คลังเก็บป้ายกำกับ: AIS

AIS ACADEMY ชวนคนไทยร่วม Jump Thailand ก้าวข้ามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล

ภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจท่ามกลางความท้าทายของสิ่งแวดล้อม  พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา การมาถึงของดิจิทัลเทคโนโลยีที่แทรกซึมอยู่ในทุกช่วงการใช้ชีวิตของผู้คน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ที่ทุกคน ทุกภาคส่วนต่างต้องปรับตัวรับมือให้ได้ 

ais academy

AIS จึงขอเดินหน้าอยู่เคียงข้างสังคมไทย กับการต่อยอดโครงการ AIS ACADEMY for Thais ต่อเนื่อง หลังจากจัดมาแล้วต่อเนื่อง 5 ครั้ง ในงานสัมมนาออนไลน์ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทย JUMP THAILAND” ที่จะมาชวนคนไทยร่วมกระโดดก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ด้วยองค์ความรู้ทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อนำพาประเทศไทยเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และกลุ่มอินทัช อธิบายว่า เป็นอีกครั้งที่ AIS ในฐานะผู้นำของธุรกิจด้านดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อคนไทยจะลุกขึ้นมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายเช่นนี้ อย่างที่เราเคยเน้นย้ำว่าโลกที่หมุนเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติทำให้การวิ่งอย่างเดียวอาจจะไม่ทัน เราต้องกระโดดเพื่อหาโอกาส กระโดดเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ๆ และกระโดดเพื่อก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้

จากความสำเร็จของ AIS ACADEMY ที่เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายจะเป็นการสร้างการเติบโตได้อย่างยืน โครงการ “AIS Academy for Thais ภารกิจคิดเผื่อ เพื่อคนไทยในครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังของภาคเอกชน และภาครัฐที่มีความแข็งแกร่ง ในการพาคนไทยมาร่วมกระโดด หรือ JUMP THAILAND สู่การสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างเท่าทันด้วยเทคโนโลยีและพร้อมรับกับกระแส Digital Disruption

ais academy

ais academy

ais academy

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post AIS ACADEMY ชวนคนไทยร่วม Jump Thailand ก้าวข้ามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ais-academy-jump-thailand-2021/

Pet Tracker อุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง ระบุตำแหน่งด้วย GPS แบบ Real-time ราคาพิเศษสำหรับลูกค้า AIS

ใครที่มีสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมว หากว่าเราปล่อยเค้าให้วิ่งเล่นนอกบ้านได้แบบอิสระ บางทีก็จะเกิดอาการไม่อยากกลับบ้าน แอบไปวิ่งเล่นถึงไหน ๆ ก็ไม่รู้ กว่าจะกลับมาให้เห็นหน้าไอ้เราก็เป็นห่วงแทบแย่ (บางทีไปเล่นน้ำเล่นโคลนจนเละกลับมาอีก…) แต่ปัญหานี้จะหมดไปด้วยอุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง Pet Tracker ที่สามารถระบุตำแหน่งของเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายได้แบบ Real-time จากมือถือ แถมยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายให้ได้ใช้กัน โดยลูกค้า AIS สามารถซื้อมาใช้ได้ในราคาพิเศษเพียง 2,490 บาท เท่านั้น 

Pet Tracker เป็นอุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง ที่มีระบบ GPS ในตัวสำหรับใช้ระบุตำแหน่งของสัตว์เลี้ยงได้แบบ Real-time จากหน้าจอมือถือของเราเอง (ผ่านแอป AIS Family Connect) โดยมันสามารถระบุตำแหน่งได้ทั้งในบ้าน / อาคาร หรือนอกบ้านก็ได้ และยังครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างเพราะมันต้องใส่ micro SIM เพื่อใช้คู่กับระบบ GPS นั่นเอง

Pet Tracker ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ สำหรับสอดส่องดูแลสัตว์เลี้ยงของเราได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกประวัติเส้นทาง เอาไว้มาเรียกดูได้ว่าแต่ละวันไปซนที่ไหนมาบ้าง, สร้างอาณาเขตเสมือน (Geofence) บนแผนที่เพื่อแจ้งเตือนมาที่มือถือหากสัตว์เลี้ยงของเราวิ่งออกนอกเขตดังกล่าว, ส่งเสียงและแสงออกมาจากตัวอุปกรณ์เพื่อหาสัตว์เลี้ยงในอาคาร นอกจากนี้ Pet Tracker ยังเปลี่ยนไปใช้กับปลอกคออื่น ๆ ได้ตามใจ แถมยังมีน้ำหนักเบา ๆ แค่ 35 กรัมเท่านั้นเอง

มีไฟ LED เอาไว้หาตัวในที่มืด

Pet Tracker จะต้องใช้งานคู่กับแอป AIS Family Connect ที่มีให้ใช้ทั้งบนระบบ Android และ iOS โดยแบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มจะใช้งานได้สูงสุด 96 ชั่วโมง และจะมีการแจ้งเตือนได้ด้วยหากแบตเตอรี่ใกล้หมด

อุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง Pet Tracker มีราคาเต็มอยู่ที่ 3,490 บาท แต่สำหรับลูกค้า AIS ที่เปิดเบอร์ใหม่ แพ็กเกจรายเดือน เน็ต 1GB ราคา 99 บาท/เดือน (สัญญา 12 เดือน) จะได้รับสิทธิ์ซื้อในราคาพิเศษเหลือ 2,490 บาท 

ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่น่าสนใจเลยล่ะ สำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงตัวป่วนชอบวิ่งไปเล่นแล้วหายไปนาน ๆ เรียกก็ไม่ยอมกลับ หรืออยู่ในบ้านแต่ชอบไปแอบมุดอยู่ตรงซอกไหนต่อไหน ถ้าได้เอา Pet Tracker ไปคล้องคอ รับรองว่าอยู่ตรงไหนก็หาเจอแน่นอนจ้า

 

ที่มา : AIS

from:https://droidsans.com/ais-pet-tracker/

AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now [11 พ.ย. 2021 @ 9.30น. – 16.00น.]

พลาดไม่ได้สำหรับธุรกิจองค์กรไทย กับการอัปเดตเทคโนโลยี 5G สำหรับภาคธุรกิจและภาครัฐที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในงาน AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now วันที่ 11 พฤศจิกายน 2021 เวลา 9.30น. – 16.00น. ที่จะพาทุกท่านไปเปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจจากการมาของ 5G ที่สามารถประยุกต์ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างหลากหลาย

เตรียมธุรกิจของคุณให้พร้อมกับสนามแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีบนโครงข่าย 5G ที่จะทำให้ทุกนวัตกรรมถูกส่งไปถึงมือของผู้ใช้งานและบนทุกอุปกรณ์ได้แล้วในงาน Virtual Event ครั้งนี้!

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ดังนี้

AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now

วันที่: 11 พฤศจิกายน 2021
เวลา: 9.30น. – 16.00น.
รายละเอียดของงาน: https://www.zipeventapp.com/e/5G-for-Business-is-Now?ref=TTT
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://www.zipeventapp.com/Event/Register/32A565DE-C656-4225-AABF-41BBC548D27E

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการบุกเบิกเทคโนโลยีทางด้าน 5G ที่รวดเร็วไม่แพ้ชาติอื่นๆ ในโลก และจุดนี้เองที่ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต่อยอดจากการมาของ 5G นี้ให้ได้รวดเร็วยิ่งกว่าใคร เพื่อขึ้นเป็นผู้นำในแต่ละหมวดหมู่อุตสาหกรรม และสามารถแข่งขันกับธุรกิจนานาชาติได้อย่างเข้มแข็ง

ด้วยเหตุนี้ ทีมงาน AIS Business ที่มีความพร้อมในการผลักดันสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้าน 5G ไปพร้อมกับธุรกิจองค์กรไทย จึงได้จัดงาน AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now ครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อให้เหล่าผู้นำของธุรกิจในอุตสาหกรรมที่หลากหลายซึ่งเป็นพันธมิตรกับ AIS ได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ของการนำ 5G ไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตนเอง ซึ่งล้วนเป็นกรณีที่เกิดขึ้นจริงหรือกำลังมีการคิดค้นวิจัยและพัฒนาอยู่ในประเทศไทย รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลจากธุรกิจระดับโลกที่ใช้ 5G นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่าง 5G และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับธุรกิจองค์กรไทย

กำหนดการ

ในงาน Virtual Event นี้ ทุกท่านจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี 5G กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้บริหารองค์กรชั้นนำมากมายกว่า 25 ท่าน จากพันธมิตร 21 องค์กรกลุ่มธุรกิจ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ในประเด็นที่หลากหลายดังต่อไปนี้

9.30น. – 12.00น. Keynote

  • 5G for Business อัปเดตแนวโน้มและภาพรวมของการใช้งาน 5G ในภาคธุรกิจทั่วโลกและในประเทศไทย
  • Thailand and APAC 5G Readiness สรุปแนวโน้มในปัจจุบันและอนาคตของการใช้งาน 5G ในประเทศไทยและในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • AIS B2B 5G Platforms & Solutions รับชมโซลูชันจาก AIS Business ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจองค์กรและภาครัฐสามารถเริ่มต้นใช้งาน 5G รองรับนวัตกรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

13.00น. – 16.00น. Breakout Sessions

Track 1

  • Adaptability to Digital Manufacturing Transformation ร่วมเรียนรู้ถึงวิสัยทัศน์ใหม่ที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย ในการนำนวัตกรรมการผลิตแบบดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจโรงงานและการผลิต ที่กำลังเกิดขึ้นจริงแล้วใน EEC
  • 5G Infrastructure for Industry 4.0 ทำความรู้จักกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของ 5G ที่จำเป็นต่อการใช้งานในภาคธุรกิจ, แนวคิด Cloud-to-Edge, การสร้าง 5G Smart Factory ด้วย MEC และแนวคิดของการผลิตอย่างยั่งยืนที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยมี 5G เป็นหัวใจสำคัญ

Track 2

  • Future Robotics and Automation for Thailand Industry 4.0 สรุปภาพของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จะต้องมีการใช้หุ่นยนต์และการทำงานแบบอัตโนมัติอัจฉริยะโดยมี 5G เป็นระบบโครงข่ายพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการทำงานในโลกแห่งความเป็นจริงและการประมวลผลในโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน
  • 5G for Smart Manufacturing เปลี่ยนการผลิตให้เป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงาน, การสร้างโรงงานอัจฉริยะที่ควบคุมการผลิตได้จากระยะไกล, การดูแลรักษาและบริหารจัดการโรงงานแบบดิจิทัล ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานแบบอัจฉริยะ

Track 3

  • Exploring the Future of 5G/IoT in Digitalizing Enterprises เจาะลึกกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมในยุค 5G ด้วยการนำ Internet of Things เข้ามาใช้ในภาคธุรกิจองค์กร สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นด้วยการผสมผสานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าด้วยกัน
  • 5G IoT & Security กรณีศึกษาของการใช้งาน IoT ร่วมกับ 5G ที่เกิดขึ้นจริง, แนวคิด Digital Twin บนระบบ IoT, การสร้างความปลอดภัยให้กับพนักงานด้วย IoT, การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแห่งอนาคตในโลกยุค 5G และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบ IoT และเครื่องจักรต่างๆ ที่เชื่อมต่อเครือข่าย 5G

มาร่วมอัปเดตภาพปัจจุบันของการใช้งาน 5G ในธุรกิจไทย และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นบน 5G ได้ในงาน AIS Business Virtual Event: 5G for BUSINESS is Now ครั้งนี้

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีที่ https://www.zipeventapp.com/Event/Register/32A565DE-C656-4225-AABF-41BBC548D27E

from:https://www.techtalkthai.com/ais-business-virtual-event-5g-for-business-is-now/

AIS เปิดบริการ VoNR การสื่อสารด้วยเสียงคุณภาพสูงระดับ 5G ให้ผู้ใช้งาน Galaxy S21 Series ครั้งแรกในไทย

AIS เปิดให้บริการ Voice over 5G New Radio (VoNR) หรือเทคโนโลยีการโทรผ่าน 5G SA บนสมาร์ทโฟนเรือธงของ Samsung อย่าง Galaxy S21, S21+ และ S21 Ultra ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วยเสียงที่มีคุณภาพสูง หรือพูดง่าย ๆ คือการสนทนาโทรศัพท์จะชัดเจนและใสขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

จุดเด่นที่ทำให้บริการ Voice over 5G New Radio หรือ VoNR เหนือกว่าบริการการโทรอื่น ๆ ก็คือ เทคโนโลยีนี้จะทำให้เวลาเรียกเข้ารับสายเร็วกว่าเดิม รวมถึงปรับปรุงคุณภาพเสียงและภาพ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานการโทรเข้า – ออกของเจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy S21, S21+ และ S21 Ultra ดีขึ้นกว่าบริการการโทรแบบปกติทั่วไป

คาดว่าในอนาคต ทาง AIS น่าจะมีการอัปเดต เปิดให้โทรศัพท์มือถือรุ่นอื่น ๆ ได้ใช้บริการ VoNR กันอย่างถ้วนหน้า แบบเดียวกับเจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy S21 Series เป็นแน่

 

ที่มา: อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/ais-enable-vonr-on-samsung-galaxy-s21-series/

CloudJump webinar: Manage Modernize and Secure your Data with Veeam & AWS [26 ต.ค. 2021 – 13.30น.]

AIS Business ร่วมกับ AWS และ Veeam ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนา CloudJump webinar ในหัวข้อ Manage Modernize and Secure your Data with Veeam & AWS ในวันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 13:30 – 15:00 น.

โดยในงานนี้ ท่านจะได้รู้จักกับ Solution จาก Veeam และ AWS ที่จะช่วยให้ท่านสามารถทำการสำรองข้อมูลต่างๆที่อยู่ภายใต้ Hybrid Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล และยังสามารถทำการย้ายข้อมูลได้อย่างยืนหยุ่นและปลอดภัย

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

วันที่ 26 ตุลาคม 2021
เวลา 13.30น. – 15.00น.
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://app.livestorm.co/ais/cloudjump-webinar-manage-modernize-and-secure-your-data-with-veeam-and-aws?type=detailed 

พบกับเนื้อหาดังต่อไปนี้ในงาน Webinar ครั้งนี้

Modern Data Protection

Solution จาก Veeam ที่จะช่วยจัดการข้อมูลต่างๆที่อยู่ภายใต้ Hybrid Cloud ให้สามารถทำการโยกย้ายได้อย่างอิสระ ในการทำ Cloud Data Management ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องมือจัดการข้อมูลองค์กร ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปกป้องข้อมูล และการกู้คืนข้อมูลได้ในระดับที่ธุรกิจองค์กรต้องการด้วย

Transform your data to Cloud with AWS

บริการพื้นที่เพื่อจัดเก็บ และปกป้องข้อมูลบน Cloud ไม่ว่าปริมาณเท่าใด รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ใช้งานได้ง่าย มีบริการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด การกำกับดูแล และ รองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนด จาก AWS

Data Backup as a Service with AIS

บริการ จาก AIS สำหรับจัดเก็บข้อมูล cloud ของลูกค้าที่ใช้งานอยู่แบบ On premise หรือ Enterprise cloud ไปไว้ที่ AWS -S3 ผ่านซอฟต์แวร์ Veeam license และบริการ backup managed service ที่จะคอย monitor จากทำงานให้ลูกค้า

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ครั้งนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://app.livestorm.co/ais/cloudjump-webinar-manage-modernize-and-secure-your-data-with-veeam-and-aws?type=detailed

from:https://www.techtalkthai.com/cloudjump-webinar-manage-modernize-and-secure-your-data-with-veeam-and-aws-by-ais-business/

AIS เริ่มเปิดใช้ VoNR โทรเสียงบนเครือข่าย 5G SA รายแรกในไทย, มือถือที่รองรับคือ S21

เครือข่ายยุคก่อนอย่าง 3G ใช้วิธีแยกช่องสัญญาณเสียงและข้อมูลจากกัน แต่พอยุค 4G เป็นต้นมา เทคโนโลยีเครือข่ายเปลี่ยนมาส่งสัญญาณแบบข้อมูลทั้งหมด ทำให้เราเห็นการโทรด้วยเสียงบนเครือข่าย 4G อย่าง VoLTE (Voice over LTE) แบบที่คุ้นเคยกัน

พอมาเป็นยุค 5G ก็มีเทคโนโลยีลักษณะเดียวกัน กรณีของเครือข่าย 5G ยังแบ่งย่อยเป็น 5G แบบ Non-Standalone (NSA) ที่อิงอยู่บนอุปกรณ์และวิธีส่งสัญญาณของ 4G เดิมบางส่วน และ 5G แบบ Standalone (SA) ที่ใช้อุปกรณ์ของใหม่แยกจาก 4G เลย

ล่าสุด AIS ประกาศเปิดใช้ระบบโทรเสียงแบบ Voice over 5G New Radio (VoNR) ที่ส่งผ่านช่องทาง 5G SA เป็นรายแรกของไทยแล้ว อุปกรณ์ที่รองรับในตอนนี้ยังมีเฉพาะ Galaxy S21 Ultra, S21+ และ S21 เพราะต้องให้เฟิร์มแวร์ฝั่งมือถือรองรับด้วย ข้อดีของ VoNR คือเวลาเรียกเข้ารับสายเร็วกว่าเดิม และปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดีขึ้นด้วย

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ AIS

No Description

from:https://www.blognone.com/node/125221

ชมภาพบรรยากาศรับเครื่อง iPhone 13 จาก AIS ใช้ทั้งโดรนและหุ่นยนต์สุนัขส่งมอบเครื่องให้ลูกค้า

ฟวันนี้หลาย ๆ คนน่าจะได้รับเครื่อง iPhone 13 กันเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงมีอยู่ การดำเนินการจึงต้องเป็นไปอย่างรัดกุมตามมาตรการสาธารณสุข เว้นระยะห่าง ลดเสี่ยง เลี่ยงสัมผัส โดยทาง AIS มีการเล่นใหญ่ จัดเต็มทั้งโดรนและหุ่นยนต์สุนัขมาช่วยในการส่งมอบเครื่อง ถือเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับความปกติรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรู้สึกเอกซ์คลูซีฟและความประทับใจให้แก่ลูกค้าอีกด้วย


จุดยืนยันตัวตนของผู้เดินทางมารับเครื่อง iPhone 13 ผ่านไดรฟ์ทรู


หุ่นยนต์สุนัข K9 พระเอกของงานนี้


เดินมาส่งเครื่อง iPhone 13 แบบหล่อ ๆ กันถึงหน้าประตูรถ


สะดวก ปลอดภัย ลดเสี่ยง เลี่ยงสัมผัส

การส่งมอบ iPhone 13 ของ AIS ให้กับลูกค้าที่พรีออร์เดอร์ มีด้วยกัน 4 รูปแบบ ดังนี้

  • รับเครื่องผ่านโดรนจัดส่งถึงบ้านหากอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด
  • รับเครื่องด้วยตนเองแบบไดรฟ์ทรู (drive-thru) ที่ Stadium One ผ่านหุ่นยนต์สุนัขที่เดินมาส่งเครื่องให้ถึงหน้าประตูรถ
  • รับเครื่องด้วยตนเองที่ AIS Shop, AIS Telewiz ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ
  • บริการจัดส่งถึงบ้านโดย Kerry Express


ทางฝั่งการจัดส่ง iPhone 13 ด้วยโดรนสร้างสีสันได้ไม่เบา


บินไปส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านเลย

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่จอง iPhone 13 ล่วงหน้าไม่ทันก็ไม่ต้องเสียใจไปนะครับ เพราะตอนนี้ AIS เปิดให้สั่งซื้อตามปกติได้แล้ว ซึ่งจะมีสิทธิพิเศษมอบให้ทั้งลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม และลูกค้า เซเรเนดทุกระดับ ในราคาเริ่มต้นเบา ๆ แค่ 5,900 บาทเท่านั้นเอง โดยทาง DroidSans ได้รวบรวมรายละเอียดของโปรโมชันแบบครบ ๆ จบ ๆ ในที่เดียวเอาไว้ให้ดูกันง่าย ๆ แล้วจากในลิงก์ด้านล่างเลยครับ

 

ดูเพิ่มเติม : AIS

from:https://droidsans.com/ais-iphone-13-drone-k9-robot/

AIS x Microsoft เปิดตัว Microsoft Teams Phone ยกระดับสื่อสารองค์กรไร้ขีดจำกัดเพื่อการทำงานยุคใหม่แบบ Hybrid Work

ในยุคที่วิถีการทำงานเปลี่ยนไปสู่ Work from Home (WFH) หรือ Hybrid Work โดยพนักงานไม่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันกันมากขึ้น การสื่อสารภายในและภายนอกองค์กรนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายด้วยข้อจำกัดเรื่องระบบโทรศัพท์แบบเดิม ๆ คำถามที่ตามมาคือ จะทำอย่างไรให้พนักงานในองค์กรสามารถติดต่อสื่อสารกันได้แม้ไม่ได้ทำงานอยู่ในออฟฟิศเดียวกัน?

AIS Business พันธมิตรหลักของ Microsoft จึงได้นำเสนอโซลูชันที่ช่วยทุกองค์กรก้าวข้ามข้อจำกัดนั้นด้วยบริการระบบ Microsoft Teams Phone เทคโนโลยีการจัดการระบบโทรศัพท์รูปแบบใหม่ที่ไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงการสื่อสารในองค์กร แต่ยังช่วยขยายขีดจำกัดการสื่อสารออกไปนอกองค์กรได้ ตอกย้ำความเป็น Unified Communication Tools เพื่อการทำงานยุคใหม่อย่างราบรื่นไร้รอยต่อ 

ระบบ Microsoft Teams Phone ทำงานอย่างไรและ AIS Business มีบริการครบวงจรที่ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้าองค์กรอย่างไรนั้น ไปร่วมค้นหาคำตอบได้ในบทความนี้

รู้จักกับ Microsoft Teams Direct Routing

หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับการใช้งานโปรแกรม Microsoft Teams ใน Microsoft 365 เพื่อการติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านแชตหรือการประชุม Videoconference ผ่านเดสก์ท็อปหรืออุปกรณ์โมบายล์ต่าง ๆ ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการพลิกโฉมรูปแบบการสื่อสารต่างจากเดิมที่ใช้เพียงโทรศัพท์ธรรมดาโดยสิ้นเชิง

ทว่าการใช้งาน Microsoft Teams Phone นั้นมีข้อจำกัดตรงที่สามารถใช้โทรศัพท์สื่อสารได้เฉพาะภายในองค์กรเท่านั้น ไม่ว่าจะใช้ Microsoft 365 E1, E3 หรือ E5 ก็ไม่สามารถโทรออกไปยังนอกองค์กรได้

ดังนั้น Direct Routing for Microsoft Teams จึงเข้ามาตอบโจทย์ในส่วนนี้เพื่อทำงานร่วมกับ Microsoft Teams Phone ได้อย่างไร้รอยต่อ พ่วงความสามารถในการโทรติดต่อสื่อสารกับภายนอกองค์กร ทั้งรับสายและโทรออกได้ผ่าน Microsoft Teams เพียงแอปพลิเคชันเดียว โดยสามารถใช้งาน Teams เป็นระบบโทรศัพท์หลักขององค์กรได้เลย พร้อมบริการแสดงเบอร์โทรศัพท์ประจำที่ (Fixed Line) จาก AIS ด้วย

คุณสมบัติต่าง ๆ ของ Microsoft Teams Phone นั้นก็ครอบคลุมการใช้งานเพื่อการสื่อสารอย่างครบครัน ดังนี้

  • ฟีเจอร์การโทรแบบพื้นฐาน (Basic calling) ได้แก่ โทรเข้า/ออก, DID numbers, Device switching, Distinctive ringing
  • Advanced call routing ได้แก่ Do-not-disturb, Delegation, Call forwarding
  • Call Queues และ Auto Attendants
  • ฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ ได้แก่ Transfer calls, Caller ID, Call history

Microsoft Teams Phone สามารถใช้งานได้บนหลากหลายชนิดอุปกรณ์ ทั้งเดสก์ท็อปและอุปกรณ์เคลื่อนที่ รองรับระบบ Windows, macOS, iOS และ Android อีกทั้งยังสามารถใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้อีกด้วย จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารร่วมกันแม้พนักงานจะใช้งานอุปกรณ์ต่างประเภทก็ตาม

ในแง่ของการใช้งานจริง ผู้ดูแลระบบก็สามารถตรวจสอบข้อมูล Bandwidth ของอินเทอร์เน็ตบน Dashboard ได้ เพื่อรองรับการใช้งาน Microsoft Teams และดูภาพรวมการใช้งานของทั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาการใช้งาน รายละเอียดเบอร์โทรศัพท์คู่สาย รวมไปถึงคุณภาพเสียงของการสนทนาด้วย

บทบาทของ SBC กับ Direct Routing เพื่อการสื่อสารไร้รอยต่อ

เมื่อ Unified Communication (UC) เป็นทางออกของการสื่อสารสำหรับทุกองค์กรเพื่อปรับใช้เข้ากับวิถีการทำงานแบบ WFH และ Hybrid Work ที่มีการสื่อสารในรูปแบบเสียงและวิดีโอทั้งในและนอกองค์กร สิ่งสำคัญที่สุดที่องค์กรพึงคำนึงถึงเมื่อเลือกใช้ Direct Routing คือ ความปลอดภัย ความฉลาด และความง่ายต่อการดำเนินการที่สุด 

SBC (Session Border Controller) จึงเข้ามาตอบโจทย์ในส่วนนี้เพื่อการเชื่อมต่ออย่างราบรื่นระหว่าง Microsoft Teams กับระบบโทรศัพท์ขององค์กรด้วยคุณสมบัติทั้ง 4 ประการ ได้แก่

  1. ความปลอดภัย: SBC สามารถปกป้องการโจมตีมายังระบบโทรศัพท์ อาทิ Denial-of-service, Toll fraud อันเป็นภัยคุกคามหลักสำหรับระบบ UC
  2. ความสามารถในการเชื่อมต่อได้กับทุกระบบ: SBC ทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนชุดข้อมูลในการเชื่อมต่อที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อทุกระบบเข้าด้วยกัน และยังสามารถแปลงข้อมูลเสียงระหว่างหลายมาตรฐาน ลดการใช้งานการรับส่งข้อมูล Bandwidth พร้อมรองรับคุณภาพเสียงแบบ HD ด้วย
  3. ความยืดหยุ่นกับเหตุไม่คาดฝัน: SBC ช่วยให้ระบบโทรศัพท์ UC ยังคงสามารถทำงานได้ในกรณีที่เกิดปัญหากับระบบ Network (WAN survivability) ทำให้การสื่อสารไม่ถูกตัดขาด
  4. ความสามารถในการควบคุมการใช้งานระบบ Voice ขององค์กร

ดังนั้น SBC จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อระหว่าง Microsoft Teams กับ AIS ผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งในการให้บริการนี้ AIS ได้ใช้ SBC จาก Ribbon Communications แบรนด์ SBC ชั้นนำและได้รับการรับรองเป็น Microsoft Certified SBC ด้วย

Teams Direct Routing กับ 2 ทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ทุกองค์กร

สำหรับธุรกิจองค์กรที่สนใจผนวกการใช้งาน Teams Direct Routing เข้ากับระบบโทรศัพท์ขององค์กรนั้น ก็สามารถพิจารณาเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการ โดยมีรูปแบบการติดตั้งใช้งาน 2 แบบ ดังนี้

  1. On-Premises Direct Routing

การติดตั้งรูปแบบ On-premises Direct Routing เป็นการติดตั้ง Microsoft Teams Phone System ในที่ทำการของบริษัทเอง เหมาะสำหรับการเชื่อมโยงกับอุปกรณ์เดิมขององค์กรที่เป็นลักษณะตู้สาขาแบบ Analog โดยติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ SBC เพื่อเสริมความสามารถของตู้สาขาเดิมให้ทำงานร่วมกับ Microsoft Teams ได้ และเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ AIS ทำให้กลายเป็นระบบเดียวกันได้ทันที

การติดตั้งรูปแบบนี้นับว่าช่วยลดข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำงาน ต่อยอดการทำงานนอกองค์กรมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องทำ Call Forwarding ในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวเพราะเป็นการลงทุนครั้งเดียวกับฮาร์ดแวร์ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่ป้องกัน DOS, Toll-fraud, ภัยคุกคามโจมตีในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง WAN Outage หรือเหตุอินเทอร์เน็ตขัดข้องจากระบบไฟหรืออุทกภัย ผู้ใช้งานจึงวางใจได้เรื่องความมั่นคงปลอดภัย

  1. AIS Cloud-based Direct Routing

การติดตั้งรูปแบบ AIS Provided Direct Routing เป็นบริการรายเดือนจาก AIS Business ที่นำคลาวด์มาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ SBC ในการเชื่อมโยงเบอร์โทรศัพท์สายนอกกับ Microsoft Teams Phone System ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใด ๆ เพิ่มเติมที่หน้างาน 

นับว่าการติดตั้งรูปแบบนี้เป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับองค์กรยุคใหม่ ตอบโจทย์เรื่องความง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องยุ่งยากกับการติดตั้งและดูแลฮาร์ดแวร์ สามารถใช้งาน Microsoft Teams Phone System เพื่อโทรเข้า/ออกกับเบอร์โทรศัพท์ของ AIS ได้โดยตรง ไม่ต้องมี FQDN หรือ Fix-IP เพราะการเชื่อมต่อทุกขั้นตอนผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ทั้งหมด

สื่อสารราบรื่นกับอุปกรณ์ที่รองรับ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การทำงานยุคใหม่แบบ Hybrid Work ต้องพึ่งพาระบบสื่อสารทางไกลเป็นสำคัญ การทำงานข้ามอุปกรณ์ก็กลายเป็นวิถีการทำงานรูปแบบใหม่ไปด้วย ซึ่งจุดเด่นของ Microsoft Teams คือ สามารถใช้งานได้บนหลายชนิดอุปกรณ์ เสริมการทำงานได้อย่างราบรื่น

แต่หากต้องการระบบสื่อสารเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็ควรใช้อุปกรณ์สื่อสารที่มีคุณภาพ ผ่านการรับรองจาก Microsoft และใช้งานร่วมกับ Microsoft Teams Phone System ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งอุปกรณ์จากแบรนด์ Yealink ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างของ Microsoft Certified Devices ที่มีผลิตภัณฑ์ครบทุกหมวดเพื่อการสื่อสารสำหรับองค์กร ตั้งแต่อุปกรณ์ Headset, Speakerphone ไปจนถึงอุปกรณ์เพื่อห้องประชุมแห่งอนาคตอย่าง Teams Rooms ด้วย

ตอบรับการสื่อสารองค์กรไร้ขีดจำกัดด้วยบริการครบวงจรจาก AIS Business

การที่ธุรกิจต่าง ๆ จะสามารถติดต่อสื่อสารอย่างราบรื่นกันได้ทั้งในและนอกองค์กรโดยปราศจากข้อจำกัดเรื่องสถานที่ทำงานนั้น ย่อมต้องอาศัยระบบเครือข่ายที่เสถียร ซอฟต์แวร์ที่เชื่อถือได้ และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น Licensing สำหรับ Microsoft Teams Phone, อุปกรณ์ SBC ที่ได้มาตรฐานสำหรับการทำ Direct Routing for Microsoft Teams, แพลตฟอร์มคลาวด์ที่พร้อมรองรับทุกปริมาณการใช้งาน ตลอดจนอุปกรณ์สื่อสารระดับองค์กรที่ผ่านการรับรองจากทาง Microsoft เอง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Microsoft Teams Phone ที่จะช่วยขจัด Pain Point ของการทำงานรูปแบบ WFH หรือ Hybrid Work ได้อย่างแน่นอน

ด้วยบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐาน บริการคลาวด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย AIS Business ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีสำหรับการทำธุรกิจ จึงมีความพร้อมที่จะให้บริการแก่ทุกองค์กรที่สนใจบริการ Microsoft Teams Phone

หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการที่พร้อมจัดสรรดำเนินการติดตั้งระบบ Microsoft Teams Phone ให้องค์กรของคุณตั้งแต่ก้าวแรก ต้องยอมรับว่า AIS Business ควรค่าแก่การได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวกลางในการประสานงานทุกอย่าง ตั้งแต่การให้คำปรึกษาแนะนำต่าง ๆ ไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานได้ทันที ด้านผู้รับบริการเองก็ไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับการติดต่อกับผู้ค้าหรือหน่วยงานแยกรายแม้แต่ในกรณีที่เกิดปัญหาในการใช้งาน เพราะ AIS Business พร้อมเข้ามาให้ความช่วยเหลือแก้ไขในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถวางใจได้เรื่องการให้บริการดูแลหลังการขายอย่างใกล้ชิด

สำหรับแพ็กเกจที่ทาง AIS Business ให้บริการนั้น สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับความต้องการตามจำนวนผู้ใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละองค์กร (ขั้นต่ำ 10 หมายเลข) โดยประกอบด้วยหมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ (Fixed line) และค่าโทร (Voice call) จาก AIS, บริการ Direct Routing และ License ของ Microsoft Teams Phone System (สำหรับลูกค้า Microsoft 365 E5 ไม่ต้องชำระ License เพิ่ม) รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับ Microsoft Teams Phone เพิ่มเติมได้อีกด้วย

ลูกค้าองค์กรที่สนใจใช้ระบบ Microsoft Teams Phone กับองค์กรของตน พร้อมรับบริการคำแนะนำสำหรับองค์กรยุคใหม่จาก AIS Business สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลองค์กรของท่าน หรืออีเมล business@ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-x-microsoft-teams-phone-for-hybrid-work/

ลูกค้า AIS รับสิทธิ์ฟัง Apple Music ฟรี 6 เดือน ทั้งเติมเงิน รายเดือน

ลูกค้า AIS ทั้งเติมเงิน หรือรายเดือนรับสิทธิ์ฟัง Apple […] More

from:https://www.iphonemod.net/ais-apple-music-free-6-month-promotion.html

ดูแลและเฝ้าระวังระบบ Data Center อย่างมืออาชีพ ด้วยบริการ DC Managed Services & DC Monitoring Service จาก CSL

ในยุคดิจิทัล ปริมาณการใช้งาน Data Center ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง Gartner คาดการณ์ว่า ในปี 2021 นี้ การลงทุนด้าน Data Center Infrastructure ทั่วโลกจะโตอีก 6.2% แตะ 6.2 ล้านล้านบาท เพื่อตอบรับกับการขยายตัวของการใช้งาน Data Center นี้ CSL จึงเปิดให้บริการ DC Managed Services และ DC Monitoring Service สำหรับดูแลและเฝ้าระวังระบบ Data Center ของลูกค้า ด้วยทีมงานมืออาชีพและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดจาก CSL และชไนเดอร์ อีเล็คทริค (ไทยแลนด์)

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่หมัดด้วยบริการ Managed Services

การศึกษาล่าสุดพบว่า ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) เริ่มใช้บริการ Managed Services เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายไอที ที่ง่ายกว่าเดิม การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน รวมไปถึงการลดความเสี่ยงที่ตนเองต้องรับมือเอง ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ก็มีการวางกลยุทธ์เพื่อใช้บริการ Managed Services ทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากผลกระทบของ COVID-19 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอที ลงได้ถึง 25 – 45% และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ 45 – 65%

บริการ DC Managed Services และ DC Monitoring Service ของ CSL จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับธุรกิจทุกระดับที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน Data Center และลดภาระของฝ่ายไอที ให้ไปดูแลงานอื่นๆ ที่สำคัญสำหรับธุรกิจขององค์กรแทน โดยบริการดังกล่าวประกอบด้วย

  • DC Managed Services
  • DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT)

DC Managed Services – ดูแลระบบ Data Center ด้วยทีมวิศวกรเฉพาะทาง

CSL ให้บริการ Data Center ทั้งหมด 8 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศทั้งในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และเขตพื้นที่เศรษฐกิจหลักในหลายๆ ภูมิภาค เช่น สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลา รวมความจุทั้งหมดมากกว่า 5,000 Racks ทั้งยังผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากลมากมาย อาทิ ISO/IEC 27001, ISO 22301, ISO/IEC 20000-1, ISO 50001, CSA STAR เป็นต้น

DC Managed Services เป็นบริการสำหรับดูแลเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ ของลูกค้าที่ติดตั้งอยู่ใน Data Center ของ CSL ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะการทำงาน การแจ้งเตือนเมื่อพบเหตุผิดปกติ รวมไปถึง การเป็นผู้ช่วยทางไกลสำหรับปฏิบัติงานประจำวันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การเชื่อมต่อ KVM, สายเคเบิล, รีบูตอุปกรณ์ หรือเปลี่ยนเทปสำหรับสำรองข้อมูล เป็นต้น เพื่อให้ระบบทุกอย่างภายใน Data Center ของลูกค้าสามารถทำได้งานได้อย่างถูกต้องและราบรื่น โดยทีมวิศวกรเฉพาะทางจาก CSL ที่มีประสบการณ์ในการให้บริการ Data Center ตามมาตรฐานสากลมานานกว่า 15 ปี ทำงานเสมือนเป็นผู้ช่วยฝ่ายไอที ของลูกค้าแบบ 24×7

ทำไมถึงควรเลือกใช้บริการ DC Managed Services จาก CSL

  • แก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำ Data Center
  • ดูแลเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ อย่างใกล้ชิดแบบ 24×7
  • ระบบ Data Center และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานสากล
  • Data Center ที่มีความเสถียร มั่นคงปลอดภัย ตามมาตรฐาน ISO 22301 และ ISO/IEC 27001
  • ลดเวลาในการเข้ามาดูแลเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเอง สามารถติดต่อทีม CSL ให้ช่วยจัดการได้จากทุกที่ ทุกเวลา

CSL ให้บริการ DC Managed Services แบบรายเดือน แบ่งออกเป็น 3 Packages ตามความต้องการของลูกค้า ดังนี้

1. Smart Hand – บริการผู้ช่วยสำหรับการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเซิร์ฟเวอร์และระบบในห้อง Data Center

* Smart Hand Standard เป็นบริการฟรีที่มาพร้อมกับบริการ Co-location

2. Health Check & Facility Monitoring – บริการตรวจสอบสถานะการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ ในห้อง Data Center พร้อมแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบเหตุผิดปกติ

3. Smart Helper – บริการผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับประสานงานกับผู้ให้บริการหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาดำเนินการในห้อง Data Center

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.csl.co.th/Web/product.aspx?p=84

DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT) – เฝ้าระวังระบบ Data Center ทั้งในองค์กรและที่ฝากไว้กับ CSL ได้จากทุกที่ทุกเวลา

DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT) เป็นบริการติดตาม เฝ้าระวัง และตรวจสอบสถานะการทำงานของเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ที่สนับสนุนระบบ Data Center ผ่านระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เครือข่าย อุปกรณ์สำรองไฟ ระบบปรับอากาศ เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น และอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับโปรโตคอลมาตรฐานอย่าง SNMP, Modbus หรือ Redfish พร้อมแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลหรือโทรศัพท์มือถือเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

บริการ DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT) นี้เป็นการผสานความร่วมมือกัน พร้อมให้บริการเป็นรายแรกในไทย ระหว่าง CSL ผู้ให้บริการ Data Center ชั้นนำของไทยและชไนเดอร์ อีเล็คทริค (ไทยแลนด์) ผู้นำด้านเทคโนโลยี Data Center ระดับโลก  สามารถติดตั้งเพื่อเฝ้าระวังทั้งระบบ Data Center ที่อยู่ในองค์กรของลูกค้า หรือ Data Center ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ CSL ก็ได้ โดยมีทีมวิศวกรเฉพาะทางของ CSL คอยเฝ้าระวังแบบ 24×7 ตลอด 365 วัน รวมไปถึงคอยประเมินศักยภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์เพื่อวิเคราะห์ถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนในการซ่อมบำรุง หรือขยายการใช้งานให้ครอบคลุมกับความต้องการในอนาคต นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำเรื่องการอัปเกรดหรือนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้เพื่อให้ระบบ Data Center มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ทำไมถึงควรเลือกใช้บริการ DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT) จาก CSL

  • มีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบ Data Center แบบเรียลไทม์ รวมไปถึงประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย
  • ติดตามและเฝ้าระวังระบบ Data Center ได้ง่ายด้วยตนเอง ผ่านทางแอปพลิเคชันสมาร์ตโฟนหรือเว็บไซต์
  • แจ้งเตือนความผิดปกติผ่านทางอีเมลและโทรศัพท์มือถือเพื่อการแก้ไขอย่างทันท่วงที
  • ประเมินสมรรถนะการใช้งานของอุปกรณ์ใน Data Center พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการซ่อมบำรุง อัปเกรด หรือขยายการใช้งาน
  • ครอบคลุมการให้บริการเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์สำหรับสนับสนุน Data Center จากหลากหลายแบรนด์

CSL ให้บริการ DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT) แบบรายเดือน แบ่งออกเป็น 3 Packages  หลัก ดังนี้

1. Starter – นำเสนอโซลูชันและติดตั้งระบบ DC Monitoring Service (EcoStruxure™ IT) ที่ Data Center ของลูกค้า โดยลูกค้าเป็นผู้ดูแลระบบทั้งหมดด้วยตนเอง

2. Standard – นำเสนอโซลูชันและติดตั้งระบบ DC Monitoring (EcoStruxure™ IT) ที่ Data Center ของลูกค้าหรือที่ CSL พร้อมบริการการเฝ้าระวังแบบ 24×7 โดยทีมวิศวกรเฉพาะทางจาก CSL

3. Advanced – ต่อยอดจากแบบ Standard โดยเพิ่มการประเมินศักยภาพของระบบ Data Center เพื่อวิเคราะห์ถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนในการซ่อมบำรุง การอัปเกรด หรือการขยายระบบในอนาคต

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.csl.co .th/Web/product.aspx?p=85

ยกการดูแล Data Center มาไว้ที่เรา – CSL

สำหรับลูกค้าที่ฝาก Data Center ไว้กับ CSL สามารถใช้บริการ DC Managed Services เพื่อลดภาระในการเข้ามาดูแลเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเอง โดยทีมวิศวกรเฉพาะทางของ CSL จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทางไกลสำหรับปฏิบัติงานประจำวันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดไปใช้บริการ DC Monitoring Service สำหรับการติดตามและเฝ้าระวังระบบ Data Center เชิงรุก เพื่อให้มั่นใจว่าเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องสามารถทำงานได้เป็นปกติ และสามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้อยที่สุด

องค์กรที่มี Data Center ตั้งอยู่ในสำนักงานของตนเอง สามารถใช้บริการ DC Monitoring Service และให้ทีมวิศวกรเฉพาะทางจาก CSL ช่วยเฝ้าระวังตลอด 24×7 ได้ด้วยเช่นกัน

#####

ด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปีของ CSL พาร์ทเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง IT ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจกับ CSL

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ DC Managed Services & DC Monitoring Service ติดต่อทีมงาน CSL ได้ที่
อีเมล: business@ais.co.th
เว็บไซต์: https://www.csl.co.th/

from:https://www.techtalkthai.com/dc-managed-services-and-dc-monitoring-service-by-csl/