คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD

AMD ออกอัปเดทไดรเวอร์ Radeon ที่มาพร้อมกับการแก้ไขการเล่นไฟล์วีดีโอ 4K สำหรับโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับ Ryzen 4000 ซีรีย์แล้ว

ด้วยความที่เป็นของใหม่แน่นอนว่าบางครั้งก็ย่อมต้องมีปัญหาอยู่บ้างกับหน่วยประมวลผล Ryzen 4000 ซีรีย์สำหรับโน๊ตบุ๊คที่ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีผู้ใช้บางรายรายงานออกมาว่าบนโน๊ตบุ๊คบางรุ่นที่ใช้หน่วยประมวลผล Ryzen 4000 ซีรีย์นั้น เวลาที่ทำการเล่นไฟล์วีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K แล้วจะพบปัญหาในส่วนของเฟรมเรทที่ลดต่ำลงกว่าครึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไฟล์ความละเอียด 4K ที่ 60 FPS ซึ่งล่าสุดนั้นทาง AMD เองก็ได้ทำการปล่อยไดรเวอร์ Radeon และ Adrenalin ใหม่ออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้หลังจากที่ทางมีการออกมารายงานเรื่องดังกล่าวนี้จากผู้ใช้แล้วนั้นทาง NotebookCheck เองก็ได้มีการทดสอบกับตัวเครื่อง HP Envy x360 13 รุ่นปี 2020 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Ryzen 5 4600U โดยรันไฟล์ความละเอียดระดับ 4K@60FPS บน YouTube โดยผลการทดสอบก่อนที่ทาง AMD จะมีการปล่อบยอัปเดทไดรเวอร์ใหม่ออกมานั้นจะเป็นดังต่อไปนี้

จากภาพนั้นจะเห็นได้ว่าในการทดสอบดังกล่าวพบว่าเฟรมของไฟล์วีดีโอนั้นตกลงไปมากถึง 1642 เฟรมจาก 2347 เฟรมเลยทีเดียว(มากกว่า 50%) โดยไม่ว่าจะตั้งค่า power profile เป็นโหมดใดก็จะพบว่าเฟรมของวีดีโอก็จะลดลงมากทั้งหมด ทว่าเมื่อเปลี่ยนไปรันไฟล์ที่ความละเอียดระดับ 2K กับ 1080p แล้วนั้นอาการเฟรมตกดังกล่าวจะน้อยลงกว่าเดิม(แต่แน่นอนว่าหากคุณซื้อเครื่องที่มีความละเอียดหน้าจอระดับ 4K มาแล้วนั้นคุณก็คงอยากจะรันไฟล์ที่ความละเอียดสูงสุดที่หน้าจอสามารถรองรับได้มากกว่าอยู่แล้ว)

หลังจากที่ทาง AMD ได้ทำการปล่อยอัปเดทไดรเวอร์แก้ไขออกมาแล้วนั้น เมื่อทำการทดสอบไฟล์ความละเอียดระดับ 4K@60 FPS ไฟล์เดิมผลที่ได้จะเป็นดังต่อไปนี้

จากภาพจะเห็นได้ว่าเฟรมของวีดีโอนั้นตกลงเพียงแค่ 6 เฟรมเท่านั้นซึ่งนั่นทำให้ตัววีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K@60FPS แสดงผลได้อย่างลื่นไหลกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ดังนั้นแล้วหากท่านใดใช้โน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Ryzen 4000 ซีรีย์แล้วก็สามารถที่จะทำการอัปเดทไดรเวอร์ใหม่ดังกล่าวได้เลยเพื่อประสิทธิภาพของการทำงานตัวเครื่องที่ดีมากขึ้น(แน่นอนว่าในเรื่องของการเล่นเกมโดยเฉพาะเกมออนไลน์ดังๆ ต่างๆ นั้นก็สามารถที่จะขับเฟรมออกมาได้ดีกว่า)

งานนี้คงต้องบอกว่าทาง AMD นั้นสามารถที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนของไดรเวอร์ต่างๆ ได้เร็วกว่าของทางฝั่ง Intel(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของไดรเวอร์ชิปกราฟิก) แน่นอนว่าของใหม่นั้นยังไงในช่วงแรกๆ ก็ต้องมีปัญหาในการใช้งานให้พบบ้างกันเป็นธรรมดาดังนั้นแล้วก็ลองคอยสังเกตการอัปเดทไดรเวอร์ใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่องจะเป็นผลดีกับผู้ใช้งานมากที่สุด(แต่บางทีไดรเวอร์ใหม่ๆ เองนั้นก็มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นมาด้วยเหมือนกันดังนั้นแล้วหากไม่อยากกลายเป็นหนูทดลองช่วงแรกก็คอยติดตามข่าวที่เราจะอัปเดทให้ทุกท่านได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องนะ)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/latest-radeon-drivers-provide-the-hotfix-for-amd-zen-2-laptops-that-suffering-from-extreme-4k-playback/527513/

ลือ … AMD อาจจะกระตุ้นยอดขายให้กับ Ryzen 3000 ซีรีย์ ด้วยการแถมเกม Assassin’s Creed Valhalla กับหน่วยประมวลผลบางรุ่น

งานนี้นั้นจะจริงหรือไม่จริงแต่ก็มีความเป็นไปได้พอสมควรจากกรณีที่มีข่าวลือล่าสุดจากทาง VideoCardz ซึ่งได้เผยออกมาว่าทาง AMD เองนั้นอาจจะทำการแถมเกมดังอย่าง Assassin’s Creed Valhalla ให้กับผู้ที่ทำการซื้อหน่วยประมวลผลซีรีย์ Ryzen 3000 ในบางรุ่น ซึ่งถ้าหากว่าเป็นจริงนั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นอีกแผนการกระตุ้นตลาดหนึ่่งที่ทำให้ทาง AMD นั้นเพิ่มยอดขายหน่วยประมวลผลของตัวเองได้ไม่มากก็น้อย

ตามข้อมูลที่ทาง VideoCardz ได้โพสเอาไว้นั้นจะเป็นรูปภาพดังต่อไปนี้

จากรูปภาพนั้นจะเห็นได้ว่าหน่วยประมวลผลในซีรีย์ที่จะมีการแถมเกม Assassin’s Creed Valhalla นั้นจะประกอบไปด้วย

  • AMD Ryzen 7 3700X
  • AMD Ryzen 7 3800X
  • AMD Ryzen 7 3800XT (วางจำหน่าย 7 กรกฎาคม)
  • AMD Ryzen 9 3900X
  • AMD Ryzen 9 3900XT (วางจำหน่าย 7 กรกฎาคม)
  • AMD Ryzen 9 3950X

ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะน่าแปลกใจมากเท่าไรนักกับข่าวลือนี้เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้นั้นทาง AMD เองก็มีแผนการกระตุ้นยอดจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นทั้งในส่วนของหน่วยประมวลผลและกราฟิกการ์ดด้วยการแถมเกมให้ผู้ซื้อด้วยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นก็คงต้องคอยดูกันต่อไปว่าข่าวลือดังกล่าวนี้นั้นจะเป็นจริงหรือไม่

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/amd-rumored-to-bundle-assassins-creed-valhalla-with-select-ryzen-cpus/527146/

Notebook 2020 น่าซื้อ จอ 14″ IPS ทำงานทั่วไป เน้นบางเบา สเปก Ryzen 4000U แรงลื่น ใช้งานง่ายๆ เริ่ม 19,900 บาท

บทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook น่าซื้อ ประจำช่วงกลางปี 2020 สเปก AMD Ryzen 4000U เน้นทำงาน จอ 14″ IPS เริ่มราคาถูกสุดๆ ที่ 19,900 บาท ได้สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ได้ความแรงลื่นกว่า Notebook สเปก AMD Ryzen 3000U หรือ Ryzen 3000H เลยทีเดียว นับได้ว่าเป็นชิปประมวลของ Notebook ยุคใหม่ โดยบางรุ่นจะมาพร้อมโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย ส่วนประกันมีทั้งแบบ 2 ปี และ 3 ปี ซึ่งปีแรกมีประกันอุบัติเหตุ หรือ On-site Service

ที่ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าไม่ว่าจะเป็นแรมมาตรฐาน DDR4 3200MHz และ SmartShift  รวมถึง Wi-Fi 6 AX ที่ยอดยอดประสบการณ์ใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งกับความร้อนที่เกิดขึ้นก็น้อยกว่า และแบตเตอรี่เมื่อใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ยาวนานกว่าเดิมด้วย ทั้งในส่วนของ AMD Ryzen 4000 U ที่เน้นติดตั้งในโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงานหรือคุ้มค่าอย่าง AMD Ryzen 5 4500U /AMD Ryzen 7 4700U ได้แรม 8GB และ SSD M.2 ความจุ 256GB – 512GB จะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

MSI Modern 14 ราคา 19,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 4500U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง19,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน้ตบุ๊กทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน้ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

Acer Swift 3 SF314 ราคา 22,990 – 25,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 แบ่งออกเป็น 2 สีหลักๆ คือ สีเงิน Silver ที่ดูสว่างเรียบๆ เนี๊ยบๆ  และสีม่วง Purple ที่ดูสดใสน่ารักเหมาะกับสาวๆ ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง

Acer Swift 3 SF314-42 ใช้ชิปประมวลผลตัวแรงสุดๆ คุ้มค่าสุดๆ ด้วย AMD Ryzen 5 4500U (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) และ Ryzen 7 4700U (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรอนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน  ได้แรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอขนาด 14 นิ้ว เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากๆ

ประกันเป็น 2 ปี พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ASUS VivoBook 14 D413 ราคา 19,990 – 22,990 บาท

ASUS VivoBook 14 D413 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ VivoBookที่เน้นสีสันและความสนุกสนาน ช่วยการทำงานมัลติทาสกิ้ง และการใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ตัว WiFi 6 AX ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ที่สำคัญยังเปิดตัวสีใหม่รับปี 2020 มาพร้อมสีสัน 4 เฉดสี อย่างสี Resolute Red, Gaia GreenDreamy White และ Indie Black ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook 14 D413 มาพร้อมสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series อย่าง Ryzen 4500U / Ryzen 7 4700U ได้การ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน มาพร้อมขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz  พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที พร้อมลำโพงเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon ราคาขายไทยอยู่ที่ 19,990 – 22,990 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

โดดเด่นด้วยสีสันทูโทนรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องภายนอกและด้านในได้วัสดุคุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะส่วนของส่วนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น ส่วนตัวด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกที่แข็งแรง ทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา มีการนำเสนอพื้นผิวแบบเรียบเนียนสัมผัสดี ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และขอบจอบางเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ปี 2020 ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ติดเครื่องมาพร้อม Windows 10 ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย

from:https://notebookspec.com/notebook-2020-should-buy-a-14-ips-screen-general-work-focusing-on-slim-ryzen-4000u-specification/526535/

AMD พิชิตเป้าหมายประสิทธิภาพพลังงานดีขึ้น 25 เท่าในปี 2020 ของจริงทำได้ 31.7 เท่า

เมื่ออดีตอันไกลโพ้นปี 2014 AMD เคยประกาศแผน 25×20 ที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน (energy efficiency) ให้ได้ 25 เท่าภายในปี 2020

บัดนี้ถึงปี 2020 แล้ว AMD ออกมาประกาศว่าแผนการสำเร็จลุล่วง หลัง Ryzen 4000 Mobile หรือโค้ดเนม “Renior” หน่วยประมวลผลสำหรับโน้ตบุ๊ก (เป็น APU ที่รวม CPU+GPU) สามารถเพิ่มค่าประหยัดพลังงานได้ 31.7 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเลขปี 2014

วิธีการวัดค่าของ AMD ใช้ Ryzen 7 4800H (2020) เทียบกับ AMD FX-7600P (2014) โดยดูจากค่าพลังงาน Energy Star และคะแนนเบนช์มาร์ค 3DMark 2011 P-Score / Cinebench R15 nT อย่างละครึ่งๆ เท่ากัน ถ้านับเฉพาะเบนช์มาร์คอย่างเดียว AMD ปี 2020 มีสมรรถนะเพิ่มขึ้น 5 เท่า ส่วนค่าการใช้พลังงาน Energy Star น้อยลงจากเดิม 84%

AMD ระบุว่าความสำเร็จนี้มาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องสถาปัตยกรรม Zen, การเชื่อมโยง CPU+GPU ไว้บน SoC เดียวกัน, เทคโนโลยีด้านการผลิตที่ดีขึ้น, เทคนิคการจัดการพลังงานที่พัฒนาขึ้น ฯลฯ

No Description

No Description

ที่มา – AMD

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117171

ผลสำรวจล่าสุดจาก Steam เผย … หน่วยประมวลผลจาก AMD ยังคงได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ถือว่าเป็นอีกข่าวดีหนึ่งของทาง AMD เลยก็ว่าได้เมื่อผลสำรวจล่าสุดของทาง Steam หรือระบบขายเกมออนไลน์ชื่อดังจากทาง Valve ที่ได้ปล่อยออกมาไม่นานมานี้เกี่ยวกับจำนวนฮาร์ดแวร์ของผู้ใช้งานระบบ Steam ในส่วนต่างๆ ประจำเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่ามีการใช้งานฮาร์ดแวร์จากค่ายใดบ้างนั้นพบว่าหน่วยประมวลผลของทาง AMD นั้นยังมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตามข้อมูลนั้นได้มีการระบุเอาไว้ว่าเมื่อนับจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้นหน่วยประมวลผลของทาง AMD นั้นมีจำนวนผู้ใช้ที่ใช้งาน Steam ด้วยทั้งหมดอยู่ที่ราวๆ 22.4% เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาราวๆ 0.74% โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • จำนวนผู้ใช้งานบนระบบปฎิบัติการ Windows เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.74%
  • จำนวนผู้ใช้งานบนระบบปฎิบัติการ Linux เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.17%

จากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้อย่างต่อเนื่องนี้เองนั้นคงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นผลพวงมาจากหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 ของทาง AMD ที่ทำให้ความนิยมในการใช้งานหน่วยประมวลผลของทาง AMD นั้นเพิ่มขึ้นมาเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยความสำเร็จนี้นั้นถือว่าเป็นก้าวสำคัญมากเลยทีเดียวตั้งแต่ที่ทาง AMD ผิดพลาดมากับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรมก่อนหน้า(จะเว้นก็แต่ตอนที่มีการเปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen ที่เริ่มทำให้เห็นได้ว่าหน่วยประมวลผลของทาง AMD นั้นเริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกคครั้ง)

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้หน่วยประมวลผลของทาง AMD ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นนั้นคงหนีไม่พ้นหน่วยประมวลผลที่มาพร้อมกับชิปกราฟิกแบบฝังหรือที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันในชื่อ APU ซึ่งหลังจากที่ทาง AMD นั้นเปลี่ยนมาใช้หน่วยประมวลผลแบบฝังเป็นสถาปัตยกรรม Vega แล้วจะเห็นได้ว่า APU ของทาง AMD นั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการใช้งานทางด้านการเล่นเกมนั้นเมื่อเทียบ iGPU ของทาง Intel แล้วถือว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่ากันมากเลยทีเดียว

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-continues-to-win-over-steam-users-as-processor-usage-share/526566/

AMD รายงาน Ryzen 7 4800H ทำลายเป้าหมาย 25×20 power-efficiency

เรียกว่ามาแรงแซงไม่หยุดจริงๆ กับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 ที่นอกจากจะอาละวาดในกลุ่มหน่วยประมวลผลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไปแล้วนั้น หลังจากที่มีการเปิดตัวและวางจำหน่ายตัวหน่วยประมวลผลเวอร์ชันโน๊ตบุ๊คออกมาได้สักพักทาง AMD ก็ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าหน่วยประมวลผลรุ่น Ryzen 7 4800H ทำลายเป้าหมาย 25×20 power-efficiency ของทาง AMD เป็นที่เรียร้อยแล้ว

สำหรับเป้าหมายทางด้านประสิทธิภาพ 25×20 หรือ 25×20 power-efficiency ของทาง AMD นั้นก็คือเป้าหมายที่ทาง AMD ได้ทำการตั้งเอาไว้ว่าหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ที่มีออกมาเรื่อยๆ นั้นจะต้องสามารถที่จะมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานมากกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างน้อย 25% ขึ้นไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา(ตั้งแต่ปี 2014) นั้นไม่เคยมีหน่วยประมวลผลรุ่นไหนของทาง AMD สามารถทำลายเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้มาก่อนเลย

ดังนั้นแล้ว Ryzen 7 4800H จึงถือว่าเป้นหน่วยประมวลผลรุ่นแรกที่สามารถที่จะทำลายเป้าหมายดังกล่าวของทาง AMD ที่ได้ตั้งเอาไว้นี้แถมในการทำลายเป้าหมายดังกล่าวนี้นั้นทาง AMD ก็ได้ประกาศออกมาอย่างปลื้มอกปลื้มใจด้วยอีกว่าเจ้า Ryzen 7 4800H นั้นสามารถที่จะมีประสิทธิภาพต่อพลังงานสูงกว่ารุ่นก่อนหน้ามากถึง 31.7% เลยทีเดียว งานนี้นั้นเรียกได้ว่าเกินเป้าหมายไปได้ไกลมากพอสมควร

สิ่งที่ทำให้เราเห็นนั้นก็คือหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 ของทาง AMD นั้นไม่ได้มาพร้อมกับประสิทธิภาพต่อพลังงานที่สูงกว่าหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรมก่อนหน้าเท่านั้น(เทียบกับ Zen หรือซีรีย์ Ryzen 3000H) ทว่าทันยังมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางด้านประสิทธิภาพในการใช้งาน, การยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และค่าใช้จ่ายทางด้านไฟฟ้าที่ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมากอีกด้วย

ตามรายงานดังกล่าวนี้นั้นทาง AMD ได้เผยเอาไว้อีกด้วยว่าหากเทียบด้านการใช้พลังงานรวมของโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน่วยประมวลผลของทาง AMD ในปี 2014 กับปี 2020 ที่ประมาณเท่าๆ กันคือ 50,000 เครื่องแล้ว พลังงานที่ใช้นั้นจะลดลดมากถึง 1.4 kWh หรือคิดเป็นการลดอัตรการปล่อยก็าซคาร์บอนในการเผาผลาญพลังงานสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้ามากถึง 971,000 kg เลยทีเดียว ซึ่งงานนี้นอกจากจะเป็นการช่วยให้ผู้ใช้โน๊ตบุ๊คได้พบกับผระสิทธิภาพของเครื่องที่แรงมากขึ้นกว่าเดิม ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้ามากกว่าเดิมแล้ว ยังถือว่าเป็นการช่วยลดปัญหามลภาวะทางด้านอากาศและปัญหาสำหรับโลกร้อนอกด้วย

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-announces-that-the-ryzen-7-4800h-destroys-its-25×20-power-efficiency-goal/526554/

การ์ดจอร้อน เปลี่ยนซิงก์ใหม่ Raijintek Morpheus 8057 แรงกว่า RTX 2080 ยังไหว

ใครที่ใช้การ์ดจอรุ่นใหญ่ๆ อย่าง RTX 2070 หรือ RTX 2080 SUPER หรือ RTX 2080 Ti ที่เริ่มไม่ค่อยแฮปปี้กับซิงก์เดิมๆ ในตลาดมีฮีตซิงก์ให้เปลี่ยนได้มากมายเลยทีเดียว เช่นเดียวกับ Raijintek ที่เป็นอีกหนึ่งค่าย ที่มีไลน์ผลิตของชุดระบายความร้อนสำหรับการ์ดจอตัวแรงๆ ออกมาให้เลือกกันอย่างมากมาย เช่นเดียวกับ Morpheus 8057 นี้ กับการออกแบบให้ การ์ดจอร้อน รองรับการ์ดจอที่ค่า TDP ระดับ 360W ได้ แรงกว่า RTX 2080 Ti ก็ยังไหวนะ

การ์ดจอร้อน

ฮีตซิงก์การ์ดจอรุ่นใหม่ เอาใจคน การ์ดจอร้อน จากทาง Raijintek รุ่นนี้ มาพร้อมฮีตไปป์ 12 เส้น เมื่อผนวกเข้ากับครีบระบาย 129 ชิ้น และฐานทองแดงชุบอโนไดซ์ มันวาวราวกระจก และรองรับการติดตั้งพัดลม 120mm ได้อีก 2 ตัว ใหญ่และเย็นกว่าซิงก์แบบเดิมๆ อย่างแน่นอน อีกทั้งยังเพิ่มชุดระบายความร้อน GDDR6 เป็นแบบอะลูมิเนียมมาอีก 8 ชิ้น และ VRM เรียกว่ามากันครบ โดยที่ Morpheus 8057 รองรับการติดตั้งได้ทั้งบนการ์ด RX 5000 และ RTX 2000 series ประกอบไปด้วยการ์ดเหล่านี้

การ์ดจอร้อน

AMD Radeon RX 5600 XT
AMD Radeon RX 5700 XT
NVIDIA GeForce RTX 2060
NVIDIA GeForce RTX 2060 SUPER
NVIDIA GeForce RTX 2070
NVIDIA GeForce RTX 2070 SUPER
NVIDIA GeForce RTX 2080
NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER
NVIDIA GeForce RTX 2080 Ti

from:https://notebookspec.com/change-heatsink-graphic-card-raijintek-morpheus-8057/526193/

AMD กลับมาติด Top 10 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์โลกอีกครั้ง ด้วยเครื่องยี่ห้อ NVIDIA

AMD เคยเป็นเจ้าแห่งโลกซูเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่พักหนึ่ง โดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Cray Titan ที่ใช้ซีพียู Opteron เคยครองแชมป์ของ TOP500 ช่วงปี 2012 แต่พอ AMD เข้าสู่ “ยุคมืด” ทำให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นหลังๆ แทบไม่มีเครื่องที่อันดับสูงๆ ใช้ซีพียู AMD เลย

เมื่อ AMD “คัมแบ็ค” กลับมาด้วยซีพียูสถาปัตยกรรม Zen สิ่งที่ต้องจับตาคืออันดับของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียู EPYC ว่าจะไต่กลับเข้ามาเมื่อไร

ในการประกาศผล TOP500 รอบล่าสุด (กลางปี 2020) ในที่สุด AMD ก็สามารถกลับคืนสู่ TOP 10 ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่แรงที่สุดในโลกได้แล้ว ที่น่าตื่นเต้นกว่าก็คือ คอมพิวเตอร์เครื่องนี้คือ Selene ของคู่แค้น NVIDIA ที่เลือกใช้ซีพียู EPYC จาก AMD

No Description

NVIDIA Selene เลือกใช้ซีพียู AMD EPYC 7742 (64 คอร์) มาใช้คู่กับการ์ด NVIDIA A100 ตัวใหม่ล่าสุด, ใช้ระบบเชื่อมต่อ Mellanox HDR Infiniband ที่เพิ่งซื้อกิจการมา (เรียกง่ายๆ ว่าทุกอย่างยกเว้นซีพียู ใช้ของ NVIDIA เองเพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยี)

ตัว Selene เกิดจากการใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ DGX A100 มาเชื่อมต่อกัน 280 เครื่อง, การ์ด A100 จำนวน 2,240 ตัว, จำนวนคอร์รวม 277,760 คอร์ (นับรวมซีพียู-จีพียู), แรม 560,000 GB, มีพลังประมวลผล 27.6 PFlops อยู่อันดับ 7 ของโลก

การที่ NVIDIA เลือกใช้ซีพียู AMD คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้บริษัทก็เคยอธิบายแล้วว่า เลือก AMD เพราะมีจำนวนคอร์เยอะกว่าอินเทล และรองรับ PCIe 4.0 แม้ในประกาศความสำเร็จของ Selene ไม่มีพูดถึง AMD แม้แต่คำเดียวก็ตาม

ตอนนี้ AMD มีเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ติดอันดับ TOP500 รวมแล้ว 11 เครื่อง และยังมีเครื่องอื่นๆ ที่จะทยอยตามมาอีก รวมถึงเครื่อง Frontier (1.5 ExaFlops) และ El Capitan (2.0 ExaFlops) ที่อยู่ระหว่างการสร้างร่วมกับ Cray และน่าจะติดอันดับ 1 ของโลกเมื่อสร้างเสร็จในปี 2021

ที่มา – AnandTech, TOP500

from:https://www.blognone.com/node/117075

จัดสเปคคอม 20,000 บาท คอมเล่นเกม Ryzen 5 และ GTX 1660 ใน Shopee ผ่อนได้ มีส่วนลด

จัดสเปคคอม 20,000 บาท คอมเล่นเกม ด้วยซีพียู AMD Ryzen 5 กับหน้าร้านออนไลน์ ยอดนิยม Shopee ซึ่งข้อดีของการซื้อคอม จัดสเปค และประกอบคอม ออนไลน์แบบนี้ ก็มีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาพิเศษ ส่วนลดจากโปรโมชั่นหรือจะเป็นเรื่องของตัวเลือกที่มีมากมาย เช่นเดียวกับในการ จัดสเปค คอมเล่นเกม Ryzen 5 ในวันนี้ สนนราคา 20,000 บาท ได้สเปคแรงแค่ไหน ไปชมกันครับ

จัดสเปคคอม 20,000
จัดสเปคคอม 20,000

ซีพียู AMD Ryzen 5 3500: ราคา 4,190 บาท สำหรับซีพียูรุ่นนี้ คงต้องบอกว่าเป็นตัวคุ้มอีกรุ่นหนึ่งจากค่าย AMD เลยทีเดียว แม้ว่า แม้ว่าการทำงานจะเป็นแบบ 6 core/ 6 thread ซึ่งน้อยกว่าปกติสำหรับ Ryzen 5 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ความเร็วระดับ 3.6GHz และ Boost 4.1GHz ก็ถือว่าใช้ร่วมกับการเล่นเกมและทำงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นรุ่นที่กระบวนการผลิต 7nm เท่านั้น และรองรับ PCIe 4.0 อีกด้วย สนนราคาที่ค่อนข้างถูกกว่า Ryzen 5 3600 อยู่เป็นพันบาท ก็ถือว่าน่าลงตัวกับงานนี้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม 20,000

GIGABYTE B450 AORUS ELITE: ราคา 3,150 บาท ไม่ต้องคุยกันมาก สำหรับเมนบอร์ด AORUS นี้ เพราะการันตีถึงคุณภาพได้ดี จัดมาให้กับเมนบอร์ดราคาเบาๆ แม้จะเป็น B450 แต่ก็รองรับซีพียู Ryzen 5 ได้ไม่ยาก และสนนราคาเพียง 3 พันนิดๆ แทบจะหาคู่แข่งเทียบราคากันได้ยาก เมื่อดูจากสเปคและฟีเจอร์ที่ให้มา นอกจากการออกแบบที่ดูทันสมัยน่าใช้งาน ยังมี Armor และซิงก์ในจุดต่างๆ มาเพียบ สล็อตแรม 4 แถวจัดเต็ม ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ MOSFET คุณภาพดี สล็อต PCI-Express มีให้ถึง 3 สล็อต และ M.2 อีก 2 ชุด และมี Thermal Guard ช่วยระบายความร้อนให้ SSD M.2 ระบบเสียง 7.1 ให้การเชื่อมต่อ Gigabit LAN และเติมสีสันความสวยงามด้วย RGB Fusion 2.0 ปรับแต่งแสงไฟได้ด้วยตัวเอง ผ่านซอฟต์แวร์ และอื่นๆ เหมาะกับการ จัดสเปคคอม 20,000 บาทเป็นอย่างยิ่ง
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม 20,000

Kingston FURY DDR4 2666 16GB: ราคา 2,195 บาท จัดว่าราคาสุดฮอตในช่วงนี้ สำหรับแรม DDR4 2666 16GB (8GB x2) ที่เปิดแค่ 2 พันนิดๆ ชนิดเบียดแรมในช่วงใกล้เคียงกันให้ถอยไปได้ แม้จะเป็นแรมพื้นฐาน บัสไม่สูง ความเร็วมาตรฐาน แต่ความจุกับราคาไปด้วยกันได้อย่างลงตัว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม 20,000

GIGABYTE GTX 1660 OC 6GB: ราคา 6,790 บาท กราฟิกการ์ดที่ดูคุ้มค่าที่สุดในเวลานี้ เพราะเรื่องความแรง แม้จะไม่ได้เทียบชั้นกับ SUPER หรือ Ti แต่ถ้าดูตามสเปคแล้ว เล่นเกม Full-HD ปรับความละเอียด Medium และ High ได้ไม่ยาก กับเฟรมเรตสวยๆ ที่ไหลลื่นกว่า GTX 1650 หรือคู่แข่งอย่าง RX500 แม้ว่าจะใช้ GDDR5 ก็ตาม แต่ถ้าเทียบสเปคกับแบนด์วิทธิ์ยังถือว่าคุ้มค่าน่าใช้ แต่ถ้าใครมีเงินอีกประมาณ 2 พันบาท ก็อาจเลือก GTX 1660 SUPER หรือจะเป็น RX 5600 XT ก็ได้เช่นกัน
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม 20,000

Seagate Barracuda Q1-480GB: ราคา 1,890 บาท เรียกว่าสเปคดี ราคาน่าใช้ สำหรับ SSD 480GB จากทาง Seagate กับราคาประมาณพันปลายๆ ด้วย NAND Flash ในแบบ 3D QLC ให้ความเร็วที่ 550MB/s (Read) ค่าความทนทานที่ราว 110TBW และ MTBF ที่ยาวนานถึง 1.8 ล้านชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมการรับประกัน 3 ปี ก็จัดว่าน่าใช้ไม่น้อยเลย
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม 20,000

SilverStone ST60F-600W: ราคา 1,590 บาท ในบรรดาอุปกรณ์ภายในคอม โดยเฉพาะ คอมเล่นเกม ซึ่งเราควรให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่เป็นเพาเวอร์ซัพพลายอย่างมาก เพราะทุกสิ่งอย่างขึ้นอยู่กับไฟที่มาจากสิ่งนี้ ในการ จัดสเปคคอม 20,000 บาท อย่างน้อยกันเงินไว้ 10% คือราว 1,500 – 2,000 บาท ก็มาลงตัวที่เพาเวอร์จาก SilverStone รุ่นนี้ การจ่ายไฟ 600W และยังการันตี 80 PLUS มาอีกด้วย หรือถ้าใครมีงบประมาณอีกสัก 500 บาท ก็มีตัวเลือก 750W ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่ดูจากสเปคที่จัดมานั้น เท่านี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานและ Full load แล้ว
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม 20,000

AEROCOOL Split TG: ราคา 990 บาท ตัวเลือกที่เป็นเคสมีมากมายหลายรุ่น คงไม่ได้จำเพาะเจาะจงมาให้ เพราะแต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน แต่ที่จัดมาในครั้งนี้ ถือว่าราคาดี สเปคได้ ไม่ถึงพันบาท ได้เคสที่มีไฟหน้าสวยๆ ไม่เยอะเกินไป รวมถึงกระจกข้างใส และใส่พัดลมมาให้อีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่าย แต่ได้ลูกเล่นมาแบบเบาๆ พอให้โชว์ได้บ้าง รุ่นอื่นราคาเดียวกันอาจจะได้แค่ด้านข้างใสอะคลิลิคเท่านั้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับการ จัดสเปคคอม 20,000 บาท กับสเปคสำหรับคอเกม ที่อยากได้ คอมเล่นเกม ราคาไม่แรงมาก แต่ได้องค์ประกอบต่างๆ ครบครัน โดยเฉพาะ การสั่งคอมใน Shopee ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุณจัดการกับงบประมาณได้สะดวกขึ้น เพราะมีตัวเลือกเยอะ อีกทั้งราคาพิเศษหรือ Flash Sale ก็มีทุกวัน มี Coin ที่ใช้ลดราคา หรือการเลือกบริการจัดส่งที่เหมาะกับคุณได้อีกด้วย รวมค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ อยู่ที่ 20,795 บาท เท่านั้น

ในกรณีที่มีงบเพิ่มประมาณ 25,000 บาท ก็อาจจะเสริม SSD ในแบบ M.2 หรือเพิ่มความจุเป็น 960GB เพื่อให้เก็บงาน และลงโปรแกรม รวมถึงเกมได้เยอะขึ้น หรือจะเพิ่มกราฟิกการ์ดเป็น GTX 1660 SUPER หรือ RX 5600 XT ที่จะทำให้เฟรมเรตในเกมลื่นไหลยิ่งขึ้น ส่วนการ จัดสเปคคอม ของคุณเป็นเช่นไรบ้างนั้น แนะนำความเห็นกันมาได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/pc-spec-ryzen-5-20000-shopee/525867/

AMD ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ให้ AMD Fusion

AMD เตรียมออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ที่ชื่อ ‘SMM Callout’ ใน AMD Fusion บางรุ่นที่ออกมาระหว่างปี 2016-2019

Credit: ShutterStock.com

Danny Odler ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ 3 รายการบน SMM หรือ System Management Mode หรือส่วนหนึ่งใน UEFI Firmware ที่ใช้เพื่อจัดการฟีเจอร์ด้านฮาร์ดแวร์อย่าง การใช้ไฟฟ้า, Sleep, Hibernate, ข้อผิดพลาดของเมมโมรี และฟังก์ชันด้านความปลอดภัยของซีพียู ซึ่งประเด็นคือ SMM ถือเป็นโค้ดที่รันอยู่ในะดับสูงสุดของคอมพิวเตอร์ (Ring -2) นั่นหมายความว่าหากบั๊กถูกใช้ได้สำเร็จ คนร้ายจะสามารถเข้ายึดเครื่องได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่สนเรื่องของ SecureBoot, Hypervisor, VBS, Kernel หรืออื่นๆ

ทั้งนี้ไอเดียคือ Odler พบว่ามีบั๊ก 3 รายการที่ทำให้เขาสามารถเข้าไปลอบวางโค้ดอันตรายในเมมโมรีภายในของ SMM ได้ จึงสามารถรันในสิทธิ์ระดับสูงสุด ปัจจุบันมีช่องโหว่ 1 รายการที่ AMD ได้แพตช์ไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนคือ CVE-2020-14032 แต่อีก 2 รายการจะถูกปล่อยออกมาสิ้นเดือนนี้

สำหรับผลกระทบจะเกิดขึ้นกับ AMD Fusion บางรุ่น (ชื่อโค้ดของชิปซีพียูที่รวมกันตั้ง CPU+GPU ซึ่งเรียกว่า Accelerated Processing Unit หรือ APU ซึ่งถูกใช้ในโน๊ตบุ๊คบางรุ่น) ที่ออกมาในปี 2016-2019 อย่างไรก็ดีเงื่อนไขในการใช้งานคือคนร้ายจะต้องสามารถเข้าถึงเครื่องเชิงกายภาพหรือมีสิทธิ์รันโค้ดมัลแวร์ในระดับแอดมิน 

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/amd-says-it-will-fix-new-cpu-bug-by-the-end-of-june-2020/

from:https://www.techtalkthai.com/amd-fusion-patch-smm-callout-bugs/