คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD

AMD เปิดตัวกราฟิกการ์ดใหม่ AMD Radeon RX 6600 XT มาตรฐานใหม่สำหรับ 1080p

AMD (NASDAQ: AMD) เปิดตัวผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด AMD Radeon™ RX 6600 XT ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมระดับความละเอียด 1080p ในอัตราเฟรมเรท ความคมชัดและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยม

กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม AMD RDNA 2 อันล้ำสมัย เป็นสถาปัตยกรรมเกมมิ่งที่ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซี แล็ปท็อป และเครื่องเกมคอนโซลรุ่นถัดไป (next-generation) ไปจนถึงอุปกรณ์พกพาและระบบความบันเทิงในยานพาหนะ นำเสนอ AMD Infinity Cache ประสิทธิภาพสูงขนาด 32 MB, หน่วยความจำความเร็วสูง GDDR6 ขนาด 8 GB, ฟีเจอร์ AMD Smart Access Memory และอื่น ๆ อีกมากมาย กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการประมวลผลการเล่นเกมที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับโซลูชั่นการอัพสเกลภาพของฟีเจอร์ AMD FidelityFX Super Resoulution อันล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อเพิ่มอัตราเฟรมเรทและมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพและความละเอียดในระดับสูง

กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT เสนอประสิทธิภาพการประมวลผลโดยเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ด้วยการตั้งค่าการเล่นเกมสูงสุดบนเกมระดับ AAA เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง[i] นอกจากนี้ในด้านอัตราเฟรมเรทยังได้ประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยถึง 125 FPS สำหรับการเล่นเกมระดับ AAA[ii] ทลายกำแพงการเล่นเกมยอดนิยมด้วยความละเอียดระดับ 1080p และอัตราการรีเฟรชที่สูงและความคมชัดของภาพที่ยอดเยี่ยม

สก็อตต์ เฮอร์เคลมัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์กราฟิก บริษัท AMD กล่าวว่า “ระดับความละเอียด 1080p เป็นระดับที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์มาอย่างยาวนาน และในปี 2563 สองในสามของผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการเล่นเกมบนระดับความละเอียดนี้[iii] อย่างไรก็ตามกราฟิกการ์ดสำหรับความละเอียด 1080p ในอดีตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้นสามารถเล่นเกมสมัยใหม่ได้ในอัตราเฟรมเรตที่ 60FPS ผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT จะเข้ามายกระดับการเล่นเกมในระดับความละเอียด 1080p ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมระดับ 1080p ในระดับที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เล่นเกมทุกคน นำเสนอประสิทธิภาพด้านการประมวลผลอันทรงพลังและฟีเจอร์ขั้นสูงเพื่อส่งมอบภาพที่สวยงาม ซับซ้อนและสมจริงให้กับผู้เล่น

ประสิทธิภาพด้านความละเอียดของภาพระดับ 1080p ที่สุดยอด และความคมชัดของภาพที่น่าทึ่ง

กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT ออกแบบมาเพื่อมอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความคมชัดของภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม โดยให้ประสิทธิภาพที่รวดเร็วขึ้นถึง 2.5 เท่า ในบางเกมเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกราฟิกการ์ดของคู่แข่งรุ่นก่อนหน้า[iv] ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการอัพเกรดในอุดมคติสำหรับผู้เล่นเกมที่ต้องการประสิทธิภาพการเล่นเกมในระดับความละเอียด 1080p ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพการประมวลผลการเล่นเกมในปัจจุบัน ฟีเจอร์และคุณสมบัติที่สำคัญ ประกอบด้วย:

  • AMD FidelityFX – ฟีเจอร์ที่ในปัจจุบันรองรับเกมและซอฟต์แวร์เกมกว่า 50 ชุด เป็นชุดเครื่องมือโอเพนซอร์สสำหรับนักพัฒนาเกมที่พร้อมให้ใช้งานแล้วบน AMD GPUOpen นำเสนอการรองรับที่ครอบคลุมในโปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ดของ AMD มากกว่า 100 รุ่น รวมไปถึงกราฟิกการ์ดของคู่แข่ง เทคโนโลยีการอัปสเกลภาพของฟีเจอร์ AMD FidelityFX Super Resolution ให้ประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 2.4 เท่า ในโหมด “Performance” ที่ระดับความละเอียด 4K เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง[v]
  • AMD Smart Access Memory – ฟีเจอร์ที่จะปลดล็อคประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเมื่อจับคู่การทำงานระหว่างกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6000 Series กับเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Series หรือ 3000 Series และเมนบอร์ด AMD 500 Series ช่วยให้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen เข้าถึงหน่วยความจำความเร็วสูง GDDR6 บนกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT ได้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เร่งการประมวลผลของโปรเซสเซอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลสูงสุดถึง 11 เปอร์เซ็นต์[vi]
  • AMD Infinity Cache – มี last-level แคชขนาด 32 MB บนกราฟิกการ์ด ช่วยลดความหน่วงและอัตราการใช้พลังงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมที่สูงขึ้นกว่าสถาปัตยกรรมรุ่นก่อนหน้า
  • DirectX® 12 Ultimate Support – ทำให้ภาพในเกมน่าตื่นตาตื่นใจด้วยฟีเจอร์แบบเรียลไทม์ ประกอบด้วย DirectX Raytracing (DXR), Variable Rate Shading และฟีเจอร์ขั้นสูงอื่นๆ ทำให้สามารถยกระดับการเล่นเกมให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น
  • AMD Radeon Anti-Lag – ฟีเจอร์ที่ช่วยย่นเวลาตอบสนองนับจากการป้อนข้อมูลไปจนถึงการแสดงผล เพื่อทำให้เกมมีการตอบสนองของภาพที่ดียิ่งขึ้นและนำเสนอความได้เปรียบในการเล่นเกมที่มากขึ้น
  • AMD Radeon Boost – ด้วยการรองรับของเทคโนโลยี Variable Rate Shading ในปัจจุบัน ทำให้ฟีเจอร์ AMD Radeon Boost สามารถส่งมอบประสิทธิภาพได้เพิ่มขึ้นถึง 48 เปอร์เซ็นต์ในการเล่นเกมรูปแบบ fast-motion เช่นเกม Warframe โดยลดความละเอียดของภาพแบบไดนามิกเพื่อเพิ่มเฟรมเรต และความลื่นไหลในการเล่นเกม และเพิ่มการตอบสนองโดยแทบไม่มีผลกระทบต่อการแสดงผล

รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ราคาและการวางจำหน่าย

Model Compute Units GDDR6 Game Clock[vii] (MHz) Boost Clock[viii] (MHz) Memory Interface Infinity Cache TBP Price (USD SEP)
AMD Radeon RX 6600 XT 32 8 GB 2359 Up to 2589 128 bit 32 MB Starting at 160 W $379

 ผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 6600 XT คาดว่าจะวางจำหน่ายโดยพันธมิตรผู้ผลิตบอร์ดของ AMD ประกอบด้วย ASRock, ASUS, BIOSTAR, Gigabyte, MSI, PowerColor, Sapphire, XFX และ Yeston ผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม ศกนี้ ในราคา $379 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้สำหรับ pre-built system จากพันธมิตร OEM และ SI คาดการณ์ว่าจะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคมนี้

ข่าว: AMD เปิดตัวกราฟิกการ์ดใหม่ AMD Radeon RX 6600 XT มาตรฐานใหม่สำหรับ 1080p มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/amd-radeon-rx-6600-xt-1080p/

AMD เปิดตัว Radeon RX 6600 XT รุ่นเล็ก เน้นเกม 1080p ขาย 11 สิงหาคม ราคา 379 ดอลลาร์

หลัง AMD เปิดตัวการ์ดจอสถาปัตย RDNA 2 “Big Navi” รุ่น Radeon RX 6900 XT, 6800 XT, 6800 และ 6700 XT ที่เน้นเล่นเกมความละเอียด 1440p ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด AMD เปิดตัว Radeon RX 6600 XT รุ่นรองจาก RX 6700 XT อีกขั้น เน้นการเล่นเกมแบบ 1080p ในราคา 379 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับ RTX 3060 Ti ที่มีราคา 399 ดอลลาร์

No Description

Radeon RX 6600 XT มีคอมพิวต์ยูนิต 32 ตัว ความเร็ว Game Clock 2,359 MHz, Boost Clock 2,589 MHz พลังประมวลผล 9.7 TFLOPS แรม GDDR6 ขนาด 8GB แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 128-bit แคช 32MB และกินพลังงาน 160 วัตต์

AMD วาง RX 6600 XT ไว้สำหรับเล่นเกม 1080p โดยนำเบนช์มาร์คเปรียบเทียบเกม เช่น Assassin’s Creed Valhalla, Doom Eternal, Cyberpunk 2077, Forza Horizon 4, Resident Evil Village มาโชว์ว่าทำเฟรมเรตได้มากกว่า RTX 3060 สูงสุดถึง 15% และทำเฟรมเรตได้มากกว่า RX 5600 XT รุ่นก่อนหน้าราว 1.4 ถึง 1.7 เท่า

Radeon RX 6600 XT เตรียมวางจำหน่าย 11 สิงหาคมนี้ แต่ก็น่าจะหมดไวเช่นเคย

No Description

ที่มา – AMD

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123977

รีวิว HP Pavilion Aero 13 สเปก Ryzen 5U จอสวย 13.3″ 16:10 เสียงดี B&O เบาไม่ถึงโล ฟรี Office แท้ ประกัน 2 ปี On-site

HP Pavilion Aero 13 สเปกชิปประมวล AMD Ryzen 5000U ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นอื่นๆ ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาขนาดหน้าจอ 13.3″ พร้อมความละเอียดที่มากกว่า 1920 x 1200 พิกเซล พาเนล IPS เกดรสูง ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม เบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเพื่อการพกพาที่น่าซื้อสุดๆ ในราคา 29,990 – 32,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

HP Pavilion Aero 13

สำหรับ HP Pavilion Aero 13 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ ชิปประมวลผล Ryzen 5 5600U / Ryzen 7 5800U ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB / 16GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

VDO Review

NBS Verdict

HP Pavilion Aero 13 สมกับเป็น AMD Notebook สายทำงานบางเบาที่ฟีเจอร์ครบครัน ซึ่งนอกจากสเปกที่แรงลื่นจากชิปประมวลผล Ryzen 5000U ที่แรงกว่าอย่าง Ryzen 5 5600U / Ryzen 7 5800U ลำโพงเสียงดีเสียงดัง ที่สำคัญได้หน้าจอคุณภาพสูง ขอบเขตสี sRGB ที่ 93% อย่างที่หาในโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ ไม่ได้แน่นอนที่จะจัดเต็มขนาดนี้ เรียกได้ว่าใครกำลังมองหาคอมพิวเตอร์พกพาที่มีน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม ที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในเรื่องของความบางเบา เน้นใช้งานนอกสถานที่ หรือจะ Work for Home ก็ดีเยี่ยม โดยมีดีไซน์ที่หรูหราดูดีเกินราคา HP รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม

HP Pavilion Aero 13

สำหรับการรับประกันอย่าง HP On-site Service รับซ่อมเครื่องถึงหน้าบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี + Smart Friend (Plus) 1 ปี กู้ข้อมูลฟรี 1 ครั้ง , เช็คเครื่องฟรี 2 ครั้ง และ Call Center Support ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มความคุ้มยิ่งเพิ่มเข้ามาอีกเยอะเลยละ ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ กับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คชิปประมวลผล AMD รุ่นใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพสูงเพื่อการทำงานอย่างแท้จริง อย่างคนรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ได้ฟังชั่นการทำงานทั้งการแสกนลายนิ้วมือ ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) แท้ไปใช้งานได้ฟรี สนนราคาที่ 27,990 – 32,990 บาท ก็นับว่าคุ้มค่าน่าซื้อไม่น้อย 

HP Pavilion Aero 13

สำหรับข้อสังเกตก็จะเป็นในเรื่องของชิปประมวลผลเมื่อทำงานหนักๆ ต่อเนื่องยาวนาน จะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงแต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน ที่ 92 องศาเซลเซียส จากการที่มีพัดลมระบายความร้อน 1 ตัว และตัวเครื่องเน้นความบางเบาที่มากกว่า อีกทั้งยังให้พอร์ตและอแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบหัวกลมปกติ ถ้าได้เป็น USB-C จะดีมากๆ นอกจากนี้สำหรัยคนที่เน้นเล่นเกมเลือกเป็น HP Victus Gaming 16 จะเหมาะสมกว่า เพราะว่าเป็น Gaming Notebook ตัวจริง สเปก Ryzen 5000H + GTX 1650 / RTX 3060 กับราคา 29,990 – 39,990 บาท

ข้อดี HP Pavilion Aero 13

  • สเปกแรง ราคาคุ้มประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5600U / Ryzen 7 5800U
  • ใช้งานทั่วไปลื่นไหลสบายมาก หรืองานประมวลผลหนักๆ ที่ไม่ใช้งาน 3 มิติ หรือเล่นเกม
  • วัสดุทำจากพลาสติกเกรดสูงตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบามากที่ 0.969 กิโลกรัม ตัวเครื่องบางเพียง 16.9 มิลลิเมตร พกพาสะดวกแน่นอน
  • สแกนลายมือ Fingerprint ผ่านทาง Windows Hello ใช้งานได้สะดวก ปลอดภัย
  • หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง สีสันสดใส ค่าขอบเขตสี sRGB 93% ทำงานมืออาชีพได้
  • ขนาดหน้าจอ 13.3″ ขอบจอบางเฉียบ ที่สัดส่วน 16:10 ความละเอียด 1920 x 1200 พิกเซล
  • ระบบเสียง B&O แบบ Dual Speaker พร้อมฟีเจอร์ HP Audio Boost
  • คีย์บอร์ดพิมพ์ได้ดี พร้อทมีไฟ Backlit สวยงาม รวมถึงใช้งานได้เป็นอย่างดี
  • มี USB-C รองรับมาตรฐาน Power Delivery ในการชาร์จไฟเข้าตัวเครื่อง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 10 ชั่วโมง
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ในตัวเครื่อง พร้อมซอฟต์แวร์ที่ดี
  • ได้ซอฟต์แวร์ Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ
  • ประกัน 2 ปี แบบ On-site Service และบริการอื่นๆ

ข้อสังเกต HP Pavilion Aero 13

  • ชิปประมวลผลอุณหภูมิค่อนข้างสูงเมื่อใช้งานหนักๆ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน
  • ยังให้พอร์ตและอแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบหัวกลมปกติ ถ้าได้เป็น USB-C จะดีมากๆ
  • เน้นเล่นเกมเลือกเป็น HP Victus Gaming 16 จะเหมาะสมกว่า

Specification

ในชื่อรุ่นเต็มๆ ของ HP Pavilion Aero 13 จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ คือ AMD Ryzen 5 5600U / Ryzen 7 5800U รุ่นที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกชิปประมวลผลตัวแรงอย่าง Ryzen 7 5800U สถาปัตยกรรม Zen 3 (Cezanne) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นและร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 8 ได้แรมติดตั้งมาขนาด 16GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่เพียงพอแน่นอน มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ใช้งานได้ทันทีพร้อม Restore ได้ตลอด

HP Pavilion Aero 13

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 13.3″ สัดส่วน 16:10 ความละเอียด Full HD+ หรือ 1920 × 1200 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพสูง ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น HDMI, USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX ด้วย Realtek เสาร 2×2 (MU-MIMO supported; Miracast compatible) ​กับ Bluetooth 5.2

HP Pavilion Aero 13-be0162AU ราคา 27,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5600U (6C/12T : 2.30 – 4.20GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ Full HD+ IPS 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years Onsite Service

HP Pavilion Aero 13-be0161AU ราคา 32,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800U (8C/16T : 1.90 – 4.40GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 13.3″ Full HD+ IPS 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years Onsite Service

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ HP Pavilion Aero 13 จัดได้ว่าเป็น AMD Notebook หน้าจอ 13.3″ ที่น่าสนใจ จากการที่มีบางเบา ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของวัสดุทั้งหมดจะใช้เป็นพลาสติกคุณภาพดีเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา  ที่สำคัญก็คือในส่วนของดีไซน์การเปิดตัวหน้าจอและคีย์บอร์ดที่จะทำมุมอย่างเหมาะสมเวลาเปิด ทำให้เวลาที่ใช้งานนั้นผู้ใช้จะรู้สึกว่าตัวเครื่องมีการระบายอากาศทางด้านล่างของโน๊ตบุ๊คออกไปอย่างรวดเร็วและให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเวลาพิมพ์ 

HP Pavilion Aero 13

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบเป็นเหลี่ยมเป็นสัน ให้ความรู้สึกที่ดูแล้วจริงจัง ส่วนสีสันได้เป็นสีเงิน Natural Silver ที่เรียบง่ายแต่ดูดี ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อยเมื่อเปิดฝาเครื่อง ตัวเครื่องจะถูกยกขึ้นมา ส่งให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป โดยเป็นรอยนิ้วมือได้ยากในระดับนึงฉะนั้นใช้งานได้อย่างสบายใจ 

HP Pavilion Aero 13

อีกหนึ่งจุดเด่นของ HP Pavilion Aero 13 ก็คือ มีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 0.969 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเป็นรุ่นหน้าจอ 13.3″ ที่เบามากๆ ส่วนความบางมีเพียง 16.9 มิลลิเมตร ซึ่งจากตรงนี้จะเห็นถึงขอบตัวเครื่องที่มีการปรับ USB 3.1 Type-A ติดตั้งมาเป็นแบบพับนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจน ว่านี่คือ AMD Notebook สายทำงานบางเบา ที่มีการออกแบบมาเป็นอย่างดีพร้อมใส่ในรายละเอียดอย่างที่สุด

HP Pavilion Aero 13 Review 13

นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวอีก ที่สำคัญยังมีการในส่วนของดีไซน์การออกแบบ เมื่อเปิดฝาจอใช้งานจะมียางรองขอบด้านหลังทำหน้าที่ยกเครื่องให้สูงขึ้นด้วย ที่จัดได้ว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นกว่า AMD Notebook รุ่นอื่นๆ ช่วยในการระบายความร้อนและเอียงรับเข้ากับการมือเมื่อใช้พิมพ์เอกสารเป็นอย่างดี ส่วนระบบระบายความร้อนก็ได้ติดตั้งอยู่ใต้หน้าจอ

HP Pavilion Aero 13 Review 34

โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมเพียงตัวเดียวก็เอาอยู่แบบสบายๆ นอกจากนี้ในส่วนของ  เชื่อได้ว่าใครต้องการโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ดูดี HP Pavilion Aero 13 ต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ แน่นอน เรียกได้ว่าเหมาะกับการพกพามากๆ ทีเดียว สำหรับการใช้งานนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียน ไปทำงาน ไปนำเสนองาน ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษาคนทำงานได้อย่างลงตัว หรือช่วงนี้จะเรียนออนไลน์หรือ Work for Home ก็ลงตัวสุดๆ 

HP Pavilion Aero 13 Review 15
HP Pavilion Aero 13 Review 14
HP Pavilion Aero 13 Review 31
HP Pavilion Aero 13 Review 27
HP Pavilion Aero 13 Review 28
HP Pavilion Aero 13 Review 5
HP Pavilion Aero 13 Review 52
HP Pavilion Aero 13 Review 35
HP Pavilion Aero 13 Review 42

Keyboard / Touchpad

ชุดคีย์บอร์ดของ HP Pavilion Aero 13 นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีเงินสรเดียวกับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นเทา อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายด้านบนของคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวแสดงสถานะการทำงาน แน่นอนว่ามีไฟ Backlit ทำให้ใช้งานในที่มืดๆ หรือแสงน้อยได้ดีด้วย สำคัญคือเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก

HP Pavilion Aero 13 Review 30

ทางด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่มีปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ให้ความแม่นยำ งานประกอบดี ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ใช้งานมัลติทัชได้ลื่นไหล อีกทั้งมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ติดตั้งไว้มุมขวาล่างของคีย์บอร์ดไว้ให้ใช้งานกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งด้วย

HP Pavilion Aero 13 Review 16
HP Pavilion Aero 13 Review 20
HP Pavilion Aero 13 Review 19

Screen / Speaker

หน้าจอบางเฉียบ Micro Edge Display ของ HP Pavilion Aero 13 มีความละเอียดสูงตามมาตรฐานที่ 1920 x 1200 พิกเซล Full HD+ (WUXGA) ให้พื้นที่มากกว่ารุ่นทั่วไปที่เป็น 1920 x 1080 พิกเซล Full HD นั่นเอง พาเนล IPS ที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ ส่งผลให้มีสีสันสวยสมจริง คมชัดในทุกมุมมอง ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก เรียกได้ว่ากำลังพอดีทีเดียว และด้วยความที่จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส พร้อมได้กล้องเว็บแคม HD และไมโครโฟนแบบคู่คุณภาพดี

HP Pavilion Aero 13

HP Pavilion Aero 13 Review 9
HP Pavilion Aero 13 Review 10
HP Pavilion Aero 13 Review 11

ทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite  ป่านทาง Display Analysis ดูประสิทธิภาพการแสดงผลแบบละเอียด อย่างที่ดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถบอกได้ จึงต้องใช้เครื่องมือช่วย โดยขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 93% / AdobeRGB ที่ 71% / DCI-P3 ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่ระดับกลางๆ ค่อนไปทางบน เมื่อเทียบกับพาเนล IPS รุ่นอื่นๆ ที่ได้สูงกว่านี้ มีความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างที่ดี ของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือรองรับการใช้งานที่กลางแจ้งได้สบายๆ 

s1 4

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องมุมซ้ายบนที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องกลางซ้ายและตรงกลางจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 16% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ อีกทั้งในส่วนของค่าคลาดสีหรือ Delta-E อยู่ที่ 3.11 ถือว่าค่อนข้างเยอะ แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ สรุปปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 ในส่วนของคะแนนรวมสำหรับการทดสอบทั้งหมด

s2 4
s3 3
s4 3

ด้านของลำโพงของ HP Pavilion Aero 13 นั้นจัดเต็มมีอยู่ 2 ตัวคุณภาพสูงจาก B&O หรือ Bang & Olufsen โดยอยู่บริเวณซ้ายขวาของตัวเครื่องด้านล่าง เรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนคุณภาพเสียงต้องบอกว่าไว้ใจได้ ดีกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในราคาใกล้เคียงกันแน่นอน พอตัวรวมไปถึงยังมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ช่วยเพิ่มเสียงให้ก้องกังวาล เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความบันเทิง จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ฟังเพลงดูหนังสนุกแบบที่ไม่ต้องต่อลำโพงแยกหรือหูฟังเลยล่ะ แต่ในส่วนของเสียงทุ่มก็ยอมรับว่ามันแทบไม่มีเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ 

HP Pavilion Aero 13 Review 23
HP Pavilion Aero 13 Review 43
HP Pavilion Aero 13 Review 44

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP Pavilion Aero 13 มีความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 พอร์ต (รองรับ Power Delivery, DisplayPort, HP Sleep and Charge)) และ HDMI 2.0 พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ที่สำคัญอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดคือ HP Fast Charge ที่สามารถชาร์ตแบตถึง 90% ในเวลาเพียง 90 นาที ผ่านทางพอร์ตชาร์จไฟหัวกลมปกติ 

HP Pavilion Aero 13

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาหน้าจอ 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 0.969 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ (65W) เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนัก 1.284 กิโลกรัม (ชั่งน้ำหนักจริง) ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ หรือทุกๆ ที่ที่เราต้องการหยิบออกมาใช้งาน สมกับเป็น AMD Notebook ในยุคปัจจุบันทีเดียว

HP Pavilion Aero 13 Review 46
HP Pavilion Aero 13 Review 45
HP Pavilion Aero 13 Review 51

Performance / Software

HP Pavilion Aero 13 รุ่นที่นำมารีวิวเป็นตัวขายจริง ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5800U ที่แรงกว่า AMD Ryzen 4000U และ H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 1.90 –  4.40 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 25W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด16GB แบบออนบอร์ด เป็นมาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz ตามเทคโนโลยีของ AMD Ryzen 5000U ที่เหนือชั้นกว่า พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบไร้กังวล

c1 3.   c2 3   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2000MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

g1 3.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5800U คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 5.   cine20 4

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe 3 ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1832 MB/s และเขียนที่ 980 MB/s เป็นระดับความเร็วโดยรวมที่น่าประทับใจ ถึงแม้ไม่แรงมากแต่ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้ว 

ssd 5

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,585 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5800U ที่แม้ไม่ใช่ H Series แต่ก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเมื่อปีก่อนๆ เลยทีเดียว

pc10 4

สำหรับคะแนนจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3D Mark จากทาง Futuremark ที่พัฒนาและคิดค้นจากบริษัท AMD, Intel, Microsoft, NVIDIA ในส่วนของ Time Spy ทำออกมาน่าสนใจมากๆ ด้วยคะแนนรวม 1,252 เท่านั้น เน้นเรื่อง DirectX 12 เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเพื่อมาเสริมข้อบกพร่องทางด้านการทำงานต่างๆ ของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งผลทดสอบนั้นจะดูว่าแต่ละการ์ดจอนั้นสามารถทำงานเข้าขากับ DirectX 12 ได้ดีขนาดไหน ซึ่งต้องบอกเลยว่า AMD Notebook รุ่นนี้ไม่ได้เหมาะกับการเล่นเกม หรือทำงาน 3 มิติเท่าไรนัก

3d 4

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP Pavilion Aero 13 รวมไปถึงโน๊ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

hp 1

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจจะเป็นในด้านของระบบเสียงที่ทาง HP ได้ใช้ซอฟต์แวร์ B&O หรือ Bang & Olufsen อย่าง B&O Audio Control ในตระกูลของ Pavilion, ENVY, SPECTRE โดยแบรนด์ลำโพงเครื่องเสียง B&O เป็นระบบเสียงที่ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำเลือกใช้ที่เน้นประสบการณ์ด้านเสียง โดยแนวเสียง B&O จะเป็นแนว Jazz หรือเพลงบรรเลงเป็นหลักที่จะทำได้เด่น ซึ่งเราสามารถปรับแต่งการใช้งานผ่านทางซอฟต์แวร์ได้ในระดับนึง แต่ถ้าต่อหูฟังหรือลำโพงแยกจะฟังได้ยืดหยุ่นกว่าลำโพงติดเครื่อง

bo

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ HP Pavilion Aero 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต คาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ดูแล้วถือว่าใช้งานได้ยาวนาน จนแทบไม่ต้องอแดปเตอร์ไปข้างนอกสถานที่ด้วยเลย ส่วนช่องระบายความร้อนจะอยู่ด้านบนบริเวณข้อพับจอ พับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

batt3 1

อุณหภูมิปกติของชิปประมวลผลจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 92 องศาเซลเซียส ถือว่าทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ด้วยการที่ระบบระบายความร้อนไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนักๆ ตลอดเวลา เหมือน Gaming Notebook เครื่องอื่นๆ ซึ่งจากการทดสอบเป็นการนำไปเล่นเกมหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตามตัวเครื่องไม่ได้เกิดอาการค้าง หน่วง หรือมีปัญหาแต่อย่างใด อีกทั้งความร้อนก็ไม่กระทบกับมือเราด้วย จากการที่ชุดระบายความร้อนไม่ได้ใหญ่แถมตัวเครื่องยังบางเฉียบอีกด้วย

temp 2

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับ AMD Notebook จากทาง HP ในรุ่น HP Pavilion Aero 13 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล Pavilion รุ่นก่อนๆ ได้เป็นอย่างดี โดยมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน โดยสนนเริ่มต้นที่ 29,990 บาท สำหรับรุ่น Ryzen 5 5600U ส่วนรุ่น Ryzen 7 5800Uราคาจะอยู่ที่ 32,990 บาท สเปกอื่นๆ จะเป็นแรม 8GB / 16GB และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB 

HP Pavilion Aero 13

สำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อ HP Pavilion Aero 13 คงมีคำถามว่า จะซื้อสเปกไหนใช้งานดี กับส่วนต่าง 3,000 บาท ได้ชิปประมวลผลที่แรงกว่าและแรมที่มากกว่า ส่วนตัวแล้วต้องแนะนำว่าให้เลือกตามงบได้เลย เพราะถ้าซื้อรุ่น Ryzen 7 5800U ได้แรม 16GB เราก็สามารถใช้งานได้แบบยาวๆ ไม่ต้องสงสัย ทั้งจากความแรงและขนาดแรมมีผลต่อทุกๆ การใช้งานโดยตรงแน่นอน ทั้งทั่วไปแต่เปิดโปรแกรมเยอะๆ หรือหลายๆ หน้าต่าง แต่ถ้าใครมีงบไม่เกิน 30,000 บาท จะซื้อสเปก Ryzen 5 5600U ที่ 29,990 บาท ก็ไม่เป็นไรครับ ถือว่าความแรงต่อราคาต่อประสบการณ์ใช้งานโดยรวม คุ้มค่ากับเงินแล้ว

HP Pavilion Aero 13

HP Pavilion Aero 13 Review 29
HP Pavilion Aero 13 Review 37
HP Pavilion Aero 13 Review 18

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Pavilion Aero 13 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Preformance

โดดเด่นด้วยสเปก AMD Ryzen 5000U มีความแรงที่ทรงพลังที่สุดรุ่นนึง ทั้ง Ryzen 5 5600U / Ryzen 7 5800U พร้อมหน่วยความจำแรม 8GB/16GB และ SSD ความเร็วสูง ที่ 512GB ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมไปถึงหน้าจอ IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด Full HD+ ที่ 1920 x 1200 พิกเซล แสดงผลภาพดีมาก ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้ เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ที่แรงลื่นที่สุดในรุ่นหนึ่งในราคาไม่แพง ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 2 ปี On-site Service

  award new performance

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Pavilion มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP รุ่นนี้ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์ครุ่นใหม่ ขอบจอก็บางเฉียบ ซึ่โดยมีสีสันอย่างสีเงิน Natural Silver ที่ให้ความโดดเด่นภาพลักษณ์ดี อีกทั้งเมื่อเปิดฝาจอใช้งานจะมียางรองขอบด้านหลังทำหน้าที่ยกเครื่องให้สูงขึ้นด้วย ที่จัดได้ว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นกว่า AMD Notebook รุ่นอื่นๆ ช่วยในการระบายความร้อนและเอียงรับเข้ากับการมือเมื่อใช้พิมพ์เอกสารเป็นอย่างดี

NBS award 7 Design

Best Mobility

ความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบา ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะระบบไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1 กิโลกรัม ที่สำคัญแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 10 ชั่วโมง เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ แทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์ไปข้างนอกด้วยเลย

NBS award 4 Mobility

from:https://notebookspec.com/web/605735-review-hp-pavilion-aero-13-ryzen-5000u

AMD ไตรมาส 2/2021 รายได้เติบโตสูงอีกไตรมาส จากทุกกลุ่มธุรกิจ

AMD รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2021 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 99% เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12% ถ้าเทียบกับไตรมาส 1/2021 เป็น 3,850 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 710 ล้านดอลลาร์

ซีอีโอ Lisa Su กล่าวว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตรวดเร็วกว่าภาพรวมตลาด จากความต้องการสินค้าที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่ม บริษัทยังประเมินภาพรวมตลอดปีนี้ ว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 60%

รายได้ของกลุ่ม Computing and Graphics เพิ่มขึ้น 65% เป็น 2,250 ล้านดอลลาร์ มาจากยอดขายทั้งซีพียูและจีพียู ที่มีราคาต่อหน่วย (ASP) เพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่ม Enterprise, Embedded และ Semi-Custom เพิ่มขึ้น 183% เป็น 1,600 ล้านดอลลาร์ จากยอดขายของ Semi-Custom และ EPYC

ที่มา: AMD

alt="AMD Q2/2021"

alt="AMD Q2/2021"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123924

MSI Bravo 15 จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มจาก MSI x AMD ลดราคา 2,000 บาท และฟรี Thunderbird T-Shirt ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น

MSI Bravo 15 จัดโปรโมชั่นสุดคุ้มจากทาง MSI X AMD นับว่าเป็น Gaming Notebook ปี 2021 รุ่นใหม่ล่าสุด สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H อีกหนึ่งรุ่นในตลาด จอ 15.6″ ความละเอียด Full HD ได้ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5600H / Ryzen 7 5800H ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดล้ำด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Zen 3 (Cezanne)

จับคู่มากับการ์ดจอ AMD Radeon RX5500M ซึ่งได้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม RDNA แน่นอนว่าสเปกนี้ทำให้เราเล่นเกมได้แรงลื่น ขอบจอบางเฉียบ ติดตั้งหน่วยความแรมเป็นขนาด 8GB – 16GB มาตรฐาน DDR4 Bus 3200Hz และใส่ที่เก็บข้อมูลมาเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB ซึ่งได้ทั้งความลื่นไหลและความจุสูงไปในตัวเดียว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 30,990 บาทเท่านั้นเอง  

MSI Bravo 15

โดยตอนนี้ MSI Bravo 15 มีโปรโมชั่นสุดคุ้มลดราคา 2,000 บาทในรุ่นราคา 33,990 บาท เหลือ 31,990 บาท และ 36,990 บาท เหลือ 34,990 บาท พร้อมกันนั้นยังรับทันที Thunderbird T-Shirt สุดเท่ เก๋ไม่เหมือนใคร มูลค่า 750 บาท พร้อมกระเป๋า Stealth Trooper Backpack II มูลค่า 1,690 บาท (อยู่ในกล่องพร้อมตัวเครื่อง) ระยะเวลาโปรโมชั่น ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2564

MSI Bravo 15

VDO Review MSI Bravo 15

หมายเหตุ

  1. ของแถมมีจำนวนจำกัด บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  2. ไม่สามารถซื้อหรือออกบิลในนามบริษัท หรือนิติบุคคลได้
  3. คำตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ร่วมรายการถือได้ว่าตกลงยอมรับในข้อกำหนดและเงื่อนไขข้างต้นทุกประการ
  4. โปรโมชั่นนี้เฉพาะลูกค้าที่ซื้อสินค้า MSI Notebook จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องภายในประเทศไทยเท่านั้น
  5. ของพรีเมี่ยมไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินทอนหรือเงินสดได้
  6. ของพรีเมี่ยมจากโปรโมชั่นนี้จะเริ่มจัดส่งหลังจากวันที่ 15 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป
  7. ระยะเวลาในการรับประกันแบตเตอรี่, อแดปเตอร์, สายไฟ มีระยะเวลาในการรับประกัน 1 ปี

MSI Bravo 15 รายละเอียดรุ่นและสเปกต่างๆ 

MSI Bravo 15 B5DD-016TH ราคา 30,990 บาท

  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H (6C/12T & 3.30 – 4.20GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7 + Radeon RX 5500M (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years Carry-in Regional (1 Year for Battery and Adapter)

MSI Bravo 15 B5DD-015TH ราคา 33,990 บาท ลดเหลือ 31,990 บาท

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T & 3.20 – 4.40GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + Radeon RX 5500M (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years Carry-in Regional (1 Year for Battery and Adapter)

MSI Bravo 15 B5DD-014TH ราคา 36,990 บาท ลดเหลือ 34,990 บาท

  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H (8C/16T & 3.20 – 4.40GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + Radeon RX 5500M (4GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 3200MHz
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 2 Years Carry-in Regional (1 Year for Battery and Adapter)

สำหรับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000 Series รหัส H เน้นประสิทธิภาพจากทาง AMD ที่แรงขึ้นเป็นเท่าตัว จากเทคโนโลยีการผลิตชิป CPU ที่ 7 นาโนเมตร จับคู่มากับการ์ดจอแยก AMD Radeon RX5500M ซึ่งได้เทคโนโลยี 7 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก แน่นอนว่าสเปกนี้ทำให้เราเล่นเกมได้แรงลื่น โดยรุ่นที่เราได้เป็นหน่วยความจำขนาด 8GB – 16GB และที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB มี Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที ประกันเป็นแบบ 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

MSI Bravo 15

รายละเอียดของชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5600H เป็น CPU ที่ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธรด มีความเร็วอยู่ที่ 3.30 – 4.20 GHz และ AMD Ryzen 7 5800H เป็น CPU ที่ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธรด มีความเร็วอยู่ที่ 3.20 – 4.40 GHz โดดเด่นด้วยสถปัตยกรรม Cezanne แต่ใหม่การ์ดจอ Radeon RX5500M ที่เป็น RDNA ส่งผลให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่ง พร้อมด้วยความร้อนที่น้อยลงไปอีก และประหยัดแบตเตอรี่มากกว่าเดิมด้วย เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับการมาของ AMD Ryzen รุ่นใหม่ตระกูล 5000 H Series 

MSI Bravo 15

เป็นหน้าจอขนาด 15.6″ Full HD พาเนล IPS มี Refesh Rate ที่ 144 Hz แน่นอนว่ารองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync ให้ภาพลื่นไหลและไม่ฉีกขาด ลำโพง 2W x 2 ทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 และ Hi-Res ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, 1 x USB 2.0 Type-A Kensington lock slot, LAN RJ-45, HDMI, รูหูฟังกับไมค์ 3.5 มิลลิเมตร พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Intel Wi-Fi 6 AX200(2*2 ax) + Bluetooth 5.1


MSI Bravo 15

การออกแบบต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงใกล้เคียงกับ MSI Pulse GL66 / MSI Katana GF66 ทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ชัดเจนด้วยโลโก้ฝาหลังด้วยนกธันเดอร์เบิร์ดสยายปีกสีเงินแบบนู้นต่ำ สวยงามดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดยใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับคีย์บอร์ดสีแดง ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยรวมนั้นดีอยู่แล้ว มีน้ำหนักที่เบาเพียง 2.3 กิโลกรัม อีกทั้งตัวเครื่องก็มีความบางสุดที่ 27.5 มิลลิเมตรด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อน จะมีความหนักและหนากว่าเล็กน้อย 

MSI Bravo 15

แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อนพร้อมกางได้เกือบๆ 180 องศา  พร้อมกันนั้นในส่วนของขอบตัวเครื่องคีย์บอร์ดด้านในทั้งด้านซ้ายขวาและด้านหน้าจะมีการทำเส้นสายอีกด้วย ซึ่งขอบด้านหน้าเป็นพลาสติกมีการเว้นพื้นที่เว้าเอาไว้ให้เปิดฝาหน้าจอได้ง่าย และที่พักมือและเนื้องานรอบแป้นพิมม์ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสัมผัสดีกว่าทั่วไป ปุ่มเปิดปิดของตัวเครื่องได้ติดตั้งอยู่มุมซ้ายของคีย์บอร์ดดีไซน์ได้เรียบเนียนไปกับตัวเครื่องเป็นอย่างดี ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานคือมี Numpad แป้นตัวเลข แต่ปุ่มกดจะเล็กกว่าปกติเล็กน้อย นอกจากนี้คีย์บอร์ดยังมีไฟสีแดง สามารถเปิดปิดได้ 3 ระดับ

MSI Bravo 15

วัสดุเป็นพลาสติกเกรดสูงตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมใช้ลวดลาย Cutting Edge ส่วนภายนอกและภายใน แนวตั้งเรียบง่ายตามสไตล์ของ Gaming Notebook แบรนด์ MSI หลายๆ รุ่น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีระบบระบายความร้อนแบบพิเศษ Cooler Boost 5 แบบใหม่ ที่มาพร้อม 2 พัดลมขนาดใหญ่ ฮีทไปป์ 6 เส้นดีไซน์แบน เย็นเฉียบหายห่วงไปเลย พร้อมกับทำการเซาะร่องระบายอากาศหลายตำแหน่งด้วยกัน ลำโพงก็อยู่ที่ด้านล่าง 2 ตัวทำให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงได้ดี การแกะอัพเกรดบอกเลยว่าทำได้ไม่ยาก แต่ต้องแกะน็อตออกหมดทุกตัวแล้วค่อยใช้บัตรแข็งๆ แงะที่ละส่วนอย่างระมัดระวังเท่านั้นเอง

MSI Bravo 15

เรียกได้ว่ายังคงรักษามาตรฐาน Gaming Notebook จากแบรนด์ MSI ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD ทั้งชิปประมวลและการ์ดจอ ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช้สเปก AMD อย่างเดียว ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูดีแบบเรียบง่าย ที่ไม่ใช่แค่เครื่องแรงอย่างเดียวแต่ในประสบการณ์ใช้งานก็ดีเยี่ยมด้วย มีความบางเบากว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน ทำให้พกพาไปไหนได้สะดวก อย่างตามร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น เรียกได้ว่าเล่นเกมก็ดีพกพาก็สะดวก

MSI Bravo 15

โดดเด่นด้วยสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen  5000H รุ่นใหม่ ได้การ์ดจอ AMD Radeon RX5500M ที่ตอบสนองการทำงาน หรือการเล่นเกมออนไลน์ออฟไลน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ การันตีสเปกภายในได้จากสติ๊กเกอร์ที่ติดมาที่ตัวเครื่อง พร้อมด้วยซอฟท์แวร์ MSI Center รุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้มากยิ่งขึ้น พร้อมการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่น พร้อมระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมเหนือชี้นกว่าชัดเจน

MSI Bravo 15

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยที่เพียงพอในทุกๆ เกม ขึ้นอยู่กับการปรับกราฟิกเป็นหลัก ประกอบไปด้วย Resident Evil 8 / GTA V / Battlefield V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์หนักๆ อย่าง SCUM และยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / APEC Legends ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมทุกเกมที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซลตาม Native ของหน้าจอ โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพ ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหล กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกม ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 8 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าเหลือเชื่อจริงๆ

MSI Bravo 15

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง SCUM ที่ปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน จะเห็นว่าเฟรมเรทเฉลี่ยที่ออกมานั้นได้ค่อนข้างน้อย ซึ่งในการเล่นเกมจริงๆ แนะนำปรับกราฟิกกลางๆ น่าจะลื่นไหลกว่า ต่อกันที่ DOTA 2 ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถขับเฟรมเรทได้เพียงพอกับการเล่น แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย แต่สำหรับ PUBG และ APEX ก็ต้องยอมรับว่าปรับกราฟิกลงมาอีกหน่อยน่าจะลื่นไหลที่ 60 เฟรม + น่าจะเหมาะสมในการเล่นเกมมากกว่า 

และด้วยหน้าจอพาเนล IPS แบบ 144Hz พร้อม สนับสนุน AMD FreeSync ทำให้ภาพลื่นไหลกว่าปกติและไม่ฉีกขาด ทำให้เกม FPS ที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ 144Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล อาจจะปรับกราฟิกต่ำลงมาเท่าที่เราพอใจ หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่แล้ว

m3

MSI CENTER เวอร์ชั่นล่าสุด เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ Utility จุดเด่นคือใช้งานสะดวกและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูต่างๆ แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่ชัดเจน รวมไปถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ง่ายยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

m2

ตารางสเปก MSI Bravo 15 พร้อมราคาลดแล้ว

  CPU GPU RAM SSD Display Price
Bravo 15 B5DD-016TH Ryzen 5 5600H RX5500M 8GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 30,990
Bravo 15 B5DD-015TH Ryzen 7 5800H RX5500M 8GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 31,990
Bravo 15 B5DD-014TH Ryzen 7 5800H RX5500M 16GB 1TB 15.6″ IPS 144Hz 34,990

สรุปโปรโมชั่นจาก MSI X AMD ลดราคา 2,000 บาท พร้อมรับทันที Thunderbird T-Shirt สุดเท่ พร้อมกระเป๋า Stealth Trooper Backpack II มูลค่า 1,690 บาท ก็ถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะได้ทั้งการลดราคาทำให้ตัดสินใจซื้อกันง่ายขึ้น และนับว่าเป็นสเปกที่น่าซื้อ และของแถมเองสุดพิเศษ ที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไป สำหรับคนที่ต้องการจับจองก็รีบซื้อกันหมด หมดเขต 31 กรกฎาคม 2564 เท่านั้น

product 16217510929c73592d26a7e86bf9983dd5f8a0e82a

สำหรับจุดเด่นจากการที่เป็น Gaming Notebook ที่มีความแตกต่างเรื่องดีไซน์รูปแบบฝาหลัง Cutting Edge ให้สัมผัสที่สวยงามสัมผัสคล้ายกับโลหะ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000H ที่สร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แต่ก็ยอมรับว่าการ์ดจอแยกเองยังเป็นรุ่นก่อนหน้าอย่าง AMD Radeon RX5500M แต่สเปกอื่นๆ ก็ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งสเปกน่าจะซื้อจะเป็นรุ่นราคา 31,990 และ 34,990 บาทนั่นเอง

product 162175108621129650150f18f256a57cdb5001e680

ข้อดี MSI Bravo 15

  • ดีไซน์การออกแบบถูกใจเกมเมอร์ยุคใหม่ ตามสไตล์ของ MSI Gaming แนวเรียบหรูดูล้ำ
  • หน้าจอ 15.6″ เล็กกระชับกว่าเดิมเทียบ 14″ พกพาสะดวก งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • สเปคแรงด้วยชิปประมวลผล Ryzen 5000H และการ์ดจอแยก Radeon RX 5500M
  • ได้แรมมาขนาด 8GB – 16GB และ SSD M.2 ความจุ 512GB – 1TB ใช้งานได้ลื่นไหล
  • ประสิทธิภาพต่อราคาจัดว่าคุ้มค่า แม้จะได้การ์ดจอแยกรุ่นก่อน
  • มีซอฟต์แวร์ MSI Center ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง
  • มี Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที
  • ประกัน 2 ปี ส่งศูนย์ MSI ตามมาตรฐาน

ข้อสังเกต MSI Bravo 15

  • การ์ดจอแยกยังเป็นไม่ใช่รุ่นล่าสุดอย่าง Radeon RX 6000M Series
  • ค่าขอบเขตสีหน้าจอ sRGB อยู่ในระดับกลางๆ
  • ไม่สามารถอัพเกรด HDD / SSD 2.5″ SATA 3 ได้
  • ยังมีพอร์ต USB 2.0 Type-A มาอยู่ 1 พอร์ต

from:https://notebookspec.com/web/606171-msi-bravo-15-promotion-dis2000-tshirt

ผลทดสอบ FSR เทคโนโลยี upscale ของ AMD ยังไม่ดีเท่า NVIDIA DLSS แต่ใช้งานได้หลายรุ่นกว่า

VentureBeat ทดสอบเปรียบเทียบเทคโนโลยี FidelityFX Super Resolution (FSR) ของ AMD ที่ใช้เทคนิค linear กับ non-linear อัพสเกลภาพความละเอียดต่ำเพื่อให้เฟรมเรตเพิ่มขึ้น โดยใช้ได้กับการ์ดจอหลายรุ่น แม้แต่การ์ดจอของคู่แข่งอย่าง NVIDIA เอง ต่างจากเทคโนโลยี Deep Learning Super Sampling (DLSS) ของ NVIDIA ที่ใช้ machine learning อัพสเกล แต่ใช้ได้กับการ์ดจอตระกูล RTX เท่านั้น

ข้อแตกต่างของ FSR กับ DLSS อีกอย่างคือ FSR มีระดับการตั้งค่าแบบ Ultra Quality เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากระดับ Quality, Balanced และ Performance โดยในระดับการตั้งเท่ากัน FSR มีเฟรมเรตสูงกว่า DLSS ประมาณ 10-15%

ผลการทดสอบเปรียบเทียบภาพนิ่งจากเกม Marvel’s The Avengers โดยไม่เน้นด้านเฟรมเรต แต่เน้นเทียบรายละเอียดของภาพแบบ 4K

เมื่อเปรียบเทียบระดับ Quality เท่ากัน VentureBeat พบว่ารายละเอียดของภาพ เช่นลายแกะสลักถุงมือของ Miss Marvel และต้นหญ้าในแบคกราวด์ ของ DLSS มีความละเอียดมากกว่า และ machine learning ก็เติมรายละเอียดในบางส่วนของภาพ เช่นลายบนถุงมือ จนคมชัดกว่าบนความละเอียด native 4K ด้วยซ้ำ

No Description

เมื่อเปิดระดับ Ultra Quality ของ FSR เทียบกับ Quality ของ DLSS แล้ว รายละเอียดภาพแทบไม่ต่างกัน น่าเสียดายที่ VentureBeat ไม่ระบุจำนวนเฟรมเรตของการเปรียบเทียบแบบที่สองไว้

ส่วนการเปรียบเทียบแบบ Balanced ก็ได้ผลคล้ายกันคือ FSR คุณภาพภาพต่ำกว่า แต่เฟรมเรตสูงกว่า 10-15%

No Description

ผู้ทดสอบของ VentureBeat ทิ้งท้ายไว้ว่าหากมีตัวเลือกระหว่าง FSR หรือ DLSS เขาจะเลือกใช้ DLSS แม้จะได้เฟรมเรตน้อยกว่า เพราะให้ภาพที่รายละเอียดครบครันกว่า และหากต้องการเฟรมเพิ่มจริงๆ ก็จะปรับลดการตั้งค่าแทน แต่หากไม่มีตัวเลือก เขาก็มองว่าเทคนิค FSR ของ AMD นั้น ดีพอสำหรับการใช้งานของเกมเมอร์ส่วนใหญ่

ส่วนตัวผู้เขียนมีประสบการณ์ใช้ DLSS บนความละเอียด 1440p จากแพทช์ล่าสุดของเกม Red Dead Redemption 2 พบว่าเฟรมเรตเพิ่มขึ้น 10-15% จากการตั้งค่าปกติ โดยได้คุณภาพของภาพใกล้เคียงกัน แต่เมื่อตัวละครเคลื่อนไหวรวดเร็ว อาจมี artifact แปลกๆ หรือรายละเอียดภาพระยะไกลที่ขาดหายบ้างเมื่อเทียบกับการเรนเดอร์แบบ native

ที่มา – VentureBeat

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123840

SIS Webinar: ถึงเวลาพลิกโฉม Infrastructure ของคุณสู่ยุคใหม่อันทันสมัย

SIS ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT Infrastructure เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ SIS Webinar เรื่อง “It’s TIME to Explore and Transform Your Infrastructure to Modernization” พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีด้าน IT Infrastrucutre ล่าสุดจาก AMD, HPE และ Nutanix ในวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 14:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าฟังบรรยายได้ฟรี

พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อลุ้นรับ UVC Disinfection Desk Lamp โคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C จำนวน 5 รางวัล

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: It’s TIME to Explore and Transform Your Infrastructure to Modernization
ผู้บรรยาย: 

  • คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager จาก Nutanix
  • คุณชัยรัตน์ โล้วโสภณกุล HPE ProLiant DX Product Manager จาก HPE
  • คุณวีรวุฒิ วุฒิเลิศอนันต์ Field Application Engineer จาก AMD

วันเวลา: วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_sSw2IJ92TkqeVnTP1k5DKQ

ด้วยความร่วมมือระหว่าง Nutanix และ HPE สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของโซลูชัน Hyper-converged ที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ด้วย DX Platform

เมื่อ HPE และ Nutanix มาพร้อมด้วย AMD ผนึกกำลังกันเพื่อนำเสนอระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบด้วย HPE ProLiant DX Appliances เริ่มต้นง่ายๆ กับโซลูชันดีๆ พร้อม Acropolis Hypervisor ที่มีประสิทธิภาพและไม่สร้างภาระค่าใช้จ่าย

กำหนดการ

14:00 – 14:30 It’s TIME to Explore and Transform Your Infrastructure to Modernization
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager จาก Nutanix
14:30 – 15:00 Transform Your Infrastructure with Confident: HPE ProLiant DX
คุณชัยรัตน์ โล้วโสภณกุล HPE ProLiant DX Product Manager จาก HPE
15:00 – 15:30 New 3rd Gen EPYC Update
คุณวีรวุฒิ วุฒิเลิศอนันต์ Field Application Engineer จาก AMD

from:https://www.techtalkthai.com/sis-amd-hpe-nutanix-webinar/

GPU RDNA 2 บน Exynos 2200 เป็นตัวเดียวกับ Steam Deck ความแรงเหนือกว่า Gaming Console บางตัว

Ice Universe สายข่าวที่มักจะออกมาให้ข้อมูลแม่น ๆ เสมอ ได้ออกมาเปิดเผยผ่าน Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลของจีนว่า Exynos 2200 ชิปเซ็ตเรือธงรุ่นต่อไปของ Samsung จะมาพร้อมกับ GPU RDNA 2 ทั้งหมด 6 แกน คาดประเดิมใช้งานกับ Galaxy S22 ที่มีคิวเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า

โดย GPU RNDA 2 ที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนประมวลผลกราฟิกให้กับ Exynos 2200 นั้น จะเป็นตัวเดียวกับที่อยู่ใน Steam Deck เครื่องเล่นเกมคอนโซลที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ว่าใน Exynos 2200 จะมีเพียงแค่ 6 แกนเท่านั้น ถึงอย่างไร ก็เชื่อว่าประสิทธิภาพความแรงก็น่าจะน้อง ๆ เจ้า Steam Deck เลย ไม่น่าจะมีความแตกต่างกันมากเท่าไหร่

ในทางทฤษฎี หน่วยประมวลผล RDNA 2 ที่โผล่บน Steam Deck และเตรียมใช้ขับเคลื่อน Exynos 2200 นั้น แรงกว่า GPU ของ Nintendo Switch และ Xbox One ซึ่งนั่นหมายความ สมาร์ทโฟนรุ่นใดก็ตามที่มาพร้อมกับ Exynos 2200 อาจจะมีประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกที่เร็วแรงกว่าเครื่องเล่นเกมคอนโซลบางตัวซะอีก 

โดย Exynos 2200 จะถูกผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 4 นาโนเมตรตัวใหม่ของ Samsung ที่อัปเกรดประสิทธิภาพขึ้นมา หลังจากใน Exynos 2100 และ Snapdragon 888 สถาปัตยกรรม 5LPE ของพวกเขา ยังคงสู้ฝั่ง TSMC ไม่ได้

 

ที่มา: notebookcheck

 

from:https://droidsans.com/exynos-2200-gpu-rdna-2-better-than-most-gaming-consoles/

AMD FidelityFX Super Resolution พร้อมเปิดให้นักพัฒนาใช้งานแล้ว

AMD FidelityFX Super Resolution พร้อมเปิดให้นักพัฒนาใช้งานแล้วบน GPUOpen พร้อมด้วยการรองรับเพิ่มเติมบน Unity, Unreal Engine และเกมต่างๆ

หลังจากที่มีการเปิดตัวฟีเจอร์ AMD FidelityFX Super Resolution (FSR) เมื่อไม่นานมานี้ วันนี้ AMD ได้สร้างซอร์สโค้ดสำหรับรองรับเทคโนโลยี spatial upscaling ที่ยอดเยี่ยมเพื่อกลุ่มนักพัฒนาเกมผ่านการใช้งานบน GPUOpen

FSR ยังพร้อมให้นักพัฒนาใช้งานได้บน 2 เกมเอ็นจิ้นยอดนิยมคือ

  • Unity: ในรูปแบบเบต้าเวอร์ชั่นพิเศษของ Unity 2021.2 HDRP
  • Unreal Engine: ใช้ได้บนแพชเวอร์ชั่น v4.26

FSR เป็นโซลูชั่นโอเพนซอร์สที่รองรับการเชื่อมต่อในรูปแบบ API ทำให้นักพัฒนาสามารถรวมเทคโนโลยีนี้เข้ากับเกมใหม่และเกมที่มีอยู่แล้ว และ FSR รองรับบนโปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ดของ AMD มากกว่า 100 รุ่น รวมไปถึงกราฟิกการ์ดของคู่แข่งด้วย ฟีเจอร์ FSR ออกแบบมาเพื่อเพิ่มอัตราเฟรมเรตบนการเล่นเกมได้สูงสุดที่ 2.4 เท่า บนความละเอียด 4K ใน Performance mode มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมและมีความละเอียดสูง

นอกจากนี้ยังมีเกมใหม่ ๆ ที่เพิ่มการรองรับฟีเจอร์ FSR ในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ ทำให้มีจำนวนเกมที่รองรับฟีเจอ์ FSR แล้วทั้งหมด 12 เกมนับตั้งแต่เปิดตัวฟีเจอร์นี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะมีเกมที่รองรับมากขึ้นในอีกไม่เดือนข้างหน้านี้

  • Arcadegeddon (16 กรกฎาคม)
  • Necromunda: Hired Gun (16 กรกฎาคม)
  • Resident Evil Village (สัปดาห์หน้า)
  • Edge od Eternity (ภายในเดือนนี้)

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับฟีเจอร์ FSR สามารถเยี่ยมชมได้ที่ GPUOpen และบล็อกของ AMD

เกี่ยวกับ AMD

เป็นเวลากว่า 50 ปีที่ AMD ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งในส่วนของการประมวลผลกราฟฟิก และเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่นต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับวงการเกม เป็นแพลตฟอร์มระดับมืออาชีพ และเป็นศูนย์กลางข้อมูล ผู้บริโภคหลายร้อยล้านคน องค์กรธุรกิจชั้นนำที่จัดอยู่ในกลุ่ม Fortune 500 และหน่วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ทั่วโลก ต่างใช้เทคโนโลยีของ AMD เพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ชีวิต การทำงาน และความบันเทิง พนักงานของ AMD ทุกคนทั่วโลกล้วนมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะก้าวข้ามขอบเขตของข้อจำกัดทั้งหลาย ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AMD (NASDAQ: AMD) และกระบวนการสร้างสรรค์ต่างๆ ที่เราทำในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ที่เว็บไซต์ website, blog, Facebook และ Twitter

ข่าว: AMD FidelityFX Super Resolution พร้อมเปิดให้นักพัฒนาใช้งานแล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/amd-fidelityfx-super-resolution/

GIGABYTE 5G และ Edge Solutions ที่งาน MWC 2021: เซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับการเลือกแล้วโดย Taipei Music Center, ITRI, New Taipei Police Department และ NVIDIA Aerial SDK

E-Series Edge Servers ของ GIGABYTE เป็นไฮไลท์ของงาน MWC Barcelona 2021 ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของ GIGABYTE ในการจัดหาโซลูชัน 5G และ Edge Computing สำหรับลูกค้ารายสำคัญ ซึ่งรวมถึง Taipei Music Center ที่ต้องการจัดคอนเสิร์ต VR และ ITRI และ สำนักงานตำรวจนิวไทเป ซึ่งจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงความนิยมของ Pokémon GO โดย GIGABYTE Edge Server, E251-U70 เป็นรุ่นแรกใน E-Series ที่ NVIDIA ได้เลือกให้ เป็นส่วนหนึ่งของ Aerial Developer Kit

ดาวเด่นของงาน MWC Barcelona 2021 ซึ่งเป็นมหกรรมประจำปีที่อุทิศให้กับอุตสาหกรรมการสื่อสาร คือ E-Series Edge Servers ของ GIGABYTE ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2020 ด้วย E251- U70 กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้เติบโตขึ้นจนครอบคลุมผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนโปรเซสเซอร์ที่แตกต่างกัน รวมถึง E162-220 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Xeon® Scalable, E152-ZE0 พร้อม AMD EPYC™ และ E252-P30 ที่ขับเคลื่อนด้วย โดยโปรเซสเซอร์ Ampere® Altra® แบบซ็อกเก็ตเดียวตามสถาปัตยกรรม Arm

เรียนรู้เพิ่มเติม:

E-Series Edge Servers เป็นผลพวงมาจากการพัฒนา Edge Computing และ Cloud Computing มาเป็นเวลานานหลายปี ซึ่งได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเนื่องจากการถือกำเนิดของเทคโนโลยี 5G แม้กระทั่งก่อนการเปิดตัว E-Series, GIGABYTE ก็ได้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์โซลูชันสำหรับระบบนิเวศ 5G ที่กำลังพัฒนา ณ ตอนนั้น ลูกค้าที่สำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ Taipei Music Center, Taiwan’s Industrial Technology Research Institute (ITRI) และ New Taipei City Police Department และแม้แต่ NVIDIA ประสบการณ์ของ GIGABYTE กับลูกค้าหลักเหล่านี้ช่วยให้เกิดการขัดเกลาอย่างละเอียดในเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์และ know-how ของอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ E-Series ที่ครบสมบูรณ์ซึ่งได้จัดแสดงที่งาน MWC ปีนี้

เรียนรู้เพิ่มเติม: 5G Solutions ของ GIGABYTE ทั้งหมดโดยย่อ

คุณสมบัติของ Edge Servers ในอุดมคติในยุค 5G คืออะไร?

หัวใจหลักของ Edge Servers คือโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อรวมสถาปัตยกรรม Edge Computing กับ เทคโนโลยี 5G ให้ที่รองรับแบนด์วิดธ์ที่กว้างขึ้นและความเร็วสูงขึ้นถึง 10 Gbit/s ซึ่งเร็วกว่าเครือข่าย 4G ปัจจุบันถึงสิบเท่า เครือข่าย 4G Edge Computing เป็นการวางเซิร์ฟเวอร์ให้ใกล้กับผู้ใช้ปลายทางมากที่สุด ลด latency และการใช้งานแบนด์วิดท์ ผลลัพธ์คือ อุปกรณ์พกพาสามารถเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลได้อย่างง่ายดายเหมือนกับว่ามีสายเคเบิลจริงระหว่างพวกเขา.

การสตรีมวิดีโอความละเอียดสูงพิเศษและการเล่นเกมบนคลาวด์เป็นเพียงแอปพลิเคชันส่วนเล็กๆ เท่านั้น นวัตกรรมเปลี่ยนโลก เช่น ยานยนต์อัตโนมัติอาจกลายเป็นความจริงในเร็วๆ นี้ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณการสื่อสาร 5G และ การประมวลผลของ Edge Solutions ที่ล้ำสมัย

เรียนรู้เพิ่มเติม: จะสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของคุณกับ GIGABYTE ได้อย่างไร? คู่มือด้านเทคนิคฟรี

International Telecommunication Union Radiocommunication Sector (ITU-R) กำหนดขอบเขตการให้บริการหลักสามประการสำหรับการสื่อสาร 5G คือ Enhanced Mobile Broadband (eMBB), Massive Machine Type Communications (mMTC) และ Ultra-Reliable Low Latency Communications (URLLC) ในแง่ของบุคคลทั่วไป eMBB หมายถึงแบนด์วิดธ์ที่ขยายกว้างขึ้นมากซึ่งจะทำให้การใช้งานสตรีมวิดีโอ 4K หรือแม้แต่ 8K รวมถึง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) สมจริงอย่างแท้จริง ส่วน mMTC ย่อมาจากความหนาแน่นของการเชื่อมต่อสูงที่รองรับอุปกรณ์จำนวนมาก (เช่น เซ็นเซอร์) บนรถยนต์ที่ขับด้วยตนเอง ที่ส่งแพ็กเก็ตข้อมูลขนาดเล็กเป็นระยะๆ และ URLLC ให้ latency เป้าหมายที่ 1 มิลลิวินาทีและความน่าเชื่อถือถึง99.999% ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำคัญสำหรับยานยนต์อัตโนมัติในการตอบสนองต่อสภาพถนน

เรียนรู้เพิ่มเติม:

ในทางปฏิบัติ GIGABYTE E-Series Edge Servers เผชิญกับความท้าทายโดยตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย สิ่งแรกและสำคัญที่สุด โปรเซสเซอร์ของพวกเรามีพลังการประมวลผลที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับ Cores จำนวนมากเพื่อให้บริการอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อม ๆ กัน ประการที่สอง Edge Server สามารถจัดการกับความหลากหลายของงานซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีสล็อตขยายจำนวนมากเพื่อรองรับ GPU (ซึ่งเหมาะสำหรับการประมวลผลแบบขนาน หรือ Parallel Computing) และ การ์ดเครือข่าย เหล่านี้มอบระดับของความยืดหยุ่นและมัลติฟังก์ชันสำหรับ Edge Server

Edge Server ต้องมีขนาดพอดีกับพื้นที่จำกัดได้ทุกประเภท เช่น ในตู้สำนักงาน หรือที่ฐานของสถานีฐาน ควรต้องใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแหล่งจ่ายไฟอาจมีจำกัดหรือมีราคาแพง ควรพิจารณาเรื่องอุณหภูมิด้วย นอกจากนี้ Edge Server ควรบำรุงรักษาและซ่อมแซมได้ง่ายเพื่อให้การทำงานมีเสถียรภาพ นอกเหนือจากข้อกำหนดทั้งหมดแล้ว ยังต้องมี CAPEX และ OPEX ที่แข่งขันได้ เนื่องจากจะต้องเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร 5G จึงจำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวจำนวนมาก

GIGABYTE สามารถบรรลุความเข้าใจที่รัดกุมและในเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีสร้างเซิร์ฟเวอร์ Edge ในอุดมคติสำหรับยุค 5G ได้ เนื่องจากได้ให้บริการ Edge Computing Solutions สำหรับลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นเวลาหลายปี Success cases ที่สำคัญต่อการสร้าง E-Series Edge Servers คือระบบการดูคอนเสิร์ต VR ใน Taipei Music Center ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ Micro Data Center ที่รองรับการประมวลผลแบบ Edge Computing และ “Private Cell Mobile Command Vehicle” ที่ ITRI และตำรวจเมืองนิวไทเปนำไปใช้ ณ จุดสูงสุดของความนิยม Pokémon GO ในไต้หวัน 

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสกับระบบใหม่เหล่านี้สามารถเข้าไปที่ www.GIGABYTE.com หรือติดต่อเราโดยตรงได้ที่ server.grp@gigabyte.com

from:https://www.techtalkthai.com/gigabyte-5g-and-edge-solutions-at-mwc-2021/