คลังเก็บป้ายกำกับ: 1._NOTEBOOK_NEWS

Flash sale-โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ASUS Ryzen 5+GTX1050 แค่ 14,990 บาท

ต้องไว้กันเลย Flash sale โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ASUS A570ZD ดีไซน์สวย สเปคแรง สำหรับคอเกมโดยเฉพาะ มาพร้อมซีพียู AMD Ryzen 5 2500U ใส่การ์ดจอ GTX1050 พร้อมแรม 8GB และฮาร์ดดิสก์ 1TB หน้าจอ 15.6″ Full-HD ในแบบ Anti-Glare จอด้านมองสบายตา กับดีไซน์ที่ดูสมกับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ใส่คีย์บอร์ดแบบ Numpad มาให้ และพอร์ตต่อพ่วงรุ่นใหม่มาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, USB Type-C เป็นต้น การเล่นเกมถือว่าทำได้ไม่ยากเลยทีเดียว น้ำหนักตัวไม่ถึง 2Kg ดีนัก และให้การรับประกัน 2 ปี สนนราคาปกติจะอยู่ที่ราวๆ 17,xxx บาท สำหรับ Flash sale นี้อยู่ที่ 14,990 บาทเท่านั้น ให้ไว ถึงแค่ 3 ทุ่มเท่านั้น

โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง

Specification

  • Processor: AMD Ryzen 5 2500U 2.0GHz (4MB Cache, 3.6GHz)
  • Graphics: NVIDIA GeForce GTX 1050 (4GB GDDR5)
  • Display Screen: 15.6-inch (1920×1080) Full HD
  • Main Memory: 8GB (2 x 4GB) DDR4
  • Memory Slot: 2 x Slots
  • Hard Drive : 1TB 5400RPM 2.5-inch SATA Hard Drive
  • Network: 10/100/1000 LAN
  • Wireless: Wireless 802.11AC
  • Port
    2 x USB 2.0
    1 x USB 3.0
    1 x USB 3.1 Type-C (Gen 1)
    1 x HDMI
  • OS: Windows 10 Home (64-bit)

ไปช้อปได้เลย ที่นี่

from:https://notebookspec.com/flash-sale-notebook-ryzen-5-asus-a570zd/498347/

โฆษณา

จัดอันดับ Notebook การ์ดจอ RTX 2060 แรงลื่น ถูกคุ้ม สเปกเทพ ฟีเจอร์ครบ เริ่มถูกสุด 34,900 บาท

Notebook การ์ดจอ RTX 2060 ถือว่าเป็น Notebook ที่มีความแรงลื่นในการเล่นเกมซึ่งรับประกันได้ว่าสนับสนุนการเล่นเกมทุกเกมบนโลกแน่นอน โดยหลักๆ รุ่นที่ปัจจุบันจะมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H เป็นส่วนมาก และ Intel Core i5-9300H ส่วนน้อย รวมไปถึงในที่เป็น AMD Ryzen 7 3750H ด้วย อีกทั้งสเปกอื่นๆ อย่างแรมก็ได้มาเป็นมาตรฐานที่ขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับหน้าจอก็มีทั้งขนาด 15.6″ / 17.3″ ได้ Refresh Rate ที่ 120Hz ขึ้นไป สนนราคาเริ่ม 36,900 บาท

โดยบทความนี้เราจะมาจัดอันดับ Notebook การ์ดจอ RTX 2060 แรงลื่น ถูกคุ้ม สเปกเทพ ฟีเจอร์ครบ จำนวน 5 รุ่นด้วยกัน โดยมีราคาสูงสุดที่ 109,990 บาท ซึ่งคัดสรรมาจากความน่าสนใจ ในแต่รุ่นแต่แบรนด์ ที่ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจทั้งนั้น ไว้เป็นแนวทางในการซื้อของแต่ละคน จะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปชมกันต่อเลย

 

ASUS TUF FX505DV ราคา 36,900 บาท

สเปกของ ASUS TUF Gaming FX505DV ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 5 3550H ทำงานแบบ 4 Core/8 Thread ด้วยความเร็ว 2.1 – 3.7 GHz สถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร ประสิทธิภาพแรง พร้อมฟีเจอร์มากมาย เช่น SenseMI คอยจัดการให้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างที่ไม่มีใน Intel  ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 8 ส่วนการ์ดจอก็แรงระดับ RTX 2060 (6GB GDDR6) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า GTX รุ่นใหม่ทั้งหมด นับได้ว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ ทีเดียว หาได้ยากใน Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ

ส่วนสเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้หน้าจอที่ 120Hz แบบ NanoEdge ขอบจอบาง ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ขนาด 15.6″ ส่วนแรมขนาด 16GB 1 แถว DDR4 2666MHz (สูงสุดที่ 32GB) รวมไปถึงที่เก็บข้อมูลให้มาเลยคือ SSD NVME PCIe ความจุ 512GB เป็นมาตรฐานพร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ ได้อีก 1 ตัว อีกทั้งการเชื่อมต่อก็ครบถ้วนด้วยมาตรฐาน Wi-Fi AC และ Bluetooth 5.0 พร้อมกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาให้พอตัวทั้ง HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0, Kensington lock slot, LAN RJ-45, รูหูฟังกับไมค์แบบ Combo ซึ่งพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมดจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่อง พร้อมระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้มาให้ในตัว การรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม

Lenovo Legion Y545 ราคา 46,900 บาท

 

MSI GL65 9SEK ราคา 46,900 บาท

 

Acer Predator Helios 300-PH315 ราคา 51,900 บาท

 

ASUS ZenBook Pro Duo UX581 ราคา

 

 

from:https://notebookspec.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-notebook-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%ad-rtx-2060-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a5/497469/

Promotion – HP Super Brand Day ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม ลดสูงสุดถึง 50% แถม Code ลดอีก 10%

HP ผู้นำพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี เสริมความแข็งแกร่งช่องทางออนไลน์ กับ Shopee ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดยในความร่วมมือครั้งนี้ เอชพีเผยความสำเร็จในช่องทาง HP Official Store บนช้อปปี้ ช่วยดันยอดขายที่เติบโตอย่างน่าพอใจ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเอชพีในการสร้างความแข็งแกร่งในช่องทางออนไลน์และการเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้มากขึ้น

อัลวิน เกรเกอรี ชาล์ส Country Head of Omnichannel Sales เอชพี อิงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ดังนั้นแบรนด์จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคชาวไทยผ่านการมอบประสบการณ์ความสะดวกสบาย ให้สามารถเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยีของเอชพีได้ง่ายยิ่งขึ้น เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับคู่ค้าของเอชพีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องพิมพ์และคิมพิวเตอร์พีซีที่หลากหลายผ่านช่องทางออนไลน์  ซึ่งเสริมศักยภาพของเราให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์เอชพีในโลกออนไลน์”

โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เอชพีร่วมกับช้อปปี้จัดแคมเปญพิเศษ HP Shopee Super Brand Day (SBD) กิจกรรมเทคโอเวอร์ในแอพพลิเคชั่นของช้อปปี้ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้แบรนด์เอชพี มากขึ้น แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดจากยอดสั่งซื้อผ่าน HP Official Store ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ช้อปปี้มุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ของเรา ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วภูมิภาคผ่านเทคโนโลยี โดยรวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง เอชพี เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้สะดวกขึ้น เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เอชพี เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวกสบายพร้อมความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ในอนาคตเรายังคงมุ่งมั่นในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างเอชพี เพื่อส่งมอบดีลพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้แก่ผู้ใช้งานของเราต่อไป” ศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าว

และเพื่อเป็นการสานต่อความร่วมมือในครั้งนี้ เอชพีและช้อปปี้ จะเปิดตัวแคมเปญ HP Shopee Super Brand Day ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2019 เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินกับส่วนลดและโปรโมชั่น สูงสุดถึง 50% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมอีก 10%  

ยกกำลังส่งต่อความพิเศษ เอชพี ร่วมมือกับช้อปปี้ในการจัดงาน HP X Shopee อีเว้นท์สุดพิเศษในวันที่ 19 ตุลาคม 2019 ที่บริเวณทางเชื่อม BTS ชั้น 3 สยามสแควร์วัน ให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับดีลเด็ดและกิจกรรมพิเศษเฉพาะในงาน อาทิ ลุ้นของแถมพิเศษจาก เอชพี พร้อมชมการแสดงสุดพิเศษจากดาราดาวรุ่ง ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์

ห้ามพลาด กับแคมเปญ HP Shopee Super Brand Day ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 พบส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษใน HP Thailand Official Store บนช้อปปี้ ได้ที่ https://shopee.co.th/online_hp.

ดาวน์โหลดช้อปปี้แอพพลิเคชั่นได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

ข้อมูลเกี่ยวกับ HP Inc.
HP Inc. มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างแท้จริง ด้วยพอร์ทโฟลิโอด้านเทคโนโลยี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โซลูชั่นการพิมพ์ 3 มิติ เอชพีพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอชพี สามารถเข้าชมได้ที่ hp.com

เกี่ยวกับ Shopee (ช้อปปี้)
Shopee เป็นผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน โดยเป็นแพลทฟอร์มที่ออกแบบขึ้นเพื่อชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยระบบการชำระเงินและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ Shopee มุ่งมั่นที่จะพัฒนาแพลทฟอร์มของเราให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวขึ้นเป็นแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งในภูมิภาค และเป็นอันดับหนึ่งในใจผู้ใช้งาน

Shopee มีสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าแม่และเด็ก แฟชั่น และอุปกรณ์กีฬา

Shopee อยู่ในกลุ่มของ บริษัท Sea และได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2558 ในประเทศสิงคโปร์ และขยายไปยังประเทศมาเลเซีย ไทย ไต้หวัน อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ บริษัท Sea เป็นผู้นำทางด้าน ดิจิตัล เอนเตอร์เทนเมนท์ อีคอมเมิร์ซ และ บริการด้านการเงินแบบดิจิตัล ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Sea มีพันธกิจที่จะมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และผู้ประกอบการรายย่อยให้ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำหน้า บริษัท Sea ได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ที่นิวยอร์ก ภายใต้สัญลักษณ์ SE

from:https://notebookspec.com/promotion-hp-super-brand-day-oct-2019/498102/

Promotion – HP ENVY x360 13 สเปก Ryzen 5 3500U ลดหนักมาก เหลือ 21,690 บาท แถมปริ้นเตอร์อีกตัว

HP ENVY x360 13 สเปก Ryzen 5 3500U จัดโปรโมชั่นหนักๆ ราคาปกติ 29,990 บาท ลดเหลือ 21,690 บาท ไม่พอ ยังแถมปริ้นเตอร์ HP Deskjet 2132 มูลค่า 1,890 บาทอีกตัว เรียกได้ว่าใครซื้อ 2-in-1 Notebook หรูหราบางเบา สเปกแรงลื่นอยู่แล้ว ไม่ควรพลาดเลย โดยเป็น Flash Sale จากทางร้าน IT City ที่จะหมดเวลา 12:00 วันนี้เท่านั้น ฉะนั้นใครเห็นแล้วก็รีบกันหน่อย บอกเพื่อนบอกฝูงที่กำลังจะซื้อโน้ตบุ๊คใหม่กันได้เลย ที่สำคัญมีจำกัดจำนวนเพียง 30 เครื่องเท่านั้น โปรโมชั่นเฉพาะ Shopee เท่านั้น

HP ENVY x360 นั้นถือเป็น 2-in-1 Notebook ที่ได้ความบางเบาหรูหรา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดย HP ได้นำเสนอ HP ENVY x360 ปี 2019 รุ่นใหม่ในราคาคุ้มค่าเหมือนเดิม อีกทั้งยังแถมปากกา Stylus ใช้วาดรูปมาให้ในกล่องอีกด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่คาดว่าจะขายดีเช่นเดิม จากดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา พกพาสะดวก พร้อมสเปกและฟีเจอร์ที่เกินราคา กว่า 2-in-1 Notebook ทั่วไป ในราคาเริ่มต้นเพียง 29,990 บาท สำหรับชิปประมวลผล AMD Ryzen 5 3500U + VEGA 8 + RAM 8GB + SSD 256GB

>>> กดสั่งซื้อที่นี่เลย <<<

ส่วนหน้าจอจะเป็นแบบมัลติทัชขนาด 13.3 นิ้ว รองรับสัมผัสมัลติทัชและปากกา Stylus รองรับแรงกดได้หลายระดับ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล(Full HD) มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.30 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมพับปรับได้ 360 องศา

พอร์ตการเชื่อมต่อมีมาตามนี้คือ 2 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, Micro SD Card Reader และ Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.2 และ Wi-Fi มาตรฐานใหม่ 802.11a/b/g/n/ac 2×2 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว ประกัน On-Site 2 ปีเต็ม  พร้อมบันเดิลปากกา Stylus อย่าง HP Active Pen มาให้เลยในกล่องเลย

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ยี่ห้ออื่นไม่มีคือ HP Sure View ฟีเจอร์กันคนแอบมองจอที่สามารถกดเปิดปิดได้ในปุ่มเดียว และสวิตช์ Webcam Kill ป้องกันเพื่อความปลอดภัย อย่างที่หาไม่ได้ในโน้ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ แน่นอน โดดเด่นด้วยลำโพงแบบ Quad Speakers ของ Bang & Olufen ที่หาได้ยากมากในโน้ตบุ๊คราคาระดับนี้

ชมรีวิวเต็มๆ ของ HP ENVY x360 13 ได้ที่นี่เลย

 

from:https://notebookspec.com/promotion-hp-envy-x360-13-ryzen-5-3500u-shopee/497991/

Intel – เผยการ์ดจอในชิปสถาปัตยกรรม Tiger Lake จะมาพร้อมความแรงเพื่อการเล่นเกมได้ที่ 1080p@60 FPS

ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญมากๆ ครับสำหรับชิปกราฟิกแบบฝังของทาง Intel ที่แสดงให้เห็นว่าทาง Intel นั้นได้ใส่ใจในการออกแบบเพื่อที่จะทำให้ชิปกราฟิกแบบฝังของตัวเองเป็นมากกว่าชิปแสดงผลเฉยๆ มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากชิปกราฟิก Iris Plus G7 หรือชิปกราฟิกแบบฝังรุ่นที่ 7 ที่อยู่บนหน่วยประมวลผล Core i7-1065G7 ซึ่งสามารถที่จะเอาชนะชิปกราฟิกแบบฝัง AMD RX Vega 10 ในการเล่นเกมของทาง AMD ได้

แน่นอนครับว่าทาง Intel ไม่หยุดแค่นั้นอย่างแน่นอนเพราะทาง Intel นั้นมีสถาปัตยกรรม Intel Xe ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสำหรับชิปกราฟิกใหม่ที่ทาง Intel บอกว่าจะใช้กับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Tiger Lake ด้วยครับ

ก่อนอื่นเรามาพูดถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างชิปกราฟิกแบบฝัง Iris Plus ที่จะอยู่บนหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 กันก่อนครับ โดยในงาน Intel Developer Conference (IDC) ณ โตเกียวที่ผ่านมานั้นทาง Intel ได้มีการเผยข้อมูลของผลการทดสอบประสิทธิภาพในการเล่นเกมของชิปกราฟิกแบบฝัง Iris Plus ออกมาดังต่อไปนี้ครับ

ในการเปรียบเทียบนี้นั้นทาง Intel ได้ทำการเปรียบเทียบ Iris Plus กับ UHD 620 ซึ่งอยู่บนหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 9 ของทาง Intel ครับ จากกราฟนั้นจะเห็นได้ว่า Iris Plus นั้นมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งจากการทดสอบด้วยเกม esports ชื่อดังต่างๆ นั้นจะพบว่าที่ความละเอียด 1080p นั้น Iris Plus สามารถที่จะทำเฟรมเรทเกมที่นำมาทดสอบได้ตามนี้ครับ

  • CS:GO : 45 – 75 FPS
  • Fortnite : 30 – 40 FPS
  • Rainbow Six Siege : 20 – 30 FPS

ในงานนั้นทางคุณ Kenichiro Yasu ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีของ Intel ได้บอกเอาไว้ในงานอีกครับว่าสำหรับหน่วยประมวลผลรุ่นถัดไปอย่างสุาปัตยกรรม Tiger Lake (เปิดตัวในปี 2020) นั้นจะมาพร้อมกับชิปกราฟิกแบบฝังสถาปัตยกรรม Xe อย่างแน่นอนโดยเขาเองนั้นยังได้บอกเอาไว้อีกด้วยครับว่าสถาปัตยกรรม Xe ที่ถูกนำมาปรับใช้ในหน่วยประมวลผลนั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่า Iris Plus ถึง 2 เท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงแล้วก็จะทำให้ชิปกราฟิกแบบฝังบน Tiger Lake นั้นสามารถที่จะเล่นเกมที่ความละเอียด 1080p@ 60 FPS ได้อย่างสบายๆ ครับ

นอกเหนือไปจากนั้นแล้วทางคุณ Raja Koduri ได้มีการทวิตภาพออกป้ายทะเบียนรถยนต์ Tesla Model X ออกมาว่า ‘THINKXE’ พร้อมมีการระบุช่วงเวลาว่าเป็น JUN 2020 ทำให้คาดการณ์ได้ว่าในเดือนมุถุนายน 2020 ที่จะถึงนี้นั้นทาง Intel เองน่าจะทำการเปิดตัวชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Xe ของตัวเองออกมาอย่างเป็นทางการ โดยหลังจากนั้นแล้วในช่วงหนึ่งของไตรมาสที่ 3 ปี 2020 นั้นเราน่าจะได้เห็นกราฟิกการ์ดที่ใช้ชิปสถาปัตยกรรม Xe ของทาง Intel วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับ

หมายเหตุ – นอกไปจากนี้แล้วนั้นยังมีข้อมูลก่อนหน้านี้ออกมาแล้วว่า Intel Xe นั้นจะรองรับการประมวลผลภาพแบบ ray tracing ด้วยเช่นเดียวกัน แถมจาการที่ทาง Intel ได้เข้าร่วมกับผู้พัฒนาเกม Wargaming ในเกม World pf Tanks แล้วด้วยนั้นก็จะทำให้เราเห็นตัวเกมมาพร้อมกับ ray tracing ซึ่งจะรองรับกับเกมที่ใช้เอนจิ้น DirectX11 สำหรับทุกการ์ดเลยด้วยครับ

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/intel-xe-1080p-60fps-with-first-card-could-debut-in-june-2020/497196/

Preview – Acer Swift 3 SF314-57G จอ 14″ แรงลื่นด้วย Core i Gen 10 สวยจัดบางเบา ฟีเจอร์ครบ ราคา 20,990 บาท

Acer Swift 3 SF314-57G ถือว่าเป็นรุ่นต่อยอดจากตระกูล Acer Swift 3 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ล่าสุดคือได้สเปกชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 ที่แรงกว่าเดิม พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.19 กก. และบางเพียง 15.95มม. เท่านั้น ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพรีวิวถึงรายละเอียดและสเปก ราคาขายจริงกัน ก่อนที่จะมาพบกับรีวิวตัวเต็มกันอีกที

โดยมีอยู่ 2 รุ่นหลักๆ ด้วยกันคือ Core i5-1035G1 ราคา 20,990 บาท และ Core i7-1065G7 ราคา 23,990 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัยตกรรม Ice Lake เทคโนโลยีที่ 10 นาโนเมตร ที่เล็กและร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วย AI มาช่วยการประมวลผลให้ดียิ่งขึ้น พ่วงด้วยการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 รุ่นใหม่จาก NVIDIA ได้แรม 8GB และ SSD PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD พร้อม Windows 10 แท้ ประกันเป็น 2 ปี หรือ 3 ปี (ปีแรก On-site) พร้อมส่งศูนย์ซ่อมด้วยใน 3 ชั่วโมงด้วย

เจาะสเปกเต็มๆ ของ Acer Swift 3 SF314-57G อย่างที่บอกไปแล้วคือแบ่งเป็น 2 รุ่น ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1035G1 ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.0 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 3.6 GHz ส่วนการ์ดจอออนชิปก็เป็นรุ่นใหม่ Intel UHD Graphics G1 เช่นกัน และอีกรุ่นจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-1065G7 มีความเร็วที่ 1.3 – 3.9 GHz ส่วนการ์ดจอเป็นออนชิปรุ่นใหม่ G7 ที่แรงกว่า โดยทั้ง 2 รุ่นทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ดเหมือนกัน

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่แรงระดับเทียบเคียง GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย แรมให้มาขนาด 8GB DDR4 เพียงพอต่อการใช้งานทันที ส่วน SSD M.2 NVMe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูงและพื้นที่ใส่ไฟล์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องจอที่ได้กล่าวไปแล้วว่าใช้จอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูง IPS แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใส

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น USB 3.1 Type-C, USB 3.1 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi AX ที่แรงกว่าเดิม 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด สนนราคารุ่น 20,990 บาท ประกันจะเป็น 2 ปีส่งเคลมศูนย์ปกติ ส่วนรุ่นราคา 23,990 บาทจะได้ประกันเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรก On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง สามารถชมหน้าสเปกเต็มๆ ได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย

Acer Swift 3 SF314-57G เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดี โดยสีสันเป็น Steel Gray ออกแนวเทาๆ เงินๆ หรือสีชมพู Millennial Pink ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส  ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม

ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.19 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ จนรุ่นเก่าต้องอิจฉาเลยทีเดียว กับแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 12.5 ชั่วโมง พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นทองมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์

ขอบตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นลักษณ์ตัดเพชรให้ความสวยงามด้วยสีเงิน โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ บอกว่าขอบหน้าจอบางเฉียบกว่ารุ่นก่อนๆ และหน้าจอ IPS มุมมองกว้าง รวมถึงสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดที่ 12 ชั่วโมงด้วยกัน อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า สุดท้ายกับการที่มีพอร์ต HDMI

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3 SF314 เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับโน้ตบุ๊คราคาคุ้มค่าแบบนี้ โดยใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10

Acer Swift 3 SF314-57G ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ขอบจอบางมีพื้นที่ 84% เป็นหน้าจอแสดงผล ได้พาเนลคุณภาพสูง IPS ที่รองรับความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่เหมาะกับการทำงานหรือความบันเทิงแบบสุดๆ ด้วยสีสันที่สมจริงเรียบเนียมและมุมมองที่กว้างกว่า อีกทั้งยังมี Acer Color Intelligence เทคโนโลยีนี้จะปรับแกมม่าและความอิ่มตัวสีแบบเรียลไทม์ ช่วยปรับสี ความสว่าง และความอิ่มตัวสี โดยไม่มีภาพขาดและความอิ่มตัวของสีเกิน แน่นอนว่าให้ประสบการณ์ใช้งานในการแสดงผลที่เยี่ยมยอด โดยมี BluelightShield ลดแสงสีฟ้า รองรับกับงานทั่วไปเป็นอย่างดีและพอเพียงกับการใช้งานทั่วไป อย่างเล่นอินเตอร์เน็ต พิมพ์งาน

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ มาพร้อมระบบเสียง Acer TrueHarmony โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Acer Swift 3 SF314-57G นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 2.0 Type-A / USB 3.1 Type-A และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐานและ Card Reader ที่สำคัญยังให้พอร์ตอย่าง USB 3.1 Type-C อีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปทีเดียว

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.19 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.4 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง สาวๆ น่าจะชอบกัน หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกสบายๆ

สรุปสำหรับดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์และสเปกของ Acer Swift 3 SF314-57G นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงๆ อย่าง Core i Gen 10 + GeForce MX250 เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ

ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนอย่างที่ Ultrabook ราคาแพงสมัยก่อนทำได้เลยล่ะ โดยเริ่มต้นเพียงสองหมื่นบาท ไปจนถึงสองหมื่นบาทนิดๆ เท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ไว้ยังไงมีโอกาสแอดมินโป้งจะนำเสนอรีวิว Acer Swift 3 SF314-57G ตัวเต็มอย่างแน่นอน รวมไปถึงรุ่นอื่นๆ อย่าง Acer Aspire 3 และ Acer Swift 5 ด้วย รอติดตามกันได้เลย

 

from:https://notebookspec.com/preview-acer-swift-3-sf314-57g-spec-core-i-gen-10/497465/

ASUS – ROG G703GXR โน๊ตบุ๊คเล่นเกมสเปคจัดเต็ม Core i7-9750H + RTX 2060 จอ 17.3 นิ้ว 144Hz

หากย้อนกลับไปในสมัยก่อนนั้นเราจะได้เห็นโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้วครับ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องแลกมาจากหน้าจอของตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่นั้นก็คือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและความหนาที่หนามากกว่าปกติทั่วไปจนทำให้ในการใช้งานแบบพกพานั้นอาจจะยากสักเล็กน้อย

ทว่าหลังๆ มานี้นั้นทางผู้ผลิตก็ได้ทำการผลิตโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับหน้าจอ 15.6 นิ้วมากกว่าทำให้โน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้วนั้นหายากมากขึ้น อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับขนาดของหน้าจอใหญ่ๆ ล่ะก็วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับ ASUS ROG G703GXR ครับ

อย่างไรก็ตามครับถึงแม้ว่าทาง ASUS เองจะสามารถทำการเลือกที่จะผลิตเครื่องแบบบางๆ น้ำหนักเบา แต่ลดสเปคลงได้นั้น ทาง ASUS กลับเลือกที่จะทิ้งหลักการดังกล่าวทำให้ ASUS ROG G703GXR นั้นมาพร้อมกับสเปคที่เรียกได้ว่าเทพสุดๆ ดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 17.3 นิ้วรองรับความละเอียดที่ระดับ 1080p มี refresh rate อยู่ที่ 144 Hz พร้อมรองรับเทคโนโลยี G-Sync
  • หน่วยประมวลผล Intel Core i7-9750H
  • หน่วยความจำแบบ DDR4-2666 ขนาดสูงสุดที่เลือกได้อยู่ที่ 64 GB
  • ชิปกราฟิกแบบแยก NVIDIA GeForce RTX 2080 ซึ่งรองรับเทคโนโลยี NVIDIA Optimus ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ทำการเล่นเกม
  • แหล่งเก็บข้อมูล Samsung SSD PM981 MZVLB512HAJQ, 512 GB + Seagate Firecuda ST1000LX015 1 TB SSHD 5400 RPM พร้อม Slots M.2-2280 อีก 3 และรองรับ HDD ขนาด 2.5-inch อีก 1 ตัว
  • แบตเตอรี่ความจุ 96 W ซึ่งสามารถที่จะใช้งานท่องเว็บผ่าน WiFi ได้สูงสุดที่ราวๆ 6 ชั่วโมง

จะเห็นได้ครับว่าตัวเครื่องนั้นแรงเอามากๆ เลยทีเดียว ทว่าด้วยความจัดเต็มนี้เองนั้นก็เลยทำให้เจ้า ASUS ROG G703GXR เลยมาพร้อมกับน้ำหนักที่สูงมากถึง 4.7 kg นอกไปจากนั้นแล้วเพื่อที่จะให้ระบบระบายความร้อนสามารถรองรับการระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีนั้นตัวเครื่องจึงมีความหนามากถึง 48 mm หากรวมกับที่ชาร์จด้วยอีกแล้วนั้นคุณจะต้องทำการแบกกระเป๋าที่มีการท่วงน้ำหนักมากถึง 5 kg เรียกได้ว่าเป็นการเล่นกล้ามแบบเบาๆ เลยก็ว่าได้ครับ(เพราะที่ชาร์จนั้นจะมาพร้อมกับความสามารถในการจ่ายกำลังไฟสูงถึง 280 W)

ถึงกระนั้นแล้วตัวเครื่องก็ยังคงมีข้อเสียอยู่อีกครับเนื่องจากว่าตัวหน้าจอนั้นถึงแม้ว่าจะยังมีความสามารถในการแสดงผลสีดำได้เป็นอย่างดี แต่ในส่วนของการรองรับช่วงสีต่างๆ นั้นกลับทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งนั่นเลยหมายความว่าคุณอาจจะได้เห็นการเล่นเกมที่สีสันนั้นอาจจะไม่สดใสหากไปเทียบกับโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมเครื่องอื่นๆ ที่เน้นในส่วนของหน้าจอที่รองรับช่วงกว้างของสีมากๆ ครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/asus-rog-g703gxr-a-17-3-inch-gaming-monster-with-few-compromises/497217/