คลังเก็บป้ายกำกับ: ADVER

Acer Notebook ที่ใช้ CPU AMD ทุกรุ่น สามารถใช้บริการดูแล Notebook สุดเทพ Pick Up & Return Check Up ในราคาเพียง 99 บาท (จากปกติ 856 บาท)

จัดได้ว่าเป็นบริการสุดพิเศษจากทาง Acer จริงๆ สำหรับคนใช้งาน Notebook ที่เลือกสเปกเป็นชิปประมวลผล (CPU) AMD จะสามารถใช้บริการดีๆ อย่าง Pick Up & Return Check Up ซึ่งเป็นบริการดูแล Notebook สุดเทพได้ ในราคาเพียง 99 บาท (จากปกติ 856 บาท) กับการที่เราอยู่บ้าน แล้วมีเจ้าหน้าที่ Acer มาจัดการ Notebook ของเราถึงที่ ที่สำคัญเครื่องหมดประกันก็สามารถใช้บริการนี้ได้ด้วย

ทั้งในส่วนของตรวจสอบภายนอกภายใน ทำความสะอาด รวมไปถึงขั้นเปลี่ยนซิลิโคนให้ด้วย ปิดท้ายกับการแนะนำดูแลรักษา Notebook ด้วยตนเองอีกด้วย (แต่ถ้าตรวจสอบแล้วว่าส่วนไหนเสียแล้วต้องซ่อม จะมีค่าบริการอย่างการซื้ออะไหล่เปลี่ยนนะ) เรียกได้ว่าเป็นบริการดีๆ ที่ทาง Acer และ AMD มีความตั้งใจเป็นอย่างมากทีเดียว โดยบริการนี้เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็นดังนี้

  • ตรวจสอบการทำงานโดยรวม และรวมถึงระบบระบายความร้อน ให้ตัวเครื่องได้ทำงานได้ 100%
  • ทำความสะอาดเครื่องภายนอกด้วยน้ำยาฆ่าเชื่อโรค เพื่อสุขภาพอนามัยขั้นสูงสุด
  • ตรวจสอบการทำงาน ตรวจเช็คความผิดปกติของ Component โดยใช้ Acer Diagnostic Test
  • เปลี่ยน Silicone CPU และ Chipset เพื่อให้นำความร้อนได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • แนะนำการดูแลรักษาครื่องเบื้องต้นให้ทางลูกค้า

สำหรับ Acer Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังขายตอนนี้ สเปกชิปประมวลผล AMD ที่ร่วมบริการนี้ มีดังต่อไปนี้

Acer Aspire 3 A314-22 ราคา 12,990 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ Full HD IPS เน้นใช้งานพื้นฐานเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรับงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้ ราคาคุ้มค่าที่ 12,900 บาท ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3250U พร้อมได้สเปกครบเครื่อง อีกหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ โดยเป็นโน้ตบุ๊คซึ่งมีความเบาของตัวเครื่องเพียง 1.9 กิโลกรัม ดีไซน์การออกแบบก็มีความสวยงามลงตัว เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายแล้วสุดๆ

โดยได้สเปกที่ครบครันสุดๆ หน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แรงลื่นในตัว (รองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ภายหลัง) ติดตั้งหน้าจอพาเนล IPS ที่สีสันสวยงาม ความละเอียด Full HD ที่คมชัด และได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานทันทีเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก สำหรับเป็นแบบประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย ที่บอกเลยว่าราคาถูกคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์ที่ได้รับกลับมา

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.1 Type-C เลย น่าจะให้มาซัก 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC

เหมาะมากๆ สำหรับคนต้องโน้ตบุ๊คที่เน้นใช้งานพื้นฐานทั่วไปในราคาคุ้มค่าไม่แพงให้ประสิทธิภาพพอตัว รองรับการพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนกัน เพราะตัวเครื่องไม่หนักมาก ที่แม้อาจจะไม่เบามากแต่แบตใช้งานได้ยาวนานเกือบ 6 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่าดีกว่ามาตรฐานเดิมๆ ที่ปกติแล้วโน้ตบุ๊คช่วงราคานี้จะได้เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น หลักๆ แล้วตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ Charcoal Black และ Pure Silver

Acer Swift 3 ราคา 22,990 – 25,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมขายในไทยแล้ว มีราคาที่ 22,990 – 25,990 บาท ได้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย โดยในบทความนี้จะเป็นสเปก Ryzen 7 4700U

ประกันเป็น 2 ปี สเปก Ryzen 5 4500U / 3 ปี (ปีแรก On-site) สเปก Ryzen 7 4700U พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น (รุ่นก่อน 1.35 กิโลกรัม) ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง ตัวเครื่องมีให้เลือกสีสัน Mauve Purple และ Pure Silver

นอกจากนี้ยังรวมไปถึง Acer Nitro 5 ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000H รวมไปถึง Acer Aspire 3 / Acer Swift 3 ที่ใช้เป็น AMD Ryzen 3000U หรือ AMD Althon อีกด้วย ซึ่งในตอนนี้น่าจะหมดตลาดไปแล้ว เตรียมพร้อมรอสเปกใหม่รุ่นใหม่อย่างเช่น Acer Nitro 5 สเปก AMD Ryzen 4000H เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกที

หมายเหตุ
-โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น
-การให้บริการครอบคลุมถึงเครื่องที่หมดการรับประกันสินค้าแล้ว
-การให้บริการใช้เวลา 3 วันนับจากวันที่ไปรับเครื่องจากลูกค้า (ไม่รวมวันหยุดราชการ)
-ราคานี้ไม่รวมถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์อื่นๆ ภายในตัวเครื่อง ที่ชำรุดเสียหาย

from:https://notebookspec.com/acer-notebooks-with-all-amd-cpus-can-use-the-ultimate-notebook-maintenance-service-pick-up-return-check-up-for-just-99-baht/527726/

Review – Acer Predator Triton 500 (2020) สเปก i7-10875H + RTX 2080 Super Max-Q จอ IPS 300Hz เบา 2.1 โล แรงลื่นท็อปสุด

Acer Predator Triton 500 (2020) นี้เป็นการต่อยอดมาจาก Gaming Notebook รูปแบบ Thin & Light มาโดยตลอดของ Predator Triton Series เสริมด้วยการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา โดยทำงานกับชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด Intel Core i7-10875H ที่แรงเหนือชั้นกว่า Core i7-10750H ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องแรงกว่า Gaming Desktop ไปแล้ว ภายใต้ตัวเครื่องที่เบา 2.1 กิโลกรัม และบางเฉียบเพียง 17.9 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าแรงสุดเล็กสุดจริงๆ

โดย Acer Predator Triton 500 (2020) มีหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ มีขอบจอที่บางเฉียบ ผนวกกับหน้าจอ IPS เกรดสูง และอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 300Hz/3ms/G-Sync สเปกอื่นๆ ได้แรมขนาด 32GB และ SSD ความจุ 1TB ที่จัดได้สำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น สนนราคาที่ 89,990 บาท สมกับเป็นรุ่นท็อปสุด พร้อมได้ประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

from:https://notebookspec.com/review-acer-predator-triton-500-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%81-i7-10875h-rtx-2080-super/526771/

Review – Acer Predator Triton 500 (2020) สเปก i7-10875H + RTX 2080 Super Max-Q จอ IPS 300Hz เบา 2.1 โล แรงลื่นท็อปสุด

Acer Predator Triton 500 (2020) นี้เป็นการต่อยอดมาจาก Gaming Notebook รูปแบบ Thin & Light มาโดยตลอดของ Predator Triton Series เสริมด้วยการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา โดยทำงานกับชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด Intel Core i7-10875H ที่แรงเหนือชั้นกว่า Core i7-10750H ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องแรงกว่า Gaming Desktop ไปแล้ว ภายใต้ตัวเครื่องที่เบา 2.1 กิโลกรัม และบางเฉียบเพียง 17.9 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าแรงสุดเล็กสุดจริงๆ

โดย Acer Predator Triton 500 (2020) มีหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ มีขอบจอที่บางเฉียบ ผนวกกับหน้าจอ IPS เกรดสูง และอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 300Hz/3ms/G-Sync สเปกอื่นๆ ได้แรมขนาด 32GB และ SSD ความจุ 1TB ที่จัดได้สำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น สนนราคาที่ 89,990 บาท สมกับเป็นรุ่นท็อปสุด พร้อมได้ประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

from:https://notebookspec.com/review-acer-predator-triton-500-spec-i7-10875h-rtx-2080-super/526771/

แนะนำ Acer Predator Helios 300 (2020) สเปก Core i Gen 10H แรงสุดด้วย GeForce RTX 2070 Max-Q โน้ตบุ๊คเล่นเกมครบเครื่อง แรงลื่นล้ำ ราคาคุ้มค่า

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปที่งาน next@acer 2020 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ที่มีความครบเครื่องเรื่องของสเปก Core i Gen 10H แรงสุดด้วย GeForce RTX 2070 Max-Q ได้ฟีเจอร์มากมาย รวมไปถึงการออกแบบดีไซน์ที่ดูจริงจัง Gaming มากกว่าตระกูลที่เป็น Nitro 5 / Nitro 7 เน้นความพรีเมียมและประสบการณ์ใช้งานกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมแนวทางการออกแบบไปในทิศทางเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Predator Helios 500 / Predator Helios 700 แต่มาในราคาที่ราคาถูกกว่า คาดราคาขายเริ่มต้นจะอยู่ที่ 40,000 บาท (1,199.99 เหรียญสหรัฐ)

ที่สำคัญคือเสริมด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ที่แรงเข้ากันลงตัว ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องเทียบกับ Deskto PC สบายๆ  และการ์ดจอแรงสุดๆ อย่าง GeForce GTX RTX 2070 Max-Q ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา เพราะสามารถ Overclock เพิ่มได้ ที่นับว่ามีประสิทธิภาพความแรงเล่นเกมได้ลื่นไหลแน่นอน รองรับหน่วยความจำสูงสุด DDR3 2933 MHz 32 GB, PCIe NVMe SSD 2 ตัวในการกำหนดค่า RAID 0 และฮาร์ดไดรฟ์สูงสุด 2 TB ให้ความเร็วและพื้นที่ในการจัดเก็บเกมและความบันเทิงได้อย่างจุใจ 

มีขนาดหน้าจอทั้ง 15.6″ และ 17.3″ ให้เลือกกัน รองรับ Refresh Rate ที่ 240 Hz (3ms) โดยเน้นความแรงประสิทธิภาพในการเล่นเกมเป็นหลัก แบบไม่เน้นความบางเบามากหนักตามสไตล์ของ Predator Helios Series ที่สำคัญได้ระบบระบายความร้อนเอกสิทธิ์จากทาง Acer อย่าง AeroBlade 3D Gen 4 ส่งผลให้แม้สเปกจะแรงแค่ไหน แต่ก็จัดการความร้อนได้เยี่ยมไรักังวล ซึ่งในบทความ เราจะมาแนะนำ Acer Predator Helios 300 รุ่นใหม่กันก่อน ก่อนที่จะนำมาขายในไทยอย่างเป็นทางการ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปชมกันต่อเลย

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ที่จะจำหน่ายประเทศไทยเร็วๆ นี้มาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา หลักๆ แล้วเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ส่วนการ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660Ti (6GB GDDR6) หรือ RTX 2060 (6GB GDDR6) จนไปถึง RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) พร้อม แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 2933 MHz ที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB – 1TB รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

หน้าจอขนาด 15.6″ หรือ 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 240Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง Waves Maxx Audio ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2600 Ethernet Controller

และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 แบบ Wireless-AX 1650 ซึ่งทำงานร่วมกับ Killer Control Center 2.0 ของ Killer ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน แน่นอนว่า Acer Predator Helios 300 (2020) รุ่นที่ขายในไทยต้องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง ตามมาตรฐานของ Acer Predator ที่เป็น Gaming Notebook ระดับกลางค่อนสูง

Acer Predator Helios 300 (2020) จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง จากการที่ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% โดยได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พกพาพอได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

โดยเป็นส่วนสำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรูมา พร้อมความสดใหม่เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ตัวเครื่องนั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว วัสดุเป็นอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook จากทาง Acer Predator ปี 2020 นี้ก็ว่าได้

Acer Predator Helios 300 มาในโทนสีดำสลับกับสีฟ้าบางส่วนอย่างโลโก้และฟินระบายความร้อน พร้อมกันนั้นพื้นผิวเรียบเนียน ซึ่งจะทำได้ละเอียดกว่าการขัดปกติ และช่วยให้สีติดที่เนื้อวัสดุได้อย่างดีที่สุด แถมยังมีความทนทานด้วย โดยการใช้งานจริงนับว่าให้สัมผัสที่เยี่ยมยอด แตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปแบบรู้สึกได้ในครั้งแรก

ฝาหลังจะมีโลโก้ Predator พร้อมกับความสามารถเปล่งแสงสีฟ้าได้ ส่วนขอบด้านหน้าจะมีการว้าวเว้นเอาไว้ให้เปิดฝาได้ง่าย ตรงขอบก็จะมีการตัดมุมไว้ให้ดูสวยงามและโดดเด่นกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป สำหรับด้านฐานล่างตัวเครื่อง Acer Predator Helios 300 (2020) รุ่นนี้เป็นอะลูมิเนียมเรียบๆ พร้อมมียางรองขนาดเล็กทั้งหมด 4 จุด ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ส่วนงานประกอบก็เนียบเหมือนเดิม เรื่องนี้ไว้ใจทาง Acer เค้าได้เลย

Acer Predator Helios 300 ยังใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบพิเศษ AeroBlade 3D Gen 4 ใช้พัดลม 2 ตัว ตัวละ 59 ใบพัดขนาด 0.1 มิลลิเมตร ออกแบบพิเศษได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกการบินที่เงียบสนิทและทรงพลังของนกฮูก ปลายใบพัดลมของเราจึงมีรอยหยักเพื่อให้อากาศผ่านได้มากขึ้น ซึ่งมีช่องระบายอากาศถึง 4 จุด อยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง ฟินเป็นสีฟ้าสวยงาม

เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผล (พัดลม 1 ตัว) และการ์ดจอ (พัดลม 1 ตัว) ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 3 เส้นพาดผ่าน CPU และ GPU ที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ หายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด CoolBoots นั่นเอง

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 โดดเด่นด้วยฟีเจอร์เพียบพร้อมและเทคโนโลยีที่ครบครัน โดยมีปุ่มกดที่เร่งประสิทธิภาพของ  อย่าง Turbo ซึ่งอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ดทางซ้าย เพียงการกดครั้งเดียว ตัวเครื่องจะเร่งรอบพัดลมอัตโนมัติให้แรงที่สุดทั้ง 2 ตัว เพื่อให้ชิปประมวลผลทำได้เต็มที่ 100% ส่วนการ์ดจอก็จะมีการเร่งความแรงไปอีกให้เกิน 100% ด้วยการ Overclock การใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย โดยเมื่อกดแล้วเราจะเห็นว่ามีไฟสีฟ้าสว่างขึ้นที่ปุ่ม พร้อมกับรอบพัดลมที่ดังขึ้น และตัวซอฟต์แวร์เองก็จะแสดงสถานะการทำงานของการ Overclock การ์ดจอด้วย

คีย์บอร์ดถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ โดยบริเวณด้านขวาของชุดคีย์บอร์ดยังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเวลาที่จะปรับแต่งการใช้งานโหมดต่างๆ รวมไปถึงการปรับรอบพัดลมหรือปรับสีไฟคีย์บอร์ดด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่เป็นโทนฟ้าต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่สำคัญไฟคีย์บอร์ด LED ก็เป็นแบบ RGB แบ่ง Per-Key เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้

ซอฟแวร์ยูทิลิตี้ PredatorSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าไฟคีย์บอร์ด RGB, ไฟพัดลม, เร่งรอบพัดลมได้เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเรายังสามารถ Overclock การ์ดจอ เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้แรงยิ่งขึ้นไปอีกได้ รวมไปถึงรองรับการเชื่อมต่อกับมือถืออีกด้วย และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน Predator Sense  เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

ด้านลำโพงเป็นแบบสเตอริโอ แบบ 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Waves MaxxAudio ที่ผสานกับ DTS:X Ultra จำลองเสียงรอบทิศทาง เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่เก่งครบจบรอบด้านเลย

เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ทั้งในส่วนของสเปกและราคาขายจริง จะมานำเสนอกันอีกที คาดว่าไม่นานเกินรอแน่นอน สำหรับการมาขายจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งบทความรีวิวและวีดีโอ Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ก็จะตามมาภายหลังด้วย แฟนๆ Predator เตรียมตัวซื้อหากันได้เลย สำหรับ Gaming Notebook ตัวจริงที่จัดเต็มทั้ง สเปกและดีไซน์ รวมถึงฟีเจอร์ Gaming ขนาดนี้

from:https://notebookspec.com/acer-predator-helios-300-2020-the-latest-core-i-gen-10h-with-geforce-rtx-2070-max-q/526530/

Notebook 2020 น่าซื้อ จอ 14″ IPS ทำงานทั่วไป เน้นบางเบา สเปก Ryzen 4000U แรงลื่น ใช้งานง่ายๆ เริ่ม 19,900 บาท

บทความนี้เราจะมาแนะนำ Notebook น่าซื้อ ประจำช่วงกลางปี 2020 สเปก AMD Ryzen 4000U เน้นทำงาน จอ 14″ IPS เริ่มราคาถูกสุดๆ ที่ 19,900 บาท ได้สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค ที่ได้ความแรงลื่นกว่า Notebook สเปก AMD Ryzen 3000U หรือ Ryzen 3000H เลยทีเดียว นับได้ว่าเป็นชิปประมวลของ Notebook ยุคใหม่ โดยบางรุ่นจะมาพร้อมโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย ส่วนประกันมีทั้งแบบ 2 ปี และ 3 ปี ซึ่งปีแรกมีประกันอุบัติเหตุ หรือ On-site Service

ที่ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำหน้าไม่ว่าจะเป็นแรมมาตรฐาน DDR4 3200MHz และ SmartShift  รวมถึง Wi-Fi 6 AX ที่ยอดยอดประสบการณ์ใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งกับความร้อนที่เกิดขึ้นก็น้อยกว่า และแบตเตอรี่เมื่อใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ยาวนานกว่าเดิมด้วย ทั้งในส่วนของ AMD Ryzen 4000 U ที่เน้นติดตั้งในโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงานหรือคุ้มค่าอย่าง AMD Ryzen 5 4500U /AMD Ryzen 7 4700U ได้แรม 8GB และ SSD M.2 ความจุ 256GB – 512GB จะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

MSI Modern 14 ราคา 19,900 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดอย่าง Ryzen 4500U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ได้หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง19,900 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อมซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน้ตบุ๊กทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก ในส่วนของแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง

ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 15.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน้ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม พร้อม Ergonomics View Design ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

Acer Swift 3 SF314 ราคา 22,990 – 25,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 แบ่งออกเป็น 2 สีหลักๆ คือ สีเงิน Silver ที่ดูสว่างเรียบๆ เนี๊ยบๆ  และสีม่วง Purple ที่ดูสดใสน่ารักเหมาะกับสาวๆ ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง

Acer Swift 3 SF314-42 ใช้ชิปประมวลผลตัวแรงสุดๆ คุ้มค่าสุดๆ ด้วย AMD Ryzen 5 4500U (2.30 GHz up to 4.00 GHz, 8 MB L3 Cache) และ Ryzen 7 4700U (2.00 GHz up to 4.10 GHz, 8 MB L3 Cache) ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรอนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน  ได้แรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอขนาด 14 นิ้ว เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากๆ

ประกันเป็น 2 ปี พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ASUS VivoBook 14 D413 ราคา 19,990 – 22,990 บาท

ASUS VivoBook 14 D413 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ VivoBookที่เน้นสีสันและความสนุกสนาน ช่วยการทำงานมัลติทาสกิ้ง และการใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม ตัว WiFi 6 AX ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ที่สำคัญยังเปิดตัวสีใหม่รับปี 2020 มาพร้อมสีสัน 4 เฉดสี อย่างสี Resolute Red, Gaia GreenDreamy White และ Indie Black ที่แตกต่างจากคู่แข่ง พร้อมความพิเศษเพิ่มลูกเล่นบนแป้น ‘Enter’ ด้วยขอบตัดสีเหลืองสะดุดตาแบบสุดๆ พร้อมกันนั้นยังมีสติ๊กเกอร์ให้เราสามารถแปะแต่งเพิ่มเติมอีกด้วย

สเปกภายในของตัว ASUS VivoBook 14 D413 มาพร้อมสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series อย่าง Ryzen 4500U / Ryzen 7 4700U ได้การ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน มาพร้อมขอบหน้าจอบางพิเศษ NanoEdge ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ในส่วนของสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz  พร้อม SSD 512GB แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานทันที พร้อมลำโพงเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon ราคาขายไทยอยู่ที่ 19,990 – 22,990 บาท ได้ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS และประกันอุบัติเหตุในปีแรกด้วย

โดดเด่นด้วยสีสันทูโทนรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ตัวเครื่องภายนอกและด้านในได้วัสดุคุณภาพสูงที่แข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะส่วนของส่วนของฝาหน้าจอที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยที่ดูสวยงามพร้อมความเรียบง่าย แน่นอนว่ามีโลโก้ ASUS VivoBook อย่างโดดเด่น ส่วนตัวด้านล่างก็จะเป็นพลาสติกที่แข็งแรง ทำให้ตัวเครื่องน้ำหนักที่เบา มีการนำเสนอพื้นผิวแบบเรียบเนียนสัมผัสดี ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.4 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และขอบจอบางเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ปี 2020 ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ติดเครื่องมาพร้อม Windows 10 ไปใช้งานฟรีๆ ด้วย

from:https://notebookspec.com/notebook-2020-should-buy-a-14-ips-screen-general-work-focusing-on-slim-ryzen-4000u-specification/526535/

แนะนำ Acer Swift 5 เบาไม่ถึงโล สเปก Core i รุ่นล่าสุด การ์ดจอออนชิป Intel Xe สุดล้ำ จอกระจก Gorilla Glass ป้องกันแบคทีเรีย เริ่ม 30,000 บาท

Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นใหม่กลางปีนี้ ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่งาน next@acer 2020 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย โดยสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 nm+ ที่มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรก (อย่าง Core i7-1165G7) ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ หลายเท่าตัว รวมไปถึงยังมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 ที่มีความแรงพอๆ กับการ์ดจอ Gaming ด้วย ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2

ซึ่งผลการทดสอบจากพอมีข้อมูลจากต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า Tiger Lake-U รุ่น 15W เองนั้นก็สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า Ice Lake-U 18%-32% เลยทีเดียว และถ้าไปเทียบกับ Tiger Lake-U 28W ก็ยิ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกคือ 29%-64% กันเลยทีเดียว ประสิทธิภาพที่สูงขนาดนี้นอกจากจะได้มากจากความเร็วของ CPU Clock ที่สูงขึ้นแล้วยังได้มาเพราะการปรับปรุงสถาปัตยกรรมใหม่ของชิปประมวลผลอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอชมข้อมูลจริงๆ จากทาง Intel อย่างเป็นทางการอีกที แต่คาดว่ามันต้องเจ๋งอย่างแน่อน

Acer Swift 5 (SF514-55) มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 9xx กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8 – 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

เรียกได้ว่า Acer เสนอโน้ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานด้วยฟีเจอร์เทคโนโลยี Corning Gorilla Glass พร้อมการเคลือบสาร Antimicrobial ป้องกันแบคทีเรีย รวมไปถึงในส่วนของทัชแพดด้วย พร้อมได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 3 ที่โอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท (999 เหรียญสหรัฐ) แล้วแต่สเปก ที่เป็น Intel Core i5 และ Core i7 รุ่นใหม่ล่าสุด

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 (SF514-55) ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมง + แน่นอน พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

ซึ่งนอกเหนือจากตัวเครื่องคุณภาพดีทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมความสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่า ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน้ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็อาจจะปาเข้าไปเป็น 2 กิโลกรัมได้เลย เพราะเบากว่าเดิมมากๆ ถือมือเดียวสบาย หยิบถือติดตัวไปใช้งานตามร้านกาแฟหรือ Co Working Space ก็ประทับใจสุดๆ

คาดว่าถ้า Acer Swift 5 (SF514-55) นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็จะได้ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย แน่นอน สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ยังไงคนไหนในปี 2020 นี้ กำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ กว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปล่ะก็ ลองดูเป็น Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นนี้ได้เลย สำหรับรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม ไว้ติดตามกันอีกที เราจะมาอัพเดทกันเรื่อยๆ เลย

from:https://notebookspec.com/introducing-the-acer-swift-5-the-latest-in-core-i-not-an-intel-xe-chip/526529/

แนะนำ Acer Swift 5 เบาไม่ถึงโล สเปก Core i รุ่นล่าสุด การ์ดจอออนชิป Intel Xe สุดล้ำ จอกระจก Gorilla Glass ป้องกันแบคทีเรีย เริ่ม 30,000 บาท

Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นใหม่กลางปีนี้ ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่งาน next@acer 2020 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย โดยสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 nm+ ที่มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรก (อย่าง Core i7-1165G7) ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ หลายเท่าตัว รวมไปถึงยังมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 ที่มีความแรงพอๆ กับการ์ดจอ Gaming ด้วย ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2

ซึ่งผลการทดสอบจากพอมีข้อมูลจากต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า Tiger Lake-U รุ่น 15W เองนั้นก็สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า Ice Lake-U 18%-32% เลยทีเดียว และถ้าไปเทียบกับ Tiger Lake-U 28W ก็ยิ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกคือ 29%-64% กันเลยทีเดียว ประสิทธิภาพที่สูงขนาดนี้นอกจากจะได้มากจากความเร็วของ CPU Clock ที่สูงขึ้นแล้วยังได้มาเพราะการปรับปรุงสถาปัตยกรรมใหม่ของชิปประมวลผลอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอชมข้อมูลจริงๆ จากทาง Intel อย่างเป็นทางการอีกที แต่คาดว่ามันต้องเจ๋งอย่างแน่อน

Acer Swift 5 (SF514-55) มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 9xx กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8 – 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

เรียกได้ว่า Acer เสนอโน้ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานด้วยฟีเจอร์เทคโนโลยี Corning Gorilla Glass พร้อมการเคลือบสาร Antimicrobial ป้องกันแบคทีเรีย รวมไปถึงในส่วนของทัชแพดด้วย พร้อมได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 3 ที่โอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท (999 เหรียญสหรัฐ) แล้วแต่สเปก ที่เป็น Intel Core i5 และ Core i7 รุ่นใหม่ล่าสุด

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 (SF514-55) ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมง + แน่นอน พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

ซึ่งนอกเหนือจากตัวเครื่องคุณภาพดีทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมความสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่า ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน้ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็อาจจะปาเข้าไปเป็น 2 กิโลกรัมได้เลย เพราะเบากว่าเดิมมากๆ ถือมือเดียวสบาย หยิบถือติดตัวไปใช้งานตามร้านกาแฟหรือ Co Working Space ก็ประทับใจสุดๆ

คาดว่าถ้า Acer Swift 5 (SF514-55) นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็จะได้ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย แน่นอน สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ยังไงคนไหนในปี 2020 นี้ กำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ กว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปล่ะก็ ลองดูเป็น Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นนี้ได้เลย สำหรับรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม ไว้ติดตามกันอีกที เราจะมาอัพเดทกันเรื่อยๆ เลย

from:https://notebookspec.com/introducing-the-acer-swift-5-the-latest-in-core-i-and-gpu-intel-xe-chip/526529/

Next@Acer 2020 เปิดตัว ยกทัพครบทุกกลุ่ม GAMING, CREATOR, RUGGED และ LAPTOP พร้อมเปิดตัว “Enduro” ดีไวซ์สายพันธุ์อึดสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม

เอเซอร์อวดโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน Next@Acer ยกทัพครบทุกกลุ่ม

GAMING, CREATOR, RUGGED และ LAPTOPS

พร้อมเปิดตัว “Enduro” ดีไวซ์สายพันธุ์อึดสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม

Laptops

Acer Swift5 อัพเดทเจนเนเรชั่นใหม่ของโน้ตบุ๊กในกลุ่มบาง เบา หน้าจอ FHD IPS 14นิ้ว เทคโนโลยี Corning® Gorilla® Glass พร้อมการเคลือบสาร Antimicrobial ป้องกันแบคทีเรียที่ทัชแพด ให้สัดส่วนหน้าจอสมจริงถึง 90%  อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลังของหน่วยประมวลผล Intel® CoreTM พร้อมสถาปัตยกรรม Intel Xe การ์ดจอแยกจาก Intel หรือ NVIDIA® GeForce® MX350 GPUs บอดี้ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold

Acer Swift 5 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้นที่ 999.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,099 ยูโร และในประเทศจีน ในเดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้นที่ 6,999 หยวน

—————————————————————-

Acer Chromebook Spin 713, Enterprise Spin 713 และ Spin 311 คอนเวอร์ทิเบิลโครมบุ๊คสำหรับภาคธุรกิจ และนักเรียนนักศึกษากับการออกแบบระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีใหม่จากเอเซอร์ ปลดล็อคทุกความสามารถกับการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Chrome ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Intel® CoreTM Gen10th เป็น Chromebook ใน Project Athena ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยที่สุดด้วยวัสดุ military grade ให้ความแข็งแรง ทนทาน

Acer Chromebook Spin 713, Enterprise Spin 713 คอนเวอร์ทิเบิลโครมบุ๊คหน้าจอ IPS Corning® Gorilla® Glass ขนาด 13.5 นิ้ว ให้แสดงผลระดับ 2K ในอัตราส่วน 3:2 เทคโนโลยีหมุนพับได้ 360 องศา 

Acer Chromebook Spin 713 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 629.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนมิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ 699 ยูโร และ Acer Chromebook Enterprise Spin 713 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1099 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 899 ยูโร 

Acer Chromebook Spin 311 คอนเวอร์ทิเบิลโครมบุ๊คหน้าจอ 11.6 นิ้ว ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Mediatek MT8183 ให้ประสิทธิภาพสำหรับการเรียกใช้แอพหลายหน้า และเอกสารพร้อมกัน แบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง ช่วยให้มั่นใจได้ว่านักเรียนและครอบครัวจะได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลาการทำงานและการเล่นที่ยาวนาน

Acer Chromebook Spin 311 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 259.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนมิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ 299 ยูโร 

—————————————————————-

Gaming 

Desktop

Predator Orion 9000 และ Orion 3000 เกมมิ่งเดส์กท็อปสำหรับเกมเมอร์มืออาชีพที่ชื่นชอบการสตรีมระหว่างการเล่นเกม Orion 9000 มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของพลังประมวลผล Intel® CoreTM i9 Extreme Edition พร้อมการ์ดจอคู่ NVIDIA® Geforce® RTX® 2080 Ti กับการอัพเกรดระบบระบายความร้อนขั้นสูง รวมถึง Orion 3000 ที่มาพร้อมพลังประมวลผลจาก Intel® Core™ i7 Gen 10th 

Nitro 50 เกมมิ่งเดส์กท็อปสำหรับการใช้งานทั่วไปและผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการพลังการต่อสู้บนเวทีของเกมเมอร์ ด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลังของ Intel® Core™ i7 Gen 10th ผนวกกราฟิกที่ลื่นไหลจาก GeForce® RTX 2060 SUPER ให้ความจุในการจัดเก็บด้วย SSD 1TB NVMe PCIe SSD2 และ HDDs 3TB ถึง 2 ตัว

Predator Orion 9000 จะเริ่มวางจำหน่ายในภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนตุลาคมราคาเริ่มต้นที่ 2,799 ยูโร และเดือนกันยายนที่ประเทศจีน ในราคาเริ่มต้นที่ 20,999 หยวน

Orion 3000 จะเริ่มจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกันยายน ราคาเริ่มต้นที่ 999.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 899 ยูโร และในประเทศจีน ในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 8,999 หยวน

Nitro 50 จะเริ่มจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนกันยายน ราคาเริ่มต้นที่ 799.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 799 ยูโร และในประเทศจีน ในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 4,599 หยวน

Notebook

Predator Helios 300 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ได้รับความนิยม นำเสนอด้วยประสิทธิภาพที่คุ้มค่าด้วย Intel® CoreTM Gen 10th H Series กราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 2070 GPU Max-Q Design หน้าจอ IPS FHD 15.6 นิ้ว Helios 300 ส่งมอบเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ในราคาย่อมเยา รองรับหน่วยความจำสูงสุด DDR3 2933 MHz 32 GB, PCIe NVMe SSD 2 ตัวในการกำหนดค่า RAID 0 และฮาร์ดไดรฟ์สูงสุด 2 TB ให้ความเร็วและพื้นที่ในการจัดเก็บเกมและความบันเทิงได้อย่างจุใจ 

Predator Helios 300 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,199.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ยูโร และในประเทศจีน ในเดือนมิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ 8,999 หยวน

Predator Triton 300 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังแต่ดีไซน์บางที่รองรับการทำงานของ Intel® CoreTM Gen 10th H Series มาด้วยจอแสดงผล FHD IPS ขนาด 15.6 นิ้ว ความเร็วในการตอบสนอง 3 มิลลิวินาที ให้ความสว่าง 300 nits เหมาะสำหรับการเล่นเกมและการสร้างคอนเทนต์ รองรับ M.2 SSD ได้สูงสุดสามตัว (1 PCIe, 2 คอมโบ) ให้อัตราการถ่ายโอนที่รวดเร็วและความเร็วที่คอเกมต้องการ ภายใต้ตัวเครื่องโลหะเพิ่มท่อเพื่อการระบายความร้อนขั้นสูงถึง 3 ท่อ พร้อมระบบทำความเย็นแบบ dual-fan (ประกอบด้วยพัดลมโลหะ 3D AeroBlade 3D รุ่นที่ 4)

Predator Triton 300 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในเดือนกันยายน ในราคาเริ่มต้นที่ 1,299.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,399 ยูโร 

Nitro 7 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่พกพาไปได้ทุกที่ จอ FHD IPS 15.6 นิ้ว บอดี้โลหะบางเพียง 19.9 มม. (0.78 นิ้ว) มาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel® CoreTM Gen 10th H Series กราฟิกการ์ด GeForce RTX™ 2060 GPU ระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ และเทคโนโลยี Acer CoolBoost™ ที่สามารถเปิดใช้งาน NitroSense ในการเพิ่มความเร็วพัดลม 10% และการระบายความร้อนของ CPU / GPU 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ 

Nitro 7 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในเดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้นที่ 999.99 เหรียญสหรัฐ และภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนกรกฎาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ยูโร

—————————————————————-

Creator

Notebook

ConceptD เครื่องมือคู่ใจที่งานสายครีเอเตอร์ต้องมี เพิ่มไลน์โปรดักส์ด้วยโน้ตบุ๊ก เดส์กท็อป และมอนิเตอร์สำหรับผู้ใช้งานกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์ล้ำสมัยด้วยประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ผลิตภัณฑ์กลุ่ม ConceptD ให้ความถูกต้องของสีในระดับมืออาชีพด้วยจอแสดงผล PANTONE® Validated การันตีความแม่นยำของค่าสีด้วยมาตรฐาน Delta E ที่น้อยกว่า 1 ให้ความนิ่งสงบเพื่อพลังแห่งการสร้างสรรค์ด้วยความเงียบของพัดลม AeroBladeTM 3D ที่ลดเสียงรบกวนในระดับต่ำกว่า 40dB

ConceptD 3 Ezel คอนเวอร์ทิเบิลโน้ตบุ๊กสำหรับการขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ของ       ครีเอเตอร์ ดีไซน์เรียบหรู ตัวเครื่องบางแต่อัดแน่นด้วยพลังการประมวลผล Intel® CoreTM i7 Gen 10th แบตเตอรี่ให้ชั่วโมงการใช้งานสูงสุด 18 ชั่วโมง ครอบคลุมการทำงานที่นอกเหนือจาก drawing และ sketching แต่ยังสามารถใช้งานได้ถึง animation และ 3D. ConceptD 3 Ezel สามารถปรับการใช้งานได้ถึง 6 รูปแบบ ด้วยคุณสมบัติของบานพับที่สามารถปรับการใช้งานได้ตามสถานการณ์  

ConceptD D3 Ezel พร้อมจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,499.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนกันยายน ราคาเริ่มต้นที่ 1,699 ยูโร และในประเทศจีน ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 9,999 หยวน

ConceptD 3 ให้อิสระของการสร้างสรรค์ด้วยโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพสูงได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมพลังขับเคลื่อนจาก Intel® CoreTM Gen 10th H Series พร้อมกราฟิกการ์ดที่สามารถเลือกได้ทั้ง NVIDIA Quadro T1000 (ConceptD 3 Pro) หรือ GeForce GTX 1650Ti GPUs เหมาะสำหรับการทำงาน 2D, 3D 

ConceptD 3 จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้นที่ 999.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนตุลาคม ราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ยูโร และในประเทศจีน เดือนกันยายน ราคาเริ่มต้นที่ 8,999 หยวน

Desktop

ConceptD 100 ปลดล็อกพลังสร้างสรรค์ด้วยเดส์กท็อป ที่เหมาะกับการออกแบบ 2D ละการสร้างแบบจำลอง 3D CAD สำหรับครีเอเตอร์มืออาชีพ และห้องเรียนมัลติมีเดีย ConceptD 100 ขับเคลื่อนด้วยพลังการประมวลผล Intel® CoreTM Gen 9th และกราฟิกการ์ดที่มีให้เลือกทั้ง NVIDIA GeForce และ Quadro GPU พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูล SSD ที่สูงถึง 256GB เร่งการประมวลผลให้เร็วขึ้นด้วย RAM DDR4 สุงสุดถึง 32 GB  

ConceptD 100 จะเริ่มวางจำหน่ายในภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนมิถุนายน ราคาเริ่มต้น 799 ยูโร 

Monitor

ConceptD CP5 และ CP3 จอมอนิเตอร์สำหรับกราฟิกครีเอเตอร์ นักตัดต่อและอนิเมเตอร์มืออาชีพที่ต้องการจอที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมความแม่นยำของสีที่โดดเด่น ConceptD CP5 และ CP3 ได้รับการออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความละเอียด แม่นยำของสี และช่วงสีที่กว้าง อัตราการรีเฟรชสูงเพื่อความสะดวกในการออกแบบ 

ConceptD CP5271U V ให้ภาพสมบูรณ์เหมือนจริงด้วยการแสดงค่าสีแม่นยำในระดับ Delta E<1 จอแสดงผล PANTONE 1.07 พันล้านสี ให้คุณภาพของภาพที่มีความละเอียดอ่อนได้ถึง WQHD 2560 x 1440, VESA DisplayHDR 600 รองรับ Adaptive-Sync และโอเวอร์คล็อกอัตราการรีเฟรชได้ถึง 170 Hz เพราะสำหรับงานตัดต่อ CG ระดับมืออาชีพ ครอบคลุมสี Adobe RGB 99% ให้อัตราการตอบสนองอย่างรวดเร็ว 1 ms (GTG)

ConceptD CP5 พร้อมจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 749.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 759 ยูโร และในประเทศจีน ในเดือนกรกฎาคม ในราคาเริ่มต้นที่ 4,999 หยวน

ConceptD CP3 มอนิเตอร์สำหรับมืออาชีพด้านตัดต่อวิดีโอแอนิเมชั่น และนักออกแบบกราฟิกรองรับช่วงสีที่กว้างถึง 98% ความละเอียดหน้าจอ WQHD 3840 x 2160 ให้อัตรารีเฟรชสูงถึง 165 Hz

ConceptD CP3 พร้อมจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 619.99 เหรียญสหรัฐ ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 629 ยูโร และเริ่มจำหน่ายแล้วในประเทศจีน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3,999 หยวน

ConceptD CM3 เพราะการสร้างสรรค์คือการถ่ายทอดจินตนาการ ConceptD CM3 มอนิเตอร์สำหรับกราฟิกมืออาชีพ และรีทัชเชอร์ที่ต้องการจอภาพที่สามารถแสดงแนวคิดการออกแบบที่ละเอียดครอบคลุมถึงการแสดงภาพ 3D ให้การถ่ายทอดและแสดงผลเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ให้ความแม่นยำสีที่ดีเยี่ยม รองรับช่วงสีที่กว้างเพิ่มความเเชื่อถือในชิ้นงาน 

ConceptD CM3271K มอนิเตอร์ 4K UHD ให้ความละเอียด 3840 x 2160 พร้อมช่วงเวลาตอบสนอง 4 ms (G to G) อัตราการรีเฟรช 60Hz รองรับขอบเขตสี Adobe RGB 99% สามารถทำงานร่วมกับ AMD Radeon FreeSync รองรับ PANTONE ให้ค่า Delta E<2 และรองรับ VESA-certified Display HDR™ 400 

ConceptD CM3271K พร้อมจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 709.99 เหรียญสหรัฐ, ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง ในเดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 719 ยูโร และประเทศจีน ในเดือนกรกฎาคม ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4,999 หยวน

Rugged

Enduro Series กลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตสายพันธุ์อึดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อมอบความทนทาน ความสะดวกในการพกพาและประสิทธิภาพที่จำเป็นสำหรับมืออาชีพที่ทำงานในพื้นที่ งานภาคสนามและอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enduro Series มาพร้อมมาตรฐาน MIL-810G (มาตรฐานการทดสอบการสั่นสะเทือน) และ IP65 (มาตรฐานที่บอกถึงระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ) นอกจากการป้องกันทางกายภาพของตัวเครื่องแล้วยังรวมถึงการจัดการความปลอดภัยและการจัดการต่างๆ เช่น Acer Enduro Manageability Suite (AEMS) ระบบที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น 

Notebook

Acer Enduro N7 โน้ตบุ๊กที่มีความแข็งแกร่ง ทนต่อสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย ผลิตด้วยวัสดุที่ดูดซับแรงกระแทก ได้รับการการออกแบบทางวิศวกรรมมให้ทนทานต่อการตกกระแทกพื้น และปกป้องการซึมผ่านของฝุ่นและน้ำ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทำให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้ทั้งในสภาพอากาศที่ร้อนและเย็น Acer Enduro N7 มีหน้าจอ FHD 14 นิ้ว ให้การมองเห็นที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นกลางแดดหรือในร่มด้วยความสว่าง 700 nit มาพร้อมแบตเตอรี่คู่ ทั้ง hot-swappable ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง และแบตเตอรี่แบบ built-in อีก 1 หน่วย

Acer Enduro N3 อีกหนึ่งโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่ให้ความสมดุลในด้านความทนทานและการพกพาเหมาะกับการรองรับการทำงานที่หลากหลาย ทั้งสถาปนิก ผู้ตรวจสอบโครงการ ผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่ภาคสนาม หรือแม้กระทั่งผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการบันทึกการผจญภัย Acer Enduro N3 นอกจากจะได้รับการออกแบบให้ทนน้ำ ทนฝุ่นตามมาตรฐาน MIL-810G และ IP65 ยังรวมถึง Corning® Gorilla® Glass ที่ช่วยปกป้องจอแสดงผลจากน้ำ Acer Enduro N3 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวล Intel® CoreTM i7 Gen 10th ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เชื่อถือได้ด้วยการ์ดจอแยก NVIDIA® GeForce® MX230 และ PCle Gen3 NVMe SSD 512 GB เพื่อรองรับการใช้งานหนักในภาคอุตสาหกรรม 

Acer Enduro N3 พร้อมจำหน่ายในอเมริกาเหนือ เดือนสิงหาคม ราคาเริ่มต้นที่ 899 เหรียญสหรัฐ, และวางจำหน่ายแล้วในภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลาง เดือนมิถุนายน ในราคาเริ่มต้นที่ 999 ยูโร 

Tablet            

Acer Enduro T5 วินโดวส์แท็บเล็ตขนาด 10 นิ้ว ได้รับการออกแบบที่รองรับการทำงานที่ยาวนานในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสามารถเปลี่ยนการใช้งานแบตเตอรี่ได้ Acer Enduro T5 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยหน่วยประมวลผล Intel® CoreTM M Gen 7th ให้พลังงานที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้งานด้านการขนส่งและสายงานการผลิต เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานแท็บเล็ตด้วยอุปกรณ์เสริม แท่นวาง มือจับ สายคล้องไหล่ 4 จุด สายพาดบ่า ที่ชาร์ตและที่ยึดในรถยนต์ 

Acer Enduro T1 (ET110-31W) วินโดวส์แท็บเล็ตขนาด 10 นิ้ว ที่มีความยืดหยุ่นและทนทาน สามารถเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นโน้ตบุ๊กได้ด้วยคีย์บอร์ดเสริม มาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel Celeron พื้นที่จัดเก็บข้อมูล eMMC 64 GB อีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน 

Acer Enduro T1 (ET108-11A) แอนดรอยด์แท็บเล็ตขนาด 8 นิ้ว ดีไซน์กะทัดรัดแต่ทนทาน เหมาะสำหรับการใช้งานในกลุ่มค้าปลีก คลังสินค้า และปรับใช้ตามความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรม มาพร้อมอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย พร้อมปุ่มตั้งโปรแกรมที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างและหลากหลาย

ข้อมูล สเปค และราคาที่แน่นอน อาจแตกต่างไปตามภูมิภาค หากต้องข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับความพร้อมใช้งาน ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ และราคาในตลาด กรุณาติดต่อสำนักงาน Acer ที่ใกล้ที่สุดผ่าน http://www.acer.com

from:https://notebookspec.com/next-acer-2020-launches-all-groups-of-gaming-creator-rugged-and-laptop/526494/

MSI Modern 14 / 15 โน้ตบุ๊ตทำงานดีไซน์หรู เบาสุด 1.3 โล สเปกแรงลื่นด้วย Ryzen 4000U / Core i Gen 10 + MX330 ราคาเริ่ม 19,990 บาท

จัดเต็มความสร้างสรรค์ วางจำหน่ายพร้อมกันแล้ววันนี้ MSI Modern Series รุ่นใหม่ ทั้ง Intel 10th Gen ผนวกกับ GeForce MX330 และครั้งแรกของ CPU Ryzen 4000 ซีรี่ส์ บน MSI Content Creation ราคาเริ่มต้นที่ 19,990 บาท

แบรนด์ MSI นอกจากจะเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าตลาดด้านเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่เน้นประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีที่สุดแล้วนั้น ในปัจจุบัน ยังมีการออกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในซีรี่ส์ที่ชื่อว่า Content Creation เน้นไปที่ตลาดในการสร้างสรรค์ผลงานและการทำงานระดับทั่วไปที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์เรียบหรู ดูทันสมัย ใช้งานได้ทุกสถานการณ์ เหมาะทั้งการทำงานและการพรีเซนต์ โดยรุ่นที่เปิดตัวใหม่จะเป็น Modern Series มีราคาอยู่ในระดับเริ่มต้น เหมาะสำหรับคนทำงานทั่วไปหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการใช้โน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า ราคาเริ่มต้นเพียง 19,990 บาทเท่านั้น

Modern 15 มาพร้อมประสิทธิภาพในการทำงานระดับสูง จาก CPU Intel 10th Gen รุ่นใหม่ และใช้กราฟิกการ์ด GeForce MX330 ตัวล่าสุด

ออกแบบมาสำหรับการทำงานในระดับที่ต้องการประสิทธิภาพสำหรับการแสดงผลโดยเฉพาะ ด้วยกราฟิกการ์ดที่เหมาะกับการใช้งานอย่าง GeForce MX330 รุ่นใหม่ รวมถึงใช้ CPU Intel 10th Gen ช่วยให้การประมวลผลเป็นไปอย่างราบรื่น ในด้านอื่นอย่างการดีไซน์ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ด้วยการนำลวดลาย Hair-Brushed มาใส่ลงบนพื้นผิวที่ทำจากอลูมิเนียมคุณภาพดี สี Space Gray มีความทนทาน ใช้งานได้ทุกสถานการณ์ รวมถึงยังมีความบางและเบา เหมาะแก่การพกพา หน้าจอสีสันสดใส ให้ความรู้สึกทันสมัย เหมาะกับทุกการใช้งาน

Modern 14 ดีไซน์ใหม่ ใช้งาน CPU Ryzen 4000 ซีรี่ส์ ประสิทธิภาพดี พร้อมลุยไปทุกที่ มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม

นับว่าน่าจับตาสำหรับ MSI Modern 14 รุ่นใหม่นี้ เพราะมาพร้อม CPU Ryzen 4000 ซีรี่ส์ที่การันตีความแรงในการทำงาน รวมถึงได้ความสดใหม่จากดีไซน์ Ergonomic Lift ช่วยยกตัวเครื่องให้มีองศาที่เหมาะกับการใช้พิมพ์มากขึ้น รวมถึงช่วยในการระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ด้านดีไซน์ก็มีความสวยงาม ด้วยการใช้สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม ในส่วนการอัพเกรดนั้น สามารถใส่ RAM ได้สูงสุดถึง 2 สล็อตด้วยกัน  เพิ่มความแรงในการใช้งานให้สูงขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน้ตบุ๊กทั่วๆไป

Modern 15 A10RAS-248TH / 249TH

Intel® Core™ i7-10510U / i5-10210U / GeForce MX330, 2GB GDDR5 / 15.6″ FHD (1920*1080), IPS-Level Thin Bezel / DDR IV 8GB (2666MHz) / 512GB NVMe PCIe SSD / Intel Wireless-AC 9560 (2*2 a/c) + BT5  / Single Backlight (White) Keyboard / 2 Years Warranty

ราคา 28,990 / 25,990 บาท

Modern 14 B4MW-006TH

Ryzen™ 5 4500U / Radeon™ RX Vega Graphics / 14″ FHD (1920*1080), IPS-Level Thin Bezel Thin Bezel / DDR IV 8GB (2666MHz) / 512GB NVMe PCIe SSD / AW-CB375NF / Single Single Backlight (White) Keyboard / 2 Years Warranty

ราคาเริ่มต้นที่ 19,990 บาท

ทั้ง Modern 14 และ Modern 15 มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ สามารถหาซื้อได้ที่หน้าร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Modern 15: https://th.msi.com/Content-Creation/Modern-15-A10X

Modern 14: https://th.msi.com/Content-creation/Modern-14-B4X/

หาซื้อได้ที่

Modern 15: https://th.msi.com/Content-creation/Modern-15-A10X/wheretobuy

Modern 14: https://www.msi.com/Content-creation/Modern-14-B4X/wheretobuy

ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสาร รวมถึงสอบถามรายละเอียดเพิ่มในส่วนผลิตภัณฑ์ของ MSI ได้ที่

MSI Gaming Website https://th.msi.com/

MSI Thailand Facebook https://msi.gm/2u6kGeX

MSI Thailand Instagram https://msi.gm/2QOli6R

MSI Thailand YouTube https://msi.gm/2ZgU1tt

MSI Thailand Twitter https://msi.gm/30afDZW

from:https://notebookspec.com/msi-modern-14-15-notebook-working-with-luxury-design-ultra-light-1-3-low-power-specs-with-ryzen-4000u-core-i-gen-10-mx330-starting-price-of-19990-baht/526180/

Acer แนะนำคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กรองรับระบบปฏิบัติ Chrome และ Windows รับการเรียนการสอนออนไลน์

เอเซอร์ แนะนำคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กรองรับระบบปฏิบัติการ Chrome และ Windows

รับการเรียนการสอนออนไลน์พร้อมหนุนพาร์ทเนอร์ในโปรแกรมพิเศษซัพพอร์ตภาคการศึกษา

เพราะปัจจุบันรูปแบบการเรียนการสอนทำได้มากกว่าแค่ในห้องเรียน ความต้องการซื้อสินค้าไอทีเพื่อรองรับกับการเรียนการสอนมีปรากฎชัดเจน ความคุ้มทุนของสินค้าที่ต้องการทั้ง สเปค ดีไซน์ ความสะดวกในการพกพา ประสิทธิภาพครอบคลุมทุกการใช้งาน ทั้งด้านการนำเสนอ ตอบโต้มีปฏิสัมพันธ์ผ่านช่องทางที่หลากหลายในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น การเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษา การจัดออนไลน์เวิร์คช็อป การลงพื้นที่จริงผ่านไลฟ์สด ไปจนถึงการส่งการบ้าน ตอบแบบสอบถามออนไลน์ฯลฯ

เอเซอร์นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เอื้อต่อการเรียนการสอน และตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ทั้งในระบบปฏิบัติการ Windows และ Chrome

Chrome OS

เอเซอร์มีไลน์โปรดักส์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ Google ด้วย Chromebook ดังนี้

Acer Chromebook โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Chrome OS ต่อไปนี้คุณลุยงานเพียงลำพัง Chromebook มาพร้อมผู้ช่วย Google Assistant ที่จะช่วยให้การเรียนการสอนซอฟต์ลง พร้อมทำให้ทุกบทเรียน บททดสอบเป็นไปอย่างง่ายดายด้วยระบบเครื่องที่สามารถใช้งานได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google ที่ข้อมูลทุกอย่างจะถูกจัดเก็บบนคลาวด์แบบเรียลไทม์ ลดการใช้งานของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในเครื่อง

ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก ตอบโจทย์โมบิลิตี้ไลฟ์สไตล์ ยิ่งไปกว่านั้น Chromebook ยังขึ้นชื่อเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการป้องกันเชิงลึกที่ทำการปกป้องแบบหลายชั้น ทำให้ยากต่อการถูกโจรกรรมทางโลกไซเบอร์ ผลิตภัณฑ์ Chromebook จากเอเซอร์นำเสนอให้เลือกใช้งานตั้งแต่ไซส์จอ 11.6 -14 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 9,900 – 32,900 บาท

Acer Chromebook Spin คอนเวิร์ททิเบิ้ลโน้ตบุ๊กที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย สนุกไปกับการใช้ปากกาสไตลัส Wacom EMR วาดเขียนจดงานได้อย่างลื่นไหล หน้าจอทัชสกรีนขนาด ขนาด 13.5 นิ้วพับได้กว้างถึง 360 องศา พร้อมกับกระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass® รองรับ IPS ความละเอียด 2,256 x 1,504 พิกเซล ในอัตราส่วน 3:2 เผยมุมมองที่กว้างและรองรับการทำงานที่หนักหน่วงนานถึง 10 ชั่วโมง

ในฝั่งผู้ใช้งานไมโครซอฟท์ เอเซอร์ยังมีคอมพิวเตอร์ที่รองรับผู้ใช้งานในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10th Gen ที่เพิ่งปล่อยมาพร้อมกับเครื่องรุ่นท็อปๆ ไปเมื่อปลายปี

ขบวนโน้ตบุ๊กที่อัดแน่นด้วยพลัง เรียนออนไลน์ลื่นไหล ทำงานพื้นฐานไม่สะดุด ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ ไม่ต้องเพ่งให้เสียสายตา สะดวกไปอีกกับระบบปฏิบัติการ Windows รองรับการใช้งาน Microsoft office ที่ติดตั้งมาครบครัน ใช้งานได้ยาวๆ  หรือคลายเครียดไปกับโปรแกรมบันเทิงต่างๆได้อย่างเพลิดเพลิน และสนุกสนาน ด้วยราคาที่ผู้ปกครองเอื้อมถึง

Acer Aspire Series

โน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมืออาชีพ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และครบครัน เพื่อการสร้างสรรค์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับทำงานได้หลากหลายเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะหนัก เบา หรือจะทำงานได้ยาวๆ ไม่มีสะดุด วัสดุแข็งแรง พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน มีรุ่นให้เลือกมากมาย ในราคาเบาๆ สามารถจับจ่ายได้สบายใจ ในราคาเริ่มต้น 9,990 – 20,990 บาท (ราคารวม VAT)

Acer Swift Series

โน้ตบุ๊กเครื่องบาง น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวกคล่องตัว ดีไซน์สวย พกพาไปเรียนสะดวกง่ายดาย หน่วยประมวลผลทรงพลังมีมาให้เลือกทั้งจากโปร CPU Intel Core และ AMD RyzenTM 4000 series สะดวก สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลายทั้ง USB-C และ Thunderbolt 3 ขอบจอบาง ความละเอียด Full HD สามารถเรียนได้เต็มตามากขึ้น รวมถึงรับชมความบันเทิงได้อย่างไม่มีสะดุดด้วยพลังจุในแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ทัชแพดใช้งานได้ลื่นไหล ทำงานพื้นฐานได้สบายไม่มีติดขัด ในราคาเบาๆ ราคาเริ่มต้น 13,990 บาท (ราคารวม VAT)

Acer Spin Series

คอนเวอร์ทิเบิลโน้ตบุ๊กที่ผสานความเป็นแท็บเล็ตลงไปให้ผู้ใช้งานสามารถดีไซน์รูปแบบการใช้ตัวเครื่องได้หลากหลาย ทั้ง Notebook, Tent, Display และ Tablet จะวาดผ่าน Active Stylus Pen เขียน พิมพ์ พรีเซนเทชั่น ก็เอาอยู่ เสริมประสิทธิภาพเครื่องที่ระบายความร้อนได้อย่างยอดเยี่ยม ความอึดแบตเตอรี่และการชาร์จที่รวดเร็ว Acer Spin Series ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 14,990 – 24,990 บาท (ราคารวม VAT)

AIO Aspire C Series

คอมพิวเตอร์ออลอินวันที่รวมทุกอย่างไว้ในหนึ่งเดียว ดีไซน์สวยให้อารมณ์ดุจเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ประหยัดพื้นที่ คุณสมบัติครบทุกการใช้งาน หน้าจอคมชัดปรับเอียงองศาหน้าจอได้ตั้งแต่ -5˚ ถึง 25˚ให้ประสบการณ์การทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม AIO Aspire C (series) มีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 19.5″ ถึง 27″ นิ้ว ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 10,500 – 24,990 บาท (ราคารวม VAT)

DT: Aspire TC Series

เดสก์ทอปที่ให้ความคุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม ดีไซน์เรียบหรูแฝงความแข็งแกร่ง ขนาดเหมาะเจาะกับทุกห้องภายในบ้าน ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายทั้งงานเอกสาร กราฟิก พร้อมความบันเทิงหลังเลิกเรียนด้วยระบบเสียง 5.1 channel ให้เสียงรอบทิศทาง ชัดเจนทุกรายละเอียด ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 13,990 – 23,990 บาท (ราคารวม VAT)

และเลือกเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Chrome OS และ Windows OS จากเอเซอร์ พร้อมโปรโมชั่นที่หลากหลายได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเอเซอร์ทั่วประเทศ หรือ www.acerthailand.com ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/AcerThailand

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนการเรียนการสอนแล้ว เอเซอร์ยังสนับสนุนพาร์ทเนอร์ด้วยการจัดโปรแกรมเจาะตลาดภาคการศึกษา ด้วยโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้ สินค้าเอเซอร์  ที่มาพร้อมกับบริการดูแลสินค้าหลังการขาย การรับประกันสินค้าจากแบรนด์โดยตรง รวมถึงทีมซัพพอร์ตจาก Microsoft Expert เข้ามาเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนแก่ผู้ใช้งาน

from:https://notebookspec.com/acer-hw-for-education-by-nb-dt-and-aio/526144/