คลังเก็บป้ายกำกับ: 4._OTHER_NEWS

NVIDIA – ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คบางรายเลือกที่จะละเลยการระบุสเปคชิปกราฟิก GeForce ว่าเป็นรุ่น Max-Q

ในปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง NVIDIA ได้เปิดตัวชิปกราฟิกสำหรับโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับการเพิ่มชื่อ Max-Q ลงไปในชื่อ ซึ่งชิปกราฟิกที่มาพร้อมกับรหัส Max-Q นั้นจะเป็นชิปที่มาพร้อมกับการรองรับโน๊ตบุ๊คที่ต้องการความบางและเบา แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันที่ไม่มี Max-Q แล้วนั้น ชิปที่มาพร้อมกับ Max-Q จะมีประสิทธิภาพในการใช้งานน้อยกว่ารุ่นปกติในช่วงราวๆ 10% – 15% ด้วยการระบุ Max-Q นี่เองที่จะเป็นการทำให้ผู้ใช้ได้เห็นว่าสรุปแล้วนั้นโน๊ตบุ๊คที่จะทำการซื้อจะมีชิปกราฟิกที่มีประสิทธิภาพลดลงอย่างไร

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนว่าในปี 2019 นี้นั้นทางผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คจะเริ่มสร้างปัญหาให้กับผู้ซื้อแล้วเพราะไม่นานมานี้นั้นมีผู้ใช้ได้เห็นตัวอย่างของโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปแบบ Max-Q ทว่าในใบระบุสเปคนั้นกลับไม่ได้มีการระบุเอาไว้ว่าเป็นรุ่น Max-Q แล้ว โดยโน๊ตบุ๊คดังกล่าวนั้นเป็นของผู้ผลิตอย่าง Lenovo ในรุ่น Yoga C940 15-inch ที่ในใบสเปคนั้นจะระบุเอาไว้ว่าตัวชิปกราฟิกเป็น GeForce GTX 1650 ทว่าในความเป็นจริงนั้นกลับกลายเป็นว่าชิปกราฟิกที่มาพร้อมกับชื่อรุ่น Max-Q แทน

การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดนั้นก็คือทาง NVIDIA จะต้องทำการจัดการให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คระบุชื่อรุ่นชิปกราฟิกของตัวเองให้ครับ ทว่าการแก้ไขนี้นั้นเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ดังนั้นแล้วเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองก่อนที่ท่านจะทำการซื้อโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปกราฟิกของทาง NVIDIA ก็ควรที่จะหาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะทำการซื้อนั่นเอง

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/more-manufacturers-have-been-omitting-the-max-q-geforce-name-from-official-listings-and-its-getting-annoying/504788/

AMD – เผย … เราไม่เคยฝันว่าเราจะเป็นผู้นำ Intel แต่ที่เกิดขึ้นมาได้ผู้ผลิต TSMC

หลังจากการประชุมหลายๆ อย่างที่ผ่านมาในช่วงๆ 2 – 3 ครั้งที่ออกมานั้นเราได้เห็นกันแล้วว่าทาง AMD นั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแถมยังทำให้คู่แข่งอย่าง Intel นั้นต้องสั่นสะเทือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยประมวผลรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Zen 2 ของทาง AMD นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ซึ่งแน่นอนว่านี่ถือได้ว่าเป็นการเอาชนะทาง Intel ในส่วนของตัวหน่วยประมวลผลที่ทาง AMD นั้นสามารถที่จะนำหน้า Intel ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา (แน่นอนที่สุดเลยว่าความสำเร็จในครั้งนี้นั้นปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามาจากทาง TSMC ผู้ที่ผลิตชิปหน่วยประมวลผลให้กับทาง AMD)

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าทาง AMD นั้นเริ่มที่จะเติบโตจากการเอาชนะ Intel ในด้านหน่วยประมวลผลนั้นก็คือราคาหุ้นของ AMD ต่อหนึ่งหุ้นนั้นพุ่งสูงมากขึ้นมาอยู่ที่ $42 หรือประมาณ 1,269 บาทต่อหุ้นซึ่งเข้าใกล้กับราคาหุ้นที่สูงที่สุดของทาง AMD ซึ่งอยู่ที่ $47.5 หรือประมาณ 1,435 บาทที่ทาง AMD ได้เคยทำเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงปี 2000 ที่ผ่านมา แถมยังมีแนวโน้มว่าราคาหุ้นของทาง AMD นั้นจะยังคงเติบโตมากขึ้นอีกเรื่อยๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นทาง AMD ก็ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะออกมาในรูปแบบนี้ซึ่งนี่เป็นผลมาจากการที่ทาง Intel นั้นมีปัญหาทางด้านกระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm เป็นระยะเวลาหลายปีทำให้หน่วยประมวลผลของทาง Intel นั้นยังคงใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 14 nm อยู่ในช่วงเวลานี้ ซึ่งหน่วยประมวผลที่ทาง AMD เผยออกมาจนทำให้ความสำเร็จก้าวมากไปกว่าเดิมนั้นนอกจากจะเป็นซีรีย์ Ryzen สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วนั้นยังมี ROME สำหรับเครื่องแบบ Server ด้วยอีกต่างหากที่จะเห็นได้ว่าทาง AMD สามารถที่จะเพิ่มจำนวนแกนการประมวลผลไปได้มากกว่าทาง Intel เป็นอย่างมาก

ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen ของทาง AMD สามารถที่จะนำมาต่อกรกับทาง Intel ได้นั่นก็คือประสิทธิภาพในการใช้งานแบบ single-threaded ซึ่งทาง AMD นั้นไม่คิดด้วยซ้ำไปว่ามันจะสามารถเทียบเคียงกับของทาง Intel ได้ทว่าสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วนั้นทาง AMD แค่หวังว่ามันจะออกมาสูสีกับทาง Intel ทว่ากลับกลายเป็นว่าในบางการทดสอบนั้นหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen สามารถที่จะทำได้ดีกว่าอย่างที่ทาง AMD ไม่คาดคิด

ทุกอย่างนั้นทาง AMD ยกความดีความชอบให้กับทาง TSMC ผู้ผลิตหน่วยประมวลผลให้กับทาง AMD ซึ่งในอนาคตอันไม่ไกลนั้นทาง TSMC เองก็ได้เปิดโอกาสให้กับทาง AMD ได้แซง Intel อีกครั้งกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 5 nm ซึ่งทาง AMD นั้นคาดว่าจะสามารถผลิตหน่วยประมวผลที่กระบวนการผลิตระดับ 5 nm นี้ได้ในปี 2021 ในขณะที่ทาง Intelนั้นไม่รู้ว่าจะสามารถก้าวข้ามมาได้เมื่อไร งานนี้นั้นทาง AMD ก็ไม่ยอมที่จะปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน งานนี้นั้นได้มีการต่อสู้อย่างสนุกสนานแน่และที่เด็ดที่สุดนั้นก็คือผลดีทั้งหลายก็จะตกอยู่กับผู้ใช้ทั่วไปนั่นเอง

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/amd-we-never-dreamed-we-would-be-ahead-of-intel/504781/

Apple – MacBook Pro 16 สเปก Core i9 มีประสิทธิภาพต่ำกว่า MSI P65 สเปก Core i9 สาเหตุจากความร้อน

ในปี 2018 ที่ผ่านมานั้นเราได้เห็นทาง Apple เล่นใหญ่กับ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 15 นิ้วที่ทาง Apple นั้นได้เพิ่มตัวเลือกหน่วยประมวลผลเป็นรุ่น Core i9-8950HK ของทาง Intel ซึ่งหลังจากที่มีผู้นำไปใช้งานในการทดสอบต่างๆ นั้นกลับพบว่ามันไม่สามารถที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่เท่าไรนักด้วยปัญหาความร้อนของตัวเครื่อง

เนื่องจากว่า MacBook Pro นั้นเน้นความบางและเบาทำให้ไม่สามารถที่จะเพิ่มในส่วนของระบบระบายความร้อนที่ดีเข้าไปสู่ตัวเครื่องได้ ยิ่งหลังจากที่ทาง Dell ปล่อย Core i9 XPS 15 ออกมาแล้วด้วยนั้นทำให้ MacBook Pro มีเครื่องที่เข้ามาเปรียบเทียบได้เป็นอย่างดีและ Core i9 XPS 15 นั้นก็สามารถขับประสิทธิภาพของหน่วยประมวผลได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตามแต่ดูเหมือนกับว่าทาง Apple จะไม่หยุดแค่เพียงเท่านั้นดังที่ได้เห็นกันแล้วว่าในปี 2019 นั้น MacBook Pro ขนาดหน้าจอ 16 นิ้วยังคงมาพร้อมกับตัวเลือกหน่วยประมวลผล Core i9-9880H ให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกัน ทว่าด้วยความที่ Core i9-9880H นั้นมาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่มากกว่า Core i9-8950HK อยู่แต่มีการลดความเร็วสัญญาณนาฬิกาลงมาอยู่ที่ 2.3 GHz จาก 2.9 GHz ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานในแบบ multi-core นั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพจะดีขึ้นกว่าเดิม ทว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง MSI GE75 9SG ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นเดียวกันแล้วนั้น MacBook Pro รุ่นขนาดจอ 16 นิ้วก็ยังคงแพ้คู่แข่งอยู่ดีซึ่งปัญหานั้นก็ยังคงเป็นปัญหาเดิมนั่นก็คือเรื่องของการจัดการกับความร้อนที่ MacBook Pro 16 นิ้วยังคงไม่สามารถที่จะระบายความร้อนออกมาได้ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกมาเพื่อที่จะทำให้ตัวเครื่องสามารถที่จะขับประสิทธิภาพของ Core i9-9880H ได้เต็มที่นั้นก็คือการที่ตัวเครื่องของ MSI GE75 9SG มีขนาดที่ใหญ่กว่า เสียงรบกวนจากพัดลมมากกว่า

ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกิดขึ้นมาจากขนาดของตัวเครื่องที่บางและเบาจนทำให้ไม่สามารถที่จะใส่ระบบระบายความร้อนดีๆ ลงไปได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดนั้นก็คือ HP Omen 17 ที่ถึงแม้ว่าจะใช้หน่วยประมวผลรุ่นเดียวกันแต่ทว่าผลการทดสอบนั้นกลับได้ต่ำกว่า MacBook Pro 16 ซึ่งจุดนี้นั้นก็คงต้องเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ นั้นต้องแก้กันต่อไปเพราะปัญหาเรื่องของการระบายความร้อนนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะทำให้ Core i9-9880H สามารถที่จะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/apple-macbook-pro-16-core-i9-gets-consistently-outperformed-by-the-msi-p65-core-i9/504784/

Microsoft – พร้อมขายในไทย Surface Laptop 3 และ Surface Pro 7 ตามร้านค้าชั้นนำ เริ่มต้น 29,990 บาท

Surface Laptop 3 และ Surface Pro 7 วางจำหน่ายในไทยแล้ว

ใหม่ล่าสุดจากตระกูล Surface พร้อมด้วยความสามารถรอบด้าน

ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างเฉพาะตัว ด้วยศักยภาพที่เหนือชั้นกว่าเดิม

Microsoft ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่าย Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store พร้อมด้วยช่องทางจำหน่ายสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจจาก Add in Business และ Ciphermed

Surface รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่คล่องตัวสำหรับยุคโมบายอย่างแท้จริง จึงเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้รอบด้าน ยืดหยุ่น และเป็นตัวคุณมากยิ่งขึ้น

“เราได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีตลอดช่วงการเปิดสั่งจองล่วงหน้าที่ผ่านมา ในนามของไมโครซอฟท์ประเทศไทยดิฉันต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูง และในวันนี้ Surface รุ่นใหม่พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว ซึ่งดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface นี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนทำงานยุคนี้ มีให้เลือกตามลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว ทำงานได้หลายรูปแบบ พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงาม พรีเมี่ยมขึ้น

และตอบสนองการทำงานได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่ามากับศักยภาพที่เหนือกว่าเดิม เน้นการทำงานแบบมัลติทาสก์ ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกที่ ทุกเวลาได้อย่างปลอดภัยบนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์” นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

นางสาวสุมล อนันตธนะสาร​ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ Surface ไมโครซอฟท์ เอเชีย แปซิฟิก​ กล่าวเสริมว่า“ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วให้พร้อมรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล การเสริมให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น เพื่อนำศักยภาพที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมา จึงจำเป็นต้องมาพร้อมกับดีไวซ์ที่เหมาะสมกับวิถีการทำงานของแต่ละคนให้มากที่สุดและต้องมากับระบบความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้ เราเชื่อว่าด้วยดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มวินโดวส์ของเราเอง จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัวในทุกสถานการณ์ พร้อมด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม”

Surface Laptop 3: ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของขุมพลังและความสง่างาม – อ่านรีวิว 

Surface Laptop 3 รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงคอนเซปต์การออกแบบที่บางเฉียบ เรียบหรู และบางเบา แต่เร็วกว่าดีไวซ์รุ่นก่อนๆ ถึงสองเท่าตัว และมาพร้อมกับความสามารถในการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่เร็วยิ่งขึ้นและกราฟิกที่ดียิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 มีหน้าจอสองขนาด คือ 13.5 และ 15 นิ้ว โดยรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ Surface Laptop 3 เร็วและมีประสิทธิภาพสูงกว่าทุกรุ่นในอดีต ขณะที่ Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมอบจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นให้กับดีไวซ์ในตระกูล Surface Laptop พร้อมการออกแบบด้วยโลหะล้วนที่สง่างาม พร้อมศักยภาพการแสดงภาพกราฟิกระดับสูงจากโปรเซสเซอร์ของ AMD

เสริมสไตล์ของคุณด้วยสีสันที่สุดหรูอย่างสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1,288 และ 1,265 กรัมสำหรับรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้ว ในสีดำด้านและสีแพลทตินัมตามลำดับ ขณะที่รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมีน้ำหนักเพียง 1,542 กรัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังมีคีย์บอร์ดที่ทนทานพร้อมให้เลือกถึง 2 แบบ ทั้งแบบ Alcantara ที่นุ่มสบาย และโลหะชนิดใหม่

ด้วยความเป็นผู้นำในด้านการพิมพ์ที่สะดวกสบายและแบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน1 ทำให้ Surface Laptop 3 เป็นแล็ปท็อปคู่ใจที่ช่วยให้วันของคุณผ่านไปได้อย่างราบรื่น และด้วยฟีเจอร์ Fast Charging ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง2 นอกจากนี้ แทร็กแพดในดีไซน์ใหม่ยังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า 20% เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 ถูกสร้างมาเพื่อคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Instant On, พอร์ต USB-C และ USB-A และชุดไมค์สตูดิโอสองตัวที่รับสัญญาณเสียงระยะไกลได้สำหรับโหมดการโทรใน Microsoft Teams และการแปลงเสียงเป็นตัวหนังสือใน Office ในขณะที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยฮาร์ดไดร์ฟที่ถอดออกได้ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลของคุณโดยเฉพาะ3

Surface Pro 7: รับมือได้รอบด้านดังเดิม เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพที่สูงกว่า

ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งด้านในและนอก Surface Pro 7 ยังมีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นมาโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ดีไวซ์เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 2.3 เท่า ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสนุกสนานในรูปแบบของพวกเขาจากที่ไหนก็ได้ Surface Pro 7 มีให้เลือกถึง 2 สี คือ สีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Signature Type Cover, Arc Mouse และปากการุ่นใหม่ที่ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ยังพร้อมช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน Surface Pro 7 ของคุณให้มีสีสันยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Fast Charging แบตเตอรีที่อยู่ได้ทั้งวัน4 และ Instant On ทำให้ Surface Pro 7 สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ความคล่องตัวของการเป็นทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ตในตัว พร้อมหน้าจอความละเอียดสูง PixelSense™ Display ขนาด 12.3 นิ้ว แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเฉียบและมีน้ำหนักเพียง 775 กรัม

Surface Pro 7 ยังให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อกับหน้าจอ ดอคกิ้ง สเตชั่น หรืออุปกรณ์ชาร์จต่างๆ ด้วยพอร์ตที่หลากหลาย อาทิ USB-A, USB-C™ และ Surface Connect

เอกลักษณ์เฉพาะของดีไวซ์ตระกูล Surface ที่เป็นทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ตในตัวนี้มาพร้อมกับขาตั้ง (kickstand) ที่มาพร้อมกับเครื่องและ Surface Signature Type Cover5 ที่สามารถแยกจากเครื่องได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดไอเดียต่างๆ ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไม่ว่าคุณจะใช้ Surface Pro 7 สำหรับการทำงานหรือพักผ่อน ดีไวซ์รุ่นนี้เป็นเพื่อนข้างกายที่สมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวัน คุณสามารถพักผ่อนจากการทำงานด้วยการดูภาพยนตร์ที่มีความคมชัดระดับ HD หรือฟังเพลงโปรดของคุณบน Spotify6 ขณะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เสียงคมชัดจาก Dolby® Audio™ Premium

สถานที่จัดจำหน่ายและราคา

Surface Pro, Surface Laptop 3 และอุปกรณ์เสริมของ Surface พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store, และ Shopee-Microsoft Authorized Store สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Add in Business และ Ciphermed สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ

รุ่น ราคาขายปลีก
Surface Pro 7 (สีดำด้านและแพลทินัมเท่านั้น)
Surface Pro 7 Intel i5/8GB/128GB 29,990
Surface Pro 7 Intel i5/8GB RAM/256GB 40,990
Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/256GB 49,990
Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/512GB 64,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว (สีดำด้านและแพลทินัมเท่านั้น)
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/128GB SSD 34,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/256GB SSD 44,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i7/16GB RAM/256GB SSD 52,990
Surface Laptop 3 15 นิ้ว (สีดำด้านเท่านั้น)
Surface Laptop 3 15 นิ้ว AMD R5/8GB RAM/256GB SSD 49,990
อุปกรณ์เสริม
Surface Arc Mouse (สีฟ้า แดง ดำและแพลทินัม) 2,600
Surface Pen (สีฟ้า แดง ดำและแพลทินัม) 3,900
Signature Type Cover สำหรับ Surface Pro 7 (สีฟ้า แดง ดำและแพลทินัม) 5,790


1
ใช้แบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 11.5 ชั่วโมง สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ Surface ตามปกติ ดำเนินการทดสอบโดยไมโครซอฟท์ เดือนกันยายน 2565 โดยใช้ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์รุ่นก่อนการผลิต ทั้งรุ่นหน้าจอขนาด 13.5 นิ้ว ที่มี Intel® Core™ i5 256GB และ RAM ขนาด 8 GB กับรุ่นหน้าจอขนาด 15 นิ้วที่มี AMD Ryzen™ 5 3580U สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ พร้อมภาพกราฟิก Vega 9 Graphics รุ่น Microsoft Surface® Edition devices อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าระบบและปัจจัยอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมได้ที่  surface.com

2การทดสอบจัดขึ้นที่บริษัทไมโครซอฟท์ในเดือนกันยายน 2019 โดยใช้ดีไวซ์ก่อนการผลิตและซอฟท์แวร์ และทดสอบด้วย Surflink 60W PSU ภายใต้สภาวะควบคุม ดีไวซ์ต่างๆ ถูกเปิดขึ้นบนจอที่ใช้การตั้งค่าแสงสว่างที่เป็นการตั้งค่าหลัก เวลาชาร์จขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และถูกวัดที่อุณหภูมิออฟฟิศทั่วไปที่ 23 องศาเซลเซียส

3 ผู้ใช้ไม่สามารถนำฮาร์ดไดรฟออกเองได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและปฏิบัติตามคำแนะนำของไมโครซอฟท์เท่านั้น

4 แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานถึง 10.5 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานปกติสำหรับ Surface การทดสอบจัดขึ้นที่ไมโครซอฟท์

from:https://notebookspec.com/microsoft-launch-surface-laptop-3-surface-pro-7/504741/

Twitter – จะไม่ทำการลดความละเอียดของรูปภาพแนบแบบ JPEG อีกต่อไป

ข่าวนี้นั้นถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับช่างภาพที่ชอบอัพรูปขึ้น Twitter จริงๆ เพราะหากอ้างอิงจากทาง Nolan O’Brien ผู้ที่เป็นวิศวกรใน Twitter นั้นได้มีการบอกเอาไว้ว่าตั้งแต่นี้ต่อไปทาง Twitter ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายในการทวิทรูปใหม่ซึ่งรูปที่ถูกเข้ารหัสไฟล์แบบ JPEG(ที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันของทั้งสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิทัล) นั้นทาง Twitter จะไม่มีการทำการลดความละเอียดรูปแต่อย่างใด ทำให้หลังจากนี้ไปนั้นรูปที่บีบอัดไฟล์ตามมาตรฐาน JPEG จะคมชัดอย่างที่ควรจะเป็น

แต่ทว่าอย่าพึ่งดีใจไปไกลเพราะว่าถึงแม้ทาง Twitter จะเปิดโอกาสดังกล่าวนี้แต่ในช่วงแรกนี้นั้นก็จะยังคงมีข้อจำกัดอยู่ว่ารูปที่เข้ารหัสไฟล์แบบ JPEG ที่จะไม่โดนปรับความละเอียดของรูปภาพลงนั้นจะต้องทำการทวิทผ่านทางเว็บไซต์เท่านั้นและรูปตัวอย่างที่ถูกแสดงบนทวิทนั้นจะยังคงมีการลดความละเอียดลงอยู่ ทว่าเมื่อผู้ใช้รายอื่นๆ กดเข้าไปดูภาพก็จะเห็นภาพที่ความละเอียดอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ อยู่ดี

ทั้งนี้ทางคุณ Nolan ยังได้มีการบอกเอาไว้อีกด้วยว่าหลังจากที่มีการเปิดโอกาสให้กับรูปภาพที่ถูกเข้ารหัสไฟล์แบบ JPEG แล้วนั้น ทาง Twitter เองยังคงมีแผนการที่จะขยายขอบเขตดังกล่าวให้มากขึ้นกว่าเดิมในการที่จะรองรับกับไฟล์ภาพที่เข้ารหัสในรูปแบบไฟล์อื่นๆ อีกด้วย งานนี้ผู้ที่น่าจะดีใจมากที่สุดนั้นคงจะหนีไม่พ้นนักถ่ายภาพมืออาชีพที่ต้องการให้ทุกคนได้เห็นภาพที่ตัวเองถ่ายเป็นไปตามความจริงมากที่สุด

หมายเหตุ – ถึงแม้ว่าจะเปิดโอกาสให้ภาพที่มีการเข้ารหัสไฟล์แบบ JPEG สามารถลงได้แบบไม่ลดความละเอียดทว่าในส่วนของข้อมูลของตัวไฟล์ภาพนั้น(EXIF data) จะยังคงมีการตัดทิ้งออกไปอยู่อย่างเดิม

ที่มา : engadget

from:https://notebookspec.com/twitter-will-no-longer-destroy-the-quality-of-uploaded-jpegs/504679/

AOC – เปิดตัวจอ AGON G493UCX มาพร้อมกับขนาดใหญ่ถึง 49 นิ้วโดยมีอัตราส่วนอยู่ที่ 21:9

นับวันนั้นคงต้องยอมรับกันจริงๆ ว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นมีขนาดใหญ่มากขึ้นๆ ทุกวัน โดยล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง AOC หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตหน้าจอคอมพิวเตอร์ชื่อดังได้ทำการเปิดตัวหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่อย่าง AGON G493UCX ซึ่งมาพร้อมกับขนาดใหญ่ถึง 49 นิ้ว โดยหน้าจอคอมพิวเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้นั้นมีอัตราส่วนของหน้าจออยู่ที่ 21:9 ทำให้มันมีความละเอียดอยู่ที่ระดับ 5120 x 1440 pixels โดยในส่วนของ refresh rate ของตัวหน้าจอนั้นก็สูงมากถึง 120 Hz

 

AGON G493UCX นั้นจะใช้พาเนลเป็นแบบ VA โดยจะมาพร้อมกับการรองรับ DisplayPort 400 ในตัวอีกด้วย (ซึ่งไม่มีความจำเป็นว่าตัวกราฟิกการ์ดนั้นจะเป็นของผู้ผลิตรายใด) ตัวหน้าจอรองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync โดยที่ยังผ่านการรองรับ G-Sync compatibility ด้วยอีกต่างหากทำให้ในการใช้งานเพื่อการเล่นเกมนั้นสบายใจหายห่วงได้(ที่น่าจะต้องห่วงอยู่อย่างเดียวก็คือการเล่นเกมเก่าๆ ที่ไม่รองรับความละเอียดที่มีอัตราส่วน 21:9 ซึ่งนั่นทำให้เวลาเล่นผู้เล่นจะเห็นหน้าจอแสดงผลตัวเกมแบบมีแถบดำทาง 2 ด้านข้างของหน้าจอ)

สำหรับพอร์ตต่างๆ ที่ AGON G493UCX มีให้มานั้นจะประกอบไปด้วย 2 x DisplayPort 1.4 connectors, 2 x HDMI 2.0 connectors, 1 x USB Type-C, 3 x USB ports, 1 x audio output และ ลำโพงขนาด 5W จำนวน 2 ตัวบนตัวหน้าจอ น่าเสียกายที่ทาง AOC นั้นไม่ได้เผยข้อมูลกำหนดการการวางจำหน่ายและราคาของ AGON G493UCX ออกมาอย่างเป็นทางการ ทว่าด้วยสเปคของตัวหน้าจอเองแล้วนั้นราคาของมันคงอยู่ในระดับสูงอย่างแน่นอน

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/aoc-releases-agon-g493ucx-49-inch-monitor-5120-x-1440-at-120hz/504626/

Intel – เตรียมปล่อยชิปประมวลผล Core i9-10900K 10C/20T พร้อมกับชิปเซ็ทใหม่อย่าง Z490

ถึงแม้ว่าจะยังคงไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาจากทาง Intel ทว่าในส่วนของข่าวลือเกี่ยวกับหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่างสถาปัตยกรรม Comet Lake-S นั้นก็มีออกมากระตุ้นความอยากแฟนๆ อยู่เนืองๆ ครับ โดยล่าสุดนั้นหากข่าวลือดังกล่าวนี้เป็นจริงดูเหมือนว่าแฟนๆ Intel อาจจะรออีกไม่นานเท่าไรนักเพราะตามข่าวนั้นระบุเอาไว้ว่าทาง Intel จะเตรียมปล่อย Core i9-10900K ที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 10 แกน/20 threads ให้เราๆ ท่านๆ ได้ใช้งานกันในช่วงเดือนเมษายน 2020 นี้แล้วครับ

ด้วยความที่เป็นหน่วยประมวผลรุ่นใหม่นั้นทำให้มันต้องมาคู่กันกับชิปเซ็ทรุ่นใหม่อย่าง Z490 โดยข่าวร้ายในข่าวดีนี้ก็คือเจ้าหน่วยประมวผลรุ่นที่ 10 ของทาง Intel นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนขาหน่วยประมวลผลใหม่เป็น 1200 ขาทำให้เมนบอร์ดที่จะใช้งานด้วยนั้นต้องรองรับ socket LGA 1200 ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากท่านที่ใช้งานบอร์ด LGA 1151 อยู่นั้นก็จะไม่สามารถใช้งานหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 ของทาง Intel ได้ไปโดยปริยาย หากต้องการอัพเกรดล่ะก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งบอร์ดด้วย

นอกจากชิปเซ็ทระดับท๊อปอย่าง Z490 แล้วนั้น ทาง Intel ยังได้เตรียมชิปเซ็ทที่จะรองรับการใช้งานคู่กับหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 อีกด้วยกันถึง 3 ขิปเซ็ทอันประกอบไปด้วย W480, B460 และ H410 อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นหากนำไปเทียบกับทาง AMD แล้วชิปเซ็ทรุ่นใหม่ของทาง Intel ที่จะรองรับหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 ก็ยังมีจุดด้อยกว่าอยู่นั่นก็คือมันจะไม่รองรับกับ PCIe 4.0 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ โดยทั้งตัวหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 และชิปเซ็ทนั้นจะรองรับมาตรฐาน PCIe 3.0 เท่านั้น

ตามข้อมูลนั้นตัวหน่วยประมวผลรุ่นที่ 10 และชิปเซ็ท Z490 จะรองรับกับมาตรฐานต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • Up To 10 processor cores for enhanced performance
  • Up To 30 PCH-H High-Speed I/O lanes for port flexibility
  • Up To 40 PCIe 3.0 Lanes (16 CPU, up to 24 PCH)
  • Media & Display features for premium 4K content support
  • Integrated + Discrete Intel Wireless-AC (Wi-Fi/BT CNVi)
  • Support Intel Wi-Fi 6 (Gig+)
  • Support Enhanced Core and memory overclock
  • Integrated USB 3.2 Gen 2×1 (10 Gb/s) support
  • Intel Rapid Storage Technology (Intel RST)
  • Programmable (Open FW SDK) Quad-Core Audio DSP
  • C10 & S0ix Support for Modern Standby

ทั้งนี้นั้นยังมีเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงเวลาที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อย่างไรแล้วนั้นก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ออกมาจากทาง Intel หรือไม่

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/intel-core-i9-10900k-10c20t-cpu-z490-platform-drops-in-april-2020/504676/