คลังเก็บป้ายกำกับ: AIOT

OPPO โชว์เทคโนโลยีมือถือจอม้วน, 5G , IoT และระบบ Wireless Air Charge ในงาน MWC SHANGHAI 2021

ในงาน Mobile World Congress (MWC 2021) ที่จัดขึ้น ณ กรุงเซี่ยงไฮ้ ในสาธารณรัฐประชาชนจีนวันนี้ ทาง OPPO ก็ขนเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปโชว์ในงานกันแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G สุดแรง พร้อมที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น รวมถึงสมาร์ทโฟนแห่งอนาคตอย่าง OPPO X 2021 ก็มาในงานกับเขาด้วยเช่นกันครับ

OPPO 5G CPE Omni เร้าเตอร์ 5G อัจฉริยะ

ปัจจุบันเทคโนโลยี 5G ถือว่าก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คนไปแล้ว โดยในไทยเรา หัวเมืองใหญ่ ๆ ก็ต่างมีเสารับส่งสัญญาณ 5G กันแทบจะทุกพื้นที่แล้ว แบบนี้เองทาง OPPO เลยได้พัฒนาเร้าเตอร์ 5G CPE Omni ที่จะเปลี่ยนสัญญาณ 5G ให้กลายเป็น WiFi ความเร็วสูงสำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ IoT (Internet of Things)

ตอนนี้ OPPO ไปกำลังทดสอบการใช้งาน 5G บนคลื่น mmWave กับพาร์ทเนอร์อย่าง Qualcomm และ Ericsson อยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยี 5G CPE Onmi นี้ สามารถใช้งานได้จริง และทำผลงานออกมาได้ตามที่ควรจะเป็น โดยจากผลการทดลอง OPPO ได้เผยว่า พวกเขาสามารถทำความเร็ว Downlink ด้วยการใช้คลื่น 5G ได้สูงสุดที่ 4.06 Gbps โดยเทคโนโลยี 5G CPE Omni ของ OPPO จะเข้ามาอำนวยความสะดวกดังนี้ (ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณและซิมรองรับ 5G ด้วย)

  • เล่นเกมได้ไม่จำกัดผ่านระบบคลาวด์ ไม่ต้องติดตั้งลงเครื่อง
  • เปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า IoTs ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ๆ ทุกที่ทุกเวลา
  • ทำงานแบบไม่มีสะดุด และทุกที่ทุกเวลา
  • ไม่มีการแย่ง Bandwidth

นอกจากนี้ OPPO ยังมีเทคโนโลยี O-Reverse 5G Antenna ที่จะใช้คลื่นความถี่ Sub-6GHz 5G โดยเลือกเสาสัญญาณ 4 เสา (จาก 8 เสา) ที่มีอัตราการรับส่งสัญญาณที่ดีที่สุด เพื่อให้อุปกรณ์ที่ใช้ได้รับการเชื่อมต่อที่เสถียรและแรงที่สุดนั่นเอง อีกทั้งยังมีระบบ O-Motion 5G Antenna ที่จะเข้ามาทำให้ตัวรับสัญญาณหมุนรอบตัวเองได้ 360 องศา ทำให้ตัวอุปกรณ์สามารถรับสัญญาณการเชื่อมต่อได้ดีที่สุด

ก่อนหน้านี้ OPPO ก็ได้เปิดตัวโครงการ 5G Landing Project ที่มุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกับโอเปอร์เรเตอร์ชั้นนำต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับการเตรียมความพร้อมในการใช้งาน 5G ซึ่งปัจจุบันพวกเขาได้ทำงานร่วมกับโอเปอร์เรเตอร์มากกว่า 80 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น China Telecom, Orange, Vodafone, Deutsche Telekom, China Mobile, Telefonica หรือ Telcel

ระบบ VOOC Flash Charge กับพาร์ทเนอร์ทั่วโลก

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน OPPO ได้เปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge ความเร็ว 20W ที่ตอนนั้นต้องบอกว่ามันว้าวมาก ๆ ใช้เวลาชาร์จไม่กี่นาที ก็ได้แบตมาใช้งานมือถือแบบเพลิน ๆ แล้วเกือบทั้งวัน จนเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2021 ที่ระบบชาร์จความเร็ว 20W แทบจะถูกมองว่าเป็นค่ามาตรฐานไปแล้ว

โดยตอนนี้เทคโนโลยี VOOC Flash Charge ของ OPPO ถือว่ามาไกลมาก ๆ แล้ว จากตอนแรกเริ่มต้นที่ 20W ตอนนี้มาถึง 125W ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่ง OPPO เคลมว่าเทคโนโลยีตัวใหม่นี้สามารถชาร์จแบตมือถือ 4000 mAh จาก 0% – 100% ในเวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น แถมยังมากับเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ 10 ตัว สำหรับตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยอีกต่างหาก

ซึ่งล่าสุด OPPO ก็ได้ออกมาประกาศว่า เขาได้นำเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge นี้ไปให้พาร์ทเนอร์ชื่อดังต่าง ๆ หลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า, Anker ผู้ผลิตพาวเวอร์แบงก์และเครื่องชาร์จแบบพกพา และในภาคอุตสาหกรรมชิปเซ็ตอย่าง NXP

นอกจากนั้นยังมีระบบชาร์จไร้สาย OPPO Wirleess Air Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้แม้ตัวเครื่องจะไม่สัมผัสกับแท่นชาร์จเลย ซึ่งถูกนำมาโชว์ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สุดล้ำ OPPO X 2021

OPPO X 2021 มือถือจอม้วน ยืด-หดได้

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทาง OPPO ได้โชว์นวัตกรรม Concept Phone สมาร์ทโฟนจอม้วนได้อย่าง OPPO X  ล่าสุดทางบริษัทก็ได้พัฒนาต่อกับ OPPO X 2021 ที่จะมากับหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ที่สามารถยืดขนาดไปได้เป็น 7.4 นิ้วแบบไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยี Warp Track พร้อม Roll Motor ที่เข้ามาทำให้การยืดหดนั้นทำงานได้อย่างลื่นไหล (ในทางทฤษฎีดีกว่ามือถือจอพับในตลาดตอนนี้เสียอีก)

และทาง OPPO ยังใส่ใจกับการออกแบบตัวเครื่องสมาร์ทโฟนจอม้วนให้แข็งแรงกว่าสมาร์ทโฟนจอพับทั่วไปด้วยระบบแผ่นเลื่อนหน้าจอสองแผ่นและมีกรอบแบบไดนามิกที่เสริมความแข็งแรงให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

นอกจากเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว อีกสิ่งนึงที่ทาง OPPO อยากจะนำเสนอคือเทคโนโลยีด้านการชาร์จแบบใหม่ล่าสุดอย่าง Wireless Air Charging ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Magnetic Resonance ทำให้ OPPO X 2021 นั้นสามารถชาร์จแบบไร้สายอย่างแท้จริงได้เมื่อเข้าใกล้แผ่นรองชาร์จภายในระยะ 10 ซม. ด้วยกำลังไฟ 7.5W ทำให้จะชาร์จไปเล่นมือถือได้แบบง่ายดาย

 

source : OPPO Newsroom

from:https://droidsans.com/oppo-technology-in-mwc-2021-shanghai/

realme เปิดตัวสินค้า AIoT เอาใจคนชอบของล้ำ ๆ ด้วย Watch S Pro, แปรงสีฟันไฟฟ้า และโคมไฟอัตโนมัติ

นอกจาก realme จะมีสินค้าประเภทสมาร์ทโฟนสเปคเด็ด ๆ ราคาโดน ๆ ออกมามากมายหลายรุ่นแล้ว ก็ยังมีสินค้าประเภท AIoT ล้ำ ๆ อีกด้วย โดยคราวนี้ realme ได้นำเอาอุปกรณ์ AIoT เข้ามาเปิดตัวในบ้านเราถึง 4 ชิ้นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น realme Watch S Pro, แปรงสีฟันไฟฟ้า realme N1 และ M1 Sonic Electric Toothbrush ตบท้ายด้วยโคมไฟอัตโนมัติ realme Motion Activated Night Light ที่ต้องบอกเลยว่าแต่ละอย่างเนี่ย เจ๋งจริง ล้ำจริง!

สมาร์ทวอทช์ realme Watch S Pro

เริ่มต้นกันด้วยสมาร์ทวอทช์สุดเท่ ที่มีหน้าปัดวงกลม หน้าจอขนาด 1.39 นิ้ว ครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass และเพิ่มความพรีเมี่ยมด้วยตัวเรือนที่ทำจากสเตนเลสสตีล

มากับฟีเจอร์สำหรับคนรักสุขภาพมากมายไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ PPG ที่อยู่ด้านหลังตัวเรือนทำให้สมาร์ทวอทช์ตัวนี้สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือดหรือ SpO2 ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดกีฬา (Sport Mode) ให้เลือกประเภทของการออกกำลังกายได้สูงสุดถึง 15 ชนิด อาทิ วิ่ง, เดิน, ขี่จักรยาน, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, โยคะ เป็นต้น ซึ่งในโหมดนี้จะมีการทำงานร่วมกับระบบ Dual-Satellite GPS ที่มีความแม่นยำสูง พร้อมวัดระยะทางไปในตัว เมื่อออกกำลังกายเสร็จ ก็สามารถซิงกับสมาร์ทโฟนเพื่อดูข้อมูลในได้แอปเลย

realme Watch S Pro จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 4,999 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale ในวันที่ 11, 16 และ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 3,999 บาท เท่านั้น

 

แปรงสีฟันไฟฟ้า realme N1 / M1 Sonic Electric Toothbrush

realme M1 Sonic Electric Toothbrush

ต่อด้วยแปรงสีฟันไฟฟ้าที่จะช่วยให้การดูแลรักษาสุขภาพฟันของเราทำได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแปรงสีฟันไฟฟ้ารุ่น realme M1 Sonic Electric Toothbrush ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าโซนิคความถี่สูง ที่สั่นมากถึง 34,000 ครั้งต่อนาที, ขนแปรง Dupont ที่ช่วยขจัดแบคทีเรียได้มากถึง 99.99% แต่มีขนแปรงที่นุ่มไม่ทำร้ายเหงือก

มากับโหมดทำความสะอาดถึง 4 โหมด ทั้ง Soft Mode สำหรับการแปรงแบบถนอมเหงือก, White Mode เพื่อฟันที่ขาวขึ้น และช่วยเคลือบฟันไปในตัว, Polish Mode เพื่อขจัดคราบฟัน และสุดท้ายคือ Last Memory เพื่อเปิดโหมดใช้งานล่าสุดจะได้ไม่ต้องมาเลือกใหม่

realme M1 Sonic Electric Toothbrush วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 1,499 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale วันที่ 11, 16, 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 999 บาท เท่านั้น

 

realme N1 Sonic Electric Toothbrush

ต่อด้วยรุ่นน้อง realme N1 Sonic Electric Toothbrush ที่ราคาย่อมเยากว่าแต่ก็ยังมีฟีเจอร์หลากหลายให้มา ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าโซนิคความถี่สูง 20,000 ครั้ง / นาที, ขนแปรง Dupont, โหมดทำความสะอาด 3 โหมด Soft Mode, White Mode และ Polish Mode พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 800 mAh ที่ใช้งานได้ยาว ๆ ถึง 130 วัน

realme N1 Sonic Electric Toothbrush วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 699 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale วันที่ 11, 16, 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 599 บาท เท่านั้น

 

โคมไฟอัตโนมัติ realme Motion Activated Night Light

สุดท้ายกับ realme Motion Activated Night Light โคมไฟเปิด-ปิด อัตโนมัติโดยจะใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ (Human Motion Detection) ที่สามารถเปิดไฟได้เองเมื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ภายในระยะ 6 เมตร มุมกว้าง 120° และจะดับลงหลังจากไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 15 วินาที

มีให้เลือกใช้ 2 โหมด คือ โหมดไฟระดับต่ำ ที่ให้แสงนุ่มนวลอบอุ่นเหมาะสำหรับการตื่นนอนแบบไม่แสบตา และ โหมดไฟระดับสูง เหมาะสำหรับการให้แสงสว่างในที่มืดและทำให้สว่างบริเวณรอบ ๆ เหมาะสำหรับติดตามทางเดินในบ้านเพื่อส่องแสงเวลาเดินเข้าห้องน้ำเป็นต้น โคมไฟนี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AAA จำนวน 3 ก้อน ซึ่งอยู่ได้นานถึง 365 วันเลยทีเดียว

realme Motion Activated Night Light วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 399 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale วันที่ 11, 16, 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 299 บาท เท่านั้น

ใครที่สนใจสินค้าตัวไหนก็กาปฏิทินรอวันวางจำหน่ายเอาไว้ได้เลย โดยเฉพาะวันที่จัดโปร Flash Sale ก็ยิ่งได้ของดีในราคาถูกมากขึ้นไปอีก…สินค้าทั้งหมดสามารถหาซื้อได้จาก realme Brand Shop และร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงร้านค้าออนไลน์ด้วยครับ

from:https://droidsans.com/realme-iot-watch-s-pro-electric-toothbrush-night-light/

realme สู่ผู้นำ AIoT เปิดตัวชุดใหญ่ Watch S Pro, M1, N1 Sonic Electric Toothbrush และ Motion Activated Night Light

realme ก้าวกระโดดสู่ผู้นำผลิตภัณฑ์ AIoT เปิดตัว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิค realme M1 Sonic Electric Toothbrush และ realme N1 Sonic Electric Toothbrush พร้อมทั้ง realme Motion Activated Night Light

  • realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ ‘มือโปรอย่างมีสไตล์’ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาดใหญ่ 1.39 นิ้ว อายุการใข้งานแบตเตอรี่ยาวนาน 14 วัน และ Dual-Satellite GPS ความแม่นยำสูง และโหมดใหม่ล่าสุดอย่างโหมดว่ายน้ำ
  • realme M1 Sonic Electric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิค ‘เพื่อช่องปากสะอาดล้ำลึก’ ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าโซนิค ความถี่สูง 34,000 ครั้ง/ นาที พร้อมขนแปรง Dupont™ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย 99.99% และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 90 วัน
  • realme N1 Sonic Electric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิค ‘ดูแลช่องปาก สะอาดยิ่งขึ้น’ ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 130 วัน มอเตอร์ไฟฟ้าโซนิค ความถี่สูง 20,000 ครั้ง/นาที และขนแปรง Dupont™ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย 99.99%
  • realme Motion Activated Night Light ‘ให้ทุกค่ำคืนสว่างสดใส’ ที่มาพร้อม Human Motion Detection หรือระบบการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ แสงนุ่มนวลในอุณหภูมิ 2800 เคลวิน ปกป้องดวงตาด้วยแสงสว่างใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติที่สุด และแบตเตอรี่ยาวนาน 365 วัน




 

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก นอกจากการนำส่งสมาร์ทโฟนมากกว่า 50 ล้านเครื่องทั่วโลกแล้ว realme ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาในผลิตภัณฑ์ AIoT เพื่อสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างครอบคลุม ที่ผ่านมา realme ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากมาย อาทิ หูฟังไร้สาย สายรัดข้อมือช่วยดูแลสุขภาพและนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังมี Smart Home กับกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และ Smart Care กับเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ ล่าสุด realme ก้าวสู่การเปิดผู้นำด้านเทคโนโลยีกว่าที่เคย ด้วย realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ พร้อมฟังก์ชั่นระดับโปร พร้อม realme Motion Activated Night Light ดวงไฟตัวช่วยยามค่ำคืนของคุณ และผลิตภัณฑ์ AIoT ใหม่ในหมวดของ Smart Care เพื่อใกล้ชิดผู้ใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าที่เคยด้วย realme Sonic Electric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิค โดยมาพร้อมกันถึง 2 รุ่น ได้แก่ realme M1 Sonic Electric Toothbrush และ realme N1 Sonic Electric Toothbrush ครบครันด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผสมผลานกับดีไซน์เพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์ดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีให้ผู้ใช้งานได้สัมผัส

คุณชัยรัตน์ เศารยะโศภิต รองประธานกรรมการฝ่ายธุรกิจลูกค้าและแบรนด์ช้อป เรียลมี ประเทศไทย กล่าวว่า   “ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจตลอด 3 ปี ทำให้ realme ได้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 7 แบรนด์สมาร์ทโฟนทั่วโลกและในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 realme ได้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ในประเทศไทย นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว ได้ด้านของผลิตภัณฑ์ AIoT ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มียอดขาย AIoT Audio Device ทะลุมากกว่า 1 ล้านเครื่อง สำหรับปี 2021 realme ได้ตั้งเป้าหมายขึ้นสู่อันดับ 3 ในด้านของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของตลาดระดับโลก”

เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ realme มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบนิเวศ AIoT เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ โดยได้สร้างแฟลตฟอร์มระบบนิเวศ realme Techlife เพื่อค้นหาพาร์ทเนอร์ที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยทั่วโลกเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์ทางเทคโนโลยีใหม่สำหรับผู้ใช้ทั่วโลก ภายใต้ 3 ความสอดคล้อง ได้แก่ ดีไซน์ มาตรฐานคุณภาพและเครือข่ายการเชื่อมต่อ

realme Watch S Pro ‘มือโปรอย่างมีสไตล์’

  • ดีไซน์ที่นำเทรนด์
  • หน้าจอแสดงผล AMOLED 1.39 นิ้ว ปรับค่าความสว่างอัตโนมัติ ความละเอียดสูงถึง 454*454 พิกเซล ทำให้ได้หน้าจอที่สดใส เสมือนจริง พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความสว่าง ค่าความสว่างหน้าจอ 450 nits ที่ปรับระดับความสว่างได้ 5 ระดับ
  • ฟีเจอร์ Always-On Display (AOD) สามารถรับข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟหน้าจอ ช่วยการประหยัดแบตเตอรี่ โดยสามารถเลือกเปิดหรือปิดฟังก์ชันนี้เองได้
  • วัสดุระดับพรีเมี่ยม ตัวเรือน realme Watch S Pro ใช้วัสดุแสนเลสสตีล SUS316L มีความทนทานและปิดท้ายด้วยการเคลือบแบบ PVD+AF เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์ภาพระดับพรีเมียม
  • สายนาฬิกามีให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ ซิลิโคน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีส้ม) และแสตนเลสสตีล (สีดำ)
  • ผู้ช่วยดูแลสุขภาพ
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ โดยใช้เซ็นเซอร์ PPG มีการอัพเกรดความแม่นยำสูงในตัว สามารวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะได้รับการแจ้งเตือนหากมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงหรือต่ำเกินไป ช่วยดูแลสุขภาพได้ตลอดวัน
  • วัดระดับออกซิเจนในเลือด สามารถตรวจจับระดับออกซิเจนในเลือด ซึ่งออกซิเจนในเลือดนั้นเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสุขภาพร่างกาย หากออกซิเจนในเลือดต่ำเกินไป หมายความว่าเซลล์ในร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่อาการต่าง ๆ ได้
  • Sport Mode หรือโหมดกีฬา
  • รองรับโหมดกีฬามากถึง 15 ประเภท พร้อมโหมดกีฬาใหม่ล่าสุด อย่าง “โหมดว่ายน้ำ” ที่สามารถนับจำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญไปทั้งหมด บันทึกจำนวนสโตรกของคุณโดยอัตโนมัติ และยังช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบการว่ายน้ำของคุณได้ดีขึ้นด้วยค่า SWOLF ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการว่ายน้ำ รวมทั้งบอกระยะทางในการว่ายน้ำอีกด้วย
  • รองรับระดับการกันน้ำ 5ATM ที่สามารถทนทานต่อระดับน้ำความลึก 50 เมตร
  • GPS Dual-Satellite ความแม่นยำสูง ใช้เซ็นเซอร์ GPS ที่มีความแม่นยำสูง และใช้พลังงานต่ำ รองรับตำแหน่งแบบ dual-satellite สามารถฟังก์ชั่นบันทึกเส้นทางได้อย่างอิสระสำหรับการวิ่ง การจ็อกกิ้ง การขี่จักรยาน และการเดิน
  • แบตเตอรี่และการชาร์จ
  • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 420 mAh ที่ฝังภายในตัวเรือน ด้วยเซ็นเซอร์และโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 14 วัน หมดกังวลกับการชาร์จนาฬิกาทุกวัน
  • ฐานชาร์จแบบแม่เหล็กที่แถมมาในกล่องสามารถชาร์จนาฬิกาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชาร์จเต็ม 100 % ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง
  • ฟีเจอร์อัจฉริยะ
  • สามารถปลดล็อกสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ realme Watch S Pro อย่างรวดเร็ว
  • สามารถควบคุมการ เปิด/ปิด ปรับระดับเสียงเพลง หรือสลับเพลง บนสมาร์ทโฟนจากระยะไกลได้
  • ปฏิเสธการโทร เมื่อมีการโทรหาสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อไว้ จะแสดงบน realme Watch S Pro พร้อมปุ่มปฏิเสธ สามารถปฏิเสธสายได้ด้วยคลิกเดียว

 realme M1 Sonic Electric Toothbrush ‘เพื่อช่องปากสะอาดล้ำลึก’

  • มอเตอร์ไฟฟ้าโซนิคความถี่สูง ให้ความสั่นได้มากถึง 34,000 ครั้งต่อนาที พร้อมเสียงรบกวนน้อยกว่า 60 เดซิเบล ช่วยเพิ่มประสบการณ์ใช้งานการทำความสะอาดช่องฟันของผู้ใช้งาน
  • ขนแปรง  Dupont™ ช่วยขจัดแบคทีเรีย 99.99% มีปลายมนถึง 98% เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายสุขภาพเหงือก พร้อมรูปทรง W Shape ตอบรับกับรูปทรงฟัน แม้ในซอกฟัน เพิ่มการทำความสะอาดในซอกลึก นอกจากนี้ สีฟ้าของขนแปรงที่จางลงจะแสดงถึงอายุการใช้งานของหัวแปรงและเป็นการเตือนให้ผู้ใช้เปลี่ยนหัวแปรงได้ทันเวลาอีกด้วย
  • หัวแปรงปราศจากโลหะ บางเพียง 3.5 มม. หัวแปรงแบบ Metal-free Brush Head ปราศจากโลหะ 100% หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บในช่องปาก ด้วยการยึดขนแปรงแบบไร้ตะขอ โดยใช้กระบวนการเคลือบด้วยการหลอมจากการให้ความร้อน กระบวนการนี้ทำให้หัวแปรงมีความบางเหมาะกับช่องปาก สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง
  • ตัวเลือกหัวแปรง 2 แบบ ได้แก่ หัวแปรงแบบ Regular ขนแปรงนุ่มปานกลาง สำหรับการใช้งานทั่วไป และ หัวแปรงแบบ Sensitive ขนแปรงอ่อนนุ่มพิเศษ สำหรับเหงือกที่ต้องการสัมผัสที่อ่อนโยน
  • โหมดทำความสะอาด 4 โหมด ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างครอบคลุม ได้แก่ Soft Mode สำหรับผู้ที่ต้องการความละเอียดอ่อนต่อเหงือก Clean Mode สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน, White Mode สำหรับฟันขาวขึ้นโดยช่วยเคลือบฟันด้วยในขณะเดียวกัน และ Polish Mode ขัดและขจัดคราบเพื่อฟันขาวใส นอกจากนี้ ยังมีโหมด Last Memory  จดจำเพื่อเปิดใช้งานโหมดล่าสุดอย่างอัตโนมัติ
  • ขนแปรงปลายมน 98% มากกว่าแปรงสีฟันทั่วไปถึง 13% ช่วยปกป้องและลดการบาดเจ็บจากการแปรงฟันภายในช่องปาก พร้อมมอบประสบการณ์ความสะอาดด้วยขนแปรงที่เพิ่มขึ้น 40% ในแปรง 2 แบบ ได้แก่ 0.15 มม. สำหรับหัวแปรงแบบ Regular และ 0.12 มม. สำหรับหัวแปรงแบบ Sensitive
  • ดีไซน์สัมผัสนุ่มนวล พิถีพิถัน โดยมีการเคลือบผิวและให้ความโค้งมนเหมาะกับสรีระผู้ใช้งาน ถือได้อย่างสบายในขณะใช้งาน ตัวเครื่องและรูปลักษณ์ที่ไร้รอยต่อเพื่อสัมผัสที่นุ่มนวล และได้มาตรฐานการกันน้ำ IPX7 สามารถอยู่ใต้น้ำลึก 1 เมตรเป็นเวลา 30 นาที โดยมีให้เลือกถึง 2 สีได้แก่ สีน้ำเงินและสีขาว

realme N1 Sonic Electric Toothbrush ‘ดูแลช่องปาก สะอาดยิ่งขึ้น’

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 130 วัน ด้วยความจุ 800 mAh สามารถอยู่ได้สูงสุด 130 วันหลังการชาร์จ โดยภายในระยะเวลา 1 ปี ชาร์จเพียง 3 ครั้งเท่านั้น พร้อมระบบการป้องกันแบตเตอรี่ ตัดไฟเมื่อชาร์จเต็ม และกระแสไฟต่ำขณะสแตนบาย ลดอุบัติเหตุจากการชาร์จ ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และรองรับพอร์ตการชาร์จที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ Type-C โดยชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานได้ถึง 9 วัน
  • มอเตอร์ไฟฟ้าโซนิค ความถี่สูง 20,000 ครั้ง / นาที เพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง พร้อม ขนแปรง Dupont ™ นุ่มพิเศษขนาด 0.15 มม. พร้อมกำจัดเชื้อแบคทีเรีย 99.99%
  • โหมดทำความสะอาด 3 โหมด Soft Mode เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความละเอียดอ่อนต่อเหงือก Clean Mode สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และ Polish Mode ขัดและขจัดคราบอย่างทั่วถึง เพื่อฟันขาวใส
  • ดีไซน์โดดเด่น ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความงดงามอย่างลงตัว กับการออกแบบผิวสัมผัสไม่ลื่น ทำให้รู้สึกสบายมือ และมีการเคลือบสารที่ไม่ระคายเคืองผิวหนัง พร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำ IPX7 กันน้ำลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที โดยไม่เกิดความเสียหายใด ๆ โดยมีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีน้ำเงินและสีขาว

realme Motion Activated Night Light ‘ให้ทุกค่ำคืนสว่างสดใส’

  • มาพร้อมระบบการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ หรือ Human Motion Detection ด้วยเซ็นเซอร์อินฟราเรดที่มีมุมกว้าง 120 องศา ระยะตรวจจับจากด้านหน้า 6 เมตร พร้อมเซนเซอร์เปิดไฟสว่างอัตโนมัติ เมื่อตรวจจับพบการเคลื่อนไหวของมนุษย์ในสภาวะแสงน้อย และจะดับลงอย่างอัตโนมัติภายใน 15 วินาที
  • โทนสี Warm นุ่มนวล ที่มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ 2800 เคลวิน ปกป้องดวงตาด้วยแสงสว่างใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติที่นุ่มนวล สามารถปรับโหมดความสว่างได้ 2 โหมด ได้แก่ ‘โหมดไฟระดับต่ำ’ ที่ให้แสงที่นุ่มนวลอบอุ่นเหมาะสำหรับการตื่นนอนในตอนกลางคืนอ่อนโยนและสลัว และ ‘โหมดไฟระดับสูง’ เหมาะสำหรับการให้แสงสว่างในที่มืดและทำให้สว่างโดยรอบ
  • แบตเตอรี่ยาวนาน 365 วัน พร้อมการใช้พลังงานต่ำพิเศษด้วยแบตเตอรี่ AAA 3 ก้อน ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไร้กังวล

realme Motion Activated Night Light ที่มาพร้อมการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ แสงหลอดไฟกระจายแสงถนอมสายตา แบตเตอรี่ยาวนาน 365 วัน มาในราคาเพียง 399 บาท พิเศษ! ในวันที่ 11 16 และ 19 กุมภาพันธ์ พบกับ Flash Sale ราคาพิเศษเพียง 299 บาท ผ่าน realme Official Store ทาง Lazada, Shopee และ Thisshop เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาดใหญ่ 1.39 นิ้ว อายุการใข้งานแบตเตอรรี่ยาวนาน 14 วัน และ Dual-Satellite GPS ความแม่นยำสูงมา ในราคาเพียง 4,999 บาท พิเศษ! ในวันที่ 11 16 และ 19 กุมภาพันธ์ พบกับ Flash Sale ราคาพิเศษเพียง 3,999 บาท ผ่าน realme Official Store ทาง Lazada, Shopee และ Thisshop เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

realme M1 Sonic Electric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิค ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าโซนิค ความถี่สูง 34,000 ครั้ง/ นาที พร้อมขนแปรง Dupont™ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย 99.99% และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 90 วัน มาในราคาเพียง 1,499 บาท มาพร้อมหัวแปรงที่สามารถเปลี่ยนได้ ในราคาเพียง 399 บาท พิเศษ! ในวันที่ 11 16 และ 19 กุมภาพันธ์ พบกับ realme M1 Sonic Electric Toothbrush ในราคา Flash Sale พิเศษเพียง 999 บาท ผ่าน realme Official Store ทาง Lazada, Shopee และ Thisshop เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

realme N1 Sonic Electric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิค ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าโซนิค ความถี่สูง 20,000 ครั้ง/นาที พร้อมขนแปรง Dupont™ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย 99.99% และแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 130 วัน มาในราคาเพียง 699 บาท มาพร้อมหัวแปรงที่สามารถเปลี่ยนได้ ในราคาเพียง 299 บาท พิเศษ! ในวันที่ 11 16 และ 19 กุมภาพันธ์ พบกับ realme N1 Sonic Electric Toothbrush ในราคา Flash Sale พิเศษเพียง 599 บาท ผ่าน realme Official Store ทาง Lazada, Shopee และ Thisshop เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

พลาดไม่ได้ กับผลิตภัณฑ์ AIoT จาก realme ที่พร้อมมาเป็นส่วนหนึ่งให้ชีวิตของคุณนั้นสมาร์ทยิ่งขึ้น สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ realme Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH

ข่าว: realme สู่ผู้นำ AIoT เปิดตัวชุดใหญ่ Watch S Pro, M1, N1 Sonic Electric Toothbrush และ Motion Activated Night Light มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/10/realme-launch-watch-s-pro-m1-n1-sonic-electric-toothbrush-motion-activated-nigh.html

เสียวหมี่เผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 63 ทุบสถิติผลการดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ด้วยกลยุทธ์ “สมาร์ทโฟน X AIoT”

เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน (Xiaomi; Stock Code: 1810) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตด้วยการเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เผยผลการดำเนินงานสำหรับสามเดือนและเก้าเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 (“ช่วงเวลา”)

ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของเสียวหมี่ในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ซึ่งสร้างสถิติใหม่ถึง 15 รายการ ได้แก่ 

  • รายรับรวมอยู่ที่ 72.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 34.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 
  • กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 4.1 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 
  • รายรับจากสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 47.6 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 47.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 
  • ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 46.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 45.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 
  • รายรับจากตลาดต่างประเทศ
  • รายรับจาก IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในต่างประเทศ
  • รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ
  • จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ MIUI ในต่างประเทศ
  • รายรับจากการโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต
  • จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ MIUI ในระดับโลก
  • จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของสมาร์ททีวีและ Mi Box
  • จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม AIoT
  • จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ห้าเครื่องขึ้นไปเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป)
  • จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ Mi Home App 
  • จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ AI ผู้ช่วย 

เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเสียวหมี่สามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 เอาไว้ได้ อีกทั้งยังมีรายรับและกำไรสุทธิประจำไตรมาสที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในไตรมาสนี้ โดยกลุ่มบริษัทเสียวหมี่ยังคงดำเนินงานตามกลยุทธ์หลัก “สมาร์ทโฟน X AIoT”

“เรามีธุรกิจสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกและแพลตฟอร์ม IoT สำหรับผู้บริโภค ธุรกิจสมาร์ทโฟนของเราเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค เรามีข้อได้เปรียบจากกลยุทธ์ Dual Brand และการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึง ‘หลักสามประการ’ ซึ่งประกอบไปด้วย การไม่หยุดยั้งที่จะสำรวจและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพที่เหมาะสม และความพยายามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยหลักสามประการนี้ทำให้เราประสบความสำเร็จ และสามารถรักษาตำแหน่งในตลาดพรีเมียม และมียอดจัดส่งสมาร์ทโฟนติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกอีกครั้ง ด้วยระบบนิเวศทางธุรกิจและบริการอินเทอร์เน็ตอันหลากหลาย เทอร์มินัล AIoT ของเรายังคงดึงดูดผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องและความสามารถในการสร้างรายได้ของมันก็ช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด”

ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก โดยสามารถรักษาตำแหน่งในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม 

ในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ธุรกิจสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ เติบโตขึ้นอย่างมากทั้งในด้านรายรับและยอดการจัดส่งที่สูงเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งยังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และในตลาดต่างประเทศ โดยมีรายรับจากสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 47.6 พันล้านหยวนในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 47.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนรวม 46.6 ล้านเครื่องเพิ่มขึ้น 45.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ข้อมูลจาก Canalys ระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 เสียวหมี่ครองอันดับ 3 ของโลกในด้านยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟน โดยมีส่วนแบ่งตลาด 13.5% ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 กลุ่มบริษัทเสียวหมี่ขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้กว่า 8 ล้านเครื่องโดยมีราคาขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 3,000 หยวนขึ้นไปในจีนแผ่นดินใหญ่ และ 300 ยูโรหรือเทียบเท่าในตลาดต่างประเทศ

กลุ่มบริษัทเสียวหมี่ ยังคงยืนหยัดใช้กลยุทธ์ “Dual Brand” ซึ่งให้ผลลัพธ์อย่างดีเยี่ยมในจีนแผ่นดินใหญ่โดยมีการเติบโตทั้งในด้านปริมาณและราคาขายเฉลี่ย เสียวหมี่ประสบความสำเร็จในการรักษาตำแหน่งในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมโดยเป็นผู้นำความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมในฟีเจอร์หลักๆ ของสมาร์ทโฟน เช่น กล้องถ่ายรูป และการชาร์จไว ตามรายงานของ Canalys ส่วนแบ่งการตลาดยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 12.6% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 เพิ่มขึ้นจาก 9.0% ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 และยังคงรักษาตำแหน่ง 1 ใน 4 อันดับแรกเอาไว้ได้ 

ในขณะเดียวกัน ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากเปอร์เซ็นต์ยอดขายที่สูงขึ้นจากสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม

ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสดในปี 2563 เสียวหมี่ติดอันดับ 1 ของยอดขายสมาร์ทโฟน Android บน Tmall.com, JD.com และ Suning.com นอกจากนี้ จากรายงานของ Canalys แบรนด์ Redmi ยังครองอันดับ 3 ของสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุด 10 อันดับแรกของโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 

การเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องในกลุ่ม Smart Living ในขณะที่กลยุทธ์ “Smartphone X AIoT” เริ่มส่งผล

ด้วยการใช้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้จำนวนมากและความสามารถของช่องทางการค้าปลีกใหม่ที่หนุนโดยกลยุทธ์ “สมาร์ทโฟน X AIoT” ทำให้กลุ่มบริษัทเสียวหมี่มีรายรับจาก IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อยู่ที่ 18.1 พันล้านหยวนในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายรับจาก IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 56.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เสียวหมี่ยังคงเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ททีวีของจีนแผ่นดินใหญ่ และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์แฟลกชิพใน Mi TV Master Series ในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ซึ่งทำให้ตำแหน่งในตลาดพรีเมียมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ยอดการจัดส่งสมาร์ททีวีของเสียวหมี่ทั่วโลกสูงถึง 3.1 ล้านเครื่อง จากข้อมูลของ All View Cloud (“AVC”) เสียวหมี่ครองอันดับหนึ่งในจีนแผ่นดินใหญ่ในด้านยอดการจัดส่งโทรทัศน์เป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน อีกทั้งยังคงรักษาตำแหน่ง 1 ใน 5 ห้าอันดับแรกของโลกเอาไว้ได้

นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ เสียวหมี่ยังรักษาตำแหน่งผู้นำในผลิตภัณฑ์ IoT ที่หลากหลายและขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนนำเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมมาสู่ผู้ใช้ จากข้อมูลของ IDC เมื่อไตรมาสที่แล้ว เสียวหมี่ติดอันดับ 1 ใน 3 ในด้านยอดการจัดส่งในจีนแผ่นดินใหญ่ในสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ กลอนประตูอัจฉริยะ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์ หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์สวมใส่ข้อมือ เป็นต้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) บนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่ มีจำนวนถึง 289.5 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 35.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ห้าเครื่องขึ้นไปเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) สูงถึง 5.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 59.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้ช่วยเสียวหมี่ AI “小愛同學” มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน 78.4 ล้านคนในเดือนกันยายน 2563 เพิ่มขึ้น 35.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะเดียวกัน Mi Home App มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน 43.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 34.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ความสามารถในการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริการอินเทอร์เน็ต

รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 8.7% จากไตรมาส 3 ปี 2562 เป็น 5.8 พันล้านหยวนในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 75.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 0.7 พันล้านหยวน คิดเป็น 12.0% ของรายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟน จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ MIUI เพิ่มขึ้น 26.3% เป็น 368.2 ล้านคน ในเดือนกันยายน 2563 ในขณะที่จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของ MIUI ในจีนแผ่นดินใหญ่สูงถึง 109.4 ล้านคน

ในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 รายรับจากโฆษณาสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.3 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัทเสียวหมี่ และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายรับจากโฆษณาในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันรายรับจากธุรกิจเกมในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 อยู่ที่ 800 ล้านหยวน

ในเดือนกันยายน 2563 จำนวนผู้ใช้ต่อเดือนของสมาร์ททีวีและ Mi Box มีจำนวนถึง 35.8 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 49.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 จำนวนผู้ใช้บริการแบบชำระเงินเพิ่มขึ้น 28.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 4.2 ล้านราย

กว่าครึ่งหนึ่งของรายรับทั้งหมดจากตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก

ในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 รายรับของเสียวหมี่จากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 52.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 39.8 พันล้านหยวนคิดเป็น 55.1% ของรายรับรวม ซึ่งเป็นรายรับจากตลาดต่างประเทศประจำไตรมาสที่สูงที่สุด และมีสัดส่วนต่อรายรับรวมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

จากข้อมูลของ Canalys ในไตรมาสนี้ ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ในยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 107.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 13.3% และติดอันดับ 1 ใน 3 ของภูมิภาคเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสียวหมี่ยังคงครองตำแหน่งยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนสูงสุดเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันในสเปน ด้วยส่วนแบ่งตลาด 33.9% นอกจากนี้ เสียวหมี่ ยังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดอื่นๆ เช่น ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

เสียวหมี่เสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายช่องสัญญาณที่มีอยู่ และมีการดำเนินการที่ก้าวหน้าไปอย่างมากในช่องทางผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 เสียวหมี่ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมกว่า 50 ราย ครอบคลุมเครือข่ายย่อยกว่า 100 เครือข่ายใน 50 ประเทศ โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี เสียวหมี่ได้จัดส่งสมาร์ทโฟนกว่า 10 ล้านเครื่องไปยังตลาดต่างประเทศ ยกเว้นอินเดีย ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ

การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายังคงเพิ่มขึ้น

เสียวหมี่ทุ่มเทให้กับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีการดำเนินการวิจัยและพัฒนามากมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น

ในช่วงเวลานี้ เสียวหมี่ได้เปิดตัวเทคโนโลยีอัลตร้าไวด์แบนด์ (UWB) ที่ปฏิวัติวงการ ด้วยเทคโนโลยีนี้ สมาร์ทโฟนของผู้ใช้จะสามารถรับรู้สัญญาณจากอุปกรณ์อัจฉริยะที่อยู่รอบๆ ตัวและควบคุมสัญญาณเหล่านั้นได้เพียงแค่ชี้สมาร์ทโฟนไปทางอุปกณ์อัจฉริยะเหล่านั้น นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังเปิดตัวเทคโนโลยีกล้องใต้จอรุ่นที่ 3 รวมไปถึงเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W Mi

ในงานประชุม Mi Developer Conference (MIDC 2020) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 กลุ่มบริษัทเสียวหมี่ได้ทำการเปิดตัว Xiaomi Vela ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ IoT ที่สร้างขึ้นบนระบบปฏิบัติการแบบฝังตัวแบบโอเพนซอร์ส Nuttx แพลตฟอร์มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างกันในทุกสถานการณ์ในชีวิตประจำวันเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศ IoT ยิ่งไปกว่านั้น ในงานนี้ เสียวหมี่ ยังได้เปิดตัว ผู้ช่วย AI รุ่นใหม่ “XiaoAi AI Assistant 5.0” ที่นำเสนอฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การทำงานร่วมกันในสถานการณ์ต่างๆ อย่างสมบูรณ์ ตลอดจนการสนทนาโต้ตอบแบบแอคทีฟ และเสียงที่กำหนดเองได้ 

จนถึงปัจจุบัน เสียวหมี่ ได้จัดตั้งทีมวิศวกรขนาดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยวิศวกรที่มีความสามารถกว่า 10,000 คน ในปี 2564 กลุ่มบริษัทเสียวหมี่จะยังคงเดินหน้าลงทุนและจัดหาวิศวกรเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาต่อไป โดยกลุ่มบริษัทเสียวหมี่มุ่งหวังที่จะขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของเสียวหมี่ในด้านหลักๆ ได้แก่ การถ่ายภาพ, การแสดงผลหน้าจอ, การชาร์จอย่างรวดเร็ว/การชาร์จแบบไร้สาย ระบบเสียง แพลตฟอร์มและการเชื่อมต่อ IoT, AI และการโต้ตอบด้วยเสียง 5G/6G Big Data และบริการบนคลาวด์, กระบวนการทำให้เป็นดิจิทัลและระบบการจัดการเวิร์กโฟลว์ รวมถึงระบบการผลิตอัจฉริยะ 

from:https://www.mobileocta.com/xiaomi-revealed-its-operating-results-in-the-third-quarter-of-2020/

realme พร้อมยกขบวนสมาร์ทโฟนและผลิตภัณฑ์ AIoT บุก Thailand Mobile Expo 2020 สุดคุ้มด้วยโปรโมชั่นและของแถมจัดเต็ม

กลับมาอีกครั้งสำหรับ Thailand Mobile Expo งานรวมรวบสมาร์ทโฟนยิ่งใหญ่กลางปี โดยในครั้งนี้ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก พร้อมยกขบวนสมาร์ทโฟนและผลิตภัณฑ์ AIoT มาในบูธที่ยิ่งใหญ่และจัดเต็มกว่าเดิม เสริมทัพด้วยโปรโมชั่นและของแถมสุดพรีเมียมมากมาย เฉพาะในงาน TME 2020 เท่านั้น ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม – 5 กรกฎาคม 2563 ณ ไบเทคบางนา ที่หอประชุม 98-99 บูธ PL4

ไฮไลท์โปรโมชั่นพิเศษ

  • เมื่อซื้อ realme 6Pro ‘6 เลนส์ จอเหนือขั้น’ ความจุ 8+128GB ในราคา 10,999 บาท รับฟรีทันทีSpecial Gift realme 6Pro และ กระเป๋าเดินทาง 24 นิ้ว
  • เมื่อซื้อ realme 6 ‘64MP กล้องโปร จอเหนือขั้น’ ความจุ 4+128GB ในราคา 7,999 บาท และความจุ 8+128GB ในราคา 8,999 บาท รับฟรีทันทีSpecial Gift realme 6 และ กระเป๋าเดินทาง 24 นิ้ว
  • เมื่อซื้อ realme 6i ‘ขุมพลังเต็มขั้น’ ความจุ 4+128GB ในราคา 6,499 บาท รับฟรีทันที หมอน realme หรือ หมอนรองคอ realme
  • เมื่อซื้อ realme C3 ‘3 เลนส์ เกมแรง’ ความจุ 3+32GB ในราคา 3,999 บาท รับฟรีทันที หมอน realme หรือ หมอนรองคอ realme
  • เมื่อซื้อ realme 5i ‘4เลนส์ แบตทรงพลัง’ ความจุ 4+64GB ในราคา 4,999 บาทและความจุ 4+128GB ในราคา 5,499 บาท รับฟรีทันที หมอน realme หรือ หมอนรองคอ realme
realme

พิเศษ! พบกับสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกกับ realme X50 Pro 5Gความเร็วแห่งอนาคต

  • สมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆในระดับราคาเดียวกันที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 865
  • ระบบชาร์จเร็ว 65W SuperDart ที่ชาร์จเต็ม 100% ใน 35 นาที
  • กล้อง 4 เลนส์ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
  • รองรับเครือข่าย 5G
  • ดีไซน์แรงบันดาลใจจากสสารนอกโลก มาพร้อม 2 สี ได้แก่ สี Moss Green และ Rust Red

เมื่อซื้อ realme X50 Pro 5G ภายในงาน TME 2020 ความจุ 12+256GB ในราคา 28,990 บาท รับฟรีทันที VIP Card รับประกันจอแตก 1 ปี เครื่องฟอกอากาศและกระเป๋าเดินทางพรีเมียม 24 นิ้ว

สุดคุ้ม! กับ realme X3 SuperZoom ‘พลังซูม พลังแรง’ ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 855+ และ หน้าจอ Refresh Rate 120Hz ในราคา 19,990 บาท รับฟรีทันที เครื่องทำความชื้น พร้อมเลือกรับเพิ่ม เครื่องฟอกอากาศหรือกระเป๋าเดินทาง

นอกจากสมาร์ทโฟนที่ยกมาจัดเต็มแล้ว realme ยังมีผลิตภัณฑ์ Alot ใหม่ล่าสุด ที่ร่วมออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง José Lévy จากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Hermès สู่หูฟังไร้สายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในราคา 1,199 บาท พิเศษ! เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนราคา 4,999 บาท ขึ้นไปคู่กับ realme Buds Q รับส่วนลดทันที 200 บาท   

ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เตรียมพบกับ Live สด จากสื่อไอทีชื่อดังและเหล่า Gamer ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกและทจดสอบประสิทธิภาพความแรงของ realme อย่างตื่นตาตื่นใจ

สำหรับช่องทางออนไลน์ สามารถซื้อ realme พร้อมโปรโมชั่นและของแถมจัดเต็มได้ทาง Lazada และ Shopee

ช่องทางการสั่งซื้อ

Lazada : https://bit.ly/2ZmjzHp                                                                                

Shopee : https://bit.ly/31w3dPg

ห้ามพลาด! มาร่วมสนุกพร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัส realme ได้ที่ Thailand Mobile Expo 2020 ณ ไบเทคบางนา หอประชุม 98-99 บูธ PL4 ติดตามข้อมูลเพิ่มได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2Uk8hju

from:https://www.mobileocta.com/realme-promotion-thailand-mobile-expo-2020-2/

realme ร่วมมือ Shopee จัดแคมเปญ realme Day นำทัพสมาร์ทโฟนและผลิตภัณฑ์ AloT ลดราคาจัดเต็มทั้งวัน พร้อมส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท เฉพาะวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น

 

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ร่วมมือกับ Shopee จัดแคมเปญ realme Day วันสุดพิเศษกับการลดราคาครั้งใหญ่ฉลองวันเงินเดือนออก นำทัพสมาร์ทโฟนสเปคจัดเต็มและผลิตภัณฑ์ AIoT มากมายมาลดราคาพิเศษทั้งวันแบบจัดเต็ม

มอบส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท พร้อม Voucher ลดเพิ่มสูงสุดอีก 800 บาท และรับคืนทันทีสูงสุด 1,000 Coins ที่ realme Official Store ใน Shopee เฉพาะวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น

 

 

ไฮไลท์โปรโมชั่น Flash Sale

  • realme XT ‘64MP 4เลนส์ สเปคสุดล้ำ’ ลดเหลือเพียง 8,999 บาท จากราคาปกติ 10,999 บาท
  • realme 5 Pro ‘4เลนส์ สเปคแรง’ ความจุ 8+128GB ลดเหลือเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 8,999 บาท และ realme 5Pro ความจุ 4+128GB ลดเหลือเพียง 4,999 บาท จากราคาปกติ 6,999 บาท
  • realme 5s ‘4เลนส์ พลังแบตเกินพิกัด’ ลดเหลือเพียง 4,999 บาท จากราคาปกติ 5,999 บาท
  • realme Power Bank มาพร้อมความจุ 10,000 mAh ลดเหลือเพีย 799 บาท จากราคาปกติ 899 บาท
  • หูฟังไร้สาย realme Buds Air (สีขาว) ‘ตัวจริงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย’ ลดเหลือเพียง 1,799 บาท จากราคาปกติ 1,999 บาท
  • สายรัดข้อมืออัจฉริยะ realme Band ‘ชีวิตสมาร์ทอย่างลงตัว’ ให้คุณเป็นเจ้าของในราคาเพียง 799 บาท

พิเศษ!  รับ Voucher ส่วนลดเพิ่มเมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข ดังนี้ 

  • รับส่วนลด 300 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 3,999 บาท
  • รับส่วนลด 500 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 5,999 บาท
  • รับส่วนลด 800 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 7,999 บาท
  • เมื่อกดติดตาม realme Official Store รับ Voucher ลดเพิ่มอีก 50 บาท

realme

นอกจากสมาร์ทโฟนที่ realme ยกขบวนมาจัดโปรโมชั่นอย่างสุดคุ้มแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ AIoT อย่าง realme Buds Air ตัวจริงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่มาพร้อมสีเหลืองใหม่สุดเท่ เปิดประสบการ์ณเสียงทรงพลังคมชัดแบบไร้ข้อจำกัด วางจำหน่ายในราคาเพียง 1,999 บาท พร้อมการรับประกันตัวเครื่องนาน 1 ปี

พลาดไม่ได้กับโปรสุดแรงลด 2 ต่อจัดเต็มจาก realme สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ทาง  realme Official Store ที่ Shopee หรือกดลิงก์สั่งซื้อได้ที่   https://bit.ly/2KC89by  เฉาพะวันที่ 30 เมษายนนี้เท่านั้น ติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2Uk8hju

 

from:http://mobileocta.com/realme-joins-shopee-to-organize-realme-day-campaign/

ไต้หวัน ผลักดันนโยบาย “มุ่งใต้” โปรโมทอุตสาหกรรม AIoT และ COMPUTEX 2018 ในประเทศไทย

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย หรือ TAITRA (Taiwan External Trade Development Council) จัดงานแถลงข่าวอุตสาหกรรม AIoT ของไต้หวันและ COMPUTEX 2018ผลักดันนโยบาย “มุ่งใต้” (Go South) ของรัฐบาลไต้หวัน

เพื่อกระตุ้นการพัฒนาความสัมพันธ์กับภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในทุกด้าน และช่วยสนับสนุนบริษัท ICT ไต้หวันในการขยายแผนธุรกิจมายังประเทศไทย รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม ICT ระหว่างทั้งสองประเทศ  

ทั้งนี้เพื่อกรุยทางให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกต่อไปในอนาคต รัฐบาลไต้หวันได้นำเสนอแผนพัฒนา “ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย” (Asian Silicon Valley) ในการสานต่อการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ล้ำสมัย รวมถึงการสร้างระบบนิเวศสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพระดับโลก

และด้วยพื้นฐานธุรกิจ OEM/ODM บวกกับความสามารถด้าน R&D ที่มั่นคง ทำให้ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในด้านห่วงโซ่อุปทาน ICT ระดับโลกและระบบนิเวศ AIoT อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อุตสาหกรรม ICT ของไต้หวันยังผันตัวเองจากการประมวลผลทางอินเตอร์เน็ตและการผลิตฮาร์ดแวร์มาเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่น AIoT ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

การพัฒนาอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ของสรรพสิ่ง (Artificial Intelligence of Things – AIoT) จะเป็นตัวกระตุ้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันภายในอีก 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย

โดยมีการคาดการณ์ว่า มูลค่าการผลิตของอุตสาหกรรมในประเภทนี้ของไต้หวันจะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 7 ต่อปีภายในปี พ.ศ. 2561 ตามอุปสงค์ที่สูงขึ้นของอุปกรณ์วงจรรวม (integrated circuit – IC) สำหรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์

เอมีเลีย ซือ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายนิทรรศการ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) กล่าวว่า “ด้วยการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากอุตสาหกรรม ICTของไต้หวัน ทำให้งาน COMPUTEX ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าระหว่างผู้ประกอบการจากภาคส่วน ICT IoT และธุรกิจสตาร์ทอัพ ได้ทันสมัยตามกระแสเทคโนโลยีระดับโลกเสมอ

ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา งานแสดงสินค้านี้ได้ปรับจุดยืนเป็นการสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีในระดับโลก (Building Global Technology Ecosystems) การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งงาน COMPUTEX ประจำปี 2017 ที่มีผู้จัดแสดง 1,600 ราย จาก  26 ประเทศ และมีผู้เข้าร่วมชมงานจากทั่วโลกมากกว่า 40,000 คน จาก 170

ประเทศ รายชื่อผู้จัดแสดงชั้นนำรวมถึง TESLA, NVIDIA, ARM, Intel, Microsoft, Supermicro, Hisense, Micronix, NTT, Acer, Asus, MSI, BenQ, Clevo, Delta, Cooler Master, Thermaltake ฯลฯ ในจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการ ยังรวมถึงบายเออร์ นักลงทุนในสตาร์อัพ (Venture capitalist – VC) และนักระดมทุน”  เอมีเลีย ซือ กล่าว

ภายใต้แนวทางใหม่นี้ งาน COMPUTEX 2018 ได้ให้ความสำคัญแก่ธีมหลัก 6 ธีม คือ AI & Robotics, 5G, Blockchain, IoT, Innovations & Startups และ Gaming & VR ซึ่งพื้นที่จัดแสดงสองส่วนสำหรับ SmarTEX และ InnoVEX จะเป็นไฮไลท์ของงาน COMPUTEX 2018 และ SmarTEX คือเวทีสำหรับการประยุกต์ใช้ IoT แบบล่าสุด

ซึ่งรวมทั้งการประยุกต์ใช้ด้านความปลอดภัย บ้านอัจฉริยะ สาธารณสุขอัจฉริยะ เทคโนโลยีแบบสวมใส่พกพา (wearables)และกีฬา โซลูชั่นส์เทคโนโลยีอัจฉริยะ และระบบสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับทุกสิ่ง (vehicle-to-everything “V2X”) ในขณะที่ InnoVEX ออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจสตาร์อัพด้านนวัตกรรมระดับโลกได้ติดต่อและพบปะกัน เพื่อพบกับพันธมิตรด้านกลยุทธ์ที่ใช่โดยเฉพาะ

“งานนี้ไม่ได้มีแค่ส่วนจัดแสดงเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งงานแถลงข่าวนานาชาติ พิธีเปิด การอภิปราย CPX รวมถึงการบรรยายและการสัมมนาด้าน ICT จำนวนมาก งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากผู้จัดแสดง การแข่งขันพิชชิ่งธุรกิจสตาร์ทอัพ การสาธิตธุรกิจสตาร์ทอัพ การจับคู่ผู้ประกอบการ ฯลฯ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลากของผู้จัดแสดง ผู้เข้าชมงาน และสื่อระดับโลกอีกด้วย”  เอมีเลีย ซือ กล่าวสรุป

from:http://mobileocta.com/taiwan-pushes-southbound-policy-to-promote-aiot-and-computex-2018-in-thailand/