คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

เตรียมเป็นเจ้าของ realme 7 5G สมาร์ทโฟน 5G ทรงพลัง ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ พร้อมโปรผ่อน 0% และขยายเวลารับประกัน 24 เดือน

เมื่อเร็วๆนี้ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อนคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G รุ่นล่าสุดอย่าง realme 7 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge แบตเตอรี่ยักษ์ 5,000 mAh  หน้าจอลื่นไหลด้วยอัตรา refresh rate 120Hz และกล้องหลัง AI 4 เลนส์ 48MP 

ล่าสุด realme เตรียมวางจำหน่าย realme 7 5G ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,099 บาท จากปกติ 9,999 บาท ในวันที่ 5 ธันวาคม พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน อีกทั้งยืดระยะเวลารับประกัน 24 เดือน

realme 7 5G ปลุกพลังความเร็ว 5G สำหรับทุกคน

·        อัพเกรดเทคโนโลยี 30W Dart Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh เต็ม 100% ในเวลา 65 นาที ป้องกันความปลอดภัยถึง 5 ชั้น                                                          

·        หน้าจอลื่นไหล 120Hz มีจอแสดงผล Ultra Smooth ขนาด 6.5 นิ้ว ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีขึ้นในการเล่นเกม                                                                

·        กล้องหลัง AI 4 เลนส์ ความละเอียด 48MP มาพร้อมกล้อง 4 เลนส์ รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความคมชัดเป็นพิเศษประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP, เลนส์ Ultra Wide 8MP 119 °และเลนส์มาโครและเลนส์ Portrait  B&W

realme 7 5G

สามารถเป็นเจ้าของ realme 7 5G สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ทาง Shopee, Lazada, Thisshop และ JD Central ในราคา 9,999 บาท พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือนและรับประกันเครื่องนาน 24 เดือน

ช่องทางจำหน่าย                                                                                                                                                          

Lazada : https://bit.ly/396t8Rm

Shopee : https://bit.ly/36XQPbX

Thisshop : https://bit.ly/33bPXPW                                            

JD Central: https://bit.ly/3md6iLq

เป็นเจ้าของ realme 7 5G ได้ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น Banana, BKK , Cyborg Kong , Kingkongphone , CSC , TGfone , Jaymart และ IT City ได้พร้อมกันวันที่ 5 ธันวาคม ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,099 บาท พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือนและรับประกันเครื่องนาน 24 เดือน

สำหรับช่องทาง AIS , truemoveH และ dtac สามารถเป็นเจ้าของ realme 7 5G ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,099 บาทเท่านั้น ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือนและรับประกันเครื่องนาน 24 เดือน

ห้ามพลาดกับ realme 7 5G  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/realmeTH , เว็บไซต์ https://www.realme.com/th realme Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

from:https://www.mobileocta.com/prepare-to-own-a-realme-7-5g-a-powerful-5g-smartphone-on-december-5/

Google จะสร้างหนังสือเสียงให้อัตโนมัติ แม้หนังสือนั้นจะไม่มีเวอร์ชั่น audio เปิดใช้งานต้นปี 2021

Google อัพเดตความสามารถใหม่ของแอนดรอยด์หลายอย่าง เช่น Nearby Share, ให้บริการ Android Auto เพิ่มอีก 36 ประเทศรวมไทย

พร้อมกันนี้ยังเพิ่มการอ่านหนังสือบน Google Play Books โดยระบบจะสร้างคำบรรยายอัตโนมัติสำหรับหนังสือที่ไม่มีเวอร์ชันเสียง โดย Google ร่วมกับสำนักพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเพื่อเพิ่มหนังสือลงใน Google Play Books ปัจจุบันยังเป็นสถานะเบต้า และจะเปิดให้บริการแก่สำนักพิมพ์อื่นๆ ในต้นปี 2021

ผู้ใช้งานสามารถเลือกลักษณะเวียงที่จะอ่านหนังสือให้ฟังได้ กด play กด ย้อนหลังได้ตามปกติ

No Description

ที่มา – Google Blog

from:https://www.blognone.com/node/119953

“หัวเว่ย” จัดเต็มแคมเปญ Shopee 12.12 ฉลองเดือนเกิด“ช้อปปี้”ส่วนลดสูงสุด 50%

หัวเว่ย (HUAWEI) จัดเต็มโปรสมาร์ทโฟนราคาพิเศษส่งท้ายปี ร่วมฉลองเดือนเกิด “ช้อปปี้” มอบส่วนลดสูงสุด 50% เอกสิทธิ์เฉพาะแคมเปญ Shopee 12.12 Birthday Sale ร่วมสร้างสีสันเติมเต็มบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ปลุกมู้ดคนไทยให้ช้อปสนุกด้วยดีลเด็ดส่งท้ายปี กับโอกาสดีๆ ในการเป็นเจ้าของสมาร์ทดีไวซ์ระดับโลกที่มาพร้อมดีไซน์ นวัตกรรม และฟีเจอร์สุดล้ำ กับส่วนลดสะท้านวงการสูงสุดกว่า 50% และโค้ดส่วนลดเพิ่ม 100 บาท พิเศษเฉพาะแคมเปญ Shopee 12.12 Birthday Sale เพื่อร่วมฉลองเดือนเกิดของ ช้อปปี้ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 15 ธันวาคม 2563 เท่านั้น!

พบกับกองทัพสมาร์ทดีไวซ์คุณภาพชั้นนำจากหัวเว่ย ในแคมเปญ Shopee 12.12 Birthday Sale ที่ขนมาเอาใจนักช้อปสายเทคโนโลยีให้เลือกสรรได้อย่างจุใจ ทั้ง สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด แท็ปเล็ต และ หูฟัง ที่มีความพิเศษมากมายมาให้เหล่านักช้อปได้เลือกซื้อเป็นของขวัญให้แก่ตัวเองและคนใกล้ตัว ในราคาสุดพิเศษ

นวัตกรรมสมาร์ทโฟนแห่งโลกอนาคตกับประสิทธิภาพการประมวลผลชั้นนำและโปรโมชั่นส่งท้ายปีที่ ‘ช้อปปี้

เริ่มต้นความพิเศษสุดด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด HUAWEI Mate 40 Pro สมาร์ทโฟนแห่งโลกอนาคตที่ก้าวล้ำด้วยประสิทธิภาพ ดีไซน์กล้องหลัง แบบวงแหวน สเปซริง ที่เป็นเอกลักษณ์ ฝาหลังไล่เฉดสีดูพรีเมี่ยม หรูหรา หน้าจอโค้ง 88 องศา ฮอไรซั่น ดิสเพลย์ ให้มุมมองไร้ขอบดูเต็มตา

ขับเคลื่อนด้วย ซีพียูรุ่นแรกของโลก Kirin 9000 ความเร็ว 3.13 GHz ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 5 นาโนเมตร เร็วขึ้น แรงขึ้น ฉลาดขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น รองรับ 5G ทุกเครือข่าย มาพร้อมกับกล้องหลังที่มี เลนส์หลัก ซุปเปอร์ เซ็นชิ่ง 50 ล้าน แบบ RYYB เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ถ่ายภาพสว่าง คมชัด สมจริงเลนส์อัลตร้าวิชั่น ไลก้า ซีนี่ 20 ล้าน การถ่ายภาพมุมกว้าง และรับรู้การถ่ายระยะใกล้แบบโคลสอัพ เปลี่ยนโหมดให้อัตโนมัติ เลนส์เทเลโฟโต้ 12 ล้าน ออปติคอลซูม 5 เท่า มากที่สุดในตลาด ไฮบริด 10 เท่า และซูมได้สูงสุด 50 เท่า พร้อมกันสั่น OIS และยังมี AI โกลเด้น สแน็ป 2.0 เพิ่มฟังก์การลบเงาเมื่อถ่ายหน้าหนังสือที่คุณชอบ กล้องหน้า 13 MP Ultra Vision สามารถถ่าย

เซลฟี่อัลตร้า ไวด์ ให้ใบหน้าดูเรียว และ สโลว์-โม เซลฟี่ การถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่น กล้องหน้าด้วยตัวคุณเอง และมากับเทคโนโลยีซุปเปอร์ชาร์จ 66 วัตต์ ชาร์จไฟ 30 นาที ได้แบตเตอรี่ 85%

เตรียมสัมผัสนวัตกรรมจากโลกอนาคตกับ HUAWEI Mate 40 Pro ได้แล้วในราคา 34,990 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป บน HUAWEI Official Store บน ช้อปปี้

 

ต่อด้วย HUAWEI nova 5T สมาร์ทโฟนขวัญใจวัยรุ่น คุณภาพอัดแน่นด้วยนวัตกรรม 5 กล้อง กับกล้องหลัก 48MP และระบบอัจฉริยะ ช่วยให้ถ่ายภาพได้สวย คม ชัด ทุกสถานการณ์ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตขุมพลัง Kirin 980 มาพร้อมกับความจุ (8/128) หน้าจอ HUAWEI Punch Display 6.26” FHD+ ไร้ติ่ง เต็มขอบ เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ มาพร้อมกับดีไซน์ทรงสวยและจับง่ายกระชับมือ อวดทรงสวยด้วยลวดลาย nova star และสีสันที่โฉบเฉี่ยว

พร้อมรองรับระบบการชาร์จจาก Huawei Super Charge 22.5 W ช่วยให้ชาร์จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมให้เป็นเจ้าของได้แล้ว ในราคาสุดเร้าใจเพียง 7,490 บาท บน ช้อปปี้ เท่านั้น

สุดยอดผู้ช่วยด้านความบันเทิงในมือคุณกับแท็บเล็ตจาก ‘หัวเว่ย’ 

เตรียมสัมผัสกับประสบการณ์ความบันเทิงขนาดพกพากับ HUAWEI MediaPad M6 ที่จะช่วยอัปเกรดให้ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ หรือการเล่นเกมในเวลาว่างเป็นไปได้อย่างพรีเมี่ยม มาพร้อมกับจอแสดงผลแบบ IPS ความละเอียดสูงถึง 2K ขับเคลื่อนระบบด้วยขุมพลัง Kirin 980 และ GPU Turbo และระบบเสียงลำโพง 4 ตัว ปรับจูนด้วย Harman Kardon ช่วยสร้างระบบเสียงมีมิติยิ่งขึ้น มาพร้อมแบตเตอรี่สุดอึดถึง 7500 mAh ให้คุณใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 11 ชั่วโมงตลอดทั้งวัน

พร้อมให้สัมผัสกับประสบการณ์ความบันเทิงเหนือใครในราคาสุดพิเศษบนช้อปปี้ เพียง 8,490 บาท

ต่อเนื่องกับอีกหนึ่งทางเลือกกับ HUAWEI MediaPad M5 lite 8″ แท็บเล็ตขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว เหมาะมือด้วยหน้าจอแสดงผล IPS ขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 283 PPI และ น้ำหนักเบาเพียง 310 กรัมเท่านั้น พร้อมตอบสนองทุกการใช้งานด้วย ด้วยชิปเซ็ต Kirin 710 แรม 3 GB ความจุ 32 GB ให้คุณได้ไหลลื่นไปกับการท่องโลกดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบายไม่มีสะดุด ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 5,100 mAh และพลังเสียงลำโพงที่ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงของทุกคนในบ้าน

พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว ในราคาเพียง 4,990 บาท

ยกระดับประสบการณ์เทคโนโลยีเหนือระดับด้วย แก็ดเจ็ตชั้นนำ

อัปเกรดประสบการณ์ความไฮเทคของคุณด้วยแก็ดเจ็ตสุดล้ำอย่าง หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 3i ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยเก๋ ทันสมัย ง่ายต่อการพกพา ขนาดกะทัดรัดเก็บไว้ในกระเป๋าได้ง่ายจัดเต็มในเรื่องของพลังเสียงด้วยไมโครโฟนติดหูฟัง 3 ตัว และมีฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวน Dual Mic Active Noise Cancellation (ANC) Active Noise Cancellation ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก หมดกังวลกับสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ให้ทุกประสบการณ์การใช้งานราบรื่นไร้ปัญหาใช้งานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด พร้อมรับฟังกับหูฟังไร้สายเสียงใส ได้แล้วในราคาพิเศษเพียง 1,990 บาท บน ช้อปปี้

สำหรับชาวไฮเทคที่ยังไม่จุใจกับโปรโมชั่นนวัตกรรมสมาร์ทดีไวซ์ ราคาโดนใจที่มามอบให้ทั้ง 5 ตัวนี้ ไปช้อปต่อได้เลยกับแคมเปญ Shopee 12.12 Birthday Sale ที่พร้อมส่งต่อความสุขส่งท้ายปีด้วยโปรสุดเลอค่า ลดสูงสุด 50% พร้อมโค้ดส่วนลดเพิ่ม 100 บาท และรับโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำเมื่อชำระเงินผ่าน AirPay Wallet ที่ร้าน HUAWEI Official Store บน ช้อปปี้ หรือไปที่ https://shopee.co.th/huawei_official_store

ข่าว: “หัวเว่ย” จัดเต็มแคมเปญ Shopee 12.12 ฉลองเดือนเกิด“ช้อปปี้”ส่วนลดสูงสุด 50% มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/12/04/huawei-shopee-12-12.html

รีวิว Vivo Y20s สเปคอัพเกรด RAM 8GB ผสาน ROM 128GB พร้อมฟีเจอร์ชาร์จไว 18W FlashCharge ในราคาสุดคุ้ม !!!

สมาร์ตโฟนในราคาครึ่งหมื่น ถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ของบ้านเรา เพราะด้วยความที่ราคาเข้าถึงง่าย แต่ได้ฟีเจอร์และความครบครันที่พร้อมตอบโจทย์ต่อการใช้งานในยุคนี้ได้อย่างลงตัวนั้นเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นทางค่ายวีโว่ได้ทำการเปิดตัว Vivo Y20 ซีรีส์ Y รุ่นสุดคุ้มราคาเอื้อมถึงกันไปในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา และได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ

ล่าสุดวีโว่ส่ง Vivo Y20s รุ่นอัพเกรดสเปคเข้ามาสมทบตลาด Mid- Range ส่งท้ายปี 63 ได้อย่างน่าประทับใจ เพราะรอบนี้อัพเกรดด้วย RAM 8GB ผสาน ROM 128GB และฟีเจอร์ชาร์จไว 18W FlashCharge ในราคาที่ยังเข้าถึงได้ง่าย ๆ เหมือนเช่นเคย 

vivo y20s

สเปคเบื้องต้น  Vivo Y20s

ขนาด 164.41×76.32×8.41 มม.
น้ำหนัก 192.3 กรัม
หน้าจอแสดงผล หน้าจอ Halo FullView™ Display ชนิด IPS ขนาด 6.51 นิ้ว อัตราส่วนจอแสดงผล 20:9 ความคมชัดระดับ HD+(1600 x 720 พิกเซล )
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ต Qualcomm SM4250 Snapdragon 460 (11 nm) ประมวลผล Octa-core (4×1.8 GHz Kryo 240 & 4×1.6 GHz Kryo 240) หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 610
RAM 8GB 
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB 
microSD Card 256GB 
ระบบปฏิบัติการ  Funtouch 10.5 บนพื้นฐานของ Android 10
เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz, 5GHz บลูทูธ 5.0  support A2DP, LE, GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง: 3 เลนส์ AI Triple Camera  เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4——————————————————-

กล้องหน้า 8 MP รูรับแสงกว้าง f/1.8
——————————————————-

โหมดการถ่าย
Portrait, Photo, Video, Panorama, Live Photo, Slo-mo, Time-Lapse, Professional

รองรับระบบ รองรับการทำงาน Dual-SIM  2 ซิมการ์ด Dual SIM and Dual Standby2G GSM : B3/5/83G WCDMA : B1/5/84G FDD-LTE : B1/3/5/8/284G TDD-LTE : B38/40/41(194M)
แบตเตอรี่ 5000mAh
สี สีที่วางจำหน่ายในไทย Purist Blue, Obsidian Black
ราคา ราคาเปิดตัว 6,599 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

ตัวกล่องแพ็กเกจจิ้งของ Vivo Y20s ยังคงมาในสไตล์ของซีรีส์ Y รุ่นใหม่ ๆ โดยจะมีเพียงชื่อรุ่นขนาดใหญ่และขนาดความจุ ROM/RAM พิมพ์กำกับไว้ที่ด้านหน้าเท่านั้น ส่วนด้านหลังขับเน้นไฮไลท์ที่เป็นจุดเด่นของ Vivo Y20s ซึ่งประกอบไปด้วย แบตเตอรี่ความจุสูง 5,000mAh พร้อมฟีเจอร์ชาร์จเร็ว 18W FlashCharge และกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera 

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบตัวเครื่อง Vivo Y20s ในสี Obsidian Black ซึ่งติดฟิลม์กันรอยมาให้เรียบร้อย ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • อแดปเตอร์ชาร์จ OUTPUT 5V-2A / 9V-2A
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
  • สายดาต้าลิงค์แบบ Micro USB
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • Soft Case TPU แบบใส

รูปลักษณ์ดีไซน์/การออกแบบ

Vivo Y20s  ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์อันโดดเด่นของรุ่นพี่ในซีรีส์ Y มาแบบครบถ้วน ทั้งในเรื่องของการใช้โทนสีแบบทูโทน 2.5D Dazzling Colors ที่ออกแบบอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัย ผสานกระบวนการเคลือบสีในชั้นเลเยอร์อย่างมีระดับ ส่งผลให้ตัวเครื่องจะแสดงสีสันที่แตกต่างกันยามเมื่อแสงตกกระทบกับตัวเครื่องในมุมต่าง ๆ

 Vivo Y20s  มาด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Obsidian Black และ Purist Blue โดยสี Obsidian Black นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากหินภูเขาไฟในธรรมชาติ ซึ่งมีผิวสัมผัสเสมือนอัญมณี ที่ดูสง่างามและล้ำค่า สำหรับสี Purist Blue ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเลลึก เป็นสีที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและบริสุทธิ์ พร้อมมอบความรู้สึกที่สดชื่นเหมือนดั่งสายลมพัดผ่าน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูง ให้ดูดีมีสไตล์

สำหรับตัววัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง งานประกอบเรียบร้อยแข็งแรง มีความบางเบา พร้อมด้วยสีสันสดใส สวยสะดุดตา ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ และออกแบบตัวเครื่องให้มีความโค้ง 2.5D ตามหลัก Ergonomics ซึ่งสอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้ดีเยี่ยม ช่วยให้การจับถือพกพาได้อย่างสะดวกคล่องตัว

“ Halo FullView™ Display หน้าจอใหญ่เต็มตา รับชมคอนเทนต์สะใจ มอบประสบการณ์การรับชมที่ดียิ่งขึ้น ”

Vivo Y20s มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Halo FullView™ Display ชนิด IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 × 720 พิกเซล) ในอัตราส่วน 20:9 พร้อมเทคโนโลยี In-cell ทำให้จอแสดงผลมีสีสัน ความคมชัด และรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกรองแสงสีฟ้า เพื่อปกป้องดวงตาของผู้ใช้งานอีกด้วย

กล้องหน้าเซลฟีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8 ถ่ายสวยในทุกสภาพแสง ตัวกล้องหน้าและเซ็นเซอร์วัดแสงถูกจัดวางอยู่ภายใต้เลย์เอาท์ของ Notch รูปทรงหยดน้ำที่มีขนาดเล็ก ส่วนลำโพงสนทนาจะวางตำแหน่งไว้ที่ขอบจอของตัวเครื่องซึ่งช่วยให้จอแสดงผลได้เต็มพื้นที่อีกทางหนึ่งด้วย

กล้องหลัง AI Triple Camera ถ่ายสวยในทุกระยะ

ตัวกล้องจัดวางเลย์เอาท์ในแนวตั้ง  พร้อมล้อมคาดด้วยเส้นกรอบอะลูมิเนียมสีเงินเพิ่มความหรูหราและเข้ากับสีสันของตัวขอบเฟรมอีกด้วย สำหรับกล้องหลัง 3 เลนส์บน  Vivo Y20s มีรายละเอียดดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 ระบบโฟกัส PDAF
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4

ด้านบนจะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตใด ๆ สำหรับด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ตามด้วยไมค์สนทนา / พอร์ต Micro-USB  / และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ โดยตัวปุ่มพาวเวอร์จะมีการฝั่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ  Side-Mounted Fingerprint Scanner ที่ปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ 0.22 วินาที 

ฝั่งซ้ายด้านบนจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ด

ตัวถาดซิมของ Vivo Y20s เป็นแบบ Triple Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบนาโนซิม พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกชนิด MicroSD Card ได้สูงถึง 256GB

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo Y20s

ปุ่มสแกนนิ้วด้านข้างและปุ่มเปิดปิดเป็นแบบ 2 in 1 โดยมาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง Side-Mounted Fingerprint Scanner ที่มีความเร็วในการปลดล็อคเพียง 0.22 วินาที  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Face Wake สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกได้อีกด้วย โดยทั้ง 2 ระบบ ตอบสนองการทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมาก ในส่วนของระบบปลดล็อคด้วยใบหน้ามีเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหวให้เลือกใช้งาน 5 รูปแบบ และนอกจากจะใช้ในการปลดล็อคหน้าจอแสดงผลแล้ว ยังสามารถใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้อีกทางหนึ่งด้วย

Halo FullView™ Display มอบประสบการณ์การรับชมที่ดียิ่งขึ้น

โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ชนิด IPS LCD ให้สีสันสว่างสดใส มีความคมชัด สามารถแสดงขอบเขตสีได้สมจริงแม่นยำ มี Respond การตอบสนองที่อยู่ในเกณฑ์น่าประทับใจ และมี Software ที่ช่วยปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น อีกทั้งยังมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.51 นิ้ว บนความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) ในอัตราส่วน 20:9 พร้อมเทคโนโลยี In-cell ทำให้จอแสดงผลมีสีสัน ความคมชัด และรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกรองแสงสีฟ้า เพื่อปกป้องดวงตาของผู้ใช้งานอีกด้วย และยังมาพร้อม Notch หรือรอยบากในรูปทรงหยดน้ำขนาดเล็ก เมื่อผสานกับขอบจอที่บางเฉียบ จึงส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง YouTube, Netflix รวมไปถึงการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

Multi-Turbo 3.0 

Vivo Y20s จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์ความรวดเร็วในการเล่นเกมด้วย Multi-Turbo 3.0 ที่มาพร้อมด้วยด้วย Center Turbo ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  และ AI Turbo ที่ทำงานได้อย่างชาญฉลาด สามารถวิเคราะห์ปัญหาของระบบที่เกิดจากแอปพลิเคชั่นได้ (third-party apps) มอบประสิทธิภาพของเครือข่ายที่ดีขึ้น การระบายความร้อนอย่างรวดเร็วไปจนถึงฟังก์ชั่น AI และการเล่นเกมที่ไหลลื่น ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าที่เคย

Ultra-Game Mode มาพร้อมเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด 8.0 ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ นอกจากนี้ยังมี AI Turbo ที่มีความฉลาดในการสั่งงาน ซึ่งช่วยให้สามารถเรียกใช้งานแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยให้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอย่าง บันทึกหน้าจอ Screen Recording และจับภาพหน้าจออย่างรวดเร็ว Fast Screen Capture ก็มีมาให้ใช้งานอย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ยังอัพเกรดฟีเจอร์เด่น ๆ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Game Countdown โหมดนับเวลาถอยหลังของเกม เพื่อให้คุณได้อัพเดทโซเชียลมีเดียอื่นๆ ก่อนการเริ่มเกม โดยคุณสามารถสลับกลับไปที่เกมได้เพียงคลิกเดียว รวมถึง Game Vibration ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์สั่นสะเทือน ส่งผลให้การเล่นเกมต่อสู้ได้ดุเดือด มีความสมจริง เช่นการสั่นตอบสนองในเวลาที่ยิงปืน หรือการชน การกระแทกเป็นต้น

Voice Changer ฟังก์ชันเปลี่ยนเสียงในเกม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์เสียงตัวละครที่หลากหลายระหว่างเล่นเกมกับเพื่อนร่วมทีม โดยเปลี่ยนเป็นเสียงย่านต่ำ หรือเสียงที่ให้ความตลกขบขัน ทำให้การสนทนาระหว่างการเล่นเกมนั้นสนุกสนาน และมีสีสันมากยิ่งขึ้น

Game Center

Game Center เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ โดยเป็นศูนย์รวมของเกมที่น่าสนใจ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและดาวน์โหลด นอกจากนี้ Game Space ยังมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระหว่างการเล่นเกม เช่น ดูข้อมูล CPU อุณหภูมิ และปริมาณข้อมูลการใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ที่สามารถปิดข้อความ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

เทคโนโลยีชาร์จไว 33W vivo FlashCharge 2.0

มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานครบวัน แถมยังมี FlashCharge 18W ชาร์จ 70% ภายใน 69 นาที และเทคโนโลยี AI ประหยัดพลังงาน สามารถชมภาพยนตร์ในรูปแบบ HD ได้นาน 15 ชั่วโมง หรือเล่นเกมได้นานถึง 9 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น ซึ่งถือว่าชาร์จได้ไวและมีความปลอดภัยที่น่าประทับใจมาก ๆ

ทั้งนี้ควรใช้สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

Reverse Charging

นอกจากจะมีแบตใหญ่สุดอึดถึง 5,000mAh แล้ว  Vivo Y20s ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Reverse Charging ที่แปลงร่างให้ Y20s กลายเป็นพาวเวอร์แบงค์เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ ผ่านทางสาย OTG (อุปกรณ์เสริมไม่มีแถมมาให้ในกล่อง) เรียกว่านอกจากแบตอึดแล้วยังทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองที่พกพาติดตัวไปตลอดเวลาอีกด้วย

อ่านต่อ … คลิกที่นี่ >>> หน้า 2

from:https://www.mobileocta.com/review-vivo-y20s/

Neaby Share บนแอนดรอยด์เตรียมรองรับการรับส่งแอปพลิเคชัน

Nearby Share ฟีเจอร์รับส่งไฟล์ข้ามเครื่องคล้าย AirDrop ที่เพิ่งเปิดตัวไม่ไปนาน กำลังจะได้รับอัพเดตใหม่ ให้สามารถรับส่งแอประหว่างเครื่องได้ด้วย

การแชร์แอปให้เข้าไปที่ Play Store เลือก My Apps & Games แล้วจะพบเมนู Share Apps (ตอนนี้ยังไม่มี) ให้เลือกแอปที่ต้องการแชร์ ส่วนอีกฝ่ายก็กดรับเหมือนรับไฟล์จาก Nearby Share ตามปกติ โดยอัพเดตนี้จะถูกปล่อยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา – Google Blog

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119944

เผยภาพเรนเดอร์ทางการ OPPO Reno5 5G และ Reno5 Pro 5G พร้อมสเปก ก่อนเปิดตัว 10 ธ.ค.นี้

OPPO มีกำหนดจะเปิดตัว OPPO Reno5 Series อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ล่าสุดมีข้อมูลของ OPPO Reno5 5G และ Reno5 Pro 5G ปรากฏบนเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์อย่าง JD.com และ Tmall พร้อมเผยภาพเรนเดอร์อย่างเป็นทางการของสมาร์ตโฟนดังกล่าวออกมาให้เห็นกันแล้ว

สำหรับภาพเรนเดอร์ทางการของ OPPO Reno5 5G และ Reno5 Pro 5G เผยให้เห็นตัวเครื่องด้านหลังที่มีดีไซน์เหมือนกัน ยกเว้นด้านหน้าที่มีดีไซน์ที่แตกต่างกัน

โดยทั้งคู่มาพร้อมจอเจาะรู ต่างกันที่ Reno5 5G จะมาพร้อมจอแสดงผลจอแบนแบบ OLED ขนาด 6.43 นิ้ว ส่วน Reno5 Pro 5G มาพร้อมจอขอบโค้งแบบ OLED ขนาด 6.55 นิ้ว

ส่วนสีตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือก 3 สีคือ Galaxy Dream (สีขาวแบบไล่เฉด), Aurora Blue และ Moonlight Black และมีหน่วยความจำให้เลือก 2 ขนาดคือ RAM 8 GB + 128 GB และ RAM 12 GB + 256 GB

OPPO Reno5 5G

ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ OPPO Reno5 5G และ Reno5 Pro 5G มีข่าวลือว่า Reno5 5G ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 765G ส่วน Reno5 Pro 5G ใช้ชิปเซ็ท Dimensity 1000+

OPPO Reno5 Pro 5G

โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+ ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว โดยกล้องหลัก เซ็นเซอร์ Sony IMX696, ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,300mAh และ 4,350 รองรับชาร์จเร็ว 18W

อย่างไรก็ดี นอกจาก OPPO Reno5 5G และ Reno 5 Pro 5G แล้วยังมี Reno5 Pro+ 5G อีกรุ่นที่คาดว่าจะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 865 SoC แต่ยังไม่ปรากฏในเว็บไซต์ร้านค้าปลีกของจีนในตอนนี้

ที่มา : Playfuldroid

from:https://www.mobileocta.com/reveal-the-official-renderings-of-oppo-reno5-5g-and-reno5-pro-5g/

เปิดตัว Vivo Y51 มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 665, กล้องหลัง 3 ตัว 48MP และรองรับชาร์จเร็ว 18W

Vivo ประกาศเปิดตัว Vivo Y51 อย่างเป็นทางการที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล Y Series โดยมาพร้อมจุดเด่นจอใหญ่ 6.58 นิ้ว, กล้องหลัง 3 ตัว 48 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จเร็ว 18W

สเปก Vivo Y51

ตัวเครื่องมีขนาด 159.3 x 75.2 x 8.7 มม. และน้ำหนัก 186.7 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 665. หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 610, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย FuntouchOS 10

Vivo Y51

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, วิทยุ FM, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 18W

ทั้งนี้ Vivo V51 มีให้เลือก 2 สีคือ Titanium Sapphire และ Crystal Symphony ส่วนราคาและวันวางจำหน่าย ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาในตอนนี้

ที่มา : Playfuldroid

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

from:https://www.mobileocta.com/vivo-y51-launches-with-snapdragon-665/

หัวเว่ย เปิดตัว HUAWEI Mate 40 Pro 5G ในไทยอย่างเป็นทางการ วางจำหน่ายแล้ววันนี้เพียง 34,990 บาท

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์สูงสุดแห่งปี HUAWEI Mate 40 Series ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กับคอนเซ็ปต์ “Leap Further Ahead” การก้าวกระโดดไปข้างหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของวงการสมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากหัวเว่ย

ประเดิมเปิดตัวด้วยรุ่นโปร HUAWEI Mate 40 Pro 5G ที่มาพร้อมชิปเซ็ตทรงประสิทธิภาพ Kirin 9000 ครั้งแรกของโลกที่ใช้ชิปเซ็ต 5G SoC ขนาด 5 นาโนเมตร เร็ว แรง เต็มประสิทธิภาพ รองรับสัญญาณ 5G ครบถ้วนทุกย่านความถี่ ทุกผู้ให้บริการ และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว ด้วยโซลูชันระบบกล้อง Leica ที่ทำงานผสานกับเทคโนโลยี AI สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้เทียบชั้นภาพยนตร์

โดย HUAWEI Mate 40 Pro 5G วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 34,990 บาท พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับผู้ที่ซื้อระหว่างวันที่ 3 – 31 ธันวาคม 2563 รับฟรีทันทีของสมนาคุณรวมมูลค่า 7,970 บาท พร้อมบริการหลังการขายสุดพิเศษอีกมากมาย

huawei mate 40 pro 5g

มร.เกวิน เฉิง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า “หากย้อนมองวิวัฒนาการของ HUAWEI Mate Series หรือตระกูลสมาร์ทโฟนเรือธงสูงสุดของหัวเว่ยจะเห็นได้ว่า หัวเว่ยมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง เราเป็นผู้นำทั้งในด้านความอึดของแบตเตอรี่ เทคโนโลยีชาร์จไว และหน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียดสูง

อีกทั้งยังเป็นแบรนด์แรกที่ผสานการประมวลผล AI เข้ากับ NPU และเรายังเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงที่ใช้ชิปเซ็ตแบบ 5G SoC ในโมเดล HUAWEI Mate 30 Series เส้นทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมใน HUAWEI Mate Series ของเราจะยังคงไม่หยุดเพียงเท่านี้

วันนี้ HUAWEI Mate 40 Series จะพาเราก้าวกระโดดไปข้างหน้าอีกครั้งด้วยการแนะนำ Mate ที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งจะกลายมาเป็นหมุดหมายใหม่ให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้ยกระดับประสบการณ์ขึ้นไปอีกขั้น กับ HUAWEI Mate 40 Pro 5G ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและวางจำหน่ายในวันนี้”

“ในฐานะบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี หัวเว่ยมุ่งมั่นและทุ่มเทด้านการวิจัยและพัฒนาเสมอมา ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาเราลงทุนกับการวิจัยและพัฒนาไปกว่า 6 แสนล้านหยวน (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) และด้วยการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาระบบและอีโคซิสเต็ม

ทำให้ล่าสุดในปี 2020 นี้หัวเว่ยมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย (HMS smartphone) แล้วมากกว่า 700 ล้านคนทั่วโลก ในลำดับถัดไป เราจะมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ ‘ชีวิตเอไอไร้รอยต่อ’ (Seamless AI Life) หรือ โซลูชันส์เทคโนโลยีเอไอในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของหัวเว่ย ที่จะช่วยแก้ปัญหาการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ในปัจจุบัน พร้อมยกระดับและอำนวยความสะดวกให้แก่ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ในอนาคต” มร. เกวิน เฉิง กล่าวเสริม

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมด้วยชิปเซ็ต Kirin 9000 นิยามใหม่ของการประมวลผลที่ทรงประสิทธิภาพ

ขุมพลัง Kirin 9000 ที่มากับ HUAWEI Mate 40 Pro 5G นับเป็นชิปเซ็ตที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ Mate Series อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่ชิปเซ็ตแบบ 5G SoC มีทรานซิสเตอร์มากกว่า 1.53 หมื่นล้านตัว ทำให้การประมวลผลยิ่งเร็ว แรง และทรงประสิทธิภาพ ได้รับการออกแบบโครงสร้าง CPU ให้ทรงพลังและประหยัดพลังงานถึง 3 ระดับ ประมวลผลแบบ 8 แกน ด้วยแกนหลักที่มีความเร็วสูงสุด 3.13 กิกะเฮิร์ตซ์ และ 24-Core Mali-G78 GPU ซึ่งเป็น GPU ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในดีไวซ์ของหัวเว่ย สามารถรองรับการประมวลผลขั้นสูงและการใช้งานแบบ multi-tasking ที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด สอดรับกับมาตรฐาน “ชีวิตไอเอไร้รอยต่อ” (Seamless AI Life) ที่หัวเว่ยมุ่งเน้น เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับอย่างแท้จริงให้กับผู้ใช้

ระบบกล้องจาก Leica จัดเต็มนวัตกรรม AI Camera 3 ตัว

กล้องหลักของ HUAWEI Mate 40 Pro 5G เป็นกล้องเลนส์กว้างพิเศษที่ถ่ายภาพแบบซีเนมาติก หรือให้มุมกล้องเสมือนภาพยนตร์ ที่มีชื่อเรียกว่า Ultra Vision Cine Camera มาพร้อมความละเอียดจัดเต็ม 50 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้คุณภาพสูง ให้คุณไม่พลาดการบันทึกทุกช่วงเวลาพิเศษ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องเลนส์กว้าง Super Sensing Wide Camera และกล้องซูม Periscope Telephoto Camera ที่ซูมแบบออปติคัลได้ที่ 5x และซูมแบบดิจิทัลได้สูงสุดถึง 50x 

ส่วนกล้องด้านหน้าเป็น Ultra Vision Selfie Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง 3D Depth Sensing Camera สามารถถ่ายวิดีโอได้ในความละเอียดสูงระดับ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที (fps) นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมด Super Steady Shot ถ่ายวิดีโอได้ไม่สั่นแม้เคลื่อนไหว รองรับการถ่ายวิดีโอพร้อมกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยเพิ่มโหมด Story Creator ที่จะทำให้ทุกการถ่ายวิดีโอหรือ Vlog เป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ยุคดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเป็น Creator ถ่าย Vlog ได้อย่างมือโปรด้วยตนเอง

ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์กับการวางกล้องแบบวงแหวน Space Ring Design และรับสายด้วย Smart Gesture Control

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เน้นย้ำอัตลักษณ์ของ HUAWEI Mate Series ที่โดดเด่นเรื่องดีไซน์ คือการออกแบบวงแหวน Space Ring Design ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยได้แรงบันดาลใจจากการอยู่ท่ามกลางจักรวาลและดวงดาว ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วยังตอบโจทย์ในแง่ของฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว ด้วยการวางกล้องบนวงแหวนที่สมมาตร ส่วนหน้าจอ HUAWEI Horizon Display โค้ง 88 องศา ทำให้รับชมภาพได้เต็มตาสมจริง ขอบจอโค้งมนหยิบจับใช้งานถนัดมือ กันน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP 68

นอกจากนี้ HUAWEI Mate 40 Pro 5G ยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น 3D Face Unlock หรือการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าแบบสามมิติ หรือฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Smart Gesture Control ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องสัมผัส เพียงวางมือไว้เหนือสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องแตะก็สามารถเปิดหน้าจอหรือเลื่อนซ้าย-ขวา บน-ล่าง ได้ทันที และยังสามารถรับสายด้วยการใช้มือทำท่าแตะได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Eyes on Display นวัตกรรมที่เข้ามาแทนการเปิดหน้าจอแบบ Always On โดยฟีเจอร์นี้จะตรวจจับได้อัตโนมัติเมื่อสายตาเรามองไปที่หน้าจอ และหน้าจอก็จะติดขึ้นมา พร้อมให้เราใช้งานได้ทันที

ระบบการชาร์จที่เร็วที่สุดแห่งยุคด้วย HUAWEI SuperChargeTM 66 วัตต์

เพื่อรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 5G ที่ทั้งแรง เร็ว และทรงประสิทธิภาพ HUAWEI Mate 40 Pro 5G จึงมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,400 mAh และที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HUAWEI SuperChargeTM รองรับกำลังไฟฟ้าที่สูงสุด 66 วัตต์ เมื่อชาร์จแบบใช้ร่วมกับสายและอะแดปเตอร์ SuperCharge ของหัวเว่ย และรองรับการชาร์จไร้สาย Wireless HUAWEI SuperChargeTM ที่ 50 วัตต์ ซึ่งเมื่อประกอบกับชิปเซ็ต Kirin 9000 5G SoC แล้วจะทำให้ HUAWEI Mate 40 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้งานแบตเตอรี่ได้ต่อเนื่องยาวนานไม่มีสะดุด

อัปเดตล่าสุดกับ EMUI 11 มั่นใจกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบน Huawei Mobile Service

ซอฟต์แวร์ EMUI 11 ซึ่งได้รับการอัปเดตใหม่ล่าสุดจากหัวเว่ยได้รับการออกแบบโดยอ้างอิงจากมนุษย์ปัจจัย (Human Factors) หรือหลักการยศาสตร์ ผสานความลงตัวระหว่างสุนทรียศาสตร์และความสะดวกในการใช้งาน มาพร้อมฟีเจอร์ Multi-Window แสดงผลหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน โดยให้แต่ละแอปพลิเคชันลอยอยู่บนหน้าจอได้อย่างอิสระ รวมถึงสามารถใช้ฟีเจอร์ Multi-screen Collaboration เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของหัวเว่ยเพื่อให้จอสมาร์ทโฟนไปแสดงผลบนจอแล็ปท็อป

และสามารถควบคุมสมาร์ทโฟนผ่านจอแล็ปท็อปได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับการทำงานแบบ Multi-tasking มีระบบ Trusted Execution Environment ซึ่งได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัยสูงในระดับ CC EAL5+ ถือว่าเป็นระดับสูงสุด ผู้ใช้สามารถปกปิดข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนบนไฟล์ เช่น สถานที่ เวลาและรายละเอียดของเครื่อง ก่อนที่จะส่งให้ผู้อื่นได้

HUAWEI Mate 40 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนในระบบ Huawei Mobile Services (HMS) ที่มาพร้อมกับ HUAWEI AppGallery สำหรับดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันซึ่งการันตีความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ด้วยกลไกตรวจสอบและป้องกันความปลอดภัยถึง 4 ขั้นตอน รวมถึงบริการ Petal Search เครื่องมือค้นหาที่จะช่วยเปิดประตูสู่แอปพลิเคชันมากมาย ซึ่งมาพร้อมระบบที่ช่วยคัดกรองความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ในตัว ปัจจุบัน HUAWEI AppGallery มีผู้ใช้บริการกว่า 700 ล้านรายทั่วโลก รวมถึงมีแอปพลิเคชันพร้อมให้ใช้งานครอบคลุมถึง 18 ประเภท โดยปัจจุบันแอปพลิเคชันยอดฮิตของไทยกว่า 95% ได้รับการบรรจุไว้ใน HUAWEI AppGallery แล้ว ไม่ว่าจะเป็น LINE, TikTok, Foodpanda, Shopee, Lazada, JD Central, เป๋าตัง, แอปพลิเคชันของธนาคารชั้นนำ เกมยอดนิยม และอื่นๆ อีกมากมาย

HUAWEI Mate 40 Pro 5G วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Black และ Mystic Silver มาพร้อมหน่วยความจำ ROM 256 GB + RAM 8 GB ในราคา 34,990 บาท

พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อระหว่างวันที่ 3 – 31 ธันวาคม 2563 ผ่านทางหน้าร้าน HUAWEI Experience Store ทุกสาขา และเว็บไซต์ HUAWEI Online Store โฉมใหม่ รวมถึงร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรีทันทีของสมนาคุณมูลค่ารวม 7,970 บาท ประกอบด้วย ปากกา HUAWEI M-Pen 2, เคสไฟวงแหวน HUAWEI Ring Light Case และแท่นชาร์จเร็วไร้สาย HUAWEI SuperChargeTM Wireless Charger Stand 

พร้อมบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากหัวเว่ยมูลค่า 1,619 บาท อันได้แก่ บริการซ่อมบำรุงถึงบ้าน (Door to Door service), บริการบำรุงรักษาเครื่อง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี, HUAWEI CLOUD STORAGE 5GB ตลอดชีพ + 50GB ให้ใช้ภายในระยะเวลา 1 ปี รวมถึงฟรีค่าใช้บริการ HUAWEI VDO 1 เดือน และเช่าหนังฟรี 5 เรื่องใน HUAWEI Movie Pass 

โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารที่อัปเดตล่าสุดก่อนใครได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ HUAWEIMobileTH ยูทูป HUAWEIMobileTHเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และ official account ในไลน์ HUAWEI Mobile Thailand 

รวมถึงสามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/shop/product/huawei-mate-40-pro/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

from:https://www.mobileocta.com/huawei-officially-launches-huawei-mate-40-pro-5g-in-thailand/

POCO จับมือ Lazada เปิดตัว POCO M3 สมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงรุ่นเล็กสุดคุ้ม เริ่มเพียง 4,499 บาท

POCO เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ล่าสุด POCO M3 ที่ “ให้คุณได้มากกว่า” ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงด้วยกล้องทรงพลังสามตัวที่มีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 mAh หน้าจอสวยแบบ FHD+ และชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 662 

สำหรับ POCO M3 ขนาดความจุ 4GB+64GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,499 บาท และ POCO M3 ขนาดความจุ 4GB+128GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,999 บาท บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของไทยอย่าง Lazada พร้อมพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ 12-20 ธันวาคม 2563 นี้ 

POCO M3

มร.โจนาธาน คัง ผู้จัดการประจำเสียวหมี่ ประเทศไทย กล่าวว่า “สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เปิดตัว POCO M3 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มรุ่นล่าสุดในตลาดโลก พร้อมประกาศข่าวดีว่า ณ ปัจจุบัน POCO ได้กลายเป็นแบรนด์อิสระแล้ว โดยหลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน POCO F1 ครั้งแรกในปี 2561 และรุกขยายตลาดมากกว่า 35 แห่งทั่วโลกตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้สร้างยอดขายรวมได้กว่า 6 ล้านเครื่อง ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความมุ่งมั่นที่เติบโตไปพร้อมกับปรัชญาของแบรนด์ POCO คือ ‘ทุกสิ่งที่คุณต้องการ ไม่มีอะไรที่คุณไม่ต้องการ’ และทัศนคติที่เป็นเอกลักษณ์ของ POCO ไม่ว่าจะเป็น ความแตกต่าง ความมั่นใจและที่สำคัญที่สุดคือความหลงใหลในเทคโนโลยี” 

“การเปิดตัว POCO M3 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ให้คุณได้มากกว่า” ในประเทศไทยวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ด้วยความคุ้มค่าที่มากกว่าด้วยกล้องหลัก 3 ตัวความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6,000 mAh และจอแสดงผลแบบ FHD+ โดย POCO M3 จะวางจำหน่ายบน Lazada แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของโลก พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ 12-20 ธันวาคมนี้อีกด้วย” มร.โจนาธาน กล่าว 

นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ทางลาซาด้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ เสียวหมี่ ให้ความไว้วางใจในการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแห่งยุค อย่าง POCO M3 แบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยจัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์มลาซาด้าเท่านั้น การจับมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในโค้งสุดท้ายปลายปี และถือเป็นการมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของทั้งสองพันธมิตร อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าด้วยตัวสินค้าและโปรโมชั่นจากลาซาด้าในช่วงแคมเปญ 12.12 แกรนด์เซลล์ส่งท้ายปี ลดจุกๆ แจกสุขส่งท้ายปีอีกด้วย”

POCO M3 – ให้คุณได้มากกว่า

กล้องสามตัวความละเอียด 48MP มาพร้อมฟีเจอร์การถ่ายภาพพิเศษ

ยกระดับการถ่ายภาพของคุณไปอีกขั้นกับ POCO M3 ที่มากับกล้องสามตัวหลักระดับ 48MP กับราคาอันน่าดึงดูดในตลาดสมาร์ทโฟน รองรับกล้องมาโคร 2MP และเซ็นเซอร์ความลึก 2MP ในขณะเดียวกันเรื่องเซลฟี่ของคุณก็ไม่น้อยหน้าด้วยความละเอียด 8MP 

เพิ่มความสนุกด้วยซอฟต์แวร์ใหม่บน POCO M3 ที่จะทำให้การภาพถ่ายมีกลิ่นอายแบบการถ่ายภาพยนตร์ รวมถึงโหมดกลางคืนที่จะช่วยถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่มืดโดยการเพิ่มความคมชัดของสี ในขณะที่โฟกัสสีสามารถทำให้โทนสีที่เฉพาะเจาะจงปรากฏขึ้นชัดขึ้นเพื่อให้คุณดูโดดเด่น จับภาพช่วงเวลาสำคัญและเพิ่มสกิลในโซเชียลมีเดียของคุณได้ง่ายกว่าที่เคย!

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยม

ด้วยความจุแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6,000 mAh จึงรับประกันได้ว่าแม้แต่นักเล่นเกมตัวยงก็สามารถเชื่อมต่อและสตรีมได้ตลอดทั้งวัน ในขณะเดียวกัน POCO M3 ก็อัดแน่นไปด้วยแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทนต่ออุณหภูมิสูงและการใช้งานเกือบ 2.5 ปี* โดยไม่มีการเสื่อมสภาพที่เห็นได้ชัดจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ยาวนาน

นอกเหนือจากความทนทานแล้ว POCO M3 ยังให้ความเร็วในการชาร์จที่รวดเร็วและสม่ำเสมอยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางเคลื่อนที่ด้วยโหมดประหยัดแบตเตอรี่ MIUI ultra และการชาร์จที่รวดเร็วถึง 18W อุปกรณ์นี้มาพร้อมกับอุปกรณ์ชาร์จ 22.5W ในกล่องและรองรับการชาร์จย้อนกลับแบบมีสายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายอีกด้วย

จอแสดงผลที่สวยงามเพื่อความบันเทิงไม่รู้จบ

สุดยอดแห่งความบันเทิงที่แท้จริง POCO M3 มีจอแสดงผลแบบ FHD + Dot Drop ขนาด 6.53 นิ้วที่มีความละเอียดสูงถึง 2340×1080 พร้อมด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,500:1 ที่น่าประทับใจและอัตราส่วนภาพ 19.5:9 เพื่อประสบการณ์การรับชมแบบจรดขอบที่สวยงาม หน้าจอด้านหน้าใช้ Corning®Gorilla® Glass 3 ที่ให้การป้องกันที่ดีเยี่ยมจากการตกหล่นและรอยขีดข่วนในขณะที่ฝาหลังมีพื้นผิวป้องกันลายนิ้วมือ ให้การยึดเกาะที่มั่นคงและให้ความรู้สึกถึงน้ำหนักที่เบาที่เหนือกว่า

POCO M3 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่ติดตั้งด้านข้างซึ่งช่วยให้การออกแบบหน้าจอด้านหน้าให้เรียบง่ายโดยไม่กระทบต่อการเข้าถึงของผู้ใช้งาน

POCO M3 นั้นให้สัมผัสสบายตาในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Low Blue Light ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถรับชมเนื้อหาได้หลายชั่วโมงโดยไม่ปวดตา POCO M3 มีระบบลำโพงคู่พร้อมเครื่องพ่นสลายฝุ่น POCO M3 ให้เสียงที่เหนือกว่าพร้อมเสียงเบสอันทรงพลังเพื่อประสบการณ์ความบันเทิงในร่มที่ดี

มอบประสิทธิภาพการทำงานบนมือถือที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เอื้อมถึง

ด้วยโปรเซสเซอร์ Qualcomm® Snapdragon™ 662 POCO M3 มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่ไม่เคยมีมาก่อนในระดับราคานี้ ด้วย Qualcomm® Adreno™ 610 GPU คุณจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมและวิดีโอที่ราบรื่น และโอกาสในการจัดเก็บภาพถ่ายคุณภาพสูงที่มีขนาดเล็กลงครึ่งหนึ่ง โปรเซสเซอร์ 11 นาโนเมตรของ POCO M3 ให้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ผลิตความร้อนน้อยลงและใช้พลังงานต่ำลงทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่ต้องมี ด้วยการเก็บข้อมูลแบบ UFS ที่ให้ประสิทธิภาพความเร็วและการทำงานมัลติทาสก์ที่สูงขึ้นจะทำให้คุณได้เปรียบคู่แข่งเมื่อต้องเปิดแอปและเกมเร็วกว่าคู่แข่ง

สัมผัสความบันเทิงที่ง่ายดายจากฝ่ามือของคุณด้วยระบบปฏิบัติการที่ราบรื่น MIUI Game Booster ช่วยให้คุณสามารถติดตามการใช้งานของ CPU และ GPU ได้แบบเรียลไทม์ ในขณะที่ตัวเปลี่ยนเสียงจะนำความตื่นเต้นมาสู่ประสบการณ์การเล่นเกมของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นคุณสามารถแคสต์หน้าจอของคุณไปยังจอภาพภายนอกได้เพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนของคุณจะสามารถเข้าร่วมสนุกได้ด้วย

POCO M3 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม Lazada เท่านั้น ที่ลิงก์ https://bit.ly/3790VXG ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป โดยจะวางจำหน่าย 2 รุ่น โดยมี 3 สี ได้แก่ Cool Blue, POCO Yellow และ Power Black  

  • POCO M3 ขนาดความจุ 4GB+64GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,499 บาท 
  • POCO M3 ขนาดความจุ 4GB+128GB จะวางจำหน่ายในราคา 4,999 บาท 

พิเศษ! ราคาเอาใจคนรักเทคโนโลยี เมื่อสั่งซื้อก่อนใครบนแพลตฟอร์ม Lazada ในระหว่างวันที่ 12-20 ธันวาคม 2563 นี้ POCO M3 ความจุ 4GB+64GB ราคาพิเศษเพียง 3,999 บาท และ POCO M3 ความจุ 4GB+128GB ราคาพิเศษเพียง 4,499 บาท

หมายเหตุ: *ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการชาร์จและแบตเตอรี่ได้มาจากห้องปฏิบัติการ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไข 

from:https://www.mobileocta.com/poco-and-lazada-launch-poco-m3/

รวมแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ยืนยันใช้ Snapdragon 888 แน่นอน!

Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ทเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 888 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเน้นการปรับปรุงการประมวลผลกราฟิก การถ่ายภาพ และระบบ Machine Learning ให้เก่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สเปก

  • ใช้ CPU, Cortex-X1 แรงกว่า Cortex-A78 มากถึง 33% วิ่งที่ความเร็ว 2.84GHz
  • มี Cortex-A78 อีกทั้งหมดสามแกน วิ่งที่ความเร็ว 2.4GHz โดยทั้ง Cortex-X1 และ Cortex-A78 เป็นหน่วยประมวลผล High Performance
  • และยังมีหน่วยประมวลผลกินพลังงานต่ำ Cortex-A55 อีกทั้งหมด 4 แกน วิ่งที่ความเร็ว 1.8GHz
  • Kryo 680 CPU แรงขึ้นกว่าเดิม 25% รวมถึงประหยัดแบตเตอรีมากกว่าเดิม 25% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 865
  • GPU เป็น Adreno 660 ที่มีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นเก่าถึง 35% ประหยัดแบตเตอรีมากกว่ารุ่นเก่าถึง 20% ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฟรมเรทระดับสูง และความหน่วงในการเล่นเกมที่ต่ำ แถมยังทำให้สามารถเล่นเกมที่เฟรมเรทได้สูงถึง 144Hz ด้วย
  • Snapdragon 888 มาพร้อมกับโมเด็ม Snapdragon X60 5G แบบรวมเข้าไปในชิป
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6G, Bluetooth 5.2 แบบ Dual Antenna
  • รองรับ ISP มากถึงสามตัว ในขณะที่ Snapdragon รุ่นก่อนหน้านี้มีเพียงสองตัว ทำให้สามารถใช้งานกล้องสามตัวพร้อมกันได้ สามารถเปลี่ยนโหมดกล้องได้อย่างรวดเร็วและเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น รองรับการบันทึกภาพถ่าย HDR 10 บิตในรูปแบบภาพ HEIF

ภายในงานก็มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android หลายแบรนด์ออกมายืนยันแล้วว่าจะใช้ Snapdragon 888 อย่างแน่นอน แต่มีค่ายไหนบ้าง ดูได้ที่ภาพด้านล่างครับ

อย่างไรก็ตาม มีผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Google, Samsung และ Sony ที่ไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในภาพข้างต้น เป็นไปได้ว่าก็อาจจะมีผู้ผลิตรายอื่นอีกที่จะใช้ Snapdragon 888 เช่นเดียวกัน แต่ขอยังไม่เปิดตัวในเวทีนี้ก็เป็นได้ อย่าง realme เองก็ประกาศแล้วว่าจะใช้ Snapdragon 888 ในสมาร์ทโฟนรุ่น realme Race ด้วย

ข่าว: รวมแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ยืนยันใช้ Snapdragon 888 แน่นอน! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/12/03/all-smartphone-brand-to-use-snapdragon-888.html