คลังเก็บป้ายกำกับ: AIRLINES

ไม่มีใครอุ้ม? นกสกู๊ตขาดทุนต่อเนื่อง แถมถูกโควิด-19 พ่นพิษหนัก ประกาศเลิกกิจการแล้ว

ก่อนหน้านี้ สายการบินนกสกู๊ตเพิ่งประกาศปรับโครงสร้างสายการบินใหม่ หลังโควิด-19 ระบาดหนัก ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินถ้วนหน้า นกสกู๊ตได้ปรับตัวทั้งลดค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนผู้บริหารและพนักงานแล้ว แต่ในที่สุดก็ถึงแก่เวลาต้องเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท

NokScoot นกสกู๊ต
ภาพจาก Shutterstock

โดยสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) มีมติรับทราบการเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด โดยมีบริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 49.65% ของทุนจดทะเบียน คิดเป็น 1,470 ล้านบาท

เนื่องจากบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เพื่อเสนอต่อที่ประชุมให้พิจารณาอนุมัติการเลิกกิจการและการชำระบัญชีต่อไป

การเลิกกิจการของบริษัทสายการบินนกสกู๊ต จำกัด นั้นไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินของบริษัท สำหรับการดำเนินธุรกิจต่อไปนั้น เส้นทางที่เป็นสิทธิการบินที่บริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด มีอยู่นั้น จะหยุดให้ดำเนินการในเส้นทางบินจีน ได้แก่ นานจิง ชิงเต่า เทียนจิน เฉินหยาง

เส้นทางบินไต้หวัน ได้แก่ ไทเป เส้นทางบินญี่ปุ่น ได้แก่ นาริตะ โอซากา ซัปโปโร และเส้นทางอินเดีย ได้แก่ เดลลี เส้นทางเหล่านี้ไม่ได้กระทบในการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมแต่อย่างใด

บริษัทยังให้บริการในเส้นทางบินในประเทศเป็นหลัก และเส้นทางบินระหว่างประเทศที่มีสิทธิการบินเป็นของตนเองได้แก่ เส้นทางบินพม่า ได้แก่ ย่างกุ้ง เส้นทางบินเวียดนาม ได้แก่ โฮจิมินห์ เส้นทางบินญี่ปุ่น ได้แก่ ฮิโรชิม่า และบริษัทจะแจ้งการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของบริาัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ให้ทราบต่อไป

ที่มา – SET

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nok-scoot-closing-business/

นกสกู๊ตปรับโครงสร้างสายการบินใหม่ หลัง COVID-19 พ่นพิษ ยืนยันไม่ปิดกิจการ

สายการบินนกสกู๊ตประกาศที่จะปรับโครงสร้างสายการบินใหม่ หลังจากวิกฤติ COVID-19 ทำให้สายการบินต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะสามารถผ่านพ้นเวลาช่วงนี้ไปได้ คาดว่าอาจมีการลดจำนวนฝูงบินลง และลดพนักงาน

NokScoot นกสกู๊ต
ภาพจาก Shutterstock

Facebook เพจ Outsider’s Aviation ได้รายงานว่า สายการบินนกสกู๊ต ได้เตรียมที่จะปรับโครงสร้างของสายการบินใหม่ หลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อสายการบิน และโดยเฉพาะเส้นทางบินต่างประเทศที่เป็นธุรกิจหลักของสายการบิน ลูกค้านั้นไม่สามารถเดินทางได้จากมาตรการของประเทศต่างๆ ขณะที่ค่าใช้จ่ายของสายการบินนั้นมีอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดีไม่มีการปิดสายการบินแต่อย่างใด

ทางด้าน Brand Inside ได้รับบันทึกข้อความบางส่วนที่ส่งให้พนักงาน กล่าวถึงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อนกสกู๊ตที่มีเที่ยวบินส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นรายได้หลักของสายการบินราคาประหยัดแห่งนี้ แม้ว่าสายการบินเองจะมีมาตรการในการลดค่าใช้จ่ายเช่น ลดเงินเดือนผู้บริหารและพนักงานแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เพียงพอด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกันความพยายามดิ้นรนของสายการบินเพื่อเอาตัวรอดคือการใช้เครื่องบินของสายการบินขนส่งคาร์โก้สินค้าเพื่อที่จะมีรายได้มาหล่อเลี้ยง แต่รายได้ดังกล่าวก็ยังห่างไกลกับค่าใช้จ่ายของสายการบินที่มีอยู่ในแต่ละเดือน นอกจากนี้จากคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบินนั้นมองว่าต้องใช้เวลา 2-3 ปีที่สายการบินจะกลับมาฟื้นตัวเท่ากับปี 2019

ข้อมูลจาก Filght Radar 24 นั้นปัจจุบันสายการบินมีเครื่องบินประจำการ 7 ลำ ขณะที่บันทึกข้อความของสายการบินได้กล่าวถึงว่าอาจต้องวางแผนจัดการเครื่องบินจำนวน 5 ลำใหม่ คาดว่าอาจมีการใช้เครื่องบินลดลง ซึ่งจะต้องมีการปรับลดพนักงานลงด้วย

อย่างไรก็ดียังไม่มีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ จาก Singapore Airlines ที่เป็นบริษัทแม่ของ Scoot รวมไปถึง
นกแอร์ ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันสายการบินนกสกู๊ต ถือหุ้นโดยนกแอร์ 51% และสายการบิน Scoot 49%

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/nok-scoot-restructure-after-covid-19-pandemic-but-not-closing-business-24-june-2020/

IATA คาดอุตสาหกรรมการบินปีนี้ขาดทุนมากถึง 2.6 ล้านล้านบาท แต่ธุรกิจคาร์โก้ยังโตต่อเนื่อง

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินในปีนี้จะขาดทุนมากถึง 2.6 ล้านล้านบาท  โดยธุรกิจการบินจากเอเชียได้รับผลกระทบมากสุด และหลัง COVID-19 ยังมีความท้าทายอีกมาก

Suvarnabhumi Airport สนามบินสุวรรณภูมิ
ภาพจาก Shutterstock

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ปรับคาดการณ์ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกนั้นรายได้จะหายไปมากถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2019 อยู่ที่ 419,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมมีแนวโน้มจะขาดทุนสูงถึง 84,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการขาดทุนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นผล
กระทบจาก COVID-19

สำหรับทวีปที่ได้รับผลมากที่สุดคือในเอเชีย IATA คาดว่าสายการบินในเอเชียจะขาดทุนรวมกันมากถึง 29,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือยุโรป อเมริกา ตามลำดับ อย่างไรก็ดีในปีนี้ยังมีปัจจัยบวก เช่น ราคาน้ำมันที่ไม่สูงเท่ากับปี 2019 ที่ผ่านมา และส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจคาร์โก้จากปัญหาการขาดแคลนผู้ขนส่งสินค้าในช่วง COVID-19

ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นสายการบินที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เริ่มล้มละลาย เข้าฟื้นฟูกิจการ หรือไม่ก็ต้องได้เม็ดเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ เพราะว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามปกติได้ ส่งผลทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

ในขณะที่ปี 2021 นั้น IATA คาดว่าอุตสาหกรรมการบินจะยังขาดทุนอยู่ราวๆ 15,800 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าในภาพรวม อุตสาหกรรมการบินกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวก็ตาม แต่ IATA ก็ยังมองว่าต่ำกว่าในปี 2019 อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของอุตสาหกรรมที่ต่ำกว่าปี 2019 ถึง 29% อย่างไรก็ดีปี 2021 นี้การขนส่งคาร์โก้สินค้าจะยังเติบโตได้สูงถึง 25% จากปี 2020

IATA ยังมองความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินหลังจากนี้จะประกอบไปด้วย ภาระหนี้ของสายการบินที่สูงมากขึ้น การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ความกังวลจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง ส่งผลต่อกำลังซื้อ รวมไปถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสารหลังจากแต่ละประเทศเริ่มเปิดให้เดินทาง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/iata-forecasts-airlines-industry-loss-84-billion-usd-this-year-but-cargo-surging-growth-10-june-2020/

การบินไทยแจ้งนักลงทุน อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูกิจการนานสุดถึง 7 ปี

การบินไทยได้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาของสายการบินแห่งชาติรายนี้ในด้านต่างๆ โดยการฟื้นฟูกิจการอาจใช้เวลาได้ยาวสูงสุดถึง 7 ปี

Thai Airways การบินไทย
ภาพจาก Shutterstock

การบินไทยได้จัดประชุมแก่ผู้ถือหุ้นรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแผนการฟื้นฟูของการบินไทย ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย C ให้กับหุ้นการบินไทยบนกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ จากสาเหตุการเข้าฟื้นฟูกิจการของบริษัทที่ได้ยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลาง โดยการบินไทยได้แจ้งที่มาและสาเหตุ รวมไปถึงแนวทางการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งการบินไทยอาจต้องใช้เวลาถึง 7 ปีในการเข้าสู่แผนฟื้นฟูนี้

สาเหตุสำคัญที่สายการบินได้แจ้งว่าต้องเข้าฟื้นฟูกิจการ ได้แก่

  1. การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลทำให้การบินไทยขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
  2. สภาพการแข่งขันของสายการบินที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น
  3. ความไม่คล่องตัวในการดำเนินธุรกิจจากสถานะการเป็นรัฐวิสาหกิจ

ขณะที่แนวทางการแก้ไขเพื่อทำให้การบินไทยสามารถพ้นจากเครื่องหมาย C ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้นการบินไทยได้แต่งตั้งผู้มีประสบการณ์เข้ามาแก้ไขปัญหา โดยได้เลือก EY เป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการของบริษัทที่ได้แต่งตั้งขึ้นมาใหม่สำหรับทำแผนฟื้นฟู และแผนที่บริษัทได้ชี้แจงคร่าวๆ ให้กับนักลงทุน เช่น

  1. ปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เพื่อยืดเวลาชำระหนี้ออกไป การลดหนี้ พักชำระหนี้ ฯลฯ
  2. ปรับปรุงเครือข่ายการบินรวมไปถึงฝูงบินของการบินไทย
  3. ปรับปรุงองค์กร รวมไปถึงโครงสร้างองค์กร
  4. ปรับปรุงช่องการขายตั๋วโดยสารของการบินไทย ที่จะเน้นช่องทางขายผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

อย่างไรก็ดีถ้าหากเจ้าหนี้เสนอผู้ทำแผนฟื้นฟูการบินไทยแข่งกับบริษัท ก็อาจทำให้ระยะเวลาที่ศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟูแผนอาจยืดไปได้ถึงช่วงกลางปี 2564 ได้เลยทีเดียว โดยศาลล้มละลายกลางจะมีการนัดไต่สวนรอบแรกในวันที่ 17 สิงหาคมที่จะถึงนี้ หลังจากรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย

ที่มา – การบินไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-airways-rehabilitation-plan-maybe-longer-as-7-years-company-reports/

ลือ! AirAsia อาจขายหุ้นให้กับ SK Group 10% หาลู่ทางระดมทุนเพิ่ม ปลดพนักงานออกบางส่วน

แอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดของมาเลเซีย อาจได้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่จากเกาหลีใต้คือ SK Group หลังมีข่าวลือจากประเทศเกาหลีว่า สายการบินได้ติดต่อให้ลงทุนกับสายการบิน

AirAsia แอร์เอเชีย
ภาพจาก Shutterstock

Korea Herald ได้รายงานว่า SK Group กลุ่มธุรกิจใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ สนใจลงทุนใน AirAsia สายการบินราคาประหยัดของมาเลเซีย ด้วยเม็ดเงิน 78 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท คิดเป็นหุ้น 10% หลังจากที่สายการบินได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ต้องระดมทุนหาเม็ดเงินเพิ่มเติม แม้ว่าสายการบินจะเริ่มกลับมาให้บริการแล้วก็ตาม

เว็บไซต์ข่าวของเกาหลีใต้รายนี้รายงานว่าสายการบินราคาประหยัดรายนี้ได้ติดต่อมาทาง SK Group เพื่อให้ช่วยลงทุนในสายการบิน แลกกับการถือหุ้นของ AirAsia และจะเป็นการลงทุนประเทศอื่นๆ นอกอาเซียนของ SK Group ด้วย ซึ่งปกติแล้ว SK Group มักจะเน้นลงทุนในประเทศเวียดนามเป็นหลัก

ขณะเดียวกันสื่อในประเทศมาเลเซียได้รายงานว่าสายการบินกำลังหาช่องทางในการระดมทุนเพิ่มเติมด้วย เพื่อที่จะมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการมากขึ้น นอกจากนี้สายการบินเองยังเตรียมที่จะปลดพนักงานมากกว่า 250 ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นักบิน รวมไปถึงวิศวกรของสายการบิน

ก่อนหน้านี้ Tony Fernandes ซึ่งเป็น CEO ของสายการบินกล่าวก่อนหน้านี้ว่า “จะไม่มีการปลดคนออกเด็ดขาด” ซึ่งล่าสุดพนักงานของสายการบินได้ปรับลดเงินเดือนตั้งแต่ 15% จนไปถึง 75% ซึ่งถ้าหากตำแหน่งสูงก็จะโดนลดเงินเดือนสูง อย่างไรก็ดีค่าใช้จ่ายของสายการบินที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ต้องใช้มาตรการปลดพนักงานของสายการบินออก

ในช่วงที่ผ่านมาสายการบินหาทางรอดจากวิกฤติ COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับเครื่องบินจาก Airbus เพิ่ม เพื่อลดค่าใช้จ่าย การลดเงินเดือนพนักงานและผู้บริหาร โดยสารการบินได้แจ้งว่าลดค่าใช้จ่ายไปแล้วถึง 30%

ที่มา – The Star, Malay Mail

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/rumours-airasia-maybe-sale-stakes-to-sk-group-10-percent-also-raise-fund-and-lay-offs-too-5-june-2020/

การบินไทยแจ้งขอหยุดพักชำระหนี้หุ้นกู้ทั้งหมด 71,600 ล้านบาท หลังศาลล้มละลายรับแผนฟื้นฟู

การบินไทยได้แจ้งแก่ตลาดหลักทรัพย์ว่าขอพักชำระหนี้หุ้นกู้ทั้งหมดของบริษัทกว่า 71,600 ล้านบาท หลังศาลล้มละลายรับแผนฟื้นฟูของบริษัททำให้บริษัทอยู่ในสภาวะพักการชำระหนี้

Thai Airways การบินไทย
ภาพจาก Shutterstock

บมจ. การบินไทย ได้แจ้งแก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ของการบินไทยได้ส่งหนังสือมายังบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยขอให้บริษัทชำระหนี้หุ้นกู้ทั้งหมด 6 ชุดในทันที ส่งผลทำให้หุ้นกู้ดังกล่าวถึงกำหนดชำระโดยพลัน แต่เนื่องจากการบินไทยเองนั้นกำลังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ จึงมีผลทำให้บริษัทฯ อยู่ในสภาวะพักการชำระหนี้ และจะไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้ดังกล่าวได้

สำหรับหุ้นกู้ของการบินไทยที่ผู้ถือหุ้นกู้เรียกให้ชำระหนี้ทั้งหมด และการบินไทยไม่สามารถชำระหนี้ได้นั้นประกอบไปด้วย

  1. หุ้นกู้ บมจ. การบินไทย ครั้งที่ 2/2562 ชุดที่ 1 มูลค่า 2,035 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2563
  2. หุ้นกู้ บมจ. การบินไทย ครั้งที่ 2/2562 ชุดที่ 2 มูลค่า 634 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2564
  3. หุ้นกู้ บมจ. การบินไทย ครั้งที่ 2/2563 ชุดที่ 3 มูลค่า 2,453 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2566
  4. หุ้นกู้ บมจ. การบินไทย ครั้งที่ 2/2563 ชุดที่ 4 มูลค่า 1,899 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2572
  5. หุ้นกู้ บมจ. การบินไทย ครั้งที่ 2/2562 ชุดที่ 5 มูลค่า 1,767 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2577

การที่การบินไทยไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้ชุดที่เกี่ยวข้องได้นั้น ทำให้อาจเป็นเหตุทำให้การบินไทยอาจผิดนัดภายใต้หุ้นกู้อื่นๆ ที่เหลือด้วย ซึ่งหุ้นกู้ทั้งหมดของการบินไทยมีมูลค่าราวๆ 71,600 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้ทริส เรตติ้งได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของการบินไทยลงมาเหลือ “D” หรือสภาวะผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากศาลล้มละลายกลางได้รับเรื่องคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ขณะเดียวกันการบินไทยเองก็ได้ชี้แจงแก่ลูกค้าของสายการบินว่าสายการบินไม่คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบินได้เช่นกัน

นอกจากนี้การบินไทยยังได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ว่าในวันที่ 8 มิถุนายนที่จะถึงนี้บริษัทเตรียมที่จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นออนไลน์ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับขั้นตอนการแก้ไขปัญหาของบริษัท รวมไปถึงประเด็นเกี่ยวข้องกับการเข้าฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลาย

ที่มา – การบินไทย [1], [2]

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-airways-tell-bond-holders-about-default-after-to-rehabilitation/

ไปไม่รอดอีกราย สายการบิน LATAM ประกาศยื่นล้มละลาย หลังรับผลกระทบจาก COVID-19

สายการบินยักษ์ใหญ่ในละตินอเมริกาอย่าง LATAM ได้ประกาศล้มละลายแล้ว หลังจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แม้ว่าในช่วงก่อนหน้าสายการบินจะมีกำไรติดต่อกันถึง 4 ปีก็ตาม

LATAM Airlines ลาตัม แอร์ไลน์
ภาพจาก Shutterstock

LATAM สายการบินยักษ์ใหญ่ในอเมริกาใต้ ประกาศยื่นล้มละลายแล้ว หลังจากยื่นเรื่องต่อศาลในสหรัฐอเมริกา จากผลกระทบของ COVID-19 ทำให้สายการบินไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามปกติ ส่งผลต่อเนื่องทำให้สายการบินประสบปัญหาทางการเงินทันที ก่อนที่จะยื่นล้มละลาย เพื่อที่จะปรับโครงสร้างหนี้ รวมไปถึงปรับกลยุทธ์ของธุรกิจใหม่หลังจากนี้

LATAM เกิดจากการควบรวมสายการบินของ 2 ประเทศในละตินอเมริกาช่วงปี 2011-12 คือสายการบิน LAN จากประเทศชิลี และ TAM จากประเทศบราซิล หลังจากการควบรวมกิจการทำให้ LATAM มีอำนาจต่อรองในการซื้อเครื่องบินมากขึ้นจาก Airbus และ Boeing เนื่องจากมีฝูงบินมากกว่า 300 ลำ

ในปี 2019 ทีผ่านมา Delta Air Lines ได้ประกาศลงทุนมูลค่า 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐใน LATAM เพื่อขยายธุรกิจไปสู่อเมริกาใต้ และกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ด้วยสัดส่วนมากถึง 20% นอกจากนียังมี Qatar Airways ที่ถือหุ้นอีก 10% ด้วย

สายการบินรายใหญ่นี้มีผู้ใช้บริการถึง 74 ล้านราย มีเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวต่อวัน ก่อนเกิดการแพร่ระบาด COVID-19 สายการบินยักษ์ใหญ่ในอเมริกาใต้รายนี้นั้นมีกำไร 4 ปีติดต่อกัน โดยในปี 2019 ที่ผ่านมาสายการบินรายงานกำไรถึง 190 ล้านเหรียญสหรัฐ และบอร์ดของสายการบินยังอนุมัติจ่ายเงินปันผล ซึ่งแตกต่างกับสายการบินอื่นๆ ในทวีปเดียวกันที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการจ่ายเงินปันผล หรือไม่ก็ขาดทุน

โดยงบการเงินล่าสุดนั้นสายการบินเหลือเงินสดอยู่ประมาณ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มีหนี้สินทั้งหมดที่ได้แจ้งต่อศาลในสหรัฐว่ามีหนี้รวมทั้งสิ้น 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Roberto Alvo ซึ่งเป็น CEO ของสายการบินยักษ์ใหญ่ในอเมริกาใต้รายนี้ได้กล่าวว่า “สายการบินก่อนที่จะพบกับวิกฤติ COVID-19 สายการบินเองมีกำไรบ้างก่อนที่จะประสบกับปัญหาดังกล่าว” และเขายังได้กล่าวเสริมว่า “สายการบินกำลังมองไปอนาคตหลังจากเหตุการณ์ COVID-19 ในการปรับรูปแบบการบินหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อของความปลอดภัยในด้านสุขภาพของผู้โดยสารและพนักงานของสายการบิน”

ล่าสุด Fitch Ratings ปรับลดความน่าเชื่อถือ LATAM ลงมาที่ D คือไม่สามารถชำระหนี้ได้ และจะพิจารณาจัดอันดับความน่าเชื่อถือใหม่ หลังจากบริษัทได้จัดทำแผนฟื้นฟูแล้ว

นอกจากนี้สายการบินยังออกมากล่าวว่าจะยังดำเนินธุรกิจตามปกติหลังจากนี้ด้วย

ที่มา – CNN, Al Jazeera, Yahoo Finance

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/latam-airlines-go-to-bankruptcy-after-coronavirus-pandemic-27-may-2020/

CEO ของ Qantas ชี้ราคาตั๋วเครื่องบินอาจพุ่งได้ถึง 8-9 เท่า จากมาตรการ Social Distancing

Alan Joyce ซึ่งเป็น CEO ของ Qantas Airway ชี้ให้เห็นว่าถ้าหากนำมาตรการ Social Distancing มาใช้บนเครื่องบินจริงๆ ราคาตั๋วเครื่องบินอาจพุ่งได้ถึง 8-9 เท่าจากราคาปัจจุบัน

Airport Terminal สนามบิน
ภาพจาก Shutterstock

Alan Joyce ซึ่งเป็น CEO ของ Qantas Airway สายการบินใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย กล่าวว่า หากสายการบินนำมาตรการเว้นระยะห่างหรือ Social Distancing มาใช้ในอุตสาหกรรมการบินแล้ว ราคาตั๋วเครื่องบินอาจพุ่งสูงกว่าเดิมได้ถึง 8-9 เท่าจากราคาตั๋วในช่วงก่อน COVID-19

CEO ของ Qantas Airway ชี้ให้เห็นว่าเครื่องบินขนาด 128 ที่นั่ง ถ้าหากเว้นที่นั่งเพียงแค่แถวที่นั่งตรงกลางเขาคาดว่าค่าโดยสารอาจเพิ่มเพียงแค่ 50% แต่ปัญหาคือที่นั่งตรงกลางที่เว้นมีระยะเพียงแค่ 0.6 เมตรเท่านั้น แต่ถ้าหากจะต้องเว้นที่นั่งให้ห่างกันคือ 1.5 เมตร ตามมาตรฐานสุขอนามัยที่ใช้อยู่ อาจมีผู้โดยสารที่อยู่ในเครื่องบินเหลือเพียงแค่ 22 ที่นั่งเท่านั้น ซึ่งเขาชี้ว่าการใช้มาตรการเว้นระยะห่างในเครื่องบินนั้นเป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะดีเท่าไหร่นัก

หลังจากที่สายการบินต่างๆ ทั่วโลกเริ่มทยอยกลับมามีเที่ยวบินบ้างแล้ว แต่เงื่อนไขในการบินขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของประเทศนั้นๆ เช่น ในไทยคือผู้โดยสารต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ไม่มีการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่สายการบินในมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย คือ ต้องมีที่นั่งเว้นไว้ครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้โดยสาร

อย่างไรก็ดีหลายๆ ประเทศกำลังพิจารณาการเว้นที่นั่งตรงกลาง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 นั้น ด้านของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA กลับไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดดังกล่าว โดยมองว่าผู้โดยสารควรใส่หน้ากากปกป้องละอองฝอย หรือที่เรารู้จักกันดีว่า Face Shield ขณะที่พนักงานต้อนรับควรที่จะใส่หน้ากากอนามัย นั้นเป็นแนวความคิดที่ดีกว่าการเว้นที่นั่งตรงกลาง

นอกจากนี้ CEO ของ Qantas เองยังคาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารหลังจากมีมาตรการป้องกัน COVID-19 จะกลับมาอยู่ที่ประมาณ 40-50% ก่อนเหตุการณ์ COVID-19 แพร่ระบาด ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และ Qantas เองมีแผนที่จะลดราคาตั๋วเครื่องบินเพื่อจูงใจอีกทางด้วย

ที่มา – Al Jazeera, The Guardian

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/flight-tickets-maybe-jump-8-9-times-if-airlines-apply-social-distancing-on-flights-qantas-ceo-said-to-media/

ทริสเรทติ้ง ปรับความน่าเชื่อถือการบินไทย ล่าสุดเป็น “เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูงสูด”

TRIS บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับความน่าเชื่อถือการบินไทยล่าสุดเป็น “เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูงสูด” เป็นการปรับลดความน่าเชื่อถือมากที่สุดภายในระยะเวลา 3 วัน จากความไม่แน่นอนในการชำระหนี้ของการบินไทย

Thai Airways การบินไทย
ภาพจาก Shutterstock

ทริสเรทติ้ง (TRIS) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ การบินไทย รวมไปถึงหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกันของการบินไทย หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งของศาลล้มละลายกลาง จากเดิมอยู่ที่ BBB มาเป็น C และเป็นการปรับลดอันดับมากถึง 11 ขั้นภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น

สำหรับมุมมองของทริสเรทติ้ง ได้วิเคราะห์ไว้คือ เมื่อศาลล้มละลายกลางรับพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการจะส่งผลให้บริษัทการบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลายกลาง โดยบริษัทจะพักชำระหนี้เจ้าหนี้ทุกรายตามกฎหมายซึ่งหมายถึงบริษัทการบินไทยจะหยุดชำระหนี้จนกว่าแผนฟื้นฟูกิจการจะได้รับการเห็นชอบจากทุกฝ่าย

ทั้งนี้เมื่อเกิดการพักชำระหนี้ตามกระบวนการของศาล หรือ มีการผิดนัดชำระหน้ีอื่นใดก่อนหน้านั้น อันดับเครดิตของบริษัทจะได้ปรับลดระดับลงสู่ระดับ “D” หรือสภาวะผิดนัดชำระหนี้

ก่อนหน้านี้ในวันที่ 16 ที่ผ่านมา ทริสเรทติ้ง ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของการบินไทยรวมไปถึงหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกันของการบินไทยจาก ระดับ A ลงมาเป็น BBB จากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น และความมั่นใจที่รัฐบาลจะสนับสนุนการชำระหนี้ของการบินไทยลดลง

ก่อนหน้านี้บางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีหุ้นกู้ของการบินไทย ได้ประกาศการคัดแยกหุ้นกู้ (Set Aside) ของการบินไทยออกมาเพื่อที่จะไม่ให้นักลงทุนได้รับผลกระทบจากการปรับลดความน่าเชื่อถือครั้งนี้

สำหรับนิยามเครดิตของทริสเรตติ้งสามารถอ่านฉบับเต็มๆ ได้ที่นี่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tris-downgrade-thai-airways-bond-from-bbb-to-c-risk-to-default-19-may-2020/

Emirates Airlines เตรียมปลดพนักงาน 30,000 ตำแหน่ง พร้อมปลดระวาง A380 ไวขึ้น

สายการบินรายใหญ่ของโลกอย่าง Emirates เตรียมที่จะปลดพนักงานมากถึง 30,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้เตรียมปลดระวางเครื่องบินอย่าง Airbus A380 อีก 40% ของฝูงบินให้ไวขึ้น เพื่อรักษาสภาพคล่องของสายการบิน

Emirates Airlines สายการบินเอมิเรตส์ A380
ภาพจาก Shutterstock

สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า สายการบิน Emirates ได้เตรียมที่จะปลดพนักงานมากถึง 30,000 ตำแหน่ง รวมไปถึงเตรียมที่จะปลดระวางเครื่องบินอย่าง Airbus A380 ให้ไวมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายหลังจากที่สายการบินได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เช่นกัน แม้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นสายการบินจะรายงานว่ามีกำไรเติบโต 21% ในปีที่ผ่านมาก็ตาม

ขณะที่เว็บไซต์ Paddle Your Own Kanoo ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวสารแวดวงการบิน ได้รายงานว่า เครื่องบิน Airbus A380 ที่จะปลดประจำการไวขึ้นนั้นมีมากถึง 46 ลำ นอกจากนี้ยังรายงานว่าพนักงานต้อนรับอาจโดนปลดมากถึง 7,500 ตำแหน่ง นอกจากนี้นักบินยังมีความเสี่ยงที่จะโดนปลดด้วย โดยตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ปัจจุบันสายการบินมีเครื่องบิน Airbus A380 กว่า 116 ลำ ขณะที่เหลือเป็นเครื่องบินจาก Boeing รุ่น 777 ขณะที่จำนวนพนักงานที่สายการบินได้รายงานล่าสุดอยู่ที่ราวๆ 100,000 คน

ก่อนหน้านี้มุมมองจากประธานสายการบินรายใหญ่นี้มองว่า “อุตสาหกรรมการบินจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือนในการฟื้นตัว” หลังจากวิกฤติของ COVID-19 ได้ระบาดและส่งผลกระทบต่อสายการบินทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ แม้ว่าสายการบินจะเริ่มกลับมาทยอยบินใน 9 เมืองทั่วโลกในวันที่ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ก็ตาม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/emirates-airlines-axe-one-third-and-decommission-a380-40-pc-of-fleet-soon/