คลังเก็บป้ายกำกับ: 5G

ทรูมูฟ เอช ชี้แจง ! ระบบขัดข้องเกิดจากระบบทำงานผิดปกติ พร้อมชดเชยลูกค้า

ตามที่วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2563) ช่วงเวลาประมาณ 15.54-16.13 น. ระบบเครือข่ายเกิดความขัดข้องชั่วคราว เป็นผลให้ลูกค้าในบางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้นั้น

ทรูมูฟ เอช ขออภัยท่านผู้ใช้บริการเป็นอย่างสูงที่ทำให้ท่านไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ โดยบริษัทฯได้เร่งแก้ไขทันทีและสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ซึ่งจากการตรวจสอบสาเหตุพบว่าเกิดจากซอฟต์แวร์และระบบสื่อสัญญาณในบางส่วนทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ลูกค้าในบางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้โดยเฉลี่ย 8-10 นาทีในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขออภัยท่านผู้ใช้บริการเป็นอย่างสูงอีกครั้ง โดยสำนักงานกสทช. และบริษัทฯ จะร่วมกันกำหนดมาตรการชดเชยสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

from:https://www.enterpriseitpro.net/truemove-h-tell-the-network-fail/

ดีแทค 5G มาแน่บนคลื่น 700MHz  และ 26 GHz ย้ำคลื่นเพียงพอ ใช้งานได้ดีขึ้นกว่าเดิม

วันนี้ทางดีแทคได้เปิดบ้านแถลงแผนพัฒนาเครือข่าย แจงไม่มีคลื่น 2600 MHz ก็ไม่เป็นไร เตรียมให้บริการ 5G บน 700MHz และ 26GHz มั่นใจพัฒนาประสบการณ์ใช้งานลูกค้าได้ดีขึ้นกว่าเดิม คาดสามารถเปิดให้บริการ 5G ด้วยคลื่น 26 GHz ในพื้นที่ที่กำหนดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 และขยายใช้คลื่น 700 MHz เพิ่มเติมในช่วงปลายปีต่อไป

700 MHz สร้างความครอบคลุม, 26 GHz ให้ความเร็ว

ปัจจุบันดีแทคมีคลื่นในมือสำหรับให้บริการ 5G อยู่ 2 คลื่นหลัก ได้แก่ คลื่น 700 MHz ที่ประมูลได้มาเมื่อกลางปี 2019 ที่ผ่านมา และคลื่น 26000 MHz ที่เพิ่งประมูลจบไปไม่กี่วันก่อน โดยทั้งสองคลื่นมีคุณลักษณะที่ต่างกัน คือ

  • 700 MHz : จะสามารถให้บริการได้ในพื้นที่วงกว้าง วางเสาหรือสถานีฐานเดียวได้ระยะครอบคลุมเป็นกิโลเมตร แต่แบนด์วิธในการรับส่งข้อมูลจะไม่ได้มีมากนัก แค่ 10 MHz เท่านั้น เหมาะสำหรับการสร้างความครอบคลุม ให้อุปกรณ์ 5G ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ต้องการประหยัดพลังงาน เช่น เซนเซอร์ตรวจจับค่าต่างๆ ทำงานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือชาร์จแบตบ่อยๆ ก็สามารถส่งข้อมูลกลับมายังศูนย์กลางได้เรื่อยๆ
  • 26 GHz : รับส่งข้อมูลปริมาณมากได้จากแบนด์วิธที่สูงถึง 200 MHz แต่ข้อจำกัดจะอยู่ที่ระยะครอบคลุมของสัญญาณที่น้อยกว่าคลื่น 700 MHz เหลายเท่า เหมาะสำหรับการสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ที่จำกัด และต้องการรับคนจำนวนมาก เช่น ในประชุมขนาดใหญ่ คอนเสิร์ต หรือเครือข่ายเน็ตภายในบ้าน

โดยคลื่น 26GHz นี้ เป็นคลื่นพร้อมใช้งาน ไม่ติดสัมปทานใดๆ ดีแทคเตรียมจะให้บริการได้ภายในไตรมาสสองนี้ ในพื้นที่ที่กำหนด แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชัดเจนว่าจะใช้งานแบบไหนอย่างไร คงต้องรอเปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าวต่อไป

ส่วนคลื่น 700 MHz มีการเปิดเผยว่าจะมาในช่วงเดือนตุลาคม สาเหตุที่ต้องรอนานขนาดนั้นก็เพราะ ต้องรอทาง กสทช จัดการคลื่น ลดสัญญาณกวนต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อน และทางดีแทคมองว่าเมื่อถึงตอนนั้น อุปกรณ์ 5G ในตลาดน่าจะมีตัวเลือกที่มากขึ้น และรองรับคลื่น 700 MHz ได้ด้วย

Galaxy S20 Ultra 5G รองรับเพียงคลื่น 2600 / 3500 / 3700 MHz ไม่รองรับคลื่นที่ดีแทคมีอยู่ในมือเลย แต่ทางดีแทคคาดว่าอาจจะมีคนได้รับผลกระทบไม่เยอะมาก เพราะมีจำนวนคนใช้ไม่เยอะจากราคาที่ค่อนข้างสูง แต่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่รองรับ 5G จะมีออกตามมาในปีนี้ ในราคาที่ต่ำกว่า เข้าถึงคนได้มากกว่า และน่าจะรองรับทั้ง 700 MHz และ 26GHz ด้วย

ไม่เลือก 2600MHz เพราะมีคลื่น 2300MHz อยู่แล้ว

ทางคุณประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าคลื่น 2600 MHz เป็นคลื่นที่ใกล้เคียงกับ 2300 MHz ดีแทคสามารถใช้คลื่นนี้ให้บริการได้โดยตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคทั้งในด้านความเร็วและความครอบคลุม บนเทคโนโลยี 4G ที่เป็น Massive MIMO ที่ผ่านมา คลื่นนี้ก็ให้บริการได้อย่างดีจนทาง OpenSignal ได้ให้รางวัลว่าเป็นเครือข่ายในไทยที่ทำความเร็วในการดาวน์โหลดมากที่สุดของประเทศ ไม่ได้จำเป็นจะต้องซื้อคลื่น 2600 MHz เพิ่มเพื่อมาให้บริการแต่อย่างใดและมีการเปรยว่าคลื่น 1800 และ 2300 สามารถแปลงไปใช้งานเป็น 5G ในอนาคตได้ เมื่อมีความต้องการมากขึ้น และมีอุปกรณ์รองรับอย่างแพร่หลาย

อย่างไรก็ดี มีการแย้งในเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ยากหากจะนำคลื่น 2300 MHz ไปให้บริการ 5G ทั้งสัมปทานที่ได้มาในปัจจุบันไม่สามารถทำได้ และสัมปทานคลื่นก็จะหมดในปี 2568 นี้แล้ว โอกาสที่ทาง TOT จะได้ใช้งานต่อก็เป็นไปได้ยาก รวมถึงอุปกรณ์ที่จะรองรับก็ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะครอบคลุมถึงคลื่นนี้หรือไม่

ปัจจุบันสถานีฐานของดีแทคสำหรับคลื่น FDD (1800/2100 MHz) จะมีอยู่ราว 2-3 หมื่นสถานี ส่วนสถานีฐานของคลื่น TDD (2300 MHz) จะมีอยู่ราว 17,000 สถานีเท่านั้น ตามแผนการขยายเครือข่ายในปีนี้จะเพิ่มให้มีจำนวนมากกว่า 20,000 สถานี ต่อไป โดยมีเงินลงทุนในการขยายเครือข่ายทั้งหมด (ทั้ง 3G/4G/5G ที่ 13,000 – 14,000 ล้านบาท)

คลื่นความถี่ของดีแทคในปัจจุบัน รวม 330 MHz

ย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง ย่านความถี่สูง
900 MHz (5×2 MHz)

700 MHz (10×2 MHz)

2300 MHz (60 MHz)

2100 MHz (15×2 MHz)

1800 MHz (5×2 MHz)

26 GHz (200 MHz)

คลื่นน้อยกว่าแต่สมเหตุสมผลกับจำนวนผู้ใช้บริการ

หลายคนแสดงความเป็นห่วงว่า คลื่นที่ดีแทคมีในปัจจุบันน้อยกว่าทาง AIS และ Truemove H ค่อนข้างมาก โดยทั้งสองเครือข่ายมีคลื่นมากถึง 1450 MHz และ 1020 MHz ตามลำดับ แต่ทางค่ายแจ้งว่าจำนวนนี้ถือว่าเพียงพอกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีแล้ว มีครบทุกย่านความถี่ ทั้งสูง กลาง ต่ำ ซึ่งก่อนหน้าการประมูลถ้าคำนวนจำนวนคลื่นต่อจำนวนลูกค้า ถือว่าเครือข่ายมีปริมาณคลื่นให้ลูกค้าต่อรายที่เยอะกว่าทั้งสองเจ้าอยู่ในระดับนึง การที่ค่ายอื่นที่มีลูกค้ามากกว่า 10-20 ล้านราย ต้องมีใบอนุญาตที่มากกว่า 3-4 เท่า ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกอะไร

ปัจจุบันปริมาณการใช้งานดาต้าภายในเครือข่ายดีแทคเฉลี่ยต่อรายต่อเดือนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ในปี 2018 จะอยู่ที่ราว 8GB และขึ้นมาเป็น 11 GB ในปี 2019 คาดว่าจะขึ้นถึง 16 GB ต่อเดือนในปี 2020 นี้

สิ่งที่สำคัญท่ีสุดคือประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า

ในงานแถลงข่าววันนี้นอกเหนือจากเรื่องการประมูล 5G แล้ว ดีแทคพยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงความพยายามพัฒนาประสบการณ์ใช้งานเครือข่ายของลูกค้าในทุกๆด้าน มีการใช้ AI ในการช่วยทำแคมเปญการตลาด คัดสรรสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย และการมี 5G ในตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ใช้ขนาดนั้น เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องการมันคือเน็ตเวิร์คที่เสถียร เชื่อถือได้ มีความครอบคลุม รับส่งข้อมูลปริมาณมากได้เมื่อต้องการ การทำให้เน็ตเวิร์ค 4G ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดอาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

การสร้างเครือข่าย 5G ให้เกิดประโยชน์ได้จริงและต่างไปจากเมื่อตอน 3G/4G ได้นั้นทางดีแทคมองว่าจะต้องมีการขยายการใช้งานในแนวตั้ง (Vertical) กล่าวคือ 5G จะไม่มีขึ้นเพื่อสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ต้องทำไปเพื่อสร้างการเชื่อมต่อกับสิ่งอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไร้คนขับ ระบบควบคุมทางไกลแบบซีโร่แลก (zero-lag control) เซนเซอร์ในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องใช้พลังงานต่ำ ระบบ Mixed Reality และอื่นๆ หากไม่มีเรื่องเหล่านี้แล้ว 4G ก็ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีไม่ต่างกันเลยนั่นเอง

นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีแทคแถลงมาในวันนี้ คงต้องรอติดตามการแถลงจากทาง AIS และ Truemove H ต่อไปว่าจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ผู้ใช้งานเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ดีแทคได้บอกไว้หรือไม่

from:https://droidsans.com/dtac-5g-700mhz-26ghz/

ลือ Qualcomm อาจเปิดตัวชิปรุ่นอัพเกรด Snapdragon 865+ ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

มือถือที่มาพร้อมกับชิปเซ็ตเรือธงรุ่นล่าสุดของ Qualcomm อย่าง Snapdragon 865 เพิ่งจะเริ่มทยอยเปิดตัวกันไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Galaxy S20 series หรือ Xiaomi Mi 10 และอีกหลายๆ รุ่นที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้อีก แต่แล้วข่าวลือล่าสุดก็รายงานว่า Qualcomm จะเปิดตัวชิปรุ่นอัพเกรดในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 นี้ โดยจะมาในชื่อ Snapdragon 865+

Digital Chat Station แหล่งข่าวสายไอทีสัญชาติจีน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า Qualcomm บริษัทผลิตชิปเซ็ตชื่อดัง เตรียมเปิดตัวชิปรุ่นอัพเกรดอย่าง Snapdragon 865+ ในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปี 2020 โดยนอกจากนี้ แหล่งข่าวเดียวกันยังบอกเพิ่มอีกว่า อาจจะมีตัว Prototypes (รุ่นต้นแบบ) มาให้ลองเล่นกันในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งก็คือเดือนเมษายนที่จะถึงนี้นั่นเอง

โดยเมื่อปีก่อน Qualcomm ก็ได้เปิดตัวชิปเซ็ตเรือธงถึง 2 รุ่นในปีเดียวกัน ก็คือชิป Snapdragon 855 และ Snapdragon 855+ ซึ่งชิปรุ่นหลังก็เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 ด้วยเช่นกัน อีกทั้งที่ผ่านมา บริษัทสัญชาติอเมริกันนี้ก็เคยเปิดตัวชิปเรือธงพร้อมกันถึง 2 รุ่นมาแล้วในปี 2016 ที่ Qualcomm ได้เปิดตัวทั้ง Snapdragon 820 และ Snapdragon 821 นั่นเอง

แน่นอนว่าชิปรุ่นอัพเกรดอย่าง Snapdragon 865+ จะต้องได้รับการอัพเกรดในเรื่องของประสิทธิภาพ CPU และ GPU ให้มีค่าความเร็วมากกว่าเดิม อีกทั้งก็ต้องลุ้นกันว่า Snapdragon 865+ จะมาพร้อมกับโมเดม 5G ในตัวเลยหรือเปล่า

 

ที่มา: gizmochina 

from:https://droidsans.com/qualcomm-to-unveil-snapdragon-865-plus-q3-2020/

อ่านเกมการตลาดของ dtac ในยุค 5G หลังเป็นผู้ชนะประมูลใบอนุญาตน้อยที่สุด

หลังจากนี้แผนการตลาดของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะดุเดือดขึ้นอีกครั้ง เพราะผู้เล่นทุกรายต่างได้คลื่นที่รองรับเทคโนโลยี 5G แต่ด้วย dtac เป็นผู้ชนะประมูลใบอนุญาตน้อยที่สุด ก็ยิ่งน่าสนใจว่า dtac จะทำอย่างไร

dtac
ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ dtac

กำหนดมาแล้วไม่ใช่ไม่สู้

แม้ระยะหลังภาพลักษณ์แบรนด์ของ dtac จะดีขึ้นมาบ้าง ผ่านโครงข่ายให้บริการที่ดีขึ้น รวมถึงบริการเสริมต่างๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าในระบบได้ดีกว่าเดิม แต่สุดท้ายภาพลักษณ์ของ dtac ก็แย่ลงอีก เพราะเมื่อผู้บริโภคเห็นข่าวว่า dtac เป็นผู้ชนะประมูลใบอนุญาต 5G ได้น้อยที่สุด ความเชื่อมั่นในแบรนด์ของพวกเขาก็ลดลงทันที

แต่ถึงสถานการณ์จะเป็นแบบนี้อยู่ ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ dtac ก็พยายามสื่อสารเรื่องความครบถ้วนของคลื่นความถี่ รวมถึงกลยุทธ์ของ dtac ที่อาจจะแตกต่างกับผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าในระบบนั้นทำได้ดีกว่าเดิม

dtac

“ในเกมกีฬา ผู้เล่น หรือทีมต่างๆ ก็มีกลยุทธ์ของตัวเอง จึงเป็นปกติที่ในแต่ละการแข่งขัน คนนอกก็จะเห็นหลากหลายกลยุทธ์ เหมือนกับครั้งนี้ที่ dtac ก็มีกลยุทธ์ของตัวเอง และเชื่อว่าการที่ผลประมูลออกมาแบบนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับทั้งบริษัท และลูกค้าในระบบ ที่สำคัญ dtac ก็พร้อมลุยผ่านกลยุทธ์นี้ด้วย” ชารัด เมห์โรทรา กล่าว

26 GHz คือคำตอบสุดท้าย

การประมูล 5G ที่เพิ่งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2563 นั้น dtac ชนะเพียง 2 ใบอนุญาต นั่นคือใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 26 GHz จำนวนใบอนุญาตละ 100 MHz รวม 200 MHz ถือว่าเป็นผู้ชนะที่ได้รับใบอนุญาตน้อยที่สุด เท่ากับบมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ได้ใบอนุญาต 2 ใบเช่นกัน โดยอันดับสูงกว่านั้นคือบมจ.ทีโอที ที่ได้ 4 ใบอนุญาต

5G

“เมื่อดูตอนนี้ dtac ขาดคลื่นความถี่สูง เพราะมีคลื่นความถี่ต่ำ 700 กับ 900 MHz และคลื่นความถี่กลาง 1800, 2100 และ 2300 MHz ซึ่งในการประมูล 5G ครั้งที่ผ่านมามันมีคลื่นความถี่สูงแค่ 26 GHz ทาง dtac จึงเลือกแค่คลื่นนี้ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของคลื่นความถี่ในมือ และให้บริการได้ดีที่สุด” ชารัต เสริม

ขณะเดียวกันที่ dtac เลือกคลื่น 26 GHz เพียงคลื่นเดียวก็มาจากตอนนี้คลื่นความถี่ 28 GHz ถูกใช้ทดสอบ 5G ทั้งในกลุ่มยุโรป และเกาหลีใต้ ต่างกับ 26 GHz ที่ยังไม่แพร่หลาย จึงมีความเป็นไปได้ที่คลื่น 28 GHz จะได้รับความนิยมกว่า และช่วงคลื่น 26 GHz ที่ dtac ชนะประมูลนั้นตัวเทคโนโลยีก็ประยุกต์ใช้กับคลื่น 28 GHz ได้ด้วย

dtac

เริ่มเห็น 5G ได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้

สำหรับการให้บริการ 5G ของ dtac ผู้บริโภคจะได้เห็นภายในไตรมาส 2 ของปี 2563 เบื้องต้นจะให้บริการบนคลื่น 26 GHz ส่วนตัวอย่างการใช้งานจะเป็นการยกระดับบริการ dtac@Home (บริการอินเทอร์เน็ตบ้านด้วยสัญญาณโทรศัพท์มือถือ) ผ่านความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่มากกว่าเดิมที่ให้บริการผ่านคลื่น 2300 MHz ในปัจจุบัน

“หลังจากนี้ dtac มีแผนลงทุน 13,000-14,000 ล้านบาทในเบื้องต้น เพื่อยกระดับงานบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงข่าย 5G ความสะดวก รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งานของผู้บริโภค ซึ่งที่จะได้เห็นแน่นอนคือ สถานีฐานที่ให้บริการ 4G บนคลื่น 2300 MHz จะเพิ่มจาก 17,000 แห่ง เป็น 20,000 แห่งภายในปีนี้” ชารัต กล่าว

dtac

นอกจากนี้เพื่อการสื่อสารข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ dtac จึงสร้างสมาชิกใหม่ (มาสคอต) ปัจจุบันยังไม่มีชื่อ โดยมสมาชิกใหม่นี้จะคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 5G และบริการต่างๆ ของ dtac รวมถึงจัดทำภาพยนตร์โฆษณาเกี่ยวกับการบริการ 5G ของ dtac เช่นเดียวกัน

สรุป

ก่อนหน้านี้ dtac เคยประสบปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดีนักในสายตาผู้บริโภคหลังไม่สามารถชนะประมูลคลื่นเพื่อนำไปใช้ทำ 4G ได้ แต่สุดท้ายก็สามารถกู้วิกฤติ และดึงลูกค้ากลับมาได้ แต่คราวนี้ dtac จะฝ่าวิกฤติภาพลักษณ์แบรนด์หลังการประมูลได้อีกครั้งหรือไม่ อันนี้ก็อยู่ที่ผู้บริโภคเป็นคนตัดสิน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dtac-5g-strategy/

Dell’Oro Group เผย Huawei ครองตลาด Wi-Fi 6 เป็นอันดับ 1 ของโลก

Dell’Oro Group ผู้นำด้านการวิเคราะห์และวิจัยตลาดระดับโลก ออกรายงานข้อมูลส่วนแบ่งการตลาด Access Point แบบใช้งานภายในอาคารมาตรฐาน Wi-Fi 6 ทั่วโลกในช่วงระหว่างไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 ถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 พบว่า Huawei ครองส่วนแบ่งตลาด Wi-Fi 6 เป็นอันดับหนึ่ง (ไม่รวมตลาดอเมริกาเหนือ)

เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2018 กลุ่ม Wi-Fi Alliance ได้ประกาศระบบการตั้งชื่อรุ่น Wi-Fi แบบใหม่ โดยมาตรฐาน IEEE 802.11ax ได้มีชื่อเรียกที่ง่ายขึ้นเป็น Wi-Fi 6 ซึ่งเป็นรุ่นพัฒนามาจาก Wi-Fi 5 ที่มีแบนด์วิดท์ต่อผู้ใช้สูงสุดและการรองรับจำนวนผู้ใช้พร้อมกันเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า รวมถึงมีค่าความหน่วง (Latency) ลดลงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับ Wi-Fi 5 ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้นมากมายหลายเท่า ทำให้องค์กร โรงเรียน โรงพยาบาล และผู้นำในแวดวงต่าง ๆ จำนวนมาก เลือกใช้ Wi-Fi 6 เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดบนเครือข่ายขององค์กร และรองรับการใช้งานที่ล้ำสมัย เช่น การประชุมผ่านวิดีโอความคมชัดสูงระดับ 4K/8K การเรียนการสอนแบบอินเทอร์แอ็กทีฟด้วยเทคโนโลยี VR และ AR การแพทย์ทางไกล และหุ่นยนต์อัจฉริยะ

รายงานล่าสุดของ Dell’Oro Group เป็นเครื่องยืนยันความเป็นที่นิยมของ Wi-Fi 6 ที่เพิ่มขึ้นในองค์กรระดับโลก รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผลประกอบการโดยรวมของตลาด Wi-Fi 6 ทั่วโลกเติบโตขึ้นอย่างมากในสามไตรมาสแรกของปี 2019 คิดเป็น 30 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018 โดยในช่วงระยะเวลาเดียวกัน รายได้ของตลาด Wi-Fi 4 และ Wi-Fi 5 ปรับลดลงเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงของตลาดนี้ชี้ให้เห็นว่าปี 2019 เป็นปีแรกที่มีการนำ Wi-Fi 6 มาใช้ในเชิงพาณิชย์

Huawei เป็นผู้นำในตลาด Wi-Fi 6 ด้วยผลิตภัณฑ์ AirEngine Wi-Fi 6 Huawei ป็นผู้บุกเบิกในการนำเครือข่าย Wi-Fi 6 มาติดตั้งใช้งานในระดับองค์กรเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมในนครเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ต้นปี 2018 และตั้งแต่นั้นมา ผลิตภัณฑ์ AirEngine Wi-Fi 6 ของ Huawei ซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G ของ Huawei ก็ได้กลายเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ในการสร้างเครือข่าย Wi-Fi 6 ที่ครอบคลุมแบบไร้ช่องโหว่ รวดเร็ว ไม่มีสะดุดและปราศจากการเชื่อมต่อที่ล้มเหลวระหว่างการโรมมิ่ง ตัวอย่างลูกค้า Wi-Fi 6 ของ Huawei ได้แก่ เซิ่นเจิ้น เมโทร ประเทศจีน, สนามกีฬาบาเซิล เซนต์ จาคอบ พาร์ค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ธนาคารอากอส ประเทศอิตาลี, มหาวิทยาลัยมอนดรากอน ประเทศสเปน และมหาวิทยาลัยโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้

“เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่า AirEngine Wi-Fi 6 ของ Huawei เป็นที่นิยมและมีการใช้งานกันอย่างกว้างขวางในหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ องค์กรขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์ AirEngine Wi-Fi 6 ของ Huawei มีส่วนช่วยองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ สร้างเครือข่ายที่มุ่งเน้นประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรและการผลิต อันจะนำไปสู่การเปิดตัวบริการด้านดิจิทัลในสเกลใหญ่ และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล” — Steven Schuchart Jr. ประธานบริหาร ฝ่าย Campus Network Domain กลุ่มผลิตภัณฑ์การสื่อสารข้อมูลของ Huawei กล่าว

ความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้แก่ Wi-Fi 6 ของ Huawei เป็นแรงขับเคลื่อนให้ Huawei มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนา Wi-Fi 6 อย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินงานของ Huawei เพื่อพัฒนา Wi-Fi 6 มีดังต่อไปนี้

  • โอซามา อาโบล มาจด์ ผู้เชี่ยวชาญจาก Huawei ได้รับเลือกเป็นประธานของกลุ่มการทำงาน IEEE 802.11ax เมื่อปี 2014 และได้ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อกำหนดมาตรฐานการพัฒนาอุตสาหกรรม Wi-Fi 6 อย่างต่อเนื่อง
  • Huawei เป็น Vendor ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอการกำหนดมาตรฐานของ Wi-Fi 6 มากที่สุดจากบรรดาผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมด
  • เดือนตุลาคมปี 2017 Huawei เปิดตัว Access Point Wi-Fi 6 เชิงพาณิชย์เป็นเจ้าแรก ตั้งแต่นั้นมา Huawei ก็ขยายพอร์ตโฟลิโอ Wi-Fi 6 ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชันล้ำสมัยที่ปรับให้เหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ที่หลากหลายมาโดยตลอด
  • Huawei และ Wireless Broadband Alliance หรือ WBA ได้ร่วมกันออกแบบระบบการเรียนการสอนและกรณีศึกษาที่ใช้ Wi-Fi 6 ที่มหาวิทยาลัยมอนดรากอน ประเทศสเปน

ในอนาคต Huawei จะมุ่งมั่นทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม มุ่งเน้นรูปแบบการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม และส่งมอบโซลูชันเครือข่าย Wi-Fi 6 ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานดิจิทัลรูปแบบใหม่ Huawei จะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน AirEngine Wi-Fi รุ่นใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนโดย 5G ต่อไป เพื่อช่วยองค์กรสร้างสรรค์เครือข่ายอนาคตที่เชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์

ต้องการรู้จัก Huawei Wi-Fi 6 มากขึ้น เชิญเข้าร่วมฟัง Huawei Webinar ฟรี

Huawei ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจโซลูชัน Wi-Fi 6 เข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “เมื่อ 5G & AI รวมอยู่ใน Wi-Fi 6” พร้อมทำความรู้จักมาตรฐาน Wi-Fi 6 เชิงลึก และการผสานเทคโนโลยี 5G และ AI เข้าไปเพื่อเติมเต็มโซลูชัน W-Fi 6 ให้รองรับทุกการเชื่อมต่อ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และวางใจได้ทุกสถานการณ์ โดยทีมวิศวกรจาก Huawei ประเทศไทย ในวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2020 ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี ลงทะเบียนวันนี้พร้อมลุ้นรับ Huawei Band 4 จำนวน 5 รางวัล

ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่: https://www.techtalkthai.com/huawei-webinar-wi-fi-6-with-5g-and-ai/

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-gets-first-rank-in-wi-fi-6-market-share/

เปิดตัว “ชารัด” ซีอีโอใหม่ dtac ยืนยันไม่หยุดพัฒนา, อธิบายเหตุผลที่ประมูลเฉพาะ 26GHz

ชารัด เมห์โรทรา (Sharad Mehrotra) ซีอีโอคนใหม่ของ dtac ที่เพิ่งมาเริ่มงาน 1 กุมภาพันธ์ แถลงข่าวครั้งแรก หลังการประมูลคลื่นความถี่ 5G รอบล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งประเด็นการประมูลคลื่น และยุทธศาสตร์ของ dtac ในยุคของเขานับจากนี้ไป

No Description

คุ้นเคยกับเมืองไทยอยู่แล้ว ครอบครัวอยู่ที่ไทยมาตลอด

คุณชารัด บอกว่าแม้ล่าสุดจะไปทำงานที่ Telenor ประเทศพม่า แต่จริงๆ เขาอยู่เมืองไทยมา 6 ปีแล้ว ครอบครัวอยู่ที่เมืองไทย มีลูกสาวเรียนอยู่ที่ประเทศไทย

2 สัปดาห์แรกที่มาทำงานที่ dtac นอกจากการประมูลคลื่น 5G แล้ว ยังได้ลงสำรวจตลาด พบปะลูกค้า และให้กำลังใจพนักงานของ dtac ที่ประสบเหตุติดอยู่ในห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่โคราชด้วย

No Description

ยุทธศาสตร์ dtac ไม่หยุดพัฒนา

ในแง่ยุทธศาสตร์ของ dtac หลังจากนี้ไป คุณชารัดให้ข้อมูลว่าลูกค้าใช้งาน mobile data มากขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยเรื่องความนิยมของการดูวิดีโอออนไลน์ เฉลี่ยแล้วลูกค้า dtac มีปริมาณาณใช้งานข้อมูลเฉลี่ย 11 Gbps ต่อเดือนในปี 2019 ซึ่งตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็น 16 Gbps ในปี 2020

คุณชารัดยังยืนยันคำสัญญาของ dtac ที่บอกกับลูกค้าว่า “เราจะไม่หยุดพัฒนา” (Never Stop) โดยสิ่งที่ dtac จะทำแบ่งออกเป็น 3 เรื่อง

พัฒนาและปรับปรุงเพื่อประสบการณ์ของลูกค้า

dtac ยังยึดหลักเรียบง่าย ซื่อตรง จริงใจ (simple honest human) เช่นเดิม

  • ลูกค้าบุคคล จะเน้นแพ็กเกจที่ personalized ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน แทนการใช้แพ็กเกจมาตรฐานทำตลาดอย่างที่แล้วๆ มา คุณชารัดใช้คำว่า “contextual offer” ที่ dtac ใช้เทคนิค machine learning ศึกษารูปแบบการใช้งานของลูกค้า เพื่อนำเสนอบริการให้ตรงใจกว่าเดิม
  • ลูกค้ากลุ่มธุรกิจ เน้นการพัฒนาโซลูชันให้ตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรมากขึ้น ซึ่งจะแถลงข่าวเรื่องนี้ในโอกาสต่อไป

เตรียมความพร้อมสู่อนาคต ปรับปรุงองค์กร

ยุทธศาสตรืนี้เกี่ยวกับการปรับปรุงองค์กรของ dtac เองให้พร้อมสู่อนาคต ประกอบด้วย

  • เพิม่ความสามารถใหม่ๆ ให้องค์กร ผ่านการจ้างงานพนักงานที่มีทักษะใหม่ๆ (เช่น data scientist) และเพิ่มทักษะให้พนักงานเดิม (upskill)
  • ปั้นวัฒนธรรม dtac DNA ให้แข็งแกร่ง เพื่อตอบสนองลูกค้าตามที่สัญญาไว้
  • ปรับกระบวนการภายในเป็นแบบ agile เพื่อให้เข้าถึงตลาดได้รวดเร็ว จากเดิมออกแพ็กเกจใหม่ใช้เวลาหลายวันกว่าจะเปิดบริการได้จริง ก็ลดลงเหลือหลักชั่วโมง

เพิ่มความแข็งแกร่งให้โครงข่าย

คุณชารัด อ้างรายงานของ OpenSignal ในเดือน พ.ย. 2562 ว่า dtac มีความเร็วดาวน์โหลด 4G สูงสุดในไทย โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 10 Mbps

ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย สิ่งที่ทำได้แล้วคือ virtualized ตัวอุปกรณ์โครงข่ายให้จัดการง่ายขึ้น, เชื่อมต่อสายไฟเบอร์ไปยังสถานีฐานเกือบครบทุกแห่งแล้ว, หลังการพัฒนาโครงข่าย เสียงร้องเรียนจากลูกค้าก็ลดลงไป 50%

No Description

เลือกประมูล 26GHz เพราะต้องการคลื่นย่านสูงมาใช้งานรูปแบบใหม่ๆ

คุณชารัดอธิบายเหตุผลที่ dtac ตั้งใจเข้าไปประมูลคลื่นย่าน 26GHz อย่างเจาะจง ว่าเป็นคลื่นย่านเดียวที่มีความกว้างของคลื่นสูงมาก ตอบโจทย์ทั้งด้านความเร็วสูง และความหน่วง (latency) โดยคุณชารัดใช้คำว่า “เหมือนใช้แทนไฟเบอร์” ได้เลย

การเลือกคลื่น 26GHz ที่เป็นความถี่ย่านสูง (high band หรือ mmWave) ช่วยให้ dtac เปิดรูปแบบการใช้งาน (use case) ใหม่ๆ ได้แตกต่างจากคลื่นย่านอื่นที่มีอยู่แล้ว อย่างคลื่นความถี่ย่านต่ำ (700/900MHz) หรือย่านกลาง (1800/2100/2600MHz) ที่นำมาเปิดประมูล

No Description

นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่าคลื่น 26GHz เป็นคลื่น 5G มาตรฐานเดียวกับเยอรมนี อังกฤษ สเปน และอีกหลายประเทศ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ด้วย

หลัง dtac ได้คลื่น 26GHz มาแล้ว ทำให้ dtac มีคลื่นครบ 3 ย่านความถี่ ตอบโจทย์การใช้งาน 3 รูปแบบ

  • ย่านต่ำ 700MHz ที่ได้มาในปีที่แล้ว เน้น coverage เน้นพื้นที่กว้างไกล
  • ย่านกลาง เน้นพัฒนาสถานีฐาน TDD ตั้งเป้า 20,000 สถานีในปี 2020, ใช้เทคโนโลยี Massive MIMO เพื่อขยายการรับส่งข้อมูลให้ดีขึ้น 3 เท่า
  • ย่านสูง 26GHz ที่ได้มาในรอบล่าสุดนี้

No Description

นอกจากประเด็นเรื่องโครงข่ายแล้ว dtac ยังจะลงทุนด้านแอพพลิเคชันในยุค 5G ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะบนมือถือเท่านั้น เช่น dtac@Home ที่เป็น fixed wireless broadband เน้นลูกค้าตามบ้าน, การสร้างพันธมิตรด้านคอนเทนต์ และการสร้างเครือข่าย 5G ในองค์กร (Private Network) ซึง่จะแถลงข่าวความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้ในระยะถัดๆ ไป

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114722

Samsung ยืนยัน Galaxy S20 Ultra รองรับ 5G คลื่น 2600 MHz เท่านั้น

Galaxy S20 Ultra ในประเทศไทย เป็นเพียงรุ่นเดียวในซีรีย์ Galaxy S20 ที่รองรับ 5G ทำให้เกิดมีความสงสัยกันมากมายว่า เวอร์ชั่นที่วางขายในประเทศไทยนั้น จะรองรับความถี่ใดบ้าง จะสามารถใช้งานได้ครบทุกคลื่นที่เพิ่งประมูลจบไปหรือไม่ โดยล่าสุดเราได้รับการยืนยันจากทางซัมซุงประเทศไทยแล้วว่า Galaxy S20 Ultra ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะสามารถใช้งานคลื่น 5G | 2600 MHz ได้อย่างแน่นอน แต่คลื่นความถี่อื่นทั้ง 700 และ 26000MHz จะยังไม่รองรับ

คลื่นความถี่ 5G ที่ Galaxy S20 Ultra 5G เครื่องไทยรองรับ

ได้แก่ n41 (2600 MHz) , n77 (3700 MHz) , n78 (3500 MHz) 

ซึ่งคลื่น 3500 และ 3700 MHz จะยังไม่มีให้บริการในประเทศไทย นั่นหมายความว่าคลื่น 2600 MHz จะเป็นเพียงคลื่นเดียวที่ Galaxy S20 Ultra รองรับ และปัจจุบันจะมีเพียง AIS และ Truemove H เท่านั้น ที่ครอบครองคลื่นความถี่นี้อยู่ ซึ่งถือกันมากถึง 100MHz และ 90MHz ตามลำดับ คาดว่าจะเริ่มมีสัญญาณให้ใช้ช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นถ้าใครคิดจะซื้อมาเพื่อถือยาวๆ รอใช้งาน 5G ในอนาคต อาจจะต้องคิดดีๆ หากจะซื้อเครื่องมาใช้งานบนเครือข่าย Dtac นะครับ

และที่น่าติดตามต่อคือ AIS และ Truemove H จะมีการลงเครือข่ายที่คลื่นใดเป็นหลัก หากลงทั้ง 3 คลื่น ก็หมายถึงว่าผู้ใช้ Galaxy S20 Ultra 5G จะเสียโอกาสในการใช้งานคลื่น 700MHz และ 26GHz ไปเลยนั่นเองครับ

from:https://droidsans.com/galaxy-s20-ultra-5g-supported-2600-mhz-thailand/