คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD_NOTEBOOK

Review – Acer Nitro 5 : Ryzen 7 3750H + GeForce GTX 1650 + จอ IPS 120Hz ราคา 20,900 บาท

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 ในราคา 20,900 บาทเท่านั้น ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 120 Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก Ryzen 5 3550H + Radeon RX560X ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD ที่มีผสานการทำงานการ์ดจอ NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย ส่วนการ์ดจอก็แรงพอตัวไว้ใจได้อยู่แล้วกับการเล่นเกมออนไลน์ออฟไลน์ในปัจจุบัน แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ได้ประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

from:https://notebookspec.com/review-acer-nitro-5-ryzen-7-gtx-1650/511380/

Preview – Acer Swift 3 ปี 2020 สเปก AMD Ryzen 5 4500U แรงกว่าถูกกว่า คาดราคา 1x,xxx บาท

Acer Swift 3 (Acer Swift 3 SF314-42) เป็นโน้ตบุ๊คที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ซึ่งเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมาได้นำเสนอสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4500U ล่าสุดในประเทศไทยได้นำเครื่องเดโมมาให้สัมผัสกันจริงๆ แล้ว ซึ่งในบทความนี้แอดมินโป้งจะมาพรีวิวกันที่ตัวเครื่องภายนอกกันก่อน จากที่ก่อนหน้านี้ทาง Acer ในไทยได้ขายสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 แน่นอนว่ามาพร้อมกับความคุ้มค่าน่าใช้อย่างที่สุด เรียกได้ว่าได้ Award ในส่วนของ Best Ultrabook 2019 ของทาง NBS กันเลยทีเดียว

ซึ่งอย่างที่รู้กัน Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดอีกด้วย สำหรับ Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ทั้ง AMD Ryzen 5 4500U หรือ AMD Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิม  พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า โดยชิปประมวลผลในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี

โดยชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4500U หรือ AMD Ryzen 7 4700U มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 หรือ 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8 – 16GB โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส แน่นอนมามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที ส่วนการรับประกันคาดว่าเป็น 2 ปี หรือ 3 ปี (ปีแรก On-site) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย

  • Ryzen 7 4700U (Up to 4.1 GHz ,8 core/8 thread ,TDP 15W)
  • Ryzen 5 4600U (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 15W)

 

  

Acer Swift 3 SF314-42 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกคุณภาพดีให้สัมผัสใกล้เคียงกับรุ่นปีอย่าง Acer Swift 3 รุ่นที่เป็นสเปก Intel Core i Gen 10 (แต่วัสดุจะเป็นอลูมิเนียม) โดยสีสันเป็น Steel Gray ออกแนวเทาๆ เงินๆ ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 16 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น (รุ่นก่อน 1.35 กิโลกรัม) ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง

  

Acer Swift 3 SF314-57G ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบาง 4.37 มิลลิเมตร มีพื้นที่ 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ได้พาเนล IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

  

  

ฝาหลังเป็นวัสดุพลาสติกเช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นเงินมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์ ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นดีไซน์แบบโค้งมนเนียนๆ เข้ากับมือเวลาหยิบจับถือขึ้นมา โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่าขอบหน้าจอบางเฉียบกว่ารุ่นก่อนๆ และหน้าจอ IPS มุมมองกว้าง

  

  

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3  เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดสีขาวส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน

  

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

  

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C (แตกต่างจาก Acer Swift 3 สเปก Intel Core i Gen 10 ที่เป็น Thunderbolt 3) USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 AX ที่และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด โดยรวมแล้วมีความเหมือนกัน Acer Swift 3 รุ่นก่อนหน้านี้

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.4 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง สาวๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

  

ปิดท้ายในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพจากเว็บไซต์ต่างประเทศ โดยเทียบ AMD Ryzen 5 4500U ผ่านทางเครื่อง Acer Swift 3 vs Intel Core i5-10210U ผ่านทางเครื่อง Dell XPS 13 7390 ด้วยโปรแกรม Geekbench จะเห็นว่าได้คะแนนที่มากกว่า อีกทั้งยังเทียบกับชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ซึ่งเผยให้เห็นถึงคะแนนที่ไม่ต่างกันมากนัก เรียกได้ว่า AMD Ryzen 5 4500U มีความแรงที่พอตัวเลยทีเดียว คาดว่าจากสถาปัตยกรรมการผลิตที่ 7 นาโนเมตรที่ดีกว่า ส่วนผลทดสอบเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือแบตเตอรี่ลองดูกันตามนี้เลย

Acer Swift 3 สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4500U นอกจากจะเหนือชั้นเรื่องของประสิทธิภาพแล้ว (ตามภาพด้านบน) ​ยังโดดเด่นเรื่องการการพกพา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงขึ้นไป กับการที่เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.2 กก. และบางเพียง 16 มม. เท่านั้น ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า ดูดี บางเบา จบครบในเครื่องเดียว คาดราคาขายไทยเริ่มต้นที่ 1x,xxx บาท ไว้มีโอกาสแอดมินโป้งจะนำเครื่องขายจริงมารีวิวเต็มๆ กันอีกครั้งนะครับ คาดว่าเร็วๆ นี้ไม่นานเกินรอแน่นอน

ที่มาผลทดสอบ 1 / 2

from:https://notebookspec.com/preview-acer-swift-3-amd-ryzen-5-4500u/510721/

5 สิ่งสุดเจ๋ง!!! ของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่ควรมีใน Gaming Notebook ปี 2020

การเลือกซื้อ Gaming Notebook ในปี 2020 นั้น ต้องยอมรับว่ามีตัวเลือกให้เราซื้อหลากหลายมากๆ ทั้งในส่วนของสเปกที่นำเสนอสิ่งใหม่อยู่ตลอด รวมไปถึงแต่ละแบรนด์เองก็มีรุ่นให้เลือกที่มากมาย ซึ่งในบทความนี้เราจะมาว่ากันถึง 5 สิ่งสุดเจ๋ง ที่ควรมีใน Gaming Notebook ปี 2020 ซึ่งบอกได้เลยในส่วนของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด

สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H จับคู่มากับ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ได้ RAM 16GB และ SSD 512GB พร้อมจอ IPS 240Hz กับราคาเพียง 39,990 บาท มีการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม

สำหรับ 5 สิ่งสุดเจ๋งของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่สมกับเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ว่ามีสิ่งไหนบ้าง ไปชมกันต่อเลย

1. CPU แรงเร็ว GPU ลื่นไหล หน้าจอไหลลื่น

ASUS ROG Zephyrus G GA502 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen ตระกูล U  พอตัว สถาปัตยกรรม Zen+ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 12 nm ความเร็ว 2.3 – 4.0 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 10 สำหรับใช้งานพื้นฐาน

ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ที่ใช้สถาปัตยกรรมกับ RTX ที่เย็นกว่า GTX 10 Series พร้อมตัดพวกฟีเจอร์อื่นๆ ออกไปเน้นความแรงเป็นหลัก เน้นเย็นและประหยัดพลังงานเข้ากับตัวเครื่องที่บางเบา โดย NVIDIA GeForce GTX GTX 1660 Ti Max-Q ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GTX 1060 รุ่นก่อนหน้า แต่ก็ร้อนน้อยกว่า GTX 1660 Ti รุ่นปกติ เพราะเป็นรุ่น Max-Q เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา แต่ก็แรงไม่แพ้กัน

โดยทาง ASUS เค้า Overclock มาให้จากโรงงานแล้ว พร้อมด้วย ROG Boost ที่ดันให้สุดถึง 1435 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่ 60 วัตต์ในโหมดเทอร์โบ ทำให้มีพลังเหลือเฟือสำหรับเกมยอดนิยมไปจนถึงประสบการณ์ VR แบบเต็มรูปแบบ เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

มาพร้อมแรมภายในแบบฝังบอร์ดขนาด 16GB DDR4 (8GB จำนวน 2 แถว Bus 2400 MHz) และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ซึ่งเพียงพอในการใช้งาน ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ โดยโดดเด่นกว่ารุ่นก่อนที่ได้เป็นหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ซึ่งนับได้ว่าลื่นไหลกว่า  ทั้งเล่นเกมและทำงานแบบเห็นได้ชัดเจน

2. ดีไซน์สวยเด่น เล่นเกมก็ได้มันส์ทำงานก็ดีเยี่ยม

สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G GA502ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ASUS ROG Zephyrus G GA502 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลักด้วยการ์ดจอ GeForce GTX 1660Ti Max-Q ที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่า GTX 10 Series ที่เคยมีมาทั้งหมด รวมไปถึงหน้าจอก็ใหญ่ที่ 15.6″ ซึ่งมีขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้ตัวเครื่องเทียบเท่า 14″ พร้อมทั้งใช้งานได้เต็มตามากขึ้น

ตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G GA502 นั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เรียกได้ว่าแทบไม่มีความโค้งเว้าใดๆ ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว มาพร้อมกับวัสดุผสมระหว่างอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม มาในโทนดำตัดกับสีเทาเข้ม (Armor Titanium) ขอบของตัวเครื่องรวมไปถึงขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดีมีคำว่า ZEPHYRUS เรียกได้ว่าจะเอาไปเล่นเกมก็มีความดุดันตามสไตล์ของ ROG หรือทำงานก็มีความเรียบหรูดูดี พรีเมียมเกินราคาไปอีก ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาก็ตอบโจทย์ได้หมด

3. ตัวเครื่องบางเบา พกพาสะดวก พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน

ASUS ROG Zephyrus G GA502 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 19.9 – 2.04 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 2.1 กิโลกรัม พร้อมหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร ขนาด 15.6″ สัดส่วนเป็น 81% ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 180 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2.5 กิโลกรัมเท่านั้น พอแบกพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ไม่หนักมาก ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียว

ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุเป็นโลหะพร้อมลวดลายแบบปัดเสี้ยนคล้ายกับ ROG ในหลายๆ รุ่น แต่ดูแล้วมีความสดใหม่กว่า เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายจริงจังยิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series โดยเลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทาน โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงาม ด้วยเส้นสายที่ทันสมัยและการตกแต่งเสริมความพรีเมียม ระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้าทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทุกชิ้นส่วน ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus series

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G GA502 กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่องทั้งหมด มีทั้ง USB 3.1 Type-A (Gen 1) จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.1 Gen2 Type-C with DisplayPort 1.4 พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวสในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wireless แบบ 802.11 ac หรือเรียกว่ามาตราฐาน Wi-Fi 5 ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น

4. ร้อนน้อยกว่า + แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาว

เรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS ROG Zephyrus G GA502 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมด Turbo

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องอยู่ที่ไม่เกิน 85 – 91 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 75 – 81 องศาเซลเซียสโดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมา แน่นอนว่ามากกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Balance ก็สามารถทำได้

ที่สำคัญคือ แม้อุณหภูมิในการประมวลผลหนักๆ จะได้ตัวเลขอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง แต่ประสิทธิภาพ (Performance) มีความเสถียรไม่มีอาการแกว่ง นอกจากนี้ในการทำงานอุณหภูมิผิวสัมผัสบริเวณที่ใช้งานจริง ไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้งานจริงไม่รู้สึกร้อนมือหรือรบกวนการใช้งานเลย ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS ROG Zephyrus G GA502 ครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ความจุ 4800mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 9 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้

5. ฟีเจอร์เด็ดๆ จัดเต็ม ในราคาคุ้มค่าที่สุด

ASUS ROG Zephyrus G GA502 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวสีเดียว ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำแหว่งออกมานิดหนึ่งเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ้อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน

ASUS ROG Zephyrus G GA502 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์ ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

สรุปปิดท้ายสำหรับ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ราคา 39,990 บาท ที่เก่งครบจบรอบด้านอย่างที่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook ทั่วไป คุ้มค่าไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในตลาด จากการรวมตัวของ AMD และ NVIDIA ผ่านทาง ASUS ที่แบรนด์อื่นสามารถทำตามได้ยาก หรือพูดง่ายๆ Gaming Notebook ในตลาดที่เป็น AMD + NVIDIA มีเพียง ASUS เป็นเจ้าแรงที่ทำก่อนใครเพื่อน พร้อมมีตัวเลือกให้มากมาย

โดยถ้าเน้นคุ้มค่าไปเลยจะเป็นในส่วนของ TUF Gaming FX505 Series โดย ASUS ROG Zephyrus G GA502 จะเน้นที่ประสบการณ์ใช้งานที่รอบด้านมากกว่า สมกับเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ที่รองรับทุกๆ การใช้งานจริงๆ แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง แถมยังเครื่องยังร้อนน้อยอีกด้วย

ซึ่งจุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ก็คือ ได้ความเป็น ROG ที่พรีเมียม ตัวเครื่องบางเบา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ประสิทธิภาพดีลื่นไหล พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน อย่างที่หาใน Gaming Notebook ราคาถูกกว่าอย่าง TUF Gaming ไม่ได้ ในส่วนของประสิทธิภาพการเล่นเกมก็ดีเยี่ยมถึงแม้จะไม่ใช่การ์ดจอ GTX 1660 Ti ตัวปกติ แต่ทาง ASUS ก็ทำการ Overclock มาให้แล้ว ทำให้ความแรงใกล้เคียงทีเดียว พร้อมได้แรมมาเลยขนาด 16GB ทำให้ลื่นไหลทันทีไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเกรดเพิ่มภายหลัง และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ก็มีความลื่นไหลในขนาดที่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว นอกจากนี้หน้าจอยังได้มาตรฐานที่สูงกว่าก็คือ Refresh Rate ที่ 240Hz อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/5-cool-things-from-asus-rog-zephyrus-g-ga502/509028/

Review – Huawei MateBook D15 สเปก Ryzen 5 ราคา 17,990 บาท หรูหรา แรงลื่น ล้ำกว่าด้วย Huawei Share

การมาของ Huawei MateBook D15 ปี 2020 ก็ใส่เต็มเรื่องของสเปก ราคาพร้อมของแถม กับการที่เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่เหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย มาพร้อมชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U ที่คุ้มค่าเรื่องของประสิทธิภาพต่อราคา การ์ดจอเป็นออนชิป VEGA 8 แรมติดตั้งมาให้ขนาด 8GB พร้อมด้วย SSD M.2 ความจุ 256GB + HDD อีก 1TB ที่เพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานแน่นอน ที่สำคัญมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 สนนราคาเปิดตัวเพียง 17,990 บาท

การดีไซน์ Huawei MateBook D15 ก็เน้นความเรียบง่าย ด้วยวัสดุอลูมิเนียมที่ดูดีเกินราคากับสีสันเป็นสีเงินดูสวยงามลงตัว โดยมีความบางเฉียบของตัวเครื่องที่ 16.9 มม. น้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวก อีกทั้งได้เรื่องของขอบหน้าจอแบบเฉียบ FullView screen ทั้งให้เล็กกระทัดรัด ซึ่งมีสัดส่วนจออยู่ที่ 86% ซึ่งจากความบางนี้ทำให้ต้องย้าย กล้องเว็บแคมไปยังติดตั้งแบบ Pop Up ที่ชุดคีย์บอร์ดแทนที่ขอบหน้าจอบนเดิมๆ และยังมีระบบ Fingerprint สแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้งานได้ปลอดภัย ที่สำคัญสำหรับคนที่ใช้มือถือ Huawei ยังมีฟีเจอร์ Huawei Share ไว้ใช้งานโอนไฟล์ไปมา และขึ้นหน้าจอมือถือบน Huawei MateBook D15 ก็ยังได้อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/review-huawei-matebook-d15-spec-ryzen-5/509291/

Review – HP 15s สเปก AMD Ryzen 5 3500U + RAM 8GB + SSD 512GB ถูกสุดที่ 15,900 บาท ประกัน 2 ปี On-site

HP 15s เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มาพร้อมความคุ้มค่าอย่างที่สุด แต่ก็ยังได้ดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้ Pavilion เลย โดยเลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000 หรือ Intel Core i Gen 10 ตัวเครื่องบางเบาออกแบบมาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพงเป็นหลัก มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.69 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟ รวมไปถึงมหาวิทยาลัย ได้ความหรูหราโดดเด่นไม่น้อยหน้าใครในราคาเบาๆ ด้วย

โดย HP 15s รุ่นที่นำมารีวิวนี้เป็นสเปก AMD Ryzen 5 3500U ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 12 นาโนเมตร ที่เล็กลงและดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีให้เลือกอีกคือ AMD Ryzen 7 3700U ซึ่งจัดว่าเป็นตัวท็อปสุดในรุ่น พร้อมการ์ดจอออนชิปตัวใหม่ VEGA 8 / VEGA 10 ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย RAM  8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB อีกด้วย ความละเอียดหน้าจอเป็น Full HD พาเนล TN เกรดดี สนนราคาเพียง 15,900 บาท ได้ Windows 10 พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

from:https://notebookspec.com/review-hp-15s-amd-ryzen-5-3500u/508699/

Preview – Acer Swift 3 ปี 2020 จอ 13.5″ สเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 เริ่ม 18,000 บาท

ที่ผ่านมา 2019 Acer Swift 3 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ล่าสุดในงาน CES 2020 ก็มีการนำเสนอ Acer Swift 3 รุ่นใหม่ จอ 13.5″ ที่ได้สัดส่วนเป็น 3:2 พร้อมความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล พาเนล IPS ที่ดีกว่าเดิม (รุ่นก่อนเป็น 14″ 1920 x 1080 พิกเซล) ซึ่งอย่างที่รู้กัน Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุด 16 ชั่วโมง พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

อีกทั้งได้สเปกเป็น Intel Core i Gen 10 และเพิ่มสเปก AMD Ryzen 4000 เข้ามา ส่งผลให้เป็นโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ $599 หรือประมาณ 18,000 บาท สำหรับสเปก AMD หรือถ้าเป็นสเปก Intel จะมีราคาเริ่มต้นที่ $699 หรือประมาณ 21,000 บาท แต่ได้สเปกครบครันครบเครื่อง พร้อมมีพอร์ตเทพ Thunderbolt 3 ด้วย (สำหรับสเปก Intel)

Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7  ที่แรงกว่าเดิม จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 หรือ AMD Ryzen 7 4700U ที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอออนชิป Radeon Vega 7 พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา

สเปก Acer Swift 3 ปี 2020 รุ่น Intel Core i Gen 10 จะได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่แรงระดับเทียบเคียง GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย แรมให้มาขนาด 8GB LPDDR4X (รองรับสูงสุด 16GB )เพียงพอต่อการใช้งานทันที ส่วน SSD M.2 NVMe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูงและพื้นที่ใส่ไฟล์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ ส่วนสเปก AMD Ryzen 4000 เท่าที่ทราบตอนนี้จะมีเพียง AMD Ryzen 7 4700U ทำงานแบบ 8 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็ว 2.1 – 4.0GHz ส่วนสเปกอื่นๆ น่าจะใหล้เคียงกัน

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ Thunderbolt 3 รองรับการใช้งานหลากหลายทั้ง USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery (ส่วนสเปก AMD เป็น USB 3.1 Type-C), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ซึ่งสเปก Intel จะมีน้ำหนักเพียง 1.19 ก.ก. และบางเพียง 15.95 ม.ม. เท่านั้น ส่วนสเปก AMD จะมีน้ำหนักที่ 1.19 ก.ก. เหมือนกัน โดยมีความบางมากกว่าที่ 16.6 ม.ม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว แน่นอนว่าในการที่จอเป็นเป็นสัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล ทำให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมความเรียบเนียนตาด้วย

Acer Swift 3 ปี 2020 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีให้สัมผัสใกล้เคียงกับรุ่นปีอย่าง Acer Swift 5 โดยสีสันเป็น ออกแนวเทาๆ เงินๆ (น่าจะมีสีอื่นๆ ตามมาอีก) ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส  ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นทองมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์

เรียกได้ว่าตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 ปี 2020 นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง โดยเริ่มต้นเพียงสองหมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ จัดได้ว่ามีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมากๆ อีกทั้งยังได้ความบางเบาและมีพอร์ต Thunderbolt 3 ด้วย อย่างที่โน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ Intel Core i Gen 10 ที่แบรนด์อื่นๆ ไม่ให้มา ส่วนถ้าสเปกเป็น AMD Ryzen 4000 จะได้เป็น USB 3.1 Type-C

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3 ปี 2020 เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดสีขาวส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง

ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น

เป็นว่าเป็นรอชมรีวิวตัวเต็มของ Acer Swift 3 ปี 2020 จอ 13.5″ สเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 กันอีกทีนะครับ เชื่อได้ว่าคุ้มค่าน่าซื้อเหมือนเดิมแน่นอน พร้อมสเปกและหน้าจอที่ดีขึ้น แน่นอนว่าราคาไม่แพง ทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ด้วย

 

 

from:https://notebookspec.com/preview-acer-swift-3-model-2020-core-i-gen-10-or-ryzen-4000/507729/

Preview – Acer Nitro 5 เพิ่มสเปก Ryzen 5 3550H/7 3750H + GTX 1050Ti/1650 เริ่ม 20,900 บาท

เปิดตัวกันไปที่งาน CES 2020 สำหรับ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ ใช้สเปกที่เป็น AMD ชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H/7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1050Ti/1650 ในราคาคุ้มค่าเริ่มต้นที่ 20,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 120Hz แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก AMD ก็จริง แต่เป็น Ryzen + Radeon ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผลสายพันธุ์ AMD ที่ผนวกกับการ์ดจอ NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยได้การ์ดจอ GTX 1650 ที่แรงลื่นยิ่งกว่า RX560X ถือว่าใกล้เคียงกับแบรดน์อื่น สเปกที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แรมขนาด 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ส่วนประกันได้เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก น้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 2×2 MU-MIMO พร้อมซอฟต์แวร์อย่าง NitroSense มาช่วยปรับแต่งเหมือนเดิม

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 120Hz  ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำแซมด้วยสีแดงเอาไว้อยู่ อย่างโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมมีเกล็ดเล็กๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่ง ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อย เวลามือมีเหงื่อออกแล้วไปจับ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ Acer Nitro 5 จะเป็นสีแดงพร้อมกับมีคำว่า Nitro เอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

ด้านในตัวเครื่องงานดีไซน์ก็เหมือนกับ Acer Nitro 5 รุ่นปี 2019 โดยมีพื้นผิวคล้ายกับด้านนอก ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย กดใช้งานได้สะดวกดี การอัพเกรดแรมและ SSD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาหลังนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบสากๆ ทำให้หยิบจำแล้วไม่ลื่นไหล พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว

ทางด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ทางซ้ายเห็นเป็นลักษณะของฟินสีดำสนิท ส่วนช่องทางขวาจะเป็นช่องที่ดีไซน์คล้ายกันเป็นตะแกรงสีดำ แต่ไม่มีพัดลมติดตั้งอยู่ พร้อมแกนฝาพับจะเป็นสีแดง พร้อมมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า Nitro แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ซึ่งดูสวยงามโดดเด่นมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

ไว้อย่างไรมีโอกาสเราคงได้ทำการรีวิว Acer Nitro 5 สเปก 7 3750H + GTX 1650 กันอีกที เรียกได้ว่าตลาด Gaming Notebook ปี 2020 ต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เพราะทาง Acer ต้องเปิดราคามาคุ้มค่าเช่นเดิม แถมได้ประสิทธิภาพความแรงที่ดียิ่งขึ้น (หรือไม่แน่ว่าอาจจะรออัพเดทเป็น AMD Ryzen 4000 Series อีกที) รวมไปถึงส่วนของประกันก็ดีอยู่แล้วที่เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งทุกๆ เชื่อมั่นกัน

from:https://notebookspec.com/preview-acer-nitro-5-ryzen-5-3550h7-3750h-gtx-1050ti1650/507607/