คลังเก็บป้ายกำกับ: 4._OTHER_NEWS

Promotion – HP Super Brand Day ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม ลดสูงสุดถึง 50% แถม Code ลดอีก 10%

HP ผู้นำพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี เสริมความแข็งแกร่งช่องทางออนไลน์ กับ Shopee ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ เอชพีเผยความสำเร็จในช่องทาง HP Official Store บนช้อปปี้ ช่วยดันยอดขายที่เติบโตอย่างน่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเอชพีในการสร้างความแข็งแกร่งในช่องทางออนไลน์และการเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้มากขึ้น

อัลวิน เกรเกอรี ชาล์ส Country Head of Omnichannel Sales เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ดังนั้นแบรนด์จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคชาวไทยผ่านการมอบประสบการณ์ความสะดวกสบาย ให้สามารถเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีของเอชพีได้ง่ายยิ่งขึ้น เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับคู่ค้าของเอชพีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องพิมพ์และคิมพิวเตอร์พีซีที่หลากหลายผ่านช่องทางออนไลน์  ซึ่งเสริมศักยภาพของเราให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์เอชพีในโลกออนไลน์”

โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เอชพีร่วมกับช้อปปี้จัดแคมเปญพิเศษ HP Shopee Super Brand Day (SBD) กิจกรรมเทคโอเวอร์ในแอพพลิเคชั่นของช้อปปี้ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้แบรนด์เอชพี มากขึ้น แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากยอดสั่งซื้อผ่าน HP Official Store ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ช้อปปี้มุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ของเรา ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วภูมิภาคผ่านเทคโนโลยี โดยรวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง เอชพี เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้สะดวกขึ้น เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เอชพี เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวกสบายพร้อมความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ในอนาคตเรายังคงมุ่งมั่นในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างเอชพี เพื่อส่งมอบดีลพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้แก่ผู้ใช้งานของเราต่อไป” ศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าว

และเพื่อเป็นการสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ เอชพีและช้อปปี้ จะเปิดตัวแคมเปญ HP Shopee Super Brand Day ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2019 เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินกับส่วนลดและโปรโมชั่น สูงสุดถึง 50% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมอีก 10%  

ยกกำลังส่งต่อความพิเศษ เอชพี ร่วมมือกับช้อปปี้ในการจัดงาน HP X Shopee อีเว้นท์สุดพิเศษในวันที่ 19 ตุลาคม 2019 ที่บริเวณทางเชื่อม BTS ชั้น 3 สยามสแควร์วัน ให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับดีลเด็ดและกิจกรรมพิเศษเฉพาะในงาน อาทิ ลุ้นของแถมพิเศษจาก เอชพี พร้อมชมการแสดงสุดพิเศษจากดาราดาวรุ่ง ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์

ห้ามพลาด กับแคมเปญ HP Shopee Super Brand Day ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 พบส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษใน HP Thailand Official Store บนช้อปปี้ ได้ที่ https://shopee.co.th/online_hp.

ดาวน์โหลดช้อปปี้แอพพลิเคชั่นได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.
HP Inc. มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชั่นการพิมพ์ 3 มิติ เอชพีพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com

เกี่ยวกับ Shopee (ช้อปปี้)
Shopee เป็นผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดยเป็นแพลทฟอร์มที่ออกแบบขึ้นเพื่อชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยระบบการชำระเงินและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ Shopee มุ่งมั่นที่จะพัฒนาแพลทฟอร์มของเราให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวขึ้นเป็นแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งในภูมิภาค และเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้ใช้งาน

Shopee มีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าแม่และเด็ก แฟชั่น และอุปกรณ์กีฬา

Shopee อยู่ในกลุ่มของ บริษัท Sea และได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2558 ในประเทศสิงคโปร์ และขยายไปยังประเทศมาเลเซีย ไทย ไต้หวัน อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ บริษัท Sea เป็นผู้นำทางด้าน ดิจิตัล เอนเตอร์เทนเมนท์ อีคอมเมิร์ซ และ บริการด้านการเงินแบบดิจิตัล ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Sea มีพันธกิจที่จะมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และผู้ประกอบการรายย่อยให้ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำหน้า บริษัท Sea ได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ที่นิวยอร์ก ภายใต้สัญลักษณ์ SE

from:https://notebookspec.com/promotion-hp-super-brand-day-oct-2019/498102/

โฆษณา

แรงเข้าใส้ PCI Express 6.0 ใกล้มาแล้ว 128GB/s เร็วกว่าวันนี้ 4 เท่า

ยังคงก้าวต่อไปไม่หยุดยั้งจริงๆ สำหรับเทคโนโลยี PCIe รุ่นต่อไป ล่าสุดมีสเปค PCIe 6.0 ที่ทำเอา PCIe Gen3 ที่ใช้กันอยู่ในวันนี้เด็กๆ ไปเลย ด้วยแบนด์วิทธิ์ที่สูงถึง 128GB/s เมื่อเวลานั้นมาถึง

pcie

จากข่าวล่าสุดหลังจากที่มีการประกาศครั้งแรกเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา ในช่วงการประชุมของกลุ่มนักพัฒนาในสหรัฐอเมริกา ในกลุ่มสมาชิก PCI-SIG ที่ก้าวเข้าสู่ Revision 0.3 และเวลานี้เสร็จสมบูรณ์และพร้อมให้ทางบริษัทคู่ค้าทำการรีวิวและตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าจะปิดสรุปข้อกำหนดต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ได้ภายในปี 2021 โดยเทคโนโลยี PCIe 6.0 นี้ จะเพิ่มอัตราข้อมูลเป็นสองเท่าของ data rate 64GT/s รวมถึงยังเข้ากันได้กับรุ่นเก่าที่ย้อนหลังกลับไปเจนเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 2 ส่วนคือ การเข้ารหัส PAM4 (Pulse Amplitude Modulation 4 ระดับ) รวมถึงการแก้ไขข้อผิดพลาดบางประการ และปรับปรุงแบนด์วิทธิ์ให้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งหากดูจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง แม้วันนี้่เราจะมีอุปกรณ์ที่เป็น PCIe Gen4 x4 อย่างเช่น SSD ในแบบ M.2 PCIe ที่ให้ความเร็วระดับ 5,000MB/s (Read) และ 4,xxxMB/s (Write) อยู่แล้วก็ตาม รวมถึงกราฟิกการ์ด Radeon RX5700 ที่มีโอกาสใช้ PCIe ความเร็วสูง แต่ก็เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่นี้ น่าจะทำให้เราเห็นการพัฒนาด้านข้อมูลและการประมวลผลที่รวดเร็วในวันข้างหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแบนด์วิทธิ์ที่ทะลุ PCIe 4.0 ไปกว่า 4 เท่าของ PCIe 6.0 นี้

ที่มา: PCIe 6.0

from:https://notebookspec.com/pci-express-6-0-128gb/497925/

Intel – Xeon W-2200 HEDT หน่วยประมวลผลสำหรับ Server ที่ใช้สถาปัตยกรรม Cascade Lake-X

หลังจากที่หน่วยประมวลผลระดับ Server สถาปัตยกรรม Zen 2 ของทาง AMD อย่าง EPYC กำลังเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น เพื่อไม่ให้ส่วนแบ่งในตลาดของทาง Intel โดนแย่งมากจนเกินไปนั้นล่าสุดทาง Intel ก็ได้ทำการเปิดตัวหน่วยประมวลผลสำหรับ Server รุ่นใหม่ในซีรีย์ Xeon W-2200 HEDT ที่ใช้สถาปัตยกรรม Cascade Lake-X ในการพัฒนาออกมาครับ ที่เจ๋งมากกว่าสิ่งอื่นใดเลยนั้นก็คือในการเปิดตัวที่มาพร้อมกับราคาด้วยในครั้งนี้นั้นพบว่าทาง Intel ได้ตั้งราคาวางจำหน่ายซีรีย์ Xeon W-2200 HEDT ต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50% เลยทีเดียวครับ

สำหรับ Xeon W-2200 HEDT นั้นจะมาพร้อมกับตัวเลือกสูงสุดที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 18 แกน / 36 threads สำหรับความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดขณะ boost นั้นจะอยู่ที่ 4.8 GHz ตัวหน่วยประมวลผลนั้นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ครับ

  • AVX 512-enabled cores per die
  • รองรับหน่วยความจำสูงสุดที่ขนาด 1 TB แบบ DDR4-2933 ECC
  • สนับสนุน 2.5G Ethernet i225
  • WiFi 6 AX200
  • 48 PCIe lanes
  • Intel VROC (Virtual RAID on CPU)
  • Thunderbolt 3
  • Intel Optane (905p)
  • Intel vPro

ทั้งนี้ทาง Intel ได้โฆษณาเอาไว้ครับว่าหน่วยประมวลผลซีรีย์ Xeon W-2200 HEDT นั้นจะมาพร้อมกับประสิทธิภาพในการประมวลผลแรนเดอร์ 3D มากขึ้น 2 เท่า, compile times เร็วขึ้น 2.1 เท่าและการตัดต่อวีดีโอที่ความละเอียดระดับ 4K เร็วขึ้น 1.97 เท่าเมื่อเทียบกับหน่วยประมวลผลรุ่นเก่า งานนี้นั้นก็คงต้องรอดูกันในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ตัวหน่วยประมวลผลออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับว่าจะสู้กับ ROME EPYC HEDT ของทาง AMD ได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/intel-launches-new-xeon-w-2200-hedt-cpus-based-on-cascade-lake-x/497551/

Tips – Google Chrome ส่งฟีเจอร์ Tab Freeze ป้องกันเครื่องค้างหรือช้า จากการกิน RAM มากเกินไป

Google Chrome จัดได้ว่าเป็นโปรแกรมใช้งานอินเตอร์เน็ต (Web Browser) ที่ยอดนิยมที่สุด มีความโดดเด่นเรื่องความแรงลื่นในการใช้งาน แต่ก็มีมีข้อสังเกตว่ามีการกินทรัพยากรเครื่องหรือกินหน่วยความจำ RAM ค่อนข้างเยอะ เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่นๆ เรียกได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คบางเครื่องถึงกับเกิดอาการค้าง ช้า หน่วง ไปเลยก็มี แน่นอนว่าทาง Google Chrome เองก็หาทางแก้ไขกันอยู่

ล่าสุดด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Tab Freeze ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Tab Discard ในปี 2015 ของ Google Chrome โดยมาพร้อมกับความสามารถลดการใช้งาน RAM ลงไป ในส่วนของหน้า Tab ที่เราไม่ได้เปิดใช้งานเป็นปัจจุบัน พร้อมความโดดเด่นยืดหยุ่นที่มากกว่า ซึ่งผู้ใช้งานเองสามารถกำหนดระยะเวลาหรือการใช้งาน Tab ที่ไม่ได้ถูกเปิดขึ้นได้อย่างลงตัวที่สุด

แม้ว่าในขณะนี้ Google เองยังไม่ได้ปล่อยฟีเจอร์ Tab Freeze มาใน Google Chrome เวอร์ชั่นล่าสุดอย่างเป็นทางการ แต่เราสามารถเข้าไปทดสอบใช้งานในเวอร์ชั่น Chrome 79 (Canary) กันได้ โดยการเปิดปิดในส่วนของ Option มีขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  • Default (ปิดการใช้งาน)
  • Enable (Tab ที่ไม่ได้ใช้งานจะถูก Freeze ไว้หลังเวลาผ่านไป 5 นาที)
  • Enabled Freeze – Tab ที่อยู่เบื้องหลังจะไม่ถูก Unfreeze จนกว่าจะไปคลิกเอง
  • Enable Freeze – Unfreeze Tab ทุก 15 นาทีเป็นเวลา 10 วินาที
  • Disable(ปิดการใช้งาน)

เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ลองไปใช้งานกันดูนะครับ น่าจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้เบาลงพอตัวเลย ไม่อย่างงั้นได้มีแผนอัพเกรดแรมแทนแน่ๆ เลย ฮาๆ ส่วนเวอร์ชั่นนี้จะเป็นรุ่นทดสอบสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เชื่อได้ว่า Google Chrome ในรุ่นใช้จริงจะส่งฟีเจอร์ Tab Freeze นี้ออกมาอีกทีอย่างแน่นอน ใครอยากใช้งานเวอร์ชั่นทางการก็อดใจรอกันอีกนิดล่ะกัน

ที่มา : ghacks

from:https://notebookspec.com/tips-google-chrome-tab-freeze-prevents-freeze-or-slow-from-eating-too-much-ram/497809/

AMD – Zen 3 จะมาพร้อมกับ IPC เพิ่มอีก 8% และความเร็วสัญญาณานาฬิกาสูงสุดเพิ่มอีก 200 MHz

Intel ยังคงงานเข้าอย่างต่อเนื่องจริงๆ ครับ โดยถึงแม้ว่าเราจะได้เห็นทาง Intel เริ่มทำการจัดส่งและวางจำหน่ายหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 ที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตระดับ 10 nm บ้างแล้ว ทว่าทาง AMD นั้นดูเหมือนจะไม่หยุดรอให้ Intel ได้มีการฟื้นตัวอีกต่อไปโดยล่าสุดนั้นทาง AMD ได้มีการปล่อยแผนผังของหน่วยประมวลผลระดับ Server ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 3 ที่ได้มีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่าตัวหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 3 นั้นจะลงตลาดในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ซึ่งจากภาพแผนผังดังกล้าวนั้นทำให้เราได้เห็นว่าหน่วยประมวลผลถาปัตยกรรม Zen 3 นั้นจะแรงมากกว่า Zen 2 ไปในระดับหนึ่งครับ

ตามที่ทาง AMD ได้มีการเผยแผนการในการเปิดตัวหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ออกมาก่อนหน้านี้นั้นเราจะพบได้ว่าสถาปัตยกรรม Zen 3 นั้นจะมาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm+ ครับ แน่นอนว่าเมื่อกระบวนการผลิตยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับสถาปัตยกรรม Zen 2 ที่ใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm นั้น โดยทั่วไปแล้วนั้นประสิทธิภาพที่ได้จะไม่ค่อยเพิ่มขึ้นมากเท่าไรนัก ทว่าเพื่อก้าวข้อจำกัดดังกล่าวลงไปนั้นทาง AMD ได้ออกแบบสถาปัตยกรรม Zen 3 ใหม่เพิ่มเติมเพื่อที่จะให้เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลให้มากขึ้นมากกว่าปกติครับ

ภาพด้านบนนี้นั้นคือแผนผังของหน่วยประมวลผลระดับ Server ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 3 ครับ สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดเลยนั้นก็คือทาง AMD ได้ทำการออกแบบ cache hierarchy ทำให้ตัวแกนการประมวลผลที่ฝังอยู่ในหน่วยประมวลผลนั้นสามารถที่จะเข้าถึง L3 cache ได้พร้อมกันทั้งหมดไม่ได้แยกเป็น 2 ส่วนอีกต่อไปซึ่งในจุดนี้นั้นจะช่วยให้การประมวลผลนั้นเร็วมากขึ้นเนื่องจากแกนการประมวลผลในแต่ละแกนนั้นสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลที่จะต้องนำมาใช้ในการคำนวณได้ในเวลาพร้อมๆ กันครับ

ด้วยเหตุนี้เองทำให้เราสามารถที่จะคาดการณ์ได้ครับว่าหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 3 นั้นจะสามารถจัดการกับข้อมูลที่จะต้องใช้ในการประมวลผลได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม โดยถามว่าดีขนาดไหนนั้นก็มีการคาดกันเอาไว้ว่ามันจะเหมือนกันกับตอนที่ Ryzen 2000 เปลี่ยนมาเป็น Ryzen 3000 ในปัจจุบันนีัล่ะครับ ยังไม่หมกนะครับทาง AMD ยังได้มีการปรับแต่งในส่วนของ Infinity Fabric และ clock mesh ของตัวหน่วยประมวลผลด้วยซึ่ง ณ จุดนี้นั้นก็จะทำให้เราได้เห็นหน่วยประมวลผล Zen 3 นั้นมี IPC เพิ่มขึ้น 8% ซึ่งส่งผลให้โดยรวมแล้วนั้นทาง AMD จะสามารถเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด(หรือขณะ boost) ได้อีก 200 Hz แบบสบายๆ เลยครับ

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/amds-zen-3-could-bring-8-ipc-gains-and-another-200mhz-in-2020/497795/

Intel – เผยข้อมูลล่าสุดการ์ดจอ Xe ชิปแบบฝังจะมาพร้อมกับประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ 1080p@60FPS ส่วนชิปแบบแยกจะรองรับ ray-tracing

ช่วงนี้นั้นเรียกได้ว่าทาง Intel กำลังผจญกับศึกหนักจากทาง AMD จริงๆ ครับ โดยเฉพาะหน่วยประมวลผลที่ใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm นั้นยังไม่สามารถที่จะทำการผลิตออกมาได้มาก ส่วนหน่วยประมวลผลที่กระบวนการผลิตระดับ 14 nm นั้นก็เริ่มขาดตลาด เรียกได้ว่า ณ ตอนนี้นั้นทาง AMD เริ่มเข้ามาเก็บส่วนแบ่งในตลาดหน่วยประมวลผลไปเต็มๆ ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 ที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตระดับ 7 nm ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลสำหรับ Desktop หรือจะเป็นโน๊ตบุ๊ค แถมหน่วยประมวลผล EPYC สำหรับ Server ของทาง AMD นั้นก็เริ่มที่จะได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

งานนี้นั้นเราจะเห็นได้ชัดเลยครับว่าทาง Intel โต้กลับด้วยวิธีการ 2 แบบคือแบบระยะสั้นนั้นทาง Intel เริ่มที่จะลดราคาของหน่วยประมวลผลในปัจจุบันของตัวเองลงมามากสุดถึง 50% ทว่าระยะยาวนั้นทาง Intel ได้คิดไปไกลมากกว่าเรื่องการต่อสู้ด้วยหน่วยประมวลผลตามที่เราๆ ท่านๆ ทราบข้อมูลกันดีครับว่าทาง Intel นั้นเตรียมกลับเข้าสู่ตลาดด้วยกราฟิกชิปอีกครั้งกับสถาปัตยกรรม Intel Xe ซึ่งจากที่เห็นบนหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 หรือสถาปัตยกรรม Ice Lake ของทาง Intel นั้นชิปกราฟิกแบบฝังในรุ่น Iris Plus ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ 11 ของทาง Intel นั้นมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นเป็นอย่างมากจนทำให้สามารถเล่นเกมแนว esports ที่ความละเอียดระดับ 1080p ได้เป็นอย่างดีแล้ว

ล่าสุดนั้นมีข้อมูลเผยออกมาครับว่าทาง Intel เอาจริงเอาจังเป็นอย่างมากกับชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Intel Xe นี้ โดยในงาน IDC 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง Intel ได้มีการประกาศออกมาเลยครับว่าสถาปัตยกรรม Intel Xe นั้นจะถูกนำมาใช้งานในการพัฒนาชิปกราฟิกแบบฝังรุ่นที่ 12 ซึ่งจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake ของทาง Intel จะมาพร้อมกับประสิทธิภาพสูงมากขึ้นจนทำให้สามารถที่จะเล่นเกมปกติได้ที่ความละเอียดระดับ 1080p ได้แบบสบายๆ ครับ

นอกเหนือไปจากนั้นแล้วสำหรับชิปกราฟิกแบบแยกสถาปัตยกรรม Intel Xe นั้นนอกเหนือไปจากจะมีประสิทธิภาพสูงมากกว่ารุ่นแบบฝังในหน่วยประมวลผลแล้ว ทาง Intel เผยว่ามันจะยังรองรับกับฟีเจอร์ ray-tracing ในระดับฮาร์ดแวร์อีกด้วยต่างหาก ซึ่งทาง Intel เองนั้นมีกำหนดการที่จะเผยตัวการ์ดอย่างเป็นทางการในงาน CES 2020 นี้ ซึ่งทุกคนจะต้องอึ้งกันแน่ๆ เพราะทาง Intel กะที่จะเอามาชนกับชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Ampere ที่จะมาพร้อมกับกระบวนการผลิตระดับ 7 nm ของทาง NVIDIA โดยเฉพาะครับ

ทั้งนี้นั้นได้บอกเอาไว้อีกครับว่าสำหรับชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Intel Xe สำหรับการใช้งานทางด้าน HPC และ AI นั้นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 ซึ่งแน่นอนครับว่าตามกำหนดการเหล่านี้นั้นหากชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Intel Xe สามารถมาพร้อมกับประสิทธิภาพตามที่ทาง Intel โฆษณาเอาไว้จริงๆ ล่ะก็ตลาดกราฟิกการ์ดได้มีหนาวกันแน่ๆ ครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/new-intel-xe-gpu-info-gen-12-mobility-igpus-designed-to-deliver-1080p60fps-gaming-discrete-gpus-to-get-ray-tracing-support/497527/

nVIDIA เตรียมทีมฟื้นเกมเก่าเอามาใส่ Ray Tracing ให้เกมสวย เล่นสนุก

เรื่องของ Ray Tracing ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดคุยกันอยู่กันมายาวนาน ตั้งแต่ที่ nVIDIA พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในช่วงที่กราฟิกการ์ด RTX series ยกพลบุกตลาด ด้วยฝันที่จะวาดความสวยงามสมจริงให้กับคอเกมได้สัมผัส แม้ปัจจุบันจะยังมีเกมไม่มากนักที่สนับสนุน แต่ก็ไม่ทำให้ nVIDIA หยุดนิ่งในการทำให้เป็นจริง ล่าสุดมีข่าวว่ากำลังรวบรวมทีมในการสร้างสตูดิโอเพื่อพัฒนาเกมพีซีสุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยม มาเพิ่ม real-time ray tracing เข้าไป เช่นเดียวกับเมื่อเร็วๆ นี้กับ Nvidia Quake II ที่ถูกปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น ด้วยการใส่ ray tracing

ray tracing

ซึ่งถ้าว่ากันตามรายการของงาน ทาง nVIDIA กำลังจะสร้างสตูดิโอเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่พิเศษออกมาด้วยการใส่เอฟเฟกต์ Ray Tracing เข้าไป เพื่อสร้างความสวยงามสมจริงให้กับบรรดาเกมที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวเกมใหม่ที่เป็นการ Remastering เร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ด้วยการคัดสรรเกมที่ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จับมาใส่ความเป็นยุคสมัยใหม่เข้าไปด้วย Ray Tracing เพื่อให้เล่นเกมได้อย่างสวยงาม และดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งทีม NVIDIA Lightspeed Studios กำลังรวบรวมผู้พัฒนาเกมที่มีความสามารถและความทุ่มเท ในการสร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้

ray tracing

และยังมีข้อมูลที่ทาง nVIDIA ระบุถึงความต้องการบุคลากรในเงื่อนไขต่อไปนี้

  • เป็นผู้นำในการพัฒนาโปรเจกท์ RTX remaster ที่รวมถึงการวางกำหนดเวลา การจัดหาและจัดการความเสี่ยง
  • ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ ติดตามสถานะและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน
  • ดูแลและเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลของโครงการทั้งความร่วมมือภายในและทีมพัฒนาจากข้างนอก
  • พัฒนากระบวนการ รวมถึงเครื่องมือที่ต้องการ เพื่อสนับสนุนพาร์ทเนอร์และให้ความร่วมมือด้านเทคนิค

ray tracing

ที่มา: RTX remaster

 

from:https://notebookspec.com/nvidia-ray-tracing-game-classic/497789/