คลังเก็บป้ายกำกับ: AMAZON_WEB_SERVICES

Amazon เข้าซื้อกิจการ CloudEndure ผู้พัฒนาระบบ DR, Backup, Migration 8,000 ล้านบาท

CloudEndure ผู้พัฒนาโซลูชันด้านระบบ Disaster Recovery, Continuous Backup และ Cloud Migration สัญชาติอิสราเอล ได้ออกมาระบุถึงการถูกเข้าซื้อกิจการโดยทีม AWS ของ Amazon

Credit: ShutterStock.com

ถึงแม้การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะได้รับการยืนยันแน่ๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าการซื้อกิจการอย่างเป็นทางการ แต่จากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยที่มาของ Globes ได้ระบุว่าดีลนี้มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 250 ล้านเหรียญหรือราวๆ 8,000 ล้านบาท

CloudEndure นี้เป็น AWS Advanced Technology Partner มาตั้งแต่ปี 2016 โดยเทคโนโลยีของ CloudEndure นั้นรองรับการทำงานกับทั้ง AWS, Google Cloud Platform, Microsoft Azure และ VMware เพื่อตอบโจทย์ด้านการทำ IT Resilience โดยเฉพาะ ทำให้ภาพของการทำ Hybrid Cloud ในระดับของธุรกิจองค์กรนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น และสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการ Cloud ได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CloudEndure สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.cloudendure.com/

ที่มา: https://en.globes.co.il/en/article-cloudendure-confirms-acquisition-by-amazon-1001268504

from:https://www.techtalkthai.com/aws-acquires-cloudendure/

Advertisements

เปิดตัว Amazon DocumentDB ทำงานร่วมกับ MongoDB ได้อย่างสมบูรณ์

AWS ได้ออกมาประกาศเปิดตัวบริการใหม่ Amazon DocumentDB ในแบบ Generally Available แล้ว เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการใช้งานแทน MongoDB ได้ โดยผู้ใช้งานไม่ต้องดูแลระบบ IT Infrastructure เบื้องหลังเอง

Credit: AWS

Amazon DocumentDB นี้เป็นบริการ Managed Document Database สำหรับรองรับ Workload ของ MongoDB โดยเฉพาะ โดยผู้ใช้งานสามารถใช้โค้ด, ไดรเวอร์ และเครื่องมือชุดเดิมที่ใช้กับ MongoDB ในการเชื่อมต่อและบริหารจัดการ Amazon DocumentDB ได้ทันที รวมถึงยังสามารถเพิ่มขยายได้อย่างอิสระไม่ต้องกังวลกับประเด็นปัญหาทางเทคนิคใดๆ

ทาง AWS ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถย้ายมาใช้ Amazon DocumentDB ให้ง่ายขึ้นด้วยการเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำการย้าย MongoDB จากระบบเดิมที่เป็น On-Premises หรือติดตั้งบน Amazon EC2 มายัง Amazon DocumentDB ได้ฟรีๆ เป็นเวลา 6 เดือนต่อ Instance โดยไม่มี Downtime ได้จากการใช้ AWS Database Migration Service (DMS) รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้งานแรกเริ่ม มีเพียงค่าใช้จ่ายด้าน Capacity ของระบบเท่านั้นที่ต้องจ่าย

ปัจจุบัน Amazon DocumentDB นี้เปิดให้บริการแล้วที่ US East (N. Virginia), US East (Ohio), US West (Oregon) และ Europe (Ireland) โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com/documentdb

ที่มา: https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2019/01/amazon-documentdb-with-mongodb-compatibility-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/amazon-documentdb-is-announced/

AWS ประกาศรองรับ Windows Server 2019 AMIs for Amazon EC2 แล้ว

AWS ประกาศรองรับ Microsoft Windows Server 2019 บน Amazon EC2 แล้วอย่างเป็นทางการ

Credit: AWS

ในบริการนี้จะมีการรองรับการใช้ License หลากหลายรูปแบบจาก Microsoft เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการอย่างเหมาะสม โดย Windows Server 2019 นี้มาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ มากมาย ตั้งแต่ขนาดของระบบ Windows Container ที่เล็กลง, การรองรับ Linux Container ได้ และอื่นๆ อีกมากมาย

ปัจจุบัน Windows Server 2019 นี้พร้อมใช้งานได้บนทุก AWS Region ทั่วโลกแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบราคาของ Amazon EC2 ได้ที่ https://aws.amazon.com/ec2/pricing/

ที่มา: https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2018/12/announcing-windows-server-2019-amis-for-amazon-ec2/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-supports-windows-server-2019-amis-for-amazon-ec2/

6 อัปเดตสำคัญระหว่าง Fortinet และ AWS ภายใน AWS re:Invent 2018

ภายในงาน AWS re:Invent 2018 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา AWS ได้ประกาศเปิดตัวบริการใหม่มากมาย ในฐานะพันธมิตรของ AWS ทาง Fortinet ก็ได้เปิดตัวหลายโซลูชันเพื่อรองรับกับบริการใหม่ๆ เหล่านั้น รวมไปถึงการผสานโซลูชันร่วมกันอย่างไร้รอยต่อเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้แก่การใช้บริการบนระบบ Cloud ซึ่งสามารถสรุปได้ 6 ประเด็น ดังนี้

1. AWS Security Hub

แพลตฟอร์มใหม่สำหรับค้นหาและรวบรวมเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยจากบริการของตนเองและเหล่าพันธมิตร ซึ่งทาง Fortinet เองก็ได้ Subscribe เหตุการณ์จากแพลตฟอร์มดังกล่าวเพื่อผสานรวมกับ Fortinet Security Rating Dashboard ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพรวมของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยบน Hybrid Cloud และบริหารจัดการได้อย่างครอบคลุม

2. AWS Container Marketplace

Fortinet เปิดให้บริการ FortiWeb ในรูปของ Container สำหรับ ECS ผ่านทาง AWS Marketplace

3. AWS WAF for API Gateway

Fortinet เปิดตัว WAF Partner Ruleset สำหรับการป้องกัน AWS API Gateway ที่สำคัญคือ AWS WAF จะได้รับการสนับสนุนด้าน Security Intelligence จากทาง Fortinet ด้วย

4. AWS Transit Gateway

โซลูชัน VPN สำหรับช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่าง VPCs และการขยายระบบในอนาคตง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งโซลูชัน Fortinet Cloud Security Services Hub รองรับการใช้งานร่วมกับบริการใหม่นี้เป็นที่เรียบร้อย

5. AWS Consulting Partner Private Offer (CPPO)

Fortinet เป็น 1 ใน 8 ISVs แรกที่เข้ามามีส่วนร่วมกับโปรแกรมนี้ ช่วยให้ลูกค้าของ Fortinet สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยรองรับการให้บริการทั้งแบบ BYOL และ PAYG

6. บริการ Quick Start Guide

Fortinet เปิดให้บริการ Quick Start Guide ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถผสาน FortiGate NGFW Instances เข้าด้วยกันกับ AWS Infrastructure ของตนได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจอัปเดตใหม่ระหว่าง Fortinet และ AWS สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.fortinet.com/blog/business-and-technology/fortinet-and-aws-offer-new–integrated-security-solutions.html

ที่มา: Fortinet Thailand User Group

from:https://www.techtalkthai.com/6-fortinet-updates-from-aws-re-invent-2018/

Rapid7 ร่วมมือกับ AWS ช่วยผู้ใช้งานบริหารจัดการช่องโหว่ได้แบบ Real-time

เมื่อเดือนที่ผ่านมาที่งาน AWS Reinvent ได้มีการประกาศ Security Hub ที่เป็นแพลตฟอร์มเพื่อช่วยลูกค้าในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยซึ่งจุดที่น่าสนใจคือได้มือการผนึกกำลังกับพันธมิตรรายต่างๆ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ผ่านหน้าจอเดียว โดย Rapid7 ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเหล่านั้นเพื่อช่วยให้ลูกค้าดูแลเรื่องบริหารจัดการช่องโหว่ อีกทั้งยังใช้งานได้ง่ายด้วย

credit : rapid7.com

Rapid7 ได้นำเสนอ InsightVM (ตัวบริหารจัดการช่องโหว่และประเมินความเสี่ยงบน Endpoint แบบ Real-time) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Insight Platform เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินความเสี่ยงของเครื่องบนคลาวด์ได้อย่างมั่นใจผ่านทาง Dashboard ร่วมกันกับ Vendor รายอื่นๆ ได้ (ปัญหาของความซับซ้อนแบบเก่าคือ Vendor แต่ละรายต้องอาศัยเครื่องมือจัดการของตัวเองซึ่งปกติบริษัทมักมีอุปกรณ์หลายยี่ห้อ)

credit : rapid7.com

สำหรับผู้ใช้งานจะสามารถดูภาพรวมของ InsightVM ได้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ที่ไหน อย่างไรเพื่อประเมินสถานการณ์ (ตามรูปภาพด้านบน) หากสนใจช่องโหว่ไหนก็สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดได้ว่าจะจัดการช่องโหว่เหล่านั้นอย่างไรได้ด้วย นอกจากนี้ระบบยังได้ทำการจัดลำดับความสำคัญของช่องโหว่ต่างๆ ไว้แล้วด้วย โดยการบริหารจัดการช่องโหว่เป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบันเพราะมีข่าวให้เห็นเรื่องของการถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องและหลายครั้งสาเหตุก็มาจากเรื่องพื้นๆ ของช่องโหว่ที่ผู้ดูแลอาจมองข้ามไป ผู้สนใจสามารถเข้าไปทดลองใช้งาน InsightVM ได้ฟรี 30 วันที่นี่

ที่มา : https://blog.rapid7.com/2018/12/19/rapid7-partners-with-aws-security-hub-for-deeper-vulnerability-reporting/

from:https://www.techtalkthai.com/rapid8-insightvm-is-integrated-in-aws-security-hub/

ชาวเยอรมันขอข้อมูลส่วนตัวจาก Amazon ตามกฎ GDPR กลับได้ข้อมูลเสียงชายแปลกหน้าใน Alexa มาด้วย

กำลังเป็นข่าวใหญ่ในเยอรมนีตอนนี้ เมื่อชายชาวเยอรมันคนหนึ่งได้ร้องขอข้อมูลส่วนตัวของตนเองจาก Amazon ตามกฎที่ระบุไว้ใน GDPR ว่าทุกคนต้องสามารถขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเองจากเหล่าผู้ให้บริการได้ แต่ข้อมูลที่ Amazon ส่งมาให้เขานั้น นอกจากจะมีข้อมูลของตัวเขาเองแล้ว ยังมีไฟล์เสียงของชายหนุ่มคนอื่นที่ใช้คุยกับ Alexa ปนมาด้วย

Credit: Amazon

ไฟล์บันทึกเสียง Alexa กว่า 1,700 ไฟล์นี้ถูกส่งมาถึงเขา โดยไฟล์เหล่านี้เกิดจากการบันทึกเสียงที่ใช้พูดคุยกับ Amazon Echo ที่ใช้ Alexa เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง เนื่องจากตัวเขาเองไม่เคยมี Amazon Echo ไว้ใช้งานมาก่อนไฟล์เหล่านี้จึงไม่ใช่ไฟล์ของเขาแน่ๆ และเสียงในไฟล์ที่บันทึกนี้ก็ไม่ใช่เสียงของเขาด้วย โดยในไฟล์ดังกล่าวได้มีทั้งข้อความเสียงที่ใช้สั่งให้เปิดเพลง, สอบถามสภาพอากาศ, สอบถามการจราจร, ตั้งข้อความแจ้งเตือน แถมยังมีข้อความที่ชายหนุ่มแปลกหน้าพูดถึงแฟนสาวของเขาอีกต่างหาก

เขาได้แจ้งไปทาง Amazon ทันทีถึงความผิดพลาดดังกล่าว ซึ่งถึงแม้ Amazon จะไม่ได้โต้ตอบอะไรเขากลับมา แล้วก็ได้ทำการลบไฟล์ดังกล่าวออกไป ทำให้ชายหนุ่มคนนี้ตัดสินใจนำเรื่องราวเหล่านี้ไปพูดคุยกับ Heise สื่อที่เยอรมนี จนติดตามสืบเสาะได้ว่าชายหนุ่มแปลกหน้าเจ้าของเสียงที่คุยกับ Amazon Echo คือใคร ซึ่งชายหนุ่มคนนั้นเองก็ตกใจกับเรื่องราวเหล่านี้ไม่แพ้กัน

ทาง Amazon ออกมาระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง โดยเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ และทาง Amazon เองก็ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะมีการปรับปรุงการทำงานภายในเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำรอยอีก รวมถึงกำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้อง

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2018/12/20/amazon_alexa_recordings_stranger/

from:https://www.techtalkthai.com/amazon-alexa-stranger-info-was-sent-to-a-man-requested-for-his-own-information/

AWS เปิดบริการ Client VPN ช่วยการเชื่อมต่อได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

AWS ได้เปิดบริการ Client VPN (Client to site) คือการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ปลายทางเข้ามายังไซต์นั่นเอง ตอบโจทย์การทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและด้วยโมเดลจ่ายตามการใช้งานจริงทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องวางแผนสำรองซื้อฮาร์ดแวร์ล่วงหน้า

credit : aws

ในส่วนของข้อดีจากบริการ Client VPN ที่ AWS ได้นำเสนอมีดังนี้ (ขั้นตอนการทำงานสามารถดูภาพประกอบได้ตามรูปด้านบน)

  • Fully managed – ผู้ใช้งานสามารถติดตามและบริหารจัดการการเชื่อมต่อได้จากหน้าจอเดียว รวมถึงสามารถจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง ตั้งค่าและอัปเดตตัว Client ได้อย่างอัตโนมัติด้วย (การใช้งานปัจจุบันนั้นปกติแล้วเราต้องจัดการแต่ละ Client แยกกันไปและไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือมากนัก)
  • Elastic – เนื่องจากข้อดีของคลาวด์ทำให้ขยายการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น
  • Access any resource and location – ไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ไหนและปลายที่ต้องการเข้าไปนั้นเป็นไซต์ AWS หรือเครื่องข่ายของตัวเองทาง AWS Client ก็สามารถรองรับการทำงานเหล่าได้ อีกทั้งยังสามารถเลือก Client จาก OpenVPN จึงตอบโจทย์อุปกรณ์ทั้ง Linux, Mac, Windows และ Android ด้วย
  • Tight Security Control – ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Rule การเข้าใช้งาน รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับ Active Directory หรือแบบ Certificate-based ก็ได้

อย่างไรก็ตามบริการ Client VPN นั้นพร้อมให้บริการแล้วในโซน US East (Virginia), US East (Ohio), US West (Oregon) และ EU (Ireland) ซึ่งโซนอื่นๆ กำลังตามมา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ AWS Client VPN

ที่มา : https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2018/12/introducing-aws-client-vpn-to-securely-access-aws-and-on-premises-resources/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-introduces-client-vpn/