คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD

ทำไมการ์ดจอแพง ในวันที่เหมืองใกล้แตก?

ปัญหาการ์ดจอแพงไม่ใช่แค่ปัญหาระดับชาติในบ้านเราเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาถึงระดับโลกในตอนนี้ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะค่ายเขียวค่ายแดงก็แพงไม่แพ้กัน (ค่ายเขียวจะแพงกว่าด้วยในหลายรุ่น) และนอกจากแพงแล้วยังหาซื้อได้ยาก ว่าแต่ทำไมถึงแพง เพราะขุดเหมืองจริงเหรอ เหมืองใกล้แตกหรือยัง เกมเมอร์รอเฮได้หรือยัง

การ์ดจอแพง

   จริงๆสาเหตุที่การ์ดจอแพงและหายากมันมาจากหลายปัจจัย ที่มันดันเกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นสาเหตุให้การ์ดจอแพงและขาดตลาดในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น

ว่าแต่ทำไมการ์ดจอแพง

  • วัตถุดิบหายาก + สงครามการค้า

เริ่มจากต้นน้ำสุดเลยคือวัตถุดิปหายากมากขึ้น และจากที่เคยค้าขายกันอย่างเสรี แต่พอมีสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้การส่งออกนำเข้าทั้งวัตถุดิบและสินค้าที่สำเร็จทำได้ยากมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าจีนคือโรงงานผลิตสำคัญของโลกก็ว่าได้ แม้จะมีโรงงานผลิตในต่างประเทศ แต่ยังเสียก็ต้องพึ่งพี่จีนเขาอยู่ดี

Nvidia Geforce RTX 3060 Ti 061

  • กำลังการผลิตถูกแบ่ง (ผลิตไม่ทัน)

จากข่าวล่าสุดที่ NVIDIA จะเพิ่มสายการผลิตการ์ดจอสำหรับขุดเหมือนโดยเฉพาะ จน linus tech tips ออกมาโวยวายว่า สร้างขยะ เพราะมันใช้อย่างอื่นนอกจากขุดเหมืองไม่ได้ ขายต่อก็ยาก (จนโดนเกมเมอร์แซวว่าเพราะตัวเองขุดด้วยหรือเปล่าเลยโวยวาย) ซึ่งด้วยกำลังการผลิตที่มีจำกัดการที่ต้องแบ่งมาผลิตการ์ดจอขึ้นก็ยิ่งจะทำให้การผลิตการ์ดจอยิ่งช้าลงหรือเปล่า ซึ่งความจริงต่อให้ไม่ผลิตการ์ดจอขุดเหมืองผู้ผลิตก็ต้องแบ่งสายการผลิตไปยังกลุ่มการ์ดจอทำงานเช่น Quadro สาย AI ,Server รวมไปถึงการ์ดจอบนโน้ตบุ๊คที่เพิ่งเปิดตัวไปของ Nvidia ทำให้การผลิตถูกแบ่งไปอีก สมมติจากเดิมสัดส่วนอาจจะเป็น PC 70% Quadro 10% NB 20% แต่เมื่อมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ NB เพิ่มมาเป็น 30% Quadro 20% เพราะฉะนั้น PC ก็จะเหลือ 50% อันนี้แค่ประเมินคร่าวๆ ไม่รวมการ์ดจอเหมืองที่จะผลิตมาเพิ่มอีกนะ

DSC09252

  • การขนส่งที่มีต้นทุนสูงขึ้น

เมื่อผลิตเสร็จ การขนส่งจากโรงงานมาประเทศปลายทางก็มีตนทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน เพราะ covid-19 นี่ละทั้งทางเรือที่เกิดเคสหาตู้คอนเทนเนอร์ที่ยากขึ้น การขนส่งทางเรือที่มากเกินปรกติ บางครั้งก็เกิดความผิดพลาดจากการขนส่งที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าว RTX 30 Series จากโรงงานส่งไปผิดที่ และที่เด่นชัดที่สุดคือการที่ปิดประเทศ การเดินทางด้วยเครื่องบินระหว่างประเทศน้อยลงอย่างมาก จากที่เคยคนส่งทางอากาศด้วยเครื่องบินโดยสารได้ ซึ่งวันๆมีเป็น 10 เป็น 100 เที่ยว ก็เหลือแค่วันไม่ถึง 10 เที่ยว ทำให้ต้องขนส่งผ่านเครื่องบินขนสินค้าเป็นหลัก แน่นอนว่าทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นตามไปด้วย (และยังช้ากว่าเดิมด้วย เพราะต้องรอรอบเครื่องบินขนส่ง)

  • หน้าร้านถูกแบรนด์ปรับราคาขึ้น

ด้วยสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ราคาการ์ดจากโรงงานมาถึงดีเลอร์หรือร้านค้า มีราคาสูงขึ้นมาก่อนแล้ว จากที่สอบถามหน้าร้านมา ราคาขึ้นเฉลี่ยทุกรุ่นราว 5,000 บาท เลยทีเดียว จึงไม่ต้องแปลกใจว่าถ้าประกอบเครื่องหน้าร้านตอนนี้ ราคาการ์ดจอจะแพงกว่าก่อนหน้านี้ เอาจริงๆทุกแบรนด์อยากขายการ์ดจอได้ราคาปรกติละครับ แต่ราคาขึ้น แถมของก็หามาขายไม่ได้ จากเดิมบ้านเรานำเข้าการ์ดจอราว 500 ตัวต่อแบรนด์ ตอนนี้นำเข้ามาที่ได้แค่หลัก 10 เอง

123

  • ความต้องการที่มากผิดปรกติ + การปั่นราคาของร้าน Resale

สุดท้ายเป็นสาเหตุในบ้านเรา (และอีกหลายประเทศ) เมื่อความต้องการของการ์ดจอสูงมากเกินปรกติ โดยเฉพาะสายขุดเหมือง ก็ทำให้เกิดการปั่นราคาการ์ดจอจนเพิ่งเกินปรกติ (ไม่มาก) และไหนจะร้านที่เลือกที่จะประกอบริคสำหรับขุดอีก (พร้อมคำโปรโมทว่าไม่ขุดตอนนี้จะขุดตอนไหน อยากจะบอกว่าไม่ทันแล้วโว้ยยยยย) คงไม่ต้องบอกนะว่าร้านไหน

555

และเมื่อความต้องการสูงก็ทำให้มีพ่อค้าหัวใสไปกว้านซื้อการ์ดจอมือ1 (รวมไปถึงมือ 2) มารีเซล หรือขายแบบบวกราคาจนน่าตกใจ สมมติราคาหน้าร้านทีแพงขึ้นแล้วอย่าง RTX 3060 Ti ราคาหน้าร้านขายพร้อมประกอบราว 25,000 – 30,000 บาท แต่พ่อค้าบวกขึ้นไปขายถึง 35,000 – 46,000 เลยทีเดียว ไม่ต้องพูดถึง RTX 3090 ที่หายากมากราคาก็ชึ้นเช่นเดียวกัน เมื่อมีคนหนึ่งขายแพงและขายได้ มันก็จะมีคนขายแพงต่อๆมา

ไม่เว้นแม้กระทั่งตลาดมือ 2 ที่เกิดกระแส ถอดการ์ดจอมาขายและใช้งานการ์ดจอรุ่นล่างหรืออนบอร์ดแทน รอเหมืองแตกแล้วค่อยซื้อมาเล่นใหม่ ซึ่งการ์ดจอมือ 2 รุ่นฮิตตอนนี้ขายได้แพงกว่าการ์ดจอมือ 1 เสียอีกนะ

….

แล้วถ้าอยากซื้ออยากประกอบเครื่องใหม่ยังหาการ์ดจอได้ไหม

FB IMG 1613695086548

  • การ์ดจอยังมี แต่หน้าร้าน ไม่ขายแยก

หน้าร้านส่วนใหญ่ตอนนี้ยังมีการ์ดจอสำหรับเล่นเกมขายอยู่ แต่จะขายพร้อมเครื่องประกอบในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่จัดสเปคถูกแต่ใส่การ์ดจอแพง ถึงขนาดหลายร้านต้องตั้งเกณฑ์ราคาขายของสเปคสำหรับการ์ดจอแต่ละรุ่นออกมาเลย โดยไม่ยอมขายปลีกแยกการ์ดจอออกมา ซึ่งเราต้องเข้าใจร้านนิดนึงนะครับ เพราะว่าถ้าร้านยอมขายปลีกการ์ดจอ คนที่ได้ซื้อไม่ใช่เกมเมอร์หรอก แต่จะเป็นพวกพ่อค้าไปกว้านซื้อมาขายราคาแพงอยู่ดี เพราะมันวัดยากว่าใครจะซื้อไปใช้จริงหรือซื้อไปขายต่อ จะมีเคสประกอบเครื่องนี่ละที่พอมองได้ว่าเป็นคนที่ต้องการซื้อไปใช้จริงๆ และในทางกลับกันถ้าขายการ์ดจอแยกจนหมด คนที่จะมาซื้อเพื่อประกอบเครื่องแล้วไม่มีการ์ดจอ เขาก็ไม่อยากซื้อกัน

  • ส่องหาโอกาส การ์ดจอลดราคาหรือมีร้านออกมาขายปลีก

สำหรับท่านที่ต้องการการ์ดจอเพื่อมาเล่นเกมจริงๆ ก็อาจจะต้องเฝ้าตามบอร์ดมือ 2 หรือติดต่อร้านต่างๆไว้ เผื่อว่าเขามีโควต้าพอขายแยก เราจะได้มีโอกาสซื้อในราคาที่ไม่ได้แพงจนเกินไป แต่ก็ต้องไวด้วยนะเพราะพวกพ่อค้าก็เฝ้าคอยร้าน หรือคนทั่วไปมาปล่อยในราคาถูกกว่าตลาดเช่นกัน

ss gpu cards

  • รอเหมืองแตก หรือการ์ดจอเพียงพอต่อความต้องการของตลาด

การแก้ปัญหาการ์จอแพงอาจจะเป็นความหวังที่ดูเลือนลาง แต่ก็เป็นจริงได้เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยมีเคสการ์ดจอแพง ใครๆก็ขุดกันอยู่ช่วงนึง จนเหมือนแตกไปครั้งนึงแล้ว เราเหล่าเกมเมอร์ก็ได้ซื้อการ์ดจอในราคาปรกติ มี RTX 30 Series เข้ามา พอเหมืองกลับมาบูมอีก ผมว่าก็อีกไม่นานหรอก เพราะสกุลเงินดิจิตอลหลายตัวก็ขุดแทบไม่ได้อะไรแล้ว พวกที่ขุดได้หลายตัวก็ไม่คุ้มค่าไฟ วันที่เหมืองแตกเราจะได้เห็นการ์ดจอในราคาที่เป็นธรรม และจะได้เห็นพวกพ่อค้าที่ตุนของขายไว้ มาปล่อยในราคาที่ถูกลง แค่ต้องอดทน (ช่วงนี้ก็ใช้ออนบอร์ดเล่นเกมไปก่อน)

อีกส่วนหนึ่งคือผู้ผลิตอย่าง NVIDIA จะเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และยังได้มีการปรับแต่งการ์ดจออย่าง RTX 3060 ให้ขุดได้น้อยลง เพื่อให้ไปถึงมือเกมเมอร์หรือผู้ใช้จริงๆ และเมื่อ COVID-19 สถานะาการณ์ดีขึ้นการขนส่งกลับมาสู่สภาวะปรกติ รวมไปถึงสงครามการค้าที่เบาลง ก็ล้วนจะมีส่วนช่วยให้ภาวะราคาการ์ดจอเข้าสูงความสงบสุขอีกครั้ง พวกเราเหล่าเกมเมอร์ก็คงได้แต่ร้องเพลงรอ เก็บตังและใช้การ์ดจอออนบอร์ดไปก่อนนะ…

ถ้าไม่รู้ว่าราคาการ์ดจอตอนนี้ปรกติเป็นเท่าไร ไปจัดสเปคที่ NBS กันไปพลางๆก่อนได้ครับ

6QeEi37j

ปล.ส่งท้ายในวันที่เขียนราคา BTC และอีกหลายเหรียญเริ่มลง ราคาการ์ดจอที่แม้จะแพงอยู่ กระทั่ง RTX 3060 ที่เพิ่งเปิดตัวมาราคาก็ทะลุไปกว่าสามหมื่น (จากราคาที่ Nvidia ตั้งไว้ 11,500 บาท) แต่ด้วยราคาเหรียญที่ลดลง ทำให้ราคาการ์ดจอตัวแพงๆที่ช่วงเดือนก่อนแพงมหาศาลเริ่มขายถูกลงมาบ้าง อย่าง RTX 3090 ที่ราคาเกือบแสนตอนนี้ก็อยู่ที่ราว 70,000 – 80,000 บาท ) หรือ 3070 ,3080 ก็เริ่มลดลงมาบ้างเล็กน้อย หน้าร้านตอนนี้ก็พอหาซื้อประกอบพร้อมเครื่องง่ายขึ้น (แต่ก็ต้องประกอบในราคาที่เหมาะสม) เป็นสัญญาณว่าเกมเมอร์เตรียมเฮ เหมือนใกล้แตก และราคาการ์กจอน่าจะกลับมาปรกติในเร็ววัน แต่ตอนนี้คงต้องอดทนรอไม่อุดหนุนพวกพ่อค้าหน้าเลือกที่ซื้อการ์ดจอมาปั่นราคาขายต่อกันก่อนนน

 

 

from:https://notebookspec.com/web/577989-why-are-video-cards-expensive

Notebook ชิปเซ็ท AMD Ryzen Series Modern PC ตัวแรง จะเล่นเกมหรือทำงานก็ไม่มีหวั่นน!

สำหรับใครที่กำลังอยากจะหาซื้อ Notebook สักเครื่องที่เน้นใช้ได้ระยะยาว ไม่ว่าจะเอาไว้ทำงาน หรือด้านความบันเทิง เรามีรุ่นที่น่าสนใจ มาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ Modern PC Notebook ที่ใช้ CPU จากค่าย AMD ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักในเรื่องราคาที่ไม่แพงมากและคุณภาพดี เหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ทั้งขึ้นชื่อในเรื่องเล่นเกมหรือจะทำงานหลายๆ แท็ปพร้อมกันก็ลื่นไหลก็ไม่มีสะดุด จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้างไปดูกันเลย

9 Notebook AMD Ryzen สเปคแรงไม่หวั่น

notebook

banana online dark

ASUS ROG ZEPHYRUS G14

เปิดหัวกันมาด้วยตัวขวัญใจวัยรุ่นที่ขายดีกันเลย Asus ROG Zephyrus G14 Notebook ขนาดบางเบา มี จอ LED AniMe Matrix สำหรับปรับแต่ง Emoji ได้ตามสไตล์ หน้าจอ IPS Full HD 14 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ค่าสี sRGB 100% ตัวนี้สามารถใช้ทำงานได้ เล่นเกมได้ ทำงานกราฟิกได้ เพราะมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650Ti โดยขุมพลังอื่นๆ ก็ถือว่าจัดเต็ม CPU AMD Ryzen 5 4600HS, RAM 8GB ความจุแบบ SSD 512GB เหมาะสำหรับคนทำงานที่ชอบเล่นเกม สามารถซื้อตัวเดียวแล้วใช้งานได้ครอบคลุม

HP Notebook ENVY X360 13 AY0001AU Black 1 1605976619 e1614221283468

banana online dark

HP ENVY X360 13

ถัดมากันเลยกับแบรนด์ HP ก็มี Notebook ทำงานดีๆ ที่ใช้งาน AMD Ryzen Series อยู่เหมือนกัน HP ENVY X360 13 ตัวนี้จัดเต็มความแรงด้วย AMD Ryzen 5 4500U หน้าจอ 13.3 นิ้ว RAM 8GB กราฟิกการ์ดคอมโบค่ายแดงไปเลยกับ AMD Radeon Vega ทำงานกราฟิกทั่วไปได้ พร้อมลุยทันทีด้วย Windows 10 Home และ Microsoft Ofiice Home student 2019 แถมมาให้เรียบร้อย ความจุแบบ M.2 SSD 512GB ดีไซน์มีความบางเบาพร้อมติดตัวไปทำงานได้ทุกที่ ก็จัดเป็นอีกตัวที่ทำงานได้ครอบคลุมเลยทีเดียว

Acer Notebook SWIFT SF314 42 R5H1 Silver 1 1613492104 e1614221369738

banana online dark

 ACER SWIFT SF314

มาถึงซีรีย์ทำงานของแบรนด์ Acer กันบ้าง กับ ACER SWIFT SF314 ตัวนี้ก็โดดเด่นด้วยการดีไซน์ที่บางเบา เน้นการพกพา แต่ก็สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีด้วยขุมพลัง AMD Ryzen 7 4700U เรียกได้ว่าแรงกันจัดๆ ทำงานกราฟิกทั่วไปได้ด้วย AMD Radeon Graphics หน้าจอ 14 นิ้วแบบ FHD RAM 8GB มี Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน รันโปรแกรมได้รวดเร็วด้วยความจุ 512GB แบบ SSD จัดเป็นอีกตัวที่สเปคแรง ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิง

Acer Notebook SWIFT SF314 42 R18J Purple 1 1612898028 e1614221443119

banana online dark

ACER NOTEBOOK SWIFT SF314-42-R18J PURPLE (A)

อีกรุ่นของ Acer ที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นที่อยากแนะนำ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากมีราคาที่ไม่แรงมาก อยู่ที่สองหมื่นต้นๆ เท่านั้น และสเปคในเรื่องการใช้งานเหมาะกับการใช้งานทั่วไป RAM 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล SSD 512 GB แบตเตอรี่ที่อึด ทน อยู่ได้นาน มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และมีดีไซน์ที่ดูสมัยใหม่ บางเฉียบ เรียบหรูเลยทีเดียว พกพาง่ายไม่ว่าไปเรียนหรือพกไปทำงานก็ไม่รู้สึกเทอะทะหรือหนักเลย สำหรับคนที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสักเครื่องที่ราคาไม่แรงมากและใช้งานง่าย ครบกัน ตัวเดียวจบ ใช้งานในระยะยาวแนะนำตัวนี้เลย

Huawei Notebook MateBook D14 R7 A 1 1612894388 e1614221517651

banana online dark

HUAWEI MATEBOOK D14 R7

มาถึงอีกแบรนด์คุ้นหู แต่ถือว่ายังใหม่ในตลาด Notebook อย่าง HUAWEI แต่ก็ต้องบอกว่าทำออกมาได้โดนใจเหมือนกัน HUAWEI MATEBOOK D14 R7 โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงาม เรียบหรูมีระดับ ขนาดบางเบา พกพาไปทำงานสะดวก มาพร้อมจอภาพ Full HD IPS 14 นิ้ว ขอบจอบาง แถมมากับสเปคแรงๆ CPU AMD Ryzen 7 3700U RAM 8GB การ์ดจอ Radeon Vega 10 Graphics ทำงานกราฟิกทั่วไปสบาย หน่วยความจำแบบ SSD 512GB พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ระบบความปลอดภัยก็อุ่นใจด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ถือว่าทำงานได้อย่างครอบคลุม จัดเป็นอีกตัวที่เราแนะนำเลยค่ะ

Huawei Notebook MateBook 14 R5 4600H Grey 1 1614183016 e1614221601650

banana online dark

HUAWEI NOTEBOOK MATEBOOK 14 R5 4600H GREY (A)

ถัดมาอย่างติดๆ อย่าง HUAWEI  MATEBOOK 14 กันบ้าง โน๊ตบุ๊คที่บางเบา เพียง 1.5 กิโลกรัม ไม่เทอะทะ พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ขอบจอบางเฉียบ ดูสบายตา การ์ดจอนั้นจะเป็น Onboard AMD Radeon และใช้ CPU AMD Ryzen 5 4600H, RAM 16GB ที่ใช้งานได้ครอบคลุมทุกด้านและรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้น  ในเรื่องจอนั้น มากับจอ 14 นิ้ว ความละเอียดถึง 2K ค่าสี sRGB 100% เลยทีเดียว ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูง สีชัด สวยงาม ออกแบบงานกราฟิกได้สบาย หรืองาน Art ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สีไม่เพี้ยนแน่นอน

Lenovo Notebook Yoga Slim 7 14ARE05 882A200DFTA Orchid 1 1613151709 e1614221677347

banana online dark

LENOVO YOGA SLIM 7

ถัดมากับอีกหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นด้าน Notebook ทำงาน LENOVO YOGA SLIM 7 รุ่นนี้ก็ยังคงโดดเด่นเหมือนเคย กันรันดีความแรงด้วย CPU AMD AMD Ryzen 7 4800U หน้าจอ 14 นิ้ว RAM จัดมาแบบเต็มเหนี่ยว 16GB ความจุแบบ SSD 512GB กราฟิกการ์ด AMD Radeon Graphics อีกทั้งยังแถม Windows 10 Home 64 Bit และ Microsoft Office Home&Student 2019 มาให้อีกด้วย เรียกได้ว่าพร้อมทั้งทำงานทั่วไปและงานกราฟิกเบื้องต้น ดีไซน์ออกมาให้ใช้งานและพกพาง่าย สาวกแบรนด์นี้ก็จัดไปเลย

Dell Notebook Inspiron 5505 W566155101THW10 Silver 1 1613145663 e1614221815414

banana online dark

DELL INSPIRON 5505

ต่อกันเลยกับแบรนด์ DELL ในรุ่น Inspiron 5505 ตัวนี้ใช้งาน CPU AMD Ryzen 5 4500U จอใหญ่สะใจ 15.6 นิ้ว ดีไซน์และสีมีความเรียบหรูเสริมบุคลิกคนทำงาน RAM 8GB หน่วยความจำแบบ SSD 256GB กราฟิกการ์ด AMD Radeon Graphics ทำงานเบื้องต้นได้ และของแถมจัดว่าคุ้มโดยให้ Windows 10 Home 64bit รวมถึง McAfee LiveSafe 12 month Subscription พร้อม Microsoft Office Home and Student 2019 เรียกได้ว่าพร้อมทำงานได้อย่างปลอดภัยหายห่วง ประกันไปเลย 2 ปี ตัวนี้ก็ถือว่าคุ้มสุดๆไปเลย

Dell Notebook Inspiron 3505 W566155260ATHW10 Black 1 1614096198 e1614221903682

banana online dark

DELL NOTEBOOK INSPIRON 3505-W566155260ATHW10 BLACK (A)

ส่งท้ายกันด้วย DELL ปิดท้ายสำหรับวันนี้ ในรุ่น INSPIRON 3505 ราคาถูกที่สุดในบรรดาที่กล่าวมาทั้งหมด ราคาน่ารัก เพียงหลักหมื่นต้นๆ ก็สามารถครอบครองได้ สำหรับคนงบน้อยจัดเลยไม่ต้องคิดเยอะ ที่มีหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 3 3250U Processor มาพร้อม SSD ความจุ 256GB และ RAM DDR4 8GB หน้าจอ 15.6 นิ้ว ใหญ่สะใจแน่นอน เหมาะกับการใช้งานได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง ภาพ เสียงคมชัด และยังมีการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วด้วยพอร์ต USB 3.2 Gen 1 สองพอร์ต วัสดุตัวเครื่องที่แข็งแรงทนทาน พร้อมลุยทุกสถานการณ์ แถมประกันจัดเต็มถึง 2 ปีไปเลย 

และนี่ก็คือ โน๊ตบุ๊คที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ทั้งหมด 9 รุ่น แบบจุกๆ  ที่เรานำมาแนะนำให้ได้เลือกกันตามการใช้งานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เกมเมอร์ สายงาน หรือใช้งานทั่วไป ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปทั้งเรื่องสเปคหรือราคา ลองพิจารณาได้ตามความเหมาะสมและการใช้งานของเราเองได้เลยค่ะ

from:https://notebookspec.com/web/579151-9-notebook-recommend-from-banana-it

อินเทลโชว์เบนช์มาร์ค Core i9-11990K Rocket Lake นำหน้า Ryzen เรื่อง PCIe ราว 11%

อินเทลมีแผนเปิดตัวซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นใหม่ Rocket Lake-S ภายในไตรมาส 1/2021 พอใกล้กำหนดการเข้ามาเรื่อยๆ ก็เริ่มมีเบนช์มาร์คออกมาข่มกัน ทั้งที่เป็นเบนช์มาร์คหลุดและเบนช์มาร์คจากอินเทลเอง

ล่าสุด Ryan Shrout ผู้บริหารตำแหน่ง Chief Performance Strategist ของอินเทล ออกมาโพสต์เบนช์มาร์คเปรียบเทียบซีพียูรุ่นท็อป Core i9-11900K เทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกันคือ AMD Ryzen 9 5950X ในเรื่องประสิทธิภาพสตอเรจที่เป็น PCIe Gen 4

เดสก์ท็อปทั้งสองตัวใช้สตอเรจเป็น SSD Samsung 980 Pro 1TB รุ่นเดียวกัน โดยประสิทธิภาพของฝั่งอินเทล (วัดด้วยเบนช์มาร์ค PCMark 10 Quick System Drive) เหนือกว่าฝั่ง AMD ประมาณ 11% แสดงให้เห็นว่า Rocket Lake มีประสิทธิภาพ PCIe ที่สูงกว่า

แน่นอนว่า เบนช์มาร์คตัวนี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของการวัดผลในภาพรวมเท่านั้น (และอินเทลย่อมเลือกตัวที่ตัวเองชนะมาโชว์) แต่ก็เป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดซีพียูเดสก์ท็อปจะกลับมาร้อนแรงขึ้นอีกในเร็วๆ นี้ หลังจากฝั่ง AMD ชนะขาดในยุค Ryzen 5000 มาตั้งแต่ช่วง Q4 ปีที่แล้ว

No Description

ที่มา – Notebookcheck

from:https://www.blognone.com/node/121400

Samsung เตรียมเปิดตัว GPU ที่พัฒนาร่วมกับ AMD ในเดือนมิถุนายนนี้

ข่าวที่ว่า Samsung ได้ไปจับมือกับ AMD เตรียมพัฒนา GPU ร่วมกันเพื่อที่จะทำให้ชิปเซ็ต Exynos กลับมายิ่งใหญ่ต่อสู้กับฝั่ง Qualcomm ได้แบบสนุกๆ อีกครั้ง เหมือนว่าจะเข้าใกล้ความเป็นจริงทุกทีแล้ว เพราะตอนนี้มีข้อมูลล่าสุดออกมาเปิดเผยว่าเดือนมิถุนายนนี้ GPU ตัวดังกล่าวจะเดินทางมาเปิดตัวอย่างแน่นอน

แม้ว่า Exynos 2100 จะเปลี่ยนมาใช้ Cortex-X1 ตัวเดียวกับ Snapdragon 888 ของฝั่ง Qualcomm แต่ถ้ามองในเรื่องของประสิทธิภาพรวมๆ ชิปตัวดังกล่าวยังทำผลงานออกมาได้ไม่เทียบเท่ากับของฝั่งบริษัทสัญชาติอเมริกันอยู่ดี ส่วนนึงก็น่าจะมาจากตัว GPU ที่ Mali-G78 ยังไม่สามารถต่อกรกับ Adreno 660 ได้นั่นเอง

นั่นเองเป็นเหตุผลที่ Samsung จึงต้องเดือดร้อนไปขอให้ AMD อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในเรื่องของวงการ GPU เข้ามาช่วยพัฒนา GPU ของพวกเขา ให้สามารถต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดได้แบบสมน้ำสมเนื้อนั่นเอง โดยภายในงาน Exynos On ที่ผ่านมา ทาง Samsung เองก็คอนเฟิร์มแล้วว่าเรือธง Galaxy รุ่นต่อไป จะมาพร้อมกับ GPU จาก AMD แน่ๆ

ล่าสุดทาง Ice Universe แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้มากๆ ก็ออกมาเปิดเผยว่า Samsung เตรียมนำ GPU ที่พัฒนาร่วมกับ AMD มาโชว์สเปคอวดประสิทธิภาพในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ แต่น่าเสียดายที่เหมือนจะแค่เอามาโชว์เท่านั้น ส่วนจะเอาไปใส่ในชิปเซ็ต Exynos รุ่นไหน ตรงนี้ยังไม่มีข้อมูลออกมา

คาดว่าชิปเซ็ตที่จะมาพร้อมกับ GPU ที่พัฒนาร่วมกับ AMD ก็คือ Exynos 2xxx และ 1xxx ภาคต่อของ 2100 และ 1080 ซึ่งมือถือรุ่นแรกๆ ที่จะได้รับอานิสงค์ GPU ตัวแรงนี้ก็คือ Galaxy Z Fold 3 นั่นเอง (หรือไม่แน่อาจจะ Galaxy Note 21)

ซึ่งผลคะแนนชิปเซ็ต Exynos ที่ใช้ GPU ของ AMD บอกเลยว่าสุดจริง เพราะนอกจากจะทำคะแนนแซงหน้า Snapdragon 888 แล้ว ยังแซง A14 Bionic ของ Apple อีกด้วย

 

ที่มา: phonearena

from:https://droidsans.com/samsung-showcase-gpu-amd-this-june/

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 บาท 6 รุ่นแนะนำ คุ้มค่าราคาไม่แพง สเปก Ryzen + GTX แรงเล่นเกมลื่นไหล

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม ปี 2021 จัดเต็มเรื่องประสิทธิภาพความแรงต่อความคุ้มค่า กับช่วงราคา 20,000 – 30,000 บาท ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H หรือ Ryzen 3000H ตอบสนองประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ที่ถึงแม้จะไม่ใช่สเปกใหม่ล่าสุดอย่าง Ryzen 5000H ก็ตาม แต่ก็จัดว่าแรงเพียงพอต่อราคาประหยัดแล้วล่ะ 

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ส่วนฟีเจอร์และดีไซน์ก็ล้ำหน้าไม่แพ้กัน รวมไปถึงมีลูกเล่นที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่งเสริมให้เรามีประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็น Notebook เพื่อการทำงานหรือเล่นเกม สมกับแบรนด์ต่างๆ ทั้ง Acer / ASUS / HP / Lenovo  ที่ตั้งใจนำเสนอ Notebook เล่นเกมที่เหนือชั้นในราคาไม่แพง แต่ได้ความแรงที่มากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในการเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำ 6 รุ่น โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 – 30,000 บาท คุ้มค่าราคาไม่แพง สเปก Ryzen การ์ดจอ GTX แรงเล่นเกมลื่นไหล ได้หน้าจอขนาดมาตรฐานที่ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 60Hz / 120Hz / 144Hz ในส่วนของแรมที่ 8 – 16GB และ SSD 512GB ก็ใส่เต็มพร้อมใช้งานทันที ในราคาที่ถูกสุดแค่ 20,990 บาทเท่านั้น จะมีรุ่นอะไรบ้างไปชมกันต่อเลย

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2021 งบ 20,000 – 30,000 บาท 6 รุ่นแนะนำ


1. Acer Nitro 5 AN515-43 ราคา 20,900 – 22,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-43 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมได้สเปกที่เป็น AMD Ryzen 3000H ได้ชิปประมวลผล Ryzen 7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 ในราคา 20,900 – 22,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 60 – 120Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที

พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันรุ่นปี 2019 ได้ฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนเรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD + NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งเล่นเกมได้ลื่นไหลแน่นอน เพราะเลือกใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce  GTX 1650

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook การ์ดจอรุ่นนี้ที่ถูกสุดในตลาด สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อมอัพเกรด HDD 2.5″  ได้ พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดสูง ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง ที่ Refresh Rate 144Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 AC / 6 AX 2×2 MU-MIMO

Aspire%20Nitro%205%202019 f

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

Acer Nitro 5 AN515-43-R0T3 ราคา 20,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 3750H (4C/8T , 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 10 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 2400MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 120Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

Acer Nitro 5 AN515-43-R1QY ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 3750H (4C/8T , 2.30 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon RX Vega 10 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 16GB DDR4 Bus 2400MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

2. Lenovo IdeaPad Gaming 3 ราคา 22,900 – 28,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมเน้นความคุ้มค่า โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า 

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3 นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB DDR4 3200MHz และได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 22,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

ดีไซน์ด้านในของ Lenovo IdeaPad L340 Gaming ก็คล้ายกับโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไป แต่ได้ดีไซน์ขอบจอบางทั้งซ้ายและขวา ส่วนกล้องเว็บแคมอยู่ด้านบนตรงกลางพร้อมไมค์สองตัว มีความพิเศษตรงที่เราสามารถเปิดปิดได้ด้วยการเลื่อนไปมา (Privacy Shutter) มีโลโก้ Lenovo อยู่ที่มุมล่างซ้ายล่างของคีย์บอร์ด

IdeaPad%20Gaming%203 f

เรียกได้ว่าเป็น DNA ของทางแบรนด์ Lenovo เลยก็ว่าได้ ทั้งในส่วนของ IdeaPad / YOGA / Legion ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX

มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก โดยรวมแล้วการดีไซน์ของ Lenovo IdeaPad Gaming 3 รุ่นใหม่นี้ถือทำได้ดีมาก ใครจะเอาไปทำงานก็ดูเรียบๆ หรือใครจะเอาไปเล่นเกมก็ตอบสนองได้ดีเป็นรองตระกูล Legion เลย เชื่อได้เลยว่าจะเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่ทำให้ตลาดคึกคักทีเดียว

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006UTA ราคา 22,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY001HTA ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006WTA ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

Lenovo IdeaPad Gaming 3-82EY006XTA ราคา 28,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

3. HP Pavilion Gaming 15 ราคา 23,900 – 25,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD + NVIDIA ถือว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H / Ryzen 7 4800H ผสานกับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น มีแรมขนาด 8GB DDR4 และได้ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB พร้อมติดตั้ง Windows 10 แท้ ในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรงทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

รายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H เรียกได้มีความสดใหม่ โดยใช้พื้นฐานเดียวกันสเปกก่อนหน้าอย่าง AMD Ryzen 3000H ตัวเครื่องมีความบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กลง พร้อมทั้งมีให้เลือกหน้าจอ IPS คุณภาพสูง ซึ่งมี Refresh Rate ที่ 144Hz จึงจัดได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผล Ryzen 4000H รุ่นหนึ่ง ที่ได้สเปกการ์ดจอ GTX 1650 ที่คุ้มค่า

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen 4000H ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน แต่แตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Realtek Wi-Fi 5 แบบ MU-MIMO มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คจอขนาด 15.6 นิ้ว ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.3 กิโลกรัม พกพาง่าย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้านและบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

Pavilion%2015%20AMD%20Green f

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD Ryzen มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS สำหรับการเล่นเกมที่ดี ด้วย Refresh Rate สูงสุด 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย

HP Pavilion Gaming 15-ec1026AX ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

HP Pavilion Gaming 15-ec1027AX ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 7 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service

4. ASUS TUF Gaming A15 FA506 ราคา 24,900 – 26,900 บาท

ASUS TUF Gaming A15 FX506 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากกดีไซน์โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมการออกแบบสไตล์รังฝังที่ยอมรับว่าสวยงามจริงๆ แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป  

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ASUS TUF Gaming A15 FA506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย พร้อมเทคโนโลยี Adaptive Sync ทำให้ภาพไม่ฉีกขาด (Tearing)

แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล พร้อมอัพเดทมีรุ่นได้ โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม

Gaming%20A15%20FA506 l

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ พร้อม Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกอีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS

ASUS TUF Gaming A15 FA506IH-HN128TS ราคา 24,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Insurance

ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN162TS ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years + 1 Year Insurance

5. Acer Nitro 5 AN515-44 ราคา 25,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-44 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปก AMD Ryzen 4000H ได้การ์ดจอ NVIDIA GeForce เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม ซึ่งได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนจาก Acer Nitro 5 ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 25,990 บาทเท่านั้น ทุกรุ่นได้ประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

ชิปประมวลผล Rezen 5 4600H ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce GTX 1650 Ti ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 8GB DDR4 Bus 3200MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที โดยแบตเตอรี่ใช้งาน 7 ชั่วโมง

ดีไซน์ออกแบบ Acer Nitro 5 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H หรือ Acer Nitro 5 AN515-44 รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับ Acer Nitro 5 AN515-55 ที่เป็นสเปก Core i Gen 10H โดยวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องกระทัดรัด ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra

Nitro%205%20AN515 55 f

มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo การเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดด้วยพอร์ตที่ครบครัน โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 คอยควบคุมด้วย

Acer Nitro 5 AN515-44-R28F ราคา 25,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T , 3.00 – 4.00GHz)
  • GPU : Radeon 6 + GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 3 Year On-site Service

6. Lenovo Legion 5 ราคา 27,700 บาท

Lenovo Legion 5 นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่ได้รับความสนใจพอตัวในช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาด อย่างดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ มี DNA ที่เป็น Legion Series ชัดเจน ซึ่งที่เลือกมาแนะนำเป็นสเปกชิปประมวผล AMD Ryzen 7 4800H ที่ทรงประสิทธิภาพ ในราคาที่คุ้มค่า เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ได้ทั้งความแรงขึ้นและร้อนน้อยลง

แน่นอนว่าเลือกใช้การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650  ที่มีพลังแรงไว้ใจได้ ติดตั้งแรมเป็น 8GB DDR4 Bus 3200MHz ผสานกับ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที หน้าจอเป็นขนาด 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ได้ขอบจอบางเฉียบ มิติตัวเครื่องเล็กกระชับ ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม

รับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากเล่นเกมได้ดีแล้ว ยังรองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่ สนนราคาเพียง 27,700 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน และบริการอื่นๆ อย่างประกันอุบัติเหตุ หรือเครื่องสำรองระหว่างซ่อมด้วย 

ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับ ด้วยความบางเพียง 26.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับกลางๆ ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว คือ อยากได้โน๊ตบุ๊คเอาไปเล่นเกม แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming ที่ดูจริงจังอย่างสีแดงฉูดฉาดมากเกินไป เพราะเครื่องเดียวกันนั้นต้องพกพาไปใช้งานด้วย 

Legion%205 c

โดดเด่นด้วยการอัพเกรดระบบควบคุมอุณหภูมิและระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0ให้ระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ผ่านใบพัดโพลีเมอร์คริสตัลเหลว 67 ใบและท่อนำความร้อนแบบทองแดง ทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ด้วยพัดลม 2 ตัว ฮีท์ไปป์ขนาดใหญ่ 3 เส้นพร้อมแผ่นโลหะที่ Cover ทั้ง CPU / GPU แบบเต็มพื้นที่ ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 4 ทิศทาง ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมอยู่

Lenovo Legion 5-82B5001DTA ราคา 27,700 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4800H (8C/16T , 2.90 – 4.20GHz)
  • GPU : Radeon 7 + GeForce GTX 1650
  • RAM : 8GB DDR4 Bus 3200MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 120Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years On-site Service + 2 Years Insurance

ตารางเปรียบเทียบโน๊ตบุ๊คเล่นเกม

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม CPU GPU RAM Storage Display Warranty Price
Acer Nitro 5 AN515-43 Ryzen 7 3750H GTX 1650 8 – 16GB SSD 512GB 15.6″ IPS 60 – 120Hz 3Y On-site 20,900 – 22,900
Lenovo IdeaPad Gaming 3 Ryzen 5 4600H / 7 4800H  GTX 1650 / 1650 Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 120Hz 2Y On-site + + 2Y Insurance 22,900 – 28,900
HP Pavilion Gaming 15 Ryzen 5 4600H / 7 4800H  GTX 1650 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y On-site 23,900 – 25,900
ASUS TUF Gaming A15 FA506 Ryzen 5 4600H GTX 1650 / 1650 Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 2Y + 1Y Insurance 24,900 – 26,900
Acer Nitro 5 AN515-44 Ryzen 5 4600H GTX 1650Ti 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 144Hz 3Y On-site 25,900
Lenovo Legion 5 Ryzen 7 4800H GTX 1650 8GB SSD 512GB 15.6″ IPS 120Hz 2Y On-site + 2Y Insurance 27,700

 

 

 

 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/578568-gaming-notebook-2021fb-value-20000-baht

Dell ต้องการจับมือกับ Intel เหมือนที่ AMD ร่วมกับ Nvidia บุกตลาดเซิร์ฟเวอร์

เมื่อไม่นานมานี้เริ่มมีกระแสด้านเทคโนโลยีที่หันมาเลือกใช้ชิปที่ไม่ใช่อินเทลกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยเฉพาะจากคู่แข่งของอินเทลอย่าง AMD และ Nvidia ทำให้ทาง Michael Dell ออกมาพูดว่า “หวังที่จะได้ร่วมงานกันต่อ” กับซีอีโอคนใหม่ของอินเทลอย่าง Pat Gelsinger

Dell Technologies นั้นเป็นผู้นำตลาดระดับโลกด้านเซิร์ฟเวอร์ ที่ก่อนหน้านี้เคยเลือกใช้แต่หน่วยประมวลผลจากอินเทลมาใช้กับฮาร์ดแวร์ของตนเองเท่านั้น แต่ทว่าเมื่อช่วงปีก่อน Dell เริ่มออกเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปจากคู่แข่งอินเทลแทนอย่าง Nvidia และ AMD

โดยผลิตภัณฑ์ระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จชั้นนำของ Dell อย่าง VxRail ได้หันมาใช้ชิปจากเจ้าอื่นนอกจากอินเทลเป็นครั้งแรกในรุ่น VxRail E-Series ที่ใช้ชิป AMD EPYC ซึ่งตอนนั้นผู้บริหาร Dell อธิบายว่าเพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความยืดหยุ่นให้ลูกค้า

แต่ล่าสุด ทาง Michael Dell ออกมาทวีตเมื่อวันพุธ ย้ำถึงเจตจำนงของบริษัทที่มีมาอย่างยาวนานในการรักษาความสัมพันธ์กับอินเทล โดยแท๊ก Gelsinger เพื่อกล่าวว่าเขาคาดหวังที่จะได้ร่วมงานกับ Gelsinger ในฐานะซีอีโออินเทลคนใหม่อยู่

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-intel-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/

Dell ต้องการจับมือกับ Intel เหมือนที่ AMD ร่วมกับ Nvidia บุกตลาดเซิร์ฟเวอร์

เมื่อไม่นานมานี้เริ่มมีกระแสด้านเทคโนโลยีที่หันมาเลือกใช้ชิปที่ไม่ใช่อินเทลกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยเฉพาะจากคู่แข่งของอินเทลอย่าง AMD และ Nvidia ทำให้ทาง Michael Dell ออกมาพูดว่า “หวังที่จะได้ร่วมงานกันต่อ” กับซีอีโอคนใหม่ของอินเทลอย่าง Pat Gelsinger

Dell Technologies นั้นเป็นผู้นำตลาดระดับโลกด้านเซิร์ฟเวอร์ ที่ก่อนหน้านี้เคยเลือกใช้แต่หน่วยประมวลผลจากอินเทลมาใช้กับฮาร์ดแวร์ของตนเองเท่านั้น แต่ทว่าเมื่อช่วงปีก่อน Dell เริ่มออกเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิปจากคู่แข่งอินเทลแทนอย่าง Nvidia และ AMD

โดยผลิตภัณฑ์ระบบไฮเปอร์คอนเวิร์จชั้นนำของ Dell อย่าง VxRail ได้หันมาใช้ชิปจากเจ้าอื่นนอกจากอินเทลเป็นครั้งแรกในรุ่น VxRail E-Series ที่ใช้ชิป AMD EPYC ซึ่งตอนนั้นผู้บริหาร Dell อธิบายว่าเพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความยืดหยุ่นให้ลูกค้า

แต่ล่าสุด ทาง Michael Dell ออกมาทวีตเมื่อวันพุธ ย้ำถึงเจตจำนงของบริษัทที่มีมาอย่างยาวนานในการรักษาความสัมพันธ์กับอินเทล โดยแท๊ก Gelsinger เพื่อกล่าวว่าเขาคาดหวังที่จะได้ร่วมงานกับ Gelsinger ในฐานะซีอีโออินเทลคนใหม่อยู่

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-intel-server-market/

Intel Resizable BAR จับคู่ RTX 3000 ทำซีพียูโหลดฉากเกมไวขึ้น

Intel Resizable BAR เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เกิดจากการร่วมพัฒนาของ Intel, AMD, NVIDIA ซึ่งจะทำให้ซีพียูของ Intel สามารถเข้าใช้ frame buffer ของการ์ดจอได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ซีพียูของ Intel เองสามารถเรียกใช้ frame buffer ของการ์ดจอได้เพียง 256MB เท่านั้น

Resizable BAR ของ Intel นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ทำงานกับส่วนของ PCI-Express ส่วน AMD ก็มีเช่นกันแต่ใช้ชื่อว่า SAM (Smart Access Memory) ซึ่งใช้งานกับซีพียูและการ์ดจอ AMD Radeon ได้ แต่ต้องเป็น Radeon RX 6000 Series ขึ้นไป

ฟีเจอร์นี้จะใช้ช่วยในการประมวลผลตอนเล่นเกมเช่นการโหลดฉากและ Texture ต่าง ๆ ให้ขึ้นมาเร็วยิ่งขึ้น ถ้าระบบมีไฟล์งานต้องประมวลผลพร้อมกัน ระบบจะจัดการประมวลผลแบบควบคู่กันไปเลย ทำให้ประสิทธิภาพของการประมวลผลเกมดีขึ้น 5-10%

Intel Resizable BAR

Intel Resizable BAR ใช้กับการ์ดจอรุ่นไหนบ้าง

2021 02 12 image 18 j
AMD ก็มีแล้วในชื่อ SAM ประสิทธิภาพก็จัดว่าเวิร์คด้วย

ตอนนี้ Intel รุ่นที่ 11 “Rocket Lake” รองรับ Resizable BAR ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แต่ต้องใช้กับเมนบอร์ดชิป Z490 ส่วน MSI และ ASUS ประกาศแล้วว่า Resizable BAR จะรองรับย้อนหลังซีพียู Intel Core รุ่นที่ 8 ด้วยแต่ต้องรอการอัพเดทไบออสมาในภายหลัง

ส่วนเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ไม่ว่าจะซีพียู Intel หรือ AMD ก็รองรับฟีเจอร์นี้แล้ว และได้รับอัพเดทไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และจะมีอัพเดทไบออสให้ Intel Core รุ่นที่ 10 และ 11 ชิปเซ็ต H45 และ H35 ใช้งาน Resizable BAR ได้ด้วย

intel

ด้านของการ์ดจอแยกสำหรับพีซีนั้น Intel Resizable BAR จะรองรับกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series ก่อน โดยตอนนี้รองรับถึง NVIDIA GeForce RTX 3060 โดยอัพเดทไบออสจะเปิดให้อัพเดทในช่วงเดือนมีนาคมนี้

สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตที่ประกาศเตรียมอัพเดทให้เมนบอร์ดรองรับ Resizable BAR ได้แก่ ASUS, ASRock, EVGA, GIGABYTE, MSI ซึ่งผู้ใช้คนไหนที่สนใจอยากลองฟีเจอร์นี้และมีการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3000 Series แนะนำให้ติดตามข้อมูลการอัพเดทจากผู้ผลิตเป็นระยะ ๆ จะดีที่สุด

ที่มา : NVIDIA, TechSpot, Tom’s Hardware

from:https://notebookspec.com/web/576933-intel-resizable-bar-pair-rtx-3000

รีวิว ASUS ROG Flow X13 สเปก Ryzen 9 5980HS พับได้ 360 จอทัช 4K บางเฉียบ เบา 1.3 โล ต่อการ์ดจอแยก RTX 3080 เพิ่มได้

ASUS ROG Flow X13 นับว่าเป็น Gaming Notebook บางเบาสไตล์ 2-in-1 Notebook พับหน้าจอได้ 360 องศา ที่จัดเต็มไปด้วยสเปกและฟีเจอร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5980HS การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q ที่จะเน้นความแรงลื่น พร้อมกันนั้นยังมี External GPU อย่าง XG Mobile สูงถึง RTX 3080 ทีเดียว 

เหนือชั้นด้วยหน้าจอระดับมืออาชีพขนาดหน้าจอ 13.4″ 4K Ultra HD สัดส่วน 16:10 พร้อมดีไซน์ดูดันสไตล์ Gaming ซีรีส์ ROG กับรูปแบบการดีไซน์แบบใหม่ ต่อยอดมาจากรุ่นปีก่อนๆ โดยเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์ในเครื่องเดียว แน่นอนว่าหน้าจอหลักพับได้ 360 องศา รองรับการทัชสกรีนและปากกา ASUS Active Pen กับความเบาเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น 

ASUS ROG Flow X13

สเปกภายในอื่นๆ ของ ASUS ROG Flow X13 เครื่องเดโมที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยได้รับการติดตั้งแรมมาขนาด 32GB Bus 4266MHz พร้อมด้วย SSD ความจุ 1TB จัดเต็มกันไปเลยให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ รวมไปถึงลำโพงระบบเสียงเป็น Dolby Atmos จำลอง 3 มิติได้

แน่นอนว่ามี Windows 10 Pro แท้พร้อมใช้งานทันที ส่วนการรับประกัน ถ้าจำหน่ายในไทยก็จะเป็นแบบ 3 ปี On-site Serve ซ่อมฟรีถึงบ้าน (ปีแรกมีประกันอุบัติเหตุ) นับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมจากทาง AMD x ASUS เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ส่งผลให้เป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คยุคใหม่ที่กล้าแตกต่าง กับราคาประมาณ 90,000 บาท โดยยังไม่รวมกับอุปกรณ์กล่องการ์ดจอแยกด้วย 

VDO Introduce

NBS Verdict

ASUS ROG Flow X13 (GV301) นับว่าเป็นมาตรฐาน Gaming Notebook หน้าจอเล็กกว่า 14″ กับขนาด 13.4″ ความละเอียด 4K UHD ที่เน้นบางเบาพกพาสะดวกยุคใหม่ปี 2021 ที่จัดเต็มในทุกๆ มิติ โดยใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5980HS รุ่นพิเศษ ที่ทั้งแรงสุดและประหยัดพลังงาน ซึ่งได้เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Zen 3 ส่งผลให้แรงขึ้นแต่ร้อนน้อยลง

พร้อมทั้งทำงานด้วยความเร็ว 3.10 – 4.80GHz โดยเป็นแบบ 8 คอร์ 16 เธรด พร้อมการ์ดจอแยกในตัวอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q ที่ให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดีในระดับหนึ่ง จะนับว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เบา 1.3 กิโลกรัมที่แรงที่สุดเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังได้แรมขนาด 32GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB  ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยเรื่องของประสิทธิภาพที่สำคัญทีเดียว

ASUS ROG Flow X13

ที่นอกจากสเปกภายในตัวเครื่องแรงแล้ว ยังรองรับการเชื่อมต่อกับกล่องการ์ดจอแยกก็ใช้เป็นรุ่นที่ประสิทธิภาพแรงลื่นระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 3080 ซึ่งก็สามารถทำงานประสานร่วมกันเป็นอย่างดี พร้อมกันนั้นด้วยการที่เป็น 2-in-1 Notebook ทำให้พับหน้าจอได้ 360 องศา เพื่อใช้งานโหมดต่างๆ ได้อย่างแตกต่างจาก Gaming Notebook มาตรฐาน ก็ถือว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอด

ที่สำคัญคือจัดการอุณหภูมิได้ดีด้วย จากเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่ดีและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าใครกำลังมอง Gaming Notebook ที่ไม่ซ้ำใคร ได้ดีไซน์เรียบหรูดูดี เบาแค่โลนิดๆ ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน และสเปกที่แรงที่สุดในรุ่น ด้วยราคา 90,000 บาทก็ถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ถ้าเรื่องงบไม่ได้ปัญหา ก็เตรียมตัวจัดได้เลย คาดว่าทาง ASUS จะนำเข้ามาทำตลาดเร็วๆ นี้ 

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 66

จุดเด่น ASUS ROG Flow X13

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจตามสไตล์  ROG แบบแนวคิดใหม่ งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • ขนาดตัวเครื่องเล็กกระทักรัด เบา 1.3 กิโลกรัม และบางที่ 15.8 มิลลิเมตร
  • พับหน้าจอได้ 360 องศา รองรับการทัชสกรีนและ Multi-Mode
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผลสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่อย่าง AMD Ryzen 9 5980HS แรงลื่นกว่า ร้อนน้อยกว่า
  • มี XG Mobile ใช้การ์ดจอแยกตัวแรงรุ่นล่าสุด NVIDIA GeForce RTX 3080 ที่ทรงพลังที่สุด
  • แรมขนาด 32GB Bus 4266 MHz แบบ Dual Channel 
  • ติดตั้ง SSD M.2 NVMe PCI ความจุ 1TB ความเร็วแรงสูง 
  • ได้หน้าจอ 4K UHD 16:10 พาเนล IPS คุณภาพดีมาก sRGB ใกล้เคียง 100% 
  • อุณหภูมิในการใช้งานถือว่าจัดการได้ดี ไม่ร้อนจนเกินไป มีระบบไล่ฝุ่นอัตโนมัติ
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB-C รองรับ DisplayPort / และชาร์ไฟด้วย USB PD ได้
  • มีซอฟต์แวร์ Armory Crate มาช่วยปรับแต่งการใช้งาน
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที มีความสเถียร์ของไดร์เวอร์
  • ประสบการณ์ใช้งานดีเยี่ยม ประทับใจมาก เมื่อเทียบกับราคา
  • ประกัน 3 ปี ส่งศูนย์แบบทั่วโลก พร้อมฝากส่งเคลม 7-11 และมีประกันอุบัติเหตุ 1 ปี

ข้อสังเกต ASUS ROG Flow X13

  • แรมออนบอร์ดขนาด 32GB ไม่สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ แต่ก็ไม่จำเป็นแล้ว
  • ในการทดสอบเครื่องเดโม แบตเตอรี่ใช้งานได้เพียง 3 ชั่วโมง
  • ในการทดสอบหนักๆ เช่นการเล่นเกม RE3 Remake มีอาการหน่วงและกระตุก
  • ราคาค่อนข้างสูง ใช้งานเฉพาะกลุ่ม 

Specification

ASUS ROG Flow X13 (GV301) ที่ได้รับมารีวิวเป็นเครื่องเดโมจากโรงงาน ยังไม่ใช่เครื่องขายจริง มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5980HS เป็นสถาปัตยกรรม Zen 3 เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร  ที่เหนือชั้น ความเร็ว 3.10 – 4.80 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread การ์ดจอแยกติดเครื่องจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q (4GB GDDR6) ให้ความแรงลื่นพอตัว พร้อมปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่ารุ่นปกติ เน้นใช้ในรุ่นตัวเครื่องบางๆ 

แต่จะทรงพลังสุดๆ ด้วยการต่อ XG Mobile กล่องการ์ดจอแยกที่เป็น NVIDIA GeForce RTX 3080 (16GB GDDR6) ซึ่งเป็นรุ่นบนสุดในตลาด Notebok ใช้สถาปัตยกรรม Ampere โดยเป็น RTX เจนที่ 2 โดยเน้นให้มีความร้อนที่น้อยกว่าแต่ทรงพลังในการเล่นเกมที่เต็มประสบการณ์กว่ารุ่นก่อนหน้าในทุกๆ ด้าน ผ่านทางพอร์ตพิเศษ ROG XG Mobile Interface (PCIe 3.0 x8) ที่ทาง ASUS ออกแบบมาอย่างดี และรองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ด้วย

ASUS ROG Flow X13 GV301 spec

ในส่วนของแรมได้มาขนาด 32GB Bus 3200MHz แบบ Dual Channel (ออนบอร์ด) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB ที่มีความลื่นไหลแบบสุดๆ โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้าคือได้หน้าจอขนาด 13.4″ ความละเอียด 4K UHD ที่ 3840 x 2400 พิกเซล สัดส่วน 16:10 ให้พื้นที่และความละเอียดที่มากกว่า พาเนล IPS เกรดคุณภาพสูงระดับ sRGB ใกล้เคียง 100% รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและปากกา 

นอกจากนี้รายละเอียดอื่นๆ ของ ASUS ROG Flow X13 ก็จะมีระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-C และ 1 x USB 3.2 Gen 2 Type-A ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 6 AX (2×2) และ Bluetooth 5.1 พร้อมติดจั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 Pro แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว 

ASUS ROG Flow X13 (GV301) ราคา 9x,xxx บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 9 5980HS (8C/16T – 3.0 – 4.8GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8 + NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q
  • Ex GPU : NVIDIA GeForce RTX 3080 (up to)
  • RAM : 32GB DDR4 Bus 4266 MHz (Onboard)
  • DISPLAY: 13.4 IPS WQUXGA (3840 x 2400) 16:10 @ 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 Pro
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty (คาดการณ์)

Hardware / Design

ASUS ROG Flow X13 เป็นหนึ่งในซีรีส์  ROG รุ่นใหม่ ปี 2021 จากการที่นำดีไซน์ที่เน้นความบางเบาเล็กกระชับมากกว่า ASUS ROG Zephyrus G14 ที่เป็นหน้าจอ 14″ รุ่นปีก่อน โดยมีความบางสุดที่ 15.8 มิลลิเมตร มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 1.3 กิโลกรัม รวมไปถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า Gaming Notebook ทั่วไปกับขนาดหน้าจอขอบบางเฉียบ ทำให้มิติโดยรวมมีความกระทัดรัดพกพาสะดวก พร้อมได้สเปกภายในที่ทรงประสิทธิภาพมาก มากกว่า Notebook จอ 13″ ทั่วไป

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 11

การออกแบบหลักๆ เน้นความดุดันแต่ก็มีความเรียบง่าย พร้อมแข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุเป็นโลหะฝาหลังเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์พร้อมลวดลายที่ได้แนวคิดมาจากคลื่น (Wave) พร้อมโลโก้แบบใหม่ที่มุมซ้ายล่างเหมือนกับ ASUS ROG Zephyrus G14 ที่นับว่าเป็น DNA ของโน้ตบุ๊คเล่นเกมของ ASUS ROG ปี 2021 เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายจริงจังขั้นกว่า ที่นำไปพกพาทำงานก็ลงตัวสุดๆ ดูแล้วไม่ได้มีความเป็น Gaming เกินไปนัก อีกทั้งแกนบานพับยังทำหน้าที่ยกตัวเครื่องให้สูงยิ่งขึ้นด้วยเวลากางหน้าจอ 

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 50

ตัวเครื่องในทุกมิติเน้นความเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เรียกได้ว่ามีความสมมาตรลงตัว ขอบของตัวเครื่องรวมไปถึงขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดี พร้อมรูปแบบขอบหน้าจอเป็นแบบบานพับสองแกนลักษณะ 2 ชั้น ดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ 360 องศา เพื่อไว้ใช้งาน Multi-Mode ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 3 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ทำงานร่วมกับระบบ ASUS Intelligent Cooling

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 59

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องวัสดุพลาสติกที่แข็งแรง งานประกอบเรียบร้อย พร้อมอากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ด้านล่างใต้เครื่อง และยางรองด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก อีกทั้งมีระบบไล่ฝุ่นอัตโนมัติ Anti-Dust Cooling ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสมขึ้นในอนาคต พัดลมคู่ ซึ่งทำงานร่วมกับท่อความร้อน พร้อมด้วย Liquid Metal ดึงความร้อนออกจาก CPU / GPU ได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 46

ASUS ROG Flow X13 อยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลักด้วยสเปกภายในที่ทรงประสิทธิภาพทั้งชิปประมวลผลและการ์ดจอแยกในตัว พร้อมรองรับสำหรับคนที่นำไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ ได้เต็มรูปแบบ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ และสเปกแรงล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ รวมไปถึงหน้าจอก็ใหญ่ที่ 13.4″ สัดส่วน 16:10 ก็ตอบโจทย์คนที่ทำงานได้ เพราะมีพื้นที่ด้านบนล่างที่มากกว่า อีกทั้งปุ่ม Power ได้ถูกย้ายไปขอบด้านข้างตัวเครื่องทางขวา ที่เป็น Fingerprint ในตัวอีกด้วย

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 33

สรุปสั้นๆ สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องของ ASUS ROG Flow X13 ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งพอกลับมาบ้านก็ต่อกล่องการ์ดจอแยกเพื่อความแรง และใช้งาน Multi-Mode ได้เลย ท่ีตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในประสิทธิภาพและฟีเจอร์ที่ล้ำหน้ากว่า ในราคาที่จัดว่าเฉพาะกลุ่มพอตัว

Keyboard / Touchpad

ASUS ROG Flow X13 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED ขาวสีเดียว กับสีที่บ่งบอกถึง ROG รุ่นนี้ แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.7 มิลลิเมตร อีกทั้งปุ่มรุ่นใหม่นี้ยังช่วยให้การพิมพ์มีเสียงรบกวนต่ำกว่า 30 เดซิเบลด้วยกัน

พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่น Hot Key เพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และเรียกซอฟต์แวร์ Armory Crate ขึ้นมา ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์หรือคนทำงานอย่างแท้จริง

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 19

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ้อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Turbo mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silen Mode ให้พัดลมทำงานเงียบที่สุด

Screen / Speaker

ASUS ROG Flow X13 มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบนพร้อมติดตั้งเว็บแคมและไมโครโฟน กับขนาด 13.4″ ความละเอียด 4K Ultra HD ที่ 3840 x 2400 พิกเซล สัดส่วน 16:10 พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูง มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานระดับมืออาชีพ หรือการเล่นเกมจริงจังก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ แต่ในส่วนของ Refresh Rate จะอยู่ที่ 60Hz ที่ถึงแม้ไม่ดูลื่นไหลมากเท่า 144Hz – 240Hz แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้ว 

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 12

ทดสอบหน้าจอที่แม้จะเป็นพาเนล IPS แต่ก็มีหลายเกณฑ์ โดยการดูประสิทธิภาพต่างๆ นแต่ละด้าน ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสัน Gamut เทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 96% และ AdobeRGB 76% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับสูง ถือว่าดีกว่า ROG รุ่นก่อนชัดเจน ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊ค พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพทั่วไป รองรับกับการทำงานจริงจังเรื่องความแม่นยำของสีได้ลงตัว

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 300 cd/m2 แต่สำหรับช่องแถวล่างทั้งหมดมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 7% ที่ถือว่ารับได้ ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ถือว่าดีมากตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2021

ASUS ROG Flow X13 dolby

ตัวเครื่องมีช่องลำโพงคู่อยู่ขอบตัวเครื่องข้างๆ ซ้ายขวา ขนาด 2 x 1W คุณภาพสูง พร้อมระบบ Dolby Atmos ให้ระดับเสียงที่ดังและสมจริง เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ระบบเสียงชั้นยอดอีกด้วย ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ด้วยขอบเขตเสียงที่กว้าง จากการที่เสียงกลางแหลมออกชัดเจนดี ส่วนทุ้มมีออกมาหน่อยๆ แม้จะไม่มีลำโพงซัฟวูฟเฟอร์ก็ตาม

ในเรื่องคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพและความดัง ซึ่งหากว่าเพื่อนๆ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ทันที อีกทั้งยังมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันด้วยเสียง (Voice Calls) จะชัดเจนกว่าที่เคยด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบสองทางที่ทำงานด้วย AI จากการที่มีการติดตั้งตัวตัดเสียง 4 ช่อง ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ขอบหน้าจอตัวเครื่องด้านล่างอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องจัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง โดยมีทั้ง USB 3.2 Type-A (Gen 2) จำนวน 1 พอร์ต รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่หลากหลายในปัจจุบัน พร้อมด้วย USB 3.2 Type-C (Gen 2) จำนวน 2 พอร์ต ได้มาตรฐาน DisplayPort 1.4 และ USB PD (Power Delivery)  

กับอแดปเตอร์ก็เป็น USB-C หรือ Power Bank ที่เป็น PD ด้วยเช่นกัน ซึ่งฝั่งที่เป็น ROG XG Mobile Interface (PCIe 3.0 x8) จะมียางปิดเอาไว้กันฝุ่นด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง และ HDMI ไว้เชื่อมต่อหน้าจอภานอก ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวาไว้ล็อคตัวเครื่องกับโต๊ะ

ASUS ROG Flow X13

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.1 และ Intel Wi-Fi 6 AX (2×2) ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น ส่วนขนาดของตัวเครื่อง 299 x 222 x 15.8 ~ 15.8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างเบาเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 100W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียว

Multi-Mode

ASUS ROG Flow X13 ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Gaming Notebook ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการพับเพื่อใช้งาน Multi-Mode ถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet แน่นอนว่ารองรับการใช้งาน ASUS Active Pen ด้วย รองรับแรงกดหลายระดับ ซึ่งทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

ASUS ROG Flow X13

Notebook Mode เป็นรูปแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติ เน้นสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดและทัชแพดในการควบคุมเหมือนโน๊ตบุ๊คปกติ แน่นอนว่าเพื่อเน้นตอบโจทย์ในการเล่นเกมระดับ AAA ด้วย

ASUS ROG Flow X13 laptop 1

Tablet Mode ด้วยการพับหน้าจอกลับแบบ 360 องศา จนฝาหลังและฐานใต้เครื่องมาติดกัน เราก็จะได้แท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการเอาไว้เล่นเกมหรือดู E-Book อย่างที่แท็บเล็ตอื่นๆ ทั่วไปในตลาดสามารถทำได้ พร้อมการทำงานแบบเชื่อมต่อหน้าจอแยก แล้วใช้ปากกาเพื่อประสิทธิภาพการขีดเขียน

ASUS ROG Flow X13 tablet

Stand Mode เน้นใช้งานที่ระบบจอสัมผัสของตัวเครื่องอย่างเดียวและวางไว้บนพื้นที่ราบ โดยรูปแบบการใช้งานนี้จะเน้นไปทางการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Windows เอง หรือเน้นไปทางการดู YouTube หรือชมภาพยนตร์เป็นหลัก พร้อมรองรับการทำงานแบบมัลติทัชได้พร้อมกันมากสุดที่ 10 จุดพร้อมกัน หรือการเล่นเกมแบบต่อเมาส์และคีย์บอร์ดแยกออกมา 

ASUS ROG Flow X13 Stand

Tent Mode ค่อนข้างจะคล้ายกับ Stand Mode ก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ในรูปทรงตั้งเครื่องเอาไว้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ในการวิวดูข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดมาบังด้านหน้าของตัวเครื่อง รวมไปถึงการเล่นเกมที่ใช้จอยคอนโทรลเลอร์เป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถจับพาดหรือเกาะกับสิ่งของรอบๆ ได้ 

ASUS ROG Flow X13 Tent

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องนั้นทำง่ายมากเพียงแกะน็อตออกทุกตัวแล้วใช้บัตรแข็งๆ ค่อยๆ แงะจากด้านหลังตรงแกนฝาพับตัวเครื่องแล้วค่อยๆ รูดไปตามแนวฝาหลังและแกะแผ่นออกมาทั้งหมด เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว มีพัดลมขนาดใหญ่เทคโนโลยี ASUS Intelligent Cooling ที่ครบคุมได้เป็นอย่างดี

พร้อมระบายความร้อนที่มี Anti-Dust Tunnels ที่อยู่ในชุดฟินสีดำพร้อมทำร่องเพิ่มหน้าสัมผัสอากาศ หมดกังวลเรื่องฝุ่นที่ติดตรงครีบระบายความร้อนจุดสังเกตที่เปลี่ยนไปคือตัวเครื่องเลือกใช้ฮีทไปป์ 2 เส้นขนาดใหญ่ ซึ่งภายในได้ติดตั้ง Liquid Metal นำพาความร้อนแบบพิเศษจาก CPU / GPU เรียกได้ว่าเอาอยู่กับสเปกแบบนี้แล้ว

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 69

ซึ่งหลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดคือมีช่องใส่ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ติดตั้งมา 1TB ส่วนหน่วยความจำแรมขนาด  32GB เป็นแบบฝังบอร์ด โดดเด่นด้วยมาตรฐาน DDR4 Bus 4266 MHz จากที่เป็น Gaming Notebook บางเบานั่นเอง ทำให้ไม่เน้นการอัพเกรดใดๆ อีกทั้งไม่รองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5″ ตามรูปแบบของโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบา

Performance / Software

ASUS ROG Flow X13 มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวท็อปสุดในตลาดของ Gaming Notebook บางเบา ของ AMD อย่าง Ryzen 9 5980HS เน้นนำไปใช้งานหนักๆ แต่ก็ควบคุมความร้อนได้ดี ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 3.00 – 4.80 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 16MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 35W ซึ่งน้อยกว่ารุ่น Ryzen 9 5900HX ที่ 45W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ มากยิ่งขึ้นไปอีก แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังรวมไปถึงเล่นเกมเป็นหลัก ก็รองรับได้อย่างสบายๆ และดีที่สุดแน่นอน เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen 4000H อย่าง Ryzen 9 4900HS แน่นอน  

มาพร้อมแรมภายในขนาด 32GB DDR4 Bus 4266 MHz on board โดยมี SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 1TB แน่นอนว่าสามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้ใช้งานลื่นไหลทันทีแบบรวดเร็วอย่างที่สุด

c1 3.   c2 3

ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 2100MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเป็นหลัก กับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K Ultra HD ให้ความลื่นไหลเป็นอย่างดี ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงคุ้มค่าอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 และเป็นรุ่น Max-Q เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook ที่บางกว่ารุ่นปกติแต่ก็ยังแรงลื่นพอตัว เพราะเน้นประหยัดพลังงานและปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่า และแม้ไม่มีฟีเจอร์อย่างที่ใน RTX Series มี แต่ก็ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 3.   g2 2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / CINEBENCH 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5980HS คะแนนก็อยู่ในระดับสูงมากๆ อย่างน่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Ryzen 5000H เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 4900HS ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง ที่เน้นการทำงาน 3D เป็นหลัก

cine15 3.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ที่กลายเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook ไปแล้ว โดยใช้เป็นเกรดสูงสุด ซึ่งทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าประทับใจมากๆ บนขนาดความจุ 1TB (1000GB) แบบ M.2 NVMe PCIe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2432 MB/s และเขียนที่ 1965MB/s ที่ต้องบอกว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง

ssd 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,722 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็น Gaming Notebook สเปกใหม่ล่าสุดจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 9 5980HS มีการ์ดจอแยกระดับ Gaming ตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาทั่วไปมากๆ ยิ่งถ้าได้ XG Mobile มาต่อเสริมแล้ว คาดว่าน่าจะแรงกว่านี้ไปอีกแบบไม่ต้องสงสัย

pc10 2

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ แต่มีข้อจำกัด โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 40 – 80 ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake (Demo) / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย 

gametest

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ ซึ่งเกม RE 3 มีอาการเฟรมเรมล่วงลงไปบ้าง คาดว่าจากการควบคุมความร้อนภายใน CPU

ASUS ROG Flow X13

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แน่นอนว่าถ้าได้ RTX 3080 คงเร่งไปได้กว่านี้อีกไกล

arm

นอกเหนือจากนี้ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility เวอร์ชั้นล่าสุด ที่ใช้กับ Gaming Notebook ทั้ง TUF และ ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ TUF/ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์

ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต ปิดท้ายด้วยซอฟต์แวร์ Utility อีกตัวอย่าง MyASUS ที่ไว้คอยตรวจระยะเวลากรับประกันและอัพเดทไดร์เวอร์ได้ครบๆ

my

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ในเครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับ 10% แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 3 ชั่วโมงเท่านั้น เรียกได้ว่าอาจจะเป็นเครื่องเดโมเลยยังมี Bug อยู่ เพราะตามที่ ASUS เคลมไว้คือ 10 ชั่วโมง

อีกทั้งเราสามารถชาร์จไฟได้ผ่านทางพอร์ต USB-C ด้วยเทคโนโลยี USB PD (USB Power Delivery) กับอแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่รองรับด้วย (แต่ก็ชาร์จไฟเข้าช้ากว่าอแดปเตอร์มาตรฐาน) ที่สำคัญยังรองรับเทคโนโลยี fast charging โดยแบตเตอรี่จาก 0% ใช้เวลาชาร์จที่ 30 นาที ก็ได้กลับมา 50% แล้ว 

batt 2

สำหรับอุณหภูมิทดสอบด้วยโปรแกรม Hardware Monitor ยังไม่สามารถตรวจสอบในส่วนของชิปประมวลผลได้ แต่จากการทดสอบเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ด้วยการเปิดโหมด Turbo ที่เร่งประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน

temp 3

ประสิทธิภาพโดยรวมยังลื่นไหลอยู่  ซึ่งชิปประมวลผลร้อนสุดๆ ที่ 90 องศาเซลเซียส นับว่าควบคุมความร้อนได้ดี โดยไม่สูงเกินไปกว่านี้แน่นอน เพราะระบบยังคงจัดการได้ดีอยู่ พร้อมกันนั้นไม่กระทบต่อการใช้งานด้วย เพราะประสิทธิภาพไม่ตกเลย ในส่วนของการ์ดจอจะร้อนสุดอยู่ที่ 70 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่มีซอฟต์แวร์ Armory Crate ถ้าใช้งานทั่วไป เราสามารถเลือกปรับโหมดต่างๆ เช่น Windows ทำให้พัดลมแทบไม่หมุนและไม่มีเสียงเลย

Conclusion / Award

ASUS ROG Flow X1 เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook บางเบารุ่นแรกๆ พร้อมพับได้ 360 องศา เพื่อใช้งาน Multi-Mode ที่ใช้ AMD Ryzen รุ่นใหม่สุดๆ อย่าง Ryzen 9 5980HS ที่เป็นตัวท็อปเน้นปลดล่อยความร้อนที่น้อยกว่า ที่ต้องบอกว่าแรงกว่ารุ่นก่อนมากๆ สมกับการที่ทาง ASUS ได้พัฒนาร่วมมือกับทาง AMD มาโดยตลอด ทำงานร่วมกับการ์ดจอภายใน NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q

และยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพ กล่องการ์ดจอแยกตัวแรงล้ำสุดอย่าง XG Mobile ที่ติดตั้ง NVIDIA GeForce RTX 3080 รวมไปถึงในส่วนของแรมยังได้เป็นมาตรฐานใหม่ด้วยขนาด 32GB DDR4 Bus 4266 MHz แน่นอนว่าที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุดด้วย ซึ่งต้องบอกว่าประทับใจมากๆ กับความแรงและความล้ำหน้าเกินใครในสุดๆ ช่วงต้นปี 2021 นี้

ASUS ROG Flow X13

จากการทดสอบใช้งานจริงเล่นเกมจริงๆ เห็นได้ชัดถึงความทรงพลังของชิปประมวลผลและการ์ดจอแยกมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมเหนือชั้นกว่า Ryzen 4000H + GeForce RTX 20 ไประดับ (กรณีถ้าได้เชื่อมต่อกับ XG Mpbile) ซึ่งนอกจากสเปกภายในที่แรงมากๆ แล้ว ดีไซน์ภายนอกก็มีความสวยงามบางเบา และให้ความพรีเมียมดุดัน โดยรองรับทั้งการเล่นเกม 3 มิติ AAA ใหม่ๆ หรือจะนำไปทำงานในเครื่องเดียวกันก็เยี่ยมยอด โดดเด่นที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง (ตามที่เคลมไว้) 

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 54

สำหรับ ASUS ROG Flow X13 รุ่นล่าสุด ถูกวางในเป็นรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนของ ROG Series ซึ่งมีราคาประมาณ 90,000 บาท ได้สเปก กับการที่ตัวเครื่องเน้นความเบาที่มากกว่า ASUS ROG Zephyrus G14 อีกทั้งได้หน้าจอทัชสกรีนแบบ 4K UHD ที่สัดส่วน 16:10 เน้นพื้นที่การทำงานที่มากกว่า ความละเอียดที่เหนือชั้นกว่า รองรับงานมืออาขีพได้มากกว่าที่เคยมีมา 

คาดว่าถ้าจำหน่ายในไทยเมื่อไร จะได้การรับประกัน 3 ปี On-site Service และแบบทั่วโลก และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่เป็น ASUS ROG กับบริการหลังการขายที่ดีที่สุดในตลาด

ASUS ROG Flow X13 Demo Review 21

เรียกได้ว่าการมาของ ASUS ROG Flow X13 ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือระหว่าง AMD x ASUS ที่เป็นนวัตกรรมหาทำ Gaming Notebook ปี 2021 อีกครั้ง เพราะได้เรื่องของสเปกภายในใหม่ล่าสุด ความแรงลื่นที่เหนือกว่ารุ่นก่อนๆ ในทุกๆ มิติ อีกทั้งได้ฟีเจอร์และประสบการณ์ใช้งานที่แตกต่าง คงต้องรอดูกันอีกทีว่าจะขายจริงๆ ในไทยเมื่อไร และจะเปิดราคาเท่าไรด้วย  ส่วนเครื่องจริงๆ สเปกจริงๆ พร้อม XG Mobile ถ้าได้มาแล้วก็จะมีรีวิวเต็มๆ กันอีกทีนะ รอติดตามกันได้

ASUS ROG Flow X13

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ROG Flow X13  ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ROG โน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน ASUS ROG Flow X13 ซึ่งมีการนำเสนอใหม่ของ ROG ทำให้มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ที่สำคัญคือขอบจอบาง น้ำหนักเบาแค่ 1.3 กิโลกรัม และบางเพียง 15.8 มิลลิเมตรเท่านั้น วัสดุคุณภาพดีงานประกอบก็เยี่ยมทั้งอลูมิเนียมอัลลอยด์และพลาสติกเกรดดี มีความทนทานสูง เอาไปทำงานหรือเล่นเกมได้หมดรอบด้าน

NBS award 7 Design  

Best Performance

ASUS ROG Flow X13 สเปคเป็น  AMD Ryzen 9 5980HS + NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q หรือ RTX 3080 + Ram 32GB Bus 4266MHz + SSD M.2 NVMe 1TB + มี Windows 10 แท้ ซึ่งทดสอบการใช้งานเล่นเกมจริงแล้วแรงจริงๆ  รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ หรือเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญได้ความพรีเมียม บางเบา เรียกได้ว่าคุ้มค่าจนหาตัวจับได้ยากทีเดียว สำหรับ Gaming Notebook หน้าจอ 13.4″ แบบนี้

award new performance

Best Graphic

สุดทางจริงๆ สำหรับหน้าจอแสดงผลหลักของ ASUS ROG Flow X13 ที่เป็นหน้าจอพับได้ 360 องศา พาเนล IPS ขนาด 13.4″ บนความละเอียด 4K Ultra HD สัดส่วน 16:10 ให้ค่าขอบเขตสี sRGB 100% และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ รองรับการทัชสกรีนทั้งนิ้วมือและ ASUS Active Pen ซึ่งใช้งานหน้าจอของเราสมบูรณ์แบบด้วยความเรียบเนียน สนับสนุนการทำงานหลากหลายโปรแกรม ส่งผลให้เราเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งาน Gaming Notebook แบบเดิมๆ ไปตลอดกาล 

award new Graphic

 

from:https://notebookspec.com/web/576354-review-asus-rog-flow-x13-ryzen-9-5980hs

แนะนำ ASUS ROG Strix G15 / Scar 15 / Scar 17 สเปก Ryzen 5000 + RTX 30 Series แรงลื่นขั้นสุด ฟีเจอร์ Gaming จัดเต็ม

ASUS ROG Strix G15 และ ASUS ROG Strix SCAR 15 / 17 เป็นโน๊ตบุ๊กเพื่อการเล่นเกมระดับ Next Gen เต็มอิ่มกับกราฟิกระดับสูงสุดทุกเกม ครั้งของซีรีส์นี้ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen อย่าง Ryzen 5000H ซึ่งทรงพลังสุดๆ และการ์ดจอรุ่นใหม่ NVIDIA GeForce RTX 30 Series ที่ไม่ต้องคุยกันมากเรื่องความแรง ที่มาพร้อมกับ Feature รีดประสิทธิภาพเฉพาะอย่าง DLSS และ Ray Tracing

ด้วนระบบระบายความร้อนที่เหนือชั้นทำให้สามารถใช้เล่นเกมยาวๆ โดยไม่มีร้อนจนเฟรมร่วง ด้วย ROG Intelligent Cooling ที่จัด Heatpipe มาให้ถึง 6 เส้น, พัดลมดีไซน์ใหม่ และใช้ Liquid metal Thermal Grizzly Conductonaut ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้มากกว่า 10 องศาเซลเซียส

ASUS ROG Strix G15

มองเห็นทุกการเคลื่อนไหวด้วยหน้าจอ 300 Hz ทำให้ไม่มีการเคลื่อนไหวใดหลุดรอดสายตาไปได้ พร้อมด้วยสีสันที่ถูกต้องในระดับ 100% sRGBระบบเสียงเต็มอารมณ์ ตัวเครื่องมาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ทำให้ทุกเสียงมีมิติมากกว่าเดิม สนนราคาที่ 59,990 บาท ซึ่งต้องนี้มีเพียงสเปกเท่านั้น แต่คาดว่าในอนาคตจะตามมาอีกเพียบ

ASUS ROG Strix SCAR 15 / ASUS ROG Strix SCAR 17 สุดยอดประสบการณ์การเล่นเกม ที่ไม่มีวันหาได้จากโน้ตบุ๊กเครื่องไหนๆ พร้อมใส่สุดทุกเกม ที่สุดของพลังแห่งยุค ด้วย Ryzen 5000 series อย่าง Ryzen 7 5800 / Ryzen 9 5900HX และ  NVIDIA GeForce RTX 3070 / 3080 ที่มาพร้อมกับ Feature รีดประสิทธิภาพแบบจัดเต็มทั้ง DLSS และ Ray Tracing

เกมหนักแค่ไหนก็ไม่ร้อนจนเฟรมร่วง ด้วย ROG Intelligent cooling ที่จัด Heatpipe มาให้ถึง 6 เส้น, พัดลมดีไซน์ใหม่ และใช้ Liquid metal Thermal Grizzly Conductonaut ที่ช่วยลดอุณหภูมิได้มากกว่า 10 องศาเซลเซียส

ASUS ROG Strix G15

มองเห็นทุกการเคลื่อนไหว ด้วยหน้าจอขนาด 15.6″ / 17.3″ IPS Full HD ที่ Refresh Rate 300Hz ทำให้ไม่มีการเคลื่อนไหวใดหลุดรอดสายตาไปได้ พร้อมด้วยสีสันที่ถูกต้องในระดับ 100% sRGB ระบบเสียงเต็มอารมณ์ ตัวเครื่องมาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ทำให้ทุกเสียงมีมิติมากกว่าเดิม

เกมมิ่งคีย์บอร์ดที่ให้ทุกการกดทำได้รวดเร็วและสนุกมือ ด้วยคีย์บอร์ดแบบ optical mechanical ทำให้การตอบสนองรวดเร็วกว่า คีย์บอร์ด Mechanical ปกติอย่างมาก พร้อมสัมผัสการกดที่ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไปทำให้ทุกการกดคีย์บอร์ดสนุกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในโน้ตบุ๊กเครื่องไหนๆ

รวมรุ่น ASUS ROG Strix G15 / Scar 15 / Scar 17

  1. ASUS ROG Strix G15 GL543QR-HF126T ราคา 59,990 บาท
  2. ASUS ROG Strix Scar 15 G543QS-HF087T ราคา 72,990 บาท
  3. ASUS ROG Strix Scar 15 G543QS-HF097T ราคา 84,990 บาท
  4. ASUS ROG Strix Scar 17 G743QR-HG074T ราคา 69,990 บาท
  5. ASUS ROG Strix Scar 17 G743QS-HG119T ราคา 74,990 บาท
  6. ASUS ROG Strix Scar 17 G743QS-HG130T ราคา 94,990 บาท
ASUS ROG Strix CPU GPU RAM Storage Display Warranty
ROG Strix G15 GL543QR Ryzen 9 5900HX RTX 3070 16GB  SSD 1TB 15.6″ FHD IPS 300Hz 3Y On-site
ROG Strix Scar 15 G543QS Ryzen 7 5800H RTX 3080 16GB SSD 1TB 15.6″ FHD IPS 300Hz 3Y On-site
ROG Strix Scar 15 G543QS Ryzen 9 5900HX RTX 3080 16GB SSD 1TB 15.6″ FHD IPS 300Hz 3Y On-site
ROG Strix Scar 17 G743QR Ryzen 9 5900HX RTX 3070 16GB SSD 1TB 17.3″ FHD IPS 300Hz 3Y On-site
ROG Strix Scar 17 G743QS Ryzen 7 5800H RTX 3080 16GB SSD 1TB 17.3″ FHD IPS 300Hz 3Y On-site
ROG Strix Scar 17 G743QS Ryzen 9 5900HX RTX 3080 32GB SSD 1TB 17.3″ FHD IPS 300Hz 3Y On-site

ASUS ROG Strix G15 ราคา 59,990 บาท

ASUS ROG Strix G15

ASUS ROG Strix G15 มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น AMD Ryzen 5900HX ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 3070 (8GB GDDR6)ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 300Hz ทำงานและเล่นเกมแบบมืออาชีพ ได้ลำโพง 2x 4W มี Smart Amp Technology โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด  

ASUS ROG Strix G15

ความสวยงามที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตในคราวเดียว กับสามเฉดสีที่โดดเด่น ช่วยให้ผู้ใช้แบบคุณดูดีขึ้นอีกระดับASUS ROG Strix G15 กับสีดำ Stealthy Original Black สีเทา Eclipse Grey สุดเท่ และสีสดใสแบบ Electro Punk อวดสไตล์การเล่นเกมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราตัวช่วย Aura Sync ช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ของคุณถูกแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ

พร้อมไฟส่องสว่างที่โลโก้ ROG แป้นพิมพ์สีเมทัลลิกเรืองแสง และเพิ่มแถบแสงล้อมรอบทางด้านล่าง – ทั้งหมดนี้ถูกอัดแน่นอยู่ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 7% แต่ขนาดของทัชแพดถูกขยายให้กว้างขึ้นเพื่อให้การใช้งานจริงมีความสะดวกสบายที่สุด

ASUS ROG Strix G15

พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่ ความเร็วสูงแบบ 12V (เพิ่มอัตราการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับพัดลมแบบ 5V ปกติ) พร้อมปรับรอบพัดลมได้ 3 แบบ ทั้งแบบเงียบ ปกติ และ Turbo

อย่างไรก็ตามแม้ ASUS ROG Strix G15 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงๆ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากการที่ได้ดีไซน์ สเปก ฟีเจอร์ และราคาที่เหมาะสมที่สุด

ASUS ROG Strix G15

ASUS ROG Strix Scar 15 / 17 ราคา 69,990 – 94,990 บาท

ASUS ROG Strix Scar 15 price

ASUS ROG Strix Scar 15 / 17 มาพร้อมกับชิปประมวลผลสูงสุดเป็น AMD Ryzen 7 5800H / Ryzen 9 5900HX ที่แรงกว่า Ryzen 4000H รุ่นก่อนๆ รองรับติดตั้งการ์ดจอสูงสุดเป็น NVIDIA GeForce RTX 2080 Super ให้ความแรงเหลือเฟือในการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแบบลื่นไหล ส่วนของแรมมีขนาดสูงสุดที่ 16 – 32GB DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB

หน้าจอขนาด 15.6 ” – 17.3″ ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS รองรับ 300Hz 3ms ทำงานมืออาชีพหรือเล่นเกมตอบสนอง ลำโพงแบบ 2x 4W + 2x 2W tweeter มี Smart Amp Technology  โดยพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันด้วย USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, HDMI, LAN พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) ที่ดีที่สุด

h732 7

ASUS ROG Strix Scar 15 / 17 เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 / 2.9 กิโลกรัม เส้นสายลายพาดตัดขวางฝาบนแบบมีสไตล์สะท้อนความแรงที่ล้ำสมัยที่อยู่ภายใน พร้อม Armor Cap ที่ปรับแต่งและถอดเปลี่ยนได้เพิ่มสีสันให้กับตัวเครื่อง ไฟส่องสว่าง Aura Sync RGB อันชาญฉลาดช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ของคุณเปล่งประกาย แสงส่องสว่างจากโลโก้ ROG แบบเมทัลลิก

พอร์ตการเชื่อมต่อตัว ASUS ROG Strix Scar 15 / 17 นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ทมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, และ USB 3.1 Type-C อีกจำนวน 1 พอร์ตมาให้ด้วย พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, SD Card Reader ขนาดมาตรฐาน, พอร์ท LAN ตัวเต็ม และ HDMI ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ 2×2  

h732 8

อีกทั้งด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับดีไซน์ช่องระบายความร้อนแบบ 3D Flow Zone ด้วยพัดลมคู่ความเร็วรอบสูงแบบ 12V 84 ใบพัด แยกฝั่ง ซ้าย-ขวา, ท่อฮีทไปป์จำนวน 5 ท่อ, copper plate ที่ครอบทับบริเวณชิ้นส่วนที่จะเกิดความร้อนทั้งหมด, และครีบทองแดงบนฮีทซิ้งค์ที่บางพิเศษเพียง 0.1 มิลลิเมตร รวมไปถึงระบบกำจัดฝุ่น Anti-Dust Cooling ช่วยให้ความร้อนต่ำและใช้งานตัวเครื่องได้ด้วยความเสถียรอย่างต่อเนื่อง

หน้าจอแสดงผลของ ASUS ROG Strix Scar 15 / 17  มีความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย refresh rate สูงสุด 300Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB 100% (color space) ให้ทุกการเล่นเกมคมชัด สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน (พร้อมเลือกตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลยเช่นเดิม)  

h732 5

ASUS ROG Strix Scar 15 / 17 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟหลากสีด้วยเทคโนโลยี AuraRGB ของทาง ROG เป็นแบบ Per Key RGB ที่สามารถปรับแต่งเองได้ด้วยซอฟต์แวร์ภายในได้ในแต่ละปุ่ม ให้ความสะดวกด้วยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปพร้อมจังหวะเด้งสุดๆ พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง

ที่โดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อนก็คือ ROG Keystone กุญแจ NFC ส่วนตัวที่จะทำให้เราสามารถบันทึกโปรไฟล์การตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของตัวเครื่องให้เป็นรูปแบบเฉพาะสำหรับเราเท่านั้น และที่สำคัญที่สุดคือฟังก์ชั่น Shadow Drive เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้นกับไดรฟ์ที่จะถูกเข้ารหัสและปรากฎขึ้นมาให้เข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อเสียบใช้งาน Keystone เท่านั้น ซึ่งในบันเดินจะมาพร้อมพ่วงกุญแกจที่เก็บด้วย เรียกได้ว่าเจ๋งดีจริงๆ กับการใส่ฟีเจอร์นี้เข้ามาใน Gaming Notebook  

h732 2

ที่สำคัญจากรุ่นก่อนที่มี Light Bar ด้านหน้า รุ่นนี้จะได้ไฟ RGB ด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องเข้ามา อย่าง Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่องพร้อมเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบบ  RGB ให้สามารถปรับแต่งแสงไฟได้ตามสไตล์ของผู้ใช้อย่างอิสระมากถึง 16.7 ล้านสี ผ่านฟีเจอร์ Aura Sync รวมไปถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่รองรับ ที่โดดเด่นอีกอย่างก็คือได้ NumberPad เข้ามาด้วย โดยทัชแพดเองสามารถเปลี่ยนเป็นแป้นตัวเลขได้ จากการที่ตัด Numpad ด้านขวาออกไป พร้อมขยายปุ่มคีย์บอร์ดให้มีความกว้างขึ้น

วัสดุโดยรวมทั้งหมดเป็นอลูมิเนียมผสานด้วยพลาสติกเกรดดีให้สัมผัสที่ดีพรีเมียม จับติดมือ ไม่ลื่น และรู้สึกดีกว่าพลาสติกแบบธรรมดาทั่วไป ส่วนหน้าจอของ ASUS ROG Strix Scar 15 / 17 จะเป็นแบบบานพับสองแกนดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา พร้อมเว้นขอบเอาไว้โชว์ไฟแสดงไฟ LED การทำงานต่างๆ ส่วนด้านท้ายและขอบเครื่องทางขวาจะเห็นถึงช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ 4 ช่อง 2 สองพัดลมขนาดใหญ่

ASUS ROG Strix G15

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS ROG Strix G15 และ ASUS ROG Strix Scar 15 / 17  ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ กับมาตรฐานใหม่ของ Gaming Notebook ช่วงต้นปี 2021 ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่ขอบจอต้องบางเฉียบด้วย ซึ่งต้องยอมที่จะตัดกล้องเว็บแคมออกไปเลย ถ้าจะใช้ต้องหามาเองเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า

from:https://notebookspec.com/web/576663-asus-rog-strix-g15-scar-15-17-ryzen5000