คลังเก็บป้ายกำกับ: Acquisition

Tencent กำลังพูดคุยเพื่อซื้อกิจการ Leyou Technology บริษัทแม่สตูดิโอ Warframe

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าโซนี่สนใจจะซื้อกิจการของ Leyou Technologies ก่อนที่ล่าสุด Leyou จะยืนยันว่ากำลังพูดคุยอยู่กับ Tencent แบบเอ็กคลูซีฟเจ้าเดียวถึงการถูกควบรวมกิจการ โดยมีกรอบระยะเวลาในการพูดคุย 3 เดือน

Leyou Technologies เป็นบริษัทโฮลดิ้งถือหุ้นใหญ่ในสตูดิโอ Digital Extremes ที่พัฒนา Warframe เกม MMORPG โอเพนเวิลด์ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างสูงและ Splash Damage สตูดิโอที่พัฒนา Gears Tactics ให้ไมโครซอฟท์และกำลังทำเกมลง Stadia ซึ่งก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจหากเป็นที่สนใจของ Tencent ที่ตอนนี้ลงทุนหรือเป็นเจ้าของสตูดิโอเกมใหญ่ ๆ ทั่วโลกอย่าง Riot (100%), Ubisoft (5%), Activision (5%), Epic (40%), Supercell (84%) เป็นต้น

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/117412

SUSE ประกาศเข้าซื้อกิจการ Rancher Labs ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ Kubernetes

SUSE บริษัทชื่อดังด้านดิสทริบิวชัน Linux ประกาศเข้าซื้อกิจการ Rancher Labs ผู้ผลิตแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Kubernetes ที่เน้นตลาดองค์กร โดยดีลนี้ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าอย่างเป็นทางการ แต่ CNBC อ้างข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง ระบุว่าอยู่ราว 600-700 ล้านดอลลาร์

Sheng Liang ซีอีโอ Rancher Labs กล่าวว่าการรวมกันของ Rancher และ SUSE จะช่วยให้องค์กรได้โซลูชันโอเพนซอร์ส ที่ครอบคลุมทั้ง Enterprise Linux, Edge Computing, AI และ Rancher สำหรับจัดการ Kubernetes ตั้งแต่ระดับ edge ไป core จนถึง cloud

ปัจจุบัน SUSE เป็นบริษัทอิสระที่มี EQT บริษัทการลงทุนเป็นเจ้าของ ส่วน Rancher Labs เพิ่งรับเงินเพิ่มทุนซีรี่ส์ D อีก 40 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ที่มา: Rancher Labs และ CNBC

alt="Rancher x SUSE"

from:https://www.blognone.com/node/117358

VMware เผยแผนเข้าซื้อทีม True Visibility Suite จาก Blue Medora เสริมทัพระบบ Self-Driving ใน VMware vRealize Operations

VMware ได้ออกมาเผยถึงแผนการเข้าซื้อ True Visibility Suite Business Unit จาก Blue Medora เพื่อนำทีมงานและเทคโนโลยีมาสเริมให้กับ VMware vRealize Operations สำหรับเติมเต็มภาพของการทำ Self-Driving Operations ในการดูแลรักษาระบบ Data Center และ Cloud

Credit: Blue Medora

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ VMware เผยถึงแผนการเข้าซื้อกิจการของ Datrium เพื่อเสริมบริการ DRaaS แล้ว ในครั้งนี้ VMware ก็ได้เตรียมเสริมทัพให้กับ VMware vRealize Operations ด้วยการเข้าซื้อ Business Unit หนึ่งของ Blue Medora เพื่อนำทีมพัฒนาและเทคโนโลยี True Visibility Suite มาเสริมในผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยความสามารถที่โดดเด่นของเทคโนโลยี True Visibility Suite มีดังนี้

  • สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในระบบ Data Center และ Hybrid Cloud ได้ โดยมีหน้า Dashboard สำหรับสรุปข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้น
  • สามารถค้นหา Application และ Infrastructure ที่ใช้งานอยู่ได้โดยอัตโนมัติอย่างยืดหยุ่น
  • มีข้อมูล Metrics Data สำหรับช่วยในการวิเคราะห์และต่อยอดไปสู่การทำ Automation ได้ในตัว

ก่อนหน้านี้ VMware ได้เป็นพันธมิตรกับ Blue Medora มาเป็นเวลาหลายปี และ VMware เองก็ยังได้เป็น Reseller ให้กับผลิตภัณฑ์ของ Blue Medora ด้วย โดยการผสานรวมเทคโนโลยีระหว่าง VMware และ Blue Medora นี้ก็ได้ช่วยให้โซลูชันโดยรวมนั้นมีความสามารถด้านการทำ Automation ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ตอบรับกลยุทธ์ด้าน Self-Driving Operations ได้ดียิ่งขึ้น จนมีลูกค้าองค์กรมากกว่า 400 แห่ง และในที่สุดความสัมพันธ์นี้ก็ได้นำมาสู่การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้

มูลค่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังไม่เป็นที่เเปิดเผย ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ True Visibility Suite สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://bluemedora.com/products/vmware-vrealize-true-visibility/

ที่มา: https://www.storagereview.com/news/vmware-to-acquire-true-visibility-suite-team

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-to-acquire-true-visibility-suite-business-unit-from-blue-medora/

[ลือ] ไมโครซอฟท์สนใจซื้อ Warner Bros. Interactive บริษัทเกมในเครือ Warner

จากที่มีข่าว AT&T ในฐานะเจ้าของ WarnerMedia ไม่สนใจทำธุรกิจเกมแล้ว และกำลังเจรจาขายฝ่าย Warner Bros. Interactive Entertainment (WBIE) ออกไป

ในข่าวเดิมระบุว่าผู้สนใจซื้อมีทั้ง EA, Activision Blizzard, Take Two ล่าสุดมีชื่อของไมโครซอฟท์โผล่มาเพิ่มอีกราย

ข่าวไมโครซอฟท์สนใจซื้อ WBIE คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะช่วงหลัง Xbox Games Studio เร่งขยายตัวอย่างหนัก และตอนนี้มีสตูดิโอเกมในสังกัดมากถึง 15 แห่งแล้ว ถ้าซื้อ WBIE จริงก็จะได้สตูดิโอในสังกัดมาถึง 10 แห่ง เช่น Avalanche, Monolith, NetherRealm, Rocksteady

No Description

No Description

จุดเด่นของ WBIE ในปัจจุบันคือการเข้าถึงลิขสิทธิ์ตัวละครจากภาพยนตร์เครือ Warner Bros. เช่น Harry Potter และฮีโร่สาย D.C. Comics ในฐานะบริษัทลูก แต่เจ้าของใหม่ของ WBIE จะไม่ได้สิทธินี้โดยอัตโนมัติ และต้องมาเจรจากับ Warner Bros. ใหม่อยู่ดี (แต่คาดว่าเกมที่ไม่อิงกับหนัง เช่น Mortal Kombat จะใช้ได้เลย)

ที่มา – IGN

from:https://www.blognone.com/node/117327

Uber ซื้อบริษัทเดลิเวอรี Postmates มูลค่า 2.65 พันล้านดอลลาร์

ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ วันนี้ Uber ประกาศซื้อกิจการคู่แข่งเดลิเวอรีในสหรัฐ Postmates ในราคาประมาณ 2.65 พันล้านดอลลาร์ ด้วยวิธีการแลกหุ้นทั้งหมด

Uber ระบุว่าถึงแม้ Postmates เป็นคู่แข่งกับ Uber Eats ในสหรัฐอเมริกา แต่ก็เน้นคนละตลาดกัน ทั้งในแง่พื้นที่ให้บริการที่แตกต่างกัน และความถนัดของ Postmates ที่เน้นร้านอาหารขนาดเล็ก-กลาง

ตอนนี้บอร์ดของทั้งสองบริษัทเห็นชอบการซื้อกิจการแล้ว และหลังการควบกิจการเสร็จสิ้นในช่วงไตรมาส 1 ปี 2021 Uber จะยังคงบริการแอพ Postmates แยกต่างหากต่อไป ไม่นำมาผนวกรวมกับ Uber Eats

ก่อนหน้านี้ Uber พลาดการซื้อคู่แข่งอีกรายคือ GrubHub เพราะเจรจาไม่ลงตัว ทำให้ GrubHub ขายให้ Just Eat Takeaway ของยุโรปแทน (ในราคาที่แพงกว่ามากคือ 7.3 พันล้านดอลลาร์)

การควบกิจการของ Uber/Postmates และ Just Eat Takeaway/Grubhub ส่งผลให้บริการเดลิเวอรีในสหรัฐอเมริกา ยังเหลือผู้เล่นอิสระอีก 1 รายคือ Doordash

ที่มา – Uber, ภาพจาก Postmates

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117326

VMware เผยแผนเข้าซื้อกิจการ Datrium เสริมบริการ Disaster Recovery-as-a-Service เติมเต็ม Hybrid Cloud

VMware ได้ออกมาเผยถึงแผนการเข้าซื้อกิจการของ Datrium ผู้พัฒนาโซลูชัน Disaster Recovery-as-a-Service หรือ DRaaS เพื่อเสริมภาพของการทำ Hybrid Cloud ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Credit: Datrium

โซลูชันของ Datrium สามารถช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถสร้าง Hybrid Cloud เชื่อมต่อโซลูชันของ VMware ภายใน Data Center ขององค์กรขึ้นไปยัง VMware Cloud on AWS ได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถลดพื้นที่ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของ VM Snapshot บน S3 ลงได้ถึง 10 เท่า รวมถึงยังทำ On-Demand Provisioning บน Cloud ได้อีกด้วย

Datrium ได้พัฒนาเทคโนโลยีของตนเองให้สามารถใช้งานได้กับโซลูชันของ VMware ทั้งบนระบบ On-Premises และ Cloud ดังนั้นธุรกิจองค์กรจึงมักเลือกใช้ Datrium ในการทำ Cloud DR สำหรับระบบที่ใช้ VMware vSphere เป็นหลัก โดยยังคงใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการที่คุ้นเคยอยู่เดิมได้ทั้งหมด

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้ VMware สามารถขยายบริการ VMware Site Recovery DRaaS ให้มีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ โดยทีมงานของ Datrium จะถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีม VMware พร้อมสิทธิบัตรด้าน Cloud Storage และ DR Service ทั้งหมดด้วย โดย VMware จะยังคงให้บริการเดิมต่อเนื่องสำหรับลูกค้าของ Datrium และผลักดันภาพของ Hybrid Cloud ให้เติบโตยิ่งกว่าเดิม

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ไม่เปิดเผยมูลค่า และผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Datrium ได้ที่ https://www.datrium.com/

ที่มา: https://www.storagereview.com/news/vmware-to-acquire-datrium

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-to-acquire-datrium/

สตาร์ตอัพไทยซื้อกันเอง Eko ซื้อ ConvoLab, ตั้งบริษัทแม่แบรนด์ใหม่ Amity

Eko สตาร์ตอัพไทยที่พัฒนาแอพแชทสำหรับตลาดองค์กร (ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งคือ กรวัฒน์ เจียรวนนท์ บุตรชายของศุภชัย เจียรวนนท์ แต่เป็นกิจการส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับเครือ CP) ประกาศซื้อกิจการ ConvoLab บริษัทด้าน AI/NLP ที่ทำผลิตภัณฑ์ด้านแชทบ็อตขององค์กร

การซื้อกิจการ ConvoLab ใช้วิธีผสมทั้งเงินสดและหุ้น คิดเป็นมูลค่าอยู่ใน “หลักสิบล้านดอลลาร์” (8-digit USD) แต่ไม่เปิดเผยแน่ชัด

การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Eko ตั้งบริษัทแม่ใหม่ชื่อ Amity มาดูแลผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในเครือ (Eko จะกลายเป็นแบรนด์หนึ่งของ Amity ควบคู่ไปกับ ConvoLab และผลิตภัณฑ์อีกตัวคือ Upstra ที่ใช้สร้างชุมชนภายในแอพ) โดย Amity มีสำนักงานใน 4 เมืองทั่วโลกคือ กรุงเทพ ลอนดอน ออสติน มิลาน

Amity ระบุว่านับตั้งแต่เปิดบริษัทในปี 2012 มีเงินลงทุนในบริษัทแล้วมากกว่า 1 พันล้านบาท (ระดมทุนมาแล้ว 30 ล้านดอลลาร์ มีมูลค่าบริษัทอยู่ในหลัก “ร้อยล้านดอลลาร์”) และเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีไทยรายแรกๆ ที่มีธุรกิจทั่วโลก โดยลูกค้ากระจายอยู่ในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117229

[ลือ] Uber เจรจาซื้อบริษัทเดลิเวอรี Postmates แทนดีล Grubhub ที่ล่มไป

The New York Times รายงานข่าววงในว่า Uber กำลังเจรจาซื้อบริการส่งอาหารคู่แข่ง Postmates หลังจากพลาดดีลการซื้อ Grubhub ไปก่อนหน้านี้

สหรัฐอเมริกามีบริการส่งอาหารเดลิเวอรีรายใหญ่ 4 รายคือ Uber Eats, Grubhub, Postmates, DoorDash ซึ่งการควบรวมกันจะช่วยให้สภาพการแข่งขันที่ดุเดือด (จนขาดทุนหนัก) ลดลงไป

การขายกิจการของ Grubhub ให้กับ Just Eat Takeaway ของยุโรปเป็นตัวอย่างของการควบรวมกิจการเพื่อแก้ปัญหาทางการเงินของ Grubhub ส่วนกรณีของ Postmates ย่อมช่วยเรื่องสถานะทางการเงินของบริษัท ที่เคยมีข่าวเมื่อปีที่แล้วว่าคุยกับ DoorDash และ Grubhub เรื่องการควบกิจการเช่นกัน

ฝั่งของ Uber เองหลังจากพลาดดีล Grubhub เพราะเจรจากันไม่ลงตัว ก็เริ่มมองหาตัวเลือกอื่นแทน อีกทั้ง Uber ประสบปัญหาขาดรายได้จากธุรกิจเรียกรถแบบ ride-hailing ในช่วง COVID-19 จึงถูกบีบให้ต้องมาโตในธุรกิจเดลิเวอรีแทนด้วย

ที่มา – The New York Times

No Description

ภาพจาก @postmates

from:https://www.blognone.com/node/117213

Amazon ซื้อบริษัทรถยนต์ไร้คนขับ Zoox มูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์

Amazon ประกาศซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ Zoox โดยไม่เปิดเผยมูลค่า (Financial Times รายงานตัวเลขไม่เป็นทางการที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์) ตรงตามข่าวลือก่อนหน้านี้

Zoox ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดย Jesse Levinson ลูกชายของ Arthur D. Levinson อดีตซีอีโอของ Genentech และประธานบอร์ดแอปเปิลคนปัจจุบัน แนวทางของ Zoox คือพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเพื่อใช้ในแท็กซี่หรือบริการเรียกรถแบบ ride-hailing (ไม่ได้ผลิตรถยนต์เพื่อขาย)

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าช่วงหลัง Zoox เริ่มประสบปัญหาทางธุรกิจ เพราะรถยนต์ไร้คนขับเกิดได้ช้ากว่าที่คาดไว้ (ซึ่งเป็นปัญหาของบริษัทสายนี้ทุกราย รวมถึง Waymo ของ Alphabet ที่เปิดบริการช้ากว่าแผน และยังจำกัดพื้นที่มากๆ) เมื่อบวกกับสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก จนต้องมองหาผู้ซื้อกิจการ

No Description

Amazon บอกว่า Zoox จะยังดำเนินธุรกิจของตัวเองต่อไปเช่นเดิม โดยจะสนับสนุนให้ Zoox ไปถึงฝั่งฝัน ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับได้ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะนำเทคโนโลยีของ Zoox ไปใช้ภายในเครือหรือไม่

ก่อนหน้านี้ Amazon เพิ่งลงทุนในบริษัทรถตู้ไฟฟ้า Rivian และสั่งซื้อรถถึง 1 แสนคันเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้า

ที่มา – Amazon

from:https://www.blognone.com/node/117180

Tencent ยืนยันเข้าซื้อกิจการ iFlix ใช้ขยายฐานบริการ WeTV ในเอเชียอาคเนย์

ต่อเนื่องจากที่มีรายงานว่า iFlix กำลังประสบปัญหาการเงิน ล่าสุดทุนใหญ่จากจีนอย่าง Tencent ประกาศซื้อกิจการ iFlix เรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีการเปิดเผยมูลค่า

การซื้อกิจการ iFlix ก็เพื่อใช้เป็นฐานขยายตลาดของ WeTV บริการสตรีมมิ่งของ Tencent ที่ให้บริการนอกจีน โดยต่อยอดจากเทคโนโลยี เครือข่ายลูกค้ากว่า 25 ล้านคนและคอนเทนท์ของ iFlix ที่มีและเคยให้บริการเอาไว้อยู่แล้ว ซึ่งจากแถลงของโฆษก Tencent ก็คาดว่าน่าจะใช้ชื่อ WeTV ทำตลาดในภูมิภาคนี้ไปเลย

ที่มา – Campaign Asia

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117129