คลังเก็บป้ายกำกับ: Accessories

รีวิว Sudio Fem หูฟังแบบ True wireless จากสวีเดน เสียงดีเกินคาด ส่งให้ฟรีทั่วโลกในราคา 4,890.-

รีวิวหูฟัง Sudio Fem หูฟัง True Wireless อีกหนึ่งไอเท็มใครๆ ก็ต้องมี !!  ด้วยรูปลักษณ์ที่กระทัดรัด ง่ายต่อการใช้และพกพา จะเห็นว่ามีหลายๆ แบรนด์ทยอยเข็นหูฟังบลูทูธไร้สายออกมาสู่ตลาดกันจนซื้อตามแทบไม่ไหว ครั้งนี้ Appdisqus ก็จะขอนำเสนออีกแบรนด์ ” Sudio”  ให้กับผู้ที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายให้เป็นหนึ่งในตัวเลือก

สำหรับบางคนอาจจะไม่คุ้นแบรนด์ Sudio กันเท่าไหร่  Sudio เป็นแบรนด์ผลิตหูฟัง wireless ของสวีเดน ที่มีรูปลักษณ์เรียบหรูแบบมินิมอล ออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวีย วางขายมาแล้วในหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้ รวมทั้งจากสื่อต่างประเทศเช่น GQ , Vogue และ Elle อีกด้วย คราวนี้เราจะมาดูกันว่าหูฟังหูฟัง True Wireless  Sudio รุ่น Fem ที่มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ IPX5 ไมโครโฟนในตัวถึง 4 ตัว มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดลดเสียงรบกวนจากภายนอก Noise reduction  น้ำหนักเบา เสียงดี ฟังเพลงได้นานต่อเนื่องถึง 20 ชม.

แกะกล่องหูฟัง SUDIO FEM



เปิดกล้องออกมานอกจากจะเจอกล่องหูฟังแล้ว ยังมีกระเป๋าผ้าเล็กๆ มีสายสะพายแบบถักให้ด้วย นอกจากยังมีถุงกระดาษผูกริบบิ้น ที่คาดว่าเป็นถุงสำหรับซื้อเป็นของฝาก แหม่..มุ้งมิ้ง Sudio คิดมาให้เรียบร้อย มาแกะกล่องหูฟังกันดีกว่าค่ะ

อุปกรณ์ในกล่องหูฟัง

  • หูฟัง SUDIO รุ่น FEM 1 คู่
  • เคสชาร์จหูฟัง
  • สาย USB-C 1 เส้น สำหรับชาร์จเคส
  • จุกซิลโคน 4 คู่ สีเดียวกับตัวหูฟัง
  • คู่มือการใช้งานสารพัดภาษา ยกเว้นภาษาไทย T-T
  • การ์ดการันตีคุณภาพสินค้า 1 ปี

หูฟัง Sudio Fem มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ IPX5  เคสชาร์จทรงกลมสีเรียบออกแบบเกลี้ยงๆ พร้อมสายหนังน่ารักดีค่ะ น้ำหนักเบา วัสดุประกอบดูค่อนข้างพรีเมี่ยม ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่อยู่ด้านใน

เชื่อมต่อแบบไร้สาย ใช้งานสะดวก

การเชื่อมต่อครั้งแรก เชื่อมต่อหูฟังกับสมาร์ตโฟนด้วยระบบบลูทูธไร้สาย หยิบหูฟังทั้ง 2 ข้างขึ้นมาใส่หู แล้วแตะหูฟังด้านขวาค้างจนได้ยินเสียง Power on ทำเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง หลังจากที่เราได้เชื่อมต่อหูฟังครั้งแรกกับบลูทูธโทรศัพท์แล้ว การใช้งานครั้งหน้าเพียงแค่หยิบหูฟังออกมาจากเคสชาร์จก็จะเชื่อมต่อบลูทูธเองโดยอัตโนมัติ

ทดสอบการโทร

ทดสอบการสนทนาทางโทรศัพท์ หูฟัง Sudio Fem มีไมค์ถึง 4 ตัว  มีไมโครโฟนข้างละ 2 ตัว สามารถแตะหูฟัง 1 ครั้ง เพื่อรับสาย และแตะ 2 ครั้ง เพื่อวางสายโดยไมโครโฟนด้านหน้าจะเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา และไมโครโฟนด้านหลังมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนภายนอกได้  ทำให้เสียงสนทนาชัดเจนทั้งสองฝั่ง ทดสอบโดยการโทรและรับสายหน้าพัดลม 555 ปลายสายจะได้ยินเสียงลมเบาๆ ทั้งที่เปิดเบอร์แรงสุดเลยคุณขา ขนตากระพรือแต่เสียงสนทนาไม่สะดุด ทดสอบคุยในตลาดที่มีผู้คนมากๆ เสียงก็ยังโอเคร

ทดสอบเสียง

ทดสอบการฟังเพลงผ่าน Apple Music คือเจ้าตัวหูฟัง SUDIO  ไม่มีแอพพลิเคชั่นในการปรับเสียง เพราะฉะนั้นเสียงจะเป็นการจูนมาจากโรงงานเลย ที่นี้เราเลยต้องมาดูว่าเสียงของหูฟังตัวนี้เหมาะกับเพลงแนวไหน เริ่มด้วยแนวเพลงอาร์แอนด์บี ต่อด้วยป็อปใสๆ ทั่วไป ฮือ…เสียงดีเวอร์ นี่คือไม่ได้อวย ใส่ครั้งแรกเปิดเพลง พอเพลงขึ้นเท่านั้นแหละ ความละมุนมาเลย  ฟังเพลินจนลืมว่าต้องรีวิว 555 เบสชัดเจนไม่หนักจนขี้หูกระตุก เสียง แหลม เสียงทุ้มทำมาพอดี ต่อด้วยเพลงจังหวะดีดขึ้นมาหน่อย ใครที่ชอบฟังเพลงแนวซินท์ป๊อป โซฟิสติป็อป แดนซ์ป็อป หรือเพลงที่เน้นเสียงสังเคราะห์ ตัวนี้ตอบโจทย์มาก

ระบบเสียง
• ใช้ไดรฟ์เวอร์ แบบ Graphene
• ไดรฟ์เวอร์ ไซส์ 5.6 มม.
• ระยะคลื่นความถี่ 20 Hz – 20 kHz
• ความต้านทานต่อไฟฟ้าสลับ 16 Ω @ 1kHz
• ระดับเสียง Sensitivity 93±3dB @ 1kHz

การควบคุม

  • ปิด / เปิด โดยการแตะหูฟังด้านใดก็ได้ 1 ครั้ง
  • แตะหูฟังด้านขวา 2 ครั้ง เพื่อฟังเพลงต่อไป
  • แตะหูฟังด้านซ้าย 2 ครั้ง เพื่อฟังเพลงก่อนหน้า
  • แตะหูฟังด้านขวาหรือด้านซ้ายค้างไว้ประมาณ 1 วินาที เพื่อเรียก Siri หรือผู้ช่วยระบบอื่น ๆ

แบตเตอรี่และการใช้งาน

ใช้งานได้ 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รวมตลับเคสชาร์จฟังเพลงได้นานต่อเนื่องถึง 20 ชม.  ชาร์จแบบเร็ว 15 นาที ใช้งานได้ 1 ชม. ตัวหูฟังมีขนาดเล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบา มีไมโครโฟนในตัวทั้ง 2 ข้างทั้งหมด 4 ตัว  กันน้ำกันฝุ่น ละอองฝน และเหงื่อ ระดับ IPX 5 สามารถใส่ออกกำลังกาย กระโดด หรือใส่วิ่งได้ ไม่หลุดง่าย สวมใส่ได้แน่นกระชับเหมาะกับการออกกำลังกายและฟังเพลงไปด้วย

เคสชาร์จมาพร้อมแบตเตอรี่ในตัวความจุ 500 mAh พอร์ตชาร์จเป็นแบบ USB-C ที่มีระบบ Quick Charge ชาร์จเคสได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีสถานะไฟ 4 ดวงบอกระดับแบตเตอรี่

จุดเด่นของหูฟัง SUDIO FEM

  • เป็นหูฟังแบบ True wireless ที่สามารถใช้งานได้รวม 20 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอร์รี่ 1 ครั้ง

  • กันนำ้ระดับ IPX 5

  • ควบคุมด้วยระบบสัมผัส

  • มาพร้อมกับเคสใส่หูฟังชาร์จแบตได้ในตัว

  • ไดรฟ์เวอร์หูฟังทำมาจาก graphine ให้เสียงคุณภาพแบบดีเยี่ยม

  • สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของคุณได้อัตโนมัติ ได้ทั้ง iPhoneและ Android

  • ใช้ระบบควบคุมการสั่งการได้ทั้ง Siri และ Google Assistant

มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ Midnight Blue, Black, White, Pink ราคา 4,890 บาท

ส่วนลดจากเว็ป Appdisqus 15% discount code: appdisqusfem

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ SUDIO ที่ https://www.sudio.com

นอกจากนี้ Sudio เรายังจัดส่งให้ฟรีทั่วโลก รวมทั้งประกันสินค้านานถึง 18 เดือน เมื่อสั่งซื้อสินค้าจาก official website ด้วยค่ะ

ข่าว: รีวิว Sudio Fem หูฟังแบบ True wireless จากสวีเดน เสียงดีเกินคาด ส่งให้ฟรีทั่วโลกในราคา 4,890.- มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/01/28/review-sudio-fem-true-wireless.html

Review – เปลี่ยนฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้ว เป็นฮาร์ดดิสค์พกพาด้วยกล่องหลักร้อย

บางบ้านมักจะมีฮาร์ดดิสค์เหลือใช้ หรือฮาร์ดดิสค์ที่ถอดออกมาจากการอัพเกรทพีซีเครื่องเก่าโดยเฉพาะฮาร์ดดิสค์ไซท์ใหญ่ของเครื่องพีซีแบบ 3.5 นิ้ว ที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี วันนี้ผมเลยขอมาแนะนำกล่องที่จะแปลงฮาร์ดดิสค์พีซีให้เป็นฮาร์ดดิสค์ที่สามารถต่อแบบ USB ได้ เหมือนกล่องฮาร์ดดิสค์พกพาแบบ 2.5 นิ้ว ที่ทีมงานเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ ในราคาแค่หลักร้อยเท่านั้น

ก่อนอื่นขอแนะนำจุดที่แตกต่างระหว่างกล่องของฮาร์ดดิสค์ 2.5 นิ้ว และ 3.5 นิ้วก่อน ส่วนใหญ่ของฮาร์ดดิสค์แบบ 2.5 นิ้ว แทบไม่ต้องใช้ไฟเสริมแค่สาย USB เส้นเดียวก็เอาอยู่ เพราะออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานอยู่แล้ว แต่สำหรับฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้ว จำเป็นต้องต่อไฟเพิ่มไม่สามารถใช้แค่สาย USB จ่ายไฟได้เท่านั้น แต่ความเร็วการอ่านเขียนก็จะดีกว่าฮาร์ดดิสค์แบบ 2.5 นิ้ว

โดย BOX HDD ตัวนี้ทีมงานสอยมาจาก lazada ในราคาประมาณ 300 บาท จุดเด่นที่ทีมงานเลือกคือความสะดวกเพราะไม่ต้องต่อ Adapter ต่อแค่สาย power และสาย USB เปิดสวิตซ์ก็พร้อมใช้งาน โดยออกแบบมาเป็นกล่องที่มีฝาปิดไม่ได้เป็นแท่นเหมือนที่เราเห็นกันตามร้านช่าง ซึ่งผมว่าแบบนี้ปกป้องฮาร์ดดิสค์ได้ดีกว่า และยังเป็นกล่องที่เหมาะกับการพกพาอีกด้วย โดยสเปครองรับ ฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้ว แบบ SATA III เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.0 พร้อมปุ่ม OTB สำหรับสำรองข้อมูลได้ด้ย

รายละเอียด

  • ประเภทสินค้า: กล่อง HDD
  • ขนาดผลิตภัณฑ์: 186*116.5*36mm
  • การสำรองข้อมูลแบบปุ่มเดียว: การสนับสนุน ซอฟต์แวร์ OTB
  • ไฟแสดงสถานะ: สถานะไฟ LED – สีฟ้าอ่านและเขียน – สีแดง
  • อินเตอร์เฟซเอาท์พุท: USB3.0 (และสามารถทำงานร่วมกับ USB2.0)
  • OS : Windows2000/XP/Vista/Win7/8/10, Linux/MAC OS
  • ฮาร์ดดิสก์: SATA 2.5/3.5 นิ้ว
  • อินพุต: AC 100-240 V (แหล่งจ่ายไฟในตัว)

หน้าตากล่องเรียบๆ พร้อมบอกสเปคหน้าตาครบครัน

ภายในกล่องนอกจากตัว BOX HDD แล้ว ก็ยังมีสายไฟแบบ 2 ขั้วเหมือนที่ใช้ในปริ้นเตอร์ ,สาย USB 3.0 แบบ Type A to Type A และน๊อต 4 ตัวสำหรับยึดฮาร์ดดิสค์กับกล่อง

 

ตัวกล่องจะมาในรูปแบบเรียบๆสีดำ วัสดุเป็นพลาสติกธรรมดาไม่ได้ดูแข็งแรงมาก แต่ก็ไม่นำไฟฟ้า จะเป็นเป็นส่วนควบคุมซึ่งจะมีแผงวงจร รวมไปถึงภาคจ่ายไฟและปุ่ม OTB สำหรับสำรองข้อมูล ด้านล่างจะมีช่องระบายความร้อน และการใส่ฮาร์ดดิสค์จะทำโดยการสไลด์กล่องออกมา

ด้านหลังจะมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-A ,สวิตซ์เปิด/ปิด ช่องต่อปลั๊ก และรายละเอียดสเปคคร่าวๆ

การติดตั้งฮาร์ดดิสค์ก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่สไลด์กล่องออกมา จากนั้นก็สไลด์ฮารืดดิสค์เข้าไปที่พอร์ต SATA ยึดน๊อตสไลด์กล่องปิดเป็นอันเรียบร้อย พร้อมใช้งาน

การใช้งานก็แต่ต่อปลั๊กไฟ ต่อสาย USB เปิดสวิตซ์ ตัวพีซีก็จะเห็นไดร์ฟโดยอัตโนมัติ โดยจะมีไฟแสงสถานะอยู่ข้างปุ่ม OTB สีฟ้าๆ

เช็คสเปคเบื่องต้นโชวืได้อย่างครบครันเหมือนฮารืดดิสค์ภายใน

ความเร็วการอ่านเขียนบอกเลยว่าดีกว่าฮาร์ดดิสค์ 2.5 นิ้วที่ความเร็วรอบเท่ากัน เท่าๆกับการต่อฮาร์ดดิสค์กับสาย SATA ตรงบนเมนบอร์ดเลย

BOX HDD 3.5 นิ้ว นี้เหมาะกับท่านที่มีฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้ว เหลือไม่ได้ใช้ เอาแปลงมาเป็นไดร์ฟสำรองข้อมูลที่เร็วไม่แพ้ต่อตรงกับเมนบอร์ด หรือเอาไว้พกพาเผื่อไปทำงานต่างสถานที่ก็พอได้ด้วยตัวกล่องที่ช่วยปกป้องฮาร์ดดิสค์ หรือจะเป็นสายช่างที่มีไว้สำรองข้อมูลให้ลูกค้า ตรวจเช็คฮาร์ดดิสค์เบื่องต้นหรือดึงข้อมูลออกมาก่อนฟอร์แมทใหม่เผื่อเครื่องของท่านบินไปแล้ว แนะนำซื้อติดไว้ใ้ไม่เสียหายครับ เพราะเวลาต้องการใช้มักจะหาซื้อไม่ทัน

จุดเด่น

  • ราคาประหยัด
  • มีปุ่มสำรองข้อมูล
  • ช่วยปกป้องฮาร์ดดิสค์

ข้อสังเกตุ

  • วัสดุดูไม่แข็งแรง
  • ปุ่มสำรองข้อมูลต้องการซอฟแวร์ที่รองรับ

from:https://notebookspec.com/review-box-harddisk-3-5-inches/506500/

รีวิว CheetahTALK เครื่องแปลภาษาแบบพกพา เบาบาง ใช้ง่าย กดเพียงปุ่มเดียวรองรับ 42 ภาษาทั่วโลก

เปิดตัวออกมาในประเทศไทยแล้วครับ CheetahTALK อุปกรณ์แปลภาษาขนาดเล็ก เน้นพกพาง่าย ออกแบบให้ใช้งานง่ายด้วยปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียว เปิดราคาจำหน่ายก็ไม่แพงน่าลองครับ แค่ 2,790 บาท และมีโค๊ดส่วนลดเป็นโปรโมชั่นในช่วงแรกอีก 300 บาท (แสดง Code  CHEETAH300 ที่ร้าน Banana)

ตัว CheetahTALK เล็กบาง และเบามากครับ น้ำหนักไม่ต่างไปจากปากกาสักด้ามหนึ่ง แต่ถือจับง่ายเพราะออกแบบมาให้เป็นทรงแบนคล้ายรีโมททีวีขนาดเล็ก ขนาด 136×35×9 มิลลิเมตร หนักแค่ 45 กรัม


ตัวมันมีไมโครโฟนรับเสียงคุณภาพสูง ซึ่งจะรับเสียงมนุษย์และแยกแยะคำพูดได้ดีกว่าอุปกรณ์ทั่วๆ ไป พร้อมลำโพงเล่นเสียงในตัวเองอยู่ด้านหลัง แป้นเครื่องด้านหน้าข้างๆ ปุ่มควบคุมจะรองรับทัชสกรีนสไลด์เพื่อปรับระดับเสียงของลำโพง แต่จะมีปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายๆ ครับ แค่เพียง “กดค้างเพื่อพูด” และ “ปล่อยเพื่อฟังคำแปล” 

โดยตัวปุ่มควบคุมนี้ยังสามารถใช้กดอีกครั้งเพื่อฟังคำแปลล่าสุดใหม่ถ้าไม่ได้ยิน และมีไฟแสดงสถานะรอบปุ่มเพื่อให้เห็นว่าเรากำลังกด และใช้เป็นตัวแจ้งสถานะในกรณชาร์จแบตเตอรี่

ระบบการชาร์จแบตเป็นแบบขั้วแม่เหล็ก ซึ่งมีสายชาร์จที่ใช้งานคู่กับมันแถมมาให้ภายในกล่องครับ


ข้อดีของเจ้า CheetahTALK คือมันจะเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ที่ภายในมีระบบ AI ในการแยกแยะเสียงพูดได้ด้วยตัวมันเองว่าเป็นภาษาอะไร เช่น เราตั้งค่าคู่สนทนาไว้ว่าเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาญี่ปุ่น คุยกับเราที่เป็นคนไทย  ในเวลาใช้งานไม่จำเป็นต้องระบุบอกอะไรว่าใครเป็นใคร แค่กดค้างปุ่มควบคุมไว้แล้วพูดไปตามปกติในภาษาของเรา มันจะรู้ว่าสิ่งที่มันได้ยินเป็นภาษาไหน และจะทำการแปลออกมาเป็นภาษาตรงข้ามในทันทีที่เราปล่อยปุ่มกดครับ

ความง่ายในการใช้คือจุดเด่นของ CheetahTALK และตัวอุปกรณ์ก็ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเดินทางและการท่องเที่ยวด้วยครับ เพราะการผลิตของมันอยู่ภายใต้มาตรฐานการกันน้ำกัน IP 54 กันละอองฝน ฝุ่นทราย และน้ำสาดกระเซ็นใส่ได้ครับ เคลือบสีแบบกันยูวีและรอยขีดข่วนไม่ให้เก่าง่ายๆ และภายในใส่แบตเตอรี่ขนาด 700mAh ซึ่งสามารถเปิดสแตนบายด์พร้อมใช้งานได้นานถึง 180 วัน หรือประมาณ 6 เดือนเลยทีเดียวครับ ถ้าใช้งานหนักๆ แปลต่อเนื่องกันทั้งวัน ก็ได้รวมประมาณ 24 ชั่วโมง

จำเป็นต้องใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต

CheetahTALK เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้คู่กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อเน็ตได้เป็นหลักนะครับ โดยจำเป็นต้องใช้คู่กับแอพพลิเคชั่น CheetahTALK ซึ่งรองรับทั้งอุปกรณ์ในระบบ Android และ iOS (ใช้กับ iPad ก็ได้เช่นกัน)

หลังการติดตั้งแอพพลิเคชั่นแล้ว ก็ทำการเชื่อมต่อตัวแอพเข้ากับอุปกรณ์ CheetahTALK โดยการกดปุ่มควบคุมของเครื่องค้างเอาไว้


เมื่อเชื่อมต่อแล้วก็พร้อมใช้งานแล้วครับ เชื่อมต่อไม่ยากเพราะคำแนะนำต่างๆ ของ CheetahTALK จะเป็นเสียงภาษาไทยมาเลยครับ จริงๆ แค่เปิดแอพที่หน้าแรกเชื่อมต่อ แล้วกดปุ่มบนตัว CheetahTALK ไว้ประมาณสามวิ มันก็เชื่อมต่อกันแล้วครับ เอาไว้ใกล้ๆ กันก็พอ

ภายในตัวแอพ จะทำหน้าที่อัพเดทระบบ ดูแบตเตอรี่คงเหลือ และเป็นตัวกำหนดคู่ภาษาที่ต้องการให้แปล โดยในเบื้องต้นรองรับ 42 ภาษาแล้วครับ เลือกคู่ภาษาที่ต้องการเอาไว้แล้วก็เก็บโทรศัพท์ได้เลย แค่ให้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ CheetahTALK อยู่ในระยะสัญญาณบลูทูธ (ประมาณ 15 เมตร) และอุปกรณ์นั้นเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น 3G/4G หรือสัญญาณ WI-Fi ได้หมดครับ




โดยภายในแอพพลิเคชั่น ยังช่วยบันทึกคำแปลเป็นประโยคย้อนหลังไว้ให้เราอีกด้วยครับ ย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่พูดไว้ได้เลย หรือจะประยุกต์ใช้เป็นอุปกรณ์บันทึกช่วยจำชั่วคราวก็ได้อยู่นะ ^^ เช่นหยิบมาพูดเบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ที่ต้องการเดินไปเป็นต้น


แต่จริงๆ แล้วภายในแอพพลิเคชั่น จะมีคุณสมบัติให้ใช้ CheetahTALK เป็นเครื่องบันทึกเสียงได้ด้วย โดยจะแนะนำไว้ว่า “กรุณาอย่าใช้บันทึกเสียงยาวเกิน 2 ชั่วโมง” น่าจะเพราะเรื่องของหน่วยความจำและความร้อนของเครื่องครับ



ข้อดีของ CheetahTALK 

ออกแบบสวย กันน้ำกันฝุ่น IP54 พกพาง่าย จับเสียงได้ค่อนข้างแม่น ระยะพูดประมาณ 30 เซนติเมตรก็ยังจับเสียงได้ดี เวลาเดินทางสะดวกคล่องตัว และดูเหมาะสมกว่าในการใช้งานกับคู่สนทนา ความสามารถแปลภาษาได้ 42 ภาษา และความเร็วในการแปลค่อนข้างรวดเร็วเลยครับ

ข้อจำกัดของ CheetahTALK 

ต้องใช้งานคู่กับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตตลอดเวลา ไม่สามารถทำงานด้วยตัวเองแบบออฟไลน์ได้ ไม่มีช่องเชื่อมต่อหูฟัง ใช้ในที่เสียงดังๆ อาจจะไม่ได้ยินคำแปลจากตัวลำโพง

สรุปท้ายรีวิว

ราคาไม่แพง ใช้งานได้ตรงประเด็น สะดวกกว่าการใช้มือถือเอาขึ้นมาจ่อปากเพื่อแปลภาษา แถมแบตอึดและไปกับเราได้ทุกที่เพราะพกง่ายและกันน้ำกันฝุ่น ออกแบบสวยน่าถือใช้ ราคาแค่ 2,790 บาท ใครไปต่างประเทศบ่อยๆ หรือไปยังที่ๆ เราไม่คล่องภาษา พกพาไว้สักอันไม่เกะกะกระเป๋าแต่อย่างใด และจะทำให้เรากล้าสนทนากับต่างชาติได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ

ข่าว: รีวิว CheetahTALK เครื่องแปลภาษาแบบพกพา เบาบาง ใช้ง่าย กดเพียงปุ่มเดียวรองรับ 42 ภาษาทั่วโลก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/01/19/review-cheetahtalk.html

Xiaomi เปิดตัวแอร์ SmartMi Full DC Inverter มี AI ควบคุมอุณหภูมิ สั่งงานผ่านแอปได้ ราคาเริ่มต้นราว 10,000 บาท

หลังจากที่ Xiaomi ได้ประสบความสำเร็จในเครื่องฟอกอากาศ โดยเฉพาะเจ้า Mi Air Purifiers ที่ขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่า คราวนี้อัปเกรดมาอีกขั้นเป็นแอร์ติดบ้าน ชื่อ SmartMi Full DC ใช้ระบบ Inverter ที่ประหยัดไฟสุดๆ พร้อมกับมีระบบ AI ที่คอยควบคุมอุณหภูมิและสามารถสั่งงานผ่านแอป MiSmart Air ได้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 2299 หยวน หรือประมาณ 10,000 บาท

สำหรับแอร์ SmartMi Full DC Inverter ของทาง Xiaomi นั้นได้ผู้เชี่ยวชาญจาก HITACHI และ Panasonic มาช่วยในการผลิต โดยดีไซน์ตัวเครื่องออกแบบมาเรียบหรู บอดี้เครื่องเป็นสีขาวดูทันสมัย ในเบื้องต้นตัวแอร์จะมีสเปคต่างๆ ดังนี้

  • กินไฟสูงสุด 3500W เมื่อทำความเย็น / ทำความร้อนกินไฟสูงสุด 4500W
  • เหมาะกับใช้ห้องขนาดพื้นที่ 23 ตร.ม
  • ปล่อยลมความแรงได้สูงสุด  700 m3/h
  • ทำงานเสียงดังสูงสุดแค่ 21 เดซิเบล
  • มี AI คอยควบคุมอุณหภูมิ และสามารถสั่งงานผ่านแอป MiSmart Air ได้

นอกจากนี้เจ้า SmartMi Full DC Inverter ยังผ่านมาตรฐานการใช้พลังงานรายปี หรือ APF โดยได้ค่าอยู่เฉลี่ยที่ 4.65 จากที่รัฐบาลจีนกำหนดมาตรฐานไว้ที่ 4.5 โดยทาง Xiaomi เองก็ได้เคลมว่าแอร์รุ่นนี้ประหยัดไฟกว่าแอร์รุ่นอื่นของคู่แข่งกว่า 20% อีกด้วย

ราคาวางจำหน่าย SmartMi Full DC Inverter จะมี 2 รุ่น

  • ขนาด 12,000 BTU ราคา 2,299 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท)
  • ขนาด 18,000 BTU ราคา 2,699 หยวน (ประมาณ 12,000 บาท)

บอกเลยครับถ้าขายราคานี้จริง ถือว่าถูกมาก ตก BTU ละไม่ถึงบาท แถมยังได้ฟีเจอร์ต่างๆ ที่ตลาดปกติไม่ค่อยมีกัน โดยเฉพาะการควบคุมผ่านแอปที่เป็นเหมือนอุปกรณ์ IoT แบบเวลาเรากำลังจะกลับบ้าน ก็สามารถกดสั่งผ่านมือถือให้เครื่องทำงานได้เลย สะดวกสุดๆ ส่วน Xiaomi ประเทศไทยจะนำเข้ามาขายในไทยหรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

 

ที่มา : xiaomi-mi, gizmochina

from:https://droidsans.com/xiaomi-smartmi-full-dc-inverter/

ฟันธง – SSD ตามงบ เน้นถูกความจุเยอะต้องจัดแล้วอัพเดท 2020

หน่วยความจำแบบ SSD ถือเป็นหน่วยความจำหลักในผู้ใช้พีซีปัจจุบันไปซะแล้ว ด้วยราคาที่ถูกลงมาเยอะมาก และยังให้ประสิทธิภาพความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่สูง เปิดเครื่องเปิดโปรแกรมไวกว่าฮาร์ดดิสค์หลายเท่า จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงนิยมขนาดนี้ วันนี้ทีมงานขอฟันธงตามลำดับราคาเลยว่า งบเท่านี้ซื้อตัวไหน คุ้มค่าที่สุด

ไม่เกิน 500 บาท

งบนี้อาจจะยากหน่อย แต่ทีมงานก็หามาจนได้กับความจุระดับ 120 GB แบบ 2.5 นิ้ว SATA เหมาะกับการซื้อไปอัพเกรทพีซีโน้ตบุ๊คเครื่องเก่ายิ่งนัก

  • SSD GX1 120GB 480GB TEAM GROUP SATA 6Gb/s 2.5″ ราคา 485 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 120 GB SSD (เอสเอสดี) PIONEER APS-SL2 ราคา 479 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • HIKVISION C100 120GB ประกัน 3 ปี ราคา 495 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

500 – 1000 บาท

งบนี้ถ้าเป็นแบบ SATA 2.5 นิ้วต้องได้ความจุระดับ 240 GB ขึ้นไปแล้ว หรือถ้าเป็นแบบ PCIe ก็ต้องได้ที่ความจุ 120 GB ขึ้นไป

2.5 นิ้ว

  • SSD HIKVISION E100 256GB NAND Flash 3D ราคา 890 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • SSD Hikvision C100 240GB NAND Flash 3D 3Yearsราคา 780 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 240 GB SSD WD GREEN (WDSS240G2G0A) SATA 3D ราคา 9-0 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

PCIe

  • 128 GB SSD GIGABYTE PCIe/NVMe M.2 2280 ราคา 890 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 128 GB SSD M.2 PCIe ADATA XPG SX6000 Lite ราคา 880 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 128 GB SSD M.2 PCIe PLEXTOR M8SEGN ราคา 940 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

1000 – 1500 บาท

เน้นความจุต้องเป็น SSD แบบ 2.5 นิ้ว จะได้ความจุระดับ 480 GB ขึ้นไป เก็บข้อมูลลงเกมเหลือๆ หรือถ้าเป็น PCIe ต้องได้ 256GB แล้ว กับความเร็วระดับ 1,xxx MB/s ต้องมี

2.5 นิ้ว

  • SSD Team 480GB T-Force L5 Lite 3Years Warranty ราคา 1315 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • SSD GX1 480GB TEAM GROUP SATA 6Gb/s 2.5″ราคา 1340 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • Colorful SSD รุ่น SL500 ขนาด 480 GB (500/450 MB/s) ราคา 1480 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

PCIe

  • 256 GB SSD ADDLINK S68 PCIe/NVMe M.2 2280 ราคา 1290 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 240 GB SSD M.2 PCIe Apacer AS2280 ราคา 1120 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • Pioneer SSD APS SE20G V.2019 NVMe PCIe Gen3x4 256GB M.2 ราคา 1450 บาท  สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • HIKVISION E2000 256GB PCIe Gen 3 x 4, NVMe, ราคา 1550 บาท  สั่งซื้อได้ที่ >>Link<< (เกินงบแต่แรงระดับ 3,000 MB/s เลย)

1500 – 2000 บาท

งบนี้จะเน้นหนักไปที่ SSD แบบ PCIe ต้องได้ที่ความเร็วระดับ 1,xxx MB/s ความจุที่ระดับ 480 GB ขึ้นไป หรือความเร็วระดับ 3,xxx MB/s แต่จะได้ความจุที่ราว 256 GB ส่วน SATA 2.5 นิ้ว จะยังคงเป็นกลุ่มความจุ 480-512 GB ไม่ต่างจากราคาที่แล้วเท่าไร

PCIe

  • 480 GB SSD M.2 PCIe Apacer AS2280 NVMe ราคา 1770 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 512 GB Pioneer SSD รุ่น APS SE20 V.2019 NVMe 2000/1200 MB/s ราคา 1950 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 256 GB SSD M.2 PCIe GIGABYTE AORUS RGB ราคา 1950 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 256 GB SSD M.2 PCIe ADDLINK X70 RGB ราคา 1990 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

2000 – 2500 บาท

ยังเป็นแนวเดียวกับระดับราคาที่แล้วคือ SSD แบบ 2.5 นิ้ว ยังไม่มีรุ่น 1 TB มาให้เลือก ขณะที่ SSD แบบ M.2 PCIe จะมีตัวเลือกที่ความเร็วสูงมากยิ่งขึ้น ขณะที่ความจุยังคงเป็นกลุ่ม 480GB ขึ้นไป

PCIe

  • 500GB SSD Kingston A2000 M.2 PCIe NVMe ราคา 2190 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 512GB ADATA SSD SX6000 Lite PCIe M.2 2280 ราคา 2090 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

2500 – 3000 บาท

งบนี้มีตัวเลือกเยอะขึ้นทั้ง SSD แบบ 2.5 นิ้ว ความจุ 1 TB และ SSD แบบ M.2 PCIe ที่ยังคงยืนพื้นความจุราว 500 GB เช่นเดิม ไม่ต่าง

2.5 นิ้ว

  • Goldenfir SSD 1TB SSD 2.5 ราคา 2999 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • SSD HIKVISION C100 960GB ประกัน 3 ปี ราคา 2700 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

3000 – 3500 บาท

งบนี้จะมีตัวเลือกของ SSD 2.5 นิ้ว ความจุ 1 TB ให้เลือกเยอะขึ้น รวมไปถึง PCIe ที่มีตัวแรงความจุ 500GB ให้เลือกด้วยเช่นกัน

2.5 นิ้ว

  • SSD WD GREEN SATA 1TB ราคา 3500 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

PCIe

  • 512 GB SSD M.2 PCIe Seagate Barracuda 510 ราคา 3380 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 512 GB SSD ADDLINK X70 RGB PCIe/NVMe ราคา 3190 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

3500 – 4500 บาท

ระดับราคานี้ขอแนะนำให้รู้จักกับแบรนด์ Crucial ที่ความจุ 1 TB ในราคา 3990 บาท มีให้เลือกทั้งแบบ 2.5 นิ้ว และ PCIe ตามความต้องการเลย

2.5 นิ้ว

  • Crucial 1TB MX500 2.5″ SSD ราคา 3999 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 1 TB SSD SATA TRANSCEND 230S (TCN-TS1TSSD SATA230S) ราคา 3920 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

PCIe

  • Crucial 1TB MX500 M.2 Type 2280 SSD ราคา 3999 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

4500 – 5500 บาท

ระดับราคานี้ตัวเลือกจัดเต็มที่ความจุ 1 TB ที่มีให้เลือกทั้งแบบ SSD แบบ 2.5 นิ้ว และยังได้ SSD PCIe 1 TB ที่ความเร็วสูงให้เลือกซื้ออีกด้วย

2.5 นิ้ว

  • 1 TB SSD SAMSUNG 860 QVO (MZ-76Q1T0BW) ราคา 4690 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 1 TB SSD SEAGATE BARRACUDA SSD (ZA1000CM1A002) ราคา 4690 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

PCIe

  • 1 TB SSD BIOSTAR M500 PCIe/NVMe M.2 2280 ราคา 4990 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 960 GB SSD CORSAIR MP510 PCIe/NVMe M.2 2280 ราคา 5290 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

5500 บาท ขึ้นไป

หลังจากนี้ทีมงานขอแนะนำตัวคุ้มในแต่ละแบบ แต่ละความจุในงบเกิน 5500 บาท ละกันนะครับ ราคาระดับนี้งบประมาณคงไม่ใช่ปัญหาของทุกท่านละ

PCIe 3.0

  • 2 TB SSD HP EX950 PCIe/NVMe M.2 2280 (5MS24AA-UUF) ราคา 13900 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 2 TB SSD WD BLACK SN750 PCIe/NVMe M.2 2280 (WDS200T3X0C) ราคา 15900 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

PCIe 4.0

  • 1 TB SSD SEAGATE FIRECUDA 510 SSD PCIe/NVMe M.2 2280 (ZP1000GM30011) ราคา 7090 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 1 TB SSD M.2 PCIe CORSAIR MP600 (F1000GBMP600) NVMe ราคา 8600 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 2 TB SSD SEAGATE FIRECUDA 510 SSD PCIe/NVMe M.2 2280 (ZP1000GM30011) ราคา 11500 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

2.5 นิ้ว

  • 2 TB SSD SAMSUNG 860 QVO (MZ-76Q2T0BW) ราคา 9190 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 1.92 TB SSD SEAGATE IRONWOLF 110 SSD (ZA1920NM10011) ราคา 15900 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<
  • 4 TB SSD (เอสเอสดี) SAMSUNG 860 QVO (MZ-76Q4T0BW) ราคา 18200 บาท สั่งซื้อได้ที่ >>Link<<

from:https://notebookspec.com/recommend-ssd-according-to-price-2020/507048/

Delta Airlines โชว์ชุดหุ่น Guardian XO สวมแล้วมีพลังเพิ่ม 20 เท่า เหมือนในหนัง Edge of Tomorrow

นี่มันชุดแห่งอนาคตชัดๆ เมื่อสายการบิน Delta Airlines ได้นำชุดหุ่นยนต์ Guardian XO มาโชว์สาธิตการใช้งานที่ CES 2020 ซึ่งเป็นชุดแบบ Full Exoskeleton สำหรับสวมใส่ทั้งตัว โดยถูกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้สวมใส่ ทำให้ยกของหนักได้แบบไม่เหนื่อย มีแรงเยอะกว่าเดิมถึง 20 เท่า ซึ่ง Guardian XO นี้ถูกผลิตโดยบริษัท Sarcos ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาหุ่นยนต์มากว่า 25 ปี

แนวความคิดเบื้องต้นของ Guardian XO คือออกแบบมาเพื่อช่วยทุ่นแรงอาชีพที่ใช้แรงงานเยอะๆ เช่น คนยกกระเป๋าสนามบิน คนงานก่อสร้าง เป็นต้น โดยมีความสามารถหลักๆ ดังนี้ คือ

  • ช่วยยกของได้หนักสุด 91 กิโลกรัม (200 ปอนด์)
  • แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้
  • ใช้งานต่อครั้งได้นานสุด 8 ชั่วโมง
  • ใส่แล้วมีแรงเยอะขึ้น 20 เท่า
  • ใช้เวลาสวมใส่เพียง 30 วินาที
  • สามารถเปลี่ยนหัวที่มือได้
  • เชื่อมต่อระบบกับสมาร์ทโฟนเช็คค่าสถานะต่างๆ

Click to view slideshow.

และล่าสุดทางบริษัท Sarcos ก็ได้ส่งเจ้า Guardian XO ไปให้กองทัพสหรัฐฯ ทดลองใช้งานตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา พร้อมกับลือกันว่าจะเริ่มวางจำหน่ายชุดนี้ภายในปี 2020 ด้วย ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใดคงต้องรอติตามกันต่อไปครับ ว่าแต่ดูเผินๆ นี้มันหุ่นในหนังเรื่อง Edge of Tomorrow ชัดๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีหุ่นกันดั้มที่ให้คนขึ้นไปขับจริงๆ ก็เป็นได้ 

 

ที่มา : newatlas

from:https://droidsans.com/delta-air-lines-guardian-xo-ces-2020/

Review – SEAGATE FireCuda 520 2TB จุใจแรงระดับ 5,000 MB/s ที่สุดของเจ้

สำหรับผู้ใช้งาน AMD โดยเฉพาะบอร์ด X570 ตอนนี้บอกเลยว่าได้เปรียบอย่างมาก เพราะสามารถใช้งาน SSD ที่เร็วแรงกว่าใครได้ด้วย PCIe Gen4 ที่เร็วแรงที่สุดตอนนี้ด้วยความเร็วอ่านอ่านที่สูงถึง 5,000 MB/s เปิดเครื่องติดภายในไม่กี่วินาที แต่ปัญหาคือ SSD PCIe Gen4 มักจะมีฮีทซิงค์ติดมาด้วย ทำให้การติดตั้งไม่ค่อยสะดวกเท่าไร บางเมนบอร์ดมีเพลทที่เป็นฮีทซิงค์มาให้แล้วก็ต้องมาแกะออก แต่ SSD ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้บอกเลยว่าแรงได้แม้ไม่มีฮีทซิงค์ อีกทั้งยังเร็วแรง และที่สำคัญคือความจุมหาศาลอย่าง SEAGATE FireCuda 520

SEAGATE FireCuda 520 เป็นภาคต่อของ FireCuda 510 ที่ทีมงานเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ ด้วยการอัพเกรทจากมาตรฐาน PCIe Gen3 เป็น PCIe Gen4 ที่ให้ความเร็วการอ่านเขียนเพิ่มขึ้นอีก เมื่อใช้บนเมนบอร์ด AMD X570 และซีพียูที่ประสิทธิภาพสูง เปิดประสบการณ์การเล่นเกมส์แบบโปร ที่เร็วที่สุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ  ที่ความเร็วการอ่านสูงสุดถึง 5,000 MB/s และเขียนสูงสุดที่ 4,400 MB/s ให้ประสิทธิภาพความเร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 45% พร้อมการรับประกัน 5 ปี เต็ม โดยมีความจุเริ่มต้นที่ 500 GB, 1 TB และสูงสุด 2 TB ที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ประสิทธิภาพการอ่าน / เขียนตามลำดับสูงถึง 5,000 / 4400MB / s อ่าน / เขียนสูงสุด 760K / 700K IOPS
  • เร็วกว่า Gen3 M.2 NVMe ™มากถึง 45% และการอ่านต่อเนื่องที่เร็วกว่า SATA SSD กว่า9เท่า
  • ควบคุมด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเกมแบบพลักแอนด์เพลย์ที่เข้ากันได้กับแพลตฟอร์ม PCIe 3.0 และมาเธอร์บอร์ด AMD X570 ชิปเซ็ต PCIe 4.0
  • ด้วยเทคโนโลยี NAND ล่าสุดซึ่งมอบความเร็ว แรง และประสิทธิภาพสูงสุด
  • การจัดเก็บข้อมูลสูงสุด 2TBสามารถจัดเก็บคลังเกมของคุณไว้ในไดรฟ์ได้อย่างสบาย
  • มีความทนทานสูงและ รับประกันสูงถึง 5 ปีMTBF 1.8M ชั่วโมงและสูงถึง 2,800 TBW

สเปคแยกแต่ละความจุ ให้ความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่ไม่เท่ากัน

  • 500 GB – Up to 5000MB/s Read, 2500MB/s Write
  • 1 TB ,2 TB – Up to 5000MB/s Read, 4400MB/s Write

 กล่องของ SEAGATE FireCuda 520 มาในโทนสีส้มดำพร้อมมังกร พร้อมสเปคต่างๆที่ระบุมาอย่างครบครัน คล้ายตัว 510 แต่ระบุรุ่น 520 พร้อมสเปค PCIe Gen4 ×4 ชัดเจน พร้อมสติกเกอร์การันตีความเร็วการอ่านเขียน และความจุชัดเจน

ภายในกล่องจะมีตัว SEAGATE FireCuda 520 ในซองพร้อมคู่มือการรับประกัน

หน้าตาของ SEAGATE FireCuda 520 จะมีชิปทั้ง 2 ฝั่ง โดยฝั่งนึงจะระบุ S/N ความจุ รวมถึงข้อมูลที่ควรทราบ ส่วนอีกฝั่งที่จะถูกโชว์ออกมาด้านนอกจะเป็นโลโก้ Fire Cuda 520 Series พร้อมแผงวงจรสีดำ

รายละเอียดสเปคครบครัน โดยเฉพาะความจุการันตีที่ 2 TB

ชิปหน่วยความจำจะมีทั้ง 2 ฝั่ง แบ่งเป็นฝั่งละ 2 ชิป และชิปควบคุมแยกออกมา

พอร์ตเชื่อมต่อยังคงเหมือยเดิม แต่อัพเกรทเป็น PCIe Gen4 ×4 ที่เร็วแรงขึ้นสำหรับ AMD X570 และซีพียูที่รองรับ

ตอนนี้ SEAGATE FireCuda 520 รองรับแค่เมนบอร์ด AMD X570 และซีพียูรุ่นแรงๆเท่านั้น ถึงจะวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่งั้นก็จะวิ่งแค่ PCIe Gen3 เท่านั้น

ซอฟแวร์

ซอฟแวร์ที่ต้องโหลดเพิ่มจะออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถเห็นสถานะของตัว SSD เช่นอุณหภูมิ ความจุ อายุการใช้งานที่เหลืออยู่ นอกจากนั้นยังสามารถ สำรอง กู้ข้อมูล แบ่งพาร์ทิชั่นได้ด้วย (ดึงภาพมาจากรีวิว SEAGATE FireCuda 510)

สเปคของ SEAGATE FireCuda 520 บอกเลยว่าจัดเต็ม รองรับ PCIe 4.0 x4 NVMe 1.3 รองรับมาตรฐานการใช้งานเต็มพิกัด แต่ด้วยสเปคที่สูงทำให้มีความร้อนสูงตามไปด้วยครับ แต่ก็สามารถใช้งานได้ปรกติแม้จะไม่มีฮีทซิงค์ติดมาด้วยก็ตาม

ชุดทดสอบของทีมงานจะเป็น AMD Ryzen 5 3600 พร้อมเมนบอร์ด MSI X570 GAMING PLUS สามารถรีดประสิทธิภาพของของตัว SEAGATE FireCuda 520 ได้เต็มที่ ให้ความเร็วการอ่านสูงถึง 5,007 MB/s และเขียนที่ 4,440 MB/s ได้ตามสเปคที่ระบุไว้เลยครับ เร็วแรงมากเลยทีเดียว กดเปิดเครื่องแทบจะติดมาพร้อมใช้ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น เปิดโปรแกรมเร็ว และที่สำคัญคือด้วยความจุระดับ 2 TB ไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์ก็เอาอยู่ ลงเกมใน SSD ได้เลย โหลดเกมใหญ่ๆได้ภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

SEAGATE FireCuda 520 เป็นการอัพเกรทขึ้นมาอีกขั้นด้วยความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่สูงสุดในตลาดตอนนี้รุ่นหนึ่ง พร้อมมาตรฐานการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง PCIe 4.0 x4 ช่วยให้เปิดวินโดวส์ไว เปิดโปรแกรมเร็วภายในไม่กี่วินาที โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่ต้องโหลดเกม โหลดฉากนานๆ SEAGATE FireCuda 520 ช่วยให้เกมแรงเร็วดุดันไม่มีสะดุดกับเกมเมอร์มือโปรโดยเฉพาะ ใครเป็นเกมเมอร์จ๋านี่ต้องจัด อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องพึ่งฮีทซิงค์ทำให้สามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งพีซีและโน้ตบุ๊ค (ในอนาคต) ส่วนความเร็วในการเขียนอาจจะไม่ได้สูงเท่าแต่ก็ยังจัดว่าสูงมากอยู่ เปิดเครื่อง เปิดโปรแกรมได้เร็วภายในไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีซอฟแวร์ที่ช่วยจัดการและเช็คสุขภาพของตัว SSD อีกด้วย พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี

SEAGATE FireCuda 520 เหมาะกับผู้ใช้ซึ่งอัพเกรทไปเมนบอร์ด AMD X570 พร้อมซีพียูตัวแรงเพื่อการทำงานที่รวดเร็ว และเกมเมอร์ที่ต้องการความเร็วที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด โหลดเกมไวดุจสายฟ้าแล็บ

จุดเด่น

  • ความเร็วการอ่านเขียนที่สูงมาก
  • ซอฟแวร์เช็คและจัดการ SSD ได้หมด
  • ไม่มีฮีทซิงค์ทำให้สามารถติดตั้งได้สะดวกกว่า
  • ความจุ 2 TB ใช้งานได้เหลือๆโดยไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์ก็ได้

ข้อสังเกต

  • ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเมื่อใช้กับเมนบอร์ดและซีพียูที่รองรับเท่านั้น
  • มีความร้อนสูงเมื่อทำงานต่อเนื่องยาวนาน

SEAGATE FireCuda 520 มี 3 ความจุ อัพเดทราคาล่าสุด ได้แก่

  • 500 GB ราคา 4,990 บาท
  • 1 TB ราคา 9,700 บาท
  • 2 TB ราคา 15,900 บาท

from:https://notebookspec.com/review-seagate-firecuda-520-2tb-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-5000-mbs-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa/506976/