คลังเก็บป้ายกำกับ: Acer

แนะนำ Acer Notebook น่าซื้อรุ่นล่าสุด มาครบทั้ง บางเบา / พกพา / 2-in-1 / Gaming พร้อม Brochure Promotion เดือนสิงหาคม / กันยายน 2020

Acer Brochure ฉบับล่าสุด ประจำสิงหาคม / กันยายน 2020 ที่รวบรวม Acer Notebook รุ่นใหม่ๆ เน้นสเปกที่ได้ Intel Core i Gen 10 / AMD Ryzen 4000 Series ทั้งในของ U Series / H Series รุ่นใหม่ๆ อาทิ Aspire 5 / Swift 3 / Swift 5 / Spin 5 / Nitro 5 / Predator รุ่นต่างๆ ใครสนใจที่จะซื้อ Notebook / PC หรืออุปกรณ์อื่นๆ ของ Acer หลากหลายประเภทที่มาใหม่ ใครที่สนใจก็ห้ามพลาดติดตามกัน มีสินค้าทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ต อุปกรณ์เสริมต่างๆ มาให้เลือกซื้อมากมาย ทาง Acer เองก็มีโปรโมชันสินค้าเด็ดๆ มาให้ซื้อหาด้วยเช่นกัน

โดยรุ่นที่น่าสนใจมีทั้งตัวคุ้มค่าบางเบาสุดๆ อย่าง Swift 3 รุ่นใหม่ๆ ที่มีราคาคุ้มค่า เหมาะแก่การใช้งานเบาๆ ได้สเปกเป็น AMD Ryzen 4000U หรือถ้าเบายิ่งกว่านั้นก็จะเป็น Swift 5 ซึ่งครบครันด้วยสเปก Intel Core i Gen 10 และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 + Thunderbolt 3 รวมไปถึง Aspire 5 ที่เน้นหน้าจอใหญ่ 15.6″ เน้นคุ้มค่า หรือถ้าใครอยากได้ 2-in-1 Notebook หน้าจอ 13.5″ แบบปรับจอได้ 360 องศา ก็ลองดูเป็น Spin 5 กันดูได้

ส่วนถ้าใครไปสาย Gaming เลยก็แนะนำเป็น Nitro 5 รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมสเปก Core i Gen 10H หรือ Ryzen 4000H ที่เล่นเกมได้ลื่นไหนแน่นอนกับราคาที่คุ้มสุด แต่ถ้าอยากได้ Gaming Notebook ที่เหนือชั้นกว่านั้น สามารถดูเป็น Predator Helios / Triton ได้เช่นกัน สเปกเป็น Core i Gen 10H ที่สำคัญ Notebook หลายๆ รุ่นของ Acer ยังมาพร้อมกับประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน โดยทุกรุ่นมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย กรณีที่ส่งศูนย์บริการด้วยตนเอง

เอาเป็นว่าลองไปชมว่ามีรุ่นไหนที่เราจะแนะนำบ้าง พร้อมกับโบรชัวร์โปรโมชั่นกันเต็มๆ จากทาง Acer ว่ามีอะไรน่าสนใจราคาเท่าไหร่กันเลย ได้ ที่นี่

ดูหน้าสเปกราคาของโน้ตบุ๊ค Acer ทั้งหมด ได้ ที่นี่ *** ราคาขายจริงหลายรุ่นถูกกว่าในโบรชัวร์นี้ 

Acer Aspire 5 (Ryzen) ราคา 19,990 – 22,990 บาท

Acer Aspire 5 A515-44G โน้ตบุ๊คดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล TN สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ที่ล้ำหน้า จากเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สถาปัตกรรมเรนัวร์ (Renoir) เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ไม่แพง แต่ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series

Acer Aspire 5 A515-44G มีสเปกให้เลือกอยู่ 3 รุ่นหลักๆ มีชิปประมวลผล Ryzen 5 45000U / Ryzen 7 4700U พร้อมมีรุ่นการ์ดจอแยกรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon RX640 (4GB GDDR5) ส่งผลให้รองรับงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหล ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB / 512GB รองรับการใช้งานพื้นฐานเป็นหลัก อย่างโปรแกรมเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง ซึ่งจะอัพเกรดแรมหรือ HDD 2.5″ ก็ทำได้ง่ายๆ  สนนราคาเริ่มต้นที่ 16,990 – 22,990 บาท

โดยมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ซึ่งแบตเตอรี่สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 15 ชั่วโมงกว่าๆ แบบต่อเนื่อง  ประกันเป็น 2 ปี พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมง ตามมาตรฐานของ Acer กับช่วงราคาโน้ตบุ๊คนี้

ในเรื่องของการดีไซน์มีปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมสีสันให้เลือกคือสีเงินและสีดำ ตามยุคสมัยของโน้ตบุ๊คปี 2020 ที่เน้นมิติตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง และบางดูเผินๆ ก็แอบคล้าย Acer Swift 3 / Swift 5 เหมือนกัน ต่างกันแค่ลดความเป็น Ultrabook ลงให้ดูเป็นโน้ตบุ๊คทำงานมากกว่า ซึ่งส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วเรียบง่าย ไม่หวือวา ไม่สะดุดตานัก

Acer Nitro 5 (Core i/Ryzen)ราคา 26,990 – 39,990 บาท

สมการรอคอยของใครหลายๆ คน ที่ต้องการ Gaming Notebook ชิปประมวลผล Intel Core i / AMD Ryzen รุ่นใหม่ในตลาด กับการมาของ Acer Nitro 5 AN515-55 สเปก Intel Core i Gen 10H และ Acer Nitro 5 AN515-44 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000H โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง โดยมีการอัพเกรดหลายๆ อย่างด้วยกัน ในราคาที่ไม่แพงเลย

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-55 จะเป็นสเปก Intel เลือกใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming หลากหลายรุ่นอย่าง NVIDIA GeForce / GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) / RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอนในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz แบบ 1 แถว ได้ SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที ซึ่งแบ่งได้ตามรุ่นตามราคาได้ดังนี้

ส่วน Acer Nitro 5 AN515-44 เป็นรุ่นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H และ Ryzen 7 4800H ที่แรงลื่นแบบสุดๆ ผสานการทำงานกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ส่วนแรมได้มาตรฐานเป็นขนาด 8GB/16GB แบบ DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลเป็น SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA3 ภายหลัง) สำหรับหน้าจอจะเป็น 15.6″ IPS Refesh Rate 144Hz ที่ลื่นกว่าสีดีกว่า พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยแบ่งตามรุ่นต่างๆ ได้ตามนี้

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515-55 และ Acer Nitro 5 AN515-44 มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง Refresh Rate ที่ 144Hz แบบ 3ms ให้การแสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมได้มาตรฐานขอบเขตสี NTSC 72% ด้วย

Acer Nitro 5 AN515-55 / Acer Nitro 5 AN515-44 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

นอกจากนี้ Acer Nitro 5 ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนแบบจัดเต็ม 4 ช่องทาง แบ่งเป็นทางด้านหลัง 2 ช่อง และซ้ายขวาอย่างละ 1 ช่อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

Acer Nitro 5 ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Swift 3 (Ryzen) ราคา 22,990 – ,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมขายในไทยแล้ว มีราคาที่ 22,990 – 25,990 บาท ได้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย

ตัวเครื่องสีสัน Mauve Purple ที่ออกเป็นสีม่วงแบบมังคุดไทยๆ ให้ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร หรือมีอีกสีคือสีเงินสว่างๆ Pure Silver ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 13 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว

ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น (รุ่นก่อน 1.35 กิโลกรัม) ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

Acer Swift 5 (Core i) ราคา 30,990 – 36,990 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง +

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

Acer Spin 5 ราคา 29,990 – 39,990 บาท

Acer Spin 5 จัดว่าเป็น 2-in-1 Notebook ได้หน้าจอเป็น 13.5″ ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด มีความละเอียดระดับ 2K คุณภาพสูงให้มุมมองที่กว้าง โดยมีน้ำหนักของตัวเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัม มาพร้อมกับ Windows Hello ติดตั้งเป็นแบบ Fingerprint แน่นอนว่าสเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake อย่าง Core i5-1035G4 และ Core i7-1065G7 ส่วนของแรมเป็นขนาดสูงสุดที่ 8GB / 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe ได้ความจะเป็น 512GB / 1TB รองรับการชาร์จไฟแบบรวดเร็ว พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมงด้วย

รายละเอียดสเปกอื่นๆ ของ Acer Spin 5รุ่น ปี 2020 เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออย่าง Wi-Fi 6 AX และ Thunderbolt 3 ที่ส่งข้อมูลได้เร็วแรงและปลอดภัยที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกมาใช้เป็นมาตรฐานใน Swift 3 / Swift 5 แล้ว ส่วนของระบบเสียงเป็น Acer TrueHarmony และ DTS พร้อมมีคีย์บอร์ดไฟส่องสว่าง มีปากกาที่เขียนได้เหมือนจริงที่สุดอย่าง Acer Active Wacom AES Stylus รองรับแรงกด 4,096 ระดับ แตกต่างจาก 2-in-1 Notebook ในตลาดยิ่งกว่าจากการที่เป็นขนาด 13.5″ สัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด 2K (2256 x 1504 พิกเซล) ที่ให้พื้นที่ด้านยาวมากว่า รองรับการทัชสกรีนด้วยนิ้ว 10 จุดพร้อมๆ กัน

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Acer Spin 5 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.5″ ในแบบยุคก่อนๆ เนื่องด้วยตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางเฉียบ ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ที่สำคัญ 2-in-1 Notebook มีการดีไซน์ที่เก็บปากกาล้ำๆ ของ Acer Active Wacom AES Stylus โดยติดตั้งอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านล่าง มีความบาง 15.24 มิลลิเมตร และเบาเพียง 1.22 กิโลกรัม ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือบานพับก็เป็นอะลูมิเนียมที่แข็งแรงทนทานไม่ต่างจากตัวเครื่อง คอยทำหน้าที่หมุนหน้าจอได้ถึง 360 องศา ไว้ใช้ Multi Mode ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ สีสันออกแนวดำๆ เทาๆ เหมาะกับทั้งสาวๆ หรือหนุ่มๆ วัยทำงานยุคนี้ แล้วจะใช้เป็นอะลูมิเนียมคุณภาพสูงตลอดทั้งตัวเครื่องเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียม ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ส่วนด้านในก็เป็นอลูมิเนียมเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเวลาใช้งานวางมือลงไปนั้นเราได้ทั้งความทนทานและความพรีเมียมไปพร้อมๆ กัน สำหรับปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ขอบตัวเครื่องด้านขวาทำให้กดปุ่มได้สะดวกในทุกๆ โหมด

from:https://notebookspec.com/introducing-the-acer-notebook-and-brochure-promotion-for-august-september-2020/531437/

แนะนำ Acer Aspire 5 A515-44G โน้ตบุ๊คจอ 15.6″ สเปก Ryzen 5 45000U/ 7 4700U ได้การ์ดจอแยกใหม่ RX640 พร้อม 8GB + SSD 512GB เริ่ม 19,990 บาท

Acer Aspire 5 A515-44G โน้ตบุ๊คดีไซน์เด่น เน้นความคุ้มค่า ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ที่ล้ำหน้า จากเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สถาปัตกรรมเรนัวร์ (Renoir) เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ไม่แพง แต่ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series

เรียกได้ว่าเป็นการมาของโน้ตบุ๊คแบรนด์ Acer ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากตัวซีรีส์ Nitro และ Swift ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยังอีกซีรีส์ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าราคาประหยัดอีกเช่นกันซีรีส์ Aspire โดยคราวนี้มาพร้อมกับรุ่น Acer Aspire 5 A515-44G ซึ่งปี 2020 นี้ใช้ดีไซน์ขอบหน้าจอบางเฉียบมิติตตัวเครื่องเล็กลง สนนราคาเริ่มต้นที่ 19,990 – 22,990 บาท ได้ประกันเป็น 2 ปี ส่งศูนย์ตามมาตราฐานของ Acer ทุกคนมั่นใจ ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย

Acer Aspire 5 A515-44G มีสเปกให้เลือกอยู่ 2 รุ่นหลักๆ ติดตั้งชิปประมวลผลตัวประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุดเป็น AMD Ryzen 4000U ที่เป็น อย่าง Ryzen 5 45000U / Ryzen 7 4700U พร้อมการ์ดจอแยกอย่าง AMD Radeon RX640 (4GB GDDR5) ส่งผลให้รองรับงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหล ได้แรมมาตรฐานขนาด 8 GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อมด้วยที่เก็บข้อมูลมาตรฐาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ทั้งงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง หรือแม้กระทั่งทำงานหนักหน่อย อย่างตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ มาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในทุกรุ่น

  • Ryzen 5 45000U / Radeon RX640 / RAM 8GB / SSD 512GB / จอ 15.6″ IPS ราคา 19,990 บาท
  • Ryzen 7 47000U / Radeon RX640 / RAM 8GB / SSD 512GB / จอ 15.6″ IPS ราคา 22,990 บาท

สำหรับ Acer Aspire 5 A515-44G ในเรื่องของการดีไซน์มีปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมสีสันให้เลือกคือสีเงินและสีดำ ตามยุคสมัยของโน้ตบุ๊คปี 2020 ที่เน้นมิติตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง และบางดูเผินๆ ก็แอบคล้าย Acer Swift 3 / Swift 5 เหมือนกัน ต่างกันแค่ลดความเป็น Ultrabook ลงให้ดูเป็นโน้ตบุ๊คทำงานมากกว่า ซึ่งส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วเรียบง่าย ไม่หวือวา ไม่สะดุดตานัก

ฝาหลังสีดำหรือสีเงิน (Charcoal black, Pure Silver) ​วัสดุเป็นโลหะที่มีความเรียบเนียนคล้ายๆ กับ Acer Swift 3 ให้ผิวสัมผัสที่ดีไม่ลื่นมือ ดูมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer สีเงินตรงกลางตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในตัวเครื่องจะเป็นวัสดุพลาสติกส่วนที่เป็นคีย์บอร์ดก็จะเป็นดีไซน์ที่ดูหรูหราไม่เบาเลยทีเดียว พร้อมมีระบบสแกนลายนิ้วมือให้ด้วย แต่จุดที่สำคัญเลยสำหรับรุ่นนี้คือ แกนฝาพับหน้าจอที่การใส่โลโก้นูนต่ำเป็น Aspire

ด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่ายในโทนสีดำทั้งหมด การแกะอัพเกรดแรม (เพิ่มได้สูงสุด 24GB) หรือฮาร์ดดิสก์ 2.5″ สามารถทำได้ง่ายมากเพียงแค่ขันน็อตเพียงหนึ่งตัว ก็สามารถทำการอัพเกรดได้เลย ส่วนด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง ด้านบนจะเป็นรูช่องดูดระบายความร้อน ซึ่งรุ่นนี้มีพัดลมด้วยกันหนึ่งตัว ส่วนรูเป่าความร้อนออกจะอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง แต่ดูเหมือนว่าจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กไปซะหน่อย

สำหรับความบางก็บางลงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมาก พร้อมน้ำหนัก Acer Aspire 5 A515-44G มีน้ำหนักอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม ซึ่งถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วที่ค่อนข้างเบารุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ ประสิทธิภาพพอตัว และพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ที่สำคัญทาง Acer ยังเคลมว่าแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้เกือบทั้งวันด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดถึง 7 ชั่วโมง

ตัวเครื่อง Acer Aspire 5 A515-44G มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว พร้อมติดตั้งคีย์บอร์ด Full size แบบตามมาตราฐานโน้ตบุ๊คทั่วไปให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยมีปุ่มแป้นตัวเลข Numpad มาให้ครบถ้วน ส่วนการสัมผัสแป้นพิมพ์ทำได้ค่อนข้างค่อนข้างนุ่ม งานประกอบดีเลยทีเดียว เหมาะแก่การพิมพ์งานสามารถใช้งานได้อย่างราบลื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในส่วนของทัชแพดนั้นออกแบบมาดูเรียบๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไปปกติ และแผ่นคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่ได้แยกปุ่มออกชัดเจน การสัมผัสและการคลิกถือว่าทำได้ดี มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ

Acer Aspire 5 A515-44G ติดตั้งหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพดีมีสีสันตรง มุมมองกว้าง เหนือชั้นมาตรฐานโน้ตบุ๊คปีก่อนๆ พร้อมเทคโนโลยี Acer Color Intelligence ทำให้ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา และรับชมหรือทำงานเป็นเวลานานได้ด้วย Acer BlueLightShield สามารถให้สีสันที่สวยงามในระดับหนึ่ง โดยวัสดุส่วนหน้าจะเป็นพลาสติกสีดำธรรมดา มีโลโก้ Acer อยู่ตรงกลางล่าง ส่วนขอบบนหน้าจอจะมีกล้อง Webcam ความคมชัดระดับ HD 720p ติดตั้งมาให้ด้วย พร้อมกับไมค์สองตัวแบบตัดเสียงเพื่อใช้งาน Video Call ซึ่งกล้องหน้านี้ก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ที่ใต้ตัวเครื่องด้านหน้าของ Acer Aspire 5 A515-44G บริเวณมุมฝั่งซ้ายและขวาด้านล่างของตัวเครื่อง ที่ให้เสียงเป็นแบบ Stereo 2.0 ซึ่งด้วยเทคโนโลยี Acer TrueHarmony ที่ให้เสียงเบสนุ่มลึกกว่าและระดับเสียงที่มากขึ้นผ่านดีไซน์ลำโพงล้ำสมัย โดยคุณภาพเสียงที่ได้นั้นถือว่าธรรมดาทั่วไป มีเสียงที่ดังฟังชัด แยกเสียงมิติซ้ายขวาชัดเจน จะนำไปใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็สามารถทำได้ดีเลยเดียว

Acer Aspire 5 A515-44G จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คมัลติมีเดียขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX ที่กว่ารุ่นก่อน 3 เท่า และเทคโนโลยี MU-MIMO 2×2 ตำแหน่งการวางช่องเสาอากาศอย่างมีระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการพกพาและการทำงานแบบไร้สาย

สรุปก็คือ Acer Aspire 5 A515-44G ทั้งการทำงานต่างๆ บันเทิงดูหนังฟังเพลง รวมไปถึงการเล่นเกมออนไลน์ เครื่องนี้สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียวเหมาะสมกับราคาที่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานทั่วๆ สนับสนุนการใช้งานได้ยาวๆ กับงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลง พร้อมทั้งสามารถนำไปเล่นเกมหนักๆ ตัดต่อวิดีโอก็รองรับได้แบบสบายๆ อย่างเกมที่กินสเปคไม่มากอย่าง DOTA 2, Overwatch, PUBG ก็เล่นได้ลื่นไหลหายห่วง หรืองานวีดีโอ Full HD แต่ถ้าหากอยากได้แบบลื่นไหลสุดๆ ก็ควรอัพแรมเพิ่มให้เป็น 16GB รวมไปถึงอัพเกรดฮาร์ดดิสก์ 2.5″ เพิ่มเพื่อความจุก็สามารถทำได้

โดยรวมแล้ว Acer Aspire 5 A515-44G ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ดีเลยรุ่นหนึ่งในปี 2020 กับดีไซน์ที่เรียบง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานไม่หนักมาก หรือในบางกรณีจะใช้งานหนักหน่วงก็ทำได้ อาทิ นักเรียนนักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศ  สำหรับใครที่มีงบประมาณ 20,000 บาท ที่ได้ทั้ง AMD Ryzen 4000U ที่แรงลื่นร้อนน้อย พร้อมการ์ดจอแยก รวมไปถึงได้ RAM 8GB DDR4 Bud 3200MHZ + SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB จัดว่าคุ้มค่า ไว้มีโอกาสแอดมินโป้งจะมารีวิว Acer Aspire 5 A515-44G กันอีกทีนะครับ ไม่นานเกินรอแน่นอน

from:https://notebookspec.com/acer-aspire-5-a515-44g-display-15-6-spec-ryzen-5-45000u-7-4700u-rx640-price-19990-baht/528991/

เปรียบเทียบโน้ตบุ๊คเล่นเกม สเปค Intel Gen 10 ทั้ง Acer, ASUS, HP, และ Lenovo รุ่นเริ่มต้น ซื้อตัวไหนดี

หลังจากที่ดูโน้ตบุ๊คทางฝั่ง AMD ไปแล้วมาดูโน้ตบุ๊คของทางฝั่ง Intel Comet Lake-H หรือ Gen 10 กันบ้าง ซึ่งราคาเทียบกับสเปคแล้วก็ถือว่าดีไม่แพ้กัน โดยในบทความนี้เองจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค 4 ด้วยกันคือ Acer, ASUS, HP, และ Lenovo ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Intel Core i5-10300H เหมือนกัน ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดและจุดเด่นกันตรงไหนบ้างไปดูกันครับ

รุ่นเริ่มต้นของแต่ละแบรนด์ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้

  • Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ
  • ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T
  • HP Pavilion Gaming 16-a0033tx
  • Lenovo IdeaPad Gaming 3i-81Y40069TA

ตารางเปรียบเทียบสเปคทั้ง 4 รุ่น

 Model  Acer
Nitro 5
ASUS
ROG Strix G15
HP
Pavilion Gaming 16
Lenovo
IdeaPad Gaming 3i
CPU Intel Core i5-10300H
GPU GTX 1650 GTX 1650Ti GTX 1650
Ram 16GB 8GB
Storage SSD m.2 PCIe 512GB
Display 15.6″ 144Hz 100% sRGB 15.6″ 144Hz 62% sRGB 16.1″ 144Hz 100% sRGB 15.6″ 120Hz 62% sRGB
Connection WiFi 6, Bluetooth 5.0
Port
  • USB 3.2 Type A x3
  • USB 3.2 Type C x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.2 Type A x3
  • USB 3.2 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x2
  • USB 3.1 Type C with DP x1
  • SD Card Reader
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x2
  • USB 3.1 Type C x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
Weight 2.3 กก 2.35 กก 2.2 กก
Warranty 3 ปี Onsite 2 ปี (Perfect Warranty 1 ปีแรก) 2 ปี Onsite
Price 29,990 บาท 32,990 บาท 30,990 บาท 25,990 บาท

หมายเหตุ

  • ทุกรุ่นใช้จอเป็นความละเอียด Full HD พาเนล IPS เหมือนกันหมด
  • Ram ทุกเครื่องใช้เป็นแบบ DDR4 Bus 2933
  • ราคาอ้างอิงจากเว็บร้านค้าชั้นนำที่จัดจำหน่าย

จุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละรุ่น

Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ

สำหรับจุดเด่นของ Acer Nitro 5 รุ่นนี้คือทุกอย่างลงตัวจบเลยในเครื่องเดียวไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่ม มีคีย์บอร์ด Full Size มีไฟ RGB แถมได้ขอบเขตสีหน้าจอสูงถึง 100% sRGB อีกด้วย หน้าตาก็เปลี่ยนโฉมใหม่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่เพิ่มได้ทั้ง SSD หรือ HDD 2.5 และ SSD m.2 ได้อีกอย่างละ 1 ช่อง ส่วน Ram ตัวเครื่องให้มา 16GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว

ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T

คราวนี้มาดูที่แบรนด์ ASUS ROG Strix ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือดีไซน์บอดี้ตัวเครื่องที่ออกแบบมาสีสันโดดเด่น โทนเป็นสีชมพูเข้ม แถมมีไฟใต้ตัวเครื่องพร้อมคีย์บอร์ดไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้บอกเลยว่าเอาไปตั้งที่ไหนก็ดูโดดเด่นกว่าใครแน่นอน อีกทั้งยังมีพอร์ต USB Type C แบบ DP รวมถึงใช้โลหะเหลวในการระบายความร้อนแทนซิลิโคนอีกด้วย ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่เพิ่มได้ทั้ง SSD หรือ HDD 2.5 และ SSD m.2 ได้อีกอย่างละ 1 ช่อง ส่วน Ram ตัวเครื่องให้มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว

HP Pavilion Gaming 16-a0033tx

ถัดมาจะเป็น HP ซีรีส์ Pavilion Gaming รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีจุดเด่นคือได้จอที่ขนาดใหญ่กว่าใครเพื่อน โดยมีขนาดใหญ่ถึง 16.1 นิ้วแถมได้ขอบเขตสี 72% NTSC หรือ 100% sRGB อีกด้วย เรียกได้ว่าเอาไปดูหนังฟังเพลง เล่นเกม แต่งภาพกราฟิกได้ฟินเต็มตากว่ารุ่นอื่น อีกทั้ง USB Type C เป็นแบบ DP ต่อจอแยกเพิ่มได้ ส่วนการอัปเกรดตัวเครื่องจะให้ Ram มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว และใส่ SSD m.2 เพิ่มได้อีกหนึ่งลูกด้วยกัน

Lenovo IdeaPad Gaming 3i-81Y40069TA

สุดท้ายกับรุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3i จุดเด่นของรุ่นนี้เรื่องราคาที่เปิดตัวมาถูกกว่าใครเพื่อนๆ เริ่มต้นเพียง 25,990 บาทเท่านั้น สเปคก็คือว่าโอเคแรงใช้ แถมดีไซน์ตัวเครื่องก็ดูเรียบๆ โทนสีดำฟ้าสไตล์โน้ตบุ๊คทำงานปกติ แถมมี Privacy Shutter ปิดกล้อง Webcam แบบแมนวลเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่ SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มได้อีก 1 ช่องและ Ram ตัวเครื่องให้มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถวครับ

เรียกได้ว่าหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั้ง 4 รุ่นนี้ก็สามารถหาซื้อจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตามหน้าเว็บร้านค้าออนไลน์หรือจะเป็นซื้อหน้าร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศก็ได้เช่นกัน แนะนำว่าหากจะไปซื้อตามหน้าร้านให้โทรสอบถามดูก่อนไปนะครับ เพราะช่วงนี้ของมีน้อยเหลือเกิน

ส่วนแบรนด์อื่นอย่าง MSI ตอนนี้มีแต่รุ่น Intel Core i7-10750H ขึ้นไป ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีรุ่นรหัส GL หรือ GF ที่ใช้ i5-10300H ตามมาทีหลัง และ Dell ก็จะมีรุ่น G3 และ G5 ตามมาอีกเร็วๆ  นี้ ยังไงถ้าใครรอไหวก็รอดูก่อนก็ได้เช่นกันครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ แยกออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/intel-gen-10-h-compare-gaming-notebook/

3 จุดเด่นของ Acer Nitro 5 AN515 (2020) สเปก Core i Gen 10H ทำให้เป็น Gaming Notebook ที่ครบเครื่องสุดๆ ในช่วงราคา 29,990 – 39,990 บาท

Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 สเปกใหม่ล่าสุด ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H พร้อมการ์ดจอ GeForce รุ่นล่าสุด จากที่รุ่นก่อนๆ เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง ซึ่งล่าสุดทาง Acer ประเทศไทยก็พร้อมขาย Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนแล้ว อาทิ ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ แล้ว

ซึ่งล่าสุดทาง Acer ประเทศไทยก็พร้อมขาย Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ปี 2020 ที่ได้รับการพัฒนาหลายๆ ส่วนแล้ว อาทิ ดีไซน์ภายนอก คีย์บอร์ดไฟ RGB และอื่นๆ เป็นการต่อยอดพร้อมแข่งกันกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 29,900 บาท จนไปถึง 39,990 บาท แน่นอนว่าทำให้เราเลือกซื้อได้ตามงบประมาณ หรือตามความเหมาะสมเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องการ

สำหรับ Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 เครื่องจริงสเปกขายจริง จะมีชิปประมวลผล Core i5-10300H / Core i7-10750H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming หลากหลายรุ่นอย่าง NVIDIA GeForce / GTX 1650 (4GB GDDR5) / GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) / GTX 1660 Ti (6GB GDDR6) / RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน

ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz แบบ 1 แถว (รองรับการอัพเกรดอีก 1 แถวทันที) ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที ซึ่งแบ่งได้ตามรุ่นตามราคาได้ดังนี้

โดยในบทความนี้เราจะมาสรุป 3 จุดเด่นของ Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 ทำให้เป็น Gaming Notebook ที่ครบเครื่องสุดๆ กัน เพื่อเป็นแนวทางการเลือกซื้อ แน่นอนงบประมาณที่เราจะลงเงินใน Acer Nitro 5 (2020) ก่อน หลักๆ แล้วเราจะเห็นว่ามีความต่างตรงสเปกชิปประมวลผลและการ์ดจอเท่านั้น โดยมีแรม, SSD, หน้าจอ และฟีเจอร์อื่นๆ ที่เหมือนๆ กันทั้งหมด

ซึ่งถ้างบในการซื้อมีข้อจำกัดก็เลือกซื้อเป็นรุ่นเริ่มต้นราคา 29,990 บาท สเปก i5-10300H + GTX 1650 ก็ถือว่าแรงพอตัวแล้ว ส่วนกรณีถ้าสามารถขยับงบมาเป็นรุ่น 31,990 บาท ก็จะลงตัวกว่าเพราะได้ชิปประมวลผลรุ่นเดียวกัน แต่ได้การ์ดจอใหม่อย่าง GTX 1650 Ti ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า GTX 1650 อย่างเห็นได้ชัดก็สามารถเลือกซื้อได้ รวมไปถึงมีสเปก i5-10300H + GTX 1660 Ti / i5-10300H + RTX 2060 / i7-10750H + GTX 1660 Ti ให้เลือกซื้ออีก

ประสิทธิภาพเยี่ยม ด้วย Core i Gen 10H จบครบไม่ต้องอัพเกรด

สำหรับ Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นยอดนิยมของ Gaming Notebook อย่าง Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i5-10300H เน้นนำไปใช้งานหนักๆ  ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม 3 มิติ ที่กินทรัพยากรสูง โดยมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.50 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.50 GHz เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads หรือ Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ที่แรงกว่าด้วย 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2933MHz แบบ 16GB x 1 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น โดยมีการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX GTX 1650 Ti ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GeForce GTX 1650 รุ่นก่อนหน้า จากที่สเปกภายในได้รับการอัพเกรดขึ้น

เห็นได้ชัดจากแรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา ร้อนน้อยกว่าแต่ก็แรงไม่แพ้กัน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว หรือจะเลือกเป็นรุ่นที่แรงกว่าอย่าง GTX 1660 Ti (6GB GDDR6)/ RTX 2060 (6GB GDDR6) ก็ได้ ส่วนรุ่น GTX 1650 ส่วนตัวถ้าข้ามได้ก็จะดีกว่า

สำหรับคะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ จากสเปก Core i5-10300H + GTX 1650 Ti โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 100 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ประกอบไปด้วย Resident Evil 3 Remake / Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ที่เป็นเกมออฟไลน์ที่กินทรัพยกร รวมไปถึงเกมออนไลน์ยอดนิยมอย่าง PUBG / DOTA 2 / Overwatch ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 / BF V / GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด !!! จากกราฟตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าเฟรมเรทที่ออกมานั้นมีความลื่นไหลสุดๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ โดยในส่วนของ RE 3 ซึ่งเป็นเกมออกใหม่ล่าสุด เราปรับกราฟิกในเกมเป็น MAX ที่ใช้แรมการ์ดจอไปกว่า 12GB ซึ่งเกินกว่าตัวการ์ดจอที่ 4GB แต่ก็ยังทำเฟรมเรทได้ลื่นไหลน่าประทับใจอยู่

ต่อกันที่เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงเลย  ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ ทั้ง 7 เกมที่เราได้ทำการทดสอบไป ยิ่งถ้าเทียบกับ Gaming Notebook สเปกก่อนหน้าทั้งส่วนของ Intel Core i Gen 9H จะเห็นว่าแรงกว่าเดิมมากๆ

หน้าจอทำงานดี เล่นเกมลื่นไหล ได้ระบบเสียง 3 มิติ

Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS เกรดสูง ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง ซึ่งเป็น Refresh Rate ที่ 144Hz แบบ 3ms ให้แสดงผลได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้วทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา พร้อมติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนได้ปกติ

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 93% และ Adobe RGB ที่ 70% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอ เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าค่อนข้างสว่างเพียงๆ ต่อทุกๆ การทำงาน ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้โอเคเลยทีเดียว

สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดโดยตัวเครื่อง Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 ก็ได้คะแนนไป 4.0 คะแนน ส่วนคะแนนรวมของทุกๆ ด้านก็ได้มากกว่าด้วย แน่นอนว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปหรือมืออาชีพก็ตอบสนองได้ดี ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว เทียบกับ Acer Nitro 5 รุ่นก่อนๆ ที่ใช้สเปกเป็น Refresh Rate 144Hz ก็ถือว่ายังคงมาตรฐานที่ดีได้เช่นเดิม โดยให้ค่าขอบเขตสีที่มากกว่า Gaming Notebook ในราคาใกล้ๆ กัน

ส่วนทางด้านลำโพงของ Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 นั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวทำงานแบบสเตอริโอ โดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับบเสียงเป็น DTS:X Ultra เพิ่มประสิทธิภาพเสียงในทุกย่านเสียง พร้อมจำลองเสียง 3 มิติได้ เพื่อรองรับความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลง ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งและจากการใช้งานรู้สึกว่าดีกว่ารุ่นเก่าด้วย

ควบคุมความร้อนได้เยี่ยม แบตยาวนาน 6 ชั่วโมง

Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

เรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น Acer Nitro 5 รุ่นนี้ จากการที่เป็นสเปกใหม่ Core i Gen 10H ทำให้ Hardware Monitor ไม่สามารถตรวจสอบได้ ถึงต้องดูจาก NitroSense แทน เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  45 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมดพัดลมระดับสูงสุดด้วยารปรับเป็น CoolBoots เพื่อให้พัดลมทำงาน 100%

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ประมาณ 85 องศาเซลเซียส นับว่าอยู่ในเกณฑ์เย็นกว่า Core i Gen 9H รุ่นก่อนหน้าของ Gaming Notebook สเปกใกล้เคียงนี้ ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นทีเดียวโดยร้อนสุดเพียง 66 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมา สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด CoolBoots นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถเลือกที่จะปรับรูปแบบการทำงานของพัดลมได้ทั้ง Auto หรือ Manual ด้วย

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ความจุ 3750mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube พร้อมเปิดโปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 6 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานระดับนี้

เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ท่านไหนที่สนใจ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ได้ดีไซน์ใหม่ที่จัดว่ามีการอัพเกรดให้ดู Gaming มากยิ่งขึ้น โฉบเฉียวมากยิ่งขึ้น พร้อมแซมสีแดงให้ดูโดดเด่น เน้นให้ประสิทธิภาพความแรงที่สดใหม่ล่ะก็ Acer Nitro 5 (2020) หรือ Acer Nitro 5 AN515 รุ่นนี้ น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งทีเดียว จากราคาและสเปกคุ้มๆ ได้หน้าจอเทพๆ ทั้งลื่นไหลและค่าขอบเขตสีที่ดีมากๆ

รวมไปถึงมีไฟคีย์บอร์ด RGB แบบ 4 โซน คล้ายกับที่เคยมีมาในรุ่นพี่อย่าง Predator Series ปรับแต่งได้อิสระประมาณนึง และได้การตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. เสริมอารมณ์ในการเป็น Gaming Notebook ไปอีกระดับ  ในส่วนนี้ก็ถือว่าทำได้ดีกว่า Gaming Notebook พอตัว พร้อมการอัพเกรดอินเตอร์เน็ตไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX ที่มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO ที่ดีกว่า และ LAN RJ45 ก็เป็น Killer Ethernet E2600 โดยมีซอฟต์แวร์ Killer Control Center 2.0 ตรงนี้เหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ ชัดเจนทีเดียว

สรุปข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบมาใหม่ ให้ความ Gaming กว่าเดิม ขอบหน้าจอบาง งานประกอบแน่นหนา
  • การแกะอัพเกรดทำได้ง่ายกว่าเดิม รองรับ SSD M.2 สองสล็อต และ HDD/SSD 2.5″ อีก 1 ช่อง
  • สเปคประสิทธิภาพสูงจาก Intel Core i Gen 10H + NVIDIA GeForce GTX / RTX
  • ได้แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มาเลย
  • มีโปรแกรม Nitrosense ปรับรอบพัดลมติดตั้งมาให้ในเครื่องเลย
  • จัดการความร้อนทำได้ดีเยี่ยม เย็นทั้ง CPU / GPU เมื่อใช้งานหนักๆ
  • หน้าจอพาเนล IPS เกรดคุณภาพสูง พร้อมรองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C, HDMI
  • LAN  RJ45รองรับ Killer Ethernet E2600 ช่วยลด Ping เวลาเล่นเกมออนไลน์
  • Wi-Fi 6 AX มีเทคโนโลยี 2×2 MU-MIMO ดีกว่าแบบเดิมๆ
  • คีย์บอร์ดมีไฟ RGB แบบ 4 โซน สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 6 ชั่วโมง
  • มาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Acer Care Center

from:https://notebookspec.com/3-highlights-of-the-acer-nitro-5-2020-core-i-gen-10h-specification-making-it-the-most-complete-gaming-notebook/528689/

Acer Notebook ที่ใช้ CPU AMD ทุกรุ่น สามารถใช้บริการดูแล Notebook สุดเทพ Pick Up & Return Check Up ในราคาเพียง 99 บาท (จากปกติ 856 บาท)

จัดได้ว่าเป็นบริการสุดพิเศษจากทาง Acer จริงๆ สำหรับคนใช้งาน Notebook ที่เลือกสเปกเป็นชิปประมวลผล (CPU) AMD จะสามารถใช้บริการดีๆ อย่าง Pick Up & Return Check Up ซึ่งเป็นบริการดูแล Notebook สุดเทพได้ ในราคาเพียง 99 บาท (จากปกติ 856 บาท) กับการที่เราอยู่บ้าน แล้วมีเจ้าหน้าที่ Acer มาจัดการ Notebook ของเราถึงที่ ที่สำคัญเครื่องหมดประกันก็สามารถใช้บริการนี้ได้ด้วย

ทั้งในส่วนของตรวจสอบภายนอกภายใน ทำความสะอาด รวมไปถึงขั้นเปลี่ยนซิลิโคนให้ด้วย ปิดท้ายกับการแนะนำดูแลรักษา Notebook ด้วยตนเองอีกด้วย (แต่ถ้าตรวจสอบแล้วว่าส่วนไหนเสียแล้วต้องซ่อม จะมีค่าบริการอย่างการซื้ออะไหล่เปลี่ยนนะ) เรียกได้ว่าเป็นบริการดีๆ ที่ทาง Acer และ AMD มีความตั้งใจเป็นอย่างมากทีเดียว โดยบริการนี้เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งหลักๆ แล้วแบ่งออกเป็นดังนี้

  • ตรวจสอบการทำงานโดยรวม และรวมถึงระบบระบายความร้อน ให้ตัวเครื่องได้ทำงานได้ 100%
  • ทำความสะอาดเครื่องภายนอกด้วยน้ำยาฆ่าเชื่อโรค เพื่อสุขภาพอนามัยขั้นสูงสุด
  • ตรวจสอบการทำงาน ตรวจเช็คความผิดปกติของ Component โดยใช้ Acer Diagnostic Test
  • เปลี่ยน Silicone CPU และ Chipset เพื่อให้นำความร้อนได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • แนะนำการดูแลรักษาครื่องเบื้องต้นให้ทางลูกค้า

สำหรับ Acer Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังขายตอนนี้ สเปกชิปประมวลผล AMD ที่ร่วมบริการนี้ มีดังต่อไปนี้

Acer Aspire 3 A314-22 ราคา 12,990 บาท

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ Full HD IPS เน้นใช้งานพื้นฐานเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรับงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้ ราคาคุ้มค่าที่ 12,900 บาท ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3250U พร้อมได้สเปกครบเครื่อง อีกหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ โดยเป็นโน้ตบุ๊คซึ่งมีความเบาของตัวเครื่องเพียง 1.9 กิโลกรัม ดีไซน์การออกแบบก็มีความสวยงามลงตัว เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายแล้วสุดๆ

โดยได้สเปกที่ครบครันสุดๆ หน่วยความจำแรมขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แรงลื่นในตัว (รองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ภายหลัง) ติดตั้งหน้าจอพาเนล IPS ที่สีสันสวยงาม ความละเอียด Full HD ที่คมชัด และได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานทันทีเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก สำหรับเป็นแบบประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย ที่บอกเลยว่าราคาถูกคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์ที่ได้รับกลับมา

Acer Aspire 3 A314-22 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันประมาณนึง ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan RJ45 และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.1 Type-C เลย น่าจะให้มาซัก 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 5 AC

เหมาะมากๆ สำหรับคนต้องโน้ตบุ๊คที่เน้นใช้งานพื้นฐานทั่วไปในราคาคุ้มค่าไม่แพงให้ประสิทธิภาพพอตัว รองรับการพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนๆ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนกัน เพราะตัวเครื่องไม่หนักมาก ที่แม้อาจจะไม่เบามากแต่แบตใช้งานได้ยาวนานเกือบ 6 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่าดีกว่ามาตรฐานเดิมๆ ที่ปกติแล้วโน้ตบุ๊คช่วงราคานี้จะได้เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น หลักๆ แล้วตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สีคือ Charcoal Black และ Pure Silver

Acer Swift 3 ราคา 22,990 – 25,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U Series พร้อมขายในไทยแล้ว มีราคาที่ 22,990 – 25,990 บาท ได้สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน้ตบุ๊ค

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ AMD Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon RX VEGA 6 / 7 รุ่นใหม่ ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ที่สำคัญยังได้ในส่วนของโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office Home & Student 2019 มูลค่า 4,299 บาทด้วย โดยในบทความนี้จะเป็นสเปก Ryzen 7 4700U

ประกันเป็น 2 ปี สเปก Ryzen 5 4500U / 3 ปี (ปีแรก On-site) สเปก Ryzen 7 4700U พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น (รุ่นก่อน 1.35 กิโลกรัม) ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง ตัวเครื่องมีให้เลือกสีสัน Mauve Purple และ Pure Silver

นอกจากนี้ยังรวมไปถึง Acer Nitro 5 ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000H รวมไปถึง Acer Aspire 3 / Acer Swift 3 ที่ใช้เป็น AMD Ryzen 3000U หรือ AMD Althon อีกด้วย ซึ่งในตอนนี้น่าจะหมดตลาดไปแล้ว เตรียมพร้อมรอสเปกใหม่รุ่นใหม่อย่างเช่น Acer Nitro 5 สเปก AMD Ryzen 4000H เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกที

หมายเหตุ
-โปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น
-การให้บริการครอบคลุมถึงเครื่องที่หมดการรับประกันสินค้าแล้ว
-การให้บริการใช้เวลา 3 วันนับจากวันที่ไปรับเครื่องจากลูกค้า (ไม่รวมวันหยุดราชการ)
-ราคานี้ไม่รวมถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์อื่นๆ ภายในตัวเครื่อง ที่ชำรุดเสียหาย

from:https://notebookspec.com/acer-notebooks-with-all-amd-cpus-can-use-the-ultimate-notebook-maintenance-service-pick-up-return-check-up-for-just-99-baht/527726/

Review – Acer Predator Triton 500 (2020) สเปก i7-10875H + RTX 2080 Super Max-Q จอ IPS 300Hz เบา 2.1 โล แรงลื่นท็อปสุด

Acer Predator Triton 500 (2020) นี้เป็นการต่อยอดมาจาก Gaming Notebook รูปแบบ Thin & Light มาโดยตลอดของ Predator Triton Series เสริมด้วยการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา โดยทำงานกับชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด Intel Core i7-10875H ที่แรงเหนือชั้นกว่า Core i7-10750H ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องแรงกว่า Gaming Desktop ไปแล้ว ภายใต้ตัวเครื่องที่เบา 2.1 กิโลกรัม และบางเฉียบเพียง 17.9 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าแรงสุดเล็กสุดจริงๆ

โดย Acer Predator Triton 500 (2020) มีหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ มีขอบจอที่บางเฉียบ ผนวกกับหน้าจอ IPS เกรดสูง และอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 300Hz/3ms/G-Sync สเปกอื่นๆ ได้แรมขนาด 32GB และ SSD ความจุ 1TB ที่จัดได้สำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น สนนราคาที่ 89,990 บาท สมกับเป็นรุ่นท็อปสุด พร้อมได้ประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

from:https://notebookspec.com/review-acer-predator-triton-500-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%81-i7-10875h-rtx-2080-super/526771/

Review – Acer Predator Triton 500 (2020) สเปก i7-10875H + RTX 2080 Super Max-Q จอ IPS 300Hz เบา 2.1 โล แรงลื่นท็อปสุด

Acer Predator Triton 500 (2020) นี้เป็นการต่อยอดมาจาก Gaming Notebook รูปแบบ Thin & Light มาโดยตลอดของ Predator Triton Series เสริมด้วยการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super Max-Q ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา โดยทำงานกับชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด Intel Core i7-10875H ที่แรงเหนือชั้นกว่า Core i7-10750H ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องแรงกว่า Gaming Desktop ไปแล้ว ภายใต้ตัวเครื่องที่เบา 2.1 กิโลกรัม และบางเฉียบเพียง 17.9 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าแรงสุดเล็กสุดจริงๆ

โดย Acer Predator Triton 500 (2020) มีหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6″ มีขอบจอที่บางเฉียบ ผนวกกับหน้าจอ IPS เกรดสูง และอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 300Hz/3ms/G-Sync สเปกอื่นๆ ได้แรมขนาด 32GB และ SSD ความจุ 1TB ที่จัดได้สำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น สนนราคาที่ 89,990 บาท สมกับเป็นรุ่นท็อปสุด พร้อมได้ประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

from:https://notebookspec.com/review-acer-predator-triton-500-spec-i7-10875h-rtx-2080-super/526771/

แนะนำ Acer Predator Helios 300 (2020) สเปก Core i Gen 10H แรงสุดด้วย GeForce RTX 2070 Max-Q โน้ตบุ๊คเล่นเกมครบเครื่อง แรงลื่นล้ำ ราคาคุ้มค่า

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปที่งาน next@acer 2020 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ที่มีความครบเครื่องเรื่องของสเปก Core i Gen 10H แรงสุดด้วย GeForce RTX 2070 Max-Q ได้ฟีเจอร์มากมาย รวมไปถึงการออกแบบดีไซน์ที่ดูจริงจัง Gaming มากกว่าตระกูลที่เป็น Nitro 5 / Nitro 7 เน้นความพรีเมียมและประสบการณ์ใช้งานกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมแนวทางการออกแบบไปในทิศทางเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Predator Helios 500 / Predator Helios 700 แต่มาในราคาที่ราคาถูกกว่า คาดราคาขายเริ่มต้นจะอยู่ที่ 40,000 บาท (1,199.99 เหรียญสหรัฐ)

ที่สำคัญคือเสริมด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-10750H ที่แรงเข้ากันลงตัว ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องเทียบกับ Deskto PC สบายๆ  และการ์ดจอแรงสุดๆ อย่าง GeForce GTX RTX 2070 Max-Q ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา เพราะสามารถ Overclock เพิ่มได้ ที่นับว่ามีประสิทธิภาพความแรงเล่นเกมได้ลื่นไหลแน่นอน รองรับหน่วยความจำสูงสุด DDR3 2933 MHz 32 GB, PCIe NVMe SSD 2 ตัวในการกำหนดค่า RAID 0 และฮาร์ดไดรฟ์สูงสุด 2 TB ให้ความเร็วและพื้นที่ในการจัดเก็บเกมและความบันเทิงได้อย่างจุใจ 

มีขนาดหน้าจอทั้ง 15.6″ และ 17.3″ ให้เลือกกัน รองรับ Refresh Rate ที่ 240 Hz (3ms) โดยเน้นความแรงประสิทธิภาพในการเล่นเกมเป็นหลัก แบบไม่เน้นความบางเบามากหนักตามสไตล์ของ Predator Helios Series ที่สำคัญได้ระบบระบายความร้อนเอกสิทธิ์จากทาง Acer อย่าง AeroBlade 3D Gen 4 ส่งผลให้แม้สเปกจะแรงแค่ไหน แต่ก็จัดการความร้อนได้เยี่ยมไรักังวล ซึ่งในบทความ เราจะมาแนะนำ Acer Predator Helios 300 รุ่นใหม่กันก่อน ก่อนที่จะนำมาขายในไทยอย่างเป็นทางการ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปชมกันต่อเลย

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ที่จะจำหน่ายประเทศไทยเร็วๆ นี้มาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา หลักๆ แล้วเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ส่วนการ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660Ti (6GB GDDR6) หรือ RTX 2060 (6GB GDDR6) จนไปถึง RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) พร้อม แรมขนาด 16GB DDR4 Bus 2933 MHz ที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB – 1TB รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

หน้าจอขนาด 15.6″ หรือ 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 240Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง Waves Maxx Audio ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2600 Ethernet Controller

และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 แบบ Wireless-AX 1650 ซึ่งทำงานร่วมกับ Killer Control Center 2.0 ของ Killer ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน แน่นอนว่า Acer Predator Helios 300 (2020) รุ่นที่ขายในไทยต้องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง ตามมาตรฐานของ Acer Predator ที่เป็น Gaming Notebook ระดับกลางค่อนสูง

Acer Predator Helios 300 (2020) จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง จากการที่ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% โดยได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พกพาพอได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

โดยเป็นส่วนสำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรูมา พร้อมความสดใหม่เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ตัวเครื่องนั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว วัสดุเป็นอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook จากทาง Acer Predator ปี 2020 นี้ก็ว่าได้

Acer Predator Helios 300 มาในโทนสีดำสลับกับสีฟ้าบางส่วนอย่างโลโก้และฟินระบายความร้อน พร้อมกันนั้นพื้นผิวเรียบเนียน ซึ่งจะทำได้ละเอียดกว่าการขัดปกติ และช่วยให้สีติดที่เนื้อวัสดุได้อย่างดีที่สุด แถมยังมีความทนทานด้วย โดยการใช้งานจริงนับว่าให้สัมผัสที่เยี่ยมยอด แตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปแบบรู้สึกได้ในครั้งแรก

ฝาหลังจะมีโลโก้ Predator พร้อมกับความสามารถเปล่งแสงสีฟ้าได้ ส่วนขอบด้านหน้าจะมีการว้าวเว้นเอาไว้ให้เปิดฝาได้ง่าย ตรงขอบก็จะมีการตัดมุมไว้ให้ดูสวยงามและโดดเด่นกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป สำหรับด้านฐานล่างตัวเครื่อง Acer Predator Helios 300 (2020) รุ่นนี้เป็นอะลูมิเนียมเรียบๆ พร้อมมียางรองขนาดเล็กทั้งหมด 4 จุด ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ส่วนงานประกอบก็เนียบเหมือนเดิม เรื่องนี้ไว้ใจทาง Acer เค้าได้เลย

Acer Predator Helios 300 ยังใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบพิเศษ AeroBlade 3D Gen 4 ใช้พัดลม 2 ตัว ตัวละ 59 ใบพัดขนาด 0.1 มิลลิเมตร ออกแบบพิเศษได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกการบินที่เงียบสนิทและทรงพลังของนกฮูก ปลายใบพัดลมของเราจึงมีรอยหยักเพื่อให้อากาศผ่านได้มากขึ้น ซึ่งมีช่องระบายอากาศถึง 4 จุด อยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง ฟินเป็นสีฟ้าสวยงาม

เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผล (พัดลม 1 ตัว) และการ์ดจอ (พัดลม 1 ตัว) ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 3 เส้นพาดผ่าน CPU และ GPU ที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ หายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด CoolBoots นั่นเอง

Acer Predator Helios 300 ปี 2020 โดดเด่นด้วยฟีเจอร์เพียบพร้อมและเทคโนโลยีที่ครบครัน โดยมีปุ่มกดที่เร่งประสิทธิภาพของ  อย่าง Turbo ซึ่งอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ดทางซ้าย เพียงการกดครั้งเดียว ตัวเครื่องจะเร่งรอบพัดลมอัตโนมัติให้แรงที่สุดทั้ง 2 ตัว เพื่อให้ชิปประมวลผลทำได้เต็มที่ 100% ส่วนการ์ดจอก็จะมีการเร่งความแรงไปอีกให้เกิน 100% ด้วยการ Overclock การใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย โดยเมื่อกดแล้วเราจะเห็นว่ามีไฟสีฟ้าสว่างขึ้นที่ปุ่ม พร้อมกับรอบพัดลมที่ดังขึ้น และตัวซอฟต์แวร์เองก็จะแสดงสถานะการทำงานของการ Overclock การ์ดจอด้วย

คีย์บอร์ดถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ โดยบริเวณด้านขวาของชุดคีย์บอร์ดยังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเวลาที่จะปรับแต่งการใช้งานโหมดต่างๆ รวมไปถึงการปรับรอบพัดลมหรือปรับสีไฟคีย์บอร์ดด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่เป็นโทนฟ้าต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่สำคัญไฟคีย์บอร์ด LED ก็เป็นแบบ RGB แบ่ง Per-Key เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้

ซอฟแวร์ยูทิลิตี้ PredatorSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าไฟคีย์บอร์ด RGB, ไฟพัดลม, เร่งรอบพัดลมได้เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเรายังสามารถ Overclock การ์ดจอ เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้แรงยิ่งขึ้นไปอีกได้ รวมไปถึงรองรับการเชื่อมต่อกับมือถืออีกด้วย และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน Predator Sense  เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

ด้านลำโพงเป็นแบบสเตอริโอ แบบ 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Waves MaxxAudio ที่ผสานกับ DTS:X Ultra จำลองเสียงรอบทิศทาง เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่เก่งครบจบรอบด้านเลย

เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ทั้งในส่วนของสเปกและราคาขายจริง จะมานำเสนอกันอีกที คาดว่าไม่นานเกินรอแน่นอน สำหรับการมาขายจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งบทความรีวิวและวีดีโอ Acer Predator Helios 300 ปี 2020 ก็จะตามมาภายหลังด้วย แฟนๆ Predator เตรียมตัวซื้อหากันได้เลย สำหรับ Gaming Notebook ตัวจริงที่จัดเต็มทั้ง สเปกและดีไซน์ รวมถึงฟีเจอร์ Gaming ขนาดนี้

from:https://notebookspec.com/acer-predator-helios-300-2020-the-latest-core-i-gen-10h-with-geforce-rtx-2070-max-q/526530/

แนะนำ Acer Swift 5 เบาไม่ถึงโล สเปก Core i รุ่นล่าสุด การ์ดจอออนชิป Intel Xe สุดล้ำ จอกระจก Gorilla Glass ป้องกันแบคทีเรีย เริ่ม 30,000 บาท

Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นใหม่กลางปีนี้ ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่งาน next@acer 2020 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย โดยสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 nm+ ที่มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรก (อย่าง Core i7-1165G7) ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ หลายเท่าตัว รวมไปถึงยังมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 ที่มีความแรงพอๆ กับการ์ดจอ Gaming ด้วย ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2

ซึ่งผลการทดสอบจากพอมีข้อมูลจากต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า Tiger Lake-U รุ่น 15W เองนั้นก็สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า Ice Lake-U 18%-32% เลยทีเดียว และถ้าไปเทียบกับ Tiger Lake-U 28W ก็ยิ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกคือ 29%-64% กันเลยทีเดียว ประสิทธิภาพที่สูงขนาดนี้นอกจากจะได้มากจากความเร็วของ CPU Clock ที่สูงขึ้นแล้วยังได้มาเพราะการปรับปรุงสถาปัตยกรรมใหม่ของชิปประมวลผลอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอชมข้อมูลจริงๆ จากทาง Intel อย่างเป็นทางการอีกที แต่คาดว่ามันต้องเจ๋งอย่างแน่อน

Acer Swift 5 (SF514-55) มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 9xx กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8 – 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

เรียกได้ว่า Acer เสนอโน้ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานด้วยฟีเจอร์เทคโนโลยี Corning Gorilla Glass พร้อมการเคลือบสาร Antimicrobial ป้องกันแบคทีเรีย รวมไปถึงในส่วนของทัชแพดด้วย พร้อมได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 3 ที่โอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท (999 เหรียญสหรัฐ) แล้วแต่สเปก ที่เป็น Intel Core i5 และ Core i7 รุ่นใหม่ล่าสุด

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 (SF514-55) ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมง + แน่นอน พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

ซึ่งนอกเหนือจากตัวเครื่องคุณภาพดีทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมความสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่า ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน้ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็อาจจะปาเข้าไปเป็น 2 กิโลกรัมได้เลย เพราะเบากว่าเดิมมากๆ ถือมือเดียวสบาย หยิบถือติดตัวไปใช้งานตามร้านกาแฟหรือ Co Working Space ก็ประทับใจสุดๆ

คาดว่าถ้า Acer Swift 5 (SF514-55) นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็จะได้ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย แน่นอน สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ยังไงคนไหนในปี 2020 นี้ กำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ กว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปล่ะก็ ลองดูเป็น Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นนี้ได้เลย สำหรับรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม ไว้ติดตามกันอีกที เราจะมาอัพเดทกันเรื่อยๆ เลย

from:https://notebookspec.com/introducing-the-acer-swift-5-the-latest-in-core-i-not-an-intel-xe-chip/526529/

แนะนำ Acer Swift 5 เบาไม่ถึงโล สเปก Core i รุ่นล่าสุด การ์ดจอออนชิป Intel Xe สุดล้ำ จอกระจก Gorilla Glass ป้องกันแบคทีเรีย เริ่ม 30,000 บาท

Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นใหม่กลางปีนี้ ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่งาน next@acer 2020 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายบางเบาระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย โดยสเปกใช้ชิป Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake-U เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 nm+ ที่มี Intel Xe Graphics การ์ดจอออนชิปรุ่นใหม่ตัวแรก (อย่าง Core i7-1165G7) ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ หลายเท่าตัว รวมไปถึงยังมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 ที่มีความแรงพอๆ กับการ์ดจอ Gaming ด้วย ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 AX (GIG+) แบบ Dual-band และ Bluetooth 5.0 และ USB ได้มาตรฐานเป็น 3.2 Gen 2

ซึ่งผลการทดสอบจากพอมีข้อมูลจากต่างประเทศแสดงให้เห็นว่า Tiger Lake-U รุ่น 15W เองนั้นก็สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า Ice Lake-U 18%-32% เลยทีเดียว และถ้าไปเทียบกับ Tiger Lake-U 28W ก็ยิ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกคือ 29%-64% กันเลยทีเดียว ประสิทธิภาพที่สูงขนาดนี้นอกจากจะได้มากจากความเร็วของ CPU Clock ที่สูงขึ้นแล้วยังได้มาเพราะการปรับปรุงสถาปัตยกรรมใหม่ของชิปประมวลผลอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอชมข้อมูลจริงๆ จากทาง Intel อย่างเป็นทางการอีกที แต่คาดว่ามันต้องเจ๋งอย่างแน่อน

Acer Swift 5 (SF514-55) มาพร้อมหน้าจอ 14″ แบบทัชสกรีน ความละเอียด Full HD ใช้พาเนลเป็น IPS เกรดสูง sRGB 100% โดยมีน้ำหนักเพียง 9xx กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8 – 16GB มาตรฐาน LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB – 1TB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยกให้เลือก แน่นอนว่ายังมี Fingerprint ติดตั้งมาให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ให้พร้อมเข้าใช้งาน

เรียกได้ว่า Acer เสนอโน้ตบุ๊คบางเบารูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาด ไม่ใช่แค่บางเบาแบบสุดๆ แต่ยังได้ยกระดับการใช้งานด้วยฟีเจอร์เทคโนโลยี Corning Gorilla Glass พร้อมการเคลือบสาร Antimicrobial ป้องกันแบคทีเรีย รวมไปถึงในส่วนของทัชแพดด้วย พร้อมได้สเปกที่แรงลื่นขึ้นจากการที่เป็น Intel Core i Gen 11 โดดเด่นด้วยได้พอร์ต Thunderbolt 3 ที่โอนไฟล์ไว ชาร์จไฟได้ ต่อจอแยกก็ได้ สนนราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท (999 เหรียญสหรัฐ) แล้วแต่สเปก ที่เป็น Intel Core i5 และ Core i7 รุ่นใหม่ล่าสุด

สำหรับตัวเครื่อง Acer Swift 5 (SF514-55) ทำจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง ตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 1 กก. ขนาดบางเฉียบ 14.95 มม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ Screen-to-Body น่าประทับใจสูงสุด 90% แบตเตอรี่ใช้งานยาวนานสามารถชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงในการชาร์ต 30 นาที หรือถ้าชาร์จแบตเตอรี่เต็มๆ 100% ก็จะสามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมง + แน่นอน พร้อมเพิ่มสีสันให้เลือกอีก 2 สี Mist Green และ Safari Gold ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

ซึ่งนอกเหนือจากตัวเครื่องคุณภาพดีทำให้เรามั่นใจในการใช้งานที่ดูแล้วไม่แตกหักง่ายๆ ยังเสริมความสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่า ส่วนอแดปเตอร์แทบไม่ต้องพกติดไปด้วย นับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนความรู้สึกแบบแต่ก่อน ที่เราต้องคอยพกพาโน้ตบุ๊คน้ำหนักกิโลกว่า หรือถ้ารวมอแดปเตอร์ด้วยก็อาจจะปาเข้าไปเป็น 2 กิโลกรัมได้เลย เพราะเบากว่าเดิมมากๆ ถือมือเดียวสบาย หยิบถือติดตัวไปใช้งานตามร้านกาแฟหรือ Co Working Space ก็ประทับใจสุดๆ

คาดว่าถ้า Acer Swift 5 (SF514-55) นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ก็จะได้ในส่วนของประกัน 3 ปี (On-site Service ในปีแรก) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย แน่นอน สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ไปพร้อมใช้งานอีกด้วย ยังไงคนไหนในปี 2020 นี้ กำลังมองหาโน้ตบุ๊คบางเบาที่ได้สเปกแรงๆ ฟีเจอร์ป้องกันแบคทีเรียล้ำๆ กว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปล่ะก็ ลองดูเป็น Acer Swift 5 (SF514-55) รุ่นนี้ได้เลย สำหรับรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม ไว้ติดตามกันอีกที เราจะมาอัพเดทกันเรื่อยๆ เลย

from:https://notebookspec.com/introducing-the-acer-swift-5-the-latest-in-core-i-and-gpu-intel-xe-chip/526529/