คลังเก็บป้ายกำกับ: AIS_5G

iQIYI (อ้ายฉีอี้) จับมือ AIS 5G มอบสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าเอไอเอสด้วยแพ็คเกจ VIP สุดคุ้ม เดือนแรกเพียง 35 บาท

แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ชั้นนำ iQIYI (อ้ายฉีอี้) ร่วมกับ AIS (เอไอเอส) ผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารในฐานะ Digital Life Service Provider ชั้นนำของไทย จัดโปรโมชันสุดคุ้มมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสเพียงสมัครใช้งานแพ็คเกจ “iQIYI VIP” ราคาเพียงเดือนละ 35 บาท ในเดือนแรก จากปกติ 119 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2565

สัมผัสกับประสบการณ์การรับชมบนเครือข่ายที่ดีที่สุด เพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์คุณภาพจุใจกว่า 4,000 เรื่อง โดยไม่มีโฆษณาคั่นบน แอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com สำหรับลูกค้าเอไอเอส เมื่อสมัครใช้บริการครั้งแรก

iQIYI

นายเคลวิน เหยา ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ iQIYI International กล่าวว่า“สำหรับความร่วมมือระหว่าง iQIYI (อ้ายฉีอี้) กับ AIS ในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งเอไอเอสเป็นถึงผู้นำทางด้านผู้ให้บริการด้านดิจิทัลชั้นนำของไทย และทางด้าน iQIYI (อ้ายฉีอี้) บ้านของความบันเทิงยอดนิยมแห่งเอเชีย ทั้งซีรีส์ วาไรตี้ ภาพยนตร์ การ์ตูน จากทั่วเอเชีย ทั้งซับไทยและพากย์ไทย กว่า 4,000 คอนเทนต์ มอบสิทธิพิเศษด้วยแพ็คเกจ “iQIYI VIP”

นางสาวรุ่งทิพย์ จารุศิริพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการพันธมิตรธุรกิจด้านบันเทิงและคอนเทนต์ AIS กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่ได้ทำงานร่วมกับ iQIYI (อ้ายฉีอี้) ในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ชั้นนำ ที่มีคอนเทนต์ความบันเทิงที่หลากหลายมาให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์การรับชมบนโครงข่ายคุณภาพที่ดีที่สุด

โดยวันนี้เรายังคงทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลาย ในการส่งมอบบริการดิจิทัลชั้นนำระดับโลกเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง ตามเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านให้บริการดิจิทัลของไทย เราเชื่อว่าความพิเศษครั้งนี้กับ iQIYI (อ้ายฉีอี้) จะสามารถตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และเติมเต็มความหลากหลายในการรับชมคอนเทนต์คุณภาพได้เป็นอย่างดี”

สุดคุ้มสำหรับลูกค้าเอไอเอสโดยเฉพาะ เมื่อสมัครใช้บริการครั้งแรกในราคาพิเศษ เดือนแรกเพียงเดือนละ 35 บาท จากปกติเดือนละ 119 บาท (ราคายังไม่รวม Vat)ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2565 กด *678*401# โทรออกเพื่อสมัครบริการ โดยสามารถรับชมคอนเทนต์ได้อย่างจุใจด้วยภาพคมชัดระดับ Full HD และเสียงระบบ Dolby Atmos เสมือนดูในโรงภาพยนตร์ สามารถดูได้พร้อมกัน 2 จอ, ดาวน์โหลดเพื่อดูแบบออฟไลน์ไม่มีโฆษณาคั่น

สามารถเช็คระยะเวลาของ VIP ได้ในหมวด “สมาชิกของฉัน” บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com เท่านั้น *(อัตราค่าบริการที่กำหนด ยังไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่รวมค่าบริการอินเทอร์เน็ต)

สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่สมัครแพ็คเกจ “iQIYI VIP” สามารถเพลิดเพลินกับขบวนซีรีส์ รายการ วาไรตี้ ภาพยนตร์ การ์ตูนดังทั่วเอเชีย พร้อมซับไทยและพากย์ไทย ที่รอให้ทุกคนได้สนุกแบบติดขอบจอไม่ว่าจะเป็น ออริจินัลซีรีส์วายแนวแอ็คชั่นมาเฟีย “คินน์พอร์ช เดอะ ซีรีส์ (KinnPorsche The Series)”“เล่ห์ลุนตยา (Undying Secret)” ซีรีส์ผีผ้าสยองขวัญหนึ่งในคอลเลคชันของหมอพงศกร

ตามด้วย “Jinxed at First” ซีรีส์เกาหลีโรแมนติกแฟนตาซีหรือสำหรับแฟนซีรีส์จีนต้องห้ามพลาดกับเรื่อง“รักนะครับพี่สาวคนสวย (Love The Way You Are)” จากหมวด Sweet On พร้อมกับเหล่าอนิเมะและอื่นๆ อีกมากมาย

ลูกค้าเอไอเอสที่สนใจสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.ais.th/play/otherapp.html หรือที่ myAIS Application และ AIS PLAYBOX

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/iqiyi-ai-qiyi-joins-hands-with-ais-5g-to-offer-special-privileges-for-ais-customers/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=iqiyi-ai-qiyi-joins-hands-with-ais-5g-to-offer-special-privileges-for-ais-customers

เจาะกลยุทธ์ AIS Business: วางใจในบริการครบครัน จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย องค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้เลยหากขาดกำลังสำคัญคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและมีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้น ๆ ยิ่งรูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องแปรผันปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความท้าทายครั้งสำคัญมิใช่เพียงแค่การลงทุนนวัตกรรมไล่ตามเทคโนโลยี ทว่าคือการลงทุนกับ “คน” ในองค์กรให้มีความสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงพร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลไปด้วยกัน

ในปี 2022 นี้เอง AIS Business ตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการขยายขีดความสามารถของทีมงานให้พร้อมส่งมอบบริการที่ลูกค้าองค์กรวางใจได้ เพื่อร่วมสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AIS Business ควรค่าแก่การเป็น “Your Trusted Smart Digital Partner”? AIS Business มีกลยุทธ์ “สร้างคน” ให้พร้อมส่งมอบความเป็นมืออาชีพแก่ลูกค้าได้อย่างไร? ร่วมค้นหาคำตอบได้ในบทความนี้

ส่งมอบบริการครบครันด้วยทีมงานมืออาชีพครบเครื่อง

AIS Business มุ่งมั่นที่จะเป็น “Your Trusted Smart Digital Partner” พร้อมสร้างเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ด้วยการเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ของลูกค้า โดยเทคโนโลยีและการให้บริการดิจิทัลที่หลากหลายครบครัน ด้วยทีมงานที่ไว้ใจได้ในความสามารถอย่างมืออาชีพ

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ AIS Business ได้ผนึกกำลังร่วมกับ CSL ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชัน ICT และบริการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT Solution & Managed Services) ก็ทำให้ AIS Business ขยายขีดความสามารถจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน สู่การให้บริการ “One Stop ICT Service” แบบครบครัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็น Managed Network, Managed ICT Services รวมถึงบริการ Cloud ที่ให้บริการได้แบบ End-to-End Single Service อย่างครบวงจร

การควบรวมทีมงานของทั้ง AIS Business และ CSL ส่งผลให้ในวันนี้ AIS Business กลายเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่มีความพร้อมสูงสุดทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เครือข่ายโทรศัพท์ และเครือข่ายเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AIS 5G และด้าน ICT มีทีมงานมืออาชีพที่ลูกค้ามอบความไว้วางใจได้ (The Trusted Professionals) พร้อมส่งมอบบริการรอบด้านแก่ธุรกิจองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การให้คําปรึกษา ประเมิน ติดตั้ง บริหารโครงการ และบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Image credit: AIS Business

การันตีคุณภาพ ตอกย้ำความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า

แม้ในปี 2021 จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 และสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกขาดแคลน ทว่าผลตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าถือเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพและความเป็นมืออาชีพของทีมงาน AIS Business

ความพึงพอใจของลูกค้าด้านการบริการต่อการส่งมอบบริการตรงเวลา (On-Time Delivery) และความเป็นเลิศด้านคุณภาพของบริการ (Excellence Quality) คือมาตรชี้วัดตัวสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมา AIS Business สามารถส่งมอบบริการทันเวลาได้มากกว่า 95% จากไซต์สนับสนุนลูกค้ากว่า 13,000 แห่ง นอกจากนี้ ลูกค้าของ AIS Business มากกว่า 93% รู้สึกพึงพอใจต่อคุณภาพ ความยืดหยุ่นและความคล่องตัวฉับไวของการให้บริการอีกด้วย

ตัวเลขจากผลชี้วัดดังกล่าวไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงความพึงพอใจของลูกค้าต่อการให้บริการ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของทีมงาน AIS Business ที่ลูกค้าองค์กรสามารถมอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจฝากธุรกิจให้ทีมงาน AIS Business เข้าไปช่วยเหลือให้คำแนะนำ เสนอแนะโซลูชันที่เหมาะสมกับองค์กร พร้อมบริการดูแลหลังการขายได้อย่างมั่นใจ

Image credit: AIS Business

เดินหน้าพัฒนาบุคลากร เสริมความเชี่ยวชาญไม่หยุดยั้ง

หัวใจสำคัญของธุรกิจคือกำลังคนที่มีศักยภาพขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้ การลงทุนด้านทรัพยากรบุคลากรจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ AIS Business ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

AIS Business เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเสริมทักษะความรู้ใหม่แก่พนักงานในองค์กรตลอดเวลาเพื่อสร้างทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรที่ขยายตัวขึ้น ในปีนี้ AIS Business จึงตั้งเป้า Certified ให้กับบุคลากรเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าในทักษะที่ต้องการ อาทิ การบริหารจัดการโปรเจกต์ และการเสริมความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น

ไม่เพียงแค่การ Upskill/Reskill พนักงานเดิม แต่ AIS Business ยังเปิดกว้างรับบุคลากรสายเลือดใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cloud, IoT, Cyber Security, ICT Solution Delivery และ Digital Transformation เข้ามาเติมเต็มองค์กร เพื่อรองรับการเติบโตและขยายขอบเขตการให้บริการเพิ่มเติมในอนาคตด้วย

ดังนั้น สิ่งที่ AIS Business จะผลักดันต่อไปในปีนี้ จึงครอบคลุมไปถึงการพัฒนาขีดความสามารถของทีมงานเดิมและเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะมาเสริมทัพร่วมทีมกับ AIS Business ซึ่งการพัฒนาศักยภาพของทีมงานจะช่วยส่งเสริมขับเคลื่อนการให้บริการ โซลูชัน และตัวเลขตัวชี้วัดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

Image credit: AIS Business

บทส่งท้าย

องค์กรจะแข็งแกร่งได้ด้วยทีมงานคุณภาพ และ AIS Business ก็พร้อมแล้วที่จะส่งต่อคุณภาพจากทีมงานสู่ลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน ดังคำกล่าวของคุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS ที่ว่า

“AIS ไม่ใช่ตึก ไม่ใช่กล่อง ไม่ใช่สายโทรศัพท์ แต่คือ คน ที่ให้บริการและให้ความมั่นใจลูกค้าได้”

ดังนั้น การพัฒนาบุคลากรจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในปี 2022 ที่ AIS Business จะเดินหน้าต่อไป ภายใต้พันธกิจส่งเสริมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ สนับสนุนธุรกิจไทยในการทำ Digital Transformation ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลครบครันและบริการพร้อมส่งมอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ลูกค้าเชื่อมั่นได้ในความสามารถและความเป็นมืออาชีพ

Image credit: AIS Business

สำหรับลูกค้าองค์กรที่กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ความช่วยเหลือในการทรานส์ฟอร์มองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัล สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลองค์กรของคุณ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล business@ais.co.th ได้แล้ววันนี้

AIS Business พาร์ตเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-strategy-trusted-professionals-digital-transformation-delivery/

ความท้าทายที่องค์กรธุรกิจต้องเผชิญ ในการปรับธุรกิจไปสู่ 5G Business เพื่อตอบโจทย์แห่งอนาคต

การนำ 5G มาใช้ในเชิงธุรกิจนั้นกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากองค์กรธุรกิจไทยและทั่วโลก เนื่องจาก 5G จะสามารถนำมาใช้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นสื่อกลางในการส่งมอบประสบการณ์แก่ลูกค้าในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าท่ามกลางกระแสที่ร้อนแรงนี้ ก็ย่อมต้องมีปัจจัยหลายประการในการที่ธุรกิจจะก้าวไปสู่การเป็น 5G Business ได้อย่างเต็มตัว และในบทความนี้ เราก็จะมาเจาะลึกถึงประเด็นด้านความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญ พร้อมคำแนะนำจากทีมงานของ AIS Business จากประสบการณ์จริงกันดังนี้

5G สำหรับองค์กรธุรกิจ เตรียมเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางกระแส Digital Transformation

หากอ้างอิงจากข้อมูลของ Allied Market Research นั้น ตลาด 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ เตรียมเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางกระแส Digital Transformation 5G Enterprise ทั่วโลกได้รับความคาดหวังว่าจะเติบโตมากถึง 33.9% ต่อปี จนมีมูลค่าสูงถึง 16,840 ล้านเหรียญหรือราว ๆ 555,720 ล้านบาทภายในปี 2028 ซึ่งนับว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก และทำให้องค์กรธุรกิจทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับตลาดนี้กันอย่างยิ่งยวด[1]

บทบาทสำคัญของ 5G ที่มีต่อภาคธุรกิจนั้นก็คือสื่อกลางในการเชื่อมผสานกลยุทธ์ทางด้าน Digital Transformation ที่มี Software เป็นหัวใจสำคัญ ให้สามารถทำการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร, พนักงาน หรือลูกค้าเข้าถึงกันได้ด้วยโครงข่าย 5G ส่งผลให้องค์กรธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์แห่งอนาคตบนความเป็นไปได้รูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการนำ 5G มาใช้งานนั่นเอง จากเดิมที่ Software เคยอยู่เฉพาะบน Cloud ขององค์กรหรือบน Mobile Device ของพนักงานและลูกค้า การมาของ 5G จะทำให้ Software เหล่านี้สามารถไปอยู่บนเครื่องจักร, ยานพาหนะ, สินค้า, ร้านค้า และอื่นๆ ขององค์กรได้ และช่วยให้สามารถนำเสนอสินค้า, บริการ และประสบการณ์ผ่าน Software แห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงเท่านั้น การมาของ Metaverse เองที่ได้รับความสนใจจากองค์กรธุรกิจเป็นอย่างมาก ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะยิ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของ 5G ในฐานะของระบบโครงข่ายความเร็วสูงซึ่งมีประสิทธิภาพเพียงพอในการถ่ายทอดประสบการณ์บนโลก Metaverse ไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างไม่สะดุดติดขัด เรียกได้ว่าในอนาคตนั้น 5G กับ Metaverse จะต้องกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกใช้งานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยทีเดียว

นอกจากนี้ 5G เองยังเกิดมาในยุคที่มีแนวคิดของการนำเทคโนโลยีด้าน Virtualization และ Container เข้ามาผสานภายในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ในมุมของผู้ให้บริการ 5G นั้น ระบบโครงข่าย 5G จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบโครงข่าย แต่ยังกลายเป็นระบบ Edge Computing ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้ในอีกทางหนึ่ง รวมถึงยังสามารถเสริมบริการและความสามารถใหม่ๆ เข้าไปในระบบ 5G ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่เพียงแต่องค์กรธุรกิจจะสามารถพัฒนาระบบ Software ใหม่ๆ มาใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถร่วมมือกับผู้ให้บริการ 5G เพื่อนำความสามารถเหล่านี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบโครงข่าย 5G ได้อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง 5G จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กลยุทธ์ด้านการทำ Digital Transformation และการลงทุนด้าน Software ขององกรธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

4 ความท้าทายสู่การเป็น 5G Business สำหรับองค์กรธุรกิจไทย

ถึงแม้ว่า 5G จะมีความน่าสนใจในหลายแง่มุมทั้งในเชิงของโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ และความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี แต่สำหรับองค์กรธุรกิจที่ 5G ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากและแตกต่างจาก 4G ในอดีตอย่างสิ้นเชิง ก็ยังมีความท้าทายหลายประการที่ต้องเผชิญ ดังนี้

1. การทำความเข้าใจ Spectrum Band และเทคโนโลยีเบื้องหลัง 5G

ในอดีตนั้นเราอาจคุ้นชินกับระบบโครงข่าย 4G ที่ไม่ว่าจะเชื่อมต่อใช้งานจากที่ไหนหรืออุปกรณ์ใดก็สามารถใช้งานเชื่อมต่อ Internet ความเร็วสูงได้เหมือนกัน ซึ่งถึงแม้ 5G สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปนั้นก็ยังคงส่งมอบประสบการณ์ในการเชื่อมต่อได้จากทุกที่ทุกเวลาเช่นเดียวกับ 4G แต่ในการใช้งานเชิงธุรกิจ 5G กลับมีรายละเอียดปลีกย่อยที่มากกว่านั้น

เนื่องจาก 5G เป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดการเชื่อมต่อเครือข่ายให้รองรับการใช้งานในกรณีอื่นๆ ได้มากยิ่งขึ้น และอุดจุดอ่อนของ 4G ในการนำไปใช้งานร่วมกับระบบ Internet of Things (IoT) หรือ Application เฉพาะทางอย่างในอดีต ทำให้การวางโครงข่าย 5G นั้นสามารถปรับแต่งเพื่อรองรับต่อวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

  1. การเลือกย่านความถี่ (Spectrum Band) ที่แตกต่างกัน โดยย่านความถี่ที่ต่ำจะมีคุณสมบัติในการครอบคลุมพื้นที่ได้เป็นวงกว้าง ในขณะที่ย่านความถี่ที่สูงจะครอบคลุมพื้นที่ที่แคบกว่า แต่ก็ได้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลที่สูงกว่า
  2. การเลือกรูปแบบการให้บริการของ 5G ที่สามารถปรับแต่งพฤติกรรมของการรับส่งข้อมูลได้จากการทำ Network Slicing ด้วยกัน 3 รูปแบบหลักๆ ได้แก่
    • eMBB (Enhanced Mobile Broadband) มีความเร็วที่สูงยิ่งขึ้น โดยในเชิงทฤษฎีนั้น 5G จะมีความเร็วที่สูงกว่า 4G ได้ถึง 20 เท่า ทำให้สามารถรองรับ Application ที่ต้องการ Bandwidth สูงได้เป็นอย่างดี
    • mMTC (Massive Machine Type Communications) สามารถรองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้น โดยในเชิงทฤษฎีนั้น 5G จะรองรับอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อได้มากกว่า 4G ถึง 10 เท่า หรือประมาณ 1 ล้านอุปกรณ์ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร ตอบโจทย์การนำไปใช้รองรับอุปกรณ์ IoT ใน Smart City หรือ Smart Manufacturing ได้อย่างเหมาะสม
    • URLLC (Ultra-Reliable & Low Latency Communications) สามารถลด Latency ของการรับส่งข้อมูลลงได้ โดยในเชิงทฤษฎีนั้น 5G จะมี Latency ที่ต่ำกว่า 4G ได้ถึง 30 เท่า ลดจาก 30ms เหลือเพียงต่ำกว่า 1ms รองรับ Application ที่มีความละเอียดอ่อนต่อ Latency ได้ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าองค์กรธุรกิจจะมีโจทย์ในการพัฒนาหรือใช้งาน Software รูปแบบใดๆ ก็สามารถทำการเลือกใช้งานโครงข่าย 5G ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากที่สุดอยู่เสมอ ซึ่งจะต่างจาก 4G ที่ไม่สามารถเลือกในส่วนนี้ได้นั่นเอง

2. ความต้องการในการใช้งาน 5G ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างภาคธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไป

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปนั้น โครงข่าย 5G ควรจะต้องเป็นโครงข่ายที่เชื่อมต่อได้จากทุกที่ทุกเวลาและมีความเร็วที่สูง ใช้งานได้ไม่สะดุดติดขัด แต่สำหรับการใช้งานในเชิงธุรกิจ โจทย์ที่ต้องคำนึงถึงนั้นอาจจะต้องมีความแตกต่างออกไป ดังนี้

  • การควบคุมหุ่นยนต์หรือยานยนต์แบบอัตโนมัติภายในพื้นที่โรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรม อาจต้องการระบบโครงข่ายที่มีความเสถียรสูง สามารถรับส่งข้อมูลภาพหรือวิดีโอจากกล้องที่ติดเอาไว้เพื่อนำไปประมวลผลและตอบสนองได้แบบ Real-time ซึ่งต้องอาศัยทั้งระบบโครงข่ายที่ดี และพลังประมวลผลบน Edge Computing ที่อยู่ใกล้
  • การติดตามยานพาหนะทั่วประเทศ อาจต้องการระบบโครงข่ายที่มีความครอบคลุมทั่วถึง และไม่เน้นการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลนัก แต่ต้องสามารถรับส่งข้อมูลขนาดเล็กได้อย่างต่อเนื่อง
  • การติดตามอุปกรณ์ Smart Watch ทางการแพทย์ อาจต้องการระบบโครงข่ายที่เข้าถึงได้ทุกซอกมุมภายในอาคารของโรงพยาบาล โดยรับส่งข้อมูลเป็นปริมาณน้อยในแบบ Real-Time
  • การวางระบบ Smart Building และระบบตรวจสอบ COVID-19 ภายในอาคารร่วมกัน อาจะต้องมีการผสมผสานระบบโครงข่าย 5G ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้รองรับต่อความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละระบบ เช่น ระบบ Smart Building อาจเน้นที่ความครอบคลุมและ Real-Time ในขณะที่ระบบตรวจสอบ COVID-19 อาจต้องการประสิทธิภาพ, ความ Real-Time และ Edge Computing เป็นต้น
  • การออกแบบระบบถ่ายทอดสดสำหรับธุรกิจสื่อ อาจต้องการทั้งประสิทธิภาพ, ความทนทาน และความต่อเนื่องในการรับส่งข้อมูล โดยไม่เน้นการรองรับการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในระหว่างถ่ายทอดมากนัก

การทำความเข้าใจกับความต้องการของระบบ Software หรือรูปแบบการนำไปใช้งานให้ชัดเจนนั้น จะส่งผลให้ธุรกิจสามารถเลือกใช้โครงข่าย 5G ที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการได้อย่างแม่นยำ และทำให้การพูดคุยออกแบบระบบร่วมกับผู้ให้บริการ 5G นั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังอาจได้มีโอกาสในการทดสอบระบบโครงข่าย 5G เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติเหล่านี้ให้แน่ใจก่อนตัดสินใจใช้งานจริงได้อีกด้วย

3. การผสานกลยุทธ์ 5G ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน Cloud

Cloud Continuum[2] นั้นได้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรธุรกิจแห่งอนาคตไปแล้ว ด้วยแนวคิดของการใช้งาน Cloud ในทุกๆ รูปแบบร่วมกัน ครอบคลุมทั้ง Public Cloud, Private Cloud, Hybrid Cloud, Multi-Cloud, Edge Computing โดยมีเทคโนโลยีอย่าง 5G และ Software-Defined Networking เป็นตัวเชื่อมต่อแต่ละระบบ Cloud เข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรธุรกิจนั้นมี Cloud ที่เหมาะสมกับ Workload ในทุกๆ รูปแบบ และมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขระบบได้ตามต้องการ

แน่นอนว่าในภาพนี้ อีกเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากก็คือ Software-Defined WAN (SD-WAN) ที่จะเข้ามาเสริมทั้งในแง่ของการบริหารจัดการระบบเครือข่าย, การเสริมความมั่นคงทนทาน, การจัดการด้านประสิทธิภาพ, การทำ QoS ไปจนถึงการเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการเชื่อมต่อเครือข่าย ด้วยการใช้โครงข่าย 5G และการเชื่อมต่อ Internet ในช่องทางอื่นๆ มาทำงานร่วมกัน

4. การเปิดรับต่อเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเสริมให้การนำ 5G มาใช้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ 5G จะมีข้อดีหลายประการ แต่ด้วยความที่ 5G นั้นยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับองค์กรธุรกิจ ดังนั้นการนำ 5G มาใช้งานจึงต้องมีประเด็นเชิงเทคนิคอีกมากมายที่ต้องคำนึงถึง ตั้งแต่การเลือกว่าจะใช้เสาสัญญาณของผู้ให้บริการโดยตรง, การติดตั้งเสาสัญญาณด้วยตนเอง, จุดติดตั้งและรูปแบบการกระจายสัญญาณ, การเลือกรูปแบบการตั้งค่าต่างๆ, อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อ, การวางระบบบน Edge Computing ไปจนถึงการตรวจสอบและรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลบนโครงข่าย 5G

อย่างไรก็ดี องค์กรธุรกิจไม่ควรกังวลต่อประเด็นเหล่านี้มากจนเกินไป เพราะหากมองในภาพใหญ่แล้ว 5G ก็ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับทุกคนที่ต้องมาเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่เหมือนกันหมด ดังนั้นการมองว่าประเด็นเหล่านี้ถือเป็นโอกาสที่ทำให้องค์กรธุรกิจได้มีโอกาสเรียนรู้และลองผิดลองถูกกับ 5G ก่อนคู่แข่ง และใช้โอกาสนี้ในการเร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้ก้าวล้ำเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ ก็จะเป็นมุมมองที่ดีกว่าในเชิงธุรกิจ

ทั้งหมดนี้ได้ทำให้เราเห็นภาพกันค่อนข้างชัดแล้วว่า 5G นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังต้องมีการนำมุมคิดในเชิงธุรกิจและ Ecosystem เข้าไปผสานไม่น้อย ซึ่งทาง AIS Business ก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษา และเป็นพันธมิตรในการร่วมออกแบบเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ บน 5G ไปพร้อมกับคุณ

สนใจเทคโนโลยี 5G หรือ Cloud ติดต่อทีมงาน AIS Business ได้ทันที

AIS Business พาร์ทเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ
“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th
Website : https://business.ais.co.th

Reference

  1. Allied Market Research, “5G Enterprise Market Expected to Reach $16.84 Billion by 2028”, 2021,ที่มา: https://www.alliedmarketresearch.com/press-release/5g-enterprise-market.html
  2. The Cloud Continuum Be ever–ready for every opportunity ที่มา: https://www.accenture.com/us-en/insights/cloud/cloud-continuum

ติดตาม Smart Digital Insights สรรสาระแห่งเทคโนโลยี จาก AIS Business ได้ที่ https://business.ais.co.th/smart-digital-insights/

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-5g-challenges-for-thai-business/

AIS 5G ผนึก 116 เครือข่ายทั่วโลก สยายปีก “5G โรมมิ่ง” ครอบคลุม 66 ประเทศ มากสุดเป็นอันดับ 1 ในโลก

แม้ว่าปัจจุบันเรายังต้องรับมือกับการระบาดของ COVID-19 แต่หลายภาคส่วนก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์และปรับตัวเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับโรคระบาดได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ก่อนหน้านี้มีข้อจำกัดด้านมาตรการการเดินทางทำให้การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศและธุรกิจที่เกี่ยวข้องต้องหยุดชะงักไป

ทำให้วันนี้หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างเปิดรับนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือนอีกครั้งโดยไม่ต้องกักตัว AIS ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการดิจิทัล ร่วมกับพันธมิตร 116 ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำทั่วโลก พร้อมให้บริการ “5G โรมมิ่ง” ที่ครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน 66 ประเทศทุกทวีปทั่วโลก

ทำให้ AIS เป็นผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายสัญญาณดีที่สุดและครอบคลุมประเทศต่างๆ ได้มากเป็นอันดับ 1 ในโลก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและคนไทยที่ต้องการเดินทางต่างประเทศ สามารถสื่อสาร เล่นโซเชียลได้ไม่สะดุด อุ่นใจ ปลอดภัยในทุกทริป การเดินทางวิถีใหม่

AIS 5G

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “เมื่อหลายประเทศเริ่มคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด ก็นับว่าเป็นสัญญาณบวกที่บอกได้ว่าสถานการณ์กำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติใหม่ที่เราต้องใช้ชีวิตร่วมกับ COVID-19 ให้ได้ หลายธุรกิจเริ่มกลับมาสร้างสีสันโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินต่างๆ ทั่วโลก เริ่มกลับมาเปิดเส้นทางต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล

รวมถึงการเป็นผู้นำในการให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติหรือ โรมมิ่ง บนเทคโนโลยีโครงข่าย 5G ร่วมกับพาร์ทเนอร์ 116 เครือข่าย ใน66 ประเทศ ทำให้วันนี้เรามีความพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์ดิจิทัลและการสื่อสารที่ดีที่สุดในทุกการใช้ชีวิต”

สำหรับบริการ “AIS 5G โรมมิ่ง” เป็นการยกระดับบริการโรมมิ่งให้ก้าวไปอีกขั้น ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์และความเร็วแรงระดับ 5G ได้ขณะเดินทาง ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว นักเดินทาง และกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ

รวมถึงวันนี้ลูกค้ายังสามารถใช้บริการ VoLTE โรมมิ่ง เพื่อโทรออกหรือรับสายด้วยเสียง (Voice) บนเครือข่าย 4G ในต่างประเทศ ซึ่งให้คุณภาพเสียงคมชัดยิ่งขึ้นระดับ Full HD อีกด้วยลูกค้าสามารถใช้งาน 5G โรมมิ่งได้ทันที เพียงสมัครแพ็กเสริมเน็ตต่างประเทศสุดคุ้ม เช่น แพ็ก Ready2Fly สมัครผ่านแอป myAIS โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม หรือเปิดใช้ SIM2Fly โดยสามารถเลือก Asia & Australia 399 บาท 10 วัน หรือ Global 899 บาท 15 วัน

“ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของ AIS เรายังทำงานอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเทคโนโลยีโครงข่ายให้มีความพร้อมต่อการเชื่อมต่อกับทุกการเติบโตในอนาคต รวมถึงการทำความเข้าใจสถานการณ์ตลาด เข้าใจอินไซต์พฤติกรรมไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีความหลากหลายซับซ้อน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มในฐานะผู้นำตลาด

เราคาดหวังว่าบริการ 5G โรมมิ่ง จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและอำนวยความสะดวกการเดินทางต่างประเทศในช่วงเวลานี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณภาพโครงข่ายสัญญาณผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ ทำให้ AIS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่สามารถเปิดบริการ 5G โรมมิ่ง ครอบคลุมประเทศต่างๆ ได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้” นายปรัธนากล่าวในช่วงท้าย

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-5g-joins-up-with-116-networks-worldwide-5g-roaming-in-66-countries-global-no-1-network/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-joins-up-with-116-networks-worldwide-5g-roaming-in-66-countries-global-no-1-network

AIS 5G จับมือ ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ปักหมุดพื้นที่การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งใหม่ของภาคอีสาน

AIS 5G จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ ในการนำขีดความสามารถขององค์กร ทักษะความเชี่ยวชาญของบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G เข้ามาเชื่อมต่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษาวิจัยของนักศึกษาและบุคลากร

เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ของการทำงานด้านนวัตกรรมแห่งใหม่ของภาคอีสาน ที่จะทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัลถูกนำมาทดสอบจริงบนโครงข่าย AIS 5G จนนำไปสู่การสร้างบริการดิจิทัลเซอร์วิสที่สามารถให้บริการได้ในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต

AIS 5G

นายมหัณณพ อภินันทนพงศ์ หัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ AIS กล่าวว่า “AIS มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี 5G มาพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์ดิจิทัล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกภาคส่วนในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการศึกษา ที่นับว่าเป็นรากฐานสำคัญต่อการเติบโตของประเทศในอนาคต จึงทำให้ที่ผ่านมา AIS ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศเพื่อเป็นการส่งต่อองค์ความรู้ และนำศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของเราขยายผลให้เกิดการต่อยอดจากผลงานหรืองานวิจัยของบรรดานักศึกษาและบุคลากร

และครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่มี 5 วิทยาเขตกระจายอยู่ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้สร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี บ่มเพาะขีดความสามารถของนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยให้มีทักษะและลงมือทำจริงกับทีมงานของ AIS ที่พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ด้าน รศ.ดร.ณรงค์ศักดิ์ ธรรมโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า “จากการที่ทหาวิทยาลัยฯ ได้ประกาศตัวเป็นมหาวิทยาลัยด้านดิจิทัลนั้น แน่นอนว่าเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรม ทางด้านของโครงข่าย 5G มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ดิจิทัลเกิดความสมบูรณ์ได้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งการได้ทำความร่วมมือกับบริษัท AIS ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมวิจัย งานบริการวิชาการ ด้านการจัดการเรียนการสอน การจัดการสารสนเทศองค์กร รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของทั้งบุคลากรและนักศึกษา ทั้งยังส่งเสริมด้านการฝึกงานฝึกสหกิจศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคงอีสานอีกด้วย”

นายมหัณณพ กล่าวในช่วงท้ายว่า “การทำงานร่วมกับภาคการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ AIS ที่มุ่งทำงานเพื่อนำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมาสร้างประโยชน์กับภาคส่วนต่างๆ เชื่อมต่อการทำงานเพื่อส่งเสริมศักยภาพของภาคการศึกษาทำให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยได้เห็นประสิทธิภาพการทำงานของโครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G ที่สามารถต่อยอดจากไอเดียสร้างสรรค์หรือผลงานวิจัยให้เกิดขึ้นจริงได้ เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการวางรากฐานด้านการศึกษาให้สอดรับต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง”

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-5g-joins-hands-with-rajamangala-university-of-technology-isan/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-joins-hands-with-rajamangala-university-of-technology-isan

เจาะกลยุทธ์ AIS Business: สร้างรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และแพลตฟอร์มที่แข็งแรงครบจบในที่เดียว

ในปัจจุบัน คงไม่มีธุรกิจใดกล้าปฏิเสธความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ องค์กรจำนวนมากในไทยและต่างประเทศได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างกว้างขวางในทุกอุตสาหกรรม และในขณะเดียวกันฝั่งผู้ให้บริการก็พัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาให้ธุรกิจเลือกใช้กันมากขึ้นในราคาที่ถูกลง

การให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์มนั้นเป็น 1 ใน 5 กลยุทธ์หลักประจำปีนี้ของ AIS Business ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกกันถึงรายละเอียด บริการ และมุมมองของ AIS Business ในการช่วยส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับธุรกิจไทย เพื่อการเติบโตเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ทุกการเดินทางเริ่มต้นด้วยพื้นฐานที่ดี

ในช่วงโรคระบาดในช่วงปีที่ผ่านมานั้นแสดงให้ธุรกิจทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เราได้เห็นว่าเทคโนโลยีช่วยให้การดำเนินการธุรกิจเกิดขึ้นได้แม้จะมีข้อจำกัดของโรคระบาด เปิดโอกาสใหม่ๆให้กับธุรกิจ และช่วยให้ธุรกิจปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าธุรกิจจำนวนมากจะสนใจลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกันมากขึ้น

ในปี 2021 ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Gartner เผยว่าการลงทุนด้าน IT นั้นเติบโตขึ้นถึง 9.5% และคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นอีก 5.5% ในปี 2022 นี้ ทว่าในความเป็นจริงแล้วธุรกิจมากมายยังคงประสบปัญหาในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานและสร้างประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในธุรกิจที่ไม่มีบุคลากรด้าน IT โดยเฉพาะหรือไม่มีความเชี่ยวชาญมาก่อน

AIS Business มองว่าแม้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจะไม่ใช่ประเด็นใหม่ที่ร้อนแรง แต่ก็ยังมีความสำคัญ และจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นในยุคที่ทุกธุรกิจต่างก็มุ่งมั่นที่จะมีเส้นทางดิจิทัลของตัวเอง ซึ่งในปีนี้ AIS Business ก็จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องร่วมกับพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยี นำเทคโนโลยีดิจิทัลและออกแบบโซลูชันต่างๆ มาให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีคลาวด์ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ต่างๆ บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ บริการ IoT และโซลูชัน ICT อื่นๆ

เป้าหมายคือการให้บริการแบบ End-to-End อย่างมีประสิทธิภาพ

มุมมองของธุรกิจต่อเทคโนโลยีนั้นเปลี่ยนไปแล้วจากอดีต เดิมนั้นธุรกิจมักนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อการทำงานเฉพาะส่วนหรือในบางโปรเจค ในปัจจุบันสิ่งที่ธุรกิจจำนวนมากต้องการคือการสร้างองค์กรที่ทำงานผ่านระบบดิจิทัลที่สามารถต่อยอดนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้งานเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ AIS Business เชื่อว่าการให้บริการครบวงจรที่ลูกค้าสามารถเข้ามาเลือกเทคโนโลยีและเห็นถึงโอกาสในการใช้เทคโนโลยีร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆในที่เดียวนั้นจะสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าได้ดีที่สุด

 โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ AIS Business เปิดให้บริการในปัจจุบันนั้นแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • AIS 5G – มีบริการและโซลูชันพร้อมสำหรับการใช้งานในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริการ Private Network, Network Slicing, Multi-access Edge Computing, Fixed Wireless Access และโซลูชันที่ถูกออกแบบมาสำหรับอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
  • AIS Business Network – บริการเครือข่ายข้อมูลและอินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจ ซึ่งผสานรวมเทคโนโลยี 5G/4G/3G เครือข่ายที่รองรับเทคโนโลยี IoT และ อินเทอร์เน็ตสำหรับองค์กร, เครือข่าย Fibre รวมถึงบริการต่อยอดอย่าง SD-WAN
  • AIS IoT – บริการอย่างครบวงจรตั้งแต่ระบบเครือข่าย แพลตฟอร์มบริหารเครือข่าย IoT อุปกรณ์และเซ็นเซอร์ ไปจนถึงโซลูชัน IoT พร้อมใช้งาน
  • AIS Business Cloud – บริการคลาวด์ครบวงจรเพื่อการใช้งานธุรกิจ ตอบโจทย์การใช้งาน Cloud ตามความต้องการของลูกค้า อาทิ เครือข่ายสำหรับ Cloud, Data Center ใน 9 พื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ, บริการ IaaS, PaaS, SaaS รวมถึงบริการ Hybrid Cloud  และบริการ Managed Service ด้วยโซลูชันที่ผสานเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากพาร์ทเนอร์ระดับโลก 

  • AIS Cyber Secure – บริการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งการรักษาความปลอดภัยในระบบโครงสร้าง IT บริการดูแลความปลอดภัยแบบ Manged Service บริการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความปลอดภัย และบริการเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกฎหมายและกฎเกณฑ์ (Compliance)

นอกจากนี้ AIS Business ยังมีเปิดให้บริการด้าน ICT ในด้านอื่นๆ เช่น การชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล การตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งพร้อมให้ธุรกิจได้เลือกไปใช้งานกันเพิ่มเติม

จากที่กล่าวไป จะเห็นได้ว่าบริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มดิจิทัลของ AIS Business นั้นครบครัน เรียกได้ว่าองค์กรอาจสร้างระบบดิจิทัลได้ทั้งระบบผ่านการใช้บริการกับ AIS Business เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ AIS Business เชื่อมั่นอยู่เสมอคือการมอบความสามารถทางดิจิทัลที่ยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ ทุกบริการของ AIS Business จึงสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ หรือระบบที่ธุรกิจมีอยู่แล้วได้เป็นอย่างดี และหากมีข้อจำกัดหรือความต้องการที่ซับซ้อน ทีมงานก็สามารถทำงานร่วมกับธุรกิจเพื่อพัฒนาโซลูชันและหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจได้ 

จุดหนึ่งที่น่าสนใจของบริการจาก AIS Business คือการให้บริการด้านเครือข่าย 5G และ IoT ที่ AIS Business มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำงานสูง เนื่องจากเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ทำงานใกล้ชิดกับเครือข่ายทั้ง 5G และอินเทอร์เน็ต ซึ่งในส่วนนี้นับเป็นจุดแข็งที่ไม่พบบ่อยนักในผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลรายอื่น

AIS Business พร้อมตอบโจทย์ดิจิทัลทุกรูปแบบของธุรกิจ

ความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าและการแข่งขันทางธุรกิจในโลกที่หมุนเร็วเช่นในปัจจุบันนั้นส่งผลให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากกว่าเดิม แต่แน่นอนว่าความต้องการทางเทคโนโลยีของธุรกิจนั้นย่อมแตกต่างกันออกไปในแต่ละธุรกิจ บางองค์กรอาจต้องการโครงสร้างใหม่สำหรับระบบใช้งานอยู่แล้ว บางองค์กรอาจต้องการรื้อถอนระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ บางองค์กรต้องการเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อให้ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น และบางองค์กรอาจต้องการใช้งานโซลูชันโดยไม่ต้องกังวลถึงการดูแลระบบเลย ความต้องการเหล่านี้ต้องจับคู่กับเทคโนโลยีในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป และเพื่อให้บริการธุรกิจไทยในทุกรูปแบบ ในปี 2022 นี้ AIS Business ก็ยังคงมุ่งมั่นขยับขยายการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้หลากหลายและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลจะมีบทบาทเป็นอย่างมากต่อการเติบโตของธุรกิจไทยในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการทำ Digital Transformation ภายในองค์กรไปจนถึงการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและแข่งขันในระดับสากล โครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มที่ AIS Business มีให้บริการจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการและสร้างความยืดหยุ่นให้ธุรกิจสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น 

สำหรับ AIS Business เป้าหมายของพวกเขาคือการก้าวสู่การเป็นองค์กร Cognitive Telco ที่จะช่วยผลักดันและส่งเสริม Digital Transformation ให้กับธุรกิจไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพให้พร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราได้เห็นกันแล้วว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญเพียงใดในช่วงของความผันผวนไม่แน่นอนที่ผ่านมา

หากผู้อ่านท่านใดสนใจพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีโซลูชันจาก AIS Business สามารถติดต่อเข้าไปทางทีมงาน AIS Business ได้ทันที


AIS Business พาร์ทเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-strategy-enhancing-digital-infrastructure-platform/

AIS เดินหน้าทำตลาดวัยรุ่น สร้างผู้ใช้ใหม่ระยะยาว เปิดตัวแพ็คเกจราคานักเรียน Student Price

แนวทางการทำตลาดผู้ให้บริการมือถือทั้ง AIS, dtac และ Truemove H ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น เห็นได้จากพรีเซนเตอร์ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ กิจกรรมและคอนเทนต์ต่างๆ ที่ทำออกมาเน้นตอบสนองคนกลุ่มนี้เป็นหลัก แม้ว่าการใช้จ่ายต่อคนต่อเลขหมายจะยังไม่สูง แต่นี่คือกลุ่มผู้ใช้งานในอนาคต ที่คาดกันว่าจะเป็น Heavy User

ais

ZEED 5G Postpaid ราคาพิเศษสำหรับนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดจะลงทุนทำตลาดกับกลุ่มตลาดวัยรุ่นมากขึ้น เป็นการทำตลาดเน้นเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน ล่าสุดกับการออกแพ็คเกจ AIS ZEED 5G Postpaid สำหรับนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น โดยมีอัตราค่าบริการพิเศษ หรือเรียกว่า ราคานักเรียน Student Price และมีเงื่อนไขว่าอายุต้องอยู่ระหว่าง 17-24 ปี (คือสามารถจดทะเบียน Postpaid ได้)

ais

สำหรับค่าค่าบริการมี 3 แพ็คเกจ 499 ลดเหลือ 249 บาท ใช้ 5G ได้ 10GB, 799 ลดเหลือ 349 บาท ใช้ 5G ได้ 20GB และ 899 ลดเหลือ 449 บาท ใช้ 5G ได้ 40GB เรียกว่าลดราคาไปมากกว่า 50% เจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเป็นหลัก

“กลุ่มนักศึกษาอาจจะมีอัตราการใช้จ่ายต่อคนต่อเลขหมาย (ARPU) ต่ำกว่าตลาดรวม แต่ดูจากพฤติกรรมแล้ว มีการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นผู้ใช้งานที่สำคัญในอนาคต”

อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ซึ่งยังไม่สามารถจดทะเบียน​ ZEED 5G Postpaid ได้ AIS ได้เปิดตัว ZEED 5G Prepaid-DIY เรียกว่าเจาะกลุ่มเด็กมัธยมเป็นหลัก เน้นพฤติกรรมการใช้งานคือ เน้นเรื่องการเรียน, โซเชียล และความบันเทิง และสามารถเลือกความพิเศษได้ เช่น ดู​ YouTube ฟรี, ฟัง Joox ฟรี, เล่น LINE ฟรี, ซื้อ VIU Premium ในราคาพิเศษ หรือ โทรฟรี 5 เบอร์ในเครือข่าย เป็นต้น

ais

นอกจากนี้ยังมี GOMO 5G ซิมออนไลน์ ราคาเริ่มต้น 99 บาท/ปี ซึ่งอาจเป็นซิมที่ 2 สำหรับคนที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต 5G เป็นหลักเลยก็ได้ ซึ่งสามารถสมัครผ่านออนไลน์ได้เลย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันผู้ใช้ 1 คน มีซิม 1.6-1.7 ซิม เท่ากับว่า 1 คนมีมากกว่า 1 ซิม เชื่อว่า GOMO 5G จะทำตลาดได้ในส่วนนี้

ปรัธนา บอกว่า แพ็คเกจใหม่นี้ออกมาต้อนรับเปิดเทอมพอดี ทั้งมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งขนาดของตลาดผู้ใช้บริการกลุ่มวัยรุ่น อายุระหว่าง 13-24 มีประมาณ 15 ล้านราย โดย AIS มีส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้ประมาณ 35-40% ถือว่าเป็นเป็นผู้นำตลาดในบางพื้นที่ แต่เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งตลาดรวม AIS มีประมาณ 46% หรือ 44.6 ล้านราย เท่ากับว่ายังมีช่องว่างในการทำตลาดเพิ่มได้อีก

ais

ด้วยข้อจำกัดของการใช้จ่าย ทำให้การทำตลาดกลุ่มนี้อาจจะเน้นราคามาก่อน แต่สุดท้ายด้วยพฤติกรรมการใช้งาน เช่น เล่นเกม, ดูวิดีโอ, ดูหนังหรือเรียนออนไลน์ สุดท้ายแล้วคุณภาพกับประสบการณ์จะมาเป็นหลักอยู่ดี ดังนั้นการที่ AIS มีเครือข่าย 5G ครอบคลุม 78% ของประชากร และคาดว่าจะเป็น 85% ของประชากรในปีนี้ จะตอบการใช้งานได้อย่างดี

AIS เชื่อว่า นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคต ถ้าสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ ต่อไปจะเป็นกลุ่มที่ใช้บริการด้วยกันไปอีกนาน ไม่เปลี่ยนย้ายค่ายง่ายๆ ถ้ามีของที่ชอบ ตรงความต้องการ ผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นก็จะอยู่กับ AIS ต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post AIS เดินหน้าทำตลาดวัยรุ่น สร้างผู้ใช้ใหม่ระยะยาว เปิดตัวแพ็คเกจราคานักเรียน Student Price first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ais-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/

AIS เดินหน้าทำตลาดวัยรุ่น สร้างผู้ใช้ใหม่ระยะยาว เปิดตัวแพ็คเกจราคานักเรียน Student Price

แนวทางการทำตลาดผู้ให้บริการมือถือทั้ง AIS, dtac และ Truemove H ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น เห็นได้จากพรีเซนเตอร์ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ กิจกรรมและคอนเทนต์ต่างๆ ที่ทำออกมาเน้นตอบสนองคนกลุ่มนี้เป็นหลัก แม้ว่าการใช้จ่ายต่อคนต่อเลขหมายจะยังไม่สูง แต่นี่คือกลุ่มผู้ใช้งานในอนาคต ที่คาดกันว่าจะเป็น Heavy User

ais

ZEED 5G Postpaid ราคาพิเศษสำหรับนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดจะลงทุนทำตลาดกับกลุ่มตลาดวัยรุ่นมากขึ้น เป็นการทำตลาดเน้นเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน ล่าสุดกับการออกแพ็คเกจ AIS ZEED 5G Postpaid สำหรับนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น โดยมีอัตราค่าบริการพิเศษ หรือเรียกว่า ราคานักเรียน Student Price และมีเงื่อนไขว่าอายุต้องอยู่ระหว่าง 17-24 ปี (คือสามารถจดทะเบียน Postpaid ได้)

ais

สำหรับค่าค่าบริการมี 3 แพ็คเกจ 499 ลดเหลือ 249 บาท ใช้ 5G ได้ 10GB, 799 ลดเหลือ 349 บาท ใช้ 5G ได้ 20GB และ 899 ลดเหลือ 449 บาท ใช้ 5G ได้ 40GB เรียกว่าลดราคาไปมากกว่า 50% เจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเป็นหลัก

“กลุ่มนักศึกษาอาจจะมีอัตราการใช้จ่ายต่อคนต่อเลขหมาย (ARPU) ต่ำกว่าตลาดรวม แต่ดูจากพฤติกรรมแล้ว มีการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นผู้ใช้งานที่สำคัญในอนาคต”

อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ซึ่งยังไม่สามารถจดทะเบียน​ ZEED 5G Postpaid ได้ AIS ได้เปิดตัว ZEED 5G Prepaid-DIY เรียกว่าเจาะกลุ่มเด็กมัธยมเป็นหลัก เน้นพฤติกรรมการใช้งานคือ เน้นเรื่องการเรียน, โซเชียล และความบันเทิง และสามารถเลือกความพิเศษได้ เช่น ดู​ YouTube ฟรี, ฟัง Joox ฟรี, เล่น LINE ฟรี, ซื้อ VIU Premium ในราคาพิเศษ หรือ โทรฟรี 5 เบอร์ในเครือข่าย เป็นต้น

ais

นอกจากนี้ยังมี GOMO 5G ซิมออนไลน์ ราคาเริ่มต้น 99 บาท/ปี ซึ่งอาจเป็นซิมที่ 2 สำหรับคนที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต 5G เป็นหลักเลยก็ได้ ซึ่งสามารถสมัครผ่านออนไลน์ได้เลย ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันผู้ใช้ 1 คน มีซิม 1.6-1.7 ซิม เท่ากับว่า 1 คนมีมากกว่า 1 ซิม เชื่อว่า GOMO 5G จะทำตลาดได้ในส่วนนี้

ปรัธนา บอกว่า แพ็คเกจใหม่นี้ออกมาต้อนรับเปิดเทอมพอดี ทั้งมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งขนาดของตลาดผู้ใช้บริการกลุ่มวัยรุ่น อายุระหว่าง 13-24 มีประมาณ 15 ล้านราย โดย AIS มีส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้ประมาณ 35-40% ถือว่าเป็นเป็นผู้นำตลาดในบางพื้นที่ แต่เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งตลาดรวม AIS มีประมาณ 46% หรือ 44.6 ล้านราย เท่ากับว่ายังมีช่องว่างในการทำตลาดเพิ่มได้อีก

ais

ด้วยข้อจำกัดของการใช้จ่าย ทำให้การทำตลาดกลุ่มนี้อาจจะเน้นราคามาก่อน แต่สุดท้ายด้วยพฤติกรรมการใช้งาน เช่น เล่นเกม, ดูวิดีโอ, ดูหนังหรือเรียนออนไลน์ สุดท้ายแล้วคุณภาพกับประสบการณ์จะมาเป็นหลักอยู่ดี ดังนั้นการที่ AIS มีเครือข่าย 5G ครอบคลุม 78% ของประชากร และคาดว่าจะเป็น 85% ของประชากรในปีนี้ จะตอบการใช้งานได้อย่างดี

AIS เชื่อว่า นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคต ถ้าสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ ต่อไปจะเป็นกลุ่มที่ใช้บริการด้วยกันไปอีกนาน ไม่เปลี่ยนย้ายค่ายง่ายๆ ถ้ามีของที่ชอบ ตรงความต้องการ ผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นก็จะอยู่กับ AIS ต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post AIS เดินหน้าทำตลาดวัยรุ่น สร้างผู้ใช้ใหม่ระยะยาว เปิดตัวแพ็คเกจราคานักเรียน Student Price first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ais-student-price/

เจาะกลยุทธ์ AIS Business : ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2022 ไปกับ Intelligence Network

หากพูดถึงภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ คงไม่เกินจริงไปนักถ้าจะกล่าวว่ามีความท้าทายเกิดขึ้นมากมาย และยังไม่มีใครรู้ได้ว่าอนาคตที่น่าหวาดหวั่นจะจบลงอย่างไร แต่ที่แน่ๆสิ่งที่องค์กรเข้าใจดีแล้วในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาก็คือการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลให้สามารถแข่งขันได้ผ่านออนไลน์ หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

หนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบดิจิทัลก็คือ ‘การเชื่อมต่อ’ ที่ต้องมีประสิทธิภาพและสเถียรภาพโดย 1 ใน 5 กลยุทธ์ของ AIS Business ที่สอดคล้องกับการฝ่าวิกฤติให้ธุรกิจไทยได้ก้าวต่อไปก็คือเรื่อง Intelligence Network ที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างยืดหยุ่นและชาญฉลาดกว่าเดิม วันนี้ทีมงาน TechTalkThai ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกกลยุทธ์นี้กันครับ

6 บริการสำคัญของ Intelligence Network จาก AIS Business

 1.) Corporate Internet

เมื่อพูดถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกคนคงนึกถึงการติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเดินสายเคเบิ้ลเข้ามาที่องค์กรเป็นอันดับแรก ซึ่งก็คือ Corporate Internet นั่นเอง เพียงแต่ว่าในมุมมองระดับองค์กรลิงก์นี้จะได้รับเงื่อนไขพิเศษ การันตีความเป็นส่วนตัว มีการติดตามประสิทธิภาพ พร้อมได้รับเลขหมายไอพีเฉพาะขององค์กร แม้ฟังดูธรรมดาแต่เชื่อหรือไม่ว่ามีความท้าทายซ่อนอยู่ไม่น้อย เช่น ประเด็นของสัมปทานเส้นทางการเดินสายเข้าอาคารและพื้นที่ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทีมงาน AIS ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วด้วยจำนวนลูกค้าองค์กรมากมาย หรือประเด็นของการดูแลหลังการขายที่ AIS มีการปรับปรุงคุณภาพเสมอมา เพราะทีมงานเข้าใจดีว่าหากเกิดเหตุลิงก์เสียองค์กรจะมีผลกระทบมากเพียงใด 

2.) 5G Fixed Wireless Access (FWA)

5G เป็นการเปิดประตูสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยคุณสมบัติที่มีความเร็วสูงหลายสิบเท่าเทียบกับ 4G รองรับอุปกรณ์ได้มากขึ้นทำให้การทำงานกับระบบ IoT เป็นไปได้ รวมถึงยังมีความหน่วงต่ำตอบโจทย์แอปพลิเคชันต่างๆ เมื่อประกอบกับการใช้ใน 3 ย่านความถี่ (Low Band, Mid Band และ High Band) 5G จึงสามารถใช้ในพื้นที่ได้หลากหลายขนาด ด้วยเหตุนี้เองแนวทางการใช้งาน 5G เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเชื่อมต่อขององค์กรจึงเป็นไปได้ ภายใต้โซลูชัน 5G Fixed Wireless Access

5G Fixed Wireless Access ทำให้องค์กรมีทางเลือกใช้ช่องทางไร้สายทดแทนหรือใช้ควบคู่กับโซลูชันเดินสายก็ได้ ประโยชน์ประการแรกคือองค์กรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่ในอาคารที่มีข้อจำกัดก็สามารถอาศัย 5G แทน ประการที่สอง ใช้เป็นทางเลือกสำรองกรณีที่มีการเดินสายอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงการพึ่งพาลิงก์ที่มีโอกาสชำรุดได้ ประการที่สามใช้ในองค์กรที่ต้องการความคล่องตัวหรือมีการเคลื่อนย้ายบ่อยเพียงแค่มีอุปกรณ์รับสัญญานเริ่มต้นได้ทันที ซึ่งในมุมของ AIS Business เองยังมีแพ็กเกจย่อยที่องค์กรสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการได้เช่น 5G FWA Broadband, 5G FWA Corporate Internet และ 5G FWA MPLS เป็นต้น

3.) Bandwidth on Demand (BoD)

การคิดค่าบริการของการเชื่อมต่อนั้นเดิมทีมักถูกจำกัดด้วยขนาดของแบนวิดธ์ แต่บ่อยครั้งที่องค์กรเองอาจจะมีความต้องการเพิ่มขนาดชั่วคราว เช่น มีการออกแคมเปญใหม่ทำให้ช่วงนั้นมีอัตราการใช้งานสูง จำเป็นต้องมีการขยายท่อเชื่อมต่อ แต่มักทำได้ยากไม่ทันความต้องการ ซึ่ง AIS เองได้เล็งเห็นถึงข้อจำกัดนี้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของ Bandwidth on Demand ที่เป็นการเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถร้องขอเพิ่มขนาดของแบนวิดธ์ได้โดยง่ายด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ แถมเลือกได้ในช่วงเวลาที่ต้องการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

 4.) Software Defined WAN (SD-WAN)

SD-WAN เป็นโซลูชันสำคัญที่จะช่วยบูรณาการการเชื่อมต่อทุกช่องทางให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยรองรับได้ทั้ง 4G/5G, MPLS, Corporate Internet และ Broadband ทำให้องค์กรสามารถทำ QoS ให้กับการให้บริการได้เช่น แอปพลิเคชันสตรีมมิงให้ใช้ช่องทาง A และอีเมลใช้ช่องทาง B เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า SD-WAN เป็นสามารถเข้าใจทราฟฟิคได้ในระดับแอปพลิเคชัน 

นอกจากการบริหารจัดการลิงก์แล้ว SD-WAN ยังทำให้การส่งทราฟฟิคข้ามผ่าน WAN มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยอัลกอริทึมพิเศษ รวมไปถึงการให้ความสามารถเรื่อง Security ที่ทำให้การเดินทางของทราฟฟิคเป็นไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทางแม้ท่านจะต้องใช้งานลิงก์ร่วมกับผู้อื่น

 โดย SD-WAN นี้เหมาะสมกับองค์กรที่มีสาขาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการทำงานก็ง่ายเนื่องจากโดยหลักการของ Software-defined เป็นการแยกหน้าที่ระหว่าง Control Plane และ Data Plane ออกจากกันโดยตัวอุปกรณ์ทำหน้าเป็นเพียงฟังก์ชันที่จัดการข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ความชาญฉลาดจะอยู่ส่วนกลาง ด้วยเหตุนี้หากท่านมีสาขาที่อยู่ห่างไกลไร้ผู้เชี่ยวชาญเพียงแค่หาคนติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับช่องทางอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอแล้วที่จะเริ่มต้นไปกับโซลูชันนี้ 

5.) Domestic / International Data Circuit

จำนวนโหนดการเชื่อมต่อคือสิ่งหนึ่งบ่งบอกศักยภาพในการให้บริการของ ISP ได้ ในมุมของ AIS ที่มีประสบการณ์เป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของประเทศไทย จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อของลูกค้าทุกรายได้อย่างมั่นใจ ไม่เพียงเท่านั้น AIS ยังมีลิงก์ออกสู่ภายนอกประเทศอีกหลายจุดไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักรฯ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สิงค์โปร์ ฮ่องกง หรือกล่าวได้ว่ามีช่องทางการเชื่อมต่อได้หลายทางลดความเสี่ยงพร้อมเลือกเส้นทางที่เหมาะสม ดังนั้นไม่ว่าองค์กรจะมีความต้องการเชื่อมต่อภายในหรือนอกประเทศ AIS ก็พร้อมให้ความมั่นใจกับท่านได้ทั้งสิ้น

6.) Cloud Express Connect

ปัจจุบันแทบทุกองค์กรต้องมีการใช้บริการคลาวด์อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น IaaS, PaaS หรือ SaaS (Office 365, Gmail, Salesforce และอื่นๆ) แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าบริการส่วนใหญ่นี้อยู่นอกประเทศไทย ซึ่งหลายองค์กรกังวลในเรื่องประสิทธิภาพการใช้ ด้วยเหตุนี้เองหนึ่งในโซลูชันที่ผู้ให้บริการรายใหญ่ทำคือเปิดให้สร้างท่อตรงระหว่างผู้ให้บริการในประเทศต่างๆสู่ดาต้าเซนเตอร์ของตน โดย AIS Business เองก็มีความร่วมมือในโครงการของ Azure Express Route ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้บริการคลาวด์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือถ้าองค์กรต้องการเชื่อมต่อกับ Google Cloud หรือ AWS ก็ทำได้เช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น AIS Business ยังมีผู้เชี่ยวชาญกับผู้ให้บริการคลาวด์รายหลักทั้ง AWS และ Microsoft Azure ที่พร้อมให้คำปรึกษาในการวางแผนและดำเนินงานให้โครงการของท่านเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนี้ AIS Business เองยังมีบริการ Cloud Enterprise ที่เป็นบริการคลาวด์ในประเทศให้ผู้สนใจเข้ามาใช้งานกันได้ ซึ่งท่านจะได้เห็นในหัวข้อต่อไปในแกนของ Digital Infrastructure

บทส่งท้าย

องค์ประกอบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถทำงานร่วมกันโดยสรุปได้ก็คือองค์กรมีทางเลือกทั้ง Wire และ Wireless ด้วย Corporate Internet และ 5G Fixed Wireless Network ซึ่งสามารถใช้ควบคู่กันการรันตีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยภายใต้โซลูชัน SD-WAN รวมถึงตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นได้ภายใต้แพ็กเกจ Bandwidth on Demand 

เมื่อทราฟฟิคขององค์กรเข้าสู่โครงข่ายของ AIS แล้ว โครงข่าย Data Circuit ที่มีอยู่ทั่วไทยและลิงก์สู่ทั่วโลกก็พร้อมที่จะพาทราฟฟิคเหล่านั้นไปยังจุดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากองค์กรต้องการใช้งานผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ท่านก็จะได้รับบริการเหนือระดับอีกขึ้นด้วย Cloud Express Connect ด้วยเหตุนี้เองจึงการันตีได้ว่าทุกการเชื่อมต่อของท่านนั้นจะไปถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง 

ความพร้อมของ AIS Business ที่ต้องการเป็นพาร์ทเนอร์เพื่อพาธุรกิจไทยฝ่าวิกฤตินี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืนแต่ผ่านการบ่มเพาะเรียนรู้ความต้องการของลูกค้ามานับ 10 ปี จนกลายเป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่แข็งแกร่งตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น ครอบคลุม ประกอบกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอทำให้โครงข่ายของ AIS มีความชาญฉลาดรู้จักและรับทราบปัญหาของลูกค้าได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น AIS Business จึงขออาสาพาท่านฝ่าฟันภาวะวิกฤตินี้ไปด้วยกันครับ

AIS Business พาร์ตเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-2022-intelligence-network-062022/

AIS 5G – เฟรชแอร์ เฟสติวัล เตรียมยิงสดศึกแดงเดือด แมนยูฯ ปะทะ ลิเวอร์พลู แบบเอ็กซ์คลูซีพที่เดียวในไทย บน AIS PLAY

หลังจาก AIS ประกาศขอบคุณลูกค้าในโอกาสดำเนินธุรกิจครบรอบ 32 ปี โดยหนึ่งในของขวัญชิ้นสำคัญ คือ การนำเอาคอนเทนต์ระดับโลกอย่างศึกแดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ที่จัดขึ้นในไทยมาให้ลูกค้า AIS ได้รับชมแบบจัดหนัก เต็มทุกอรรรส ครบในทุกช่องทาง

ด้วยการจับมือกับ บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดศึกแดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ในไทย “THE MATCH Bangkok Century Cup 2022” ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 รายเดียวในไทย ชมฟรีผ่านทาง AIS PLAY ในทุกช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ และกล่อง AIS PLAYBOX 

เต็มอิ่มไปกับเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดแบบ 360 องศา ผ่านทาง AIS 5G Play VR เสมือนกับได้นั่งชมแบบติดขอบสนามจริง มากไปกว่านั้นยังได้ผนึกกำลังกับโรงภาพยนตร์เอส เอฟ ให้ลูกค้าสามารถตีตั๋วเข้าเชียร์การแข่งขันในโรงภาพยนตร์กันแบบจัดเต็ม และที่พิเศษไปกว่านั้นลูกค้า AIS เตรียมลุ้นรับตั๋วเข้าชมเกมการแข่งขันจริง ด้วยที่นั่งที่ที่สุดสำหรับลูกค้า ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยจะเปิดลงทะเบียนและจับฉลากผู้โชคดีผ่านทางแอป myAIS

AIS

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาการทำธุรกิจของ AIS ที่เรายังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำมาอย่างต่อเนื่อง เหตุผลสำคัญนอกเหนือจากการมุ่งพัฒนาโครงข่าย Digital จากเทคโนโลยี 5G เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนไทยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าผ่านสิทธิพิเศษที่ดีที่สุดในทุกไลฟ์สไตล์

เช่นเดียวกับในครั้งนี้ที่เราได้ส่งมอบความพิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้นกับศึกแดงเดือดระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ที่กำลังเกิดขึ้นในรายการ THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ด้วยการจับมือกับ บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ผู้จัดการแข่งขันเตรียมร่วมกันถ่ายทอดสดผ่านทาง AIS PLAY แบบเอ็กคลูซีฟช่องทางเดียวในประเทศไทย พิเศษไปกว่านั้นเรายังนำเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดแบบ 360 องศา มาให้ลูกค้าได้รับชมผ่านทาง AIS 5G Play VR  เสมือนได้นั่งชมติดขอบสนามอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์นี้มาก่อน

นอกเหนือจากการรับชมผ่านทางหน้าจอบน AIS PLAY แล้ว เรายังเพิ่มความพิเศษให้ลูกค้าสามารถรับชมการแข่งขันผ่านจอโรงภาพยนตร์ด้วยระบบภาพและเสียงให้แฟนบอลได้รับชมและเชียร์กันแบบจัดเต็ม ผ่านความร่วมมือกับ เอส เอฟ ที่ลูกค้า AIS สามารถซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันได้ในโรงภาพยนตร์เอสเอฟทั่วประเทศ

มากไปกว่านั้นวันนี้ AIS ยังเตรียมบัตรเข้าชมการแข่งขันจำนวน 145 ใบ มูลค่าที่นั่งละ 20,000 บาท มาให้ลูกค้าทั้ง AIS 5G, AIS Fibre และ AIS Gomo ได้ร่วมลุ้นความสนุกผ่านทางแอป myAIS เพื่อมอบเป็นของขวัญตอบแทนความไว้วางใจที่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลการสื่อสารและดิจิทัลไลฟ์สไตล์ 

เรียกได้ว่าศึกแดงเดือดนัดประวัติศาสตร์นี้ ลูกค้า AIS จะได้รับแบบจัดหนักจัดเต็มครบทุกช่องทาง ทั้งการรับชมแบบออนไลน์ถ่ายทอดสด การรับชมแบบเสียงคมชัดในโรงหนังและการรับชมแบบติดขอบสนาม ถือเป็นอีกหนึ่งของขวัญชิ้นสำคัญที่สะท้อนความตั้งใจของเราที่อยากให้ทุกคนอยู่กับ AIS ที่ดีสุด”

นายวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด กล่าวว่า “อย่างที่เคยกล่าวไว้ การแข่งขันศึกแดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ในไทยนี้ถือเป็นครั้งแรกในเอเชีย นอกจากการจัดการแข่งขันในสนามราชมัลคลากีฬาสถานที่ต้องพร้อมในทุกด้าน เรายังได้ร่วมมือกับทาง AIS ถ่ายทอดสดการแข่งขันครั้งนี้ให้กับคนไทยได้รับชมพร้อมกัน

เราเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและความพร้อมในด้านโครงข่ายที่มีคุณภาพครอบคลุมทั่วประเทศจะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีนี้ให้กับคนไทยได้รับชมศึกแดงเดือดได้อย่างมีความสุข มากไปกว่านั้นการถ่ายทอดการแข่งขันนี้ยังตอกย้ำอีกว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในระดับเอเชียที่มีความพร้อมครบทุกมิติในการเป็นเจ้าบ้านต้อนรับในทุกอีเว้นท์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ในอนาคต”

นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอส เอฟ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการทำงานร่วมกับ AIS ที่จะส่งมอบแมตช์ประวัติศาสตร์แดงเดือดในไทยครั้งนี้ให้แฟนๆ ได้รับชม เสมือนเชียร์อยู่ในสนามจริงๆ ถือเป็นการถ่ายทอดสดฟุตบอลในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเป็นครั้งแรกของไทย ผ่านระบบเสียงสมบูรณ์แบบ บนจอยักษ์ภาพคมชัด ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ เท่านั้น

ซึ่งเราได้เตรียมความพร้อมรองรับแฟนบอลของทั้ง 2 ทีม และรับรองได้ว่าแฟนบอลทุกคนในโรงภาพยนตร์จะได้รับชมอย่างสนุกไปพร้อมๆกับแฟนบอลในสนามอย่างแน่นอน โดยลูกค้า AIS สามารถซื้อบัตรเข้ารับชมแมตช์แห่งประวัติศาสตร์ THE MATCH BANGKOK CENTURY CUP 2022 LIVE VIEWING AT SF CINEMA ได้เร็วๆ นี้”

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/ais-5g-fresh-air-festival-prepares-to-shoot-live-red-hot-battle/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ais-5g-fresh-air-festival-prepares-to-shoot-live-red-hot-battle