คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD

AMD อัพเดตเฟิร์มแวร์ Radeon 5600 XT เพิ่มคล็อคก่อนขายจริง สู้ศึก NVIDIA ลดราคา

ต่อจากข่าว NVIDIA ลดราคา GeForce RTX 2060 เหลือ 299 ดอลลาร์ รับมือ Radeon 5600 XT ฝั่ง AMD ก็โต้กลับสงครามราคา ด้วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์ (vBIOS) ของ Radeon 5600 XT เพิ่มสัญญาณนาฬิกาขึ้นไปอีก เพื่อให้ประสิทธิภาพโดยรวมสูงขึ้น

เดิมที Radeon 5600 XT มีคล็อคพื้นฐาน 1.375 GHz และคล็อคแบบบูสต์ 1.560 GHZ แต่ในเฟิร์มแวร์ใหม่ เพิ่มคล็อคขึ้นเป็น 1.615/1.750 GHz ซึ่งน่าจะช่วยให้ประสิทธิภาพดีขึ้นราว 10-15%

ตัวจีพียูของ Radeon 5600/5600 XT ใช้ชิปรหัส Navi 10 ตัวเดียวกับซีรีส์ Radeon 5700/5700 XT ที่สูงกว่า 1 ระดับอยู่แล้ว (แค่จำนวนคอร์และคล็อคไม่เท่ากัน) ในทางเทคนิคจึงไม่มีปัญหาที่ AMD จะ “ปลดล็อค” ประสิทธิภาพให้ Radeon 5600 XT เพิ่มอีกหน่อย (ส่วน Radeon 5500/5500 XT ที่ต่ำกว่า 1 ระดับ ใช้ชิปรหัส Navi 14 ที่เป็นคนละตัวกัน)

เว็บไซต์ Videocardz รายงานข่าวว่าพาร์ทเนอร์ฮาร์ดแวร์บางแบรนด์ เช่น ASUS, MSI, Powercolor, Sapphire จะใช้ Radeon 5600 XT เวอร์ชันเพิ่มคล็อคนี้มาเป็นเวอร์ชันที่วางขายจริงๆ

ที่มา – Tom’s Hardware, Videocardz, Notebookcheck

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114240

AMD เผย Ryzen 4000 Mobile ยังใช้จีพียู Vega ตัวเก่า แต่ปรับให้แรงขึ้นกว่าเดิม 59%

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน AMD เพิ่งเปิดตัวหน่วยประมวลผล (APU) Ryzen Mobile รุ่นที่สามสำหรับโน้ตบุ๊ก (แต่ใช้เลขรุ่น 4000) ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ Ryzen Mobile 4000 ยังใช้จีพียูสถาปัตยกรรม Vega ตัวเก่า แทนที่จะใช้สถาปัตยกรรม RDNA ตัวใหม่ล่าสุด

เรื่องนี้ Robert Hallock ผู้บริหารของ AMD อธิบายผ่านทวิตเตอร์ว่าเป็นเพราะตารางเวลาออกสินค้าไม่ตรงกัน (the schedules just didn’t line up) แต่เขาก็ให้ข้อมูลเพิ่มด้วยว่า Vega ของ 3rd Gen เร็วกว่า Vega ของ 2nd Gen ถึง 59%

เขาอธิบายว่าการลดขนาดเหลือ 7 นาโนเมตร, การปรับคล็อคให้เพิ่มขึ้น, การปรับปรุงไดรเวอร์ และปัจจัยอื่นๆ ทำให้แต่ละหน่วยประมวลผล (compute unit หรือ CU) ของ Vega 3rd Gen เร็วขึ้นกว่าเดิม 59% และช่วยดันให้ผลลัพธ์สุดท้ายดีขึ้น (ผลทดสอบ 3DMark เพิ่มขึ้น 28% จากเดิม)

ที่มา – Notebookcheck

No Description

ภาพจาก Robert Hallock

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114228

Preview – Acer Nitro 5 เพิ่มสเปก Ryzen 5 3550H/7 3750H + GTX 1050Ti/1650 เริ่ม 20,900 บาท

เปิดตัวกันไปที่งาน CES 2020 สำหรับ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ ใช้สเปกที่เป็น AMD ชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H/7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1050Ti/1650 ในราคาคุ้มค่าเริ่มต้นที่ 20,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 120Hz แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก AMD ก็จริง แต่เป็น Ryzen + Radeon ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผลสายพันธุ์ AMD ที่ผนวกกับการ์ดจอ NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยได้การ์ดจอ GTX 1650 ที่แรงลื่นยิ่งกว่า RX560X ถือว่าใกล้เคียงกับแบรดน์อื่น สเปกที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แรมขนาด 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ส่วนประกันได้เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก น้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 2×2 MU-MIMO พร้อมซอฟต์แวร์อย่าง NitroSense มาช่วยปรับแต่งเหมือนเดิม

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 120Hz  ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำแซมด้วยสีแดงเอาไว้อยู่ อย่างโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมมีเกล็ดเล็กๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่ง ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อย เวลามือมีเหงื่อออกแล้วไปจับ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ Acer Nitro 5 จะเป็นสีแดงพร้อมกับมีคำว่า Nitro เอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

ด้านในตัวเครื่องงานดีไซน์ก็เหมือนกับ Acer Nitro 5 รุ่นปี 2019 โดยมีพื้นผิวคล้ายกับด้านนอก ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย กดใช้งานได้สะดวกดี การอัพเกรดแรมและ SSD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาหลังนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบสากๆ ทำให้หยิบจำแล้วไม่ลื่นไหล พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว

ทางด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ทางซ้ายเห็นเป็นลักษณะของฟินสีดำสนิท ส่วนช่องทางขวาจะเป็นช่องที่ดีไซน์คล้ายกันเป็นตะแกรงสีดำ แต่ไม่มีพัดลมติดตั้งอยู่ พร้อมแกนฝาพับจะเป็นสีแดง พร้อมมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า Nitro แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ซึ่งดูสวยงามโดดเด่นมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

ไว้อย่างไรมีโอกาสเราคงได้ทำการรีวิว Acer Nitro 5 สเปก 7 3750H + GTX 1650 กันอีกที เรียกได้ว่าตลาด Gaming Notebook ปี 2020 ต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เพราะทาง Acer ต้องเปิดราคามาคุ้มค่าเช่นเดิม แถมได้ประสิทธิภาพความแรงที่ดียิ่งขึ้น (หรือไม่แน่ว่าอาจจะรออัพเดทเป็น AMD Ryzen 4000 Series อีกที) รวมไปถึงส่วนของประกันก็ดีอยู่แล้วที่เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งทุกๆ เชื่อมั่นกัน

from:https://notebookspec.com/preview-acer-nitro-5-ryzen-5-3550h7-3750h-gtx-1050ti1650/507607/

Review – ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) สเปก Ryzen 7 4800H + RTX 2060 แรงคุ้ม ตลาดแตก ?!?!

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

  • Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W )
  • Ryzen 5 4600H (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 45W)

โดย AMD Ryzen 4000 Series รหัส H ดูจากจำนวนคอร์และเทรดแล้วชนฝั่ง Intel ได้สบาย และยังเคลมประสิทธิภาพว่าเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย (ผลทดสอบด้านล่าง) และยังมีซีพียูในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี เทียบจาก AMD Ryzen 3000 Series รหัส H ดีกว่าเดิมพอตัว ที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz และ LPDDR4-4266MHz

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทาง ASUS ได้จัดกิจกรรมพิเศษอย่าง ASUS APAC CES Summit  พร้อมชวนแอดมินโป้งมาร่วมพรีวิวเครื่องจริงก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

  

ระบบระบายความร้อนที่ปรับแต่งขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบต่างๆในตัวเครื่องเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นของอุปกรณ์อันทรงพลัง รูปแบบรังผึ้งที่ด้านล่างตัวเครื่องเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าพร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้นสำหรับพัดลมและฮีทซิงค์ที่อยู่ภายใน โมดูลระบายความร้อนที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองรวมถึงอุโมงค์ป้องกันการสะสมของฝุ่น การไหลเวียนของอากาศที่ไหลผ่านช่องระบายฝุ่นนี้จะช่วยกำจัดฝุ่นออกจากระบบทำให้โน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแว้มขึ้นมาอัตโนมัติ โดยภายในเมนบอร์ตเป็นสล็อตแรม 2 ช่องสามารถรองรับแรมได้สูงสุด 32GB (ติดตั้งมาแล้ว 8 – 16GB), สล็อต M.2 NVMe จำนวน 2 ช่องเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้น และรองรับการอัพเกรดสูงสุดถึง 1TB NVMe PCIe SSD (ติดตั้งมาแล้ว 512GB)

  

ส่วนด้านในของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) จะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่าในส่วนนี้ยังทำได้เป็นดีตามมาตรฐานของ TUF Gaming แต่มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามลงตัวกว่าเดิม

 

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคย

เสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน

  

ส่วนของทัชแพดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง โดยรุ่นก่อนถูกออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนปุ่มเพื่อความสวยงามและทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับให้เป็นแบบแยกปุ่มแบบชัดเจน ส่งผลให้กดได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ดูสวยงามเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี พื้นผิวมีลักษณะเรียบลื่น ปรับปรุงให้เป็นรอยนิ้วมือยากขึ้น และไม่มีการยวบยาบให้เห็นแล้ว

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz (รุ่นก่อน 120Hz พร้อมให้คุณภาพสีสันที่ดียิ่งขึ้น) ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ติดตั้งอยู่ขอบด้านข้างเยืองไปทางข้างหน้าใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ 1.8 เท่า ระบบเสียง DTS Headphone: X Ultra ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก แน่นอนว่าดีกว่าเดิม ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านข้างตัวเครื่องซ้ายขวา พร้อมทำสีสันเป็นสีแดง ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

 

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลต่างๆ ของ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) และโมเดลฝาหลังแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming

from:https://notebookspec.com/review-asus-tuf-gaming-a15a17-fx506fx706-ryzen-7-4800h-rtx-2060/507293/

Preview – ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) สเปก Ryzen 7 4800H + RTX 2060 แรงคุ้ม ตลาดแตก ?!?!

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

  • Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W )
  • Ryzen 5 4600H (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 45W)

โดย AMD Ryzen 4000 Series รหัส H ดูจากจำนวนคอร์และเธรดแล้วชนฝั่ง Intel ได้สบาย และยังเคลมประสิทธิภาพว่าเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย และยังมีซีพียูในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี เทียบจาก AMD Ryzen 3000 Series รหัส H ดีกว่าเดิมพอตัว ที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz และ LPDDR4-4266MHz

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทาง ASUS ได้จัดกิจกรรมพิเศษอย่าง ASUS APAC CES Summit  พร้อมชวนแอดมินโป้งมาร่วมพรีวิวเครื่องจริงก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

  

ระบบระบายความร้อนที่ปรับแต่งขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบต่างๆในตัวเครื่องเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นของอุปกรณ์อันทรงพลัง รูปแบบรังผึ้งที่ด้านล่างตัวเครื่องเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าพร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้นสำหรับพัดลมและฮีทซิงค์ที่อยู่ภายใน โมดูลระบายความร้อนที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองรวมถึงอุโมงค์ป้องกันการสะสมของฝุ่น การไหลเวียนของอากาศที่ไหลผ่านช่องระบายฝุ่นนี้จะช่วยกำจัดฝุ่นออกจากระบบทำให้โน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแว้มขึ้นมาอัตโนมัติ โดยภายในเมนบอร์ตเป็นสล็อตแรม 2 ช่องสามารถรองรับแรมได้สูงสุด 32GB (ติดตั้งมาแล้ว 8 – 16GB), สล็อต M.2 NVMe จำนวน 2 ช่องเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้น และรองรับการอัพเกรดสูงสุดถึง 1TB NVMe PCIe SSD (ติดตั้งมาแล้ว 512GB)

  

ส่วนด้านในของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) จะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่าในส่วนนี้ยังทำได้เป็นดีตามมาตรฐานของ TUF Gaming แต่มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามลงตัวกว่าเดิม

 

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคย

เสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน

  

ส่วนของทัชแพดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง โดยรุ่นก่อนถูกออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนปุ่มเพื่อความสวยงามและทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับให้เป็นแบบแยกปุ่มแบบชัดเจน ส่งผลให้กดได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ดูสวยงามเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี พื้นผิวมีลักษณะเรียบลื่น ปรับปรุงให้เป็นรอยนิ้วมือยากขึ้น และไม่มีการยวบยาบให้เห็นแล้ว

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz (รุ่นก่อน 120Hz พร้อมให้คุณภาพสีสันที่ดียิ่งขึ้น) ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ติดตั้งอยู่ขอบด้านข้างเยืองไปทางข้างหน้าใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ 1.8 เท่า ระบบเสียง DTS Headphone: X Ultra ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก แน่นอนว่าดีกว่าเดิม ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านข้างตัวเครื่องซ้ายขวา พร้อมทำสีสันเป็นสีแดง ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

 

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลต่างๆ ของ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) และโมเดลฝาหลังแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming

from:https://notebookspec.com/preview-asus-tuf-gaming-a15a17-fx506fx706-ryzen-7-4800h-rtx-2060/507293/

CES 2020 : AMD ขยายไลน์ของเทคโนยี FreeSync

AMD adds new tier system to its FreeSync display tech

ในงาน CES 2020 นั้นนอกจากที่ทาง AMD จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้งในสายหน่วยประมวลผลและกราฟิกชิปใหม่แล้ว ทาง AMD ยังได้ทำการนำเสนอเทคโนโลยี FreeSync ที่ถูกแตกไลน์ขึ้นมาใหม่อย่าง FreeSync Premium และ FreeSync Premium Pro เพิ่มเข้ามาด้วย โดยในส่วนของไลน์ใหม่ทั้ง 2 นั้นจะมาพร้อมกับมาตรฐานใหม่ที่ทาง AMD บอกว่าจะทำให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมของผู้ใช้นั้นดีมากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

สำหรับไลน์ FreeSync Premium และ FreeSync Premium Pro นั้นจะรองรับกับหน้าจอทั้งของโน๊ตบุ๊คและหน้าจอปกติทั่วไปซึ่งส่วนที่เพิ่มเข้ามานั้นก็คือทั้ง 2 ไลน์ใหม่ดังกล่าวจะรองรับการใช้งานพาเนลหน้าจอที่มี refresh rate ตั้งแต่ 120 Hz ขึ้นไป พร้อมกันนั้นยังจะมาพร้อแมกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง low framerate compensation (LFC) หรือการชดเชยอัตราเฟรมต่ำด้วยทำให้ในการแสดงผลนั้นมีความต่อเนื่องมากขึ้นถึงแม้ว่าเฟรมเรทของเกมนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสูงมาต่ำอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ FreeSync Premium และ FreeSync Premium Pro แตกต่างกันนั้นก็คือในส่วนของ FreeSync Premium Pro จะต้องรองรับการแสดงภาพตามเทคโนโลยี HDR ด้วย(จากเดิมนั้นทาง AMD เคยใช้ชื่อของไลน์ดังกล่าวนี้ว่า FreeSync 2 HDR) ทั้งนี้ตามข้อกำหนดของ AMD นั้นไลน์ FreeSync Premium และ FreeSync Premium Pro จะรองรับกับพาเนลหน้าจอที่มีความละเอียดอยู่ในระดับ FullHD ขึ้นไป

สำหรับชื่อไลน์ใหม่นี้นั้นจะเริ่มมีการใช้งานตั้งแต่ในปี 2020 นี้เป็นต้นไป ทว่าสิ่งหนึ่งที่อาจจะทำให้ผู้ใช้สับสนก็คือชื่อทางการตลาดเนื่องจากว่าเมื่อรวมไลน์ใหม่แล้วนั้นเทคโนโลยี FreeSync ของทาง AMD จะมีมากถึง 6 ชื่อเลยทีเดียว(FreeSync, FreeSync 2, FreeSync 2 HDR, FreeSync Premium และ FreeSync Premium Pro) งานนี้นั้นเวลาที่จะทำการซื้อหน้าจอใหม่ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ต้องดูให้ดีก่อนว่าสรุปแล้วหน้าจอที่จะทำการซื้อนั้นสรุปว่าจะรองรับกับเทคโนโลยีไหนกันแน่

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/ces-2020-amd-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b5-freesync/507030/

แนะนำ AMD Notebook รุ่นใหม่ 4 รุ่น 4 แบรนด์ คุ้มค่า บางเบา แรงลื่น เล่นเกม ให้เลือกครบ เริ่ม 15,xxx บาท

เริ่มต้นปี 2020 กันแล้ว ใครที่อยากได้ Notebook สักเครื่อง คุ้มค่าสเปกดี ราคาไม่แพง แนะนำว่ามองเป็น AMD Notebook โดยจะซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นไหนดี ในบทความนี้ก็จะเป็นการแนะนำ Notebook ที่ใช้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่กัน เน้นตัวเครื่องบางเบา พกพาสะดวก ราคาถูกคุ้มค่า หรือบางรุ่นเป็น 2-in-1 Notebook และเป็น Gaming Notebook เล่นเกมได้ลื่นๆ สบายๆ ด้วย

เอาใจแฟนๆ AMD สเปคแรงลื่นครบครับด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000 Series รหัส U หรือ  H โดยใช้ SSD เป็นที่เก็บข้อมูลทำให้ลื่นไหล พร้อมแรมขนาด 4 – 8GB เป็นมาตรฐาน รองรับการใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ต เล่นเกมเบาๆ พอได้ แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานทันที

โดย AMD Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่เราแนะนำแบ่งเป็น 4 รุ่น 4 แบรนด์ด้วยกัน ในช่วงราคา 15,990 – 24,900 บาท บอกเลยว่ามีหลากหลายแบรนด์ มีทั้งชิป AMD Ryzen 5 3500 / Ryzen 7 3700U / Ryzen 5 3550H รวมไปถึงหน้าจอก็มีทั้ง 13.3″, 14″ และ 15.6″ ความละเอียดเป็น Full HD บางรุ่นได้หน้าจอ IPS สีสันสดใสด้วย โดยสามารถซื้อหาได้ที่ร้านไอทีชั้นนำอย่าง IT CITY ทุกสาขาทั่วประเทศได้เลย จะมีรุ่นไหนที่น่าซื้อน่าโดนบ้างไปดูกันเลย

HP 15-db1048AU – Ryzen 3 3500U / RAM 8GB / SSD 512GB ราคา 15,990 บาท

HP 15-db1048AU เป็น Notebook หน้าจอ 15.6″ เน้นใช้งานทั่วไปราคาคุ้มค่าสุดๆ ติดตั้งชิปประมวลผลอย่าง AMD Ryzen 5 3500U (2.1 – 3.7 GHz) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread โดยมี APU หรือการ์ดจอบนชิปเป็น Radeon VEGA 8 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Ram ขนาด 8 GB DDR4 bus 2400 MHz หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล TN คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่องของ HP 15-db1048AU นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 จำนวน 2 พอร์ต, USB 2.0 อีก 1 พอร์ต, HDMI, LAN, SD Card Reader และช่องต่อหูฟังกับไมค์ขนาดแบบ Combo ขนาด 3.5 มม. ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็รองรับมาตรฐานใหม่อย่าง Wireless 802.11 AC และ Bluetooth 4.2 อีกด้วย ที่สำคัญยังมีไดร์ฟ DVD อีกด้วย

น้ำหนักตัวเครื่องหนักเพียง 1.77 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบามากๆ เลยทีเดียว พกพาไปกับอแดปเตอร์ก็จะหนักเพียง 2 กิโลกรัมนิดๆ ก็จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้วที่มีน้ำหนักเบาพอสมควร ซึ่งแน่นอนสามารถว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างดีเลยทีเดียว แถมได้ประกัน Onsite 2 ปีอีกด้วย ในราคา 14,990 บาท (โปรโมชั่นหน้าร้าน IT CITY ลดราคาได้อีก) เรียกได้ว่าเป็น Notebook ที่แรงชิป Ryzen รุ่นก่อน เหมาะสำหรับทำงานทั่วไป รวมไปถึงดูหนังฟังเพลงก็สบายๆ

ดีไซน์การออกแบบของ HP 15-db1048AU เน้นไปที่ความเรียบง่าย มินิมอล บอดี้สีทูโทน Natural Silver แบบเทาอ่อนสลับกับสีเทาเข้ม วัสดุบอดี้จะเป็นพลาสติกทั้งหมด งานประกอบค่อนข้างแน่น ฝาหลังก็เป็นสีเทาสวยงาม มีโลโก้ HP ลายโคเมียมสีเงินดูหรูหรา ฝาหลังเป็นแบบเรียบๆ แต่ติดมือทำให้เวลาจับไม่ลื่น แกนฝาพับก็เป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ส่วนตัวบอดี้บริเวณคีย์บอร์ดจะเรียบๆ เช่นกัน ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่ที่มุมบนซ้ายด้านบนของคีย์บอดร์ด น้ำหนักเพียง 1.77 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องเพียงที่ 25 ม.ม. เท่านั้น

 

Acer Niro 5  – Ryzen 5 3550H / RX560X / RAM 8GB / SSD 512GB ราคา 19,990 บาท

Acer Nitro 5 สเปกเป็นชิปประมวลผลรุ่น AMD Ryzen 5 3550H ที่ทั้งแรงใกล้เคียงกับ Core i5 สำหรับการ์ดจอเป็น AMD Radeon RX560X แม้จะไม่ใช่รุ่นใหม่สุด แต่ก็มีความแรงพอๆ กับ GTX 1050 ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหล กับราคาที่ 19,990 บาท (โปรโมชั่นหน้าร้าน IT CITY ลดราคาได้อีก) ได้ประกัน On-site Service 3 ปีถือว่าคุ้มค่ามากๆ ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ลงตัว ซื้อพร้อมใช้งานทันที ไม่ว่าจะเป็นแรมขนาด 8GB ที่เพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งทำงานหรือเล่นเกม ส่วนที่เก็บข้อมูลก็เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ทำให้ทั้งลื่นไหลและรองรับการใช้งานได้แบบไม่อึดอัดมากนัก ซึ่งถ้าคิดว่าไม่พอก็สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ภายหลัง

หน้าจอเป็นพาเนล IPS ขนาด 15.6″ ที่รองรับการแสดงผล Refreash Rate 144Hz ที่สำคัญคือขอบเขตสีก็ดีมากๆ เรียกได้ว่าคุณภาพดีทีเดียวเมื่อเทียบกับค่าตัวเพียงสองหมื่นบาทต้นๆ คาดว่าคงเป็นหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อของเพื่อนๆ เหมือนกัน สำหรับคนที่เอาไปทำงานด้านสีที่จริงจัง ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็ครบครันกว่าเดิมด้วย USB 3.1 Type-C จำนวน 2 ช่อง แต่ก็ยังมี USB 2.0 Type-C อีกช่องอยู่ไว้เชื่อมต่อเมาส์เป็นหลัก พร้อมกับ LAN เป็น Killer Ethernet ทำให้เมื่อต่อสาย RJ45 ก็จะช่วยการเล่นเกมที่ลื่นไหลได้ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายก็เป็นมาตรฐานที่ดีมีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปที่ไม่มีตรงนี้

การดีไซน์ออกแบบ หลักๆ  มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับขอบจอบาง วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 144Hz ซึ่งถือว่าให้มาด้วยในรุ่นราคาเท่านี้ด้วย

คนไหนที่สนใจ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ เน้นให้ประสิทธิภาพต่อราคาคุ้มค่าที่สุดในงบสองหมื่นบาทต้นๆ ที่หวังซื้อแล้วจบ ส่วนอัพเกรดไว้ทีหลังก็ได้ล่ะก็ Acer Nitro 5 รุ่น AMD Ryzen 5 3550H น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งทีเดียว โดยรวมแล้วถือว่ามีน่าใช้งานจริงๆ อีกทั้งแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงด้วย แถมไม้เด็ดก็คือ On-Site Service 3 ปี และส่งซ่อมศูนย์ด่วนแบบรับภายใน 3 ชั่วโมงจัดเต็มเหมือนเดิม เรียกได้ว่าครบครันเสร็จสรรพในเครื่องเดียวโคตรคุ้ม

 

ASUS ZenBook UM433DA – Ryzen 5 3500U / RAM 8GB / SSD 512GB ราคา 22,990 บาท

ASUS ZenBook UM433DA เป็นโน้ตบุ๊กบางเบาที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก วัสดุอลูมิเนียม โดดเด่นด้วยสเปกชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง AMD Ryzen 5 3500U ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย พร้อมหน่วยความจำแรมและแหล่งเก็บข้อมูล SSD จัดเต็ม ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบางเป็นมาตรฐาน จากการใช้หน้าจอแสดงผล 14″ ขอบบางแบบ NanoEdge ซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน้ตบุ๊กมิติตัวเครื่องเทียบเท่าขนาด 13.3″  ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 16.9 มิลลิเมตรเท่านั้น

สเปกภายในของตัว ASUS ZenBook UM433DA ได้หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูง สเปกชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 5 3500U เทคโนโลยีการผลิต 12 นาโนเมตร มาพร้อมความเร็ว 2.1 – 3.7 GHz ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด โดยมีค่าการกินไฟ TDP ที่ 15 Watt ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็นออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon VEGA 8  ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติพอได้ สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ในตัว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริม ASUS ZenBook UM433DA ให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 4.5 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.12 กิโลกรัมเท่านั้น โดยราคาล่าสุดอยู่อยู่ที่ 22,990 บาทเท่านั้น (โปรโมชั่นหน้าร้าน IT CITY ลดราคาได้อีก) เรียกได้ว่าน่าจัดมาใช้งานมากๆ สำหรับสายบางเบาพรีเมียม ราคาไม่แพง

 

Lenovo IdeaPad C340 – Ryzen 7 3700U / RAM 8GB / SSD 512GB ราคา 23,990 บาท

Lenovo IdeaPad C340 อีกหนึ่ง 2-in-1 Notebook ที่นอกจากราคาคุ้มค่าแล้วและยังสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสัมผัสที่รองรับการใช้งานมัลติทัชที่ลื่นเสมือนใช้สมาร์ทโฟนแถมยังรองรับการใช้ปากกา Stylus ใช้งานวาดรูป รองรับแรงกดได้หลายระดับเสมือนวาดบนกระดาษเลยจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบสนองคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คสักเครื่องที่ไว้ใช้ทำงานและหน้าจอสัมผัสวาดรูปได้เป็นอย่างดีเลย มาพร้อมความสมบูรณ์แบบพร้อมเปลี่ยนซีรีส์เป็น Ideapad C ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น 2-in-1 Notebook ระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม

จากการที่เป็นโน้ตบุ๊กสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเพียง 1.65 กิโลกรัม ตัวเครื่องบางที่ 17.78 มิลลิเมตร ขอบจอบางเฉียบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็ยังคงยอดเยี่ยม นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้ โดยสีสันมาพร้อมกับ Onyx Black และ Platinum Grey ที่ดูหรูหราสวยงามเกินราคาค่าตัว

ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3700U รวมถึงแรม 8GB และ SSD ในเครื่องอีก 512GB หน้าจอ 14″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด Full HD เนียนตา พร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ที่ทำให้โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานทั่วไป การใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงด้วยกัน โดยมีราคา 23,990 บาทเท่านั้น (โปรโมชั่นหน้าร้าน IT CITY ลดราคาได้อีก) ได้ประกัน 2 ปี On-site Service

โดยตรงกลางด้านบนสุดที่เป็นตำแหน่งของกล้องเว็บแคมนั้น ก็จะมีแถบเลื่อนซ้ายขวาไว้ใช้สำหรับเปิด/ปิดฝาปิดหน้าเลนส์ได้ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการป้องกันปัญหาการแฮคกล้องเว็บแคม หรือการกดเปิดค้างไว้โดยไม่ตั้งใจได้ ทำให้ไม่ต้องไปหาสติกเกอร์มาปิดอีกต่อไป ตรงนี้ถือเป็นจุดที่ Lenovo นำเอาไอเดียจากในซีรีส์ ThinkPad ของตนเองมาใช้งานได้ดีทีเดียว

from:https://notebookspec.com/buyer-guide-amd-notebook-model-2020-by-it-city/507265/