คลังเก็บป้ายกำกับ: AMD

Game 2019 – เผยเกมเมอร์ทั่วโลกใน Steam ใช้การ์ดจอ NVIDIA มากกว่า AMD เยอะ ! โดย GTX 1060 เป็นที่ 1

ล่าสุด Steam ได้เปิดเผยข้อมูล แบบสำรวจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกการ์ดแยกตามผู้ผลิต สำหรับเดือน มกราคม 2019 ด้าน NVIDIA นั้นครองตลาดสูงถึง 73.97% จากการ์ดจอทั้งหมด

GTX 1060

เกมเมอร์ทั่วโลกใน Steam ใช้การ์ดจอ GTX 1060 มากกว่ารุ่นอื่นๆ

โดยผลสรุปล่าสุดของปี 2019 ประจำเดือน มกราคม ในเครื่องมือสำรวจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ Steam นั่นได้เปิดเผยข้อมูลของเกมเมอร์ทั่วโลกบน Steam โดยเกมเมอร์ส่วนใหญ่นั้นใช้การ์ดจอ NVIDIA เป็นส่วนใหญ่ โดยครองตลาดอยู่ที่ 73.97% จากการ์ดจอทั้งหมด เมื่อเทียบกับ ฝั่ง AMD ที่มีอยู่ที่ 15.34% และ Intel อยู่ที่ 10.55%

สำหรับการ์ดจอรุ่นที่เกมเมอร์บน Steam ส่วนใหญ่ใช้กันนั้นจะเป็นรุ่น GTX 1060 อยู่ที่ 14.87%  สูงเป็นอันดับ 1 รองลงมาจะเป็น 1050TI อยู่ที่ 9.34% โดยการ์ดจอ NVIDIA ครองอันดับทั้ง 1-10 หมด ส่วนการ์ดจอ รองลงมาจะเป็นของ AMD R7 ที่มีส่วนแบ่ง 1.15% แต่ถือว่าเป็นลางดีเพราะ ขึ้นมาจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 0.96% เท่านั้น น่าเสียดายที่การ์ดจอ AMD นั้นยังไม่นิยมในหมู่เกมเมอร์ Steam มากเท่าไหร่

ที่มา : notebookcheck.net

from:https://notebookspec.com/steam-gamer-gtx-1060-more/472795/

โฆษณา

ASUS เปิดตัว เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค ที่ใช้ CPU AMD Ryzen 3000 เครื่องแรก คาดราคาราว 25,000 บาท

หลังจากที่ลือกันมานานก็ได้คราวเปิดตัวสักทีกับ โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่ใช้ CPU เป็น AMD Ryzen 3000 รุ่นใหม่ ที่คราวนี้จับมาลงใน ASUS FX505 และ FX507 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คขอบจอบางรุ่นยอดนิยม (15 นิ้วและ 17 นิ้ว)  โดยใช้ CPU เป็น Ryzen 5 3550H และใส่การ์ดจอแยกเป็น RX 560X 4GB หน้าจอ Full HD IPS ปกติ เพิ่มเติมคือาจจะมีรุ่น 120 Hz with FreeSync มาให้เลือกด้วย

โดย CPU Ryzen 5 3550H จะใช้สถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร มีความเร็วพื้นฐานอยู่ที่ 2.1 GHz สามารถเร่งสปีดได้สูงสุด 3.7 GHz ได้ ส่วน RX 560X จะเป็นชิปเซ็ต 1.2 GHz ที่ใช้สถาปัตยกรรม Vega 8 และมีตัวประมวลผล 512 สตรีม มีค่า TDP 35 วัตต์และแคช 6MB พร้อมหน่วยความจำการ์ดจอ 4 GB ส่วนอื่นๆ ก็จะเหมือนกับรุ่น FX505 รุ่นปัจจุบันทั้ง HDD ไฮบริด 1 TB รองรับ SSD m.2 PCIe มี Windows 10 แท้ในตัว

โดยราคาจากสื่อต่างประเทศคาดการณ์ไว้ สำหรับ FX505 อยู่ที่ประมาณ US $789 (ราว 25,000 บาท ) และ FX507 อยู่ที่ $900 (ประมาณ 28,900 บาท) งานนี้รอติดตามกันเลยครับว่าจะนำเข้ามาขายไทยเมื่อไร ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมาขายในช่วงงานคอมมาร์ทนี้ครับ

ที่มา : notebookcheck asus

from:https://notebookspec.com/asus-has-unleashed-the-first-laptops-with-ryzen-3000/472806/

AMD – ปลดล็อกคุณสมบัติ Professional ในการ์ดจอ Radeon VII ท้าชน RTX 2080 Ray-tracing Edge

สำหรับ RTX 2080 ที่มีคุณสมบัติ Ray-tracing Edge ทาง AMD ไม่ยอมน้อยหน้าด้วยการปลดล็อก คุณสมบัติ Professional หลายอย่างสำหรับ Radeon VII คุณสมบัติเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาโดยเพิ่มการรองรับ Radeon VII เข้ากับชุดซอฟต์แวร์ Radeon Pro 19.Q1 ที่กำลังจะมาถึง

Radeon VII

AMD ปลดล็อกคุณสมบัติ Professional ใน Radeon VII

ด้านการติดตั้งนั้นก่อนอื่นให้คุณทำการถอนการติดตั้งไดรเวอร์ Radeon Adrenalin 2019 Edition และแทนที่ด้วย Radeon Pro 19.Q1 เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติ Professional

โดยรวมถึง ProRender การรับรองชุด 3D, CAD และ CGI, การรักษาความปลอดภัย SecureMI และมีโปรแกรมจัดการกว่า 320 โปรแกรม สำหรับไดรเวอร์ Radeon Pro 19.Q1 ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำงานบน Radeon VII ได้อย่างราบรื่น AMD จะแนะนำคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณสามารถสลับระหว่างไดรเวอร์ Radeon Pro และ Radeon Adrenalin ได้ทันที (โดยไม่จำเป็นต้องบูตเครื่องใหม่) ดังนั้นคุณจะไม่พลาดประสบการณ์ในการเล่นเกมอย่างแน่นอน

ที่มา: techpowerup.com

from:https://notebookspec.com/amd-unlock-pro-radeon-vii/472398/

AMD – กินส่วนแบ่งในตลาด CPU ในกลุ่ม Desktop, Notebook, และ Server อย่าง Ryzen และ EPYC กินเรียบ!

แม้ว่าช่วงนี้การเปิดตัวการ์ดจอตระกูล RTX ของ Nvidia จะมีความฮือฮามาก แต่ทาง AMD ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการโชว์ผลสถิติ CPU ทางค่าย โดยเผยให้เห็นว่า ซีพียู Ryzen และ EPYC สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ทั้งกลุ่ม Desktop, Notebook, และ Server

AMD

ภาพสถิติส่วนแบ่งในประวัติศาสตร์ของ CPU AMD Opteron

จากภาพจะเห็นได้ว่า CPU ในกลุ่ม Server AMD Opteron สามารถชิงส่วนแบ่งมาได้ถึง 20-25% ก่อนที่จะโดน Intel นำไปเรื่อยๆในปีถัดไป

แต่หลังจากที่เปิดตัว CPU Ryzen, Ryzen Threadripper และ EPYC ส่วนแบ่งการตลาดของ AMD ก็ฟื้นตัวขึ้นมาดีขึ้นเรื่อยๆ ตามกราฟด้านล่างนี้

เห็นได้ชัดว่าหลังจากการมาถึงของ Ryzen นั่นทำให้ทาง AMD นั่นดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีในอนาคตเพื่อพัฒนาซีพียูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกว่า CPU AMD Ryzen นั่นได้เดินทางมาถูกต้องทั้งด้านราคาและประสิทธิภาพส่งผลให้ได้ใจผู้ใช้งานกันไปเต็มๆ ทำให้ AMD สามารถตีมาแข่งกับ Intel ได้

การมาของ Ryzen 3000

และในปีนี้ ทาง AMD ก็เตรียมจะออก Ryzen 3000 ถ้าผลตอบรับดีอาจจะทำให้ทาง Intel ต้องคิดหนักหน่อย และเราต้องลุ้นกันว่า ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 7nm พร้อมกับ สถาปัตยกรรม Zen 2 จะทำออกมาได้ดีแค่ไหน

ที่มา : wccftech.com

from:https://notebookspec.com/amd-capture-cpu-marketing/472299/

ผลทดสอบ Radeon VII ออกแล้ว ยังเป็นรอง GeForce RTX 2080 แต่กินไฟเยอะกว่า

การเปิดตัว Radeon VII ในงาน CES 2019 เมื่อต้นเดือนมกราคม ถือเป็นเซอร์ไพร์สของวงการจีพียูไม่น้อย เพราะ AMD เลือกใช้วิธีนำสถาปัตยกรรม Vega ตัวเดิมมาลดขนาดการผลิตลงเหลือ 7 นาโนเมตร แล้วเข็นออกมาสู้กับ GeForce RTX Series ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อปลายปี 2018

แน่นอนว่าจีพียูของ AMD ยังไม่มีฟีเจอร์ ray tracing แบบที่ GeForce RTX ยกมาเป็นจุดขาย แต่เมื่อพิจารณาว่าเกมใหม่ๆ ก็ยังไม่รองรับ ray tracing กันมากนัก ความแตกต่างในชีวิตจริงยังคงมีไม่มาก และ AMD ก็โฆษณาว่าผลการรันกราฟิกยุคปัจจุบันก็ต่อกรได้กับ GeForce RTX ด้วย

สัปดาห์นี้ ผลทดสอบ Radeon VII ของสำนักต่างๆ ออกมาแล้ว ก็ขอมาสรุปกันดังนี้

No Description

Radeon VII ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็น Radeon MI50 ในร่างใหม่

Radeon VII ไม่ได้เป็นจีพียู 7 นาโนเมตรตัวแรกของโลก เพราะ AMD เคยออก Radeon Instinct M50/M60 สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์และเวิร์คสเตชันมาก่อนหน้านี้

ตัวของ Radeon VII ก็ไม่ใช่ของใหม่ เพราะแท้จริงแล้วมันคือการนำ Radeon Instinct M50 มาปรับเปลี่ยนเล็กน้อย และปรับลดราคาลงมาเพื่อทำตลาดเกมมิ่งนั่นเอง จุดแตกต่างมีดังนี้

  • ใช้สถาปัตยกรรม Vega 20 เหมือนกัน (ตัวก่อนหน้าของสายเกมมิ่งคือ Radeon RX Vega 64 เป็น Vega 10)
  • Radeon VII มีหน่วยประมวลผลเท่ากับ MI50 คือมี CU 60 ตัว (นับเป็น 3840 stream processor) ตัวเลขนี้น้อยกว่า RX Vega 64 ที่มี 64 CU (4096 stream processor)
  • Radeon VII มีแรม HBM2 ขนาด 16GB เท่ากับ MI50 แต่ตัดฟีเจอร์แรมแบบ ECC ออก
  • Radeon VII ถูกจำกัดประสิทธิภาพของการคำนวณทศนิยม FP64 ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ชนกับ Radeon MI50

หากเทียบ Radeon VII กับจีพียูเกมมิ่งรุ่นก่อนหน้าคือ Radeon RX Vega 64 จะถือว่าเป็นจีพียูสถาปัตยกรรม Vega เหมือนกัน (Vega 20 vs Vega 10) แต่ลดขนาดลง (เพราะเปลี่ยนเป็น 7 นาโนเมตร) และเพิ่มแรมขึ้นเท่าตัวจาก 8GB เป็น 16GB (ถือเป็นจุดขายของ Radeon VII เพราะแรมเยอะกว่าฝั่ง GeForce เท่าตัวเช่นกัน)

ผลการทดสอบ ยังตามหลัง GeForce RTX 2080

Radeon VII ตั้งราคาขายที่ 699 ดอลลาร์ (เป็นราคาบันเดิลแถมเกม) ใกล้เคียงกับ GeForce RTX 2080 ที่ตั้งราคา 719 ดอลลาร์ (เป็นราคาบันเดิลเช่นกัน) ทำให้การจับคู่เปรียบเทียบย่อมต้องมาชนกับ RTX 2080 ตรงๆ (ค่าย NVIDIA ยังมี 2080 Ti ที่สูงกว่านี้อีก 1 ขั้น แต่ราคาก็พุ่งไปถึง 1,299 ดอลลาร์)

ผลการทดสอบส่วนใหญ่ Radeon VII ยังตามหลัง GeForce 2080 แม้จะตามไม่ไกลนัก ในการทดสอบของ AnandTech มีเพียงเกม FPS สองเกมคือ Battlefield 1 กับ Far Cry 5 ที่ฝั่ง Radeon VII สามารถเอาชนะได้ ส่วนการทดสอบของ Tom’s Hardware ฝั่ง Radeon ชนะได้ที่เกม Battlefield V และ Far Cry 5 เช่นกัน และต้องไม่ลืมว่า Radeon VII ไม่มีฟีเจอร์ ray tracing จึงไม่สามารถทดสอบฟีเจอร์อย่าง DLSS ได้

สิ่งที่ Radeon VII ยังเป็นรองฝั่ง GeForce อย่างมากคืออัตราการใช้พลังงาน อุณหภูมิ และเสียงพัดลม แม้เทียบกับ Radeon RX Vega 64 แล้วดีขึ้นเพราะกระบวนการผลิต 7 นาโนเมตรช่วยให้ใช้พลังงานน้อยลง

ผลสรุปคือ Radeon VII ถือเป็นสินค้าที่เซอร์ไพร์สของฝั่ง AMD ที่ดันมาชนกับ GeForce RTX ไปพลางๆ ก่อนในช่วงนี้ แนวทางของ AMD คือดันประสิทธิภาพให้สูงสู้กับฝั่ง GeForce แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเรื่องพลังงานที่แย่กว่า

เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว Radeon VII ประสิทธิภาพที่แย่กว่า GeForce 2080 เล็กน้อย, กินพลังงานเยอะกว่า, ขาดฟีเจอร์ ray tracing ดังนั้นเมื่อเทียบกับ GeForce 2080 ในราคาเท่าๆ กัน จึงถือว่ามีจุดขายน้อยกว่าในทุกด้าน

ที่มา – AnandTech, Hot Hardware, Tom’s Hardware

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108043

Intel – อวดแผ่น Wafer ที่มีกระบวนการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ใช้กับ CPU รุ่นใหม่ใน D1X Oregon เป็นที่แรก

แม้ในปี 2018 ที่ผ่านมาจากขาดแคลน CPU 14 นาโนเมตร และเกิดปัญหาการผลิต CPU 10 นาโนเมตร ที่ล่าช้า แต่ทางด้าน Intel ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปและพร้อมที่จะวางแผนในการผลิต CPU ที่ 7 นาโนเมตร โดยใช้ของ AMD ซึ่งคาดวางจะวางตลาดกลางปี 2019 สำหรับการอัพเกรดโรงงานให้ผลิต CPU 7 นาโนเมตรจะเป็นโรงงาน D1X จาก Hillsboro, Oregon

Intel

ผู้พัฒนาชิปเซ็ท กำลังพิจารณาที่จะสร้างโรงงานผลิตใหม่ ที่มีชื่อว่า semiconductor factory ใน Hillsboro โดยใช้งบประมาณ พันล้านดอลลาร์ และติดอันดับ โครงที่ใช้ทุนสูงที่สุดใน Oregon ด้านการก่อสร้างอาจกินเวลานานถึง 18 เดือน

สำหรับ CPU 7 nm จาก Intel ตัวแรกนั้น คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2020 ล่าช้ากว่า AMD ไปประมาณ 1.5ปี

ที่มา : notebookcheck.net

from:https://notebookspec.com/intel-wafer-7nm/472007/

NVIDIA – อาจปิดบังรายได้ที่แท้จริงจาก Cryptocurrency กว่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างที่รู้กันว่า ผู้ผลิตการ์ดแสดงผล (การ์ดจอ) นั่นมีอยู่ 2 บริษัทใหญ่ๆ นั้นคือ AMD และ NVIDIA แม้ทาง NVIDIA จะออกมาเผยบันทึกว่าตั้งแต่เดือนเมษายน 2017 ถึงกรกฎาคม 2018 มีรายได้ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ จากธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency  ก็ตาม

Cryptocurrency

NVIDIA อาจปิดบังรายได้ที่แท้จริงจาก Cryptocurrency กว่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากข้อมูลของสื่อต่างประเทศ Market Insider เผยว่าบริษัท Nvidia สร้างรายได้จากธุรกิจคริปโตของตนได้ถึง 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่า Nvidia จะรายงานว่ามีรายได้ประมาณที่ 600 ล้านดอลลาร์ ทางด้าน นักวิเคราะห์ของ RBC นาย Mitch Steves กล่าวว่า จำนวนรายได้ที่แท้จริงนั้นมีตัวเลขสูงกว่ารายได้ที่เผยออกมาถึงสามเท่า

นาย Mitch Steves สันนิษฐานว่า NVIDIA มีส่วนแบ่ง 75% ในตลาด GPU โดยเทียบกับอัตราการ Hash เหรียญ ETH ในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากอย่างที่เรารู้กันว่า มีเพียง GPU AMD และ NVIDIA เท่านั้นที่สามารถ Hash เหรียญ ETH นี้ได้ (CPU รองลงมา) และทางด้าน Nvidia นั่นมีรายได้จากการขายอุปกรณ์การขุดคริปโตจากเดือนเมษายนปี 2017 ถึงเดือนกรกฎาคมปี 2018 มูลค่าประมาณ 2.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยทางบริษัทมี GPU สำหรับการขุดคริปโตอยู่ภายใต้การควบคุมในตลาดมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์กล่าวคือเกือบจะทั้งหมดของตลาด GPU แซงหน้า AMD

อย่างไรก็ตามทางด้านหุ้นของ NVIDIA นั้นยังคงมีมูลค่ามากว่า YTD ที่ 8% และปิดตัวในวันนี้ที่ 149.18 ดอลลาร์/หุ้น

ที่มา : wccftech.com

 

from:https://notebookspec.com/nvidia-hide-income-crypto/471827/