คลังเก็บป้ายกำกับ: 1._NOTEBOOK_NEWS

MSI SHOP By Advice เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้! ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

MSI SHOP By Advice เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้! ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

MSI Thailand ร่วมกับทาง บริษัท แอดไวซ์โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป จำกัด เปิด MSI Shop By Advice สาขาแรกอย่างเป็นทางการ ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า โดยภายในร้านรวบรวมผลิตภัณฑ์ ของทาง MSI ทุกรายโปรดักส์นำมาให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองใช้งานก่อนการเลือกซื้อ พร้อมจัดโปรโมชั่นหนักๆเพื่อให้ลูกค้าของทาง MSI และ Advice

ในงานมี Mr.Andy Hsiang General manager of MSI Thailand , คุณศรัญ ปัญหา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และฝ่ายขาย บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด และ คุณ ศุภาวีร์ พสิษฐวรวิช Strategy Branch Marketing Department Manager ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

ร้าน MSI Shop By Advice  พร้อมให้ช้อปปิ้งแล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

( จากรูปซ้ายไปขวา ** Mr.Andy Hsiang General manager of MSI Thailand , คุณศรัญ ปัญหา ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และฝ่ายขาย บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด และ คุณ ศุภาวีร์ พสิษฐวรวิช Strategy Branch Marketing Department Manager ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า** )

สำหรับท่านที่สนใจผลิตภัณฑ์ สามารถติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากทาง MSI ได้ที่ Facebook Fanpage: MSI Gaming (TH) https://msi.gm/2u6kGeX

————————————-

MSI Content Creation:                                            https://th.msi.com/Prestige

MSI TH Facebook:                                                    https://msi.gm/2u6kGeX

MSI TH Instagram:                                                  https://msi.gm/2QOli6R

MSI TH YouTube:                                                     https://msi.gm/2ZgU1tt

MSI TH Twitter:                                                        https://msi.gm/30afDZW

from:https://notebookspec.com/msi-shop-by-advice-officially-launched-today-at-central-pinklao/507509/

Dell – เปิดตัวพีซี จอดิสเพลย์ที่มากับ 5G ระบบ AI พร้อมทั้งพรีเมี่ยมดีไซน์ ทั้งเพื่อการทำงาน และเพื่อความเพลิดเพลิน

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวพีซี จอดิสเพลย์ที่มากับ 5G ระบบ AI พร้อมทั้งพรีเมี่ยมดีไซน์ ทั้งเพื่อการทำงาน และเพื่อความเพลิดเพลิน อย่างสมบูรณ์

  • เพิ่มพลังในการทำงานด้วย Latitude 9510 พีซีเพื่อการใช้งานในธุรกิจขนาด 15 นิ้วที่ฉลาดที่สุดในโลก ที่พร้อมรองรับ 5G (5G-ready) และระบบ AI ที่อยู่ภายใน
  •  เปิดตัว XPS 13 ที่บางยิ่งขึ้นและมีขนาดเล็กกว่าเดิมมากขึ้น พร้อมจอไร้ขอบแบบ InfinityEdge ทั้งสี่ด้านเป็นครั้งแรก (first-ever 4-sided) เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ไร้ขีดจำกัด
  • จอดิสเพลย์ชั้นแนวหน้าจากเดลล์สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ได้ครบถ้วน

 

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์และซอฟต์แวร์ใหม่ในสายของผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมทั้ง Latitude และ XPS ตลอดจนจอดิสเพลย์ต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสรรค์สร้างนวัตกรรม ไปจนถึงสามารถทำงานร่วมเพื่อบรรลุผลสำเร็จที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นในทศวรรษหน้า ด้วยการมาพร้อมกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) 5G และการออกแบบรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย เครื่องพีซีและจอดิสเพลย์รุ่นล่าสุดของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ทำให้การทำงาน และการใช้งานเพื่อการผ่อนคลายเป็นไปอย่างราบรื่นและเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น

 “อุตสาหกรรมพีซีไม่เคยสั่นสะเทือนได้มากไปกว่านี้ด้วยการมาพร้อมกับความสามารถด้าน AI 5G ภายในตัวเครื่องพร้อมทั้งการออกแบบที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นและเติมเต็มมากยิ่งขึ้น” แซม เบิร์ด ประธาน เดลล์ โซลูชันส์ กรุ๊ป กล่าว “สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผมก็คือ จากข่าวที่เราเห็นจากงาน CES ในครั้งนี้ก็คือ พีซียังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม และได้รับผลสำเร็จตามต้องการได้มากยิ่งขึ้น”

“ผู้ใช้พีซีมีความเชี่ยวชาญและชำนาญมากขึ้นเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่พวกเขาเลือกเพื่อการทำงานและเพื่อความสนุกสนาน โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมที่เน้นหนักไปในด้านการออกแบบที่ดี ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย” ทอม เมเนลลี่ รองประธานกลุ่ม ด้าน  Devices และ Consumer จากไอดีซี กล่าว “การวิจัยของเราแสดงให้เห็นถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นของพนักงานใหม่ที่เลือกสมัครงานจากดีไวซ์ที่ผู้ว่าจ้างมอบให้ และนอกจากนี้ ทั้งผู้ซื้ออุปกรณ์ไอทีและผู้ใช้ในกลุ่มคอนซูเมอร์ต่างให้ความสนใจในพีซีที่มาพร้อมเทคโนโลยีของจอดิสเพลย์ การเชื่อมต่อ และแบตเตอรี่ในยุคหน้า”

มืออาชีพสามารถใช้เวลาอันมีค่าในการทำงานที่สำคัญที่สุดกับ Latitude 9510 พีซีเพื่อการใช้งานในธุรกิจขนาด 15 นิ้วที่ชาญฉลาดที่สุดที่มาพร้อม AI ภายในตัว

เดลล์ ได้เปิดตัว Latitude 9000 series ซึ่งได้รับการออกแบบด้วยการคำนึงถึงรายละเอียดที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้เครื่องที่เล็กยิ่งขึ้นและบางมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา พร้อมด้วยจอดิสเพลย์ขนาดใหญ่และประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า โดย Latitude 9510 ใหม่มอบสิ่งที่ผู้ใช้ทางธุรกิจต้องการ ทั้งอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดของพีซีธุรกิจขนาด 15 นิ้ว ใดๆก็ตาม ด้วยที่มีเป้าหมายสูงสุดที่ 30 ชั่วโมง พร้อมการออกแบบให้พร้อมสำหรับการใช้งานบน 5G และคุณสมบัติด้านเสียงที่ทรงพลังพร้อมทั้งโซลูชั่นอัจฉริยะเพื่อช่วยเพิ่มผลลัพธ์การทำงานให้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ Latitude 9510 คือพีซีคอมเมอร์เชียลขนาด 15 นิ้วที่เล็กที่สุด และเบาที่สุดในโลก สามารถพกพาในกระเป๋าทำงานขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย ด้วยน้ำหนักเพิ่มต้นที่เพียง 3.2 ปอนด์ หรือประมาณ 1.4 กิโลกรัม คนใช้ที่เป็นมืออาชีพทั้งหลายสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่จำเป็นต้องพกพาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ อะแดปเตอร์ หรือสปีกเกอร์โฟน เพื่อใช้ในการทำงาน ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับ Intel® Wi-Fi 6 (Gig+) และความสามารถของโมบาย บรอดแบนด์ 5G ผู้บริหารสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในทุกที่ที่ต้องการ ตัวเครื่องได้รับการออกแบบในการผสานเสาอากาศเพื่อรองรับ 5G ไว้ภายในลำโพงเพื่อรักษาจอแสดงผลให้เป็นจอไร้ขอบแบบ InfinityEdge ในขณะที่พัดลมแบบ carbon blade fans และท่อความร้อน dual heat pipes ให้ประสบการณ์การทำงานที่เงียบสงบและความเย็นสบายต่อการสัมผัส เปิดตัวมาพร้อมกับ Intel® Core ™ i7 โพรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 10 รุ่นล่าสุด เครื่อง Latitude 9510 ที่เป็น vPro ready มาพร้อมวัสดุแบบ machined-aluminum finish พร้อมการตัดของแบบ diamond cut เพื่อมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพในการทำงานพร้อมสไตล์

ในฐานะของพีซีธุรกิจขนาด 15 นิ้วที่ฉลาดที่สุดในโลก เครื่อง Latitude 9510 เป็นผู้นำอุตสาหกรรมพีซีเชิงพาณิชย์ (commercial PC) ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยอัตโนมัติบนระบบ AI ที่บิลท์-อินภายในตัวเครื่องเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ยังมีซอฟต์แวร์ Dell Optimizer ใหม่ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อช่วยลดความล่าช้า และอุปสรรคในการทำงานโดยช่วยให้

  • ทำงานได้เร็วขึ้นด้วย ExpressResponse: ด้วยความต้องการของผู้ใช้ (user preferences) และระบบแมชชีน  เลิร์นนิ่ง พร้อมด้วยเทคโนโลยี Intel® Adaptix Technology ระบบจะเปิดแอปพลิเคชันที่มีการใช้บ่อยเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถสลับสับเปลี่ยนการใช้งานระหว่างแอพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของแอปพลิเคชั่นให้ดียิ่งขึ้นเพื่อประสิทธิผลของการทำงานที่เพิ่มขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพอายุการใช้งานแบตเตอรี่ด้วย ExpressCharge: AI และแมชชีน เลิร์นนิ่ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของแบตเตอรี่โดยพิจารณาจากรูปแบบการชาร์จแบตเตอรี่ของผู้ใช้และการใช้พลังงานทั่วไป เมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อยมาก เครื่อง Latitude 9510 จะปรับการตั้งค่าอย่างละเอียดเพื่อรักษาทรัพยากร อาทิ การลดระดับแสงของหน้าจอ รวมทั้งจะเลือกวิธีการชาร์จที่ดีที่สุด เช่น ExpressCharge Boost ซึ่งให้การชาร์จสูงสุดถึง 35% ภายใน 20 นาที เพื่อให้ทำงานได้อย่างราบรื่นในเวลาที่สำคัญ
  • ลงชื่อเข้าใช้อย่างง่ายดายและปลอดภัยด้วย ExpressSign-in: การตรวจจับนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยด้วย Dell’s PC proximity sensor ที่เปิดใช้งานโดย Intel® Context Sensing Technology และ Windows Hello
  • ปิดสปีกเกอร์โฟนด้วยระบบเสียงอัจฉริยะ: ลำโพงชั้นนำ แอมป์ทรงพลัง และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนสี่ตัวที่ให้การทำงานร่วมกันเสมือนจริง ในขณะที่ระบบเสียงอัจฉริยะช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินและได้ยินเสียงที่ดีกว่าในการประชุมผ่านคอน-คอลล์ โดยช่วยกำจัดเสียงก้องและเสียงแบคกราวนด์ด้านหลังไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม

เช่นเดียวกับดีไวซ์ที่เชื่อถือได้อื่นๆ ของ เดลล์ เครื่อง Latitudes คือเครื่องคอมเมอร์เชียล พีซี ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุดในอุตสาหกรรม ดังนั้นบริษัทต่างๆ และองค์กรธุรกิจจึงสามารถมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ปลายทาง (endpoints) มีความปลอดภัยทั้งในส่วนที่อยู่ภายใต้และส่วนที่อยู่เหนือระบบปฏิบัติการ

ด้วย Dell Technologies Unified Workspace ผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่อง Latitude สามารถสร้างประสิทธิผลในการทำงานได้นับแต่วันแรกที่ใช้ รูปแบบของ end-user computing มอบการทำงานโดยไม่มีอุปสรรค และประสบการณ์ความพร้อมในการทำงาน (ready-to-work experience) ให้กับผู้ใช้ ในขณะที่เพิ่มพลังด้านไอทีด้วยโซลูชันการจัดการอัจริยะบนระบบเปิดแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน รักษาปลอดภัย จัดการ และสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดภายในองค์กรได้อย่างง่ายดาย

XPS 13: พร้อมจอไร้ขอบ InfinityEdge ทั้งสี่ด้านครั้งแรก

เดลล์ เปิดตัว XPS 13 ใหม่ พร้อมการออกแบบใหม่เพื่อประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์ระดับพรีเมี่ยมและเหนือชั้นที่สุดด้วยวัสดุที่ดีที่สุด กับขนาดที่เบาและบางมากยิ่งขึ้น และหน้าจอที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น สร้างขึ้นอย่างหรูหราด้วยแมชชีน อลูมินัม คาร์บอนไฟเบอร์ ใยแก้วที่ถักทอและ Corning®Gorilla® Glass ที่แข็งแกร่ง XPS 13 จึงมาพร้อมรูปลักษณ์ที่ไร้ที่ติ ในดีไซน์ที่แข็งแกร่งคงทนและน้ำหนักเบา

Dell XPS 13 9000 Series (Model 9300) non-touch notebook computer, codename Modena.

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอสูงสุด เดลล์ส่งมอบความสามารถด้านวิศวกรรมล่าสุดด้วยการลดช่องว่างจากกรอบตัวเครื่องในทุกด้าน ช่วยลดขอบของ InfinityEdge ของ XPS 13 ให้เล็กลง เพื่อสร้างฟอร์ม แฟคเตอร์ที่เล็กยิ่งขึ้นและบางยิ่งกว่าเครื่อง XPS อื่นๆ รุ่นก่อนหน้าทั้งหมด ด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่กว่าเดิม 16:10 ที่ขยายออกในทั้งสี่ด้าน จอดิสเพลย์ InfinityEdge ของ XPS 13 รุ่นใหม่ซึ่งให้ความสว่างที่เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ มอบพื้นที่หน้าจอที่มากขึ้นสำหรับการทำงานแบบ multitask ตลอดวัน  และด้วยการยึดมั่นต่อสิ่งที่สาวกของ XPS ชื่นชอบที่สุด ดีไซน์ใหม่ของ XPS มอบจอขนาด 13.4 นิ้วในฟอร์ม แฟคเตอร์ขนาด 11 นิ้ว ที่สามารถวางบนถาดวางของบนเครื่องบินได้อย่างพอดี

Dell XPS 13 9000 Series (Model 9300) non-touch notebook computer, codename Modena.

XPS 13 มาพร้อมโพรเซสเซอร์ 10th Gen Intel® Core™ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานสำหรับนักเดินทาง เจ้าของธุรกิจ  และผู้มีความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการพลังและประสิทธิภาพในทุกที่ที่เดินทาง ทัชแพดขนาดใหญ่พร้อมคีย์บอร์ดที่วางชิดขอบทั้งสองด้าน และความสามารถในการเปิดใช้งานได้ด้วยเพียงมือเดียวก่อให้เกิดความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความสวยงามและฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์ของ XPS ใหม่ประกอบด้วยวัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้นและขจัดการใช้โฟม ลูกค้าสามารถเลือกทางเลือกที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง รวมถึง XPS 13 พร้อมด้วยซอฟต์แวร์ Windows 10 หรือ Developer Edition ที่มากับUbuntu 18.04LTS

เชื่อมต่อตลอดเวลาและสนุกไปกับ Dell Cinema Guide และ Dell Mobile Connect

สำหรับผู้ดูหนังแบบมาราธอน เดลล์ เทคโนโลยีส์เปิดตัว Dell Cinema Guide ที่ซึ่งสามารถค้นหาวิดีโอสตรีมมิ่งในแบบครบวงจร ผู้ใช้ Windows สามารถดาวน์โหลดแอพได้ ค้นหารายการโทรทัศน์และภาพยนตร์จากบริการสตรีมมิ่งมากกว่า 200 รายการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายภายในคู่มือเนื้อหาฉบับเดียว และสนุกไปกับสี เสียง และการสตรีมที่น่าทึ่งของ Dell Cinema

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 Dell Mobile Connect ได้ช่วยให้ผู้ใช้มากกว่าหนึ่งล้านคนไม่ต้องเสียสมาธิในการรับชมในการแยกความสนใจระหว่างพีซีและสมาร์ทโฟน ในฤดูใบไม้ผลินี้ Dell Mobile Connect จะขยายขีดความสามารถการถ่ายโอนแบบไร้สาย และความสามารถในการตรวจสอบแอพที่นอกเหนือจากโทรศัพท์ Android และนำฟังก์ชั่นเหล่านี้ไปใช้กับผู้ใช้โทรศัพท์ในระบบ iOS โดยผู้ที่ใช้ XPS Inspiron Vostro Alienware และ G Series ที่ใช้มือถือ iOS จะสามารถเข้าถึงแอพมือถือที่ชื่นชอบได้โดยตรงจาก rideshare ไปยังโซเชียลมีเดียและใช้ประโยชน์จากการถ่ายโอนไฟล์แบบลากและวางเนื้อหาที่เป็น mirror จากเครื่องพีซีของเดลล์ได้โดยตรงสะท้อนโดยตรง

จอภาพชั้นนำของเดลล์ ให้คุณดูได้ทุกสิ่งและทำได้ทุกอย่าง

จอมอนิเตอร์ของเดลล์ยึดครองตำแหน่งอันดับ 1 ทั่วโลกในช่วงหกปีที่ผ่านมา สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้ใช้ทางธุรกิจ ไปจนถึงกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพกับ Dell 86 4K Interactive Touch Monitor ซึ่งก็คือไวท์บอร์ดเมื่อวันวานที่ได้รับการปรับเป็นดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ UltraSharp 43 4K USB-C Monitor ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูเนื้อหาจากพีซีที่เชื่อมต่อถึงสี่เครื่องพร้อมกันอย่างราบรื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิผลสูงสุดในการทำงาน

จอภาพ USB-C UltraSharp 27 4K ใหม่ พร้อม VESA DisplayHDRTM 400 ให้การครอบคลุมของสีที่กว้างเพื่อให้ได้สีที่ถูกต้อง สร้างขึ้นเพื่อความเร็วด้วยความครอบคลุมของสี sRGB 99 เปอร์เซ็นต์ ที่น่าทึ่ง Alienware 25 Gaming Monitor ใหม่มาพร้อมเทคโนโลยี IPS ที่ให้สีที่หลากหลายอัตราการรีเฟรช 240Hz และความเร็วในการตอบสนองสีเทาต่อสีเทา 1 มิลลิวินาทีที่รวดเร็วอย่างเห็นได้ชัดทั้งหมด 15 นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี AMD Radeon FreeSync™ และรองรับ NVIDIA G-SYNC® อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดลล์รุ่นใหม่ได้ ที่นี่

พร้อมวางจำหน่ายแล้วบน Dell.com ดังนี้

  • XPS 13 พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์
  • XPS 13 Developer Edition พร้อมจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และบางประเทศในยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์
  • Dell Cinema Guide พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีสำหรับ Windows 10 PC ใดก็ตาม ผ่านทาง Microsoft store
  • Dell Mobile Connect พร้อมด้วย iOS data transfer และ screen mirroring จะพร้อมเพื่อดาวน์โหลดได้ฟรีจาก Microsoft Store และ pre-installed มาในเครื่อง Dell consumer ในฤดูใบไม้ผลินี้
  • Latitude 9510 พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในเดือนมีนาคม
  • Dell 86 4K Interactive Touch Monitor (C8621QT) พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในเดือนเมษายน
  • Dell UltraSharp 43 4K USB-C (U4320Q) พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 30 เดือนมกราคม
  • Dell UltraSharp 27 4K USB-C Monitor (U2720Q) พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 30 เดือนมกราคม
  • Alienware 25 Gaming Monitor (AW2521HF) พร้อมจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 11 เดือนมีนาคม

from:https://notebookspec.com/dell-the-launch-of-a-display-pc-with-5g-ai-systems/507423/

ASUS Promotion – มอบส่วนลดสูงสุด 6,000 บาท สำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ROG และ โน้ตบุ๊ก ASUS

ASUS ส่งโปรโมชั่น ‘ลดกระหน่ำสนั่นซองอั่งเปา

มอบส่วนลดสูงสุด 6,000 บาท สำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ROG และ โน้ตบุ๊ก ASUS

พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน มาพร้อม Windows 10!

ASUS Thailand จำกัด ส่งโปรโมชั่นต้อนรับเทศกาล ตรุษจีน มอบส่วนลดสูงสุดถึง 6,000 บาท* พร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% 10 เดือน และ Windows 10 แท้ ติดตั้งพร้อมใช้งาน สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่ ROG Strix G (G531และ G731), ASUS TUF Gaming ทุกรุ่น , ASUS Gaming A570 และ A571, Zenbook (UM462 , UM431) , ASUS Laptop (X409 : intel), Vivobook (X412 / X512 : intel and AMD), Vivobook S ( S431 / S531 ) เป็นต้น

 

ไฮไลท์สำคัญได้แก่เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ASUS TUF Gaming ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่เต็มอิ่มและเต็มประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกมในราคาที่คุ้มค่า ออกแบบมาให้แข็งแกร่งด้วยการทดสอบมาตรฐาน MIL-STD-810G มั่นใจในความถึกและทนทานต่อการใช้งานหรือเล่นเกมอย่างหนักในชีวิตประจำวัน มาพร้อมกราฟิกการ์ดสูงสุด GeForce RTX 2060  วางจำหน่ายในราคาสุดพิเศษเริ่มต้น 27,990 บาท (สำหรับรุ่น FX505DU-AL052T จากราคาปกติ 29,990 บาท)

 

นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กรุ่นยอดนิยมอย่าง ROG Strix G โน้ตบุ๊กที่นำเสนอประสบการณ์สำหรับการเล่นเกมส์สำหรับคอเกมส์ตัวจริง ชูระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ (Intelligent Cooling) ช่วยปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของโปรเซสเซอร์ ในขณะที่ RangeBoost มอบการรับสัญญาณ Wi-Fi ที่แรงที่สุด และมอบสีสันด้วย Aura Sync บนแถบแสงสามมิติใหม่และคีย์บอร์ด RGB All Zone วางจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ 23,990 บาท (สำหรับรุ่น G531GD-AL025T จากราคาปกติ 27,990 บาท)

 

เอซุสยังขอแนะนำโน้ตบุ๊ก ASUS VivoBook 14 (X412) สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กใหม่ราคาประหยัดสำหรับการใช้งานในทุกวัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นครบครัน โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน (4-sided NanoEdge Display) เพียง 5.7 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มสัดส่วนอัตราหน้าจอต่อเครื่องได้มากถึง 87% พร้อมหน้าจอความคมชัดระดับ FHD Display ขนาด 14 นิ้ว บนตัวเครื่องขนาดเพียง 13 นิ้ว (กะทัดรัดที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอเดียวกัน) ลงตัวเรื่องความสะดวกสบายในการพกพา ยิ่งไปกว่านั้น VivoBook 14 ยังมีสีให้เลือกถึง 3 สีเพื่อสไตล์ที่ไม่ซ้ำกันของคุณ พร้อมซีพียูให้เลือกทั้ง intel และ AMD วางจำหน่ายในราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 11,990 บาท

 

นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กรุ่นยอดนิยมอย่าง VivoBook S14/S15 (S431/S531) ที่นำเสนอสีสันโดนใจวัยรุ่น 5 สีสะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่สะดุดตาที่มาพร้อมนวัตกรรม Ergolift (คีย์บอร์ดยกทำมุม) เพื่อการพิมพ์งานที่สะดวกยิ่งขึ้น มาพร้อม ซีพียูสูงสุด 8th Generation Intel® Core™ i7 และการ์ดจอ NVIDIA® GeForce MX250 พร้อมหน่วยความจำสูงสุด 1TB PCle SSD โดย S14/S15 เป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกในตระกูล VivoBook ที่นำเสนอกล้องอินฟาเรด (IR) สามารถลงชื่อเข้าใช้แบบสแกนใบหน้า พร้อมกับระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Harman Kardon ที่ไม่เป็นรองใคร  วางจำหน่ายในราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 18,990 บาท

ผู้ที่สนใจโปรโมชั่นสุดคุ้มนี้ สามารถเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กที่ร่วมรายการได้ในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2563 ณ. ASUS Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4, ASUS Store สาขาเซ็นทรัล ระยอง , ASUS Store สาขา เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 4 และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายได้ที่www.asus.com หรือ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

*โปรโมชั่น 0% โปรดดูเงื่อนไขตามธนาคารและร้านค้าที่กำหนด ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย

####

เกี่ยวกับเอซุส

เอซุสเป็นบริษัทชั้นนำที่เติบโตอย่างมากในอุตสาหกรรมไอที เอซุสยังคงมุ่งมั่นและนำเสนอโดยครอบคลุมทุกด้านของเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต เซิร์ฟเวอร์ และสมาร์ทโฟน ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 16,000 คนทั่วโลก

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มีอย่างต่อเนื่องและนำสมัย เป็นเหตุผลว่า ทำไมเอซุสจึงเป็นผู้นำนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพที่ดีเยี่ยมเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเอซุสได้รับรางวัลเป็นจำนวนกว่า 4,511 รางวัล ในระดับนานาชาติ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 13 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016

from:https://notebookspec.com/asus-promotion-jan-2020/507411/

Preview – ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) สเปก Ryzen 7 4800H + RTX 2060 แรงคุ้ม ตลาดแตก ?!?!

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

  • Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W )
  • Ryzen 5 4600H (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 45W)

โดย AMD Ryzen 4000 Series รหัส H ดูจากจำนวนคอร์และเธรดแล้วชนฝั่ง Intel ได้สบาย และยังเคลมประสิทธิภาพว่าเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย และยังมีซีพียูในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี เทียบจาก AMD Ryzen 3000 Series รหัส H ดีกว่าเดิมพอตัว ที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz และ LPDDR4-4266MHz

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทาง ASUS ได้จัดกิจกรรมพิเศษอย่าง ASUS APAC CES Summit  พร้อมชวนแอดมินโป้งมาร่วมพรีวิวเครื่องจริงก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งรุ่นที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

  

ระบบระบายความร้อนที่ปรับแต่งขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบต่างๆในตัวเครื่องเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นของอุปกรณ์อันทรงพลัง รูปแบบรังผึ้งที่ด้านล่างตัวเครื่องเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าพร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้นสำหรับพัดลมและฮีทซิงค์ที่อยู่ภายใน โมดูลระบายความร้อนที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองรวมถึงอุโมงค์ป้องกันการสะสมของฝุ่น การไหลเวียนของอากาศที่ไหลผ่านช่องระบายฝุ่นนี้จะช่วยกำจัดฝุ่นออกจากระบบทำให้โน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแว้มขึ้นมาอัตโนมัติ โดยภายในเมนบอร์ตเป็นสล็อตแรม 2 ช่องสามารถรองรับแรมได้สูงสุด 32GB (ติดตั้งมาแล้ว 8 – 16GB), สล็อต M.2 NVMe จำนวน 2 ช่องเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้น และรองรับการอัพเกรดสูงสุดถึง 1TB NVMe PCIe SSD (ติดตั้งมาแล้ว 512GB)

  

ส่วนด้านในของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) จะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่าในส่วนนี้ยังทำได้เป็นดีตามมาตรฐานของ TUF Gaming แต่มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามลงตัวกว่าเดิม

 

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคย

เสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน

  

ส่วนของทัชแพดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง โดยรุ่นก่อนถูกออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนปุ่มเพื่อความสวยงามและทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับให้เป็นแบบแยกปุ่มแบบชัดเจน ส่งผลให้กดได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ดูสวยงามเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี พื้นผิวมีลักษณะเรียบลื่น ปรับปรุงให้เป็นรอยนิ้วมือยากขึ้น และไม่มีการยวบยาบให้เห็นแล้ว

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz (รุ่นก่อน 120Hz พร้อมให้คุณภาพสีสันที่ดียิ่งขึ้น) ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ติดตั้งอยู่ขอบด้านข้างเยืองไปทางข้างหน้าใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ 1.8 เท่า ระบบเสียง DTS Headphone: X Ultra ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก แน่นอนว่าดีกว่าเดิม ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านข้างตัวเครื่องซ้ายขวา พร้อมทำสีสันเป็นสีแดง ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

 

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลต่างๆ ของ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) และโมเดลฝาหลังแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming

from:https://notebookspec.com/preview-asus-tuf-gaming-a15a17-fx506fx706-ryzen-7-4800h-rtx-2060/507293/

Review – ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) สเปก Ryzen 7 4800H + RTX 2060 แรงคุ้ม ตลาดแตก ?!?!

ตลาด Gaming Notebook แตกกันไปแล้ว เมื่อปี 2019 จากการมาของ ASUS TUF Gaming FX505 Series มาในตอนนี้ทาง ASUS ก็ได้นำเสนอ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) อีกแล้ว โดยเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมสายคุ้มค่ารุ่นใหม่ ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series รหัส H รุ่นล่าสุด อย่าง Ryzen 7 4800H (หรือ Ryzen 5 4600H) โดยจับคู่มาการ์ดจอที่แรงสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 (เริ่มต้นด้วย GTX 1650) แน่นอนว่ามาแทนที่รุ่นเดิมอย่าง ASUS TUF Gaming FX505 รุ่นต่างๆ อาทิ DT, DU, DV พร้อมเตรียมลดราคาให้ถูกลงเก่าเดิมด้วย

  • Ryzen 7 4800H (Up to 4.2 GHz ,8 core/16 thread ,TDP 45W )
  • Ryzen 5 4600H (Up to 4.0 GHz ,6 core/12 thread ,TDP 45W)

โดย AMD Ryzen 4000 Series รหัส H ดูจากจำนวนคอร์และเทรดแล้วชนฝั่ง Intel ได้สบาย และยังเคลมประสิทธิภาพว่าเหนือกว่าคู่แข่งอีกด้วย (ผลทดสอบด้านล่าง) และยังมีซีพียูในส่วนของ U Series ที่เน้นประหยัดพลังงานสำหรับโน้ตบุ๊คทำงาน ซึ่งเดิม AMD ก็ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่ถูก ประสิทธิภาพดี เทียบจาก AMD Ryzen 3000 Series รหัส H ดีกว่าเดิมพอตัว ที่สำคัญคือสามารถใส่แรมบัสสูงได้มากขึ้นถึง DDR4-3200MHz และ LPDDR4-4266MHz

สำหรับ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) เพิ่งเปิดตัวกันไปในงาน CES 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทาง ASUS ได้จัดกิจกรรมพิเศษอย่าง ASUS APAC CES Summit  พร้อมชวนแอดมินโป้งมาร่วมพรีวิวเครื่องจริงก่อนใคร เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook อีกหนึ่งที่สดใหม่สุดๆ ทั้งจากสเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000 Series (เทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร) และได้ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งกว่าเดิม สวยกว่าเดิม พร้อมคงฟีเจอร์เด็ดๆ ไว้เช่นเดิม ในส่วนของราคาคาดการณ์แล้วอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้นๆ จนไปถึง 30,000 บาทกลางๆ นั่นเอง

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นๆ อย่างในเรื่องของขอบหน้าจอบาง  นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องมิติโดยรวมมีความเล็กกระทัดรัดลง แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ แต่ก็มีความใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนๆ มาก ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ลดขนาดของตัวเครื่องแบบ 15.6″ ลงได้ถึง 7% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และตัวเครื่องแบบ 17.3″ อย่าง ASUS TUF Gaming A17 ลงได้ถึง 8% (คาดว่าจะเข้าไทยภายหลัง) โดย ASUS TUF Gaming รุ่นใหม่ที่จะเลือกเป็นโมเดลมาจำหน่ายในไทยจะเป็น Fortress Gray โดดเด่นด้วยฝาโลหะพ่นทรายให้พื้นผิวสีเทาที่สวยงาม โลโก้ TUF Gaming ที่เรียบหรูสลักด้วยเลเซอร์ทำให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าด้วยความที่เป็น TUF Gaming ก็จะได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง ส่งผลให้มีความทนทานกว่า Gaming Notebook ทั่วไป

  

โดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ที่เป็น Gaming Notebook สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ ASUS TUF Gaming ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ ที่ไม่ใช่แค่แรง แต่แข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนดี ขอบจอต้องบางเฉียบ ยกให้เป็น Gaming Notebook การ์ดจอ RTX ราคาคุ้มค่าที่สุดของช่วงต้นปี 2020 เลยก็ว่าได้ (ไว้ราคาราคาและสเปกจริงๆ เคาะอีกที)

  

ระบบระบายความร้อนที่ปรับแต่งขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับองค์ประกอบต่างๆในตัวเครื่องเพื่อการระบายความร้อนที่ดีขึ้นของอุปกรณ์อันทรงพลัง รูปแบบรังผึ้งที่ด้านล่างตัวเครื่องเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าพร้อมช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้นสำหรับพัดลมและฮีทซิงค์ที่อยู่ภายใน โมดูลระบายความร้อนที่ทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองรวมถึงอุโมงค์ป้องกันการสะสมของฝุ่น การไหลเวียนของอากาศที่ไหลผ่านช่องระบายฝุ่นนี้จะช่วยกำจัดฝุ่นออกจากระบบทำให้โน้ตบุ๊กทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

สกรูแบบพิเศษหนึ่งตัวที่จะช่วยให้การเข้าถึงการอัพเกรดเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เพียงไขน็อตทุกตัว จะมีอยู่ 1 ตัวที่มุมตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 ที่เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกมาได้เลย จากการที่มันจะเปิดแว้มขึ้นมาอัตโนมัติ โดยภายในเมนบอร์ตเป็นสล็อตแรม 2 ช่องสามารถรองรับแรมได้สูงสุด 32GB (ติดตั้งมาแล้ว 8 – 16GB), สล็อต M.2 NVMe จำนวน 2 ช่องเพิ่มความสามารถในการอัพเกรดที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้น และรองรับการอัพเกรดสูงสุดถึง 1TB NVMe PCIe SSD (ติดตั้งมาแล้ว 512GB)

  

ส่วนด้านในของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) จะเป็นพลาสติกแบบมีลวดลายคล้ายโลหะปัดเสี้ยนให้สัมผัสผิวไม่เรียบ ที่นอกสายสวยงามแล้วคือเป็นลายนิ้วมือได้ยาก นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ที่ดูแล้วลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าไปอีกขั้น ทางด้านพับตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เป็นแบบบานพับคู่วัสดุเป็นพลาสติกแข็งแรง พร้อมมีการตัดช่องเป็น V-Sharp ช่วงให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น และมีช่องระบายอากาศด้านบนคีย์บอร์ดเพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่าในส่วนนี้ยังทำได้เป็นดีตามมาตรฐานของ TUF Gaming แต่มีการปรับดีไซน์ให้สวยงามลงตัวกว่าเดิม

 

คีย์บอร์ดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มาพร้อมไฟ RGB Auraโดยเป็นแบบ All Zone  ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ ได้หลากหลายรูปแบบ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล ASUS TUF Gaming ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB เหมือนกับรุ่นพี่ ROG  คีย์บอร์ดที่แฝงไว้ด้วยคาแรคเตอร์ของความเป็น Gaming ด้วย 4 ปุ่ม WASD ที่เกมเมอร์คุ้นเคย

เสริมความโดดเด่นสวยงาม สามารถสังเกตได้ง่าย จากการที่ปุ่มมีความขาวใส โดยวางนิ้วบนปุ่มได้อย่างรวดเร็ว ตัวปุ่มกดแบบ Chiclet Switches ที่มีระยะห่างระหว่างปุ่ม 1.8 มม. ปุ่มโค้ง 0.25 มม. รองรับ N-key Rollover และแยกปุ่มลูกศรชัดเจน รวมถึง Numpad ก็มีมาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้แบบแป้นพิมพ์ Full Size ด้วยเช่นกัน

  

ส่วนของทัชแพดของ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีขนาดพอเหมาะพอดีกับตัวเครื่อง โดยรุ่นก่อนถูกออกแบบมาให้เป็นแบบซ่อนปุ่มเพื่อความสวยงามและทำไฮไลท์เส้นแบ่งโซน แต่ในรุ่นนี้ถูกปรับให้เป็นแบบแยกปุ่มแบบชัดเจน ส่งผลให้กดได้สะดวกและง่ายกว่าเดิม ดูสวยงามเข้ากับตัวเครื่องโดยรวมได้เป็นอย่างดี พื้นผิวมีลักษณะเรียบลื่น ปรับปรุงให้เป็นรอยนิ้วมือยากขึ้น และไม่มีการยวบยาบให้เห็นแล้ว

  

ASUS TUF Gaming A15 (FX506) มีหน้าจอขอบจอบางเฉียบ ทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ รวมไปถึงยังเป็นหน้าจอ 144Hz (รุ่นก่อน 120Hz พร้อมให้คุณภาพสีสันที่ดียิ่งขึ้น) ทำให้ใช้งานเล่นเกม FPS ฉากเคลื่อนไหวเร็วๆ ได้อย่างลื่นไหลกว่าหน้าจอทั่วไปที่แค่ 60Hz รวมๆ แล้ว ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

ลำโพงของตัวเครื่อง ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ติดตั้งอยู่ขอบด้านข้างเยืองไปทางข้างหน้าใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ดังขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ 1.8 เท่า ระบบเสียง DTS Headphone: X Ultra ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก แน่นอนว่าดีกว่าเดิม ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน อยู่ด้านข้างตัวเครื่องซ้ายขวา พร้อมทำสีสันเป็นสีแดง ช่วยแก้ปัญหาสำหรับบางคนที่เวลาพิมพ์งานข้อมืออาจจะไปปิดช่องลำโพงทำให้เสียงออกไม่เต็มที่ได้

 

สำหรับ ASUS TUF Gaming A17 (FX706) ซึ่งเป็นรุ่นหน้าจอ 17.3″ จะมีความคล้ายกับ ASUS TUF Gaming A15 (FX506) ในทุกๆ ดีไซน์การออกแบบ แต่จะแตกต่างเรื่องของมิติที่มีความใหญ่กว่าทุกๆ ด้าน รวมไปถึงมีน้ำหนักที่มากกว่าที่ 2.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Gaming Notebook หน้าจอใหญ่ เน้นเล่นเกมหรือมองได้สะใจ โดยที่สามารถแบกรับน้ำหนักที่มากกว่าได้ ยังไงรอลุ้นกันอีกทีว่าทาง ASUS จะนำเข้าไทยเมื่อไร และราคาจะสูงกว่า ASUS TUF Gaming A15 (FX506) แค่ไหนกัน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลต่างๆ ของ ASUS TUF Gaming A15/A17 (FX506/FX706) และโมเดลฝาหลังแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming

from:https://notebookspec.com/review-asus-tuf-gaming-a15a17-fx506fx706-ryzen-7-4800h-rtx-2060/507293/

CES 2020 : Eluktronics เปิดตัวโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมรุ่น MAX-15 และ MAX-17 มาพร้อมสเปคแบบจัดเต็ม

CES 2020 | Eluktronics announces MAX-15 and MAX-17 gaming laptops, the lightest 15-inch and 17-inch gaming laptops on the market

ถึงแม้ว่าจะไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมจากทาง Eluktronics ที่ได้มีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการในงาน CES 2020 นั้นน่าสนใจเอามากๆ ทั้งในส่วนของราคาและสเปคที่เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ โดยทาง Eluktronics นั้นได้เปิดตัวโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมออกมาด้วยกันถึง 2 รุ่นอย่าง MAX-15 และ Max-17 ซึ่ง Max-15 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ส่วน Max-17 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว โดยที่ตัวเครื่องนั้นจะใช้หน่วยประมวลผลของทาง Intel ในรุ่น Core i7-9750H เหมือนกันแต่สเปคอื่นๆ นั้นจะสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้ใช้ได้

สำหรับสเปคของตัวเครื่องที่ทาง Eluktronics เผยออกมานั้นจะมีดังต่อไปนี้

จุดที่น่าสนใจมากๆ เลยนั้นก็คือตัวเครื่อง MAX-17 ที่มีน้ำหนักอยู่ที่ 4.71 lbs หรือประมาณ 2.137 kg เท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นน้ำหนักตัวเครื่องที่ใช้หน้าจอขนาด 17.3 นิ้วที่เบาเอามากๆ งานนี้นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับการออกแบบในส่วนของหน้าจอที่มาพร้อมกับพาเนลที่มีขอบบางจึงทำให้ตัวเครื่องนั้นสามารถที่จะเบาได้ขนาดนี้ ทว่าจุดที่น่าเสียดายก็คือตัวพาเนลหน้าจอนั้นไม่มีตัวเลือกอื่นใดมาให้เลยนอกเหนือไปจากหน้าจอที่มาพร้อมกับความละเอียดที่ระดับ FullHD โดยมี refresh rate อยู่ที่ 144 Hz แต่จากสเปคนั้นคงต้องบอกว่าการเล่นเกมในความละเอียดระดับนี้ผู้เล่นจะไม่พบกับอาการกระตุกแน่นอนสำหรับการเล่นเกมในปัจจุบัน

อีกหนึ่งจุดเด่นนั้นก็คือการมาพร้อมกับฟีเจอร์เฉพาะตัวของทาง Eluktronics เองอย่าง EluktroBoost ซึ่งฟีเจอร์ดังกบ่าวนี้นั้นจะเป็นการ Overclocked ตัวหน่วยประมวลผลและชิปกราฟิกขึ้นจากเดิมโดยที่ได้รับการรับรองมาจากโรงงานแล้วว่าตัวเครื่องสามารถที่จะรันที่ความเร็วระดับนั้นได้อย่างแน่นอน ทำให้ในการเล่นเกมของผู้ใช้นั้นจะไหลลื่นมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ตัวเครื่องทั้งในรุ่น MAX-15 และ MAX-17 นั้นจะมีราคาเท่ากันคือเริ่มต้นอยู่ที่ $1,499 หรือประมาณ 45,400 บาทเท่านั้นซึ่งต้องบอกว่าคุ้มกับสเปคจริงๆ ที่น่าเสียดายที่สุดนั้นก็คงหนีไม่พ้นในเมืองไทยเรานั้นไม่มีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั่นเอง

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/ces-2020-eluktronics-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%8a%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3/506851/

ASUS – ROG เปิดตัว Zephyrus G15 บาง 19.9 ม.ม. สเปก AMD Ryzen จอเทพ 240Hz รองรับ Wi-Fi 6

ASUS ROG เปิดตัว Zephyrus G15: Premium Ultraslim Gaming

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่ใช้หน้าจอ 240Hz , รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต USB-C สำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ 

  • พกพาง่ายด้วยดีไซน์บางเฉียบ: ขนาดบางเพียง 19.9 มม. น้ำหนัก 2.1 กก. พกพาสะดวก พร้อมการชาร์จ USB-C ™ และ Wi-Fi 6 ที่ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อขั้นสุด เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานในทุกๆที่
  • เร็วแรงผ่านทุกอุปสรรค: หน่วยประมวลผล AMD Ryzen ™ 7 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด รองรับการใช้งานแบบมัลติทาสก์สุดโหด, การสร้างสรรค์คอนเทนต์, รวมไปถึงการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ
  • หน้าจอสวยสะกดทุกสายตา: PANTONE® Validated ให้การแสดงสีที่ถูกต้อง พร้อมจอที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 240 เฮิร์ตซ์ 3 ms พร้อมเทคโนโลยี AMD FreeSync เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหล
  • ระบบระบายความร้อนที่มีอุโมงค์ระบายฝุ่น ช่วยป้องกันการสะสมของฝุ่นในฮีทซิงค์ และพัดลมระบายความร้อน ROG n-Blade ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศผ่านฮีทซิงค์ และการออกแบบใบพัดลมใหม่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศได้มากถึง 17% จากรุ่นก่อนหน้า
  • ROG Zephyrus G15 ให้เสียงที่มีคุณภาพด้วยลำโพงคู่แบบ front-firing พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Smart Amplifier พร้อมเปิดประสบการณ์การใช้หูฟังที่ให้เสียงโอบล้อมแบบ 7.1 ch ด้วยซอฟต์แวร์ Sonic Studio III

ROG เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่ในงาน CES 2020

จอแสดงผลความเร็วสูง 300Hz, หน้าจอขนาด 14-นิ้ว, และหน้าจอ HDR ที่ดียิ่งขึ้น

  • ความเร็วในการแสดงผลขั้นสุด: หน้าจอแสดงผลแบบ 300Hz ที่มาบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กสายบางเบา Zephyrus GX701 และ Strix SCAR III ที่ได้รับรางวัล CES 2020 Innovation Award
  • กระทัดรัดแต่เร็วไม่แพ้กัน: Zephyrus G14 รุ่นใหม่ล่าสุดนับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบบางเบาขนาด 14 นิ้วรุ่นแรก ที่ใช้หน้าจอรีเฟรชเรทสูง 120Hz
  • หน้าจอที่ได้รับการปรับเทียบสีจากโรงงาน: ตามมาตรฐานของ PANTONE ให้ค่า delta E บนหน้าจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG ต่ำลงกว่า 40% เพื่อการแสดงสีที่เที่ยงตรงที่สุด
  • หน้าจอแสดงผลระดับ HDR ที่ดียิ่งขึ้น: เมื่อรีเฟรชเรทสูงมาพบกับความละเอียดในการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าแบบ 144Hz HDR หรือ 120Hz 4K

พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นกับรีเฟรชเรทบนหน้าจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กจากที่ทาง ROG ได้เริ่มใช้หน้าจอแบบ 240Hz ในงาน CES 2019 ขึ้นมาสู่รีเฟรชเรทที่สูงเป็นพิเศษระดับ 300HZ เป็นครั้งแรกของโลกบน ROG Zephyrus GX701 และ ROG Strix SCAR III ให้ทุกเสี้ยววินาทีของการเล่นเกมมีความหมาย ขณะที่ Zephyrus GX502 และ GU502 โน้ตบุ๊กสำหรับการเล่นเกมที่บางเฉียบ มาพร้อมกับจอแสดงผล 4K Ultra HD ที่ผ่านการตรวจสอบจาก PANTONE ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือทำงานก็สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำจอแสดงผลแบบ HDR มาติดตั้งบน GX701 มีความละเอียดแบบ Full HD ที่มีอัตราการรีเฟรช 144Hz และความสว่างสูงสุด 400 nits แบ่งโซนการให้ความสว่างบนหน้าจอออกเป็น 16 โซนในแนวตั้ง นอกจากนั้นแล้ว ROG ยังคงมีการเปิดตัวเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ล่าสุดจาก AUO ที่มีความละเอียดสูงแบบ 4K ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nits

###

เกี่ยวกับ ROG

รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) นับเป็นแบรนด์ย่อยของเอซุสที่มุ่งเน้นในการสร้างเกมมิ่งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุดในโลก ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2006 ROG ได้นำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลายครบครัน เป็นที่รู้จักในแง่ของประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดี อาทิเมนบอร์ด, กราฟิกการ์ด, แล็ปท็อป, เดสก์ท็อป, หน้าจอแสดงผล, อุปกรณ์เครื่องเสียง, เราท์เตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ROG เข้าร่วมและสนับสนุนรายการแข่งขันเกมระดับนานาชาติมากมาย อุปกรณ์ต่างๆของ ROG ได้ถูกใช้เพื่อสร้างสถิติในการโอเวอร์คล็อกมาแล้วมากมายและยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆสำหรับเกมเมอส์และผู้ที่ต้องการความเป็นที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ the choice of champions ได้ที่ http://rog.asus.com.

 

from:https://notebookspec.com/asus-rog-zephyrus-g15-at-ces-2020/507235/