คลังเก็บป้ายกำกับ: ALIPAY

แจ็ค หม่า วิพากย์กฎระเบียบกำกับดูแลด้านการเงินเป็นตัวฉุดรั้งนวัตกรรม ชี้สกุลเงินดิจิทัลจะเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต

แจ็ค หม่า ได้กล่าวถึงกฎระเบียบกำกับดูแลด้านการเงินเป็นตัวฉุดรั้งนวัตกรรม นอกจากนี้เขายังชี้ว่าสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต และเขาเองอยากเห็นธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงบริการทางการเงินมากกว่านี้

แจ็ค หม่า Jack Ma
ภาพจาก Shutterstock

Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba รวมไปถึง Ant Group ได้กล่าวในงาน Bund Summit ณ กรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยกล่าวว่าหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินทั่วโลกนั้นเป็นตัวฉุดรั้งนวัตกรรมทางการเงิน และเขายังได้กล่าวว่าในอนาคตเขาเองอยากเห็นธุรกิจขนาดเล็กสามารถที่จะเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับในอดีต

ผู้ก่อตั้ง Alibaba ยังได้กล่าวว่า หลังจากวิกฤติการเงินในทวีปเอเชีย หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินได้เน้นเรื่องการควบคุมความเสี่ยงด้านการเงินมากยิ่งขึ้น (โดยเฉพาะการเน้นไปที่หลักเกณฑ์ Basel ที่จะต้องมีเงินกองทุนขั้นที่ 1 ของสถาบันการเงินที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ) ขณะเดียวกันในการพัฒนาเองกลับไม่ได้มีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่คำนึงถึงโอกาสของคนรุ่นใหม่ และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เขายังได้กล่าวถึงข้อตกลง Basel ว่าเปรียบได้กับสโมสรที่รวมแต่คนแก่ไว้แก้ปัญหาด้านระบบการเงินที่มีอายุยาวนานหลายสิบปี แต่ Jack Ma เองมองว่าในประเทศจีนนั้นด้านการเงินกลับเป็นเหมือนหนุ่มสาวที่ต้องการ
นวัตกรรมเพื่อพัฒนาให้ระบบนิเวศด้านการเงินดีขึ้น เพื่อส่งเสริมแก่อุตสาหกรรมในจีน

ไม่เพียงแค่นั้นเขาเองยังได้กล่าวว่าสกุลเงินดิจิทัลเองจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับระบบการเงินหลังจากนี้ไปอีก 30 ปี โดยเขามองว่า สกุลเงินดิจิทัลสามารถที่จะสร้างมูลค่าได้ ขณะเดียวกันเขายังได้เสริมว่าเราก็ต้องคิดหาวิธีสร้างระบบการเงินรูปแบบใหม่ผ่านสกุลเงินดิจิทัลด้วย

นอกจากนี้เขายังได้กล่าวว่าเขาชอบที่จะเห็นระบบการเงินในรูปแบบใหม่ที่ให้สินเชื่อกับธุรกิจขนาดเล็กและลูกค้าทั่วไปโดยใช้ข้อมูลจาก Big Data ที่รวบรวมได้ ซึ่งจะทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

สำหรับ Ant Group ที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มอย่าง Alipay ซึ่งเขาเองเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั้นเตรียมที่จะเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง คาดว่าจะเป็น IPO ใหญ่อันดับ 1 ของโลก มูลค่าการระดมทุนสูงถึง 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา –  PYMNTS, Hindustan Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ant-group-jack-ma-talks-about-regulator-with-basel-rules-and-digital-currency-26-oct-2020/

IPO ใหญ่ที่สุดในโลก Ant Group เป้าระดมทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังนักลงทุนสนใจล้นหลาม

Ant Group เป้าระดมทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังนักลงทุนสนใจล้นหลาม และยังทำให้มูลค่าบริษัทสูงเพิ่มขึ้นเป็น 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Alipay Ant Group อาลีเปย์ แอนท์ กรุ๊ป
ภาพจาก Shutterstock

Ant Group เปลี่ยนเป้าการระดมทุนเพิ่มเติมและจะกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ทิ้งห่างบริษัทอย่าง Saudi Aramco ทันที สาเหตุสำคัญคือความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการหุ้นเจ้าของแพลตฟอร์มชำระเงินและ FinTech ชื่อดังอย่าง Alipay ที่สูงมาก ส่งผลทำให้บริษัทเพิ่มเป้าการระดมทุนจากเดิมที่อยู่ราวๆ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มาเป็น 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

และเมื่อ Ant Group เพิ่มเป้าการระดมทุนของบริษัท จะส่งผลทำให้มูลค่าบริษัทจะสูงมากถึง 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าหากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ด้วยมูลค่านี้ จะทำให้ Ant Group มีขนาดบริษัทใหญ่กว่า Citi สถาบันการเงินในสหรัฐมากกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว

ในเอกสารไฟลิ่งได้รายงานว่า Alipay นั้นมีผู้ใช้งานในประเทศจีนกว่า 900 ล้านคน ขณะที่ผลประกอบการในปี 2019 ที่ผ่านมามีรายได้รวม 72,500 ล้านหยวน กำไรจากการดำเนินงาน 21,900 ล้านหยวน โดย Alibaba ถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 33% สัดส่วนหุ้นที่ Ant Group นำมา IPO คราวนี้คือ 12.5%

นอกจากนี้สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ได้ประกาศซื้อหุ้นของ Ant Group ในรอบการจองหุ้นสำหรับสถาบันนั้นมีกองทุนที่มีชื่อเสียง เช่น Temasek และ GIC กองทุนความมั่งคั่งจากประเทศสิงคโปร์ รวมไปถึงกองทุนประกันสังคมของประเทศจีน

สำหรับ Ant Group คาดว่าจะทราบวันที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายวันแรกในช่วง 1-2 อาทิตย์ที่จะถึงนี้

ที่มา – Taipei Times, Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/biggest-ipo-ant-group-owner-of-alipay-raise-35-billion-usd-17-oct-2020/

สหรัฐกำลังพิจารณาอาจแบน Alipay และ WeChat Pay ชี้กระทบข้อมูลส่วนตัว-ความมั่นคง

รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาที่อาจแบน 2 แพลตฟอร์มจ่ายเงินจากประเทศจีน ประกอบไปด้วย Alipay และ WeChat Pay จากเหตุผลใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงเรื่องของความมั่นคง

Alipay WeChat Pay อาลีเปย์ วีแชทเปย์
ภาพจาก Shutterstock

รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะแบนแพลตฟอร์มจ่ายเงินไม่ว่าจะเป็น Alipay จาก Ant Group รวมไปถึง WeChat Pay จาก Tencent หลังจากที่ 2 ยักษ์ใหญ่ดังกล่าวมีผู้ใช้บริการอยู่ทั่วโลก รวมไปถึงชาวอเมริกัน โดยให้เหตุผลในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลของชาวสหรัฐ รวมไปถึงเรื่องความมั่นคง อย่างไรก็ดีบริษัทเอกชนในสหรัฐเองที่ทำธุรกิจนี้อย่าง Visa และ Mastercard เองก็อาจได้รับผลกระทบนี้ด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่ระบุตัวตนได้กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า สหรัฐเองกำลังกังวลถึง 2 แพลตฟอร์มกำลังได้รับความนิยมอย่างยิ่งทั่วโลก และ 2 แพลตฟอร์มดังกล่าวนี้กำลังเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้งานทั่วโลก รวมไปถึงชาวอเมริกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการหารือกันในช่วงสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

โดยถ้าหากมีการแบน 2 แพลตฟอร์มดังกล่าวจริงๆ ผลกระทบจะตกอยู่กับ Ant Group ที่กำลังจะนำบริษัทเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งคาดว่าจะมีการระดมทุนมากถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะกลายเป็น IPO ที่มีการระดมทุนมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ Alibaba เองก็ยังถือหุ้นใน Ant Group อีก 33% ก็จะได้รับผลกระทบนี้ด้วย แม้ว่าปัจจุบันรายได้ของ Ant Group นอกจีนจะต่ำกว่า 5% อยู่ก็ตาม

ขณะที่ทาง Tencent เองได้รับผลกระทบไปแล้วจากการแบน WeChat และถ้าหาก WeChat Pay ถูกรัฐบาลสหรัฐแบนอีกครั้งก็จะสร้างผลกระทบโดยเฉพาะจากรายได้ที่หายไปอย่างมหาศาล โดยทั้ง 2 แพลตฟอร์มจากจีนนี้กำลังจับมือกับเอกชนของสหรัฐหลายๆ รายเพื่อที่จะรองรับการจ่ายเงิน

อย่างไรก็ดีถ้าหากสหรัฐแบนทั้ง Alipay และ WeChat Pay ขึ้นมาจริงๆ อาจทำให้รัฐบาลจีนอาจแบนบริษัทที่ทำธุรกิจที่คล้ายๆ กันอย่าง Visa และ Mastercard ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้กำลังรุกหนักในตลาดจีนอยู่ขณะนี้ด้วย

ที่มา – NDTV Gadget, KrAsia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/us-gov-considered-to-ban-alipay-and-wechat-pay-8-oct-2020/

อินเดียแบนแอปฯจีนเพิ่ม 118 แอป PUBG, Alipay, Baidu ไม่รอด

อินเดียประกาศแบนแอปพลิเคชั่นจากจีนเพิ่ม 118 แอปฯ จากก่อนหน้านี้สั่งแบนแอป TikTok และอีกกว่า 58 แอปฯ ซึ่งในครั้งนี้มีแอปพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง PUBG Mobile, Alipay และ Baidu ด้วย

ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี สารสนเทศ ของอินเดีย เปิดเผยเหตุผลการแบนครั้งนี้ว่า “แอปพลิเคชันเหล่านี้ มีการขโมยและส่งข้อมูลของผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่นอกประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต และการห้ามใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นการรักษาอธิปไตยของประเทศ”

ก่อนหน้านี้อินเดียได้ประกาศแบนแอปพลิเคชั่นจากจีนไปแล้วครั้งนึง โดยครั้งนั้นมีแอปพลิเคชันอย่าง TikTok, WeChat และแอปจาก Xiaomi โดนแบนไปด้วย

สำหรับ PUBG Mobile เป็นหนึ่งเกมยอดนิยมของโลก มีผู้ดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่า 700 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานเป็นประจำไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคนในประเทศอินเดีย

อย่างไรก็ตาม การที่อินเดียแบนแอปพลิเคชันจากประเทศจีนนั้น สาเหตุสำคัญมาจากประเด็นการเมือง กรณีที่อินเดียสร้างถนนบริเวณเส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง (Line of Actual Control) แต่รัฐบาลจีนไม่พอใจ เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงของจีน

จึงมีการเคลื่อนกำลังพลไปยังบริเวณดังกล่าว แม้ที่ผ่านมาจะมีการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป

อ้างอิง CNN, Techcrunch

from:https://www.thumbsup.in.th/india-ban-more-chinese-app?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=india-ban-more-chinese-app

อินเดียแบนแอพจีนระลอกสาม 118 ตัว PUBG, AoV, Alipay, Baidu โดนกันถ้วนหน้า

ต่อจากข่าวรัฐบาลอินเดียแบนแอพจีนระลอกแรก 59 ตัว และระลอกสอง 47 ตัว วันนี้อินเดียประกาศแบนแอพระลอกสาม ชุดใหญ่ 118 ตัว

ในจำนวนนี้มีแอพดังๆ อย่าง PUBG Mobile, Baidu, Alipay, VOOV, Youku, Taobao, Arena of Valor (AoV) และแอพตระกูล APUS รวมถึงแอพสายเบราว์เซอร์ ฟังเพลง แกลเลอรี และเกมจีนอีกจำนวนมาก (รายชื่อทั้งหมดอ่านได้จากที่มา)

การแบนแอพจีน 3 ระลอก มีแอพโดนแบนไปแล้ว 224 ตัว โดยใช้อำนาจตามมาตรา 69 ของกฎหมาย Information Technology Act ของอินเดีย

ที่มา – รัฐบาลอินเดีย, Medianama

from:https://www.blognone.com/node/118252

Ant Group ตั้งเป้าระดมทุน 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เตรียมขึ้นแท่นเป็น IPO ใหญ่ที่สุดในโลก

บริษัทแม่ของ Alipay อย่าง Ant Group เตรียมที่จะนำบริษัทเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงรวมไปถึงเซี่ยงไฮ้ และตั้งเป้าระดมทุนให้ได้สูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะขึ้นแท่นกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทันที

Ant Financial Alipay อาลีเพย์
ภาพจาก Shutterstock

Ant Group หรือที่เรารู้จักกันในชื่อก่อนหน้าว่า Ant Financial บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มจ่ายเงินอย่าง Alipay
ได้ยื่นเอกสาร IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้เป็นที่เรียบร้อย คาดว่าหุ้นที่นำออกมา IPO นั้นจะมีสัดส่วน​ 10-15% แต่ยังไม่มีการกำหนดราคาสุดท้ายออกมาแต่อย่างใด ซึ่งต้องรอขั้นตอนการสำรวจความต้องการของสถาบันการเงินหรือกองทุนต่างๆ ว่าสนใจที่ซื้อหุ้นที่ราคาใด

เป้าในการระดมทุนนั้น Ant Group ตั้งเป้าไว้มากถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐถ้าหากตลาดเอื้ออำนวย และจะทำให้ Ant Group กลายเป็น IPO ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทันที สามารถโค่นชนะ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดิอาระเบียที่เข้าระดมทุนมูลค่า 29,400 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมาลงได้

ขณะเดียวกัน Ant Group เองก็ยังตั้งเป้าที่จะมีมูลค่าบริษัทตอนเข้าตลาดให้ได้สูงถึง 225,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าบริษัทจะใหญ่สูสีเท่ากับ Bank of America ทันที

นอกจากนี้ในเอกสาร IPO ดังกล่าวยังได้รายงานถึงผลประกอบการว่ามีรายได้รวม 72,500 ล้านหยวน กำไรจากการดำเนินงาน 21,900 ล้านหยวน มีผู้ใช้งานในประเทศจีนกว่า 900 ล้านคน โดย Alibaba ถือหุ้นในสัดส่วน
ประมาณ 33%

สำหรับที่ปรึกษาทางการเงินหลักที่พา Ant Group เข้า IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกงคือ CICC, Citi, JPMorgan และ Morgan Stanley ขณะที่ทางฝั่งตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้คือ CICC และ China Securities

ที่มา – Yahoo Money, CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ant-group-alipay-ipo-hk-shanghai-raise-much-as-30-billion-usd-25-aug-2020/

รุกจีนหนักขึ้น! Starbucks ขยายความร่วมมือกับ Alibaba มุ่งหน้าสู้ศึกร้านกาแฟในจีน

การจับมือกันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานลูกค้าของ Starbucks ในประเทศจีนผ่านแอปพลิเคชั่นและแพลตฟอร์มในเครือ Alibaba ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานเกือบ 1 พันล้านคน 

Starbucks China สตาร์บัคส์ จีน
ภาพจาก Shutterstock

บุกจีนหนักขึ้น

แม้ว่าก่อนหน้านี้ลูกค้าสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ แบบเดลิเวอรี่หรือพรีออร์เดอร์แล้วไปรับที่หน้าร้านผ่าน Starbucks Now ได้เท่านั้น

แต่หลังจากนี้ลูกค้าจะสามารถสั่งสินค้าของ Starbucks ผ่านแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ในเครือ Alibaba ได้แก่ Taobao (แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์), Alipay (แพลตฟอร์มค้นหาร้านอาหาร, บริการขนส่งอาหาร, ตั๋วหนัง, ซูเปอร์มาร์เก็ต, สถานที่ท่องเที่ยว) และ Amap (แอปพลิเคชั่นแผนที่) ซึ่งเป็นผลมาจากการเซ็นสัญญาร่วมกันในปี 2018 

Starbucks หวังว่าการบุกตลาดจีนจะช่วยฟื้นฟูยอดขายได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้หลังจากที่มียอดขายลดลงในช่วงโควิดที่ผ่านมา นอกจากนี้ Starbucks ก็ขยายตลาดมาเพื่อสู้กับ Luckin Coffee ร้านกาแฟรายใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศจีนซึ่งมีข่าวฉาวเรื่องการบิดเบือนยอดขายมาโดยตลอด

นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Starbucks ก็ร่วมมือกับแอปพลิเคชั่น WeChat ของ Tencent เพื่อลูกค้าที่ต้องการเป็นสมาชิกของ Starbucks และใช้บริการเดลิเวอรี่เช่นเดียวกัน

จะเห็นได้ว่าแม้มีสถานการณ์ครุกรุ่นทางการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา บริษัทใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Starbucks ก็ตัดสินใจมาลงทุนที่จีน เพราะเห็นโอกาสเติบโตสูงนั่นเอง

ที่มา: CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/starbucks-alibaba-china/

Ant Financial เตรียม IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกงภายในปีนี้

บริษัทเจ้าของ Alipay อย่าง Ant Financial เตรียมที่จะ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงภายในปีนี้ ล่าสุดบริษัทกำลังทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงิน

Alipay Ant Financial
ภาพจาก Shutterstock

สำนักข่าว Reuters ได้รายงานว่า Ant Financial เจ้าของแพลตฟอร์มรับชำระเงินอย่าง Alipay เตรียมที่จะ IPO ที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงภายในปีนี้ โดยหุ้นที่จะนำออกมา IPO จะมีสัดส่วนราวๆ 5-10% และคาดหวังว่ามูลค่ากิจการหลังจากที่ IPO แล้วจะมากกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ล่าสุดนั้นทางบริษัทได้กำลังทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินอยู่

ในปีที่ผ่านมา Ant Financial มีรายได้จากการดำเนินงานที่ 120,000 ล้านหยวน หรือราวๆ 542,000 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานเกือบๆ 17,000 ล้านหยวน โดยมูลค่าของ Ant Financial ในการระดมทุนรอบสุดท้ายมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 150,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการเลือกตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงของ Ant Financial ประเด็นสำคัญมาจากเรื่องรัฐบาลสหรัฐเริ่มที่จะเอาจริงเอาจังกับบริษัทจีนที่ต้องการเข้ามา IPO ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา หลังจากบริษัทจีนหลายๆ แห่งสร้างเรื่องอื้อฉาว รวมไปถึงกรณีของ Luckin Coffee ที่ตกแต่งตัวเลขยอดขาย ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนกับบริษัทจีนหายไป

สิ่งที่เกิดขึ้นข้างต้นทำให้บริษัทจีนหลายๆ แห่งเริ่มหาลู่ทางย้ายกลับไปซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เผื่อวันใดวันหนึ่งบริษัทเหล่านี้โดนเพิกถอนการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น Alibaba ที่นำบริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปีที่ผ่านมา รวมไปถึง Netease และ JD.com ในปีนี้

ปัจจุบัน Ant Financial มีผู้ถือหุ้นของ Jack Ma และนักลงทุนรายอื่นๆ เช่น Private Equity จากสหรัฐ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ รวมไปถึง Alibaba ที่ถือหุ้นราวๆ 33%

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ant-financial-working-with-advisor-to-ipo-at-hkex-this-year-media-reports/

TransferWise ร่วมมือกับ Alipay ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศเข้าบัญชีที่ผูกกับวอลเล็ต

TransferWise บริษัทโอนเงินข้ามประเทศจากลอนดอนประกาศเป็นพันธมิตรกับ Alipay แพลตฟอร์มระบบจ่ายเงินจากจีนเพื่อร่วมมือกันให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน TransferWise มีลูกค้าอยู่บนแพลตฟอร์มมากกว่า 7 ล้านคน ซึ่งการเปิดให้บริการใหม่นี้จะทำให้ลูกค้า TransferWise สามารถโอนเงินกว่า 17 สกุลเงินทั่วโลกไปเป็นสกุลเงินหยวนให้ผู้ใช้งาน Alipay ซึ่งมีผู้ใช้งานอยู่ราว 1,200 ล้านคนทั่วโลก (รวมถึงพาร์ทเนอร์อีวอลเล็ตด้วย)

บริการใหม่นี้ TransferWise การันตีการโอนเงินแบบ “ทันที” โดยภายใน 20 วินาทีปลายทางจะต้องได้รับเงิน โดยข้อมูลสำหรับบัญชีปลายทางที่ต้องระบุมีเพียงแค่ชื่อผู้รับและ Alipay ID เท่านั้น จากนั้นระบบก็จะโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ผูกกับ Alipay ให้ทันที

ด้วยจำนวนผู้ใช้มหาศาลของ ​Alipay ทำให้ TransferWise สามารถเพิ่มฐานลูกค้าและปริมาณเงินที่โอนผ่านแพลตฟอร์มได้มหาศาล เพราะถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการรับโอนเงินมากที่สุดในโลก และ Alipay เองก็เป็นแพลตฟอร์มอีวอลเล็ตที่นิยมมากในจีน

ที่มา – TechCrunch

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/transferwise-alipay-partnership/

[ลือ] iOS 13.4 จะออกอัพเดตในคืนวันพรุ่งนี้ (17 มีนาคม) มี Apple Pay เพิ่มการรองรับ Alipay

มีผู้พบข้อมูลสื่อการตลาดของ Alipay แพลตฟอร์มบริการรับจ่ายเงินของ Alibaba โดยระบุว่า iOS 13.4 จะออกมาให้อัพเดตในวันที่ 17 มีนาคม ซึ่งตัวอัพเดตจริงน่าจะออกมาในช่วงคืนวันที่ 17 มีนาคม หรือเช้า 18 มีนาคม (ภาพดูได้จากที่มา)

รายละเอียดระบุว่า iOS 13.4 นั้น Apple Pay จะรองรับการเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงิน Alipay ซึ่งอาจถือเป็นการขยับครั้งสำคัญ เพราะทำให้ Apple Pay เข้าถึงฐานลูกค้าในจีนจำนวนมากได้

ฟีเจอร์อื่นของ iOS 13.4 ที่ออกมาในเวอร์ชันเบต้าสำหรับนักพัฒนา มีทั้ง iCloud Folder Sharing, Memoji กับ Animoji ใหม่ และอีกหลายรายการ

ที่มา: MacRumors

Alipay

from:https://www.blognone.com/node/115210