คลังเก็บป้ายกำกับ: AI

(ฟรี) เชิญเข้าชมงาน Huawei Mobile Thailand Congress 2019 ณ สำนักงานหัวเว่ย

หัวเว่ยนำเสนอเทคโนโลยี 5G และ AI ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกในงาน Mobile Thailand Congress 2019 (Huawei MTC 2019)

“เราต้องการส่งข้อความหลักๆ สองประการแก่ผู้มาร่วมงาน” มร. เติ้ง เฟิง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ประการแรกคือเทคโนโลยี 5G มาถึงประเทศไทยแล้ว โดยมีระบบนิเวศ 5G ที่กำลังเติบโต ซึ่งพร้อมสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว ประการที่สองหัวเว่ยเป็นผู้นำเทคโนโลยี 5G ในระดับโลกเราได้ลงนามในสัญญา 5G กว่า 30 ฉบับกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำใน 20 กว่าประเทศทั้งในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง และได้ส่งมอบสถานีฐาน 5Gไปแล้วกว่า 40,000 ชุด”

หัวเว่ยมีความพร้อมที่จะจัดหาเทคโนโลยีไอซีทีดิจิทัลต่างๆ เพื่อช่วยเร่งให้ประเทศไทยเกิดการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล สามารถไขว่คว้าโอกาสใหม่ๆ เพิ่มพูนรายได้และปรับปรุงประสิทธิภาพและเตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจในยุค 5G

“การพัฒนา 5G กำลังเกิดขึ้นในระดับความเร็วที่ยากจะคาดเดา ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลกกำลังพัฒนาการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ด้วยความเร็วที่มากกว่าที่เคยเป็นมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้มีการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของมาตรฐาน 5G,ผลิตภัณฑ์ต่างๆ, เทอร์มินัล, ความปลอดภัยและธุรกิจ เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าและคู่ค้าของเราเพื่อคว้าโอกาสจากนวัตกรรม 5G และร่วมกันก้าวสู่ยุค5Gใหม่” มร. เติ้งเฟิงกล่าวเสริม

งาน Huawei MTC 2019 ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ห้องจัดแสดงนิทรรศการที่จะนำเสนอโซลูชั่น 5G ในแบบต่างๆ อาทิ Cloud IT, อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (Internet of Things หรือ IoT), สมาร์ทโฮม, การทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)และปัญญาประดิษฐ์ (AI)รวมถึงการอธิบายนำเสนอเพื่อให้ความรู้กับลูกค้าและคู่ค้ารวมถึงแบ่งปันประสบการณ์และความสำเร็จจากผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ยในหัวข้อดังต่อไปนี้:

• Intelligence +: ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยี Digital ICT ทั่วโลกและจากงานMWC 2019 (DICT)
• 5G มาถึงแล้ว, เครือข่ายที่ลดความซับซ้อนเพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่า (5G)
• โซลูชั่น WiFi ระดับพรีเมียมและตัวอย่างการใช้งานโครงข่ายภายใต้การทำงานขอNetwork Cloud Engine (NCE) (2H)
• การผสมผสานคลาวด์และเครือข่าย เพื่อช่วยเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจB2B (2B)
• การสร้างรายได้จากข้อมูลการใช้งานโครงข่าย ช่วยส่งเสริมให้เกิดการเติบโตใหม่ของกลุ่มผู้บริโภค (2C)
• Cloud & AI

ในส่วนของการบรรยาย ผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ยจะนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดของเทคโนโลยี AI เช่นโซลูชัน SoftCOM AI สำหรับเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ประสิทธิภาพเครือข่ายประสิทธิภาพ O&M และประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โซลูชัน SoftCOM AI ช่วยให้เกิด “0 บิต, 0 วัตต์” และการปรับเปลี่ยน Beam แบบปรับได้จึงช่วยเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับเครือข่ายโทรคมนาคม

โดยงานนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมถึง 5 เมษายน ที่ Exhibition Hall ของ หัวเว่ย ประเทศไทย ตึก G Tower ชั้น 39

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-mobile-thailand-congress-2019/

โฆษณา

เปิดตัว NVIDIA Jetson Nano Developer Kit รองรับการทำ Neural Networks ในราคา 99 เหรียญ

ในงาน GTC 2019 ทาง NVIDIA ได้ออกมาประกาศเปิดตัว NVIDIA Jetson Nano Developer Kit ซึ่งเป็นชุดพัฒนาขนาดเล็กที่มีราคาเริ่มเพียงแค่ 99 เหรียญหรือประมาณ 3,200 บาท แต่รองรับการประมวลผล Neural Networks ได้ในตัว

Credit: NVIDIA

ชุดพัฒนานี้ถูกออกแบบมาสำหรับให้เหล่า Maker, Deverloper และผู้ที่ต้องการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถพัฒนา AI Application บนบอร์ดขนาดเล็กนี้ได้โดยง่าย โดยอุปกรณ์ชุดนี้กินพลังงานเพียงแค่ 5 Watt และสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันทีที่เสียบการ์ด microSD ที่มี System Image ลงไป

สำหรับการพัฒนา Software นั้น สามารถใช้ NVIDIA JetPack SDK ที่ https://developer.nvidia.com/embedded/jetpack ซึ่งเป็น SDK กลางสำหรับใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล NVIDIA Jetson ได้ทั้งหมด รองรับทั้งการทำ Training และ Inference สำหรับ AI และสนับสนุน Framework หลากหลายทั้ง TensorFlow, PyTorch, Caffe และ MXNet รวมถึงยังมี Linux Desktop และความสามารถในการแสดงผลระดับสูงให้พร้อมใช้งานทันทีได้อีกด้วย

สเป็คของ NVIDIA Jetson Nano Developer Kit มีดังนี้

  • GPU 128-core Maxwell
  • CPU Quad-core ARM A57 @ 1.43 GHz
  • Memory 4 GB 64-bit LPDDR4 25.6 GB/s
  • Storage microSD (not included)
  • Video Encode 4K @ 30 | 4x 1080p @ 30 | 9x 720p @ 30 (H.264/H.265)
  • Video Decode 4K @ 60 | 2x 4K @ 30 | 8x 1080p @ 30 | 18x 720p @ 30 (H.264/H.265)
  • Camera 1x MIPI CSI-2 DPHY lanes
  • Connectivity Gigabit Ethernet, M.2 Key E
  • Display HDMI 2.0 and eDP 1.4
  • USB 4x USB 3.0, USB 2.0 Micro-B
  • Others GPIO, I2C, I2S, SPI, UART
  • Mechanical 100 mm x 80 mm x 29 mm

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://developer.nvidia.com/embedded/buy/jetson-nano-devkit

ที่มา: จดหมายข่าว NVIDIA

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-jetson-nano-developer-kit-is-announced/

Palo Alto Networks ขอเชิญร่วม Webinar เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Cortex XDR 21 มี.ค. 2019

Palo Alto Networks ขอเชิญเหล่า CISO, IT Security Manager, Security Engineer และผู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงานทางด้าน IT Security ทุกท่าน เข้าร่วม Webinar ฟรี “Break the Security Silos” เพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ล่าสุดจาก Palo Alto Networks อย่าง Cortex XDR บริการ Cloud สำหรับช่วยตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคาม ซึ่งจะสามารถปรับปรุงขีดความสามารถของตนเองให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างต่อเนื่องด้วย AI ในวันที่ 21 มีนาคม 2019 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

Break the Security Silos Webinar โดย Palo Alto Networks

วันที่ 21 มีนาคม 2019
เวลา 10.00 – 10.30
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://start.paloaltonetworks.com/new-era-of-detection-and-response-begins

Nir Zuk ผู้ก่อตั้งและ CTO แห่ง Palo Alto Networks, Lee Klarich ผู้ดำรงตำแหน่ง Chief Product Officer และ René Bonvanie ผู้ดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer จะมาเปิดตัวและเล่าถึงเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Cortex XDR พร้อมพูดคุยใน 3 ประเด็นหลักๆ ได้แก่

  • บทบาทของ Behavioral Analytics ในการตรวจจับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนสูง
  • การใช้แหล่งข้อมูลใดๆ ก็ได้ตามต้องการ และความสำคัญของการเลือกใช้แหล่งข้อมูลได้อย่างอิสระ
  • AI จะเข้ามาช่วยลคดความซับซ้อนในการวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างไร

ในช่วงท้ายของ Webinar ทางเหล่าวิทยากรจะทำการแสดงตัวอย่างการใช้งาน Cortex XDR และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทำการถามคำถามต่างๆ ด้วย

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถทำการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ https://start.paloaltonetworks.com/new-era-of-detection-and-response-begins

from:https://www.techtalkthai.com/palo-alto-networks-cortex-xdr-launch-webinar/

Google Lookout แอปช่วยผู้บกพร่องทางการมองเห็น เริ่มเปิดทดลองใช้งานแล้วในสหรัฐอเมริกา

หลังจากที่ในงาน Google I/O 2018 มีการพูดถึงแอพพลิเคชั่นสุดสมาร์ทอย่าง Lookout ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการมองเห็น ในที่สุด Google ก็ได้เริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้แล้วในสหรัฐอเมริกา โดยเบื้องต้นจำกัดให้ใช้งานเฉพาะบน Google Pixel และต้องตั้งค่าการใช้งานเป็นภาษาอังกฤษก่อน

สำหรับแอพพลิเคชั่น Lookout โดย Google นี้ จะชูจุดเด่นเอากล้องและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น เวอร์ชั่นแรกนี้จะมาพร้อมกับ Mode ใช้งาน 3 โหมดด้วยกันได้แก่ Explore, Shopping และ Quick Read หากเปิดเข้าใช้งานแอพฯในครั้งแรกจะเข้าสู่โหมด Explore ที่จะช่วยสื่อสารกับผู้ใช้งานโดยเป็นการบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่กล้องมองเห็น เช่น ไม่ว่าจะมีเก้าอี้หรือหมาน้อยขวางทางเดินของเราอยู่ Lookout รู้ Lookout เห็น

สำหรับโหมด Shopping จะเน้นไปที่การอ่านบาร์โค้ดสินค้าและค่าเงินบนธนบัตรเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้มากขึ้นว่าถือธนบัตรถูกชนิดอยู่ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องถือสกุลเงินต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคย และสุดท้ายกับโหมด Quick Read ก็ค่อนข้างตรงตัวคือช่วยอ่านป้ายและสัญลักษณ์ต่างๆรอบตัว เช่น ผู้ใช้งานจะหาทางเข้า – ออกตามสถานที่ หรือ เข้าใจสัญลักษณ์ต่างๆได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งจุดประสงค์หลักในเวอร์ชั่นแรกของแอพพลิเคชั่นนี้คือ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นจะสามารถเข้าถึงและสร้างความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมและสถานที่ใหม่ๆได้เป็นปกติสุขมากขึ้น สะดวกสบายมากขึ้นนั่นเอง

การใช้งานนั้นผู้ใช้เพียงแค่ต้องเปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นมาครั้งเดียวเท่านั้น และแทบจะไม่ต้องแตะหรือเลือกอะไรเพิ่มเติมอีก (เว้นแต่ต้องการเข้าสู่โหมดเฉพาะอย่าง Shopping หรือ Quick Read) ผู้ใช้แค่ต้องหาตำแหน่งดีๆให้กล้องหันออกจากตัวเช่นเอาใส่กระเป๋าเสื้อ หรือสายห้อยคอเท่านั้นเอง ในเบื้องต้น Google ยอมรับว่า Lookout ยังห่างไกลจากความเพอร์เฟ็ก แต่พวกเขาอยากให้แน่ใจว่ามันจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มผู้บกพร่องทางการมองเห็นอย่างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความสเถียร ฟังก์ชั่น รวมถึงการเปิดให้ผู้ใช้บริการในสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆนอกจาก Google Pixel และนอกประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และรวมไปถึงแพลตฟอร์มหรือระบบปฏิบัติการอื่นๆอีกในอนาคตอีกด้วย

 

ที่มา: Engadget

from:https://droidsans.com/google-lookout-release-for-visually-impaired/

ใกล้หมดยุคแอดมินเพจ เมื่อ AIS ประกาศนำเอา AI เข้ามาใช้ตอบแชทบนโซเชียลมีเดียแบบเต็มตัว

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS
บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS

พัฒนา AI จาก Big Data เพื่อมาตอบแชทลูกค้า

หลังจากที่ AIS ได้ซุ่มพัฒนา AI สำหรับการแชทเพื่อบริการลูกค้าอยู่เกือบ 1 ปีเต็ม บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS เล่าให้ฟังว่า “วันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เรามีความพร้อมเปิดตัว AI สำหรับการแชทแบบเต็มตัว”

หัวเรือใหญ่สายงานบริการลูกค้า บอกว่า AIS ได้ปล่อย AI หรือปัญญาประดิษฐ์เพื่อตอบคำถามลูกค้าบนโซเชียลมีเดียมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว “ผลตอบรับที่ได้ถือว่าดีมาก เพราะ AI ของเราสามารถตอบคำถามลูกค้าได้รวดเร็ว และแม่นยำถึง 80% เราภูมิใจมาก เพราะนี่คือผลของการพัฒนา AI มาตลอดตั้งแต่การเก็บข้อมูลผ่าน Big Data บนโซเชียลมีเดีย และการเก็บข้อมูลจากแอพพลิเคชั่น my AIS ผ่านการถาม Ask Aunjai นั่นเอง”

อย่างไรก็ตาม อีก 20% ที่ AI อาจตอบไม่ได้ หรือตอบไม่ตรง เนื่องจากคำถามอยู่นอกเหนือข้อมูลที่มีอยู่ หรืออาจเป็นคำถามที่ซับซ้อนเกินไป AIS บอกว่า จะมีพนักงานคอยรับเรื่องต่อเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า แต่ถึงอย่างไรก็เชื่อว่า AI ในการตอบแชทของ AIS จะได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความแม่นยำมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS
บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS

ส่วนคำถามต่อมาที่เกิดขึ้นคือ เมื่อ AI ตอบแชทมาแล้ว จะทำให้เกิดการจ้างแรงงานคนน้อยลงไหม?

เรื่องนี้ AIS บอกอย่างชัดเจนว่า ถึงที่สุดแล้ว ระบบอัตโนมัติจะมาทดแทนแรงงานคนในส่วนนี้อย่างแน่นอน แต่แรงงานคนไม่ได้หายไปไหน เพราะสิ่งที่ AIS ทำ คือการพัฒนาทักษะแรงงานคนให้สูงขึ้น เพื่อไปทำงานอื่นที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS
บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล Head of Customer & Service Management ของ AIS

แต่งานบางชนิด หุ่นยนต์ก็ทดแทนไม่ได้

งาน Contact Center หรือที่เราเรียกกันว่า Call Canter ถือเป็นหนึ่งในงานที่ต้องแก้ปัญหาให้กับลูกค้า รวมถึงต้องช่วยเหลือลูกค้าอยู่เสมอ

AIS บอกว่าแม้โดยภาพรวมแล้ว ระบบอัตโนมัติอาจมาทดแทนได้ แต่งานบางส่วนก็ไม่สามารถใช้หุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติได้ และยังจำเป็นต้องการแรงงานคนที่มี “หัวใจ” บริการในส่วนนี้อยู่ นั่นก็คือ การตั้งทีมขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ใช้งานกลุ่มสูงอายุที่ต้องการตามโลกแห่งความไฮเทค แต่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ยังคงต้องการแรงงานคนมาช่วยในส่วนนี้อยู่

ทึมของ Contact Center ของ AIS ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลกลุ่มผู้สูงวัยไฮเทคได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ใครที่สนใจอ่านบทความของ Brand Inside ที่เคยสัมภาษณ์หนึ่งในทีมงาน เจาะใจพนักงาน AIS Contact Center กว่าจะมาเป็น Angel Team นางฟ้าผู้ช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มสูงวัยไฮเทค

งาน AIS 360
งาน AIS 360

การดูแลลูกค้าต้อง 360 ครบทุกมิติชีวิต

นอกจากส่วนงานบริการแล้ว ในส่วนงานดูแลลูกค้า AIS บอกว่า ปีนี้ก็ทุ่มงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อมัดใจลูกค้า โดยงบนี้จะแบ่งเป็น 50% แรกนำไปจัดการกับเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหลาย ส่วนอีก 50% จะแบ่งไปจัดการส่วนงานดูแลลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษมากมาย

AIS บอกว่า สิทธิพิเศษที่ลูกค้าได้รับจะเน้นแบบ 360 องศา คือครอบคลุมในทุกมิติชีวิต ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน แต่ถ้าให้แบ่งตามประเภท ก็ต้องบอกว่า “เรื่องการกิน” เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุด เพราะการกินถือเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย

อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากสถิติการใช้สิทธิพิเศษของลูกค้า พบว่า มีการใช้ในเรื่องการกินสูงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 60 – 70% รองลงมาเป็นความบันเทิง เช่น ส่วนลดชมภาพยนตร์ หรือเที่ยวสวนสัตว์ 15% ตามมาด้วยการช้อปปิ้ง 10% และอื่นๆ อีก 5-8% ดังนั้นในปีนี้ AIS จึงจะขยายร้านค้าอาหารที่มีสิทธิพิเศษกับ AIS จาก 25,000 เป็น 28,000 เพื่อความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

งาน AIS 360
งาน AIS 360

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ais-360-ai-full-service-digitization/

Microsoft เปิดคอร์สออนไลน์ฟรี “AI Business School” เน้นเรื่องธุรกิจและปัญญาประดิษฐ์

ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจครั้งใหญ่ หนึ่งในพื้นฐานสำคัญคือ “เทคโนโลยี”

  • ล่าสุด Microsoft เปิดคอร์สออนไลน์ให้เรียนฟรี เน้นการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในธุรกิจ
Microsoft AI Business School
Photo: Shutterstock

คอร์สธุรกิจออนไลน์เรียนฟรีของ Microsoft

Microsoft เปิดตัวคอร์สออนไลน์ใหม่ล่าสุดโดยใช้ชื่อว่า “AI Business School” โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่เรื่องของการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการทำธุรกิจ

  • คอร์ส AI Business School เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใครๆ ก็เรียนได้ เพียงแค่เข้าไปที่ เว็บไซต์นี้ แล้วคลิกเข้าไปเรียนผ่านวิดีโอได้เลย (ไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือ log in ก็สามารถเรียนได้)

ปัจจุบันมีเพียง 4 คอร์สเท่านั้นที่เปิดสอนอยู่บนเว็บไซต์ เช่น วิชาแนะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษญ์สำหรับผู้นำธุรกิจ, หลักการในการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และการนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาสร้างคุณค่าทางธุรกิจ

Microsoft AI Business School
Microsoft AI Business School

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าไปเรียนแล้ว หากมีข้อสงสัยหรือคำแนะนำ ผู้เรียนสามารถส่งฟีดแบ็คกลับไปยัง Microsoft ได้ นอกจากนั้นก็สามารถส่งคำร้องขอวิชาที่ต้องการเรียนได้ในช่องทาง Request Content

การเปิดคอร์สออนไลน์ด้านธุรกิจของ Microsoft ถือเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้จะเน้นไปที่การเปิดคอร์สเรียนออนไลน์ด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก เช่น ไมโครซอฟท์เปิดคอร์สวิชา AI ที่ใช้สอนพนักงาน ให้คนทั่วไปเรียนฟรีออนไลน์

Microsoft AI Business School
Microsoft AI Business School

ที่มา – Microsoft

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/microsoft-ai-business-school-free-online-course/

Microsoft ขอเชิญร่วมสัมมนาฟรี Innovation Conference แนะนำ AI และ Business Solutions 27 มี.ค. 2562

Microsoft และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ขอเชิญชวนเหล่าผู้ประกอบการและผู้บริหารในธุรกิจขนาดเล็ก, ขนาดกลาง และธุรกิจขนาดใหญ่ เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี Innovation Conference รับฟังทิศทางธุรกิจไทยในปี 2562 พร้อมอัปเดตเทคโนโลยี AI, e-Document, Chatbot integration, AI for sales, Social Listening, HR Solution, ERP, CRM, PowerBI เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจ ในวันที่ 27 มีนาคม 2562 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

Innovation Conference โดย ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

สถานที่ โรงแรม Intercontinental Bangkok (ห้อง Pinnacle 4-6)
วันที่ 27 มีนาคม 2562
เวลา 13:00 น. – 17:45 น. (เปิดลงทะเบียนเวลา 12:30 น.)

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนา รับฟังทิศทางธุรกิจไทยในปี 2562พร้อมรับชมนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพองค์กรสู่ความสำเร็จในเรื่อง Digital Transformation

เป็นครั้งแรกที่ ไมโครซอฟท์ จะเผยถึงผลสำรวจเชิงลึกล่าสุด ภายใต้หัวข้อMicrosoft IDC Study – Artificial Intelligence ในประเทศไทย เจาะลึก How-To ว่าองค์กรของท่านจะเริ่มต้นและนำ AI เข้าไปใช้กับ Digital Transformationได้อย่างไร พร้อมพบกับนวัตกรรมสำหรับธุรกิจภายใต้ Trusted Cloud

ไม่เพียงเท่านี้ ท่านจะได้พบกับไมโครซอฟท์และคู่ค้าที่ยกทัพโซลูชัน อาทิ e-Document, Chatbot integration, AI for sales, Social Listening, HR Solution, ERP, CRM, PowerBI และพบกับการสาธิตการเชื่อมต่อระบบข้อมูลบน Portal รวมถึงการแสดงผลบน Dashboard ที่ช่วยให้ตัดสินใจในเรื่องสำคัญได้อย่างแม่นยำ พร้อมพบปะพูดคุยกับนักพัฒนาและเจ้าของโซลูชันโดยตรงที่จะคอยตอบข้อสงสัยจากท่าน

พิเศษสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนออนไลน์ 30 ท่านแรกรับของที่ระลึกฟรีที่หน้างาน และพิเศษสำหรับ 30 ท่านแรกที่มาร่วมงาน สามารถรับของที่ระลึกได้ที่หน้างานเช่นกัน

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://www.microsoftevents.com/profile/form/index.cfm?PKformID=0x6371632abcd

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-innovation-conference-free-seminar-invitation/