คลังเก็บป้ายกำกับ: Acer

รีวิว Acer Aspire 7 A715 สเปก Ryzen 5000U + GTX 1650 + จอ 15.6″ IPS 144Hz ทำงานดีเล่นเกมลื่นไหล ประกัน 3 ปี On-site ราคาคุ้ม 21,900 บาท

Acer Aspire 7 A715 รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 นับได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายคุ้มค่าสเปกดีน่าซื้อน่าใช้งานมากๆ จากการที่ได้สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U ทำงานร่วมกับการ์ดจอเกมมิ่งอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดดี ที่ 144Hz รวมไปถึงเรื่องงานออกแบบดีไซน์ของตัวเครื่องก็ทำได้อย่างลงตัว สีสันก็ดูพรีเมียมหรูหราเรียบง่ายแต่ดูดี แน่นอนว่ามี Windows 10 Home แท้มาให้ด้วย

Acer Aspire 7

สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่แรงลื่นแต่คุ้มค่า ซึ่งทาง Acer วางเอาไว้ โดยนำเสนอด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 21,900 บาท จนไปถึง 23,900 บาทเท่านั้นเอง ​ได้แรม 8GB และ SSD M. 512GB ส่งผลให้ตลาดของโน๊ตบุ๊คราคา 2x,xxx บาท มีควาน่าสนใจขึ้นมาก ที่สำคัญเป็นการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์เองก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ด้วย โดยแบตเตอรี่ตามที่ทาง Acer เคลมไว้คือ ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงทีเดียว

VDO Review

NBS Verdict 

สรุปปิดท้ายรีวิว Acer Aspire 7 ต้องบอกว่ามีความประทับใจมากๆ ในการรีวิวโน๊ตบุ๊คราคา 20,000 าทต้นๆ ที่ทาง Acer ได้นำเสนอโน๊ตบุ๊คดีๆ ที่คุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมให้ประสิทธิภาพและการรับประกันที่ดีเยี่ยม  ทำให้เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหาจะซื้อโน๊ตบุ๊ค เน้นของแรงๆ ราคาไม่แพง ดีไซน์สวยเรียบ หน้าจอ 15.6″ 144Hz ที่ให้จอดีๆ ที่เอาไว้ทำงานก็ดี เล่นเกมก็ดีไม่แพ้กัน ควบคุมโหมดการใช้งานง่ายๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพื่อเปลี่ยนโหมด

Acer Aspire 7

โดดเด่นด้วยสเปกภายในใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความเจ๋งมากมาย มาพร้อมกับประสิทธิภาพความแรงจากการที่ได้เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรมโค้ดเนม Cezanne สุดล้ำที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนานกว่า เรียกได้ว่าให้ความแรงที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควร เทียบเท่า H Series เลยก็ว่าได้

เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงาน ที่รับกับน้ำหนัก 2.15 กิโลกรัมได้ ซึ่งก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของโน๊ตบุ๊คสเปกจอ 15.6″ ที่ได้การ์ดจอแยก GTX 1650 จริงๆ แล้วจัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน  พร้อมบริการหลังการขายอย่างประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีบริการกรณีนำไปส่งซ่อมศูนย์เอง ก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย 

Acer Aspire 7

สำหรับของสังเกตุ Acer Aspire 7 รุ่นนี้ที่แม้จะดูสมบูรณ์ไปหมดทุกด้าน แต่ถ้าให้บอกกันหน่อย ก็คงเป็นเรื่องวัสดุที่รุ่นก่อนหน้าเป็นโลหะส่วนรุ่นล่าสุดนี้เป็นพลาสติก และซอฟต์แวร์ที่ไม่มีให้ปรับแต่งเหมือน NitroSense ที่ใช้ในซีรีส์ Gaming อย่าง Nitro หรือ Predator ที่จะช่วยใช้ CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดๆ แต่ยังไงก็ตามความร้อนที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมมากๆ อยู่ และไม่มีผลต่อการใช้งานอะไร  

นอกจากนั้นจะเป็นเรื่องของหน้าจอที่แม้จะเป็นพาเนล IPS แต่ก็อยู่ในระดับกลางๆ ใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมได้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าตั้งใจเอาไปใช้งานด้านสีสันคงต้องระมัดระวังกันหน่อย ปิดท้ายที่ไม่มี SD(XC/HC) Card reader มาให้ในตัว ต้องไปหาอแดปเตอร์มาเพิ่ม และยังแอบมีพอร์ต USB 2.0 มาให้เท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับราคากับสิ่งที่ได้บอกได้คำเดียวว่าคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

ข้อดี Acer Aspire 7

  • การออกแบบเล็กกระชับ น้ำหนักเบา งานประกอบแน่นหนา ดีไซน์พรีเมียม
  • สเปคประสิทธิภาพดีราคาคุ้มค่าได้ทั้งการทำงานจริงจังหรือเล่นเกมดีไม่แพ้ Gaming Notebook
  • ชิปประมวลผลแรงจริงด้วย AMD Ryzen 5000U + GeForce GTX 1650 ที่แรงลื่นแม้ไม่ใช่รุ่นใหม่
  • แรมขนาด 8GB x 1 แถว DDR4 รองรับการอัพเกรด 1 แถว + SSD M.2 ความจุ 512GB รวมเร็วสูง
  • หน้าจอ 15.6″ IPS คุณภาพดี Refresh Rate 144Hz ขอบหน้าจอบางเฉียบ
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C, HDMI, LAN
  • ได้มาตรฐานเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX MU-MIMO
  • คีย์บอร์ดมีไฟ Backlit สีขาวตามสไตล์โน๊ตบุ๊คสายทำงาน
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง
  • มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 Home แท้ ใช้งานได้ทันที
  • มาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ราคาเทียบกับสิ่งที่ได้ทั้งหมด ถือว่าคุ้มค่าที่สุดรุ่นนึงในตลาดตอนนี้

ข้อสังเกต Acer Aspire 7

  • หน้าจอเป็นพาเนล IPS ระดับกลางๆ ค่า sRGB อยู่ที่ 62%
  • ไม่มีซอฟต์แวร์ในการปรับแต่งรอบพัดลมเหมือน Nitro 5
  • ไม่มี SD(XC/HC) Card reader มาให้ในตัว และยังมี USB 2.0 อยู่
  • เป็นได้ควรอัพเกรดเป็นแรมขนาด 16GB เพื่อการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
  • รุ่นก่อนวัสดุเป็นอลูมิเนียม รุ่นนี้เป็นพลาสติก แต่ก็เบากว่าที่ 2.15 กิโลกรัม

Specification

Acer Aspire 7 ปี 2021 มีอยู่ 2 สเปกในตอนนี้ คือใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U ราคา 21,990 บาท และ AMD Ryzen 7 5700U ราคา 23,990 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 7 / 8 รุ่นใหม่ พร้อมได้การ์ดจอระดับ GTX รุ่นเริ่มต้นอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) เน้นความแรงและคุ้มค่าเป็นหลัก สนับสนุนการเล่นเกมได้ลื่นไหลสนับสนุนการเล่นเกมได้ลื่นไหล

Acer Aspire 7

ได้แรมติดเครื่องมาทันทีที่ขนาด 8GB DDR 4 Bus 3200 MHx พร้อมใส่ได้อีก 1 แถว สามารถอัพเกรดได้สูงสุด 32 GB (แต่แนะนำให้อัพเกรดเป็น 16GB ก็เหลือๆ แล้ว) มีที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 PCIe Gen3 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถใส่เพิ่มได้อีก 1 ตัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6″ ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS เกรดดี ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง เหมาะทั้งการทำงานแบบความบันเทิง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลมากกว่า 60Hz แบบเดิมๆ ในการเล่นเกม

ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจ ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง เพื่อใช้งาน VDO หรือประชุมออนไลน์  ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, Kensington Lock, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX 2×2 MU-MIMO แน่นอนว่าได้ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมการรับประกันแบบ 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

Acer Aspire 7 A715-42G-R7RS ราคา 21,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz (x1)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Aspire 7 A715-42G-R113 ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.20 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz (x1)
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

ตารางสเปกและราคา Acer Aspire 7 A715-42

Model CPU GPU RAM SSD Display Price
A715-42G-R7RS Ryzen 5 5500U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 21,900
A715-42G-R113 Ryzen 7 5700U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 23,900

Hardware / Design

Acer Aspire 7 ปี 2021 เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ ต้องยอมรับเลยว่าได้ DNA จาก Acer Nitro 5 รุ่นปี 2019 มาเต็มๆ แต่มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเรียบหรูดูเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ดูพรีเมียม ตามสไตล์ของ Aspire Series ซึ่ง Aspire 7 ก็ถือว่าเป็นรุ่นท็อปสุด ซึ่งจากการที่ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสี Charcoal Black ตลอดทั้งตัวเครื่องทำให้ดูแข็งแรงทนทานและหรูหรากว่า Acer Aspire 3 / Aspire 5 อย่างเห็นได้ชัด 

รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Aspire 7 A715 รุ่นใหม่ ได้หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่สามารถรองรับการแสดงผล Refresh Rate 144Hz ได้ แน่นอนว่าจากการที่เป็นดีไซน์ขอบหน้าจอบาง พื้นที่แสดงผลกว่า 81.61% เป็นหน้าจอ ทำให้มีขนาดตัวเครื่องพอๆ กับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่เป็นขอบหนาๆ นั่นเอง ส่งผลให้เราได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ในขนาดตัวเครื่องที่เท่าๆ กับรุ่น 14″ สมัยก่อนเลยล่ะ

Acer Aspire 7

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำด้านให้ความเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความโดดเด่นและสวยงามกว่ารุ่นอื่นๆ โดยฝาหลังของ Acer Aspire 7 จะเป็นเรียบง่าย มีเพียงโลโก้ Acer ที่มันวาวเท่านั้น รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับจะเป็นสีเทาตัดกับตัวเครื่องพร้อมมีคำว่า Aspire อยู่ ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความแข็งแรง ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นลักษณ์ตัดเพชรให้ความสวยงามด้วยสีเงินเพิ่มความมันวาวโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คสายทำงานของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิมส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก ด้วยขอบหน้าจอที่บางเฉียบ มิติโดยรวมตัวเครื่องทั้งหมดมีขนาดที่เล็กกระชับ โดยมาพร้อมกับความบางของตัวเครื่องเพียง 23 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 2.15 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน

Acer Aspire 7

โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่า ขอบหน้าจอบางเฉียบ ได้ความละเอียดเป็น Full HD พร้อมกับมีไฟคีย์บอร์ดส่องสว่าง และรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า ถือว่าได้ว่าเป็นการเชื่อมต่อไร้สายที่ดีที่สุด สุดท้ายกับการที่มีพอร์ต HDMI ไว้ใช้งาน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็จะบ่งบอกถึงสเปกชิปประมวลผลอย่าง AMD Ryzen 5000 Series และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX นั่นเอง

Acer Aspire 7

ส่วนการอัพเกรดแรมและ SSD / HDD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาล่างนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบไม่เรียบให้ความรู้ติดมือ พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว มาพร้อมช่องระบายความแถวยาวด้านหลัง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบคู่ด้วย

Acer Aspire 7

สรุปแล้วสำหรับหน้าตาการออกแบบ Acer Aspire 7  ดีไซน์เครื่องโดยรวม ให้ความรู้สึกที่พรีเมียม แม้จะมีรูปทรงที่ใกล้กันกับรุ่นก่อน แต่ในประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่า รองรับทุกๆ การใช้งานประเภทหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นตัดต่อวีดีโอโปรเซสไฟล์ภาพถ่าย ที่ต้องการหน้าจอคุณภาพสูง หรือเปิดโปรแกรมที่หลากหลายใช้ทรัพยากรเยอะ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาคนทำงาน ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ที่เป็น Gaming มากนัก

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 18
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 19
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 23
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 40
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 50
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 56
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 52
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 59
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 60

Keyboard / Touchpad

Acer รุ่นนี้ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6”ขอบหน้าจอบางก็จริง แต่ก็ยังสามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ที่มาพร้อมปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีขาว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีขาว ที่ให้ความสว่างสวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ ส่วนเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มจัดว่ามีความใช้ได้ ในการพิมพ์งานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้มีความลึกและตอบสนองได้เท่ากับ Nitro 5 / Nitro 7 ขนาดนั้น ที่เหมาะสมกับการเล่นเกมมากกว่า

Acer Aspire 7

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าพอใจในการใช้งานมากๆ อีกทั้งยังมี Fingerprint ที่สแกนลายนิ้วมือ ที่ใช้งานผ่านทาง Windows Hello เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 20
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 21
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 22

Screen / Speaker

Acer Aspire 7 มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body ด้วยขอบจอบางพิเศษในส่วนของด้านข้างทั้งซ้ายขวาและขอบบน บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS เกรดดีให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง มาพร้อมกับมาตรฐาน Refresh Rate ที่ 144Hz ที่ลื่นไหลในทุกๆ การใช้งานหรือแม้แต่การเล่นเกม โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้ยอดเยี่ยม

Acer Aspire 7

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer รุ่นนี้ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS เกรดดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป เลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 62% และ Adobe RGB ที่ 47% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นจัดว่าเป็นตามาตรฐานซึ่งดูเน้นใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมมากกว่าทำงานแบบมืออาชีพ 

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 15
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 14
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 17

ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 จัดว่าเพียงพอกับการใช้งานแน่นอน พร้อมกับวัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าตรงช่องกลางมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องมุมขวาบนที่ลดลงไป 13% สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดได้คะแนนไป 3.5 คะแนน ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คคุ้มค่า

s1 4
s2 4
s3 4

ส่วนทางด้านลำโพงของ Acer Aspire 7 นั้นจะมีด้วยกัน 2 ตัวแบบ 2W x 2 โดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์  Acer TrueHarmony เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับที่น่าพอใจมากๆ

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 63
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 43
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 62

Connector / Thin And Weight

Acer Aspire 7 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานราคาคุ้มค่าขนาดหน้าจอ 15.6″  ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, 1 x USB 2.0 Type-A , HDMI, RJ45 และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน พูดตรงๆ ก็คือ เหมือนกันกับ Acer Nitro 5 เลยล่ะ ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีส่วนของช่อง SD(XC/HC) Card reader ถ้าใครต้องการใช้งานก็ต้องซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มเติม

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 58

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX Dual Band MU-Mimo ซึ่งนับว่าดีที่สุดในตลาดตอนนี้ รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดได้ครบครัน และทางด้านการพกพา ทำได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่มีดีไซน์ขอบจอบาง ด้วยมิติตัวเครื่องกระชับ รวมถึงน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.15 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์สายชาร์จเข้าไปด้วยแล้วก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.6 กิโลกรัม นับได้ว่าพกพาสะดวกอยู่เวลาใช้งานนอกสถานที่

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 54
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 55
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 64

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด Acer Aspire 7 นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก จะมีน็อตแค่ตัวเดียวที่มีสติกเกอร์แปะอยู่ เราสามารถเจาะทะลุไปได้เลย จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง แล้วค่อยๆ แงะฝาขึ้นมาอีกที โดยมีฮีท์ไปป์ 3 เส้นพาดผ่าน CPU และ GPU โดยมีพัดลมสองตัวติดกัน ช่องระบายความร้อนแถวยาวช่องเดียวด้านหลัง พร้อมด้านข้างทางขวาอีก 1 ช่อง

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 1

ซึ่งแรมกับฮาร์ดดิสก์จะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ที่เห็นได้ถึงแรมสามารถติดตั้งได้ 2 แถว โดยติดตั้ง 8GB มาแล้ว 1 แถว สามารถอัพเกรดเพิ่มได้อีกแถวทันที โดยรองรับสูงสุดที่ 32GB ส่วน SSD M.2 NVMe รองรับการติดตั้ง 1 สล็อตด้วยกัน โดยใส่มาแล้ว 1 ตัวที่ 512GB เรียกได้ว่ารุ่นใหม่ๆ นี้จะไม่สามารถอัพเกรด HDD SATA / SSD SATA ขนาด 2.5″ ได้แล้ว อย่างไรก็ตามการแกะฝาล่างนั้นไม่ทำให้หลุดประกันแต่บริษัทจะไม่รับผิดชอบหากแกะเองแล้วเกิดความเสียหาย

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 2
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 3
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 8
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 4
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 5
Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 6

Performance / Software

โดย Acer Aspire 7 รุ่นที่นำมารีวิวเป็นตัวท็อปขายจริง ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5700U ที่แรงกว่า AMD Ryzen 4000U และ H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 1.80 – 4.30 GHz แบบ 8 Core/ 16 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 8MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 25W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 8GB แบบ SO-DIM ปกติ เป็นมาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz ตามเทคโนโลยีของ AMD Ryzen 5000U ที่เหนือชั้นกว่า พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบไร้กังวล

c1 4.   c2 4

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 8 มีความเร็วในการทำงานที่ 1900MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

โดยมีการ์ดจอแยกตัวแรงคุ้มค่าอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 ได้แรมการ์ดจอจะเป็น 4GB GDDR6 แทนที่รุ่นก่อนที่เป็น 4GB GDDR5 เน้นใช้งานกับโน๊ตบุ๊คที่ใช้งานหลากหลายหรือ Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าแต่ก็ยังแรงลื่นพอตัว เพราะเน้นประหยัดพลังงานและปลดปล่อยความร้อนที่น้อยกว่า และแม้ไม่มีฟีเจอร์อย่างที่ใน RTX Series มี แต่ก็ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

g1 4.   g2 4

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5700U คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine10 1.   cine15 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ของแบรนด์ Hynix ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe 3 ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3566 MB/s และเขียนที่ 2889 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจมากๆ 

ssd 4

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,234 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 5700U ที่แม้ไม่ใช่ H Series แต่ก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเมื่อปีก่อนๆ เลยทีเดียว

pc10 4

ทดสอบเกมสำหรับ Acer Aspire 7 สเปก Ryzen 5000U + GeForce GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 512GB ได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คในราคาใกล้ๆ กัน เรียกได้ว่าดีกว่า Gaming Notebook หลายๆ รุ่นที่ใช้เป็น H Series เลยก็ว่าได้ ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย 

game test 3

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง RE 3 Remark / GTA V / FarCry 5 / BF V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เทียบชั้นกับ Gaming Notebook ได้เลย เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้น่าประทับใจในงบนี้ ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ ทั้งนี้เราเลือก Cooling Mode ได้ ในการปรับ Silent mode / Normal mode / Performance mode ด้วยการกดปุ่ม Fn+F

acer aspire 7 2021 fnq

เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากนัวๆ กันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 40 – 60 – 90 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นลื่นไหลจริงๆ และเชื่อว่าถ้าเพิ่มแรมเป็น 16GB น่าจะดีกว่านี้แบบรู้สึกได้

acer care

สำหรับ Acer Notebook รุ่นนี้ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ปรับแต่งอย่าง NitroSense ที่จะช่วยใช้ CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดๆ แต่ก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน

หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Acer Notebook เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ความจุ 3800mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube พร้อมเปิดโปรแกรม BatteryMon ปรับเป็น Power Saver แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวได้ที่ 10 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม กับสเปกความแรงแต่ได้แบตเตอรี่ที่ยาวนานประมาณนี้

batt 2

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้นเมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุดเพื่อให้พัดลมทำงาน 100% แต่ระดับเสียงก็ถือว่าว่าเบากว่า Gaming Notebook อย่าง Acer Nitro 5 

temp2 1

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 80 – 86 องศาเซลเซียส นับว่าไม่ได้ร้อนจนเกินไปนัก ส่วนการ์ดจอ GPU ถือว่าเย็นทีเดียวโดยร้อนสุดเพียง 70 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเทียบกับ Acer Nitro 5 ด้วยกันเองก็จัดว่าเย็นกว่า พร้อมยังได้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมอยู่ โดยให้เสียงรบกวนในเวลาทำงานหนักๆ น้อยกว่าด้วย แต่ถ้าใช้งานเบาๆ คือเงียบสนิทเพราะพัดลมไม่หมุนเลย

Conclusion / Award

การมาของ Acer Aspire 7 A715 ปี 2021 นั้น จัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานดีไซน์เรียบหรูหน้าจอขนาด 15.6″ ขอบจอบาง แต่ได้สเปกแรงๆ ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึงในตลาดต้นปี 2021 ทีเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่ได้วัสดุอลูมิเนียมดีไซน์การออกแบบที่ดูพรีเมียมเกินราคาค่าตัว 21,990 – 23,990 บาทเท่านั้น ซึ่งมีความเบาเพียง 2.15 กิโลกรัม แต่ได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอพาเนล IPS ที่ 144Hz ในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ เรียกได้ว่าใครหาโน๊ตบุ๊คจอดีๆ ในงบเท่านี้ ก็ตอบโจทย์สุดๆ ไปเลย

รวมไปถึงการเชื่อมต่อไร้สายยังเป็น Wi-Fi 6 AX ที่ใหม่ล่าสุด ดีที่สุด มาตรฐาน 2×2 MU-MIMO และยังได้การเชื่อมต่อ LAN RJ45  อีกทั้งยังรรองับการใช้งานสแกนลายนิ้ว ด้วย Fingerprint เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ นอกจากนี้โดดเด่นไม่แพ้กันเลยก็คือเรื่องของประกัน ซึ่งเป็นแบบประกัน On-site Service ถึง 3 ปีเต็ม พร้อมบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นประสิทธิภาพความแรงต่อราคาที่น่าสนใจที่สุดในช่วงราคานี้อีกรุ่นเลยทีเดียว

Acer Aspire 7

กลับมาที่สเปกที่เป็นจุดเด่นสำคัญของ Acer Aspire 7 คือได้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 5 5500U / Ryzen 7 5700U ซึ่งเป็นรุ่นแรงรุ่นใหม่ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าในทุกมิติ โดยมาพร้อมกับการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) ที่ต้องบอกว่าประสิทธิภาพโดยรวมทั้งการทำงานหรือเล่นเกมนั้นแรงกว่าดีกว่าคุ้มค่ากว่าในส่วนของ Acer Swift 3 อย่างแน่นอนในราคาที่ใกล้เคียงกัน (ถ้าเลือก Acer Swift 3 คือเน้นบางเบากับได้ Office แท้) สำหรับในส่วนของแรมได้มาขนาด 8GB และได้ SSD ความจุ 512GB ซึ่งโดดเด่นด้วยความเร็วที่สูงเกินราคาค่าตัว อีกทั้งรองรับการอัพเกรดแรมทันที 1 แถว ซึ่งแนะนำว่าให้อัพเกรดเป็น 16GB กำลังดี 

Acer Aspire 7 A715 R5500U GTX 1650 Review 38

สรุปปิดท้ายรีวิว Acer Aspire 7 ต้องบอกว่ามีความประทับใจมากๆ ที่ทาง Acer ได้นำเสนอโน๊ตบุ๊คดีๆ ที่คุ้มค่าคุ้มราคา พร้อมให้ประสิทธิภาพและการรับประกันที่ดีเยี่ยม  ทำให้เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหาจะซื้อโน๊ตบุ๊คราคา 20,000 บาทต้นๆ เน้นของแรงๆ ลื่นๆ ดีไซน์สวยๆ หน้าจอ 15.6″ ที่ให้จอลื่นๆ 144Hz เอาไว้ทำงานก็ดี เล่นเกมก็ดีไม่แพ้กัน สำคัญคือได้ฟีเจอร์ครบ มีไฟคีย์บอร์ดเพิ่มความดูดี ในตอนนี้ Acer ทำออกมาขายแล้ว นับว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ จริงๆ เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงานในงบนี้สุดๆ

Acer Aspire 7

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Aspire 7 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Acer Aspire โน๊ตบุ๊สายคุ้มค่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Acer Aspire 7 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ สีสัน Charcoal Black ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำงานและชอบเล่นเกมในเครื่องเดียว ที่สำคัญคือขอบจอบาง แม้หน้าจอ 15.6″ ทำให้มิติตัวเครื่องใกล้เคียงพวกจอ 14″ แม้จะมีน้ำหนักที่ 2.15 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าปกติ เพราะเข้าใจว่าวัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดพลาสติกทั้งหมดแต่ยังคงสัมผัสดีเยี่ยม 

NBS award 7 Design

Best Value

Acer Aspire 7 รุ่นใหม่ได้สเปกล่าสุดเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U และการ์ดจอ NVDIA GeForce GTX 1650 ได้แรมขนาด 8GB และ SSD 512GB ราคาเพียง 21,990 – 23,990 บาท ได้จอ IPS  สีสันดีมี Refresh Rate 144Hz จากสเปกที่ดี ราคาคุ้มค่า เรียกได้ว่าด้วยสเปกใหม่ราคาไม่ถึงสองหมื่นบาทต้นๆ ให้คุ้มค่าจนหาตัวจับได้อยากทีเดียว สำหรับโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจังเน้นประสิทธิภาพหรือเล่นเกมก็ลื่นกว่าในช่วงงบใกล้ๆ กัน โดยมีสแกนนิ้วและไฟคีย์บอร์ดให้ความพรีเมียมแบบนี้ นอกจากนี้ยังได้ Wi-Fi 6 AX อีกด้วย

award new value

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 5500U / Ryzen 7 5700U ตัวล่าสุด และการ์ดจอ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 (แนะนำให้อัพเกรดเป็น 16GB ก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก) รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูงเป็นพิเศษ ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ฮาร์ดแวร์ต่างๆ เข้ากันเป็นอย่างดี ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ ในราคาคุ้มที่สุดถ้าเทียบ Gaming Notebook ในช่วงราคาใกล้ๆ กัน

award new performance

 

 

from:https://notebookspec.com/web/588019-review-acer-aspire-7-ryzen-5000-gtx1650

รีวิว Acer Swift 1 SF114 (2021) โน๊ตบุ๊คราคา 13,990 บาท สเปก Pentium Silver N6000 จอ 14″ IPS บางเบา 1.3 โล ดีไซน์พรีเมียม มีสแกนนิ้ว

Acer Swift 1 SF114 ปี 2021 จัดได้ว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาดูดีเกินราคา เบาสุดที่ 1.3 กิโลกรัม ด้วยดีไซน์และการออกแบบที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูง ในรุ่นนี้มีราคาแค่หมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น เรียกว่าได้ว่าถูกกว่า Acer Swift 3 ปี 2021 ที่ราคา 2 – 3 หมื่นบาทพอตัว เป็นผลมาจากทาง Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด ซึ่งเป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอโน๊ตบุ๊ครูปแบบใหม่ที่ถูกและคุ้มค่า

สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมาก อยู่ที่ 14 ชั่วโมง + พร้อม Fast charge 30 นาที ใช้งานได้ 4 ชั่งโมง อีกทั้งความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องพัดลมระบายความร้อนเลย โดยช่วงต้นปี 2021 นี้ทาง Acer ก็พร้อมแล้วที่จะนำเสนอโน๊ตบุ๊คบางเบาดูดี เน้นการใช้งานพื้นฐานทั่วไปให้ความลื่นไหล ในราคาย่อมเยาคุ้มค่าที่สุดอย่าง Acer Swift 1 รุ่นใหม่ สเปกชิปประมวลผล Intel Pentium Silver N6000 ที่เป็นรุ่นล่าสุด เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร

Acer Swift 1

ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีใกล้เคียงกับ Core i3 ทีเดียว มาพร้อมกับแรมขนาด 4GB LPDDR4x และ SSD M.2 256GB ความเร็วสูง มี Windows 10 Home จอ 14″ Full HD IPS มีไฟคีย์บอร์ดและสแกนลายนิ้วในตัว ได้ Wi-Fi 6 AX สนนราคาที่ 13,990 บาทเท่านั้น เทียบกับฟีเจอร์ที่ได้แล้วถือว่ามีความน่าซื้อมาใช้งานมากๆ ที่สำคัญมีให้เลือก 3 สี อย่าง Iridescent Silver / Sakura Pink / Safari Gold

VDO Review

NBS Verdict

ประสบการณ์ใช้งานที่ได้จาก Acer Swift 1 SF114 เครื่องนี้ทำออกมาได้ประทับใจดี สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เช่นงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง จัดการไฟล์ เล่นอินเตอร์เน็ต ดู Facebook, Youtube, Netflix เหมาะที่จะนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยการดีไซน์ที่เรียบง่ายไม่หวือหวาจนเกินงามและยังให้สเปกพอเพียง

อีกทั้งงานประกอบก็มีความแน่นหนาจากการใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างอลูมิเนียมเกือบตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีความบางเพียง 14.95 มิลลิเมตร และมีความเบาเพียง 1.3 กิโลกรัม ในราคาเพียง 13,990 บาทเท่านั้น ได้ฟีเจอร์ครบครัน และแน่นอนมี Windows 10 Home มาพร้อมใช้งานด้วย

Acer Swift 1

สเปกก็ถือว่าดีเหมาะกับการใช้งานทั่วไปด้วยชิปประมวลผล Intel Pentium Silver N5030 แรมก็เป็นมาตรฐาน DDR4 ขนาด 4GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความเร็วสูงที่ความจุ 256GB หน้าจอ 14 นิ้วขอบจอบางเฉียบ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS

รวมถึงตัว Acer Swift 1 ยังได้ติดตั้งพอร์ตการใช้งานครบครัน ซึ่งก็ USB 3.2 Type-C อยู่ด้วย และมีสแกนลายนิ้วมือ Windows Hello พร้อมด้วยไฟคีย์บอร์ด อย่างที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คช่วงราคานี้ กับแบรนด์อื่นๆ ในรุ่นใกล้เคียงกัน โดยความน่าสนใจก็คือแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนาน 22 ชั่วโมงด้วยกัน

Acer Swift 1

ที่สำคัญ Acer Swift 1 SF114 ได้นำเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX (Gig+) มาติดตั้ง ส่งผลให้เรานั้นจะได้สัมผัสกับความสามารถของระบบไร้สายในระดับที่ดีขึ้นกว่ามาตรฐาน Wi-Fi 5 AC แบบก่อนๆ พูดง่ายๆ คือ รองรับแรงกว่าเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งช่วยให้เราได้สัมผัสการใช้งาน Wi-Fi ดีกว่าที่เคย และไม่พลาดทุกการเชื่อมต่ออย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ต การสตรีมข้อมูล รวมถึงการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า Acer รุ่นนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานหนักๆ ฉะนั้นแล้ว น่าจะเหมาะเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 ไว้พกพาไปทำงานข้างนอก หรือคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คไว้ใช้งานพื้นฐานเท่านั้น 

Acer Swift 1

จุดเด่น Acer Swift 1

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์และมีความหรูหราเกินราคา เบาเพียง 1.3 กิโลกรัม
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมและพลาสติกที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • หน้าจอ 14″ บนตัวเครื่อง 13.3″ ด้วยขอบจอที่บางเฉียบลง
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS ให้สีสันสวยงามสมจริงกว่า TN ทั่วไป
  • น้ำหนักเบาพกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่พอเพียงสำหรับทั่วไป
  • คีย์บอร์ดมีไฟ LED อย่างที่หาในแบรนด์อื่นๆ ช่วงราคานี้ไม่ได้
  • มีสแกนลายนิ้วมือ ผ่านทาง Windows Hello ด้วย
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD มีความรวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ปกติ
  • ติดตั้งการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต Wi-Fi 6 AX (Gig+)
  • ติดตั้ง USB 3.2 Type-C กับพอร์ตมาตรฐานใหม่
  • เมื่อใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ตัวเครื่องไม่ร้อนเลย จากการที่เป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุด 14 ชั่วโมง +
  • อแดปเตอร์มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ 
  • ประกัน 2 ปี พร้อมบริการซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง
  • ราคาคุ้มค่าสุดๆ เพียง 13,990 บาท

ข้อสังเกต Acer Swift 1

  • ไม่รองรับการอัพเกรดแรม / HDD 2.5″
  • ไม่มีในส่วนของ Card Reader
  • เน้นใช้งานทั่วไปเป็นหลัก หรือเป็นเครื่องที่สอง ใช้งานนอกสถานที่

Specification

Acer Swift 1 ปี 2021 เลือกใช้สเปกฮาร์ดแวร์ภายในเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการประหยัดพลังงานและปลดปล่อยความร้อนออกมาน้อย อย่าง Intel Pentium Silver N6000 สถาปัตยกรรม Jasper Lake เทคโนโลยีการผลิต 10 นาโนเมตร ทำงานแบบ 4 คอร์ 4 เธร์ด ด้วยความเร็วนาฬิกาที่ 1.10 – 3.30 GHz (L3 Cache ขนาด 4 MB) มีค่าที่ TDP อยู่ที่ 4.8 – 6 W เท่านั้น

ประสิทธิภาพเทียบเคียงกับ Core i3 แน่นอนว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนการ์ดจอเป็น Intel UHD Graphic 605 ให้กำลังในการประมวลผลกราฟิกที่พอเพียงในการใช้งานทั่วไป แรมให้มาขนาด 4GB DDR4 Bus 2933MHz แบบฝังบอร์ด ส่วนที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB ที่ให้ความลื่นไหลในทุกๆ การใช้งาน

Acer Swift 1 SF114 34 P05W

หน้าจอขนาด 14″ ดีไซน์ขอบจอบาง บนความละเอียดมาตรฐาน 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นแบบหน้าจอด้าน พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี  ซึ่งรองรับการใช้งานได้อย่างสบายๆ ติดตั้ง Windows 10 Home ใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อครบครันด้วยพอร์ตต่างๆ อาทิ

USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C, HDMI, Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0  ส่วนน้ำหนักตัวเครื่อง 1.3 กิโลกรัม ที่สำคัญยังติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือให้ด้วย สนนราคาของ Acer Swift 1 เครื่องนี้เพียง 13,990 – 14,590 บาท พร้อมการรับประกันถึง 2 ปีเต็ม และบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย

Acer Swift 1 SF114-34-P05W ราคา 13,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 (4C/4T : 1.10 – 3.30GHz)
  • GPU : Intel UHD 615 Graphics
  • RAM : 4GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years  Carry-in

Acer Swift 1 SF114-34-P02R ราคา 13,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 (4C/4T : 1.10 – 3.30GHz)
  • GPU : Intel UHD 615 Graphics
  • RAM : 4GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years  Carry-in

Acer Swift 1 SF114-34-P8XZ ราคา 14,590 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Pentium Silver N6000 (4C/4T : 1.10 – 3.30GHz)
  • GPU : Intel UHD 615 Graphics
  • RAM : 4GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 256GB
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Warranty : 2 Years  Carry-in

Hardware / Design

Acer Swift 1 SF114 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์และพลากสติกโพลิเมอร์คุณภาพดีที่ทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 14.95 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง กับราคาแค่หมื่นบาท เทียบกับแบรนด์อื่นๆ ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

Acer Swift 1

จากการที่ฝาหลังเให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงาม โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวให้ความแข็งแรงทนทานรวมไปถึงยังสามารถกางได้ 145 องศา โดดเด่นกับฟีเจอร์ยางรองขอบด้านหลัง (พร้อมโลโก้ Swift) ที่ช่วยยกเครื่องให้เอียง รับการพิมพ์ให้ดียิ่งขึ้น  ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย ด้านข้างทั้งสองด้านฝั่งผู้ใช้จะเป็นในส่วนของลำโพง

Acer Swift 1

โดยจากสติ๊กเกอร์ที่ติดตั้งเอาไว้ที่ตัวเครื่องของ Acer Swift 1 บอกถึงฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ขอบหน้าจอบางเฉียบทั้ง 3 ด้าน มีพื้นที่แสดงผลกว่า 84% ของหน้าจอทั้งหมด อีกได้ในเรื่องของการระบายความร้อนแบบไม่ต้องมีพัดลมทำให้ในการใช้งานไร้เสียง แบตเตอรี่ก็สามารถใช้งานได้ยาวนาน พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX ที่ดีเยี่ยมกว่า แน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อเป็น HDMI หลักๆ แล้วให้อารมณ์เดียวกับโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ทีเดียว ส่วนอีกฝั่งก็จะเป็นสติ๊กเกอร์ Intel Pentium Silver N6000 / ส่งศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง

Acer Swift 1

สรุปสำหรับตัวเครื่องฮาร์ดแวร์และดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 1 SF114 นั้นมีความน่าประทับใจมากๆ ในทุกมิติ เมื่อเทียบกับราคาแค่หลักหมื่นบาทต้นๆ ดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า แต่ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ สมกับเป็น Swift Series จริงๆ แม้จะเป็นรุ่นน้องเล็กสุดก็ตามที 

โดยเหมาะมากๆ สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ พร้อมสีสันเงิน Iridescent Silver (สีรุ้งที่ฝาหลัง) ที่เรานำมารีวิวก็สวยงามดีไม่ซ้ำใคร พร้อมมีสีทอง Safari Gold และชมพู Sakura Pink มาให้เลือกซื้อด้วย

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 7
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 27
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 29
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 30
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 39
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 40
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 57
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 55
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 66

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาในตัวเครื่องเป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไป พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดที่ขาวสวยงาม ช่วยเรื่องของใช้งานในที่แสงน้อยหรือที่มืดได้ดี อย่างที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คช่วงราคานี้ ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย  ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา) 

Acer Swift 1

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยได้ดีไซน์แบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ Acer Swift 1 ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณมุมขวาของคีย์บอร์ดเพื่อใช้งานกับ Windows Hello ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้ ได้ทั้งความสะดวกและปลอดภัย

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 17
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 18
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 19

Screen / Speaker

ติดตั้งหน้าจอขนาด 14″ ขอบหน้าจอบางมีพื้นที่กว่า 84% เป็นหน้าจอ ติดตั้งกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนปกติ ที่ความละเอียดระดับ Full HD ที่ 1920×1080 พิกเซล พาเนล IPS ให้คุณภาพด้านสีสันที่ดีกว่ามาตรฐานเหมือนกับโน๊ตบุ๊คทั่วไปในช่วงราคานี้ ส่วนหน้าจอเป็นแบบด้าน ซึ่งส่งผลให้ลดสะท้อนแสงพอสมควรถ้าอยู่ในที่สว่างมากๆ

พร้อมด้วยเทคโนโลยี Acer ComfyView ที่จะจะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี อีกทั้งลดความเมื่อยล้าดวงตาและยกระดับสีด้วย Acer ExaColor และ BlueLightShield จากการใช้งานจริงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจทีเดียวสำหรับโน๊ตบุ๊คราคานี้

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 10

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ที่ดีกว่า TN ในทุกๆ การใช้งาน แต่เพื่อการีวิวจำเป็นต้องทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 15
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 12
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 14

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 62% ส่วน AdobeRGB ที่ 47% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป หรือจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงก็ดีกว่าพาเนล TN แน่นอน

s1 3
s2 3
s3 3

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องบนกลางหน้าจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอช่องมุมล่างซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงไป 15% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ 2W x 2 มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน๊ตบุ๊คทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 51
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 50
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 52

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Acer รุ่นนี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ซึ่งให้ความคุ้มค่า โดยให้ความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางเพียง 14.95  มิลลิเมตรและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว เรียกได้ว่าเพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานแน่นอน 

ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง และ HDMI เพื่อเชื่อมต่อไปยังหน้าจอภายนอก พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ที่สำคัญยังให้พอร์ตที่ทันสมัยอย่าง USB 3.2 Type-C อีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปทีเดียว แต่ก็ไม่มีในส่วนของ Card Reader ใดๆ มาให้เลย ถ้าใครต้องใช้คงต้องหาอแดปเตอร์มาเพิ่มเอง 

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 58

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์ขนาดเล็กเข้าไปด้วย ก็จะน้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ เทียบได้ก็พอๆ กับอแดปเตอร์ของสมาร์ทโฟนเท่านั้นเอง พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ยอดเยี่ยมแน่นอน

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 34
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 32
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 36

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง Acer Swift 1 นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและฮาร์ดดิสก์เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก (สามารถเจาะทะลุสติ๊กเกอร์ Acer ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุด) จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง งานประกอบการจัดวางตำแหน่งดูแล้วเรียบง่าย  โดยอาศัยแผ่นโลหะทองแดงเท่านั้นในการระบายความร้อน ส่งผลให้ไม่ใช่ต้องใช้พัดลมเลย แน่นอนในการทำงานนั้นเงียบสนิท

Acer Swift 1

ซึ่งแรมเป็นแบบออนบอร์ดไม่รองรับการอัพเกรดใดๆ โดยติดตั้งขนาด 4GB ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD M.2 NVMe PCIe ติดมาแล้วที่ 256GB มีการติดตั้งใกล้ๆ กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งในการอัพเกรด SSD นั้นจำเป็นต้องถอดของเดิมออกก่อน โดยรวมแล้วการแกะตัวเครื่อง Acer Swift 1 รุ่นนี้ไม่ได้ออกแบบมาเน้นให้เราอัพเกรดแต่อย่างใด แต่ถ้าใครจะทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว

Acer Swift 1 SF114 2021 Review 2
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 4
Acer Swift 1 SF114 2021 Review 3

Performance / Software

Acer Swift 1 SF114 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Pentium Silver N6000 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.10 – 3.3 GHz เพื่อประหยัดพลังงาน เป็นซีพียูแบบ 4 Core 4 Threads สถาปัตยกรรม Jasper Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP 4.8 – 6 Watt ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป มาพร้อมแรมขนาด 4GB LPDDR4x Bus 2933 MHz แบบฝังบอร์ดมาเลย ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

c1 3.   c2 3

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 615 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูง Full HD ได้แบบไม่มีปัญหา เว้นแต่เอาไปเล่นเกม 3 มิติให้ยุคปัจจุบัน อันนี้ไม่แนะนำ

g1 3.   g2 3

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจตามมาตรฐานของ Intel Pentium Silver N6000 เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล Intel Core i3 ก็ทำได้ดีเทียบเคียงกัน ในส่วนของตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ในส่วนของงานทั่วไปเท่านั้น

cine15 2.   cine20 3

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้เป็น SSD แบบ M.2 NVMe ที่เป็นความเร็ว ให้ความจุ 256GB ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ กับความเร็วระดับ Read: 2282 MB/s – Write: 970 MB/s ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนปกติ HDD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเกณฑ์ความเร็วที่ทำได้อยู่ในระดับกลางๆ 

ssd 3

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 1,495 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ ส่วนถ้าเอาไปใช้งานหนักๆ เช่นงานประมวลผล ตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ภาพความละเอียดสูง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ อันนี้ไม่แนะนำ เพราะสเปกไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานแบบนั้นแต่อย่างใด

pc10 3

นอกจากนี้ทาง Acer เองเองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (ต้องดาวน์โหลดมาเพิ่มเอง) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

care

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 1 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 14 ชั่วโมง + ต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน โดยทาง Acer ได้เคลมว่าใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมงนั้นถือว่าทำได้ใกล้เคียงความเป็นจริง ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร แต่ก็ถือว่าใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานพอที่จะนำไปใช้งานตามร้านกาแฟ นอกสถานที่ ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยได้ทั้งวันแล้ว

batt 1

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 30 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 94 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่าระบบระบายความร้อนของ Acer Swift 1 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดี โดยสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Acer ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่ดีเยี่ยม ยังไงตรงนี้ก็เป็นเรื่องของระบบการประหยัดพลังงานของชิปประมวลผลด้วย

temp 2

Conclusion / Award

Acer Swift 1 SF114 เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน๊ตบุ๊ค หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศ ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพาไว้ใช้งานตามร้านกาแฟเสียมากกว่า ส่วนถ้าใครอยากได้ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นก็อาจจะมองดูเป็น Acer Swift 3 สเปก Core i Gen 11 / Ryzen 4000U ไว้น่าจะเหมาะกว่า หรือเบาสุดๆ ก็เป็น Acer Swift 5 ไปเลย

Acer Swift 1

สรุปปิดท้ายว่ากันตรงๆ สำหรับ  Acer Swift 1 SF114 เป็นโน๊ตบุ๊ตที่ค่อนข้างครบเครื่องในงบประมาณหมื่นบาทต้นๆ ก็จริง แต่ถ้าเป็นไปได้เพิ่มงบอีกหน่อยไป 16,990 บาท เราจะได้เป็น Acer Aspire 5 A514-54 สเปก Core i3-1115G4 + RAM 8GB + SSD 512GB แน่นอนว่าได้ประสิทธิภาพการทำงานโดยแล้วแรงกว่าเยอะ อีกทั้งได้ Office Home & Student 2019 ทำให้มี Word / Excel / Power Point ใช้งานได้ทันที ซึ่งดูแล้วเพิ่ม 3,000 บาท มีความคุ้มค่ามากๆ ทีเดียว ยังไงก็ลองพิจารณากันอีกทีนะครับ 

Acer Swift 1

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Acer Swift 1 SF114 ปี 2021 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Acer รุ่นนี้ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Acer ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

NBS award 7 Design 

Best Value

ถึงแม้ Acer รุ่นนี้จะไม่ใช่โน๊ตบุ๊คที่มีสเปคแรงอะไรมากมาย แต่ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คราคาหมื่นบาทต้นๆ ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาขาย 13,990 บาท ที่มาพร้อมสเปคอย่าง Intel Pentium Silver N6000 รวมถึงมีแรม 4GB DDR4 ที่เพียงพอต่อการใช้งาน และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 256GB พร้อมดีไซน์แบบฉบับโน๊ตบุ๊คบางเบา เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นพกพาแบบสุดๆ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน๊ตบุ๊คแบบนี้ ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 2 ปี เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

award new value

Best Mobility

สำหรับตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 14.95 มิลลิเมตร และมีความหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม แถบขอบจอบางเฉียบ จัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีน้ำหนักเบามากๆ แน่นอนว่าจะไม่เป็นภาระในการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ และความบางของตัวเครื่องก็ยังมีความบางเฉียบ เหนือกว่าโน๊ตบุ๊คในกลุ่มขนาดหน้าจอ 14″ ด้วยกันในหลายๆ ตัว และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือได้ว่ามีความน่าประทับใจที่สูงสุด 14 ชั่วโมง จึงได้รางวัลในส่วนนี้ไปไม่ยากนัก

NBS award 4 Mobility

 

from:https://notebookspec.com/web/587670-review-acer-swift-1-sf114-pentium-n6000

Predator League ปี 2020/21 ในวันที่ 6-11 เมษายนนี้ เปิดศึก esports การแข่งขันเพื่อชิงชัย DOTA 2 / PUBG กับรางวัลมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

Predator League ปี 2021 โดย Acer และ Intel นับถอยหลังสู่บทสรุปแห่งการต่อสู้เพื่อแย่งชิงโล่แห่งเกียรติยศ Predator กับการแข่งขันเกมออนไลน์ระดับภูมิภาคที่มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 400,000 USD (กว่า 12 ล้านบาท) กับงาน ASIA PACIFIC PREDATOR LEAGUE 2020/21 : Grand Finals ในวันที่ 6-11 เมษายนนี้ เปิดศึกการแข่งขันเพื่อชิงชัยความเป็นหนึ่ง 

Predator League

โดยในปีนี้การแข่งขันได้แบ่งออกเป็นทัวร์นาเมนต์ย่อย 4 รายการ โดยกำหนดการแข่งขันตามภูมิภาคของผู้เข้าแข่งขัน ดังนี้

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final Dota 2 Asia

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final Dota 2 APAC

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final PUBG Asia

⦁ APAC Predator League 2020/21 Grand Final PUBG APAC 

รายการแข่งขัน APAC Predator League 2020/21 Grand Final PUBG APAC นั้นมีตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันถึง 2 ทีมด้วยกัน ได้แก่ทีม

  1. Sharper Esports (Sharper White)
  2. Purple Mood E-Sport

Predator League Predator League

ซึ่งการแข่งขันในส่วนของเกม PUBG นั้น จะทำการแข่งขันจำนวน 3 วัน (8, 9 และ 11 เมษายน 2564) โดยแข่งทั้งสิ้น 12 โดด ทีมที่ทำคะแนนได้สูงสุด 3 อันดับแรกจากการเก็บคะแนนทั้ง 3 วัน จะได้รับรางวัลที่มูลค่ารวมสูงถึง 60,000 USD (กว่า 1,800,000 บาท)

  • อันดับ 1 : 1,125,000 THB (37.5K USD)
  • อันดับ 2 : 450,000 THB (15K USD)
  • อันดับ 3 : 225,000 THB (7.5k USD)

เวลาการแข่งขัน Predator League 2020/21 Grand Final PUBG APAC 

วันที่ 8 เมษายน 2564 เริ่มแข่งในเวลาเวลา 17:00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย)

  • โดดที่ 1 : Erangel
  • โดดที่ 2 : Erangel
  • โดดที่ 3 : Erangel
  • โดดที่ 4 : Miramar

Predator League

วันที่ 9 เมษายน 2564 เริ่มแข่งในเวลาเวลา 11:00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย)

  • โดดที่ 5 : Miramar
  • โดดที่ 6 : Miramar
  • โดดที่ 7 : Erangel
  • โดดที่ 8 : Erangel

Predator League

วันที่ 11 เมษายน 2564 เริ่มแข่งในเวลาเวลา 11:00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย)

  • โดดที่ 9 : Erangel
  • โดดที่ 10 : Miramar
  • โดดที่ 11 : Miramar
  • โดดที่ 12 : Miramar

Predator League

โดยผู้ที่สนใจรับชมการแข่งขัน สามารถรับชมได้สดๆ ผ่านทางระบบ Live Streaming ได้ 3 ช่องทางหลัก

ดังต่อไปนี้

โดย Commentator หรือนักพากษ์ที่จะมาถ่ายทอดความมันส์ตลอดการแข่งขันทั้ง 3 วัน ได้แก่ 2 นักพากษ์ขวัญใจชาว Pubg นั่นเอง ได้แก่..

นอกจากนี้ ทางผู้จัดอย่าง Predator ยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลให้กับผู้โชคดีที่รับชม stream การแข่งขัน ทั้ง 3 วัน จำนวน 3 รางวัลอีกด้วย โดยจะสุ่มแจกวันละ 1 รางวัล ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • วันที่ 8 เมษายน 2564

แจก Predator Gaming Chair : LK-2341 จำนวน 1 รางวัล

  • วันที่ 9 เมษายน 2564

แจก Predator Gaming Monitor จำนวน 1 รางวัล

  • วันที่ 11 เมษายน 2564

แจก Predator Gaming Notebook จำนวน 1 รางวัล

Predator League

ร่วมติดตามชม Predator League และเป็นกำลังใจให้กับตัวแทนประเทศไทยทั้ง 2 ทีมในการแข่งขัน และลุ้นรับของรางวัลไปด้วยกันในวันที่ 8, 9 และ 11 เมษายน 2564 นี้กันนะครับ ปิดกับ Gaming Notebook ที่น่าสนใจ กับ Predator Series รุ่นต่างๆ อาทิ Triton 300 / Helios 300 / Triton 500 / Helios 700 เพื่อเน้นเล่นเกมตัวจริง ตอบโจทย์ระดับ eSports โดยเฉพาะ แต่ละรุ่นจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้นไปชมกันต่อเลย 

Predator Triton 300 

Predator Triton 300 มีตัวเลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง Core i5-10300H ทำงานที่ความเร็ว 2.50 – 4.50 GHz แบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด และ Core i7-10750H ทำงานที่ความเร็ว 2.60 – 5.0 GHz แบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงที่ได้ทั้งความแรงและร้อนน้อยกว่าอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) สนนราคาเริ่มต้นถูกสุด ที่ 43,990 บาทในฝั่งของ Gaming Notebook แบรนด์ Predator

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 16GB / 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB / 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz / 3ms ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน

Predator Triton 300 2020 Review 2

Predator Triton 300 ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องสีดำแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook มีความบางสุด 19.9 มิลลิเมตร และเบาที่ 2.3 กิโลกรัม และถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ที่ขอบบาง แต่ไม่ได้มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไปแต่อย่างใด เชื่อว่าหลายคนน่าจะถูกใจสิ่งนี้ โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน

สำหรับดีไซน์ตัวปุ่มเองก็มีความพิเศษที่เป็นขอบสีขาวกึ่งโปร่งแสงให้ความสวยงามเวลาใช้งานจริง รวมถึงบริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ให้วิ่งไปมาตามโปรไฟล์ต่างๆ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ เช่นตั้งไว้เป็นสีขาวหรือสีฟ้าสีเดียว

Predator Triton 300 2020 Review 26

Acer Predator Triton 300 PT315-52-71W1 ราคา 50,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2060
  • RAM : 32GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Predator Helios 300 

Predator Helios 300 มาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา หลักๆ แล้วเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ส่วนการ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) / RTX 2070 Max-Q (8GB GDDR6) พร้อม แรมขนาด 16GB / 32GB DDR4 Bus 2933 MHz ที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ SSD M.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 512GB – 1TB รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

มีตัวเลือกหน้าจอขนาด 15.6″ หรือ 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 144Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง DTS:X Ultra ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2600 Ethernet Controller

Acer Predator Helios 300 2020 Review 17

Predator Helios 300 จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง จากการที่ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% โดยได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พกพาพอได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง กับน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม และ 2.9 กิโลกรัม ตามลำดับ

คีย์บอร์ดถือว่าเป็นมาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ / 17.3″ โดยบริเวณด้านขวาของชุดคีย์บอร์ดยังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเวลาที่จะปรับแต่งการใช้งานโหมดต่างๆ รวมไปถึงการปรับรอบพัดลมหรือปรับสีไฟคีย์บอร์ดด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษที่เป็นโทนฟ้าต่างจากปุ่มคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่สำคัญไฟคีย์บอร์ด LED ก็เป็นแบบ RGB แบ่ง 4 โซน เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้

Acer Predator Helios 300 2020 Review 41

Acer Predator Helios 300 PH315-53-79SU ราคา 45,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2060
  • RAM : 16GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Predator Helios 300 PH315-53-728M ราคา 55,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10750H (6C/12T : 2.60 – 5.00GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2070 Max-Q
  • RAM : 32GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Predator Triton 500

Predator Triton 500 ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 10H ในรุ่น Core i7-10875H ทำงานที่ความเร็ว 2.3 – 5.1 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-10750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q (8GB GDDR6) / RTX 2080 Super Max-Q (8GB GDDR6) 

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 300Hz / 3ms / G-Sync ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10

Acer Predator Triton 500 i7 10875 2020 Review 15

ซึ่งจากสเปกนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A  และ LAN RJ45 Killer Ethernet E3100, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth V5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน Killer Wi-Fi 6 AX1650G

สำหรับ Acer Predator Triton 500 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบาง ขอบจอบางที่ได้ความแรงไม่แพง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 2.1 กิโลกรัม บางที่ 17.9 มิลลิเมตร (จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นนึง) ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

Acer Predator Triton 500 i7 10875 2020 Review 39

คีย์บอร์ดของ Predator Triton 500 มีการตัดชุด Numpad ด้านขวาออกไป โดยมีปุ่มที่ใหญ่และช่องว่างที่พอดี ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน นอกจากนี้บริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก

อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษ ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ Per-Key RGB แบบเต็มรูปแบบ เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย

Acer Predator Triton 500 PT515-52-70RD ราคา 76,400 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10875H (8C/16T : 2.30 – 5.10GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2080 Super Max-Q
  • RAM : 32GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ Full HD IPS 300Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Predator Helios 700

Predator Helios 700 เป็น Gaming Notebook รุ่นท็อปสุด มาพร้อมกับสเปกที่ดีที่สุดชิปประมวลผลเป็น Intel Core i9-10980HK ความเร็ว 2.40 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 5.30 GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด การ์ดจอแรงที่สุดในตระกูล RTX อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super (8GB GDDR6) โดยแรงกว่า RTX 2080 ไปอีกขั้น พร้อมแรมขนาดใหญ่ที่ 64GB DDR4 ที่ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD m.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 1TB จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ ให้เฟรมเรทขับเคลื่อนได้สูงมากๆ

หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบด้าน ความละเอียด Full HD (1920 × 1080 พิกเซล) ​พาเนลคุณภาพ IPS คุณภาพสูง พร้อมตอบสนองที่ 144 Hz ทำงานร่วมกันกับชิป NVIDIA G-Sync ส่งผลให้ภาพทีความลื่นไหลไม่ฉีกขาด ในเฟรมเรทที่สูงอยู่ ตัวเครื่องยังมีลำโพงคุณภาพสูงทำงานบนซอฟแวร์เสียง DTS:X Ultra แบบ 5.1 channel ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์การใช้งานงานทั้งภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบ

Acer Predator Helios 700 Review 3

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 จำนวน 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง หนึ่งช่อง, HDMI 2.0, DisplayPort 1.4, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E3100 Ethernet Controller, Wi-Fi 6 AX ทำงานแบบ Kller Doubleshot Pro พร้อม  Killer Control Center 2.0 ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน

สำหรับ Predator Helios 700 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มี HyperDrift keyboard ซึ่งเราสามารถใช้ปกติเหมือน Notebook ทั่วไป แต่เมื่อจะใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกม ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ HyperDrift keyboard สไลด์เลื่อนออกมาได้ทั้งชุดคีย์บอร์ดและทัชแพดก็จะทำมุมพับเอียงไปพร้อมๆ กัน เพิ่มความแรงด้วยการ Overclock และการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้น

Acer Predator Helios 700 Review 79

มีน้ำหนักที่ 4.5 กิโลกรัม และความหนาที่ 41.7 มิลลิเมตร จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 17.3″ ที่ไม่เน้นความบางเบา แต่เน้นความแรง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์มัลติโหมดเป็นหลัก ไม่สนความบางเบาอย่าง Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน ทำให้การพกพานั้นอาจจะไม่สะดวกนัก แต่ก็พอที่เคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนบ้าง บนพื้นฐานการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุพลาสติกเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่อง

Acer Predator Helios 700 Review 47

Acer Predator Helios 700 PH717-72-900T ราคา 129,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i9-10980HK (8C/16T : 2.40 – 5.30GHz)
  • GPU : Intel UHD 630 Graphics + GeForce RTX 2080 Super
  • RAM : 64GB DDR4 2933 MHz 
  • DISPLAY: 17.3″ Full HD IPS 144Hz 
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 2TB
  • OS : Windows 10 (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service

ตารางสเปก Predator Series

  CPU GPU RAM SSD Display
Triton 300 i7-10750H RTX 2070 Max-Q 32GB 1TB 15.6″ IPS 144Hz
Helios 300 i7-10750H RTX 2070 Max-Q 32GB 1TB 15.6″ IPS 144Hz
Triton 500 i7-10875H RTX 2080 Super Max-Q 32GB 1TB 15.6″ IPS 300Hz
Helios 700 i9-10980HK RTX 2080 Super 64GB 2TB 17.3″ IPS 144Hz

 

from:https://notebookspec.com/web/587401-predator-league-asia-pacific-2020-21-gf

พรีวิว Acer Aspire 7 A715 สเปก Ryzen 5000U + GeForce GTX 1650 + จอ 15.6″ IPS 144Hz ทำงานได้เล่นเกมดี เบา 2.15 โล ราคา 21,900 บาท ประกัน 3 ปี On-site

Acer Aspire 7 A715-42 รุ่นปี 2021 นับได้ว่าทำได้น่าซื้อน่าใช้งาน จากการที่ได้สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U ทั้ง Ryzen 5 5500U และ Ryzen 7 5700U ทำงานร่วมกับการ์ดจอเกมมิ่งอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมได้หน้าจอพาเนล IPS สีสันดีมุมกว้าง ได้ Refresh Rate 144Hz รวมไปถึงเรื่องงานออกแบบดีไซน์ของตัวเครื่องก็ทำได้อย่างลงตัว สีสันก็ดูพรีเมียมหรูหราเรียบง่ายแต่ดูดี แน่นอนว่ามี Windows 10 Home แท้มาให้ด้วย

Acer Aspire 7

สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่แรงลื่นแต่คุ้มค่า ซึ่งทาง Acer วางเอาไว้ โดยนำเสนอด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 21,900 บาท จนไปถึง 23,900 บาทเท่านั้นเอง ​ส่งผลให้ตลาดของโน๊ตบุ๊คราคา 2x,xxx บาท มีควาน่าสนใจขึ้นมาก ที่สำคัญสุดคาดว่าเมื่อมาจำหน่ายในไทยจะเป็นเป็นการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์เองก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ด้วย โดยแบตเตอรี่ตามที่ทาง Acer เคลมไว้คือ ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8.5 ชั่วโมง

สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับหน่วยความจำแรมยังได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz ที่ใช้งานได้ทันที ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ได้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมอัพเกรดได้เพิ่มเติมอีก ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, Kensington Lock, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 2×2 MU-MIMO

VDO Acer Aspire 7

มาพร้อมกับความบางของตัวเครื่องเพียง 23 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 2.15 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน  พร้อมระบบระบายความร้อนหลายโหมดเพื่อให้โน้ตบุ๊กทำงานได้ต่อเนื่องโดยสามารถควบคุมอุณภูมิเครื่องไม่ให้ร้อนจนเกินไปและสั่งการให้เครื่องทำงานได้ตามการใช้งาน ควบคุมง่าย ๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพื่อเปลี่ยนโหมด

สเปกภายในใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความเจ๋งมากมาย มาพร้อมกับประสิทธิภาพความแรงจากการที่ได้เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร สถาปัตยกรรมโค้ดเนม Cezanne สุดล้ำที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนานกว่า เรียกได้ว่าให้ความแรงที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควร เทียบเท่า H Series เลยก็ว่าได้ 

Acer Aspire 7 A715-42 รุ่นที่จัดจำหน่าย

Acer Aspire 7 A715-42G-R7RS ราคา 21,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Aspire 7 A715-42G-R113 ราคา 23,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.20 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Aspire 7 A715-42 ในปี 2021 เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ ต้องยอมรับเลยว่าได้ DNA จาก Acer Nitro 5 / Nitro 7 มาเต็มๆ แต่มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเรียบหรูดูเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ดูพรีเมียม ตามสไตล์ของ Aspire Series ซึ่ง Aspire 7 ก็ถือว่าเป็นรุ่นท็อปสุด ซึ่งจากการที่ใช้วัสดุเป็นพลาสติกเกรดสูงให้พื้นผิวคล้ายๆ กับโลหะ ทำให้ดูแข็งแรงทนทานและหรูหรากว่า Acer Aspire 3 / Aspire 5 อย่างเห็นได้ชัด

รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น ได้หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงเกินราคา  แน่นอนว่าจากการที่เป็นดีไซน์ขอบหน้าจอบาง ก็ทำให้มีขนาดตัวเครื่องพอๆ กับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่เป็นขอบหนาๆ นั่นเอง ส่งผลให้เราได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ในขนาดตัวเครื่องที่เท่าๆ กับรุ่น 14″ สมัยก่อนเลยล่ะ

Acer Aspire 7

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำด้านให้ความเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความโดดเด่นและสวยงามกว่ารุ่นอื่นๆ โดยฝาหลังให้ความเรียบง่าย มีเพียงโลโก้ Acer ที่มันวาวเท่านั้น รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับจะเป็นสีเทาตัดกับตัวเครื่องพร้อมมีคำว่า Aspire อยู่ ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความแข็งแรง ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นลักษณ์ตัดเพชรให้ความสวยงามด้วยสีเงินเพิ่มความมันวาวโดดเด่นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน๊ตบุ๊คสายทำงานของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิมส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก ด้วยขอบหน้าจอที่บางเฉียบ พื้นที่แสดงผลเป็น 81.61% ส่งผลให้มิติโดยรวมตัวเครื่องทั้งหมดมีขนาดที่เล็กกระชับ จัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน

Acer Aspire 7

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีก อาทิ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Wi-Fi 6 AX แบบ 2 x 2 MU- MIMO ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า ถือว่าได้ว่าเป็นการเชื่อมต่อไร้สายที่ดีที่สุดในตอนนี้ของอุปกรณ์ไอทีแล้ว พร้อมติดตั้งลำโพง Waves MaxxAudio ให้ประสบการณ์การใช้งานและเล่นเกมที่เยี่ยม ซึ่งจัดได้ว่าให้มามากกว่าโน๊ตบุ๊คสายทำงานรุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน ซึ่งมีการวางตำแหน่งไว้ขอบตัวเครื่องด้านหน้า

ส่วนการอัพเกรดแรมและ SSD / HDD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาล่างนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบไม่เรียบให้ความรู้ติดมือ พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว มาพร้อมช่องระบายความร้อนคู่ คือด้านหลังแถวยาวทางขวาและด้านข้างทางขวา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

Acer Aspire 7

ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6”ขอบหน้าจอบางก็จริง แต่ก็ยังสามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ที่มาพร้อมปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีขาว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีขาว ที่ให้ความสว่างสวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ ส่วนเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มจัดว่ามีความใช้ได้ ในการพิมพ์งานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้มีความลึกและตอบสนองได้เท่ากับ Nitro 5 / Nitro 7 ขนาดนั้น ที่เหมาะสมกับการเล่นเกมมากกว่า

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าพอใจในการใช้งานมากๆ ใช้งานผ่านทาง Windows Hello เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย

aspire7 a715 42g high 05 0

หน้าจอขนาด 15.6″ แบบ Screen-to-Body ด้วยขอบจอบางพิเศษในส่วนของด้านข้างทั้งซ้ายและขวา บนความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ที่เลือกใช้ พาเนล IPS ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามสมจริง มาพร้อมกับมาตรฐาน Refresh Rate ที่ 144Hz ที่ลื่นไหลมากกว่า 60Hz โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกมดูหนังแบบสบายๆ

ส่วนทางด้านลำโพงจะมีด้วยกัน 2 ตัวโดยจะอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของเครื่องอย่างละตัว ลำโพงนั้นจะมีการวางตำแหน่งในลักษณะเฉียงลงไปยังพื้นเพื่อที่จะให้เสียงได้สัมผัสกับพื้นแล้วสะท้อนขึ้นมาก ซึ่งคุณภาพเสียงการใช้งานต่างๆ เมื่อใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Waves MaxxAudio ที่ผสานกับ Acer TrueHarmony เพิ่มประสิทธิภาพเสียงเบส เสียงสนทนา และระดับเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ก็สามารถทำออกมาได้ดีในระดับที่น่าพอใจมากๆ

Acer Aspire 7

อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพสูงขนาดหน้าจอ 15.6″  ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, 1 x USB 2.0 Type-A , HDMI, LAN RJ45 และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo เรียกได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน พูดตรงๆ ก็คือ เหมือนกันกับ Acer Nitro 5 เลยล่ะ ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีส่วนของช่อง SD(XC/HC) Card reader ถ้าใครต้องการใช้งานก็ต้องซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มเติม

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.1 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 802.11 ax (Wi-Fi 6) Dual Band MU-Mimo ซึ่งนับว่าดีที่สุดในตลาดตอนนี้ รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมดได้ครบครัน และทางด้านการพกพา Acer Aspire 7  ทำได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ที่มีดีไซน์ขอบจอบาง ด้วยมิติตัวเครื่องกระชับเทียบเท่าหน้าจอ 14″ แบบก่อนๆ

Aspire 7 KSP 1 1

การมาของ Acer Aspire 7 ปี 2021 นั้น จัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานดีไซน์เรียบหรูหน้าจอขนาด 15.6″ ขอบจอบาง แต่ได้สเปกแรงๆ ที่น่าซื้อที่สุดรุ่นนึง ซึ่งไม่ใช่แค่ดีไซน์การออกแบบที่ดูพรีเมียมเกินราคาค่าตัว 21,990 บาทเท่านั้น ซึ่งมีความเบาเพียง 2.15 กิโลกรัม แต่ได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอพาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz ในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ เรียกได้ว่าใครหาโน๊ตบุ๊คจอดีๆ ในงบเท่านี้ ก็ตอบโจทย์สุดๆ ไปเลย อีกทั้งยังรองับการใช้งานสแกนลายนิ้ว ด้วย Fingerprint เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ

นอกจากนี้โดดเด่นไม่แพ้กันเลยก็คือเรื่องของประกัน ซึ่งเป็นแบบประกัน On-site Service ถึง 3 ปีเต็ม พร้อมบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นประสิทธิภาพความแรงต่อราคาที่น่าสนใจที่สุดในช่วงราคานี้อีกรุ่นเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามอนาคตอาจจะมีสเปกเป็น Intel Core i Gen 10H เพิ่มเข้ามา ส่วนรีวิวตัวเต็มของ Acer Aspire 7 สเปก Ryzen 5000U รอติดตามชมเร็วๆ นี้ได้เลย

ข้อดี Acer Aspire 7

  • การออกแบบเล็กกระชับ น้ำหนักเบา งานประกอบแน่นหนา ดีไซน์พรีเมียม
  • สเปคคุ้มราคาได้ทั้ง Ryzen 5000U + GeForce GTX 1650 ที่แรงลื่นพอตัว
  • แรมขนาด 8GB 1 แถว DDR4 เพียงพอต่อการใช้งาน รองรับการอัพเกรด 1 แถว
  • ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 ความจุ 512GB รวมเร็วสูง รองรับ SSD M.2 สองสล็อต
  • หน้าจอ 15.6″ IPS คุณภาพดี Refresh Rate 144Hz ขอบหน้าจอบางเฉียบ
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง USB 3.2 Type-A, USB 3.2 Type-C, HDMI, LAN
  • ได้มาตรฐานเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 AX MU-MIMO
  • คีย์บอร์ดมีไฟ Backlit สีขาวตามสไตล์โน๊ตบุ๊คสายทำงาน
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 Home แท้ ใช้งานได้ทันที
  • มาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน
  • ราคาเทียบกับสิ่งที่ได้ทั้งหมด ถือว่าคุ้มค่าที่สุดรุ่นนึงในตลาดตอนนี้

ข้อสังเกต Acer Aspire 7

  • ไม่มี SD(XC/HC) Card reader มาให้ในตัว และยังมี USB 2.0 อยู่
  • เป็นได้ควรอัพเกรดเป็นแรมขนาด 16GB เพื่อการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
  • รุ่นก่อนวัสดุเป็นอลูมิเนียม รุ่นนี้เป็นพลาสติก แต่ก็เบากว่าที่ 2.15 กิโลกรัม

ตารางสเปกและราคา Acer Aspire 7 A715-42

  CPU GPU RAM SSD Display Price
A715-42G-R7RS Ryzen 5 5500U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 21,900
A715-42G-R113 Ryzen 7 5700U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ IPS 144Hz 23,900

from:https://notebookspec.com/web/586960-preview-acer-aspire-7-a715-r5000gtx1650

Acer โดน Hack เจอ Ransomware เรียกค่าไถ่ข้อมูลกว่า 1,550 ล้านบาท โดยให้จ่ายเป็นเหรียญคริปโต XMR

ช่วงนี้กระแสข่าวการโจมตีด้วย Ransomeware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่พักหลังเริ่มมีหลายบริษัททั่วโลกโดนกันเป็นระยะๆ ซึ่งล่าสุดหวยดันมาตกที่ Acer ที่โดนกลุ่ม REvil ransomware ได้ทำการแฮกเข้ารหัสเพื่อเรียกค่าไถ่ข้อมูล โดยเรียกร้องให้จ่ายเงินเป็นเหรียญคริปโต XMR มูลค่า 1,550 ล้านบาท หรือตีเป็นเงินไทยราว 1,550 ล้านบาทด้วยกัน

(ภาพที่ทางแฮกเกอร์แคปมา)

ทางแฮกเกอร์ระบุว่าข้อมูลที่ได้ทำการแฮกเข้ารหัสไปนั้น เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารทางการเงินของบริษัท ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และทางแฮกเกอร์ได้ทำการนำข้อมูลเหล่านั้นแคปภาพมาโชว์เพื่อบ่งบอกว่าพวกเขาสามารถแฮกไปได้แล้วด้วย โดยทางสื่อ BleepingComputer ระบุว่าทาง Acer รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ระบุเพียงแค่ว่าเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ และไม่ได้ออกความเห็นเพิ่มเติม

Acer มีการตรวจสอบระบบไอทีเป็นประจำและการโจมตีทางไซเบอร์ส่วนใหญ่ได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทอย่างเราถูกโจมตีอยู่ตลอดเวลาและเราได้รายงานสถานการณ์ผิดปกติล่าสุดที่พบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลายประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงจะทำการสืบสวนต่อไป

คำแถลงการณ์ของ Acer

สำหรับการโจมตีของกลุ่ม REvil ransomware ได้เรียกร้องค่าไถ่เป็นเหรียญคริปโต XMR จำนวน 213,793.5 เหรียญ ตีเป็นเงินคือมูลค่า 50 ล้านเหรียญหรือราว 1,550 ล้านบาท และหากไม่จ่ายก่อน 28 มี.ค. 2021 จะเพิ่มค่าไถ่เป็น XMR จำนวน 428,302 เหรียญ มูลค่า 100 ล้านเหรียญ หรือราว 3,100 ล้านบาทเลยทีเดียว

บอกเลยว่า Ransomware หากโดนขึ้นมาถ้าไม่มี Back up ไว้นี่โคตรน่ากลัว เพราะเราจะไม่สามารถทำอะไรข้อมูลของเราได้เลย เพราะโดนเข้ารหัสไว้ ดังนั้นเวลาจะโหลดหรือเข้าเว็บอะไรแปลก  ๆ ที่ไม่คุ้น ควรเช็คลิ้งก์และที่มาให้ดีๆ ก่อนด้วยนะครับ หรือจะ Back up ข้อมูลสำคัญแบบออฟไลน์ใส่พวก External HDD ข้างนอกก็ปลอดภัยเหมือนกันครับ

 

ที่มา : BleepingComputer

from:https://droidsans.com/acer-hack-ransomware-xmr-2021/

ตอบโจทย์ทุกการทำงานกับ Notebook จากขุมพลัง Intel Modern PC สุดปังในปี 2021 ทำงานลื่น ไหล ไม่มีสะดุด!

มาแล้วจ้า สำหรับใครที่กำลังมองหา Notebook  ที่เป็น Modern PC จากขุมพลังของ CPU Intel ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่อง เร็ว แรง ทน คุ้มค่ากับการลงทุน จะเล่นเกมก็ได้ ทำงานก็ดีไม่มีสะดุด ตอบโจทย์การทำงานทุกรูปแบบ ทำงานกราฟิกได้สบายๆ เอาเป็นว่าซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาวๆ ไปเลย วันนี้เราเลยคัดมาแนะนำกันกับ Notebook จากขุมพลัง Intel Modern PC ตัวที่ขายดีและน่าสนใจในปี 2021 นี้ จะมีตัวไหนที่แจ่มๆ บ้าง ไปดูกันเลย

modern pc

โน๊ตบุ๊ค Intel Modern PC สุดปัง ปี 2021

HUAWEI NOTEBOOK MATEBOOK D14 (i5)

intel

NEW LOGO BNN 01ช็อป Huawei MateBook D14 (Intel Core i5) เลย!

มาเริ่มที่ตัวแรก HUAWEI NOTEBOOK MATEBOOK D14 ภาพสวย คมชัดและสวยงาม จอใหญ่เต็มตา ขนาด 14 นิ้ว เพิ่มอรรถรสให้การดูหนังและเล่นเกมของคุณสนุก สมจริงกว่าที่เคย สามารถกางฝาพับออกได้เกือบ 180 องศา ที่สำคัญ มีน้ำหนักที่เบา 1.38 กิโลกรัม และความหนา 15.9 มิลลิเมตร เท่านั้น จะพกพาไปไหนก็ไม่รู้สึกเกะกะเลย สามารถเล่นวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K หน่วยประมวลผล Intel Core i5-10210U Processor ทำงานทั่วไปได้สบาย มาพร้อม SSD ความจุ 512GB และ RAM DDR4 8GB จัดตัวนี้ก็ไม่เลวค่ะ

fujitsu

NEW LOGO BNN 01ช็อป FUJITSU UH-X-4ZR1A99236 BLACK เลย!

ถัดมาที่อีกตัวซึ่งเป็นทีเด็ดเหมือนกัน ซึ่งกล้าบอกตรงนี้ว่า นี่คือ Notebook ทำงาน ที่ยืนหนึ่งในเรื่องความเบา เรียกว่าเบาจนไม่น่าเชื่อ เพียง 0.7 กิโลกรัมเท่านั้นเอง สามารถติดตัวไปทำงานได้ทุกที่แบบสบายๆ ไม่เทอะทะ แถมสเปคก็จัดมาได้ถูกใจเหมือนกัน CPU Intel Core i7 10TH Generation RAM จัดไปหนักๆ 16GB แถมด้วยความจุถึง 1TB แบบ SSD รันโปรแกรมอย่างไว เก็บข้อมูลได้เยอะ กราฟิกออนบอร์ด แต่งภาพเบื้องต้นได้ ถือว่าตอบโจทย์สายทำงานทั่วไปที่ต้องการ Notebook ที่ดูหรูหรา และบางเบาที่สุดในตลาด จัดตัวนี้ไปไม่ผิดหวังแน่นอน

hp envy

NEW LOGO BNN 01

ช็อป HP Notebook 13-BA1001TX เลย!

คนทำงานถูกใจสิ่งนี้ โน๊ตบุ๊คที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ ทั้งดีไซน์ที่โดดเด่น สมาร์ท บางเบา มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัม สามารถถือมือเดียวได้สบาย ขอบจอที่บางเฉียบ มากับ Processor Intel Core i5-1135G7 และ Ram 8GB DDR4 รองรับการทำงานแบบกราฟิกแบบทั่วไป และยังสามารถชาร์จ Battery ได้รวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที / 50% ทำให้การทำงานของคุณทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีติดขัด

msi gl65

NEW LOGO BNN 01ช็อป MSI GL65 Leopard 10SCSR-058TH Black เลย!

โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งสุดโหด ไปให้สุด แล้วหยุดที่ความมันส์ ที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อป ทั้งเรื่องราคาที่คุ้มค่า และได้สเปคที่ดีเยี่ยม การดีไซน์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่อีกด้วย อีกทั้งยังระบายความร้อนได้ดีตามสไตล์ของ MSI มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel Core i7 และกราฟิก GeForce GTX ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ที่มีสไตล์ คีย์บอร์ด RGB สามารถปรับแต่งสีแต่ละปุ่มของคุณได้ตามต้องการ หน้าจอใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว FHD รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 คนที่ชื่นชอบการเล่นเกมที่อยากได้โน๊ตบุ๊คสักเครื่องที่ราคาไม่แรงมาก ขอแนะนำตัวนี้เลย

msi modern 1

NEW LOGO BNN 01ช็อป MSI Modern 14 B10MW-463TH Black เลย!

ยังไม่จบกับแบรนด์ MSI ในรุ่น MODERN 14 B10MW-463TH ที่เน้นในเรื่องความบางเบา สไตล์โมเดิล ที่หนักเพียงแค่โลนิดๆ มาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel Core i5 มีเทคโนโลยีของ SSD ที่จะมีความสามารถในการอ่าน เขียนข้อมูลได้เร็วเป็นพิเศษ หน้าจอ 14 นิ้ว FHD สามารถกางหน้าจอได้ 180 องศา และยังใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง ตอบโจทย์การทำงานได้ทั่วไป ใช้งานง่าย มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน มาในราคาที่ไม่ถึง 2 หมื่น ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ แนะนำเลย

acer swift

NEW LOGO BNN 01ช็อป Acer Swift 5SF514-54GT-52TS Blue เลย!

ปิดท้ายด้วยแบรนด์ชั้นนำอย่าง ACER SWIFT SF514-54GT-52TS ที่ความเบ๊า..เบา เพียง 990 กรัมเท่านั้นเอง ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คที่น้ำหนักเบา ต้องตัวนี้เลย กับดีไซน์ที่ออกแบบมาให้พกพาไปทำงานนอกสถานที่ได้ตลอดวัน พรีเซนต์งานได้ทุกที่ จอภาพ Full HD 14 นิ้ว สามารถ Touch Screen ได้ ภาพสวย คมชัด ใช้ CPU Intel Core i5-1035G1, RAM 8GB มีการ์ดกราฟิก NVIDIA อันทรงพลัง สำหรับทำงานกราฟิกได้ทั่วไป แบตฯ อึด มาพร้อม Windows 10 Home ลิขสิทธิ์แท้ จัดตัวนี้ไปไม่ผิดหวังแน่นอน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับโน๊ตบุุ๊คที่เรานำมาฝากกัน ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้ลองพิจารณาตามความชอบและการใช้งานของแต่ละคนได้เลยว่าต้องการเน้นการทำงานในด้านไหน หรือชื่นชอบแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถเลือกซื้อตามความต้องการได้เลย และสำหรับผู้ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับ Content Creator บอกเลยห้ามพลาด! Modern PC ที่ใช้งานชิปเซ็ทจาก Intel เพราะถือได้ว่าตอบโจทย์นัมเบอร์วันที่สุดสำหรับคอทำงานเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน

 

from:https://notebookspec.com/web/584967-intel-modern-pc-for-work-in-2021

Commart Crazy Offer 2021 Acer ส่วนลด 2,000 ของแถมเพียบ มีเก้าอี้เกมมิ่งแถมด้วย!

งาน Commart Crazy Offer ครั้งนี้ Acer หนึ่งในแบรนด์โน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์คอมชั้นนำก็มีโปรโมชั่นมากมายมาให้เลือกซื้อ มีโปรโมชั่นราคาพิเศษและของแถมมากมายให้เลือก ซึ่งมีให้เลือกซื้อหลากบูธหลายรุ่นให้ผู้ใช้ทั่วไปและเกมเมอร์เลือกซื้อกันมากมาย ซึ่งมีทั้งซีรี่ส์ Aspire สำหรับผู้ใช้ทั่วไป, Swift เน้นบางเบาพกง่ายและแบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้หลายชั่วโมง, Spin โน๊ตบุ๊คพับได้กลายเป็นแท็บเล็ตให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของเรา ซึ่งปีนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายรุ่นเช่นเดิม

ในงาน Commart Crazy Offer ปีนี้ยิ่งน่าสนใจเพราะหลายแบรนด์ก็เปิดตัวโน๊ตบุ๊คติดตั้ง Intel Core รุ่นที่ 11 ออกมามากมายหลายรุ่นพ่วงการ์ดจอตัวแรงจาก NVIDIA อย่าง GEFORCE RTX 2060 หรือถ้าใครชอบสาย AMD ก็มี Ryzen 5, Ryzen 7 รุ่นใหม่ ๆ ให้เลือกมากมาย แลประสิทธิภาพในการเล่นเกมถือว่าแรงหายห่วงอย่างแน่นอน และโดยเฉพาะตัวแรงขวัญใจเกมเมอร์อย่าง Acer Predator Triton ก็มาจัดโปรฯ สุดคุ้มในงานอีกด้วย

IMG 20210325 101746

โดยบทความนี้ จะรวบรวมโน๊ตบุ๊ค Acer ในงาน Commart Crazy Offer ทั้งรุ่นทำงานและเล่นเกมที่สเปคและโปรโมชั่นน่าสนใจมาให้เพื่อน ๆ ได้เลือกกันตามชอบ ซึ่งครั้งนี้ยังจัดกันที่ไบเทค บางนา ในวันที่ 25-28 มีนาคมนี้ โดยเราจะเลือกรุ่นน่าสนใจที่มีโปรโมชั่นของแถมและส่วนลดน่าสนใจจากหน้าป้ายมาให้ผู้อ่านได้เลือกซื้อกันอย่างจุใจและเลือกวิธีการจ่ายเงินได้หลายแบบทั้งเงินสดหรือผ่อน 0% 10 เดือนก็ได้และยังมีโปรโมชั่น Cash Back ให้เราอีกด้วยเมื่อใช้บัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการ

ใน Commart Crazy Offer ปีนี้ Acer เองก็มีโปรฯ สั่งซื้อออนไลน์ผ่าน Shopee แล้วได้ส่วนลด 2,000 บาท หรือ Lazada 1,600 บาท และบางร้านก็มีส่วนลดและของแถมพิเศษให้เรา รวมทั้งผ่อน 0% ได้อีกด้วย โดยจะมีรุ่นไหนที่น่าซื้อบ้างสามารถเข้ามาอ่านในบทความนี้ได้เลย

Commart Crazy Offer ปีนี้มี Acer รุ่นไหนน่าซื้อบ้าง?

Acer ในงาน Commart Crazy Offer นั้นจะมีทั้งซีรี่ส์ทำงานและเกมมิ่งให้เราเลือกซื้อและมีโปรโมชั่นให้เลือกตามรุ่นที่วางขายด้วย ซึ่งรุ่นน่าสนใจในงานนี้จะขอแบ่งออกตามกลุ่มการใช้งานคือกลุ่มใช้งานออฟฟิศและเกมมิ่ง จะได้เลือกซื้อได้ตามโจทย์ของเราได้เร็วยิ่งขึ้น

Acer สำหรับคนทำงานพร้อมโปรฯ จาก Commart Crazy Offer

Acer Aspire Series

commart crazy offer

Acer Aspire เรียกว่าเป็นซีรี่ส์เน้นคุ้มค่าทั้งราคาและสเปคที่ได้ จะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมออนไลน์นิด ๆ หน่อยก็ใช้งานได้สบาย ๆ และยังอัพเกรดเพิ่มแรมและฮาร์ดดิสก์ได้อีกด้วย จัดว่าเหมาะกับคนที่เน้นหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานและเน้นเรื่องการใช้งานพื้นฐานและการเรียนเป็นหลัก โดยตอนนี้แบ่งเป็น Acer Aspire 3 และ Aspire 5 ซึ่งมีซีพียูให้เลือกทั้ง AMD, Intel ตามความชอบเลย ซึ่งเป็นรุ่นน่าสนใจในงาน Commart Crazy Offer ปีนี้ไม่แพ้รุ่นอื่นเลย

สำหรับจุดเด่นของ Aspire 3 คือเรื่องความคุ้มค่าสุด ๆ ได้หน้าจอความละเอียด Full HD ใช้ซีพียู Intel Core i5 รุ่นที่ 10 มาให้และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GEFORCE MX ติดตั้งมาให้ ช่วยให้เวลาแต่งภาพหรือตัดต่อวิดีโอสามารถทำงานได้ดีขึ้นมาก ๆ มี M.2 SSD 512GB ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 10 Home (64-bit) มาให้พร้อมใช้งาน สามารถเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วทำงานได้เลย พอร์ตบนตัวเครื่องก็มี USB 3.1 Type-A ติดตั้งมาแล้ว เวลาต่อ External Harddisk ก็สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า USB 2.0 มาก ๆ

IMG 20210325 102123

สำหรับโปรฯ หลัก ๆ ของ Acer ในปีนี้นอกจากส่วนลดของ Shopee, Lazada และส่วนลดเฉพาะร้านแล้ว จะมีโปรฯ ร่วมกับทาง Intel ตามรุ่นของซีพียู โดยแลกรับได้ที่ส่วนแลกรับของสมนาคุณของ Intel ได้เลย มีรายละเอียดดังนี้

IMG 20210325 101542

  • Intel Pentium และ Core i3 จะได้รับสมุดโน๊ตลาย Intel หนึ่งเล่ม
  • Intel Core i5 จะได้แก้วเก็บอุณหภูมิ 1 ใบ
  • Intel Core i7 ได้เสื้อเชิ๊ตลาย Intel
  • Intel Core i9 เป็นกระเป๋าเป้ลาย Intel แบบ Top Bag หนึ่งใบ
  • ถ้าโน๊ตบุ๊ค Intel รุ่นนั้น ๆ ใช้การ์ดจอ Intel Iris Xe Max จะได้รับชุดโปรแกรม Software Pack จาก Intel มูลค่า 7,000 บาท
  • โน๊ตบุ๊ค Intel Evo Platform จะได้รับบัตรกำนัล Starbuck มูลค่า 300 บาท

และโปรฯ นี้ถ้าเข้าเงื่อนไขมากกว่า 1 อย่างก็จะได้รับของแถมมากกว่า 1 ชิ้นอีกด้วย เช่นถ้าเป็น Intel Core i5 และเป็น Intel Evo Platform ก็จะได้รับทั้งแก้วเก็บอุณหภูมิและบัตรกำนัล Starbuck ด้วย

แต่ในยุคนี้โปรแกรมและเว็บไซต์ต่าง ๆ ใช้แรมมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นผู้เขียนขอแนะนำให้เผื่อเงินเอาไว้เล็กน้อยหรือหาซื้อจากร้านที่มีโปรโมชั่นแถมแรมให้เอาไปอัพเกรดเป็น 8GB หรือ 16GB ไปเลยจะดีที่สุด จะได้ใช้งานต่อเนื่องได้หลายปีโดยไม่ต้องพะวงอีกด้วย โดยรุ่นแนะนำในงานนี้คือ

  • Acer Aspire 3 A315-55G-56GP : Intel Core i5-10210U / GEFORCE MX230 / RAM 4GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล TN ความละเอียด Full HD (แนะนำให้หาร้านที่มีโปรโมชั่นแถมแรมเป็น 8GB หรือมากกว่า) / ราคา 17,990 บาท
  • Acer Aspire 3 A315-57G-50TZ : Intel Core i5-1035G1 / GEFORCE MX330 / RAM 8GB DDR4 / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / หน้าจอ 15.6″ พาเนล TN ความละเอียด Full HD / ราคา 18,990 บาท

IMG 20210325 102116

ส่วน Aspire 5 จะเป็นตัวแรงสเปคคุ้มบอดี้อลูมิเนียมติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 4500U รุ่นประหยัดพลังงานจึงใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง หน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล TN มีช่องใส่แรม 2 ช่องกับช่อง 2.5″ เอาไว้ใส่ SSD SATA III อีก 1 ช่อง เรียกว่าตอบโจทย์ผู้ใช้ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีพอร์ตสำหรับใช้งานหลัก ๆ ติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A และ SSD 512GB พร้อม Windows 10 Home (64-bit) อีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0 แล้ว เวลาเปิดเน็ตเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ จึงไวหายห่วงแน่นอน

  • Acer Aspire 5 A515-44-R5F2 : AMD Ryzen 5 4500U / Radeon RX Vega 6 / RAM 8GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล TN ความละเอียด Full HD / ราคา 18,990 บาท (JIB)
  • Acer Aspire 5 A515-44-R1VS : AMD Ryzen 7 4700U / Radeon RX Vega 7 / RAM 8GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล TN ความละเอียด Full HD / ราคา 21,900 บาท (JIB)
Acer Swift Series

acer

Acer Swift นั้นเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ใช้ที่เน้นการพกพาง่ายน้ำหนักเบาเพียง 1.19 กิโลกรัมเท่านั้นและใช้งานได้หลายชั่วโมง เป็นซีพียู Intel ที่ได้มาตรฐาน Intel Evo และแบบ Thin & Light ที่ใช้ซีพียู AMD Ryzen โดยสเปคร่วมใช้ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD 512GB มี Windows 10 Home (64-bit) และ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาในเครื่อง สามารถสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคตัวเครื่องได้, มีพอร์ต Thunderbolt 4 ในรุ่นซีพียู Intel ใช้ต่อหน้าจอเสริมหรือชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องได้ด้วย ติดตั้ง Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0 สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ใช้ทุกกลุ่มทั้งพนักงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษาที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปไหนมาไหนเป็นอย่างมาก

IMG 20210325 101716

สำหรับ Acer Swift ในงานนี้จะได้ส่วนลดของ Shopee, Lazada รวมทั้งมีส่วนลดพิเศษของแต่ละร้านแถมเข้าเงื่อนไขรับของแถมจาก Intel และผ่อน 0% ได้ด้วย นอกจากนี้บางร้านก็จะมี Gift set พื้นฐานของโน๊ตบุ๊คแถมมาให้ ส่วนรุ่นน่าสนใจในงานนี้จะมีทั้งสเปค Intel Core รุ่นที่ 10, 11 และ AMD Ryzen 5, Ryzen 7 ให้เลือกซื้อกันตามความชอบ โดยรุ่นแนะนำน่าซื้อในงานจะมีดังนี้

  • Acer Swift 3 SF314-57G-524M : Intel Core i5-1035G1 / GEFORCE MX250 / RAM 8GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 22,530 บาท Promotion : ส่วนลดและแก้วเก็บอุณหภูมิ Intel
  • Acer Swift 3 SF314-57G-75GE : Intel Core i7-1065G7 / GEFORCE MX250 / RAM 8GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 27,430 บาท Promotion : ส่วนลดและเสื้อเชิ๊ต Intel
  • Acer Swift 3 SF314-59-50MN : Intel Core i5-1135G7 / Intel Iris Xe Graphics G7 / RAM 8GB DDR4 บัส 4266 MHz (Onboard) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 23,900 บาท Promotion : ส่วนลดและแก้วเก็บอุณหภูมิ Intel
  • Acer Swift 5 SF514-55TA-7494 : Intel Core i7-1165G7 / Intel Iris Xe Graphics / RAM 16GB DDR4 บัส 4266 MHz (Onboard) / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 41,900 บาท Promotion : ส่วนลดและเสื้อเชิ๊ต Intel
  • Acer Swift 3 SF314-42-R0ND : AMD Ryzen 5 4500U / AMD Radeon RX Vega 6 / RAM 8GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 21,900 บาท Promotion : ส่วนลดพิเศษขึ้นอยู่กับร้าน
  • Acer Swift 3 SF314-42-R5H1 : AMD Ryzen 7 4700U / AMD Radeon RX Vega 7 / RAM 8GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home Single Language (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / หน้าจอ 14″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 24,900 บาท Promotion : ส่วนลดพิเศษขึ้นอยู่กับร้าน
Acer Spin Series

acer spin

Acer Spin 5 ก็เป็นโน๊ตบุ๊คทำงานสเปคน่าสนใจอีกรุ่นไม่ควรพลาดในงาน Commart Crazy Offer ปีนี้เช่นกัน เพราะดีไซน์ให้พับหน้าจอกลับได้ 360 องศา, หน้าจอสัมผัสขนาด 13.5″ ความละเอียด QHD มีปากกา Stylus พัฒนาโดย Wacom ให้วาดเขียนหรือเซ็นเอกสารบนหน้าจอได้และผ่านมาตรฐาน Intel EVO จึงใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมงและเชื่อมต่อไร้สายได้รวดเร็วด้วย Wi-Fi 6 AX1650 ของ Killer มี Windows 10 Home (64-bit) ติดตั้งมาให้ในเครื่องพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือ ทำงานร่วมกับ Windows Hello จัดว่าตอบโจทย์คนทำงานมาก ๆ รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบ Power Delivery ด้วย USB 3.2 Type-C บนตัวเครื่อง ดังนั้นถ้าเรามีปลั๊กของสมาร์ทโฟนที่จ่ายไฟแรงพอก็สามารถเอามาชาร์จ Acer Spin ได้เลย

รุ่นแนะนำในงาน Commart Crazy Offer ครั้งนี้ หลัก ๆ จะเป็นส่วนลดพิเศษไม่รวมโปรโมชั่นส่วนลดเมื่อสั่งซื้อผ่าน Shopee, Lazada ที่ลดราคาเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งต่อ ส่วนรุ่นแนะนำจะมีดังนี้

  • Acer Spin 5 SP513-54N-50LA : Intel Core i5-1035G4 / Intel Iris Plus Graphics G4 / RAM 8GB DDR4 บัส 2133 MHz (Onboard) / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / จอสัมผัส 13.5″ อัตราส่วน 3:2 ความละเอียด QHD (2256×1504 พิกเซล) พาเนล IPS / ราคา 29,900 บาท 
  • Acer Spin 5 SP513-54N-70Y9 : Intel Core i7-1065G7 / Intel Iris Plus Graphics G7 / RAM 16GB DDR4 บัส 2133 MHz (Onboard) / M.2 SSD 1TB / Windows 10 Home (64-bit) / Microsoft Office Home & Student 2019 / จอสัมผัส 13.5″ อัตราส่วน 3:2 ความละเอียด QHD (2256×1504 พิกเซล) พาเนล IPS / ราคา 39,190 บาท

Acer สำหรับเกมเมอร์พร้อมโปรฯ จาก Commart Crazy Offer

Acer Nitro 5 Series

Nitro5 KSP1 1

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Acer ยังไงก็ต้องซีรี่ส์ Nitro 5 ที่ทั้งสเปคแรงและราคาคุ้มค่าจนเกมเมอร์หลายคนเลือกซื้อไปเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นและ Live Stream กันหลายคนและมีตัวเลือกหลากหลายว่าเราต้องการใช้ซีพียูเป็น AMD หรือ Intel ก็ได้และจับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE GTX และ RTX ให้เลือกตามงบประมาณของเรา

จุดเด่นของ Acer Nitro 5 นอกจากสเปคแล้ว ยังมีฟีเจอร์ดี ๆ ติดตั้งมามากมายทั้งหน้าจอ Refresh Rate 144 Hz, ระบบเสียง DTS X, Wi-Fi 6 AX1650 ของ Killer และ Bluetooth 5.0 มี Windows 10 Home (64-bit), ระบบระบายความร้อน Acer CoolBoost ที่รักษาอุณหภูมิให้การ์ดจอและซีพียูเย็นอยู่เสมอ และบางรุ่นจะมีคีย์บอร์ดไฟ RGB ติดตั้งมาอีกด้วย

IMG 20210325 101746

ในงานนี้ Acer Nitro 5 Series นอกจากได้ส่วนลด Shopee, Lazada กับส่วนลดพิเศษตามรุ่นและผ่อน 0% ได้แล้ว จะได้รับเมาส์เกมมิ่ง Acer Predator Cestus 310 มูลค่า 790 บาทด้วย และรุ่นที่เป็นซีพียู Intel จะมีของแถมแยกของ Intel เพิ่มให้ตามเงื่อนไขด้านบน โดยรุ่นน่าสนใจจะมีดังนี้

  • Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ : Intel Core i5-10300H / GEFORCE GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 25,900 บาท
  • Acer Nitro 5 AN515-55-52HQ : Intel Core i5-10300H / GEFORCE GTX 1650 Ti แรม 4GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 28,990 บาท
  • Acer Nitro 5 AN515-55-551K : Intel Core i5-10300H / GEFORCE GTX 1660 Ti แรม 6GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / คีย์บอร์ดมีไฟ RGB / ราคา 32,900 บาท
  • Acer Nitro 5 AN515-55-517N : Intel Core i5-10300H / GEFORCE RTX 2060 แรม 6GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2933 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 32,990 บาท 
  • Acer Nitro 5 AN515-43-R1QY : AMD Ryzen 7 3750H / GEFORCE RTX 1650 แรม 4GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 2400 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 22,900 บาท
  • Acer Nitro 5 AN515-44-R28F : AMD Ryzen 5 4600H / GEFORCE RTX 1650 Ti แรม 4GB GDDR6 / RAM 8GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 26,900 บาท
  • Acer Nitro 5 AN515-44-R2A6 : AMD Ryzen 7 4800H / GEFORCE RTX 1650 Ti แรม 4GB GDDR6 / RAM 16GB DDR4 บัส 3200 MHz / M.2 SSD 512GB / Windows 10 Home (64-bit) / 15.6″ พาเนล IPS ความละเอียด Full HD / ราคา 30,900 บาท
Acer Predator Series

IMG 20210325 101751

ถ้า Acer Nitro 5 นั้นยังแรงไม่พอแล้วอยากได้ตัวแรงไปเลยก็มีกลุ่ม Acer Predator มาวางขายในงาน Commart Crazy Offer เช่นกัน ซึ่งมีฟีเจอร์เด่นเหนือกว่าตระกูล Nitro 5 ไปมากทีเดียว ทั้งคีย์บอร์ดไฟ RGB แยกโซนเพิ่มสีสันและความโดดเด่น, ชิปเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจาก Killer ซึ่งรุ่น Triton 300 และ Triton 500 จะมีแยกกันไปตามรุ่น, แอพฯ PredatorSense ใช้มอนิเตอร์ภายในเครื่อง ปรับแต่งแสงไฟคีย์บอร์ดและสามารถใช้โอเวอร์คล็อกทั้งซีพียูและการ์ดจอให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้และเปิดดูได้ในสมาร์ทโฟนของเราเลย ส่วนระบบเสียงเป็น DTS:X Ultra เพิ่มอรรถรสตอนเล่นเกมและฟังเพลงให้ดียิ่งขึ้นและหน้าจอของทั้งสองรุ่นรองรับ NVIDIA G-SYNC ช่วยให้ภาพในเกมลื่นไหลไม่เกิดการฉีกระหว่างเล่นแน่นอน

โปรฯ ของ Acer Predator Triton ทุกรุ่นในงานนอกจากโปรฯ หลักที่เป็นส่วนลด Shopee, Lazada กับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาทและของสมนาคุณจาก Intel แล้ว ลูกค้าจะได้รับแถมเก้าอี้เกมมิ่ง Predator Gaming Chair มูลค่า 6,990 บาทไปด้วย เรียกว่าครบเซ็ตสำหรับเกมเมอร์ไปเลย

IMG 20210325 101807

รุ่นเริ่มต้นเช่น Predator 300 นั้นจะใช้ Killer DoubleShot Pro ซึ่งเป็น LAN Killer E2600 กับ Wi-Fi 6 AX1650i ควบคุมด้วยโปรแกรม Control Center 2.0 ใช้เล่นเกมได้ลื่นไหล คีย์บอร์ด RGB ใช้ซีพียู Intel Core i5-10300H และการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 2060 แรม 6GB GDDR6 มี Ray Tracing ส่วนแรมติดตั้งมา 16GB DDR4 บัส 2933 MHz และ M.2 SSD ความจุ 512GB และมีช่องอัพเกรดให้เพิ่ม SSD เข้าไปได้อีก ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) มาให้ในเครื่อง ส่วนหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate 240 Hz Response Time 3ms GTG แสดงผลภาพในเกมได้อย่างลื่นไหล ต่อหน้าจอเสริมได้ 3 จอพร้อมกันอีกด้วย

ตัวแรงอย่าง Predator 500 ก็เป็น Killer DoubleShot เช่นกันแต่เป็น LAN Killer E3100 2.5G Ethernet และ Wi-Fi 6 AX1650 พร้อมโปรแกรม Control Center 2.0 คีย์บอร์ดไฟ RGB ซีพียู Intel Core i5-9300H กับการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 2060 แรม 6GB GDDR6 แรมในเครื่องมี 16GB DDR4 บัส 2666 MHz ส่วนฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD ความจุ 512GB เพิ่ม SSD เสริมเข้าไปได้ด้วย มี Windows 10 Home (64-bit) มาให้ในตัว หน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS Refresh Rate 300 Hz Response Time 3ms เท่านั้นและต่อหน้าจอเสริมได้ 3 จอเช่นกัน

ถ้าใครตัดสินใจเลือกได้ว่าจะซื้อ Acer รุ่นไหนกลับมาใช้งาน ก็สามารถมาหาซื้อได้ในงาน Commart Crazy Offer วันที่ 25-28 มีนาคมนี้ ที่ไบเทคบางนาได้เลย พร้อมโปรโมชั่นทั้งส่วนลดและของแถมมากมาย แถมเดินทางได้สะดวกเพียงลง BTS บางนาก็เดินเข้ามาช็อปปิ้งได้ทันที

from:https://notebookspec.com/web/584103-commart-crazy-offer-2021-acer-promotion

Acer Promotion งาน Commart 2021 พร้อมแนะนำรุ่นน่าซื้อ ทั้งรุ่นใหม่ Aspire 7 และรุ่นลดราคาสูงสุด 10,000 บาท ได้ของแถมมากมาย

Acer Promotion รับซัมเมอร์ พบโปรโมชั่นและสินค้าจาก Acer และ Predator พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 10,000 บาท ที่งาน Commart ในงาน Acer และ Predator จัดหนักจัดเต็ม ขนสินค้ามากมาย ทั้ง Notebook, Monitor, All in One, Desktop PC, Gaming Gear รวมถึงสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย พลาดไม่ได้แล้ว แล้วพบกันที่ ไบเทคบางนา ในวันที่ 25 – 28 มีนาคม 2564 นี้เท่านั้น!

Acer Promotion

รวมถึงมีในส่วนของ Acer Windows Mixed Reality Headset (AH501S) ที่สำคัญคือมีราคาวางจำหน่ายประมาณ 14,990 บาทเท่านั้น ซึ่งในงาน Commart 2020 ครั้งนี้ก็จัดโปรโมชั่นพิเศษลดเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับประสบการณ์เล่นเกมที่เราจะได้

นอกเหนือจากนั้นยังมี Gaming Notebook รุ่นล่าสุดและโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ มากมาย อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นลดราคาโน๊ตบุ๊คเล่นเกมตัวจริงอย่าง Predator และในส่วนของ PC รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ หน้าจอมอนิเตอร์ โปรเจคเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ มาให้เลือกซื้อมากมาย ทาง Acer เองก็มีโปรโมชันสินค้าเด็ดๆ มาให้ซื้อหาด้วยเช่นกัน

Acer Promotion พร้อม Notebook รุ่นแนะนำ


 

Acer Promotion Acer Promotion Acer Promotion Acer Promotion

1. Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 โน๊ตบุ๊คบางเบาดีไซน์เด่นอยู่ใน Acer Promotion เน้นความคุ้มค่า ขนาดหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS สวยงาม สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่แรงลื่น จากเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร สถาปัตกรรม Tiger Lake เน้นประหยัดพลังงาน พร้อมมี AI ในตัวอีกทั้งได้แรมและที่เก็บข้อมูลพร้อมใช้งานทันที ด้วยราคาที่ไม่แพง แต่ประสิทธิภาพดี สนนราคาที่ 16,990 บาท

Acer Aspire 5 A514-54 ตอนนี้มีสเปกเพียง 1 สเปกเท่านั้น แต่มีให้เลือกถึง 5 สีสัน ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i3-1115G4 พร้อมมีรุ่นการ์ดจอออนชิป Intel UHD Graphics รุ่นใหม่ ส่งผลให้รองรับงาน 2 มิติ และ 3 มิติเบื้องต้น หรือเล่นเกมเบาๆ ได้ Windows 10 แท้ และโปรแกรม Office Home & Student 2019 ทำให้ใช้งาน Word / Excel / Power Point ไปใช้งานติดเครื่องไปฟรีๆ ด้วย 

Acer Promotion

ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการใส่ HDD SATA 3 เพิ่ม โดยมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันเป็น 2 ปี ที่สำคัญมีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงเมื่อส่งศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งานอีกด้วย

ในเรื่องของการดีไซน์มีความทันสมัย พร้อมสีสันสวยงาม พร้อมตัวเครื่องมีความบางที่ 17.95 มิลลิเมตร ที่ความเบาเพียง 1.45 กิโลกรัมเท่านั้น โดยใช้วัสดุประกอบหลักเป็นพลาสติกและโลหะซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและแข็งแรง พร้อมมียางรองด้านหลังช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ฝาหลังมาพร้อมกับหลากหลายสีสันมีความเป็นทูโทน ไม่ว่าจะเป็น ดำ Charcoal black / ฟ้า Gracier Blue / เงิน Pure Silver / ทอง Safari Gold และชมพู Sakura Pink ดูมีความพรีเมียมดูดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป

Acer Promotion

Acer Aspire 5 A514-54 ราคา 16,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i3-1115G4 (2C/4T : 3.00 – 4.10 GHz)
  • GPU : Intel UHD Graphics
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home (64 Bit)
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

2. Acer Aspire 7 A715-42 ราคา 21,900 บาท

Acer Aspire 7 A715-42 นับได้ว่าทำได้น่าตื่นเต้นทีเดียว กับ Acer Promotion จากการที่ได้สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U ทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมได้หน้าจอเทพๆ อย่างพาเนล IPS ที่ได้ขอบเขตสีสูงถึง sRGB 100% รวมไปถึงเรื่องงานออกแบบดีไซน์ของตัวเครื่องก็ทำได้อย่างลงตัวเกินราคาไปมาก จากวัสดุที่เป็นโลหะอลูมิเนียมตลอดทั้งเครื่อง สีสันก็ดูพรีเมียมหรูหราเรียบง่ายแต่ดูดี แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้มาให้ด้วย

Acer Promotion

สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับสูงที่ทาง Acer วางเอาไว้ โดยนำเสนอด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 21,900 บาทเท่านั้นเอง ​ส่งผลให้ตลาดของโน๊ตบุ๊คราคา 2x,xxx บาท มีควาน่าสนใจขึ้นมาก ที่สำคัญสุดคาดว่าเมื่อมาจำหน่ายในไทยจะเป็นเป็นการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์เองก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ด้วย โดยแบตเตอรี่ตามที่ทาง Acer เคลมไว้คือ ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8.5 ชั่วโมง

สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังมาพร้อมกับหน่วยความจำแรมยังได้มาขนาด 8GB ที่ใช้งานได้ทันที ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ได้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมอัพเกรดได้เพิ่มเติมอีก ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, Kensington Lock, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 802.11 ax (Wi-Fi 6) Dual Band MU-Mimo

Acer Promotion

โดยมาพร้อมกับความบางของตัวเครื่องเพียง 23 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 2.15 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน  พร้อมระบบระบายความร้อนหลายโหมดเพื่อให้โน้ตบุ๊กทำงานได้ต่อเนื่องโดยสามารถควบคุมอุณภูมิเครื่องไม่ให้ร้อนจนเกินไปและสั่งการให้เครื่องทำงานได้แบบไร้เสียงรบกวน ควบคุมง่าย ๆ ด้วยการแตะปุ่มลัด “Fn + F” เพียงครั้งเดียว

Acer Aspire 7 A715-42 ราคา 21,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

3. Acer Swift 3 SF314-42 ราคา 21,900 บาท

Acer Swift 3 SF314-42 เป็น Acer Promotion อีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คทำงานบางเบาดีไซน์สวย ได้หน้าจอ 14″ สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 U พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า พร้อมความทรงพลัง โดยในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานแต่ยังให้ความแรง ประสิทธิภาพดี ได้ความแรงที่เหนือชั้นกว่าเดิมมากด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นเดิมๆ ที่เป็น H Series โดย Acer Swift 3 มีสีสัน Mauve Purple ที่ออกเป็นสีม่วงให้ความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และสีเงินสว่างๆ Pure Silver ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ

Acer Promotion

ซึ่ง Acer Swift 3 สเปก Ryzen 4000 ชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4500U ที่แรงและดีกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมกับการ์ดจอออนชิปเป็น Radeon 6 ตัวเครื่องรองรับการติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 โดยติดตั้งที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อนได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที 

ประกันเป็น 2 ปี สเปก Ryzen 5 4500U พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย พร้อม Windows 10 แท้  ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยตรงจุดนี้ มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.1 Type-C ที่รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก

Acer Promotion

ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด มีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วเพื่อเข้าใช้งาน เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว

Acer Swift 3 SF314-42 ราคา 21,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T : 2.30 – 4.00 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 6 
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home & Student 2019
  • Warranty : 2 Years

4. Acer Nitro 5 AN515-44 ราคา 26,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515-44 เป็นหนึ่งใน Acer Promotion จากราคาปกติ 28,900 ลดเหลือ 26,900 บาทสเปก Ryzen 4000H เป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 4600H ที่แรงลื่นแบบสุดๆ โดยเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง ในราคาที่ไม่แพงเลย

Acer Promotion

ผสานการทำงานกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) ส่วนแรมได้มาตรฐานเป็นขนาด 8GB แบบ DDR4 Bus 3200MHz มีที่เก็บข้อมูลเป็น SSD มาตรฐาน M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (รองรับการอัพเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA3 ภายหลัง) สำหรับหน้าจอจะเป็น 15.6″ IPS Refesh Rate 144Hz ที่ลื่นกว่าสีดีกว่า พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10

แบบ Screen-to-Body เป็น 80% ด้วยขอบจอบางเพียง 7.02 มิลลิเมตร โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน๊ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจ ดีไซน์มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม

Acer Promotion

อกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

Acer Nitro 5 AN515-44 ราคา 26,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

5. Acer Predator Triton 500 PT515-52 ราคา 69,900 บาท

Acer Predator Triton 500 เป็นอีกหนึ่ง Acer Promotion ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 10H ในรุ่น Core i7-10875H ทำงานที่ความเร็ว 2.3 – 5.1 GHz แบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด ซึ่งให้ความแรงและ Core การทำงานที่มากกว่า i7-10750H ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับสูงรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q (8GB GDDR6) เป็นตัวแรงในฝั่งของ Gaming Notebook 

แรมมาตรฐานเป็น DDR4 Bus 2933MHz ขนาด 32GB พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 1TB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 300Hz / 3ms / G-Sync ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน ได้ Windows 10 สนนราคาปกติ 79,990 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 69,990 บาท 

Acer Promotion

ซึ่งจากสเปกนี้ทำให้รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบสเตอริโอ โดยมีระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมด้วยกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลแบบคู่ในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3, USB 3.1 Type-A  และ LAN RJ45 Killer Ethernet E3100, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth V5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน Killer Wi-Fi 6 AX1650G

สำหรับ Acer Predator Triton 500 ถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบาง ขอบจอบางที่ได้ความแรงไม่แพง Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก ด้วยน้ำหนักเพียง 2.1 กิโลกรัม บางที่ 17.9 มิลลิเมตร (จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 15.6″ ที่บางเบาที่สุดในโลกรุ่นนึง) ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

Acer Promotion

นอกจากนี้บริเวณด้านขวายังมีการทำปุ่ม Hotkey พิเศษ เรียกซอฟต์แวร์ PredatorSense ขึ้นมาได้ รวมไปถึงมีปุ่มปรับระดับเสียง ทำให้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยปุ่ม WASD, PredatorSense และปุ่มทิศทางที่จะมีขอบที่โปร่งแสงแบบพิเศษ ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบ Per-Key RGB แบบเต็มรูปแบบ เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย

Acer Predator Triton 500 PT515-52 ราคา 69,900 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-10875H (6C/12T : 2.30 – 5.10 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 2070 Super Max-Q 
  • RAM : 32GB DDR4 3200 MHz 
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 300Hz
  • STORAGE : 1TB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

บทความนี้นอกจากจะมาบอก Acer Promotion ในงาน Commart เรายังมาแนะนำ Acer Notebook น่าซื้อในงานด้วยยกทัพ Aspire 5 สเปก Core i Gen 10U / Swift 3 สเปก Ryzen 4000U / Aspire 7 รุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Ryzen 5000U /  Nitro 5 พร้อม Predator Triton สเปก Core i 10H จัดเต็ม ลองดูแล้วคาดว่าน่าจะถูกใจกันซักรุ่นนะครับ 

ตารางเทียบสเปก Acer Promotion

  CPU GPU RAM SSD Display Price
Aspire 5 Core i3-1115G4 UHD Graphics 8GB 512GB 14: FHD 60Hz 16,900
Aspire 7 Ryzen 5 5500U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ FHD 144Hz 21,900
Swift 3 Ryzen 5 4500U Radeon 6 8GB 512GB 14″ FHD 60Hz 21,900
Nitro 5 Ryzen 5 4600H GTX 1650 Ti 8G 512GB 15.6″ FHD 144Hz 26,900
Predator Triton 500 Core i7-10875H RTX 2070 Super Max-Q 32GB 1TB 15.6″ FHD 300Hz 69,990

 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/585016-acer-promotion-brochure-commart-2021-nb

Acer ถูกแรนซัมแวร์โจมตีพร้อมเรียกค่าไถ่ถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Acer บริษัทยักษ์ใหญ่ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม โน๊คบุ๊ค แล็ปท็อป และจอมอนิเตอร์ ได้ถูกแรนซัมแวร์เข้าเล่นงาน แถมยังโดนเรียกค่าไถ่สูงมากถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ตามรายงานข่าวพบว่าคนร้ายได้เผยแพร่หลักฐานของการเข้าถึงระบบผ่านเว็บไซต์ ซึ่งมีภาพของข้อมูลส่วนที่เป็น เอกสารการเงิน และข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร โดยข้อมูลเบื้องต้นจากหลายแห่งคาดว่าจะเป็นแรนซัมแวร์สายพันธุ์ REvil (บริษัทยังไม่ได้แถลงเหตุการณ์อย่างเป็นทางการแต่บอกว่ากำลังสืบสวนอยู่)

อย่างไรก็ดีจากข้อมูลแชทที่ปรากฏคาดว่า Acer น่าจะถูกโจมตีวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ก็ช็อเพราะราคาค่าไถ่ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้นคนร้ายเสนอที่จะลดราคาให้ 20% หากจ่ายในเวลาที่กำหนด และสัญญาจะให้ตัวแก้ รายงานช่องโหว่ และไฟล์ที่ถูกขโมยไป พอมาถึงจุดนึงคนร้ายก็ขู่ว่าอย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอยกับ SolarWinds เลย (ไม่รู้ว่ามีนัยยะแฝงอะไรหรือเปล่า)

credit : BleepingComputer

การเรียกค่าไถ่ครั้งนี้ถือว่าทำลายสถิติของแรนซัมแวร์สายพันธุ์ REvil จากการเรียกค่าไถ่ Dairy Farm ที่ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้มีแหล่งข่าวชี้ว่าการโจมตีครั้งนี้อาจสำเร็จได้เพราะช่องโหว่ Microsoft Exchange ที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ ซึ่ง TechTalkthai เองก็ได้นำเสนอข่าวเตือนผู้ใช้ไปหลายครั้งแล้วนะครับ (https://www.techtalkthai.com/microsoft-patches-4-zero-days-for-exchange-server/

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/computer-giant-acer-hit-by-50-million-ransomware-attack/

from:https://www.techtalkthai.com/acer-was-hit-byrevil-ransomware-demand-for-50-millions-dollar/

รีวิว Acerpure Cool 2-in-1 ฟอกอากาศ + พัดลมหมุนได้รอบ ใช้งานง่ายมีรีโมท ราคาสุดคุ้ม 7,990 บาท แถมไส้กรอง มีบริการ On-site Service เสียเปลี่ยนตัวใหม่

Acerpure Cool จัดว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศ + พัดลมหมุนได้รอบ กับการเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของทาง Acer ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหันมาทำสินค้าไลน์ธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค โดยล่าสุดเป็นสินค้าเกี่ยวกับอากาศที่ทุกคนให้ความสำคัญด้วยสภาวะความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

กับการพร้อมจำหน่าย Acerpure Cool ที่มีลักษณะเป็นพัดลมที่มีฐานเป็นเครื่องฟอกอากาศด้วยฟิลเตอร์ HEPA (H13) มีตัวกรองอากาศถึง 3 ชั้น ที่สามารถดักจับฝุ่นขนาด 0.3μm ได้ 99.97% รวมถึงกรองฝุ่นระดับ PM1.0 และกลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์ได้ด้วย อีกทั้งยังสามารถดักจับแบคทีเรียได้อีก 

Acerpure Cool

โดยกรองอากาศในห้องขนาด 27 ตารางเมตรได้ในประมาณ 3 นาที มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นอัตโนมัติ ตัวใบพัดสามารถตั้งขึ้นไปได้ 90 องศา พร้อมตัวเครื่องเองก็สามารถหมุนได้ซ้ายและขวา 80 องศา สามารถหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ได้ไกลถึง 16 เมตร สนนราคาโปรโมชั่นที่ 7,990 บาท (ปกติ 9,990 บาท) พร้อมแถมไส้กรองอีก 1 ชิ้น  มีบริการ On-site Serive เสียเปลี่ยนเครื่องใหม่ และมีบริการเปลี่ยนไส้กรองแบบ On-site อีกด้วย  

NBS Verdict 

สรุปหลังจากแอดมินโป้งได้ใช้งานเครื่องรีวิว Acerpure Cool จริงๆ ในห้องนอน รวมไปถึงห้องทำงาน เป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ บอกตามตรงถูกใจสุดๆ (ปกติใช้เครื่องฟอกอากาศทั้งใน 2 ห้องนี้ และในรถยนต์อยู่แล้ว) จัดว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ค่อนข้างชัดเจนในแง่ของการใช้งาน อีกทั้งโดดเด่นกับรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามสะดุดตามากกว่าเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ซึ่งรุ่นนี้ไม่ได้ตั้งใจมาแข่งขันกับเครื่องฟอกอากาศในรุ่นที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน 

แต่เป็นการทำมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ง่ายและสะดวกสบายที่สุด ลดความซับซับซ้อน เพื่อให้ทุกคนภายในบ้านสามารถใช้งานง่าย เพียงการกดปุ่มที่ตัวเครื่องหรือรีโมทไร้สาย พร้อมกันนั้นยังได้บริการที่หาในแบรนด์อื่นๆ ไม่ได้ อย่าง On-site Service ที่ทาง Acer ชำนาญอยู่แล้ว ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเสียจริง ก็เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ที่หน้างานเลย รวมไปถึงมีบริการเปลี่ยนไส้กรองให้ฟรีด้วย 

Acerpure Cool

ส่วนการเทียบกับเครื่องฟอกอากาศแบรนด์อื่น ต้องยอมรับว่า Acer เองเป็นหน้าใหม่ในวงการนี้ แต่จากชื่อชั้นแบรนด์คอมพิวเตอร์ไอทีที่ทำตลาดในไทยมาอย่างยาวนาน อันนี้ต้องบอกเวลาเชื่อถือได้แน่นอน ซึ่งจากการทดสอบใช้งานจริงๆ แล้ว ก็ประทับใจทั้งในเครื่องประสิทธิภาพการฟอกอากาศในห้องบริสุทธิ์ การกระจายลมที่ใช้งานได้ดีใช้งานจริง

ซึ่งปกติแล้วในการเปิดใช้งานควบคู่กับเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ความเย็นช่วยครอบคลุมพื้นที่ได้รวดเร็ว รวมไปถึงสัมผัสได้ถึงความสบายจากการที่มีลมเบาๆ หมุนเวียนในห้อง โดยที่เราไม่จำเป็นเปิดพัดลมอีกตัวแยกต่างหาก หรือกรณีที่เราไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ เราก็ยังใช้พัดลมจาก Acerpure Cool ช่วยลดความร้อนเพิ่มความสบายได้ด้วย 

Acerpure Cool

อย่างไรก็ตามสำหรับข้อสังเกตก็พอมีบ้าง นอกจากเรื่องที่ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน (แต่คาดว่าในอนาคตน่าจะมีรุ่นที่รองรับ และอาจจะฟีเจอร์ที่ละเอียดมากกว่านี้) คงเป็นเรื่องของการบอกถึงคุณภาพอากาศ ไม่ได้บอกเป็นตัวเลข แต่บอกเป็นไฟสถานะแทน เข้าใจว่าเพื่อการที่เราดูแล้วทำความเข้าใจได้ง่ายกับทุกๆ คนภายในบ้าน (จริงๆ แล้วหลายๆ รุ่นก็ยังเป็นไฟสถานะ) รวมไปถึงไม่มีโหมดกลางคืน ทำให้ไฟตัวเครื่องค่อนข้างสว่างในห้องนอน กรณีที่ปิดไฟมืดทั้งหมด ถ้ารับได้ตรงนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร 

สำหรับช่องทางการสั่งซื้อทางออนไลน์ก็จะมีสองช่องทาง อย่างแรกเป็น Acer Store และส่วนที่สองจะเป็นการซื้อจากร้านอื่น อาทิ Shopee / Lazada / JD Central (บางร้านได้ราคาถูกกกว่าปกติด้วย) กับราคาโปรโมชั่นที่ 7,990 บาท (ปกติ 9,990 บาท) พร้อมแถมไส้กรองอีก 1 ชิ้น (มูลค่า 1,290 บาท)  มีบริการ On-site Serive เสียเปลี่ยนเครื่องใหม่ และมีบริการเปลี่ยนไส้กรองแบบ On-site ก็นับ่วาเป็นเครื่องฟอกอากาศอีกรุ่นในตลาดที่น่าใช้งานทีเดียว 

จุดเด่น Acerpure Cool

  • เครื่องฟอกอากาศใช้งานได้จริง อากาศสดชื่นและสะอาดขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน
  • เป็นพัดลมหมุนได้รอบในตัวที่มีฐานเป็นเครื่องฟอกอากาศด้วยฟิลเตอร์ HEPA (H13)
  • สามารถดักจับฝุ่นขนาด 0.3μm ได้ 99.97% รวมถึงกรองฝุ่นระดับ PM1.0
  • ขจัดกลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์ได้ อีกทั้งยังสามารถดักจับแบคทีเรียได้ด้วย
  • สามารถใช้งานขนาดห้องได้สูงสุดถึง 33 ตารางเมตร
  • สามารถส่งลมไปได้ไกลถึง 16 เมตร 
  • สามารถฟอกอากาศได้ 360 องศา จากดีไซน์การออกแบบ
  • มีรีโมทไร้สายใช้งานง่าย และสามาถใช้งานระยะไกลได้
  • การทำงานในโหมดเงียบ 26 dB
  • ล็อกหน้าจอการทำงาน กันเด็ก และสัตว์เลี้ยง
  • พัดลมหมุนเวียนอากาศสามารถทำให้ประสิทธิภาพเร็วขึ้นและกว้างขึ้นถึง 20%
  • สามารถเลือกใช้งานเครื่องฟอกอย่าง หรือพัดลมอย่างเดียว หรือใช้พร้อมกันได้
  • ราคาดีคุ้มค่า เพียง 7,990 บาทเท่านั้น พร้อมแถมไส้กรองอีก 1 ชิ้น (มูลค่า 1,290 บาท)
  • เจ้าเดียวที่มี On-site service สำหรับเครื่องฟอกอากาศ (เสียเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ที่หน้างานเลย)

ข้อสังเกต Acerpure Cool

  • รุ่นนี้ยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนไม่ได้
  • ไม่มีค่าสถานะค่าฝุ่น PM 2.5 ในตัว
  • ไม่มีโหมดกลางคืน ไฟจากตัวเครื่องค่อนข้างสว่างในที่มืด

ตารางสเปก Acerpure Cool ราคา 7,990 บาท 

SPEC acerpure 2 in 1 Air Circulator and Purifier
Dimension W*D*H 336*336*580 mm
Net Weight 7.3 kg
Rated Power 80W
Noise (Min/Max) 56dB (Turbo)/26dB (Quiet)
Room Coverage(up to) 33m²
Purifier Speed Low/Middle/High/Smart
Air Purifier Function Air Quality Sensor / Air Quality indicator / Anion Function / Filter Cleaning Indicator
Circulator Speed Quiet/Breeze/Low/Middle/High/Turbo
Airflow distance (up to) 16m
3 in 1 HEPA Filter Pre Filter / Activated Carbon Filter / HEPA Main Filter
Ag⁺ Silver Coated Filter *Free Ag⁺ Silver Coated Filter included during epidemic prevention.
Swing Mode Up and Down (90°) / Left and Right (80°)
Other Function Lock Function / Remote Control / Timer Mode (1h/2h/4h/8h)

Design / Feature : Acerpure Cool

สำหรับ Acerpure Cool ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศรุ่นแรกของทาง Acer ที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการนำเข้ามาโดยตรง ตอนนี้มีอยู่สเปกเดียว แต่แบ่งออกเป็น 2 สี คือ ขาว (White) และเทา (Dark Gray) มีไฟ LED สำหรับแสดงสถานะของเครื่องฟอกอากาศแยกต่างหากพร้อมเลือกเปิดปิดการใช้งานได้ พร้อมปุ่มแบบสัมผัสเมนูใช้งานง่าย อีกทั้งยังมีรีโมทไร้สายไว้ใช้งานระยะไกลด้วย จัดได้ว่ามีความสะดวกสบายในการใช้งานมากๆ แม้ว่าจะไม่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนก็ตาม

Acerpure Cool

ดีไซน์ก็เรียบง่าย สามารถเข้ากับตัวบ้านหรือตัวห้องเป็นอย่างดี วัสดุเป็นพลาสติกคุณภาพดีแข็งแรง มีน้ำหนักที่ 7.3 กิโลกรัม ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างใหญ่พอสมควร สูง 580 มิลลเมตร พร้อมกับมิติกว้าง x ยาว 336 มิลลิเมตรเท่ากัน เพราะเป็นทรงกระบอก ตัวเครื่องพัดลมจะอยู่ด้านบนปรับหมุนได้ คอยเป่าลมอากาศดีออกมา ด้านข้างรอบๆ ตัวเครื่องจะดีไซน์เจาะรู เผื่อให้ใบพัดและไส้กรองดูดอากาศเข้าไป ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องจะอยู่กลางเครื่อง พร้อมปุ่มเมนูต่างๆ ที่ดูแล้วเข้าใจง่าย

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 52
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 53
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 54
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 55
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 56
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 50

Acerpure Cool ถูกวางเป็นเครื่องฟอกอากาศในห้องขนาดกลาง – ขนาดใหญ่ สามารถฟอกอากาศได้ 360 องศา และจากการที่มีพัดลมหมุนได้รอบทำให้ส่งลมไปได้ไกลถึง 16 เมตร ครอบคลุมการทำงานในพื้นที่สูงสุด 33 ตารางเมตร มีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์เพื่อกำจัดสาร Formaldehyde อาทิ สารระเหยที่เคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด น้ำยาทาเล็บ และ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ที่เป็นพิษต่อคนทั่วๆ ไป รวมเป็นถึงเป็นอันตรายต่อเด็กหรือผู้ที่มีอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจด้วย 

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 60
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 63
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 66
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 68
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 69
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 71

ในส่วนของฟิลเตอร์แบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่หนึ่ง 3-in-1 HEPA Filter และส่วนที่สอง Ag+ Sliver Coated Filter โดย 3-in-1 HEPA Filter ประกอบด้วยตัวกรองสามอย่างคือ ตัวกรองหยาบชั้นนอก คาร์บอนกรองกลิ่น และ ตัวกรอง HEPA 13 สามารถกรองฝุ่น PM ได้ถึง PM 1.0!!! (มีใบ cerจาก SGS Lab) และที่โดดเด่นก็คือ Ag+ Sliver Coated Filter คือตัวกรองที่ไว้ใช้ดักจับและป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เอ หรือ H1N1 (ผ่านการรับรองจากศูนย์ตรวจจุลชีววิทยา ณ มณฑลกวางตุ้ง) อีกทั้งตัวเครื่องเองยังมีมีปล่อยประจุลบเพื่อดักจับฝุ่นในอากาศด้วย 

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 37
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 38
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 39

รวมไปถึงยังมีในส่วนของรีโมทไร้สายไว้ใช้งานระยะไกล ทำให้เรามีความสะดวกสบาย ซึ่งนับว่าใช้งานได้ง่ายและใช้งานได้จริง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเหมือนเครื่องฟอกอากาศหลายๆ รุ่น ที่แม้ว่าการตั้งค่าต่างๆ อาจจะดูไม่ล้ำสมัย แต่ก็เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ยิ่งกับผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยเช่นคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายาย ที่ต้องการใช้งานอะไรง่ายๆ ไม่ซับซ้อนยิ่งเหมาะ จากการที่มีเพียงไม่กี่ปุ่ม และก็เป็นปุ่มที่เหมือนกับตัวเครื่อง ขนาดรีโมทมีความพอดีมือเล็กกระทัดรัดน้ำหนักเบา ใช้ถ่าน CR2032 เป็นมาตรฐาน ใช้งานได้นานและหาซื้อง่าย

User Experience : Acerpure Cool

การทำงานของ Acerpure Cool แบ่งเป็นระบบสองระบบ ที่สามารถแยกการทำงานได้ ซึ่งเราสามารถเปิดแต่เครื่องฟอก หรือเปิดแต่เครื่องหมุนเวียนอากาศได้นั่นเอง โดยพัดลมที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมุนเวียนอากาศมีข้อดีกว่าการเป็นเครื่องฟอกอากาศเพียงอย่างเดียว จากการที่เทคโนโลยีการออกแบบใบพัดและหน้าปัดทำให้เครื่องส่งลมออกมาในลักษณะเหมือน Cyclone เมื่อกระทบกับกำแพง ลมกระจายตัวออกรอบทิศทางและจะไหลกลับ ลมจะตีกลับในทิศทางเดียวกับที่ตกกระทบมายังเครื่องฟอกอากาศในตัวอีกครั้ง 

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 8
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 21
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 24

การดูว่าคุณภาพอากาศภายในห้องนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ก็สามารถดูได้ง่ายมากๆ ผ่านทางไฟสถานะ อาศัย 3 สีพื้นฐานบ่งบอกปริมาณฝุ่นในอากาศ แบ่งออกเป็น สีเขียว คือ อากาศบริสุทธิ์ฝุ่นน้อยมากๆ จากการที่ใช้เครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ต่างหาก คือได้ระดับ 003 – 020 นั่นเอง จัดว่าอยู่ในระดับที่ควรจะเป็นเมื่อห้องนั้นมีเครื่องฟอกอากาศ ต่อมาเป็นสีส้ม คือ อากาศไม่บริสุทธิ์ฝุ่นมีค่าระดับกลางๆ ก็ยังถือว่าเป็นค่าที่ยังไม่มีผลต่อสุขภาพโดยตรง แน่นอนว่าเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 จะได้ค่าที่มากกว่า 020 – 030 ขึ้นไป 

Acerpure Cool

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 2
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 1
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 3

และสุดท้ายคือสีแดง ซึ่งก็คือ อากาศไม่บริสุทธิ์มากๆ ในอากาศตอนนี้มีฝุ่นเยอะ ซึ่งจากการทดสอบ คือ ตั้งใจนำผ้าที่มีฝุ่นเยอะๆ มาสะบัดใส่เครื่องฟอกอากาศ ซึ่งจากการทดสอบเครื่องฟอกจะเร่งรอบขึ้นมาอัตโนมัติกรณีที่อยู่โหมด Smart โดยใช้เวลาประมาณ 2 – 3 นาที ค่าสถานะถึงกลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง แน่นอนว่าข้อสังเกตก็คงเป็นเรื่องของการที่ไม่ได้บ่งบอกค่าคุณภาพอากาศเป็นตัวเลขตรงๆ แต่บอกเป็น ไฟสถานะแทน แต่เอาเข้าจริงก็อยู่ในเกณฑ์ที่เข้าใจได้ถ้าเทียบกับหลายๆ รุ่น ก็ต้องยอมรับว่าส่วนมากไม่มีกัน 

Acerpure Cool

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 28
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 34
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 31

การกดปุ่มเพื่อใช้งานต่างๆ ของเครื่องก็ใช้งานได้สะดวกเข้าใจง่าย เรียกได้ว่าใช้เป็นตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรกโดยที่เราไม่จำเป็นอ่านคู่มือก็ได้ (แต่ส่วนตัวก็แนะนำให้ควรอ่านนะ เพราะมีรายละเอียดอื่นๆ เช่นการดูแลรักษาด้วย) กับปุ่มแบบสัมผัส ไล่จากทางซ้ายบนจะเป็นปุ่มเปิดพัดลม (ถ้ากดค้างไว้ 3 วินาที จะล็อคปุ่มทั้งหมด) ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิดเครื่องฟอกอากาศ ขยับมาก็จะเป็นระดับของการฟอกอากาศที่มี 3 ระดับ + Smart ต่อมาเป็นปุ่มตั้งเวลาปิด ที่สามรถตั้งได้ 2 / 4 / 8 ชั่วโมง ต่อไปเป็นระดับของพัดลมซึ่งมี 3 ระดับ + เงียบ และสองปุ่มสุดท้ายจะเป็นการปรับหมุนซ้ายขวาและก้มเงยนั่นเอง

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 81

Acerpure Cool Circulator Purifier Review 78
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 79
Acerpure Cool Circulator Purifier Review 80

Conclusion : Acerpure Cool

เรียกได้ว่า Acerpure Cool เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากทาง Acer ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน (คาดว่าอนาคตจะมีรุ่นระดับี่สูงกว่านี้ เช่นใหญ่กว่า หรือมีแอปเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้) ซึ่งจากการทดสอบใช้งานจริงๆ แล้วเป็นของดีแน่นอน ทั้งจากการที่ผ่านมาแบรนด์ Acer เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แม้ว่าในตลาดตอนนี้จะมีเครื่องฟอกอากาศมากมายแล้วก็ตาม แต่ Acerpure Cool ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ 

เพราะมีฟีเจอร์ที่แตกต่าง รวมไปถึงการทำงานบางอย่างก็เหนือชั้นกว่าด้วย ทั้งคุณภาพการฟอกอากาศ การกระจายลมทั่วห้อง อาศัยพัดลมหมุนได้รอบในตัว รูปแบบใช้งานง่ายไม่ว่าใครๆ ในบ้านก็ใช้งานเป็น และรับประกันแบบ On-site Service ที่ยอมรับว่าเป็นบริการที่เยี่ยมยอด อย่างที่หาไม่ได้ในแบรนด์อื่นๆ และด้วยราคาที่คุ้มค่าที่ 7,990 บาท ทำให้เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องฟอกอากาศที่ดีแน่นอน 

Acerpure Cool

แม้ก่อนหน้านี้เพื่อนๆ หลายคนคงคุ้นชินกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค อาทิ Acer Aspire Series ที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพ ส่วน Acer Swift Series เน้นความบางเบาต่อประสบการณ์ใช้งาน และ Acer Spin Series จะเป็น 2-in-1 Notebook ที่ใช้งานได้หลากหลายโหมด Acer Nitro Series ก็จะเป็นสาย Gaming ที่เน้นเล่นเกมต่อราคาที่คุ้มค่าเป็นหลัก อีกทั้งยังมี Predator Series ที่เป็น Gaming สายจริงจังมืออาชีพด้วย สิ่งนี้การันตีเรื่องของคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ได้ดี

จากข้อมูลล่าสุดทาง Acer ประเทศไทย ได้เผยถึงภาพรวมความต้องการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีเข้ามาตลอดเวลา ยิ่งการทำงานและเรียนที่บ้านเป็นกระแสใหม่ ทำให้ COVID-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบหนักเหมือนกับอุตสาหกรรมอื่น อย่างไรก็ตาม Acer ต้องการเพิ่มโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ ผ่านการไม่พึ่งพาแค่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ และไอที Acer จึงตั้งใจนำเสนอตลาดเครื่องฟอกอากาศ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ในกลุ่ม Digital Lifestyle ในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

Acerpure Cool

 

 

from:https://notebookspec.com/web/583777-review-acerpure-cool-circulatorpurifier