คลังเก็บป้ายกำกับ: 4._OTHER_NEWS

สรุปข่าวสเปค iPhone 12 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 13 ตุลาคม นี้

หลังจากที่ทาง Apple ได้ประกาศจัดงานกิจกรรมพิเศษในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 (ตรงกับวันที่ 14 ตุลาคม 2020 เวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ที่มาพร้อมข้อความสั้น ๆ กระชับว่า ‘Hi, Speed’ และโลโก้งานที่บ่งบอกได้ถึงสีสันใหม่ในผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในวันนั้น ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำสรุปข่าวสเปค iPhone 12 ผลิตภัณฑ์ใหม่จากทาง Apple ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในงานนี้มานำเสนอ จะมีอะไรกันบ้าง มาดูกันเลย

สเปค iPhone 12

สรุปข่าวสเปค iPhone 12 Sereis

สเปค iPhone 12

ดีไซน์

ในเรื่องของข่าวลือเกี่ยวกับสเปค iPhone 12 Series นั้นมาเริ่มต้นกันด้วยเรื่องของดีไซน์ ได้มีข่าวลือว่าดีไซน์ของ iPhone 12 Series นั้นจะได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีลักษณะหน้าตาที่คล้ายคลึงกับ iPhone 4 โดยจะมีขอบค่อนข้างเหลี่ยม ตัวเครื่องเป็นโลหะ แบนราบ ประกบด้วยแผ่นกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คล้ายกันกับใน iPad Pro และ iPad Air 4 ด้วย

iPhone 12 Series ยังมีออกมาให้เลือกสรรด้วยกัน 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 12 Mini (5.4 นิ้ว), iPhone 12 (6.1 นิ้ว), iPhone 12 Pro (6.1 นิ้ว) และ iPhone 12 Pro Max (6.7 นิ้ว)

สีสัน

ในเรื่องของสีนั้น iPhone 12 Series มีข่าวออกมาว่าจะมีการออกสีสันใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย โดยสีที่เป็นไฮไลท์ในรุ่น Pro เลยก็คือ สีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue/Dark Blue?) ที่มาจะมาแทนสีเขียว (Midnight Green) ส่วนในรุ่นธรรมดาอย่าง iPhone 12 Mini และ iPhone 12 นั้นจะมีสีสันที่ออกมาใน iPhone 11 ร่วมอยู่ด้วย 

iPhone 12 Pro

หน้าจอแสดงผล

ในส่วนของหน้าจอแสดงผลนั้น มีข่าวลือออกมาว่า iPhone 12 Series นั้นจะใช้หน้าจอแสดงผลเป็น OLED ทั้งหมด (ในซีรีส์ Pro และ Mini จะเป็นหน้าจอ OLED ที่ผลิตโดย SAMSUNG ส่วนใน iPhone 12 ธรรมดานั้นจะเป็นหน้าจอ OLED ที่ผลิตโดย LG และ BOE) ซึ่งหน้าจอ OLED นั้นจะให้ความสมบูรณ์ในการแสดงผลมากยิ่งขึ้น สีสันที่สวยงาม และสีดำที่ดำสนิท ทำให้สามารถประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ได้ดีมากยิ่งขึ้น

การรองรับเทคโนโลยี 5G

มีการคาดการณ์ว่าใน iPhone 12 Series นั้นจะรองรับเทคโนโลยีเครือข่าย 5G ทั้ง 4 รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน iPhone 12 Pro Max ที่จะรองรับคลื่นความถี่ mmWave ซึ่งมีความเร็วที่มากกว่า ส่วนในรุ่นอื่นนั้นจะรองรับคลื่น sub-6GHz ที่มีความเร็วของสัญญาณที่ช้ากว่า แต่สามารถกระจายสัญญาณไปได้ไกลกว่า

ชิปประมวลผล

สปค iPhone 12

สเปค iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นนั้นจะมาพร้อมกับชิปประมวลผล Apple A14 Bionic ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมแบบ 5 นาโนเมตร ที่ทาง Apple ได้เริ่มนำมาใช้ใน iPad Air 4 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลทดสอบการทำงานที่ออกมานั้นถือว่าเร็วแรง และทำคะแนนได้ดีทั้ง Single-Core และ Multi-Core (เผยผลทดสอบชิป A14 Bionic ของ iPad Air 4) ให้ประสิทธิภาพของการทำงานของ CPU ที่สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 40% และมีประสิทธิภาพของการทำงานด้าน GPU สูงขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับ ชิปประมวลผล A12 Bionic และให้ประสิทธิภาพของ CPU เพิ่มขึ้น 16% และมีประสิทธิภาพของ GPU เพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับชิป A13 Bionic ที่อยู่ใน iPhone 11

กล้อง

จากข่าวลือที่ออกมานั้นพบว่าใน iPhone 12 Pro ทั้ง 2 รุ่น จะมาพร้อมกล้องด้านหลัง 3 ตัว และมี LiDAR Scanner ที่ทาง Apple ได้เริ่มนำมาใช้แล้วกับ iPad Pro 2020 เพื่อการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้าน AR และเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพ

ความจุ

สำหรับความจุที่ Apple จะให้มาใน iPhone 12 Series นั้นจะมีดังนี้

  • iPhone 12 mini จะมาพร้อมตัวเลือกด้านความจุ 3 ตัวเลือก ได้แก่ 64GB, 128GB และ 256GB
  • iPhone 12 จะมาพร้อมตัวเลือกด้านความจุ 3 ตัวเลือก ได้แก่ 64GB, 128GB และ 256GB
  • iPhone 12‌ Pro จะมาพร้อมตัวเลือกด้านความจุ 3 ตัวเลือก ได้แก่ 128GB, 256GB และ 512GB
  • ‌iPhone 12‌ Pro Max จะมาพร้อมตัวเลือกด้านความจุ 3 ตัวเลือก ได้แก่ 128GB, 256GB และ 512GB

พอร์ตและสายชาร์จ

ข่าว iPhone 12

จากข่าวลือที่ผ่านมาทำให้ค่อนข้างแน่ใจได้ว่าใน iPhone 12 Series นั้นจะได้รับสายชาร์จแบบใหม่ และอาจจะเป็นสาย USB-Type C to Lightning โดยในรุ่นธรรมดานั้นจะยังเป็นสายแบบธรรมดา ส่วนในรุ่น Pro นั้นอาจจะเป็นสายแบบถัก นอกจาก Apple จะไม่มีการแถม Power Adapter และ EarPods มาให้แล้วในกล่อง โดยทาง Apple ให้เหตุผลว่าเป็นในด้านของสิ่งแวดล้อม (Apple ได้ยกเลิกการแถม Power Adapter ใน Apple Watch รุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน) 

ราคา

สำหรับราคาใน iPhone 12 Series นั้น มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงไปกว่ารุ่นก่อนหน้า โดยการคาดการณ์ด้านราคาจะมีดังนี้ 

  • iPhone 12 mini (5.4”)
    • 64GB ราคา $649 หรือราว 20,xxx บาท
    • 128GB ราคา $699 หรือราว 22,xxx บาท
    • 256GB ราคา $799 หรือราว 25,xxx บาท
  • iPhone 12 (6.1”)
    • 64GB ราคา $749 หรือราว 23,xxx บาท
    • 128GB ราคา $799 หรือราว 25,xxx บาท
    • 256GB ราคา $899 หรือราว 28,xxx บาท
  • iPhone 12 Pro (6.1”)
    • 128GB ราคา $999 หรือราว 31,xxx บาท
    • 256GB ราคา $1,099 หรือราว 34,xxx บาท
    • 512GB ราคา $1,299 หรือราว 40,xxx บาท
  • iPhone 12 Pro Max (6.7”)
    • 128GB ราคา $1,099 หรือราว 34,xxx บาท
    • 256GB ราคา $1,199 หรือราว 36,xxx บาท
    • 512GB ราคา $1,399 หรือราว 43,xxx บาท

 

อ้างอิง: 9to5Mac

อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

from:https://notebookspec.com/iphone-12-spec-before-luanch/540899/

เปิดพรีออเดอร์ Zeiss ZX1 กล้องสเปคเทพ Cool 37MP Android camera เริ่มแค่ 190K

Zeiss ZX1 กล้องดิจิตอล Full frame สุดไฮเอนด์ ที่เป็นข่าวในช่วง 2 ปีก่อน มาวันนี้เปิดให้พรีออเดอร์ ราคาแสนปลายๆ เซ็นเซอร์ 37 ล้านพิกเซล และมี Lightroom มาให้แต่งภาพด้วย ลูกค้าอาจจะได้รับกล้องไวขึ้น

zeiss zx1

หลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าว อาจจะมีข้อสงสัย ว่าทำไมเคาะราคาออกมาสูงถึงราว 2 แสน และยังไม่ได้เห็นตัวกล้อง หรือได้ลองกันก่อน ในรายละเอียดระบุว่า ZX1 นี้ เป็นกล้องแบบฟูลเฟรม ที่เรียกว่ากล้องระดับโปรหรือมืออาชีพ ที่มีเซ็นเซอร์ระดับ 37 ล้านพิกเซล มาพร้อมเลนส์ 35mm f2 และมีวิวไฟน์เดอร์หรือช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์

มีปุ่มหมุน dial 3 จุด สำหรับการปรับ Aperture, Shutter speed และค่า ISO และที่น่าสนใจคือ มีจอสัมผัสสำหรับรีวิวขนาด 4.3″ และใช้งานร่วมกับ Android รวมถึงติดตั้ง Adobe Lightroom มาในตัว ให้คุณสามารถแก้ไขและจบหลังกล้องได้เลย นอกจากนี้ก็ยังรองรับการเชื่อมต่อ WiFi สำหรับส่งข้อมูลไปยัง device อื่นๆ และอัพโหลดสู่ Cloud ได้อีกด้วย และมี USB-C รวมถึง Storage 512GB

zeiss zx1
zeiss zx1

หากเปรียบเทียบกับ Sony RX1 ที่เป็นกล้องฟูลเฟรมเหมือนกัน และใช้เลนส์ 35mm f2 ของ Zeiss ราคาจำหน่ายถูกกว่าประมาณครึ่งนึงของ ZX1 นี้ แน่นอนว่ากล้องรุ่นนี้มีมาตั้งแต่ปี 2015 และไม่มี Lightroom มาด้วย รวมถึงมีขนาดที่เล็กกว่า เมื่อเทียบกับ Full-frame ระดับพรีเมียมอีกรุ่นอย่าง Leica Q2 ซึ่งจำหน่ายในราคาประมาณ 165,000 บาท ประสิทธิภาพและคุณภาพเลนส์ของ ZX1 ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่แพงอย่างที่คิด

zeiss zx1

นอกจากนี้มูลค่าของกล้องรุ่นใหม่จาก Zeiss อาจจะไม่ได้อยู่ที่สเปคกล้องและเลนส์อย่างเดียว แต่ยังรวมถึง UX และซอฟต์แวร์ที่จะตอบโจทย์การใช้งานในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา: Zeiss

from:https://notebookspec.com/pre-order-zeiss-zx1-full-frame-37mp-android/540716/

เผยผลทดสอบชิป A14 Bionic ของ iPad Air 4 มีประสิทธิภาพสูงกว่า CPU Intel’s 10th Gen

เมื่อช่วงที่ผ่านมาทาง Apple ได้เปิดตัว iPad Air 4 ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวใหม่อย่าง A14 Bionic ที่ก็ได้เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟน ๆ Apple ได้พอสมควร และล่าสุดนั้น ก็ได้มีคะแนน benchmark จากการทดสอบผ่านแอพพลิเคชัน Geekbench ออกมา ซึ่งเจ้าชิปประมวลผล A14 ตัวนี้ก็ทำคะแนนได้สูงเลยทีเดียว

ชิป A14 Bionic

Cr: iphonehacks

จากการทดสอบประสิทธิภาพของชิปประมวลผล A14 จากแอพพลิเคชั่น Geekbench พบว่า ชิป A14 นั้นสามารถทำคะแนนไปได้ถึง 1583 คะแนน สำหรับ Single-Core และทำได้ 4198 ในส่วนของ Multi-Core เมื่อเปรียบเทียบกับ ชิป A12Z Bionic ที่อยู่ใน iPad Pro 2020 นั้น พบว่าทำได้ดีกว่าในส่วนของ Single-Core ซึ่ง iPad Pro ทำได้ 1119 คะแนน แต่ในส่วนของ Multi-Core นั้นยังแพ้ A12Z อยู่ โดยคะแนนที่ iPad Pro 2020 ทำได้ในส่วนของ Multi-Core นั้นอยู่ที่ 4542 คะแนน

นอกจากนี้ ชิปปะมวลผล A14 นี้ยังมีการคาดการณ์ว่าจะถูกใส่เข้ามาใน iPhone รุ่นใหม่อย่าง iPhone 12 ด้วย และหากเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการทดสอบในครั้งนี้กับชิปประมวลผล A13 Bionic ที่อยู่ใน iPhone 11 นั้น ชิป A14 ทำคะแนนได้สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยชิป A13 Bionic ทำได้ 1334 คะแนน สำหรับ Single-Core และทำได้ 3512 สำหรับ สำหรับ Multi-Core

ผลทดสอบชิป A14 Bionic ของ iPad Air 4

ชิป A14 Bionic

Cr: iphonehacks

ในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกานั้น A14 มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 2.99GHz เพิ่มขึ้นจาก A13 Bionic ใน iPhone 11 Pro ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2.67GHz และจากคะแนนผลการทดสอบประสิทธิภาพดังกล่าว จะเห็นได้ว่า Apple ได้จัดการทำให้ประสิทธิภาพของชิปประมวลผลเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30%

ทางเว็บไซต์ iPhoneHacks ยังได้กล่าวอีกว่า คะแนนของชิป A14 ในส่วน Single-Core นั้นสูงกว่า CPU Intel Core i7-10700 8-core แต่คะแนน Multi-Core ของ CPU Intel นั้นยังคงทำได้ดีกว่า จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าใน MacBook ที่จะออกมาในอนาคตนั้นจะมีประสิทธิภาพสูงดีที่ดีขึ้นและสามารถจัดการกับความร้อนได้ดีขึ้นเพียงไหน

ที่มา: iPhoneHacks

from:https://notebookspec.com/a14-bionic-chioset-is-faster-than-intel10/540303/

Xiaomi Mi Master Series สุดยอดสมาร์ททีวีสเปคเทพเปิดตัวแล้ว

Xiaomi Mi Master Series สมาร์ททีวีสเปคเทพของทาง Xiaomi เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมกับขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 82 นิ้วโดยรุ่นเทพสุดมีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ระดับ 8K ถึงแม้จะยังใช้พาเนลหน้าจอเป็น LED แต่ก็เทคโนโลยีใหม่อย่าง mini-LED ที่มาพร้อมกับความสว่างที่มากขึ้นกว่าเดิม สเปคอื่นๆ จะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกัน

Xiaomi Mi Master Series

Xiaomi Mi Master Series

Xiaomi Mi Master Series รุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกมานั้นจะเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 82 นิ้ว โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 โมเดลคือโมเดลหนึ่งมาพร้อมกับความละเอียดหน้าจอที่ระดับ 8K ซึ่งทาง Xiaomi ได้ใช้ชื่อทางการตลาดกับโมเดลดังกล่าวนี้ว่า “Extreme Anniversary Edition” ส่วนอีกโมเดลหนึ่งนั่นจะมาพร้อมกับความละเอียดหน้าจอที่ระดับ 4K โดยเสปคต่างๆ ของสมาร์ททีวีทั้ง 2 รุ่นนั้นจะค่อนข้างเหมือนกันคือมาพร้อมกับพาเนล mini-LED ที่ให้ความสว่างหน้าจอสูงสุดมากถึง 2,000 nits แถมด้วยเทคโนโลยี MEMC ภายใต้ระบบปฎิบัติการ MIUI TV 3.0

ในส่วนของรุ่นเล็กนั้นสเปคจะมีดังต่อไปนี้

  • ชิปเซ็ทที่ใช้เป็น MediaTek 9650
  • หน่วยความจำขนาด 4 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลความจุ 64 GB
  • รองรับช่วงกว้างของสีแบบ DCI-P3 ที่ 93%
  • พาเนลหน้าจอแบบ advanced LED
  • ความสว่างสูงสุดของหน้าจอจะอยู่ที่ 1,000 nits
  • ราคา 9,999 yuan หรือประมาณ 46,500 บาท
“Extreme Anniversary Edition”

สำหรับโมเดล “Extreme Anniversary Edition” นั้นจะมีสเปคดังต่อไปนี้

  • ชิปเซ็ทที่ใช้เป็น Novatek72685
  • หน่วยความจำขนาด 4 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลความจุ 256 GB
  • รองรับช่วงกว้างของสีแบบ DCI-P3 ที่ 98%
  • พาเนลหน้าจอแบบ mini-LED
  • ความสว่างสูงสุดของหน้าจอจะอยู่ที่ 2,000 nits โดยมี backlight partitions มากถึง 960 ช่อง
  • refresh rate สูงสุดอยู่ที่ 120 Hz
  • พาเนลหน้าจอสามารถแสดงสีได้มากสุดที่ 10 bits- หรือ 1.07 พันล้านสี
  • สามารถใส่ SIM ได้โดยรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วย
  • ราคา 49,999 yuan หรือประมาณ 232,500 บาท

ทั้งนี้ Xiaomi Mi Master Series จะพร้อมวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สำหรับในตลาดต่างประเทศนั้นคงต้องลุ้นกันเอาว่าทาง Xiaomi จะมีการผลิตออกมาวางจำหน่ายด้วยหรือไม่

หมายเหตุ – สำหรับโมเดล “Extreme Anniversary Edition” นั้นจะมีรุ่นที่รองรับความละเอียดที่ระดับ 4K มาวางจำหน่ายด้วย ทว่าทาง Xiaomi ยังไม่เผยออกมาอย่างเป็นทางการในส่วนของวันวางจำหน่ายและราคา

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/xiaomi-mi-master-series-tvs-launched-with-2-sizes/539738/

ลือ! Apple เริ่มส่ง iPhone 12 mini และ iPhone 12 ไปให้ตัวแทนจำหน่าย 5 ตุลาคมนี้ ก่อนเปิดตัว 13 ตุลาคม 2020

Jon Prosser นักวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ Apple และเป็นเจ้าของชาแนล Front Page Tech ใน YouTube ได้ให้ข้อมูลว่า จะเริ่มมีการจัดส่งผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง iPhone 12 ไปยังเหล่าตัวแทนจำหน่ายในวันที่ 5 ตุลาคม 2020 โดยจะจัดส่งเฉพาะ iPhone 12 mini (คาดว่าจะเป็นรุ่นที่มีหน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว) และ iPhone 12 (รุ่นขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว) เท่านั้น

iPhone 12 mini

Cr: macrumors

โดยเขายังให้ข้อมูลอีกว่า ใน iPhone 12 mini และ iPhone 12 นั้นจะมีมาให้เลือกด้วยกัน 3 ความจุ ได้แก่ 64GB, 128GB และ 256GB ซึ่งทาง Apple จะทำการเปิดตัวในวันที่ 13 ตุลาคม 2020 นี้

จากข่าวลือต่าง ๆ นั้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่า iPhone 12 Series จะมีด้วยกัน 4 รุ่น ได้แก่ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro (มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว) และ iPhone 12 Pro Max (มีขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว) ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นมีข่าวลือว่าจะมี iPhone 12 Plus แต่กระนั้นก็มีข่าวออกมาว่าจะเป็น iPhone mini ซึ่งมีขนาดหน้าจออยู่ที่ประมาณ 5.7 นิ้ว โดยมีหลักฐานที่มาสนับสนุนข่าวลือดังกล่าวคือ ภาพสติ๊กเกอร์สำหรับใช้ติดเคสของ iPhone 12 ภาพดังกล่าวนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้ Twitter นามว่า DuanRui 

iPhone 12 mini

Cr: @duanrui1205

 

ที่มา: Jon Prosser, DuanRui

อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

from:https://notebookspec.com/leaks-apple-iphone-12-mini-and-iphone-12/539355/

Apple ออกอัพเดต iOS 14.0.1 แก้ปัญหาบัค Default Browser

ภายหลังการอัพเดต iOS ครั้งใหญ่อย่าง iOS 14 นั้น ก็ได้พบว่ามีอาการบัคในหลายส่วนเกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นเรื่องธรรมดาที่มักเกิดขึ้นเมื่อ Apple มีการปล่อย iOS ตัวใหม่ออกมา หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามานั่นก็คือ การที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์พื้นฐานในการท่องเว็บเป็นเบราว์เซอร์อื่นนอกจาก Safari ได้แล้ว แต่กระนั้นก็มีผู้ใช้หลายคนที่พบว่าภายหลังจากการรีสตาร์ทเครื่อง เบราว์เซอร์พื้นฐานกลับมาเป็น Safari เหมือนเดิม ล่าสุดทาง Apple จึงได้ปล่อย iOS 14.0.1 ออกมาให้อัพเดตเพื่อมาแก้ปัญหานี้แล้ว

อัพเดต iOS

โดยการอัพเดต iOS 14.0.1 ครั้งนี้จะแก้ไขปัญหาดังนี้ 

  • แก้ไขปัญหาการตั้งค่า Default แอพฯ เช่น Browser หรือ Email ถูกค่าคืนเมื่อรีสตาร์ทเครื่อง
  • แก้ไขปัญหา camera previews ในแอพฯ กล้องไม่ทำงานใน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
  • แก้ไขปัญหาการเชื่อต่อ Wi-Fi ไม่ได้ใน iPhone 
  • แก้ไขปัญหาส่งผลให้ไม่สามารถส่งอีเมลไปยังผู้ให้บริการบางรายไม่ได้
  • แก้ไขปัญหารูปภาพไม่แสดงใน widget News

ผู้ใช้สามารถเข้าไปดาวน์โหลด iOS 14.0.1 มาติดตั้งได้ที่ Settings > General > Software Update

นอกจากนี้ Apple ยังปล่อยอัพเดตใหม่ในอุปกรณ์อื่นด้วย ได้แก่  iPadOS 14.0.1, tvOS 14.0.1 และ watchOS 7.0.1 (watchOS 7.0.1 เป็นการแก้ปัญหาการจ่ายเงินใน Wallet ของผู้ใช้) 

ในส่วนของอุปกรณ์ที่รองรับการอัพเดต iOS 14 และ iOS 14.0.1 มีดังนี้

  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s
  • iPhone 6s Plus
  • iPhone SE (1st generation)
  • iPhone SE (2nd generation)
  • iPod touch (7th generation)
  • iPad Pro 12.9-inch (4th generation)
  • iPad Pro 11-inch (2nd generation)
  • iPad Pro 12.9-inch (3rd generation)
  • iPad Pro 11-inch (1st generation)
  • iPad Pro 12.9-inch (2nd generation)
  • iPad Pro 12.9-inch (1st generation)
  • iPad Pro 10.5-inch
  • iPad Pro 9.7-inch
  • iPad (7th generation)
  • iPad (6th generation)
  • iPad (5th generation)
  • iPad mini (5th generation)
  • iPad mini 4
  • iPad Air (3rd generation)
  • iPad Air 2

อ้างอิง: BGR

อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

from:https://notebookspec.com/apple-update-ios-14-0-1-fix-browser-bug/538999/

HP t540 คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กแบบใหม่จากทาง HP มาพร้อม AMD Ryzen

HP t540 คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กแบบใหม่ของทาง HP เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ ตัวเครื่องแรงด้วยหน่วยประมวลผล AMD Ryzen R1305G ที่มาพร้อมชิปกราฟิกแบบฟัง Vega 3 ถึงแม้ว่าขนาดของตัวเครื่องจะเล็กเอามากๆ แต่สเปคในส่วนอื่นๆ นั้นก็ไม่ได้เล็กตาม จะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกัน

HP t540

HP t540

สำหรับ HP t540 นั้นจะมาพร้อมกับสเปคดังต่อไปนี้

  • หน่วยประมวลผล AMD Ryzen R1305G ที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผล 2 แกน 4 threads ความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 1.5 GHz
  • ชิปกราฟิกแบบฝัง Vega 3 รองรับการแสดงผลความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K(สำหรับ 1 หน้าจอ)
  • หน่วยความจำแบบ DDR4 สูงสุดที่ 16 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในแบบ SSD สูงสุดที่ความจุ 512 GB
  • พอร์ตการเชื่อมต่อประกอบไปด้วย  RJ-45 Ethernet, USB 3.1 Gen1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, USB 2.0 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB Type-C จำนวน 1 พอร์ต, 3.5mm audio jack , VGA port และ DisplayPort 1.4 จำนวน 2 พอร์ต
  • เสาสัญญาณ Wi-Fi แบบเชื่อมต่อภาบนอกมาตรฐาน Wi-Fi 5(แต่สามารถซื้อรุ่นที่รองรับ Wi-Fi 6 ได้)
  • ตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 35 x 200 x 200 mm
  • น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.4 kg
ด้านหน้าตัวเครื่อง
ด้านหลังตัวเครื่อง

ทั้งนี้ HP t540 จะมีการเปิดราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้อีกครั้งโดยการวางจำหน่ายช่วงแรกนั้นจะเป็นการวางจำหน่ายผ่านทาง HP.com

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/hp-t540-small-form-factor-desktop-launched-with-an-embedded-amd-ryzen-r1305g-cpu/538468/

Oculus Quest 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ราคาอยู่ที่ 9,300 เท่านั้น

Oculus Quest 2 อุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงของทาง Facebook เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับราคานั้นเรียกว่าน่าสนใจกว่าเดิมเป็นอย่างมากเพราะอยู่ที่ $299 หรือประมาณ 9,300 บาทเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงในสมัยก่อนแล้วนั้นต้องบอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะราคานั้นอยู่ในระดับที่จับต้องได้แล้ว สำหรับสเปคจะน่าสนใจมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกัน

Oculus Quest 2

Oculus Quest 2

หลังจากที่ทาง Facebook ได้ทำการประกาศถึงอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงรุ่นใหม่อย่าง Oculus Quest 2 ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นถึงแม้ว่าจะใช้เวลาถึงเกือบ 5 เดือนกว่าจะมีการเปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่งานนี้นั้นต้องบอกเลยว่า Oculus Quest 2 นั้นมาพร้อมกับราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยสเปคของ Oculus Quest 2 นั้นก็เรียกได้ว่าเหมาะกับการซื้อในยุคปัจจุบันซึ่งสเปคของ Oculus Quest 2 นั้นจะมีดังต่อไปนี้

  • มาพร้อมหน้าจอความละเอียดระดับ 1832 x 1920 pixels ต่อสายตาแต่ละข้าง(เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 50%)
  • ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon XR2
  • หน่วยความจำขนาด 6 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในเริ่มต้นอยู่ที่ 64 GB
  • จอยคอนโทรเลอร์แบบใหม่ที่ใช้งานสะดวกมากขึ้น
  • แบตเตอรี่มี่มาพร้อมกับความจุที่มากกว่าเดิม
  • รองรับการเล่นเกมผ่านทางแพลทฟอร์ม Rift ผ่านทาง Qculus Link

ทั้งนี้ Oculus Quest 2 เริ่มเปิดให้ทำการ Pre-ordered แล้วโดยราคาของรุ่นเริ่มต้นนั้นจะอยู่ที่ $299 หรือประมาณ 9,300 บาทเท่านั้น จากราคาดังกล่าวนี้เรียกว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากโดยหากเทียบกับในอดีตแล้วนั้นจะเห็นได้ว่าอุปกรณ์สร้างภาพเสมือนจริงจะมาพร้อมกับราคาที่สูงกว่านี้ ทั้งนี้ถึงแม้ว่าในเมืองไทยเรายนั้นจะยังคงไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะนำเข้ามาวางจำหน่ายหรือไม่แต่เชื่อว่าจะมีร้านค้านำเข้ามาวางจำหน่ายอย่างแน่นอน

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/oculus-quest-2-officially-revealed-at-299-preorders-are-live-now/537818/

Redmi Smart TV A55 เปิดตัวแล้ว มาพร้อมราคา 8,190 เท่านั้น

Redmi Smart TV A55 สมาร์ททีวีจากแบรนด์ลูกของทาง Xiaomi เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศจีน แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นแบรนด์ลูกอย่าง Xioami นั้นตัวเครื่องย่อมมากับสเปคที่น่าพอใจในราคาที่เป็นกันเอง โดย Redmi Smart TV A55 ที่เปิดตัวออกมานั้นประกอบไปด้วยโมเดลที่มีขนาดหน้าจอทั้งหมด 5 ขนาดประกอบไปด้วย 32 นิ้ว, 43 นิ้ว, 50 นิ้ว, 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว สเปคและราคาจะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกัน

Redmi Smart TV A55

Redmi Smart TV A55

Redmi Smart TV A55 นั้นตามราคาวางจำหน่ายจริงของทาง Xiaomi ที่กำหนดไว้จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,999 yuan หรือประมาณ 9,200 บาท ทว่าในประเทศจีนนั้นทาง Redmi ได้ออกมาหั่นราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 1,777 yuan หรือประมาณ 8,190 บาทเท่านั้น(รุ่นขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว) ซึ่งราคาดังกล่าวนี้นั้นหลายๆ ท่านอาจจะคิดว่ามันแพงกว่าสมาร์ททีวีที่วางจำหน่ายในบ้านเราแต่ Redmi Smart TV A55 ในทุกรุ่นนั้นจะมาพร้อมกับความละเอียดหน้าจอที่ระดับ 4K Ultra HD ทั้งหมดดังนั้นแล้วราคาของมันนั้นจึงถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ราคาดังกล่าวของ Redmi Smart TV A55 นี้นั้นเรียกได้ว่าออกมาตัดราคาคู่แข่งในตลาดอย่าง Honor Vision X1 เฉพาะ สำหรับสเปคของ Redmi Smart TV A55 อื่นๆ นั้นก็น่าสนใจเป็นอย่างมากโดยจะมีดังต่อไปนี้

  • ชิปเซ็ท MediaTek 9632 quad-core
  • หน่วยความจำขนาด 1.5 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในความจุ 8 GB
  • พอร์ตการเชื่อมต่อประกอบไปด้วย USB Type-A จำนวน 2 พอร์ต, HDMI จำนวน 2 พอร์ตและ S/PDIF
  • มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android ครอบทับด้วย MIUI TV UI
  • รองรับฟีเจอร์ Mi Sound

ทั้งนี้คงต้องลุ้นกันว่าในเมืองไทยเรานั้นจะมีหลุดเข้ามาวางจำหน่ายหรือไม่ฃ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/redmi-smart-tv-a55-launched-at-an-attractive-price-of-1777-yuan/537813/

มาแล้ว! iPad Air 4 มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ใช้ชิป A14 รองรับ USB-C และ Touch ID

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ iPad Air 4 เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮาพอสมควร เพราะ Apple ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ไร้ปุ่ม Home หน้าจอแบบ All-Screen ขนาด 10.9 นิ้ว ขอบจอบางลงดูคล้ายกับ iPad Pro เลยทีเดียว และที่สำคัญยังมาพร้อม Touch ID ที่ได้ใส่รวมไว้กับปุ่ม Power ที่อยู่ด้านบนตัวเครื่องอีกด้วย

iPad Air 4

iPad Air 4 มีจอแสดงผลแบบ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว รองรับ True Tone และขอบเขตสีกว้าง P3 มาพร้อมชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดจากทาง Apple อย่าง A14 Bionic ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 5 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพสูงกว่า iPad Air 3 รุ่นก่อนหน้าถึง 40% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังรองรับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C แทนที่พอร์ต Lightning แบบเก่าด้วย iPad Air 4 มาพร้อมจอแสดงผล Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว สนับสนุน True Tone และขอบเขตสีกว้าง P3

iPad Air 4

สำหรับราคาเริ่มต้นนั้นสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า เป็นไปตามการคาดการณ์ว่าราคาของ Apple Air 4 นั้นจะสูงกว่าเดิม โดยเริ่มต้นอยู่ที่ $599 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 18,xxx บาท มีมาให้เลือกด้วยกันถึง 5 สี ได้แก่ Space Gray, Silver, Rose Gold, Green และ Sky Blue โดยจะเริ่มต้นวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2020 นี้ สำหรับใครที่อยากดูข้อมูลหรือรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่: Apple

from:https://notebookspec.com/launch-ipad-air-4/537379/