คลังเก็บป้ายกำกับ: 4._OTHER_NEWS

MSI – Trident X Gaming Desktop ที่มาพร้อมกับรูปทรงที่บางลงกว่าเดิมแต่ยังคงความแรงแบบเต็มๆ

ย้อนกลับไปในช่วงงาน CES 2019 ที่ผ่านมานั้นทางเราเองเคยนำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบกันไปแล้วครับว่า MSI นั้นได้มีการนำเอาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะซีรีย์ Trident X ซึ่งตังวเครื่องนั้นถึงแม้จะเป็นแบบตั้งโต๊ะทว่ามันได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีทำให้ตัวเครื่องนั้นบางและเบาลงกว่าเดิม ทว่าในเรื่องของความแรงแล้วนั้นไว้วางใจได้เลยครับว่าไม่ได้บางลงเหมือนกับขนาดเพราะทาง MSI ใส่มาให้อย่างเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกหน่วยประมวลผล Intel® 9th gen Core i9 K หรือจะเป็นกราฟิกการ์ดแบบแยกอย่าง GeForce RTXTM 2080 Ti บนเครื่องรุ่นท๊อปสุดอย่าง Trident X Plus เป็นต้นครับ

ตัวเครื่องนั้นเจ็งมากแค่ไหน บอกได้คำเดียวเลยครับว่ามันสุดยอดเอามากๆ เพราะตัวยเครื่องรุ่นท๊อปอย่าง Trident X Plus นั้นได้รับรางวัล 2019 CES Innovation Award, the 2019 Best Choice Award in Gaming & Entertainment Category และ 2019 d&i Award มาเป็นการันตีว่าตัวเครื่องนั้นเจ๋งจริงอย่างแน่นอน นอกไปจากนั้นแล้วทาง Tom’s Hardware ยังให้รางวัล editor’s choice review มาด้วยอีก งานนี้เรียกได้ว่าเก็บรางวัลเรียบครับ

นอกไปจากจากซีรีย์ Trident X แล้วนั้นทาง MSI ยังมีเครื่องในซีรีย์อื่นๆ ไว้รองรับผู้ใช้งานอีกอย่างซีรีย์ Infinite S และซีรีย์ Codex โดยในส่วนของซีรีย์ Infinite S นั้นจะมีความโดดเด่นอยู่ที่ตัวเครื่องจะมีขนาดความจุภายในวัดได้ 10 ลิตร ทว่าดีไซน์นั้นจะยังคงดูคล้ายๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะทั่วไป สำหรับน้องเล็กอย่างซีรีย์ Codex นั้นจะสบายกระเป๋าเงินของท่านมากที่สุดโดยเน้นเรื่องของราคากับประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่ได้ครับ

ทั้งนี้ทาง MSI ได้เริ่มวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์สำหรับการเล่นเกมทั้ง 3 ซีรีย์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง รวมไปถึงเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดังอื่นๆ อย่างเข่น Amazon และ Newegg เป็นต้น ท่านใดสนใจก็สามารถไปทำการตรวจสอบสเปคที่ต้องการแล้วสั่งกันได้เลยครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/msi-trident-x-gaming-desktop-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%a3/485286/

โฆษณา

Microsoft – ทดลองเปลี่ยนปุ่ม Windows ให้เป็นปุ่ม Office แทน คาดอาจจะมาพร้อม Windows เวอร์ชั่นใหม่

ดูเหมือน Microsoft จะทำการทดสอบปุ่มใหม่ที่จะเอามาแทนปุ่ม windows เพราะเห็นว่าเป็นปุ่มที่มักถูกมองข้าม โดยจะเปลี่ยนให้เป็นปุ่ม Office แทน โดย WalkingCat ผู้ที่มักมีข่าวหลุดของ Microsoft มาบอกต่อเป็นประจำนั้นได้บอกว่าเขาไปพบลิ้งบนเว็บ office.com ของ Microsoft เป็นแบบฟอร์มให้สมัครเพื่อทดสอบปุ่มใหม่นี้ โดยผู้ที่สมัครจะได้ปุ่มใหม่นี้ไปเปลี่ยน และใบแบบฟอร์มยังถามด้วยว่าอยากจะให้เพิ่ม Shortcut อย่างอื่นอีกไหม

Microsoft ปัจจุบันดูเหมือนจะพยายามรวมซอร์ฟแวร์กับฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน เพราะการมี Office เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้งาน โดยค่าของปุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและการใช้งานโปรแกรม Office ต่างๆ  ซึ่งในปัจจุบันจะมีอยู่บนแป้มพิมพ์ทุกอันและอาจจะถูกใช้งานเป็นปุ่มฟังก์ชั่นของผู้ผลิตอีกด้วย

หาก Microsoft ต้องการจะเปลี่ยนปุ่มจริงคาดว่าจะต้องทำการเปิดตัวคีย์บอร์ดของ Microsoft เองหรือ Surface และ Surface laptop มันไม่แน่ชัดว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะสร้างความแตกต่างให้กับผู้ใช้ได้หรือไม่ แม้ว่ามันจะเป็รการพยายามอย่างหนักสำหรับแป้มพิมพ์ที่ใช้กับ Office Suite

และเมื่อถามความเห็นกับโฆษกของ Microsoft แล้ว ก็ได้คำตอบกลับมาว่า จะไม่ออกความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ คาดว่านี่อาจเป็นการทดลองดูว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ก่อน หากสำเร็จอาจมีการมาประกาศอย่างจริงจังแน่นอน

ที่มา : tomshardware

from:https://notebookspec.com/microsoft-office-key-test/485298/

ให้ไว! SP S55 SSD ราคาถูก 240GB แค่ 940 บาท เร็วดี มีประกัน

สำหรับคนที่กำลังไม่แน่ใจว่าจะใช้ SSD ดีมั้ย ชั่วโมงนี้แอดบอกเลยว่าใช้เถอะ คุ้มสุดๆ วันนี้แอดเอา SSD ราคาถูก ให้คนที่กำลังจะเริ่มต้นกับ SSD มาให้ได้โดนกัน เพราะ 240GB แค่ 940 บาท เท่านั้น  จากทาง SP หรือ Silicon Power ที่หลายคนรู้จักดี เป็น SSD ในแบบ SATA ที่สามารถใช้ได้ทั้ง โน้ตบุ๊กและพีซี ความเร็วจัดว่าเยี่ยม อ่าน/เขียน ระดับ 500MB/s

ssd ราคาถูก

SP S55 เป็น SSD ในแบบ SATA ที่ดีไซน์มาสวยทีเดียว กับสเปคความจุ 240GB ให้การอ่านข้อมูลที่ 560MB/s และเขียน 530MB/s มีค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี ซึ่งใครมีโค้ดส่วนลดลูกค้าใหม่ ก็นำมาใช้ได้ รวมถึงไม่มีค่าจัดส่งด้วย แต่เช็คเงื่อนไขกันก่อนนะ เดี๋ยวจะหาว่าแอดไม่บอก สนนราคาเหลือแค่ 940 บาท หักโค๊ดส่วนลดเหลือแค่ 8xx บาทเท่านั้นเอง ใครอยากได้ SSD ตัวแรกหรือเริ่มต้นใช้งานก็จัดได้เลย

จิ้มไปซื้อเบาๆ ที่นี่

 

from:https://notebookspec.com/ssd-240gb-940-sp-s55/485380/

AMD – ชิปประมวลผล Ryzen 9 3950X ทำลายสถิติ Geekbench ไปแล้ว แต่ยังเป็นรอง Xeon W-3175X

เป็นที่ยืนยันแล้วว่า โปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปตระกูล Matisse ของ AMD ได้ทำลายสถิติผลการทดสอบแบบ Multi Core ของ Geekbench ไปเมื่อไม่นานนี้ โดยจากข้อมูลบอกว่าเป็น Ryzen 9 3950X engineering sample ซึ่งได้รับการ overclocked CPU พร้อมด้วยชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ และใช้บอร์ดเป็น x470 ด้วย

ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานที่ไม่น่าเชื่อบน Geekbench ซึ่งได้ถูกระบบรวบรวมเอาไว้บนฐานข้อมูลของ Geekbench คือ AMD Myrtle โดยมีคะแนนแบบ Single Core อยู่ที่ 5,868 คะแนน และคะแนนแบบ Multi Core 61,072 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเอามากๆเลยทีเดียว นอกจากนี้ HWBOT ได้ทำการทดสอบด้วยตัวเองแล้ว ดูเหมือนรายงานที่ได้จะเป็นความจริง

ตามที่ blueleader บอกเอาไว้ CPU เจ้าปัญหาคือ AMD Ryzen 9 3950X (ES) ด้วยคะแนนแบบ Single Core ทำให้ก้าวเข้าสู่เขตแดนของ Intel อย่างเช่น i5-9600K และ i7-8700K แล้ว แต่คะแนนแบบ Multi Core ของ CPU Matisse นั้นพุ่งทะลุชาร์ตของ Geekbench ไปแล้ว

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ส่งผลต่อตารางอันดับของ Geekbench มากเท่าไร เพราะปัจจุบันนี้คะแนนสูงที่สุดคือ 84,070 คะแนน โดยเจ้าของสถิตินี้คือ Xeon W-3175X ทว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้มีถึง 28core ซึ่ง Ryzen 9 3950X ที่มี 16core นั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม อีกทั้งผลจากการทดสอบแบบ Multi Core ที่ได้ 61,072 คะแนน จึงทำให้มันได้อันดับที่ 12 ในหอเกียรติยศของ HWBOT

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-ryzen-9-3950x-es-confirmed-as-geekbench-wrecking-record-breaker/485239/

Acer – สรุปราคาสเปกขายจริง Nitro 7 / Predator Helios 300 Gaming Notebook ของดี เริ่ม 37,990 บาท

สำหรับ Gaming Notebook อย่าง Acer Nitro 7 และ Predator Helios 300 จัดได้ว่ามีความน่าสนใจมากๆ เพราะเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมที่มาพร้อมสเปกแรงและใหม่ล่าสุด ด้วยชิปประมวล Intel Core i Gen 9 อย่าง i7-9750H รวมไปถึงใช้การ์ดจอรุ่นใหม่ที่เป็น GTX 16 Series และ RTX 20 Series อย่าง GTX 1660Ti / RTX 2060 / RTX 2070 ในราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงจนเกินไป อีกทั้งยังได้ความพรีเมียมมากกว่า Gaming Notebook ที่เน้นคุ้มค่าเพียงอย่างเดียวอีกด้วย

มาในตอนนี้ Acer ได้พร้อมที่จะเปิดสเปกและราคาขายจริงของ Acer Nitro 7 และ Predator Helios 300 เริ่มต้นที่ 37,990 บาท จนไปถึง 66,990 บาท เรียกได้ว่า แรงและคุ้มค่าเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสเปกใหม่ ที่แทบทุกรุ่นมาพร้อมกับ SSD ความเร็วสูงและหน้าจอ IPS 144Hz ด้วย จัดเต็มกันไปเลยจริงๆ แน่นอนว่าทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์เองก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย

ราคาและสเปกของ Acer Nitro 7 (AN715-51)

Acer Nitro 7 (AN715-51) ที่มาพร้อมสเปก Core i7-9750H + GTX 1660Ti  ดีไซน์ใหม่ขอบจอบางเฉียบ วัสดุเป็นอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ทั้งฝาหลัง ด้านนอก ด้านใน ใต้เครื่อง การออกแบบก็สวยล้ำกว่าเดิม มาพร้อมหน้าจอ 15.6″ Full HD IPS ใช้ชื่อว่า Acer Nitro 7 เน้นความพรีเมียม โดยรวมแล้วดูดีกว่า Acer Nitro 5 อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งแบ่งสเปกหลักๆ ออกมาเป็นดังต่อไปนี้

  • i7-9750H / RAM 8GB / SSD 256GB+HDD 1TB / GTX1660Ti / 15.6″ 60Hz / Win10 ราคา  37,990
  • i7-9750H / RAM 8GB / SSD 256GB+HDD 1TB / GTX1660Ti / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  39,990
  • i7-9750H / RAM 8GB / SSD 512GB / GTX1660Ti / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  39,990

เรื่องของการดีไซน์ออกแบบ หลักๆ ยังมีทรงคล้ายๆ กับ Acer Nitro 5 แต่มีการปรับให้ตัวเครื่องมีความเล็กกระชับลงอีก ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน ซึ่งจากการที่ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมทำให้ดูแข็งแรงทนทานและหรูหรากว่า Acer Nitro 5 อย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 7 รุ่นใหม่ (AN715-51-70TG) หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ก็มีขนาดตัวเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่เป็นขอบหนาๆ นั่นเอง โดยมีรุ่นหน้าจอ Refresh 60Hz และ 144Hz ให้เลือกกันอีกที

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

ด้วยขอบหน้าจอที่บางเฉียบที่ 7.48 มิลลิเมตร พื้นที่แสดงผลเป็น 78% ส่งผลให้มิติโดยรวมตัวเครื่องทั้งหมดมีขนาดที่เล็กกระชับ ฝาหลังที่เป็นอะลูมิเนียมดูสวยงามดุดัน โดยมีความบางที่ 19.9 มิลลิเมตรเท่านั้น นับว่ามีความบางเบากว่ารุ่นก่อนมาก รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น กับน้ำหนักเบาเพียง 2.5 กิโลกรัม  โดยติดตั้งลำโพง Waves MaxxAudio และ  Killer Ethernet E2500 RJ-45 อีกเช่นกัน ให้ประสบการณ์การใช้งานเล่นเกมที่เยี่ยมของเกมเมอร์ทีเดียว

Acer Nitro 7 มีตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ถึง 15.6”ขอบหน้าจอบางก็จริง แต่ก็ยังสามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ที่มาพร้อมปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นสีแดงเด่นออกมา

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีแดง (ปรับแสงได้ 5 ระดับ) ที่ให้ความสว่างพอสมควรดูเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความนุ่มติดมือ รู้สึกได้เลยว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน ในส่วนทัชแพดนั้นจะมีขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ออกแบบปุ่มมาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่มตามสมัยนิยมทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา มีขอบเป็นสีแดง ให้ความลื่นไหลในการใช้งานเป็นอย่างดี ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาแต่อย่างใด

สรุปราคาและสเปกขายจริงของ Acer Nitro 7 (AN715-51) ถือได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่ตั้งใจทำตลาดในกลุ่มบนกว่า Acer Nitro 5 แต่ก็ยังเป็นรองในส่วนของ Predator Helios 300 อยู่ ราคาถือว่ามีความเหมาะที่ไม่เกิน 40,000 บาท แน่นอนว่าถ้าให้แนะนำที่ดูแล้วน่าซื้อที่สุดคงจะเป็น Acer Nitro 7 รุ่นที่มาพร้อมกับ SSD 512GB M.2 NVMe เพราะได้ความจุที่สูงความเร็วที่สูง ส่วนถ้าใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ เพิ่มเติม หรือจะใส่ SSD M.2 NVMe อีกตัวค่อยว่ากันก็ได้ (Acer Nitro 7 รองรับการใส่ SSD M.2 NVMe 2 ช่องพร้อมกัน) อีกทั้งได้หน้าจอ 144Hz ของต้องมีจริงๆ !!!

ราคาและสเปกของ Predator Helios 300 (PH315-52)

Predator Helios 300 (PH315-52) ปี 2019 นี้เป็นการต่อยอดมาจาก Gaming Notebook เน้นความพรีเมียมคุ้มค่ากว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมแนวทางการออกแบบคล้ายรุ่นพี่อย่าง Acer Predator Helios 500 เสริมด้วยการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง GeForce GTX 1660Ti / RTX 2060 ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพกับความสมจริงกว่าที่เคยมีมา เพราะสามารถ Overclock เพิ่มได้ ท็อปสุดเป็น GeForce RTX 2070

โดยทำงานประสานกับชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ที่แรงเข้ากันลงตัว ทำให้สิทธิภาพตัวเครื่องเทียบกับ Deskto PC สบายๆ มาพร้อมขนาดหน้าจอทั้ง 15.6″ และ 17.3″ ให้เลือกกัน ที่ 144Hz โดยเน้นความแรงประสิทธิภาพในการเล่นเกมเป็นหลัก แบบไม่เน้นความบางเบามากหนักตามสไตล์ของ Predator Helios Series สนนราคาราคาขายในไทยจริงๆ เริ่มต้นที่ 46,990 บาท

  • i7-9750H / RAM 8GB / SSD 512GB / GTX1660Ti / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  46,990
  • i7-9750H / RAM 8GB x 2 / SSD 512GB / GTX1660Ti / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  49,990
  • i7-9750H / RAM 8GB / SSD 512GB / GTX1660Ti / 17.3″ 144Hz / Win10 ราคา  46,990
  • i7-9750H / RAM 8GB / SSD 512GB / RTX2060 / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  49,990
  • i7-9750H / RAM 8GB x 2 / SSD 512GB / RTX2060 / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  51,990
  • i7-9750H / RAM 8GB x 2 / SSD 512GB x 2 / RTX2060 / 15.6″ 144Hz / Win10 ราคา  54,990
  • i7-9750H / RAM 8GB x 2 / SSD 512GB / RTX 2070 / 17.3″ 144Hz / Win10 ราคา  66,990

Predator Helios 300 (PH315-52) ที่จำหน่ายประเทศไทยมาพร้อมกับหลากหลายสเปกและราคา โดยเริ่มต้นเป็นชิปประมวลผลเป็น Core i7-9750H การ์ดจอเริ่มต้นเป็น NVIDIA GeForce GTX 160Ti (6GB GDDR6)/ RTX 2060 (6GB GDDR6) จนไปถึง RTX 2070 (8GB GDDR6) พร้อม Ram 8 – 16GB DDR4 Bus 2666 (8GB x 2) ที่ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD m.2 แบบ NVMe ที่ความจุ 512GB – 1TB (512GB x 2) รวมถึงยังใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้อยู่ จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ

เป็น Gaming Notebook ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ 15.6″ และ 17.3″ แต่กลับมีความเล็กลงจากมิติตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดจากการที่ขอบจอบาง ผนวกกับหน้าจอ IPS และอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 144Hz จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆในการเล่นเกมแบบเต็มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของดีไซน์ภายนอกก็ดูเรียบหรู วัสดุเป็นอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องแซมด้วยสีฟ้า Predator ที่โดดเด่น เป็น DNA ของ Gaming Notebook จากทาง Acer Predator ปี 2019 นี้ก็ว่าได้

หน้าจอขนาด 15.6″ – 17.3″ แบบด้าน ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพ IPS ตอบสนองที่ 144Hz 3ms แถมตัวเครื่องยังมีลำโพง 2.0 ชาแนล บนซอฟแวร์เสียง Waves Maxx Audio ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, ช่องเสียบหูฟังไมค์ขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E2500 Ethernet Controller

และการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ Wireless-AC 1550 และ Killer Control Center 2.0 ของ Killer ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน แน่นอนว่า Acer Predator Helios 300 (2019) รุ่นที่ขายในไทยต้องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง ตามมาตรฐานของ Acer Predator ที่เป็น Gaming Notebook ระดับกลางค่อนสูง

สำหรับ Predator Helios 300 (PH315-52) รุ่นหน้าจอ 15.6″ ใช้พื้นฐานเดียวกันมาจาก Acer Predator Triton 700 และ Acer Predator Helios 500 โดยถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มีความเบาบางกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด ขอบจอบางที่ 7.9 มิลลิเมตร (17.3 จะเป็น 9 มิลลิเมตร) มีพื้นที่การแสดงผลที่ 79% ได้ความแรงไม่แพ้ Gaming Notebook เครื่องหนักๆ หนาๆ แบบแต่ก่อน โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ที่พกพาได้สะดวก รักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ถือมือเดียวได้ หรือหยิบใส่กระเป๋าแบบสบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

โดย Predator Helios 300 (PH315-52) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook ที่แรง คุ้มค่า ฟีเจอร์เยอะ สามารถเร่งความเร็วได้ วัสดุพรีเมียม มีไฟ RGB คีย์บอร์ด ซึ่งราคาขายจริงพร้อมสเปกที่ออกมานั้น จัดได้ว่ามีตัวเลือกมากมาย เน้นใช้ชิป Core i7-9750H เพียงรุ่นเดียว แต่แยกการ์ดจอเป็น 3 รุ่น ตามความต้องการทั้ง GTX 1660Ti / RTX 2060 / RTX 2070 รวมไปถึงมีขนาดหน้าจอให้เลือก ซึ่งถ้าแนะนำให้งบไม่เกิน 50,000 บาท รุ่น 49,990 บาท หน้าจอ 15.6″ ที่ได้การ์ดจอ RTX 2060 น่าจะโดนใจที่สุด เพราะแรมและ SSD ราคาสามารถซื้อได้ภายหลัง

สรุปคือ เครื่องเดียวจบครบในตัวเดียว ทั้ง Acer Nitro 7 และ Predator Helios 300 ประสิทธิภาพแรงลื่น จอสวยเทพ 144Hz บางเบา ตัวเครื่องดีไซน์วัสดุพรีเมียม ทั้งทำงานและเล่นเกมตอบโจทย์ได้ลงตัว ถ้าให้ซื้อ Gaming Notebook อย่าง Predator Helios 300 (PH315-52) คือคำตอบที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง ได้ประสบการณ์ใช้งานระดับ Desktop ตัวเทพ ที่สามารถพกพาไปใช้งานที่ไหนก็ได้  ซึ่งก็ได้การ์ดจอที่สามารถ Overclock ได้มาแทน เทียบราคาต่อสเปกอาจจะดูสูงกว่าพวก Acer Nitro 5 หรือ Nitro 7 แต่ประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ การออกแบบนั้น ได้ประสบการณ์ที่ดีแน่นอน

ปิดท้ายกันจริงๆ บอกเลยว่ารอชมรีวิวทั้ง Acer Nitro 7 และ Predator Helios 300 จากแอดมินโป้งอีกไม่นานเกินรอแน่นอน ตอนนี้เครื่องจริงๆ อยู่ในมือแล้ว กำลังทำการทดสอบอยู่ เรียกได้ว่าน่าตื่นเต้นจริงๆ เพราะมันเป็น Gaming Notebook งานดีที่ Acer ใส่ใจมากๆ เชื่อได้ว่าหลายคนต้องชื่นชอบและซื้อมันอย่างแน่นอน !!!

from:https://notebookspec.com/acer-nitro-7-predator-helios-300-gaming-notebook-price-37990-baht/485193/

Tech 2019 – Broadcom โวย Huawei โดนแบนส่งผลกระทบกับบริษัทโดยตรง คาดปีนี้รายได้หดกว่า $2 Billion

ดูเหมือนว่าการแบน Huawei ของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้นั้นจะยังคงส่งผลกระทบกันอีกยาวครับ แถมหนำซ้ำแล้วผู้ที่โดนผลกระทบใหญ่ๆ นั้นก็เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันเองด้วย ล่าสุดนั้นในงานรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สองของทาง Broadcom นั้นก็ดูท่าไม่ค่อยจะดีเท่าไรครับเพราะทางบริษัทได้นั้นได้บอกกับทางผู้ลงทุนว่าบริษัทอาจจะทำยอดรายได้ตกลงมากถึง $2 Billion หรือประมาณ 62,720,000,000 บาทเลยทีเดียวครับ

สำหรับบริษัท Broadcom นั้นมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตชิปสำหรับการติดต่อสื่อสารครับไม่ว่าจะเป็นชิปที่ใช้งานกับโมเด็ม, DSPs, ARM CPUs, network switches รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้งานทางด้านเครือข่ายที่ทั้งหมดนั้นถือว่าเป็นรายได้กับบริษัทเป็นอย่างมากมาโดยตลอด ซึ่งทาง Broadcom เองนั้นก็มี Huawei เป็นคู่ค้ารายสำคัญซึ่งจากข้อมูลที่ทาง Broadcom รายงานออกมาเองนั้นจะพบว่ารายได้ของบริษัทอย่างน้อย 4% มาจากทาง Huawei เพราะทาง Huawei นั้นมีการนำเอาผลิตภัณฑ์ของทาง Broadcom ไปใช้งานในการผลิตอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่างเช่น WiFi, Bluetooth และ GPS เป็นอย่างมากครับ

ทาง Broadcom เองนั้นได้รายงานออกมาครับว่าในการประเมิณการขาดทุนในครั้งนี้นั้นจะถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกนั้นก็คือส่วนที่ทาง Broadcom ทำการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้กับทาง Huawei โดยตรงคิดเป็นมูลค่ารายได้ที่ราวๆ $900 million หรือประมาณ 28,215,000,000 บาท ส่วนที่สองนั้นจะเป็นการขาดรายได้จากการที่ต้องยุติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทาง Huawei ซึ่งโดยรวมทั้งหมดแล้วนั้นรายได้ของ Broadcom ก็จะหายไปอยู่ที่ราวๆ $2 Billion ครับ

งานนี้นั้นเรียกว่าการแบน Huawei ทำเอาหลายๆ บริษัทสัญชาติอเมริกาเองต่างก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ(แบบเงียบๆ) กันมากมายครับไม่ว่าจะเป็น Intel, AMD, NVIDIA, Qualcomm และบริษัทอื่นๆ อีกมากมายที่ได้ก้าวเท้าออกมารายงานผลการประกอบการในปีนี้นั้นจะลดเป็นประวัติการณ์ คงต้องรอดูทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาแล้วล่ะครับว่าจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไร

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/broadcom-thinks-the-huawei-ban-will-cost-it-2-billion-this-year/485003/

Alienware – มอนิเตอร์เล่นเกมขนาดใหญ่พาเนลหน้าจอ OLED อาจไม่มีวันได้ออกจำหน่าย ?!?!?

ในงาน CES 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง Alienware ได้มีการสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่กับการนำเอามอนิเตอร์สำหรับการเล่นเกมขนาด 55 นิ้วใช้พาเนล OLED ซึ่งสเปคนั้นเรียกได้ว่าทรงพลังมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อ HDMI 2.1, DisplayPort 1.4 (รองรับความละเอียดที่ระดับ 4K@120Hz), High Dynamic Range (HDR) และ Variable Refresh Rate (VRR) อีกด้วยครับ

ในงาน CES 2019 นั้นทาง Alienware ได้ทำการบอกเอาไว้ครับว่ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้นั้นจะทำการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ซึ่งผ่านมาจนถึงงาน E3 2019 ก็ถือได้ว่าครบเวลาแล้วพอดีซึ่งแน่นอนครับว่าสื่อหลายๆ สำนักนั้นต่างก็รอคอยการเปิดตัวของมอนิเตอร์รุ่นนี้กันเป็นการใหญ่ ทว่าทุกสื่อนั้นกลับต้องผิดหวังเนื่องจากว่าทางฝ่ายบริหารของทาง Alienware ได้ออกมาบอกด้วยตัวเองครับว่าเจ้ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เชิงแนวคิดเท่านั้นซึ่งนั่นทำให้มันอาจจะไม่มีการผลิตมาวางจำหน่ายจริงก็ได้

หากลองคิดกันแบบเล่นๆ แล้วนั้นการที่มอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้มาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ DisplayPort นั้นทำให้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างที่จะมากเลยทีเดียวว่าตัวหน้าจอนั้นจะรองรับเทคโนโลยี G-Sync ซึ่งนั่นทำให้เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากครับที่ทางเราๆ ท่านๆ จะได้ใช้มอนิเตอร์ขนาดจอใหญ่ในการเล่นเกม PC กลับกลายเป็นว่าความฝันนั้นก็ต้องมาดับสลายไป เพราะหากพูดกันตรงๆ แล้วหน้าจอแบบ OLED นั้นก็มีข้อดีหลายๆ อย่างที่ดีกว่าหน้าจอแบบ LED ครับ

อย่างไรก็ตามแต่แล้วเหมือนทำให้เสียใจก่อนแล้วค่อยมาปรอบทีหลังครับเพราะผู้บริหารคนเดิมนั้นได้บอกปิดเอาไว้ก่อนจะขอตัวจากออกไปว่า ถึงแม้มอนิเตอร์สำหรับการเล่นเกมขนาดใหญ่นั้นจะเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ยังคงเป็นแนวคิดอยู่ก็ตาม ทว่าในหลายๆ ด้านแล้วนั้นเจ้ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้ก็ได้ก้าวข้ามคำว่าเป็นเพียงแค่แนวคิดแล้วครับ ทั้งนี้ทางผู้บริหารเอ่ยจบสวยๆ แบบฝากเป็นตอนต่อไปไว้ครับว่าเจ้ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้นั้นอาจจะโชคดีได้ออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES ครั้งต่อไปก็เป็นได้ งานนี้นักเล่นเกมทั้งหลายก็เตรียมเก็บเงินไว้รอได้เลยครับเพราะจากสเปคแล้วนั้นเชื่อได้ว่าไม่ต่ำกว่าแสนแน่ๆ ครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/update-the-alienware-55%e2%80%b3-oled-gaming-monitor-may-never-be-released-after-all/485098/