คลังเก็บป้ายกำกับ: Acer

นโยบายการรับประกัน – Acer

เปิดตัวมหากาพย์นโยบายการรับประกันของแต่ละแบรนด์ด้วยเจ้าตลาดแบรนด์หนึ่งอย่าง Acer ที่ขึ้นชื่อเรื่องของการรับประกันที่ดี มีศูนย์บริการหลายแห่ง ซ่อมได้รวดเร็ว มีอะไรพร้อมเสริพลูกค้าตลอดเวลา กับคำถามยอดฮิตทั้ง 4 คำถาม

ลูกค้าแกะเครื่องอัพเกรทแรมเปลี่ยนฮาร์ดดิสค์มีผลต่อการรับประกันหรือไม่

  • ไม่มีผล หากการแกะนั้นไม่กระทบทำใหเ MB หรือ body เครื่องชำรุดเสียหาย โดยการรับประกันจะไม่ครอบคลุมถึงเหตุอันเกิดจาก
    • a) สภาพสินค้าและอุปกรณ์เป็นรอยขีดข่วน บิ่น แตก หัก งอ ฉีกขาด มีคราบของเหลว Oxide ทั้งภายนอกและภายใน หรือเกิดรอยไหม้ บนชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่ากรณีใดๆ
    • b) ความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ หรือแมลงทุกชนิด เช่น มีมดเข้าไปทำรัง หรือฉี่หนู เป็นต้น
    • c) ความเสียหายจากการขนส่ง หรือภัยธรรมชาติ
    • d) โปรแกรมที่ไม่ได้ติดตั้งมากับเครื่อง รวมถึงไวรัสต่าง ๆ
    • e) ความเสียหายจากการต่ออุปกรณ์ต่อพ่วง
    • f) การซ่อมโดยช่างที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทฯ
    • g) การดัดแปลงที่ผิดจากข้อกำหนดจากผู้ผลิต

สามารถต่อประกันเพิ่มได้หรือไม่เท่าไร สูงสุดได้กี่ปี ราคาโดยประมาณ

เวลาการซ่อมโดยเฉลี่ย

  • ถ้ามีอะไหล่ที่ศูนย์บริการเลย ก้อ 1วันทำการ พูดในภาพรวมคือ ไม่เกิน 3 วัน

กรณีลูกค้าเปลี่ยนจอภาพที่ดีขึ้นจากร้านข้างนอกมีผลต่อการรับประกันหรือไม่ครับ

  • มีผลครับ จาก (g) การดัดแปลงที่ผิดจากข้อกำหนดจากผู้ผลิต)

สำหรับเพื่อนที่สนใจใช้บริการ Service ของทาง Acer สามารถติดต่อได้ที่

 

  • ทางโทรศัพท์ โดยสามารถโทรเข้ามาขอรับบริการต่าง ๆจากหมายเลขโทรศัพท์
    • โทร. 0-2153-9600 กรณีที่ต้องการข้อมูลทางด้านรายละเอียดสินค้ารายการส่งเสริมการขาย ราคาสินค้าและชิ้นส่วนอุปกรณ์ สถานที่ซื้อสินค้า การตรวจเช็คสถานะเครื่องซ่อมหรือ เคลม และข้อมูลทั่วไปที่ไม่ใช่ข้อมูลด้านเทคนิค
    • โทร. 0-2153-9655 กรณีที่ต้องการคำปรึกษาทางด้านเทคนิค และแจ้งขอรับบริการนอกสถานที่

##เพื่อนๆท่านใดมีคำถามอะไรสงสัยอยากสอบถามทาง Acer เพิ่มเติมแจ้งมาได้ในคอมเมนท์เลยครับ##

 

from:https://notebookspec.com/warranty-policy-acer/497614/

โฆษณา

Preview – Acer Swift 3 SF314-57G จอ 14″ แรงลื่นด้วย Core i Gen 10 สวยจัดบางเบา ฟีเจอร์ครบ ราคา 20,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-57G ถือว่าเป็นรุ่นต่อยอดจากตระกูล Acer Swift 3 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ล่าสุดคือได้สเปกชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 ที่แรงกว่าเดิม พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.19 กก. และบางเพียง 15.95มม. เท่านั้น ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพรีวิวถึงรายละเอียดและสเปก ราคาขายจริงกัน ก่อนที่จะมาพบกับรีวิวตัวเต็มกันอีกที

โดยมีอยู่ 2 รุ่นหลักๆ ด้วยกันคือ Core i5-1035G1 ราคา 20,990 บาท และ Core i7-1065G7 ราคา 23,990 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัยตกรรม Ice Lake เทคโนโลยีที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กและร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วย AI มาช่วยการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น พ่วงด้วยการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 รุ่นใหม่จาก NVIDIA ได้แรม 8GB และ SSD PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD พร้อม Windows 10 แท้ ประกันเป็น 2 ปี หรือ 3 ปี (ปีแรก On-site) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย

เจาะสเปกเต็มๆ ของ Acer Swift 3 SF314-57G อย่างที่บอกไปแล้วคือแบ่งเป็น 2 รุ่น ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1035G1 ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.0 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 3.6 GHz ส่วนการ์ดจอออนชิปก็เป็นรุ่นใหม่ Intel UHD Graphics G1 เช่นกัน และอีกรุ่นจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-1065G7 มีความเร็วที่ 1.3 – 3.9 GHz ส่วนการ์ดจอเป็นออนชิปรุ่นใหม่ G7 ที่แรงกว่า โดยทั้ง 2 รุ่นทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ดเหมือนกัน

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่แรงระดับเทียบเคียง GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 เพียงพอต่อการใช้งานทันที ส่วน SSD M.2 NVMe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูงและพื้นที่ใส่ไฟล์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องจอที่ได้กล่าวไปแล้วว่าใช้จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi AX ที่แรงกว่าเดิม 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด สนนราคารุ่น 20,990 บาท ประกันจะเป็น 2 ปีส่งเคลมศูนย์ปกติ ส่วนรุ่นราคา 23,990 บาทจะได้ประกันเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรก On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง สามารถชมหน้าสเปกเต็มๆ ได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย

Acer Swift 3 SF314-57G เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดี โดยสีสันเป็น Steel Gray ออกแนวเทาๆ เงินๆ หรือสีชมพู Millennial Pink ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส  ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม

ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.19 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 12.5 ชั่วโมง พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นทองมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์

ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นลักษณ์ตัดเพชรให้ความสวยงามด้วยสีเงิน โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่าขอบหน้าจอบางเฉียบกว่ารุ่นก่อนๆ และหน้าจอ IPS มุมมองกว้าง รวมถึงสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดที่ 12 ชั่วโมงด้วยกัน อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า สุดท้ายกับการที่มีพอร์ต HDMI

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3 SF314 เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้ โดยใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10

Acer Swift 3 SF314-57G ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบางมีพื้นที่ 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ได้พาเนลคุณภาพสูง IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Acer Swift 3 SF314-57G นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A / USB 3.1 Type-A และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐานและ Card Reader ที่สำคัญยังให้พอร์ตอย่าง USB 3.1 Type-C อีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปทีเดียว

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.19 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.4 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง สาวๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

สรุปสำหรับดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์และสเปกของ Acer Swift 3 SF314-57G นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงๆ อย่าง Core i Gen 10 + GeForce MX250 เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ

ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนอย่างที่ Ultrabook ราคาแพงสมัยก่อนทำได้เลยล่ะ โดยเริ่มต้นเพียงสองหมื่นบาท ไปจนถึงสองหมื่นบาทนิดๆ เท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ไว้ยังไงมีโอกาสแอดมินโป้งจะนำเสนอรีวิว Acer Swift 3 SF314-57G ตัวเต็มอย่างแน่นอน รวมไปถึงรุ่นอื่นๆ อย่าง Acer Aspire 3 และ Acer Swift 5 ด้วย รอติดตามกันได้เลย

 

from:https://notebookspec.com/preview-acer-swift-3-sf314-57g-spec-core-i-gen-10/497465/

Preview – Acer Aspire 3 A315-55 ครบครันคุ้มค่า สเปก Core i Gen 10 + MX230 + RAM 8GB + SSD 512GB ราคา 17,990 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ซึ่งหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ ที่เราจะมาแนะนำกันก็คือ Acer Aspire 3 A315-55 โดยเป็น เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ที่เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายงบหมื่นกว่าบาท ถูกสุดเริ่มต้นที่ 17,990 บาท ที่บอกเลยว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรังงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้

โดยได้สเปกที่ครบครันสุดๆ ทั้งการ์ดจอแยก แรมให้มาไม่ต้องอัพเกรด พร้อม SSD แรงลื่นในตัว ได้หน้าจอความละเอียด Full HD และระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันที ประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย อย่างที่หาไม่ได้ในแบรนด์คอมพิวเตอร์อื่นๆ ซึ่งในบทความนี้แอดมินโป้งจะมาพรีวิวตัวสเปกและรายละเอียดกันก่อน ส่วนรีวิวตัวจริงรอทาง Acer ส่งมาอีกทีนะครับ

สเปกเต็มๆ ของ Acer Aspire 3 A315-55 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น 3 ราคา ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U จำนวน 2 รุ่น และ Intel Core i7-10510U อีก 1 รุ่น โดยมีราคา 17,990 / 18,790 / 21,990 บาท เรียกได้ว่าเลือกตามความต้องการ ของลักษณะการใช้งานแต่ละคนได้เลย ซึ่งในส่วนของสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U เป็นการทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.6GHz (เร่งไปได้สูงสุดที่ 4.2GHz)และรุ่นชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U ที่เป็นการทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.8GHz (เร่งไปได้สูงสุดที่ 4.9GHz) โดยทั้ง 2 รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt เป็นสถาปัตยกรรม Comet Lake เหมือนกัน

 

สำหรับการ์ดจอก็แน่นอนว่าต้องเป็น Intel UHD Graphics 620 ที่ติดมาในซีพียูจาก Intel พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX230 (2GB GDDR5) ที่แรงพอเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 ที่เพียงพอ สนับสนุนการทำงานลื่นไหลด้วย SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB หรือ SSD 128GB + HDD 1TB ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก กับราคาเพียง 17,990 – 23,990 บาท ถือว่าราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับความสดใหม่และสเปกโดยรวมที่ได้ โดยทุกรุ่นได้การรับประกันเป็น 2 ปี โดยมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย

ด้านการออกแบบดีไซน์ของ Acer Aspire 3 A315-55 รุ่นนี้จะมาในสไตล์เรียบๆ ได้หน้าจอแบบขอบจอบาง โดยลักษณะรวมแล้วเป็นสีดำแบบด้านและมีลักษณะพื้นผิวแบบเรียบๆ แต่ดูดี มาพร้อมสเปกและประสิทธิภาพการใช้งานที่ครบครัน ด้วยงบประมาณในเลือกซื้อที่ไม่แพงจนเกินไป ด้านการออกแบบดีไซน์ใหม่นี้จะมาในสไตล์เรียบง่าย แต่มีความสวยงาม โดดเด่นจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 15.6″ ที่มีน้ำหนักเพียง 1.9 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

ตัวเครื่องฮาร์ดแวร์และดีไซน์การออกแบบของ Acer Aspire 3 A315-55 นั้นมีความน่าประทับใจมากๆ ในทุกมิติ เมื่อเทียบกับราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ ดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่า แต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ

ตัวเครื่อง Acer Aspire 3 A315-55 มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6″ พร้อมติดตั้งคีย์บอร์ด Full size แบบตามมาตราฐานโน้ตบุ๊คทั่วไปให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ โดยมีปุ่มแป้นตัวเลข Numpad มาให้ครบถ้วน แต่จะมีข้อสังเกตนิดหน่อยตรงที่ปุ่มเปิด-ปิด เครื่องกลืนไปกับ Numpad ด้านบนขวา ทำให้เราสามารถเผลอกดไปโดนได้โดยไม่ตั้งใจ

ในส่วนของทัชแพดนั้นออกแบบมาดูเรียบๆ เหมือนโน้ตบุ๊คทั่วไปปกติ และแผ่นคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่ได้แยกปุ่มออกชัดเจน การสัมผัสและการคลิกถือว่าทำได้ดี ไม่มีผิดเพี้ยน และมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ มองดูโดยรวมแล้วให้การใช้งานและความรู้สึกก็ถือว่าทำได้ดีในระดับโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไป

Acer Aspire 3 A315-55 ติดตั้งหน้าจอขนาด 15.6″แบบขอบจองบางเฉียบ บนความละเอียด Full HD พาเนล TN ตามมาตรฐานโน้ตบุ๊คทั่วๆ ไป สามารถแสดงผลได้รวดเร็วและให้สีสันที่สวยงามในระดับหนึ่ง ซึ่งหน้าจอนี้เพียงพอสำหรับใช้งานทั่วไป ส่วนขอบบนหน้าจอจะมีกล้อง Webcam ความคมชัดระดับ HD 720p ติดตั้งมาให้ด้วย พร้อมกับไมค์สองตัวแบบตัดเสียงเพื่อใช้งาน Video Call ซึ่งกล้องหน้านี้ก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียว

ลำโพงที่ติดตั้งมาให้จะอยู่ที่ใต้ตัวเครื่องเครื่องด้านหน้า บริเวณมุมฝั่งซ้ายและขวาด้านล่างของตัวเครื่อง ที่ให้เสียงเป็นแบบ Stereo 2.0 โดยคุณภาพเสียงที่ได้นั้นถือว่าธรรมดาทั่วไป มีเสียงที่ดังฟังชัด แยกเสียงมิติซ้ายขวาชัดเจน จะนำไปใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็สามารถทำได้ดีเลยเดียว

  

Acer Aspire 3 A315-55 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คมัลติมีเดียขนาดหน้าจอ 15.6″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A (เป็นแบบ Fast Chart), 1 x USB 3.1 Type-C, 1 x USB 2.0, HDMI, Lan และรูหูฟังกับไมค์แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน  ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi AC รูปแบบมาตราฐานใหม่ที่รองรับสัญญานแบบ 5 GHz พร้อมความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 1000 Mbp อีกทั้งแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 ชั่วโมงด้วย เรียกได้เอาไปใช้งานนนอกสถานที่แทบไม่ต้องพกอแดปเตอร์กันเลยทีเดียว

สรุปพรีวิวของ Acer Aspire 3 A315-55 ต้องบอกว่าเป็นโน้ตบุ๊ครองรับทั้งการทำงานต่างๆ บันเทิงดูหนังฟังเพลง ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้งานได้ จะซื้อไว้ใช้งานภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือคุณลูกก็ได้หมด ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อ PC แต่อย่างใด เพราะเครื่องนี้เครื่องเดียวครบครันตอบโจทย์แน่นอน ที่สำคัญคือเหมาะสมกับราคาที่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานทั่วๆ ไปได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากเอาจะไปเล่นเกมเบาๆ รวมไปถึงตัดต่อวีดีโอก็ยังพอได้อยู่ ไว้ยังไงแอดมินโป้งมีโอกาสรีวิวเครื่องจริงเราจะมาเจาะลึกรีวิวเต็มๆ ของ Acer Aspire 3 A315-55 กันอีกที แต่จากพรีวิวนี้บอกได้เลยว่าเป็นโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าที่น่าซื้อรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้ทีเดียว

from:https://notebookspec.com/preview-acer-aspire-3-a315-55-core-i-gen-10-mx230/497438/

Review – ACER PREDATOR X35 จอโคตรเทพจัดเต็มสุดสุด

หากพูดถึงจอเกมมิ่งสักแบรนด์ ผมเชื่อว่าแบรนด์หนึ่งที่หลายท่านคุ้นเคยกันก็คงต้องเป็น Acer อย่างแน่นอน ด้วยประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ ออปชั่นต่างๆที่ไม่เป็นสองรองใคร พร้อมการรับประกันขั้นเทพ และที่สำคัญเลยคือราคาที่คุ้มค่ามากแบรนด์หนึ่ง แต่จอที่ทีมงานจะมารีวิวในวันนี้ไม่ใช้จอคุ้มค่าธรรมดาทั่วไป แต่มันคือจอภาพระดับเทพที่ใส่เต็มทุกออปชั่นด้วยราคาค่าตัวที่สูงถึง 89,990 บาท ใน ACER PREDATOR X35

ACER PREDATOR X35 เป็นจอโค้งสำหรับคอเกมที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สุดตัวหนึ่งในท้องตลาดด้วยสเปคจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น ความเร็วสุดขีดถึง 200Hz และรองรับ HDR ที่ให้ความสมจริง ไฟ RGB ที่สามารถปรับแต่งได้ ด้วยจอภาพแบบโค้งขนาด 35 นิ้วที่อัตราส่วน 21:9 บนความละเอียดสูงถึงระดับ 4 K (3440 x 1440) บนพาแนลแบบ VA และด้วย NVIDIA® G-SYNC® ULTIMATE ทำให้การเล่นเกมที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด มากับอัตราการตอบสนองหรือ Response time ที่ 2 ms และยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน และออปชั่นอื่นๆอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น

  • โค้งอย่างเห็นได้ชัด  เฉพาะผู้ที่สัมผัสกับความโค้งนี้แล้วเท่านั้น จึงจะเข้าใจ นำคุณไปสู่อีกระดับของประสบการณ์ที่จะดึงดูดสายตาและเปิดมุมมองใหม่ ทำให้คุณไม่อยากละสายตา เมื่อพูดถึงการเล่นเกมด้วยจอภาพแบบพาโนรามาขนาดเต็ม 35 นิ้ว มีเพียงจอ 1800R ที่มีอัตราส่วนภาพ 21:9 สุดตระการตาเท่านั้นที่สามารถทำได้ 3440 X 1440  UWQHD 1800R  ความโค้ง 21:9  อัตราส่วนภาพ
  • NVIDIA® G-SYNC® ULTIMATE  คุณจะได้สัมผัสการเล่นเกมด้วยภาพ HDR ที่ดีที่สุด จอแสดงผลที่มาพร้อมเครื่องจะต้องให้ความสว่างสูงถึง 1000 Nits ความเปรียบต่างที่น่าทึ่ง สีสันระดับโรงภาพยนตร์ และการเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ ด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot และขอบเขตสี DCI-P3 90% ทำให้สีต่างๆ ดูโดดเด่นขึ้นมาบนหน้าจอ
  • รวดเร็วถึงขีดสุด  หากคุณต้องการเล่นเกมที่ราบรื่นด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ คุณคิดถูกแล้ว ด้วยอัตรารีเฟรช 200Hz1 และเวลาตอบสนองโอเวอร์ไดรฟ์เพียง 2ms3 การเล่นเกมของคุณจะลื่นไหล ไม่สะดุด และเหนือกว่าด้วยการไม่มีภาพซ้อน คุณจึงสามารถเล่นฉากต่อเนื่องด้วยความแม่นยำอย่างเหนือชั้น
  • ดีไซน์แห่งอนาคต  ขาตั้งสามแฉกสีเงินที่ยื่นออกมาสามทิศทาง แสดงจอแสดงผลที่มีไฟเรืองแสงขนาด 35 นิ้ว นำคุณสู่โลกแห่งความโค้งมน และคุณยังสามารถเอียง หมุน และปรับจอแสดงผลไฟนีออนนี้แบบแนวตั้งได้เพื่อให้ได้ตามหลักสรีรศาสตร์อันเหมาะสมและเพื่อความสะดวกสบายอย่างแท้จริง
  • เติมแสงสว่างให้เกมของคุณ  ยกระดับระบบไฟของคุณไปสู่ขั้นใหม่ด้วย RGB Light Sense โดยปกติ คุณก็จะมีรูปแบบระบบไฟหลากหลายแบบอยู่แล้ว แต่ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถซิงค์ไฟให้เข้ากับเพลงที่เลือก หรือซิงค์ให้เข้ากับเกมที่คุณเล่น เช่น League of Legends®

สเปค

  • ความคมชัดสูงสุด : (UW-QHD)3440 x 1440@180Hz
  • อัตราส่วนลักษณะ : 21:9
  • เวลาตอบสนอง : 2ms
  • อัตราการรีเฟรชโอเวอร์คล็อก : 200Hz
  • ความสว่าง : 600cd/m² – ท้องถิ่น
  • ส่องจากด้านหลัง : LED
  • มุมการรับชม :
    • 178° แนวนอน
    • 178° แนวตั้ง
  • ขาตั้ง :
    • Tilt (-5°~35°)
    • Swivel (-45°~45°)
    • Height adj (130mm)
  • ลำโพง : 2 x 4W
  • พอร์ทและขั้วต่อ
    • 1x DisplayPort
    • 1x HDMI® – อิน
    • HDMI®
    • 5x USB 3.0
  • พลังงาน : 77.20W (ENERGY STAR® On)
  • ความเข้ากันได้กับ VESA : (ใช่)
  • น้ำหนัก (โดยประมาณ) : 10.35kg ,13.39kg (พร้อมด้วยขาตั้ง)

อุปกรณ์ที่แถมมากับ ACER PREDATOR X35 จัดเต้มจริงๆ ทั้งคู่มือ Adapter พร้อมสาย AC ,ตัวแปลงยึดกับขาแขวน ,สาย HUB USB และสาย HDMI

ACER PREDATOR X35 เป็นจอโค้งขนาด 35 นิ้ว ทำให้มีขนาดที่ใหญ่ และหนักประมาณนึงเลย แต่เป็นจอภาพแบบไร้ขอบ 3 ด้าน เป็นพาแนลแบบ VA จอด้าน ทำให้ไม่สะท้อนแทน มุมมองจอโค้งช่วยให้สามารถใช้สายต่อมองได้อย่างเที่ยงตรงและสบายตา การออกแบบเอาใจเกมเมอร์ด้วยโทนสี เทา น้ำเงิน ขาตั้งทรงตัว V เป็นก้านขนาดใหญ่ โดยด้านหน้าจะมีระบุเพียงฟีเจอร์เด่น และโลโก้ PREDATOR ด้านล่าง

ด้านหลังของ ACER PREDATOR X35 ถือเป็นจุดเด่นเลยก็ว่าได้ ด้วยลายเส้นการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ในแบบฉับของ ACER PREDATOR โดยเฉพาะด้านหลังจอทั้ง 2 ด้านที่ผสมผสานระหว่างช่องระบายความร้อน เส้นไฟ RGB และลายการออกแบบที่ลงตัว วัสดุเป็นพลาสติกผิวเรียบไม่สะท้อนแสง แต่ก็ให้ความสวยงามดูดีระดับหนึ่ง

ในส่วนของขาตั้ง ออกแบบได้ลงตัวไม่แพ้ด้านหลังจอด้วยหูจับด้านบนเผื่อการยกย้าย (แต่ด้วยขนาดจอที่ให้ทำให้ยกย้ายจริงได้ยากมาก) ถัดลงมามีการขึ้นลาย พร้อมโลโก้ ACER PREDATOR จากนั้นจะเป็นแกนหมุนที่ทำให้จอสามารถหมุนซ้าขวาได้เล็กน้อย ใต้แกนหมุนจะเป็นช่องเก็บสาย และฐานขาตั้งโลหะที่แข็งแรงดีมาก

ปุ่มควบคุมจะเป็นแบบจอยสติกสำหรับการเลือกเมนูอยู่ทางด้านหลังจอด้านขวา โดยจะมีปุ่มเปิดปิดจออยู่บนสุด และปุ่มสั่งงานเมนูต่างๆอีก 3 ปุ่ม ที่ต้องเอื้อมไปพอสมควร ใช้งานช่วงแรกอาจจะไม่ถนัดเท่าไรนัก

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันไม่ว่าจะเป็น ช่องต่อ Adapter (ซ้ายสุด) ,HDMI ,Display Port ,USB type-B (HUB) ,USB 3.0 3 พอร์ต และช่องต่อ Audio แบบ Combo

ACER PREDATOR X35 สามารถหมุนซ้ายขวาได้เล้กน้อย ปรับก้อมเงยได้ราว 15 องศา และเพิ่มลดความสูงของจอได้ระดับหนึ่ง

ACER PREDATOR X35 มาพร้อมเส้นไฟ RGB ด้านหลัง ฝั่งละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ไม่เยอะมาก แต่ก็พอโชว์ความสวยงามได้อยู่

ACER PREDATOR X35 จัดว่าแสดงผลได้อย่างลงตัวด้วยแสงสีที่ค่อนข้างคมชัด แต่ก็ไม่ถึงกับสดใสมากตามแบบฉบับพาแนล VA ที่เน้นการใช้งานทั่วไปมากกว่า เลยอาจจะไม่ได้มีสีสันที่สดใสสมจริงเหมือน IPS แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานต่างๆไม่ว่าจะชมภาพยนตร์หรืองานเอกสาร ตัวจอภาพเป็นแบบจอด้านด้วยทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่เมื่อยล้าสายตา และแสงสะท้อนน้อยกว่าจอภาพทั่วไป และด้วยฟีเจอร์ของจอทั้ง HDR ช่วยให้จอภาพสามารถแสดงรายละเอียดโดยเฉพาะภาพที่เป็นสีดำได้มากขึ้น มุมมองด้านข้างก็คมชัดดีไม่มีผิดเพี้ยน

การใช้งานด้านเอกสารหรือดูเว๊บต่างๆจัดว่าดีทีเดียว ด้วยจอที่เน้นการถนอมสายตา การชมภาพยนตร์ก็จัดว่าโอเค ความละเอียดระดับ 4K ยิ่งทำให้มีพื้นที่การใช้งานมากกว่าบนจอภาพ 35 นิ้ว สามารถแบ่งจอภาพเป็น 2 3 จอก็ยังไหว และเมื่อชมภาพยนตร์ยิ่งเต็มตาเต็มอารมณ์ เหมาะกับการชมภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง ลำโพงที่ติดตั้งมาก็ให้เสียงดังระดับหนึ่ง ฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ได้ดีโดยไม่ต้องต่อลำโพงแยก แต่เสียงก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่ได้ให้รายละเอียดเสียงที่ชัดเจนมากนัก

ในส่วนของการเล่นเกมนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่พอเล่นได้มี Nvidia G-Sync ช่วยลดอาการภาพฉีก อัตราการรีเฟรชจอภาพที่สูงถึง 200 Hz ก็ยิ่งช่วยให้เล่นเกมได้อย่างสบายตามากยิ่งขึ้น จอใหญ่ทำให้มุมมองในเกมกว้างขึ้น แต่ก็ต้องมีพื้นที่ในการนั่งที่ห่างนิดนึงไม่ควรใกล้จอมากจนเกินไป เล่นเกมดูหนังแจ่มไร้ที่ติเลย

ในส่วนของออปชั่นอื่นๆก็มีทั้งการที่รองรับขาแบบแขวน หรือขาตั้งเดิมๆก็สามารถปรับแต่งได้เยอะ มี HUB USB 3.0 ในตัว มีไฟ RGB ด้านหลังอีกด้วย

ACER PREDATOR X35 เป็นจอโค้งที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจอภาพที่ดีที่สุดเพื่อการเล่นเกมโดยไม่เกี่ยงงบประมาณ ด้วยขนาดจอภาพที่ใหญ่ถึง 35 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K ไม่ว่าจะชมภาพยนตร์ เล่นเกม หรือทำงานตัดต่อก็มีพื้นที่ใช้งานเหลือเฟือ โดยเฉพาะการเล่นเกมที่เจ้า ACER PREDATOR X35 จัดออปชั่นมาเพียบไม่ว่าจะเป็น NVIDIA® G-SYNC® ULTIMATE ,Response time ที่ 2 ms หรืออัตรารีเฟรชที่สูงถึง 200 Hz พร้อมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบ ACER PREDATOR พร้อมไฟ RGB ในส่วนของพาแนลแบบ VA ที่สีสันอาจจะไม่ได้สดตรงเหมือน IPS แต่ก็เหมาะสำหรับการเล่นเกม และใช้งานต่างๆได้อย่างลงตัวแล้ว เป็นจอโค้งออปชั่นจัดเต็มที่สุดสำหรับการเล่นเกมรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้

ACER PREDATOR X35 มาในราคาค่าตัว 89,900 บาท เหมาะกับท่านที่ไม่เกี่ยงงบประมาณ แต่ต้องการจอเล่นเกมที่ใหญ่และดีที่สุดตัวหนึ่งในท้องตลาดตอนนี้

จุดเด่น

  • จอใหญ่ 35 นิ้ว ระดับ 4K
  • ออปชั่นจัดเต็มมากมีทั้ง 200 Hz ,G-Sync ,HDR etc.
  • มีไฟ RGB หลังจอปรับแต่งได้

ข้อสังเกตุ

  • มีราคาสูง
  • เคลื่อนย้ายไม่สะดวก ต้องใช้พื้นที่ในการจัดวาง

from:https://notebookspec.com/review-acer-predator-x35/494703/

Acer – ได้รับรางวัล Good Design 2019 จากการออกแบบโน๊ตบุ๊คในซีรีย์ ConceptD

สำหรับเรื่องการออกแบบนั้นทาง Acer เองก็ไม่ได้เป็น 2 รองใครครับ โดยล่าสุดนั้นทาง Acer ได้ถูกเลือกให้รับรางวัล Good Design ประจำปี 2019 จากการออกแบบโน๊ตบุ๊คสุดเทพอย่าง ConceptD ด้วยการออกแบบที่ดูทันสมัยและมาพร้อมกับรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร รวมทั้งการใช้งานยังสามารถที่จะรองรับกับการทำงานในหลายๆ รูปแบบได้เป็นอย่างดี สำหรับโน๊ตบุ๊คที่ได้รับรางวัลจาก ConceptD ในครั้งนี้นั้นก็คือ ConceptD 7 และ ConceptD 9 ที่ในเร็วๆ นี้ก็จะเริ่มมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับ

ตัวเครื่อง ConceptD นั้นมีลักษณะการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้เป็นอย่างมากครับ ด้วยฝาพับที่ทาง Acer เรียกว่า Ezel Aero Hinge นั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถทำการปรับในส่วนของหน้าจอให้มีความเหมาะสมกับระดับสายตาของตัวเองได้อย่างไม่ยากเย็นเพราะได้มีการยกเอาในส่วนของหน้าจอให้แยกจากส่วนของคีย์บอร์ดแบบอิสระ ที่สำคัญแล้วนั้นการเลือกใช้ส่วนประกอบตัวเครื่องที่เป็น  CNC-cut aluminium นั้นก็ยังทำให้กรรมการหลายๆ คนเทใจให้กับ ConceptD อีกด้วยครับ

จริงๆ แล้วนั้นทาง Acer นั้นไม่ได้รับรางวัล Good Design เพียงแค่ ConceptD เท่านั้นนะครับเพราะยังมี Swift 7 และ TravelMate P6 อีก 2 รุ่นเหมือนกันที่ได้รับรางวัลดังกล่าวนี้ โดยเหตุผลนั้นก็คือตัวโน๊ตบุ๊คทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวนั้นมันรองรับกับการใช้งานและการพกพาเป็นอย่างยิ่ง หรือจะพกไปใช้ไปก็ยังสามารถที่จะใช้งานได้ดีอีกด้วยต่างหากครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/acer-wins-good-design-2019-awards-for-its-conceptd-notebooks/497213/

Acer – เปิดงาน Thailand Predator League 2020 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท

เริ่มแล้ว! ‘Thailand Predator League 2020’

ระเบิดความมันส์ในทัวร์นาเมนต์แสดงพลังและศักยภาพนักกีฬาอีสปอร์ตไทย

ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท

พร้อมเป็น “ตัวแทนประเทศไทย” ในทัวร์นาเมนต์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด มุ่งมั่นผลักดันเยาวชนที่ชื่นชอบในกีฬาอีสปอร์ตด้วยการพัฒนาศักยภาพของตัวเองเข้าสู่วงการอีสปอร์ตประกาศจัดการแข่งขัน Thailand Predator League 2020 เฟ้นหาสุดยอดทีมตัวแทนประเทศไทยภายใต้เกม PUBG ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท

พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ระดับภูมิภาค ณ ประเทศฟิลิปปินส์ การแข่งขัน Thailand Predator League 2020 เปิดรับสมัครทีมเข้าแข่งขันแบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 10-25 ตุลาคมนี้ และการแข่งขันรอบไฟนอลจัดขึ้นที่Thailand E-Sport Arena @ The Street Ratchada ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า การจัดการแข่งขัน Thailand Predator League 2020 เป็นการเฟ้นหาสุดยอดทีมนักกีฬาอีสปอร์ต ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 3 ที่เอเซอร์ยังมีภารกิจหลักในการเฟ้นหาสุดยอดทีมนักกีฬาอีสปอร์ตในเกม PUBG จำนวน 2 ทีม ไปแข่งขันในเวทีระดับภูมิภาคในปี 2020 ณ ประเทศฟิลิปปินส์

ปีที่ผ่านมาเราได้ส่งตัวแทนประเทศไทย เข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ APAC Predator League 2019 ซึ่งทีมตัวแทนของประเทศไทยก็ได้ทำผลงานได้ดีด้วยอันดับที่ 2 ของการแข่งขัน และในปีนี้เอเซอร์มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า 2 ทีมตัวแทนนักกีฬาจากประเทศไทยจากทัวร์นาเมนต์ Thailand Predator League 2020 จะคว้าชัยในเวทีระดับภูมิภาคได้อย่างแน่นอน

“ความนิยมของกีฬาอีสปอร์ตยังคงเติบโตต่อเนื่อง Newzoo ระบุว่า ในปี 2562 ตลาดเกมทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง  152.1 พันล้านดอลลาร์ฯ ในขณะที่เอเชียแปซิฟิกมีรายได้รวม 52.2 พันล้านดอลลาร์ฯ  คิดเป็น 47 % ของรายได้ตลาดเกมทั่วโลก มีรายได้สปอนเซอร์ทั่วโลกปี 2562 สูงถึง 456.7 ล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งในฝั่งของตลาดเอเชียสูงถึง 115.3 ล้านดอลลาร์ฯ

ช่วงเวลาที่ผ่านมาของปี 2019 เอเซอร์มุ่งมั่นผลักดันและสร้างมาตรฐานของกีฬาอีสปอร์ตอย่างเต็มกำลังด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Predator Gaming Day ที่เดินสายทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ชื่นชอบเกมและอีสปอร์ตได้มีพื้นที่ในการประลองฝีมือด้วยอุปกรณ์การแข่งขันที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต

เปิด Predator Arena สนามแข่งขันอีสปอร์ตที่อัดแน่นด้วยอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อมและแข่งขัน Predator Gaming Set กว่า 100 ชุด นับว่าเป็นสนามแข่งขันอีสปอร์ตที่มีเกมมิ่งพีซีที่แรงที่สุดในประเทศไทย นอกจาก Predator Arena จะเป็นสนามแข่งขันอีสปอร์ต ยังเป็นอะคาเดมีให้แก่ผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านอีสปอร์ตของตนเองด้วย”

 

“นอกจากนี้เรายังได้แสดงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทย ทั้งในด้านศักยภาพของนักกีฬา ด้านอินฟราสตักเจอร์ ไปจนถึงอีโคซิสเตมส์ที่สมบูรณ์แบบของการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน APAC Predator League 2019 ที่ได้จัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

โดยทีมตัวแทนประเทศไทยได้อันดับที่ 2 ของการแข่งในครั้งนั้นด้วย และในการแข่งขัน APAC Predator League 2019 ยังได้รับความสนใจและการตอบรับจากแฟนกีฬาอีสปอร์ตด้วยจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันในงานตลอด 3 วันกว่า 10,000 คน มีผู้รับชมการแข่งขันทางออนไลน์มากกว่า 4.3 ล้านวิว พร้อมๆ กันกับยอดรับชมทางออนไลน์พีคสูงสุดถึง 60,000 วิว

ในทัวร์นาเมนต์นี้เราได้เห็นทีมนักกีฬาจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้ามาแข่งขันรอบไฟนอลประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า ได้เห็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมของอีสปอร์ต เอเซอร์ได้นำเอาประสบการณ์ที่หลากหลายด้านอีสปอร์ต ผนวกกับจุดแข็งของเอเซอร์ในตลาดอินโด-ไชน่า

ถ่ายทอดด้วยการเป็นที่ปรึกษาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร การให้การสนับสนุนนักกีฬา การจัดทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ให้กับเอเซอร์ในภูมิภาคอินโด-ไชน่า โดยได้เริ่มต้นที่ประเทศพม่ามาเป็นระยะเวลานึงแล้ว” นายนิธิพัทธ์ กล่าวเสริม 

Thailand Predator League 2020 เริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 – 25 ตุลาคม 2562 โดยจะทำการรับสมัครจำนวน 512 ทีม เพื่อทำการแข่งขันออนไลน์ควอลิฟายเออร์ เริ่มทำการแข่งขันเพื่อหา 16 ทีมเข้าแข่งขันรอบไฟนอลตั้งแต่วันที่ 3-16 พฤศจิกายนเป็นต้นไป  สำหรับการแข่งขันรอบไฟนอลจะจัดขึ้นในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ณ. Thailand E-Sport Arena @ The Street Ratchada

ติดตามข่าวสาร ตารางกิจกรรม และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกิจกรรม Thailand Predator League 2020 ได้ที่ Facebook: PredatorLeagueTH

เกี่ยวกับเอเซอร์

ก่อตั้งในปี 1976 เอเซอร์เป็นบริษัทให้บริการในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการ ที่เน้นด้านงานวิจัย การออกแบบ การตลาด การขาย และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ จอมอนิเตอร์ โปรเจคเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สวมใส่ เอเซอร์ยังได้พัฒนาคลาวด์โซลูชั่นเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์. เอเซอร์ครบรอบ 40 ปีในปี 2016 และเป็นหนึ่งใน 5 บริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก มีพนักงาน 7,000 คนทั่วโลก และมีสำนักงานอยู่มากกว่า 160 ประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com

from:https://notebookspec.com/acer-launch-of-thailand-predator-league-2020-to-win-over-200000-baht-in-prize-money/497204/

Review – Acer Swift 7 (2019) โน้ตบุ๊คจอ 14″ เล็กที่สุดในโลก เบา 890 กรัม บาง 9.95 ม.ม.สเปก Core i7

Acer Swift 7 (2019) จัดว่าเป็น Ultrabook หรือ Notebook หน้าจอ 14″ ที่มีขนาดเล็กที่สุดรุ่นนึงของโลก ได้ความเบาและบางกว่ารุ่นเดิม พร้อมใช้ชิปประมวลผล Intel รุ่นพิเศษอย่าง Core i7-8500Y ที่เป็นขุมพลังแรงแต่ประหยัดพลังงานและยังมาพร้อมกับ Thunderbolt 3 และตัวเครื่องยังใช้วัสดุและกรรมวิธีสุดเทพ พร้อมขอบจอที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน ทำให้ต้องซ่อนกล้อง Webcam แบบ Pop Up เอาไว้ที่ด้านบนอีกด้วย เรียกได้ว่าล้ำสุดๆ ไปเลยสำหรับ Ultrabook ปี 2019

สเปกภายในใช้ Intel Core i7-8500Y ซึ่งเป็น Core i Gen 8 จาก Intel (Amber Lake-Y) เป็นตัวประมวลผล และมาพร้อมกับแรม 16GB LPDDR3 และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ปุ่มเปิด-ปิดเป็นปุ่มเดียวกับปุ่มแสกนลายนิ้วมือ ที่ใช้กับ Windows Hello ได้ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง พร้อมการเชื่อมต่อมาตรฐาน 2×2 MU-MIMO Gigabit Wi-Fi และ Bluetooth 5.0. นอกจากนี้ส่วนของคีย์บอร์ดยังมีระยะกดที่ 1.1 มิลลิเมตรทำให้ได้ประสบการณ์ด้านการพิมพ์ที่สุดยอด แน่นอนว่าตัวเครื่องบางขนาดนี้ก็ยังเป็นแบบไร้พัดลมเหมือนเดิม

from:https://notebookspec.com/review-acer-swift-7-2019-notebook-14-screen-the-smallest-in-the-world-light-weight-890-grams/496927/