คลังเก็บป้ายกำกับ: Accessories

7 ฟีเจอร์ที่คาดหวังให้มีใน AirTags ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนี้

AirTags เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับติดตามตำแหน่งของสิ่งของ ซ […] More

from:https://www.iphonemod.net/7-features-expect-in-airtags-may-announced-march-2021.html

HP ซื้อกิจการเกมมิ่งเกียร์-อุปกรณ์เสริมแบรนด์ HyperX ต่อจาก Kingston

HP Inc. ประกาศซื้อกิจการ HyperX ฝ่ายเกมมิ่งเกียร์ของ Kingston เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจด้านเกมมิ่งของ HP ในปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์ของ HyperX ที่ขายอยู่ตอนนี้มีตั้งแต่คีย์บอร์ด เมาส์ แผ่นรองเมาส์ หูฟัง ไมโครโฟน รวมถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องเกมคอนโซลด้วย

Enrique Lores ซีอีโอของ HP พูดชัดเจนว่าซื้อ HyperX เพราะโดดเด่นเรื่องอุปกรณ์เสริม และจะเข้ามาเติมเต็มในธุรกิจของ HP ที่เน้นขายเครื่องเป็นหลัก มูลค่าการซื้อกิจการครั้งนี้อยู่ที่ 425 ล้านดอลลาร์ หลังขายกิจการแล้ว Kingston จะยังทำธุรกิจหลักของตัวเองเรื่อง DRAM, Flash, SSD สำหรับตลาดเกมเมอร์ต่อไป (ไม่แน่ชัดว่าแรม HyperX จะต้องเปลี่ยนมาเป็นแบรนด์ Kingston ด้วยหรือไม่)

ที่มา – HP

No Description

ภาพจาก HyperX

from:https://www.blognone.com/node/121365

Anker เปิดขายแบตสำรอง MagSafe สำหรับ iPhone 12

Apple มีข่าวลือแต่ Anker เปิดตัวเลย, Anker เปิดขาย Anke […] More

from:https://www.iphonemod.net/anker-release-powercore-magnetic-for-iphone-12.html

Review แท่นชาร์จจอย PS5 – DualSense Charging Station

ในที่สุด เครื่องเกมรุ่นใหม่จากค่ายที่คุ้นเคยอย่าง Sony PlayStation 5 เครื่องศูนย์ไทยล็อตแรกก็ได้ส่งถึงมือลูกค้าในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดจองผ่านหน้าเว็บไซต์ Sony เอง และเว็บของร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่ได้รับความสนใจ และถูกจองหมดเป็นชิ้นแรก ๆ เลยก็คือ แท่นชาร์จจอย PS5 ที่ชื่อว่า DualSense Charging Station ในราคาศูนย์ไทยที่ 1,090 บาท ซึ่งผมเองก็ไปร่วมลุ้นตอน 11 โมงเช้าเหมือนกัน และได้สั่งจองไปพร้อมกับตัวเครื่อง PS5 รุ่นมีช่องอ่านแผ่น Ultra HD Blu-ray ด้วย เลยจะขอหยิบเอาอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้มารีวิวให้ชมกันก่อนจะพบกับรีวิวเครื่อง PS5 ครับ

DualSense Charging Station แท่นชาร์จจอย PS5

ซึ่งอุปกรณ์จำพวกแท่นชาร์จจอยแบบนี้ เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ต้องซื้อมาเพื่อใช้ในการเล่นเกม PS5 เรียกว่าจะไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามี มันก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น รวมถึงยังใช้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบริเวณชั้นวางทีวี ชั้นวางเครื่องเกมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะแทนที่หลังจากเล่นเกมเสร็จ จะต้องเอาจอยไปต่อสายเพื่อชาร์จแบต ก็เพียงแค่เอาจอย PS5 มาวางบนแท่นชาร์จก็จบเลย แถมทำให้พื้นที่บนโต๊ะหรือชั้นวางดูเรียบร้อยอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีจอย 2 อัน

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 01

แท่นชาร์จจอย PS5 DualSense Charging Station ของแท้ จะมาในกล่องสีขาว มีรูปตัวแท่นจากมุมบน พร้อมชื่อ และมีสัญลักษณ์ทั้ง 4 ตัวจาก 4 ปุ่มหลักเป็นลายจาง ๆ ตรงพื้นหลัง โดยตอนนี้ก็มีของเทียบจากแบรนด์อื่นมาให้เลือกอยู่บ้างเหมือนกันครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะราคาย่อมเยากว่าของ Sony เอง แต่บางรุ่นจะใช้การจ่ายไฟผ่านช่อง USB-C เท่ากับว่าผู้ใช้ก็ต้องเอาสายมาเสียบกับตัวเครื่อง PS5 หรือหาอะแดปเตอร์จ่ายไฟมาใช้ต่างหากอีก

ต่างจากของ Sony เองที่จะให้อะแดปเตอร์แยกมาเลยอีกชิ้นหนึ่ง เอาไปเสียบปลั๊กไฟบ้านตรงได้เลย

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 02

ที่ตัวกล่องก็จะมีฉลากระบุชัดเจนว่าเป็นของศูนย์ไทย ส่วนด้านหลังจะมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่บอกไว้ก็คือ สามารถชาร์จจอย PS5 ได้ 2 จอยพร้อมกัน / ใช้ได้โดยไม่เปลืองพอร์ต USB ของตัวเครื่อง และก็ดีไซน์ที่เป็นแบบ click-in สามารถวางจอยลงไป และดึงออกจากแท่นได้ง่ายมาก

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 03

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะใส่มาในกล่องกระดาษลูกฟูกแข็งอีกชั้นหนึ่ง โดยมี

  • ตัว DualSense Charging Station
  • สายไฟ AC
  • อะแดปเตอร์แปลงไฟหัวกลม
  • คู่มือการใช้งาน (มีภาษาไทยมาให้ด้วย)

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 04

สำหรับอะแดปเตอร์ที่ให้มาในกล่อง จะรองรับการเสียบใช้งานกับไฟบ้านตั้งแต่ 100-240V เท่ากับสามารถซื้อจากประเทศไหนมาใช้ก็ได้ (นำไปใช้กับไฟประเทศไหน ๆ ก็ได้เช่นกัน) และสามารถจ่ายไฟได้สูงสุดที่ 14.3W (5.1V 2.8A)

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 05

ตัวแท่นชาร์จจอย PS5 – DualSense Charging Station เองทำมาจากพลาสติกเน้นสีขาวตัดกับสีดำ ซึ่งเป็นสีธีมสำหรับเครื่อง PS5 เลย โดยตัวช่องสำหรับวางจอยลงมานั้นจะมีลักษณะโค้งเว้าไปทางด้านหลัง

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 06

ด้านหน้าก็เป็นหน้าพลาสติกสีดำล้วน ๆ ไม่มีจอ ไม่มีไฟแสดงสถานะ

สังเกตได้ว่าตัวแท่นจะยกจากพื้นขึ้นมาเล็กน้อยด้วย ทำให้ส่วนที่แตะพื้นมีแต่เพียงแผ่นสีขาว ซึ่งก็ทำออกมาได้มั่นคงดี

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 07

ด้านหลังมีโลโก้ Sony พร้อมกับจะเห็นช่องสำหรับเสียบสายจากอะแดปเตอร์เข้ามา

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 08

ด้านบนก็จะแบ่งออกเป็น 2 ช่องสำหรับชาร์จ 2 จอยพร้อมกัน ตัวขั้วสำหรับชาร์จก็จะมีขั้วทองเหลือง 4 แถบ ตรงกับขั้วที่จอย PS5 พอดี

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 10

ส่วนด้านล่าง จะเห็นว่าตรงแถบสีขาวที่สัมผัสกับพื้น จะมีแถบยางเป็นแนวยาวด้วย เพื่อช่วยให้สามารถเกาะตัวบนพื้นผิวได้ดีขึ้น และก็ตรงปลายสุดของส่วนด้านกว้าง จะมีช่องเสียบสายชาร์จจากอะแดปเตอร์ด้วย ซึ่งหัวชาร์จจะเป็นแบบตัว L ทำให้สามารถเสียบสายแบบเข้ามุมได้พอดิบพอดี

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 11

ในการวางจอยลงไปบน DualSense Charging Station ก็ให้วางลงไปตรง ๆ เลย เพราะเดี๋ยวมันจะปรับองศาการวางตามรูปทรงของตัวแท่นเอง โดยเมื่อวางได้จุดสัมผัสแล้ว จะมีเสียงคลิกเบา ๆ ขึ้นมา เป็นอันจบ

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 12

ถามว่าสามารถนำจอย PS4 มาใช้กับแท่นชาร์จจอย PS5 ได้มั้ย ตอบเลยว่าไม่ได้ครับ เพราะขั้วต่อสำหรับการจ่ายไฟนั้นเป็นคนละแบบกัน แต่ก็สามารถเอามาวางไว้ในลักษณะของการเป็นที่เก็บจอย PS4 ได้อยู่

และถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าตรงก้านมือจับของจอย PS5 จะดูป่องกว่าจอย PS4 ด้วย ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าทั้งสองรุ่นมีข้อดีต่างกันนิดนึงครับ อย่างจอย PS5 ผมรู้สึกว่ามันจับได้เต็มมือกว่า คล้ายกับจอย Xbox One ในขณะที่จอย PS4 จะให้ความรู้สึกที่กระชับมือกว่า ด้วยความที่ขนาดมันเล็กกว่ากันนิดหน่อย ค่อนข้างเหมาะกับมือของผู้ใช้งานชาวเอเชียกว่า

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 14

การใช้งาน DualSense Charging Station ก็สุดแสนจะง่ายครับ คือเพียงแค่เสียบสายไฟเข้ากับช่องของแท่นชาร์จ แล้วก็เอาจอยมาวาง ซึ่งถ้ามีการชาร์จไฟเข้า แถบไฟ LED ตรงข้าง ๆ ทัชแพดก็จะเรืองแสงสีส้มขึ้นมาเป็นระยะ ๆ คล้ายกับจังหวะการหายใจ ส่วนถ้าชาร์จเต็มแล้ว ไฟก็จะดับ

โดยในคู่มือของตัว DualSense Charging Station นั้นระบุไว้ว่า หากชาร์จจอยจากระดับแบตเตอรี่ 0% จนเต็ม จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งแบตเตอรี่ของตัวจอยนั้นให้มาที่ 1560 mAh

 

สรุปรีวิวแท่นชาร์จจอย PS5 – DualSense Charging Station

Review PlayStation 5 DualSense Charging Station NotebookSPEC 16

แท่นชาร์จจอย PS5 – DualSense Charging Station นับเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่ผมมองว่า ถ้ามี มันจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้จริง ๆ ทั้งในแง่ของฟังก์ชันหลักของตัวแท่นเองคือ สามารถชาร์จจอยได้ 2 อันพร้อมกัน โดยไม่ต้องเสียบสาย USB-C สองเส้น หรือสลับกันชาร์จให้วุ่นวาย รวมถึงยังช่วยให้การจัดพื้นที่ชั้นวางทีวี ชั้นวางเครื่องเกมทำได้ง่าย และดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ไม่ได้ถึงขั้นเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้

ซึ่งตัว DualSense Charging Station มันจะตอบโจทย์มาก ๆ ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ในแบบดังต่อไปนี้

  • เล่นเกม 2 คนพร้อมกัน
  • เล่นเกมคนเดียวแบบมาราธอน จนต้องซื้ออีกจอยมาคอยสลับกันเล่น เวลาจอยอีกอันแบตหมด
  • ต้องการจัดพื้นที่ของชั้นวางทีวี ชั้นวางเครื่องเกมให้ดูโปร่ง สะอาดตา

แต่ทั้งนี้ ถ้าหากต้องการแท่นชาร์จจอย PS5 ในราคาที่ย่อมเยากว่า ตอนนี้ก็เริ่มมีของเทียบจากแบรนด์อื่นมาให้เลือกซื้อบ้างแล้วครับ ส่วนใหญ่จะราคาหลักร้อยเท่านั้น ซึ่งรูปทรง และลักษณะในการใช้งานก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่ถ้าคุณต้องการ DualSense Charging Station ของแท้จาก Sony ในราคากลาง 1,090 บาท ตอนนี้ (เขียนเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 63) ก็อาจจะต้องรออีกซักพักหนึ่งจนกว่าสินค้าล็อตต่อไปจะทยอยเข้ามาครับ ซึ่งยังไม่มีการประกาศชัดเจนว่าจะมีมาเมื่อไหร่ เพราะถ้าไปซื้อต่อจากคนที่ซื้อล็อตแรกมา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นราคาบวกขึ้นไปอีกพอสมควรเลย

ส่วนพวกอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่ได้รับการเปิดตัวมาพร้อมกับเครื่อง PlayStation 5 ก็มีตามในหน้าเว็บ Sony เลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/575223-review-dualsense-charging-station-ps5

OPPO เด็ดทุกดีล! ลดราคาสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมในแคมเปญ Brand of The Day เฉพาะวันที่ 23 ก.พ.นี้ ที่ Shopee เท่านั้น !!

OPPO มอบโปรโมชั่นสุดคุ้มในแคมเปญ Brand of the Day ด้วยส่วนลดสูงสุด 50%, โค้ดส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท และของสมนาคุณมูลค่ากว่า 358,200 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO หรืออุปกรณ์เสริม เฉพาะวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น  ที่ OPPO Official Store ใน Shopee โดยโปรแรงสุดคุ้มห้ามพลาด มีรายละเอียด ดังนี้

สมาร์ทโฟนส่วนลดสุดคุ้ม

OPPO

เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์เสริมที่ OPPO Official Store รับส่วนลดเลยทันที! ดังนี้

  • OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนถ่ายรูปสวยชัดในสไตล์ที่เป็นคุณ พิเศษ 9,999 บาท จากปกติ 11,990 บาท
  • OPPO A73 สมาร์ทโฟนดีไซน์เรียบหรู พิเศษ 6,499 บาท จากปกติ 6,999 บาท
  • OPPO A31 RAM 6GB ROM 128GB พิเศษ 5,199 บาท จากปกติ 6,999 บาท
  • OPPO A12 RAM 3GB ROM 32GB พิเศษ 3,799 บาท จากปกติ 4,599 บาท
  • หูฟัง OPPO Enco W11 พิเศษ 999 บาท จากปกติ 1,299 บาท
  • OPPO Watch 41mm สี Pink Gold พิเศษ 4,999 บาท จากปกติ 5,999 บาท และ สี Black ราคา 5,999 บาท พร้อมรับฟรี สาย OPPO Watch สุดคูล มูลค่า 599 บาท
  • OPPO Watch 46mm สี Black พิเศษ 6,999 บาท จากปกติ 7,999 บาท และ สี Glossy Gold ราคา 7,999 บาท พร้อมรับฟรี สาย OPPO Watch สุดคูล มูลค่า 599 บาท

หรือ รับของแถมเพิ่มทันทีเมื่อซื้อสมาร์ทโฟน ในช่วงเวลา เที่ยงคืน – 02:00 ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

  • เมื่อซื้อ OPPO Reno5 Series 5G, OPPO Reno4 Pro 5G หรือ OPPO Find X2 Series 5G ที่ร่วมรายการ รับฟรี กระเป๋าเดินทาง มูลค่า 1,990 บาท และ Starbucks E-Gift Card มูลค่า 200 บาท โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด
  • เมื่อซื้อ OPPO A Series ที่ร่วมรายการ ดังนี้ OPPO A93, OPPO A73, OPPO A53, OPPO A15 และ OPPO A15s รับฟรี Cylindrical Bluetooth Speaker มูลค่า 499 บาท โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด

คูปองส่วนลด แจกตลอดวันสูงสุดถึง 1,200 บาท

  • Always on Voucher คูปองแจกตลอดวัน โดยใช้ได้ตลอดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ไม่ว่าจะเป็น คูปองส่วนลด 500 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 4,999 บาท, คูปองส่วนลด 800 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 7,999 บาท และคูปองส่วนลด 1,000 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 9,999 บาท เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ หรือใช้คูปองร่วมกับส่วนลด 12% ของอุปกรณ์เสริม โดยลดสูงสุด 500 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 199 บาท
  • Flash Voucher แจกคูปองพิเศษลดสูงสุด 1,200 บาท เมื่อยอดซื้อขั้นต่ำ 7,999 บาท เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ในทุกเวลา 12:00 ตั้งแต่วันที่ 18 – 22 กุมภาพันธ์ 2564 หรือตามช่วงเวลาที่กำหนด โดย 0:00, 9:00,15:00,18:00 และ 21:00 ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 แจกคูปองส่วนลด 1,200 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 7,999 บาท กับสินค้าที่ร่วมรายการ และ 12:00 ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 แจกคูปองส่วนลด 50% สูงสุด 500 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท กับสินค้าที่ร่วมรายการ โดยคูปองใช้ได้เฉพาะวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น
  • Follow us! Voucher พิเศษเมื่อติดตาม OPPO Official Store ใน Shopee รับฟรี! คูปองส่วนลด 120 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 399 บาท โดยสามารถเก็บคูปองได้ภายในวันที่ 18 – 23 กุมภาพันธ์ 2564 และใช้ได้เฉพาะวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น

ของแถมเพียบ! เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนจาก OPPO และแจกของสมนาคุณตามออเดอร์ที่กำหนด พร้อมของพรีเมี่ยมสำหรับ Top Spender แบบไม่ต้องลุ้น! รวมมูลค่ากว่า 358,200 บาท

พิเศษของสมนาคุณมากมาย เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO ตามลำดับการสั่งซื้อที่กำหนด ดังนี้

  • ออเดอร์ ลำดับที่ 1-20 รับฟรี! เครื่องปั่นน้ำผลไม้มูลค่า 799 บาท
  • ออเดอร์ ลำดับที่ 21-30 รับฟรี! Power Bank มูลค่า 399 บาท
  • ออเดอร์ ลำดับที่ 31-50 รับฟรี! ขวดน้ำ มูลค่า 199 บาท
  • 100 ออเดอร์แรก รับฟรี! Starbucks Gift Card มูลค่า 100 บาท
  • 500 ออเดอร์แรก รับฟรี! พวงกุญแจ OPPO มูลค่า 50 บาท

และพิเศษสำหรับ Top Spender หรือผู้ที่มียอดซื้อสมาร์ทโฟน OPPO สูงสุดอันดับแรก ภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 รับฟรี เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 Slim Fluffy+ มูลค่า 14,900 บาท และรางวัลสุดพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยประกาศรายชื่อ Top Spender ในวันที่ 16 มีนาคม 2564 ผ่าน OPPO Official Store ใน Shopee และเริ่มจัดส่งสินค้าในวันที่ 26 มีนาคม 2564

สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมราคาสุดช็อค เพียง 33 บาท!

เท่านั้นยังไม่พอ! สามารถซื้อสินค้าในราคาเดียว 33 บาท ในแต่ละช่วงเวลาที่กำหนด เพียง 1 ชิ้น เท่านั้น และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 1 มีนาคม 2564 ดังนี้

  • เวลา 0:00 สามารถซื้อ OPPO A15 สี Dynamic Black พิเศษ 33 บาท จากมูลค่า 4,299 บาท
  • เวลา 09:00 สามารถซื้อ OPPO Watch 41mm สี Black พิเศษ 33 บาท จากมูลค่า 5,999 บาท
  • เวลา 12:00 สามารถซื้อ OPPO F11 Pro สี Waterfall Grey พิเศษ 33 บาท จากมูลค่า 11,990 บาท
  • เวลา 15:00 สามารถซื้อ OPPO Reno2 สี Sunset Pink พิเศษ 33 บาท จากมูลค่า 15,999 บาท
  • เวลา 18:00 สามารถซื้อ OPPO F11 Pro สี Waterfall Grey พิเศษ 33 บาท จากมูลค่า 11,990 บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริมราคาสุดคุ้ม ไม่ควรพลาด! เพราะ OPPO จัดหนักจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด คูปอง และของสมนาคุณอีกเพียบ! ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ เท่านั้น ที่ OPPO Official Store ใน Shopee หรือคลิกที่ http://bit.ly/3af1NLJ

ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ https://www.oppo.com/th/smartphones/

#OPPOBrandOfTheDay #ShopeeTH

from:https://www.mobileocta.com/oppo-brand-of-the-day-at-shopee/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-brand-of-the-day-at-shopee

Review – พัดลม PS5 แบบติดหลังเครื่อง ในราคาหลักร้อย ดีจริงมั้ย?

สำหรับตัวเครื่อง PlayStation 5 (PS5) นั้น นอกจากอุปกรณ์เสริมจากทาง Sony เอง เช่น แท่นชาร์จจอย DualSense รวมถึงพวกรีโมท และอุปกรณ์อื่น ๆ แล้ว ก็จะมีอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตอื่นมาให้เลือกใช้งานด้วย หนึ่งในกลุ่มที่น่าจะมีคนสนใจเยอะก็คือพวกอุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน เพื่อการเล่นเกมที่ราบรื่นที่สุด ซึ่งผมก็ไปเจอพัดลม PS5 ตัวนี้เข้าในราคาหลักร้อย เลยสั่งมาลองใช้กับ PS5 เครื่องจริงที่มีอยู่ เพื่อทดสอบดูว่าจะช่วยลดความร้อนได้จริงหรือเปล่า มาดูกันในรีวิวเลยครับ

รีวิว พัดลม PS5

สำหรับพัดลม PS5 ตัวนี้ จะเรียกว่าเป็นแบรนด์รองก็คงไม่ผิดนัก ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์หลักที่อยู่ในตลาดอุปกรณ์เสริมของเครื่องเกมคอนโซล ส่วนราคาที่ผมเจอจะอยู่ที่ 590 บาทครับ สั่งซื้อมาจากแพลตฟอร์มออนไลน์ในไทยนี่แหละ

Review PS5 Fan NotebookSPEC 07

กล่องก็เป็นโทนสีขาว-ฟ้า กระดาษไม่แข็งมากนัก มีภาพประกอบชัดเจนว่าใช้แบบประกบกับด้านหลังของเครื่อง PS5 พร้อมกับมีลูกศรสีฟ้าที่แสดงว่าเป็นทิศทางลมเย็นเข้าสู่ตัวเครื่อง ซึ่งเป็นการอธิบายคุณสมบัติของพัดลมอันนี้ได้เป็นอย่างดีว่าเป็นพัดลมที่ช่วยดูดลมเข้าช่องด้านหลังเครื่อง เพื่อให้ลมเข้าไปถ่ายเทความร้อนออกจากฮีตซิงค์ภายในอีกที แล้วเป่าออกช่องด้านบน

แต่ที่จริงแล้ว…ช่องด้านหลังเครื่อง PS5 มันมีไว้ใช้ระบายลมร้อนออกมานะ

Review PS5 Fan NotebookSPEC 09

ด้านหลังกล่องก็มีบอกไว้ด้วยว่าสามารถใช้ได้กับเครื่อง PS5 ทั้งรุ่นดิจิตอล และรุ่นที่มีช่องใส่แผ่น UHD Blu-ray

สเปคที่น่าสนใจของพัดลม PS5 อันนี้ก็ได้แก่

  • มีพัดลม 3 ตัว 4000RPM แบ่งเป็น 2 ขนาด
    • ขนาด 40×40 มม. 1 ตัว
    • ขนาด 30×30 มม. 2 ตัว
  • ใช้ไฟเข้า 5V

Review PS5 Fan NotebookSPEC 10

ตัวชุดพัดลมก็จะเป็นแบบสีดำ มีเจาะช่องของพัดลมทั้ง 3 ตัวไว้เรียบร้อย ส่วนตรงด้านกว้างจะมีสวิตช์เปิด/ปิด, ไฟ LED และก็ช่อง USB-A มาให้ 1 ช่อง

ส่วนวัสดุก็จะเป็นพลาสติกธรรมดาเลย ความแข็งแรงอยู่ในระดับปานกลาง

Review PS5 Fan NotebookSPEC 11

สวิตช์ก็จะมีแค่เปิดกับปิดพัดลมเท่านั้น ไม่สามารถปรับความเร็วรอบพัดลมได้

Review PS5 Fan NotebookSPEC 13

พลิกมาด้านหลัง จะมี USB อยู่ตรงตำแหน่งที่จะประกบเข้ากับพอร์ต USB พอร์ตบนที่อยู่ด้านหลังเครื่องพอดี

Review PS5 Fan NotebookSPEC 14

ในขณะที่อีกฝั่งจะมีเพียงแง่งสำหรับเกี่ยวกับช่องลมเข้าเท่านั้นครับ เพื่อทำให้สามารถประกบได้สนิทกับตัวเครื่องยิ่งขึ้น

Review PS5 Fan NotebookSPEC 15

หน้าตาของตัวพัดลมที่ประกบเข้าไปกับหลังเครื่อง PS5 เรียบร้อยแล้ว ดูค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียวครับ ส่วนที่เว้าก็เป็นไปตามการออกแบบตัวเครื่องเป๊ะเลย

Review PS5 Fan NotebookSPEC 17

Review PS5 Fan NotebookSPEC 16

ตรงพื้นที่พอร์ต USB พอร์ตล่าง สามารถเสียบสายอุปกรณ์ USB ได้สบายครับ

Review PS5 Fan NotebookSPEC 24

เมื่อเปิดเครื่อง PS5 ขึ้นมา แล้วเปิดสวิตช์ที่พัดลม ไฟ LED สีน้ำเงินจะติดขึ้นมา พร้อมกับเสียงพัดลมที่ดังมาก เนื่องจากเป็นพัดลมตัวเล็ก 4000 รอบต่อนาทีถึง 3 ตัว (เทียบกับพัดลมติดเคสเครื่องเดสก์ท็อป ส่วนใหญ่จะไม่เกิน 2000 รอบต่อนาที)

นอกจากนี้ผมได้ลองเอา external SSD ที่ใช้เป็น extended storage ไว้ลงเกม PS4 อยู่ มาลองต่อที่พอร์ต USB ของตัวพัดลมก็พบว่าไม่สามารถใช้งานได้ครับ ตัวเครื่องมองไม่เห็นอุปกรณ์เลย ต้องไปเสียบที่พอร์ตล่างที่ว่างอยู่แทน

Review PS5 Fan NotebookSPEC 19

Review PS5 Fan NotebookSPEC 18

ทีนี้พอลองเอาอุปกรณ์วัดไฟผ่านพอร์ต USB มาเสียบคั่นระหว่างตัวเครื่องกับพัดลมดู พบว่ามันจ่ายไฟมาเพียง 5V 0.35A เท่านั้น จึงไม่ค่อยแปลกใจที่ไม่สามารถนำ extended storage มาต่อใช้งานกับพอร์ต USB บนตัวพัดลมเสริมชิ้นนี้ได้ อาจจะเหมาะสำหรับใช้ชาร์จจอย DualSense มากกว่า

ต่อไปจะเป็นการทดสอบอุณหภูมิเทียบกันระหว่างตอนที่ไม่ได้ใช้ และก็ตอนระหว่างใช้งาน โดยทดสอบในอุณหภูมิห้องประมาณ​ 28 องศาเซลเซียส ไม่ได้เปิดแอร์ ระหว่างกำลังเล่นเกม Astro’s Playroom อยู่

Review PS5 Fan NotebookSPEC 02

Review PS5 Fan NotebookSPEC 03

ตอนที่ไม่ได้ใช้งานพัดลม

  • อุณหภูมิช่องระบายด้านบน = 26-27 องศา
  • อุณหภูมิบริเวณพอร์ต HDMI = 46-48 องศา

Review PS5 Fan NotebookSPEC 05

Review PS5 Fan NotebookSPEC 04

ตอนที่ใช้งานพัดลม

  • อุณหภูมิช่องระบายด้านบน = 28-30 องศา
  • อุณหภูมิบริเวณพอร์ต HDMI = 50-53 องศา

 

สรุปรีวิวพัดลม PS5

Review PS5 Fan NotebookSPEC 26

ก็ได้ผลสรุปไปแล้วนะครับ กับพัดลมที่เป็นอุปกรณ์เสริมจาก 3rd party ชนิดติดตั้งเข้ากับด้านหลังเครื่อง PlayStation 5 ซึ่งรวม ๆ แล้วอาจจะบอกได้ว่าไม่ค่อยคุ้มกับการลงทุนซื้อมาใช้งานซักเท่าไหร่ เนื่องจาก

  • เสียงพัดลมดังมาก และไม่สามารถปรับความเร็วได้
  • ใช้แล้วเครื่องร้อนกว่าเดิม เนื่องจากทิศทางลมมันไม่ตรงกับตัวเครื่อง!!

ทั้งนี้ก็ยังมีจุดดีอยู่บ้าง คือการออกแบบที่ทำมาประกบคู่กับตัวเครื่องได้พอดี ติดตั้งเข้าไปแล้วค่อนข้างลงตัว

ส่วนถ้าคุณต้องการวิธีระบายความร้อนให้กับเครื่อง PS5 ได้ดี ๆ แนะนำว่าควรวางเครื่องในที่โปร่ง ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะด้านหลังส่วนบน ที่ใช้ระบายความร้อนออกโดยตรง ด้านบนที่มีความร้อนบางส่วนไหลขึ้นไป กับด้านหน้าที่ใช้ดึงลมเข้ามาตามช่อง เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ เพราะระบบระบายความร้อนของ PS5 รอบนี้ทำมาดีมาก ทั้งเย็นและเงียบไปพร้อมกันเลย ทางที่ดีสุดคือพยายามวางเครื่องในแนวตั้ง และไม่วางอยู่ในช่องของชั้นวางทีวี เพื่อการทำให้ทางเดินของลมนั้นโปร่งที่สุด

from:https://notebookspec.com/web/577987-review-ps5-fan

รีวิว BELKIN x DEVIALET SOUNDFORM ELITE อุปกรณ์ Smart Speaker + Wireless Charger ลำโพงระดับไฮเอนด์ในกลุ่ม Google Home

เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Belkin และ Devialet ครับ ในการออกแบบลำโพง SOUNDFORM ELITE ซึ่งเป็นสมาร์ทสปีกเกอร์ หรือลำโพงอัจฉริยะที่ทำมาเพื่อรองรับการทำงานกับ Google Assistant หรือผู้ช่วยคำสั่งเสียง ให้เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางการสั่งงานด้วยเสียงภายในบ้านนั้นเองครับ

มารู้จัก Belkin กับ Devialet กันแบบคร่าวๆ ก่อน 

Belkin หลายคนน่าจะคุนกันอยู่แล้ว กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานาน เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เทคโนโลยีมากมาย ภายใต้แบรนด์ที่เน้นขายความเป็นพรีเมี่ยม คุณภาพสูง เชื่อถือได้ โดยเข้าได้มีสินค้าในกลุ่มของ “Connected Things” หรือการเชื่อมต่อร่วมกันในแบบไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ทุกสิ่งเชื่อมโยงถึงกันผ่านอินเตอเน็ต หนึ่งในนั้นก็คือเจ้าลำโพง SOUNDFORM ELITE รุ่นนี้แหละครับ

ส่วนทาง Devialet เป็นแบรนด์พรีเมี่ยมระดับสูงเลย  มีการนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของวงการอุตสาหกรรมอะคูสติก มีสถาปัตยกรรมการออกแบบลำโพงและการประมวลผลคลื่นสัญญาณของตัวเอง ที่มีสิทธิบัตรอยู่ในมือกว่า 160 รายการ ผลิตภัณฑ์ของเขาโดดเด่นมากครับ และราคาก็สูงมากด้วย เหมือนงานศิลปะที่เอาไปตั้งโชว์ไว้กลางบ้านมากกว่าการเป็นลำโพงซะอีก จุดเด่นในการออกแบบของเขาคือตัวลำโพงสามารถสร้างคลื่นเสียงโทนต่ำแบบซับวูฟเฟอร์กำลังขับสูงออกมาได้ โดยที่ตัวลำโพงแทบไม่มีการสั่นสะเทือนเลยแม้แต่น้อย แต่จะใช้ส่วนประกอบเฉพาะที่รับหน้าที่ในการขยายดอกลำโพงเพื่อขับพลังเสียงออกมาแทนตัวลำโพงทั้งตัว การออกแบบนี้เรียกว่า WOOFER “ PUSH-PUSH”

ใครอยากเห็นของจริง มีการตั้งโชว์ในร้านจำหน่ายของ Devialet ในห้างพารากอนอยู่นะครับ ไปลองดูลำโพงราคาหลักแสนกันได้เลย ^^

แต่ลำโพจาก Belkin ตัวนี้ไม่แพงขนาดนั้นแม้จะเปิดราคาจำหน่ายออกมาในตลาดพรีเมี่ยมของกลุ่มลำโพง Google Home แต่ขายที่ราคา 14,990 บาทเท่านั้น ซึ่งภายในใช้วิศวกรรมการออกแบบของ Devialet หรือ WOOFER“ PUSH-PUSH” มาใช้ทั้งดุ้นเลยครับ เบสหนักๆ แบบที่ตัวลำโพงไม่ขยับ ปรับแต่งเสียงด้วยเทคโนโลยี Speaker Active Matching ฉะนั้นไม่ได้เด่นแค่เบส แต่มาหมดทุกร่องเสียง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ” Acoustics by DEVIALET ” ได้มาตรฐานของ Devialet แต่ในราคาที่ไม่ใช่ของ Devialet เท่านั้นเองครับ

ตัวลำโพงมีเข้ามาในสองสีคือขาวและสีดำ ใช้การหุ้มภายนอกด้วยวัสดุเส้นใยหุ้มภายในเป็นโครงโลหะแกร่ง มีไฟแสดงสถานะด้านหน้าลำโพง 4 ดวง บอกถึงการทำงานหลายอย่าง เช่นกดปิดไมค์จะเป็นสีส้ม รับคำสั่งเสียงเป็นสีขาวเป็นต้น




ด้านบนมีปุ่มควบคุมบนตัวลำโพงจะมีปุ่มเปิดปิดไมค์ ปุ่มควบคุมระดับเสียงและปุ่มเล่นเพลง รวมถึงปุ่มสำหรับทัชค้างเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธ

ใต้เครื่องมีปุ่มสำหรับรีเซ็ตอุปกรณ์อยู่ครับ (กดค้างจนไฟสีส้มขึ้นครบ 4 ดวงและดับไปเองถึงจะเป็นการรีเซ็ต) สังเกตการเก็บงานของตัวลำโพง ออกแบบมาเข้ารูปหมดแม้แต่หัว Adapter


ลำโพง SOUNDFORM ELITE ให้คุณภาพเสียงดุดันมาก (ค่าความดังสูงสุดมากถึง 90 เดซิเบล ) เบสหนัก กระแทกแน่น สะใจและไฮเอนด์สุดๆ ถ้าใช้ในบ้านขนาดไม่เกิน 50 ตารางวาไม่ควรเปิดลำโพงเสียงดังสุดเด็ดขาดถ้าไม่ได้สนิทกับข้างบ้านจริงๆ แม้จะบอกว่าเบสมันหนัก แต่เจ้าลำโพงตัวนี้จริงๆ แล้ว ฟังเพลงเน้นเสียงร้องเพราะมากครับ เสียงใส เส้นเสียงกังวาล ฟังเพลงเน้นอารมณ์เพราะสุดๆ ครับ

ตัวลำโพงออกแบบให้ด้านบนเป็นฐานสำหรับรองรับการชาร์จไร้สายให้กำลังไฟชาร์จที่ 10W ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน Qi ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Android หรือ iPhone r

และไม่ต้องห่วงว่ามือถือเราจะเวียนหัวจากการสั่นของลำโพงด้วยนะครับ เพราะว่ามันจะนิ่งสงบมากแม้เราจะเปิดเพลง EDM ไปด้วยระหว่างชาร์จ ^^ มือถือแทบไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนลำโพงที่กำลังระเบิดพลังออกมาอยู่ มีไฟแสดงสถานะการชาร์จให้รู้ว่ากำลังชาร์จพลังงานให้กับสมาร์ทโฟนของเราอยู่มั้ย

เอามืดประทับด้านข้างของลำโพงจึงรู้ว่า เสียงที่วูฟเฟอร์ที่ขับออกมาถูกออกแบบให้ซ่อนอยู่ด้านใน กระแทกมือตึบๆ แต่ตัวลำโพงภายนอกกลับนิ่งๆ ครับ

เมื่อเจ้าตัวนี้เป็นลำโพงในกลุ่มสมาร์ท ก็จะรองรับการสั่งงานด้วยเสียง Google Assistant ได้ เราสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Google Home (รองรับทั้ง Android และ iOS ) เพื่อเชื่อมต่อลำโพงเข้าสู่สัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้านเราได้ทันที หลังจากนั้นก็สามารถกำหนดค่าต่างๆ ของลำโพงได้ในแอพ Google Home รวมถึงเปิดการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth เพื่อใช้งานแบบออฟไลน์ก็ทำได้ในแอพ Google Home อีกทางด้วยครับ






Belkin Smart Speaker ไมค์ก็ดีครับ จะมีการใส่ไมค์รับเสียงมาให้ 3 ตัวครับ เป็นไมค์ระยะไกลถึงสองตัว สำหรับการสั่งงาน “Ok Google” จากระยะไกล ตัวลำโพงก็ยังได้ยินเราชัดเจนแม้จะเปิดเพลงเสียงดังอยู่ก็ตาม ใช้ในการสนทนาเสียงก็ชัดเจนดีไม่ก้องหนวกหูแม้จะอยู่ไกลสักหน่อยจากตัวลำโพง

สรุปท้ายรีวิว BELKIN SOUNDFORM ELITE

สวยงาม ทรงพลัง มีชาร์จไวไร้สายในตัว เป็นทั้งลำโพงและของโชว์สวยๆ ในบ้าน ราคาอยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยม 14,990 บาท แต่ใครอยากสัมผัสตัวลำโพงไฮเอนด์ของ Smart Speaker ที่ใช้ Google Home ก็รุ่นนี้แหละครับ คุณภาพสูงทั้งเสียงและมาตรฐาน ด้วยการรับประกันสองปีเต็ม

ข่าว: รีวิว BELKIN x DEVIALET SOUNDFORM ELITE อุปกรณ์ Smart Speaker + Wireless Charger ลำโพงระดับไฮเอนด์ในกลุ่ม Google Home มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/21/review-belkin-soundform-elite-devialet.html

[ลือ] Apple พัฒนาแบตฯ เสริม ชาร์จไร้สาย แปะหลัง iPhone ด้วย MagSafe แต่เจอปัญหาเลยยังไม่วางขาย

ข่าวนี้มาจาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg คนเดิม โดยเขาบอกว่าแอปเปิลได้พัฒนาแบตเตอรี่เสริมสำหรับ iPhone รุ่นใหม่ตระกูล iPhone 12 ที่สามารถชาร์จไร้สายได้ เพียงนำมาแปะที่ด้านหลังเครื่องด้วย MagSafe แต่อุปกรณ์เสริมตัวนี้ก็ยังไม่มีออกมาขาย จากแผนเดิมที่จะเริ่มขายหลังเปิดตัว iPhone 12 ไม่นานมาก

สาเหตุเป็นเพราะผลการทดสอบออกมาไม่ดีนัก ตัวแบตเตอรี่เสริมเองสามารถติดหลังโทรศัพท์ด้วยแม่เหล็กได้ดี ไม่เลื่อนหลุดง่าย แต่ซอฟต์แวร์ส่วนที่จัดการแบตเตอรี่เสริมนี้เองที่พบปัญหา เช่น ระบุว่าแบตเตอรี่ร้อนเกินไป หรือปัญหาหากผู้ใช้งานถอดแบตเตอรี่เข้า ๆ ออก ๆ บ่อยเกินไป

แหล่งข่าวบอกว่าแอปเปิลอาจเลื่อนการจำหน่ายแบตเตอรี่นี้ออกไปอีก หรือจบที่ยุติโครงการไปเลยแบบแท่นชาร์จ AirPower

Gurman ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติม จากที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า iPhone 12 มีคุณสมบัติเป็นตัวชาร์จไฟแบบไร้สายให้อุปกรณ์เสริมได้ แต่แอปเปิลยังไม่เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ว่าแอปเปิลยังไม่มีกำหนดให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ หรืออาจยกเลิกไปเลยเช่นกัน

ที่มา: Bloomberg

iPhone 12

from:https://www.blognone.com/node/121292

(ลือ) Apple กำลังพัฒาก้อนแบตเตอรี่ MagSafe สำหรับ iPhone 12 อยู่

Mark Gurman จาก Bloomberg รายงานข้อมูลว่า Apple กำลังพั […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-develop-battery-pack-magsafe-report.html

รีวิว HyperX CLOUD II WIRELESS หูฟัง 7.1 Surround รุ่นไร้สายมาตรฐาน Lag-Free ไร้ความหน่วงเสียงดี ครอบเต็มหูใส่สบาย

HyperX Cloud II Wireless งานออกแบบและกลิ่นอายของ HyperX Cloud II หูฟังเกมมิ่งตัวที่ได้รับความนิยมที่สุด ตอนนี้มาในรุ่นพัฒนากับการใช้สัญญาณแบบไร้สายแล้วครับ

HyperX Cloud II Wireless ยังคงคอนเซปในเรื่องของความเบาและความสบายในการสวมใส่ครับ

น้ำหนักรวมไมค์อยู่ที่ 309 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าเบาสุดในกลุ่มระดับตลาดเดียวกัน และยังใช้งานออกแบบ Signature HyperX Comfort ผิววัสดุในส่วนสัมผัสไม่เหนียวไม่ระคาย ใช้ที่ครอบหู Memory Foam หุ้มผิวสัมผัสหนัง แกนหูฟังเป็นแกนโลหะน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นได้เคลือบผิวด้วยสีแดง HyperX


ดำสลับแดงตลอดทั้งตัว ด้ายแดงเย็บเก็บขอบส่วนที่คาดศีรษะ ด้านบนเป็นหนังเทียมปั้มตรา HyperX สวยงามครับ ฝาหูฟังซ้ายขวาสกรีนโลโก้เป็นผิวโลหะทั้งคู่

ปุ่มควบคุมบนตัวหูฟังครบจบในตัวเอง แม้ว่าปกรณ์ของ HyperX จะสามารถเซ็ตค่าต่างๆ ผ่านโปรแกรม NGENUITY Software ได้ทั้งหมด แต่เจ้าตัวนี้ก็ควบคุมจบด้วยตัวมันเองได้เช่นกัน โดยมีปุ่มหมุนปรับระดับเสียง ปุ่มเปิดปิดตัวหูฟังพร้อมไฟแจ้งสถานะการทำงาน และใช้เป็นปุ่มเปิดปิดการทำงานของระบบเสียง 7.1 Surround ในตัวด้วย และก็มีปุ่มสำหรับเปิดปิดไมค์โครโฟนโดยตรง

มีพอร์ทชาร์จในแบบ USB Type C พร้อมสายที่แถมมาให้แบบสั้นๆ ครับ เพราะสายมีเอาไว้เพื่อชาร์จไฟเพียงอย่างเดียว การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่าง PC, Notebook หรือเครื่องเกมอย่าง Nintendo Switch หรือ PlayStation จะใช้ตัว USB Dongle 2.4GHz Wireless เป็นตัวรับส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายเพียงเท่านั้นครับ

นำ USB Dongle 2.4GHz Wireless ไปเสียบกับอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งาน จะมีไฟแจ้งสถานะการทำงานอยู่บนตัว USB จากที่ทดสอบสัญญาณเสียงของรุ่นนี้การันตีเกรด Lag-Free ครับ เสียงที่มาถึงหูฟังปราศจากความล่าช้า ใช้งานเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง เสียงซิงก์เป๊ะกับภาพพอดี ระยะการเชื่อมต่อสามารถเดินไปได้ไกลได้ถึงประมาณ 15 เมตรเสียงถึงจะเริ่มมีอาการให้ได้ยิน อิสระมากครับเวลาใช้งานหูฟังไร้สาย เดินไปไหนมาไหนก็ยังได้

เมื่อวาง Earpads แนบใบหูแล้วโลกจะเงียบ ไม่ใช่เงียบด้วยซอฟท์แวร์ ANC แต่เงียบเพราะความพอดีจาดเนื้อวัสดุและการออกแบบ ที่เก็บเสียงได้ดีจนเหมือนเปิดระบบตัดเสียงรบกวน บวกกับน้ำหนักที่เบา ก้านหูฟังที่ไม่แข็งเกินไป และบุภายใน Earpads ด้วย Memory Foam ทั้งหมดคือการออกแบบเฉพาะของ Signature HyperX Comfort ความสบายของผู้สวมใส่ของรุ่นนี้ผมให้คะแนน 10/10 ครับ

HyperX Cloud II Wireless ยังเรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่ให้ไดรเวอร์ใหญ่เป็นตัวท็อปของกลุ่มตลาด

ขณะที่บางเจ้าให้ไดร์เวอร์ขนาด 40mm หรือใหญ่หน่อยก็ 50mm แต่สำหรับรุ่นนี้ใช้ไดรเวอร์ 53mm ใหญ่กว่า พลังเสียงมาเต็มกว่าแบบที่ไม่อึดอัด ซึ่งในเกรดหูฟังราคานี้ผมว่าเราควรได้เสียงในระดับที่คาดหวังได้ เสียงฉากแอคชั่นหรือจังหวะกระชากอารมณ์ของเกมรุ่นนี้ให้เสียงที่เต็มอารมณ์แน่นอนครับ

หรือถ้านำไปใช้ฟังเพลง อยากโยกกับ EDM ในระดับ Volume MAX 100! เจ้าตัวนี้พาคุณลอยได้แน่นอน ผมรับประกัน ^^ (ผมก็กำลังใช้มันเพื่อลอยไป รีวิวไป 555 ) ลองซัดกับซาวด์เพลง Tsunami (บอร์เจียส) เอาอยู่ทุกร่องเสียง ทุกซาวด์ เก็บหมดแบบไม่ต้องพยายาม

และยังรองรับระบบ HyperX 7.1 Surround Sound ระบบเสียงรอบทิศทาง นำไปใช้กับภาพยนตร์ คลิปวีดีโอ หรือเกมที่รองรับระบบเสียง 7.1 ได้ทั้งหมดครับ จะเป็นการเพิ่มมิติเสียงจากแค่สเตอริโอซ้ายขวา กลายเป็น 7 ทิศทางเสียง ผมทดสอบเปิดปิดและฟังมิติเสียงได้มิติชัดเจนครับ (สามารถเปิดและปิด 7.1 Surround ได้จากการกดปุ่มพาวเวอร์หนึ่งครั้ง)

การฟังเพลงในระบบสเตอริโอและแบบ Surround อาจจะเรียกว่าให้อารมณ์คนและแบบ สามารถเลือกได้ตามรสนิยมความชอบนะครับ บางคนชอบฟังเพลงในแบบสเตอริโอแต่บางคนก็ชอบฟังเพลงในเสียงแบบเซอร์ราวด์ ถ้าเป็นเรื่องเพลงผมว่าแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ถ้าเป็นภาพยนตร์หรือการเล่นเกมอันนี้คือปิดไม่ได้เลยนะครับ ความมันของการรับฟังเสียงเหมือนคนละเรื่อง ^^ ผมขอร้องกัน อย่าใช้ระบบเสียงสเตอริโอกับการดูหนังหรือเล่นเกม ถ้าหูฟังของเรารองรับระบบเสียง 7.1 ถือว่าขอ 555

ในกล่องจะมีไมค์สำหรับเชื่อมต่อกับชุดหูฟังมาให้ เป็นไมค์แบบสองทิศทาง ใหญ่กว่าทั่วไปมาในขนาด 6mm  ไมค์แบบสองทิศทางมีข้อดีคือคุณจะหันหัวไมค์มาทางไหนก็ได้ ไม่ต้องหมุนหาด้านรับเสียงเหมือนหัวไมค์ทิศทางเดียว ภายในกล่องจะมาพร้อมฟองน้ำกันลมหุ้มหัวไมค์ จะบอกว่าแค่จับฟองน้ำหุ้มหัวไมค์ก็มีคุณภาพแล้ว 555 ฟองน้ำหนาแน่นมากครับ

ตัวไมค์จะมีไฟ LED แจ้งสถานะการทำงานให้เราได้มองเห็นได้ง่ายๆ   เมื่อเรากดปิดการใช้งานไมค์ ไฟ LED สีแดงจะติดขึ้นมาเพื่อให้เราทราบว่าไมค์กำลังถูกปิดอยู่ เราสามารถกดเปิดปิดไมค์ได้บนปุ่มเฉพาะบนตัวหูฟังครับ ออกแบบปุ่มมาดี ให้เราคลำๆ เอาก็จะเจอได้ เพราะเขาทำปุ่มไมค์มาแบบยื่นนูน แต่ปุ่มพาวเวอร์จะเป็นแบบเว้าโค้งเข้าไป

ที่ครอบหูเงียบๆ มีสมาธิ มีไมค์รับเสียงที่โอเค เอามาใช้เรียนหรือทำงานในแบบออนไลน์ ผมว่าก็เหมาะเช่นกัน และแบตเตอรี่มันก็อึดมากครับไม่ต้องชาร์จบ่อย ผมเปิดต่อเนื่องแบบฟลูฟังก์ชั่น ในระดับเสียงเกือบเต็มร้อย มันก็ยังใช้แบตไปแค่ประมาณชั่วโมงละ 3% เท่านั้นเอง

แต่อย่างไรแม้จะสามารถทำงานได้บนตัวมันเองแทบทั้งหมด แต่เราก็ควรจะติดตั้งโปรแกรม NGENUITY Software มาใช้งานบนอุปกรณ์ Windows นะครับ เพราะภายในโปรแกรมจะทำให้เราสามารถมอนิเตอร์การทำงานของหูฟังได้ บอกระดับแบตเตอรี่ให้เราทราบ และใช้เซ็ตค่าบางอย่างที่ต้องทำผ่านโปรแกรมเท่านั้น อย่างเช่นตั้งเวลาให้หูฟังทำการปิดตัวเองอัตโนมัติเพื่อถนอมแบต เมื่อเราไม่ได้ใช้งานสักระยะหนึ่ง เราตั้งค่าไว้ได้ครับว่าให้มันปิดตัวเองภายในกี่นาที

การเปิดปิดฟังก์ชั่น MIC MONITORING ก็สามารถทำได้ในตัวโปรแกรม มันคือคำสั่งเปิดปิดการรับเสียงพูดของเราเอง และให้เสียงรอบตัวสามารถผ่านไมค์เข้ามายังหูฟังของเราได้มากขึ้น เพราะบางคนชอบได้ยินเสียงตัวเองไปด้วยนั้นเองครับ และจะบอกว่าฟีเจอร์ Lag-Free ก็ยังเห็นผลในเรื่องของการได้ยินเสียงพูดตัวเองตรงนี้ด้วย เสียงจากไมค์มาสู่หูฟังของเราเป็นแบบเรียลไทม์มากๆ ไม่แลค ไม่หลอน ไม่สะท้อนเสียงตัวเองแม้จะเป็นระบบรับส่งเสียงกับอุปกรณ์แบบไร้สาย

สรุปท้ายรีวิว

ใส่ได้นาน ใส่สบาย ไม่ต้องมีสายให้เกะกะ ควบคุมง่ายผ่านบนตัวหูฟังได้หมด เสียงดีมีระบบ 7.1 Surround และแบตเตอรี่อึด ผมให้หูฟังตัวนี้ครบเครื่องมากครับ ใช้งานง่ายและจบในตัวเอง

HyperX Cloud II Wireless จะเปิดจำหน่ายในไทยช่วงกลางเดือนทีนาคม ราคาจำหน่ายเปิดตัวจะอยู่ที่ประมาณ 149$ ถือว่าราคาดีสำหรับหูฟังไร้สาย 7.1 Surround โดยเฉพาะให้คุณภาพการใช้งานในระดับนี้นะครับ ใช้ใส่เรียน เล่น ทำงาน ดูหนังฟังเพลง เหมาะสมได้หมด เป็นหูฟังประจำตัวที่ดีได้แน่นอน

ข่าว: รีวิว HyperX CLOUD II WIRELESS หูฟัง 7.1 Surround รุ่นไร้สายมาตรฐาน Lag-Free ไร้ความหน่วงเสียงดี ครอบเต็มหูใส่สบาย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/19/review-hyperx-cloud-ii-wireless.html