คลังเก็บป้ายกำกับ: Acer

5 เหตุผล !!! ทำไม Acer Swift 3 (SF314-55G) เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาปี 2019 ที่ราคาถูกคุ้มค่า น่าซื้อที่สุด

ที่ผ่านมา 2 – 3 ปีนี้ Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊ตบางเบารุ่นนึง ที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม กับราคาเริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งอย่างที่รู้กัน Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดอีกด้วย กับ Acer Aspire S3 และในปี 2019 นี้ Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด

ล่าสุดกับ Acer Swift 3 (SF314-55G) ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ พร้อมสเปกใหม่ล่าสุด ที่จัดได้ว่าโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียมเกินราคา จากการออกแบบที่โดดเด่นสวยงามกว่าเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง สำหรับสเปกก็ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Intel Core i เจอเนอเรชั่นรุ่นที่ 8 (Whisky Lake) โดยสเปกเป็นชิปประมวลผล i5-8265U หรือ i7-8565U พ่วงด้วยการ์ดจอ MX250 รุ่นใหม่จาก NVIDIA ได้แรม 8GB และ SSD PCIe ความจุ 512GB ที่สำคัญหน้าจอเป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD พร้อม Windows 10 แท้ ในราคาเพียง 24,990 บาท หรือถ้าเป็นรุ่น Core i3 ก็จะมีราคาเพียง 19,990 บาทเท่านั้นเอง

ในบทความนี้เราจะมาบอกถึง 5 เหตุผล !!! ทำไม Acer Swift 3 (SF314-55G) เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาปี 2019 ที่น่าซื้อที่สุด

1. ราคาถูก สเปกคุ้มค่า เริ่มต้นไม่เกิน 20,000 บาท

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาวัสดุดีๆ สเปกแรงใช้งานลื่นไหล ในราคาไม่เกิน 20,000 บาท แต่สำหรับ Acer Swift 3 (SF314-55G) ถือว่าเป็นข้อยกเว้น ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i3-8145U การ์ดจอเป็นออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 ที่ใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้ดีเยี่ยม มาพร้อมแรมขนาด 4GB DDR4 ที่เพียงพอ สนับสนุนการทำงานลื่นไหลด้วย SSD ความจุ 128GB ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก และเราก็สามารถ Restore คืนค่าเมื่อไรก็ได้ด้วย กับราคาเพียง 19,990 บาท ถือว่าไม่แพงเลย (หน้าร้านขายจริงๆ ถูกกว่านี้อีก)

หรือถ้าใครมีงบสูงกว่านี้จะดูเป็นตัวท็อปอย่างรุ่น 27,990 บาท ได้สเปกเป็นชิป Intel Core i7-8565U (Whisky Lake) ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 4.6 GHz ส่วนการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel UHD Graphics 620 ที่ติดมาในซีพียูจาก Intel พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce  MX250 ที่แรงระดับ GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย

แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 ส่วน SSD PCIe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูง มาตรฐาน M.2 NVMe นอกจากนี้ยังมีเรื่องจอที่ได้กล่าวไปแล้วว่าใช้จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส พอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac แบบ Gigabit และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

พิเศษรุ่นท็อปราคา 27,990 บาท ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรมเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งจะมีรุ่นราคาถูกกว่านี้ กับราคา 24,990 บาท มาพร้อมสเปกชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-8265U ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เหมือนกันหมด เว้นแต่ประกันจะเป็นแบบ 2 ปีปกติ และซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมง

2. วัสดุโลหะ ดีไซน์พรีเมียม สวยหรูเกินราคา

Acer Swift 3 (SF314-55G) ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดี มีให้เลือก 2 สีสันคือ สีเงิน Silver และสีแดง Lava Red อ โดยทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่า ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับรหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นทองมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์ สำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 (SF314-55G) นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง

3. ประสิทธิภาพดีเยี่ยม ทำงานดี เล่นเกมได้

การทดสอบการใช้งานจริงๆ ของ Acer Swift 3 (SF314-55G) ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คใช้ชิประมวลผล Intel Core i Gen 8 รุ่นล่าสุด พร้อมมีการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX250 ในตัว รวมไปถึงได้แรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe ความเร็วสูงเป็นมาตรฐาน ทำให้แม้ใช้งานหลายอย่างพร้อมกันก็ลื่นไหล อีกทั้งประสิทธิภาพกับโปรแกรมทดสอบต่างๆ ถือได้ว่าโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ

นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นเกมที่เป็นเกมที่ไม่กินทรัพยากรมาก แต่เป็นเกมที่คนส่วนมากนิยมเล่น ด้วยสเปก i7-8565 + MX250 ซึ่งโดยส่วนตัวก็เล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ Native 1920 x 1080 พิกเซล สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าปรับสุดทุกอย่างเลยสำหรับ DOTA 2 แบบ Best Setting โดยรวมแล้วถึงว่าลื่นไหลอยู่

ส่วน Overwatch จะเป็นปรับแบบ Low โดย Rendering 100% ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับที่น่าประทับใจ รวมถึงทดสอบเกม PUBG ที่ต้องบอกว่ากินสเปกพอตัว ซึ่งเป็นการปรับค่าเป็น Low พูดตรงๆ ก็คือพอจะเล่นได้ แม้ไม่ได้ลื่นไหลอย่าง 2 เกมแรก สำหรับเกมออนไลน์โหดแนวนี้ ส่วนเกมอื่นๆ ที่ไม่เกินทรัพยากรเท่าอย่าง CS:GO หรือ Point Blank รวมไปถึงเกมออนไลน์อื่นๆ ก็เล่นได้ลื่นๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

4. จอสวยขอบบาง ลำโพงเสียงเพราะ สแกนนิ้วได้

Acer Swift 3 (SF314-55G) ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร เป็นพาเนลคุณภาพสูง IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้ โดยใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10

5. พกพาสะดวก แบตใช้ได้นานตลอดทั้งวัน

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จของ Acer Swift 3 (SF314-55G) เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.35 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.5 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง สาวๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 3 (SF314-55G) เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 3000 mAh โดยทาง Acer เคลมไว้ว่าสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube (คาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร) ส่วนช่องระบายความร้อนของ Acer Swift 3 จะอยู่ด้านบนของฐานเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อน ที่สำคัญคือไม่รบกสนการทำงานของเราเลย

เรียกได้ว่าเป็น 5 เหตุผลที่ดีเลย ว่าทำไมเราต้องซื้อ Acer Swift 3 (SF314-55G) มาใช้งานด้วย โดยเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาปี 2019 ที่ทีมงาน NotebookSPEC บอกเลยว่าน่าซื้อที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ ใครซื้อมาแล้วก็มาแชร์กันหน่อย ส่วนใครสงสัยตรงไหนก่อนซื้อมาใช้งานจริงๆ ก็สอบถามกันมาได้เลย

from:https://notebookspec.com/5-reasons-why-the-acer-swift-3-sf314-55g-is-the-2019-most-lightweight-notebook/488152/

โฆษณา

Review – Acer Nitro 5 : AMD Ryzen 5 3550H + RX560X + RAM 8 + SSD 512 จัดเต็มจอ 144Hz ราคาแค่ 21,990 บาท

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H และใช้การ์ดจอเป็น AMD Radeon RX560X ในราคา 21,990 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 144Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก Core i Gen 9 + GTX ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน แม้การ์ดจออาจจะแรงสูง GTX ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ได้ประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

from:https://notebookspec.com/review-acer-nitro-5-amd-ryzen-5-3550h-rx560x/488021/

3 สิ่งที่ทำให้ Acer Swift 5 เป็นที่สุดของโน้ตบุ๊ค สายทำงาน พกพา เน้นเบาที่สุด หนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม !!!

Acer Swift 5 แบ่งออกด้วยกันเป็น 2 รุ่น 2 ขนาดหน้าจอ คือ หน้าจอ 14″ และหน้าจอ 15.6″ โดยมีน้ำหนักเพียง 970 กรัม และ 999 กรัมเท่านั้น จากการที่ทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด จากการที่เมื่อหลายปีก่อน Acer ยังเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอโน้ตบุ๊ครูปแบบใหม่อย่าง Ultrabook มาสู่ท้องตลาดอีกด้วย กับ Acer Aspire S3 จนมาถึงซีรีส์ของ Swift รุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 3, 5, 7 อีกด้วย

จึงทำให้ Acer Swift 5 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คซีรีว์หนึ่งที่มีน้ำหนักเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก โดยมีน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัมเท่านั้น กับมาตรฐานหน้าจอขนาด 14″ และ 15.6″ ใช้พาเนลแบบ IPS เรียกได้ว่าเป็น Ultrabook รุ่นใหม่ที่น่าสนใจจริงๆ มาพร้อมชิปประมวลผล Intel สถาปัตยกรรม Kaby Lake-R รุ่นใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงที่มีเทคโนโลยี Dolby Audio แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง สนนราคาเริ่มต้นเพียงสามหมื่นบาทเท่านั้นเอง โดยแบ่งออกด้วยกันเป็นรุ่นหน้า 14″ และ 15.6″ อย่างละ 2 รุ่น ดังต่อไปนี้

สเปก Acer Swift 5 หน้าจอ 14″

สเปก Acer Swift 5 หน้าจอ 15.6″

ในบทความนี้เราจะมาเน้นย้ำถึง 3 สิ่งที่ทำให้ Acer Swift 5 เหมาะคนสายทำงาน พกพา เน้นเบาที่สุด ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม มีอะไรไปชมกันเลย

1. น้ำหนักเบาที่สุด บนวัสดุดีเยี่ยมและดีไซน์พรีเมียม

Acer Swift 5 เป็นโน้ตบุ๊คที่เบามากๆ สไตล์ Ultrabook โดยมีน้ำหนักแค่ 970 กรัมสำหรับรุ่น 14″ / 999 กรัมสำหรับรุ่น 15.6″ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊กรูปทรงกะทัดรัด พกพาง่าย ทำจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่เบาที่สุดในตลาดประเทศไทย ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.58 (14″)/ 15.9 มิลลิเมตร (15.6″) ขอบหน้าจอก็บางเฉียบเพียง 5.87 มิลลิเมตร ทำให้มิติตัวเครื่องโดยรวมเล็กกว่าโน้ตบุ๊คสมัยก่อน แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพาอยู่ดี

บ่งบอกถึงสไตล์ผู้ใช้งานด้วยตัวเครื่อง Acer Swift 5 มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม แน่นอนว่าง่ายต่อการพกพา อีกทั้ง Acer Swift 5 ยังผลิตจากวัสดุอุปกรณ์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ตัวฐาน บริเวณที่วางมือ และฝาครอบทำจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Honey Gold และ Charcoal Blue ให้เลือกซื้อ เหมาะกับทั้งสาวๆ หรือหนุ่มๆ

ซึ่งนอกเหนือจากทำให้เรามั่นใจในการใช้งาน ยังเสริมภาพลักษณ์ที่ดูสวยงาม หรูหรา ทั้งๆ ที่ราคาไม่สูงจนเกินไปด้วย ตามมาตรฐาน Acer ที่ปกติแล้วดีไซน์จะสวยงามแบบเรียบๆ พร้อมความทนทานที่ให้ได้มากกว่ากับตระกูล Ultrabook ระดับสูง เรียกได้ว่า Acer Swift 5 รุ่นนี้มีความน่าประทับใจในทุกมิติจริงๆ เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับ Ultrabook รุ่นล่าสุด ที่ราคาไม่แพงแต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดี

2. ประสิทธิภาพสูง ใช้งานได้ลื่นไหล ทั้งงานและความบันเทิง

Acer Swift 5 มาพร้อมกับสเปกที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-8265U หรือ Core i7-8565U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลที่ดีและสามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้ที่ต้องบอกว่าแรงมากๆ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ

เทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสู้กพวก Core i5 ตัวซีรีย์ H ไม่ได้ตรงๆ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB – 16GB DDR4 และ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB – 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้ รองรับการสำรองไฟล์ต่างๆ ได้แบบสบายๆ

ทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก ให้ผลทดสอบโดยรวมที่น่าประทับใจ ยืนยันว่าใช้งานทั่วไปลื่นไหล และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาพร้อมใช้งานทันที) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

3. ไม่ใช่แค่เบา แต่พกพาสะดวก แบตใช้งานได้นานด้วย

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ – 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกระทัดรัดมากๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 970 – 999 กรัมเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเองเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.2 กิโลกรัม แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ พกพาไปร้านกาแฟ มหาวิทยาลับ ออฟฟิศต่างๆ สบายๆ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คที่บางเบาที่สุด

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 5 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุประมาณ 4200mAh โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 8 – 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร ส่วนช่องระบายความร้อนของ Acer Swift 5 จะอยู่ด้านบนของฐานเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

สรุปปิดท้ายสำหรับคนที่กำลังมองหาหรือเลือกซื้อโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุดเพื่อความสะดวกสบาย เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ที่สำคัญคือดีไซน์การการออกแบบก็พรีเมียมดูดีเกินราคา ในงบประมาณที่ประมาณสามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาทแล้วล่ะ Acer Swift 5 น่าจะตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ทั้งจากความเบา ที่เบาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอ 14″ หรือ 15.6″ ก็เบาไม่ถึง 1 กิโลกรัม เรียกได้ว่าเบาที่สุดในตลาดโน้ตบุ๊คที่ขายในไทยแล้ว

ส่วนเรื่องประสิทธิภาพก็หายห่วงด้วยชิปประมวลผล แรม SSD จัดเต็ม มี Windows 10 มาพร้อมใช้งานด้วย เรียกได้ว่าเครื่องเดียวเอาอยู่แน่นอน ทั้งการงานและความบันเทิง อีกทั้งแบตเตอรี่ก็ยังใช้งานได้ยาวนานสูงสุด ถึง 10 ชั่วโมงด้วยกัน คราวนี้จะพกอแดปเตอร์หรือไม่พกก็ได้ เพราะเอาจริงๆ อแดปเตอร์ก็เล็กพอๆ กับที่ชาร์จมือถือเลยล่ะ จะบอกว่าโน้ตบุ๊คบางเบาที่น่าซื้อที่สุดในตอนนี้ประจำปี 2019 ก็ไม่ผิดเลยล่ะ

from:https://notebookspec.com/3-things-that-make-acer-swift-5-the-most-portable-functional-lightweight-notebook-less-than-1-kg/488153/

แนะนำ โน้ตบุ๊ค สายทำงาน สเปคโอเค เน้นเบา แบกขึ้นหลังไม่เมื่อย งบ 20,000 – 35,000 บาท

เบื่อไหมกับโน้ตบุ๊คหนักๆ เวลาพกพาไปทำงานที่ไหนก็บ่นโอดโอยปวดหลังปวดไหล่ ซึ่งปัจจุบันน้ำหนักโน้ตบุ๊คโดยเฉลี่ยเบาลงกว่าสมัยก่อนมาก บางรุ่นมีน้ำหนักไม่ถึงกิโลด้วยซ้ำ รวมถึงอะแดปเตอร์ชาร์จไฟเองก็มีขนาดเล็กลงไปด้วย ทำให้เราสามารถจะหยิบจับพกพาโน้ตบุ๊คไปทำงานที่ไหนได้สะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะ แถมแบตเตอรี่ก็ใช้ได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

โดยในบทความนี้เองทีมงานจะมาแนะนำโน้ตบุ๊คสายทำงาน สเปคโอเคพอทำงานหนักๆ ได้บ้าง จะมีรุ่นอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ (เรียงตามน้ำหนัก)

1. Acer Swift 5 SF514

 

เริ่มกันด้วยโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้วที่เบาที่สุด และหาซื้อได้ไม่ยากกับ Acer Swift 5 ตัวใหม่ของปี 2019 ที่มีน้ำหนักตัวแค่ 0.97 กิโล เท่านั้น วัสดุสุดพรีเมียมทำจากอะลูมิเนียมอัลลอย เรียกได้ว่าถ้าเพื่อนๆ ได้ลองถือแล้วจะคิดว่ามันใช่เหรอเนี่ย ข้างในกลวงรึเปล่า ซึ่งบอกเลยว่าตอนทีมงานได้สัมผัสเครื่องจริงครั้งแรกคิดว่าเป็นเครื่องโมเดลด้วยซ้ำ แถมสายชาร์จที่ให้มาก็ใหญ่กว่าของมือถือนิดเดียว (มี 3 สีคือ เทา, น้ำเงิน, ชมพูทอง)

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : Intel UHD Graphics 620
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 14 inch (1920 x 1080) Full HD IPS (จอสัมผัส)
  • Size : 329 mm (w) x 228 mm (d) x 14.9 mm(h)
  • Weight : 0.97 Kg
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่สุดในจอ 14 นิ้ว ขนาดเล็กกะทัดรัด ใส่กระเป๋าง่าย พกพาบ่อยๆ ออกนอกสถานที่ทุกวัน ใช้งานจอสัมผัส และไม่ได้เล่นเกม

 

2. Acer Swift 5 SF515

ถัดมาก็ยังคงเป็นแบรนด์ Acer เหมือนกัน โดยรุ่นนี้ก็จะเป็นโน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้วที่เบาที่สุดอีกเช่นกัน ซึ่งมีน้ำหนักตัวแค่ 0.99 กิโล เท่านั้น หนักกว่าตัว 14 นิ้ว แค่ 0.02 กิโลทำไปได้ ส่วนก็ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย เรียกได้ว่าเหมือนกัน 14 นิ้วทุกประการ ต่างแค่มีจอขนาดใหญ่ขึ้นกับ มีราคาเพิ่มขึ้น 1,000 บาท (มี 2 สีคือ เทา, น้ำเงิน)

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : Intel UHD Graphics 620
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 15.6 inch (1920 x 1080) Full HD IPS (จอสัมผัส)
  • Weight : 0.99 Kg
  • Size : 358 mm (w) x 230 mm (d) x 15.9 mm (h)
  • Price : 30,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่สุดในจอใหญ่ 15.6 นิ้ว ซึ่งตัวเครื่องจะมีขนาดที่ใหญ่กับหนากว่าตัว 14 นิ้วนิดหน่อย และไม่ได้เล่นเกม

 

3.  ASUS ZenBook 13 UX333FN

มาดูทางด้านแบรนด์ ASUS กันบ้างกับเจ้าตัว ZenBook 13 รุ่นใหม่ล่าสุด สีล่าสุดที่เป็นสีแดง Burgundy Red ที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา โดยตัวเครื่องรหัส 333 คือจะใช้จอ 13.3 นิ้ว Full HD IPS สวยๆ ขนาดจอสัดส่วนจะยาวกว่าโน้ตบุ๊คปกตินิดหน่อย วัสดุตัวเครื่องตัวมีส่วนประกอบที่เป็นอะลูมิเนียมเกือบทั้งหมด จะมีส่วนที่เป็นพลาสติกอยู่บางส่วน ส่วนขนาดตัวเครื่องบอกเลยว่าเล็กมาก เล็กกว่าขนาด A4 ซะอีก เน้นพกพาหยิบออกจากกระเป๋าถือมือเดียวสบายๆ (มี 3 สีคือ แดง, น้ำเงิน, เทา)

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR3L bus 2133 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 13.3 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.10 Kg
  • Size : 302 mm (w) x 189 mm (d) x 16.9 mm (h)
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่มีไซส์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พร้อมกับมีการ์ดจอแยกที่ไว้เล่นเกมกับทำงานกราฟิคหนักๆ พอได้ ที่สำคัญคือตัวเครื่องได้ SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB อีกด้วย (numpad ที่ touchpad จะมีเฉพาะตัวสเปค i7 เท่านั้น)

 

4. MSI PS42 Modern 8RA

ปกติแล้วถ้าคิดถึงโน้ตบุ๊ค MSI จะคิดถึงโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง สเปคแรง เครื่องหนา แต่ไม่ใช่ MSI ที่เป็นซีรีส์ PS ที่เป็นสายโน้ตบุ๊คทำงานบางเบา ซึ่งสเปคที่ให้ก็จัดเต็มแบบสุดๆ กับ ตัว PS42 8RA รุ่นใหม่นี้ ตัวเครื่องถือว่าค่อนข้างเล็ก ดีไซน์เป็นออกแนวบรัชลายอะลูมิเนียมสวยงาม มีพอร์ต USB Type C มาให้ 2 ช่อง และมีสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วยเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 16 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.19 Kg
  • Size : 322 mm (w) x 222 mm (d) x 15.9 mm (h)
  • Price : 35,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา ดีไซน์แนวมินิมอลเรียบง่าย สเปคแรง ไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่ม ได้ทั้ง i7, Ram 16 GB, SSD m.2 PCIe 512 GB และมีการ์ดจอแยกในตัวอีกด้วย นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างคือตัวเครื่องมีพัดลมระบายความร้อนสองตัว ทำให้รองรับการทำงานหนักๆ ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

 

5. HP Envy x360 13 AR0006AU

สำหรับใครที่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานเน้นที่ต้องใช้ปากกา Stylus ก็ขอแนะนำเจ้าตัวนี้เลยกับ HP Envy x360 รุ่นใหม่ ซึ่งซีรีส์ Envy งานประกอบจะเป็นตัวระดับบนงานประกอบไม่ต้องพูดถึงว่าเนี้ยบขนาดไหน (สังเกตง่ายๆ ว่าโลโก้ HP จะดูโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นธรรมดา) โดยตัวเครื่องสามารถพับได้ 360 องศา ใช้งานเสมือนเป็น tablet ไว้พรีเซนต์งานก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวครับ

  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U
  • GPU : AMD Radeon RX Vega 8
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 13.3 inch LED (1920×1080) Full HD IPS (จอสัมผัส)
  • Weight : 1.30 Kg
  • Size : 325 mm (w) x 218 mm (d) x 16.0 mm (h)
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คพับจอได้ 360 องศา น้ำหนักเบา ใช้ปาก Stylus ไว้วาดรูป ออกแบบงานดีไซน์ต่างๆ งานประกอบแน่น ถือแล้วดูโดดเด่นมีระดับ

 

6. Acer Swift 3 SF314 55G

คราวนี้มาดูรุ่นน้องเล็กกันบ้างที่ให้สเปคสุดคุ้มราคาบางเบามีการ์ดจอแยกกับ Acer Swift 3 รุ่นใหม่ ดีไซน์บางเฉียบ วัสดุโลหะบรัสลายแนวขวางเรียบหรูสวยงาม ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ที่สำคัญตัวเครื่องให้ SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB มาให้เลยเต็มที่ และตัวเครื่องมีสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.35  Kg
  • Size : 323 mm (w) x 228 mm (d) x 14.9 mm (h)
  • Price : 24,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาราคาไม่แพงสเปคครบๆ ตัวเครื่องบางเรียบ เล่นเกมพอได้ จอสีสวย เคลมว่าได้เฉดดีสูงถึง 72% NTSC เลยทีเดียวครับ

7. ASUS VivoBook S14 S431FL

หลังๆ มานี้ยอมรับเลยครับว่าดีไซน์ของโน้ตบุ๊ค ASUS มีการพัฒนาขึ้นมาเยอะกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งเจ้าตัว VivoBook S14 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับสีสันที่โดดเด่นแนวทูโทนฝาหลังสีหนึ่ง บอดี้ด้านในสีหนึ่ง วัสดุงานประกอบจะเป็นกึ่งโลหะกึ่งพลาสติก ฝาหลังทำเป็นแบบ Ergolift ที่ยกคีย์บอร์ดให้สูงขึ้นเพื่อการพิมพ์งานที่สะดวกสบายและช่วยในเรื่องของการระบายความร้อน สเปคที่ให้ก็จัดเต็มสุดมีการ์ดจอแยก แถมได้ SSD m.2 PCIe ถึง 1 TB  เหลือๆ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังให้กล้อง IR Camera ที่สามารถปลดล็อคผ่านใบหน้ามาให้อีกด้วย (มี 5 สี คือ น้ำเงิน, ชมพู, เขียว, เทาเงิน, ดำ)

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2133 MHz on board
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 1 TB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.40  Kg
  • Size : 323 mm (w) x 213 mm (d) x 18.0 mm (h)
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา สีสันโดดเด่นดูมีความทันสมัย สเปคแรง มีการ์ดจอแยก ความจุเยอะๆ เพราะตัวเครื่องให้ SSD m.2 PCIe มาถึง 1 TB สุดจัดปลัดบอก

 

8. DELL Inspiron 5480

ถัดมากับ DELL Inspiron 5480 รุ่นใหม่ ที่ขยับสเปคให้แรงขึ้นและมาพร้อมกับการ์ดจอแยกในตัว ดีไซน์เรียบๆ ตามสไตล์ DELL วัสดุทำภายนอกเป็นกึ่งโลหะกึ่งพลาสติกผิวด้าน มีสแกนลายนิ้วมือตรงปุ่มเปิดเครื่อง จุดเด่นของรุ่นคือตัวเครื่องจะให้ทั้ง HDD ธรรมดาและ SSD m.2 ขนาด 128 GB มาให้ในตัวเครื่องเลย กับในเรื่องของประกัน DELL รุ่นนี้จะได้เป็นประกัน 2 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้านครับ

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2666 MHz
  • Storage : HDD 1 TB 5400 RPM + SSD m.2 PCIe ขนาด 128 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.48  Kg
  • Size : 324 mm (w) x 232 mm (d) x 19.1 mm (h)
  • Price : 31,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คความจุเยอะที่ต้องการทั้ง HDD ธรรมดาและ SSD m.2 ในตัว กับเน้นความชัวร์เรื่องของประกันซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปี

 

9. Lenovo IdeaPad S540

มาดูทางฝั่ง Lenovo กันบ้างในรุ่น IdeaPad S540 รุ่นใหม่ที่คราวนี้พร้อมดีไซน์แบบใหม่สไตล์เรียบง่ายสีโทนเดียวทั้งตัวเครื่อง บอดี้วัสดุมาจากอะลูมิเนียมแข็งแรง แกนฝาพับสามารถพับจอได้ 180 องศา มีสแกนลายนิ้วมือ ลำโพงก็ให้มาขนาดใหญ่ด้านข้างทั้งซ้ายขวาเป็นของ Harman ส่วนสเปคก็ให้มาจัดเต็ม มีการ์ดจอแยก จุดเด่นที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นก็คือกล้อง Webcam มีม่านชัตเตอร์เปิดปิดแบบแมนนวล ป้องกันเรื่องของการอาจจะถูกสอดแนมแอบถ่ายได้

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.50  Kg
  • Size : 323 mm (w) x 227 mm (d) x 15.9 mm (h)
  • Price : 26,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเน้นเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก เพราะมีทั้งม่านชัตเตอร์ปิดกล้องและสแกนลายนิ้วมือ ตัวเครื่องสเปคก็โอเคเล่นเกมพอได้ กับมีฟีเจอร์ชาร์จไว 15 นาทีใช้งานได้ 2 ชั่วโมงด้วย

 

10. HP Pavilion x360 14-dh0076tx

รุ่นสุดท้ายที่อยากแนะนำสำหรับคนงบน้อย แต่อยากได้สเปคครบๆ กับ HP Pavilion x360 โฉมใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับหน้าจอพับได้ 360 องศา และมีการ์ดจอแยกด้วย ตัวเครื่องวัสดุจะเป็นพลาสติก สีออกน้ำเงินเทา หน้าจอ 14 นิ้วเป็นแบบสัมผัส มีปากกา Stylus แถมมาให้ ใช้สำหรับวาดรูป ส่วนสเปคจะเป็นตัวเริ่มต้นที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป และตัวเครื่องก็มีการ์ดแยกรุ่นเล็กมาให้ด้วย พอเล่นเกมเบาๆ ได้บ้าง

  • CPU : Intel Core i3-8145U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX130 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.59 Kg
  • Size : 324 mm (w) x 223 mm (d) x 19.7 mm (h)
  • Price : 20,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักสเปคโอเคใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง ในราคาที่ถูกที่สุด แถมได้จอสัมผัสอีกด้วย

from:https://droidsans.com/notebook-buyer-guide-mid-2019-working-lightweight/

Preview – Acer Nitro 5 : Ryzen 5 3550H + RX560X + RAM 8GB + SSD 512GB ได้จอ 144Hz ราคาแค่ 21,990 บาท

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD ทั้ง Ryzen 5 3550H + RX560X ในราคา 21,990 บาท เจอครั้งแรกในงาน Commart Joy 2019 ซึ่งเดี๋ยวแอดมินโป้งจะมารีวิวกันหลังงานอีกที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก Core i Gen 9 + GTX ให้เลือกเท่านั้น ที่เล่นเกมลื่นขึ้นไปอีกระดับ พร้อมด้วยดีไซน์ใหม่ขอบจอบางเฉียบ การออกแบบก็สวยล้ำกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ สเปกอื่นๆ อย่างแรมเริ่มต้นที่ 8GB ส่วน SSD จะรองรับเป็นแบบ NVMe จำนวน 2 ช่อง พร้อม HDD 2.5″ ปกติก็ยังมีติดตั้งให้อยู่ ได้ประกัน 3 ปี On-site Service เหมือนเดิม

 

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่นี้ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD ตอนนี้มีอยู่เพียงสเปกเดียวราคาเดียวก็คือ Ryzen 5 3550H (2.10 – 3.70 GHz) ทำงานแบบ 4 Core/ 8 Thread บนสถาปัตยกรรมล่าสุด 12 nm ประสิทธิภาพแรงใช้ได้ พร้อมกราฟิการ์ด AMD Radeon RX560X (4GB GDDR5) ใส่ความจุเป็น SSD m.2 512 GB PCIe รองรับการอัปเกรด SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มเติมได้ทีหลัง ในส่วนของ Ram 8 GB แบบ DDR4 Bus 2666 มาให้ 1 แถว (มีช่องใส่ Ram 2 ช่อง) ซึ่งสเปกนี้ก็พอเทียบเท่าได้กับสเปกที่เป็น Core i5 + GTX 1050 ได้อยู่ แต่โดดเด่นกว่าตรงที่ได้ SSD ความจุ 512GB มาเลย

 

นอกจากนี้ Acer Nitro 5 มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง ที่ Refresh Rate 144Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก ส่วนน้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง

 

เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ หลักๆ ยังมีทรงคล้ายๆ เดิมแต่มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับขอบจอบาง วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 144Hz ซึ่งถือว่าให้มาด้วยในรุ่นราคาเท่านี้ จัดว่าดีเยี่ยมกว่าสเปกที่เป็น Intel + NVIDIA ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

 

ส่วนทางด้านลำโพงของ Acer Nitro 5 นั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Waves MaxxAudio ที่ผสานกับ Acer TrueHarmony เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งและจากการใช้งานรู้สึกว่าดีกว่ารุ่นเก่าด้วย

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำแซมด้วยสีแดงเอาไว้อยู่ อย่างโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมมีเกล็ดเล็กๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่ง ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อย เวลามือมีเหงื่อออกแล้วไปจับ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ Acer Nitro 5 จะเป็นสีแดงพร้อมกับมีคำว่า Nitro เอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

 

ทางด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ทางซ้ายเห็นเป็นลักษณะของฟินสีดำสนิท ส่วนช่องทางขวาจะเป็นช่องที่ดีไซน์คล้ายกันเป็นตะแกรงสีดำ แต่ไม่มีพัดลมติดตั้งอยู่ พร้อมแกนฝาพับจะเป็นสีแดง พร้อมมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า Nitro แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ซึ่งดูสวยงามโดดเด่นมากเลยทีเดียว

ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ที่มาพร้อมปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นสีแดงเด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีแดง (ปรับแสงได้ 5 ระดับ) ที่ให้ความสว่างพอสมควรดูเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความนุ่มติดมือ รู้สึกได้เลยว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน

 

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.0 และ Wi-Fi Intel Dual Band MU-Mimo มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac  ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่คุ้มค่าที่สุด ณ เวลานี้อีกรุ่นเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

  

ปิดท้ายด้วยประสิทธิภาพที่คาดการณ์เอาไว้ จากภาพนี้เป็นกราฟแสดงผลของการเล่นเกมต่างๆ วัดเป็นเฟรมเรทที่ได้จากสเปก Gaming Notebook แบบเดียวกันคือ AMD Ryzen 5 3550H + RX560X โดยมีเฟรมเรทเฉลี่ยสูงกว่า 40 ขึ้นไปเกือบทุกเกม ยกเว้น Monster Hunter World ที่ได้เฉลี่ยอยู่ที่ 35 เรียกได้ตัว CPU AMD Ryzen 5 3550H มีประสิทธิภาพที่แรงพอสมควรสามารถขับการ์ดจอ RX 560X ได้เหลือๆ (CPU ใช้งานจริงตอนเล่นเกมไม่ถึง 50% ทำให้เหลือไว้ทำอย่างอื่นได้)  ซึ่งในส่วนของ Acer Nitro 5 รุ่นนี้ ก็น่าจะทำได้ใกล้เคียงหรือดีกว่านั้นเอง ไว้รอทดสอบตัวจริงอีกที

สรุปพรีวิว Acer Nitro 5 ปี 2019 สเปก AMD Ryzen 5 3550H + RX560X รวมไปถึงดีไซน์การออกแบบ ทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งยังมีการทรงรูปลักษณ์เดิมไว้ เปลี่ยนไปเล็กน้อยเรื่องของลวดลายฝาหลัง รวมไปถึงมิติตัวเครื่องลดลง ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เล็กมากจนเกินไปเหมือน Gaming Notebook บางรุ่นที่เน้นความบางเบา แต่เน้นในเรื่องของระบบระบายความร้อน รวมถึงชิป AMD รุ่นใหม่ก็เย็นลงด้วย

กับน้ำหนักตัวเครื่อง 2.3 กิโลกรัม รวมกับอแดปเตอร์แล้วก็ถือว่าพกพาไปไหนมาได้อยู่ที่ประมาณ 2.6 กิโลกรัม แม้ดูแล้วอาจจะไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนอกจากมิติตัวเครื่องและน้ำหนักที่ลดลง แต่ก็คาดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คน กับการมาของ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ไม่มากก็น้อย ด้วยราคาเพียง 21,990 บาท แต่ได้สเปกคุ้มค่ามากๆ ได้ประกัน 3 ปี On-site Service ด้วย

หน้าสเปก Acer Nitro 5 : AMD Ryzen 3550H + RX560X ราคา 21,990 บาท

  • CPU:AMD Ryzen 5 3550H
  • GPU:AMD Radeon RX560X (4GB GDDR5)
  • DISPLAY:15.6 inch (1920×1080) Full HD IPS 144Hz
  • RAM:8 GB DDR4, 2400 MHz
  • STORAGE:512 GB SSD PCIe M.2
  • OS:Windows 10 Home (64 Bit)

from:https://notebookspec.com/preview-acer-nitro-5-ryzen-5-3550h-rx560x/487250/

แนะนำ 5 AMD Notebook งบไม่เกิน 30,000 บาท ในงาน Commart 2019 เดือนกรกฎาคม

หลังจาก AMD เปิดตัว Ryzen 3000 ออกมา เหล่าผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คก็เริ่มทยอยเปิดตัวรุ่นที่ใช้งาน Ryzen 3000 ออกมาเรื่อยๆ ทั้งรุ่นประหยัดพลังงานและรุ่นประสิทธิภาพสูง ซึ่งทั้ง 2 แบบก็มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเดิมมาก แถมยังประหยัดไฟและเย็นกว่ารุ่นเดิมๆ ที่ผ่านมาอีก นอกจากนี้ยังราคาถูกกว่ารุ่นที่ใช้ชิป Intel ด้วย ทำให้ในปัจจุบันมีหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมอยู่พอสมควร ซึ่งยังมีอยู่หลายคนที่ยังมีความเชื่อว่า AMD นั้นร้อนจัด ทว่าความเป็นจริงนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว AMD นั้นพัฒนาไปมากแล้ว โดยในบทความนี้จะมาแนะนำ 5 โน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิป AMD ที่คุ้มค่าต่อเงินที่จ่ายแน่นอน ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างขอเชิญรับชมกันเลยครับ

1.Acer Aspire Nitro 5 AN515-43-R2PM ราคา 21,990 บาท

Nitro 5 รุ่นใหม่จากทาง Acer ที่เลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3550H กราฟฟิกเป็น Radeon RX560X และหน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 144Hz  ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2400 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ SSD M.2 ขนาด 512GB พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ ด้วยสเปคและราคาแบบนี้ถือเป็น Gaming Notebook ในราคา 2หมื่นต้นที่น่าสนใจทีเดียว

 

2.Asus TUF Gaming FX505DU-AL052T ราคา 29,900 บาท

TUF Gaming FX505DU Notebook Gaming สุดคุ้มในราคาเป็นมิตร ที่ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 7 3750H กราฟฟิกเป็น GTX 1660Ti ที่สามารถเล่นเกมได้ทุกเกม และหน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 120Hz  ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2666 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ SSD M.2 ขนาด 512GB รองรับการติดตั้ง SSD/HDD แบบ SATA เพิ่มได้อีกด้วย พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ ซึ่ง Notebook Gaming ในราคาไม่เกิน 30,000 บาทนั้นถือว่าเป็นตัวที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก

 

3.Asus VivoBook 15 -X512DA ราคา 16,900 บาท

VivoBook 15 -X512DA Notebook บางเบาที่สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างไหลลื่น ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U ที่มีประสิทธิภาพแถมยังประหยัดพลังงาน กราฟฟิกเป็น Radeon RX Vega 8 หน้าจอขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2400 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเป็น SSD ขนาด 512GB พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ สำหรับ Notebook ใช้งานทั่วไปแล้ว ถือว่าเป็นเครื่องที่ครบครัน ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมอะไรอีกแล้ว

 

4.HP ENVY x360 13-AR0006AU ราคา 29,900 บาท

ENVY x360 Notebook แบบ 2-in-1 รุ่นใหม่ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U ที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน กราฟฟิกเป็น Radeon RX Vega 8 หน้าจอ Touch Screen แบบ IPS ขนาด 13.3นิ้ว ความละเอียด FullHD รองรับการใช้งานปากกา ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2400 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเป็น SSD ขนาด 256GB พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ สำหรับผู้ที่ต้องการ Notebook บางเบา พกพาง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงแล้วถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

 

5.HP 15-db1004au ราคา 17,900 บาท

HP 15-db1004au Notebook บางเบาที่สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างไหลลื่น ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3700U ที่มีประสิทธิภาพแถมยังประหยัดพลังงาน กราฟฟิกเป็น Radeon RX Vega 10 หน้าจอขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2400 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเป็น HDD ขนาด 1TB พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ สำหรับ Notebook ใช้งานทั่วไปแล้วก็ถือว่าไม่เลว แต่หากให้ดีกว่านี้ควรเพิ่ม SSD เพื่อให้ใช้งานได้รวดเร็วขึ้นจะเป็นการดีที่สุด

 

from:https://notebookspec.com/intrtoduce-5-amd-notebook-30000/486854/

แนะนำ 5 Notebook เน้นตัดต่อวีดีโอ งบไม่เกิน 30,000 บาท ในงาน Commart 2019 เดือนกรกฎาคม

ในปี 2019 นี้มีการใช้งาน Notebook แบบหนักหน่วงในด้านการเล่นเกมและตัดต่อ  ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำเครื่องสำหรับตัดต่อในราคาไม่เกิน 30,000 บาท โดยเครื่องที่จะใช้ตัดต่อนั้นควรเป็นตระกูล H ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งวิธีการเลือกก็ไม่ได้ต่างจาก Notebook Gaming เลย ผลจึงได้คัดเครื่องที่น่าสนใจออกมาให้ 5 รุ่นดังนี้

1.Acer Aspire Nitro 5 AN515-43-R2PM ราคา 21,990 บาท

เริ่มด้วยตัวที่ราคาถูกสุดอย่าง Acer Aspire Nitro 5 Notebook AMD รุ่นใหม่จากทาง Acer ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3550H ที่มีประสิทธิภาพพอๆกับ i5-8300H เลย การ์ดจอเป็น Radeon RX560X และหน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 144Hz  

ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2400 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ SSD M.2 ขนาด 512GB พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้

 

2.Asus TUF Gaming FX505DU-AL052T ราคา 29,900 บาท

TUF Gaming FX505DU Notebook Gaming สุดคุ้มในราคาเป็นมิตร ที่ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 7 3750H การ์ดจอเป็น GTX 1660Ti ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย หน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 120Hz  

ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2666 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ SSD M.2 ขนาด 512GB รองรับการติดตั้ง SSD/HDD แบบ SATA เพิ่มได้อีกด้วย พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ 

 

3.HP Pavilion Gaming 15 ราคา 28,500 บาท

HP Pavilion Gaming 15 Notebook Gaming รุ่นใหม่จากทาง HP ที่ใชิชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-9300H ส่วนการ์ดจอเป็น GTX 1650 หน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 144Hz  ทำให้สามารถทำได้ทั้งเล่นเกมและตัดต่อเลย

ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2666 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ HDD ขนาด 1TB แบบ 7200รอบ รองรับการติดตั้ง SSD M.2 เพิ่มได้อีกด้วย พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ ซึ่งหากให้ดีควรไปเพิ่ม SSD M.2 เข้าไปอีกเพื่อให้ใช้งานได้ไหลลื่น ไม่ขัดใจ

 

 

4.Lenovo LEGION Y540 ราคา 28,900 บาท

Lenovo LEGION Y540 Gaming Notebook รุ่นใหม่จากทาง Lenovo ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน ใชิชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-9300H ส่วนการ์ดจอเป็น GTX 1650 หน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 

ส่วน Ram ให้มา 8GB DDR4-2666 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ SSD 256GB + HDD 1TB พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องที่ให้ทุกอย่างมาครบเรียบร้อย สามารถนำไปใช้งานได้ทันที

 

5.Lenovo ideapad L340 Gaming ราคา 21,990 – 29,990 บาท

Lenovo ideapad L340 Gaming เป็น Notebook Gaming รุ่นใหม่ในราคาประหยัดจากทาง Lenovo ซึ่งมีหลากหลายรุ่น โดยใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-9300H และ i7-9750H การ์ดจอเป็น GTX 1050 3GB รุ่นใหม่ และ GTX 1650(เฉพาะรุ่น top) หน้าจอแบบ IPS ขนาด 15.6นิ้ว ความละเอียด FullHD 

ส่วน Ram ให้มา 8 GB DDR4-2400 เหมือนกันหมด พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเป็น SSD 256GB + HDD 1TB (ในรุ่นเริ่มต้นเป็น HDD 1TB อย่างเดียว) พร้อม Windows 10 แท้ ติดตั้งมาให้ โดยสามารถเลือกซ์้อรุ่นที่ถูกใจได้เลย

 

from:https://notebookspec.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-5-notebook-%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%82/486860/