความเร็ว 1.95GHz, หน่วยประมวลกราฟิก Adreno 512 และเทคโนโลยี AI ที่ฉลาด และแรง เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่

จอใหญ่ 6.3 นิ้ว Dewdrop แสดงผลได้เต็มตา

หน้าจอแสดงผลของ Realme 2 Pro เป็นจอ Full Screen แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล (409 PPI) อัตราส่วน 19.5:9  พร้อมรอยบากแบบหยดน้ำ Dewdrop โดยเหลือขอบด้านข้างที่บาง ทำให้มีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่สูงถึง 90.8% สามารถแสดงผลได้คมชัด รองรับทั้งการรับชมคอนเทนต์ต่างๆ และเล่นเกมได้อย่างเต็มตาเต็มอารมณ์

แบตเตอรี่ความจุสูง พร้อมเทคโนโลยี AI Power

ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 3,500 mAh ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI POWER ช่วยจัดสรรพลังงานให้สอดคล้องกับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ

RAM และหน่วยความจำจัดเต็มสูงสุด 8+128GB

หน่วยความจำของ Realme 2 Pro ให้เลือก 2 แบบคือ รุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB (eMMC 5.1) กับรุ่น RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB (UFS 2.1) และยังสามารถเพิ่ม microSD Card ได้อีก 256GB เรียกได้ว่ารองรับการเก็บไฟล์ข้อมูล, ไฟล์ภาพถ่าย, แอปพลิเคชัน และเกม ได้อย่างจุใจ โดยไม่ต้องหมั่นเคลียร์พื้นที่บ่อยๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

ดีไซน์เรียบหรู แต่ดูเด่นสะดุดตา

Realme 2 Pro มาพร้อมฝาหลังแบบ 2.5D ที่ใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิวสัมผัสแบบ Laminate ทั้งหมด 15 ชั้น ทำให้ตัวเครื่องมีความเงางาม สะท้อนเล่นกับแสงตามมุมที่ตกกระทบได้ โดยมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ Black Sea และสีฟ้า Ice Lake (เฉพาะรุ่น 8+128GB มีเฉพาะสีดำ)

กล้องหน้าและหลังพลัง AI

Realme 2 Pro ติดตั้งกล่องหลังคู่ (AI Dual Camera) ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์คุณภาพ Sony IMX398 โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีขนาดรูรับแสง f/1.7+f/2.4, รองรับเทคโนโลยีการโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel, โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait) พร้อมการจัดแสงแบบ 3 มิติ ทั้งหมด 5 รูปแบบ, ฟีเจอร์ AI Scene ที่สามารถตรวจจับซีนได้ทั้งหมด 16 รูปแบบ และระบบกันสั่นแบบ EIS สำหรับวิดีโอ

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty Selfie โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 และฟังก์ชัน Depth Effect สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงลูกเล่นน่ารักๆ อย่าง AR Sticker ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเซลฟี่ เรียกว่าถ่ายออกมาได้สวยฟรุ้งฟริ้งเลย

และนี่ก็คือ 6 ฟีเจอร์เด่นใน Realme 2 Pro ที่จะทำให้คุณหลงรักได้ ซึ่งนอกจากดีไซน์สวยทันสมัย พร้อมจอไร้ขอบขนาดใหญ่ ยังมาพร้อมขุมพลังชิปเซ็ทที่เร็ว และแรง รวมถึงกล้องเทคโนโลยี AI และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานแล้ว ยังมีราคาสุดคุ้มอีกด้วย

สำหรับ Realme 2 Pro รุ่น 4GB+64GB ราคา 6,590 บาท วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บ Lazada ทุกๆ วันพุธ และมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ (Black Sea) และสีฟ้า (Ice Lake)

ส่วน Realme 2 Pro รุ่น 8GB+128GB าคา 8,990 บาท วางจำหน่ายแบบ Exclusive เฉพาะที่ร้าน ทรูช็อป เพียงที่เดียวเท่านั้น และมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือสีดำ (Black Sea)

พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 4,990 บาท จากทาง TrueMove H เมื่อสั่งซื้อตัวเครื่องพร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจรายเดือน 4G+ FUN Unlimited ราคา 699 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท (ระยะสัญญา 12 เดือน)

 

from:http://mobileocta.com/realme-2-pro-6-key-features/