คลังเก็บป้ายกำกับ: ANDROID

โปรโมชั่นซื้อคู่ถูกกว่า ไม่ต้องแลก เราแจกเอง เพียงซื้อหูฟัง JBL JR 300 หรือ 300 BT คู่ลำโพง JBL JR POP แถมฟรี! กระเป๋า JBL JR BAG!!

 

โปรโมชั่นซื้อคู่ถูกกว่า ไม่ต้องแลก เราแจกเอง เพราะเสียงเพลงเป็นต้นกำเนิดของพัฒนาการและเสริมสร้างจินตนาการ แต่!! ดนตรีที่ดีควรคู่กับลำโพงหรือหูฟังที่ได้คุณภาพ มหาจักรเลยจัดโปรโมชั่นดีๆ เพื่อมอบให้กับเด็กทุกคน

 

JBL

*เพียงซื้อหูฟัง JBL JR 300 คู่กับลำโพง JBL JR POP ในราคาเพียง 2,480 บาท (ราคาปกติ 2,980 บาท)
แถมฟรี
! กระเป๋า JBL JR BAG มูลค่า 990 บาท

*หรือซื้อหูฟัง JBL JR 300BT คู่กับลำโพง JBL JR POP ในราคาเพียง 3,480 บาท (ราคาปกติ 3,980 บาท)
ก็ยังแถมฟรี! กระเป๋า JBL BAG มูลค่า 990 บาท

**โปรโมชั่นนี้มีผลตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคมนี้เท่านั้น!! (เฉพาะร้านค้า Online ที่ร่วมรายการเท่านั้น) *ราคานี้รวม VAT 7 % แล้วเรียบร้อย

ร้านค้าออนไลน์ที่ร่วมรายการ: LAZADA / JD / Shopee / We Mall / Mercular / AV Value/ Appaccthai / ฟลูไบรท์ /ANJ / Soundproof / Thisshop / S&P / Big Mobile / Power Mall / Betrend / Power buy /

Loft / Munkong / Com7 / Advice

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2SYwrA1

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด โทร. 02-256-0020
หรือ www.mahajak.com

 

from:http://mobileocta.com/cheaper-promotions-no-need-to-redeem-us-just-buy-jbl-jr-300-or-300-bt-headphones/

โฆษณา

Redmi กล้อง 64 ล้านพิกเซลจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และ Mi Mix 4 จะมาพร้อมกล้อง 108 ล้านพิกเซล !!

 

หลังจากที่ realme ประกาศความร่วมมือกับ Samsung อย่างเป็นทางการในการนำเซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL มาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้นั้น

ล่าสุด Redmi แบรนด์ย่อยของ Xiaomi ดูเหมือนจะไม่ยอมน้อยหน้า รีบปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซลที่ใช้เซ็นเซอร์เดียวกันในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วยเหมือนกัน

 

นอกจาก Redmi จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซลแล้ว ยังอ้างอีกว่า Redmi จะเป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนแรกๆ ของโลกที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL โดยจะเปิดตัวที่อินเดียก่อน และคาดว่าจะใช้ชื่อรุ่น Redmi Note 8

สำหรับกล้องของสมาร์ทโฟนที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung 64MP ISOCELL จะมาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1 / 1.7 นิ้ว โดยมีขนาดพิกเซล 1.6μm (เมื่อรวมกันจาก 4 เป็น 1) รวมทั้งปรับปรุงการสร้างสีใหม่ ISOCELL Plus, Smart ISO และมีฟีเจอร์ Hybrid 3D HDR ที่ให้ช่วงไดนามิกที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข่าวใหญ่ที่ Ice universe หรือ @UniverseIce โพสต์ผ่านบัญชี Twitter ส่วนตัวว่า Xiaomi จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายแรกของโลกที่ใช้กล้องเซ็นเซอร์ 108MP ISOCELL ของ Samsung โดยใช้เทคโนโลยี Pixel Binning หรือเทคนิครวมพิกเซล (27×4) ทำให้ภาพถ่ายมีความเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล

ทั้งนี้ @UniverseIce ระบุว่า สมาร์ทโฟนดังกล่าวอาจจะเป็น Mi Mix 4 ตามที่ก่อนหน้านี้ทาง Xiaomi ออกมาประกาศว่า Mi Mix 4 จะมาพร้อมกล้องที่ดีกว่ากล้อง 64 ล้านพิกเซล ก็ต้องรอดูกันว่ากล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซลจะชัดแค่ไหนกัน

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/redmi-with-64mp-camera-coming-in-q4-mi-mix-4-to-get-a-108mp-sensor/

ซั­­มซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ หรือ New Work Tribe

 

  • ครั้งแรกของกาแลคซี่ โน้ต ที่มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด ตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • S Pen ปากกาอัจฉริยะเจเนเรชั่นล่าสุด ให้คุณเปลี่ยนลายมือภาษาไทยให้กลายเป็นตัวอักษรได้ทันทีบน Samsung Notes รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actionsให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานผ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของปากกา
  • มาพร้อมกล้องอัจฉริยะ ให้ภาพถ่ายและวิดีโอสวยงาม สมบูรณ์แบบราวกับมืออาชีพ
  • มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าที่เคยกับ Super-Fast Charging เพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS ได้อย่างง่ายดายผ่าน Samsung DeX

 

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

samsung galaxy note10

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่

เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

  • มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

Samsung Galaxy Note10

Samsung Galaxy Note10+

  • ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
  • หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

 

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

  • เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
  • วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

  • Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PCหรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
  • เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

  • เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
  • ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
  • บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

  • AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10  รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
  • โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

 

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา

  • Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]
  • Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้

  • เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
  • Hyper-fast Speed:  ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE

ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่ 

 

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ

นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกาแลคซี่ โน้ต 10 และ กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถดูได้ที่ www.samsung.com/th/note10

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

 

from:http://mobileocta.com/samsung-launches-powerful-galaxy-note-10-smartphone-break-down-all-the-same-limits/

มาแล้ว Samsung เปิดตัว Galaxy Note 10 และ Note 10+ สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ

ซัมซุงเปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10” (Samsung Galaxy Note 10) สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมในตระกูล “กาแลคซี่ โน้ต” ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันหรูหราทันสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และการทำงานอันแสนทรงพลัง เพื่อให้ทุกนาทีของผู้ใช้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่า “New Work Tribe” หรือกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตผสมควบคู่กันไป ให้พวกเขามีอิสระในการทำงานและใช้ชีวิตได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างสรรค์ผลงานได้ดีขึ้นและสะดวกกว่าที่เคย นั่นหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายกว่าเดิม

โดยคุณ ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “หากย้อนไปถึงจุดยืนของกาแลคซี่ โน้ตรุ่นแรกนั้น มีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ดีที่สุด และในวันนี้กาแลคซี่ โน้ต 10 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าโน้ตแฟน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นไปพร้อมๆ กับการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะครั้งนี้เราได้พัฒนาขีดความสามารถของการใช้งาน เพื่อมอบสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้มองหาตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”

มีให้เลือก 2 ขนาด: เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน

หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่

ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge): กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ

· หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด: หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL[1] ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ[2]

ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด

ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด

· เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ: ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notes พร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย

· วิวัฒนาการของ S Pen: เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

· Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล[3]: Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox

· เชื่อมต่อกับ Windows: กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์

กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์

กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น

· เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม: กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย

· ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว: หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush[4] ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร

· บันทึกวิดีโอหน้าจอ: สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorder ที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้

· AR Doodle และ 3D Scanner: เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10 รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner[5] เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุ[6]และเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้

· โหมดถ่ายภาพกลางคืน: เมื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา

· Super Fast Charging: ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย[8]

· Wireless PowerShare[9]: ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้

· เกมมิ่ง: เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้

· Hyper-fast Speed: ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE




ต่อยอดสู่อีโค่ซิสเต็มของกาแลคซี่

กาแลคซี่ โน้ต 10 เป็นหัวใจของกาแลคซี่ อีโค่ซิสเต็ม ชุดผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยม ที่มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คล่องตัวและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อย่าง กาแลคซี่ วอทช์ แอคทีฟ 2 และแท็บเล็ต กาแลคซี่ แท็บ เอส 6 ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อและบรรลุเป้าหมายได้ทุกที่ทุกเวลา

บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

ข่าว: มาแล้ว Samsung เปิดตัว Galaxy Note 10 และ Note 10+ สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/08/08/samsung-galaxy-note-10-announce.html

Xiaomi Mi A3 มือถือสเปคโหด กล้อง 48 ล้านฯ ราคา 6,999 บาท วางจำหน่ายแล้ว

Xiaomi Thailand ได้ฤกษ์วางจำหน่าย Xiaomi Mi A3 สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android One ในประเทศไทยแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 6,999 บาท โดยในช่วงต้นเปิดให้สั่งซื้อได้ผ่านทาง JD.co.th พร้อมรับของแถม 1,739 บาท ซึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่ตรงที่สเปคสุดโหด ได้แก่ กล้องหลังความละเอียดรวม 48 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ส่วนกล้องหน้า AI selfie camera ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ชิป Snapdragon 665 แบตเตอร์นี่จุ 4,030 mAh หน้าจอใหญ่ 6 นิ้ว

ราคา Xiaomi Mi A3

  • รุ่น แรม 4GB ความจุ 64GB ราคา 6,999.-
  • รุ่น แรม 4GB ความจุ 128GB ราคา 7,999.-

โปรโมชั่น+ของแถม เมื่อสั่งซื้อผ่าน JD Thailand

สนใจสั่งซื้อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ JD.co.th

from:http://www.9tana.com/node/xiaomi-mi-a3/

เสียวหมี่ เปิดตัว Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One ในไทยอย่างเป็นทางการ ในราคาเริ่มต้น 6,999 บาท

 

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวสมาชิกใหม่ “Mi A3” สุดยอดสมาร์ทโฟน Best in Class Android One ในราคาเริ่มต้น 6,999 บาท

โดย Mi A3 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ดีไซน์โฉมใหม่ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่พิเศษ

เหมาะสำหรับนักศึกษาจบใหม่ไปจนถึงผู้ที่ชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยี หรือใครก็ตามที่ชื่นชอบฟีเจอร์สุดล้ำในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ 

 

Xiaomi Mi A3

สมาร์ทโฟนในตระกูล Android One ของเรา ทั้งรุ่น Mi A1 และ Mi A2 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง รวมถึงชื่อเสียงอันโดดเด่น” นายหวัง เสียง รองประธานอาวุโส เสียวหมี่ กล่าว เราเชื่อว่า Mi A3 จะยังคงมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ผู้ใช้ด้วยการใช้งาน Android ที่เหนือระดับในราคาที่สมเหตุสมผล

เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสานสัมพันธ์กับเสียวหมี่ ในการเปิดตัวอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพยอดเยี่ยมตระกูล Android One ในปีนี้” นายจอห์น โกลด์ ผู้อำนวยการโปรแกรมพันธมิตร กูเกิล กล่าว “Mi A3 โฉมใหม่นี้จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานซอฟท์แวร์ที่ง่ายทันสมัยและตรงใจ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันมัลแวร์ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งจะมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความปลอดภัยสูงสุด

กล้องคุณภาพเยี่ยมระดับเรือธง

Mi A3 มาพร้อมกล้องหลัง ตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โดยกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ 1/2″ จึงให้ภาพความละเอียดสูงสวยงามคมชัด และเลนส์ ultra-wide ความละเอียด ล้านพิกเซล พ่วงด้วยความสามารถอัจฉริยะแนะนำเมื่อผู้ใช้งานจะถ่ายภาพที่มีวัตถุขนาดใหญ่

โดยระบบจะแจ้งเตือนให้ปรับโหมดในการถ่ายภาพเป็น ultra-wide เพื่อให้เก็บภาพมุมกว้างได้สมบูรณ์ขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ AI scenes detection ตรวจจับภาพติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง ซึ่งช่วยปรับโหมดการถ่ายภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบทุกครั้งที่ถ่ายภาพ

Mi A3 มาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ AI ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ที่สามารถผสาน 4 พิกเซลให้เป็นพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน ส่งผลให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น แม้ในสภาวะที่มีแสงน้อย โหมดพาโนรามาสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบกลุ่ม สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้โดยไม่จำเป็นต้องสลับไปใช้งานกล้องหลังหรือพึ่งไม้เซลฟี่อีกต่อไป

และมั่นใจได้ว่าเพื่อนของคุณจะอยู่ในภาพเดียวกันทั้งหมดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ Mi A3 ยังมี palm shutterฟีเจอร์ถ่ายรูปด้วยสัญญาณมือ ที่ช่วยป้องกันการสั่นของภาพจากการกดชัตเตอร์ เพียงแค่ยกมือเท่านั้นคุณก็เริ่มต้นการถ่ายภาพและนับถอยหลังสู่ภาพถ่ายที่สวยงามคมชัดได้เลย

จอแสดงผล AMOLED คมชัด พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

Mi A3 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED Dot Drop ขนาด 6.088 นิ้ว ให้ภาพสีสันสดใสและแสดงผลสีดำได้อย่างสมจริง ทั้งตอบสนองรวดเร็วและประหยัดพลังงาน เพื่อการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น Mi A3 มีการพัฒนาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่เพิ่มขนาดพื้นที่ตรวจจับลายนิ้วมือถึง 15

นอกจากนี้ยังเพิ่มขนาดและความละเอียดพิกเซลขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า จึงทำให้การสแกนลายนิ้วมือมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความรวดเร็วในการปลดล็อค 30แม้ในสภาวะที่ไม่ปกติ เช่น ลายนิ้วมือจาง แสงจ้า หรืออุณหภูมิที่ลดต่ำมาก

ดีไซน์โฉมใหม่สมรรถนะแรง

สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความเร็วและแรงจะต้องชื่นชอบ Mi A3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ด้วยดีไซน์โฉมใหม่และการมอบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับ โดยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา 173.8 กรัม และบางเฉียบเพียง 8.475 มมด้วยดีไซน์กะทัดรัดนี้ทำให้สะดวกในการใช้งานแม้หยิบจับด้วยมือข้างเดียว

หน้าจอและตัวเครื่องด้านหลังของ Mi A3 ครอบด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทำให้ทนทานและถือได้ถนัดมือ และแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดก็ไม่ทำให้คุณภาพเสียงลดลง โดย Mi A3 มาพร้อมนวัตกรรมระบบเสียงแบบ Cutting-edge เพื่อเสียงอันทรงพลังและช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5มิลลิเมตร

Mi A3 มีให้เลือก สี ได้แก่ Kind of Grey, Not just Blue และ More than White ด้วยเทคโนโลยี Nano-Holographic ที่เพิ่มเฉดสีให้กับสีน้ำเงินและสีขาว ผสานเป็นลวดลายสะท้อน โดดเด่นสะดุดตา เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในดีไซน์เฉพาะตัว

ประสิทธิภาพเหนือระดับ เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์

Mi A3 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุมากที่สุดในตระกูล ขนาดใหญ่ความจุ 4,030 mAh และเมื่อจับคู่ความอึดของแบตเตอรี่คู่กับประสิทธิภาพการทำงานของ Android One จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น ช่วยคลายความกังวลเรื่องการชาร์ต และ Mi A3 ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์ ด้วยพอร์ต USB Type-C อีกด้วย

Mi A3 เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนกลุ่มแรก ๆ ของโลกที่ใช้งานหน่วยประมวลผล Qualcomm®️ SnapdragonTM 665 Mobile Platform ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล ประหยัดพลังงานมากกว่าที่เคย และความสามารถของ AI ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่หลงใหลฟีเจอร์ของ AI ต่างๆ เช่น Ai Beautify และ Google Lens

Android One มาพร้อมผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ Google Assistant

Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One บนระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 9 Pie ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากกูเกิล และใช้งานผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะอย่าง Google Assistant, Digital Wellbeing Dashboard และ Wind Down 

และด้วย Google Assistant ใน Mi A3 ผู้ใช้งานสามารถหาข้อมูลต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ข้างนอก อยู่บนรถ หรือว่าอยู่บ้าน เพียงใช้คำสั่งเสียง นอกจากนี้ยังสามารถถามคำถาม เพื่อเรียกดูตารางงานประจำวัน โปรแกรมการนำทาง การแจ้งเตือน การโทรออกหรือส่งข้อความ และควบคุมการทำงานอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน แบบไร้สายได้อีกด้วย

Mi A3 จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 โดยมีราคา 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB + 64GB  โดยวางจำหน่ายที่ร้านค้าออนไลน์ Xiaomi Official Store บนแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ เจดีเซ็นทรัล หรือ JD CENTRAL และ Mi Authorize Store 

สำหรับรุ่น Mi A3 RAM 4GB + 128GB ราคา 7,999 บาท วางจำหน่ายที่ Mi Authorize Store และร้านค้าชั้นนำอื่น ๆ ทั่วประเทศ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Flax

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-launched-the-official-mi-a3-android-one-smartphone-in-thailand/

2 ฟีเจอร์ยอดเยี่ยม จากเสียวหมี่ Redmi 7A เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

 

หลังจากที่เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดแบบเอ็กซ์คลูซีฟในตระกูล Redmi อย่าง Redmi 7A ไปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยราคาไม่ถึง 3,000 บาท ทำให้ Redmi 7A เป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนคุณภาพเยี่ยมที่สามารถใช้งานได้นานถึง 2 วันด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว 

และยังอัดแน่นด้วย 2 ฟีเจอร์สำคัญที่ถูกใจคนไทย ที่เสียวหมี่เองได้ทำการศึกษาวิจัยพฤติกรรมและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อพัฒนาเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ความต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

 

Redmi 7a

โหมดปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าด้วยจอแสดงผลที่ผ่านการรับรอง

ในขณะใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดวงตาของเราจะเปิดรับแสงและรังสีมากมาย หนึ่งในนั้นคือแสงสีฟ้า ซึ่งมีอยู่รอบ ๆ ตัวเราไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือไม่ว่าที่ไหนก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนใช้เวลาส่วนมากจ้องหน้าจออุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จอทีวี จอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค รวมถึงโทรศัพท์และแท็บเล็ต ทราบหรือไม่ว่าคุณได้จ้องมองแสงสีฟ้าแบบไม่รู้ตัวไปกี่ชั่วโมงต่อวัน 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ทำการวิจัยเรื่องแสงสีฟ้าในประเทศฝรั่งเศส bluelightexposed.com เผยว่าคนถึง 60 เปอร์เซ็นต์จ้องแสงสีฟ้าบนอุปกรณ์เหล่านี้มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน และถึงแม้คุณจะใช้เวลาน้อยกว่า แต่อันตรายของแสงสีฟ้านั้นก็สามารถทำลายจอประสาทตาของผู้ที่จ้องมองนาน ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการจอประสาทตาเสื่อมและนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้

เพื่อให้ดวงตาได้รับการปกป้องจากสภาวะที่ไม่เป็นมิตรดังกล่าว เสียวหมี่จึงได้พัฒนาสมาร์ทโฟนคุณภาพสูงนับตั้งแต่ระดับ Entry ไปจนถึงระดับเรือธง ให้ได้รับการทดสอบและรับรองมาตรฐานการป้องกันแสงสีฟ้าโดย TÜV Rheinland ผู้ให้บริการตรวจสอบอิสระชั้นนำระดับโลก

สำหรับ Redmi 7A นั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับการรับรองว่าหน้าจอแสดงผลสามารถลดอันตรายจากการปล่อยแสงสีฟ้าที่ออกมาจากอุปกรณ์เพื่อปกป้องและไม่ทำลายจอประสาทตา ยิ่งไปกว่านั้น โหมดอ่านหนังสือของ Redmi 7A ยังได้รับการรับรองพิเศษในการปกป้องและเป็นมิตรกับดวงตาสำหรับการอ่าน ให้ผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับการอ่านอย่างไร้กังวล

วิทยุมากับตัวเครื่อง รับฟังวิทยุ FM ได้ทุกที่ทุกเวลา

ข้อมูลจาก กสทช. พบว่า คนไทยมากกว่า 46 เปอร์เซ็นต์ยังฟังวิทยุอยู่เป็นประจำ ดังนั้น Redmi 7A จึงได้ใส่ฟีเจอร์วิทยุ FM เข้าไปในตัวเครื่องเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนไทยที่ยังคงชื่นชอบการรับฟังวิทยุกันอยู่

ด้วยความสามารถในการรับสัญญาณวิทยุโดยไม่ใช้เสาอากาศด้านนอก ผนวกกับคุณภาพของลำโพงเสียงที่ดังฟังชัดทำให้สามารถรับฟังคลื่นวิทยุสถานีโปรดได้โดยไม่ต้องใช้หูฟัง อาทิ ผู้ใช้งานสามารถรับฟังข่าวสารต่าง ๆ ข่าวกีฬา รับฟังการถ่ายทอดเสียงการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

รวมไปถึงการฟังเพลงจากคลื่นโปรดได้อย่างไม่มีสิ้นสุด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และยังสามารถรับฟังได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะกำลังเดินทาง ออกไปข้างนอกหรือทำงานบ้านก็ได้เช่นเดียวกัน

Redmi 7A สี Matte Blue และ Matte Black รุ่น 2GB+16GB วางจำหน่ายในราคา 2,999 บาท และสี Matte Black รุ่น 2GB+32GB วางจำหน่ายในราคา 3,399 บาท

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/2-great-features-from-xiaomi-redmi-7a-for-thai-people-especially/